(๒) ยุคนทฺธวคฺโค
๑. ยุคนทฺธกถา
ยุคนทฺธกถาวณฺณนา
๑. อิทานิ มณฺฑเปยฺยคุณสฺส อริยมคฺคสฺส ยุคนทฺธคุณํ ทสฺเสนฺเตน กถิตาย สุตฺตนฺตปุพฺพงฺคมาย ยุคนทฺธกถาย อปุพฺพตฺถานุวณฺณนา. ยสฺมา ปน ธมฺมเสนาปติ ธมฺมราเช ธรมาเนเยว ธมฺมราชสฺส ปรินิพฺพานสํวจฺฉเร ปรินิพฺพุโต, ตสฺมา ธมฺมราเช ธรมาเนเยว ธมฺมภณฺฑาคาริเกน เทสิตํ อิทํ สุตฺตนฺตํ ตสฺเสว สมฺมุขา สุตฺวา เอวํ เม สุตนฺติอาทิมาหาติ เวทิตพฺพํ. ตตฺถ อายสฺมาติ ปิยวจนํ ครุวจนํ สคารวสปฺปติสฺสวจนํ, อายุมาติ อตฺโถ. อานนฺโทติ ตสฺส เถรสฺส นามํ. โส หิ ชายมาโนเยว กุเล อานนฺทํ ภุสํ ตุฏฺฐึ อกาสิ. ตสฺมาสฺส ‘‘อานนฺโท’’ติ นามํ กตนฺติ เวทิตพฺพํ. โกสมฺพิยนฺติ เอวํนามเก นคเร. ตสฺส หิ นครสฺส อารามโปกฺขรณีอาทีสุ เตสุ เตสุ ฐาเนสุ โกสมฺพรุกฺขา อุสฺสนฺนา อเหสุํ, ตสฺมา ตํ โกสมฺพีติ สงฺขํ อคมาสิ. ‘‘กุสมฺพสฺส อิสิโน อสฺสมโต อวิทูเร มาปิตตฺตา’’ติ เอเก.
โฆสิตาราเมติ โฆสิตเสฏฺฐินา การิเต อาราเม. โกสมฺพิยญฺหิ ตโย เสฏฺฐิโน อเหสุํ โฆสิตเสฏฺฐิ กุกฺกุฏเสฏฺฐิ ปาวาริกเสฏฺฐีติ. เต ตโยปิ ‘‘โลเก พุทฺโธ อุปฺปนฺโน’’ติ สุตฺวา ปญฺจหิ ปญฺจหิ สกฏสเตหิ ทานูปกรณานิ คาหาเปตฺวา สาวตฺถึ คนฺตฺวา เชตวนสมีเป ขนฺธาวารํ พนฺธิตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา ปฏิสนฺถารํ กตฺวา นิสินฺนา สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิตฺวา สตฺถารํ นิมนฺเตตฺวา พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส อฑฺฒมาสมตฺตํ มหาทานํ ทตฺวา ภควโต ปาทมูเล นิปชฺชิตฺวา สกชนปทคมนตฺถํ ภควนฺตํ ยาจิตฺวา ‘‘สุญฺญาคาเร โข คหปตโย ตถาคตา อภิรมนฺตี’’ติ ภควตา วุตฺเต ‘‘ทินฺนา โน ภควตา ปฏิญฺญา’’ติ ญตฺวา อติวิย ตุฏฺฐา ทสพลํ วนฺทิตฺวา นิกฺขนฺตา อนฺตรามคฺเค โยชเน โยชเน ภควโต นิวาสตฺถํ วิหารํ กาเรนฺตา อนุปุพฺเพน โกสมฺพึ ปตฺวา อตฺตโน อตฺตโน อาราเม มหนฺตํ ธนปริจฺจาคํ กตฺวา ภควโต วิหาเร การาปยึสุ. ตตฺถ โฆสิตเสฏฺฐินา การิโต โฆสิตาราโม นาม อโหสิ, กุกฺกุฏเสฏฺฐินา การิโต กุกฺกุฏาราโม นาม, ปาวาริกเสฏฺฐินา อมฺพวเน การิโต ปาวาริกมฺพวนํ นาม. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘โฆสิตเสฏฺฐินา การิเต อาราเม’’ติ.
อาวุโส ภิกฺขโวติ เอตฺถ พุทฺธา ภควนฺโต สาวเก อาลปนฺตา ‘‘ภิกฺขโว’’ติ อาลปนฺติ. สาวกา ปน ‘‘พุทฺเธหิ สทิสา มา โหมา’’ติ ‘‘อาวุโส’’ติ ปฐมํ วตฺวา ปจฺฉา ‘‘ภิกฺขโว’’ติ วทนฺติ. พุทฺเธหิ จ อาลปิเต ภิกฺขุสงฺโฆ ‘‘ภทนฺเต’’ติ ปฏิวจนํ เทติ, สาวเกหิ อาลปิเต ‘‘อาวุโส’’ติ.
โย หิ โกจีติ อนิยมวจนํ. เอเตน ตาทิสานํ สพฺพภิกฺขูนํ ปริยาทานํ. มม สนฺติเกติ มม สมีเป. อรหตฺตปฺปตฺตนฺติ อตฺตนา อรหตฺตสฺส ปตฺตํ. นปุํสเก ภาเว สิทฺธวจนํ. อรหตฺตํ ปตฺตนฺติ วา ปทจฺเฉโท, อตฺตนา ปตฺตํ อรหตฺตนฺติ อตฺโถ. อรหตฺตปฺปตฺตํ อตฺตานนฺติ วา ปาฐเสโส. จตูหิ มคฺเคหีติ อุปริ วุจฺจมาเนหิ จตูหิ ปฏิปทามคฺเคหิ, น อริยมคฺเคหิ. ‘‘จตูหิ มคฺเคหี’’ติ วิสุญฺจ วุตฺตตฺตา กสฺสจิ อรหโต ปฐมสฺส อริยมคฺคสฺส ธมฺมุทฺธจฺจปุพฺพงฺคโม มคฺโค, เอกสฺส อริยมคฺคสฺส สมถปุพฺพงฺคโม, เอกสฺส วิปสฺสนาปุพฺพงฺคโม, เอกสฺส ยุคนทฺธปุพฺพงฺคโมติ เอวํ จตฺตาโรปิ ปฏิปทา มคฺคา โหนฺตีติ เวทิตพฺพํ. เอเตสํ วา อญฺญตเรนาติ เอเตสํ จตุนฺนํ ปฏิปทานํ มคฺคานํ เอเกน วา, ปฏิปทามคฺเคน อรหตฺตปฺปตฺตํ พฺยากโรตีติ อตฺโถ. สุกฺขวิปสฺสกสฺส หิ อรหโต ธมฺมุทฺธจฺจปุพฺพงฺคมํ โสตาปตฺติมคฺคํ ปตฺวา เสสมคฺคตฺตยมฺปิ สุทฺธวิปสฺสนาหิเยว ปตฺตสฺส อรหตฺตปฺปตฺติ ธมฺมุทฺธจฺจปุพฺพงฺคมมคฺคา โหติ. ธมฺมุทฺธจฺจวิคฺคหํ ปตฺวา วา อปฺปตฺวา วา สมถปุพฺพงฺคมาทีนํ ติณฺณํ ปฏิปทานํ มคฺคานํ เอเกกสฺส วเสน ปตฺตจตุมคฺคสฺส อรหโต อรหตฺตปฺปตฺติ อิตรเอเกกมคฺคปุพฺพงฺคมา โหติ. ตสฺมา อาห – ‘‘เอเตสํ วา อญฺญตเรนา’’ติ.
สมถปุพฺพงฺคมํ วิปสฺสนํ ภาเวตีติ สมถํ ปุพฺพงฺคมํ ปุเรจาริกํ กตฺวา วิปสฺสนํ ภาเวติ, ปฐมํ สมาธึ อุปฺปาเทตฺวา ปจฺฉา วิปสฺสนํ ภาเวตีติ อตฺโถ. มคฺโค สญฺชายตีติ ปฐโม โลกุตฺตรมคฺโค นิพฺพตฺตติ. โส ตํ มคฺคนฺติอาทีสุ เอกจิตฺตกฺขณิกสฺส มคฺคสฺส อาเสวนาทีนิ นาม นตฺถิ, ทุติยมคฺคาทโย ปน อุปฺปาเทนฺโต ตเมว มคฺคํ ‘‘อาเสวติ ภาเวติ พหุลีกโรตี’’ติ วุจฺจติ. สญฺโญชนานิ ปหียนฺติ, อนุสยา พฺยนฺตีโหนฺตีติ ยาว อรหตฺตมคฺคา กเมน สพฺเพ สญฺโญชนา ปหียนฺติ, อนุสยา พฺยนฺตีโหนฺติ. อนุสยา พฺยนฺตีโหนฺตีติ จ ปุน อนุปฺปตฺติยา วิคตนฺตา โหนฺตีติ อตฺโถ.
ปุน จปรนฺติ ปุน จ อปรํ การณํ. วิปสฺสนาปุพฺพงฺคมํ สมถํ ภาเวตีติ วิปสฺสนํ ปุพฺพงฺคมํ ปุเรจาริกํ กตฺวา สมถํ ภาเวติ, ปฐมํ วิปสฺสนํ อุปฺปาเทตฺวา ปจฺฉา สมาธึ ภาเวตีติ อตฺโถ. ยุคนทฺธํ ภาเวตีติ ยุคนทฺธํ กตฺวา ภาเวติ. เอตฺถ เตเนว จิตฺเตน สมาปตฺตึ สมาปชฺชิตฺวา เตเนว สงฺขาเร สมฺมสิตุํ น สกฺกา. อยํ ปน ยาวตา สมาปตฺติโย สมาปชฺชติ, ตาวตา สงฺขาเร สมฺมสติ. ยาวตา สงฺขาเร สมฺมสติ, ตาวตา สมาปตฺติโย สมาปชฺชติ. กถํ? ปฐมชฺฌานํ สมาปชฺชติ, ตโต วุฏฺฐาย สงฺขาเร สมฺมสติ. สงฺขาเร สมฺมสิตฺวา ทุติยชฺฌานํ สมาปชฺชติ, ตโต วุฏฺฐาย สงฺขาเร สมฺมสติ. สงฺขาเร สมฺมสิตฺวา ตติยชฺฌานํ…เป… เนวสญฺญานาสญฺญายตนสมาปตฺตึ สมาปชฺชติ, ตโต วุฏฺฐาย สงฺขาเร สมฺมสติ. เอวํ สมถวิปสฺสนํ ยุคนทฺธํ ภาเวติ นาม.
ธมฺมุทฺธจฺจวิคฺคหิตํ มานสํ โหตีติ เอตฺถ มนฺทปญฺญานํ วิปสฺสกานํ อุปกฺกิเลสวตฺถุตฺตา วิปสฺสนุปกฺกิเลสสญฺญิเตสุ โอภาสาทีสุ ทสสุ ธมฺเมสุ ภนฺตตาวเสน อุทฺธจฺจสหคตจิตฺตุปฺปตฺติยา วิกฺเขปสงฺขาตํ อุทฺธจฺจํ ธมฺมุทฺธจฺจํ, เตน ธมฺมุทฺธจฺเจน วิคฺคหิตํ วิรูปคฺคหิตํ วิโรธมาปาทิตํ มานสํ จิตฺตํ ธมฺมุทฺธจฺจวิคฺคหิตํ มานสํ โหติ, เตน วา ธมฺมุทฺธจฺเจน การณภูเตน ตมฺมูลกตณฺหามานทิฏฺฐุปฺปตฺติยา วิคฺคหิตํ มานสํ โหติ. ธมฺมุทฺธจฺจวิคฺคหิตมานสนฺติ วา ปาโฐ. โหติ โส อาวุโส สมโยติ อิมินา มคฺคามคฺคววตฺถาเนน ตํ ธมฺมุทฺธจฺจํ ปฏิพาหิตฺวา ปุน วิปสฺสนาวีถึ ปฏิปนฺนกาลํ ทสฺเสติ. ยํ ตํ จิตฺตนฺติ ยสฺมึ สมเย ตํ วิปสฺสนาวีถึ โอกฺกมิตฺวา ปวตฺตํ จิตฺตํ. อชฺฌตฺตเมว สนฺติฏฺฐตีติ วิปสฺสนาวีถึ ปจฺโจตริตฺวา ตสฺมึ สมเย โคจรชฺฌตฺตสงฺขาเต อารมฺมเณ สนฺติฏฺฐติ ปติฏฺฐาติ. สนฺนิสีทตีติ ตตฺเถว ปวตฺติวเสน สมฺมา นิสีทติ. เอโกทิ โหตีติ เอกคฺคํ โหติ. สมาธิยตีติ สมฺมา อาธิยติ สุฏฺฐุ ฐิตํ โหตีติ.
อยํ สุตฺตนฺตวณฺณนา.
๑. สุตฺตนฺตนิทฺเทสวณฺณนา
๒. ตสฺส สุตฺตนฺตสฺส นิทฺเทสกถาย ตตฺถ ชาเต ธมฺเมติ ตสฺมึ สมาธิสฺมึ ชาเต จิตฺตเจตสิเก ธมฺเม. อนิจฺจโต อนุปสฺสนฏฺเฐนาติอาทินา วิปสฺสนาย เภทํ ทสฺเสติ. สมฺมาทิฏฺฐิ มคฺโคติ สมฺมาทิฏฺฐิสงฺขาโต มคฺโค. อฏฺฐสุ มคฺคงฺเคสุ เอเกโกปิ หิ มคฺโคติ วุจฺจติ.อาเสวตีติ โสตาปตฺติมคฺควเสน. ภาเวตีติ สกทาคามิมคฺคุปฺปาทเนน. พหุลีกโรตีติ อนาคามิอรหตฺตมคฺคุปฺปาทเนน. อิเมสํ ติณฺณํ อวตฺถาเภเทปิ สติ อาวชฺชนาทีนํ สาธารณตฺตา สทิสเมว วิสฺสชฺชนํ กตํ.
๓. อาโลกสญฺญาปฏินิสฺสคฺคานุปสฺสนานํ อนฺตราเปยฺยาเล อวิกฺเขปาทีนิ จ ฌาน สมาปตฺติกสิณานุสฺสติอสุภา จ ทีฆํ อสฺสาสาทีนิ จ อานนฺตริกสมาธิญาณนิทฺเทเส (ปฏิ. ม. ๑.๘๐-๘๑) นิทฺทิฏฺฐตฺตา สงฺขิตฺตานิ. ตตฺถ จ อวิกฺเขปวเสนาติ ปุพฺพภาคาวิกฺเขปวเสน คเหตพฺพํ. อนิจฺจานุปสฺสี อสฺสาสวเสนาติอาทิเก สุทฺธวิปสฺสนาวเสน วุตฺตจตุกฺเก ปน ตรุณวิปสฺสนากาเล วิปสฺสนาสมฺปยุตฺตสมาธิปุพฺพงฺคมา พลววิปสฺสนา เวทิตพฺพา.
๔. วิปสฺสนาปุพฺพงฺคมวาเร ปฐมํ อนิจฺจโตติอาทินา อารมฺมณํ อนิยเมตฺวา วิปสฺสนา วุตฺตา, ปจฺฉา รูปํ อนิจฺจโตติอาทินา อารมฺมณํ นิยเมตฺวา วุตฺตา. ตตฺถ ชาตานนฺติ ตสฺสา วิปสฺสนาย ชาตานํ จิตฺตเจตสิกานํ ธมฺมานํ. โวสคฺคารมฺมณตาติ เอตฺถ โวสคฺโค นิพฺพานํ. นิพฺพานญฺหิ สงฺขตโวสคฺคโต ปริจฺจาคโต ‘‘โวสคฺโค’’ติ วุตฺโต. วิปสฺสนา จ ตํสมฺปยุตฺตธมฺมา จ นิพฺพานนินฺนตาย อชฺฌาสยวเสน นิพฺพาเน ปติฏฺฐิตตฺตา นิพฺพานปติฏฺฐา นิพฺพานารมฺมณา. ปติฏฺฐาปิ หิ อาลมฺพียตีติ อารมฺมณํ นาม โหติ, นิพฺพาเน ปติฏฺฐฏฺเฐเนว นิพฺพานารมฺมณา. อญฺญตฺถ ปาฬิยมฺปิ หิ ปติฏฺฐา ‘‘อารมฺมณ’’นฺติ วุจฺจนฺติ. ยถาห – ‘‘เสยฺยถาปิ, อาวุโส, นฬาคารํ วา ติณาคารํ วา สุกฺขํ โกฬาปํ เตโรวสฺสิกํ ปุรตฺถิมาย เจปิ ทิสาย ปุริโส อาทิตฺตาย ติณุกฺกาย อุปสงฺกเมยฺย, ลเภถ อคฺคิ โอตารํ, ลเภถ อคฺคิ อารมฺมณ’’นฺติอาทิ (สํ. นิ. ๔.๒๔๓). ตสฺมา ตตฺถ ชาตานํ ธมฺมานํ โวสคฺคารมฺมณตาย นิพฺพานปติฏฺฐาภาเวน เหตุภูเตน อุปฺปาทิโต โย จิตฺตสฺส เอกคฺคตาสงฺขาโต อุปจารปฺปนาเภโท อวิกฺเขโป, โส สมาธีติ วิปสฺสนาโต ปจฺฉา อุปฺปาทิโต นิพฺเพธภาคิโย สมาธิ นิทฺทิฏฺโฐ โหติ. ตสฺมาเยว หิ อิติ ปฐมํ วิปสฺสนา, ปจฺฉา สมโถติ วุตฺตํ.
๕. ยุคนทฺธนิทฺเทเส ยสฺมา เหฏฺฐา สุตฺตนฺตวณฺณนายํ วุตฺโต ยุคนทฺธกฺกโม ปุริมทฺวยนิทฺเทสนเยเนว ปากโฏ, มคฺคกฺขเณ ยุคนทฺธกฺกโม ปน น ปากโฏ, ตสฺมา ปุพฺพภาเค อเนกนฺติกํ ยุคนทฺธภาวนํ อวตฺวา มคฺคกฺขเณ เอกนฺเตน ลพฺภมานยุคนทฺธภาวนเมว ทสฺเสนฺโต โสฬสหิ อากาเรหีติอาทิมาห. ตตฺถ อารมฺมณฏฺเฐนาติอาทีสุ สตฺตรสสุ อากาเรสุ อนฺเต อุทฺทิฏฺฐํ ยุคนทฺธํ มูลปเทน เอกฏฺฐตฺตา ตํ วิปฺปหาย เสสานํ วเสน ‘‘โสฬสหี’’ติ วุตฺตํ. อารมฺมณฏฺเฐนาติ อาลมฺพนฏฺเฐน, อารมฺมณวเสนาติ อตฺโถ. เอวํ เสเสสุปิ. โคจรฏฺเฐนาติ อารมฺมณฏฺเฐปิ สติ นิสฺสยิตพฺพฏฺฐานฏฺเฐน. ปหานฏฺเฐนาติ ปชหนฏฺเฐน. ปริจฺจาคฏฺเฐนาติ ปหาเนปิ สติ ปุน อนาทิยเนน ปริจฺจาคฏฺเฐน. วุฏฺฐานฏฺเฐนาติ อุคฺคมนฏฺเฐน. วิวฏฺฏนฏฺเฐนาติ อุคฺคมเนปิ สติ อปุนราวฏฺฏเนน นิวตฺตนฏฺเฐน. สนฺตฏฺเฐนาติ นิพฺพุตฏฺเฐน. ปณีตฏฺเฐนาติ นิพฺพุตฏฺเฐปิ สติ อุตฺตมฏฺเฐน, อตปฺปกฏฺเฐน วา. วิมุตฺตฏฺเฐนาติ พนฺธนาปคตฏฺเฐน. อนาสวฏฺเฐนาติ พนฺธนโมกฺเขปิ สติ อารมฺมณํ กตฺวา ปวตฺตมานาสววิรหิตฏฺเฐน. ตรณฏฺเฐนาติ อโนสีทิตฺวา ปิลวนฏฺเฐน, อติกฺกมนฏฺเฐน วา. อนิมิตฺตฏฺเฐนาติ สงฺขารนิมิตฺตวิรหิตฏฺเฐน. อปฺปณิหิตฏฺเฐนาติ ปณิธิวิรหิตฏฺเฐน. สุญฺญตฏฺเฐนาติ อภินิเวสวิรหิตฏฺเฐน. เอกรสฏฺเฐนาติ เอกกิจฺจฏฺเฐน. อนติวตฺตนฏฺเฐนาติ อญฺญมญฺญํ อนติกฺกมนฏฺเฐน. ยุคนทฺธฏฺเฐนาติ ยุคลกฏฺเฐน.
อุทฺธจฺจํ ปชหโต, อวิชฺชํ ปชหโตติ โยคิโน ตสฺส ตสฺส ปฏิปกฺขปฺปหานวเสน วุตฺตํ. นิโรโธ เจตฺถ นิพฺพานเมว. อญฺญมญฺญํ นาติวตฺตนฺตีติ สมโถ เจ วิปสฺสนํ อติวตฺเตยฺย, ลีนปกฺขิกตฺตา สมถสฺส จิตฺตํ โกสชฺชาย สํวตฺเตยฺย. วิปสฺสนา เจ สมถํ อติวตฺเตยฺย, อุทฺธจฺจปกฺขิกตฺตา วิปสฺสนาย จิตฺตํ อุทฺธจฺจาย สํวตฺเตยฺย. ตสฺมา สมโถ จ วิปสฺสนํ อนติวตฺตมาโน โกสชฺชปาตํ น กโรติ, วิปสฺสนา สมถํ อนติวตฺตมานา อุทฺธจฺจปาตํ น กโรติ. สมโถ สมํ ปวตฺตมาโน วิปสฺสนํ อุทฺธจฺจปาตโต รกฺขติ, วิปสฺสนา สมํ ปวตฺตมานา สมถํ โกสชฺชปาตโต รกฺขติ. เอวมิเม อุโภ อญฺญมญฺญํ อนติวตฺตนกิจฺเจน เอกกิจฺจา, สมา หุตฺวา ปวตฺตมาเนน อญฺญมญฺญํ อนติวตฺตมานา อตฺถสิทฺธิกรา โหนฺติ. เตสํ มคฺคกฺขเณ ยุคนทฺธตฺตํ วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนากฺขเณ ยุคนทฺธตฺตาเยว โหติ. ปหานปริจฺจาควุฏฺฐานวิวฏฺฏนกรณานํ มคฺคกิจฺจวเสน วุตฺตตฺตา สกลสฺส มคฺคกิจฺจสฺส ทสฺสนตฺถํ อุทฺธจฺจสหคตกิเลสา จ ขนฺธา จ อวิชฺชาสหคตกิเลสา จ ขนฺธา จ นิทฺทิฏฺฐา. เสสานํ น ตถา วุตฺตตฺตา ปฏิปกฺขธมฺมมตฺตทสฺสนวเสน อุทฺธจฺจาวิชฺชา เอว นิทฺทิฏฺฐา. วิวฏฺฏโตติ นิวตฺตนฺตสฺส.
