๒. สีลมยญาณนิทฺเทสวณฺณนา
๓๗. สีลมยญาณนิทฺเทเส ปญฺจาติ คณนปริจฺเฉโท. สีลานีติ ปริจฺฉินฺนธมฺมนิทสฺสนํ. ปริยนฺตปาริสุทฺธิสีลนฺติอาทิ ปญฺจนฺนํ สรูปโต ทสฺสนํ. ปริยนฺตปาริสุทฺธีติอาทีสุ ยถา นีลวณฺณโยคโต วตฺถมฺปิ นีลมสฺส อตฺถีติ นีลนฺติ วุจฺจติ, เอวํ คณนวเสน ปริยนฺโต ปริจฺเฉโท อสฺสา อตฺถีติ ปริยนฺตา, อุปสมฺปนฺนสีเล ปตฺโต อนุปสมฺปนฺนสีลสฺส อวสานสพฺภาวโต วา ปริยนฺโต อวสานํ อสฺสา อตฺถีติ ปริยนฺตา. สปริยนฺตาติ วา วตฺตพฺเพ สการโลโป กโตติ เวทิตพฺโพ ‘‘ทกํ ทกาสยา ปวิสนฺตี’’ติ (สํ. นิ. ๓.๗๘; อ. นิ. ๔.๓๓) เอตฺถ อุการโลโป วิย. ปริสุทฺธภาโว ปาริสุทฺธิ, ปริยนฺตา จ สา ปาริสุทฺธิ จาติ ปริยนฺตปาริสุทฺธิ, ปริยนฺตปาริสุทฺธิสงฺขาตํ สีลํ ปริยนฺตปาริสุทฺธิสีลํ. วุตฺตปฏิปกฺเขน น ปริยนฺตาติ อปริยนฺตา, นตฺถิ เอติสฺสา ปริยนฺโตติปิ อปริยนฺตา, วุทฺโธ เอติสฺสา ปริยนฺโตติปิ อปริยนฺตา. สมาทานโต ปภุติ อขณฺฑิตตฺตา ขณฺฑิตาปิ กตปฏิกมฺมตฺตา จิตฺตุปฺปาทมตฺตเกนาปิ มเลน วิรหิตตฺตา จ ปริสุทฺธชาติมณิ วิย สุธนฺตสุปริกมฺมกตสุวณฺณํ วิย จ ปริสุทฺธตฺตา อริยมคฺคสฺส ปทฏฺฐานภูตา อนูนฏฺเฐน ปริปูณฺณา. ทิฏฺฐิยา ปหีนตฺตา ทิฏฺฐิปรามาเสน อคฺคหิตตฺตา อปรามฏฺฐา.อยํ เต สีเล โทโสติ เกนจิ โจทเกน ปรามสิตุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา วา อปรามฏฺฐา. อรหตฺตผลกฺขเณ สพฺพทรถปฏิปฺปสฺสทฺธิยา ปฏิปฺปสฺสทฺธิ. อนุปสมฺปนฺนานนฺติ อนวเสสสมาทานวเสน สีลสมฺปทาย ภุสํ สมฺปนฺนาติ อุปสมฺปนฺนา, น อุปสมฺปนฺนา อนุปสมฺปนฺนา. เตสํ อนุปสมฺปนฺนานํ.
ปริยนฺตสิกฺขาปทานนฺติ เอตฺถ สิกฺขิตพฺพฏฺเฐน สิกฺขา, โกฏฺฐาสฏฺเฐน ปทานิ, สิกฺขิตพฺพโกฏฺฐาสานีติ อตฺโถ. อปิจ สีเล ปติฏฺฐิเตน อุปริปตฺตพฺพตฺตา สพฺเพ กุสลา ธมฺมา สิกฺขา, สีลานิ ตาสํ สิกฺขานํ ปติฏฺฐฏฺเฐน ปทานีติ สิกฺขานํ ปทตฺตา สิกฺขาปทานิ, ปริยนฺตานิ สิกฺขาปทานิ เอเตสนฺติ ปริยนฺตสิกฺขาปทา. เตสํ ปริยนฺตสิกฺขาปทานํ. เอตฺถ จ เทฺว ปริยนฺตา สิกฺขาปทปริยนฺโต จ กาลปริยนฺโต จ. กตโม สิกฺขาปทปริยนฺโต? อุปาสโกปาสิกานํ ยถาสมาทานวเสน เอกํ วา เทฺว วา ตีณิ วา จตฺตาริ วา ปญฺจ วา อฏฺฐ วา ทส วา สิกฺขาปทานิ โหนฺติ, สิกฺขมานสามเณรสามเณรีนํ ทส สิกฺขาปทานิ. อยํ สิกฺขาปทปริยนฺโต. กตโม กาลปริยนฺโต? อุปาสโกปาสิกา ทานํ ททมานา ปริเวสนปริยนฺตํ สีลํ สมาทิยนฺติ, วิหารคตา วิหารปริยนฺตํ สีลํ สมาทิยนฺติ, เอกํ วา เทฺว วา ตโย วา ภิยฺโย วา รตฺตินฺทิวานิ ปริจฺเฉทํ กตฺวา สีลํ สมาทิยนฺติ. อยํ กาลปริยนฺโต. อิเมสุ ทฺวีสุ ปริยนฺเตสุ สิกฺขาปทํ ปริยนฺตํ กตฺวา สมาทินฺนํ สีลํ วีติกฺกมเนน วา มรเณน วา ปฏิปฺปสฺสมฺภติ, กาลํ ปริยนฺตํ กตฺวา สมาทินฺนํ ตํตํกาลาติกฺกเมน ปฏิปฺปสฺสมฺภติ.
อปริยนฺตสิกฺขาปทานนฺติ –
‘‘นว โกฏิสหสฺสานิ, อสีติ สตโกฏิโย;
ปญฺญาส สตสหสฺสานิ, ฉตฺตึส จ ปุนาปเร.
‘‘เอเต สํวรวินยา, สมฺพุทฺเธน ปกาสิตา;
เปยฺยาลมุเขน นิทฺทิฏฺฐา, สิกฺขา วินยสํวเร’’ติ. –
เอวํ คณนวเสน ปริยนฺตานมฺปิ สิกฺขาปทานํ อนวเสสสมาทานภาววเสน ลาภยสญาติองฺคชีวิตเหตุ อทิฏฺฐปริยนฺตภาววเสน อุปริ รกฺขิตพฺพสีลปริจฺเฉทาภาววเสน จ นตฺถิ เอเตสํ ปริยนฺโตติ อปริยนฺตานิ. อปริยนฺตานิ สิกฺขาปทานิ เอเตสนฺติ อปริยนฺตสิกฺขาปทา. เตสํ อปริยนฺตสิกฺขาปทานํ, วุทฺธปริยนฺตสิกฺขาปทานนฺติ วา อตฺโถ.
ปุถุชฺชนกลฺยาณกานนฺติอาทีสุ –
‘‘ปุถูนํ ชนนาทีหิ, การเณหิ ปุถุชฺชโน;
ปุถุชฺชนนฺโตคธตฺตา, ปุถุวายํ ชโน อิติ’’. –
วุตฺตปุถุชฺชนลกฺขณานติกฺกเมปิ –
‘‘ทุเว ปุถุชฺชนา วุตฺตา, พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา;
อนฺโธ ปุถุชฺชโน เอโก, กลฺยาเณโก ปุถุชฺชโน’’ติ. –
วุตฺตปุถุชฺชนทฺวเย กลฺยาณธมฺมสมาคเมน อนฺธปุถุชฺชนภาวํ อติกฺกมฺม กลฺยาณปุถุชฺชนภาเว ฐิตานํ ปุถุชฺชนกลฺยาณกานํ กลฺยาณปุถุชฺชนานนฺติ วุตฺตํ โหติ. ปุถุชฺชเนสุ วา กลฺยาณกานํ ปุถุชฺชนกลฺยาณกานํ.
กุสลธมฺเม ยุตฺตานนฺติ เอตฺถ กุสลสทฺโท ตาว อาโรคฺยานวชฺชเฉกสุขวิปาเกสุ ทิสฺสติ. อยญฺหิ ‘‘กจฺจิ นุ โภโต กุสลํ, กจฺจิ โภโต อนามย’’นฺติอาทีสุ (ชา. ๑.๑๕.๑๔๖; ๒.๒๐.๑๒๙) อาโรเคฺย ทิสฺสติ. ‘‘กตโม ปน, ภนฺเต, กายสมาจาโร กุสโล? โย โข, มหาราช, กายสมาจาโร อนวชฺโช’’ติ (ม. นิ. ๒.๓๖๑) จ ‘‘ปุน จปรํ, ภนฺเต, เอตทานุตฺตริยํ ยถา ภควา ธมฺมํ เทเสติ กุสเลสุ ธมฺเมสู’’ติ จ (ที. นิ. ๓.๑๔๕) เอวมาทีสุ อนวชฺเช. ‘‘กุสโล ตฺวํ รถสฺส องฺคปจฺจงฺคานํ (ม. นิ. ๒.๘๗), กุสลา นจฺจคีตสฺส สิกฺขิตา จาตุริตฺถิโย’’ติอาทีสุ (ชา. ๒.๒๒.๙๔) เฉเก. ‘‘กุสลานํ, ภิกฺขเว, ธมฺมานํ สมาทานเหตุ (ที. นิ. ๓.๘๐). กุสลสฺส กมฺมสฺส กตตฺตา อุปจิตตฺตา’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๔๓๑) สุขวิปาเก. สฺวายมิธ อาโรเคฺยปิ อนวชฺเชปิ สุขวิปาเกปิ วฏฺฏติ.
วจนตฺโถ ปเนตฺถ กุจฺฉิเต ปาปเก ธมฺเม สลยนฺติ จลยนฺติ กมฺเปนฺติ วิทฺธํเสนฺตีติ กุสลา. กุจฺฉิเตน วา อากาเรน สยนฺติ ปวตฺตนฺตีติ กุสา, เต กุเส ลุนนฺติ ฉินฺทนฺตีติ กุสลา. กุจฺฉิตานํ วา สานโต ตนุกรณโต กุสํ ญาณํ. เตน กุเสน ลาตพฺพา คเหตพฺพา ปวตฺเตตพฺพาติ กุสลา, ยถา วา กุสา อุภยภาคคตํ หตฺถปฺปเทสํ ลุนนฺติ, เอวมิเมปิ อุปฺปนฺนานุปฺปนฺนภาเวน อุภยภาคคตํ สํกิเลสปกฺขํ ลุนนฺติ, ตสฺมา กุสา วิย ลุนนฺตีติ กุสลา. อปิจ อาโรคฺยฏฺเฐน อนวชฺชฏฺเฐน โกสลฺลสมฺภูตฏฺเฐน วา กุสลา. อิธ ปน ยสฺมา วิปสฺสนากุสลเมว อธิปฺเปตํ, ตสฺมา เสเส วิหาย ตสฺเสว ทสฺสนตฺถํ ‘‘กุสลธมฺเม’’ติ เอกวจนํ กตนฺติ เวทิตพฺพํ. วิปสฺสนากุสลธมฺเม สาตจฺจกิริยตาย สกฺกจฺจการิตาย จ ยุตฺตานนฺติ อตฺโถ.
เสกฺขปริยนฺเต ปริปูรการีนนฺติ เอตฺถ ตีสุ สิกฺขาสุ ชาตาติปิ เสกฺขา, สตฺตนฺนํ เสกฺขานํ เอเตติปิ เสกฺขา, สยเมว สิกฺขนฺตีติปิ เสกฺขา. โสตาปตฺติมคฺคผลสกทาคามิมคฺคผลอนาคามิมคฺคผลอรหตฺตมคฺคธมฺมา. เต เสกฺขา ธมฺมา ปริยนฺเต อวสาเน เอตสฺส, เต วา เสกฺขา ธมฺมา ปริยนฺโต ปริจฺเฉโท เอตสฺสาติ เสกฺขปริยนฺโต. ตสฺมึ เสกฺขปริยนฺเต ธมฺเมติ สมฺพนฺโธ. ปริปูรํ ปริปุณฺณตํ กโรนฺตีติ ปริปูรการิโน, ปริปูรกาโร ปริปูรกิริยา เอเตสํ อตฺถีติ วา ปริปูรการิโน. เตสํ โสตาปตฺติมคฺคสฺส ปุพฺพภาคภูเต เสกฺขปริยนฺเต ปฏิปทาธมฺเม วิปสฺสนาปาริปูริยา ปริปูรการีนํ. กาเย จ ชีวิเต จ อนเปกฺขานนฺติ เอตฺถ กาเยติ สรีเร. สรีรญฺหิ อสุจิสญฺจยโต กุจฺฉิตานญฺจ เกสาทีนํ จกฺขุโรคาทีนญฺจ โรคสตานํ อายภูตตฺตา กาโยติ วุจฺจติ. ชีวิเตติ ชีวิตินฺทฺริเย. ตญฺหิ ชีวนฺติ เตนาติ ชีวิตนฺติ วุจฺจติ. นตฺถิ เอเตสํ อเปกฺขาติ อนเปกฺขา, นิสฺสิเนหาติ อตฺโถ. เตสํ ตสฺมึ กาเย จ ชีวิเต จ อนเปกฺขานํ.
