๑๘. ปารายนานุคีติคาถานิทฺเทสวณฺณนา

๑๐๒. ปารายนมนุคายิสฺสนฺติ อสฺส อยํ สมฺพนฺโธ – ภควตา หิ ปารายเน เทสิเต โสฬสสหสฺสชฏิลา อรหตฺตํ ปาปุณึสุ, อวเสสานญฺจ จุทฺทสโกฏิสงฺขานํ เทวมนุสฺสานํ ธมฺมาภิสมโย อโหสิ. วุตฺตเญฺหตํ โปราเณหิ –

‘‘ตโต ปาสาณเก รมฺเม, ปารายนสมาคเม;

อมตํ ปาปยี พุทฺโธ, จุทฺทส ปาณโกฏิโย’’ติ. (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๑๑๓๘);

นิฏฺฐิตาย ปน ธมฺมเทสนาย ตโต ตโต อาคตา มนุสฺสา ภควโต อานุภาเวน อตฺตโน อตฺตโน คามนิคมาทีเสฺวว ปาตุรเหสุํ. ภควาปิ สาวตฺถิเมว อคมาสิ ปริจารกโสฬสาทีหิ อเนเกหิ ภิกฺขุสหสฺเสหิ ปริวุโต. ตตฺถ ปิงฺคิโย ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา อาห – ‘‘คจฺฉามหํ, ภนฺเต, พาวริสฺส พุทฺธุปฺปาทํ อาโรเจตุํ, ปฏิสฺสุตญฺหิ ตสฺเสว มยา’’ติ. อถ ภควตา อนุญฺญาโต ญาณคมเนเนว โคธาวรีตีรํ คนฺตฺวา ปาทคมเนน อสฺสมาภิมุโข อคมาสิ. ตเมนํ พาวรี พฺราหฺมโณ มคฺคํ โอโลเกนฺโต นิสินฺโน ทูรโตว ตํ ขาริชฏาทิวิรหิตํ ภิกฺขุเวเสนาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ‘‘พุทฺโธ โลเก อุปฺปนฺโน’’ติ นิฏฺฐมคมาสิ. สมฺปตฺตญฺจาปิ นํ ปุจฺฉิ – ‘‘กึ, ปิงฺคิย, พุทฺโธ โลเก อุปฺปนฺโน’’ติ? ‘‘อาม, พฺราหฺมณ, อุปฺปนฺโน, ปาสาณเก เจติเย นิสินฺโน อมฺหากํ ธมฺมํ เทเสสิ, ตมหํ ตุยฺหํ เทเสสฺสามี’’ติ. ตโต พาวรี มหตา สกฺกาเรน สปริโส ตํ ปูเชตฺวา อาสนํ ปญฺญาเปสิ. ตตฺถ นิสีทิตฺวา ปิงฺคิโย ‘‘ปารายนมนุคายิสฺส’’นฺติอาทิมาห.

ตตฺถ อนุคายิสฺสนฺติ ภควโต คีตํ อนุคายิสฺสํ. ยถาทฺทกฺขีติ ยถา สามํ สจฺจาภิสมฺโพเธน อสาธารณญาเณน จ อทฺทกฺขิ. นิกฺกาโมติ ปหีนกาโม. ‘‘นิกฺกโม’’ติปิ ปาโฐ, วีริยวาติ อตฺโถ. นิกฺขนฺโต วา อกุสลปกฺขา. นิพฺพโนติ กิเลสวนวิรหิโต, ตณฺหาวิรหิโต เอว วา. กิสฺส เหตุ มุสา ภเณติ เยหิ กิเลเสหิ มุสา ภเณยฺย, เอเต ตสฺส ปหีนาติ ทสฺเสติ. เอเตน พฺราหฺมณสฺส สวเน อุสฺสาหํ ชเนติ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๑๑๓๘).

อมโลติ กิเลสมลวิรหิโต. วิมโลติ วิคตกิเลสมโล. นิมฺมโลติ กิเลสมลสุทฺโธ. มลาปคโตติ กิเลสมลา ทูรีภูโต หุตฺวา จรติ. มลวิปฺปหีโนติ กิเลสมลปฺปหีโน. มลวิมุตฺโตติ กิเลเสหิ วิมุตฺโต. สพฺพมลวีติวตฺโตติ วาสนาทิสพฺพกิเลสมลํ อติกฺกนฺโต. เต วนาติ เอเต วุตฺตปฺปการา กิเลสา.

๑๐๓. วณฺณูปสํหิตนฺติ คุณูปสํหิตํ.