สมาธิ กามาสวา วิมุตฺโต โหตีติ สมาธิสฺส กามจฺฉนฺทปฏิปกฺขตฺตา วุตฺตํ. ราควิราคาติ ราคสฺส วิราโค สมติกฺกโม เอติสฺสา อตฺถีติ ราควิราคา, ‘‘ราควิราคโต’’ติ นิสฺสกฺกวจนํ วา. ตถา อวิชฺชาวิราคา. เจโตวิมุตฺตีติ มคฺคสมฺปยุตฺโต สมาธิ. ปญฺญาวิมุตฺตีติ มคฺคสมฺปยุตฺตา ปญฺญา. ตรโตติ ตรนฺตสฺส. สพฺพปณิธีหีติ ราคโทสโมหปณิธีหิ, สพฺพปตฺถนาหิ วา. เอวํ จุทฺทส อากาเร วิสฺสชฺชิตฺวา เอกรสฏฺฐญฺจ อนติวตฺตนฏฺฐญฺจ อวิภชิตฺวาว อิเมหิ โสฬสหิ อากาเรหีติ อาห. กสฺมา? เตสํ จุทฺทสนฺนํ อาการานํ เอเกกสฺส อวสาเน ‘‘เอกรสา โหนฺติ, ยุคนทฺธา โหนฺติ, อญฺญมญฺญํ นาติวตฺตนฺตี’’ติ นิทฺทิฏฺฐตฺตา เต เทฺวปิ อาการา นิทฺทิฏฺฐาว โหนฺติ. ตสฺมา ‘‘โสฬสหี’’ติ อาห. ยุคนทฺธฏฺโฐ ปน อุทฺเทเสปิ น ภณิโตเยวาติ.
๒. ธมฺมุทฺธจฺจวารนิทฺเทสวณฺณนา
๖. ธมฺมุทฺธจฺจวาเร อนิจฺจโต มนสิกโรโต โอภาโส อุปฺปชฺชตีติ อุทยพฺพยานุปสฺสนาย ฐิตสฺส ตีหิ อนุปสฺสนาหิ ปุนปฺปุนํ สงฺขาเร วิปสฺสนฺตสฺส วิปสฺสนฺตสฺส วิปสฺสนาญาเณสุ ปริปากคเตสุ ตทงฺควเสน กิเลสปฺปหาเนน ปริสุทฺธจิตฺตสฺส อนิจฺจโต วา ทุกฺขโต วา อนตฺตโต วา มนสิการกฺขเณ วิปสฺสนาญาณานุภาเวน ปกติยาว โอภาโส อุปฺปชฺชตีติ ปฐมํ ตาว อนิจฺจโต มนสิกโรโต โอภาโส กถิโต. อกุสโล วิปสฺสโก ตสฺมึ โอภาเส อุปฺปนฺเน ‘‘น จ วต เม อิโต ปุพฺเพ เอวรูโป โอภาโส อุปฺปนฺนปุพฺโพ, อทฺธา มคฺคํ ปตฺโตมฺหิ, ผลํ ปตฺโตมฺหี’’ติ อมคฺคํเยว ‘‘มคฺโค’’ติ, อผลเมว ‘‘ผล’’นฺติ คณฺหาติ. ตสฺส อมคฺคํ ‘‘มคฺโค’’ติ, อผลํ ‘‘ผล’’นฺติ คณฺหโต วิปสฺสนาวีถิ อุกฺกนฺตา โหติ. โส อตฺตโน วิปสฺสนาวีถึ วิสฺสชฺเชตฺวา วิกฺเขปมาปนฺโน วา โอภาสเมว ตณฺหาทิฏฺฐิมญฺญนาหิ มญฺญมาโน วา นิสีทติ. โส โข ปนายํ โอภาโส กสฺสจิ ภิกฺขุโน ปลฺลงฺกฏฺฐานมตฺตเมว โอภาเสนฺโต อุปฺปชฺชติ, กสฺสจิ อนฺโตคพฺภํ, กสฺสจิ พหิคพฺภมฺปิ, กสฺสจิ สกลวิหารํ, คาวุตํ อฑฺฒโยชนํ โยชนํ ทฺวิโยชนํ…เป… กสฺสจิ ปถวิตลโต ยาว อกนิฏฺฐพฺรหฺมโลกา เอกาโลกํ กุรุมาโน. ภควโต ปน ทสสหสฺสิโลกธาตุํ โอภาเสนฺโต อุทปาทิ. อยญฺหิ โอภาโส จตุรงฺคสมนฺนาคเตปิ อนฺธกาเร ตํ ตํ ฐานํ โอภาเสนฺโต อุปฺปชฺชติ.
โอภาโส ธมฺโมติ โอภาสํ อาวชฺชตีติ อยํ โอภาโส มคฺคธมฺโม ผลธมฺโมติ วา ตํ ตํ โอภาสํ มนสิ กโรติ. ตโต วิกฺเขโป อุทฺธจฺจนฺติ ตโต โอภาสโต ธมฺโมติ อาวชฺชนกรณโต วา โย อุปฺปชฺชติ วิกฺเขโป, โส อุทฺธจฺจํ นามาติ อตฺโถ. เตน อุทฺธจฺเจน วิคฺคหิตมานโสติ เตน เอวํ อุปฺปชฺชมาเนน อุทฺธจฺเจน วิโรธิตจิตฺโต, เตน วา อุทฺธจฺเจน การณภูเตน ตมฺมูลกกิเลสุปฺปตฺติยา วิโรธิตจิตฺโต วิปสฺสโก วิปสฺสนาวีถึ โอกฺกมิตฺวา วิกฺเขปํ วา ตมฺมูลกกิเลเสสุ วา ฐิตตฺตา อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต อุปฏฺฐานานิ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ. ‘‘เตน วุจฺจติ ธมฺมุทฺธจฺจวิคฺคหิตมานโส’’ติ เอวํ อิติ-สทฺโท โยเชตพฺโพ. โหติ โส สมโยติ เอวํ อสฺสาทวเสน อุปกฺกิลิฏฺฐจิตฺตสฺสาปิ โยคิโน สเจ อุปปริกฺขา อุปฺปชฺชติ, โส เอวํ ปชานาติ – ‘‘วิปสฺสนา นาม สงฺขารารมฺมณา, มคฺคผลานิ นิพฺพานารมฺมณานิ, อิมานิ จ จิตฺตานิ สงฺขารารมฺมณานิ, ตสฺมา นายโมภาโส มคฺโค, อุทยพฺพยานุปสฺสนาเยว นิพฺพานสฺส โลกิโก มคฺโค’’ติ มคฺคามคฺคํ ววตฺถเปตฺวา ตํ วิกฺเขปํ ปริวชฺชยิตฺวา อุทยพฺพยานุปสฺสนาย ฐตฺวา สาธุกํ สงฺขาเร อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต วิปสฺสติ. เอวํ อุปปริกฺขนฺตสฺส โส สมโย โหติ. เอวํ อปสฺสนฺโต ปน ‘‘มคฺคผลปฺปตฺโตมฺหี’’ติ อธิมานิโก โหติ.
ยํ ตํ จิตฺตนฺติ ยํ ตํ วิปสฺสนาจิตฺตํ. อชฺฌตฺตเมวาติ อนิจฺจานุปสฺสนาย อารมฺมเณ โคจรชฺฌตฺเตเยว. ญาณํ อุปฺปชฺชตีติ ตสฺเสว โยคาวจรสฺส รูปารูปธมฺเม ตุลยนฺตสฺส ตีรยนฺตสฺส วิสฺสฏฺฐอินฺทวชิรมิว อวิหตเวคํ ติขิณํ สูรมติวิสทํ วิปสฺสนาญาณํ อุปฺปชฺชติ. ปีติ อุปฺปชฺชตีติ ตสฺเสว ตสฺมึ สมเย ขุทฺทิกา ปีติ, ขณิกา ปีติ, โอกฺกนฺติกา ปีติ, อุพฺเพคา ปีติ, ผรณา ปีตีติ อยํ ปญฺจวิธา วิปสฺสนาสมฺปยุตฺตา ปีติ สกลสรีรํ ปูรยมานา อุปฺปชฺชติ. ปสฺสทฺธิ อุปฺปชฺชตีติ ตสฺเสว ตสฺมึ สมเย กายจิตฺตานํ เนว ทรโถ, น คารวตา, น กกฺขฬตา, น อกมฺมญฺญตา, น เคลญฺญตา, น วงฺกตา โหติ. อถ โข ปนสฺส กายจิตฺตานิ ปสฺสทฺธานิ ลหูนิ มุทูนิ กมฺมญฺญานิ ปคุณานิ สุวิสทานิ อุชุกานิเยว โหนฺติ. โส อิเมหิ ปสฺสทฺธาทีหิ อนุคฺคหิตกายจิตฺโต ตสฺมึ สมเย อมานุสึ นาม รตึ อนุภวติ. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ –
‘‘สุญฺญาคารํ ปวิฏฺฐสฺส, สนฺตจิตฺตสฺส ภิกฺขุโน;
อมานุสี รตี โหติ, สมฺมา ธมฺมํ วิปสฺสโต.
‘‘ยโต ยโต สมฺมสติ, ขนฺธานํ อุทยพฺพยํ;
ลภตี ปีติปาโมชฺชํ, อมตํ ตํ วิชานต’’นฺติ. (ธ. ป. ๓๗๓-๔) –
เอวมสฺส อิมํ อมานุสึ รตึ สาธยมานา ลหุตาทีหิ สหิตา วิปสฺสนาสมฺปยุตฺตา กายจิตฺตปสฺสทฺธิ อุปฺปชฺชติ. สุขํ อุปฺปชฺชตีติ ตสฺเสว ตสฺมึ สมเย สกลสรีรํ อภิสนฺทยมานํ วิปสฺสนาสมฺปยุตฺตํ สุขํ อุปฺปชฺชติ. อธิโมกฺโข อุปฺปชฺชตีติ ตสฺเสว ตสฺมึ สมเย จิตฺตเจตสิกานํ อติสยปสาทภูตา วิปสฺสนาสมฺปยุตฺตา สทฺธา อุปฺปชฺชติ. ปคฺคโห อุปฺปชฺชตีติ ตสฺเสว ตสฺมึ สมเย อสิถิลมนจฺจารทฺธํ สุปคฺคหิตํ วิปสฺสนาสมฺปยุตฺตํ วีริยํ อุปฺปชฺชติ. อุปฏฺฐานํ อุปฺปชฺชตีติ ตสฺเสว ตสฺมึ สมเย สูปฏฺฐิตา สุปฺปติฏฺฐิตา นิขาตา อจลา ปพฺพตราชสทิสา วิปสฺสนาสมฺปยุตฺตา สติ อุปฺปชฺชติ. โส ยํ ยํ ฐานํ อาวชฺชติ สมนฺนาหรติ มนสิ กโรติ ปจฺจเวกฺขติ, ตํ ตํ ฐานมสฺส โอกฺกนฺติตฺวา ปกฺขนฺทิตฺวา ทิพฺพจกฺขุโน ปรโลโก วิย สติยา อุปฏฺฐาติ (วิสุทฺธิ. ๒.๗๓๔).
อุเปกฺขาติ วิปสฺสนุเปกฺขา เจว อาวชฺชนุเปกฺขา จ. ตสฺมิญฺหิ สมเย สพฺพสงฺขาเรสุ มชฺฌตฺตภูตา วิปสฺสนุเปกฺขาปิ พลวตี อุปฺปชฺชติ, มโนทฺวาเร อาวชฺชนุเปกฺขาปิ. สา หิสฺส ตํ ตํ ฐานํ อาวชฺชนฺตสฺส วิสฺสฏฺฐอินฺทวชิรมิว ปตฺตปุเฏ ปกฺขนฺทตตฺตนาราโจ วิย จ สูรา ติขิณา หุตฺวา วหติ. เอวญฺหิ วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๒.๗๓๔) วุตฺตํ. วิปสฺสนุเปกฺขาติ เจตฺถ ‘‘วิปสฺสนาสมฺปยุตฺตา ตตฺรมชฺฌตฺตุเปกฺขา’’ติ อาจริยา วทนฺติ. วิปสฺสนาญาเณ หิ คยฺหมาเน ‘‘ญาณํ อุปฺปชฺชตี’’ติ วิปสฺสนาญาณสฺส อาคตตฺตา ปุนรุตฺติโทโส โหติ. ตติยชฺฌานวณฺณนายญฺจ ‘‘สงฺขารุเปกฺขาวิปสฺสนุเปกฺขานมฺปิ อตฺถโต เอกีภาโว. ปญฺญา เอว หิ สา, กิจฺจวเสน ทฺวิธา ภินฺนา’’ติ วุตฺตํ. ตสฺมา วิปสฺสนาสมฺปยุตฺตาย ตตฺรมชฺฌตฺตุเปกฺขาย วุจฺจมานาย ปุนรุตฺติโทโส จ น โหติ, ตติยชฺฌานวณฺณนาย จ สเมติ. ยสฺมา จ ปญฺจสุ อินฺทฺริเยสุ ‘‘ญาณํ อธิโมกฺโข ปคฺคโห อุปฏฺฐาน’’นฺติ ปญฺญินฺทฺริยสทฺธินฺทฺริยวีริยินฺทฺริยสตินฺทฺริยานิ นิทฺทิฏฺฐานิ, สมาธินฺทฺริยํ ปน อนิทฺทิฏฺฐํ โหติ, ยุคนทฺธวเสนาปิ จ สมาธินฺทฺริยํ นิทฺทิสิตพฺพเมว โหติ, ตสฺมา สมปฺปวตฺโต สมาธิ ปุน สมาธาเน พฺยาปารปฺปหานกรเณน ‘‘อุเปกฺขา’’ติ วุตฺโตติ เวทิตพฺพํ.
นิกนฺติ อุปฺปชฺชตีติ เอวํ โอภาสาทิปฏิมณฺฑิตาย วิปสฺสนาย อาลยํ กุรุมานา สุขุมา สนฺตาการา นิกนฺติ อุปฺปชฺชติ, ยา กิเลโสติ ปริคฺคเหตุมฺปิ น สกฺกา โหติ. ยถา จ โอภาเส, เอวํ เอเตสุปิ อญฺญตรสฺมึ อุปฺปนฺเน โยคาวจโร ‘‘น จ วต เม อิโต ปุพฺเพ เอวรูปํ ญาณํ อุปฺปนฺนปุพฺพํ, เอวรูปา ปีติ ปสฺสทฺธิ สุขํ อธิโมกฺโข ปคฺคโห อุปฏฺฐานํ อุเปกฺขา นิกนฺติ อุปฺปนฺนปุพฺพา, อทฺธา มคฺคํ ปตฺโตมฺหิ, ผลํ ปตฺโตมฺหี’’ติ อมคฺคเมว ‘‘มคฺโค’’ติ, อผลเมว ‘‘ผล’’นฺติ คณฺหาติ. ตสฺส อมคฺคํ ‘‘มคฺโค’’ติ, อผลญฺจ ‘‘ผล’’นฺติ คณฺหโต วิปสฺสนาวีถิ อุกฺกนฺตา โหติ. โส อตฺตโน มูลกมฺมฏฺฐานํ วิสฺสชฺเชตฺวา นิกนฺติเมว อสฺสาเทนฺโต นิสีทติ. เอตฺถ จ โอภาสาทโย อุปกฺกิเลสวตฺถุตาย อุปกฺกิเลสาติ วุตฺตา, น อกุสลตฺตา. นิกนฺติ ปน อุปกฺกิเลโส เจว อุปกฺกิเลสวตฺถุ จ. วตฺถุวเสเนว เจเต ทส, คาหวเสน ปน สมตึส โหนฺติ. กถํ? ‘‘มม โอภาโส อุปฺปนฺโน’’ติ คณฺหโต หิ ทิฏฺฐิคฺคาโห โหติ, ‘‘มนาโป วต โอภาโส อุปฺปนฺโน’’ติ คณฺหโต มานคฺคาโห, โอภาสํ อสฺสาทยโต ตณฺหาคฺคาโห. อิติ โอภาเส ทิฏฺฐิมานตณฺหาวเสน ตโย คาหา. ตถา เสเสสุปีติ เอวํ คาหวเสน สมตึส อุปกฺกิเลสา โหนฺติ. ทุกฺขโต มนสิกโรโต, อนตฺตโต มนสิกโรโตติ วาเรสุปิ อิมินาว นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เอเกกอนุปสฺสนาวเสน เหตฺถ เอเกกสฺส วิปสฺสนุปกฺกิเลสุปฺปตฺติ เวทิตพฺพา, น เอกสฺเสว.
ตีสุ อนุปสฺสนาสุ. เอวํ อเภทโต วิปสฺสนาวเสน อุปกฺกิเลเส ทสฺเสตฺวา ปุน เภทวเสน ทสฺเสนฺโต รูปํ อนิจฺจโต มนสิกโรโตติอาทิมาห. ตตฺถ ชรามรณํ อนิจฺจโต อุปฏฺฐานนฺติ ชรามรณสฺส อนิจฺจโต อุปฏฺฐานํ.
๗. ยสฺมา ปุพฺเพ วุตฺตานํ สมตึสาย อุปกฺกิเลสานํ วเสน อกุสโล อพฺยตฺโต โยคาวจโร โอภาสาทีสุ วิกมฺปติ, โอภาสาทีสุ เอเกกํ ‘‘เอตํ มม, เอโสหมสฺมิ, เอโส เม อตฺตา’’ติ สมนุปสฺสติ, ตสฺมา ตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต โอภาเส เจว ญาเณ จาติอาทิคาถาทฺวยมาห. ตตฺถ วิกมฺปตีติ โอภาสาทิเก อารมฺมเณ นานากิเลสวเสน วิวิธา กมฺปติ เวธติ. เยหิ จิตฺตํ ปเวธตีติ เยหิ ปสฺสทฺธิสุเขหิ จิตฺตํ นานากิเลสวเสน นานปฺปกาเรน เวธติ กมฺปติ. ตสฺมา ปสฺสทฺธิยา สุเข เจว โยคาวจโร วิกมฺปตีติ สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ. อุเปกฺขาวชฺชนาย เจวาติ อุเปกฺขาสงฺขาตาย อาวชฺชนาย เจว วิกมฺปติ, อาวชฺชนุเปกฺขาย เจว วิกมฺปตีติ อตฺโถ. วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๒.๗๓๖) ปน ‘‘อุเปกฺขาวชฺชนายญฺจา’’ติ วุตฺตํ. อุเปกฺขาย จาติ เหฏฺฐา วุตฺตปฺปการาย อุเปกฺขาย จ วิกมฺปติ, นิกนฺติยา จ วิกมฺปตีติ อตฺโถ. เอตฺถ จ ทฺวินฺนํ อุเปกฺขานํ นิทฺทิฏฺฐตฺตา เหฏฺฐา ‘‘อุเปกฺขา อุปฺปชฺชตี’’ติ วุตฺตฏฺฐาเน จ อุภยถา อตฺโถ วุตฺโต. อนิจฺจานุปสฺสนาทีสุ จ เอเกกิสฺสาเยว อาวชฺชนุเปกฺขาย สพฺภาวโต เอเกกาเยว อนุปสฺสนา อนิจฺจํ อนิจฺจํ, ทุกฺขํ ทุกฺขํ, อนตฺตา อนตฺตาติ ปุนปฺปุนํ ภาวียตีติ วุตฺตํ โหติ. ยสฺมา ปน กุสโล ปณฺฑิโต พฺยตฺโต พุทฺธิสมฺปนฺโน โยคาวจโร โอภาสาทีสุ อุปฺปนฺเนสุ ‘‘อยํ โข เม โอภาโส อุปฺปนฺโน, โส โข ปนายํ อนิจฺโจ สงฺขโต ปฏิจฺจสมุปฺปนฺโน ขยธมฺโม วยธมฺโม วิราคธมฺโม นิโรธธมฺโม’’ติ อิติ วา นํ ปญฺญาย ปริจฺฉินฺทติ อุปปริกฺขติ. อถ วา ปนสฺส เอวํ โหติ – สเจ โอภาโส อตฺตา ภเวยฺย, ‘‘อตฺตา’’ติ คเหตุํ วฏฺเฏยฺย. อนตฺตาว ปนายํ ‘‘อตฺตา’’ติ คหิโต. ตสฺมายํ อวสวตฺตนฏฺเฐน อนตฺตาติ ปสฺสนฺโต ทิฏฺฐึ อุคฺฆาเฏติ. สเจ โอภาโส นิจฺโจ ภเวยฺย, ‘‘นิจฺโจ’’ติ คเหตุํ วฏฺเฏยฺย. อนิจฺโจว ปนายํ ‘‘นิจฺโจ’’ติ คหิโต. ตสฺมายํ หุตฺวา อภาวฏฺเฐน อนิจฺโจติ ปสฺสนฺโต มานํ สมุคฺฆาเฏติ. สเจ โอภาโส สุโข ภเวยฺย, ‘‘สุโข’’ติ คเหตุํ วฏฺเฏยฺย. ทุกฺโขว ปนายํ ‘‘สุโข’’ติ คหิโต. ตสฺมายํ อุปฺปาทวยปฏิปีฬนฏฺเฐน ทุกฺโขติ ปสฺสนฺโต นิกนฺตึ ปริยาทิยติ. ยถา จ โอภาเส, เอวํ เสเสสุปิ.
เอวํ อุปปริกฺขิตฺวา โอภาสํ ‘‘เนตํ มม, เนโสหมสฺมิ, น เมโส อตฺตา’’ติ สมนุปสฺสติ. ญาณํ…เป… นิกนฺตึ ‘‘เนตํ มม, เนโสหมสฺมิ, น เมโส อตฺตา’’ติ สมนุปสฺสติ. เอวํ สมนุปสฺสนฺโต โอภาสาทีสุ น กมฺปติ น เวธติ. ตสฺมา ตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต อิมานิ ทส ฐานานีติ คาถมาห. ตตฺถ ทส ฐานานีติ โอภาสาทีนิ. ปญฺญา ยสฺส ปริจฺจิตาติ ยสฺส อุปกฺกิเลสวิมุตฺตาย ปญฺญาย ปริจิตานิ ปุนปฺปุนํ ผุฏฺฐานิ ปริภาวิตานิ. ธมฺมุทฺธจฺจกุสโล โหตีติ โส ปญฺญาย ปริจิตทสฏฺฐาโน โยคาวจโร ปุพฺเพ วุตฺตปฺปการสฺส ธมฺมุทฺธจฺจสฺส ยถาสภาวปฏิเวเธน เฉโก โหติ. น จ สมฺโมห คจฺฉตีติ ธมฺมุทฺธจฺจกุสลตฺตาเยว ตณฺหามานทิฏฺฐุคฺฆาฏวเสน สมฺโมหญฺจ น คจฺฉติ.