อิทานิ เตสํ เตสุ อนเปกฺขตฺตสฺส การณํ ทสฺเสนฺโต ปริจฺจตฺตชีวิตานนฺติ อาห. ภควโต อาจริยสฺส วา สกชีวิตปริจฺจาเคเนว หิ เต กิลมมาเนปิ กาเย วินสฺสมาเนปิ ชีวิเต อนเปกฺขา โหนฺตีติ. สตฺตนฺนํ เสกฺขานนฺติ สิกฺขนฺตีติ เสกฺขาติ ลทฺธนามานํ โสตาปตฺติมคฺคฏฺฐาทีนํ สตฺตนฺนํ อริยปุคฺคลานํ. ตถาคตสาวกานนฺติ ตถาคตสฺส สาวกานํ. อฏฺฐปิ หิ อริยปุคฺคลา สวนนฺเต อริยาย ชาติยา ชาตตฺตา ภควโต เทสนํ อนุสิฏฺฐึ อเวจฺจปฺปสาทโยเคน สกฺกจฺจํ สุณนฺตีติ สาวกา. เตสุปิ อรหตฺตผลฏฺเฐเยว วิเสเสตฺวา ทสฺเสนฺโต ขีณาสวานนฺติ อาห, อรหตฺตมคฺคญาเณน ปริกฺขีณสพฺพาสวานนฺติ อตฺโถ. ปจฺเจกพุทฺธานนฺติ ตํ ตํ การณํ ปฏิจฺจ เอโกว อนาจริยโก จตุสจฺจํ พุชฺฌิตวาติ ปจฺเจกพุทฺโธ. ตาทิสานํ ปจฺเจกพุทฺธานํ.
ตถาคตานนฺติ เอตฺถ อฏฺฐหิ การเณหิ ภควา ตถาคโต – ตถา อาคโตติ ตถาคโต, ตถา คโตติ ตถาคโต, ตถลกฺขณํ อาคโตติ ตถาคโต, ตถธมฺเม ยาถาวโต อภิสมฺพุทฺโธติ ตถาคโต, ตถทสฺสิตาย ตถาคโต, ตถวาทิตาย ตถาคโต, ตถา การิตาย ตถาคโต, อภิภวนฏฺเฐน ตถาคโต.
กถํ ภควา ตถา อาคโตติ ตถาคโต? ยถา สพฺพโลกหิตาย อุสฺสุกฺกมาปนฺนา ปุริมกา สมฺมาสมฺพุทฺธา อาคตา. กึ วุตฺตํ โหติ? เยนาภินีหาเรน ปุริมกา ภควนฺโต อาคตา, เตเนว อมฺหากมฺปิ ภควา อาคโต. อถ วา ยถา ปุริมกา ภควนฺโต ทานสีลเนกฺขมฺมปญฺญาวีริยขนฺติสจฺจาธิฏฺฐานเมตฺตุเปกฺขาสงฺขาตา ทส ปารมิโย, ทส อุปปารมิโย, ทส ปรมตฺถปารมิโยติ สมตึส ปารมิโย ปูเรตฺวา องฺคปริจฺจาคํ นยนธนรชฺชปุตฺตทารปริจฺจาคนฺติ อิเม ปญฺจ มหาปริจฺจาเค ปริจฺจชิตฺวา, ปุพฺพโยคปุพฺพจริยธมฺมกฺขานญาตตฺถจริยาทโย ปูเรตฺวา พุทฺธิจริยาย โกฏึ ปตฺวา อาคตา, ตถา อมฺหากมฺปิ ภควา อาคโต. ยถา จ ปุริมกา ภควนฺโต จตฺตาโร สติปฏฺฐาเน จตฺตาโร สมฺมปฺปธาเน จตฺตาโร อิทฺธิปาเท ปญฺจินฺทฺริยานิ ปญฺจ พลานิ สตฺต โพชฺฌงฺเค อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ภาเวตฺวา พฺรูเหตฺวา อาคตา, ตถา อมฺหากมฺปิ ภควา อาคโตติ ตถาคโต.
‘‘ยเถว ทีปงฺกรพุทฺธอาทโย, สพฺพญฺญุภาวํ มุนโย อิธาคตา;
ตถา อยํ สกฺยมุนีปิ อาคโต, ตถาคโต วุจฺจติ เตน จกฺขุมา’’ติ.
กถํ ตถา คโตติ ตถาคโต? ยถา สมฺปติชาตา ปุริมกา ภควนฺโต คตา. กถญฺจ เต คตา? เต หิ สมฺปติชาตา สเมหิ ปาเทหิ ปถวิยํ ปติฏฺฐาย อุตฺตเรนมุขา สตฺตปทวีติหาเรน คตา. ยถาห ‘‘สมฺปติชาโต, อานนฺท, โพธิสตฺโต สเมหิ ปาเทหิ ปถวิยํ ปติฏฺฐหิตฺวา อุตฺตราภิมุโข สตฺตปทวีติหาเรน คจฺฉติ เสตมฺหิ ฉตฺเต อนุธารยมาเน, สพฺพา จ ทิสา อนุวิโลเกติ, อาสภิญฺจ วาจํ ภาสติ ‘อคฺโคหมสฺมิ โลกสฺส, เชฏฺโฐหมสฺมิ โลกสฺส, เสฏฺโฐหมสฺมิ โลกสฺส, อยมนฺติมา ชาติ, นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว’’’ติ (ม. นิ. ๓.๒๐๗; ที. นิ. ๒.๓๑). ตญฺจสฺส คมนํ ตถํ อโหสิ อวิตถํ อเนเกสํ วิเสสาธิคมานํ ปุพฺพนิมิตฺตภาเวน. ยญฺหิ โส สมฺปติชาโต สเมหิ ปาเทหิ ปติฏฺฐหิ, อิทมสฺส จตุริทฺธิปาทปฏิลาภสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ, อุตฺตรมุขภาโว ปนสฺส สพฺพโลกุตฺตรภาวสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ, สตฺตปทวีติหาโร สตฺตโพชฺฌงฺครตนปฏิลาภสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ, ‘‘สุวณฺณทณฺฑา วีติปตนฺติ จามรา’’ติ (สุ. นิ. ๖๙๓) เอตฺถ วุตฺตจามรุกฺเขโป ปน สพฺพติตฺถิยนิมฺมถนสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ, เสตจฺฉตฺตธารณํ อรหตฺตผลวิมุตฺติวรวิมลเสตจฺฉตฺตปฏิลาภสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ, สพฺพาทิสานุวิโลกนํ สพฺพญฺญุตานาวรณญาณปฏิลาภสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ, อาสภิวาจาภาสนํ ปน อปฺปฏิวตฺติยวรธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. ตถายํ ภควาปิ คโต. ตญฺจสฺส คมนํ ตถํ อโหสิ อวิตถํ เตสํเยว วิเสสาธิคมานํ ปุพฺพนิมิตฺตภาเวน. เตนาหุ โปราณา –
‘‘มุหุตฺตชาโตว ควํปตี ยถา, สเมหิ ปาเทหิ ผุสี วสุนฺธรํ;
โส วิกฺกมี สตฺต ปทานิ โคตโม, เสตญฺจ ฉตฺตํ อนุธารยุํ มรู.
‘‘คนฺตฺวาน โส สตฺต ปทานิ โคตโม, ทิสา วิโลเกสิ สมา สมนฺตโต;
อฏฺฐงฺคุเปตํ คิรมพฺภุทีรยิ, สีโห ยถา ปพฺพตมุทฺธนิฏฺฐิโต’’ติ.
เอวํ ตถา คโตติ ตถาคโต.
อถ วา ยถา ปุริมกา ภควนฺโต, อยมฺปิ ภควา ตเถว เนกฺขมฺเมน กามจฺฉนฺทํ…เป… ปฐมชฺฌาเนน นีวรเณ…เป… อนิจฺจานุปสฺสนาย นิจฺจสญฺญํ…เป… อรหตฺตมคฺเคน สพฺพกิเลเส ปหาย คโต. เอวมฺปิ ตถา คโตติ ตถาคโต.
กถํ ตถลกฺขณํ อาคโตติ ตถาคโต? ปถวีธาตุยา กกฺขฬตฺตลกฺขณํ ตถํ อวิตถํ, อาโปธาตุยา ปคฺฆรณลกฺขณํ, เตโชธาตุยา อุณฺหตฺตลกฺขณํ, วาโยธาตุยา วิตฺถมฺภนลกฺขณํ, อากาสธาตุยา อสมฺผุฏฺฐลกฺขณํ, วิญฺญาณธาตุยา วิชานนลกฺขณํ.
รูปสฺส รุปฺปนลกฺขณํ, เวทนาย เวทยิตลกฺขณํ, สญฺญาย สญฺชานนลกฺขณํ, สงฺขารานํ อภิสงฺขรณลกฺขณํ, วิญฺญาณสฺส วิชานนลกฺขณํ.
วิตกฺกสฺส อภินิโรปนลกฺขณํ, วิจารสฺส อนุมชฺชนลกฺขณํ, ปีติยา ผรณลกฺขณํ, สุขสฺส สาตลกฺขณํ, จิตฺเตกคฺคตาย อวิกฺเขปลกฺขณํ, ผสฺสสฺส ผุสนลกฺขณํ.
สทฺธินฺทฺริยสฺส อธิโมกฺขลกฺขณํ, วีริยินฺทฺริยสฺส ปคฺคหลกฺขณํ, สตินฺทฺริยสฺส อุปฏฺฐานลกฺขณํ, สมาธินฺทฺริยสฺส อวิกฺเขปลกฺขณํ, ปญฺญินฺทฺริยสฺส ปชานนลกฺขณํ.
สทฺธาพลสฺส อสฺสทฺธิเย อกมฺปิยลกฺขณํ, วีริยพลสฺส โกสชฺเช, สติพลสฺส มุฏฺฐสฺสจฺเจ, สมาธิพลสฺส อุทฺธจฺเจ, ปญฺญาพลสฺส อวิชฺชาย อกมฺปิยลกฺขณํ.
สติสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฏฺฐานลกฺขณํ, ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ปวิจยลกฺขณํ, วีริยสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ปคฺคหลกฺขณํ, ปีติสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ผรณลกฺขณํ, ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปสมลกฺขณํ, สมาธิสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อวิกฺเขปลกฺขณํ, อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ปฏิสงฺขานลกฺขณํ.
สมฺมาทิฏฺฐิยา ทสฺสนลกฺขณํ, สมฺมาสงฺกปฺปสฺส อภินิโรปนลกฺขณํ, สมฺมาวาจาย ปริคฺคหลกฺขณํ, สมฺมากมฺมนฺตสฺส สมุฏฺฐานลกฺขณํ, สมฺมาอาชีวสฺส โวทานลกฺขณํ, สมฺมาวายามสฺส ปคฺคหลกฺขณํ, สมฺมาสติยา อุปฏฺฐานลกฺขณํ, สมฺมาสมาธิสฺส อวิกฺเขปลกฺขณํ.
อวิชฺชาย อญฺญาณลกฺขณํ, สงฺขารานํ เจตนาลกฺขณํ, วิญฺญาณสฺส วิชานนลกฺขณํ, นามสฺส นมนลกฺขณํ, รูปสฺส รุปฺปนลกฺขณํ, สฬายตนสฺส อายตนลกฺขณํ, ผสฺสสฺส ผุสนลกฺขณํ, เวทนาย เวทยิตลกฺขณํ, ตณฺหาย เหตุลกฺขณํ, อุปาทานสฺส คหณลกฺขณํ, ภวสฺส อายูหนลกฺขณํ, ชาติยา นิพฺพตฺติลกฺขณํ, ชราย ชีรณลกฺขณํ, มรณสฺส จุติลกฺขณํ.
ธาตูนํ สุญฺญตาลกฺขณํ, อายตนานํ อายตนลกฺขณํ, สติปฏฺฐานานํ อุปฏฺฐานลกฺขณํ, สมฺมปฺปธานานํ ปทหนลกฺขณํ, อิทฺธิปาทานํ อิชฺฌนลกฺขณํ, อินฺทฺริยานํ อธิปติลกฺขณํ, พลานํ อกมฺปิยลกฺขณํ, โพชฺฌงฺคานํ นิยฺยานลกฺขณํ, มคฺคสฺส เหตุลกฺขณํ.
