๒. คุหฏฺฐกสุตฺตนิทฺเทสวณฺณนา
๗. ทุติเย – สตฺโตติ ลคฺโค. คุหายนฺติ กาเย. กาโย หิ ราคาทีนํ วาฬานํ วสโนกาสโต ‘‘คุหา’’ติ วุจฺจติ. พหุนาภิฉนฺโนติ พหุนา ราคาทิกิเลสชาเตน อภิจฺฉนฺโน. เอเตน อชฺฌตฺตพนฺธนํ วุตฺตํ. ติฏฺฐนฺติ ราคาทิวเสน ติฏฺฐนฺโต. โมหนสฺมึ ปคาโฬฺหติ โมหนํ วุจฺจติ กามคุโณ. เอตฺถ หิ เทวมนุสฺสา มุยฺหนฺติ เตสุ อชฺโฌคาฬฺหา หุตฺวา; เอเตน พาหิรพนฺธนํ วุตฺตํ. ทูเร วิเวกา หิ ตถาวิโธ โสติ โส ตถารูโป นโร ติวิธาปิ กายวิเวกาทิวิเวกา ทูเร, อนาสนฺเน. กึการณา? กามา หิ โลเก น หิ สุปฺปหายาติ ยสฺมา โลเก กามา สุปฺปหายา น โหนฺติ, ตสฺมาติ วุตฺตํ โหติ.
สตฺโตติ หิ โข วุตฺตนฺติ ‘‘สตฺโต, นโร, มานโว’’ติ เอวมาทินา นเยน กถิโตเยว. คุหา ตาว วตฺตพฺพาติ คุหา ตาว กเถตพฺพา. กาโยติ วาติอาทีสุ อยํ ตาว ปทโยชนา – กาโย อิติ วา คุหา อิติ วา…เป… กุมฺโภ อิติ วาติ. ตตฺถ กาโยติ ‘‘กุจฺฉิตานํ อาโยติ กาโย’’ติอาทินา เหฏฺฐา สติปฏฺฐานกถายํ วุตฺโตเยว. ราคาทิวาฬานํ วสโนกาสฏฺเฐน คุหา, ‘‘ปฏิจฺฉาทนฏฺเฐนา’’ติปิ เอเก. ‘‘ทูรงฺคมํ เอกจรํ, อสรีรํ คุหาสย’’นฺติอาทีสุ (ธ. ป. ๓๗) วิย. ราคาทีหิ ฌาปนฏฺเฐน เทโห ‘‘เต หิตฺวา มานุสํ เทห’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๓๓๒ โถกํ วิสทิสํ) วิย. ปมตฺตกรณฏฺเฐน สนฺเทโห ‘‘ภิชฺชติ ปูติสนฺเทโห, มรณนฺตญฺหิ ชีวิต’’นฺติอาทีสุ (ธ. ป. ๑๔๘) วิย. สํสาเร สญฺจรณฏฺเฐน นาวา ‘‘สิญฺจ ภิกฺขุ อิมํ นาวํ, สิตฺตา เต ลหุเมสฺสตี’’ติอาทีสุ (ธ. ป. ๓๖๙) วิย. อิริยาปถสฺส อตฺถิภาวฏฺเฐน รโถ ‘‘รโถ สีลปริกฺขาโร, ฌานกฺโข จกฺกวีริโย’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๕.๔) วิย. อจฺจุคฺคตฏฺเฐน ธโช ‘‘ธโช รถสฺส ปญฺญาณ’’นฺติอาทีสุ (ชา. ๒.๒๒.๑๘๔๑) วิย.
กิมิกุลานํ อาวาสภาเวน วมฺมิโก ‘‘วมฺมิโกติ โข, ภิกฺขุ, อิมสฺเสตํ จาตุมหาภูติกสฺส กายสฺส อธิวจน’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๕๑) วิย. ยเถว หิ พาหิรโก วมฺมิโก, วมติ วนฺตโก วนฺตุสฺสโย วนฺตสิเนหสมฺพทฺโธติ จตูหิ การเณหิ ‘‘วมฺมิโก’’ติ วุจฺจติ. โส หิ อหินกุลอุนฺทูรฆรโคฬิกาทโย นานปฺปกาเร ปาณเก วมตีติ วมฺมิโก. อุปจิกาหิ วนฺตโกติ วมฺมิโก. อุปจิกาหิ วมิตฺวา มุขตุณฺฑเกหิ อุกฺขิตฺตปํสุจุณฺเณน กฏิปฺปมาเณนปิ โปริสปฺปมาเณนปิ อุสฺสิโตติ วมฺมิโก. อุปจิกาหิ วนฺตเขฬสิเนเหน อาพทฺธตาย สตฺตสตฺตาหํ เทเว วสฺสนฺเตปิ น วิปฺปกิรียติ, นิทาเฆปิ ตโต ปํสุมุฏฺฐึ คเหตฺวา ตสฺมึ มุฏฺฐินา ปีฬิยมาเน สิเนโห นิกฺขมติ, เอวํ วนฺตสิเนเหน สมฺพทฺโธติ วมฺมิโก. เอวมยํ กาโยปิ ‘‘อกฺขิมฺหา อคฺคิคูถโก’’ติอาทินา นเยน นานปฺปการํ อสุจิกลิมลํ วมตีติ วมฺมิโก. พุทฺธปจฺเจกพุทฺธขีณาสวา อิมสฺมึ อตฺตภาเว นิกนฺติปริยาทาเนน อตฺตภาวํ ฉฑฺเฑตฺวา คตาติ อริเยหิ วนฺตโกติปิ วมฺมิโก. เยหิ จายํ ตีหิ อฏฺฐิสเตหิ อุสฺสิโต นหารุสมฺพทฺโธ มํสาวเลปโน อลฺลจมฺมปริโยนทฺโธ ฉวิรญฺชิโต สตฺเต วญฺเจติ, ตํ สพฺพํ อริเยหิ วนฺตเมวาติ วนฺตุสฺสโยติปิ วมฺมิโก. ‘‘ตณฺหา ชเนติ ปุริสํ, จิตฺตมสฺส วิธาวตี’’ติ (สํ. นิ. ๑.๕๕-๕๗) เอวํ ตณฺหาย ชนิตตฺตา อริเยหิ วนฺเตเนว ตณฺหาสิเนเหน สมฺพทฺโธ อยนฺติ วนฺตสิเนเหน สมฺพทฺโธติปิ วมฺมิโก. ยถา จ วมฺมิกสฺส อนฺโต นานปฺปการา ปาณกา ตตฺเถว ชายนฺติ, อุจฺจารปสฺสาวํ กโรนฺติ, คิลานา สยนฺติ, มตา นิปตนฺติ. อิติ โส เตสํ สูติฆรํ วจฺจกุฏิ คิลานสาลา สุสานญฺจ โหติ. เอวํ ขตฺติยมหาสาลาทีนมฺปิ กาโย ‘‘อยํ โคปิตรกฺขิโต มณฺฑิตปสาทิโต มหานุภาวานํ กาโย’’ติ อจินฺเตตฺวา ฉวินิสฺสิตา ปาณา จมฺมนิสฺสิตา ปาณา มํสนิสฺสิตา ปาณา นหารุนิสฺสิตา ปาณา อฏฺฐินิสฺสิตา ปาณา อฏฺฐิมิญฺชนิสฺสิตา ปาณาติ เอวํ กุลคณนาย อสีติมตฺตานิ กิมิกุลสหสฺสานิ อนฺโตกายสฺมึเยว ชายนฺติ, อุจฺจารปสฺสาวํ กโรนฺติ, เคลญฺเญน อาตุริตานิ สยนฺติ, มตามตา นิปตนฺติ. อิติ อยมฺปิ เตสํ ปาณานํ สูติฆรํ วจฺจกุฏิ คิลานสาลา สุสานญฺจ โหตีติ ‘‘วมฺมิโก’’ติ สงฺขํ คโต.
มนาปามนาปปตนฏฺเฐน นครํ ‘‘สกฺกายนคร’’นฺติอาทีสุ วิย. โรคาทีนํ นีฬภาเวน กุลาวกภาเวน นีฬํ ‘‘โรคนีฬํ ปภงฺคุร’’นฺติอาทีสุ (ธ. ป. ๑๔๘) วิย. ปฏิสนฺธิยา นิวาสเคหฏฺเฐน กุฏิ ‘‘ปญฺจทฺวารายํ กุฏิกายํ ปสกฺกิยา’’ติอาทีสุ (เถรคา. ๑๒๕) วิย. ปูติภาเวน คณฺโฑ ‘‘โรโคติ ภิกฺขเว, คณฺโฑติ ภิกฺขเว, สลฺโลติ ภิกฺขเว, กายสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติอาทีสุ (อ. นิ. ๙.๑๕) วิย. ภิชฺชนฏฺเฐน กุมฺโภ ‘‘กุมฺภูปมํ กายมิมํ วิทิตฺวา’’ติอาทีสุ (ธ. ป. ๔๐) วิย. กายสฺเสตํ อธิวจนนฺติ เอตํ วุตฺตปฺปการํ จตุมหาภูตมยสฺส กุจฺฉิตธมฺมานํ อายสฺส อธิวจนํ, กถนนฺติ อตฺโถ. คุหายนฺติ สรีรสฺมึ. สตฺโตติ อลฺลีโน. วิสตฺโตติ วณฺณราคาทิวเสน วิวิโธ อลฺลีโน. สณฺฐานราควเสน อาสตฺโต. ตตฺเถว ‘‘สุภํ สุข’’นฺติ คหณวเสน ลคฺโค. อตฺตคฺคหณวเสน ลคฺคิโต. ปลิพุทฺโธติ ผสฺสราควเสน อมุญฺจิตฺวา ฐิโต. ภิตฺติขิเลติ ภิตฺติยํ อาโกฏิตขาณุเก. นาคทนฺเตติ ตเถว หตฺถิทนฺตสทิเส วงฺกทณฺฑเก. สตฺตนฺติ ภิตฺติขิเล ลคฺคํ. วิสตฺตนฺติ นาคทนฺเต ลคฺคํ. อาสตฺตนฺติ จีวรวํเส ลคฺคํ. ลคฺคนฺติ จีวรรชฺชุยา ลคฺคํ. ลคฺคิตนฺติ ปีฐปาเท ลคฺคํ. ปลิพุทฺธนฺติ มญฺจปาเท ลคฺคนฺติ เอวมาทินา นเยน โยเชตพฺพํ.
ลคฺคนาธิวจนนฺติ วิเสเสน อลฺลียนกถนํ. ฉนฺโนติ วุตฺตปฺปกาเรหิ กิเลเสหิ ฉาทิโต. ปุนปฺปุนํ อุปฺปตฺติวเสน อุปรูปริ ฉนฺโนติ อุจฺฉนฺโน. อาวุโตติ อาวริโต. นิวุโตติ วาริโต. โอผุโตติ อวตฺถริตฺวา ฉาทิโต. ปิหิโตติ ภาชเนน อุกฺขลิมุขํ วิย ปลิคุณฺฐิโต. ปฏิจฺฉนฺโนติ อาวโฏ. ปฏิกุชฺชิโตติ อโธมุขํ ฐปิโต. ตตฺถ ติณปณฺณาทีหิ ฉาทิตํ วิย ฉนฺโน. อุจฺฉนฺโน นทึ อาวรณเสตุ วิย. อาวุโต ชนสญฺจรณมคฺคาวรณํ วิย.
วินิพทฺโธ มานวเสนาติ นานาวิเธน มานาติมานวเสน นานาวิเธ อารมฺมเณ พทฺโธ หุตฺวา ติฏฺฐติ. ปรามฏฺโฐ ทิฏฺฐิวเสนาติ ทฺวาสฏฺฐิทิฏฺฐีนํ วเสน ปรามฏฺโฐ อามสิตฺวา คหิโต. วิกฺเขปคโต อุทฺธจฺจวเสนาติ อารมฺมเณ อสนฺติฏฺฐนวเสน จิตฺตวิกฺเขปํ ปตฺโต อุปคโต. อนิฏฺฐงฺคโต วิจิกิจฺฉาวเสนาติ รตนตฺตยาทีสุ กงฺขาสงฺขาตาย วิจิกิจฺฉาย วเสน สนฺนิฏฺฐานํ อปฺปตฺโต. ถามคโต อนุสยวเสนาติ ทุนฺนีหรณอปฺปหีนานุสยวเสน ถิรภาวํ ปตฺโต อุปคโต หุตฺวา ติฏฺฐติ.
รูปูปยนฺติ ตณฺหาทิฏฺฐูปยวเสน รูปํ อุปคนฺตฺวา อารมฺมณํ กตฺวา. วิญฺญาณํ ติฏฺฐมานํ ติฏฺฐตีติ ตสฺมึ อารมฺมเณ รูปารมฺมณํ วิญฺญาณํ ติฏฺฐนฺตํ ติฏฺฐติ. รูปารมฺมณํ รูปปติฏฺฐนฺติ รูปเมว อารมฺมณํ อาลมฺพิตฺวา รูปเมว ปติฏฺฐํ กตฺวา. นนฺทูปเสจนนฺติ สปฺปีติกตโณฺหทเกน อาสิตฺตํ วิญฺญาณํ. วุทฺธินฺติ วุทฺธิภาวํ. วิรูฬฺหินฺติ ชวนวเสน อุปริโต วิรูฬฺหิภาวํ. เวปุลฺลนฺติ ตทารมฺมณวเสน เวปุลฺลํ.
อตฺถิ ราโคติอาทีนิ โลภสฺเสว นามานิ. โส หิ รญฺชนวเสน ราโค, นนฺทนวเสน นนฺที, ตณฺหายนวเสน ตณฺหาติ วุจฺจติ. ปติฏฺฐิตํ ตตฺถ วิญฺญาณํ วิรูฬฺหนฺติ กมฺมํ ชวาเปตฺวา ปฏิสนฺธิอากฑฺฒนสมตฺถตาย ปติฏฺฐิตญฺเจว วิรูฬฺหญฺจ. ยตฺถาติ เตภูมกวฏฺเฏ ภุมฺมํ. สพฺพตฺถ วา ปุริมปเท เอตํ ภุมฺมํ. อตฺถิ ตตฺถ สงฺขารานํ วุทฺธีติ อิทํ อิมสฺมึ วิปากวฏฺเฏ ฐิตสฺส อายตึ วฏฺฏเหตุเก สงฺขาเร สนฺธาย วุตฺตํ. ยตฺถ อตฺถิ อายตึ ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺตีติ ยสฺมึ ฐาเน อายตึ ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺติ อตฺถิ. ตตฺถ ปุริมสุตฺตํ รูปาทิอารมฺมณลคฺคนวเสน วุตฺตํ, ทุติยสุตฺตํ ตเทวารมฺมณํ อภินนฺทนวเสน วุตฺตํ, ตติยํ วิญฺญาณปติฏฺฐานวเสน วุตฺตํ, จตุตฺถํ จตุพฺพิธอาหารวเสน, กุสลากุสลวิญฺญาณปติฏฺฐานวเสน วุตฺตนฺติ ญาตพฺพํ.
เยภุยฺเยนาติ ปาเยน. มุยฺหนฺตีติ โมหํ อาปชฺชนฺติ. สมฺมุยฺหนฺตีติ วิเสเสน มุยฺหนฺติ. สมฺปมุยฺหนฺตีติ สพฺพากาเรน มุยฺหนฺติ. อถ วา รูปารมฺมณํ ปฏิจฺจ มุยฺหนฺติ, สทฺทารมฺมณํ ปฏิจฺจ สมฺมุยฺหนฺติ, มุตารมฺมณํ ปฏิจฺจ สมฺปมุยฺหนฺติ. อวิชฺชาย อนฺธีกตาติ อฏฺฐสุ ฐาเนสุ อญฺญาณาย อวิชฺชาย อนฺธีกตา. ‘‘คตา’’ติ วา ปาโฐ, อนฺธภาวํ อุปคตาติ อตฺโถ. ปคาโฬฺหติ ปวิฏฺโฐ. โอคาโฬฺหติ เหฏฺฐาภาคํ ปวิฏฺโฐ. อชฺโฌคาโฬฺหติ อธิโอคาหิตฺวา อวตฺถริตฺวา วิเสเสน ปวิฏฺโฐ นิมุคฺโคติ อโธมุขํ หุตฺวา ปวิฏฺโฐ. อถ วา ทสฺสนสํสคฺเคน โอคาโฬฺห. สวนสํสคฺเคน อชฺโฌคาโฬฺห. วจนสํสคฺเคน นิมุคฺโค. สปฺปุริสสํสคฺควิรหิโต วา โอคาโฬฺห. สทฺธมฺมเสวนวิรหิโต วา อชฺโฌคาโฬฺห. ธมฺมานุธมฺมปฏิปตฺติวิรหิโต วา นิมุคฺโค.
วิเวกาติ วิวิตฺติ, วิวิจฺจนํ วา วิเวโก. ตโยติ คณนปริจฺเฉโท. กายวิเวโกติ กาเยน วิวิตฺติ, วินา อปสกฺกนํ. จิตฺตวิเวกาทีสุปิ เอเสว นโย. อิธ ภิกฺขูติ อิมสฺมึ สาสเน. สํสาเร ภยํ อิกฺขนโต ภิกฺขุ. วิวิตฺตนฺติ สุญฺญํ, อปฺปสทฺทํ อปฺปนิคฺโฆสนฺติ อตฺโถ. เอตเทว หิ สนฺธาย วิภงฺเค ‘‘วิวิตฺตนฺติ สนฺติเก เจปิ เสนาสนํ โหติ, ตญฺจ อนากิณฺณํ คหฏฺเฐหิ ปพฺพชิเตหิ, เตน ตํ วิวิตฺต’’นฺติ (วิภ. ๕๒๖) วุตฺตํ. เสติ เจว อาสติ จ เอตฺถาติ เสนาสนํ, มญฺจปีฐาทีนเมตมธิวจนํ. เตนาห –
‘‘เสนาสนนฺติ มญฺโจปิ เสนาสนํ, ปีฐมฺปิ… ภิสิปิ… พิพฺโพหนมฺปิ… วิหาโรปิ… อฑฺฒโยโคปิ… ปาสาโทปิ… อฏฺโฏปิ… มาโฬปิ… เลณมฺปิ… คุหาปิ… รุกฺขมูลมฺปิ… เวฬุคุมฺโพปิ… ยตฺถ วา ปน ภิกฺขู ปฏิกฺกมนฺติ, สพฺพเมตํ เสนาสน’’นฺติ (วิภ. ๕๒๗).
อปิ จ วิหาโร อฑฺฒโยโค ปาสาโท หมฺมิยํ คุหาติ อิทํ วิหารเสนาสนํ นาม. มญฺโจ ปีฐํ ภิสิ พิพฺโพหนนฺติ อิทํ มญฺจปีฐเสนาสนํ นาม. จิมิลิกา จมฺมขณฺโฑ ติณสนฺถาโร ปณฺณสนฺถาโรติ อิทํ สนฺถตเสนาสนํ นาม. ยตฺถ วา ปน ภิกฺขู ปฏิกฺกมนฺติ, อิทํ โอกาสเสนาสนํ นามาติ เอวํ จตุพฺพิธํ เสนาสนํ โหติ. ตํ สพฺพมฺปิ เสนาสนคฺคหเณน คหิตเมว.
