นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส

ขุทฺทกนิกาเย

ขุทฺทกปาฐ-อฏฺฐกถา

คนฺถารมฺภกถา

พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ;

ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ;

สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามีติ.

อยํ สรณคมนนิทฺเทโส ขุทฺทกานํ อาทิ.

อิมสฺส ทานิ อตฺถํ ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทกฏฺฐกถาย วิวริตุํ วิภชิตุํ อุตฺตานีกาตุํ อิทํ วุจฺจติ –

อุตฺตมํ วนฺทเนยฺยานํ, วนฺทิตฺวา รตนตฺตยํ;

ขุทฺทกานํ กริสฺสามิ, เกสญฺจิ อตฺถวณฺณนํ.

ขุทฺทกานํ คมฺภีรตฺตา, กิญฺจาปิ อติทุกฺกรา;

วณฺณนา มาทิเสเนสา, อโพธนฺเตน สาสนํ.

อชฺชาปิ ตุ อพฺโพจฺฉินฺโน, ปุพฺพาจริยนิจฺฉโย;

ตเถว จ ฐิตํ ยสฺมา, นวงฺคํ สตฺถุสาสนํ.

ตสฺมาหํ กาตุมิจฺฉามิ, อตฺถสํวณฺณนํ อิมํ;

สาสนญฺเจว นิสฺสาย, โปราณญฺจ วินิจฺฉยํ.

สทฺธมฺมพหุมาเนน, นาตฺตุกฺกํสนกมฺยตา;

นาญฺเญสํ วมฺภนตฺถาย, ตํ สุณาถ สมาหิตาติ.

ขุทฺทกววตฺถานํ

ตตฺถ ‘‘ขุทฺทกานํ กริสฺสามิ, เกสญฺจิ อตฺถวณฺณน’’นฺติ วุตฺตตฺตา ขุทฺทกานิ ตาว ววตฺถเปตฺวา ปจฺฉา อตฺถวณฺณนํ กริสฺสามิ. ขุทฺทกานิ นาม ขุทฺทกนิกายสฺส เอกเทโส, ขุทฺทกนิกาโย นาม ปญฺจนฺนํ นิกายานํ เอกเทโส. ปญฺจ นิกายา นาม –

ทีฆมชฺฌิมสํยุตฺต, องฺคุตฺตริกขุทฺทกา;

นิกายา ปญฺจ คมฺภีรา, ธมฺมโต อตฺถโต จิเม.

ตตฺถ พฺรหฺมชาลสุตฺตาทีนิ จตุตฺตึส สุตฺตานิ ทีฆนิกาโย. มูลปริยายสุตฺตาทีนิ ทิยฑฺฒสตํ เทฺว จ สุตฺตานิ มชฺฌิมนิกาโย. โอฆตรณสุตฺตาทีนิ สตฺต สุตฺตสหสฺสานิ สตฺต จ สุตฺตสตานิ ทฺวาสฏฺฐิ จ สุตฺตานิ สํยุตฺตนิกาโย. จิตฺตปริยาทานสุตฺตาทีนิ นว สุตฺตสหสฺสานิ ปญฺจ จ สุตฺตสตานิ สตฺตปญฺญาสญฺจ สุตฺตานิ องฺคุตฺตรนิกาโย. ขุทฺทกปาโฐ, ธมฺมปทํ, อุทานํ, อิติวุตฺตกํ, สุตฺตนิปาโต, วิมานวตฺถุ, เปตวตฺถุ, เถรคาถา, เถรีคาถา, ชาตกํ, นิทฺเทโส, ปฏิสมฺภิทา, อปทานํ, พุทฺธวํโส, จริยาปิฏกํ, วินยาภิธมฺมปิฏกานิ, ฐเปตฺวา วา จตฺตาโร นิกาเย อวเสสํ พุทฺธวจนํ ขุทฺทกนิกาโย.

กสฺมา ปเนส ขุทฺทกนิกาโยติ วุจฺจติ? พหูนํ ขุทฺทกานํ ธมฺมกฺขนฺธานํ สมูหโต นิวาสโต จ. สมูหนิวาสา หิ ‘‘นิกาโย’’ติ วุจฺจนฺติ. ‘‘นาหํ, ภิกฺขเว, อญฺญํ เอกนิกายมฺปิ สมนุปสฺสามิ เอวํ จิตฺตํ, ยถยิทํ, ภิกฺขเว, ติรจฺฉานคตา ปาณา (สํ. นิ. ๓.๑๐๐). โปณิกนิกาโย, จิกฺขลฺลิกนิกาโย’’ติ เอวมาทีนิ เจตฺถ สาธกานิ สาสนโต โลกโต จ. อยมสฺส ขุทฺทกนิกายสฺส เอกเทโส. อิมานิ สุตฺตนฺตปิฏกปริยาปนฺนานิ อตฺถโต วิวริตุํ วิภชิตุํ อุตฺตานีกาตุญฺจ อธิปฺเปตานิ ขุทฺทกานิ, เตสมฺปิ ขุทฺทกานํ สรณสิกฺขาปททฺวตฺตึสาการกุมารปญฺหมงฺคลสุตฺต- รตนสุตฺตติโรกุฏฺฏนิธิกณฺฑเมตฺตสุตฺตานํ วเสน นวปฺปเภโท ขุทฺทกปาโฐ อาทิ อาจริยปรมฺปราย วาจนามคฺคํ อาโรปิตวเสน น ภควตา วุตฺตวเสน. ภควตา หิ วุตฺตวเสน –

‘‘อเนกชาติสํสารํ, สนฺธาวิสฺสํ อนิพฺพิสํ;

คหการํ คเวสนฺโต, ทุกฺขา ชาติ ปุนปฺปุนํ.

‘‘คหการก ทิฏฺโฐสิ, ปุน เคหํ น กาหสิ;

สพฺพา เต ผาสุกา ภคฺคา, คหกูฏํ วิสงฺขตํ;

วิสงฺขารคตํ จิตฺตํ, ตณฺหานํ ขยมชฺฌคา’’ติ. (ธ. ป. ๑๕๓-๑๕๔) –

อิทํ คาถาทฺวยํ สพฺพสฺสาปิ พุทฺธวจนสฺส อาทิ. ตญฺจ มนสาว วุตฺตวเสน, น วจีเภทํ กตฺวา วุตฺตวเสน. วจีเภทํ ปน กตฺวา วุตฺตวเสน –

‘‘ยทา หเว ปาตุภวนฺติ ธมฺมา,

อาตาปิโน ฌายโต พฺราหฺมณสฺส;

อถสฺส กงฺขา วปยนฺติ สพฺพา,

ยโต ปชานาติ สเหตุธมฺม’’นฺติ. (อุทา. ๑; มหาว. ๑) –

อยํ คาถา อาทิ. ตสฺมา ยฺวายํ นวปฺปเภโท ขุทฺทกปาโฐ อิเมสํ ขุทฺทกานํ อาทิ, ตสฺส อาทิโต ปภุติ อตฺถสํวณฺณนํ อารภิสฺสามิ.

นิทานโสธนํ

ตสฺส จายมาทิ ‘‘พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ, ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ, สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามี’’ติ. ตสฺสายํ อตฺถวณฺณนาย มาติกา –

‘‘เกน กตฺถ กทา กสฺมา, ภาสิตํ สรณตฺตยํ;

กสฺมา จิธาทิโต วุตฺต, มวุตฺตมปิ อาทิโต.

‘‘นิทานโสธนํ กตฺวา, เอวเมตฺถ ตโต ปรํ;

พุทฺธํ สรณคมนํ, คมกญฺจ วิภาวเย.

‘‘เภทาเภทํ ผลญฺจาปิ, คมนียญฺจ ทีปเย;

ธมฺมํ สรณมิจฺจาทิ, ทฺวเยเปส นโย มโต.

‘‘อนุปุพฺพววตฺถาเน, การณญฺจ วินิทฺทิเส;

สรณตฺตยเมตญฺจ, อุปมาหิ ปกาสเย’’ติ.

ตตฺถ ปฐมคาถาย ตาว อิทํ สรณตฺตยํ เกน ภาสิตํ, กตฺถ ภาสิตํ, กทา ภาสิตํ, กสฺมา ภาสิตํ อวุตฺตมปิจาทิโต ตถาคเตน กสฺมา อิธาทิโต วุตฺตนฺติ ปญฺจ ปญฺหา.