สจฺจานํ ตถลกฺขณํ, สมถสฺส อวิกฺเขปลกฺขณํ, วิปสฺสนาย อนุปสฺสนาลกฺขณํ, สมถวิปสฺสนานํ เอกรสลกฺขณํ, ยุคนทฺธานํ อนติวตฺตนลกฺขณํ.
สีลวิสุทฺธิยา สํวรลกฺขณํ, จิตฺตวิสุทฺธิยา อวิกฺเขปลกฺขณํ, ทิฏฺฐิวิสุทฺธิยา ทสฺสนลกฺขณํ.
ขเย ญาณสฺส สมุจฺเฉทลกฺขณํ, อนุปฺปาเท ญาณสฺส ปสฺสทฺธิลกฺขณํ.
ฉนฺทสฺส มูลลกฺขณํ, มนสิการสฺส สมุฏฺฐานลกฺขณํ, ผสฺสสฺส สโมธานลกฺขณํ, เวทนาย สโมสรณลกฺขณํ, สมาธิสฺส ปมุขลกฺขณํ, สติยา อาธิปเตยฺยลกฺขณํ, ปญฺญาย ตตุตฺตริลกฺขณํ, วิมุตฺติยา สารลกฺขณํ, อมโตคธสฺส นิพฺพานสฺส ปริโยสานลกฺขณํ ตถํ อวิตถํ. เอตํ ตถลกฺขณํ ญาณคติยา อาคโต อวิรชฺฌิตฺวา ปตฺโต อนุปฺปตฺโตติ ตถาคโต. เอวํ ตถลกฺขณํ อาคโตติ ตถาคโต.
กถํ ตถธมฺเม ยาถาวโต อภิสมฺพุทฺโธติ ตถาคโต? ตถธมฺมา นาม จตฺตาริ อริยสจฺจานิ. ยถาห – ‘‘จตฺตาริมานิ, ภิกฺขเว, ตถานิ อวิตถานิ อนญฺญถานิ. กตมานิ จตฺตาริ? ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ, ภิกฺขเว, ตถเมตํ อวิตถเมตํ อนญฺญถเมต’’นฺติ (สํ. นิ. ๕.๑๐๙๐) วิตฺถาโร. ตานิ จ ภควา อภิสมฺพุทฺโธติ ตถานํ อภิสมฺพุทฺธตฺตา ตถาคโตติ วุจฺจติ. อภิสมฺโพธตฺโถ หิ เอตฺถ คตสทฺโท.
อปิจ ชรามรณสฺส ชาติปจฺจยสมฺภูตสมุทาคตฏฺโฐ ตโถ อวิตโถ อนญฺญโถ…เป… สงฺขารานํ อวิชฺชาปจฺจยสมฺภูตสมุทาคตฏฺโฐ ตโถ อวิตโถ อนญฺญโถ. ตถา อวิชฺชาย สงฺขารานํ ปจฺจยฏฺโฐ ตโถ อวิตโถ อนญฺญโถ…เป… ชาติยา ชรามรณสฺส ปจฺจยฏฺโฐ ตโถ อวิตโถ อนญฺญโถ. ตํ สพฺพํ ภควา อภิสมฺพุทฺโธ. ตสฺมาปิ ตถานํ อภิสมฺพุทฺธตฺตา ตถาคโต. เอวํ ตถธมฺเม ยาถาวโต อภิสมฺพุทฺโธติ ตถาคโต.
กถํ ตถทสฺสิตาย ตถาคโต? ภควา ยํ สเทวเก โลเก…เป… สเทวมนุสฺสาย อปริมาณาสุ โลกธาตูสุ อปริมาณานํ สตฺตานํ จกฺขุทฺวาเร อาปาถํ อาคจฺฉนฺตํ รูปารมฺมณํ นาม อตฺถิ, ตํ สพฺพากาเรน ชานาติ ปสฺสติ. เอวํ ชานตา ปสฺสตา จ เตน ตํ อิฏฺฐานิฏฺฐาทิวเสน วา ทิฏฺฐสุตมุตวิญฺญาเตสุ ลพฺภมานกปทวเสน วา ‘‘กตมํ ตํ รูปํ รูปายตนํ? ยํ รูปํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย วณฺณนิภา สนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ นีลํ ปีตก’’นฺติอาทินา (ธ. ส. ๖๑๖) นเยน อเนเกหิ นาเมหิ เตรสหิ วาเรหิ ทฺวิปญฺญาสาย นเยหิ วิภชฺชมานํ ตถเมว โหติ, วิตถํ นตฺถิ. เอส นโย โสตทฺวาราทีสุปิ อาปาถมาคจฺฉนฺเตสุ สทฺทาทีสุ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ภควตา ‘‘ยํ, ภิกฺขเว, สเทวกสฺส โลกสฺส…เป… สเทวมนุสฺสาย ทิฏฺฐํ สุตํ มุตํ วิญฺญาตํ ปตฺตํ ปริเยสิตํ อนุวิจริตํ มนสา, ตมหํ ชานามิ, ตมหํ อพฺภญฺญาสึ, ตํ ตถาคตสฺส วิทิตํ, ตํ ตถาคโต น อุปฏฺฐาสี’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๔). เอวํ ตถทสฺสิตาย ตถาคโต. ตตฺถ ตถทสฺสีอตฺเถ ตถาคโตติ ปทสมฺภโว เวทิตพฺโพ.
กถํ ตถวาทิตาย ตถาคโต? ยํ รตฺตึ ภควา โพธิมณฺเฑ อปราชิตปลฺลงฺเก นิสินฺโน จตุนฺนํ มารานํ มตฺถกํ มทฺทิตฺวา อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธ, ยญฺจ รตฺตึ ยมกสาลานมนฺตเร อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพายิ, เอตฺถนฺตเร ปญฺจจตฺตาลีสวสฺสปริมาเณ กาเล ปฐมโพธิยาปิ มชฺฌิมโพธิยาปิ ปจฺฉิมโพธิยาปิ ยํ ภควตา ภาสิตํ สุตฺตํ เคยฺยํ…เป… เวทลฺลํ, ตํ สพฺพํ อตฺถโต จ พฺยญฺชนโต จ อนวชฺชํ อนุปวชฺชํ อนูนมนธิกํ สพฺพาการปริปุณฺณํ ราคมทนิมฺมทนํ โทสโมหมทนิมฺมทนํ, นตฺถิ ตตฺถ วาลคฺคมตฺตมฺปิ ปกฺขลิตํ, สพฺพํ ตํ เอกมุทฺทิกาย ลญฺฉิตํ วิย, เอกนาฬิกาย มิตํ วิย, เอกตุลาย ตุลิตํ วิย, จ ตถเมว โหติ. ยถาห ‘‘ยญฺจ, จุนฺท, รตฺตึ ตถาคโต อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุชฺฌติ, ยญฺจ รตฺตึ อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพายติ, ยํ เอตสฺมึ อนฺตเร ภาสติ ลปติ นิทฺทิสติ, สพฺพํ ตํ ตถเมว โหติ, โน อญฺญถา. ตสฺมา ‘ตถาคโต’ติ วุจฺจตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๑๘๘). คทอตฺโถ หิ เอตฺถ คตสทฺโท. เอวํ ตถวาทิตาย ตถาคโต.
อปิจ อาคทนํ อาคโท, วจนนฺติ อตฺโถ. ตโถ อวิปรีโต อาคโท อสฺสาติ ทการสฺส ตการํ กตฺวา ตถาคโตติ เอวเมตสฺมึ อตฺเถ ปทสิทฺธิ เวทิตพฺพา.
กถํ ตถาการิตาย ตถาคโต? ภควโต หิ วาจาย กาโย อนุโลเมติ, กายสฺสาปิ วาจา, ตสฺมา ยถาวาที ตถาการี ยถาการี ตถาวาที จ โหติ. เอวํภูตสฺส จสฺส ยถา วาจา, กาโยปิ ตถา คโต ปวตฺโตติ อตฺโถ. ยถา จ กาโย, วาจาปิ ตถา คตา ปวตฺตาติ ตถาคโต. เตเนวาห – ‘‘ยถาวาที, ภิกฺขเว, ตถาคโต ตถาการี, ยถาการี ตถาวาที. อิติ ยถาวาที ตถาการี, ยถาการี ตถาวาที. ตสฺมา ‘ตถาคโต’ติ วุจฺจตี’’ติ. เอวํ ตถาการิตาย ตถาคโต.
กถํ อภิภวนฏฺเฐน ตถาคโต? อุปริ ภวคฺคํ เหฏฺฐา อวีจึ ปริยนฺตํ กตฺวา ติริยํ อปริมาณาสุ โลกธาตูสุ สพฺพสตฺเต อภิภวติ สีเลน สมาธินา ปญฺญาย วิมุตฺติยา วิมุตฺติญาณทสฺสเนน, น ตสฺส ตุลา วา ปมาณํ วา อตฺถิ, อตุโล อปฺปเมยฺโย อนุตฺตโร ราชาธิราชา เทวานํ อติเทโว สกฺกานํ อติสกฺโก พฺรหฺมานํ อติพฺรหฺมา. เตนาห – ‘‘สเทวเก, ภิกฺขเว, โลเก…เป… สเทวมนุสฺสาย ตถาคโต อภิภู อนภิภูโต อญฺญทตฺถุ ทโส วสวตฺตี. ตสฺมา ‘ตถาคโต’ติ วุจฺจตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๓).
ตตฺเถวํ ปทสิทฺธิ เวทิตพฺพา – อคโท วิย อคโท. โก ปเนส? เทสนาวิลาโส เจว ปุญฺญุสฺสโย จ. เตน เหส มหานุภาโว ภิสกฺโก ทิพฺพาคเทน สปฺเป วิย สพฺพปรปฺปวาทิโน สเทวกญฺจ โลกํ อภิภวติ. อิติ สพฺพโลกาภิภวเน ตโถ อวิปรีโต เทสนาวิลาสมโย เจว ปุญฺญมโย จ อคโท อสฺสาติ ทการสฺส ตการํ กตฺวา ตถาคโตติ เวทิตพฺโพ. เอวํ อภิภวนฏฺเฐน ตถาคโต.
อปิจ ตถาย คโตติปิ ตถาคโต, ตถํ คโตติปิ ตถาคโตติ. คโตติ อวคโต อตีโต ปตฺโต ปฏิปนฺโนติ อตฺโถ. ตตฺถ สกลํ โลกํ ตีรณปริญฺญาย ตถาย คโต อวคโตติ ตถาคโต, โลกสมุทยํ ปหานปริญฺญาย ตถาย คโต อตีโตติ ตถาคโต, โลกนิโรธํ สจฺฉิกิริยาย ตถาย คโต ปตฺโตติ ตถาคโต, โลกนิโรธคามินิปฏิปทํ ตถํ คโต ปฏิปนฺโนติ ตถาคโต. เตน ยํ วุตฺตํ ภควตา – ‘‘โลโก, ภิกฺขเว, ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺโธ, โลกสฺมา ตถาคโต วิสํยุตฺโต. โลกสมุทโย, ภิกฺขเว, ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺโธ, โลกสมุทโย ตถาคตสฺส ปหีโน. โลกนิโรโธ, ภิกฺขเว, ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺโธ โลกนิโรโธ ตถาคตสฺส สจฺฉิกโต. โลกนิโรธคามินี ปฏิปทา, ภิกฺขเว, ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺธา, โลกนิโรธคามินีปฏิปทา ตถาคตสฺส ภาวิตา. ยํ, ภิกฺขเว, สเทวกสฺส โลกสฺส…เป… อนุวิจริตํ มนสา, สพฺพํ ตํ ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺธํ. ตสฺมา ‘ตถาคโต’ติ วุจฺจตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๓). ตสฺส เอวมฺปิ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อิทมฺปิ จ ตถาคตสฺส ตถาคตภาวทีปเน มุขมตฺตเมว. สพฺพากาเรน ปน ตถาคโตว ตถาคตสฺส ตถาคตภาวํ วณฺเณยฺย. ยสฺมา ปน สพฺพพุทฺธา ตถาคตคุเณนาปิ สมสมา, ตสฺมา สพฺเพสํ วเสน ตถาคตานนฺติ อาห.
อรหนฺตานนฺติ กิเลเสหิ อารกตฺตา, อรีนํ อรานญฺจ หตตฺตา, ปจฺจยาทีนํ อรหตฺตา, ปาปกรเณ รหาภาวา ตถาคโต อรหํ. อารกา หิ โส สพฺพกิเลเสหิ สุวิทูรวิทูเร ฐิโต มคฺเคน สวาสนานํ กิเลสานํ ปหีนตฺตาติ อรหํ.