อิธ ปนสฺส สกุณสทิสสฺส จาตุทฺทิสสฺส ภิกฺขุโน อนุจฺฉวิกเสนาสนํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อรญฺญํ รุกฺขมูล’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ อรญฺญนฺติ ‘‘นิกฺขมิตฺวา พหิ อินฺทขีลา สพฺพเมตํ อรญฺญ’’นฺติ (วิภ. ๕๒๙) อิทํ ภิกฺขุนีนํ วเสน อาคตํ. ‘‘อารญฺญกํ นาม เสนาสนํ ปญฺจธนุสติกํ ปจฺฉิม’’นฺติ (ปารา. ๖๕๔) อิทํ ปน อิมสฺส ภิกฺขุโน อนุรูปํ. ตสฺส ลกฺขณํ วิสุทฺธิมคฺเค ธุตงฺคนิทฺเทเส (วิสุทฺธิ. ๑.๓๑) วุตฺตํ. รุกฺขมูลนฺติ ยํกิญฺจิ สนฺตจฺฉายํ วิวิตฺตํ รุกฺขมูลํ. ปพฺพตนฺติ เสลํ. ตตฺถ หิ อุทกโสณฺฑีสุ อุทกกิจฺจํ กตฺวา สีตาย รุกฺขจฺฉายาย นิสินฺนสฺส นานาทิสาสุ ขายมานาสุ สีเตน วาเตน พีชิยมานสฺส จิตฺตํ เอกคฺคํ โหติ. กนฺทรนฺติ กํ วุจฺจติ อุทกํ, เตน ทาริตํ, อุทเกน ภินฺนํ ปพฺพตปเทสํ. ยํ ‘‘นทีตุมฺพ’’นฺติปิ ‘‘นทีกุญฺช’’นฺติปิ วทนฺติ. ตตฺถ หิ รชตปฏฺฏสทิสา วาลุกา โหติ, มตฺถเก มณิวิตานํ วิย วนคหนํ, มณิขนฺธสทิสํ อุทกํ สนฺทติ. เอวรูปํ กนฺทรํ โอรุยฺห ปานียํ ปิวิตฺวา คตฺตานิ สีตานิ กตฺวา วาลุกํ อุสฺสาเปตฺวา ปํสุกูลจีวรํ ปญฺญเปตฺวา นิสินฺนสฺส สมณธมฺมํ กโรโต จิตฺตํ เอกคฺคํ โหติ. คิริคุหนฺติ ทฺวินฺนํ ปพฺพตานํ อนฺตรํ, เอกสฺมึเยว วา อุมงฺคสทิสํ มหาวิวรํ. สุสานลกฺขณํ วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๓๔) วุตฺตํ.
วนปตฺถนฺติ คามนฺตํ อติกฺกมิตฺวา มนุสฺสานํ อนุปจารฏฺฐานํ ยตฺถ น กสนฺติ น วปนฺติ. เตเนวาห ‘‘วนปตฺถนฺติ ทูรานเมตํ เสนาสนานํ อธิวจน’’นฺติอาทิ (วิภ. ๕๓๑). อพฺโภกาสนฺติ อจฺฉนฺนํ. อากงฺขมาโน ปเนตฺถ จีวรกุฏึ กตฺวา วสติ. ปลาลปุญฺชนฺติ ปลาลราสึ. มหาปลาลปุญฺชโต หิ ปลาลํ นิกฺกฑฺฒิตฺวา ปพฺภารเลณสทิเส อาลเย กโรนฺติ, คจฺฉคุมฺพาทีนมฺปิ อุปริ ปลาลํ ปกฺขิปิตฺวา เหฏฺฐา นิสินฺนา สมณธมฺมํ กโรนฺติ. สพฺพเมตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘กาเยน วิวิตฺโต วิหรตี’’ติอาทิ. เอโก จงฺกมํ อธิฏฺฐาติ ปวตฺตยตีติ วุตฺตํ โหติ. อิริยตีติ อิริยาปถํ วตฺตยติ. วตฺตตีติ อิริยาปถวุตฺตึ อุปฺปาเทติ. ปาเลตีติ อิริยาปถํ รกฺขติ. ยเปตีติ ยปยติ. ยาเปตีติ ยาปยติ.
ปฐมํ ฌานํ สมาปนฺนสฺสาติ กุสลชฺฌานสมงฺคิสฺส. นีวรเณหิ จิตฺตํ วิวิตฺตนฺติ อุปจาเรน นีวรเณหิ วิวิตฺตมฺปิ สมานํ อนฺโตอปฺปนายํ สุฏฺฐุ วิวิตฺตํ นาม โหตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘ปฐมํ ฌานํ สมาปนฺนสฺส นีวรเณหิ จิตฺตํ วิวิตฺตํ โหตี’’ติ วุตฺตํ. เอเสว นโย วิตกฺกวิจารปีติสุขทุกฺเขหิ ทุติยตติยจตุตฺถชฺฌานานิ สมาปนฺนานนฺติ. รูปสญฺญายาติ กุสลวิปากกิริยวเสน ปญฺจทสนฺนํ รูปาวจรชฺฌานานํ สญฺญาย. ปฏิฆสญฺญายาติ จกฺขุรูปาทิสงฺฆฏฺฏเนน อุปฺปนฺนาย กุสลากุสลวิปากวเสน ทฺวิปญฺจวิญฺญาณสงฺขาตาย ปฏิฆสญฺญาย จ. นานตฺตสญฺญายาติ นานารมฺมเณ ปวตฺตาย จตุจตฺตาลีสกามาวจรสญฺญาย จ จิตฺตํ วิวิตฺตํ โหติ สุญฺญํ โหติ.
อากาสานญฺจายตนํ สมาปนฺนสฺสาติ เอตฺถ นาสฺส อนฺโตติ อนนฺตํ, อากาสํ อนนฺตํ อากาสานนฺตํ, อากาสานนฺตเมว อากาสานญฺจํ, ตํ อากาสานญฺจํ อธิฏฺฐานฏฺเฐน อายตนมสฺส สสมฺปยุตฺตธมฺมสฺส ฌานสฺส เทวานํ เทวายตนมิวาติ อากาสานญฺจายตนํ, กสิณุคฺฆาฏิมากาสารมฺมณฌานสฺเสตํ อธิวจนํ. ตํ อากาสานญฺจายตนํ สมาปนฺนสฺส กุสลกิริยฌานํ สมาปนฺนสฺส. รูปสญฺญายาติ สญฺญาสีเสน รูปาวจรชฺฌานโต เจว ตทารมฺมณโต จ. รูปาวจรชฺฌานมฺปิ หิ ‘‘รูป’’นฺติ วุจฺจติ ‘‘รูปี รูปานิ ปสฺสตี’’ติอาทีสุ (ปฏิ. ม. ๑.๒๐๙), ตสฺส อารมฺมณมฺปิ ‘‘พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสติ สุวณฺณทุพฺพณฺณานี’’ติอาทีสุปิ (ปฏิ. ม. ๑.๒๐๙). ตสฺมา อิธ รูเป สญฺญา รูปสญฺญาติ เอวํ สญฺญาสีเสน รูปาวจรชฺฌานสฺเสตํ อธิวจนํ. รูเป สญฺญา อสฺสาติ รูปสญฺญํ, รูปมสฺส นามนฺติ วุตฺตํ โหติ. เอวํ ปถวีกสิณาทิเภทสฺส ตทารมฺมณสฺส เจตํ อธิวจนนฺติ เวทิตพฺพํ. เอตาย กุสลวิปากกิริยาวเสน ปญฺจทสวิธาย ฌานสงฺขาตาย รูปสญฺญาย. เอตาย จ ปถวีกสิณาทิวเสน อฏฺฐวิธาย อารมฺมณสงฺขาตาย รูปสญฺญาย.
ปฏิฆสญฺญายาติ จกฺขาทีนํ วตฺถูนํ รูปาทีนํ อารมฺมณานญฺจ ปฏิฆาเตน สมุปฺปนฺนา สญฺญา ปฏิฆสญฺญา, รูปสญฺญาทีนํ เอตํ อธิวจนํ. ยถาห – ‘‘ตตฺถ กตมา ปฏิฆสญฺญา? รูปสญฺญา สทฺทสญฺญา คนฺธสญฺญา รสสญฺญา โผฏฺฐพฺพสญฺญา, อิมา วุจฺจนฺติ ปฏิฆสญฺญาโย’’ติ (วิภ. ๖๐๓). ตา กุสลวิปากา ปญฺจ อกุสลวิปากา ปญฺจาติ เอตาย ปฏิฆสญฺญาย.
นานตฺตสญฺญายาติ นานตฺเต โคจเร ปวตฺตาย สญฺญาย, นานตฺตาย วา สญฺญาย. ยถาห – ‘‘ตตฺถ กตมา นานตฺตสญฺญา? อสมาปนฺนสฺส มโนธาตุสมงฺคิสฺส วา มโนวิญฺญาณธาตุสมงฺคิสฺส วา สญฺญา สญฺชานนา สญฺชานิตตฺตํ, อิมา วุจฺจนฺติ นานตฺตสญฺญาโย’’ติ (วิภ. ๖๐๔) เอวํ วิภงฺเค วิภชิตฺวา วุตฺตา. ตา อิธ อธิปฺเปตา. อสมาปนฺนสฺส มโนธาตุมโนวิญฺญาณธาตุสงฺคหิตา สญฺญา รูปสทฺทาทิเภเท นานตฺเต นานาสภาเว โคจเร ปวตฺตนฺติ. ยสฺมา เจสา อฏฺฐ กามาวจรกุสลสญฺญา, ทฺวาทส อกุสลสญฺญา, เอกาทส กามาวจรกุสลวิปากสญฺญา, เทฺว อกุสลวิปากสญฺญา, เอกาทส กามาวจรกิริยสญฺญาติ เอวํ จตุจตฺตาลีสมฺปิ สญฺญา นานตฺตา นานาสภาวา อญฺญมญฺญํ อสทิสา, ตสฺมา ‘‘นานตฺตสญฺญา’’ติ วุตฺตา, ตาย นานตฺตสญฺญาย.
จิตฺตํ วิวิตฺตํ โหตีติ อากาสานญฺจายตนํ สมาปนฺนสฺส รูปสญฺญาปฏิฆสญฺญานานตฺตสญฺญาสงฺขาตาหิ สญฺญาหิ ฌานจิตฺตํ วิวิตฺตํ โหติ วินา โหติ อปสกฺกนํ โหติ. วิญฺญาณญฺจายตนนฺติ เอตเทว วิญฺญาณํ อธิฏฺฐานฏฺเฐน อายตนมสฺสาติ วิญฺญาณญฺจายตนํ, อากาเส ปวตฺตวิญฺญาณารมฺมณสฺส ฌานสฺเสตํ อธิวจนํ. ตํ ฌานํ สมาปนฺนสฺส วุตฺตปฺปการาย อากาสานญฺจายตนสญฺญาย จิตฺตํ วิวิตฺตํ โหติ.
อากิญฺจญฺญายตนนฺติ เอตฺถ ปน นาสฺส กิญฺจนนฺติ อกิญฺจนํ, อนฺตมโส ภงฺคมตฺตมฺปิ อสฺส อวสิฏฺฐํ นตฺถีติ วุตฺตํ โหติ. อกิญฺจนสฺส ภาโว อากิญฺจญฺญํ, อากาสานญฺจายตนวิญฺญาณาปคมสฺเสตํ อธิวจนํ. ตํ อากิญฺจญฺญํ อธิฏฺฐานฏฺเฐน อายตนมสฺสาติ อากิญฺจญฺญายตนํ, อากาเส ปวตฺติตวิญฺญาณาปคมารมฺมณฌานสฺเสตํ อธิวจนํ. ตํ อากิญฺจญฺญายตนํ สมาปนฺนสฺส ตาย วิญฺญาณญฺจายตนสญฺญาย จิตฺตํ วิวิตฺตํ.
เนวสญฺญานาสญฺญายตนนฺติ เอตฺถ ปน ยาย สญฺญาย ภาวโต ตํ ‘‘เนวสญฺญานาสญฺญายตน’’นฺติ วุจฺจติ, ยถาปฏิปนฺนสฺส สา สญฺญา โหติ, ตํ ตาว ทสฺเสตุํ วิภงฺเค (วิภ. ๖๒๐) ‘‘เนวสญฺญีนาสญฺญี’’ติ อุทฺธริตฺวา ตญฺเญว ‘‘อากิญฺจญฺญายตนํ สนฺตโต มนสิ กโรติ, สงฺขาราวเสสสมาปตฺตึ ภาเวติ, เตน วุจฺจติ เนวสญฺญีนาสญฺญี’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ สนฺตโต มนสิ กโรตีติ ‘‘สนฺโตวตายํ สมาปตฺติ, ยตฺร หิ นาม นตฺถิภาวมฺปิ อารมฺมณํ กริตฺวา วสตี’’ติ เอวํ สนฺตารมฺมณตาย นํ ‘‘สนฺตา’’ติ มนสิ กโรติ. ตํ เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ อปฺเปตฺวา นิสินฺนสฺส ตาย อากิญฺจญฺญายตนสญฺญาย ฌานจิตฺตํ สุญฺญํ โหติ.
โสตาปนฺนสฺสาติ โสตาปตฺติผลํ ปตฺตสฺส. สกฺกายทิฏฺฐิยาติ วีสติวตฺถุกาย สกฺกายทิฏฺฐิยา. วิจิกิจฺฉายาติ อฏฺฐสุ ฐาเนสุ กงฺขาย. สีลพฺพตปรามาสาติ ‘‘สีเลน สุทฺธิ, วเตน สุทฺธี’’ติ ปรามสิตฺวา อุปฺปชฺชนกทิฏฺฐิ. ทิฏฺฐานุสยาติ อปฺปหีนฏฺเฐน สนฺตาเน อนุสยกา ทิฏฺฐานุสยา. ตถา วิจิกิจฺฉานุสยา. ตเทกฏฺเฐหิ จาติ เตหิ สกฺกายทิฏฺฐิอาทีหิ เอกโต ฐิเตหิ จ. อุปตาเปนฺติ วิพาเธนฺติ จาติ กิเลสา, เตหิ สกฺกายทิฏฺฐิยาทิกิเลเสหิ จิตฺตํ วิวิตฺตํ สุญฺญํ โหติ. เอตฺถ ‘‘ตเทกฏฺฐ’’นฺติ ทุวิธํ เอกฏฺฐํ ปหาเนกฏฺฐํ สหเชกฏฺฐญฺจ. อปายคมนียา หิ กิเลสา ยาว โสตาปตฺติมคฺเคน น ปหียนฺติ, ตาว ทิฏฺฐิวิจิกิจฺฉาหิ สห เอกสฺมึ ปุคฺคเล ฐิตาติ ปหาเนกฏฺฐา. ทสสุ หิ กิเลเสสุ อิธ ทิฏฺฐิวิจิกิจฺฉา เอว อาคตา. อนุสเยสุ ทิฏฺฐานุสยวิจิกิจฺฉานุสยา อาคตา. เสสา ปน อปายคมนีโย โลโภ โทโส โมโห มาโน ถินํ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปนฺติ อฏฺฐ กิเลสา ทิฏฺฐิวิจิกิจฺฉาหิ สห ปหาเนกฏฺฐา หุตฺวา ทฺวีหิ อนุสเยหิ สทฺธึ โสตาปตฺติมคฺเคน ปหียนฺติ. ราคโทสโมหปมุเขสุ วา ทิยฑฺเฒสุ กิเลสสหสฺเสสุ โสตาปตฺติมคฺเคน ทิฏฺฐิยา ปหียมานาย ทิฏฺฐิยา สห วิจิกิจฺฉา ปหีนา, ทิฏฺฐานุสยวิจิกิจฺฉานุสเยหิ สห อปายคมนียา สพฺพกิเลสา ปหาเนกฏฺฐวเสน ปหียนฺติ. สหเชกฏฺฐา ปน ทิฏฺฐิยา สห วิจิกิจฺฉาย จ สห เอเกกสฺมึ จิตฺเต ฐิตา อวเสสกิเลสา.
โสตาปตฺติมคฺเคน หิ จตฺตาริ ทิฏฺฐิสหคตานิ วิจิกิจฺฉาสหคตญฺจาติ ปญฺจ จิตฺตานิ ปหียนฺติ. ตตฺถ ทฺวีสุ ทิฏฺฐิสมฺปยุตฺตอสงฺขาริกจิตฺเตสุ ปหียมาเนสุ เตหิ สหชาโต โลโภ โมโห อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปนฺติ อิเม กิเลสา สหเชกฏฺฐวเสน ปหียนฺติ, ทฺวีสุ ทิฏฺฐิสมฺปยุตฺตสสงฺขาริกจิตฺเตสุ ปหียมาเนสุ เตหิ สหชาโต โลโภ โมโห ถินํ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปนฺติ อิเม กิเลสา สหเชกฏฺฐวเสน ปหียนฺติ, วิจิกิจฺฉาสหคตจิตฺเต ปหียมาเน เตน สหชาโต โมโห อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปนฺติ อิเม กิเลสา สหเชกฏฺฐวเสน ปหียนฺติ. เตหิ ทุวิเธกฏฺเฐหิ กิเลเสหิ จิตฺตํ วิวิตฺตํ โหตีติ มคฺคจิตฺตํ วิวิจฺจติ, ผลจิตฺตํ วิวิตฺตํ วิยุตฺตํ อปสกฺกิตํ สุญฺญํ โหตีติ อตฺโถ.
สกทาคามิสฺส โอฬาริกา กามราคสญฺโญชนาติ โอฬาริกภูตา กายทฺวาเร วีติกฺกมสฺส ปจฺจยภาเวน ถูลภูตา เมถุนราคสงฺขาตา สญฺโญชนา. โส หิ กามภเว สญฺโญเชตีติ ‘‘สญฺโญชน’’นฺติ วุจฺจติ. ปฏิฆสญฺโญชนาติ พฺยาปาทสญฺโญชนา. โส หิ อารมฺมเณ ปฏิหญฺญตีติ ‘‘ปฏิฆ’’นฺติ วุจฺจติ. เต เอว ถามคตฏฺเฐน สนฺตาเน อนุเสนฺตีติ อนุสยา. อณุสหคตาติ สุขุมภูตา กามราคสญฺโญชนา ปฏิฆสญฺโญชนา อณุสหคตา กามราคานุสยา ปฏิฆานุสยาติ อปฺปหีนฏฺเฐน สนฺตาเน อนุสยนวเสน สุขุมภูตา กามราคปฏิฆานุสยา. ตเทกฏฺเฐหิ จาติ วุตฺตตฺเถหิ ทุวิเธกฏฺเฐหิ กิเลเสหิ จิตฺตํ วิวิตฺตํ สุญฺญํ โหติ.
อรหโตติ กิเลสารีนํ หตตฺตา ‘‘อรหา’’ติ ลทฺธนามสฺส. รูปราคาติ รูปภเว ฉนฺทราคา. อรูปราคาติ อรูปภเว ฉนฺทราคา. มานาติ อรหตฺตมคฺควชฺฌา มานา เอว. ตถา อุทฺธจฺจอวิชฺชามานานุสยาทโย อรหตฺตมคฺควชฺฌา. เอเตสุ อุณฺณติลกฺขโณ มาโน. อวูปสมลกฺขณํ อุทฺธจฺจํ. อนฺธภาวลกฺขณา อวิชฺชา. รูปราคอรูปราควเสน ปวตฺตา ภวราคานุสยา. ตเทกฏฺเฐหิ จาติ เตหิ เอกโต ฐิเตหิ จ กิเลเสหิ. พหิทฺธา จ สพฺพนิมิตฺเตหีติ อชฺฌตฺตจิตฺตสนฺตาเน อกุสลกฺขนฺเธ อุปาทาย ‘‘พหิทฺธา’’ติ สงฺขํ คเตหิ อชฺฌตฺตํ มุญฺจิตฺวา พหิทฺธา ปวตฺเตหิ สพฺพสงฺขารนิมิตฺเตหิ มคฺคจิตฺตํ วิวิจฺจติ วินา โหติ อปสกฺกติ, ผลจิตฺตํ วิวิตฺตํ วิยุตฺตํ อปสกฺกิตํ โหติ.
ตตฺถ กิเลสปฏิปาฏิยา มคฺคปฏิปาฏิยา จาติ ทฺวิธา อนุสยานํ อภาโว เวทิตพฺโพ. กิเลสปฏิปาฏิยา หิ กามราคานุสยปฏิฆานุสยานํ ตติยมคฺเคน อภาโว โหติ, มานานุสยสฺส จตุตฺถมคฺเคน, ทิฏฺฐานุสยวิจิกิจฺฉานุสยานํ ปฐมมคฺเคน, ภวราคานุสยาวิชฺชานุสยานํ จตุตฺถมคฺเคเนว. มคฺคปฏิปาฏิยา ปน ปฐมมคฺเคน ทิฏฺฐานุสยวิจิกิจฺฉานุสยานํ อภาโว โหติ, ทุติยมคฺเคน กามราคานุสยปฏิฆานุสยานํ ตนุภาโว, ตติยมคฺเคน สพฺพโส อภาโว, จตุตฺถมคฺเคน มานานุสยภวราคานุสยาวิชฺชานุสยานํ อภาโว โหติ. จิตฺตวิเวโกติ มหคฺคตโลกุตฺตรจิตฺตานํ กิเลเสหิ สุญฺญภาโว, ตุจฺฉภาโวติ อตฺโถ.