อิทานิ ปุพฺเพ วุตฺตเมว วิธึ อปเรน ปริยาเยน วิภาเวตฺวา ทสฺเสนฺโต วิกฺขิปติ เจว กิลิสฺสติ จาติอาทิคาถมาห. ตตฺถ มนฺทปญฺโญ โยคาวจโร โอภาสาทีสุ วิกฺเขปญฺจ อวเสสกิเลสุปฺปตฺติญฺจ ปาปุณาติ. มชฺฌิมปญฺโญ วิกฺเขปเมว ปาปุณาติ, นาวเสสกิเลสุปฺปตฺตึ, โส อธิมานิโก โหติ. ติกฺขปญฺโญ วิกฺเขปํ ปาปุณิตฺวาปิ ตํ อธิมานํ ปหาย วิปสฺสนํ อารภติ. อติติกฺขปญฺโญ น วิกฺเขปํ ปาปุณาติ, น จาวเสสกิเลสุปฺปตฺตึ. วิกฺขิปฺปติ เจวาติ เตสุ มนฺทปญฺโญ ธมฺมุทฺธจฺจสงฺขาตํ วิกฺเขปญฺเจว ปาปุณียติ. กิลิสฺสติ จาติ ตณฺหามานทิฏฺฐิกิเลเสหิ กิเลสียติ จ, อุปตาปียติ วิพาธียตีติ อตฺโถ. จวติ จิตฺตภาวนาติ ตสฺส มนฺทปญฺญสฺส วิปสฺสนาจิตฺตภาวนา กิเลเสสุเยว ฐานโต ปฏิปกฺขาวิหตตฺตา จวติ, ปริปตตีติ อตฺโถ. วิกฺขิปติ น กิลิสฺสตีติ มชฺฌิมปญฺโญ วิกฺเขเปน วิกฺขิปติ, กิเลเสหิ น กิลิสฺสติ. ภาวนา ปริหายตีติ ตสฺส มชฺฌิมปญฺญสฺส อธิมานิกตฺตา วิปสฺสนารมฺภาภาเวน วิปสฺสนา ปริหายติ, นปฺปวตฺตตีติ อตฺโถ. วิกฺขิปติ น กิลิสฺสตีติ ติกฺขปญฺโญปิ วิกฺเขเปน วิกฺขิปติ, กิเลเสหิ น กิลิสฺสติ. ภาวนา น ปริหายตีติ ตสฺส ติกฺขปญฺญสฺส สนฺเตปิ วิกฺเขเป ตํ อธิมานวิกฺเขปํ ปหาย วิปสฺสนารมฺภสพฺภาเวน วิปสฺสนาภาวนา น ปริหายติ, ปวตฺตตีติ อตฺโถ. น จ วิกฺขิปเต จิตฺตํ น กิลิสฺสตีติ อติติกฺขปญฺญสฺส จิตฺตํ น วิกฺเขเปน วิกฺขิปติ, น จ กิเลเสหิ กิลิสฺสติ. น จวติ จิตฺตภาวนาติ ตสฺส วิปสฺสนาจิตฺตภาวนา น จวติ, วิกฺเขปกิเลสาภาเวน ยถาฐาเน ติฏฺฐตีติ อตฺโถ.
อิเมหิ จตูหิ ฐาเนหีติอาทีสุ อิทานิ วุตฺเตหิ อิเมหิ จตูหิ ฐาเนหิ เหตุภูเตหิ, กรณภูเตหิ วา โอภาสาทิเก ทส ฐาเน จิตฺตสฺส สงฺเขเปน จ วิกฺเขเปน จ วิคฺคหิตํ มานสํ วิกฺเขปกิเลสุปฺปตฺติวิรหิโต จตุตฺโถ กุสโล มหาปญฺโญ โยคาวจโร มนฺทปญฺญาทีนํ ติณฺณํ โยคาวจรานํ มานสํ เอวญฺจ เอวญฺจ โหตีติ นานปฺปการโต ชานาตีติ สมฺพนฺธโต อตฺถวณฺณนา เวทิตพฺพา. สงฺเขโปติ เจตฺถ วิกฺเขปสฺส เจว กิเลสานญฺจ อุปฺปตฺติวเสน จิตฺตสฺส ลีนภาโว เวทิตพฺโพ. วิกฺเขโปติ ‘‘วิกฺขิปติ น กิลิสฺสตี’’ติ ทฺวีสุ ฐาเนสุ วุตฺตวิกฺเขปวเสน จิตฺตสฺส อุทฺธตภาโว เวทิตพฺโพติ.
ยุคนทฺธกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. สจฺจกถา
สจฺจกถาวณฺณนา
๘. อิทานิ ยุคนทฺธคุณสฺส อริยมคฺคสฺส วเสน สจฺจฏฺฐํ สจฺจปฏิเวธวิเสสํ สจฺจลกฺขณาทิวิธานญฺจ ทสฺเสนฺเตน กถิตาย สุตฺตนฺตปุพฺพงฺคมาย สจฺจกถาย อปุพฺพตฺถานุวณฺณนา. ตตฺถ สุตฺตนฺเต ตาว ตถานีติ ยถาสภาววเสน ตจฺฉานิ. ยถาสภาวภูตาเนว หิ ธมฺมชาตานิ สจฺจฏฺเฐน สจฺจานิ. สจฺจฏฺโฐ ปฐมญาณนิทฺเทสวณฺณนายํ วุตฺโต. อวิตถานีติ วุตฺตสภาเว วิปริยายวิรหิตานิ. น หิ สจฺจานิ อสจฺจานิ นาม โหนฺติ. อนญฺญถานีติ อญฺญสภาววิรหิตานิ. น หิ อสจฺจานิ สจฺจานิ นาม โหนฺติ. อิทํ ทุกฺขนฺติ, ภิกฺขเว, ตถเมตนฺติ ภิกฺขเว, อิทํ ทุกฺขนฺติ ยํ วุจฺจติ, เอตํ ยถาสภาวตฺตา ตถํ. ทุกฺขเมว หิ ทุกฺขํ. วุตฺตสภาเว วิปริยายาภาวโต อวิตถํ. น หิ ทุกฺขํ อทุกฺขํ นาม โหติ. อญฺญสภาววิรหิตตฺตา อนญฺญถํ. น หิ ทุกฺขํ สมุทยาทิสภาวํ โหติ. สมุทยาทีสุปิ เอเสว นโย.
๑. ปฐมสุตฺตนฺตนิทฺเทสวณฺณนา
ตถฏฺเฐนาติ ยถาสภาวฏฺเฐน. ปีฬนฏฺฐาทโย ญาณกถายํ วุตฺตตฺถาเยว.
๙. เอกปฺปฏิเวธานีติ เอเกน มคฺคญาเณน ปฏิเวโธ, เอกโต วา ปฏิเวโธ เอเตสนฺติ เอกปฺปฏิเวธานิ. อนตฺตฏฺเฐนาติ จตุนฺนมฺปิ สจฺจานํ อตฺตวิรหิตตฺตา อนตฺตฏฺเฐน. วุตฺตเญฺหตํ วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๒.๕๖๗) – ปรมตฺถโต หิ สพฺพาเนว สจฺจานิ เวทกการกนิพฺพุตคมกาภาวโต สุญฺญานีติ เวทิตพฺพานิ. เตเนตํ วุจฺจติ –
‘‘ทุกฺขเมว หิ, น โกจิ ทุกฺขิโต, การโก น, กิริยาว วิชฺชติ;
อตฺถิ นิพฺพุติ, น นิพฺพุโต ปุมา, มคฺคมตฺถิ, คมโก น วิชฺชตี’’ติ. (วิสุทฺธิ. ๒.๕๖๗);
อถ วา –
‘‘ธุวสุภสุขตฺตสุญฺญํ, ปุริมทฺวยมตฺตสุญฺญมมตปทํ;
ธุวสุขอตฺตวิรหิโต, มคฺโค อิติ สุญฺญตา เตสู’’ติ. (วิสุทฺธิ. ๒.๕๖๗);
สจฺจฏฺเฐนาติ อวิสํวาทกฏฺเฐน. ปฏิเวธฏฺเฐนาติ มคฺคกฺขเณ ปฏิวิชฺฌิตพฺพฏฺเฐน. เอกสงฺคหิตานีติ ตถฏฺฐาทินา เอเกเกเนว อตฺเถน สงฺคหิตานิ, เอกคณนํ คตานีติ อตฺโถ. ยํ เอกสงฺคหิตํ, ตํ เอกตฺตนฺติ ยสฺมา เอเกน สงฺคหิตํ, ตสฺมา เอกตฺตนฺติ อตฺโถ. สจฺจานํ พหุตฺเตปิ เอกตฺตมเปกฺขิตฺวา เอกวจนํ กตํ. เอกตฺตํ เอเกน ญาเณน ปฏิวิชฺฌตีติ ปุพฺพภาเค จตุนฺนํ สจฺจานํ นานตฺเตกตฺตํ สฺวาวตฺถิตํ ววตฺถเปตฺวา ฐิโต มคฺคกฺขเณ เอเกน มคฺคญาเณน ตถฏฺฐาทิตํตํเอกตฺตํ ปฏิวิชฺฌติ. กถํ? นิโรธสจฺจสฺส ตถฏฺฐาทิเก เอกตฺเต ปฏิวิทฺเธ เสสสจฺจานมฺปิ ตถฏฺฐาทิกํ เอกตฺตํ ปฏิวิทฺธเมว โหติ. ยถา ปุพฺพภาเค ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ นานตฺเตกตฺตํ สฺวาวตฺถิตํ ววตฺถเปตฺวา ฐิตสฺส มคฺควุฏฺฐานกาเล อนิจฺจโต วา ทุกฺขโต วา อนตฺตโต วา วุฏฺฐหนฺตสฺส เอกสฺมิมฺปิ ขนฺเธ อนิจฺจาทิโต ทิฏฺเฐ เสสขนฺธาปิ อนิจฺจาทิโต ทิฏฺฐาว โหนฺติ, เอวมิทนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ทุกฺขสฺส ทุกฺขฏฺโฐ ตถฏฺโฐติ ทุกฺขสจฺจสฺส ปีฬนฏฺฐาทิโก จตุพฺพิโธ อตฺโถ สภาวฏฺเฐน ตถฏฺโฐ. เสสสจฺเจสุปิ เอเสว นโย. โสเยว จตุพฺพิโธ อตฺโถ อตฺตาภาวโต อนตฺตฏฺโฐ. วุตฺตสภาเว อวิสํวาทกโต สจฺจฏฺโฐ. มคฺคกฺขเณ ปฏิวิชฺฌิตพฺพโต ปฏิเวธฏฺโฐ วุตฺโตติ เวทิตพฺพํ.
๑๐. ยํ อนิจฺจนฺติอาทิ สามญฺญลกฺขณปุพฺพงฺคมํ กตฺวา ทสฺสิตํ. ตตฺถ ยํ อนิจฺจํ, ตํ ทุกฺขํ. ยํ ทุกฺขํ, ตํ อนิจฺจนฺติ ทุกฺขสมุทยมคฺคา คหิตา. ตานิ หิ ตีณิ สจฺจานิ อนิจฺจานิ เจว อนิจฺจตฺตา ทุกฺขานิ จ. ยํ อนิจฺจญฺจ ทุกฺขญฺจ, ตํ อนตฺตาติ ตานิเยว ตีณิ คหิตานิ. ยํ อนิจฺจญฺจ ทุกฺขญฺจ อนตฺตา จาติ เตหิ ตีหิ สห นิโรธสจฺจญฺจ สงฺคหิตํ. จตฺตาริปิ หิ อนตฺตาเยว. ตํ ตถนฺติ ตํ สจฺจจตุกฺกํ สภาวภูตํ. ตํ สจฺจนฺติ ตเทว สจฺจจตุกฺกํ ยถาสภาเว อวิสํวาทกํ. นวหากาเรหีติอาทีสุ ‘‘สพฺพํ, ภิกฺขเว, อภิญฺเญยฺย’’นฺติ (ปฏิ. ม. ๑.๓; สํ. นิ. ๔.๔๖) วจนโต อภิญฺญฏฺเฐน, ทุกฺขสฺส ปริญฺญฏฺเฐ, สมุทยสฺส ปหานฏฺเฐ, มคฺคสฺส ภาวนฏฺเฐ, นิโรธสฺส สจฺฉิกิริยฏฺเฐ อาเวนิเกปิ อิธ จตูสุปิ สจฺเจสุ ญาตปริญฺญาสพฺภาวโต ปริญฺญฏฺเฐน, จตุสจฺจทสฺสเนน ปหานสพฺภาวโต ปหานฏฺเฐน, จตุสจฺจภาวนาสพฺภาวโต ภาวนฏฺเฐน, จตุนฺนํ สจฺจานํ สจฺฉิกิริยสพฺภาวโต สจฺฉิกิริยฏฺเฐนาติ นิทฺทิฏฺฐนฺติ เวทิตพฺพํ. นวหากาเรหิ ตถฏฺเฐนาติอาทีสุ ปฐมํ วุตฺตนเยเนว โยชนา กาตพฺพา.
๑๑. ทฺวาทสหิ อากาเรหีติอาทีสุ ตถฏฺฐาทโย ญาณกถายํ วุตฺตตฺถา. เอเตสํ นิทฺเทเสปิ วุตฺตนเยเนว โยชนา เวทิตพฺพา.
๑๒. สจฺจานํ กติ ลกฺขณานีติอาทีสุ อุปริ วตฺตพฺพานิ ฉ ลกฺขณานิ สงฺขตาสงฺขตวเสน ทฺวิธา ภินฺทิตฺวา เทฺว ลกฺขณานีติ อาห. ตตฺถ สงฺขตลกฺขณญฺจ อสงฺขตลกฺขณญฺจาติ ‘‘ตีณิมานิ, ภิกฺขเว, สงฺขตสฺส สงฺขตลกฺขณานิ อุปฺปาโท ปญฺญายติ, วโย ปญฺญายติ, ฐิตสฺส อญฺญถตฺตํ ปญฺญายติ. ตีณิมานิ, ภิกฺขเว, อสงฺขตสฺส อสงฺขตลกฺขณานิ น อุปฺปาโท ปญฺญายติ, น วโย ปญฺญายติ, น ฐิตสฺส อญฺญถตฺตํ ปญฺญายตี’’ติ (อ. นิ. ๓.๔๗-๔๘) เอวํ วุตฺตํ สงฺขตสฺส สงฺขตมิติ ลกฺขณญฺจ อสงฺขตสฺส อสงฺขตมิติ ลกฺขณญฺจ. สงฺขตํ ปน น ลกฺขณํ, ลกฺขณํ น สงฺขตํ. น จ สงฺขตํ วินา ลกฺขณํ ปญฺญาเปตุํ สกฺกา, นปิ ลกฺขณํ วินา สงฺขตํ. ลกฺขเณน ปน สงฺขตํ ปากฏํ โหติ.
ปุน ตเทว ลกฺขณทฺวยํ วิตฺถารโต ทสฺเสนฺโต ฉ ลกฺขณานีติ อาห. สงฺขตานํ สจฺจานนฺติ ทุกฺขสมุทยมคฺคสจฺจานํ. ตานิ หิ ปจฺจเยหิ สงฺคมฺม กตตฺตา สงฺขตานิ. อุปฺปาโทติ ชาติ. ปญฺญายตีติ ชานียติ. วโยติ ภงฺโค. ฐิตานํ อญฺญถตฺตนฺติ ฐิติปฺปตฺตานํ อญฺญถาภาโว ชรา. ติณฺณํ สงฺขตสจฺจานํ นิปฺผนฺนตฺตา อุปฺปาทวยญฺญถตฺตํ วุตฺตํ, เตสํเยว ปน อุปฺปาทสฺส, ชราย ภงฺคสฺส จ อนิปฺผนฺนตฺตา อุปฺปาทวยญฺญถตฺตํ น วตฺตพฺพํ. สงฺขตนิสฺสิตตฺตา อุปฺปาทวยญฺญถตฺตํ น ปญฺญายตีติ น วตฺตพฺพํ. สงฺขตวิการตฺตา ปน สงฺขตนฺติ วตฺตพฺพํ. ทุกฺขสมุทยานํ อุปฺปาทชราภงฺคา สจฺจปริยาปนฺนา, มคฺคสจฺจสฺส อุปฺปาทชราภงฺคา น สจฺจปริยาปนฺนาติ วทนฺติ. ตตฺถ ‘‘สงฺขตานํ อุปฺปาทกฺขเณ สงฺขตาปิ อุปฺปาทลกฺขณมฺปิ กาลสงฺขาโต ตสฺส ขโณปิ ปญฺญายติ, อุปฺปาเท วีติวตฺเต สงฺขตาปิ ชราลกฺขณมฺปิ กาลสงฺขาโต ตสฺส ขโณปิ ปญฺญายติ, ภงฺคกฺขเณ สงฺขตาปิ ชราปิ ภงฺคลกฺขณมฺปิ กาลสงฺขาโต ตสฺส ขโณปิ ปญฺญายตี’’ติ ขนฺธกวคฺคฏฺฐกถายํ (สํ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๓.๓๗-๓๘) วุตฺตํ. อสงฺขตสฺส สจฺจสฺสาติ นิโรธสจฺจสฺส. ตญฺหิ ปจฺจเยหิ สมาคมฺม อกตตฺตา สยเมว นิปฺผนฺนนฺติ อสงฺขตํ. ฐิตสฺสาติ นิจฺจตฺตา ฐิตสฺส, น ฐานปฺปตฺตตฺตา. ปุน ตเทว ลกฺขณทฺวยํ วิตฺถารโต ทสฺเสนฺโต ทฺวาทส ลกฺขณานีติ อาห.
จตุนฺนํ สจฺจานํ กติ กุสลาติอาทีสุ อพฺยากตนฺติ วิปากาพฺยากตํ กิริยาพฺยากตํ รูปาพฺยากตํ นิพฺพานาพฺยากตนฺติ จตูสุ อพฺยากเตสุ นิพฺพานาพฺยากตํ. จตฺตาริปิ หิ กุสลากุสลลกฺขเณน น พฺยากตตฺตา อพฺยากตานิ. สิยา กุสลนฺติ กามาวจรรูปาวจรารูปาวจรกุสลานํ วเสน กุสลมฺปิ ภเวยฺย. สิยา อกุสลนฺติ ตณฺหํ ฐเปตฺวา เสสากุสลวเสน. สิยา อพฺยากตนฺติ กามาวจรรูปาวจรารูปาวจรวิปากกิริยานํ รูปานญฺจ วเสน. สิยา ตีณิ สจฺจานีติอาทีสุ สงฺคหิตานีติ คณิตานิ. วตฺถุวเสนาติ อกุสลกุสลาพฺยากตทุกฺขสมุทยนิโรธมคฺคสงฺขาตวตฺถุวเสน. ยํ ทุกฺขสจฺจํ อกุสลนฺติ ฐเปตฺวา ตณฺหํ อวเสสํ อกุสลํ. อกุสลฏฺเฐน เทฺว สจฺจานิ เอกสจฺเจน สงฺคหิตานีติ อิมานิ เทฺว ทุกฺขสมุทยสจฺจานิ อกุสลฏฺเฐน เอกสจฺเจน สงฺคหิตานิ, อกุสลสจฺจํ นาม โหตีติ อตฺโถ. เอกสจฺจํ ทฺวีหิ สจฺเจหิ สงฺคหิตนฺติ เอกํ อกุสลสจฺจํ ทฺวีหิ ทุกฺขสมุทยสจฺเจหิ สงฺคหิตํ. ยํ ทุกฺขสจฺจํ กุสลนฺติ เตภูมกํ กุสลํ. อิมานิ เทฺว ทุกฺขมคฺคสจฺจานิ กุสลฏฺเฐน เอกสจฺเจน สงฺคหิตานิ, กุสลสจฺจํ นาม โหติ. เอกํ กุสลสจฺจํ ทฺวีหิ ทุกฺขมคฺคสจฺเจหิ สงฺคหิตํ. ยํ ทุกฺขสจฺจํ อพฺยากตนฺติ เตภูมกวิปากกิริยา รูปญฺจ. อิมานิ เทฺว ทุกฺขนิโรธสจฺจานิ อพฺยากตฏฺเฐน เอกสจฺเจน สงฺคหิตานิ, เอกํ อพฺยากตสจฺจํ นาม โหติ. เอกํ อพฺยากตสจฺจํ ทฺวีหิ ทุกฺขนิโรธสจฺเจหิ สงฺคหิตํ. ตีณิ สจฺจานิ เอกสจฺเจน สงฺคหิตานีติ สมุทยมคฺคนิโรธสจฺจานิ เอเกน อกุสลกุสลาพฺยากตภูเตน ทุกฺขสจฺเจน สงฺคหิตานิ. เอกํ สจฺจํ ตีหิ สจฺเจหิ สงฺคหิตนฺติ เอกํ ทุกฺขสจฺจํ วิสุํ อกุสลกุสลอพฺยากตภูเตหิ สมุทยมคฺคนิโรธสจฺเจหิ สงฺคหิตํ. เกจิ ปน ‘‘ทุกฺขสมุทยสจฺจานิ อกุสลฏฺเฐน สมุทยสจฺเจน สงฺคหิตานิ, ทุกฺขมคฺคสจฺจานิ กุสลฏฺเฐน มคฺคสจฺเจน สงฺคหิตานิ, น ทสฺสนฏฺเฐน. ทุกฺขนิโรธสจฺจานิ อพฺยากตฏฺเฐน นิโรธสจฺเจน สงฺคหิตานิ, น อสงฺขตฏฺเฐนา’’ติ วณฺณยนฺติ.
๒. ทุติยสุตฺตนฺตปาฬิวณฺณนา
๑๓. ปุน อญฺญสฺส สุตฺตนฺตสฺส อตฺถวเสน สจฺจปฺปฏิเวธํ นิทฺทิสิตุกาโม ปุพฺเพ เม, ภิกฺขเวติอาทิกํ สุตฺตนฺตํ อาหริตฺวา ทสฺเสสิ. ตตฺถ ปุพฺเพ เม, ภิกฺขเว, สมฺโพธาติ ภิกฺขเว, มม สมฺโพธิโต สพฺพญฺญุตญฺญาณโต ปุพฺเพ. อนภิสมฺพุทฺธสฺสาติ สพฺพธมฺเม อปฺปฏิวิทฺธสฺส. โพธิสตฺตสฺเสว สโตติ โพธิสตฺตภูตสฺเสว. เอตทโหสีติ โพธิปลฺลงฺเก นิสินฺนสฺส เอตํ ปริวิตกฺกิตํ อโหสิ. อสฺสาโทติ อสฺสาทียตีติ อสฺสาโท. อาทีนโวติ โทโส. นิสฺสรณนฺติ อปคมนํ. สุขนฺติ สุขยตีติ สุขํ, ยสฺสุปฺปชฺชติ, ตํ สุขิตํ กโรตีติ อตฺโถ. โสมนสฺสนฺติ ปีติโสมนสฺสโยคโต โสภนํ มโน อสฺสาติ สุมโน, สุมนสฺส ภาโว โสมนสฺสํ, สุขเมว ปีติโยคโต วิเสสิตํ. อนิจฺจนฺติ อทฺธุวํ. ทุกฺขนฺติ ทุกฺขวตฺถุตฺตา สงฺขารทุกฺขตฺตา จ ทุกฺขํ. วิปริณามธมฺมนฺติ อวสี หุตฺวา ชราภงฺควเสน ปริวตฺตนปกติกํ. เอเตน อนตฺตภาโว วุตฺโต โหติ. ฉนฺทราควินโยติ ฉนฺทสงฺขาตสฺส ราคสฺส สํวรณํ, น วณฺณราคสฺส. ฉนฺทราคปฺปหานนฺติ ตสฺเสว ฉนฺทราคสฺส ปชหนํ.
