๖๔-๖๗. สุทฺธิกปฏิสมฺภิทาญาณนิทฺเทสวณฺณนา

๑๑๐. สุทฺธิกปฏิสมฺภิทาญาณนิทฺเทเส อิเมสํ ญาณานํ ปเภทาภาวโตเยว เหฏฺฐา วิย ปเภทํ อทสฺเสตฺวาเยว อตฺเถสุ ญาณํ อตฺถปฏิสมฺภิทาติอาทิ วุตฺตํ. ปญฺญาปเภทาภาเวปิ อตฺตนา ปฏิวิทฺธจตุสจฺจธมฺมมตฺตวเสน นานตฺตสพฺภาวโต อตฺถนานตฺเต ปญฺญา อตฺถปฏิสมฺภิเท ญาณนฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ นานตฺเตติ อตฺถาทีนํ อเนกภาเว. ววตฺถาเนติ อตฺถาทีนํ นิจฺฉยเน. สลฺลกฺขเณติ อตฺถาทีนํ สมฺมาทสฺสเน. อุปลกฺขเณติ อตฺถาทีนํ ภุสํทสฺสเน. ปเภเทติ อตฺถาทีนํ นานาเภเท. ปภาวเนติ อตฺถาทีนํ ปากฏีกรเณน อุปฺปาทเน. โชตเนติ อตฺถาทีนํ ทีปเน. วิโรจเนติ อตฺถาทีนํ วิวิธา ทีปเน. ปกาสเนติ อตฺถาทีนํ ปภาสเน. ‘‘นานตฺเต’’ติ มูลปทํ กตฺวา สพฺพสาธารณวเสน วุตฺตํ. ‘‘ววตฺถาเน’’ติ โสตาปนฺนสฺส วเสน, ‘‘สลฺลกฺขเณ อุปลกฺขเณ’’ติ สกทาคามิสฺส วเสน, ‘‘ปเภเท ปภาวเน’’ติ อนาคามิสฺส วเสน, ‘‘โชตเน วิโรจเน ปกาสเน’’ติ อรหโต วเสน วุตฺตนฺติ เอวมฺเปตฺถ โยชนา กาตพฺพาติ.

สุทฺธิกปฏิสมฺภิทาญาณนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อิติ สทฺธมฺมปฺปกาสินิยา ปฏิสมฺภิทามคฺค-อฏฺฐกถาย

ปฐโม ภาโค นิฏฺฐิโต.

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส

ขุทฺทกนิกาเย