อุปธิวิเวโกติ กิเลสกฺขนฺธอภิสงฺขารสงฺขาตานํ อุปธีนํ สุญฺญภาโว. อุปธึ ตาว ทสฺเสตุํ ‘‘อุปธิ วุจฺจนฺติ กิเลสา จา’’ติอาทิมาห. ราคาทโย ยสฺส อุปฺปชฺชนฺติ, ตํ อุปตาเปนฺติ วิพาเธนฺตีติ กิเลสา จ. อุปาทานโคจรา รูปาทโย ปญฺจกฺขนฺธา จ. อุปาทานสมฺภูตา ปุญฺญาปุญฺญอาเนญฺชาภิสงฺขารา จ. อมตนฺติ นตฺถิ เอตสฺส มรณสงฺขาตํ มตนฺติ อมตํ, กิเลสวิสปฏิปกฺขตฺตา อคทนฺติปิ อมตํ. สํสารโยนิคติอุปปตฺติวิญฺญาณฏฺฐิติสตฺตาวาเสสุ สํสิพฺพติ วินตีติ ตณฺหา ‘‘วาน’’นฺติ วุจฺจติ, ตํ ตตฺถ นตฺถีติ นิพฺพานํ. วิเวกฏฺฐกายานนฺติ คณสงฺคณิกาย อปคตสรีรานํ. เนกฺขมฺมาภิรตานนฺติ เนกฺขมฺเม กามาทิโต นิกฺขนฺเต ปฐมชฺฌานาทิเก อภิรตานํ ตนฺนินฺนานํ. ปรมโวทานปฺปตฺตานนฺติ อุตฺตมปริสุทฺธภาวผลํ ปาปุณิตฺวา ฐิตานํ. ‘‘อุปกฺกิเลสาภาเวน ปริสุทฺธจิตฺตานํ, กิเลเสหิ มุตฺตภาเวน ปรมโวทานปฺปตฺตานํ. วิกฺขมฺภนปฺปหาเนน ปริสุทฺธจิตฺตานํ, สมุจฺเฉทปฺปหาเนน ปรมโวทานปฺปตฺตาน’’นฺติ เอวเมเก วณฺณยนฺติ. นิรูปธีนนฺติ วิคตูปธีนํ. วิสงฺขารคตานนฺติ สงฺขารารมฺมณํ จชิตฺวา วิคตสงฺขารํ นิพฺพานํ อารมฺมณวเสน อุปคตานํ. วิสงฺขารคตํ จิตฺตนฺติ เอตฺถปิ หิ นิพฺพานเมว ‘‘วิสงฺขาร’’นฺติ วุตฺตํ.
วิทูเรติ วิวิเธ ทูเร. สุวิทูเรติ สุฏฺฐุ วิทูเร. น สนฺติเกติ น สมีเป. น สามนฺตาติ น เอกปสฺเส. อนาสนฺเนติ อนจฺจนฺตสมีเป. วิเวกฏฺเฐติ อติทูเร, วิคเตติ อตฺโถ. ตาทิโสติ ตํสทิโส. ตสฺสณฺฐิโตติ เตน อากาเรน ฐิโต. ตปฺปกาโรติ เตน ปกาเรน ฐิโต. ตปฺปฏิภาโคติ ตํโกฏฺฐาสิโก. อถ วา ‘‘อตฺตภาวคุหาย ลคฺคภาเวน ตาทิโส. กิเลเสหิ ฉนฺนภาเวน ตสฺสณฺฐิโต. โมหนสฺมึ ปคาฬฺหภาเวน ตปฺปกาโร. ตีหิ วิเวเกหิ ทูรภาเวน ตปฺปฏิภาโคติ เอวเมเก วณฺณยนฺติ.
ทุปฺปหายาติ สุเขน ปหาตพฺพา น โหนฺติ. ทุจฺจชฺชาติ สุเขน ชหิตุํ น สกฺกา. ทุปฺปริจฺจชฺชาติ สพฺพากาเรน ชหิตุํ น สกฺกา. ทุนฺนิมฺมทยาติ นิมฺมทํ อมทํ กาตุํ น สกฺกา. ทุพฺพินิเวฐยาติ วินิเวฐนํ โมจนํ กาตุํ น สกฺกา. ทุตฺตราติ อุตฺตริตฺวา อติกฺกนฺตุํ น สกฺกา. ทุปฺปตราติ วิเสเสตฺวา ตริตุํ น สกฺกา. ทุสฺสมติกฺกมาติ ทุกฺเขน อติกฺกมิตพฺพา. ทุพฺพินิวตฺตาติ นิวตฺเตตุํ ทุกฺขา. อถ วา ‘‘ปกติวเสน ทุปฺปริจฺจชฺชา. โคณปตาสํ วิย ทุนฺนิมฺมทยา. นาคปาสํ วิย ทุพฺพินิเวฐยา. คิมฺหสมเย มรุกนฺตารํ วิย ทุตฺตรา ทุปฺปตรา. พฺยคฺฆปริคฺคหิตา อฏวี วิย ทุสฺสมติกฺกมา. สมุทฺทวีจิ วิย ทุพฺพินิวตฺตาติ เอวเมเก วณฺณยนฺติ.
๘. เอวํ ปฐมคาถาย ‘‘ทูเร วิเวกา หิ ตถาวิโธ’’ติ สาเธตฺวา ปุน ตถาวิธานํ สตฺตานํ ธมฺมตํ อาวิ กโรนฺโต ‘‘อิจฺฉานิทานา’’ติอาทิคาถมาห. ตตฺถ อิจฺฉานิทานาติ ตณฺหาเหตุกา. ภวสาตพทฺธาติ สุขเวทนาทิมฺหิ ภวสาเตน พทฺธา. เต ทุปฺปมุญฺจาติ เต ภวสาตวตฺถุภูตา ธมฺมา. เต วา ตตฺถ พทฺธา อิจฺฉานิทานา สตฺตา ทุปฺปโมจยา. น หิ อญฺญโมกฺขาติ อญฺเญ จ โมเจตุํ น สกฺโกนฺติ. การณวจนํ วา เอตํ. เต สตฺตา ทุปฺปมุญฺจา. กสฺมา? ยสฺมา อญฺเญน โมเจตพฺพา น โหนฺติ. ยทิ สตฺตา มุญฺเจยฺยุํ, สเกน ถาเมน มุญฺเจยฺยุนฺติ อยมสฺส อตฺโถ. ปจฺฉา ปุเร วาปิ อเปกฺขมานาติ อนาคเต อตีเต วา กาเม อเปกฺขมานา. อิเม ว กาเม ปุริเม ว ชปฺปนฺติ อิเม วา ปจฺจุปฺปนฺเน กาเม ปุริเม วา ทุวิเธปิ อตีตานาคเต พลวตณฺหาย ปตฺถยมานา. อิเมสญฺจ ทฺวินฺนํ ปทานํ ‘‘เต ทุปฺปมุญฺจา น หิ อญฺญโมกฺขา’’ติ อิมินาว สห สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ. อิตรถา อเปกฺขมานา ชปฺปํ กึ กโรนฺติ, กึ วา กตาติ น ปญฺญาเยยฺยุํ.
ภวสาตพทฺธาติ ภเว สาตํ ภวสาตํ, เตน ภวสาเตน สุขสฺสาเทน พทฺธา หุตฺวา ฐิตา. ตํ ภาเชตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘เอกํ ภวสาตํ – สุขา เวทนา’’ติอาทิมาห. โยพฺพนภาโว โยพฺพญฺญํ. อโรคภาโว อาโรคฺยํ. ชีวิตินฺทฺริยสฺส ปวตฺตภาโว ชีวิตํ. ลาโภติ จตุนฺนํ ปจฺจยานํ ลาโภ. ยโสติ ปริวาโร. ปสํสาติ กิตฺติ. สุขนฺติ กายิกเจตสิกํ สุขํ. มนาปิกา รูปาติ มนวฑฺฒนกา รูปา. เสเสสุปิ เอเสว นโย.
จกฺขุสมฺปทาติ จกฺขุสฺส สมฺปทา. ‘‘มยฺหํ จกฺขุ สมฺปนฺนํ มณิวิมาเน อุคฺฆาฏิตสีหปญฺชรํ วิย ขายตี’’ติ อุปฺปนฺนํ สุขสฺสาทํ สนฺธาย ‘‘จกฺขุสมฺปทา’’ติ วุตฺตํ. โสตสมฺปทาทีสุปิ เอเสว นโย. สุขาย เวทนาย สาตพทฺธา…เป… วิพทฺธาติ วิวิธากาเรน พทฺธา. อาพทฺธาติ วิเสเสน อาทิโต พทฺธา. ลคฺคาติ อารมฺมเณน สทฺธึ อปฺปิตา. ลคฺคิตาติ นาคทนฺเต ผาณิตวารโก วิย ลคฺคิตา. ยเมตฺถ จ อวุตฺตํ, ตํ สตฺโต วิสตฺโตติอาทิมฺหิ วุตฺตนเยน คเหตพฺพํ.
น หิ อญฺญโมกฺขาติ น ปเรหิ โมกฺขา. เต วา ภวสาตวตฺถู ทุปฺปมุญฺจาติ ภเว สุขสฺสาทวตฺถุภูตา ธมฺมา เต มุญฺจิตุํ ทุกฺขา. สตฺตา วา เอตฺโต ทุมฺโมจยาติ สตฺตา เอว วา เอตสฺมา ภวสาตวตฺถุโต โมเจตุํ ทุกฺขา.
ทุรุทฺธราติ อุทฺธริตุํ ทุกฺขา. ทุสฺสมุทฺธราติ สมนฺตโต ฉินฺนตเฏ นรกาวาเฏ ปติโต วิย อุทฺธํ กตฺวา อุทฺธริตุํ ทุกฺขา. ทุพฺพุฏฺฐาปยาติ อุฏฺฐาเปตุํ ทุกฺขา. ทุสฺสมุฏฺฐาปยาติ สุขุมอตฺตภาวํ ปถวิยํ ปติฏฺฐาปนํ วิย อุสฺสาเปตุํ อติวิย ทุกฺขา.
เต อตฺตนา ปลิปปลิปนฺนาติ คมฺภีรกทฺทเม ยาว สีสโต นิมุคฺคา น สกฺโกนฺติ. ปรํ ปลิปปลิปนฺนํ อุทฺธริตุนฺติ อปรํ ตเถว นิมุคฺคํ หตฺเถ วา สีเส วา คเหตฺวา อุทฺธริตฺวา ถเล ปติฏฺฐาเปตุํ น สกฺโกนฺติ. โส วต จุนฺทาติ โสติ วตฺตพฺพาการปุคฺคลนิทฺเทโส. ตสฺส ‘‘โย’’ติ อิมํ อุทฺเทสวจนํ อาหริตฺวา โย อตฺตนา ปลิปปลิปนฺโน, โส วต, จุนฺท, ปรํ ปลิปปลิปนฺนํ อุทฺธริสฺสตีติ. เอวํ เสสปเทสุ สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ. ปลิปปลิปนฺโนติ คมฺภีรกทฺทเม นิมุคฺโค วุจฺจติ. ยถา, จุนฺท, โกจิ ปุริโส ยาว สีสโต คมฺภีรกทฺทเม นิมุคฺโค, ปรมฺปิ ตเถว นิมุคฺคํ หตฺเถ วา สีเส วา คเหตฺวา อุทฺธริสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ. น หิ ตํ การณมตฺถิ, เยน โส ตํ อุทฺธริตฺวา ถเล ปติฏฺฐาเปยฺยาติ. อทนฺโต อวินีโต อปรินิพฺพุโตติ เอตฺถ ปน อนิพฺพิเสวนตาย อทนฺโต. อสิกฺขิตวินยตาย อวินีโต. อนิพฺพุตกิเลสตาย อปรินิพฺพุโตติ เวทิตพฺโพ. โส ตาทิโส ปรํ ทเมสฺสติ นิพฺพิเสวนํ กริสฺสติ, วิเนสฺสติ ติสฺโส สิกฺขา สิกฺขาเปสฺสติ. ปรินิพฺพาเปสฺสติ ตสฺส กิเลเส นิพฺพาเปสฺสติ.
นตฺถญฺโญ โกจีติ อญฺโญ โกจิ ปุคฺคโล โมเจตุํ สมตฺโถ นตฺถิ. สเกน ถาเมนาติ อตฺตโน ญาณถาเมน. พเลนาติ ญาณพเลน. วีริเยนาติ ญาณสมฺปยุตฺตเจตสิกวีริเยน. ปุริสปรกฺกเมนาติ ปรํ ปรํ ฐานํ อกฺกมเนน มหนฺตวีริเยน.
นาหํ สหิสฺสามีติ อหํ น สหิสฺสามิ น สกฺโกมิ, น วายมิสฺสามีติ วุตฺตํ โหติ. ปโมจนายาติ ปโมเจตุํ. กถํกถินฺติ สกงฺขํ. โธตกาติ อาลปนํ. ตเรสีติ ตเรยฺยาสิ.
‘‘อตฺตนา หิ กตํ ปาปํ, อตฺตนา สํกิลิสฺสติ;
อตฺตนา อกตํ ปาปํ, อตฺตนาว วิสุชฺฌติ;
สุทฺธี อสุทฺธิ ปจฺจตฺตํ, นาญฺโญ อญฺญํ วิโสธเย’’ติ. (ธ. ป. ๑๖๕; กถา. ๗๔๓) –
เอตฺถายมตฺโถ – เยน อตฺตนา อกุสลํ กมฺมํ กตํ โหติ, โส จตูสุ อปาเยสุ ทุกฺขํ อนุภวนฺโต อตฺตนาว สํกิลิสฺสติ. เยน ปน อตฺตนา อกตํ ปาปํ, โส สุคติญฺเจว อคติญฺจ คจฺฉนฺโต อตฺตนาว วิสุชฺฌติ. กุสลกมฺมสงฺขาตา สุทฺธิ อกุสลกมฺมสงฺขาตา จ อสุทฺธิ ปจฺจตฺตํ การกสตฺตานํ อตฺตนิเยว วิปจฺจติ. อญฺโญ ปุคฺคโล อญฺญํ ปุคฺคลํ น วิโสธเย เนว วิโสเธติ, น กิเลเสตีติ วุตฺตํ โหติ.
ติฏฺฐเตว นิพฺพานนฺติ อมตมหานิพฺพานํ ติฏฺฐติเยว. นิพฺพานคามิมคฺโคติ ปุพฺพภาควิปสฺสนาโต ปฏฺฐาย อริยมคฺโค. ติฏฺฐามหํ สมาทเปตาติ อหํ คณฺหาเปตา ปติฏฺฐาเปตา ติฏฺฐามิ. เอวํ โอวทิยมานา เอวํ อนุสาสิยมานาติ มยา เอวํ โอวทิยมานา เอวํ อนุสาสิยมานา. เอตฺถ อุปฺปนฺเน วตฺถุสฺมึ วทนฺโต โอวทติ นาม, อนุปฺปนฺเน วตฺถุสฺมึ อนุสาสนฺโต ‘‘อยโสปิ เต ภวิสฺสตี’’ติอาทิวเสน อนาคตํ ทสฺเสนฺโต อนุสาสติ นาม. สมฺมุขา วทนฺโตปิ โอวทติ นาม, ปรมฺมุขา ทูตสาสนํ วา เปเสนฺโต อนุสาสติ นาม. สกึ วทนฺโตปิ โอวทติ นาม, ปุนปฺปุนํ วทนฺโต อนุสาสติ นาม. โอวทนฺโต เอว วา อนุสาสติ นาม. อปฺเปกจฺเจติ อปิ เอกจฺเจ, เอเกติ อตฺโถ. อจฺจนฺตนิฏฺฐํ นิพฺพานํ อาราเธนฺตีติ ขยวยสงฺขาตํ อนฺตํ อตีตนฺติ อจฺจนฺตํ, อจฺจนฺตญฺจ ตํ สพฺพสงฺขารานํ อปฺปวตฺติฏฺฐานตฺตา นิฏฺฐญฺจาติ อจฺจนฺตนิฏฺฐํ, เอกนฺตนิฏฺฐํ, สตตนิฏฺฐนฺติ อตฺโถ. ตํ อจฺจนฺตนิพฺพานํ อาราเธนฺติ สมฺปาเทนฺติ. นาราเธนฺตีติ น สมฺปาเทนฺติ, น ปฏิลภนฺตีติ อตฺโถ. เอตฺถ กฺยาหนฺติ เอเตสุ กึ อหํ, กึ กโรมีติ อตฺโถ. มคฺคกฺขายีติ ปฏิปทามคฺคกฺขายี. อาจิกฺขติ กเถติ. อตฺตนา ปฏิปชฺชมานา มุญฺเจยฺยุนฺติ ปฏิปชฺชนฺตา มยํ มุญฺเจยฺยุํ.
อตีตํ อุปาทายาติ อตีตํ ปฏิจฺจ. กถํ ปุเร อเปกฺขํ กโรตีติ เกน ปกาเรน อิกฺขํ โอโลกนํ กโรติ. เอวํรูโป อโหสินฺติ ทีฆรสฺสอณุกถูลาทิวเสน เอวํชาติโก เอวรูโป อภวึ. ตตฺถ นนฺทึ สมนฺนาเนตีติ ตสฺมึ รูปารมฺมเณ ตณฺหํ สมฺมา อานยติ อุปเนติ. เวทนาทีสุปิ เอเสว นโย.
‘‘อิติ เม จกฺขู’’ติอาทโย วตฺถุอารมฺมณวเสน ตณฺหุปฺปตฺตึ ทสฺเสนฺโต อาห. อิติ รูปาตีติ เอวํ รูปา อิติ. ตตฺถ ฉนฺทราคปฏิพทฺธนฺติ เตสุ จกฺขุรูเปสุ ทุพฺพลสงฺขาโต ฉนฺโท จ พลวสงฺขาโต ราโค จ, เตน ฉนฺทราเคน ปฏิพทฺธํ อลฺลีนํ. วิญฺญาณนฺติ ชวนจิตฺตํ. ฉนฺทราคปฏิพทฺธตฺตา วิญฺญาณสฺสาติ ตสฺส ชวนวิญฺญาณสฺส ฉนฺทราเคน พทฺธภาวา. ตทภินนฺทตีติ ตํ อารมฺมณํ ตณฺหาวเสน อภินนฺทติ.
ยานิสฺส ตานีติ ยานิ อสฺส ตานิ. ปุพฺเพติ อตีเต. สทฺธินฺติ เอกโต. หสิตลปิตกีฬิตานีติ ทนฺตวิทํสาทิหสิตานิ จ, วจีเภทํ กตฺวา ลปิตานิ จ, กายขิฑฺฑาทิกีฬิตานิ จ. ตทสฺสาเทตีติ ตํ อสฺสาทยติ อสฺสาทํ วินฺทติ สาทิยติ. ตํ นิกาเมตีติ ตํ นิกามยติ ปจฺจาสีสติ. วิตฺตึ อาปชฺชตีติ ตุฏฺฐึ ปาปุณาติ.
สิยนฺติ ภเวยฺยํ. อปฺปฏิลทฺธสฺส ปฏิลาภายาติ อปฺปตฺตสฺส ปาปุณนตฺถาย. จิตฺตํ ปณิทหตีติ จิตฺตํ ฐเปติ. เจตโส ปณิธานปจฺจยาติ จิตฺตสฺส ฐปนการณา.
สีเลน วาติ ปญฺจสีลาทิสีเลน วา. วเตน วาติ ธุตงฺคสมาทาเนน วา. ตเปน วาติ วีริยสมาทาเนน วา. พฺรหฺมจริเยน วาติ เมถุนวิรติยา วา. เทโว วาติ มหานุภาโว เทวราชา วา. เทวญฺญตโร วาติ เตสํ อญฺญตโร วา.
ชปฺปนฺตาติ คุณวเสน กเถนฺตา. ปชปฺปนฺตาติ ปกาเรน กเถนฺตา. อภิชปฺปนฺตาติ วิเสเสน กเถนฺตา, อุปสคฺควเสน วา วฑฺฒิตํ.