ยาวกีวญฺจาติอาทีสุ ยาว อิเมสํ ปญฺจนฺนํ อุปาทานกฺขนฺธานํ…เป… ยถาภูตํ นาพฺภญฺญาสึ น อธิเกน ญาเณน ปฏิวิชฺฌึ, ตาว อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อนุตฺตรํ สพฺพญฺญุภาวํ อภิสมฺพุทฺโธ อภิสเมตาวี อรหนฺติ เนวาหํ ปจฺจญฺญาสึ เนว ปฏิญฺญํ อกาสินฺติ สมฺพนฺธโต อตฺโถ. กีวญฺจาติ นิปาตมตฺตํ. ยโตติ ยสฺมา, ยทา วา. อถาติ อนนฺตรํ. ญาณญฺจ ปน เม ทสฺสนํ อุทปาทีติ ทสฺสนกิจฺจกรเณน ทสฺสนสงฺขาตํ ปจฺจเวกฺขณญาณญฺจ เม อุปฺปชฺชิ. อกุปฺปาติ โกเปตุํ จาเลตุํ อสกฺกุเณยฺยา. วิมุตฺตีติ อรหตฺตผลวิมุตฺติ. เอตาย เอว ผลปจฺจเวกฺขณาย มคฺคนิพฺพานปจฺจเวกฺขณาปิ วุตฺตาว โหนฺติ. อยมนฺติมา ชาตีติ อยํ ปจฺฉิมา ขนฺธปฺปวตฺติ. นตฺถิทานิ ปุนพฺภโวติ อิทานิ ปุน อุปฺปตฺติ นตฺถิ. เอเตน ปหีนกิเลสปจฺจเวกฺขณา วุตฺตา. อรหโต หิ อวสิฏฺฐกิเลสปจฺจเวกฺขณา น โหติ.
๓. ทุติยสุตฺตนฺตนิทฺเทสวณฺณนา
๑๔. สจฺจปฺปฏิเวธญาณโยชนกฺกเม จ อยํ รูปสฺส อสฺสาโทติ ปหานปฺปฏิเวโธติ ปุพฺพภาเค ‘‘อยํ ตณฺหาสมฺปยุตฺโต รูปสฺส อสฺสาโท’’ติ ญตฺวา มคฺคกฺขเณ สมุทยปฺปหานสงฺขาโต สมุทยสจฺจปฺปฏิเวโธ. สมุทยสจฺจนฺติ สมุทยสจฺจปฺปฏิเวธญาณํ. อริยสจฺจารมฺมณญาณมฺปิ หิ ‘‘เย เกจิ กุสลา ธมฺมา, สพฺเพ เต จตูสุ อริยสจฺเจสุ สงฺคหํ คจฺฉนฺตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๐๐) วิย ‘‘สจฺจ’’นฺติ วุจฺจติ. อยํ รูปสฺส อาทีนโวติ ปริญฺญาปฏิเวโธติ ปุพฺพภาเค ‘‘อยํ รูปสฺส อาทีนโว’’ติ ญตฺวา มคฺคกฺขเณ ทุกฺขปริญฺญาสงฺขาโต ทุกฺขสจฺจปฺปฏิเวโธ. ทุกฺขสจฺจนฺติ ทุกฺขสจฺจปฺปฏิเวธญาณํ. อิทํ รูปสฺส นิสฺสรณนฺติ สจฺฉิกิริยาปฏิเวโธติ ปุพฺพภาเค ‘‘อิทํ รูปสฺส นิสฺสรณ’’นฺติ ญตฺวา มคฺคกฺขเณ นิโรธสจฺฉิกิริยาสงฺขาโต นิโรธสจฺจปฺปฏิเวโธ. นิโรธสจฺจนฺติ นิโรธสจฺจารมฺมณํ นิโรธสจฺจปฺปฏิเวธญาณํ. ยา อิเมสุ ตีสุ ฐาเนสูติ อิเมสุ ยถาวุตฺเตสุ ตีสุ สมุทยทุกฺขนิโรเธสุ ปฏิเวธวเสน ปวตฺตา ยา ทิฏฺฐิ โย สงฺกปฺโปติ โยชนา. ภาวนาปฏิเวโธติ อยํ มคฺคภาวนาสงฺขาโต มคฺคสจฺจปฺปฏิเวโธ. มคฺคสจฺจนฺติ มคฺคสจฺจปฺปฏิเวธญาณํ.
๑๕. ปุน อปเรน ปริยาเยน สจฺจานิ จ สจฺจปฺปฏิเวธญฺจ ทสฺเสนฺโต สจฺจนฺติ กติหากาเรหิ สจฺจนฺติอาทิมาห. ตตฺถ ยสฺมา สพฺเพปิ สพฺพญฺญุโพธิสตฺตา โพธิปลฺลงฺเก นิสินฺนา ชรามรณาทิกสฺส ทุกฺขสจฺจสฺส ชาติอาทิกํ สมุทยสจฺจํ ‘‘กึ นุ โข’’ติ เอสนฺติ, ตถา เอสนฺตา จ ชรามรณาทิกสฺส ทุกฺขสจฺจสฺส ชาติอาทิกํ สมุทยสจฺจํ ‘‘ปจฺจโย’’ติ ววตฺถเปนฺโต ปริคฺคณฺหนฺติ, ตสฺมา สา จ เอสนา โส จ ปริคฺคโห สจฺจานํ เอสนตฺตา ปริคฺคหตฺตา จ ‘‘สจฺจ’’นฺติ กตฺวา เอสนฏฺเฐน ปริคฺคหฏฺเฐนาติ วุตฺตํ. อยญฺจ วิธิ ปจฺเจกพุทฺธานมฺปิ ปจฺจยปริคฺคเห ลพฺภติเยว, สาวกานํ ปน อนุสฺสววเสน ปจฺจยปริคฺคเห ลพฺภติ. ปฏิเวธฏฺเฐนาติ ปุพฺพภาเค ตถา เอสิตานํ ปริคฺคหิตานญฺจ มคฺคกฺขเณ เอกปฏิเวธฏฺเฐน.
กึนิทานนฺติอาทีสุ นิทานาทีนิ สพฺพานิ การณเววจนานิ. การณญฺหิ ยสฺมา ผลํ นิเทติ ‘‘หนฺท นํ คณฺหถา’’ติ อปฺเปติ วิย, ตสฺมา ‘‘นิทาน’’นฺติ วุจฺจติ. ยสฺมา ผลํ ตโต สมุเทติ, ชายติ, ปภวติ; ตสฺมา สมุทโย, ชาติ, ปภโวติ วุจฺจติ. อยํ ปเนตฺถ อตฺโถ – กึ นิทานํ เอตสฺสาติ กึนิทานํ. โก สมุทโย เอตสฺสาติ กึสมุทยํ. กา ชาติ เอตสฺสาติ กึชาติกํ. โก ปภโว เอตสฺสาติ กึปภวํ. ยสฺมา ปน ตสฺส ชาติ ยถาวุตฺเตน อตฺเถน นิทานญฺเจว สมุทโย จ ชาติ จ ปภโว จ, ตสฺมา ชาตินิทานนฺติอาทิมาห. ชรามรณนฺติ ทุกฺขสจฺจํ. ชรามรณสมุทยนฺติ ตสฺส ปจฺจยํ สมุทยสจฺจํ. ชรามรณนิโรธนฺติ นิโรธสจฺจํ. ชรามรณนิโรธคามินึ ปฏิปทนฺติ มคฺคสจฺจํ. อิมินาว นเยน สพฺพปเทสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
๑๖. นิโรธปฺปชานนาติ อารมฺมณกรเณน นิโรธสฺส ปชานนา. ชาติ สิยา ทุกฺขสจฺจํ, สิยา สมุทยสจฺจนฺติ ภวปจฺจยา ปญฺญายนฏฺเฐน ทุกฺขสจฺจํ, ชรามรณสฺส ปจฺจยฏฺเฐน สมุทยสจฺจํ. เอส นโย เสเสสุปิ. อวิชฺชา สิยา ทุกฺขสจฺจนฺติ ปน อาสวสมุทยา อวิชฺชาสมุทยฏฺเฐนาติ.
สจฺจกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. โพชฺฌงฺคกถา
โพชฺฌงฺคกถาวณฺณนา
๑๗. อิทานิ สจฺจปฺปฏิเวธสิทฺธํ โพชฺฌงฺควิเสสํ ทสฺเสนฺเตน กถิตาย สุตฺตนฺตปุพฺพงฺคมาย โพชฺฌงฺคกถาย อปุพฺพตฺถานุวณฺณนา. ตตฺถ สุตฺตนฺเต ตาว โพชฺฌงฺคาติ โพธิยา, โพธิสฺส วา องฺคาติ โพชฺฌงฺคา. กึ วุตฺตํ โหติ (สํ. นิ. อฏฺฐ. ๓.๕.๑๘๒) – ยา หิ อยํ ธมฺมสามคฺคี, ยาย โลกุตฺตรมคฺคกฺขเณ อุปฺปชฺชมานาย ลีนุทฺธจฺจปติฏฺฐานายูหนกามสุขตฺตกิลมถานุโยคอุจฺเฉทสสฺสตาภินิเวสาทีนํ อเนเกสํ อุปทฺทวานํ ปฏิปกฺขภูตาย สติธมฺมวิจยวีริยปีติปสฺสทฺธิสมาธิอุเปกฺขาสงฺขาตาย ธมฺมสามคฺคิยา อริยสาวโก พุชฺฌตีติ กตฺวา โพธีติ วุจฺจติ, พุชฺฌตีติ กิเลสสนฺตานนิทฺทาย วุฏฺฐหติ, จตฺตาริ วา อริยสจฺจานิ ปฏิวิชฺฌติ, นิพฺพานเมว วา สจฺฉิกโรตีติ วุตฺตํ โหติ. ยถาห – ‘‘สตฺต โพชฺฌงฺเค ภาเวตฺวา อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธ’’ติ (สํ. นิ. ๕.๓๗๘; ที. นิ. ๓.๑๔๓). ตสฺสา ธมฺมสามคฺคีสงฺขาตาย โพธิยา องฺคาติ โพชฺฌงฺคา ฌานงฺคมคฺคงฺคาทโย วิย. โยเปส ยถาวุตฺตปฺปการาย เอตาย ธมฺมสามคฺคิยา พุชฺฌตีติ กตฺวา อริยสาวโก โพธีติ วุจฺจติ, ตสฺส โพธิสฺส องฺคาติปิ โพชฺฌงฺคา เสนงฺครถงฺคาทโย วิย. เตนาหุ อฏฺฐกถาจริยา ‘‘พุชฺฌนกสฺส ปุคฺคลสฺส องฺคาติ โพชฺฌงฺคา’’ติ. สติสมฺโพชฺฌงฺคาทีนํ อตฺโถ อภิญฺเญยฺยนิทฺเทเส วุตฺโต.
โพชฺฌงฺคตฺถนิทฺเทเส โพธาย สํวตฺตนฺตีติ พุชฺฌนตฺถาย สํวตฺตนฺติ. กสฺส พุชฺฌนตฺถาย? มคฺคผเลหิ นิพฺพานสฺส ปจฺจเวกฺขณาย กตกิจฺจสฺส พุชฺฌนตฺถาย, มคฺเคน วา กิเลสนิทฺทาโต ปพุชฺฌนตฺถาย ผเลน ปพุทฺธภาวตฺถายาปีติ วุตฺตํ โหติ. พลววิปสฺสนายปิ โพชฺฌงฺคา โพธาย สํวตฺตนฺติ. ตสฺมา อยํ วิปสฺสนามคฺคผลโพชฺฌงฺคานํ สาธารณตฺโถ. ตีสุปิ หิ ฐาเนสุ โพธาย นิพฺพานปฏิเวธาย สํวตฺตนฺติ. เอเตน โพธิยา องฺคาติ โพชฺฌงฺคาติ วุตฺตํ โหติ. พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคาติอาทีหิ ปญฺจหิ จตุกฺเกหิ วุตฺตานํ โพชฺฌงฺคานํ อุปฺปตฺติฏฺฐานํ อภิญฺเญยฺยนิทฺเทเส วุตฺตํ. อปิ จ พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคานํ สกิจฺจกรเณ สมตฺถภาวทสฺสนตฺถํ กตฺตุนิทฺเทโส. พุชฺฌนฏฺเฐนาติ สกิจฺจกรณสมตฺถตฺเตปิ สติ กตฺตุโน อภาวทสฺสนตฺถํ ภาวนิทฺเทโส. โพเธนฺตีติ โพชฺฌงฺคภาวนาย พุชฺฌนฺตานํ โยคีนํ ปโยชกตฺตา โพชฺฌงฺคานํ เหตุกตฺตุนิทฺเทโส. โพธนฏฺเฐนาติ ปฐมํ วุตฺตนเยเนว ปโยชกเหตุกตฺตุนา ภาวนิทฺเทโส. เอเตหิ โพธิยา องฺคา โพชฺฌงฺคาติ วุตฺตํ โหติ. โพธิปกฺขิยฏฺเฐนาติ พุชฺฌนฏฺเฐน โพธีติ ลทฺธนามสฺส โยคิสฺส ปกฺเข ภวตฺตา. อยเมเตสํ โยคิโน อุปการกตฺตนิทฺเทโส. เอเตหิ โพธิสฺส องฺคาติ โพชฺฌงฺคาติ วุตฺตํ โหติ. พุทฺธิลภนฏฺเฐนาติอาทิเก ฉกฺเก พุทฺธิลภนฏฺเฐนาติ โยคาวจเรน พุทฺธิยา ปาปุณนฏฺเฐน. โรปนฏฺเฐนาติ สตฺตานํ ปติฏฺฐาปนฏฺเฐน. ปาปนฏฺเฐนาติ ปติฏฺฐาปิตาย นิฏฺฐาปนฏฺเฐน. อิเม วิปสฺสนาโพชฺฌงฺคา ปติ-อภิ-สํ-อิติ ตีหิ อุปสคฺเคหิ วิเสสิตา มคฺคผลโพชฺฌงฺคาติ วทนฺติ. สพฺเพสมฺปิ ธมฺมโวหาเรน นิทฺทิฏฺฐานํ โพชฺฌงฺคานํ โพธิยา องฺคาติ โพชฺฌงฺคาติ วุตฺตํ โหตีติ เวทิตพฺพํ.
มูลมูลกาทิทสกวณฺณนา
๑๘. มูลฏฺเฐนาติอาทิเก มูลมูลเก ทสเก มูลฏฺเฐนาติ วิปสฺสนาทีสุ ปุริมา ปุริมา โพชฺฌงฺคา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ โพชฺฌงฺคานญฺจ สหชาตธมฺมานญฺจ อญฺญมญฺญญฺจ มูลฏฺเฐน. มูลจริยฏฺเฐนาติ มูลํ หุตฺวา จริยา ปวตฺติ มูลจริยา. เตน มูลจริยฏฺเฐน, มูลํ หุตฺวา ปวตฺตนฏฺเฐนาติ อตฺโถ. มูลปริคฺคหฏฺเฐนาติ เต เอว โพชฺฌงฺคา อาทิโต ปภุติ อุปฺปาทนตฺถาย ปริคยฺหมานตฺตา ปริคฺคหา, มูลานิเยว ปริคฺคหา มูลปริคฺคหา. เตน มูลปริคฺคหฏฺเฐน. เต เอว อญฺญมญฺญํ ปริวารวเสน ปริวารฏฺเฐน. ภาวนาปาริปูริวเสน ปริปูรณฏฺเฐน. นิฏฺฐํ ปาปุณนวเสน ปริปากฏฺเฐน. เต เอว มูลานิ จ ฉพฺพิธา ปเภทภินฺนตฺตา ปฏิสมฺภิทา จาติ มูลปฏิสมฺภิทา. เตน มูลปฏิสมฺภิทฏฺเฐน. มูลปฏิสมฺภิทาปาปนฏฺเฐนาติ โพชฺฌงฺคภาวนานุยุตฺตสฺส โยคิโน ตํ มูลปฏิสมฺภิทํ ปาปนฏฺเฐน. ตสฺเสว โยคิโน ตสฺสา มูลปฏิสมฺภิทาย วสีภาวฏฺเฐน. เสเสสุปิ อีทิเสสุ ปุคฺคลโวหาเรสุ โพธิสฺส องฺคาติ โพชฺฌงฺคาติ วุตฺตํ โหตีติ เวทิตพฺพํ. มูลปฏิสมฺภิทาย วสีภาวปฺปตฺตานมฺปีติ อีทิเสสุปิ นิฏฺฐาวจเนสุ ผลโพชฺฌงฺคาติ เวทิตพฺพํ. วสีภาวํ ปตฺตานนฺติปิ ปาโฐ.
มูลมูลกทสกํ นิฏฺฐิตํ.
เสเสสุปิ เหตุมูลกาทีสุ นวสุ ทสเกสุ อิมินาว นเยน สาธารณวจนานํ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อสาธารเณสุ ปน ยถาวุตฺตา เอว โพชฺฌงฺคา ยถาวุตฺตานํ ธมฺมานํ ชนกตฺตา เหตู นาม โหนฺติ. อุปตฺถมฺภกตฺตา ปจฺจยา นาม. เต เอว ตทงฺคสมุจฺเฉทปฏิปฺปสฺสทฺธิวิสุทฺธิภูตตฺตา วิสุทฺธิ นาม. วชฺชวิรหิตตฺตา อนวชฺชา นาม. ‘‘สพฺเพปิ กุสลา ธมฺมา เนกฺขมฺม’’นฺติ วจนโต เนกฺขมฺมํ นาม. กิเลเสหิ วิมุตฺตตฺตา ตทงฺควิมุตฺติอาทิวเสน วิมุตฺติ นาม. มคฺคผลโพชฺฌงฺคา วิสยีภูเตหิ อาสเวหิ วิรหิตตฺตา อนาสวา. ติวิธาปิ โพชฺฌงฺคา กิเลเสหิ สุญฺญตฺตา ตทงฺควิเวกาทิวเสน วิเวกา. วิปสฺสนามคฺคโพชฺฌงฺคา ปริจฺจาคโวสคฺคตฺตา ปกฺขนฺทนโวสคฺคตฺตา จ โวสคฺคา. ผลโพชฺฌงฺคา ปกฺขนฺทนโวสคฺคตฺตา โวสคฺคา.
๑๙. มูลฏฺฐํ พุชฺฌนฺตีติอาทโย เอเกกปทวเสน นิทฺทิฏฺฐา นว ทสกา วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพา. วสีภาวปฺปตฺตานนฺติ ปทํ ปน วตฺตมานวจนาภาเวน น โยชิตํ. ปริคฺคหฏฺฐาทโย อภิญฺเญยฺยนิทฺเทเส วุตฺตตฺถา.
๒๐. ปุน เถโร อตฺตนา เทสิตํ สุตฺตนฺตํ อุทฺทิสิตฺวา ตสฺส นิทฺเทสวเสน โพชฺฌงฺควิธึ ทสฺเสตุกาโม เอกํ สมยนฺติอาทิกํ นิทานํ วตฺวา สุตฺตนฺตํ ตาว อุทฺทิสิ. อตฺตนา เทสิตสุตฺตตฺตา เอว เจตฺถ เอวํ เม สุตนฺติ น วุตฺตํ. อายสฺมา สาริปุตฺโตติ ปเนตฺถ เทสกพฺยตฺติภาวตฺถํ อตฺตานํ ปรํ วิย กตฺวา วุตฺตํ. อีทิสญฺหิ วจนํ โลเก คนฺเถสุ ปยุชฺชนฺติ. ปุพฺพณฺหสมยนฺติ สกลํ ปุพฺพณฺหสมยํ. อจฺจนฺตสํโยคตฺเถ อุปโยควจนํ. เสสทฺวเยปิ เอเสว นโย. สติสมฺโพชฺฌงฺโค อิติ เจ เม โหตีติ สติสมฺโพชฺฌงฺโคติ เอวญฺเจ มยฺหํ โหติ. อปฺปมาโณติ เม โหตีติ อปฺปมาโณติ เอวํ เม โหติ. สุสมารทฺโธติ เม โหตีติ สุฏฺฐุ ปริปุณฺโณติ เอวํ เม โหติ. ติฏฺฐนฺตนฺติ นิพฺพานารมฺมเณ ปวตฺติวเสน ติฏฺฐนฺตํ. จวตีติ นิพฺพานารมฺมณโต อปคจฺฉติ. เสสโพชฺฌงฺเคสุปิ เอเสว นโย.
ราชมหามตฺตสฺสาติ รญฺโญ มหาอมจฺจสฺส, มหติยา วา โภคมตฺตาย โภคปฺปมาเณน สมนฺนาคตสฺส. นานารตฺตานนฺติ นานารงฺครตฺตานํ, ปูรณตฺเถ สามิวจนํ, นานารตฺเตหีติ อตฺโถ. ทุสฺสกรณฺฑโกติ ทุสฺสเปฬา. ทุสฺสยุคนฺติ วตฺถยุคลํ. ปารุปิตุนฺติ อจฺฉาเทตุํ. อิมสฺมึ สุตฺตนฺเต เถรสฺส ผลโพชฺฌงฺคา กถิตา. ยทา หิ เถโร สติสมฺโพชฺฌงฺคํ สีสํ กตฺวา ผลสมาปตฺตึ สมาปชฺชติ, ตทา อิตเร ตทนฺวยา โหนฺติ. ยทา ธมฺมวิจยาทีสุ อญฺญตรํ, ตทา เสสาปิ ตทนฺวยา โหนฺตีติ เอวํ ผลสมาปตฺติยา อตฺตโน จิณฺณวสีภาวํ ทสฺเสนฺโต เถโร อิมํ สุตฺตนฺตํ กเถสีติ.