โส ตโต อารกา นาม, ยสฺส เยนาสมงฺคิตา;
อสมงฺคี จ โทเสหิ, นาโถ เตนารหํ มโต.
เต จาเนน กิเลสารโย มคฺเคน หตาติ อรีนํ หตตฺตาปิ อรหํ.
ยสฺมา ราคาทิสงฺขาตา, สพฺเพปิ อรโย หตา;
ปญฺญาสตฺเถน นาเถน, ตสฺมาปิ อรหํ มโต.
ยญฺเจตํ อวิชฺชาภวตณฺหามยนาภิปุญฺญาทิอภิสงฺขารานํ ชรามรณเนมิ อาสวสมุทยมเยน อกฺเขน วิชฺฌิตฺวา ติภวรเถ สมาโยชิตํ อนาทิกาลปฺปวตฺตํ สํสารจกฺกํ, ตสฺสาเนน โพธิมณฺเฑ วีริยปาเทหิ สีลปถวิยํ ปติฏฺฐาย สทฺธาหตฺเถน กมฺมกฺขยกรํ ญาณผรสุํ คเหตฺวา สพฺเพ อรา หตาติ อรานํ หตตฺตาปิ อรหํ.
อรา สํสารจกฺกสฺส, หตา ญาณาสินา ยโต;
โลกนาเถน เตเนส, อรหนฺติ ปวุจฺจติ.
อคฺคทกฺขิเณยฺยตฺตา จ จีวราทิปจฺจเย อรหติ ปูชาวิเสสญฺจ. เตเนว จ อุปฺปนฺเน ตถาคเต เย เกจิ มเหสกฺขา เทวมนุสฺสา, น เต อญฺญตฺถ ปูชํ กโรนฺติ. ตถา หิ พฺรหฺมา สหมฺปติ สิเนรุมตฺเตน รตนทาเมน ตถาคตํ ปูเชสิ, ยถาพลญฺจ อญฺเญ เทวา มนุสฺสา จ พิมฺพิสารโกสลราชาทโย. ปรินิพฺพุตมฺปิ จ ภควนฺตํ อุทฺทิสฺส ฉนฺนวุติโกฏิธนํ วิสฺสชฺเชตฺวา อโสกมหาราชา สกลชมฺพุทีเป จตุราสีติ วิหารสหสฺสานิ ปติฏฺฐาเปสิ, โก ปน วาโท อญฺเญสํ ปูชาวิเสสานนฺติ ปจฺจยาทีนํ อรหตฺตาปิ อรหํ.
ปูชาวิเสสํ สห ปจฺจเยหิ, ยสฺมา อยํ อรหติ โลกนาโถ;
อตฺถานุรูปํ อรหนฺติ โลเก, ตสฺมา ชิโน อรหติ นามเมตํ.
ยถา จ โลเก เย เกจิ ปณฺฑิตมานิโน พาลา อสิโลกภเยน รโห ปาปํ กโรนฺติ, เอวเมส น กทาจิ กโรตีติ ปาปกรเณ รหาภาวโตปิ อรหํ.
ยสฺมา นตฺถิ รโห นาม, ปาปกมฺเมสุ ตาทิโน;
รหาภาเวน เตเนส, อรหํ อิติ วิสฺสุโต.
เอวํ สพฺพถาปิ –
อารกตฺตา หตตฺตา จ, กิเลสารีน โส มุนิ;
หตสํสารจกฺกาโร, ปจฺจยาทีน จารโห;
น รโห กโรติ ปาปานิ, อรหํ เตน วุจฺจตีติ.
ยสฺมา ปน สพฺพพุทฺธา อรหตฺตคุเณนาปิ สมสมา, ตสฺมา สพฺเพสํ วเสน ‘‘อรหนฺตาน’’นฺติ อาห.
สมฺมาสมฺพุทฺธานนฺติ สมฺมา สามญฺจ สพฺพธมฺมานํ พุทฺธตฺตา สมฺมาสมฺพุทฺโธ. ตถา เหส สพฺพธมฺเม สมฺมา สมฺพุทฺโธ, อภิญฺเญยฺเย ธมฺเม อภิญฺเญยฺยโต พุทฺโธ, ปริญฺเญยฺเย ธมฺเม ปริญฺเญยฺยโต, ปหาตพฺเพ ธมฺเม ปหาตพฺพโต, สจฺฉิกาตพฺเพ ธมฺเม สจฺฉิกาตพฺพโต, ภาเวตพฺเพ ธมฺเม ภาเวตพฺพโต. เตเนวาห –
‘‘อภิญฺเญยฺยํ อภิญฺญาตํ, ภาเวตพฺพญฺจ ภาวิตํ;
ปหาตพฺพํ ปหีนํ เม, ตสฺมา พุทฺโธสฺมิ พฺราหฺมณา’’ติ. (ม. นิ. ๒.๓๙๙; สุ. นิ. ๕๖๓);
อถ วา จกฺขุ ทุกฺขสจฺจํ, ตสฺส มูลการณภาเวน สมุฏฺฐาปิกา ปุริมตณฺหา สมุทยสจฺจํ, อุภินฺนํ อปฺปวตฺติ นิโรธสจฺจํ, นิโรธปฺปชานนา ปฏิปทา มคฺคสจฺจนฺติ เอวํ เอเกกปทุทฺธาเรนาปิ สพฺพธมฺเม สมฺมา สามญฺจ พุทฺโธ. เอส นโย โสตฆานชิวฺหากายมเนสุ. เอเตเนว นเยน รูปาทีนิ ฉ อายตนานิ, จกฺขุวิญฺญาณาทโย ฉ วิญฺญาณกายา, จกฺขุสมฺผสฺสาทโย ฉ ผสฺสา, จกฺขุสมฺผสฺสชาทโย ฉ เวทนา, รูปสญฺญาทโย ฉ สญฺญา, รูปสญฺเจตนาทโย ฉ เจตนา, รูปตณฺหาทโย ฉ ตณฺหากายา, รูปวิตกฺกาทโย ฉ วิตกฺกา, รูปวิจาราทโย ฉ วิจารา, รูปกฺขนฺธาทโย ปญฺจกฺขนฺธา, ทส กสิณานิ, ทส อนุสฺสติโย, อุทฺธุมาตกสญฺญาทิวเสน ทส สญฺญา, เกสาทโย ทฺวตฺตึสาการา, ทฺวาทสายตนานิ, อฏฺฐารส ธาตุโย, กามภวาทโย นว ภวา, ปฐมาทีนิ จตฺตาริ ฌานานิ, เมตฺตาภาวนาทโย จตสฺโส อปฺปมญฺญา, จตสฺโส อรูปสมาปตฺติโย, ปฏิโลมโต ชรามรณาทีนิ, อนุโลมโต อวิชฺชาทีนิ ปฏิจฺจสมุปฺปาทงฺคานิ จ โยเชตพฺพานิ. ตตฺรายํ เอกปทโยชนา – ชรามรณํ ทุกฺขสจฺจํ, ชาติ สมุทยสจฺจํ, อุภินฺนํ นิสฺสรณํ นิโรธสจฺจํ, นิโรธปฺปชานนา ปฏิปทา มคฺคสจฺจนฺติ เอวํ เอเกกปทุทฺธาเรน สพฺพธมฺเม สมฺมา สามญฺจ พุทฺโธ อนุพุทฺโธ ปฏิวิทฺโธ. ยํ วา ปน กิญฺจิ อตฺถิ เนยฺยํ นาม, สพฺพสฺส สมฺมา สมฺพุทฺธตฺตา วิโมกฺขนฺติกญาณวเสน สมฺมาสมฺพุทฺโธ. ตสฺส ปน วิภาโค อุปริ อาวิ ภวิสฺสตีติ. ยสฺมา ปน สพฺพพุทฺธา สมฺมาสมฺพุทฺธคุเณนาปิ สมสมา, ตสฺมา สพฺเพสํ วเสน ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺธาน’’นฺติ อาห.
๓๘. อิทานิ ปริยนฺตปาริสุทฺธิอปริยนฺตปาริสุทฺธิสีลทฺวเย เอเกกเมว สีลํ ปญฺจธา ภินฺทิตฺวา ทสฺเสตุํ อตฺถิ สีลํ ปริยนฺตํ, อตฺถิ สีลํ อปริยนฺตนฺติอาทิมาห. อิตเรสุ ปน ตีสุ สีเลสุ ตถาวิโธ เภโท นตฺถีติ. ตตฺถ ลาภปริยนฺตนฺติ ลาเภน ปริยนฺโต เภโท เอตสฺสาติ ลาภปริยนฺตํ. เอวํ เสสานิปิ. ยโสติ ปเนตฺถ ปริวาโร. อิธาติ อิมสฺมึ โลเก. เอกจฺโจติ เอโก. ลาภเหตูติ ลาโภเยว เหตุ ลาภเหตุ, ตสฺมา ลาภเหตุโตติ วุตฺตํ โหติ. เหตฺวตฺเถ นิสฺสกฺกวจนํ. ‘‘ลาภปจฺจยา ลาภการณา’’ติ ตสฺเสว เววจนํ. เหตุเมว หิ ปฏิจฺจ เอตํ ผลเมตีติ ปจฺจโยติ จ, ผลุปฺปตฺตึ การยตีติ การณนฺติ จ วุจฺจติ.
ยถาสมาทินฺนนฺติ ยํ ยํ สมาทินฺนํ คหิตํ. วีติกฺกมตีติ อชฺฌาจรติ. เอวรูปานีติ เอวํสภาวานิ, วุตฺตปฺปการานีติ อธิปฺปาโย. สีลานีติ คหฏฺฐสีลานิ วา โหนฺตุ ปพฺพชิตสีลานิ วา, เยสํ อาทิมฺหิ วา อนฺเต วา เอกํ ภินฺนํ, ตานิ ปริยนฺเต ฉินฺนสาฏโก วิย ขณฺฑานิ. เยสํ เวมชฺเฌ เอกํ ภินฺนํ, ตานิ มชฺเฌ วินิวิทฺธสาฏโก วิย ฉิทฺทานิ. เยสํ ปฏิปาฏิยา เทฺว วา ตีณิ วา ภินฺนานิ, ตานิ ปิฏฺฐิยา วา กุจฺฉิยา วา อุฏฺฐิเตน ทีฆวฏฺฏาทิสณฺฐาเนน วิสภาควณฺเณน กาฬรตฺตาทีนํ อญฺญตรสรีรวณฺณา คาวี วิย สพลานิ. เยสํ อนฺตรนฺตรา เอเกกานิ ภินฺนานิ, ตานิ อนฺตรนฺตรา วิสภาควณฺณพินฺทุวิจิตฺรา คาวี วิย กมฺมาสานิ. อวิเสเสน วา สพฺพานิปิ สตฺตวิเธน เมถุนสํโยเคน โกธูปนาหาทีหิ จ ปาปธมฺเมหิ อุปหตตฺตา ขณฺฑานิ ฉิทฺทานิ สพลานิ กมฺมาสานีติ. ตานิเยว ตณฺหาทาสพฺยโต โมเจตฺวา ภุชิสฺสภาวากรเณน น ภุชิสฺสานิ. พุทฺธาทีหิ วิญฺญูหิ น ปสตฺถตฺตา น วิญฺญุปฺปสตฺถานิ. ตณฺหาทิฏฺฐีหิ ปรามฏฺฐตฺตา, เกนจิ วา ‘‘อยํ เต สีเลสุ โทโส’’ติ ปรามฏฺฐุํ สกฺกุเณยฺยตาย ปรามฏฺฐานิ. อุปจารสมาธึ อปฺปนาสมาธึ วา, อถ วา มคฺคสมาธึ ผลสมาธึ วา น สํวตฺตยนฺตีติ อสมาธิสํวตฺตนิกานิ. น สมาธิสํวตฺตนิกานีติปิ ปาโฐ.
เกจิ ปน ‘‘ขณฺฑานีติ กุสลานํ ธมฺมานํ อปฺปติฏฺฐาภูตตฺตา, ฉิทฺทานีติปิ เอวํ. สพลานีติ วิวณฺณกรณตฺตา, กมฺมาสานีติปิ เอวํ. น ภุชิสฺสานีติ ตณฺหาทาสพฺยํ คตตฺตา. น วิญฺญุปฺปสตฺถานีติ กุสเลหิ ครหิตตฺตา. ปรามฏฺฐานีติ ตณฺหาย คหิตตฺตา. อสมาธิสํวตฺตนิกานีติ วิปฺปฏิสารวตฺถุภูตตฺตา’’ติ เอวมตฺถํ วณฺณยนฺติ.