เตสํ วิสฺสชฺชนา เกน ภาสิตนฺติ ภควตา ภาสิตํ, น สาวเกหิ, น อิสีหิ, น เทวตาหิ. กตฺถาติ พาราณสิยํ อิสิปตเน มิคทาเย. กทาติ อายสฺมนฺเต ยเส สทฺธึ สหายเกหิ อรหตฺตํ ปตฺเต เอกสฏฺฐิยา อรหนฺเตสุ พหุชนหิตาย โลเก ธมฺมเทสนํ กโรนฺเตสุ. กสฺมาติ ปพฺพชฺชตฺถญฺจ อุปสมฺปทตฺถญฺจ. ยถาห –

‘‘เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, ปพฺพาเชตพฺโพ อุปสมฺปาเทตพฺโพ. ปฐมํ เกสมสฺสุํ โอหาเรตฺวา กาสายานิ วตฺถานิ อจฺฉาทาเปตฺวา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ การาเปตฺวา ภิกฺขูนํ ปาเท วนฺทาเปตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทาเปตฺวา อญฺชลึ ปคฺคณฺหาเปตฺวา ‘เอวํ วเทหี’ติ วตฺตพฺโพ ‘พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ, ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ, สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามี’’’ติ (มหาว. ๓๔).

กสฺมา จิธาทิโต วุตฺตนฺติ อิทญฺจ นวงฺคํ สตฺถุสาสนํ ตีหิ ปิฏเกหิ สงฺคณฺหิตฺวา วาจนามคฺคํ อาโรเปนฺเตหิ ปุพฺพาจริเยหิ ยสฺมา อิมินา มคฺเคน เทวมนุสฺสา อุปาสกภาเวน วา ปพฺพชิตภาเวน วา สาสนํ โอตรนฺติ, ตสฺมา สาสโนตารสฺส มคฺคภูตตฺตา อิธ ขุทฺทกปาเฐ อาทิโต วุตฺตนฺติ ญาตพฺพํ.

กตํ นิทานโสธนํ.

๑. สรณตฺตยวณฺณนา

พุทฺธวิภาวนา

อิทานิ ยํ วุตฺตํ ‘‘พุทฺธํ สรณคมนํ, คมกญฺจ วิภาวเย’’ติ, ตตฺถ สพฺพธมฺเมสุ อปฺปฏิหตญาณนิมิตฺตานุตฺตรวิโมกฺขาธิคมปริภาวิตํ ขนฺธสนฺตานมุปาทาย, ปญฺญตฺติโต สพฺพญฺญุตญฺญาณปทฏฺฐานํ วา สจฺจาภิสมฺโพธิมุปาทาย ปญฺญตฺติโต สตฺตวิเสโส พุทฺโธ. ยถาห –

‘‘พุทฺโธติ โย โส ภควา สยมฺภู อนาจริยโก ปุพฺเพ อนนุสฺสุเตสุ ธมฺเมสุ สามํ สจฺจานิ อภิสมฺพุชฺฌิ, ตตฺถ จ สพฺพญฺญุตํ ปตฺโต, พเลสุ จ วสีภาว’’นฺติ (มหานิ. ๑๙๒; จูฬนิ. ปารายนตฺถุติคาถานิทฺเทส ๙๗; ปฏิ. ม. ๑.๑๖๑).

อยํ ตาว อตฺถโต พุทฺธวิภาวนา.

พฺยญฺชนโต ปน ‘‘พุชฺฌิตาติ พุทฺโธ, โพเธตาติ พุทฺโธ’’ติ เอวมาทินา นเยน เวทิตพฺโพ. วุตฺตญฺเจตํ –

‘‘พุทฺโธติ เกนฏฺเฐน พุทฺโธ? พุชฺฌิตา สจฺจานีติ พุทฺโธ, โพเธตา ปชายาติ พุทฺโธ, สพฺพญฺญุตาย พุทฺโธ, สพฺพทสฺสาวิตาย พุทฺโธ, อนญฺญเนยฺยตาย พุทฺโธ, วิกสิตาย พุทฺโธ, ขีณาสวสงฺขาเตน พุทฺโธ, นิรุปกฺกิเลสสงฺขาเตน พุทฺโธ, เอกนฺตวีตราโคติ พุทฺโธ, เอกนฺตวีตโทโสติ พุทฺโธ, เอกนฺตวีตโมโหติ พุทฺโธ, เอกนฺตนิกฺกิเลโสติ พุทฺโธ, เอกายนมคฺคํ คโตติ พุทฺโธ, เอโก อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธติ พุทฺโธ, อพุทฺธิวิหตตฺตา พุทฺธิปฏิลาภา พุทฺโธ. พุทฺโธติ เนตํ นามํ มาตรา กตํ, น ปิตรา กตํ, น ภาตรา กตํ, น ภคินิยา กตํ, น มิตฺตามจฺเจหิ กตํ, น ญาติสาโลหิเตหิ กตํ, น สมณพฺราหฺมเณหิ กตํ, น เทวตาหิ กตํ, วิโมกฺขนฺติกเมตํ พุทฺธานํ ภควนฺตานํ โพธิยา มูเล สห สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส ปฏิลาภา สจฺฉิกา ปญฺญตฺติ ยทิทํ พุทฺโธ’’ติ (มหานิ. ๑๙๒; จูฬนิ. ปารายนตฺถุติคาถานิทฺเทส ๙๗; ปฏิ. ม. ๑.๑๖๒).

เอตฺถ จ ยถา โลเก อวคนฺตา อวคโตติ วุจฺจติ, เอวํ พุชฺฌิตา สจฺจานีติ พุทฺโธ. ยถา ปณฺณโสสา วาตา ปณฺณสุสาติ วุจฺจนฺติ, เอวํ โพเธตา ปชายาติ พุทฺโธ. สพฺพญฺญุตาย พุทฺโธติ สพฺพธมฺมพุชฺฌนสมตฺถาย พุทฺธิยา พุทฺโธติ วุตฺตํ โหติ. สพฺพทสฺสาวิตาย พุทฺโธติ สพฺพธมฺมโพธนสมตฺถาย พุทฺธิยา พุทฺโธติ วุตฺตํ โหติ. อนญฺญเนยฺยตาย พุทฺโธติ อญฺเญน อโพธิโต สยเมว พุทฺธตฺตา พุทฺโธติ วุตฺตํ โหติ. วิกสิตาย พุทฺโธติ นานาคุณวิกสนโต ปทุมมิว วิกสนฏฺเฐน พุทฺโธติ วุตฺตํ โหติ. ขีณาสวสงฺขาเตน พุทฺโธติ เอวมาทีหิ จิตฺตสงฺโกจกรธมฺมปหานโต นิทฺทากฺขยวิพุทฺโธ ปุริโส วิย สพฺพกิเลสนิทฺทากฺขยวิพุทฺธตฺตา พุทฺโธติ วุตฺตํ โหติ. เอกายนมคฺคํ คโตติ พุทฺโธติ พุทฺธิยตฺถานํ คมนตฺถปริยายโต ยถา มคฺคํ คโตปิ ปุริโส คโตติ วุจฺจติ, เอวํ เอกายนมคฺคํ คตตฺตาปิ พุทฺโธติ วุจฺจตีติ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. เอโก อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธติ พุทฺโธติ น ปเรหิ พุทฺธตฺตา พุทฺโธ, กินฺตุ สยเมว อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺธตฺตา พุทฺโธติ วุตฺตํ โหติ. อพุทฺธิวิหตตฺตา พุทฺธิปฏิลาภา พุทฺโธติ พุทฺธิ พุทฺธํ โพโธติ ปริยายวจนเมตํ. ตตฺถ ยถา นีลรตฺตคุณโยคโต ‘‘นีโล ปโฏ, รตฺโต ปโฏ’’ติ วุจฺจติ, เอวํ พุทฺธิคุณโยคโต พุทฺโธติ ญาเปตุํ วุตฺตํ โหติ. ตโต ปรํ พุทฺโธติ เนตํ นามนฺติ เอวมาทิ อตฺถมนุคตา อยํ ปญฺญตฺตีติ โพธนตฺถํ วุตฺตนฺติ เอวรูเปน นเยน สพฺเพสํ ปทานํ พุทฺธสทฺทสฺส สาธนสมตฺโถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

อยํ พฺยญฺชนโตปิ พุทฺธวิภาวนา.