สุตฺตนฺตนิทฺเทสวณฺณนา
๒๑. กถํ สติสมฺโพชฺฌงฺโค อิติ เจ โหตีติ โพชฺฌงฺโคติ สติสมฺโพชฺฌงฺคํ สีสํ กตฺวา ผลสมาปตฺตึ สมาปชฺชนฺตสฺส อญฺเญสุ โพชฺฌงฺเคสุ วิชฺชมาเนสุ เอวํ อยํ สติสมฺโพชฺฌงฺโค โหตีติ อิติ เจ ปวตฺตสฺส กถํ โส สติสมฺโพชฺฌงฺโค โหตีติ อตฺโถ. ยาวตา นิโรธูปฏฺฐาตีติ ยตฺตเกน กาเลน นิโรโธ อุปฏฺฐาติ, ยตฺตเก กาเล อารมฺมณโต นิพฺพานํ อุปฏฺฐาตีติ อตฺโถ. ยาวตา อจฺจีติ ยตฺตเกน ปริมาเณน ชาลา. กถํ อปฺปมาโณ อิติ เจ โหตีติ โพชฺฌงฺโคติ น อปฺปมาเณปิ สติสมฺโพชฺฌงฺเค วิชฺชมาเน เอวํ อยํ อปฺปมาโณ โหตีติ อิติ เจ ปวตฺตสฺส โส อปฺปมาโณ สติสมฺโพชฺฌงฺโค กถํ โหตีติ อตฺโถ. ปมาณพทฺธาติ กิเลสา จ ปริยุฏฺฐานา จ โปโนภวิกสงฺขารา จ ปมาณพทฺธา นาม โหนฺติ. ‘‘ราโคปมาณกรโณ, โทโส ปมาณกรโณ, โมโห ปมาณกรโณ’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๕๙) วจนโต ราคาทโย ยสฺส อุปฺปชฺชนฺติ, ‘‘อยํ เอตฺตโก’’ติ ตสฺส ปมาณกรณโต ปมาณํ นาม. ตสฺมึ ปมาเณ พทฺธา ปฏิพทฺธา อายตฺตาติ กิเลสาทโย ปมาณพทฺธา นาม โหนฺติ. กิเลสาติ อนุสยภูตา, ปริยุฏฺฐานาติ สมุทาจารปฺปตฺตกิเลสา. สงฺขารา โปโนภวิกาติ ปุนปฺปุนํ ภวกรณํ ปุนภโว, ปุนภโว สีลเมเตสนฺติ โปนภวิกา, โปนภวิกา เอว โปโนภวิกา. กุสลากุสลกมฺมสงฺขาตา สงฺขารา. อปฺปมาโณติ วุตฺตปฺปการสฺส ปมาณสฺส อภาเวน อปฺปมาโณ. มคฺคผลานมฺปิ อปฺปมาณตฺตา ตโต วิเสสนตฺถํ อจลฏฺเฐน อสงฺขตฏฺเฐนาติ วุตฺตํ. ภงฺคาภาวโต อจโล, ปจฺจยาภาวโต อสงฺขโต. โย หิ อจโล อสงฺขโต จ, โส อติวิย ปมาณวิรหิโต โหติ.
กถํ สุสมารทฺโธ อิติ เจ โหตีติ โพชฺฌงฺโคติ อนนฺตรํ วุตฺตนเยน โยเชตพฺพํ. วิสมาติ สยญฺจ วิสมตฺตา, วิสมสฺส จ ภาวสฺส เหตุตฺตา วิสมา. สมธมฺโมติ สนฺตฏฺเฐน ปณีตฏฺเฐน สโม ธมฺโม. ปมาณาภาวโต สนฺโต. ‘‘ยาวตา, ภิกฺขเว, ธมฺมา สงฺขตา วา อสงฺขตา วา, วิราโค เตสํ ธมฺมานํ อคฺคมกฺขายตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๓๔; อิติวุ. ๙๐) วจนโต สพฺพธมฺมุตฺตมฏฺเฐน ปณีโต. ตสฺมึ สมธมฺโมติ วุตฺเต สุสเม อารทฺโธ สุสมารทฺโธ. อาวชฺชิตตฺตาติ ผลสมาปตฺติยา ปวตฺตกาลํ สนฺธาย วุตฺตํ. อนุปฺปาทาทิสงฺขาเต นิพฺพาเน มโนทฺวาราวชฺชนสฺส อุปฺปนฺนตฺตาติ วุตฺตํ โหติ. ติฏฺฐตีติ ปวตฺตติ. อุปฺปาทาทีนิ เหฏฺฐา วุตฺตตฺถานิ. เสสโพชฺฌงฺคมูลเกสุปิ วาเรสุ เอเสว นโย.
โพชฺฌงฺคกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. เมตฺตากถา
เมตฺตากถาวณฺณนา
๒๒. อิทานิ โพชฺฌงฺคกถานนฺตรํ กถิตาย โพชฺฌงฺคกถาคติยา สุตฺตนฺตปุพฺพงฺคมาย เมตฺตากถาย อปุพฺพตฺถานุวณฺณนา. ตตฺถ สุตฺตนฺเต ตาว อาเสวิตายาติ อาทเรน เสวิตาย. ภาวิตายาติ วฑฺฒิตาย. พหุลีกตายาติ ปุนปฺปุนํ กตาย. ยานีกตายาติ ยุตฺตยานสทิสาย กตาย. วตฺถุกตายาติ ปติฏฺฐานฏฺเฐน วตฺถุ วิย กตาย. อนุฏฺฐิตายาติ ปจฺจุปฏฺฐิตาย. ปริจิตายาติ สมนฺตโต จิตาย อุปจิตาย. สุสมารทฺธายาติ สุฏฺฐุ สมารทฺธาย สุกตาย. อานิสํสาติ คุณา. ปาฏิกงฺขาติ ปฏิกงฺขิตพฺพา อิจฺฉิตพฺพา. สุขํ สุปตีติ ยถา เสสชนา สมฺปริวตฺตมานา กากจฺฉมานา ทุกฺขํ สุปนฺติ, เอวํ อสุปิตฺวา สุขํ สุปติ. นิทฺทํ โอกฺกนฺโตปิ สมาปตฺตึ สมาปนฺโน วิย โหติ. สุขํ ปฏิพุชฺฌตีติ ยถา อญฺเญ นิตฺถุนนฺตา วิชมฺภนฺตา สมฺปริวตฺตนฺตา ทุกฺขํ ปฏิพุชฺฌนฺติ, เอวํ อปฏิพุชฺฌิตฺวา วิกสมานมิว ปทุมํ สุขํ นิพฺพิการํ ปฏิพุชฺฌติ. น ปาปกํ สุปินํ ปสฺสตีติ สุปินํ ปสฺสนฺโตปิ ภทฺทกเมว สุปินํ ปสฺสติ. เจติยํ วนฺทนฺโต วิย ปูชํ กโรนฺโต วิย ธมฺมํ สุณนฺโต วิย จ โหติ. ยถา ปนญฺเญ อตฺตานํ โจเรหิ ปริวาริตํ วิย วาเฬหิ อุปทฺทุตํ วิย ปปาเต ปตนฺตํ วิย จ ปสฺสนฺติ, น เอวํ ปาปกํ สุปินํ ปสฺสติ. มนุสฺสานํ ปิโย โหตีติ อุเร อามุตฺตมุตฺตาหาโร วิย สีเส ปิฬนฺธมาลา วิย จ มนุสฺสานํ ปิโย โหติ มนาโป. อมนุสฺสานํ ปิโย โหตีติ ยเถว จ มนุสฺสานํ, เอวํ อมนุสฺสานมฺปิ ปิโย โหติ. เทวตา รกฺขนฺตีติ ปุตฺตมิว มาตาปิตโร เทวตา รกฺขนฺติ. นาสฺส อคฺคิ วา วิสํ วา สตฺถํ วา กมตีติ เมตฺตาวิหาริสฺส กาเย อคฺคิ วา วิสํ วา สตฺถํ วา น กมติ น ปวิสติ, นาสฺส กายํ วิโกเปตีติ วุตฺตํ โหติ. ตุวฏํ จิตฺตํ สมาธิยตีติ เมตฺตาวิหาริโน ขิปฺปเมว จิตฺตํ สมาธิยติ, นตฺถิ ตสฺส ทนฺธายิตตฺตํ. มุขวณฺโณ วิปฺปสีทตีติ พนฺธนา ปมุตฺตตาลปกฺกํ วิย จสฺส วิปฺปสนฺนวณฺณํ มุขํ โหติ. อสมฺมูโฬฺห กาลํ กโรตีติ เมตฺตาวิหาริโน สมฺโมหมรณํ นาม นตฺถิ, อสมฺมูโฬฺห นิทฺทํ โอกฺกมนฺโต วิย กาลํ กโรติ. อุตฺตริ อปฺปฏิวิชฺฌนฺโตติ เมตฺตาสมาปตฺติโต อุตฺตรึ อรหตฺตํ อธิคนฺตุํ อสกฺโกนฺโต อิโต จวิตฺวา สุตฺตปฺปพุทฺโธ วิย พฺรหฺมโลกูปโค โหตีติ พฺรหฺมโลกํ อุปปชฺชตีติ อตฺโถ.
เมตฺตานิทฺเทเส อโนธิโส ผรณาติ โอธิ มริยาทา, น โอธิ อโนธิ. ตโต อโนธิโส, อโนธิโตติ อตฺโถ, นิปฺปเทสโต ผุสนาติ วุตฺตํ โหติ. โอธิโสติ ปเทสวเสน. ทิสาผรณาติ ทิสาสุ ผรณา. สพฺเพติ อนวเสสปริยาทานํ. สตฺตาติปทสฺส อตฺโถ ญาณกถามาติกาวณฺณนายํ วุตฺโต, รุฬฺหีสทฺเทน ปน วีตราเคสุปิ อยํ โวหาโร วตฺตติ วิลีวมเยปิ พีชนิวิเสเส ตาลวณฺฏโวหาโร วิย. อเวราติ เวรรหิตา. อพฺยาปชฺชาติ พฺยาปาทรหิตา. อนีฆาติ นิทฺทุกฺขา. อนิคฺฆาติปิ ปาโฐ. สุขี อตฺตานํปริหรนฺตูติ สุขิตา หุตฺวา อตฺตภาวํ วตฺตยนฺตุ. ‘‘อเวรา’’ติ จ สกสนฺตาเน จ ปเร ปฏิจฺจ, ปรสนฺตาเน จ อิตเร ปฏิจฺจ เวราภาโว ทสฺสิโต, ‘‘อพฺยาปชฺชา’’ติอาทีสุ เวราภาวา ตมฺมูลกพฺยาปาทาภาโว, ‘‘อนีฆา’’ติ พฺยาปาทาภาวา ตมฺมูลกทุกฺขาภาโว, ‘‘สุขี อตฺตานํ ปริหรนฺตู’’ติ ทุกฺขาภาวาสุเขน อตฺตภาวปริหรณํ ทสฺสิตนฺติ เอวเมตฺถ วจนสมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพติ. อิเมสุ จ ‘‘อเวรา โหนฺตู’’ติอาทีสุ จตูสุปิ วจเนสุ ยํ ยํ ปากฏํ โหติ, ตสฺส ตสฺส วเสน เมตฺตาย ผรติ.
ปาณาติอาทีสุ ปาณนตาย ปาณา, อสฺสาสปสฺสาสายตฺตวุตฺติตายาติ อตฺโถ. ภูตตฺตา ภูตา, อภินิพฺพตฺตาติ อตฺโถ. ปุํ วุจฺจติ นิรโย, ตํ ปุํ คลนฺติ คจฺฉนฺตีติ ปุคฺคลา. อตฺตภาโว วุจฺจติ สรีรํ, ขนฺธปญฺจกเมว วา, ตํ อุปาทาย ปญฺญตฺติมตฺตสพฺภาวโต, ตสฺมึ อตฺตภาเว ปริยาปนฺนา ปริจฺฉินฺนา อนฺโตคธาติ อตฺตภาวปริยาปนฺนา. ยถา จ สตฺตาติ วจนํ, เอวํ เสสานิปิ รุฬฺหีวเสน อาโรเปตฺวา สพฺพาเนตานิ สพฺพสตฺตเววจนานีติ เวทิตพฺพานิ. กามญฺจ อญฺญานิปิ ‘‘สพฺเพ ชนฺตู สพฺเพ ชีวา’’ติอาทีนิ สพฺพสตฺตเววจนานิ อตฺถิ, ปากฏวเสน ปน อิมาเนว ปญฺจ คเหตฺวา ‘‘ปญฺจหากาเรหิ อโนธิโส ผรณา เมตฺตาเจโตวิมุตฺตี’’ติ วุจฺจติ. เย ปน ‘‘สตฺตา ปาณา’’ติอาทีนํ น เกวลํ วจนมตฺตโตว, อถ โข อตฺถโตปิ นานตฺตเมว อิจฺเฉยฺยุํ, เตสํ อโนธิโส ผรณา วิรุชฺฌติ. ตสฺมา ตถา อตฺถํ อคฺคเหตฺวา อิเมสุ ปญฺจสุ อากาเรสุ อญฺญตรวเสน อโนธิโส เมตฺตาย ผรติ.
โอธิโส ผรเณ ปน อิตฺถิโย ปุริสาติ ลิงฺควเสน วุตฺตํ, อริยา อนริยาติ อริยปุถุชฺชนวเสน, เทวามนุสฺสา วินิปาติกาติ อุปปตฺติวเสน. ทิสาผรเณปิ ทิสาวิภาคํ อกตฺวา สพฺพทิสาสุ ‘‘สพฺเพ สตฺตา’’ติอาทินา นเยน ผรณโต อโนธิโส ผรณา โหติ, สพฺพทิสาสุ ‘‘สพฺพา อิตฺถิโย’’ติอาทินา นเยน ผรณโต โอธิโส ผรณา.
ยสฺมา ปน อยํ ติวิธาปิ เมตฺตาผรณา อปฺปนาปตฺตจิตฺตสฺส วเสน วุตฺตา, ตสฺมา ตีสุ วาเรสุ อปฺปนา คเหตพฺพา. อโนธิโส ผรเณ ตาว ‘‘สพฺเพ สตฺตา อเวรา โหนฺตู’’ติ เอกา, ‘‘อพฺยาปชฺชา โหนฺตู’’ติ เอกา ‘‘อนีฆา โหนฺตู’’ติ เอกา, ‘‘สุขี อตฺตานํ ปริหรนฺตู’’ติ เอกา. ตานิปิ หิ จตฺตาริ หิโตปสํหารวเสเนว วุตฺตานิ. หิโตปสํหารลกฺขณา หิ เมตฺตา. อิติ ‘‘สตฺตา’’ติอาทีสุ ปญฺจสุ อากาเรสุ จตสฺสนฺนํ จตสฺสนฺนํ อปฺปนานํ วเสน วีสติ อปฺปนา โหนฺติ, โอธิโส ผรเณ ‘‘สพฺพา อิตฺถิโย’’ติอาทีสุ สตฺตสุ อากาเรสุ จตสฺสนฺนํ จตสฺสนฺนํ วเสน อฏฺฐวีสติ อปฺปนา. ทิสาผรเณ ปน ‘‘สพฺเพ ปุรตฺถิมาย ทิสาย สตฺตา’’ติอาทินา นเยน เอกเมกิสฺสา ทิสาย วีสติ วีสติ กตฺวา เทฺว สตานิ, ‘‘สพฺพา ปุรตฺถิมาย ทิสาย อิตฺถิโย’’ติอาทินา นเยน เอกเมกิสฺสา ทิสาย อฏฺฐวีสติ อฏฺฐวีสติ กตฺวา อสีติ เทฺว สตานีติ จตฺตาริ สตานิ อสีติ จ อปฺปนา. อิติ สพฺพานิปิ อิธ วุตฺตานิ อฏฺฐวีสาธิกานิ ปญฺจ อปฺปนาสตานิ โหนฺติ. ยถา จ เมตฺตาย ติวิเธน ผรณา วุตฺตา, ตถา กรุณามุทิตาอุเปกฺขานมฺปิ วุตฺตาว โหตีติ เวทิตพฺพํ.
๑. อินฺทฺริยวารวณฺณนา
๒๓. อถ เมตฺตูปสํหาราการํ อินฺทฺริยาทิปริภาวนญฺจ ทสฺเสตุํ สพฺเพสํ สตฺตานํ ปีฬนํ วชฺเชตฺวาติอาทิมาห. ตตฺถ ปีฬนนฺติ อพฺภนฺตรโต สรีรปีฬนํ. อุปฆาตนฺติ พาหิรโต สรีโรปฆาตํ. สนฺตาปนฺติ ยถา ตถา วา จิตฺตสนฺตาปนํ. ปริยาทานนฺติ ปกติยา ชีวิตาทิปริกฺขยํ. วิเหสนฺติ ปรโต ชีวิตวิเหฐนํ. วชฺเชตฺวาติ ปีฬนาทีสุ เอเกกํ อตฺตโน จิตฺเตเนว อปเนตฺวา. อิมานิ ปีฬนาทีนิ ปญฺจ ปทานิ เมตฺโตปสํหารสฺส ปฏิปกฺขวิวชฺชนวเสน วุตฺตานิ, อปีฬนายาติอาทีนิ เมตฺโตปสํหารวเสน. อปีฬนายาติ อปีฬนากาเรน, สพฺเพ สตฺเต เมตฺตายตีติ สมฺพนฺโธ. เอวํ เสเสสุปิ. มา เวริโน มา ทุกฺขิโน มา ทุกฺขิตตฺตาติ อิมานิปิ ตีณิ เมตฺโตปสํหารสฺส ปฏิปกฺขปฏิกฺเขปวจนานิ. มา-วจนสฺส มา โหนฺตูติ อตฺโถ. อเวริโน สุขิโน สุขิตตฺตาติ อิมานิ ตีณิ เมตฺโตปสํหารวจนานิ. ‘‘อพฺยาปชฺชา อนีฆา’’ติ อิทํ ทฺวยํ ‘‘สุขิโน’’ติ วจเนน สงฺคหิตนฺติ เวทิตพฺพํ. สุขิตตฺตาติ ตสฺเสว สุขสฺส นิจฺจปฺปวตฺติทสฺสนํ. ‘‘สุขิตตฺตา’’ติ จ ‘‘สุขี อตฺตานํ ปริหรนฺตู’’ติ จ อตฺถโต เอกํ. ‘‘อปีฬนายา’’ติอาทีหิ วา อพฺยาปชฺชานีฆวจนานิ สงฺคหิตานิ. อฏฺฐหากาเรหีติ ‘‘อปีฬนายา’’ติอาทโย ปญฺจ เมตฺโตปสํหาราการา ‘‘อเวริโน โหนฺตู’’ติอาทโย ตโย เมตฺโตปสํหาราการาติ อิเมหิ อฏฺฐหากาเรหิ. เมตฺตายตีติ สินิยฺหติ. ตํ ธมฺมํ เจตยตีติ ตํ หิโตปสํหารํ เจตยติ อภิสนฺทหติ, ปวตฺเตตีติ อตฺโถ. สพฺพพฺยาปาทปริยุฏฺฐาเนหิ วิมุจฺจตีติ เมตฺตาย ปฏิปกฺขภูเตหิ สพฺเพหิ พฺยาปาทสมุทาจาเรหิ วิกฺขมฺภนโต วิมุจฺจติ. เมตฺตา จ เจโต จ วิมุตฺติ จาติ เอกาเยว เมตฺตา ติธา วณฺณิตา.
อเวริโน เขมิโน สุขิโนติ อิมานิ ตีณิ ปทานิ ปุพฺเพ วุตฺเต อากาเร สงฺเขเปน สงฺคเหตฺวา วุตฺตานิ. สทฺธาย อธิมุจฺจตีติอาทินา นเยน วุตฺตานิ ปญฺจินฺทฺริยานิ เมตฺตาย สมฺปยุตฺตานิเยว. อาเสวนาติอาทีสุ ฉสุ วาเรสุ อาเสวียติ เอเตหิ เมตฺตาติ อาเสวนา. ตถา ภาวนา พหุลีกมฺมํ. อลงฺการาติ วิภูสนา. สฺวาลงฺกตาติ สุฏฺฐุ อลงฺกตา ภูสิตา. ปริกฺขาราติ สมฺภารา. สุปริกฺขตาติ สุฏฺฐุ สมฺภตา. ปริวาราติ รกฺขนฏฺเฐน. ปุน อาเสวนาทีนิ อฏฺฐวีสติ ปทานิ เมตฺตาย วณฺณภณนตฺถํ วุตฺตานิ. ตตฺถ ปาริปูรีติ ปริปุณฺณภาวา. สหคตาติ เมตฺตาย สหคตา. ตถา สหชาตาทโย. ปกฺขนฺทนาติ เมตฺตาย ปวิสนา, ปกฺขนฺทติ เอเตหิ เมตฺตาติ วา ปกฺขนฺทนา. ตถา สํสีทนาทโย. เอตํ สนฺตนฺติ ผสฺสนาติ เอสา เมตฺตา สนฺตาติ เอเตหิ ผสฺสนา โหตีติ เอตํ สนฺตนฺติ ผสฺสนา ‘‘เอตทคฺค’’นฺติอาทีสุ (อ. นิ. ๑.๑๘๘ อาทโย) วิย นปุํสกวจนํ. สฺวาธิฏฺฐิตาติ สุฏฺฐุ ปติฏฺฐิตา. สุสมุคฺคตาติ สุฏฺฐุ สมุสฺสิตา. สุวิมุตฺตาติ อตฺตโน อตฺตโน ปจฺจนีเกหิ สุฏฺฐุ วิมุตฺตา. นิพฺพตฺเตนฺตีติ เมตฺตาสมฺปยุตฺตา หุตฺวา เมตฺตํ นิพฺพตฺเตนฺติ. โชเตนฺตีติ ปากฏํ กโรนฺติ. ปตาเปนฺตีติ วิโรเจนฺติ.
๒-๔. พลาทิวารตฺตยวณฺณนา
๒๔-๒๗. อินฺทฺริยวาเร วุตฺตนเยเนว พลวาโรปิ เวทิตพฺโพ. โพชฺฌงฺคมคฺคงฺควารา ปริยาเยน วุตฺตา, น ยถาลกฺขณวเสน. มคฺคงฺควาเร สมฺมาวาจากมฺมนฺตาชีวา เมตฺตาย ปุพฺพภาควเสน วุตฺตา, น อปฺปนาวเสน. น หิ เอเต เมตฺตาย สห ภวนฺติ. สพฺเพสํ ปาณานนฺติอาทีนํ เสสวารานมฺปิ สตฺตวาเร วุตฺตนเยเนว อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เมตฺตาภาวนาวิธานํ ปน วิสุทฺธิมคฺคโต (วิสุทฺธิ. ๑.๒๔๐ อาทโย) คเหตพฺพนฺติ.
เมตฺตากถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. วิราคกถา
วิราคกถาวณฺณนา
๒๘. อิทานิ มคฺคปโยชนปริโยสานาย เมตฺตากถาย อนนฺตรํ กถิตาย วิราคสงฺขาตมคฺคปุพฺพงฺคมาย วิราคกถาย อปุพฺพตฺถานุวณฺณนา. ตตฺถ ปฐมํ ตาว ‘‘นิพฺพินฺทํ วิรชฺชติ วิราคา วิมุจฺจตี’’ติ (มหาว ๒๓) วุตฺตานํ ทฺวินฺนํ สุตฺตนฺตปทานํ อตฺถํ นิทฺทิสิตุกาเมน วิราโค มคฺโค, วิมุตฺติ ผลนฺติ อุทฺเทโส ฐปิโต. ตตฺถ ปฐมํ วจนตฺถํ ตาว นิทฺทิสิตุกาโม กถํ วิราโค มคฺโคติอาทิมาห. ตตฺถ วิรชฺชตีติ วิรตฺตา โหติ. เสสานิ มคฺคญาณนิทฺเทเส วุตฺตตฺถานิ. วิราโคติ ยสฺมา สมฺมาทิฏฺฐิ วิรชฺชติ, ตสฺมา วิราโค นามาติ อตฺโถ. โส จ วิราโค ยสฺมา วิราคารมฺมโณ…เป… วิราเค ปติฏฺฐิโต, ตสฺมา จ วิราโคติ เอวํ ‘‘วิราคารมฺมโณ’’ติอาทีนํ ปญฺจนฺนํ วจนานํ สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ. ตตฺถ วิราคารมฺมโณติ นิพฺพานารมฺมโณ. วิราคโคจโรติ นิพฺพานวิสโย. วิราเค สมุทาคโตติ นิพฺพาเน สมุปฺปนฺโน. วิราเค ฐิโตติ ปวตฺติวเสน นิพฺพาเน ฐิโต. วิราเค ปติฏฺฐิโตติ อนิวตฺตนวเสน นิพฺพาเน ปติฏฺฐิโต.
นิพฺพานญฺจ วิราโคติ นิพฺพานํ วิราคเหตุตฺตา วิราโค. นิพฺพานารมฺมณตาชาตาติ นิพฺพานารมฺมเณ ชาตา, นิพฺพานารมฺมณภาเวน วา ชาตา. เต มคฺคสมฺปยุตฺตา สพฺเพว ผสฺสาทโย ธมฺมา วิรชฺชนฏฺเฐน วิราคา โหนฺตีติ วิราคา นาม โหนฺติ. สหชาตานีติ สมฺมาทิฏฺฐิสหชาตานิ สมฺมาสงฺกปฺปาทีนิ สตฺต มคฺคงฺคานิ. วิราคํ คจฺฉนฺตีติ วิราโค มคฺโคติ วิราคํ นิพฺพานํ อารมฺมณํ กตฺวา คจฺฉนฺตีติ วิราคารมฺมณตฺตา วิราโค นาม, มคฺคนฏฺเฐน มคฺโค นาม โหตีติ อตฺโถ. เอเกกมฺปิ มคฺคงฺคํ มคฺโคติ นามํ ลภติ. อิติ เอเกกสฺส องฺคสฺส มคฺคตฺเต วุตฺเต สมฺมาทิฏฺฐิยาปิ มคฺคตฺตํ วุตฺตเมว โหติ. ตสฺมาเยว จ เอเตน มคฺเคนาติ อฏฺฐ มคฺคงฺคานิ คเหตฺวา วุตฺตํ. พุทฺธา จาติ ปจฺเจกพุทฺธาปิ สงฺคหิตา. เตปิ หิ ‘‘เทฺวเม, ภิกฺขเว, พุทฺธา ตถาคโต จ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ ปจฺเจกพุทฺโธ จา’’ติ (อ. นิ. ๒.๕๗) วุตฺตตฺตา พุทฺธาเยว. อคตนฺติ อนมตคฺเค สํสาเร อคตปุพฺพํ. ทิสนฺติ สกลายปฏิปตฺติยา ทิสฺสติ อปทิสฺสติ อภิสนฺทหียตีติ ทิสา, สพฺพพุทฺเธหิ วา ปรมํ สุขนฺติ ทิสฺสติ อปทิสฺสติ กถียตีติ ทิสา, สพฺพทุกฺขํ วา ทิสฺสนฺติ วิสฺสชฺเชนฺติ อุชฺฌนฺติ เอตายาติ ทิสา. ตํ ทิสํ. อฏฺฐงฺคิโก มคฺโคติ กึ วุตฺตํ โหติ? โย โส อฏฺฐงฺคิโก ธมฺมสมูโห, โส เอเตน นิพฺพานํ คจฺฉนฺตีติ คมนฏฺเฐน มคฺโค นามาติ วุตฺตํ โหติ. ปุถุสมณพฺราหฺมณานํ ปรปฺปวาทานนฺติ วิสุํ วิสุํ สมณานํ พฺราหฺมณานญฺจ อิโต อญฺญลทฺธิกานํ. อคฺโคติ เตสํ เสสมคฺคานํ วิสิฏฺโฐ. เสฏฺโฐติ เสสมคฺคโต อติวิย ปสํสนีโย. โมกฺโขติ มุเข สาธุ, เสสมคฺคานํ อภิมุเข อยเมว สาธูติ อตฺโถ. อุตฺตโมติ เสสมคฺเค อติวิย อุตฺติณฺโณ. ปวโรติ เสสมคฺคโต นานปฺปกาเรหิ สํภชนีโย. อิตีติ การณตฺเถ นิปาโต. ตสฺมา ภควตา ‘‘มคฺคานํ อฏฺฐงฺคิโก เสฏฺโฐ’’ติ วุตฺโตติ อธิปฺปาโย. วุตฺตญฺหิ ภควตา –
‘‘มคฺคานฏฺฐงฺคิโก เสฏฺโฐ, สจฺจานํ จตุโร ปทา;
วิราโค เสฏฺโฐ ธมฺมานํ, ทฺวิปทานญฺจ จกฺขุมา’’ติ. (ธ. ป. ๒๗๓);
ตํ อิธ วิจฺฉินฺทิตฺวา ‘‘มคฺคานํ อฏฺฐงฺคิโก เสฏฺโฐ’’ติ วุตฺตํ. เสสวาเรสุปิ อิมินา จ นเยน เหฏฺฐา วุตฺตนเยน จ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
ทสฺสนวิราโคติอาทีสุ ทสฺสนสงฺขาโต วิราโค ทสฺสนวิราโค. อินฺทฺริยฏฺฐโต พลสฺส วิสิฏฺฐตฺตา อิธ อินฺทฺริยโต พลํ ปฐมํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อาธิปเตยฺยฏฺเฐน อินฺทฺริยานีติอาทิ อินฺทฺริยาทีนํ อตฺถวิภาวนา, น วิราคสฺส. ตถฏฺเฐน สจฺจาติ สจฺจญาณํ เวทิตพฺพํ. สีลวิสุทฺธีติ สมฺมาวาจากมฺมนฺตาชีวา. จิตฺตวิสุทฺธีติ สมฺมาสมาธิ. ทิฏฺฐิวิสุทฺธีติ สมฺมาทิฏฺฐิสงฺกปฺปา. วิมุตฺตฏฺเฐนาติ ตํตํมคฺควชฺฌกิเลเสหิ มุตฺตฏฺเฐน. วิชฺชาติ สมฺมาทิฏฺฐิ. วิมุตฺตีติ สมุจฺเฉทวิมุตฺติ. อมโตคธํ นิพฺพานํ ปริโยสานฏฺเฐน มคฺโคติ มคฺคผลปจฺจเวกฺขณาหิ มคฺคียตีติ มคฺโค.
อิมสฺมึ วิราคนิทฺเทเส วุตฺตา ธมฺมา สพฺเพปิ มคฺคกฺขเณเยว. วิมุตฺตินิทฺเทเส ผลกฺขเณ. ตสฺมา ฉนฺทมนสิการาปิ มคฺคผลสมฺปยุตฺตา.
๒๙. วิราคนิทฺเทเส วุตฺตนเยเนว วิมุตฺตินิทฺเทเสปิ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ผลํ ปเนตฺถ ปฏิปฺปสฺสทฺธิวิมุตฺตตฺตา วิมุตฺติ, นิพฺพานํ นิสฺสรณวิมุตฺตตฺตา วิมุตฺติ. ‘‘สหชาตานิ สตฺตงฺคานี’’ติอาทีนิ วจนานิ อิธ น ลพฺภนฺตีติ น วุตฺตานิ. สยํ ผลวิมุตฺตตฺตา ปริจฺจาคฏฺเฐน วิมุตฺตีติ เอตฺตกเมว วุตฺตํ. เสสํ วุตฺตนยเมวาติ.
วิราคกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. ปฏิสมฺภิทากถา
๑. ธมฺมจกฺกปวตฺตนวารวณฺณนา
๓๐. อิทานิ วิราคสงฺขาตมคฺควเสน สิทฺธํ ปฏิสมฺภิทาปเภทํ ทสฺเสนฺเตน กถิตาย ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนสุตฺตนฺตปุพฺพงฺคมาย ปฏิสมฺภิทากถาย อปุพฺพตฺถานุวณฺณนา. สุตฺตนฺเต ตาว พาราณสิยนฺติ พาราณสา นาม นที, พาราณสาย อวิทูเร ภวา นครี พาราณสี. ตสฺสํ พาราณสิยํ. อิสิปตเน มิคทาเยติ อิสีนํ ปตนุปฺปตนวเสน เอวํลทฺธนาเม มิคานํ อภยทานทินฺนฏฺฐานตฺตา มิคทายสงฺขาเต อาราเม. ตตฺถ หิ อุปฺปนฺนุปฺปนฺนา สพฺพญฺญุอิสโย ปตนฺติ, ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนตฺถํ นิสีทนฺตีติ อตฺโถ. นนฺทมูลกปพฺภารโต สตฺตาหจฺจเยน นิโรธสมาปตฺติโต วุฏฺฐิตา อโนตตฺตทเห กตมุขโธวนกิจฺจา อากาเสน อาคนฺตฺวา ปจฺเจกพุทฺธอิสโยเปตฺถ สโมสรณวเสน ปตนฺติ, อุโปสถตฺถญฺจ อนุโปสถตฺถญฺจ สนฺนิปตนฺติ, คนฺธมาทนํ ปฏิคจฺฉนฺตา จ ตโต จ อุปฺปตนฺตีติปิ อิมินา อิสีนํ ปตนุปฺปตนวเสน ตํ ‘‘อิสิปตน’’นฺติ วุจฺจติ. ‘‘อิสิปทน’’นฺติปิ ปาโฐ. ปญฺจวคฺคิเยติ –
‘‘โกณฺฑญฺโญ ภทฺทิโย วปฺโป, มหานาโม จ อสฺสชิ;
เอเต ปญฺจ มหาเถรา, ปญฺจวคฺคาติ วุจฺจเร’’ติ. –
เอวํ วุตฺตานํ ปญฺจนฺนํ ภิกฺขูนํ วคฺโค ปญฺจวคฺโค. ตสฺมึ ปญฺจวคฺเค ภวา ตํปริยาปนฺนตฺตาติ ปญฺจวคฺคิยา, เต ปญฺจวคฺคิเย. ภิกฺขู อามนฺเตสีติ ทีปงฺกรทสพลสฺส ปาทมูเล กตาภินีหารโต ปฏฺฐาย ปารมิโย ปูเรนฺโต อนุปุพฺเพน ปจฺฉิมภวํ ปตฺวา ปจฺฉิมภเว จ กตาภินิกฺขมโน อนุปุพฺเพน โพธิมณฺฑํ ปตฺวา ตตฺถ อปราชิตปลฺลงฺเก นิสินฺโน มารพลํ ภินฺทิตฺวา ปฐมยาเม ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสริตฺวา มชฺฌิมยาเม ทิพฺพจกฺขุํ วิโสเธตฺวา ปจฺฉิมยามาวสาเน ทสสหสฺสิโลกธาตุํ อุนฺนาเทนฺโต สมฺปกมฺเปนฺโต สพฺพญฺญุตํ ปตฺวา สตฺต สตฺตาหานิ โพธิมณฺเฑ วีตินาเมตฺวา มหาพฺรหฺมุนา อายาจิตธมฺมเทสนา พุทฺธจกฺขุนา โลกํ โวโลเกตฺวา โลกานุคฺคเหน พาราณสึ คนฺตฺวา ปญฺจวคฺคิเย ภิกฺขู สญฺญาเปตฺวา ธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตตุกาโม อามนฺเตสิ.
เทฺวเม, ภิกฺขเว, อนฺตาติ เทฺวเม, ภิกฺขเว, โกฏฺฐาสา. อิมสฺส ปน วจนสฺส สมุทาหาเรน สมุทาหารนิคฺโฆโส เหฏฺฐา อวีจึ อุปริ ภวคฺคํ ปตฺวา ทสสหสฺสึ โลกธาตุํ ปตฺถริตฺวา อฏฺฐาสิ, ตสฺมึเยว สมเย อฏฺฐารสโกฏิสงฺขา พฺรหฺมาโน สมาคจฺฉึสุ. ปจฺฉิมทิสาย สูริโย อตฺถงฺคเมติ, ปุรตฺถิมาย ทิสาย อุตฺตราสาฬฺหนกฺขตฺเตน ยุตฺโต ปุณฺณจนฺโท อุคฺคจฺฉติ. ตสฺมึ สมเย ภควา ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนสุตฺตนฺตํ อารภนฺโต ‘‘เทฺวเม, ภิกฺขเว, อนฺตา’’ติอาทิมาห.
ตตฺถ ปพฺพชิเตนาติ คิหิสํโยชนํ วตฺถุกามํ เฉตฺวา ปพฺพชิเตน. น เสวิตพฺพาติ น วลญฺเชตพฺพา. ปพฺพชิตานํเยว วิเสสโต ปฏิปตฺติยา ภาชนภูตตฺตา ‘‘ปพฺพชิเตน น เสวิตพฺพา’’ติ วุตฺตํ. โย จายํ กาเมสุ กามสุขลฺลิกานุโยโคติ โย จ อยํ วตฺถุกาเมสุ กิเลสกามสุขสฺส, กิเลสกามสุขนิสฺสยสฺส วา อนุโยโค. หีโนติ ลามโก. คมฺโมติ คามวาสีนํ สนฺตโก. โปถุชฺชนิโกติ ปุถุชฺชเนน อนฺธพาลชเนน อาจิณฺโณ. อนริโยติ น อริโย. อถ วา น วิสุทฺธานํ อุตฺตมานํ อริยานํ สนฺตโก. อนตฺถสํหิโตติ น อตฺถสํหิโต, สุขาวหการณํ อนิสฺสิโตติ อตฺโถ. อตฺตกิลมถานุโยโคติ อตฺตโน กิลมถสฺส อนุโยโค, อตฺตโน ทุกฺขกรณนฺติ อตฺโถ. ทุกฺโขติ กณฺฏกาปสฺสยเสยฺยาทีหิ อตฺตมารเณหิ ทุกฺขาวโห. ตปสฺสีหิ ‘‘อุตฺตมํ ตโป’’ติ คหิตตฺตา เตสํ จิตฺตานุรกฺขนตฺถํ อิธ ‘‘หีโน’’ติ น วุตฺตํ, ปพฺพชิตานํ ธมฺมตฺตา ‘‘คมฺโม’’ติ จ, คิหีหิ อสาธารณตฺตา ‘‘โปถุชฺชนิโก’’ติ จ น วุตฺตํ. ตตฺถ ปน เกหิจิ ปพฺพชิตปฏิญฺเญหิ ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานวาเทหิ ‘‘ยโต โข, โภ, อยํ อตฺตา ปญฺจหิ กามคุเณหิ สมปฺปิโต สมงฺคิภูโต ปริจาเรติ, เอตฺตาวตา โข, โภ, อยํ อตฺตา ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานปฺปตฺโต โหตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๙๔) คหิตตฺตา เตสํ จิตฺตานุรกฺขนตฺถญฺจ ปจฺจุปฺปนฺเน สุขตฺตา จ ตสฺส ธมฺมสมาทานสฺส ‘‘ทุกฺโข’’ติ น วุตฺตํ. กามสุขลฺลิกานุโยโค ปจฺจุปฺปนฺเน ตณฺหาทิฏฺฐิสํกิลิฏฺฐสุขตฺตา อายติญฺจ ทุกฺขวิปากตฺตา ตทนุยุตฺตานํ ตณฺหาทิฏฺฐิพนฺธนพทฺธตฺตา จ น เสวิตพฺโพ, อตฺตกิลมถานุโยโค ปจฺจุปฺปนฺเน ทิฏฺฐิสํกิลิฏฺฐทุกฺขตฺตา อายติญฺจ ทุกฺขวิปากตฺตา ตทนุยุตฺตานํ ทิฏฺฐิพนฺธนพทฺธตฺตา จ น เสวิตพฺโพ, เอเต โขติ เต เอเต. อนุปคมฺมาติ น อุปคนฺตฺวา. มชฺฌิมาติ สํกิลิฏฺฐสุขทุกฺขานํ อภาวา มชฺเฌ ภวาติ มชฺฌิมา. สา เอว นิพฺพานํ ปฏิปชฺชนฺติ เอตายาติ ปฏิปทา. อภิสมฺพุทฺธาติ ปฏิวิทฺธา. จกฺขุกรณีติอาทีสุ ปญฺญาจกฺขุํ กโรตีติ จกฺขุกรณี. ญาณกรณีติ ตสฺเสว เววจนํ. อุปสมายาติ กิเลสูปสมาย. อภิญฺญายาติ จตุนฺนํ สจฺจานํ อภิชานนตฺถาย. สมฺโพธายาติ เตสํเยว สมฺพุชฺฌนตฺถาย. นิพฺพานายาติ นิพฺพานสจฺฉิกิริยตฺถาย. อถ วา ทสฺสนมคฺคญาณํ กโรตีติ จกฺขุกรณี. ภาวนามคฺคญาณํ กโรตีติ ญาณกรณี. สพฺพกิเลสานํ อุปสมาย. สพฺพธมฺมานํ อภิญฺญาย. อรหตฺตผลสมฺโพธาย. กิเลสานญฺจ ขนฺธานญฺจ นิพฺพานาย. สจฺจกถา อภิญฺเญยฺยนิทฺเทเส วุตฺตา.
เอวํ ภควา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา อตฺตนิ กตพหุมานานํ เตสํ อตฺตโน ปฏิเวธกฺกมํ สุตฺวา ปฏิปตฺติยา พหุมานาโรปเนน ปฏิปตฺติยํ ฐตฺวา สจฺจปฺปฏิเวธํ ปสฺสนฺโต อิทํ ทุกฺขํ อริยสจฺจนฺติ เม, ภิกฺขเวติอาทินา อตฺตโน ปฏิเวธกฺกมํ ทสฺเสสิ. ตตฺถ อนนุสฺสุเตสูติ น อนุสฺสุเตสุ, ปรํ อนุคนฺตฺวา อสฺสุเตสูติ อตฺโถ. จกฺขูติอาทีนํ อตฺโถ ปรโต อาวิ ภวิสฺสติ. อิทํ ทุกฺขํ อริยสจฺจํ, อิทํ ทุกฺขสมุทยํ, อิทํ ทุกฺขนิโรธํ, อิทํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา อริยสจฺจนฺติ จตุนฺนํ สจฺจานํ ทสฺสนปฏิเวโธ เสขภูมิยํ. ปริญฺเญยฺยํ ปหาตพฺพํ สจฺฉิกาตพฺพํ ภาเวตพฺพนฺติ จตุนฺนํ สจฺจานํ ภาวนาปฏิเวโธ เสขภูมิยํเยว. ปริญฺญาตํ ปหีนํ สจฺฉิกตํ ภาวิตนฺติ จตุนฺนํ สจฺจานํ ปจฺจเวกฺขณา อเสขภูมิยํ.
ติปริวฏฺฏนฺติ สจฺจญาณกิจฺจญาณกตญาณสงฺขาตานํ ติณฺณํ ปริวฏฺฏานํ วเสน ตโย ปริวฏฺฏา อสฺสาติ ติปริวฏฺฏํ. เอตฺถ หิ ‘‘อิทํ ทุกฺขํ, อิทํ ทุกฺขสมุทยํ, อิทํ ทุกฺขนิโรธํ, อิทํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา อริยสจฺจ’’นฺติ เอวํ จตูสุ สจฺเจสุ ยถาภูตญาณํ สจฺจญาณํ นาม. เตสุเยว ‘‘ปริญฺเญยฺยํ ปหาตพฺพํ สจฺฉิกาตพฺพํ ภาเวตพฺพ’’นฺติ เอวํ กตฺตพฺพกิจฺจชานนญาณํ กิจฺจญาณํ นาม. ‘‘ปริญฺญาตํ ปหีนํ สจฺฉิกตํ ภาวิต’’นฺติ เอวํ ตสฺส กิจฺจสฺส กตภาวชานนญาณํ กตญาณํ นาม. ทฺวาทสาการนฺติ เตสํเยว เอเกกสฺมึ สจฺเจ ติณฺณํ ติณฺณํ อาการานํ วเสน ทฺวาทส อาการา อสฺสาติ ทฺวาทสาการํ. ญาณทสฺสนนฺติ เอเตสํ ติปริวฏฺฏานํ ทฺวาทสนฺนํ อาการานํ วเสน อุปฺปนฺนํ ญาณสงฺขาตํ ทสฺสนํ. อตฺตมนาติ สกมนา. สตฺตานญฺหิ สุขกามตฺตา ทุกฺขปฏิกูลตฺตา ปีติโสมนสฺสยุตฺตมโน สกมโน นาม, ปีติโสมนสฺเสหิ อตฺตมนา คหิตมนา พฺยาปิตมนาติ วา อตฺโถ. อภินนฺทุนฺติ อภิมุขา หุตฺวา นนฺทึสุ. เวยฺยากรเณติ สุตฺตนฺเต. นิคฺคาถโก หิ สุตฺตนฺโต เกวลํ อตฺถสฺส พฺยากรณโต เวยฺยากรณํ นาม. ภญฺญมาเนติ กถิยมาเน. วตฺตมานสมีเป วตฺตมานวจนํ กตํ, ภณิเตติ อตฺโถ. วิรชนฺติ วิคตราคาทิรชํ. วีตมลนฺติ วิคตราคาทิมลํ. ราคาทโย หิ อชฺโฌตฺถรณฏฺเฐน รโช นาม, ทูสนฏฺเฐน มลํ นาม. ธมฺมจกฺขุนฺติ กตฺถจิ ปฐมมคฺคญาณํ, กตฺถจิ อาทีนิ ตีณิ มคฺคญาณานิ, กตฺถจิ จตุตฺถมคฺคญาณมฺปิ. อิธ ปน ปฐมมคฺคญาณเมว. ยํ กิญฺจิ สมุทยธมฺมํ, สพฺพํ ตํ นิโรธธมฺมนฺติ วิปสฺสนาวเสน เอวํ ปวตฺตสฺส ธมฺมจกฺขุํ อุทปาทีติ อตฺโถ.
