สจฺจปกิณฺณกวณฺณนา
จตูสุ ปน สจฺเจสุ พาธนลกฺขณํ ทุกฺขสจฺจํ, ปภวลกฺขณํ สมุทยสจฺจํ, สนฺติลกฺขณํ นิโรธสจฺจํ, นิยฺยานลกฺขณํ มคฺคสจฺจํ, อปิจ ปวตฺติปวตฺตกนิวตฺตินิวตฺตกลกฺขณานิ ปฏิปาฏิยา. ตถา สงฺขตตณฺหาอสงฺขตทสฺสนลกฺขณานิ จ.
กสฺมา ปน จตฺตาเรว อริยสจฺจานิ วุตฺตานิ อนูนานิ อนธิกานีติ เจ? อญฺญสฺส อสมฺภวโต อญฺญตรสฺส จ อนปเนยฺยภาวโต. น หิ เอเตหิ อญฺญํ อธิกํ วา, เอเตสํ วา เอกมฺปิ อปเนตพฺพํ สมฺโภติ. ยถาห –
‘‘อิธ, ภิกฺขเว, อาคจฺเฉยฺย สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา ‘เนตํ ทุกฺขํ อริยสจฺจํ, อญฺญํ ทุกฺขํ อริยสจฺจํ. ยํ สมเณน โคตเมน เทสิตํ, อหเมตํ ทุกฺขํ อริยสจฺจํ ฐเปตฺวา อญฺญํ ทุกฺขํ อริยสจฺจํ ปญฺญเปสฺสามี’ติ เนตํ ฐานํ วิชฺชตี’’ติอาทิ.
ยถา จาห –
‘‘โย หิ โกจิ, ภิกฺขเว, สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา เอวํ วเทยฺย ‘เนตํ ทุกฺขํ ปฐมํ อริยสจฺจํ, ยํ สมเณน โคตเมน เทสิตํ, อหเมตํ ทุกฺขํ ปฐมํ อริยสจฺจํ ปจฺจกฺขาย อญฺญํ ทุกฺขํ ปฐมํ อริยสจฺจํ ปญฺญเปสฺสามี’ติ เนตํ ฐานํ วิชฺชตี’’ติอาทิ (สํ. นิ. ๕.๑๐๘๖).
อปิจ ปวตฺติมาจิกฺขนฺโต ภควา สเหตุกํ อาจิกฺขิ, นิวตฺติญฺจ สอุปายํ. อิติ ปวตฺตินิวตฺติตทุภยเหตูนํ เอตปฺปรมโต จตฺตาเรว วุตฺตานิ. ตถา ปริญฺเญยฺยปหาตพฺพสจฺฉิกาตพฺพภาเวตพฺพานํ, ตณฺหาวตฺถุตณฺหาตณฺหานิโรธตณฺหานิโรธูปายานํ, อาลยอาลยรามตาอาลยสมุคฺฆาตอาลยสมุคฺฆาตูปายานญฺจ วเสนาปิ จตฺตาเรว วุตฺตานีติ.
เอตฺถ จ โอฬาริกตฺตา สพฺพสตฺตสาธารณตฺตา จ สุวิญฺเญยฺยนฺติ ทุกฺขสจฺจํ ปฐมํ วุตฺตํ. ตสฺเสว เหตุทสฺสนตฺถํ ตทนนฺตรํ สมุทยสจฺจํ, เหตุนิโรธา ผลนิโรโธติ ญาปนตฺถํ ตโต นิโรธสจฺจํ, ตทธิคมูปายทสฺสนตฺถํ อนฺเต มคฺคสจฺจํ. ภวสุขสฺสาทคธิตานํ วา สตฺตานํ สํเวคชนนตฺถํ ปฐมํ ทุกฺขมาห. ตํ เนว อกตํ อาคจฺฉติ, น อิสฺสรนิมฺมานาทิโต โหติ, อิโต ปน โหตีติ ญาปนตฺถํ ตทนนฺตรํ สมุทยํ. ตโต สเหตุเกน ทุกฺเขน อภิภูตตฺตา สํวิคฺคมานสานํ ทุกฺขนิสฺสรณคเวสีนํ นิสฺสรณทสฺสเนน อสฺสาสชนนตฺถํ นิโรธํ. ตโต นิโรธาธิคมนตฺถํ นิโรธสมฺปาปกํ มคฺคนฺติ อยเมเตสํ กโม.