สรณคมนคมกวิภาวนา

อิทานิ สรณคมนาทีสุ หึสตีติ สรณํ, สรณคตานํ เตเนว สรณคมเนน ภยํ สนฺตาสํ ทุกฺขํ ทุคฺคตึ ปริกฺกิเลสํ หึสติ วิธมติ นีหรติ นิโรเธตีติ อตฺโถ. อถ วา หิเต ปวตฺตเนน อหิตา จ นิวตฺตเนน สตฺตานํ ภยํ หึสตีติ พุทฺโธ, ภวกนฺตารา อุตฺตรเณน อสฺสาสทาเนน จ ธมฺโม, อปฺปกานมฺปิ การานํ วิปุลผลปฏิลาภกรเณน สงฺโฆ. ตสฺมา อิมินาปิ ปริยาเยน ตํ รตนตฺตยํ สรณํ. ตปฺปสาทตคฺครุตาหิ วิหตวิทฺธํสิตกิเลโส ตปฺปรายณตาการปฺปวตฺโต อปรปฺปจฺจโย วา จิตฺตุปฺปาโท สรณคมนํ. ตํสมงฺคี สตฺโต ตํ สรณํ คจฺฉติ, วุตฺตปฺปกาเรน จิตฺตุปฺปาเทน ‘‘เอส เม สรณํ, เอส เม ปรายณ’’นฺติ เอวเมตํ อุเปตีติ อตฺโถ. อุเปนฺโต จ ‘‘เอเต มยํ, ภนฺเต, ภควนฺตํ สรณํ คจฺฉาม, ธมฺมญฺจ, อุปาสเก โน ภควา ธาเรตู’’ติ ตปุสฺสภลฺลิกาทโย วิย สมาทาเนน วา, ‘‘สตฺถา เม, ภนฺเต, ภควา, สาวโกหมสฺมี’’ติ (สํ. นิ. ๒.๑๕๔) มหากสฺสปาทโย วิย สิสฺสภาวูปคมเนน วา, ‘‘เอวํ วุตฺเต พฺรหฺมายุ พฺราหฺมโณ อุฏฺฐายาสนา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา เยน ภควา เตนญฺชลึ ปณาเมตฺวา ติกฺขตฺตุํ อุทานํ อุทาเนสิ ‘นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส. นโม ตสฺส…เป… สมฺมาสมฺพุทฺธสฺสา’’’ติ (ม. นิ. ๒.๓๘๘) พฺรหฺมายุอาทโย วิย ตปฺโปณตฺเตน วา, กมฺมฏฺฐานานุโยคิโน วิย อตฺตสนฺนิยฺยาตเนน วา, อริยปุคฺคลา วิย สรณคมนุปกฺกิเลสสมุจฺเฉเทน วาติ อเนกปฺปการํ วิสยโต กิจฺจโต จ อุเปติ.

อยํ สรณคมนสฺส คมกสฺส จ วิภาวนา.

เภทาเภทผลทีปนา

อิทานิ ‘‘เภทาเภทํ ผลญฺจาปิ, คมนียญฺจ ทีปเย’’ติ วุตฺตานํ เภทาทีนํ อยํ ทีปนา, เอวํ สรณคตสฺส ปุคฺคลสฺส ทุวิโธ สรณคมนเภโท – สาวชฺโช จ อนวชฺโช จ. อนวชฺโช กาลกิริยาย, สาวชฺโช อญฺญสตฺถริ วุตฺตปฺปการปฺปวตฺติยา, ตสฺมิญฺจ วุตฺตปฺปการวิปรีตปฺปวตฺติยา. โส ทุวิโธปิ ปุถุชฺชนานเมว. พุทฺธคุเณสุ อญฺญาณสํสยมิจฺฉาญาณปฺปวตฺติยา อนาทราทิปฺปวตฺติยา จ เตสํ สรณํ สํกิลิฏฺฐํ โหติ. อริยปุคฺคลา ปน อภินฺนสรณา เจว อสํกิลิฏฺฐสรณา จ โหนฺติ. ยถาห ‘‘อฏฺฐานเมตํ, ภิกฺขเว, อนวกาโส, ยํ ทิฏฺฐิสมฺปนฺโน ปุคฺคโล อญฺญํ สตฺถารํ อุทฺทิเสยฺยา’’ติ (อ. นิ. ๑.๒๗๖; ม. นิ. ๓.๑๒๘; วิภ. ๘๐๙). ปุถุชฺชนา ตุ ยาวเทว สรณเภทํ น ปาปุณนฺติ, ตาวเทว อภินฺนสรณา. สาวชฺโชว เนสํ สรณเภโท, สํกิเลโส จ อนิฏฺฐผลโท โหติ. อนวชฺโช อวิปากตฺตา อผโล, อเภโท ปน ผลโต อิฏฺฐเมว ผลํ เทติ.

ยถาห –

‘‘เยเกจิ พุทฺธํ สรณํ คตาเส, น เต คมิสฺสนฺติ อปายภูมึ;

ปหาย มานุสํ เทหํ, เทวกายํ ปริปูเรสฺสนฺตี’’ติ. (ที. นิ. ๒.๓๓๒; สํ. นิ. ๑.๓๗);

ตตฺร จ เย สรณคมนุปกฺกิเลสสมุจฺเฉเทน สรณํ คตา, เต อปายํ น คมิสฺสนฺติ. อิตเร ปน สรณคมเนน น คมิสฺสนฺตีติ เอวํ คาถาย อธิปฺปาโย เวทิตพฺโพ.

อยํ ตาว เภทาเภทผลทีปนา.

คมนียทีปนา

คมนียทีปนายํ โจทโก อาห – ‘‘พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามี’’ติ เอตฺถ โย พุทฺธํ สรณํ คจฺฉติ, เอส พุทฺธํ วา คจฺเฉยฺย สรณํ วา, อุภยถาปิ จ เอกสฺส วจนํ นิรตฺถกํ. กสฺมา? คมนกิริยาย กมฺมทฺวยาภาวโต. น เหตฺถ ‘‘อชํ คามํ เนตี’’ติอาทีสุ วิย ทฺวิกมฺมกตฺตํ อกฺขรจินฺตกา อิจฺฉนฺติ.

‘‘คจฺฉเตว ปุพฺพํ ทิสํ, คจฺฉติ ปจฺฉิมํ ทิส’’นฺติอาทีสุ (สํ. นิ. ๑.๑๕๙; ๓.๘๗) วิย สาตฺถกเมวาติ เจ? น, พุทฺธสรณานํ สมานาธิกรณภาวสฺสานธิปฺเปตโต. เอเตสญฺหิ สมานาธิกรณภาเว อธิปฺเปเต ปฏิหตจิตฺโตปิ พุทฺธํ อุปสงฺกมนฺโต พุทฺธํ สรณํ คโต สิยา. ยญฺหิ ตํ พุทฺโธติ วิเสสิตํ สรณํ, ตเมเวส คโตติ. ‘‘เอตํ โข สรณํ เขมํ, เอตํ สรณมุตฺตม’’นฺติ (ธ. ป. ๑๙๒) วจนโต สมานาธิกรณตฺตเมวาติ เจ? น, ตตฺเถว ตพฺภาวโต. ตตฺเถว หิ คาถาปเท เอตํ พุทฺธาทิรตนตฺตยํ สรณคตานํ ภยหรณตฺตสงฺขาเต สรณภาเว อพฺยภิจรณโต ‘‘เขมมุตฺตมญฺจ สรณ’’นฺติ อยํ สมานาธิกรณภาโว อธิปฺเปโต, อญฺญตฺถ ตุ คมิสมฺพนฺเธ สติ สรณคมนสฺส อปฺปสิทฺธิโต อนธิปฺเปโตติ อสาธกเมตํ. ‘‘เอตํ สรณมาคมฺม, สพฺพทุกฺขา ปมุจฺจตี’’ติ เอตฺถ คมิสมฺพนฺเธปิ สรณคมนปสิทฺธิโต สมานาธิกรณตฺตเมวาติ เจ? น ปุพฺเพ วุตฺตโทสปฺปสงฺคโต. ตตฺราปิ หิ สมานาธิกรณภาเว สติ เอตํ พุทฺธธมฺมสงฺฆสรณํ ปฏิหตจิตฺโตปิ อาคมฺม สพฺพทุกฺขา ปมุจฺเจยฺยาติ เอวํ ปุพฺเพ วุตฺตโทสปฺปสงฺโค เอว สิยา, น จ โน โทเสน อตฺถิ อตฺโถติ อสาธกเมตํ. ยถา ‘‘มมญฺหิ, อานนฺท, กลฺยาณมิตฺตํ อาคมฺม ชาติธมฺมา สตฺตา ชาติยา ปริมุจฺจนฺตี’’ติ (สํ. นิ. ๑.๑๒๙) เอตฺถ ภควโต กลฺยาณมิตฺตสฺส อานุภาเวน ปริมุจฺจมานา สตฺตา ‘‘กลฺยาณมิตฺตํ อาคมฺม ปริมุจฺจนฺตี’’ติ วุตฺตา. เอวมิธาปิ พุทฺธธมฺมสงฺฆสฺส สรณสฺสานุภาเวน มุจฺจมาโน ‘‘เอตํ สรณมาคมฺม, สพฺพทุกฺขา ปมุจฺจตี’’ติ วุตฺโตติ เอวเมตฺถ อธิปฺปาโย เวทิตพฺโพ.