๙. เอวํ ปฐมคาถาย ‘‘ทูเร วิเวกา หิ ตถาวิโธ’’ติ สาเธตฺวา ทุติยคาถาย จ ตถาวิธานํ ธมฺมตํ อาวิ กตฺวา อิทานิ เตสํ ปาปกรณํ อาวิ กโรนฺโต ‘‘กาเมสุ คิทฺธา’’ติ คาถมาห.
ตสฺสตฺโถ – เต สตฺตา กาเมสุ ปริโภคตณฺหาย คิทฺธา, ปริเยสนาทิมนุยุตฺตตฺตา ปสุตา, สมฺโมหมาปนฺนตฺตา ปมูฬฺหา, อวคมนตาย มจฺฉริยตาย พุทฺธาทีนํ วจนํ อนาทิยตาย จ อวทานิยา, กายวิสมาทิมฺหิ วิสเม นิวิฏฺฐา, อนฺตกาเล มรณทุกฺขูปนีตา, ‘‘กึสุ ภวิสฺสาม อิโต จุตาเส’’ติ ปริเทวยนฺตีติ.
คิทฺธาติ กามราเคน คิทฺธา. คธิตาติ สงฺกปฺปราเคน ปจฺจาสีสมานา หุตฺวา คธิตา. มุจฺฉิตาติ กามตณฺหาย มุจฺฉาปเรตา. อชฺโฌสนฺนาติ กามนนฺทิยา อธิโอสนฺนา อชฺโฌตฺถฏา. ลคฺคาติ กามสิเนเหน อลฺลีนา. ลคฺคิตาติ กามปริฬาเหน เอกีภูตา. ปลิพุทฺธาติ กามสญฺญาย อาวฏฺฏิตา. อถ วา ‘‘ทิฏฺฐิทสฺสเน คิทฺธา. อภิณฺหทสฺสเน คธิตา. สํสคฺคกิริยสฺมึ มุจฺฉิตา. วิสฺสาสกิริยสฺมึ อชฺโฌสนฺนา. สิเนหวฬญฺชสฺมึ ลคฺคา. ทฺวยํทฺวยสมาปตฺติมฺหิ ลคฺคิตา. อปราปรํ อมุญฺจมานา หุตฺวา ปลิพุทฺธา’’ติ เอวเมเก วณฺณยนฺติ.
เอสนฺตีติ ปจฺจาสีสนฺติ. คเวสนฺตีติ มคฺคยนฺติ. ปริเยสนฺตีติ สพฺพากาเรน อิจฺฉนฺติ ปตฺเถนฺติ. อถ วา ทิฏฺฐารมฺมเณ สุภาสุภํ อตฺถิ, นตฺถีติ เอสนฺติ. สุภาสุภารมฺมเณ ปจฺจกฺขํ กตฺวา วฬญฺชนตฺถาย ปิยํ กโรนฺตา คเวสนฺติ. จิตฺตวเสน เอสนฺติ. ปโยควเสน คเวสนฺติ. กรณวเสน ปริเยสนฺติ. เต ทุวิเธ กาเม ปฏิจฺจ โอตริตฺวา จรนฺตีติ ตจฺจริตา. เต จ กาเม พหุลํ เยภุยฺเยน วฑฺเฒนฺติ ปวตฺตยนฺตีติ ตพฺพหุลา. เต จ กาเม ครุํ กตฺวา รหนฺตีติ ตคฺครุกา. เตสุ กาเมสุ นินฺนา นมิตา หุตฺวา วสนฺตีติ ตนฺนินฺนา. เตสุ กาเมสุ สนฺนินฺนา หุตฺวา วสนฺตีติ ตปฺโปณา. เตสุ กาเมสุ อวลมฺพิตา หุตฺวา เตสุเยว นมิตา วสนฺตีติ ตปฺปพฺภารา. เตสุ กาเมสุ อวตฺถริตฺวา มุจฺฉาปเรตปฺปสงฺคา หุตฺวา วทนฺตีติ ตทธิมุตฺตา. เต จ กาเม อธิปตึ เชฏฺฐกํ กตฺวา วสนฺตีติ ตทธิปเตยฺยา. อถ วา ‘‘อารมฺมณสฺส อิฏฺฐภาเวน ตจฺจริตา. อารมฺมณสฺส กนฺตภาเวน ตพฺพหุลา. อารมฺมณสฺส มนาปภาเวน ตคฺครุกา. อารมฺมณสฺส ปิยภาเวน ตนฺนินฺนา. อารมฺมณสฺส กามุปสํหิตภาเวน ตปฺโปณา. อารมฺมณสฺส รชนียภาเวน ตปฺปพฺภารา. อารมฺมณสฺส มุจฺฉนียภาเวน ตทธิมุตฺตา. อารมฺมณสฺส พนฺธนียภาเวน ตทธิปเตยฺยา’’ติ เอวเมเก วณฺณยนฺติ.
รูเป ปริเยสนฺตีติอาทีสุ ปริเยสนฺตีติ อลทฺธสฺส ลาภาย เอสนวเสน. ปฏิลภนฺตีติ หตฺถคตวเสน. ปริภุญฺชนฺตีติ วฬญฺชนวเสน วุตฺตนฺติ ญาตพฺพํ. กลหํ วิวาทํ กโรตีติ กลหการโก. ตสฺมึ นิยุตฺโตติ กลหปสุโต. กมฺมการกาทีสุปิ เอเสว นโย. โคจเร จรนฺโตติ เวสิยาทิโคจเร, สติปฏฺฐานาทิโคจเร วา จรมาโน. เตสุ นิยุตฺโต โคจรปสุโต. อารมฺมณูปนิชฺฌานวเสน ฌานํ อสฺส อตฺถีติ ฌายี. ตสฺมึ นิยุตฺโต ฌานปสุโต.
อวคจฺฉนฺตีติ อปายํ คจฺฉนฺติ. มจฺฉริโนติ สกสมฺปตฺตึ นิคุหนฺตา. วจนนฺติ กถนํ. พฺยปถนฺติ วากฺยปถํ. เทสนนฺติ วิสฺสชฺชนโอวาทํ. อนุสิฏฺฐินฺติ อนุสาสนึ. นาทิยนฺตีติ น คณฺหนฺติ น ครุํ กโรนฺติ. ‘‘น ปฏิสฺสนฺตี’’ติ วา ปาโฐ, โสเยว อตฺโถ. วตฺถุโต มจฺฉริยทสฺสนตฺถํ ‘‘ปญฺจ มจฺฉริยานิ อาวาสมจฺฉริย’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อาวาเส มจฺฉริยํ อาวาสมจฺฉริยํ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย.
อาวาโส นาม สกลาราโมปิ ปริเวณมฺปิ เอโกวรโกปิ รตฺติฏฺฐานาทีนิปิ. เตสุ วสนฺตา สุขํ วสนฺติ, ปจฺจเย ลภนฺติ. เอโก ภิกฺขุ วตฺตสมฺปนฺนสฺเสว เปสลสฺส ภิกฺขุโน ตตฺถ อาคมนํ น อิจฺฉติ, อาคโตปิ ‘‘ขิปฺปํ คจฺฉตู’’ติ จินฺเตสิ, อิทํ อาวาสมจฺฉริยํ นาม. ภณฺฑนการกาทีนํ ปน ตตฺถ วาสํ อนิจฺฉโต อาวาสมจฺฉริยํ นาม น โหติ.
กุลนฺติ อุปฏฺฐากกุลมฺปิ ญาติกุลมฺปิ. ตตฺถ อญฺญสฺส อุปสงฺกมนํ อนิจฺฉโต กุลมจฺฉริยํ โหติ. ปาปปุคฺคลสฺส ปน อุปสงฺกมนํ อนิจฺฉโตปิ มจฺฉริยํ นาม น โหติ. โส หิ เตสํ ปสาทเภทาย ปฏิปชฺชติ. ปสาทํ รกฺขิตุํ สมตฺถสฺเสว ปน ภิกฺขุโน ตตฺถ อุปสงฺกมนํ อนิจฺฉโต มจฺฉริยํ นาม โหติ.
ลาโภติ จตุปจฺจยลาโภว. ตํ อญฺญสฺมึ สีลวนฺเตเยว ลภนฺเต ‘‘มา ลภตู’’ติ จินฺเตนฺตสฺส ลาภมจฺฉริยํ โหติ. โย ปน สทฺธาเทยฺยํ วินิปาเตติ, อปริโภคทุปฺปริโภคาทิวเสน วินาเสติ, ปูติภาวํ คจฺฉนฺตมฺปิ อญฺญสฺส น เทติ, ตํ ทิสฺวา ‘‘สเจ อิมํ เอส น ลเภยฺย, อญฺโญ สีลวา ลเภยฺย, ปริโภคํ คจฺเฉยฺยา’’ติ จินฺเตนฺตสฺส มจฺฉริยํ นาม นตฺถิ.
วณฺโณ นาม สรีรวณฺโณปิ คุณวณฺโณปิ. ตตฺถ สรีรวณฺเณ มจฺฉรี ‘‘ปโร ปาสาทิโก รูปวา’’ติ วุตฺเต ตํ น กเถตุกาโม โหติ. คุณวณฺณมจฺฉรี ปรสฺส สีเลน ธุตงฺเคน ปฏิปทาย อาจาเรน วณฺณํ น กเถตุกาโม โหติ.
ธมฺโมติ ปริยตฺติธมฺโม จ ปฏิเวธธมฺโม จ. ตตฺถ อริยสาวกา ปฏิเวธธมฺมํ น มจฺฉรายนฺติ, อตฺตนา ปฏิวิทฺธธมฺเม สเทวกสฺส โลกสฺส ปฏิเวธํ อิจฺฉนฺติ. ตํ ปน ปฏิเวธํ ‘‘ปเร ชานนฺตู’’ติ อิจฺฉนฺติ, ตนฺติธมฺเมเยว ปน ธมฺมมจฺฉริยํ นาม โหติ. เตน สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ยํ คุฬฺหํ คนฺถํ วา กถามคฺคํ วา ชานาติ, ตํ อญฺเญ น ชานาเปตุกาโม โหติ. โย ปน ปุคฺคลํ อุปปริกฺขิตฺวา ธมฺมานุคฺคเหน ธมฺมํ วา อุปปริกฺขิตฺวา ปุคฺคลานุคฺคเหน น เทติ, อยํ ธมฺมมจฺฉรี นาม น โหติ. ตตฺถ เอกจฺโจ ปุคฺคโล โลโล โหติ, กาเลน สมโณ โหติ, กาเลน พฺราหฺมโณ, กาเลน นิคณฺโฐ. โย หิ ภิกฺขุ ‘‘อยํ ปุคฺคโล ปเวณิอาคตํ ตนฺตึ สณฺหํ สุขุมํ ธมฺมนฺตรํ ภินฺทิตฺวา อาลุเฬสฺสตี’’ติ น เทติ, อยํ ปุคฺคลํ อุปปริกฺขิตฺวา ธมฺมานุคฺคเหน น เทติ นาม. โย ปน ‘‘อยํ ธมฺโม สโณฺห สุขุโม, สจายํ ปุคฺคโล คณฺหิสฺสติ, อญฺญํ พฺยากริตฺวา อตฺตานํ อาวิ กตฺวา นสฺสิสฺสตี’’ติ น เทติ, อยํ ธมฺมํ อุปปริกฺขิตฺวา ปุคฺคลานุคฺคเหน น เทติ นาม. โย ปน ‘‘สจายํ อิมํ ธมฺมํ คณฺหิสฺสติ, อมฺหากํ สมยํ ภินฺทิตุํ สมตฺโถ ภวิสฺสตี’’ติ น เทติ, อยํ ธมฺมมจฺฉรี นาม โหติ.
อิเมสุ ปญฺจสุ มจฺฉริเยสุ อาวาสมจฺฉริเยน ตาว ยกฺโข วา เปโต วา หุตฺวา ตสฺเสว อาวาสสฺส สงฺการํ สีเสน อุกฺขิปิตฺวา วิจรติ. กุลมจฺฉริเยน ตสฺมึ กุเล อญฺเญสํ ทานมานนาทีนิ กโรนฺเต ทิสฺวา ‘‘ภินฺนํ วติทํ กุลํ มมา’’ติ จินฺตยโต โลหิตมฺปิ มุขโต อุคฺคจฺฉติ, กุจฺฉิวิเรจนมฺปิ โหติ, อนฺตานิปิ ขณฺฑาขณฺฑานิ หุตฺวา นิกฺขมนฺติ. ลาภมจฺฉริเยน สงฺฆสฺส วา คณสฺส วา สนฺตเก ลาเภ มจฺฉรายิตฺวา ปุคฺคลิกปริโภคํ วิย ปริภุญฺชิตฺวา ยกฺโข วา เปโต วา มหาอชคโร วา หุตฺวา นิพฺพตฺตติ. สรีรวณฺณคุณวณฺณมจฺฉเรน ปน ปริยตฺติธมฺมมจฺฉริเยน จ อตฺตโนว วณฺณํ วณฺเณติ, ปเรสํ วณฺเณ ‘‘กึ วณฺโณ เอโส’’ติ ตํ ตํ โทสํ วทนฺโต ปริยตฺติธมฺมญฺจ กสฺสจิ กิญฺจิ อเทนฺโต ทุพฺพณฺโณ เจว เอฬมูโค จ โหติ.
อปิ จ อาวาสมจฺฉริเยน โลหเคเห ปจฺจติ, กุลมจฺฉริเยน อปฺปลาโภ โหติ, ลาภมจฺฉริเยน คูถนิรเย นิพฺพตฺตติ, วณฺณมจฺฉริเยน ภเว ภเว นิพฺพตฺตสฺส วณฺโณ นาม น โหติ, ธมฺมมจฺฉริเยน กุกฺกุฬนิรเย นิพฺพตฺตตีติ.
มจฺฉรายนวเสน มจฺฉริยํ. มจฺฉรายนากาโร มจฺฉรายนา. มจฺฉเรน อยิตสฺส มจฺเฉรสมงฺคิโน ภาโว มจฺฉรายิตตฺตํ. ‘‘มยฺหเมว โหนฺตุ, มา อญฺญสฺสา’’ติ สพฺพาปิ อตฺตโน สมฺปตฺติโย พฺยาเปตุํ น อิจฺฉตีติ วิวิจฺโฉ, วิวิจฺฉสฺส ภาโว เววิจฺฉํ, มุทุมจฺฉริยสฺเสตํ นามํ. กทริโย วุจฺจติ อนาทโร, ตสฺส ภาโว กทริยํ, ถทฺธมจฺฉริยสฺเสตํ นามํ. เตน หิ สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ปรมฺปิ ปเรสํ ททมานํ นิวาเรติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –
‘‘กทริโย ปาปสงฺกปฺโป, มิจฺฉาทิฏฺฐิอนาทโร;
ททมานํ นิวาเรติ, ยาจมานาน โภชน’’นฺติ. (สํ. นิ. ๑.๑๓๒);
ยาจเก ทิสฺวา กฏุกภาเวน จิตฺตํ อญฺจติ สงฺโกเจตีติ กฏุกญฺจุโก, ตสฺส ภาโว กฏุกญฺจุกตา. อปโร นโย – กฏุกญฺจุกตา วุจฺจติ กฏจฺฉุคฺคาโห. สมติตฺติกปุณฺณาย หิ อุกฺขลิยา ภตฺตํ คณฺหนฺโต สพฺพโตภาเคน สงฺกุฏิเตน อคฺคกฏจฺฉุนา คณฺหาติ ปูเรตฺวา คเหตุํ น สกฺโกติ, เอวํ มจฺฉริปุคฺคลสฺส จิตฺตํ สงฺกุจติ, ตสฺมึ สงฺกุจิเต กาโยปิ ตเถว สงฺกุจติ ปฏิกุฏติ ปฏินิวฏฺฏติ น สมฺปสารียตีติ มจฺเฉรํ ‘‘กฏุกญฺจุกตา’’ติ วุตฺตํ.
อคฺคหิตตฺตํ จิตฺตสฺสาติ ปเรสํ อุปการกรเณ ทานาทินา อากาเรน ยถา น สมฺปสารียติ, เอวํ อาวริตฺวา คหิตภาโว จิตฺตสฺส. ยสฺมา ปน มจฺฉริปุคฺคโล อตฺตโน สนฺตกํ ปเรสํ อทาตุกาโม โหติ, ปรสนฺตกํ คณฺหิตุกาโม. ตสฺมา ‘‘อิทํ อจฺฉริยํ มยฺหเมว โหตุ, มา อญฺญสฺสา’’ติ ปวตฺติวเสนสฺส อตฺตสมฺปตฺตินิคูหนลกฺขณตา ปรสมฺปตฺติคฺคหณลกฺขณตา จ เวทิตพฺพา.
ขนฺธมจฺฉริยมฺปิ มจฺฉริยนฺติ อตฺตโน ปญฺจกฺขนฺธสงฺขาตํ อุปปตฺติภวํ อญฺเญหิ อสาธารณํ ‘‘อจฺฉริยํ มยฺหเมว โหตุ, มา อญฺญสฺสา’’ติ ปวตฺตํ มจฺฉริยํ ขนฺธมจฺฉริยํ นาม. ธาตุอายตนมจฺฉริเยสุปิ เอเสว นโย. คาโหติ คาหนิจฺฉยวเสน คหณํ. อวทญฺญุตายาติ สพฺพญฺญุพุทฺธานมฺปิ กถิตํ อชานนภาเวน. ยาจกานํ อททมาโน หิ เตหิ กถิตํ น ชานาติ นาม. ชนา ปมตฺตาติ สติวิปฺปวาสา ชนา. วจนนฺติ สงฺเขปวจนํ. พฺยปฺปถนฺติ วิตฺถารวจนํ. เทสนนฺติ อุปมํ ทสฺเสตฺวา อตฺถสนฺทสฺสนวจนํ. อนุสิฏฺฐินฺติ ปุนปฺปุนํ สํลกฺขาปนวจนํ. อถ วา ทสฺเสตฺวา กถนํ วจนํ นาม. คณฺหาเปตฺวา กถนํ พฺยปฺปถํ นาม. โตเสตฺวา กถนํ เทสนํ นาม. ปทสฺเสตฺวา กถนํ อนุสิฏฺฐิ นาม. อถ วา ปริตาปทุกฺขํ นาเสตฺวา กถนํ วจนํ นาม. ปริฬาหทุกฺขํ นาเสตฺวา กถนํ พฺยปฺปถํ นาม. อปายทุกฺขํ นาเสตฺวา กถนํ เทสนํ นาม. ภวทุกฺขํ นาเสตฺวา กถนํ อนุสิฏฺฐิ นาม. อถ วา ทุกฺขสจฺจปริญฺญาปฏิเวธยุตฺตํ วจนํ. สมุทยสจฺจปหานปฏิเวธยุตฺตํ พฺยปฺปถํ. นิโรธสจฺจสจฺฉิกิริยปฏิเวธยุตฺตํ เทสนํ. มคฺคสจฺจภาวนาปฏิเวธยุตฺตํ อนุสิฏฺฐีติ เอวมาทินา นเยน เอเก วณฺณยนฺติ.
น สุสฺสุสนฺตีติ น สุณนฺติ. น โสตํ โอทหนฺตีติ สวนตฺถํ กณฺณโสตํ น ฐเปนฺติ. น อญฺญา จิตฺตํ อุปฏฺฐเปนฺตีติ ชานนตฺถํ จิตฺตํ น ปติฏฺฐเปนฺติ. อนสฺสวาติ โอวาทํ อสุณมานา. อวจนกราติ สุณมานาปิ วจนํ น กโรนฺตีติ อวจนกรา. ปฏิโลมวุตฺติโนติ ปฏาณี หุตฺวา ปวตฺตนกา. อญฺเญเนว มุขํ กโรนฺตีติ กโรนฺตาปิ มุขํ น เทนฺตีติ อตฺโถ.
วิสเมติ กายสุจริตาทิสมฺมตสฺส สมสฺส ปฏิปกฺขตฺตา วิสมํ, ตสฺมึ วิสเม. นิวิฏฺฐาติ ปวิฏฺฐา ทุนฺนีหรา. กายกมฺเมติ กายโต ปวตฺเต, กาเยน วา ปวตฺเต กายกมฺเม. วจีกมฺมาทีสุปิ เอเสว นโย.