ธมฺมจกฺเกติ ปฏิเวธญาเณ จ เทสนาญาเณ จ. โพธิปลฺลงฺเก นิสินฺนสฺส หิ ภควโต จตูสุ สจฺเจสุ ทฺวาทสาการํ ปฏิเวธญาณมฺปิ อิสิปตเน นิสินฺนสฺส ทฺวาทสาการเมว สจฺจเทสนาย ปวตฺตกเทสนาญาณมฺปิ ธมฺมจกฺกํ นาม. อุภยมฺปิ เหตํ ทสพลสฺส ปวตฺตญาณเมว. ตํ อิมาย เทสนาย ปกาเสนฺเตน ภควตา ธมฺมจกฺกํ ปวตฺติตํ นาม. ตํ ปเนตํ ธมฺมจกฺกํ ยาว อญฺญาตโกณฺฑญฺญตฺเถโร อฏฺฐารสหิ พฺรหฺมโกฏีหิ สทฺธึ โสตาปตฺติผเล น ปติฏฺฐาติ, ตาว ภควา ปวตฺเตติ นาม, ปติฏฺฐิเต ปน ปวตฺติตํ นาม. ตํ สนฺธาย ‘‘ปวตฺติเต จ ภควตา ธมฺมจกฺเก’’ติ วุตฺตํ.
ภุมฺมา เทวาติ ภูมฏฺฐกา เทวา. สทฺทมนุสฺสาเวสุนฺติ เอกปฺปหาเรเนว สาธุการํ ทตฺวา เอตํ ภควตาติอาทีนิ วทนฺตา สทฺทํ อนุสฺสาวยึสุ. อปฺปฏิวตฺติยนฺติ ‘‘นยิทํ ตถา’’ติ ปฏิโลมํ วตฺเตตุํ อสกฺกุเณยฺยํ. สนฺนิปติตา เจตฺถ เทวพฺรหฺมาโน เทสนาปริโยสาเน เอกปฺปหาเรเนว สาธุการํ อทํสุ, สนฺนิปาตํ อนาคตา ปน ภุมฺมเทวาทโย เตสํ เตสํ สทฺทํ สุตฺวา สาธุการมทํสูติ เวทิตพฺพํ. เตสุ ปน ปพฺพตรุกฺขาทีสุ นิพฺพตฺตา ภุมฺมเทวา. เต จาตุมหาราชิกปริยาปนฺนา โหนฺตาปิ อิธ วิสุํ กตฺวา วุตฺตา. จาตุมหาราชิกาติ จ ธตรฏฺฐวิรูฬฺหกวิรูปกฺขกุเวรสงฺขาตา จตุมหาราชา เทวตา เอเตสนฺติ จาตุมหาราชิกา. เต สิเนรุเวมชฺเฌ โหนฺติ. เตสุ ปพฺพตฏฺฐกาปิ อตฺถิ อากาสฏฺฐกาปิ. เตสํ ปรมฺปรา จกฺกวาฬปพฺพตํ ปตฺตา. ขิฑฺฑาปโทสิกา มโนปโทสิกา สีตวลาหกา อุณฺหวลาหกา จนฺทิมา เทวปุตฺโต สูริโย เทวปุตฺโตติ เอเต สพฺเพปิ จาตุมหาราชิกเทวโลกฏฺฐา เอว. เตตฺตึส ชนา ตตฺถ อุปฺปนฺนาติ ตาวตึสา. อปิจ ‘‘ตาวตึสา’’ติ เตสํ เทวานํ นามเมวาติปิ วุตฺตํ. เตปิ อตฺถิ ปพฺพตฏฺฐกา อตฺถิ อากาสฏฺฐกา. เตสํ ปรมฺปรา จกฺกวาฬปพฺพตํ ปตฺตา, ตถา ยามาทีนํ. เอกเทวโลเกปิ หิ เทวานํ ปรมฺปรา จกฺกวาฬปพฺพตํ อปฺปตฺตา นาม นตฺถิ. ทิพฺพํ สุขํ ยาตา ปยาตา สมฺปตฺตาติ ยามา. ตุฏฺฐา ปหฏฺฐาติ ตุสิตา. ปกติปฏิยตฺตารมฺมณโต อติเรเกน รมิตุกามกาเล ยถารุจิเต โภเค นิมฺมินิตฺวา นิมฺมินิตฺวา รมนฺตีติ นิมฺมานรตี. จิตฺตาจารํ ญตฺวา ปรนิมฺมิเตสุ โภเคสุ วสํ วตฺเตนฺตีติ ปรนิมฺมิตวสวตฺตี. พฺรหฺมกาเย พฺรหฺมฆฏาย นิยุตฺตาติ พฺรหฺมกายิกา. สพฺเพปิ ปญฺจโวการพฺรหฺมาโน คหิตา.
เตน ขเณนาติ วจนํ วิเสเสตฺวา เตน มุหุตฺเตนาติ วุตฺตํ. มุหุตฺตสงฺขาเตน ขเณน, น ปรมตฺถขเณนาติ วุตฺตํ โหติ. ยาว พฺรหฺมโลกาติ พฺรหฺมโลกํ อนฺโตกตฺวา. สทฺโทติ สาธุการสทฺโท. ทสสหสฺสีติ ทสสหสฺสจกฺกวาฬวตี. สงฺกมฺปีติ อุทฺธํ อุคฺคจฺฉนฺตี สุฏฺฐุ กมฺปิ. สมฺปกมฺปีติ อุทฺธํ อุคฺคจฺฉนฺตี อโธ โอกฺกมนฺตี สุฏฺฐุ ปกมฺปิ. สมฺปเวธีติ จตุทิสา คจฺฉนฺตี สุฏฺฐุ ปเวธิ. สมฺพุทฺธภาวาย มาตุกุจฺฉึ โอกฺกมนฺเต จ โพธิสตฺเต ตโต นิกฺขมนฺเต จ มหาปถวี ปุญฺญเตเชน อกมฺปิตฺถ, อภิสมฺโพธิยํ ปฏิเวธญาณเตเชน. ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตเน เทสนาญาณเตเชน สาธุการํ ทาตุกามา วิย ปถวี เทวตานุภาเวน อกมฺปิตฺถ, อายุสงฺขาโรสฺสชฺชเน มหาปรินิพฺพาเน จ การุญฺเญน จิตฺตสงฺโขภํ อสหมานา วิย ปถวี เทวตานุภาเวน อกมฺปิตฺถ. อปฺปมาโณติ วุทฺธปฺปมาโณ. อุฬาโรติ เอตฺถ ‘‘อุฬารานิ อุฬารานิ ขาทนียานิ ขาทนฺตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๖๖) มธุรํ อุฬารนฺติ วุตฺตํ. ‘‘อุฬาราย วตฺถโภคาย จิตฺตํ น นมตี’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๙.๒๐) ปณีตํ อุฬารนฺติ วุตฺตํ. ‘‘อุฬาราย ขลุ ภวํ วจฺฉายโน สมณํ โคตมํ ปสํสาย ปสํสตี’’ติอาทีสุ เสฏฺฐํ อุฬารนฺติ วุตฺตํ. อิธ ปน ‘‘วิปุโล อุฬาโร’’ติ วุตฺโต. โอภาโสติ เทสนาญาณานุภาเวน จ เทวตานุภาเวน จ ชาตโอภาโส. โลเกติ จกฺกวาฬสฺส ทสสหสฺสิยํเยว. อติกฺกมฺเมว เทวานํ เทวานุภาวนฺติ เทวานํ อยมานุภาโว – นิวตฺถวตฺถปฺปภา ทฺวาทส โยชนานิ ผรติ, ตถา สรีรสฺส อลงฺการสฺส วิมานสฺส จ. ตํ เทวานํ เทวานุภาวํ อติกฺกมิตฺวาเยวาติ อตฺโถ. อุทานนฺติ โสมนสฺสญาณมยิกํ อุทาหารํ. อุทาเนสีติ อุทาหริ. อญฺญาสิ วต, โภ โกณฺฑญฺโญติ อิมสฺสปิ อุทานสฺส อุทาหรณโฆโส ทสสหสฺสิโลกธาตุํ ผริตฺวา อฏฺฐาสิ. อญฺญาสิโกณฺฑญฺโญติ ภุสํ ญาตโกณฺฑญฺโญติ อตฺโถ.
จกฺขุอาทีนํ นิทฺเทเส ทสฺสนฏฺเฐนาติอาทีสุ เอกเมว ญาณํ ยถาวุตฺตสฺส เนยฺยสฺส จกฺขุ วิย ทสฺสนกิจฺจกรเณน จกฺขุ. ญาณกิจฺจกรเณน ญาณํ. นานปฺปการโต ชานนกิจฺจกรเณน ปญฺญา. อนวเสสปฏิเวธกรเณน วิชฺชา. สพฺพถา โอภาสกิจฺจกรเณน อาโลโก นามาติ อตฺโถ. จกฺขุํ ธมฺโมติอาทีสุปิ เอกํเยว ญาณํ กิจฺจนานตฺเตน ปญฺจธา วณฺณิตํ. อารมฺมณาติ อุปตฺถมฺภนฏฺเฐน. โคจราติ วิสยฏฺเฐน. ทสฺสนฏฺเฐนาติอาทีสุ ญาณกิจฺจํ ปญฺจธา วุตฺตํ. อิมินา นเยน ตีสุ วาเรสุ เอเกกสฺมึ ปญฺจ ปญฺจ กตฺวา ปนฺนรส ธมฺมา, ปนฺนรส อตฺถา, ทฺวีสุ ปนฺนรสเกสุ ตึส นิรุตฺติโย, ปนฺนรสสุ ธมฺเมสุ ปนฺนรสสุ อตฺเถสุ ตึสาย นิรุตฺตีสูติ สฏฺฐิ ญาณานิ เวทิตพฺพานิ. เสสอริยสจฺเจสุปิ เอเสว นโย. จตูสุ อริยสจฺเจสุ เอเกกสฺมึ อริยสจฺเจ ปนฺนรสนฺนํ ปนฺนรสนฺนํ ธมฺมานํ อตฺถานญฺจ วเสน สฏฺฐิ ธมฺมา, สฏฺฐิ อตฺถา, สฏฺฐิยา ธมฺเมสุ สฏฺฐิยา อตฺเถสุ จ วีสสตํ นิรุตฺติโย, วีสาธิกํ สตนฺติ อตฺโถ. สฏฺฐิยา ธมฺเมสุ สฏฺฐิยา อตฺเถสุ วีสุตฺตรสเต นิรุตฺตีสูติ เอวํ จตฺตารีสญฺจ เทฺว จ ญาณสตานิ.
๒-๓. สติปฏฺฐานวาราทิวณฺณนา
๓๑-๓๒. สติปฏฺฐานสุตฺตนฺตปุพฺพงฺคเม อิทฺธิปาทสุตฺตนฺตปุพฺพงฺคเม จ ปฏิสมฺภิทานิทฺเทเส อิมินาว นเยน อตฺโถ จ คณนา จ เวทิตพฺพา.
๔-๘. สตฺตโพธิสตฺตวาราทิวณฺณนา
๓๓-๓๗. สตฺตนฺนํ โพธิสตฺตานํ สุตฺตนฺเตสุ เอเกกสฺมึเยว สมุทเย จกฺขาทโย ปญฺจ, นิโรเธ ปญฺจาติ ทส ธมฺมา, สมุทเย ทสฺสนฏฺฐาทโย ปญฺจ, นิโรเธ ปญฺจาติ ทส อตฺถา, เตสํ วเสน วีสติ นิรุตฺติโย จตฺตารีสํ ญาณานิ. สตฺต เอกโต กตฺวา วุตฺตคณนา สุวิญฺเญยฺยา เอว. สพฺพญฺญุตญฺญาณวเสน วุตฺตปฏิสมฺภิทานิทฺเทเส เอเกกมูลเกสุ ‘‘ญาโต ทิฏฺโฐ วิทิโต สจฺฉิกโต ผสฺสิโต ปญฺญายา’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๒๑) อิเมสุ ปญฺจสุ วจเนสุ เอเกกสฺมึเยว จกฺขาทโย ปญฺจ, ทสฺสนฏฺฐาทโย ปญฺจาติ ปญฺจปญฺจกานํ วเสน ปญฺจวีสติ ธมฺมา, ปญฺจวีสติ อตฺถา, ตทฺทิคุณา นิรุตฺติโย, ตทฺทิคุณานิ ญาณานิ เญยฺยานิ. ปญฺจ เอกโต กตฺวา วุตฺตวาเรปิ ปญฺจกฺขตฺตุํ ปญฺจ ปญฺจวีสติ กตฺวา ปญฺจวีสสตํ ธมฺมา, ปญฺจวีสสตํ อตฺถา, ตทฺทิคุณา นิรุตฺติโย, ตทฺทิคุณานิ ญาณานิ เญยฺยานิ. อฑฺฒเตยฺยานีติ เจตฺถ เทฺว สตานิ จ ปญฺญาสญฺจ. ขนฺธาทีสุปิ เอเสว นโย. อิมินาว นเยน สจฺจวารปฏิสมฺภิทาวาเร จ ธมฺมาทิคณนา เวทิตพฺพา.
๙. ฉพุทฺธธมฺมวารวณฺณนา
๓๘. พุทฺธธมฺมวาเร ทิยฑฺฒสตนฺติ ฉกฺขตฺตุํ ปญฺจวีสติ สตญฺจ ปญฺญาสญฺจ โหนฺติ, ตทฺทิคุณา นิรุตฺติโย ตทฺทิคุณานิ ญาณานิ. ปฏิสมฺภิทาธิกรเณติ ปฏิสมฺภิทาธิกาเร. อฑฺฒนวธมฺมสตานีติ ปฐมํ วุตฺเตสุ จตูสุ สจฺเจสุ สฏฺฐิ, จตูสุ สติปฏฺฐาเนสุ สฏฺฐิ, จตูสุ สมฺมปฺปธาเนสุ สฏฺฐิ, สตฺตโพธิสตฺตเวยฺยากรเณสุ สตฺตติ, อภิญฺญฏฺฐาทีสุ ปญฺจสุ ปญฺจวีสสตํ, ขนฺธฏฺฐาทีสุ ปญฺจสุ ปญฺจวีสสตํ, ปุน จตูสุ อริยสจฺเจสุ สตํ, จตูสุ ปฏิสมฺภิทาสุ สตํ, ฉสุ พุทฺธธมฺเมสุ ทิยฑฺฒสตนฺติ เอวํ อฏฺฐสตานิ จ ปญฺญาสญฺจ ธมฺมา โหนฺติ. เอวํ อตฺถาปิ ตตฺตกา เอว โหนฺติ. เอวเมว สจฺจาทีสุ ตีสุ ฐาเนสุ วีสสตํ นิรุตฺติโย, สตฺตสุ เวยฺยากรเณสุ จตฺตารีสสตํ นิรุตฺติโย, อภิญฺญฏฺฐาทีสุ ขนฺธฏฺฐาทีสุ จ อฑฺฒเตยฺยานิ อฑฺฒเตยฺยานิ นิรุตฺติสตานิ, อริยสจฺเจสุ ปฏิสมฺภิทาสุ จ เทฺว เทฺว นิรุตฺติสตานิ, พุทฺธธมฺเมสุ ตีณิ นิรุตฺติสตานีติ เอวํ นิรุตฺติสหสฺสญฺจ สตฺตนิรุตฺติสตานิ จ โหนฺติ. เอวเมว สจฺจาทีสุ ตีสุ ฐาเนสุ จตฺตารีสาธิกานิ เทฺว เทฺว ญาณสตานิ, สตฺตสุ เวยฺยากรเณสุ อสีติอธิกานิ เทฺว ญาณสตานิ, อภิญฺญฏฺฐาทีสุ ขนฺธฏฺฐาทีสุ จ ปญฺจปญฺจญาณสตานิ, สจฺเจสุ ปฏิสมฺภิทาสุ จ จตฺตาริ จตฺตาริ ญาณสตานิ, พุทฺธธมฺเมสุ ฉ ญาณสตานีติ เอวํ ตีณิ จ ญาณสหสฺสานิ จตฺตาริ จ ญาณสตานิ โหนฺตีติ.
ปฏิสมฺภิทากถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. ธมฺมจกฺกกถา
๑. สจฺจวารวณฺณนา
๓๙. ปุน ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนสุตฺตนฺตเมว ปุพฺพงฺคมํ กตฺวา กถิตาย ธมฺมจกฺกกถาย อปุพฺพตฺถานุวณฺณนา. ตตฺถ ทุกฺขวตฺถุกาติ เอกาภิสมยวเสน ทุกฺขํ วตฺถุ เอเตสนฺติ ทุกฺขวตฺถุกา. ตเทว ทุกฺขํ วิเสเสตฺวา สจฺจวตฺถุกาติอาทิมาห. ตตฺถ สจฺจํ อารมฺมณํ อุปตฺถมฺโภ เอเตสนฺติ สจฺจารมฺมณา. สจฺจํ โคจโร วิสโย เอเตสนฺติ สจฺจโคจรา. สจฺจสงฺคหิตาติ มคฺคสจฺเจน สงฺคหิตา. สจฺจปริยาปนฺนาติ มคฺคสจฺจายตฺตา. สจฺเจ สมุทาคตาติ ทุกฺขปริชานเนน ทุกฺขสจฺเจ สมุปฺปนฺนา. ตถา ตตฺเถว ฐิตา ปติฏฺฐิตา จ.
๔๐. อิทานิ ‘‘ปวตฺติเต จ ภควตา ธมฺมจกฺเก’’ติ วุตฺตํ ธมฺมจกฺกํ นิทฺทิสิตุกาโม ธมฺมจกฺกนฺติอาทิมาห. ตตฺถ ทุวิธํ ธมฺมจกฺกํ ปฏิเวธธมฺมจกฺกํ เทสนาธมฺมจกฺกญฺจ. ปฏิเวธธมฺมจกฺกํ โพธิปลฺลงฺเก, เทสนาธมฺมจกฺกํ อิสิปตเน. ธมฺมญฺจ ปวตฺเตติ จกฺกญฺจาติ ปฏิเวธธมฺมจกฺกํ วุตฺตํ, จกฺกญฺจ ปวตฺเตติ ธมฺมญฺจาติ เทสนาธมฺมจกฺกํ. กถํ? ภควา หิ โพธิปลฺลงฺเก นิสินฺโน มคฺคกฺขเณ อินฺทฺริยพลโพชฺฌงฺคมคฺคงฺคาทิเภทํ ธมฺมญฺจ ปวตฺเตติ, โสเยว จ ธมฺโม กิเลสสตฺตุฆาตาย ปวตฺตนโต ปหรณจกฺกํ วิยาติ จกฺกญฺจ. ธมฺมํ ปวตฺเตนฺโตเยว ภควา ตํ จกฺกํ ปวตฺเตติ นาม. เอเตน ธมฺโมเยว จกฺกนฺติ กมฺมธารยสมาสตา วุตฺตา โหติ. อิสิปตเน นิสินฺโน ภควา ธมฺมเทสนกฺขเณ เวเนยฺยสนฺตาเน กิเลสสตฺตุฆาตาย ปวตฺตนโต ปหรณจกฺกสทิสํ เทสนาจกฺกญฺจ ปวตฺเตติ, เวเนยฺยสนฺตาเน อินฺทฺริยพลโพชฺฌงฺคมคฺคงฺคาทิเภทํ ธมฺมจกฺกญฺจ ปวตฺเตติ. เอเตน ธมฺโม จ จกฺกญฺจ ธมฺมจกฺกนฺติ ทฺวนฺทสมาสตา วุตฺตา โหติ. ยสฺมา ปน ปวตฺตเก สติ ปวตฺตนา นาม โหติ, ตสฺมา สพฺพตฺถาปิ ‘‘ปวตฺเตตี’’ติ วุตฺตํ, ปวตฺตนฏฺเฐน ปน ‘‘จกฺก’’นฺติ วุตฺตํ โหตีติ เวทิตพฺพํ. ธมฺเมน ปวตฺเตตีติ ธมฺมจกฺกนฺติอาทีนิ เทสนาธมฺมจกฺกเมว สนฺธาย วุตฺตานีติ เวทิตพฺพานิ.
ตตฺถ ธมฺเมน ปวตฺเตตีติ ยถาสภาวตฺตา ธมฺเมน ปวตฺตํ จกฺกนฺติ ธมฺมจกฺกนฺติ วุตฺตํ โหติ. ธมฺมจริยาย ปวตฺเตตีติ เวเนยฺยสนฺตาเน ธมฺมตฺถาย ปวตฺตํ จกฺกนฺติ ธมฺมจกฺกนฺติ วุตฺตํ โหติ. ธมฺเม ฐิโตติอาทีหิ ภควโต ธมฺมภูตตา ธมฺมสฺสามิตา จ วุตฺตา โหติ. ยถาห – ‘‘โส หาวุโส, ภควา ชานํ ชานาติ ปสฺสํ ปสฺสติ จกฺขุภูโต ญาณภูโต ธมฺมภูโต พฺรหฺมภูโต วตฺตา ปวตฺตา อตฺถสฺส นินฺเนตา อมตสฺส ทาตา ธมฺมสฺสามี ตถาคโต’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๐๓). ตสฺมา เตหิ ธมฺมสฺส จกฺกนฺติ ธมฺมจกฺกนฺติ วุตฺตํ โหติ. ฐิโตติ วิสยีภาเวน ฐิโต. ปติฏฺฐิโตติ อจลภาเวน ปติฏฺฐิโต. วสิปฺปตฺโตติ อิสฺสรภาวํ ปตฺโต. ปารมิปฺปตฺโตติ โกฏิปฺปตฺโต. เวสารชฺชปฺปตฺโตติ วิสารทภาวํ ปตฺโต. ธมฺเม ปติฏฺฐาเปนฺโตติอาทีหิ เวเนยฺยสนฺตานมเปกฺขิตฺวา วุตฺเตหิ ปน วจเนหิ ธมฺมสฺสามิตาย จ ธมฺมตฺถาย จกฺกนฺติ วุตฺตํ โหติ. ธมฺมํ สกฺกโรนฺโตติหอาทีหิ ธมฺมตฺถาย จกฺกนฺติ วุตฺตํ โหติ. โย หิ ธมฺมํ สกฺการาทิวเสน ปวตฺเตติ, โส ธมฺมตฺถํ ปวตฺเตติ. ธมฺมํ สกฺกโรนฺโตติ ยถา กโต โส ธมฺโม สุกโต โหติ, เอวเมว นํ กโรนฺโต. ธมฺมํ ครุํ กโรนฺโตติ ตสฺมึ คารวุปฺปตฺติยา ตํ ครุํ กโรนฺโต. ธมฺมํ มาเนนฺโตติ ธมฺมํ ปิยญฺจ ภาวนียญฺจ กตฺวา วิหรนฺโต. ธมฺมํ ปูเชนฺโตติ ตํ อปทิสิตฺวา เทสนาปฏิปตฺติปูชาย ปูชํ กโรนฺโต. ธมฺมํ อปจายมาโนติ ตสฺเสว ธมฺมสฺส สกฺการครุกาเรหิ นีจวุตฺติตํ กโรนฺโต. ธมฺมทฺธโช ธมฺมเกตูติ ตํ ธมฺมํ ธชมิว ปุรกฺขตฺวา เกตุมิว จ อุกฺขิปิตฺวา ปวตฺติยา ธมฺมทฺธโช ธมฺมเกตุ จ หุตฺวาติ อตฺโถ. ธมฺมาธิปเตยฺโยติ ธมฺมาธิปติโต อาคโต ภาวนาธมฺมวเสเนว จ สพฺพกิริยานํ กรเณน ธมฺมาธิปเตยฺโย หุตฺวา. ตํ โข ปน ธมฺมจกฺกํ อปฺปฏิวตฺติยนฺติ เกนจิ นิวตฺเตตุํ อสกฺกุเณยฺยตาย อปฺปฏิหตปวตฺติตา วุตฺตา. ตสฺมา โส ธมฺโม ปวตฺตนฏฺเฐน จกฺกนฺติ วุตฺตํ โหติ.