เอเตสุ ปน ภาโร วิย ทุกฺขสจฺจํ ทฏฺฐพฺพํ, ภาราทานมิว สมุทยสจฺจํ, ภารนิกฺเขปนมิว นิโรธสจฺจํ, ภารนิกฺเขปนูปาโย วิย มคฺคสจฺจํ. โรโค วิย วา ทุกฺขสจฺจํ, โรคนิทานมิว สมุทยสจฺจํ, โรควูปสโม วิย นิโรธสจฺจํ, เภสชฺชมิว มคฺคสจฺจํ. ทุพฺภิกฺขมิว วา ทุกฺขสจฺจํ, ทุพฺพุฏฺฐิ วิย สมุทยสจฺจํ, สุภิกฺขมิว นิโรธสจฺจํ, สุวุฏฺฐิ วิย มคฺคสจฺจํ. อปิจ เวรีเวรมูลเวรสมุคฺฆาตเวรสมุคฺฆาตูปาเยหิ, วิสรุกฺขรุกฺขมูลมูลูปจฺเฉทตทุปจฺเฉทูปาเยหิ, ภยภยมูลนิพฺภยตทธิคมูปาเยหิ, โอริมตีรมโหฆปาริมตีรตํสมฺปาปกวายาเมหิ จ โยเชตฺวาเปตานิ อุปมาโต เวทิตพฺพานีติ.
สพฺพาเนว ปเนตานิ สจฺจานิ ปรมตฺเถน เวทกการกนิพฺพุตคมกาภาวโต สุญฺญานีติ เวทิตพฺพานิ. เตเนตํ วุจฺจติ –
‘‘ทุกฺขเมว หิ น โกจิ ทุกฺขิโต, การโก น กิริยาว วิชฺชติ;
อตฺถิ นิพฺพุติ น นิพฺพุโต ปุมา, มคฺคมตฺถิ คมโก น วิชฺชตี’’ติ.
อถ วา –
ธุวสุภสุขตฺตสุญฺญํ, ปุริมทฺวยมตฺตสุญฺญมมตปทํ;
ธุวสุขอตฺตวิรหิโต, มคฺโค อิติ สุญฺญตา เตสุ.
นิโรธสุญฺญานิ วา ตีณิ, นิโรโธ จ เสสตฺตยสุญฺโญ. ผลสุญฺโญ วา เอตฺถ เหตุ สมุทเย ทุกฺขสฺส อภาวโต, มคฺเค จ นิโรธสฺส, น ผเลน สคพฺโภ ปกติวาทีนํ ปกติ วิย. เหตุสุญฺญญฺจ ผลํ ทุกฺขสมุทยานํ นิโรธมคฺคานญฺจ อสมวายา, น เหตุสมเวตํ เหตุผลํ สมวายวาทีนํ ทฺวิอณุกาทิ วิย. เตเนตํ วุจฺจติ –
‘‘ตยมิธ นิโรธสุญฺญํ, ตเยน เตนาปิ นิพฺพุตี สุญฺญา;
สุญฺโญ ผเลน เหตุ, ผลมฺปิ ตํเหตุนา สุญฺญ’’นฺติ.
สพฺพาเนว สจฺจานิ อญฺญมญฺญสภาคานิ อวิตถโต อตฺตสุญฺญโต ทุกฺกรปฏิเวธโต จ. ยถาห –
‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, อานนฺท, กตมํ นุ โข ทุกฺกรตรํ วา ทุรภิสมฺภวตรํ วา, โย ทูรโตว สุขุเมน ตาฬจฺฉิคฺคเฬน อสนํ อติปาเตยฺย โปงฺขานุโปงฺขํ อวิราธิตํ, โย วา สตฺตธา ภินฺนสฺส วาลสฺส โกฏิยา โกฏึ ปฏิวิชฺเฌยฺยาติ? เอตเทว, ภนฺเต, ทุกฺกรตรญฺเจว ทุรภิสมฺภวตรญฺจ; โย วา สตฺตธา ภินฺนสฺส วาลสฺส โกฏิยา โกฏึ ปฏิวิชฺเฌยฺยาติ; อถ โข เต, อานนฺท, ทุปฺปฏิวิชฺฌตรํ ปฏิวิชฺฌนฺติ, เย ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ ยถาภูตํ ปฏิวิชฺฌนฺติ…เป… ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ ยถาภูตํ ปฏิวิชฺฌนฺตี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๑๑๑๕);
วิสภาคานิ สลกฺขณววตฺถานโต. ปุริมานิ จ เทฺว สภาคานิ ทุรวคาหตฺเถน คมฺภีรตฺตา โลกิยตฺตา สาสวตฺตา จ, วิสภาคานิ ผลเหตุเภทโต ปริญฺเญยฺยปหาตพฺพโต จ. ปจฺฉิมานิปิ เทฺว สภาคานิ คมฺภีรตฺเตน ทุรวคาหตฺตา โลกุตฺตรตฺตา อนาสวตฺตา จ, วิสภาคานิ วิสยวิสยีเภทโต สจฺฉิกาตพฺพภาเวตพฺพโต จ. ปฐมตติยานิ จาปิ สภาคานิ ผลาปเทสโต, วิสภาคานิ สงฺขตาสงฺขตโต. ทุติยจตุตฺถานิ จาปิ สภาคานิ เหตุอปเทสโต, วิสภาคานิ เอกนฺตกุสลากุสลโต. ปฐมจตุตฺถานิ จาปิ สภาคานิ สงฺขตโต, วิสภาคานิ โลกิยโลกุตฺตรโต. ทุติยตติยานิ จาปิ สภาคานิ เนวเสกฺขนาเสกฺขภาวโต, วิสภาคานิ สารมฺมณานารมฺมณโต.