เอวํ สพฺพถาปิ น พุทฺธสฺส คมนียตฺตํ ยุชฺชติ, น สรณสฺส, น อุภเยสํ, อิจฺฉิตพฺพญฺจ คจฺฉามีติ นิทฺทิฏฺฐสฺส คมกสฺส คมนียํ, ตโต วตฺตพฺพา เอตฺถ ยุตฺตีติ. วุจฺจเต –

พุทฺโธเยเวตฺถ คมนีโย, คมนาการทสฺสนตฺถํ ตุ ตํ สรณวจนํ, พุทฺธํ สรณนฺติ คจฺฉามิ. เอส เม สรณํ, เอส เม ปรายณํ, อฆสฺส, ตาตา, หิตสฺส จ วิธาตาติ อิมินา อธิปฺปาเยน เอตํ คจฺฉามิ ภชามิ เสวามิ ปยิรุปาสามิ, เอวํ วา ชานามิ พุชฺฌามีติ. เยสญฺหิ ธาตูนํ คติอตฺโถ พุทฺธิปิ เตสํ อตฺโถติ. อิติ-สทฺทสฺส อปฺปโยคา อยุตฺตมิติ เจ? ตํ น. ตตฺถ สิยา – ยทิ เจตฺถ เอวมตฺโถ ภเวยฺย, ตโต ‘‘อนิจฺจํ รูปํ อนิจฺจํ รูปนฺติ ยถาภูตํ ปชานาตี’’ติ เอวมาทีสุ (สํ. นิ. ๓.๕๕, ๘๕) วิย อิติ-สทฺโท ปยุตฺโต สิยา, น จ ปยุตฺโต, ตสฺมา อยุตฺตเมตนฺติ. ตญฺจ น, กสฺมา? ตทตฺถสมฺภวา. ‘‘โย จ พุทฺธญฺจ ธมฺมญฺจ สงฺฆญฺจ สรณํ คโต’’ติ เอวมาทีสุ (ธ. ป. ๑๙๐) วิย อิธาปิ อิติ-สทฺทสฺส อตฺโถ สมฺภวติ, น จ วิชฺชมานตฺถสมฺภวา อิติ-สทฺทา สพฺพตฺถ ปยุชฺชนฺติ, อปฺปยุตฺตสฺสาเปตฺถ ปยุตฺตสฺส วิย อิติ-สทฺทสฺส อตฺโถ วิญฺญาตพฺโพ อญฺเญสุ จ เอวํชาติเกสุ, ตสฺมา อโทโส เอว โสติ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ตีหิ สรณคมเนหิ ปพฺพชฺช’’นฺติอาทีสุ (มหาว. ๓๔) สรณสฺเสว คมนียโต ยํ วุตฺตํ ‘‘คมนาการทสฺสนตฺถํ ตุ สรณวจน’’นฺติ, ตํ น ยุตฺตมิติ เจ. ตํ นายุตฺตํ. กสฺมา? ตทตฺถสมฺภวา เอว. ตตฺราปิ หิ ตสฺส อตฺโถ สมฺภวติ, ยโต ปุพฺพสทิสเมว อปฺปยุตฺโตปิ ปยุตฺโต วิย เวทิตพฺโพ. อิตรถา หิ ปุพฺเพ วุตฺตโทสปฺปสงฺโค เอว สิยา, ตสฺมา ยถานุสิฏฺฐเมว คเหตพฺพํ.

อยํ คมนียทีปนา.

ธมฺมสงฺฆสรณวิภาวนา

อิทานิ ยํ วุตฺตํ ‘‘ธมฺมํ สรณมิจฺจาทิ, ทฺวเยเปส นโย มโต’’ติ เอตฺถ วุจฺจเต – ยฺวายํ ‘‘พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามี’’ติ เอตฺถ อตฺถวณฺณนานโย วุตฺโต, ‘‘ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ, สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามี’’ติ เอตสฺมิมฺปิ ปททฺวเย เอโสว เวทิตพฺโพ. ตตฺราปิ หิ ธมฺมสงฺฆานํ อตฺถโต พฺยญฺชนโต จ วิภาวนมตฺตเมว อสทิสํ, เสสํ วุตฺตสทิสเมว. ยโต ยเทเวตฺถ อสทิสํ, ตํ วุจฺจเต – มคฺคผลนิพฺพานานิ ธมฺโมติ เอเก. ภาวิตมคฺคานํ สจฺฉิกตนิพฺพานานญฺจ อปาเยสุ อปตนภาเวน ธารณโต ปรมสฺสาสวิธานโต จ มคฺควิราคา เอว อิมสฺมึ อตฺเถ ธมฺโมติ อมฺหากํ ขนฺติ, อคฺคปฺปสาทสุตฺตญฺเจว สาธกํ. วุตฺตญฺเจตฺถ ‘‘ยาวตา, ภิกฺขเว, ธมฺมา สงฺขตา, อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค เตสํ อคฺคมกฺขายตี’’ติ เอวมาทิ (อ. นิ. ๔.๓๔; อิติวุ. ๙๐).

จตุพฺพิธอริยมคฺคสมงฺคีนํ จตุสามญฺญผลสมธิวาสิตขนฺธสนฺตานานญฺจ ปุคฺคลานํ สมูโห ทิฏฺฐิสีลสงฺฆาเตน สํหตตฺตา สงฺโฆ. วุตฺตญฺเจตํ ภควตา –

‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, อานนฺท, เย โว มยา ธมฺมา อภิญฺญา เทสิตา, เสยฺยถิทํ, จตฺตาโร สติปฏฺฐานา, จตฺตาโร สมฺมปฺปธานา, จตฺตาโร อิทฺธิปาทา, ปญฺจินฺทฺริยานิ, ปญฺจ พลานิ, สตฺต โพชฺฌงฺคา, อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค, ปสฺสสิ โน ตฺวํ, อานนฺท, อิเมสุ ธมฺเมสุ เทฺวปิ ภิกฺขู นานาวาเท’’ติ (ม. นิ. ๓.๔๓).

อยญฺหิ ปรมตฺถสงฺโฆ สรณนฺติ คมนีโย. สุตฺเต จ ‘‘อาหุเนยฺโย ปาหุเนยฺโย ทกฺขิเณยฺโย อญฺชลิกรณีโย อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺสา’’ติ (อิติวุ. ๙๐; อ. นิ. ๔.๓๔, ๑๘๑) วุตฺโต. เอตํ ปน สรณํ คตสฺส อญฺญสฺมิมฺปิ ภิกฺขุสงฺเฆ วา ภิกฺขุนิสงฺเฆ วา พุทฺธปฺปมุเข วา สงฺเฆ สมฺมุติสงฺเฆ วา จตุวคฺคาทิเภเท เอกปุคฺคเลปิ วา ภควนฺตํ อุทฺทิสฺส ปพฺพชิเต วนฺทนาทิกิริยาย สรณคมนํ เนว ภิชฺชติ น สํกิลิสฺสติ, อยเมตฺถ วิเสโส. วุตฺตาวเสสนฺตุ อิมสฺส ทุติยสฺส จ สรณคมนสฺส เภทาเภทาทิวิธานํ ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. อยํ ตาว ‘‘ธมฺมํ สรณมิจฺจาทิ, ทฺวเยเปส นโย มโต’’ติ เอตสฺส วณฺณนา.