น อวิปฺปฏิสารวตฺถุกานีติ วิปฺปฏิสาราวหตฺตา อวิปฺปฏิสารสฺส ปติฏฺฐา น โหนฺตีติ อตฺโถ. น ปาโมชฺชวตฺถุกานีติ อวิปฺปฏิสารชาย ทุพฺพลปีติยา น วตฺถุภูตานิ ตสฺสา อนาวหตฺตา. เอวํ เสเสสุปิ โยชนา กาตพฺพา. น ปีติวตฺถุกานีติ ทุพฺพลปีติชาย พลวปีติยา น วตฺถุภูตานิ. น ปสฺสทฺธิวตฺถุกานีติ พลวปีติชาย กายจิตฺตปสฺสทฺธิยา น วตฺถุภูตานิ. น สุขวตฺถุกานีติ ปสฺสทฺธิชสฺส กายิกเจตสิกสุขสฺส น วตฺถุภูตานิ. น สมาธิวตฺถุกานีติ สุขชสฺส สมาธิสฺส น วตฺถุภูตานิ. น ยถาภูตญาณทสฺสนวตฺถุกานีติ สมาธิปทฏฺฐานสฺส ยถาภูตญาณทสฺสนสฺส น วตฺถุภูตานิ.
น เอกนฺตนิพฺพิทายาติอาทีสุ น-การเมว อาหริตฺวา ‘‘น วิราคายา’’ติอาทินา นเยน เสสปเทหิปิ โยเชตพฺพํ. น วิราคายาติอาทีสุ สนกาโร วา ปาโฐ. ตตฺถ เอกนฺตนิพฺพิทายาติ เอกนฺเตน วฏฺเฏ นิพฺพินฺทนตฺถาย น สํวตฺตนฺตีติ สมฺพนฺโธ. เอวํ เสเสสุปิ โยเชตพฺพํ. วิราคายาติ วฏฺเฏ วิรชฺชนตฺถาย. นิโรธายาติ วฏฺฏสฺส นิโรธนตฺถาย. อุปสมายาติ นิโรธิตสฺส ปุน อนุปฺปตฺติวเสน วฏฺฏสฺส อุปสมนตฺถาย. อภิญฺญายาติ วฏฺฏสฺส อภิชานนตฺถาย. สมฺโพธายาติ กิเลสนิทฺทาวิคเมน วฏฺฏโต ปพุชฺฌนตฺถาย. นิพฺพานายาติ อมตนิพฺพานตฺถาย.
ยถาสมาทินฺนํ สิกฺขาปทํ วีติกฺกมายาติ ยถาสมาทินฺนสฺส สิกฺขาปทสฺส วีติกฺกมนตฺถาย. วิภตฺติวิปลฺลาสวเสน ปเนตฺถ อุปโยควจนํ กตํ. จิตฺตมฺปิ น อุปฺปาเทตีติ จิตฺตุปฺปาทสุทฺธิยา สีลสฺส อติวิสุทฺธภาวทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ, น ปน จิตฺตุปฺปาทมตฺเตน สีลํ ภิชฺชติ. กึ โส วีติกฺกมิสฺสตีติ กิมตฺถํ วีติกฺกมํ กริสฺสติ, เนว วีติกฺกมํ กริสฺสตีติ อตฺโถ. อขณฺฑานีติอาทีนิ เหฏฺฐา วุตฺตปฏิปกฺขนเยน เวทิตพฺพานิ. น ขณฺฑานีติปิ ปาโฐ. ‘‘เอกนฺตนิพฺพิทายา’’ติอาทีสุ เอกนฺเตน วฏฺเฏ นิพฺพินฺทนตฺถายาติอาทินา นเยน โยเชตพฺพํ. เอตฺถ ปน นิพฺพิทายาติ วิปสฺสนา. วิราคายาติ มคฺโค. นิโรธาย อุปสมายาติ นิพฺพานํ. อภิญฺญาย สมฺโพธายาติ มคฺโค. นิพฺพานายาติ นิพฺพานเมว. เอกสฺมึ ฐาเน วิปสฺสนา, ทฺวีสุ มคฺโค, ตีสุ นิพฺพานํ วุตฺตนฺติ เอวํ อวตฺถานกถา เวทิตพฺพา. ปริยาเยน ปน สพฺพานิเปตานิ มคฺคเววจนานิปิ นิพฺพานเววจนานิปิ โหนฺติเยว.
๓๙. อิทานิ ปริยนฺตาปริยนฺตวเสน วิชฺชมานปเภทํ ทสฺเสตฺวา ปุน ธมฺมวเสน ชาติวเสน ปจฺจยวเสน สมฺปยุตฺตวเสน สีลสฺส ปเภทํ ทสฺเสตุํ กึ สีลนฺติอาทิมาห. ตตฺถ สมุฏฺฐาติ เอเตนาติ สมุฏฺฐานํ. ปจฺจยสฺเสตํ นามํ. กึ สมุฏฺฐานมสฺสาติ กึสมุฏฺฐานํ. กตินํ ธมฺมานํ สโมธานํ สมวาโย อสฺสาติ กติธมฺมสโมธานํ.
เจตนา สีลนฺติ ปาณาติปาตาทีหิ วิรมนฺตสฺส, วตฺตปฏิปตฺตึ วา ปูเรนฺตสฺส เจตนา. เจตสิกํ สีลนฺติ ปาณาติปาตาทีหิ วิรมนฺตสฺส วิรติ. อปิจ เจตนา สีลํ นาม ปาณาติปาตาทีนิ ปชหนฺตสฺส สตฺตกมฺมปถเจตนา. เจตสิกํ สีลํ นาม ‘‘อภิชฺฌํ โลเก ปหาย วิคตาภิชฺเฌน เจตสา วิหรตี’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๒๑๗) นเยน วุตฺตา อนภิชฺฌาอพฺยาปาทสมฺมาทิฏฺฐิธมฺมา. สํวโร สีลนฺติ เอตฺถ ปญฺจวิโธ สํวโร เวทิตพฺโพ – ปาติโมกฺขสํวโร, สติสํวโร, ญาณสํวโร, ขนฺติสํวโร, วีริยสํวโรติ. ตตฺถ ‘‘อิมินา ปาติโมกฺขสํวเรน อุเปโต โหติ สมุเปโต’’ติ (วิภ. ๕๑๑) อยํ ปาติโมกฺขสํวโร. ‘‘รกฺขติ จกฺขุนฺทฺริยํ, จกฺขุนฺทฺริเย สํวรํ อาปชฺชตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๒๑๓; ม. นิ. ๑.๒๙๕; สํ. นิ. ๔.๒๓๙; อ. นิ. ๓.๑๖) อยํ สติสํวโร.
‘‘ยานิ โสตานิ โลกสฺมึ, (อชิตาติ ภควา;)
สติ เตสํ นิวารณํ;
โสตานํ สํวรํ พฺรูมิ, ปญฺญาเยเต ปิธียเร’’ติ. (สุ. นิ. ๑๐๔๑) –
อยํ ญาณสํวโร. ปจฺจยปฏิเสวนมฺปิ เอตฺเถว สโมธานํ คจฺฉติ. โย ปนายํ ‘‘ขโม โหติ สีตสฺส อุณฺหสฺสา’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๔; อ. นิ. ๔.๑๑๔; ๖.๕๘) นเยน อาคโต, อยํ ขนฺติสํวโร นาม. โย จายํ ‘‘อุปฺปนฺนํ กามวิตกฺกํ นาธิวาเสตี’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๖; อ. นิ. ๔.๑๑๔; ๖.๕๘) นเยน อาคโต, อยํ วีริยสํวโร นาม. อาชีวปาริสุทฺธิปิ เอตฺเถว สโมธานํ คจฺฉติ. อิติ อยํ ปญฺจวิโธปิ สํวโร, ยา จ ปาปภีรุกานํ กุลปุตฺตานํ สมฺปตฺตวตฺถุโต วิรติ, สพฺพเมตํ สํวรสีลนฺติ เวทิตพฺพํ. อวีติกฺกโม สีลนฺติ สมาทินฺนสีลสฺส กายิกวาจสิโก อวีติกฺกโม. อิทํ ตาว กึ สีลนฺติ ปญฺหสฺส วิสฺสชฺชนํ.
กติ สีลานีติ ปญฺหสฺส วิสฺสชฺชเน กุสลสีลํ อกุสลสีลํ อพฺยากตสีลนฺติ เอตฺถ ยสฺมา โลเก เตสํ เตสํ สตฺตานํ ปกติ สีลนฺติ วุจฺจติ, ยํ สนฺธาย ‘‘อยํ สุขสีโล, อยํ ทุกฺขสีโล, อยํ กลหสีโล, อยํ มณฺฑนสีโล’’ติ ภณนฺติ. ตสฺมา เตน ปริยาเยน อตฺถุทฺธารวเสน อกุสลสีลมปิ สีลนฺติ วุตฺตํ. ตํ ปน ‘‘สุตฺวาน สํวเร ปญฺญา’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๓๗) วจนโต อิธาธิปฺเปตสีลํ น โหตีติ.
ยสฺมา ปน เจตนาทิเภทสฺส สีลสฺส สมฺปยุตฺตจิตฺตํ สมุฏฺฐานํ, ตสฺมา กุสลจิตฺตสมุฏฺฐานํ กุสลสีลนฺติอาทิมาห.
สํวรสโมธานํ สีลนฺติ สํวรสมฺปยุตฺตขนฺธา. เต หิ สํวเรน สมาคตา มิสฺสีภูตาติ สํวรสโมธานนฺติ วุตฺตา. เอวํ อวีติกฺกมสโมธานํ สีลมฺปิ เวทิตพฺพํ. ตถาภาเว ชาตเจตนา สโมธานํ สีลนฺติ สํวรภาเว อวีติกฺกมภาเว ชาตเจตนาสมฺปยุตฺตา ขนฺธา. ยสฺมา จ ตีสุปิ เจเตสุ ตํสมฺปยุตฺตา ธมฺมา อธิปฺเปตา, ตสฺมา เจตนาสโมธาเนน เจตสิกานมฺปิ สงฺคหิตตฺตา เจตสิกสโมธานสีลํ วิสุํ น นิทฺทิฏฺฐนฺติ เวทิตพฺพํ. เหฏฺฐา เจตนาทโย ธมฺมา ‘‘สีล’’นฺติ วุตฺตา. น เกวลํ เต เอว สีลํ, ตํสมฺปยุตฺตา ธมฺมาปิ สีลเมวาติ ทสฺสนตฺถํ อยํ ติโก วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ.
๔๐. อิทานิ ยสฺมา เจตนาเจตสิกา สํวราวีติกฺกมาเยว โหนฺติ น วิสุํ, ตสฺมา สํวราวีติกฺกเมเยว ยาว อรหตฺตมคฺคา สาธารณกฺกเมน โยเชนฺโต ปาณาติปาตํ สํวรฏฺเฐน สีลํ, อวีติกฺกมฏฺเฐน สีลนฺติอาทิมาห. ปาณาติปาตา เวรมณิอาทโย หิ ยสฺมา อตฺตโน อตฺตโน ปจฺจนีกํ สํวรนฺติ, ตํ น วีติกฺกมนฺติ จ, ตสฺมา สํวรณโต อวีติกฺกมนโต จ สํวรฏฺเฐน สีลํ อวีติกฺกมฏฺเฐน สีลํ นาม โหติ. ตตฺถ ปาณาติปาตํ สํวรฏฺเฐนาติ ปาณาติปาตสฺส ปิทหนฏฺเฐน สีลํ. กึ ตํ? ปาณาติปาตา เวรมณี. สา จ ตํ สํวรนฺตีเยว ตํ น วีติกฺกมตีติ อวีติกฺกมฏฺเฐน สีลํ. เอวเมว อทินฺนาทานา เวรมณิอาทโย อนภิชฺฌาอพฺยาปาทสมฺมาทิฏฺฐิโย โยเชตพฺพา.
ปาณาติปาตนฺติอาทีสุ ปน ทสสุ อกุสลกมฺมปเถสุ ปาณสฺส อติปาโต ปาณาติปาโต. ปาณวโธ ปาณฆาโตติ วุตฺตํ โหติ. ปาโณติ เจตฺถ โวหารโต สตฺโต, ปรมตฺถโต ชีวิตินฺทฺริยํ. ตสฺมึ ปน ปาเณ ปาณสญฺญิโน ชีวิตินฺทฺริยุปจฺเฉทกอุปกฺกมสมุฏฺฐาปิกา กายวจีทฺวารานํ อญฺญตรทฺวารปฺปวตฺตา วธกเจตนา ปาณาติปาโต. โส คุณวิรหิเตสุ ติรจฺฉานคตาทีสุ ปาเณสุ ขุทฺทเก ปาเณ อปฺปสาวชฺโช, มหาสรีเร มหาสาวชฺโช. กสฺมา? ปโยคมหนฺตตาย. ปโยคสมตฺเตปิ วตฺถุมหนฺตตาย. คุณวนฺเตสุ มนุสฺสาทีสุ อปฺปคุเณ ปาเณ อปฺปสาวชฺโช, มหาคุเณ มหาสาวชฺโช. สรีรคุณานํ ปน สมภาเว สติ กิเลสานํ อุปกฺกมานญฺจ มุทุตาย อปฺปสาวชฺโช, ติพฺพตาย มหาสาวชฺโชติ เวทิตพฺโพ. ตสฺส ปญฺจ สมฺภารา – ปาโณ, ปาณสญฺญิตา, วธกจิตฺตํ, อุปกฺกโม, เตน มรณนฺติ.