๑๐๔. สจฺจวฺหโยติ พุทฺโธ หิ สจฺเจเนว อวฺหาเนน นาเมน ยุตฺโต. พฺรเหฺมติ ตํ พฺราหฺมณํ อาลปติ.

ตตฺถ โลโกติ ลุชฺชนฏฺเฐน โลโก. เอโก โลโก ภวโลโกติ เตภูมกวิปาโก. โส หิ ภวตีติ ภโว, ภโว เอว โลโก ภวโลโก. ภวโลโก จ สมฺภวโลโก จาติ เอตฺถ เอเกโก เทฺว เทฺว โหติ. ภวโลโก หิ สมฺปตฺติภววิปตฺติภววเสน ทุวิโธ. สมฺภวโลโกปิ สมฺปตฺติสมฺภววิปตฺติสมฺภววเสน ทุวิโธ. ตตฺถ สมฺปตฺติภวโลโกติ สุคติโลโก. โส หิ อิฏฺฐผลตฺตา สุนฺทโร โลโกติ สมฺปตฺติ, ภวตีติ ภโว, สมฺปตฺติ เอว ภโว สมฺปตฺติภโว, โส เอว โลโก สมฺปตฺติภวโลโก. สมฺปตฺติสมฺภวโลโกติ สุคตูปคํ กมฺมํ. ตญฺหิ สมฺภวติ เอตสฺมา ผลนฺติ สมฺภโว, สมฺปตฺติยา สมฺภโว สมฺปตฺติสมฺภโว, สมฺปตฺติสมฺภโว เอว โลโก สมฺปตฺติสมฺภวโลโกติ.

วิปตฺติภวโลโกติ อปายโลโก. โส หิ อนิฏฺฐผลตฺตา วิรูโป โลโกติ วิปตฺติ, ภวตีติ ภโว, วิปตฺติ เอว ภโว วิปตฺติภโว, วิปตฺติภโว เอว โลโก วิปตฺติภวโลโก. วิปตฺติสมฺภวโลโกติ อปายูปคํ กมฺมํ. ตญฺหิ สมฺภวติ เอตสฺมา ผลนฺติ สมฺภโว, วิปตฺติยา สมฺภโว วิปตฺติสมฺภโว, วิปตฺติสมฺภโว เอว โลโก วิปตฺติสมฺภวโลโกติ. ติสฺโส เวทนาติ สุขา เวทนา, ทุกฺขา เวทนา, อทุกฺขมสุขา เวทนา โลกิยา เอว. อาหาราติ ปจฺจยา. ปจฺจยา หิ อตฺตโน ผลํ อาหรนฺตีติ อาหารา. กพฬีการาหาโร ผสฺสาหาโร มโนสญฺเจตนาหาโร วิญฺญาณาหาโรติ จตฺตาโร. วตฺถุวเสน กพฬีกตฺตพฺพตฺตา กพฬีกาโร, อชฺโฌหริตพฺพตฺตา อาหาโร, โอทนกุมฺมาสาทิวตฺถุกาย โอชาเยตํ นามํ. สา หิ โอชฏฺฐมกรูปานิ อาหรตีติ อาหาโร. จกฺขุสมฺผสฺสาทิโก ฉพฺพิโธ ผสฺโส ติสฺโส เวทนา อาหรตีติ อาหาโร. มนโส สญฺเจตนา น สตฺตสฺสาติ มโนสญฺเจตนา ยถา จิตฺเตกคฺคตา, มนสา วา สมฺปยุตฺตา สญฺเจตนา มโนสญฺเจตนา ยถา อาชญฺญรโถ, เตภูมกกุสลากุสลเจตนา. สา หิ ตโย ภเว อาหรตีติ อาหาโร. วิญฺญาณนฺติ เอกูนวีสติเภทํ ปฏิสนฺธิวิญฺญาณํ. ตญฺหิ ปฏิสนฺธินามรูปํ อาหรตีติ อาหาโร.