อนุปุพฺพววตฺถานการณนิทฺเทโส

อิทานิ อนุปุพฺพววตฺถาเน, การณญฺจ วินิทฺทิเสติ เอตฺถ เอเตสุ จ ตีสุ สรณวจเนสุ สพฺพสตฺตานํ อคฺโคติ กตฺวา ปฐมํ พุทฺโธ, ตปฺปภวโต ตทุปเทสิตโต จ อนนฺตรํ ธมฺโม, ตสฺส ธมฺมสฺส อาธารกโต ตทาเสวนโต จ อนฺเต สงฺโฆ. สพฺพสตฺตานํ วา หิเต นิโยชโกติ กตฺวา ปฐมํ พุทฺโธ, ตปฺปภวโต สพฺพสตฺตหิตตฺตา อนนฺตรํ ธมฺโม, หิตาธิคมาย ปฏิปนฺโน อธิคตหิโต จาติ กตฺวา อนฺเต สงฺโฆ สรณภาเวน ววตฺถเปตฺวา ปกาสิโตติ เอวํ อนุปุพฺพววตฺถาเน การณญฺจ วินิทฺทิเส.

อุปมาปกาสนา

อิทานิ ยมฺปิ วุตฺตํ ‘‘สรณตฺตยเมตญฺจ, อุปมาหิ ปกาสเย’’ติ, ตมฺปิ วุจฺจเต – เอตฺถ ปน ปุณฺณจนฺโท วิย พุทฺโธ, จนฺทกิรณนิกโร วิย เตน เทสิโต ธมฺโม, ปุณฺณจนฺทกิรณสมุปฺปาทิตปีณิโต โลโก วิย สงฺโฆ. พาลสูริโย วิย พุทฺโธ, ตสฺส รสฺมิชาลมิว วุตฺตปฺปกาโร ธมฺโม, เตน วิหตนฺธกาโร โลโก วิย สงฺโฆ. วนทาหกปุริโส วิย พุทฺโธ, วนทหนคฺคิ วิย กิเลสวนทหโน ธมฺโม, ทฑฺฒวนตฺตา เขตฺตภูโต วิย ภูมิภาโค ทฑฺฒกิเลสตฺตา ปุญฺญกฺเขตฺตภูโต สงฺโฆ. มหาเมโฆ วิย พุทฺโธ, สลิลวุฏฺฐิ วิย ธมฺโม, วุฏฺฐินิปาตูปสมิตเรณุ วิย ชนปโท อุปสมิตกิเลสเรณุ สงฺโฆ. สุสารถิ วิย พุทฺโธ, อสฺสาชานียวินยูปาโย วิย ธมฺโม, สุวินีตสฺสาชานียสมูโห วิย สงฺโฆ. สพฺพทิฏฺฐิสลฺลุทฺธรณโต สลฺลกตฺโต วิย พุทฺโธ, สลฺลุทฺธรณูปาโย วิย ธมฺโม, สมุทฺธฏสลฺโล วิย ชโน สมุทฺธฏทิฏฺฐิสลฺโล สงฺโฆ. โมหปฏลสมุปฺปาฏนโต วา สาลากิโย วิย พุทฺโธ, ปฏลสมุปฺปาฏนุปาโย วิย ธมฺโม, สมุปฺปาฏิตปฏโล วิปฺปสนฺนโลจโน วิย ชโน สมุปฺปาฏิตโมหปฏโล วิปฺปสนฺนญาณโลจโน สงฺโฆ. สานุสยกิเลสพฺยาธิหรณสมตฺถตาย วา กุสโล เวชฺโช วิย พุทฺโธ, สมฺมา ปยุตฺตเภสชฺชมิว ธมฺโม, เภสชฺชปโยเคน สมุปสนฺตพฺยาธิ วิย ชนสมุทาโย สมุปสนฺตกิเลสพฺยาธานุสโย สงฺโฆ.

อถ วา สุเทสโก วิย พุทฺโธ, สุมคฺโค วิย เขมนฺตภูมิ วิย จ ธมฺโม, มคฺคปฺปฏิปนฺโน เขมนฺตภูมิปฺปตฺโต วิย สงฺโฆ. สุนาวิโก วิย พุทฺโธ, นาวา วิย ธมฺโม, ปารปฺปตฺโต สมฺปตฺติโก วิย ชโน สงฺโฆ. หิมวา วิย พุทฺโธ, ตปฺปภโวสธมิว ธมฺโม, โอสธูปโภเคน นิรามโย วิย ชโน สงฺโฆ. ธนโท วิย พุทฺโธ, ธนํ วิย ธมฺโม, ยถาธิปฺปายํ ลทฺธธโน วิย ชโน สมฺมาลทฺธอริยธโน สงฺโฆ. นิธิทสฺสนโก วิย พุทฺโธ, นิธิ วิย ธมฺโม, นิธิปฺปตฺโต วิย ชโน สงฺโฆ.

อปิจ อภยโท วิย วีรปุริโส พุทฺโธ, อภยมิว ธมฺโม, สมฺปตฺตาภโย วิย ชโน อจฺจนฺตสพฺพภโย สงฺโฆ. อสฺสาสโก วิย พุทฺโธ, อสฺสาโส วิย ธมฺโม, อสฺสตฺถชโน วิย สงฺโฆ. สุมิตฺโต วิย พุทฺโธ, หิตูปเทโส วิย ธมฺโม, หิตูปโยเคน ปตฺตสทตฺโถ วิย ชโน สงฺโฆ. ธนากโร วิย พุทฺโธ, ธนสาโร วิย ธมฺโม, ธนสารูปโภโค วิย ชโน สงฺโฆ. ราชกุมารนฺหาปโก วิย พุทฺโธ, สีสนฺหานสลิลํ วิย ธมฺโม, สุนฺหาตราชกุมารวคฺโค วิย สทฺธมฺมสลิลสุนฺหาโต สงฺโฆ. อลงฺการการโก วิย พุทฺโธ, อลงฺกาโร วิย ธมฺโม, อลงฺกตราชปุตฺตคโณ วิย สทฺธมฺมาลงฺกโต สงฺโฆ. จนฺทนรุกฺโข วิย พุทฺโธ, ตปฺปภวคนฺโธ วิย ธมฺโม, จนฺทนุปโภเคน สนฺตปริฬาโห วิย ชโน สทฺธมฺมูปโภเคน สนฺตปริฬาโห สงฺโฆ. ทายชฺชสมฺปทานโก วิย ปิตา พุทฺโธ, ทายชฺชํ วิย ธมฺโม, ทายชฺชหโร ปุตฺตวคฺโค วิย สทฺธมฺมทายชฺชหโร สงฺโฆ. วิกสิตปทุมํ วิย พุทฺโธ, ตปฺปภวมธุ วิย ธมฺโม, ตทุปโภคีภมรคโณ วิย สงฺโฆ. เอวํ สรณตฺตยเมตญฺจ, อุปมาหิ ปกาสเย.

เอตฺตาวตา จ ยา ปุพฺเพ ‘‘เกน กตฺถ กทา กสฺมา, ภาสิตํ สรณตฺตย’’นฺติอาทีหิ จตูหิ คาถาหิ อตฺถวณฺณนาย มาติกา นิกฺขิตฺตา, สา อตฺถโต ปกาสิตา โหตีติ.

ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทกปาฐ-อฏฺฐกถาย

สรณตฺตยวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. สิกฺขาปทวณฺณนา

สิกฺขาปทปาฐมาติกา

เอวํ สรณคมเนหิ สาสโนตารํ ทสฺเสตฺวา สาสนํ โอติณฺเณน อุปาสเกน วา ปพฺพชิเตน วา เยสุ สิกฺขาปเทสุ ปฐมํ สิกฺขิตพฺพํ, ตานิ ทสฺเสตุํ นิกฺขิตฺตสฺส สิกฺขาปทปาฐสฺส อิทานิ วณฺณนตฺถํ อยํ มาติกา –

‘‘เยน ยตฺถ ยทา ยสฺมา, วุตฺตาเนตานิ ตํ นยํ;

วตฺวา กตฺวา ววตฺถานํ, สาธารณวิเสสโต.

‘‘ปกติยา จ ยํ วชฺชํ, วชฺชํ ปณฺณตฺติยา จ ยํ;

ววตฺถเปตฺวา ตํ กตฺวา, ปทานํ พฺยญฺชนตฺถโต.

‘‘สาธารณานํ สพฺเพสํ, สาธารณวิภาวนํ;

อถ ปญฺจสุ ปุพฺเพสุ, วิเสสตฺถปฺปกาสโต.

‘‘ปาณาติปาตปภุติ-เหกตานานตาทิโต;

อารมฺมณาทานเภทา, มหาสาวชฺชโต ตถา.

‘‘ปโยคงฺคสมุฏฺฐานา, เวทนามูลกมฺมโต;

วิรมโต จ ผลโต, วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย.

