คนฺถารมฺภกถา
พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ;
ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ;
สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามีติ.
อยํ สรณคมนนิทฺเทโส ขุทฺทกานํ อาทิ.
อิมสฺส ทานิ อตฺถํ ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทกฏฺฐกถาย วิวริตุํ วิภชิตุํ อุตฺตานีกาตุํ อิทํ วุจฺจติ –
อุตฺตมํ วนฺทเนยฺยานํ, วนฺทิตฺวา รตนตฺตยํ;
ขุทฺทกานํ กริสฺสามิ, เกสญฺจิ อตฺถวณฺณนํ.
ขุทฺทกานํ คมฺภีรตฺตา, กิญฺจาปิ อติทุกฺกรา;
วณฺณนา มาทิเสเนสา, อโพธนฺเตน สาสนํ.
อชฺชาปิ ตุ อพฺโพจฺฉินฺโน, ปุพฺพาจริยนิจฺฉโย;
ตเถว จ ฐิตํ ยสฺมา, นวงฺคํ สตฺถุสาสนํ.
ตสฺมาหํ กาตุมิจฺฉามิ, อตฺถสํวณฺณนํ อิมํ;
สาสนญฺเจว นิสฺสาย, โปราณญฺจ วินิจฺฉยํ.
สทฺธมฺมพหุมาเนน, นาตฺตุกฺกํสนกมฺยตา;
นาญฺเญสํ วมฺภนตฺถาย, ตํ สุณาถ สมาหิตาติ.
ขุทฺทกววตฺถานํ
ตตฺถ ‘‘ขุทฺทกานํ กริสฺสามิ, เกสญฺจิ อตฺถวณฺณน’’นฺติ วุตฺตตฺตา ขุทฺทกานิ ตาว ววตฺถเปตฺวา ปจฺฉา อตฺถวณฺณนํ กริสฺสามิ. ขุทฺทกานิ นาม ขุทฺทกนิกายสฺส เอกเทโส, ขุทฺทกนิกาโย นาม ปญฺจนฺนํ นิกายานํ เอกเทโส. ปญฺจ นิกายา นาม –
ทีฆมชฺฌิมสํยุตฺต, องฺคุตฺตริกขุทฺทกา;
นิกายา ปญฺจ คมฺภีรา, ธมฺมโต อตฺถโต จิเม.
ตตฺถ พฺรหฺมชาลสุตฺตาทีนิ จตุตฺตึส สุตฺตานิ ทีฆนิกาโย. มูลปริยายสุตฺตาทีนิ ทิยฑฺฒสตํ เทฺว จ สุตฺตานิ มชฺฌิมนิกาโย. โอฆตรณสุตฺตาทีนิ สตฺต สุตฺตสหสฺสานิ สตฺต จ สุตฺตสตานิ ทฺวาสฏฺฐิ จ สุตฺตานิ สํยุตฺตนิกาโย. จิตฺตปริยาทานสุตฺตาทีนิ นว สุตฺตสหสฺสานิ ปญฺจ จ สุตฺตสตานิ สตฺตปญฺญาสญฺจ สุตฺตานิ องฺคุตฺตรนิกาโย. ขุทฺทกปาโฐ, ธมฺมปทํ, อุทานํ, อิติวุตฺตกํ, สุตฺตนิปาโต, วิมานวตฺถุ, เปตวตฺถุ, เถรคาถา, เถรีคาถา, ชาตกํ, นิทฺเทโส, ปฏิสมฺภิทา, อปทานํ, พุทฺธวํโส, จริยาปิฏกํ, วินยาภิธมฺมปิฏกานิ, ฐเปตฺวา วา จตฺตาโร นิกาเย อวเสสํ พุทฺธวจนํ ขุทฺทกนิกาโย.
กสฺมา ปเนส ขุทฺทกนิกาโยติ วุจฺจติ? พหูนํ ขุทฺทกานํ ธมฺมกฺขนฺธานํ สมูหโต นิวาสโต จ. สมูหนิวาสา หิ ‘‘นิกาโย’’ติ วุจฺจนฺติ. ‘‘นาหํ, ภิกฺขเว, อญฺญํ เอกนิกายมฺปิ สมนุปสฺสามิ เอวํ จิตฺตํ, ยถยิทํ, ภิกฺขเว, ติรจฺฉานคตา ปาณา (สํ. นิ. ๓.๑๐๐). โปณิกนิกาโย, จิกฺขลฺลิกนิกาโย’’ติ เอวมาทีนิ เจตฺถ สาธกานิ สาสนโต โลกโต จ. อยมสฺส ขุทฺทกนิกายสฺส เอกเทโส. อิมานิ สุตฺตนฺตปิฏกปริยาปนฺนานิ อตฺถโต วิวริตุํ วิภชิตุํ อุตฺตานีกาตุญฺจ อธิปฺเปตานิ ขุทฺทกานิ, เตสมฺปิ ขุทฺทกานํ สรณสิกฺขาปททฺวตฺตึสาการกุมารปญฺหมงฺคลสุตฺต- รตนสุตฺตติโรกุฏฺฏนิธิกณฺฑเมตฺตสุตฺตานํ วเสน นวปฺปเภโท ขุทฺทกปาโฐ อาทิ อาจริยปรมฺปราย วาจนามคฺคํ อาโรปิตวเสน น ภควตา วุตฺตวเสน. ภควตา หิ วุตฺตวเสน –
‘‘อเนกชาติสํสารํ, สนฺธาวิสฺสํ อนิพฺพิสํ;
คหการํ คเวสนฺโต, ทุกฺขา ชาติ ปุนปฺปุนํ.