‘‘อิติ เอวํ ปกาเรหิ, นเยหิ จ วิจกฺขโณ;
วิชญฺญา อริยสจฺจานํ, สภาควิสภาคต’’นฺติ.
สพฺพเมว เจตฺถ ทุกฺขํ เอกวิธํ ปวตฺติภาวโต, ทุวิธํ นามรูปโต, ติวิธํ กามรูปารูปูปปตฺติภวเภทโต, จตุพฺพิธํ จตุอาหารเภทโต, ปญฺจวิธํ ปญฺจุปาทานกฺขนฺธเภทโต. สมุทโยปิ เอกวิโธ ปวตฺตกภาวโต, ทุวิโธ ทิฏฺฐิสมฺปยุตฺตาสมฺปยุตฺตโต, ติวิโธ กามภววิภวตณฺหาเภทโต, จตุพฺพิโธ จตุมคฺคปฺปเหยฺยโต, ปญฺจวิโธ รูปาภินนฺทนาทิเภทโต, ฉพฺพิโธ ฉตณฺหากายเภทโต. นิโรโธปิ เอกวิโธ อสงฺขตธาตุภาวโต, ปริยายโต ปน ทุวิโธ สอุปาทิเสสอนุปาทิเสสโต, ติวิโธ ภวตฺตยวูปสมโต, จตุพฺพิโธ จตุมคฺคาธิคมนียโต, ปญฺจวิโธ ปญฺจาภินนฺทนวูปสมโต, ฉพฺพิโธ ฉตณฺหากายกฺขยเภทโต. มคฺโคปิ เอกวิโธ ภาเวตพฺพโต, ทุวิโธ สมถวิปสฺสนาเภทโต, ทสฺสนภาวนาเภทโต วา, ติวิโธ ขนฺธตฺตยเภทโต. อยญฺหิ สปฺปเทสตฺตา นครํ วิย รชฺเชน นิปฺปเทเสหิ ตีหิ ขนฺเธหิ สงฺคหิโต. ยถาห –
‘‘น โข, อาวุโส วิสาข, อริเยน อฏฺฐงฺคิเกน มคฺเคน ตโย ขนฺธา สงฺคหิตา, ตีหิ จ โข, อาวุโส วิสาข, ขนฺเธหิ อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค สงฺคหิโต. ยา, จาวุโส วิสาข, สมฺมาวาจา โย จ สมฺมากมฺมนฺโต โย จ สมฺมาอาชีโว, อิเม ธมฺมา สีลกฺขนฺเธ สงฺคหิตา. โย จ สมฺมาวายาโม ยา จ สมฺมาสติ โย จ สมฺมาสมาธิ, อิเม ธมฺมา สมาธิกฺขนฺเธ สงฺคหิตา. ยา จ สมฺมาทิฏฺฐิ โย จ สมฺมาสงฺกปฺโป, อิเม ธมฺมา ปญฺญากฺขนฺเธ สงฺคหิตา’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๖๒).
จตุพฺพิโธ โสตาปตฺติมคฺคาทิวเสน.
อปิจ สพฺพาเนว สจฺจานิ เอกวิธานิ อวิตถตฺตา, อภิญฺเญยฺยตฺตา วา. ทุวิธานิ โลกิยโลกุตฺตรโต, สงฺขตาสงฺขตโต วา. ติวิธานิ ทสฺสนภาวนาหิ ปหาตพฺพโต อปฺปหาตพฺพโต เนวปหาตพฺพนาปหาตพฺพโต จ. จตุพฺพิธานิ ปริญฺเญยฺยปหาตพฺพสจฺฉิกาตพฺพภาเวตพฺพโตติ.
‘‘เอวํ อริยสจฺจานํ, ทุพฺโพธานํ พุโธ วิธึ;
อเนกเภทโต ชญฺญา, หิตาย จ สุขาย จา’’ติ.
สจฺจปกิณฺณกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อิทานิ ธมฺมเสนาปติ ภควตา เทสิตกฺกเมเนว อนฺเต สจฺจจตุกฺกํ นิทฺทิสิตฺวา ‘‘ตํ ญาตฏฺเฐน ญาณ’’นฺติอาทินา สจฺจจตุกฺกวเสน สุตมเย ญาณํ นิคเมตฺวา ทสฺเสติ. เอวํ ‘‘โสตาวธาเน ปญฺญา สุตมเย ญาณ’’นฺติ ปุพฺเพ วุตฺตํ สพฺพํ นิคเมตฺวา ทสฺเสตีติ.
สทฺธมฺมปฺปกาสินิยา ปฏิสมฺภิทามคฺคฏฺฐกถาย
สุตมยญาณนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.