‘‘โยเชตพฺพํ ตโต ยุตฺตํ, ปจฺฉิเมสฺวปิ ปญฺจสุ;

อาเวณิกญฺจ วตฺตพฺพํ, เญยฺยา หีนาทิตาปิ จา’’ติ.

ตตฺถ เอตานิ ปาณาติปาตาเวรมณีติอาทีนิ ทส สิกฺขาปทานิ ภควตา เอว วุตฺตานิ, น สาวกาทีหิ. ตานิ จ สาวตฺถิยํ วุตฺตานิ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม อายสฺมนฺตํ ราหุลํ ปพฺพาเชตฺวา กปิลวตฺถุโต สาวตฺถึ อนุปฺปตฺเตน สามเณรานํ สิกฺขาปทววตฺถาปนตฺถํ. วุตฺตํ เหตํ –

‘‘อถ โข ภควา กปิลวตฺถุสฺมึ ยถาภิรนฺตํ วิหริตฺวา เยน สาวตฺถิ เตน จาริกํ ปกฺกามิ. อนุปุพฺเพน จาริกํ จรมาโน เยน สาวตฺถิ ตทวสริ. ตตฺร สุทํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. เตน โข ปน สมเยน …เป… อถ โข สามเณรานํ เอตทโหสิ – ‘กติ นุ โข อมฺหากํ สิกฺขาปทานิ, กตฺถ จ อเมฺหหิ สิกฺขิตพฺพ’’’นฺติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ – ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, สามเณรานํ ทส สิกฺขาปทานิ, เตสุ จ สามเณเรหิ สิกฺขิตุํ, ปาณาติปาตาเวรมณี…เป… ชาตรูปรชตปฏิคฺคหณา เวรมณี’’ติ (มหาว. ๑๐๕).

ตาเนตานิ ‘‘สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสู’’ติ (ที. นิ. ๑.๑๙๓; ม. นิ. ๒.๒๔; วิภ. ๕๐๘) สุตฺตานุสาเรน สรณคมเนสุ จ ทสฺสิตปาฐานุสาเรน ‘‘ปาณาติปาตา เวรมณิสิกฺขาปทํ สมาทิยามี’’ติ เอวํ วาจนามคฺคํ อาโรปิตานีติ เวทิตพฺพานิ. เอวํ ตาว ‘‘เยน ยตฺถ ยทา ยสฺมา, วุตฺตาเนตานิ ตํ นยํ วตฺวา’’ติ โส นโย ทฏฺฐพฺโพ.

สาธารณวิเสสววตฺถานํ

เอตฺถ จ อาทิโต เทฺว จตุตฺถปญฺจมานิ อุปาสกานํ สามเณรานญฺจ สาธารณานิ นิจฺจสีลวเสน. อุโปสถสีลวเสน ปน อุปาสกานํ สตฺตมฏฺฐมํ เจกํ องฺคํ กตฺวา สพฺพปจฺฉิมวชฺชานิ สพฺพานิปิ สามเณเรหิ สาธารณานิ, ปจฺฉิมํ ปน สามเณรานเมว วิเสสภูตนฺติ เอวํ สาธารณวิเสสโต ววตฺถานํ กาตพฺพํ. ปุริมานิ เจตฺถ ปญฺจ เอกนฺตอกุสลจิตฺตสมุฏฺฐานตฺตา ปาณาติปาตาทีนํ ปกติวชฺชโต เวรมณิยา, เสสานิ ปณฺณตฺติวชฺชโตติ เอวํ ปกติยา จ ยํ วชฺชํ, วชฺชํ ปณฺณตฺติยา จ ยํ, ตํ ววตฺถเปตพฺพํ.

สาธารณวิภาวนา

ยสฺมา เจตฺถ ‘‘เวรมณิสิกฺขาปทํ สมาทิยามี’’ติ เอตานิ สพฺพสาธารณานิ ปทานิ, ตสฺมา เอเตสํ ปทานํ พฺยญฺชนโต จ อตฺถโต จ อยํ สาธารณวิภาวนา เวทิตพฺพา –

ตตฺถ พฺยญฺชนโต ตาว เวรํ มณตีติ เวรมณี, เวรํ ปชหติ, วิโนเทติ, พฺยนฺตีกโรติ, อนภาวํ คเมตีติ อตฺโถ. วิรมติ วา เอตาย กรณภูตาย เวรมฺหา ปุคฺคโลติ, วิการสฺส เวการํ กตฺวา เวรมณี. เตเนว เจตฺถ ‘‘เวรมณิสิกฺขาปทํ วิรมณิสิกฺขาปท’’นฺติ ทฺวิธา สชฺฌายํ กโรนฺติ. สิกฺขิตพฺพาติ สิกฺขา, ปชฺชเต อเนนาติ ปทํ. สิกฺขาย ปทํ สิกฺขาปทํ, สิกฺขาย อธิคมูปาโยติ อตฺโถ. อถ วา มูลํ นิสฺสโย ปติฏฺฐาติ วุตฺตํ โหติ. เวรมณี เอว สิกฺขาปทํ เวรมณิสิกฺขาปทํ, วิรมณิสิกฺขาปทํ วา ทุติเยน นเยน. สมฺมา อาทิยามิ สมาทิยามิ, อวีติกฺกมนาธิปฺปาเยน อขณฺฑการิตาย อจฺฉิทฺทการิตาย อสพลการิตาย จ อาทิยามีติ วุตฺตํ โหติ.

อตฺถโต ปน เวรมณีติ กามาวจรกุสลจิตฺตสมฺปยุตฺตา วิรติ, สา ปาณาติปาตา วิรมนฺตสฺส ‘‘ยา ตสฺมึ สมเย ปาณาติปาตา อารติ วิรติ ปฏิวิรติ เวรมณี อกิริยา อกรณํ อนชฺฌาปตฺติ เวลาอนติกฺกโม เสตุฆาโต’’ติ เอวมาทินา (วิภ. ๗๐๔) นเยน วิภงฺเค วุตฺตา. กามญฺเจสา เวรมณี นาม โลกุตฺตราปิ อตฺถิ, อิธ ปน สมาทิยามีติ วุตฺตตฺตา สมาทานวเสน ปวตฺตารหา, ตสฺมา สา น โหตีติ กามาวจรกุสลจิตฺตสมฺปยุตฺตา วิรตีติ วุตฺตา.

สิกฺขาติ ติสฺโส สิกฺขา อธิสีลสิกฺขา, อธิจิตฺตสิกฺขา, อธิปญฺญาสิกฺขาติ. อิมสฺมึ ปนตฺเถ สมฺปตฺตวิรติสีลํ โลกิกา วิปสฺสนา รูปารูปฌานานิ อริยมคฺโค จ สิกฺขาติ อธิปฺเปตา. ยถาห –

‘‘กตเม ธมฺมา สิกฺขา? ยสฺมึ สมเย กามาวจรํ กุสลํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหติ, โสมนสฺสสหคตํ ญาณสมฺปยุตฺตํ…เป… ตสฺมึ สมเย ผสฺโส โหติ…เป… อวิกฺเขโป โหติ, อิเม ธมฺมา สิกฺขา.

‘‘กตเม ธมฺมา สิกฺขา? ยสฺมึ สมเย รูปูปปตฺติยา มคฺคํ ภาเวติ วิวิจฺเจว กาเมหิ วิวิจฺจ อกุสเลหิ ธมฺเมหิ…เป… ปฐมํ ฌานํ…เป… ปญฺจมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ…เป… อวิกฺเขโป โหติ, อิเม ธมฺมา สิกฺขา.

‘‘กตเม ธมฺมา สิกฺขา? ยสฺมึ สมเย อรูปปตฺติยา…เป… เนวสญฺญานาสญฺญายตนสหคตํ…เป… อวิกฺเขโป โหติ, อิเม ธมฺมา สิกฺขา.

‘‘กตเม ธมฺมา สิกฺขา? ยสฺมึ สมเย โลกุตฺตรํ ฌานํ ภาเวติ นิยฺยานิกํ…เป… อวิกฺเขโป โหติ, อิเม ธมฺมา สิกฺขา’’ติ (วิภ. ๗๑๒-๗๑๓).