อุปาทานกฺขนฺธาติ อุปาทานโคจรา ขนฺธา อุปาทานกฺขนฺธา, มชฺเฌ ปทโลโป ทฏฺฐพฺโพ. อุปาทานสมฺภูตา วา ขนฺธา อุปาทานกฺขนฺธา ยถา ติณคฺคิ, ถุสคฺคิ. อุปาทานวิเธยฺยา วา ขนฺธา อุปาทานกฺขนฺธา ยถา ราชปุริโส. อุปาทานปฺปภวา วา ขนฺธา อุปาทานกฺขนฺธา ยถา ปุปฺผรุกฺโข, ผลรุกฺโข. อุปาทานานิ ปน กามุปาทานํ ทิฏฺฐุปาทานํ สีลพฺพตุปาทานํ อตฺตวาทุปาทานนฺติ จตฺตาริ. อตฺถโต ปน ภุสํ อาทานนฺติ อุปาทานํ. รูปุปาทานกฺขนฺโธ, เวทนุปาทานกฺขนฺโธ, สญฺญุปาทานกฺขนฺโธ, สงฺขารุปาทานกฺขนฺโธ, วิญฺญาณุปาทานกฺขนฺโธติ ปญฺจ. ฉ อชฺฌตฺติกานิ อายตนานีติ จกฺขายตนํ, โสตายตนํ, ฆานายตนํ, ชิวฺหายตนํ, กายายตนํ, มนายตนํ. สตฺต วิญฺญาณฏฺฐิติโย วุตฺตนยา เอว. ตถา อฏฺฐ โลกธมฺมา. อปิ จ – ลาโภ, อลาโภ, ยโส, อยโส, นินฺทา, ปสํสา, สุขํ, ทุกฺขนฺติ อิเม อฏฺฐ โลกปฺปวตฺติยา สติ อนุปริวตฺตนธมฺมกตฺตา โลกสฺส ธมฺมาติ โลกธมฺมา. เอเตหิ มุตฺโต สตฺโต นาม นตฺถิ, พุทฺธานมฺปิ โหนฺติเยว. ยถาห –

‘‘อฏฺฐิเม, ภิกฺขเว, โลกธมฺมา โลกํ อนุปริวตฺตนฺติ, โลโก จ อฏฺฐ โลกธมฺเม อนุปริวตฺตติ. กตเม อฏฺฐ? ลาโภ จ อลาโภ จ…เป… สุขญฺจ ทุกฺขญฺจ. อิเม โข, ภิกฺขเว, อฏฺฐ โลกธมฺมา โลกํ อนุปริวตฺตนฺติ, โลโก จ อิเม อฏฺฐ โลกธมฺเม อนุปริวตฺตตี’’ติ (อ. นิ. ๘.๖).

ตตฺถ อนุปริวตฺตนฺตีติ อนุพนฺธนฺติ นปฺปชหนฺติ, โลกโต น นิวตฺตนฺตีติ อตฺโถ. ลาโภติ ปพฺพชิตสฺส จีวราทิ, คหฏฺฐสฺส ธนธญฺญาทิลาโภ. โสเยว อลพฺภมาโน ลาโภ อลาโภ น ลาโภ อลาโภติ วุจฺจติ, โน จ อตฺตาภาวปฺปตฺติโต ปริญฺเญยฺโย สิยา. ยโสติ ปริวาโร. โสเยว อลพฺภมาโน ยโส อยโส. นินฺทาติ อวณฺณภณนํ. ปสํสาติ วณฺณภณนํ. สุขนฺติ กามาวจรกายิกเจตสิกํ. ทุกฺขนฺติ ปุถุชฺชนโสตาปนฺนสกทาคามีนํ กายิกเจตสิกํ, อนาคามิอรหนฺตานํ กายิกเมว. สตฺตาวาสาติ สตฺตานํ อาวาสา, วสนฏฺฐานานีติ อตฺโถ. ตานิ ปน ตถา ปกาสิตา ขนฺธา เอว. สตฺตสุ วิญฺญาณฏฺฐิตีสุ อสญฺญสตฺเตน จ เนวสญฺญานาสญฺญายตเนน จ สทฺธึ นว สตฺตาวาสา. ทสายตนานีติ จกฺขายตนํ, รูปายตนํ, โสตายตนํ, สทฺทายตนํ, ฆานายตนํ, คนฺธายตนํ, ชิวฺหายตนํ, รสายตนํ, กายายตนํ, โผฏฺฐพฺพายตนนฺติ เอวํ ทส. ทฺวาทสายตนานีติ มนายตนธมฺมายตเนหิ สทฺธึ เอวํ ทฺวาทส. อฏฺฐารส ธาตุโยติ จกฺขุธาตุ, รูปธาตุ, จกฺขุวิญฺญาณธาตุ…เป… มโนธาตุ, ธมฺมธาตุ, มโนวิญฺญาณธาตูติ เอเกกสฺมึ ตีณิ ตีณิ กตฺวา อฏฺฐารส ธาตุโย.