อทินฺนสฺส อาทานํ อทินฺนาทานํ, ปรสํหรณํ, เถยฺยํ, โจริกาติ วุตฺตํ โหติ. ตตฺถ อทินฺนนฺติ ปรปริคฺคหิตํ, ยตฺถ ปโร ยถากามการิตํ อาปชฺชนฺโต อทณฺฑารโห อนุปวชฺโช จ โหติ, ตสฺมึ ปรปริคฺคหิเต ปรปริคฺคหิตสญฺญิโน ตทาทายกอุปกฺกมสมุฏฺฐาปิกา กายวจีทฺวารานํ อญฺญตรทฺวารปฺปวตฺตา เถยฺยเจตนา อทินฺนาทานํ. ตํ หีเน ปรสนฺตเก อปฺปสาวชฺชํ, ปณีเต มหาสาวชฺชํ. กสฺมา? วตฺถุปณีตตาย. วตฺถุสมตฺเต สติ คุณาธิกานํ สนฺตเก วตฺถุสฺมึ มหาสาวชฺชํ, ตํ ตํ คุณาธิกํ อุปาทาย ตโต ตโต หีนคุณสฺส สนฺตเก วตฺถุสฺมึ อปฺปสาวชฺชํ. ตสฺส ปญฺจ สมฺภารา – ปรปริคฺคหิตํ, ปรปริคฺคหิตสญฺญิตา เถยฺยจิตฺตํ, อุปกฺกโม, เตน หรณนฺติ.
กาเมสูติ เมถุนสมาจาเรสุ. มิจฺฉาจาโรติ เอกนฺตนินฺทิโต ลามกาจาโร. ลกฺขณโต ปน อสทฺธมฺมาธิปฺปาเยน กายทฺวารปฺปวตฺตา อคมนียฏฺฐานวีติกฺกมเจตนา กาเมสุ มิจฺฉาจาโร.
ตตฺถ อคมนียฏฺฐานํ นาม ปุริสานํ ตาว มาตุรกฺขิตา, ปิตุรกฺขิตา, มาตาปิตุรกฺขิตา, ภาตุรกฺขิตา, ภคินิรกฺขิตา, ญาติรกฺขิตา, โคตฺตรกฺขิตา, ธมฺมรกฺขิตา, สารกฺขา, สปริทณฺฑาติ มาตุรกฺขิตาทโย ทส, ธนกฺกีตา, ฉนฺทวาสินี, โภควาสินี, ปฏวาสินี, โอทปตฺตกินี, โอภตจุมฺพฏา, ทาสี จ, ภริยา จ, กมฺมการี จ ภริยา จ, ธชาหฏา มุหุตฺติกาติ ธนกฺกีตาทโย ทสาติ วีสติ อิตฺถิโย. อิตฺถีสุ ปน ทฺวินฺนํ สารกฺขสปริทณฺฑานํ ทสนฺนญฺจ ธนกฺกีตาทีนนฺติ ทฺวาทสนฺนํ อิตฺถีนํ อญฺเญ ปุริสา, อิทํ อคมนียฏฺฐานํ นาม.
โส ปเนส มิจฺฉาจาโร สีลาทิคุณรหิเต อคมนียฏฺฐาเน อปฺปสาวชฺโช, สีลาทิคุณสมฺปนฺเน มหาสาวชฺโช. ตสฺส จตฺตาโร สมฺภารา – อคมนียวตฺถุ, ตสฺมึ เสวนจิตฺตํ, เสวนปโยโค, มคฺเคนมคฺคปฏิปตฺติอธิวาสนนฺติ.
มุสาติ วิสํวาทนปุเรกฺขารสฺส อตฺถภญฺชโก วจีปโยโค, กายปโยโค วา. วิสํวาทนาธิปฺปาเยน ปนสฺส ปรวิสํวาทกกายวจีปโยคสมุฏฺฐาปิกา เจตนา มุสาวาโท. อปโร นโย – มุสาติ อภูตํ อตจฺฉํ วตฺถุ. วาโทติ ตสฺส ภูตโต ตจฺฉโต วิญฺญาปนํ. ลกฺขณโต ปน อตถํ วตฺถุํ ตถโต ปรํ วิญฺญาเปตุกามสฺส ตถาวิญฺญตฺติสมุฏฺฐาปิกา เจตนา มุสาวาโท. โส ยมตฺถํ ภญฺชติ, ตสฺส อปฺปตาย อปฺปสาวชฺโช, มหนฺตตาย มหาสาวชฺโช. อปิจ คหฏฺฐานํ อตฺตโน สนฺตกํ อทาตุกามตาย นตฺถีติอาทินยปฺปวตฺโต อปฺปสาวชฺโช, สกฺขินา หุตฺวา อตฺถภญฺชนตฺถํ วุตฺโต มหาสาวชฺโช. ปพฺพชิตานํ อปฺปกมฺปิ เตลํ วา สปฺปึ วา ลภิตฺวา หสาธิปฺปาเยน ‘‘อชฺช คาเม เตลํ นที มญฺเญ สนฺทตี’’ติ ปูรณกถานเยน ปวตฺโต อปฺปสาวชฺโช, อทิฏฺฐํเยว ปน ทิฏฺฐนฺติอาทินา นเยน วทนฺตานํ มหาสาวชฺโช. ตสฺส จตฺตาโร สมฺภารา – อตถํ วตฺถุ, วิสํวาทนจิตฺตํ, ตชฺโช วายาโม, ปรสฺส ตทตฺถวิชานนนฺติ.
ยาย วาจาย ยสฺส ตํ วาจํ ภาสติ, ตสฺส หทเย อตฺตโน ปิยภาวํ, ปรสฺส จ สุญฺญภาวํ กโรติ, สา ปิสุณา วาจา. ยาย ปน อตฺตานมฺปิ ปรมฺปิ ผรุสํ กโรติ, ยา วาจา สยมฺปิ ผรุสา เนว กณฺณสุขา น หทยสุขา วา, อยํ ผรุสา วาจา. เยน สมฺผํ ปลปติ นิรตฺถกํ, โส สมฺผปฺปลาโป. เตสํ มูลภูตา เจตนาปิ ปิสุณาวาจาทินามเมว ลภติ. สา เอว จ อิธ อธิปฺเปตาติ.
ตตฺถ สํกิลิฏฺฐจิตฺตสฺส ปเรสํ วา เภทาย อตฺตโน ปิยกมฺยตาย วา กายวจีปโยคสมุฏฺฐาปิกา เจตนา ปิสุณา วาจา. สา ยสฺส เภทํ กโรติ, ตสฺส อปฺปคุณตาย อปฺปสาวชฺชา, มหาคุณตาย มหาสาวชฺชา. ตสฺสา จตฺตาโร สมฺภารา – ภินฺทิตพฺโพ ปโร, ‘‘อิติ อิเม นานา ภวิสฺสนฺตี’’ติ เภทปุเรกฺขารตา วา ‘‘อิติ อหํ ปิโย ภวิสฺสามิ วิสฺสาสิโก’’ติ ปิยกมฺยตา วา, ตชฺโช วายาโม, ตสฺส ตทตฺถวิชานนนฺติ. ปเร ปน อภินฺเน กมฺมปถเภโท นตฺถิ, ภินฺเนเยว โหติ.
ปรสฺส มมฺมจฺเฉทกกายวจีปโยคสมุฏฺฐาปิกา เอกนฺตผรุสเจตนา ผรุสา วาจา. มมฺมจฺเฉทโกปิ ปน ปโยโค จิตฺตสณฺหตาย ผรุสา วาจา น โหติ. มาตาปิตโร หิ กทาจิ ปุตฺตเก เอวมฺปิ วทนฺติ ‘‘โจรา โว ขณฺฑาขณฺฑิกํ กโรนฺตู’’ติ. อุปฺปลปตฺตมฺปิ จ เนสํ อุปริ ปตนฺตํ น อิจฺฉนฺติ. อาจริยุปชฺฌายา จ กทาจิ นิสฺสิตเก เอวํ วทนฺติ ‘‘กึ อิเม อหิริกา อโนตฺตปฺปิโน, นิทฺธมถ เน’’ติ. อถ จ เนสํ อาคมาธิคมสมฺปตฺตึ อิจฺฉนฺติ. ยถา จ จิตฺตสณฺหตาย ผรุสา วาจา น โหติ, เอวํ วจนสณฺหตาย อผรุสา วาจาปิ น โหติ. น หิ มาราเปตุกามสฺส ‘‘อิมํ สุขํ สยาเปถา’’ติ วจนํ อผรุสา วาจา โหติ, จิตฺตผรุสตาย ปเนสา ผรุสา วาจาว. สา ยํ สนฺธาย ปวตฺติตา, ตสฺส อปฺปคุณตาย อปฺปสาวชฺชา, มหาคุณตาย มหาสาวชฺชา. ตสฺสา ตโย สมฺภารา – อกฺโกสิตพฺโพ ปโร, กุปิตจิตฺตํ, อกฺโกสนาติ.
อนตฺถวิญฺญาปิกา กายวจีปโยคสมุฏฺฐาปิกา อกุสลเจตนา สมฺผปฺปลาโป. โส อาเสวนมนฺทตาย อปฺปสาวชฺโช, อาเสวนมหนฺตตาย มหาสาวชฺโช. ตสฺส เทฺว สมฺภารา – ภารตยุทฺธสีตาหรณาทินิรตฺถกกถาปุเรกฺขารตา, ตถารูปิกถากถนญฺจาติ. ปเร ปน ตํ กถํ อคณฺหนฺเต กมฺมปถเภโท นตฺถิ, ปเรน สมฺผปฺปลาเป คหิเตเยว โหติ.
อภิชฺฌายตีติ อภิชฺฌา, ปรภณฺฑาภิมุขี หุตฺวา ตนฺนินฺนตาย ปวตฺตตีติ อตฺโถ. สา ‘‘อโห วต อิทํ มมสฺสา’’ติ เอวํ ปรภณฺฑาภิชฺฌายนลกฺขณา, อทินฺนาทานํ วิย อปฺปสาวชฺชา มหาสาวชฺชา จ. ตสฺส เทฺว สมฺภารา – ปรภณฺฑํ, อตฺตโน ปริณามนญฺจาติ. ปรภณฺฑวตฺถุเก หิ โลเภ อุปฺปนฺเนปิ น ตาว กมฺมปถเภโท โหติ, ยาว ‘‘อโห วต อิทํ มมสฺสา’’ติ อตฺตโน น ปริณาเมติ.
หิตสุขํ พฺยาปาทยตีติ พฺยาปาโท. โส ปรวินาสาย มโนปโทสลกฺขโณ, ผรุสา วาจา วิย อปฺปสาวชฺโช มหาสาวชฺโช จ. ตสฺส เทฺว สมฺภารา – ปรสตฺโต จ, ตสฺส จ วินาสจินฺตาติ. ปรสตฺตวตฺถุเก หิ โกเธ อุปฺปนฺเนปิ น ตาว กมฺมปถเภโท โหติ, ยาว ‘‘อโห วตายํ อุจฺฉิชฺเชยฺย วินสฺเสยฺยา’’ติ ตสฺส วินาสํ น จินฺเตติ.
ยถาภุจฺจคหณาภาเวน มิจฺฉา ปสฺสตีติ มิจฺฉาทิฏฺฐิ. สา ‘‘นตฺถิ ทินฺน’’นฺติอาทินา นเยน วิปรีตทสฺสนลกฺขณา, สมฺผปฺปลาโป วิย อปฺปสาวชฺชา, มหาสาวชฺชา จ. อปิจ อนิยตา อปฺปสาวชฺชา, นิยตา มหาสาวชฺชา. ตสฺสา เทฺว สมฺภารา – วตฺถุโน จ คหิตาการวิปรีตตา, ยถา จ ตํ คณฺหาติ, ตถาภาเวน ตสฺสูปฏฺฐานนฺติ. ตตฺถ นตฺถิกาเหตุกอกิริยทิฏฺฐีหิ เอว กมฺมปถเภโท โหติ, น อญฺญทิฏฺฐีหิ.