ตตฺถ กายกมฺมวจีกมฺมมโนกมฺมานิ ทุจฺจริตวเสน วิภตฺตานิ, ปาณาติปาตาทโย ทสอกุสลกมฺมปถวเสน วิภตฺตาติ ญาตพฺพํ. อยํ ตาเวตฺถ สาธารณปทวณฺณนา, อสาธารเณสุ ปน ปาณสฺส อติปาโต ปาณาติปาโต, ปาณวโธ ปาณฆาโตติ วุตฺตํ โหติ. ปาโณติ เจตฺถ โวหารโต สตฺโต, ปรมตฺถโต ชีวิตินฺทฺริยํ. ตสฺมึ ปน ปาเณ ปาณสญฺญิโน ชีวิตินฺทฺริยุปจฺเฉทกอุปกฺกมสมุฏฺฐาปิตา กายวจีทฺวารานํ อญฺญตรทฺวารปวตฺตา วธกเจตนา ปาณาติปาโต. โส คุณวิรหิเตสุ ติรจฺฉานคตาทีสุ ปาเณสุ ขุทฺทเก ปาเณ อปฺปสาวชฺโช, มหาสรีเร มหาสาวชฺโช. กสฺมา? ปโยคมหนฺตตาย, ปโยคสมตฺเตปิ วตฺถุมหนฺตตาย. คุณวนฺเตสุ มนุสฺสาทีสุ อปฺปคุเณ ปาเณ อปฺปสาวชฺโช, มหาคุเณ มหาสาวชฺโช. สรีรคุณานํ ปน สมภาเว สติ กิเลสานํ อุปกฺกมานญฺจ มุทุตาย อปฺปสาวชฺโช, ติพฺพตาย มหาสาวชฺโชติ เวทิตพฺโพ.
ตสฺส ปญฺจ สมฺภารา โหนฺติ – ปาโณ ปาณสญฺญิตา วธกจิตฺตํ อุปกฺกโม เตน มรณนฺติ. ฉปฺปโยคา – สาหตฺถิโก อาณตฺติโก นิสฺสคฺคิโย ถาวโร วิชฺชามโย อิทฺธิมโยติ. อิมสฺมึ ปนตฺเถ วิตฺถาริยมาเน อติปปญฺโจ โหติ, ตสฺมา นํ น วิตฺถารยิสฺสาม. อญฺญญฺจ เอวรูปํ, อตฺถิเกหิ ปน สมนฺตปาสาทิกํ วินยฏฺฐกถํ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๑๗๒) โอโลเกตฺวา คเหตพฺพํ.
อทินฺนสฺส อาทานํ อทินฺนาทานํ, ปรสฺส หรณํ เถยฺยํ โจริกาติ วุตฺตํ โหติ. ตตฺถ อทินฺนนฺติ ปรปริคฺคหิตํ, ยตฺถ ปโร ยถากามการิตํ อาปชฺชนฺโต อทณฺฑารโห อนุปวชฺโช จ โหติ, ตสฺมึ ปน ปรปริคฺคหิเต ปรปริคฺคหิตสญฺญิโน ตทาทายกอุปกฺกมสมุฏฺฐาปิกา เถยฺยเจตนา อทินฺนาทานํ. ตํ หีเน ปรสนฺตเก วตฺถุสฺมึ อปฺปสาวชฺชํ, ปณีเต มหาสาวชฺชํ. กสฺมา? วตฺถุปณีตตาย, วตฺถุสมตฺเต สติ คุณาธิกานํ สนฺตเก วตฺถุสฺมึ มหาสาวชฺชํ. ตํ ตํ คุณาธิกํ อุปาทาย ตโต ตโต หีนคุณสฺส สนฺตเก วตฺถุสฺมึ อปฺปสาวชฺชํ.
ตสฺส ปญฺจ สมฺภารา โหนฺติ – ปรปริคฺคหิตํ ปรปริคฺคหิตสญฺญิตา เถยฺยจิตฺตํ อุปกฺกโม เตน หรณนฺติ. ฉปฺปโยคา สาหตฺถิกาทโยว. เต จ โข ยถานุรูปํ เถยฺยาวหาโร ปสยฺหาวหาโร ปฏิจฺฉนฺนาวหาโร ปริกปฺปาวหาโร กุสาวหาโรติ อิเมสํ ปญฺจนฺนํ อวหารานํ วเสน ปวตฺตนฺติ. อยเมตฺถ สงฺเขโป. วิตฺถาโร ปน สมนฺตปาสาทิกายํ วุตฺโต.
กาเมสุมิจฺฉาจาโรติ เอตฺถ ปน กาเมสูติ เมถุนสมาจาเรสุ. มิจฺฉาจาโรติ เอกนฺตนินฺทิโต ลามกาจาโร. ลกฺขณโต ปน อสทฺธมฺมเสวนาธิปฺปาเยน กายทฺวารปฺปวตฺตา อคมนียฏฺฐานวีติกฺกมเจตนา กาเมสุมิจฺฉาจาโร.
ตตฺถ อคมนียฏฺฐานํ นาม ปุริสานํ ตาว มาตุรกฺขิตา ปิตุรกฺขิตา มาตาปิตุรกฺขิตา ภาตุรกฺขิตา ภคินิรกฺขิตา ญาติรกฺขิตา โคตฺตรกฺขิตา ธมฺมรกฺขิตา สารกฺขา สปริทณฺฑาติ มาตุรกฺขิตาทโย ทส, ธนกฺกีตา ฉนฺทวาสินี โภควาสินี ปฏวาสินี โอทปตฺตกินี โอภตจุมฺพฏกา ทาสี จ ภริยา กมฺมการี จ ภริยา ธชาหฏา มุหุตฺติกาติ เอตา ธนกฺกีตาทโย ทสาติ วีสติ อิตฺถิโย. อิตฺถีสุ ปน ทฺวีนฺนํ สารกฺขสปริทณฺฑานํ ทสนฺนญฺจ ธนกฺกีตาทีนนฺติ ทฺวาทสนฺนํ อิตฺถีนํ อญฺเญ ปุริสา, อิทํ อคมนียฏฺฐานํ นาม.
โส ปเนส มิจฺฉาจาโร สีลาทิคุณรหิเต อคมนียฏฺฐาเน อปฺปสาวชฺโช, สีลาทิคุณสมฺปนฺเน มหาสาวชฺโช. ตสฺส จตฺตาโร สมฺภารา – อคมนียวตฺถุ ตสฺมึ เสวนจิตฺตํ เสวนปโยโค มคฺเคน มคฺคปฏิปตฺติอธิวาสนนฺติ. เอโก ปโยโค สาหตฺถิโก เอว.
มุสาติ วิสํวาทนปุเรกฺขารสฺส อตฺถภญฺชนโก วจีปโยโค กายปโยโค วา. วิสํวาทนาธิปฺปาเยน ปนสฺส ปรวิสํวาทกกายวจีปโยคสมุฏฺฐาปิกา เจตนา มุสาวาโท. อปโร นโย – มุสาติ อภูตํ อตจฺฉํ วตฺถุ. วาโทติ ตสฺส ภูตโต ตจฺฉโต วิญฺญาปนํ. ลกฺขณโต ปน อตถํ วตฺถุํ ตถโต ปรํ วิญฺญาเปตุกามสฺส ตถาวิญฺญตฺติสมุฏฺฐาปิกา เจตนา มุสาวาโท. โส ยมตฺถํ ภญฺชติ, ตสฺส อปฺปตาย อปฺปสาวชฺโช, มหนฺตตาย มหาสาวชฺโช. อปิ จ คหฏฺฐานํ อตฺตโน สนฺตกํ อทาตุกามตาย ‘‘นตฺถี’’ติอาทินยปฺปวตฺโต อปฺปสาวชฺโช, สกฺขินา หุตฺวา อตฺถภญฺชนตฺถํ วุตฺโต มหาสาวชฺโช. ปพฺพชิตานํ อปฺปกมฺปิ เตลํ วา สปฺปึ วา ลภิตฺวา หสาธิปฺปาเยน ‘‘อชฺช คาเม เตลํ นที มญฺเญ สนฺทตี’’ติ ปูรณกถานเยน ปวตฺโต อปฺปสาวชฺโช, อทิฏฺฐํเยว ปน ทิฏฺฐนฺติอาทินา นเยน วทนฺตานํ มหาสาวชฺโช.
ตสฺส จตฺตาโร สมฺภารา โหนฺติ – อตถํ วตฺถุ วิสํวาทนจิตฺตํ ตชฺโช วายาโม ปรสฺส ตทตฺถวิชานนนฺติ. เอโก ปโยโค สาหตฺถิโกว. โส จ กาเยน วา กายปฏิพทฺเธน วา วาจาย วา ปรวิสํวาทกกิริยากรเณ ทฏฺฐพฺโพ. ตาย เจ กิริยาย ปโร ตมตฺถํ ชานาติ, อยํ กิริยสมุฏฺฐาปิกา เจตนากฺขเณเยว มุสาวาทกมฺมุนา พชฺฌติ.
ปิสุณวาจาติอาทีสุ ยาย วาจาย ยสฺส ตํ วาจํ ภาสติ, ตสฺส หทเย อตฺตโน ปิยภาวํ ปรสฺส จ สุญฺญภาวํ กโรติ, สา ปิสุณวาจา. ยาย ปน อตฺตานมฺปิ ปรมฺปิ ผรุสํ กโรติ, ยา วาจา สยมฺปิ ผรุสา เนว กณฺณสุขา น หทยงฺคมา, อยํ ผรุสวาจา. เยน สมฺผํ ปลปติ นิรตฺถกํ, โส สมฺผปฺปลาโป. เตสํ มูลภูตาปิ เจตนา ปิสุณวาจาทินามเมว ลภติ, สา เอว อิธ อธิปฺเปตาติ.
ตตฺถ สํกิลิฏฺฐจิตฺตสฺส ปเรสํ วา เภทาย อตฺตโน ปิยกมฺยตาย วา กายวจีปโยคสมุฏฺฐาปิกา เจตนา ปิสุณวาจา. สา ยสฺส เภทํ กโรติ, ตสฺส อปฺปคุณาย อปฺปสาวชฺชา, มหาคุณตาย มหาสาวชฺชา.
ตสฺสา จตฺตาโร สมฺภารา โหนฺติ – ภินฺทิตพฺโพ ปโร ‘‘อิติ อิเม นานา ภวิสฺสนฺติ วินา ภวิสฺสนฺตี’’ติ เภทปุเรกฺขารตา วา, ‘‘อิติ อหํ ปิโย ภวิสฺสามิ วิสฺสาสิโก’’ติ วิยกมฺยตา วา, ตชฺโช วายาโม, ตสฺส ตทตฺถวิชานนนฺติ.
ปรสฺส มมฺมจฺเฉทกกายวจีปโยคสมุฏฺฐาปิกา เอกนฺตผรุสเจตนา ผรุสวาจา. มมฺมจฺเฉทโกปิ ปโยโค จิตฺตสณฺหตาย ผรุสวาจา น โหติ. มาตาปิตโร หิ กทาจิ ปุตฺตเก เอวมฺปิ วทนฺติ ‘‘โจรา โว ขณฺฑาขณฺฑิกํ กโรนฺตู’’ติ, อุปฺปลปตฺตมฺปิ จ เนสํ อุปริ ปตนฺตํ น อิจฺฉนฺติ. อาจริยุปชฺฌายา จ กทาจิ นิสฺสิตเก เอวํ วทนฺติ ‘‘กึ อิเม อหิริกา อโนตฺตปฺปิโน จรนฺติ, นิทฺธมถ เน’’ติ. อถ จ เนสํ อาคมาธิคมสมฺปตฺตึ อิจฺฉนฺติ. ยถา จ จิตฺตสณฺหตาย ผรุสวาจา น โหติ, เอวํ วจนสณฺหตาย อผรุสวาจาปิ น โหติ. น หิ มาราเปตุกามสฺส ‘‘อิมํ สุขํ สยาเปถา’’ติ วจนํ อผรุสวาจา โหติ, จิตฺตผรุสตาย ปเนสา ผรุสวาจาว, สา ยํ สนฺธาย ปวตฺติตา. ตสฺส อปฺปคุณตาย อปฺปสาวชฺชา, มหาคุณตาย มหาสาวชฺชา. ตสฺสา ตโย สมฺภารา – อกฺโกสิตพฺโพ ปโร กุปิตจิตฺตํ อกฺโกสนนฺติ.
อนตฺถวิญฺญาปิกา กายวจีปโยคสมุฏฺฐาปิกา อกุสลเจตนา สมฺผปฺปลาโป. โส อาเสวนมนฺทตาย อปฺปสาวชฺโช, อาเสวนมหนฺตตาย มหาสาวชฺโช. ตสฺส เทฺว สมฺภารา โหนฺติ – ภารตยุทฺธสีตาหรณาทินิรตฺถกกถาปุเรกฺขารตา ตถารูปีกถากถนญฺจาติ.
อภิชฺฌายตีติ อภิชฺฌา, ปรภณฺฑาภิมุขี หุตฺวา ตนฺนินฺนตาย ปวตฺตตีติ อตฺโถ. สา ‘‘อโห วต อิทํ มมาสฺสา’’ติ เอวํ ปรภณฺฑาภิชฺฌายนลกฺขณา. อทินฺนาทานํ วิย อปฺปสาวชฺชา มหาสาวชฺชา จ. ตสฺสา เทฺว สมฺภารา โหนฺติ – ปรภณฺฑํ อตฺตโน ปริณามนญฺจาติ. ปรภณฺฑวตฺถุเก หิ โลเภ อุปฺปนฺเนปิ น ตาว กมฺมปถเภโท โหติ, ยาว ‘‘อโห วติทํ มมาสฺสา’’ติ อตฺตโน น ปริณาเมติ.
หิตสุขํ พฺยาปาทยตีติ พฺยาปาโท, โส ปรวินาสาย มโนปโทสลกฺขโณ. ผรุสวาจา วิย อปฺปสาวชฺโช มหาสาวชฺโช จ. ตสฺส เทฺว สมฺภารา โหนฺติ – ปรสตฺโต จ ตสฺส จ วินาสจินฺตาติ. ปรสตฺตวตฺถุเก หิ โกเธ อุปฺปนฺเนปิ น ตาว กมฺมปถเภโท โหติ, ยาว ‘‘อโห วตายํ อุจฺฉิชฺเชยฺย วินสฺเสยฺยา’’ติ ตสฺส วินาสํ น จินฺเตสิ.
ยถาภุจฺจคหณาภาเวน มิจฺฉา ปสฺสตีติ มิจฺฉาทิฏฺฐิ. สา ‘‘นตฺถิ ทินฺน’’นฺติอาทินา นเยน วิปรีตทสฺสนลกฺขณา. สมฺผปฺปลาโป วิย อปฺปสาวชฺชา มหาสาวชฺชา จ.
สญฺญี, อสญฺญี, เนวสญฺญีนาสญฺญี ภวิสฺสามาติ รูปาทิวเสน กงฺขนฺติ. ภวิสฺสาม นุ โข มยนฺติอาทินา อตฺตานํ กงฺขนฺติ. ตตฺถ ภวิสฺสาม นุ โข. น นุ โข ภวิสฺสามาติ ตสฺส สสฺสตาการญฺจ อุจฺเฉทาการญฺจ นิสฺสาย อนาคเต อตฺตานํ วิชฺชมานตญฺจ อวิชฺชมานตญฺจ กงฺขนฺติ. กึ นุ โข ภวิสฺสามาติ ชาติลิงฺคุปปตฺติโย นิสฺสาย ‘‘ขตฺติยา นุ โข ภวิสฺสาม, พฺราหฺมณเวสฺสสุทฺทคหฏฺฐปพฺพชิตเทวมนุสฺสานํ อญฺญตรา’’ติ กงฺขนฺติ. กถํ นุ โข ภวิสฺสามาติ สณฺฐานาการํ นิสฺสาย ‘‘ทีฆา นุ โข ภวิสฺสาม, รสฺสโอทาตกณฺหปมาณิกอปฺปมาณิกาทีนํ อญฺญตรา’’ติ กงฺขนฺติ. เกจิ ปน ‘‘อิสฺสรนิมฺมานาทีนิ นิสฺสาย ‘เกน นุ โข การเณน ภวิสฺสามา’ติ เหตุโต กงฺขนฺตี’’ติ วทนฺติ. กึ หุตฺวา กึ ภวิสฺสาม นุ โข มยนฺติ ชาติอาทีนิ นิสฺสาย ‘‘ขตฺติยา หุตฺวา นุ โข พฺราหฺมณา ภวิสฺสาม…เป… เทวา หุตฺวา มนุสฺสา’’ติ อตฺตโน ปรมฺปรํ กงฺขนฺติ. สพฺพตฺเถว ปน อทฺธานนฺติ กาลาธิวจนเมตํ.
๑๐. ยสฺมา เอตเทว ตสฺมา หิ สิกฺเขถ…เป… อาหุ ธีราติ. ตตฺถ สิกฺเขถาติ ติสฺโส สิกฺขา อาวชฺเชยฺย. อิเธวาติ อิมสฺมึเยว สาสเน. ตตฺถ สิกฺขิตพฺพาติ สิกฺขา. ติสฺโสติ คณนปริจฺเฉโท. อธิสีลสิกฺขาติ อธิกํ อุตฺตมํ สีลนฺติ อธิสีลํ, อธิสีลญฺจ ตํ สิกฺขิตพฺพฏฺเฐน สิกฺขา จาติ อธิสีลสิกฺขา. เอส นโย อธิจิตฺตอธิปญฺญาสิกฺขาสุ.
กตมํ ปเนตฺถ สีลํ, กตมํ อธิสีลํ, กตมํ จิตฺตํ, กตมํ อธิจิตฺตํ, กตมา ปญฺญา, กตมา อธิปญฺญาติ? วุจฺจเต – ปญฺจงฺคทสงฺคสีลํ ตาว สีลเมว. ตญฺหิ พุทฺเธ อุปฺปนฺเนปิ อนุปฺปนฺเนปิ โลเก ปวตฺตติ. อุปฺปนฺเน พุทฺเธ ตสฺมึ สีเล พุทฺธาปิ สาวกาปิ มหาชนํ สมาทเปนฺติ, อนุปฺปนฺเน พุทฺเธ ปจฺเจกพุทฺธา จ กมฺมวาทิโน จ ธมฺมิกา สมณพฺราหฺมณา จ จกฺกวตฺตี จ มหาราชาโน มหาโพธิสตฺตา จ สมาทเปนฺติ, สามมฺปิ ปณฺฑิตา สมณพฺราหฺมณา สมาทิยนฺติ. เต ตํ กุสลํ ธมฺมํ ปริปูเรตฺวา เทเวสุ จ มนุสฺเสสุ จ สมฺปตฺตึ อนุโภนฺติ.
ปาติโมกฺขสํวรสีลํ ปน ‘‘อธิสีล’’นฺติ วุจฺจติ. ตญฺหิ สูริโย วิย ปชฺโชตานํ สิเนรุ วิย ปพฺพตานํ สพฺพโลกิยสีลานํ อธิกญฺเจว อุตฺตมญฺจ, พุทฺธุปฺปาเทเยว จ ปวตฺตติ, น วินา พุทฺธุปฺปาทา. น หิ ตํ ปญฺญตฺตึ อุทฺธริตฺวา อญฺโญ สตฺโต ฐเปตุํ สกฺโกติ. พุทฺธาเยว ปน สพฺพโส กายวจีทฺวารอชฺฌาจารโสตํ ฉินฺทิตฺวา ตสฺส ตสฺส วีติกฺกมสฺส อนุจฺฉวิกํ ตํ สีลสํวรํ ปญฺญเปนฺติ. ปาติโมกฺขสํวรโตปิ จ มคฺคผลสมฺปยุตฺตเมว สีลํ อธิสีลํ.
กามาวจรานิ ปน อฏฺฐ กุสลจิตฺตานิ โลกิยอฏฺฐสมาปตฺติจิตฺตานิ จ เอกชฺฌํ กตฺวา จิตฺตเมวาติ เวทิตพฺพานิ. พุทฺธุปฺปาทานุปฺปาเท จสฺส ปวตฺติ, สมาทปนํ สมาทานญฺจ สีเล วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.