สทิสนาโมติ เตสํ สทิสนาโม เอกคุณวณฺณนาโม. สทิสวฺหโยติ เอกคุณวณฺณนาเมน อวฺหายโน. สจฺจสทิสวฺหโยติ อวิตถเอกคุณวณฺณนาเมน อวิปรีเตน อวฺหายโน.

อาสิโตติ อุปสงฺกมิโต. อุปาสิโตติ อุปคนฺตฺวา เสวิโต. ปยิรุปาสิโตติ ภตฺติวเสน อตีว เสวิโต.

๑๐๕. กุพฺพนกนฺติ ปริตฺตวนํ. พหุปฺผลํ กานนมาวเสยฺยาติ อเนกผลาทิวิกติภริตกานนํ อาคมฺม วเสยฺย. อปฺปทสฺเสติ พาวริปฺปภุติเก ปริตฺตปญฺเญ. มโหทธินฺติ อโนตตฺตาทึ มหนฺตํ อุทกราสึ.

อปฺปทสฺสาติ มนฺททสฺสิโน. ปริตฺตทสฺสาติ อติมนฺททสฺสิโน. โถกทสฺสาติ ปริตฺตโตปิ อติปริตฺตทสฺสิโน. โอมกทสฺสาติ เหฏฺฐิมทสฺสิโน. ลามกทสฺสาติ อปฺปธานทสฺสิโน. ฉตุกฺกทสฺสาติ น อุตฺตมทสฺสิโน. อปฺปมาณทสฺสนฺติ ปมาณํ อติกฺกมิตฺวา อปฺปมาณํ นิพฺพานทสฺสํ. อคฺคทสฺสนฺติ ‘‘อคฺคโต เว ปสนฺนาน’’นฺติอาทินา (อ. นิ. ๔.๓๔; อิติวุ. ๙๐) นเยน อคฺคธมฺมทสฺสํ. เสฏฺฐทสฺสนฺติ สมฺพุทฺโธ ทฺวิปทเสฏฺโฐติ เสฏฺฐทสฺสํ. วิเสฏฺฐทสฺสนฺติอาทีนิ จตฺตาริ อุปสคฺเคน วฑฺฒิตานิ. อสมนฺติ น สมํ อสมํ สพฺพญฺญุํ. อสมสมนฺติ อสเมหิ อตีตพุทฺเธหิ สมํ อสมสมํ. อปฺปฏิสมนฺติ อตฺตโน สทิสวิรหิตํ. อปฺปฏิภาคนฺติ อตฺตโน ปฏิพิมฺพวิรหิตํ. อปฺปฏิปุคฺคลนฺติ ปฏิมลฺลปุคฺคลวิรหิตํ. เทวาติเทวนฺติ วิสุทฺธิเทวานมฺปิ อติเทวํ. อภิมงฺคลสมฺมตฏฺเฐน อุสภํ. อฉมฺภิตฏฺเฐน ปุริสสีหํ. นิทฺโทสฏฺเฐน ปุริสนาคํ. อุตฺตมฏฺเฐน ปุริสาชญฺญํ. อฏฺฐปริสปถวึ อุปฺปีเฬตฺวา สเทวเก โลเก เกนจิ ปจฺจตฺถิเกน ปจฺจามิตฺเตน อกมฺปิเย อจลฏฺฐาเน ติฏฺฐนฏฺเฐน ปุริสนิสภํ. ธมฺมเทสนาธุรวหนฏฺเฐน ปุริสโธรยฺหํ.

มานสกํ วา สรนฺติ มนสา จินฺเตตฺวา กตํ ปลฺลํ วา นามเมว วา. อโนตตฺตํ วา ทหนฺติ จนฺทิมสูริยา ทกฺขิเณน วา อุตฺตเรน วา คจฺฉนฺตา ปพฺพตนฺตเรน ตํ โอภาเสนฺติ, อุชุํ คจฺฉนฺตา น โอภาเสนฺติ, เตเนวสฺส ‘‘อโนตตฺต’’นฺติ สงฺขา อุทปาทิ. เอวรูปํ อโนตตฺตํ วา ทหํ. อกฺโขภํ อมิโตทกนฺติ จาเลตุํ อสกฺกุเณยฺยํ อปริมิตํ อุทกชลราสึ. เอวเมวาติ โอปมฺมสํสนฺทนํ, พุทฺธํ ภควนฺตํ อกฺโขภํ อาสภํ ฐานฏฺฐาเนน จาเลตุํ อสกฺกุเณยฺยํ. อมิตเตชนฺติ อปริมิตญาณเตชํ. ปภินฺนญาณนฺติ ทสพลญาณาทิวเสน ปเภทคตญาณํ. วิวฏจกฺขุนฺติ สมนฺตจกฺขุํ.