เอตาสุ สิกฺขาสุ ยาย กายจิ สิกฺขาย ปทํ อธิคมูปาโย, อถ วา มูลํ นิสฺสโย ปติฏฺฐาติ สิกฺขาปทํ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘สีลํ นิสฺสาย สีเล ปติฏฺฐาย สตฺต โพชฺฌงฺเค ภาเวนฺโต พหุลีกโรนฺโต’’ติ เอวมาทิ (สํ. นิ. ๕.๑๘๒). เอวเมตฺถ สาธารณานํ ปทานํ สาธารณา พฺยญฺชนโต อตฺถโต จ วิภาวนา กาตพฺพา.

ปุริมปญฺจสิกฺขาปทวณฺณนา

อิทานิ ยํ วุตฺตํ – ‘‘อถ ปญฺจสุ ปุพฺเพสุ, วิเสสตฺถปฺปกาสโต…เป… วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย’’ติ, ตตฺเถตํ วุจฺจติ – ปาณาติปาโตติ เอตฺถ ตาว ปาโณติ ชีวิตินฺทฺริยปฺปฏิพทฺธา ขนฺธสนฺตติ, ตํ วา อุปาทาย ปญฺญตฺโต สตฺโต. ตสฺมึ ปน ปาเณ ปาณสญฺญิโน ตสฺส ปาณสฺส ชีวิตินฺทฺริยุปจฺเฉทกอุปกฺกมสมุฏฺฐาปิกา กายวจีทฺวารานํ อญฺญตรทฺวารปฺปวตฺตา วธกเจตนา ปาณาติปาโต. อทินฺนาทานนฺติ เอตฺถ อทินฺนนฺติ ปรปริคฺคหิตํ, ยตฺถ ปโร ยถากามการิตํ อาปชฺชนฺโต อทณฺฑารโห อนุปวชฺโช จ โหติ, ตสฺมึ ปรปริคฺคหิเต ปรปริคฺคหิตสญฺญิโน ตทาทายกอุปกฺกมสมุฏฺฐาปิกา กายวจีทฺวารานํ อญฺญตรทฺวารปฺปวตฺตา เอว เถยฺยเจตนา อทินฺนาทานํ. อพฺรหฺมจริยนฺติ อเสฏฺฐจริยํ, ทฺวยํทฺวยสมาปตฺติเมถุนปฺปฏิเสวนา กายทฺวารปฺปวตฺตา อสทฺธมฺมปฺปฏิเสวนฏฺฐานวีติกฺกมเจตนา อพฺรหฺมจริยํ. มุสาวาโทติ เอตฺถ มุสาติ วิสํวาทนปุเรกฺขารสฺส อตฺถภญฺชนโก วจีปโยโค กายปโยโค วา, วิสํวาทนาธิปฺปาเยน ปนสฺส ปรวิสํวาทกกายวจีปโยคสมุฏฺฐาปิกา กายวจีทฺวารานเมว อญฺญตรทฺวารปฺปวตฺตา มิจฺฉาเจตนา มุสาวาโท. สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานนฺติ เอตฺถ ปน สุราติ ปญฺจ สุรา – ปิฏฺฐสุรา, ปูวสุรา, โอทนสุรา, กิณฺณปกฺขิตฺตา, สมฺภารสํยุตฺตา จาติ. เมรยมฺปิ ปุปฺผาสโว, ผลาสโว, คุฬาสโว, มธฺวาสโว, สมฺภารสํยุตฺโต จาติ ปญฺจวิธํ. มชฺชนฺติ ตทุภยเมว มทนิยฏฺเฐน มชฺชํ, ยํ วา ปนญฺญมฺปิ กิญฺจิ อตฺถิ มทนิยํ, เยน ปีเตน มตฺโต โหติ ปมตฺโต, อิทํ วุจฺจติ มชฺชํ. ปมาทฏฺฐานนฺติ ยาย เจตนาย ตํ ปิวติ อชฺโฌหรติ, สา เจตนา มทปฺปมาทเหตุโต ปมาทฏฺฐานนฺติ วุจฺจติ, ยโต อชฺโฌหรณาธิปฺปาเยน กายทฺวารปฺปวตฺตา สุราเมรยมชฺชานํ อชฺโฌหรณเจตนา ‘‘สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐาน’’นฺติ เวทิตพฺพา. เอวํ ตาเวตฺถ ปาณาติปาตปฺปภุตีหิ วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย.

เอกตานานตาทิวินิจฺฉยํ

เอกตานานตาทิโตติ เอตฺถ อาห – กึ ปน วชฺฌวธกปฺปโยคเจตนาทีนํ เอกตาย ปาณาติปาตสฺส อญฺญสฺส วา อทินฺนาทานาทิโน เอกตฺตํ, นานตาย นานตฺตํ โหติ, อุทาหุ โนติ. กสฺมา ปเนตํ วุจฺจติ? ยทิ ตาว เอกตาย เอกตฺตํ, อถ ยทา เอกํ วชฺฌํ พหู วธกา วเธนฺติ, เอโก วา วธโก พหุเก วชฺเฌ วเธติ, เอเกน วา สาหตฺถิกาทินา ปโยเคน พหู วชฺฌา วธียนฺติ, เอกา วา เจตนา พหูนํ วชฺฌานํ ชีวิตินฺทฺริยุปจฺเฉทกปโยคํ สมุฏฺฐาเปติ, ตทา เอเกน ปาณาติปาเตน ภวิตพฺพํ. ยทิ ปน นานตาย นานตฺตํ. อถ ยทา เอโก วธโก เอกสฺสตฺถาย เอกํ ปโยคํ กโรนฺโต พหู วชฺเฌ วเธติ, พหู วา วธกา เทวทตฺตยญฺญทตฺตโสมทตฺตาทีนํ พหูนมตฺถาย พหู ปโยเค กโรนฺตา เอกเมว เทวทตฺตํ ยญฺญทตฺตํ โสมทตฺตํ วา วเธนฺติ, พหูหิ วา สาหตฺถิกาทีหิ ปโยเคหิ เอโก วชฺโฌ วธียติ. พหู วา เจตนา เอกสฺเสว วชฺฌสฺส ชีวิตินฺทฺริยุปจฺเฉทกปโยคํ สมุฏฺฐาเปนฺติ, ตทา พหูหิ ปาณาติปาเตหิ ภวิตพฺพํ. อุภยมฺปิ เจตมยุตฺตํ. อถ เนว เอเตสํ วชฺฌาทีนํ เอกตาย เอกตฺตํ, นานตาย นานตฺตํ, อญฺญเถว ตุ เอกตฺตํ นานตฺตญฺจ โหติ, ตํ วตฺตพฺพํ ปาณาติปาตสฺส, เอวํ เสสานมฺปีติ.

วุจฺจเต – ตตฺถ ตาว ปาณาติปาตสฺส น วชฺฌวธกาทีนํ ปจฺเจกเมกตาย เอกตา, นานตาย นานตา, กินฺตุ วชฺฌวธกาทีนํ ยุคนนฺธเมกตาย เอกตา, ทฺวินฺนมฺปิ ตุ เตสํ, ตโต อญฺญตรสฺส วา นานตาย นานตา. ตถา หิ พหูสุ วธเกสุ พหูหิ สรกฺเขปาทีหิ เอเกน วา โอปาตขณนาทินา ปโยเคน พหู วชฺเฌ วเธนฺเตสุปิ พหู ปาณาติปาตา โหนฺติ. เอกสฺมึ วธเก เอเกน, พหูหิ วา ปโยเคหิ ตปฺปโยคสมุฏฺฐาปิกาย จ เอกาย, พหูหิ วา เจตนาหิ พหู วชฺเฌ วเธนฺเตปิ พหู ปาณาติปาตา โหนฺติ, พหูสุ จ วธเกสุ ยถาวุตฺตปฺปกาเรหิ พหูหิ, เอเกน วา ปโยเคน เอกํ วชฺฌํ วเธนฺเตสุปิ พหู ปาณาติปาตา โหนฺติ. เอส นโย อทินฺนาทานาทีสุปีติ. เอวเมตฺถ เอกตานานตาทิโตปิ วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย.

อารมฺมณโตติ ปาณาติปาโต เจตฺถ ชีวิตินฺทฺริยารมฺมโณ. อทินฺนาทานอพฺรหฺมจริยสุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานานิ รูปธมฺเมสุ รูปายตนาทิอญฺญตรสงฺขารารมฺมณานิ. มุสาวาโท ยสฺส มุสา ภณติ, ตมารภิตฺวา ปวตฺตนโต สตฺตารมฺมโณ. อพฺรหฺมจริยมฺปิ สตฺตารมฺมณนฺติ เอเก. อทินฺนาทานญฺจ ยทา สตฺโต หริตพฺโพ โหติ, ตทา สตฺตารมฺมณนฺติ. อปิ เจตฺถ สงฺขารวเสเนว สตฺตารมฺมณํ, น ปณฺณตฺติวเสนาติ. เอวเมตฺถ อารมฺมณโตปิ วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย.