วิปสฺสนาปาทกํ อฏฺฐสมาปตฺติจิตฺตํ ปน ‘‘อธิจิตฺต’’นฺติ วุจฺจติ. ตญฺหิ อธิสีลํ วิย สีลานํ, สพฺพโลกิยจิตฺตานํ อธิกญฺเจว อุตฺตมญฺจ, พุทฺธุปฺปาเทเยว จ โหติ, น วินา พุทฺธุปฺปาทา. ตโตปิ จ มคฺคผลจิตฺตเมว อธิจิตฺตํ.
‘‘อตฺถิ ทินฺนํ อตฺถิ ยิฏฺฐ’’นฺติอาทินยปฺปวตฺตํ (ม. นิ. ๒.๙๔) ปน กมฺมสฺสกตาญาณํ ปญฺญา. สา หิ พุทฺเธ อุปฺปนฺเนปิ อนุปฺปนฺเนปิ โลเก ปวตฺตติ. อุปฺปนฺเน พุทฺเธ ตสฺสา ปญฺญาย พุทฺธาปิ สาวกาปิ มหาชนํ สมาทเปนฺติ, อนุปฺปนฺเน พุทฺเธ ปจฺเจกพุทฺธา จ กมฺมวาทิโน จ ธมฺมิกา สมณพฺราหฺมณา จ จกฺกวตฺตี จ มหาราชาโน มหาโพธิสตฺตา จ สมาทเปนฺติ, สามมฺปิ ปณฺฑิตา สตฺตา สมาทิยนฺติ. ตถา หิ องฺกุโร ทสวสฺสสหสฺสานิ มหาทานํ อทาสิ. เวลาโม เวสฺสนฺตโร อญฺเญ จ พหู ปณฺฑิตมนุสฺสา มหาทานานิ อทํสุ. เต ตํ กุสลํ ธมฺมํ ปริปูเรตฺวา เทเวสุ จ มนุสฺเสสุ จ สมฺปตฺตึ อนุภวึสุ.
ติลกฺขณาการปริจฺเฉทกํ ปน วิปสฺสนาญาณํ ‘‘อธิปญฺญา’’ติ วุจฺจติ. สา หิ อธิสีลอธิจิตฺตานิ วิย สีลจิตฺตานํ, สพฺพโลกิยปญฺญานํ อธิกา เจว อุตฺตมา จ, น จ วินา พุทฺธุปฺปาทา โลเก ปวตฺตติ. ตโตปิ จ มคฺคผลปญฺญาว อธิปญฺญา.
อิทานิ เอเกกํ ทสฺเสนฺโต ‘‘กตมา อธิสีลสิกฺขา – อิธ ภิกฺขุ สีลวา โหติ, ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต วิหรตี’’ติอาทิมาห. อิธาติ วจนํ ปุพฺพภาคกรณียสมฺปทาย สมฺปนฺนสฺส สพฺพปการสีลปริปูรกสฺส ปุคฺคลสฺส สนฺนิสฺสยภูตสาสนปริทีปนํ, อญฺญสาสนสฺส จ ตถาภาวปฏิเสธนํ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘อิเธว, ภิกฺขเว, สมโณ…เป… สุญฺญา ปรปฺปวาทา สมเณภิ อญฺเญหี’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๓๙-๑๔๐). ภิกฺขูติ ตสฺส สีลสฺส ปริปูรกสฺส ปุคฺคลสฺส ปริทีปนํ. ปาติโมกฺขสํวรสํวุโตติ อิทมสฺส ปาติโมกฺขสํวเร ปติฏฺฐิตภาวปริทีปนํ. วิหรตีติ อิทมสฺส ตทนุรูปวิหารสมงฺคีภาวปริทีปนํ. อาจารโคจรสมฺปนฺโนติ อิทมสฺส ปาติโมกฺขสํวรสฺส อุปการกธมฺมปริทีปนํ. อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวีติ อิทมสฺส ปาติโมกฺขโต อจวนธมฺมตาปริทีปนํ. สมาทายาติ อิทมสฺส สิกฺขาปทานํ อนวเสสโต อาทานปริทีปนํ. สิกฺขตีติ อิทมสฺส สิกฺขาย สมงฺคีภาวปริทีปนํ. สิกฺขาปเทสูติ อิทมสฺส สิกฺขิตพฺพธมฺมปริทีปนํ.
ตตฺถ ภิกฺขูติ สํสาเร ภยํ อิกฺขตีติ ภิกฺขุ. สีลมสฺส อตฺถีติ สีลวาติ เอตฺถ สีลนฺติ สีลนฏฺเฐน สีลํ. กิมิทํ สีลนํ นาม? สมาธานํ วา, กายกมฺมาทีนํ สุสีลฺยวเสน อวิปฺปกิณฺณตาติ อตฺโถ. อุปธารณํ วา, กุสลานํ ธมฺมานํ ปติฏฺฐาวเสน อาธารภาโวติ อตฺโถ. เอตเทว หิ เอตฺถ อตฺถทฺวยํ สทฺทลกฺขณวิทู อนุชานนฺติ. อญฺเญ ปน ‘‘อธิเสวนฏฺเฐน อาจารฏฺเฐน สีลนฏฺเฐน สิรฏฺเฐน สีตลฏฺเฐน สิวฏฺเฐน สีล’’นฺติ วณฺณยนฺติ.
สีลนํ ลกฺขณํ ตสฺส, ภินฺนสฺสาปิ อเนกธา;
สนิทสฺสนตฺตํ รูปสฺส, ยถา ภินฺนสฺสเนกธา.
ยถา หิ นีลปีตาทิเภเทนเนกธา ภินฺนสฺสาปิ รูปายตนสฺส สนิทสฺสนตฺตํ ลกฺขณํ นีลาทิเภเทน ภินฺนสฺสาปิ สนิทสฺสนภาวานติกฺกมนโต. ตถา สีลสฺส เจตนาทิเภเทน อเนกธา ภินฺนสฺสาปิ ยเทตํ กายกมฺมาทีนํ สมาธานวเสน, กุสลานญฺจ ธมฺมานํ ปติฏฺฐาวเสน วุตฺตํ สีลนํ, ตเทว ลกฺขณํ เจตนาทิเภเทน ภินฺนสฺสาปิ สมาธานปติฏฺฐาภาวานติกฺกมนโต. เอวํ ลกฺขณสฺส ปนสฺส –
ทุสฺสีลฺยวิทฺธํสนตา, อนวชฺชคุโณ ตถา;
กิจฺจสมฺปตฺติอตฺเถน, รโส นาม ปวุจฺจติ.
ตสฺมา อิทํ สีลํ นาม กิจฺจฏฺเฐน รเสน ทุสฺสีลฺยวิทฺธํสนรสํ, สมฺปตฺติอตฺเถน รเสน อนวชฺชรสนฺติ เวทิตพฺพํ.
โสเจยฺยปจฺจุปฏฺฐานํ, ตยิทํ ตสฺส วิญฺญุภิ;
โอตฺตปฺปญฺจ หิรี เจว, ปทฏฺฐานนฺติ วณฺณิตํ.
ตญฺหิทํ สีลํ ‘‘กายโสเจยฺยํ วจีโสเจยฺยํ มโนโสเจยฺย’’นฺติ เอวํ วุตฺตโสเจยฺยปจฺจุปฏฺฐานํ, โสเจยฺยภาเวน ปจฺจุปฏฺฐาติ คหณภาวํ คจฺฉติ. หิโรตฺตปฺปญฺจ ปน ตสฺส วิญฺญูหิ ปทฏฺฐานนฺติ วณฺณิตํ, อาสนฺนการณนฺติ อตฺโถ. หิโรตฺตปฺเป หิ สติ สีลํ อุปฺปชฺชติ เจว ติฏฺฐติ จ, อสติ เนว อุปฺปชฺชติ เจว น ติฏฺฐติ จาติ เอวํวิเธน สีเลน สีลวา โหติ. เอตํ สีลํ นาม ปาณาติปาตาทีหิ วา วิรมนฺตสฺส, วตฺตปฏิปตฺตึ วา ปูเรนฺตสฺส เจตนาทโย ธมฺมา เวทิตพฺพา. วุตฺตเญฺหตํ ปฏิสมฺภิทายํ ‘‘กึ สีลนฺติ? เจตนา สีลํ, เจตสิกํ สีลํ, สํวโร สีลํ, อวีติกฺกโม สีล’’นฺติ (ปฏิ. ม. ๑.๓๙).
ตตฺถ เจตนา สีลํ นาม ปาณาติปาตาทีหิ วา วิรมนฺตสฺส วตฺตปฏิปตฺตึ วา ปูเรนฺตสฺส เจตนา. เจตสิกํ สีลํ นาม ปาณาติปาตาทีหิ วิรมนฺตสฺส วิรติ. อปิ จ เจตนา สีลํ นาม ปาณาติปาตาทีนิ ปชหนฺตสฺส สตฺตกมฺมปถเจตนา. เจตสิกํ สีลํ นาม ‘‘อภิชฺฌํ ปหาย วิคตาภิชฺเฌน เจตสา วิหรตี’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๒๑๗) นเยน สํยุตฺตมหาวคฺเค วุตฺตา อนภิชฺฌาพฺยาปาทสมฺมาทิฏฺฐิธมฺมา. สํวโร สีลนฺติ เอตฺถ ปญฺจวิเธน สํวโร เวทิตพฺโพ – ปาติโมกฺขสํวโร สติสํวโร ญาณสํวโร ขนฺติสํวโร วีริยสํวโร. ตสฺส นานากรณํ อุปริ อาวิ ภวิสฺสติ. อวีติกฺกโม สีลนฺติ สมาทินฺนสีลสฺส กายิกวาจสิโก อวีติกฺกโม. เอตฺถ จ สํวรสีลํ, อวีติกฺกมสีลนฺติ อิทเมว นิปฺปริยายโต สีลํ. เจตนาสีลํ, เจตสิกํ สีลนฺติ ปริยายโต สีลนฺติ เวทิตพฺพํ.
ปาติโมกฺขนฺติ สิกฺขาปทสีลํ. ตญฺหิ โย นํ ปาติ รกฺขติ, ตํ โมกฺเขติ โมเจติ อาปายิกาทีหิ ทุกฺเขหิ, ตสฺมา ‘‘ปาติโมกฺข’’นฺติ วุตฺตํ. ปาติโมกฺขสํวรสํวุโตติ ปาติโมกฺขสํวรสีเลน สมนฺนาคโต. อาจารโคจรสมฺปนฺโนติ อาจาเรน เจว โคจเรน จ สมฺปนฺโน. อณุมตฺเตสูติ อปฺปมตฺตเกสุ. วชฺเชสูติ อกุสลธมฺเมสุ. ภยทสฺสาวีติ ภยทสฺสี. สมาทายาติ สมฺมา อาทิยิตฺวา. สิกฺขติ สิกฺขาปเทสูติ ตํ ตํ สิกฺขาปทํ สมาทิยิตฺวา สิกฺขติ. อปิ จ สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสูติ ยํกิญฺจิ สิกฺขาปเทสุ สิกฺขาโกฏฺฐาเสสุ สิกฺขิตพฺพํ กายิกํ วา เจตสิกํ วา, ตํ สพฺพํ สมาทาย สิกฺขติ.
ขุทฺทโก สีลกฺขนฺโธติ สงฺฆาทิเสสาทิสาวเสโส สีลกฺขนฺโธ. มหนฺโตติ ปาราชิกาทินิรวเสโส. ยสฺมา ปน ปาติโมกฺขสีเลน ภิกฺขุ สาสเน ปติฏฺฐาติ นาม, ตสฺมา ตํ ‘‘ปติฏฺฐา’’ติ วุตฺตํ. ปติฏฺฐหติ วา เอตฺถ ภิกฺขุ, กุสลา ธมฺมา เอว วา เอตฺถ ปติฏฺฐหนฺตีติ ปติฏฺฐา. อยมตฺโถ ‘‘สีเล ปติฏฺฐาย นโร สปญฺโญ’’ติ (สํ. นิ. ๑.๒๓, ๑๙๒) จ, ‘‘ปติฏฺฐานลกฺขณํ, มหาราช, สีลํ สพฺเพสํ กุสลานํ ธมฺมาน’’นฺติ (มิ. ป. ๒.๑.๙) จ, ‘‘สีเล ปติฏฺฐิโต โข, มหาราช…เป… สพฺเพ กุสลา ธมฺมา น ปริหายนฺตี’’ติ (มิ. ป. ๒.๑.๙) จ อาทิสุตฺตวเสน เวทิตพฺโพ.
ตเทตํ ปุพฺพุปฺปตฺติอตฺเถน อาทิ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘ตสฺมาติห ตฺวํ อุตฺติย อาทิเมว วิโสเธหิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ. โก จาทิ กุสลานํ ธมฺมานํ, สีลญฺจ สุวิสุทฺธํ ทิฏฺฐิ จ อุชุกา’’ติ (สํ. นิ. ๕.๓๘๒). ยถา หิ นครวฑฺฒกี นครํ มาเปตุกาโม ปฐมํ นครฏฺฐานํ โสเธติ, ตโต อปรภาเค วีถิจตุกฺกสิงฺฆาฏกาทิปริจฺเฉเทน วิภชิตฺวาว นครํ มาเปติ. เอวเมว โยคาวจโร อาทิโต สีลํ วิโสเธติ, ตโต อปรภาเค สมาธิวิปสฺสนามคฺคผลนิพฺพานานิ สจฺฉิกโรติ. ยถา วา ปน รชโก ปฐมํ ตีหิ ขาเรหิ วตฺถํ โธวิตฺวา ปริสุทฺเธ วตฺเถ ยทิจฺฉกํ รงฺคชาตํ อุปเนติ, ยถา วา ปน เฉโก จิตฺตกาโร รูปํ ลิขิตุกาโม อาทิโตว ภิตฺติปริกมฺมํ กโรติ, ตโต อปรภาเค รูปํ สมุฏฺฐาเปติ. เอวเมว โยคาวจโร อาทิโตว สีลํ วิโสเธตฺวา อปรภาเค สมถวิปสฺสนาทโย ธมฺเม สจฺฉิกโรติ. ตสฺมา สีลํ ‘‘อาที’’ติ วุตฺตํ.
ตเทตํ จรณสริกฺขตาย จรณํ. จรณาติ หิ ปาทา วุจฺจนฺติ. ยถา หิ ฉินฺนจรณสฺส ปุริสสฺส ทิสํ คมนาภิสงฺขาโร น ชายติ, ปริปุณฺณปาทสฺเสว ชายติ, เอวเมว ยสฺส สีลํ ภินฺนํ โหติ ขณฺฑํ อปริปุณฺณํ, ตสฺส นิพฺพานคมนาย ญาณคมนํ น สมฺปชฺชติ. ยสฺส ปน ตํ อภินฺนํ โหติ อขณฺฑํ ปริปุณฺณํ, ตสฺส นิพฺพานคมนาย ญาณคมนํ สมฺปชฺชติ. ตสฺมา สีลํ ‘‘จรณ’’นฺติ วุตฺตํ.
ตเทตํ สํยมนวเสน สํยโม. สํวรณวเสน สํวโรติ อุภเยนาปิ สีลสํยโม เจว สีลสํวโร จ กถิโต. วจนตฺโถ ปเนตฺถ สํยเมติ วีติกฺกมวิปฺผนฺทนํ, ปุคฺคลํ วา สํยเมติ วีติกฺกมวเสน ตสฺส วิปฺผนฺทิตุํ น เทตีติ สํยโม. วีติกฺกมสฺส ปเวสนทฺวารํ สํวรติ ปิทหตีติ สํวโร.
โมกฺขนฺติ อุตฺตมํ มุขภูตํ วา. ยถา หิ สตฺตานํ จตุพฺพิโธ อาหาโร มุเขน ปวิสิตฺวา องฺคมงฺคานิ ผรติ, เอวํ โยคิโนปิ จตุภูมกกุสลํ สีลมุเขน ปวิสิตฺวา อตฺถสิทฺธึ สมฺปาเทติ. เตน ‘‘โมกฺข’’นฺติ. ปมุเข สาธูติ ปาโมกฺขํ, ปุพฺพงฺคมํ เสฏฺฐํ ปธานนฺติ อตฺโถ. กุสลานํ ธมฺมานํ สมาปตฺติยาติ จตุภูมกกุสลานํ ปฏิลาภตฺถาย ปาโมกฺขํ ปุพฺพงฺคมํ เสฏฺฐํ ปธานนฺติ เวทิตพฺพํ.
วิวิจฺเจว กาเมหีติ กาเมหิ วิวิจฺจ วินา หุตฺวา อปกฺกมิตฺวา. โย ปนายเมตฺถ เอวกาโร, โส นิยมตฺโถติ เวทิตพฺโพ. ยสฺมา จ นิยมตฺโถ, ตสฺมา ตสฺมึ ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรณสมเย อวิชฺชมานานมฺปิ กามานํ ตสฺส ปฐมชฺฌานสฺส ปฏิปกฺขภาวํ กามปริจฺจาเคเนว จสฺส อธิคมํ ทีเปติ. กถํ? ‘‘วิวิจฺเจว กาเมหี’’ติ เอวญฺหิ นิยเม กริยมาเน อิทํ ปญฺญายติ, นูนิมสฺส ฌานสฺส กามา ปฏิปกฺขภูตา, เยสุ สติ อิทํ น ปวตฺตติ อนฺธกาเร สติ ปทีโปภาโส วิย, เตสํ ปริจฺจาเคเนว จสฺส อธิคโม โหติ โอริมตีรปริจฺจาเคน ปาริมตีรสฺเสว. ตสฺมา นิยมํ กโรตีติ.
ตตฺถ สิยา ‘‘กสฺมา ปเนส ปุพฺพปเทเยว วุตฺโต น อุตฺตรปเท, กึ อกุสเลหิ ธมฺเมหิ อวิวิจฺจาปิ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหเรยฺยา’’ติ? น โข ปเนตํ เอวํ ทฏฺฐพฺพํ. ตํนิสฺสรณโต หิ ปุพฺพปเท เอว เอส วุตฺโต. กามธาตุสมติกฺกมนโต หิ กามราคปฏิปกฺขโต จ อิทํ ฌานํ กามานเมว นิสฺสรณํ. ยถาห – ‘‘กามานเมตํ นิสฺสรณํ ยทิทํ เนกฺขมฺม’’นฺติ (อิติวุ. ๗๒). อุตฺตรปเทปิ ปน ยถา ‘‘อิเธว, ภิกฺขเว, สมโณ, อิธ ทุติโย สมโณ’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๓๙) เอตฺถ เอวกาโร อาเนตฺวา วุจฺจติ, เอวํ วตฺตพฺโพ. น หิ สกฺกา อิโต อญฺเญหิปิ นีวรณสงฺขาเตหิ อกุสเลหิ ธมฺเมหิ อวิวิจฺจ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหริตุํ. ตสฺมา วิวิจฺเจว กาเมหิ วิวิจฺเจว อกุสเลหิ ธมฺเมหีติ เอวํ ปททฺวเยปิ เอส ทฏฺฐพฺโพ. ปททฺวเยปิ จ กิญฺจาปิ วิวิจฺจาติ อิมินา สาธารณวจเนน ตทงฺควิเวกาทโย กายวิเวกาทโย จ สพฺเพปิ วิเวกา สงฺคหํ คจฺฉนฺติ, ตถาปิ ปุพฺพภาเค กายวิเวกจิตฺตวิเวกวิกฺขมฺภนวิเวกา ทฏฺฐพฺพา. โลกุตฺตรมคฺคกฺขเณ กายวิเวกจิตฺตวิเวกสมุจฺเฉทวิเวกนิสฺสรณวิเวกา.
กาเมหีติ อิมินา ปน ปเทน เย จ อิธ ‘‘กตเม วตฺถุกามา มนาปิกา รูปา’’ติอาทินา นเยน วตฺถุกามา วุตฺตา, เย จ อิเธว วิภงฺเค ‘‘ฉนฺโท กาโม ราโค กาโม ฉนฺทราโค กาโม สงฺกปฺโป กาโม ราโค กาโม สงฺกปฺปราโค กาโม’’ติ เอวํ กิเลสกามา วุตฺตา, เต สพฺเพปิ สงฺคหิตา อิจฺเจว ทฏฺฐพฺพา. เอวญฺหิ สติ วิวิจฺเจว กาเมหีติ วตฺถุกาเมหิปิ วิวิจฺเจวาติ อตฺโถ ยุชฺชติ. เตน กายวิเวโก วุตฺโต โหติ.