ปญฺญาปเภทกุสลนฺติ ‘‘ยา ปญฺญา ปชานนา วิจโย ปวิจโย’’ติอาทินา (ธ. ส. ๑๖; วิภ. ๕๒๕) นเยน ปญฺญาย ปเภทชานเน เฉกํ. อธิคตปฏิสมฺภิทนฺติ ปฏิลทฺธจตุปฏิสมฺภิทํ. จตุเวสารชฺชปฺปตฺตนฺติ ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส เต ปฏิชานโต อิเม ธมฺมา อนภิสมฺพุทฺธา’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๑๕๐; อ. นิ. ๔.๘) นเยน วุตฺเตสุ จตูสุ ฐาเนสุ วิสารทภาวปฺปตฺตํ. สทฺธาธิมุตฺตนฺติ ปริสุทฺเธ ผลสมาปตฺติจิตฺเต อธิมุตฺตํ, ตตฺถ ปวิฏฺฐํ. เสตปจฺจตฺตนฺติ วาสนาย วิปฺปหีนตฺตา ปริสุทฺธํ อาเวณิกอตฺตภาวํ. อทฺวยภาณินฺติ ปริจฺฉินฺนวจนตฺตา ทฺวิวจนวิรหิตํ. ตาทินฺติ ตาทิสํ, อิฏฺฐานิฏฺเฐสุ อกมฺปนํ วา. ตถา ปฏิญฺญา อสฺสาติ ตถาปฏิญฺโญ, ตํ. อปริตฺตนฺติ น ขุทฺทกํ. มหนฺตนฺติ เตธาตุํ อติกฺกมิตฺวา มหนฺตปฺปตฺตํ.

คมฺภีรนฺติ อญฺเญสํ ทุปฺปเวสํ. อปฺปเมยฺยนฺติ อตุลฏฺเฐน อปฺปเมยฺยํ. ทุปฺปริโยคาหนฺติ ปริโยคาหิตุํ ทุกฺขปฺปเวสํ. ปหูตรตนนฺติ สทฺธาทิรตเนหิ ปหูตรตนํ. สาครสมนฺติ รตนากรโต สมุทฺทสทิสํ. ฉฬงฺคุเปกฺขาย สมนฺนาคตนฺติ ‘‘จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา เนว สุมโน โหติ น ทุมฺมโน’’ติ (อ. นิ. ๖.๑) วุตฺตนเยน ฉฬงฺคุเปกฺขาย ปริปุณฺณํ. อตุลนฺติ ตุลวิรหิตํ, ตุลยิตุํ อสกฺกุเณยฺยํ. วิปุลนฺติ อติมหนฺตํ. อปฺปเมยฺยนฺติ ปเมตุํ อสกฺกุเณยฺยํ. ตํ ตาทิสนฺติ ตํ ภควนฺตํ ตาทิคุณสมฺปนฺนํ. ปวทตํ มคฺควาทินนฺติ ปวทนฺตานํ กเถนฺตานํ อุตฺตมํ กถยนฺตํ วทนฺตํ อธิคจฺฉินฺติ สมฺพนฺโธ. เมรุมิว นคานนฺติ ปพฺพตานํ อนฺตเร สิเนรุํ วิย. ครุฬมิว ทิชานนฺติ ปกฺขิชาตานํ อนฺตเร สุปณฺณํ วิย. สีหมิว มิคานนฺติ จตุปฺปทานมนฺตเร สีหํ วิย. อุทธิมิว อณฺณวานนฺติ วิตฺถิณฺณอณฺณวานํ อนฺตเร สมุทฺทํ วิย อธิคจฺฉึ. ชินปวรนฺติ พุทฺธุตฺตมํ.

๑๐๖. เยเม ปุพฺเพติ เย อิเม ปุพฺเพ.

๑๐๗. ตโมนุทาสีโนติ ตโมนุโท อาสีโน. ภูริปญฺญาโณติ ญาณทฺธโช. ภูริเมธโสติ วิปุลปญฺโญ.