อิเมสํ ปน ทสนฺนํ อกุสลกมฺมปถานํ ธมฺมโต, โกฏฺฐาสโต, อารมฺมณโต, เวทนาโต, มูลโตติ ปญฺจหากาเรหิ วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ.
ตตฺถ ธมฺมโตติ เอเตสุ หิ สตฺต ปฏิปาฏิยา เจตนาธมฺมาว โหนฺติ, อภิชฺฌาทโย ตโย เจตนาสมฺปยุตฺตา.
โกฏฺฐาสโตติ ปฏิปาฏิยา สตฺต, มิจฺฉาทิฏฺฐิ จาติ อิเม อฏฺฐ กมฺมปถา เอว โหนฺติ, โน มูลานิ. อภิชฺฌาพฺยาปาทา กมฺมปถา เจว มูลานิ จ. อภิชฺฌา หิ มูลํ ปตฺวา โลโภ อกุสลมูลํ โหติ, พฺยาปาโท โทโส อกุสลมูลํ.
อารมฺมณโตติ ปาณาติปาโต ชีวิตินฺทฺริยารมฺมณโต สงฺขารารมฺมโณ. อทินฺนาทานํ สตฺตารมฺมณํ วา สงฺขารารมฺมณํ วา. มิจฺฉาจาโร โผฏฺฐพฺพวเสน สงฺขารารมฺมโณ, สตฺตารมฺมโณติปิ เอเก. มุสาวาโท สตฺตารมฺมโณ วา สงฺขารารมฺมโณ วา. ตถา ปิสุณา วาจา. ผรุสา วาจา สตฺตารมฺมณาว สมฺผปฺปลาโป ทิฏฺฐสุตมุตวิญฺญาตวเสน สตฺตารมฺมโณ วา สงฺขารารมฺมโณ วา. ตถา อภิชฺฌา. พฺยาปาโท สตฺตารมฺมโณว. มิจฺฉาทิฏฺฐิ เตภูมกธมฺมวเสน สงฺขารารมฺมณาว.
เวทนาโตติ ปาณาติปาโต ทุกฺขเวทโน โหติ. กิญฺจาปิ หิ ราชาโน โจรํ ทิสฺวา หสมานาปิ ‘‘คจฺฉถ ภเณ, มาเรถ น’’นฺติ วทนฺติ, สนฺนิฏฺฐาปกเจตนา ปน เนสํ ทุกฺขสมฺปยุตฺตาว โหติ. อทินฺนาทานํ ติเวทนํ. ตญฺหิ ปรภณฺฑํ ทิสฺวา หฏฺฐตุฏฺฐสฺส คณฺหโต สุขเวทนํ โหติ, ภีตตสิตสฺส คณฺหโต ทุกฺขเวทนํ, ตถา วิปากนิสฺสนฺทผลานิ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส. คหณกาเล มชฺฌตฺตภาเว ฐิตสฺส ปน คณฺหโต อทุกฺขมสุขเวทนํ โหติ. มิจฺฉาจาโร สุขมชฺฌตฺตวเสน ทฺวิเวทโน, สนฺนิฏฺฐาปกจิตฺเต ปน มชฺฌตฺตเวทโน น โหติ. มุสาวาโท อทินฺนาทาเน วุตฺตนเยเนว ติเวทโน, ตถา ปิสุณา วาจา. ผรุสา วาจา ทุกฺขเวทนา. สมฺผปฺปลาโป ติเวทโน. ปเรสุ หิ สาธุการํ เทนฺเตสุ เจลาทีนิ อุกฺขิปนฺเตสุ หฏฺฐตุฏฺฐสฺส สีตาหรณภารตยุทฺธาทีนิ กถนกาเล โส สุขเวทโน โหติ, ปฐมํ ทินฺนเวตเนน เอเกน ปจฺฉา อาคนฺตฺวา ‘‘อาทิโต ปฏฺฐาย กเถหี’’ติ วุตฺเต ‘‘นิรวเสสํ ยถานุสนฺธิกํ ปกิณฺณกกถํ กเถสฺสามิ นุ โข, โน’’ติ โทมนสฺสิตสฺส กถนกาเล ทุกฺขเวทโน โหติ, มชฺฌตฺตสฺส กถยโต อทุกฺขมสุขเวทโน โหติ. อภิชฺฌา สุขมชฺฌตฺตวเสน ทฺวิเวทนา, ตถา มิจฺฉาทิฏฺฐิ. พฺยาปาโท ทุกฺขเวทโน.
มูลโตติ ปาณาติปาโต โทสโมหวเสน ทฺวิมูลโก โหติ, อทินฺนาทานํ โทสโมหวเสน วา โลภโมหวเสน วา, มิจฺฉาจาโร โลภโมหวเสน, มุสาวาโท โทสโมหวเสน วา โลภโมหวเสน วา. ตถา ปิสุณา วาจา สมฺผปฺปลาโป จ. ผรุสา วาจา โทสโมหวเสน, อภิชฺฌา โมหวเสน เอกมูลา, ตถา พฺยาปาโท. มิจฺฉาทิฏฺฐิ โลภโมหวเสน ทฺวิมูลาติ.
อกุสลกมฺมปถกถา นิฏฺฐิตา.
ปาณาติปาตาทีหิ ปน วิรติโย, อนภิชฺฌาอพฺยาปาทสมฺมาทิฏฺฐิโย จาติ อิเม ทส กุสลกมฺมปถา นาม. ปาณาติปาตาทีหิ เอตาย วิรมนฺติ, สยํ วา วิรมติ, วิรมณมตฺตเมว วา เอตนฺติ วิรติ. ยา ปาณาติปาตาทีหิ วิรมนฺตสฺส กุสลจิตฺตสมฺปยุตฺตา วิรติ, สา ปเภทโต ติวิธา โหติ สมฺปตฺตวิรติ สมาทานวิรติ สมุจฺเฉทวิรตีติ. ตตฺถ อสมาทินฺนสิกฺขาปทานํ อตฺตโน ชาติวยพาหุสจฺจาทีนิ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ‘‘อยุตฺตํ อมฺหากํ เอวรูปํ ปาปํ กาตุ’’นฺติ สมฺปตฺตวตฺถุํ อวีติกฺกมนฺตานํ อุปฺปชฺชมานา วิรติ สมฺปตฺตวิรติ นาม. สมาทินฺนสิกฺขาปทานํ ปน สิกฺขาปทสมาทาเน จ ตตุตฺตริ จ อตฺตโน ชีวิตมฺปิ ปริจฺจชิตฺวา วตฺถุํ อวีติกฺกมนฺตานํ อุปฺปชฺชมานา วิรติ สมาทานวิรติ นาม. อริยมคฺคสมฺปยุตฺตา ปน วิรติ สมุจฺเฉทวิรติ นาม, ยสฺสา อุปฺปตฺติโต ปภุติ อริยปุคฺคลานํ ‘‘ปาณํ ฆาเตสฺสามา’’ติอาทิจิตฺตมฺปิ น อุปฺปชฺชตีติ.
อิทานิ อกุสลกมฺมปถานํ วิย อิเมสํ กุสลกมฺมปถานํ ธมฺมโต, โกฏฺฐาสโต, อารมฺมณโต, เวทนาโต, มูลโตติ ปญฺจหากาเรหิ วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ.
ตตฺถ ธมฺมโตติ เอเตสุปิ ปฏิปาฏิยา สตฺต เจตนาปิ วฏฺฏนฺติ วิรติโยปิ, อนฺเต ตโย เจตนาสมฺปยุตฺตาว.
โกฏฺฐาสโตติ ปฏิปาฏิยา สตฺต กมฺมปถา เอว, โน มูลานิ, อนฺเต ตโย กมฺมปถา เจว มูลานิ จ. อนภิชฺฌา หิ มูลํ ปตฺวา อโลโภ กุสลมูลํ โหติ, อพฺยาปาโท อโทโส กุสลมูลํ, สมฺมาทิฏฺฐิ อโมโห กุสลมูลํ.
อารมฺมณโตติ ปาณาติปาตาทีนํ อารมฺมณาเนว เอเตสํ อารมฺมณานิ. วีติกฺกมิตพฺพโตเยว หิ เวรมณี นาม โหติ. ยถา ปน นิพฺพานารมฺมโณ อริยมคฺโค กิเลเส ปชหติ, เอวํ ชีวิตินฺทฺริยาทิอารมฺมณาเปเต กมฺมปถา ปาณาติปาตาทีนิ ทุสฺสีลฺยานิ ปชหนฺตีติ.
เวทนาโตติ สพฺเพ สุขเวทนา วา โหนฺติ มชฺฌตฺตเวทนา วา. กุสลํ ปตฺวา หิ ทุกฺขา เวทนา นาม นตฺถิ.
มูลโตติ ปฏิปาฏิยา สตฺต ญาณสมฺปยุตฺตจิตฺเตน วิรมนฺตสฺส อโลภอโทสอโมหวเสน ติมูลา โหนฺติ. ญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺเตน วิรมนฺตสฺส อโลภาโทสวเสน ทฺวิมูลา. อนภิชฺฌา ญาณสมฺปยุตฺตจิตฺเตน วิรมนฺตสฺส อโทสอโมหวเสน ทฺวิมูลา. ญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺเตน วิรมนฺตสฺส อโทสวเสน เอกมูลา. อโลโภ ปน อตฺตนาว อตฺตโน มูลํ น โหติ. อพฺยาปาเทปิ เอเสว นโย. สมฺมาทิฏฺฐิ อโลภาโทสวเสน ทฺวิมูลาวาติ.
กุสลกมฺมปถกถา นิฏฺฐิตา.
๔๑. เอวํ ทสกุสลกมฺมปถวเสน สีลํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ เนกฺขมฺมาทีนํ อรหตฺตมคฺคปริโยสานานํ สตฺตตึสธมฺมานํ วเสน ทสฺเสตุํ เนกฺขมฺเมน กามจฺฉนฺทํ สํวรฏฺเฐน สีลํ, อวีติกฺกมฏฺเฐน สีลนฺติอาทิมาห. ตตฺถ ยสฺมา เนกฺขมฺเมน กามจฺฉนฺทํ สํวรติ น วีติกฺกมติ, ตสฺมา เนกฺขมฺมํ สีลนฺติ อธิปฺปาโย. ปจฺจตฺตตฺเถ วา กรณวจนํ, เนกฺขมฺมนฺติ อตฺโถ. เอส นโย เสเสสุ. ปาฬิยํ ปน เนกฺขมฺมอพฺยาปาเท ทสฺเสตฺวา เหฏฺฐา วุตฺตนยตฺตา เสสํ สงฺขิปิตฺวา อนฺเต อรหตฺตมคฺโคเยว ทสฺสิโต.
เอวํ สํวรอวีติกฺกมวเสน สีลํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ เตสํเยว ทฺวินฺนํ ปเภททสฺสนตฺถํ ปญฺจ สีลานิ ปาณาติปาตสฺส ปหานํ สีลนฺติอาทิมาห. เอตฺถ จ ปาณาติปาตสฺส ปหานํ สีลํ, ปาณาติปาตา เวรมณี สีลํ, ปาณาติปาตสฺส ปฏิปกฺขเจตนา สีลํ, ปาณาติปาตสฺส สํวโร สีลํ, ปาณาติปาตสฺส อวีติกฺกโม สีลนฺติ โยชนา กาตพฺพา. ปหานนฺติ จ โกจิ ธมฺโม นาม นตฺถิ อญฺญตฺร วุตฺตปฺปการานํ ปาณาติปาตาทีนํ อนุปฺปาทมตฺตโต. ยสฺมา ปน ตํ ตํ ปหานํ ตสฺส ตสฺส กุสลสฺส ธมฺมสฺส ปติฏฺฐานฏฺเฐน อุปธารณํ โหติ, วิปฺปกิณฺณสภาวากรเณน จ สโมธานํ, ตสฺมา ปุพฺเพ วุตฺเตเนว อุปธารณสโมธานสงฺขาเตน สีลนฏฺเฐน สีลนฺติ วุตฺตํ. อิตเร จตฺตาโร ธมฺมา ตโต ตโต เวรมณิวเสน ตสฺส ตสฺส สํวรวเสน ตทุภยสมฺปยุตฺตเจตนาวเสน ตํ ตํ อวีติกฺกมนฺตสฺส อวีติกฺกมวเสน จ เจตโส ปวตฺติสภาวํ สนฺธาย วุตฺตา.