วิวิจฺจ อกุสเลหิ ธมฺเมหีติ กิเลสกาเมหิ สพฺพากุสเลหิ วา วิวิจฺจาติ อตฺโถ ยุชฺชติ. เตน จิตฺตวิเวโก วุตฺโต โหติ. ปุริเมน เจตฺถ วตฺถุกาเมหิ วิเวกวจนโต เอว กามสุขปริจฺจาโค, ทุติเยน กิเลสกาเมหิ วิเวกวจนโต เนกฺขมฺมสุขปริคฺคโห วิภาวิโต โหติ. เอวํ วตฺถุกามกิเลสกามวิเวกวจนโตเยว จ เอเตสํ ปฐเมน สํกิเลสวตฺถุปฺปหานํ, ทุติเยน สํกิเลสปฺปหานํ. ปฐเมน โลลภาวสฺส เหตุปริจฺจาโค, ทุติเยน พาลภาวสฺส. ปฐเมน จ ปโยคสุทฺธิ, ทุติเยน อาสยโปสนํ วิภาวิตํ โหตีติ ญาตพฺพํ. เอส ตาว นโย ‘‘กาเมหี’’ติ เอตฺถ วุตฺตกาเมสุ วตฺถุกามปกฺเข.
กิเลสกามปกฺเข ปน ฉนฺโทติ จ ราโคติ จ เอวมาทีหิ อเนกเภโท กามจฺฉนฺโทว ‘‘กาโม’’ติ อธิปฺเปโต. โส จ อกุสลปริยาปนฺโนปิ สมาโน ‘‘ตตฺถ กตโม กามจฺฉนฺโท, กาโม’’ติอาทินา นเยน วิภงฺเค ฌานปฏิปกฺขโต วิสุํ วุตฺโต. กิเลสกามตฺตา วา ปุริมปเท วุตฺโต, อกุสลปริยาปนฺนตฺตา ทุติยปเท. อเนกเภทโต จสฺส กามโตติ อวตฺวา กาเมหีติ วุตฺตํ. อญฺเญสมฺปิ จ ธมฺมานํ อกุสลภาเว วิชฺชมาเน ‘‘ตตฺถ กตเม อกุสลา ธมฺมา, กามจฺฉนฺโท’’ติอาทินา นเยน วิภงฺเค (วิภ. ๕๖๔) อุปริฌานงฺคานํ ปจฺจนีกปฏิปกฺขภาวทสฺสนโต นีวรณาเนว วุตฺตานิ. นีวรณานิ หิ ฌานงฺคปจฺจนีกานิ เตสํ ฌานงฺคาเนว ปฏิปกฺขานิ, วิทฺธํสกานิ วิฆาตกานีติ วุตฺตํ โหติ. ตถา หิ ‘‘สมาธิ กามจฺฉนฺทสฺส ปฏิปกฺโข, ปีติ พฺยาปาทสฺส, วิตกฺโก ถินมิทฺธสฺส, สุขํ อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจสฺส, วิจาโร วิจิกิจฺฉายา’’ติ เปฏเก วุตฺตํ.
เอวเมตฺถ วิวิจฺเจว กาเมหีติ อิมินา กามจฺฉนฺทสฺส วิกฺขมฺภนวิเวโก วุตฺโต โหติ, วิวิจฺจ อกุสเลหิ ธมฺเมหีติ อิมินา ปญฺจนฺนมฺปิ นีวรณานํ. อคฺคหิตคฺคหเณน ปน ปฐเมน กามจฺฉนฺทสฺส, ทุติเยน เสสนีวรณานํ. ตถา ปฐเมน ตีสุ อกุสลมูเลสุ ปญฺจกามคุณเภทวิสยสฺส โลภสฺส, ทุติเยน อาฆาตวตฺถุเภทาทิวิสยานํ โทสโมหานํ. โอฆาทีสุ วา ธมฺเมสุ ปฐเมน กาโมฆกามโยคกามาสวกามุปาทานอภิชฺฌากายคนฺถกามราคสํโยชนานํ, ทุติเยน อวเสสโอฆโยคาสวอุปาทานคนฺถสํโยชนานํ. ปฐเมน จ ตณฺหาย ตํสมฺปยุตฺตกานญฺจ, ทุติเยน อวิชฺชาย ตํสมฺปยุตฺตกานญฺจ. อปิ จ ปฐเมน โลภสมฺปยุตฺตอฏฺฐจิตฺตุปฺปาทานํ, ทุติเยน เสสานํ จตุนฺนํ อกุสลจิตฺตุปฺปาทานํ วิกฺขมฺภนวิเวโก วุตฺโต โหตีติ เวทิตพฺโพ.
เอตฺตาวตา จ ปฐมสฺส ฌานสฺส ปหานงฺคํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ สมฺปโยคงฺคํ ทสฺเสตุํ ‘‘สวิตกฺกํ สวิจาร’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อารมฺมเณ จิตฺตสฺส อภินิโรปนลกฺขโณ วิตกฺโก, อารมฺมณานุมชฺชนลกฺขโณ วิจาโร. สนฺเตปิ จ เนสํ กตฺถจิ อวิโยเค โอฬาริกฏฺเฐน ปุพฺพงฺคมฏฺเฐน จ ฆณฺฑาภิฆาโต วิย เจตโส ปฐมาภินิปาโต วิตกฺโก, สุขุมฏฺเฐน อนุมชฺชนสภาเวน จ ฆณฺฑานุรโว วิย อนุปพนฺโธ วิจาโร. วิปฺผารวา เจตฺถ วิตกฺโก ปฐมุปฺปตฺติกาเล ปริปฺผนฺทนภูโต จิตฺตสฺส, อากาเส อุปฺปติตุกามสฺส ปกฺขิโน ปกฺขวิกฺเขโป วิย, ปทุมาภิมุขปาโต วิย จ คนฺธานุพนฺธเจตโส ภมรสฺส. สนฺตวุตฺติ วิจาโร นาติปริปฺผนฺทนภาโว จิตฺตสฺส, อากาเส อุปฺปติตสฺส ปกฺขิโน ปกฺขปฺปสารณํ วิย, ปริพฺภมนํ วิย จ ปทุมาภิมุขปติตสฺส ภมรสฺส ปทุมสฺส อุปริภาเค.
ทุกนิปาตฏฺฐกถายํ ปน ‘‘อากาเส คจฺฉโต มหาสกุณสฺส อุโภหิ ปกฺเขหิ วาตํ คเหตฺวา ปกฺเข สนฺนิสีทาเปตฺวา คมนํ วิย อารมฺมเณ เจตโส อภินิโรปนภาเวน ปวตฺโต วิตกฺโก, วาตคฺคหณตฺถํ ปกฺเข ผนฺทาปยมานสฺส คมนํ วิย อนุมชฺชนภาเวน ปวตฺโต วิจาโร’’ติ วุตฺตํ. ตํ อนุปฺปพนฺเธน ปวตฺติยํ ยุชฺชติ. โส ปน เนสํ วิเสโส ปฐมทุติยชฺฌาเนสุ ปากโฏ โหติ. อปิ จ มลคฺคหิตํ กํสภาชนํ เอเกน หตฺเถน ทฬฺหํ คเหตฺวา อิตเรน หตฺเถน จุณฺณเตลวาลณฺฑุปเกน ปริมชฺชนฺตสฺส ทฬฺหคฺคหณหตฺโถ วิย วิตกฺโก. ปริมชฺชนหตฺโถ วิย วิจาโร. ตถา กุมฺภการสฺส ทณฺฑปฺปหาเรน จกฺกํ ภมยิตฺวา ภาชนํ กโรนฺตสฺส อุปฺปีฬนหตฺโถ วิย วิตกฺโก. อิโต จิโต จ สญฺจรณหตฺโถ วิย วิจาโร. ตถา มณฺฑลํ กโรนฺตสฺส มชฺเฌ สนฺนิรุมฺภิตฺวา ฐิตกณฺฏโก วิย อภินิโรปโน วิตกฺโก. พหิ ปริพฺภมนกณฺฏโก วิย อนุมชฺชมาโน วิจาโร. อิติ อิมินา จ วิตกฺเกน อิมินา จ วิจาเรน สห วตฺตติ รุกฺโข วิย ปุปฺเผน จ ผเลน จาติ อิทํ ฌานํ ‘‘สวิตกฺกํ สวิจาร’’นฺติ วุจฺจติ.
วิเวกชนฺติ เอตฺถ วิวิตฺติ วิเวโก, นีวรณวิคโมติ อตฺโถ. วิวิตฺโตติ วา วิเวโก, นีวรณวิวิตฺโต ฌานสมฺปยุตฺตธมฺมราสีติ อตฺโถ. ตสฺมา วิเวกา, ตสฺมึ วา วิเวเก ชาตนฺติ วิเวกชํ. ปีติสุขนฺติ เอตฺถ ปิณยตีติ ปีติ, สา สมฺปิยายนลกฺขณา. สา ปเนสา ขุทฺทิกาปีติ, ขณิกาปีติ, โอกฺกนฺติกาปีติ, อุพฺเพคาปีติ, ผรณาปีตีติ ปญฺจวิธา โหติ.
ตตฺถ ขุทฺทิกาปีติ สรีเร โลมหํสมตฺตเมว กาตุํ สกฺโกติ. ขณิกาปีติ ขเณ ขเณ วิชฺชุปฺปาทสทิสา โหติ. โอกฺกนฺติกาปีติ สมุทฺทตีรํ วีจิ วิย, กายํ โอกฺกมิตฺวา โอกฺกมิตฺวา ภิชฺชติ. อุพฺเพคาปีติ พลวตี โหติ, กายํ อุทฺธคฺคํ กตฺวา อากาเส ลงฺฆาปนปฺปมาณปตฺตา.
ผรณาปีติ อติพลวตี โหติ. ตาย หิ อุปฺปนฺนาย สกลสรีรํ ธมิตฺวา ปูริตวตฺถิ วิย มหตา อุทโกเฆน ปกฺขนฺทปพฺพตกุจฺฉิ วิย จ อนุปริปฺผุฏํ โหติ. สา ปเนสา ปญฺจวิธา ปีติ คพฺภํ คณฺหนฺตี ปริปากํ คจฺฉนฺตี ทุวิธํ ปสฺสทฺธึ ปริปูเรติ กายปสฺสทฺธิญฺจ จิตฺตปสฺสทฺธิญฺจ, ปสฺสทฺธิ คพฺภํ คณฺหนฺตี ปริปากํ คจฺฉนฺตี ทุวิธมฺปิ สุขํ ปริปูเรติ กายิกํ เจตสิกญฺจ, สุขํ คพฺภํ คณฺหนฺตํ ปริปากํ คจฺฉนฺตํ ติวิธํ สมาธึ ปริปูเรติ ขณิกสมาธึ อุปจารสมาธึ อปฺปนาสมาธิญฺจาติ. ตาสุ ยา อปฺปนาสมาธิสฺส มูลํ หุตฺวา วฑฺฒมานา สมาธิสมฺปโยคงฺคตา ผรณาปีติ, อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปตา ปีตีติ.
อิตรํ ปน สุขยตีติ สุขํ, ยสฺส อุปฺปชฺชติ, ตํ สุขิตํ กโรตีติ อตฺโถ. สุขนํ วา สุขํ, สุฏฺฐุ วา ขาทติ ขณติ จ กายจิตฺตาพาธนฺติ สุขํ, โสมนสฺสเวทนาเยตํ นามํ. ตํ สาตลกฺขณํ. สนฺเตปิ จ เนสํ กตฺถจิ อวิปฺปโยเค อิฏฺฐารมฺมณปฏิลาภตุฏฺฐิ ปีติ, ปฏิลทฺธรสานุภวนํ สุขํ. ยตฺถ ปีติ, ตตฺถ สุขํ, ยตฺถ สุขํ, ตตฺถ น นิยมโต ปีติ. สงฺขารกฺขนฺธสงฺคหิตา ปีติ, เวทนากฺขนฺธสงฺคหิตํ สุขํ. กนฺตารขินฺนสฺส วนนฺโตทกทสฺสนสวเนสุ วิย ปีติ, วนจฺฉายปฺปเวสนอุทกปริโภเคสุ วิย สุขํ. ตสฺมึ ตสฺมึ สมเย ปากฏภาวโต เจตํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อิติ อยญฺจ ปีติ อิทญฺจ สุขํ อสฺส ฌานสฺส, อสฺมึ วา ฌาเน อตฺถีติ อิทํ ฌานํ ‘‘ปีติสุข’’นฺติ วุจฺจติ.
อถ วา ปีติ จ สุขญฺจ ปีติสุขํ ธมฺมวินยาทโย วิย. วิเวกชํ ปีติสุขํ อสฺส ฌานสฺส, อสฺมึ วา ฌาเน อตฺถีติ เอวมฺปิ วิเวกชํปีติสุขํ. ยเถว หิ ฌานํ, เอวํ ปีติสุขมฺเปตฺถ วิเวกชเมว โหติ, ตญฺจสฺส อตฺถิ, ตสฺมา อโลปสมาสํ กตฺวา เอกปเทเนว ‘‘วิเวกชํปีติสุข’’นฺติปิ วตฺตุํ ยุชฺชติ.
ปฐมนฺติ คณนานุปุพฺพตา ปฐมํ, อิทํ ปฐมํ อุปฺปนฺนนฺติปิ ปฐมํ. ฌานนฺติ ทุวิธํ ฌานํ อารมฺมณูปนิชฺฌานํ ลกฺขณูปนิชฺฌานญฺจาติ. ตตฺถ อฏฺฐ สมาปตฺติโย ปถวีกสิณาทิอารมฺมณํ อุปนิชฺฌายนฺตีติ อารมฺมณูปนิชฺฌานนฺติ สงฺขฺยํ คตา. วิปสฺสนามคฺคผลานิ ปน ลกฺขณูปนิชฺฌานํ นาม. ตตฺถ วิปสฺสนา อนิจฺจาทิลกฺขณสฺส อุปนิชฺฌานโต ลกฺขณูปนิชฺฌานํ. วิปสฺสนาย กตกิจฺจสฺส มคฺเคน อิชฺฌนโต มคฺโค ลกฺขณูปนิชฺฌานํ, ผลํ ปน นิโรธสจฺจํ ตถลกฺขณํ อุปนิชฺฌายตีติ ลกฺขณูปนิชฺฌานํ. เตสุ อิธ ปุพฺพภาเค อารมฺมณูปนิชฺฌานํ, โลกุตฺตรมคฺคกฺขเณ ลกฺขณูปนิชฺฌานํ อธิปฺเปตํ. ตสฺมา อารมฺมณูปนิชฺฌานโต จ ลกฺขณูปนิชฺฌานโต จ ปจฺจนีกฌาปนโต จ ฌานนฺติ เวทิตพฺพํ.
อุปสมฺปชฺชาติ อุปคนฺตฺวา, ปาปุณิตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. อุปสมฺปาทยิตฺวา วา, นิปฺผาเทตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. วิหรตีติ ตทนุรูเปน อิริยาปถวิหาเรน อิริยติ, วุตฺตปฺปการฌานสมงฺคี หุตฺวา อตฺตภาวสฺส อิริยนํ วุตฺตึ อภินิปฺผาเทติ.
ตํ ปเนตํ ปฐมชฺฌานํ ปญฺจงฺควิปฺปหีนํ ปญฺจงฺคสมนฺนาคตํ ติวิธกลฺยาณํ, ทสลกฺขณสมฺปนฺนํ. ตตฺถ กามจฺฉนฺโท พฺยาปาโท ถินมิทฺธํ อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจํ วิจิกิจฺฉาติ อิเมสํ ปญฺจนฺนํ นีวรณานํ ปหานวเสน ปญฺจงฺควิปฺปหีนตา เวทิตพฺพา. น หิ เอเตสุ อปฺปหีเนสุ ฌานํ อุปฺปชฺชติ. เตนสฺเสตานิ ปหานงฺคานีติ วุจฺจนฺติ. กิญฺจาปิ หิ ฌานกฺขเณ อญฺเญปิ อกุสลา ธมฺมา ปหียนฺติ, ตถาปิ เอตาเนว วิเสเสน ฌานนฺตรายกรานิ. กามจฺฉนฺเทน หิ นานาวิสยปฺปโลภิตํ จิตฺตํ น เอกตฺตารมฺมเณ สมาธิยติ, กามจฺฉนฺทาภิภูตํ วา, ตํ น กามธาตุปฺปหานาย ปฏิปทํ ปฏิปชฺชติ. พฺยาปาเทน วา อารมฺมเณ ปฏิหญฺญมานํ น นิรนฺตรํ ปวตฺตติ. ถินมิทฺธาภิภูตํ อกมฺมญฺญํ โหติ. อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจปเรตํ อวูปสนฺตเมว หุตฺวา ปริพฺภมติ. วิจิกิจฺฉาย อุปหตํ ฌานาธิคมสาธิกํ ปฏิปทํ นาโรหติ. อิติ วิเสเสน ฌานนฺตรายกรตฺตา เอตาเนว ปหานงฺคานีติ วุตฺตานิ.
ยสฺมา ปน วิตกฺโก อารมฺมเณ จิตฺตํ อภินิโรเปติ, วิจาโร อนุปพนฺธติ, เตหิ อวิกฺเขปาย สมฺปาทิตปโยคสฺส เจตโส ปโยคสมฺปตฺติสมฺภวา ปีติ ปีณนํ สุขญฺจ อุปพฺรูหนํ กโรติ. อถสฺส เสสสมฺปยุตฺตธมฺมา เอเตหิ อภินิโรปนานุพนฺธนปีณนุปพฺรูหเนหิ อนุคฺคหิตา เอกคฺคตา เอกตฺตารมฺมเณ สมํ สมฺมา จ อาธิยติ. ตสฺมา วิตกฺโก วิจาโร ปีติ สุขํ จิตฺเตกคฺคตาติ อิเมสํ ปญฺจนฺนํ อุปฺปตฺติวเสน ปญฺจงฺคสมนฺนาคตตา เวทิตพฺพา. อุปฺปนฺเนสุ หิ เอเตสุ ปญฺจสุ ฌานํ อุปฺปนฺนํ นาม โหติ. เตนสฺส เอตานิ ปญฺจงฺคสมนฺนาคตานีติ วุจฺจนฺติ. ตสฺมา น เอเตหิ สมนฺนาคตํ อญฺญเทว ฌานํ นาม อตฺถีติ คเหตพฺพํ. ยถา ปน องฺคมตฺตวเสเนว จตุรงฺคินี เสนา, ปญฺจงฺคิกํ ตูริยํ, อฏฺฐงฺคิโก จ มคฺโคติ วุจฺจติ, เอวมิทมฺปิ องฺคมตฺตวเสเนว ปญฺจงฺคิกนฺติ วา ปญฺจงฺคสมนฺนาคตนฺติ วา วุจฺจตีติ เวทิตพฺพํ.
เอตานิ จ ปญฺจงฺคานิ กิญฺจาปิ อุปจารกฺขเณปิ อตฺถิ, อถ โข อุปจาเร ปกติจิตฺตโต พลวตรานิ. อิธ ปน อุปจารโตปิ พลวตรานิ รูปาวจรลกฺขณปฺปตฺตานิ นิปฺผนฺนานิ. เอตฺถ หิ วิตกฺโก สุวิสเทน อากาเรน อารมฺมเณ จิตฺตํ อภินิโรปยมาโน อุปฺปชฺชติ. วิจาโร อติวิย อารมฺมณํ อนุมชฺชมาโน. ปีติสุขํ สพฺพาวนฺตมฺปิ กายํ ผรมานํ. เตเนวาห – ‘‘นาสฺส กิญฺจิ สพฺพาวโต กายสฺส วิเวกเชน ปีติสุเขน อปฺผุฏํ โหตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๒๒๖). จิตฺเตกคฺคตาปิ เหฏฺฐิมมฺหิ สมุคฺคปฏเล อุปริมํ สมุคฺคปฏลํ วิย อารมฺมเณสุ ผุสิตา หุตฺวา อุปฺปชฺชติ, อยเมเตสํ อิตเรหิ วิเสโส. ตตฺถ จิตฺเตกคฺคตา กิญฺจาปิ ‘‘สวิตกฺกํ สวิจาร’’นฺติ อิมสฺมึ ปาเฐ น นิทฺทิฏฺฐา, ตถาปิ วิภงฺเค (วิภ. ๕๖๕) ‘‘ฌานนฺติ วิตกฺโก วิจาโร ปีติ สุขํ จิตฺเตกคฺคตา’’ติ เอวํ วุตฺตตฺตา องฺคเมว. เยน หิ อธิปฺปาเยน ภควตา อุทฺเทโส กโต, โสเยว เตน วิภงฺเค ปกาสิโตติ.