นิทฺเทเส ปภงฺกโรติ เตชํกโร. อาโลกกโรติ อนนฺธการกโร. โอภาสกโรติ โอภาสํ โชตึ กโรตีติ โอภาสกโร. ทีปสทิสํ อาโลกํ กโรตีติ ทีปงฺกโร. ปทีปสทิสํ อาโลกํ กโรตีติ ปทีปกโร. อุชฺโชตกโรติ ปตาปกโร. ปชฺโชตกโรติ ทิสาวิทิสา ปตาปกโร.

ภูริปญฺญาโณติ ปุถุลญาโณ. ญาณปญฺญาโณติ ญาเณน ปากโฏ. ปญฺญาธโชติ อุสฺสิตฏฺเฐน ปญฺญาว ธโช อสฺสาติ ปญฺญาธโช, ธโช รถสฺส ปญฺญาณนฺติอาทีสุ (ชา. ๒.๒๒.๑๘๔๑; จูฬนิ. ปารายนานุคีติคาถานิทฺเทส ๑๐๗) วิย. วิภูตวิหารีติ ปากฏวิหาโร.

๑๐๘. สนฺทิฏฺฐิกมกาลิกนฺติ สามํ ปสฺสิตพฺพํ ผลํ, น จ กาลนฺตเร ปตฺตพฺพผลํ. อนีติกนฺติ กิเลสาทิอีติวิรหิตํ.

สนฺทิฏฺฐิกนฺติ โลกุตฺตรธมฺโม เยน อธิคโต โหติ, เตน ปรสทฺธาย คนฺตพฺพตํ หิตฺวา ปจฺจเวกฺขณญาเณน สยํ ทฏฺฐพฺโพติ สนฺทิฏฺฐิโก, ตํ สนฺทิฏฺฐิกํ. อตฺตโน ผลํทานํ สนฺธาย นาสฺส กาโลติ อกาโล, อกาโลเยว อกาลิโก. โย เอตฺถ อริยมคฺคธมฺโม, โส อตฺตโน สมนนฺตรเมว ผลํ เทตีติ อตฺโถ, ตํ อกาลิกํ. เอหิ ปสฺส อิมํ ธมฺมนฺติ เอวํ ปวตฺตํ เอหิปสฺสวิธึ อรหตีติ เอหิปสฺสิโก, ตํ เอหิปสฺสิกํ. อาทิตฺตํ เจลํ วา สีสํ วา อชฺฌุเปกฺขิตฺวาปิ อตฺตโน จิตฺเต อุปนยํ อรหตีติ โอปเนยฺยิโก, ตํ โอปเนยฺยิกํ. สพฺเพหิปิ อุคฺฆฏิตญฺญูอาทีหิ ‘‘ภาวิโต เม มคฺโค, อธิคตํ ผลํ, สจฺฉิกโต นิโรโธ’’ติ อตฺตนิ อตฺตนิ เวทิตพฺพนฺติ ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺพํ วิญฺญูหิ.

๑๐๙. อถ นํ พาวรี อาห ‘‘กึ นุ ตมฺหา’’ติ เทฺว คาถา.

มุหุตฺตมฺปีติ โถกมฺปิ. ขณมฺปีติ น พหุกมฺปิ. ลยมฺปีติ มนมฺปิ. วยมฺปีติ โกฏฺฐาสมฺปิ. อทฺธมฺปีติ ทิวสมฺปิ.

๑๑๑-๑๑๓. ตโต ปิงฺคิโย ภควโต สนฺติกา อวิปฺปวาสเมว ทีเปนฺโต ‘‘นาหํ ตมฺหา’’ติอาทิมาห. นาหํ โย เม…เป… ปสฺสามิ นํ มนสา จกฺขุนาวาติ ตํ พุทฺธํ มํสจกฺขุนา วิย มนสา ปสฺสามิ. นมสฺสมาโน วิวเสมิ รตฺตินฺติ นมสฺสมาโนว รตฺตึ อตินาเมมิ.

๑๑๔. เตน เตเนว นโตติ เยน เยน ทิสาภาเคน พุทฺโธ, เตน เตเนวาหมฺปิ นโต, ตนฺนินฺโน ตปฺโปโณติ ทสฺเสติ.

๑๑๕. ทุพฺพลถามกสฺสาติ อปฺปถามกสฺส. อถ วา ทุพฺพลสฺส ทุตฺถามกสฺส จ, พลวีริยหีนสฺสาปีติ วุตฺตํ โหติ. เตเนว กาโย น ปเลตีติ เตเนว ทุพฺพลตฺถามกตฺเตน กาโย น คจฺฉติ, เยน พุทฺโธ, น เตน คจฺฉติ. ‘‘น ปเรตี’’ติปิ ปาโฐ, โส เอวตฺโถ. ตตฺถาติ พุทฺธสฺส สนฺติเก. สงฺกปฺปยนฺตายาติ สงฺกปฺปคมเนน. เตน ยุตฺโตติ เยน พุทฺโธ, เตน ยุตฺโต ปยุตฺโต อนุยุตฺโตติ ทสฺเสติ.