‘‘คหการก ทิฏฺโฐสิ, ปุน เคหํ น กาหสิ;
สพฺพา เต ผาสุกา ภคฺคา, คหกูฏํ วิสงฺขตํ;
วิสงฺขารคตํ จิตฺตํ, ตณฺหานํ ขยมชฺฌคา’’ติ. (ธ. ป. ๑๕๓-๑๕๔) –
อิทํ คาถาทฺวยํ สพฺพสฺสาปิ พุทฺธวจนสฺส อาทิ. ตญฺจ มนสาว วุตฺตวเสน, น วจีเภทํ กตฺวา วุตฺตวเสน. วจีเภทํ ปน กตฺวา วุตฺตวเสน –
‘‘ยทา หเว ปาตุภวนฺติ ธมฺมา,
อาตาปิโน ฌายโต พฺราหฺมณสฺส;
อถสฺส กงฺขา วปยนฺติ สพฺพา,
ยโต ปชานาติ สเหตุธมฺม’’นฺติ. (อุทา. ๑; มหาว. ๑) –
อยํ คาถา อาทิ. ตสฺมา ยฺวายํ นวปฺปเภโท ขุทฺทกปาโฐ อิเมสํ ขุทฺทกานํ อาทิ, ตสฺส อาทิโต ปภุติ อตฺถสํวณฺณนํ อารภิสฺสามิ.
นิทานโสธนํ
ตสฺส จายมาทิ ‘‘พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ, ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ, สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามี’’ติ. ตสฺสายํ อตฺถวณฺณนาย มาติกา –
‘‘เกน กตฺถ กทา กสฺมา, ภาสิตํ สรณตฺตยํ;
กสฺมา จิธาทิโต วุตฺต, มวุตฺตมปิ อาทิโต.
‘‘นิทานโสธนํ กตฺวา, เอวเมตฺถ ตโต ปรํ;
พุทฺธํ สรณคมนํ, คมกญฺจ วิภาวเย.
‘‘เภทาเภทํ ผลญฺจาปิ, คมนียญฺจ ทีปเย;
ธมฺมํ สรณมิจฺจาทิ, ทฺวเยเปส นโย มโต.
‘‘อนุปุพฺพววตฺถาเน, การณญฺจ วินิทฺทิเส;
สรณตฺตยเมตญฺจ, อุปมาหิ ปกาสเย’’ติ.
ตตฺถ ปฐมคาถาย ตาว อิทํ สรณตฺตยํ เกน ภาสิตํ, กตฺถ ภาสิตํ, กทา ภาสิตํ, กสฺมา ภาสิตํ อวุตฺตมปิจาทิโต ตถาคเตน กสฺมา อิธาทิโต วุตฺตนฺติ ปญฺจ ปญฺหา.
เตสํ วิสฺสชฺชนา เกน ภาสิตนฺติ ภควตา ภาสิตํ, น สาวเกหิ, น อิสีหิ, น เทวตาหิ. กตฺถาติ พาราณสิยํ อิสิปตเน มิคทาเย. กทาติ อายสฺมนฺเต ยเส สทฺธึ สหายเกหิ อรหตฺตํ ปตฺเต เอกสฏฺฐิยา อรหนฺเตสุ พหุชนหิตาย โลเก ธมฺมเทสนํ กโรนฺเตสุ. กสฺมาติ ปพฺพชฺชตฺถญฺจ อุปสมฺปทตฺถญฺจ. ยถาห –
‘‘เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, ปพฺพาเชตพฺโพ อุปสมฺปาเทตพฺโพ. ปฐมํ เกสมสฺสุํ โอหาเรตฺวา กาสายานิ วตฺถานิ อจฺฉาทาเปตฺวา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ การาเปตฺวา ภิกฺขูนํ ปาเท วนฺทาเปตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทาเปตฺวา อญฺชลึ ปคฺคณฺหาเปตฺวา ‘เอวํ วเทหี’ติ วตฺตพฺโพ ‘พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ, ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ, สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามี’’’ติ (มหาว. ๓๔).
กสฺมา จิธาทิโต วุตฺตนฺติ อิทญฺจ นวงฺคํ สตฺถุสาสนํ ตีหิ ปิฏเกหิ สงฺคณฺหิตฺวา วาจนามคฺคํ อาโรเปนฺเตหิ ปุพฺพาจริเยหิ ยสฺมา อิมินา มคฺเคน เทวมนุสฺสา อุปาสกภาเวน วา ปพฺพชิตภาเวน วา สาสนํ โอตรนฺติ, ตสฺมา สาสโนตารสฺส มคฺคภูตตฺตา อิธ ขุทฺทกปาเฐ อาทิโต วุตฺตนฺติ ญาตพฺพํ.
กตํ นิทานโสธนํ.