ติวิธกลฺยาณํ
ติวิธกลฺยาณํ ทสลกฺขณสมฺปนฺนนฺติ เอตฺถ ปน อาทิมชฺฌปริโยสานวเสนติวิธกลฺยาณตา. เตสํเยว จ อาทิมชฺฌปริโยสานานํ ลกฺขณวเสน ทสลกฺขณสมฺปนฺนตา เวทิตพฺพา. ตตฺรายํ ปาฬิ –
‘‘ปฐมสฺส ฌานสฺส ปฏิปทาวิสุทฺธิ อาทิ, อุเปกฺขานุพฺรูหนา มชฺเฌ, สมฺปหํสนา ปริโยสานํ, ปฐมสฺส ฌานสฺส ปฏิปทาวิสุทฺธิ อาทิ. อาทิสฺส กติ ลกฺขณานิ? อาทิสฺส ตีณิ ลกฺขณานิ – โย ตสฺส ปริปนฺโถ, ตโต จิตฺตํ วิสุชฺฌติ, วิสุทฺธตฺตา จิตฺตํ มชฺฌิมํ สมถนิมิตฺตํ ปฏิปชฺชติ, ปฏิปนฺนตฺตา ตตฺถ จิตฺตํ ปกฺขนฺทติ. ยญฺจ ปริปนฺถโต จิตฺตํ วิสุชฺฌติ, ยญฺจ วิสุทฺธตฺตา จิตฺตํ มชฺฌิมํ สมถนิมิตฺตํ ปฏิปชฺชติ, ยญฺจ ปฏิปนฺนตฺตา ตตฺถ จิตฺตํ ปกฺขนฺทติ. ปฐมสฺส ฌานสฺส ปฏิปทาวิสุทฺธิ อาทิ, อาทิสฺส อิมานิ ตีณิ ลกฺขณานิ. เตน วุจฺจติ – ‘ปฐมํ ฌานํ อาทิกลฺยาณญฺเจว โหติ ติลกฺขณสมฺปนฺนญฺจา’ติ.
‘‘ปฐมสฺส ฌานสฺส อุเปกฺขานุพฺรูหนา มชฺเฌ. มชฺฌสฺส กติ ลกฺขณานิ? มชฺฌสฺส ตีณิ ลกฺขณานิ – วิสุทฺธํ จิตฺตํ อชฺฌุเปกฺขติ, สมถปฏิปนฺนํ อชฺฌุเปกฺขติ, เอกตฺตุปฏฺฐานํ อชฺฌุเปกฺขติ. ยญฺจ วิสุทฺธํ จิตฺตํ อชฺฌุเปกฺขติ, ยญฺจ สมถปฏิปนฺนํ อชฺฌุเปกฺขติ, ยญฺจ เอกตฺตุปฏฺฐานํ อชฺฌุเปกฺขติ. ปฐมสฺส ฌานสฺส อุเปกฺขานุพฺรูหนา มชฺเฌ, มชฺฌสฺส อิมานิ ตีณิ ลกฺขณานิ. เตน วุจฺจติ – ‘ปฐมํ ฌานํ มชฺเฌกลฺยาณญฺเจว โหติ ติลกฺขณสมฺปนฺนญฺจา’ติ.
‘‘ปฐมสฺส ฌานสฺส สมฺปหํสนา ปริโยสานํ. ปริโยสานสฺส กติ ลกฺขณานิ? ปริโยสานสฺส จตฺตาริ ลกฺขณานิ – ตตฺถ ชาตานํ ธมฺมานํ อนติวตฺตนฏฺเฐน สมฺปหํสนา, อินฺทฺริยานํ เอกราสฏฺเฐน สมฺปหํสนา, ตทุปควีริยวาหนฏฺเฐน สมฺปหํสนา, อาเสวนฏฺเฐน สมฺปหํสนา. ปฐมสฺส ฌานสฺส สมฺปหํสนา ปริโยสานํ, ปริโยสานสฺส อิมานิ จตฺตาริ ลกฺขณานิ. เตน วุจฺจติ ‘ปฐมํ ฌานํ ปริโยสานกลฺยาณญฺเจว โหติ จตุลกฺขณสมฺปนฺนญฺจา’’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๕๘).
‘‘ตตฺร ปฏิปทาวิสุทฺธิ นาม สสมฺภาริโก อุปจาโร. อุเปกฺขานุพฺรูหนา นาม อปฺปนา. สมฺปหํสนา นาม ปจฺจเวกฺขณา’’ติ เอวเมเก วณฺณยนฺติ. ยสฺมา ปน ‘‘เอกตฺตคตํ จิตฺตํ ปฏิปทาวิสุทฺธิปกฺขนฺทญฺเจว โหติ อุเปกฺขานุพฺรูหิตญฺจ ญาเณน จ สมฺปหํสิต’’นฺติ ปาฬิยํ วุตฺตํ, ตสฺมา อนฺโตอปฺปนายเมว อาคมนวเสน ปฏิปทาวิสุทฺธิ, ตตฺรมชฺฌตฺตุเปกฺขาย กิจฺจวเสน อุเปกฺขานุพฺรูหนา, ธมฺมานํ อนติวตฺตนาทิภาวสาธเนน ปริโยทาปกสฺส ญาณสฺส กิจฺจนิปฺผตฺติวเสน สมฺปหํสนา จ เวทิตพฺพา.
กถํ? ยสฺมิญฺหิ วาเร อปฺปนา อุปฺปชฺชติ, ตสฺมึ โย นีวรณสงฺขาโต กิเลสคโณ ตสฺส ฌานสฺส ปริปนฺโถ, ตโต จิตฺตํ วิสุชฺฌติ. วิสุทฺธตฺตา อาวรณวิรหิตํ หุตฺวา มชฺฌิมํ สมถนิมิตฺตํ ปฏิปชฺชติ. มชฺฌิมสมถนิมิตฺตํ นาม สมปฺปวตฺโต อปฺปนาสมาธิเยว. ตทนนฺตรํ ปน ปุริมจิตฺตํ เอกสนฺตติปริณามนเยน ตถตฺตํ อุปคจฺฉมานํ มชฺฌิมํ สมถนิมิตฺตํ ปฏิปชฺชติ นาม, เอวํ ปฏิปนฺนตฺตา ตถตฺตุปคมเนน ตตฺถ ปกฺขนฺทติ นาม. เอวํ ตาว ปุริมจิตฺเต วิชฺชมานาการนิปฺผาทิกา ปฐมสฺส ฌานสฺส อุปฺปาทกฺขเณเยว อาคมนวเสน ปฏิปทาวิสุทฺธิ เวทิตพฺพา.
เอวํ วิสุทฺธสฺส ปน ตสฺส ปุน วิโสเธตพฺพาภาวโต วิโสธเน พฺยาปารํ อกโรนฺโต วิสุทฺธํ จิตฺตํ อชฺฌุเปกฺขติ นาม. สมถภาวูปคมเนน สมถปฏิปนฺนสฺส ปุน สมาธาเน พฺยาปารํ อกโรนฺโต สมถปฏิปนฺนํ อชฺฌุเปกฺขติ นาม. สมถปฏิปนฺนภาวโต เอว จสฺส กิเลสสํสคฺคํ ปหาย เอกตฺเตน อุปฏฺฐิตสฺส ปุน เอกตฺตุปฏฺฐาเน พฺยาปารํ อกโรนฺโต เอกตฺตุปฏฺฐานํ อชฺฌุเปกฺขติ นาม. เอวํ ตตฺรมชฺฌตฺตุเปกฺขาย กิจฺจวเสน อุเปกฺขานุพฺรูหนา เวทิตพฺพา.
เย ปเนเต เอวํ อุเปกฺขานุพฺรูหิเต ตตฺถ ชาตา สมาธิปญฺญาสงฺขาตา ยุคนทฺธธมฺมา อญฺญมญฺญํ อนติวตฺตมานา หุตฺวา ปวตฺตา, ยานิ จ สทฺธาทีนิ อินฺทฺริยานิ นานากิเลเสหิ วิมุตฺตตฺตา วิมุตฺติรเสน เอกรสานิ หุตฺวา ปวตฺตานิ, ยญฺเจส ตทุปคํ เตสํ อนติวตฺตนเอกรสภาวานํ อนุจฺฉวิกํ วีริยํ วาหยติ, ยา จสฺส ตสฺมึ ขเณ ปวตฺตา อาเสวนา, สพฺเพปิ เต อาการา ยสฺมา ญาเณน สํกิเลสโวทาเนสุ ตํ ตํ อาทีนวญฺจ อานิสํสญฺจ ทิสฺวา ตถา ตถา สมฺปหํสิตตฺตา วิโสธิตตฺตา ปริโยทาปิตตฺตา นิปฺผนฺนาว, ตสฺมา ‘‘ธมฺมานํ อนติวตฺตนาทิภาวสาธเนน ปริโยทาปกสฺส ญาณสฺส กิจฺจนิปฺผตฺติวเสน สมฺปหํสนา เวทิตพฺพา’’ติ วุตฺตํ.
วิตกฺกวิจารานํ วูปสมาติ วิตกฺกสฺส จ วิจารสฺส จาติ อิเมสํ ทฺวินฺนํ วูปสมา สมติกฺกมา, ทุติยชฺฌานกฺขเณ อปาตุภาวาติ วุตฺตํ โหติ. ตตฺถ กิญฺจาปิ ทุติยชฺฌาเน สพฺเพปิ ปฐมชฺฌานธมฺมา น สนฺติ, อญฺเญเยว หิ ปฐมชฺฌาเน ผสฺสาทโย, อญฺเญ อิธ. โอฬาริกสฺส ปน โอฬาริกสฺส องฺคสฺส สมติกฺกมา ปฐมชฺฌานโต ปเรสํ ทุติยชฺฌานาทีนํ อธิคโม โหตีติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘วิตกฺกวิจารานํ วูปสมา’’ติ เอวํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อชฺฌตฺตนฺติ อิธ นิยกชฺฌตฺตํ อธิปฺเปตํ, วิภงฺเค ปน ‘‘อชฺฌตฺตํ ปจฺจตฺต’’นฺติ (วิภ. ๕๗๓) เอตฺตกเมว วุตฺตํ. ยสฺมา นิยกชฺฌตฺตํ อธิปฺเปตํ, ตสฺมา อตฺตนิ ชาตํ, อตฺตโน สนฺตาเน นิพฺพตฺตนฺติ อยเมตฺถ อตฺโถ.
สมฺปสาทนนฺติ สมฺปสาทนํ วุจฺจติ สทฺธา. สมฺปสาทนโยคโต ฌานมฺปิ สมฺปสาทนํ, นีลวณฺณโยคโต นีลวตฺถํ วิย. ยสฺมา วา ตํ ฌานํ สมฺปสาทนสมนฺนาคตตฺตา วิตกฺกวิจารกฺโขภวูปสมเนน จ เจโต สมฺปสาทยติ, ตสฺมาปิ ‘‘สมฺปสาทน’’นฺติ วุตฺตํ. อิมสฺมิญฺจ อตฺถวิกปฺเป สมฺปสาทนํ เจตโสติ เอวํ ปทสมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ. ปุริมสฺมึ ปน อตฺถวิกปฺเป เจตโสติ เอตํ เอโกทิภาเวน สทฺธึ โยเชตพฺพํ.
ตตฺรายํ อตฺถโยชนา – เอโก อุเทตีติ เอโกทิ, วิตกฺกวิจาเรหิ อนชฺฌารูฬฺหตฺตา อคฺโค เสฏฺโฐ หุตฺวา อุเทตีติ อตฺโถ. เสฏฺโฐปิ หิ โลเก เอโกติ วุจฺจติ. วิตกฺกวิจารวิรหิโต วา เอโก อสหาโย หุตฺวาติปิ วตฺตุํ วฏฺฏติ. อถ วา สมฺปยุตฺตธมฺเม อุทายตีติ อุทิ, อุฏฺฐาเปตีติ อตฺโถ. เสฏฺฐฏฺเฐน เอโก จ โส อุทิ จาติ เอโกทิ, สมาธิสฺเสตํ อธิวจนํ. อิติ อิมํ เอโกทึ ภาเวติ วฑฺเฒตีติ อิทํ ทุติยชฺฌานํ เอโกทิภาวํ. โส ปนายํ เอโกทิ ยสฺมา เจตโส, น สตฺตสฺส, น ชีวสฺส. ตสฺมา เอตํ ‘‘เจตโส เอโกทิภาว’’นฺติ วุตฺตํ.
นนุ จายํ สทฺธา ปฐมชฺฌาเนปิ อตฺถิ, อยญฺจ เอโกทินามโก สมาธิ, อถ กสฺมา อิทเมว ‘‘สมฺปสาทนํ เจตโส เอโกทิภาว’’นฺติ วุตฺตนฺติ? วุจฺจเต – อทุญฺหิ ปฐมชฺฌานํ วิตกฺกวิจารกฺโขเภน วีจิตรงฺคสมากุลมิว ชลํ น สุปฺปสนฺนํ โหติ, ตสฺมา สติยาปิ สทฺธาย สมฺปสาทนนฺติ น วุตฺตํ. น สุปฺปสนฺนตฺตาเยว เจตฺถ สมาธิปิ น สุฏฺฐุ ปากโฏ, ตสฺมา เอโกทิภาวนฺติปิ น วุตฺตํ. อิมสฺมึ ปน ฌาเน วิตกฺกวิจารปลิโพธาภาเวน ลทฺโธกาสา พลวตี สทฺธา, พลวสทฺธาสหายปฏิลาเภเนว จ สมาธิปิ ปากโฏ. ตสฺมา อิทเมว เอวํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.
อวิตกฺกํ อวิจารนฺติ ภาวนาย ปหีนตฺตา เอตสฺมึ, เอตสฺส วา วิตกฺโก นตฺถีติ อวิตกฺกํ. อิมินาว นเยน อวิจารํ. เอตฺถาห ‘‘นนุ จ ‘วิตกฺกวิจารานํ วูปสมา’ติ อิมินาปิ อยมตฺโถ สิทฺโธ. อถ กสฺมา ปุน วุตฺตํ ‘อวิตกฺกํ อวิจาร’’’นฺติ? วุจฺจเต – เอวเมตํ, สิทฺโธวายมตฺโถ. น ปเนตํ ตทตฺถทีปกํ, นนุ อโวจุมฺห ‘‘โอฬาริกสฺส ปน โอฬาริกสฺส องฺคสฺส สมติกฺกมา ปฐมชฺฌานโต ปเรสํ ทุติยชฺฌานาทีนํ สมธิคโม โหตีติ ทสฺสนตฺถํ ‘วิตกฺกวิจารานํ วูปสมา’ติ เอวํ วุตฺต’’นฺติ.
อปิ จ วิตกฺกวิจารานํ วูปสมา อิทํ สมฺปสาทนํ, น กิเลสกาลุสฺสิยสฺส. วิตกฺกวิจารานญฺจ วูปสมา เอโกทิภาวํ, น อุปจารชฺฌานมิว นีวรณปฺปหานา, น ปฐมชฺฌานมิว จ องฺคปาตุภาวาติ เอวํ สมฺปสาทนเอโกทิภาวานํ เหตุปริทีปกมิทํ วจนํ. ตถา วิตกฺกวิจารานํ วูปสมา อิทํ อวิตกฺกํ อวิจารํ, น ตติยจตุตฺถชฺฌานานิ วิย จกฺขุวิญฺญาณาทีนิ วิย จ อภาวาติ, เอวํ อวิตกฺกอวิจารภาวสฺส เหตุปริทีปกญฺจ, น วิตกฺกวิจาราภาวมตฺตปริทีปกํ. วิตกฺกวิจาราภาวมตฺตปริทีปกเมว ปน ‘‘อวิตกฺกํ อวิจาร’’นฺติ อิทํ วจนํ. ตสฺมา ปุริมํ วตฺวาปิ ปุน วตฺตพฺพเมวาติ.
สมาธิชนฺติ ปฐมชฺฌานสมาธิโต สมฺปยุตฺตสมาธิโต วา ชาตนฺติ อตฺโถ. ตตฺถ กิญฺจาปิ ปฐมมฺปิ สมฺปยุตฺตสมาธิโต ชาตํ, อถ โข อยเมว สมาธิ ‘‘สมาธี’’ติ วตฺตพฺพตํ อรหติ, วิตกฺกวิจารกฺโขภวิรเหน อติวิย อจลตฺตา สุปฺปสนฺนตฺตา จ. ตสฺมา อิมสฺส วณฺณภณนตฺถํ อิทเมว ‘‘สมาธิช’’นฺติ วุตฺตํ. ปีติสุขนฺติ อิทํ วุตฺตนยเมว.
ทุติยนฺติ คณนานุปุพฺพตา ทุติยํ. อิทํ ทุติยํ อุปฺปนฺนนฺติปิ ทุติยํ.
ปีติยา จ วิราคาติ วิราโค นาม วุตฺตปฺปการาย ปีติยา ชิคุจฺฉนํ วา สมติกฺกโม วา. อุภินฺนํ ปน อนฺตรา จ-สทฺโท สมฺปิณฺฑนตฺโถ, โส วูปสมํ วา สมฺปิณฺเฑติ วิตกฺกวิจารวูปสมํ วา. ตตฺถ ยทา วูปสมเมว สมฺปิณฺเฑติ, ตทา ปีติยา วิราคา จ, กิญฺจ ภิยฺโย วูปสมา จาติ เอวํ โยชนา เวทิตพฺพา. อิมิสฺสา จ โยชนาย วิราโค ชิคุจฺฉนตฺโถ โหติ, ตสฺมา ปีติยา ชิคุจฺฉนา จ สมติกฺกมา จาติ อยมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ยทา ปน วิตกฺกวิจารวูปสมํ สมฺปิณฺเฑติ, ตทา ปีติยา จ วิราคา, กิญฺจ ภิยฺโย วิตกฺกวิจารานญฺจ วูปสมาติ เอวํ โยชนา เวทิตพฺพา. อิมิสฺสา จ โยชนาย วิราโค สมติกฺกมนตฺโถ โหติ, ตสฺมา ปีติยา จ สมติกฺกมา วิตกฺกวิจารานญฺจ วูปสมาติ อยมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.
กามญฺเจเต วิตกฺกวิจารา ทุติยชฺฌาเนเยว วูปสนฺตา, อิมสฺส ปน ฌานสฺส มคฺคปริทีปนตฺถํ วณฺณภณนตฺถญฺเจตํ วุตฺตํ. ‘‘วิตกฺกวิจารานํ วูปสมา’’ติ หิ วุตฺเต อิทํ ปญฺญายติ ‘‘นูน วิตกฺกวิจารวูปสโม มคฺโค อิมสฺส ฌานสฺสา’’ติ. ยถา จ ตติเย อริยมคฺเค อปฺปหีนานมฺปิ สกฺกายทิฏฺฐาทีนํ ‘‘ปญฺจนฺนํ โอรมฺภาคิยานํ สํโยชนานํ ปหานา’’ติ (ม. นิ. ๒.๑๓๒-๑๓๓) เอวํ ปหานํ วุจฺจมานํ วณฺณภณนํ โหติ, ตทธิคมาย อุสฺสุกฺกานํ อุสฺสาหชนกํ, เอวเมว อิธ อวูปสนฺตานมฺปิ วิตกฺกวิจารานํ วูปสโม วุจฺจมาโน วณฺณภณนํ โหติ, เตนายมตฺโถ วุตฺโต ‘‘ปีติยา จ สมติกฺกมา วิตกฺกวิจารานญฺจ วูปสมา’’ติ.