สทฺธินฺทฺริยํ ธมฺโม, ตํ ธมฺมํ ปวตฺเตตีติ เวเนยฺยสนฺตาเน มคฺคสมฺปยุตฺตสทฺธินฺทฺริยุปฺปาทเนน ตํ สทฺธินฺทฺริยํ ธมฺมํ ปวตฺเตตีติ อตฺโถ. เอเสว นโย เสเสสุปิ. สจฺจาติ สจฺจญาณานิ. วิปสฺสนา จ วิชฺชา จ มคฺคญาณเมว. อนุปฺปาเท ญาณนฺติ อรหตฺตผเล ญาณํ. ตมฺปิ เวเนยฺยสนฺตาเน ปวตฺเตติเยว, นิพฺพานญฺจ ปฏิเวธํ กโรนฺโต ปวตฺเตติเยว นาม.
สมุทยวาราทีสุ สมุทยวตฺถุกา นิโรธวตฺถุกา มคฺควตฺถุกาติ วิเสสปทํ ทสฺเสตฺวา สงฺขิตฺตา. เอตฺถาปิ วุตฺตสทิสํ ปฐมํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.
๒-๓. สติปฏฺฐานวาราทิวณฺณนา
๔๑-๔๒. สติปฏฺฐานอิทฺธิปาทปุพฺพงฺคมวาราปิ มคฺคกฺขณวเสน วุตฺตา. เตปิ ตตฺถ ตตฺถ วิเสสปทํ ทสฺเสตฺวา สงฺขิตฺตาติ.
ธมฺมจกฺกกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. โลกุตฺตรกถา
โลกุตฺตรกถาวณฺณนา
๔๓. อิทานิ โลกุตฺตรธมฺมวติยา ธมฺมจกฺกกถาย อนนฺตรํ กถิตาย โลกุตฺตรกถาย อปุพฺพตฺถานุวณฺณนา. ตตฺถ โลกุตฺตรปทสฺส อตฺโถ นิทฺเทสวาเร อาวิ ภวิสฺสติ. จตฺตาโร สติปฏฺฐานาติอาทโย สตฺตตึส โพธิปกฺขิยธมฺมา ยถาโยคํ มคฺคผลสมฺปยุตฺตา. เต พุชฺฌนฏฺเฐน โพธีติ เอวํลทฺธนามสฺส อริยสฺส ปกฺเข ภวตฺตา โพธิปกฺขิยา นาม. ปกฺเข ภวตฺตาติ อุปการภาเว ฐิตตฺตา. เตสุ อารมฺมเณสุ โอกฺกนฺติตฺวา ปกฺขนฺทิตฺวา อุปฏฺฐานโต อุปฏฺฐานํ, สติเยว อุปฏฺฐานํ สติปฏฺฐานํ. กายเวทนาจิตฺตธมฺเมสุ ปนสฺส อสุภทุกฺขานิจฺจานตฺตาการคหณวเสน สุภสุขนิจฺจอตฺตสญฺญาปหานกิจฺจสาธนวเสน จ ปวตฺติโต จตุธา เภโท โหติ. ตสฺมา จตฺตาโร สติปฏฺฐานาติ วุจฺจติ. ปทหนฺติ เอเตนาติ ปธานํ, โสภนํ ปธานํ สมฺมปฺปธานํ, สมฺมา วา ปทหนฺติ เอเตนาติ สมฺมปฺปธานํ, โสภนํ วา ตํ กิเลสวิรูปปวตฺตวิรหิตโต ปธานญฺจ หิตสุขนิปฺผาทกฏฺเฐน เสฏฺฐภาวาวหนโต ปธานภาวกรณโต วาติ สมฺมปฺปธานํ. วีริยสฺเสตํ อธิวจนํ. ตยิทํ อุปฺปนฺนานุปฺปนฺนานํ อกุสลานํ ปหานานุปฺปตฺติกิจฺจํ, อนุปฺปนฺนุปฺปนฺนานญฺจ กุสลานํ อุปฺปตฺติฏฺฐิติกิจฺจํ สาธยตีติ จตุพฺพิธํ โหติ. ตสฺมา จตฺตาโร สมฺมปฺปธานาติ วุจฺจติ. นิปฺผตฺติปริยาเยน อิชฺฌนฏฺเฐน, อิชฺฌนฺติ เอตาย สตฺตา อิทฺธา วุทฺธา อุกฺกํสคตา โหนฺตีติ อิมินา วา ปริยาเยน อิทฺธิ, ตสฺสา สมฺปยุตฺตาย ปุพฺพงฺคมฏฺเฐน ผลภูตาย ปุพฺพภาคการณฏฺเฐน จ อิทฺธิยา ปาโทติ อิทฺธิปาโท. โส ฉนฺทวีริยจิตฺตวีมํสาวเสน จตุพฺพิโธว โหติ. ตสฺมา จตฺตาโร อิทฺธิปาทาติ วุจฺจติ. อสฺสทฺธิยโกสชฺชปมาทวิกฺเขปสมฺโมหานํ อภิภวนโต อภิภวนสงฺขาเตน อธิปติยฏฺเฐน อินฺทฺริยํ. อสฺสทฺธิยาทีหิ อนภิภวนียโต อกมฺปิยฏฺเฐน พลํ. ตทุภยมฺปิ สทฺธาวีริยสติสมาธิปญฺญาวเสน ปญฺจวิธํ โหติ. ตสฺมา ปญฺจินฺทฺริยานิ ปญฺจ พลานีติ วุจฺจนฺติ. พุชฺฌนกสตฺตสฺส ปน องฺคภาเวน สติอาทโย สตฺต ธมฺมา โพชฺฌงฺคา, นิยฺยานฏฺเฐน จ สมฺมาทิฏฺฐิอาทโย อฏฺฐ มคฺคงฺคา โหนฺติ. เตน วุจฺจติ สตฺต โพชฺฌงฺคา อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโคติ.
อิติ อิเม สตฺตตึส โพธิปกฺขิยา ธมฺมา ปุพฺพภาเค โลกิยวิปสฺสนาย วตฺตมานาย จุทฺทสวิเธน กายํ ปริคฺคณฺหโต จ กายานุปสฺสนาสติปฏฺฐานํ, นววิเธน เวทนํ ปริคฺคณฺหโต จ เวทนานุปสฺสนาสติปฏฺฐานํ, โสฬสวิเธน จิตฺตํ ปริคฺคณฺหโต จ จิตฺตานุปสฺสนาสติปฏฺฐานํ, ปญฺจวิเธน ธมฺเม ปริคฺคณฺหโต จ ธมฺมานุปสฺสนาสติปฏฺฐานํ. อิติ อิมสฺมึ อตฺตภาเว อนุปฺปนฺนปุพฺพํ ปรสฺส อุปฺปนฺนํ อกุสลํ ทิสฺวา ‘‘ยถา ปฏิปนฺนสฺส ตสฺส ตํ อุปฺปนฺนํ, น ตถา ปฏิปชฺชิสฺสามิ, เอวํ เม เอตํ นุปฺปชฺชิสฺสตี’’ติ ตสฺส อนุปฺปาทาย วายมนกาเล ปฐมํ สมฺมปฺปธานํ, อตฺตโน สมุทาจารปฺปตฺตมกุสลํ ทิสฺวา ตสฺส ปหานาย วายมนกาเล ทุติยํ, อิมสฺมึ อตฺตภาเว อนุปฺปนฺนปุพฺพํ ฌานํ วา วิปสฺสนํ วา อุปฺปาเทตุํ วายมนฺตสฺส ตติยํ, อุปฺปนฺนํ ยถา น ปริหายติ, เอวํ ปุนปฺปุนํ อุปฺปาเทนฺตสฺส จตุตฺถํ สมฺมปฺปธานํ. ฉนฺทํ ธุรํ กตฺวา กุสลุปฺปาทนกาเล ฉนฺทิทฺธิปาโท, วีริยํ, จิตฺตํ, วีมํสํ ธุรํ กตฺวา กุสลุปฺปาทนกาเล วีมํสิทฺธิปาโท. มิจฺฉาวาจาย วิรมณกาเล สมฺมาวาจา, มิจฺฉากมฺมนฺตา, มิจฺฉาชีวา วิรมณกาเล สมฺมาชีโวติ เอวํ นานาจิตฺเตสุ ลพฺภนฺติ. จตุมคฺคกฺขเณ ปน เอกจิตฺเต ลพฺภนฺติ, ผลกฺขเณ ฐเปตฺวา จตฺตาโร สมฺมปฺปธาเน อวเสสา เตตฺตึส ลพฺภนฺติ. เอวํ เอกจิตฺเต ลพฺภมาเนสุ เจเตสุ เอกาว นิพฺพานารมฺมณา สติ กายาทีสุ สุภสญฺญาทิปหานกิจฺจสาธนวเสน ‘‘จตฺตาโร สติปฏฺฐานา’’ติ วุจฺจติ. เอกเมว จ วีริยํ อนุปฺปนฺนุปฺปนฺนานํ อนุปฺปาทาทิกิจฺจสาธนวเสน ‘‘จตฺตาโร สมฺมปฺปธานา’’ติ วุจฺจติ. เสเสสุ หาปนวฑฺฒนํ นตฺถิ.
อปิจ เตสุ –
นว เอกวิธา เอโก, เทฺวธาถ จตุปญฺจธา;
อฏฺฐธา นวธา เจว, อิติ ฉทฺธา ภวนฺติ เต.
นว เอกวิธาติ ฉนฺโท จิตฺตํ ปีติ ปสฺสทฺธิ อุเปกฺขา สงฺกปฺโป วาจา กมฺมนฺโต อาชีโวติ อิเม นว ฉนฺทิทฺธิปาทาทิวเสน เอกวิธาว โหนฺติ, อญฺญโกฏฺฐาสํ น ภชนฺติ. เอโก เทฺวธาติ สทฺธา อินฺทฺริยพลวเสน เทฺวธา ฐิตา. อถ จตุปญฺจธาติ อถญฺโญ เอโก จตุธา, อญฺโญ ปญฺจธา ฐิโตติ อตฺโถ. ตตฺถ สมาธิ เอโก อินฺทฺริยพลโพชฺฌงฺคมคฺคงฺควเสน จตุธา ฐิโต, ปญฺญา เตสํ จตุนฺนํ อิทฺธิปาทโกฏฺฐาสสฺส จ วเสน ปญฺจธา. อฏฺฐธา นวธา เจวาติ อปโร เอโก อฏฺฐธา, เอโก นวธา ฐิโตติ อตฺโถ. จตุสติปฏฺฐานอินฺทฺริยพลโพชฺฌงฺคมคฺคงฺควเสน สติ อฏฺฐธา ฐิตา, จตุสมฺมปฺปธานอิทฺธิปาทอินฺทฺริยพลโพชฺฌงฺคมคฺคงฺควเสน วีริยํ นวธาติ. เอวํ –
จุทฺทเสว อสมฺภินฺนา, โหนฺเตเต โพธิปกฺขิยา;
โกฏฺฐาสโต สตฺตวิธา, สตฺตตึส ปเภทโต.
สกิจฺจนิปฺผาทนโต, สรูเปน จ วุตฺติโต;
สพฺเพว อริยมคฺคสฺส, สมฺภเว สมฺภวนฺติ เต.
เอวํ มคฺคผลสมฺปยุตฺเต สตฺตตึส โพธิปกฺขิยธมฺเม ทสฺเสตฺวา ปุน เต มคฺคผเลสุ สงฺขิปิตฺวา จตฺตาโร อริยมคฺคา จตฺตาริ จ สามญฺญผลานีติ อาห. สมณภาโว สามญฺญํ, จตุนฺนํ อริยมคฺคานเมตํ นามํ. สามญฺญานํ ผลานิ สามญฺญผลานิ. นิพฺพานํ ปน สพฺเพหิ อสมฺมิสฺสเมว. อิติ วิตฺถารโต สตฺตตึสโพธิปกฺขิยจตุมคฺคจตุผลนิพฺพานานํ วเสน ฉจตฺตาลีส โลกุตฺตรธมฺมา, ตโต สงฺเขเปน จตุมคฺคจตุผลนิพฺพานานํ วเสน นว โลกุตฺตรธมฺมา, ตโตปิ สงฺเขเปน มคฺคผลนิพฺพานานํ วเสน ตโย โลกุตฺตรธมฺมาติ เวทิตพฺพํ. สติปฏฺฐานาทีนํ มคฺคผลานญฺจ โลกุตฺตรตฺเต วุตฺเต ตํสมฺปยุตฺตานํ ผสฺสาทีนมฺปิ โลกุตฺตรตฺตํ วุตฺตเมว โหติ. ปธานธมฺมวเสน ปน สติปฏฺฐานาทโยว วุตฺตา. อภิธมฺเม (ธ. ส. ๒๗๗ อาทโย, ๕๐๕ อาทโย) จ โลกุตฺตรธมฺมนิทฺเทเส มคฺคผลสมฺปยุตฺตานํ ผสฺสาทีนํ โลกุตฺตรตฺตํ วุตฺตเมวาติ.
โลกํ ตรนฺตีติ โลกํ อติกฺกมนฺติ. สพฺพมิธ อีทิสํ วตฺตมานกาลวจนํ จตฺตาโร อริยมคฺเค สนฺธาย วุตฺตํ. โสตาปตฺติมคฺโค หิ อปายโลกํ ตรติ, สกทาคามิมคฺโค กามาวจรโลเกกเทสํ ตรติ, อนาคามิมคฺโค กามาวจรโลกํ ตรติ, อรหตฺตมคฺโค รูปารูปาวจรโลกํ ตรติ. โลกา อุตฺตรนฺตีติ โลกา อุคฺคจฺฉนฺติ. โลกโตติ จ โลกมฺหาติ จ ตเทว นิสฺสกฺกวจนํ วิเสเสตฺวา ทสฺสิตํ. โลกํ สมติกฺกมนฺตีติ ปฐมํ วุตฺตตฺถเมว. ตตฺถ อุปสคฺคตฺถํ อนเปกฺขิตฺวา วุตฺตํ, อิธ สห อุปสคฺคตฺเถน วุตฺตํ. โลกํ สมติกฺกนฺตาติ ยถาวุตฺตํ โลกํ สมฺมา อติกฺกนฺตา. สพฺพมิธ อีทิสํ อตีตกาลวจนํ ผลนิพฺพานานิ สนฺธาย วุตฺตํ, โสตาปตฺติผลาทีนิ หิ ยถาวุตฺตํ โลกํ อติกฺกมิตฺวา ฐิตานิ, สทา นิพฺพานํ สพฺพโลกํ อติกฺกมิตฺวา ฐิตํ. โลเกน อติเรกาติ โลกโต อธิกภูตา. อิทํ สพฺเพปิ โลกุตฺตรธมฺเม สนฺธาย วุตฺตํ. นิสฺสรนฺตีติ นิคฺคจฺฉนฺติ. นิสฺสฏาติ นิคฺคตา. โลเก น ติฏฺฐนฺตีติอาทีนิ อฏฺฐารส วจนานิ สพฺพโลกุตฺตเรสุปิ ยุชฺชนฺติ. น ติฏฺฐนฺตีติ โลเก อปริยาปนฺนตฺตา วุตฺตํ. โลเก น ลิมฺปนฺตีติ ขนฺธสนฺตาเน วตฺตมานาปิ ตสฺมึ น ลิมฺปนฺตีติ อตฺโถ. โลเกน น ลิมฺปนฺตีติ อกตปฏิเวธานํ เกนจิ จิตฺเตน, กตปฏิเวธานํ อกุสเลน อปฺปมตฺเตนปิ จิตฺเตน น ลิมฺปนฺตีติ อตฺโถ. อสํลิตฺตา อนุปลิตฺตาติ อุปสคฺเคน วิเสสิตํ.
วิปฺปมุตฺตาติ อลิตฺตตฺตเมว นานาพฺยญฺชเนน วิเสสิตํ. เย เกจิ หิ ยตฺถ เยน วา อลิตฺตา, เต ตตฺถ เตน วา วิปฺปมุตฺตา โหนฺติ. โลกา วิปฺปมุตฺตาติอาทีนิ ตีณิ นิสฺสกฺกวเสน วุตฺตานิ. วิสญฺญุตฺตาติ วิปฺปมุตฺตตฺตวิเสสนํ. เย เกจิ หิ ยตฺถ เยน ยโต วิปฺปมุตฺตา, เต ตตฺถ เตน ตโต วิสญฺญุตฺตา นาม โหนฺติ. โลกา สุชฺฌนฺตีติ โลกมลํ โธวิตฺวา โลกา สุชฺฌนฺติ. วิสุชฺฌนฺตีติ ตเทว อุปสคฺเคน วิเสสิตํ. วุฏฺฐหนฺตีติ อุฏฺฐิตา โหนฺติ. วิวฏฺฏนฺตีติ นิวฏฺฏนฺติ. น สชฺชนฺตีติ น ลคฺคนฺติ. น คยฺหนฺตีติ น คณฺหียนฺติ. น พชฺฌนฺตีติ น พาธียนฺติ. สมุจฺฉินฺทนฺตีติ อปฺปวตฺตึ กโรนฺติ. ยถา จ โลกํ สมุจฺฉินฺนตฺตาติ, ตเถว ‘‘โลกา วิสุทฺธตฺตา’’ติอาทิ วุตฺตเมว โหติ. ปฏิปฺปสฺสมฺเภนฺตีติ นิโรเธนฺติ. อปถาติอาทีนิ จตฺตาริ สพฺเพสุปิ โลกุตฺตเรสุ ยุชฺชนฺติ. อปถาติ อมคฺคา. อคตีติ อปฺปติฏฺฐา. อวิสยาติ อนายตฺตา. อสาธารณาติ อสมานา. วมนฺตีติ อุคฺคิลนฺติ. น ปจฺจาวมนฺตีติ วุตฺตปฏิปกฺขนเยน วุตฺตํ, วนฺตํ ปุน น อทนฺตีติ อตฺโถ. เอเตน วนฺตสฺส สุวนฺตภาโว วุตฺโต โหติ. อนนฺตรทุกตฺตเยปิ เอเสว นโย. วิสีเนนฺตีติ วิกิรนฺติ วิมุจฺจนฺติ, น พนฺธนฺตีติ อตฺโถ. น อุสฺสีเนนฺตีติ น วิกิรนฺติ น วิมุจฺจนฺติ. ‘‘วิสิเนนฺตี’’ติ ‘‘น อุสฺสิเนนฺตี’’ติ รสฺสํ กตฺวา ปาโฐ สุนฺทโร. วิธูเปนฺตีติ นิพฺพาเปนฺติ. น สํธูเปนฺตีติ น อุชฺชลนฺติ. โลกํ สมติกฺกมฺม อภิภุยฺย ติฏฺฐนฺตีติ สพฺเพปิ โลกุตฺตรา ธมฺมา โลกํ สมฺมา อติกฺกมิตฺวา อภิภวิตฺวา จ ติฏฺฐนฺตีติ โลกุตฺตรา. สพฺเพหิปิ อิเมหิ ยถาวุตฺเตหิ ปกาเรหิ โลกุตฺตรานํ โลกโต อุตฺตรภาโว อธิกภาโว จ วุตฺโต โหตีติ.
โลกุตฺตรกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. พลกถา
พลกถาวณฺณนา
๔๔. อิทานิ โลกุตฺตรกถาย อนนฺตรํ กถิตาย โลกุตฺตรกถาวติยา สุตฺตนฺตปุพฺพงฺคมาย พลกถาย อปุพฺพตฺถานุวณฺณนา. ตตฺถ อาทิโต สุตฺตนฺตวเสน ปญฺจ พลานิ ทสฺเสตฺวา ตทญฺญานิปิ พลานิ ทสฺเสตุกาโม อปิจ อฏฺฐสฏฺฐิ พลานีติอาทิมาห. สพฺพานิปิ ตํตํปฏิปกฺเขหิ อกมฺปิยฏฺเฐน พลานิ นาม โหนฺติ. หิริพลนฺติอาทีสุ ปาปโต หิรียนฺติ เอตายาติ หิรี, ลชฺชาเยตํ นามํ. ปาปโต โอตฺตปฺปนฺติ เอเตนาติ โอตฺตปฺปํ, ปาปโต อุพฺเพคสฺเสตํ นามํ. อชฺฌตฺตสมุฏฺฐานา หิรี, พหิทฺธาสมุฏฺฐานํ โอตฺตปฺปํ. อตฺตาธิปติ หิรี, โลกาธิปติ โอตฺตปฺปํ. ลชฺชาสภาวสณฺฐิตา หิรี, ภยสภาวสณฺฐิตํ โอตฺตปฺปํ. สปฺปติสฺสวลกฺขณา หิรี, วชฺชภีรุกภยทสฺสาวิลกฺขณํ โอตฺตปฺปํ. สา เอว หิรี อหิริเกน น กมฺปตีติ หิริพลํ. ตเทว โอตฺตปฺปํ อโนตฺตปฺเปน น กมฺปตีติ โอตฺตปฺปพลํ. อปฺปฏิสงฺขาเนน น กมฺปตีติ ปฏิสงฺขานพลํ. อุปปริกฺขณปญฺญาเยตํ นามํ. วีริยสีเสน สตฺต โพชฺฌงฺเค ภาเวนฺตสฺส อุปฺปนฺนพลํ ภาวนาพลํ. ตถาปวตฺตานํ จตุนฺนํ ขนฺธานเมตํ นามํ. ปริสุทฺธานิ สีลาทีนิ อนวชฺชพลํ. จตฺตาริ สงฺคหวตฺถูนิ สงฺคหพลํ. สงฺคเห พลนฺติปิ ปาโฐ. ทุกฺขมานํ อธิวาสนํ ขนฺติพลํ. ธมฺมกถาย ปเรสํ โตสนํ ปญฺญตฺติพลํ. อธิตสฺส อตฺถสฺส อธิคมาปนํ นิชฺฌตฺติพลํ. กุสเลสุ พหุภาโว อิสฺสริยพลํ. กุสเลสุ ยถารุจิ ปติฏฺฐานํ อธิฏฺฐานพลํ. หิริพลาทีนํ อตฺโถ มาติกาปเทสุ พฺยญฺชนวเสน วิเสสโต ยุชฺชมานํ คเหตฺวา วุตฺโต. สมถพลํ วิปสฺสนาพลนฺติ พลปฺปตฺตา สมถวิปสฺสนา เอว.