เยน พุทฺโธติ เยน ทิสาภาเคน พุทฺโธ อุปสงฺกมิตพฺโพ, เตน ทิสาภาเคน น ปเลติ. อถ วา ภุมฺมตฺเถ กรณวจนํ. ยตฺถ พุทฺโธ ตตฺถ น ปเลติ น คจฺฉติ. น วชตีติ ปุรโต น ยาติ. น คจฺฉตีติ นิวตฺตติ. นาติกฺกมตีติ น อุปสงฺกมติ.

๑๑๖. ปงฺเก สยาโนติ กามกทฺทเม สยมาโน. ทีปา ทีปํ อุปลฺลวินฺติ สตฺถาราทิโต สตฺถาราทึ อธิคจฺฉึ. อถทฺทสาสึ สมฺพุทฺธนฺติ โสหํ เอวํ ทุทิฏฺฐึ คเหตฺวา อนฺวาหิณฺฑนฺโต อถ ปาสาณกเจติเย พุทฺธมทฺทกฺขึ.

ตตฺถ เสมาโนติ นิสชฺชมาโน. สยมาโนติ เสยฺยํ กปฺปยมาโน. อาวสมาโนติ วสมาโน. ปริวสมาโนติ นิจฺจํ วสมาโน.

ปลฺลวินฺติ อุคฺคมึ. อุปลฺลวินฺติ อุตฺตรึ, สมฺปลฺลวินฺติ อุปสคฺเคน ปทํ วฑฺฒิตํ. อทฺทสนฺติ นิทฺเทสสฺส อุทฺเทสปทํ. อทฺทสนฺติ ปสฺสึ. อทฺทกฺขินฺติ โอโลเกสึ. อปสฺสินฺติ เอสึ. ปฏิวิชฺฌินฺติ วินิวิชฺฌึ.

๑๑๗. อิมิสฺสา คาถาย อวสาเน ปิงฺคิยสฺส จ พาวริสฺส จ อินฺทฺริยปริปากํ วิทิตฺวา ภควา สาวตฺถิยํ ฐิโตเยว สุวณฺโณภาสํ มุญฺจิ. ปิงฺคิโย พาวริสฺส พุทฺธคุเณ วณฺณยนฺโต นิสินฺโน เอว ตํ โอภาสํ ทิสฺวา ‘‘กึ อิท’’นฺติ โอโลเกนฺโต ภควนฺตํ อตฺตโน ปุรโต ฐิตํ วิย ทิสฺวา พาวริพฺราหฺมณสฺส ‘‘พุทฺโธ อาคโต’’ติ อาโรเจสิ. พฺราหฺมโณ อุฏฺฐายาสนา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา อฏฺฐาสิ. ภควาปิ โอภาสํ ผริตฺวา พฺราหฺมณสฺส อตฺตานํ ทสฺเสนฺโต อุภินฺนมฺปิ สปฺปายํ วิทิตฺวา ปิงฺคิยเมว อาลปมาโน ‘‘ยถา อหู, วกฺกลี’’ติ อิมํ คาถมภาสิ.

ตสฺสตฺโถ – ยถา วกฺกลิตฺเถโร สทฺธาธิมุตฺโต อโหสิ, สทฺธาธุเรเนว อรหตฺตํ ปาปุณิ, ยถา จ โสฬสนฺนํ เอโก ภทฺราวุโธ นาม, ยถา จ อาฬวิโคตโม จ. เอวเมว ตฺวมฺปิ ปมุญฺจสฺสุ สทฺธํ, ตโต สทฺธาย อธิมุจฺจนฺโต ‘‘สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา’’ติอาทินา (ธ. ป. ๒๗๗; เถรคา. ๖๗๖; ปฏิ. ม. ๑.๓๑; กถา. ๗๕๓) นเยน วิปสฺสนํ อารภิตฺวา มจฺจุเธยฺยสฺส ปารํ นิพฺพานํ คมิสฺสสีติ อรหตฺตนิกูเฏน เทสนํ นิฏฺฐาเปสิ, เทสนาปริโยสาเน ปิงฺคิโย อรหตฺเต, พาวรี อนาคามิผเล ปติฏฺฐหิ, พาวริพฺราหฺมณสฺส สิสฺสา ปน ปญฺจสตา โสตาปนฺนา อเหสุํ.