อถ วา ปหานมฺปิ ธมฺมโต อตฺถิเยว. กถํ? ปหียเต อเนน ปาณาติปาตาทิปฏิปกฺโข, ปชหติ วา ตํ ปฏิปกฺขนฺติ ปหานํ. กึ ตํ? สพฺเพปิ กุสลา ขนฺธา. อญฺเญ ปน อาจริยา ‘‘เนกฺขมฺมาทีสุปิ ‘เวรมณี สีล’นฺติ วจนมตฺตํ คเหตฺวา สพฺพกุสเลสุปิ นิยตเยวาปนกภูตา วิรติ นาม อตฺถี’’ติ วทนฺติ, น ตถา อิธาติ. เอวมิเมหิ ปหานาทีหิ ปญฺจหิ ปเทหิ วิเสเสตฺวา ปริยนฺตาปริยนฺตสีลทฺวเย อปริยนฺตสีลเมว วุตฺตํ. ตสฺมา เอว หิ เอวรูปานิ สีลานิ จิตฺตสฺส อวิปฺปฏิสาราย สํวตฺตนฺติ…เป… สจฺฉิกาตพฺพํ สจฺฉิกโรนฺโต สิกฺขตีติ วุตฺตํ.
ตตฺถ อวิปฺปฏิสาราย สํวตฺตนฺตีติ ‘‘สํวโร อวิปฺปฏิสารตฺถายา’’ติ (ปริ. ๓๖๖) จ ‘‘อวิปฺปฏิสารตฺถานิ โข, อานนฺท, กุสลานิ สีลานิ อวิปฺปฏิสารานิสํสานี’’ติ (อ. นิ. ๑๐.๑; ๑๑.๑) จ วจนโต อวิปฺปฏิสารตฺถาย สํวตฺตนฺติ. ‘‘อวิปฺปฏิสาโร ปาโมชฺชตฺถายา’’ติ (ปริ. ๓๖๖) จ ‘‘โยนิโส มนสิกโรโต ปาโมชฺชํ ชายตี’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๗๔) จ วจนโต ปาโมชฺชาย สํวตฺตนฺติ. ‘‘ปาโมชฺชํ ปีตตฺถายา’’ติ (ปริ. ๓๖๖) จ ‘‘ปมุทิตสฺส ปีติ ชายตี’’ติ (อ. นิ. ๕.๒๖; สํ. นิ. ๕.๓๗๖; ที. นิ. ๓.๓๒๒) จ วจนโต ปีติยา สํวตฺตนฺติ. ‘‘ปีติ ปสฺสทฺธตฺถายา’’ติ (ปริ. ๓๖๖) จ ‘‘ปีติมนสฺส กาโย ปสฺสมฺภตี’’ติ (อ. นิ. ๕.๒๖; สํ. นิ. ๕.๓๗๖; ที. นิ. ๓.๓๒๒) จ วจนโต ปสฺสทฺธิยา สํวตฺตนฺติ. ‘‘ปสฺสทฺธิ สุขตฺถายา’’ติ (ปริ. ๓๖๖) จ ‘‘ปสฺสทฺธกาโย สุขํ เวเทตี’’ติ (อ. นิ. ๕.๒๖; สํ. นิ. ๕.๓๗๖; ที. นิ. ๓.๓๒๒) จ วจนโต โสมนสฺสาย สํวตฺตนฺติ. เจตสิกํ สุขญฺหิ โสมนสฺสนฺติ วุจฺจติ. อาเสวนายาติ ภุสา เสวนา อาเสวนา. กสฺส อาเสวนา? อนนฺตรํ โสมนสฺสวจเนน สุขสฺส วุตฺตตฺตา สุขํ สิทฺธํ. ‘‘สุขิโน จิตฺตํ สมาธิยตี’’ติ (อ. นิ. ๕.๒๖; สํ. นิ. ๕.๓๗๖; ที. นิ. ๓.๓๒๒) จ วจนโต เตน สุเขน สมาธิ สิทฺโธ โหติ. เอวํ สิทฺธสฺส สมาธิสฺส อาเสวนา. ตสฺส สมาธิสฺส อาเสวนาย สํวตฺตนฺติ, ปคุณพลวภาวาย สํวตฺตนฺตีติ อตฺโถ. ภาวนายาติ ตสฺเสว สมาธิสฺส วุทฺธิยา. พหุลีกมฺมายาติ ตสฺเสว สมาธิสฺส ปุนปฺปุนํ กิริยาย. อวิปฺปฏิสาราทิปวตฺติยา มูลการณํ หุตฺวา สมาธิสฺส สทฺธินฺทฺริยาทิอลงฺการสาธเนน อลงฺการาย สํวตฺตนฺติ. อวิปฺปฏิสาราทิกสฺส สมาธิสมฺภารสฺส สาธเนน ปริกฺขาราย สํวตฺตนฺติ. ‘‘เย จ โข อิเม ปพฺพชิเตน ชีวิตปริกฺขารา สมุทาเนตพฺพา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๑๙๒) วิย หิ เอตฺถ สมฺภารตฺโถ ปริกฺขารสทฺโท. ‘‘รโถ สีลปริกฺขาโร, ฌานกฺโข จกฺกวีริโย’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๓.๕๔) ปน อลงฺการตฺโถ. ‘‘สตฺตหิ นครปริกฺขาเรหิ สุปริกฺขตํ โหตี’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๗.๖๗) ปริวารตฺโถ. อิธ ปน อลงฺการปริวารานํ วิสุํ อาคตตฺตา สมฺภารตฺโถติ วุตฺตํ. สมฺภารตฺโถ จ ปจฺจยตฺโถติ. มูลการณภาเวเนว สมาธิสมฺปยุตฺตผสฺสาทิธมฺมสมฺปตฺติสาธเนน ปริวาราย สํวตฺตนฺติ. สมาธิสฺส วิปสฺสนาย จ ปทฏฺฐานภาวปาปเนน วสีภาวปาปเนน จ ปริปุณฺณภาวสาธนโต ปาริปูริยา สํวตฺตนฺติ.
เอวํ สีลูปนิสฺสเยน สพฺพาการปริปูรํ สมาธึ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ‘‘สมาหิเต จิตฺเต ยถาภูตํ ชานาติ ปสฺสติ, ยถาภูตํ ชานํ ปสฺสํ นิพฺพินฺทติ, นิพฺพินฺทํ วิรชฺชติ, วิราคา วิมุจฺจตี’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๗๓; ที. นิ. ๓.๓๕๙) วจนโต สีลมูลกานิ สมาธิปทฏฺฐานานิ ยถาภูตญาณทสฺสนาทีนิ ทสฺเสนฺโต เอกนฺตนิพฺพิทายาติอาทิมาห. นิพฺพิทาย หิ ทสฺสิตาย ตสฺสา ปทฏฺฐานภูตํ ยถาภูตญาณทสฺสนํ ทสฺสิตเมว โหติ. ตสฺมิญฺหิ อสิทฺเธ นิพฺพิทา น สิชฺฌตีติ. ตานิ ปน วุตฺตตฺถาเนว. ยถาภูตญาณทสฺสนํ ปเนตฺถ สปฺปจฺจยนามรูปปริคฺคโห.
เอวํ อมตมหานิพฺพานปริโยสานํ สีลปฺปโยชนํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตสฺส สีลสฺส อธิสีลสิกฺขาภาวํ ตมฺมูลกา จ อธิจิตฺตอธิปญฺญาสิกฺขา ทสฺเสตุกาโม เอวรูปานํ สีลานํ สํวรปาริสุทฺธิ อธิสีลนฺติอาทิมาห. ตตฺถ สํวโรเยว ปาริสุทฺธิ สํวรปาริสุทฺธิ. เอวรูปานํ อปริยนฺตภูตานํ วิวฏฺฏนิสฺสิตานํ สีลานํ สํวรปาริสุทฺธิ วิวฏฺฏนิสฺสิตตฺตา เสสสีลโต อธิกํ สีลนฺติ อธิสีลนฺติ วุจฺจติ. สํวรปาริสุทฺธิยา ฐิตํ จิตฺตนฺติ เอทิสาย สีลสํวรปาริสุทฺธิยา ปติฏฺฐิตํ จิตฺตํ สุฏฺฐุ อวิปฺปฏิสาราทีนํ อาวหนโต น วิกฺเขปํ คจฺฉติ, สมาธิสฺมึ ปติฏฺฐาตีติ อตฺโถ. อวิกฺเขโปเยว ปาริสุทฺธิ อวิกฺเขปปาริสุทฺธิ. โส สพฺพมลวิรหิโต นิพฺเพธภาคิโย สมาธิ เสสสมาธิโต อธิกตฺตา อธิจิตฺตนฺติ วุจฺจติ. จิตฺตสีเสน เหตฺถ สมาธิ นิทฺทิฏฺโฐ. สํวรปาริสุทฺธึ สมฺมา ปสฺสตีติ ปริสุทฺธํ สีลสํวรํ ญาตปริญฺญาวเสน ตีรณปริญฺญาวเสน จ สมฺมา ปสฺสติ, เอวเมว อวิกฺเขปปาริสุทฺธิสงฺขาตํ ปริสุทฺธํ สมาธึ สมฺมา ปสฺสติ. เอวํ ปสฺสโต จสฺส ทสฺสนสงฺขาตา ปาริสุทฺธิ ทสฺสนปาริสุทฺธิ. สาเยว เสสปญฺญาย อธิกตฺตา อธิปญฺญาติ วุจฺจติ. โย ตตฺถาติ โย ตตฺถ สํวรอวิกฺเขปทสฺสเนสุ. สํวรฏฺโฐติ สํวรภาโว. เอวเมว อวิกฺเขปฏฺฐทสฺสนฏฺฐา จ เวทิตพฺพา. อธิสีลเมว สิกฺขา อธิสีลสิกฺขา. เอวํ อิตราปิ เวทิตพฺพา.
เอวํ ติสฺโส สิกฺขาโย ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตาสํ ปาริปูริกฺกมํ ทสฺเสตุํ อิมา ติสฺโส สิกฺขาโย อาวชฺชนฺโต สิกฺขตีติอาทิมาห. ตสฺสตฺโถ – ปจฺเจกํ ปริปูเรตุํ อาวชฺชนฺโตปิ สิกฺขติ นาม, อาวชฺเชตฺวา ‘‘อยํ นาม สิกฺขา’’ติ ชานนฺโตปิ สิกฺขติ นาม, ชานิตฺวา ปุนปฺปุนํ ปสฺสนฺโตปิ สิกฺขติ นาม, ปสฺสิตฺวา ยถาทิฏฺฐํ ปจฺจเวกฺขนฺโตปิ สิกฺขติ นาม, ปจฺจเวกฺขิตฺวา ตตฺเถว จิตฺตํ อจลํ กตฺวา ปติฏฺฐเปนฺโตปิ สิกฺขติ นาม, ตํตํสิกฺขาสมฺปยุตฺตสทฺธาวีริยสติสมาธิปญฺญาหิ สกสกกิจฺจํ กโรนฺโตปิ สิกฺขติ นาม, อภิญฺเญยฺยาภิชานนาทิกาเลปิ ตํ ตํ กิจฺจํ กโรนฺโต ติสฺโสปิ สิกฺขาโย สิกฺขติ นามาติ. ปุน ปญฺจ สีลานีติอาทีนิ วุตฺตตฺถาเนว. อรหตฺตมคฺเคน สพฺพกิเลสานนฺติอาทีสุ ปน อรหนฺตานํ สุฏฺฐุ วิปฺปฏิสาราทิอภาวโต อาเสวนาทิภาวโต จ ตานิ ปทานิ ยุชฺชนฺเตว. เอกนฺตนิพฺพิทายาติอาทีนิ ปน สติปฏฺฐานสมฺมปฺปธานานิ วิย มคฺคกฺขเณเยว โยเชตพฺพานิ.
๔๒. สํวรปาริสุทฺธึ สมฺมา ปสฺสติ, อวิกฺเขปปาริสุทฺธึ สมฺมา ปสฺสตีติ อิทํ ปน วจนทฺวยํ ผลสมาปตฺตตฺถาย วิปสฺสนาวเสน โยเชตพฺพํ, ทุติยวจนํ ปน นิโรธสมาปตฺตตฺถาย วิปสฺสนาวเสนาปิ ยุชฺชติ. อาวชฺชนฺโต สิกฺขตีติอาทีสุ ปญฺจสุ วจเนสุ อรหโต สิกฺขิตพฺพาภาเวปิ อเสกฺขสีลกฺขนฺธาทิสภาวโต ‘‘สิกฺขตี’’ติ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. สทฺธาย อธิมุจฺจนฺโต สิกฺขตีติอาทีนิ ปน มคฺคกฺขณญฺเญว สนฺธาย วุตฺตานิ. อญฺญานิปิ อุปจารปฺปนาวิปสฺสนามคฺควเสน วุตฺตานิ วจนานิ ยถาโยคํ โยเชตพฺพานีติ.
สีลมยญาณนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.