ตตฺถ มุญฺจสฺสูติ โมจสฺสุ. ปมุญฺจสฺสูติ โมเจหิ. อธิมุญฺจสฺสูติ ตตฺถ อธิโมกฺขํ กรสฺสุ. โอกปฺเปหีติ พหุมานํ อุปฺปาเทหีติ. สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจาติ หุตฺวา อภาวฏฺเฐน. สพฺเพ สงฺขารา ทุกฺขาติ ทุกฺขมฏฺเฐน. สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตาติ อวสวตฺตนฏฺเฐน.

๑๑๘. อิทานิ ปิงฺคิโย อตฺตโน ปสาทํ นิเวเทนฺโต ‘‘เอส ภิยฺโยติอาทิมาห. ตตฺถ ปฏิภานวาติ ปฏิภานปฺปฏิสมฺภิทาย อุเปโต.

ภิยฺโย ภิยฺโยติ อุปรูปริ.

๑๑๙. อธิเทเว อภิญฺญายาติ อธิเทวกเร ธมฺเม ญตฺวา. ปโรปรนฺติ หีนปณีตํ, อตฺตโน จ ปรสฺส จ อธิเทวตฺตกรํ สพฺพธมฺมชาตํ อเวทีติ วุตฺตํ โหติ. กงฺขีนํ ปฏิชานตนฺติ กงฺขีนํเยว สตํ ‘‘นิกฺกงฺขมฺหา’’ติ ปฏิชานนฺตานํ.

นิทฺเทเส ปารายนิกปญฺหานนฺติ ปารายนิกพฺราหฺมณานํ ปุจฺฉานํ. อวสานํ กโรตีติ อนฺตกโร. โกฏึ กโรตีติ ปริยนฺตกโร. สีมํ มริยาทํ กโรตีติ ปริจฺเฉทกโร. นิคมํ กโรตีติ ปริวฏุมกโร. สภิยปญฺหานนฺติ น เกวลํ ปารายนิกพฺราหฺมณานํ ปญฺหานํ เอว, อถ โข สภิยปริพฺพาชกาทีนมฺปิ ปญฺหานํ อนฺตํ กโรตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘สภิยปญฺหาน’’นฺติอาทิมาห.

๑๒๐. อสํหีรนฺติ ราคาทีหิ อสํหาริยํ. อสงฺกุปฺปนฺติ อสงฺกุปฺปํ อวิปริณามธมฺมํ. ทฺวีหิปิ ปเทหิ นิพฺพานํ ภณติ. อทฺธา คมิสฺสามีติ เอกํเสเนว ตํ อนุปาทิเสสนิพฺพานธาตุํ คมิสฺสามิ. น เมตฺถ กงฺขาติ นตฺถิ เม เอตฺถ นิพฺพาเน กงฺขา. เอวํ มํ ธาเรหิ อธิมุตฺตจิตฺตนฺติ ปิงฺคิโย ‘‘เอวเมว ตฺวมฺปิ ปมุญฺจสฺสุ สทฺธ’’นฺติ อิมินา ภควโต โอวาเทน อตฺตนิ สทฺธํ อุปฺปาเทตฺวา สทฺธาธุเรเนว จ วิมุญฺจิตฺวา ตํ สทฺธาธิมุตฺตึ ปกาเสนฺโต ภควนฺตํ อาห – ‘‘เอวํ มํ ธาเรหิ อธิมุตฺตจิตฺต’’นฺติ. อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย ‘‘ยถา มํ ตฺวํ อวจ, เอวเมว มํ อธิมุตฺตจิตฺตํ ธาเรหี’’ติ.

น สํหริยตีติ คเหตฺวา สํหริตุํ น สกฺกา. นิโยควจนนฺติ ยุตฺตวจนํ. อวตฺถาปนวจนนฺติ สนฺนิฏฺฐานวจนํ. อิมสฺมึ ปารายนวคฺเค ยํ อนฺตรนฺตรา น วุตฺตํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตนเยน คเหตพฺพํ. เสสํ สพฺพตฺถ ปากฏเมว.

สทฺธมฺมปฺปชฺโชติกาย จูฬนิทฺเทส-อฏฺฐกถาย

ปารายนานุคีติคาถานิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปารายนวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.