อาทานโตติ ปาณาติปาตาเวรมณิสิกฺขาปทาทีนิ เจตานิ สามเณเรน ภิกฺขุสนฺติเก สมาทินฺนาเนว สมาทินฺนานิ โหนฺติ, อุปาสเกน ปน อตฺตนา สมาทิยนฺเตนาปิ สมาทินฺนานิ โหนฺติ, ปรสฺส สนฺติเก สมาทิยนฺเตนาปิ. เอกชฺฌํ สมาทินฺนานิปิ สมาทินฺนานิ โหนฺติ, ปจฺเจกํ สมาทินฺนานิปิ. กินฺตุ นานํ เอกชฺฌํ สมาทิยโต เอกาเยว วิรติ, เอกาว เจตนา โหติ, กิจฺจวเสน ปเนตาสํ ปญฺจวิธตฺตํ วิญฺญายติ. ปจฺเจกํ สมาทิยโต ปน ปญฺเจว วิรติโย, ปญฺจ จ เจตนา โหนฺตีติ เวทิตพฺพา. เอวเมตฺถ อาทานโตปิ วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย.

เภทโตติ สามเณรานญฺเจตฺถ เอกสฺมึ ภินฺเน สพฺพานิปิ ภินฺนานิ โหนฺติ. ปาราชิกฏฺฐานิยานิ หิ ตานิ เตสํ, ยํ ตํ วีติกฺกนฺตํ โหติ, เตเนว กมฺมพทฺโธ. คหฏฺฐานํ ปน เอกสฺมึ ภินฺเน เอกเมว ภินฺนํ โหติ, ยโต เตสํ ตํสมาทาเนเนว ปุน ปญฺจงฺคิกตฺตํ สีลสฺส สมฺปชฺชติ. อปเร ปนาหุ – ‘‘วิสุํ วิสุํ สมาทินฺเนสุ เอกสฺมึ ภินฺเน เอกเมว ภินฺนํ โหติ, ‘ปญฺจงฺคสมนฺนาคตํ สีลํ สมาทิยามี’ติ เอวํ ปน เอกโต สมาทินฺเนสุ เอกสฺมึ ภินฺเน เสสานิปิ สพฺพานิ ภินฺนานิ โหนฺติ. กสฺมา? สมาทินฺนสฺส อภินฺนตฺตา, ยํ ตํ วีติกฺกนฺตํ, เตเนว กมฺมพทฺโธ’’ติ. เอวเมตฺถ เภทโตปิ วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย.

มหาสาวชฺชโตติ คุณวิรหิเตสุ ติรจฺฉานคตาทีสุ ปาเณสุ ขุทฺทเก ปาเณ ปาณาติปาโต อปฺปสาวชฺโช, มหาสรีเร มหาสาวชฺโช. กสฺมา? ปโยคมหนฺตตาย. ปโยคสมตฺเตปิ วตฺถุมหนฺตตาย. คุณวนฺเตสุ ปน มนุสฺสาทีสุ อปฺปคุเณ ปาณาติปาโต อปฺปสาวชฺโช, มหาคุเณ มหาสาวชฺโช. สรีรคุณานนฺตุ สมภาเว สติ กิเลสานํ อุปกฺกมานญฺจ มุทุตาย อปฺปสาวชฺชตา, ติพฺพตาย มหาสาวชฺชตา จ เวทิตพฺพา. เอส นโย เสเสสุปิ. อปิ เจตฺถ สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานเมว มหาสาวชฺชํ, น ตถา ปาณาติปาตาทโย. กสฺมา? มนุสฺสภูตสฺสาปิ อุมฺมตฺตกภาวสํวตฺตเนน อริยธมฺมนฺตรายกรณโตติ. เอวเมตฺถ มหาสาวชฺชโตปิ วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย.

ปโยคโตติ เอตฺถ จ ปาณาติปาตสฺส สาหตฺถิโก, อาณตฺติโก, นิสฺสคฺคิโย, ถาวโร, วิชฺชามโย, อิทฺธิมโยติ ฉปฺปโยคา. ตตฺถ กาเยน วา กายปฺปฏิพทฺเธน วา ปหรณํ สาหตฺถิโก ปโยโค, โส อุทฺทิสฺสานุทฺทิสฺสเภทโต ทุวิโธ โหติ. ตตฺถ อุทฺทิสฺสเก ยํ อุทฺทิสฺส ปหรติ, ตสฺเสว มรเณน กมฺมุนา พชฺฌติ. ‘‘โย โกจิ มรตู’’ติ เอวํ อนุทฺทิสฺสเก ปหารปจฺจยา ยสฺส กสฺสจิ มรเณน. อุภยถาปิ จ ปหริตมตฺเต วา มรตุ, ปจฺฉา วา เตเนว โรเคน, ปหริตกฺขเณ เอว กมฺมุนา พชฺฌติ. มรณาธิปฺปาเยน จ ปหารํ ทตฺวา เตน อมตสฺส ปุน อญฺเญน จิตฺเตน ปหาเร ทินฺเน ปจฺฉาปิ ยทิ ปฐมปหาเรเนว มรติ, ตทา เอว กมฺมุนา พทฺโธ โหติ. อถ ทุติยปหาเรน, นตฺถิ ปาณาติปาโต. อุภเยหิ มเตปิ ปฐมปหาเรเนว กมฺมุนา พทฺโธ, อุภเยหิปิ อมเต เนวตฺถิ ปาณาติปาโต. เอส นโย พหุเกหิปิ เอกสฺส ปหาเร ทินฺเน. ตตฺราปิ หิ ยสฺส ปหาเรน มรติ, ตสฺเสว กมฺมพทฺโธ โหติ.

อธิฏฺฐหิตฺวา ปน อาณาปนํ อาณตฺติโก ปโยโค. ตตฺถปิ สาหตฺถิเก ปโยเค วุตฺตนเยเนว กมฺมพทฺโธ อนุสฺสริตพฺโพ. ฉพฺพิโธ เจตฺถ นิยโม เวทิตพฺโพ –

‘‘วตฺถุ กาโล จ โอกาโส, อาวุธํ อิริยาปโถ;

กิริยาวิเสโสติ อิเม, ฉ อาณตฺตินิยามกา’’ติ. (ปาจิ. อฏฺฐ. ๒.๑๗๔);

ตตฺถ วตฺถูติ มาเรตพฺโพ ปาโณ. กาโลติ ปุพฺพณฺหสายนฺหาทิกาโล จ, โยพฺพนถาวริยาทิกาโล จ. โอกาโสติ คาโม วา นิคโม วา วนํ วา รจฺฉา วา สิงฺฆาฏกํ วาติ เอวมาทิ. อาวุธนฺติ อสิ วา อุสุ วา สตฺติ วาติ เอวมาทิ. อิริยาปโถติ มาเรตพฺพสฺส มารกสฺส จ ฐานํ วา นิสชฺชา วาติ เอวมาทิ.

กิริยาวิเสโสติ วิชฺฌนํ วา เฉทนํ วา เภทนํ วา สงฺขมุณฺฑิกํ วาติ เอวมาทิ. ยทิ หิ วตฺถุํ วิสํวาเทตฺวา ‘‘ยํ มาเรหี’’ติ อาณตฺโต, ตโต อญฺญํ มาเรติ, อาณาปกสฺส นตฺถิ กมฺมพทฺโธ. อถ วตฺถุํ อวิสํวาเทตฺวา มาเรติ, อาณาปกสฺส อาณตฺติกฺขเณ อาณตฺตสฺส มารณกฺขเณติ อุภเยสมฺปิ กมฺมพทฺโธ. เอส นโย กาลาทีสุปิ.

มารณตฺถนฺตุ กาเยน วา กายปฺปฏิพทฺเธน วา ปหรณนิสฺสชฺชนํ นิสฺสคฺคิโย ปโยโค. โสปิ อุทฺทิสฺสานุทฺทิสฺสเภทโต ทุวิโธ เอว, กมฺมพทฺโธ เจตฺถ ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.

มารณตฺถเมว โอปาตขณนํ, อปสฺเสนอุปนิกฺขิปนํ, เภสชฺชวิสยนฺตาทิปฺปโยชนํ วา ถาวโร ปโยโค. โสปิ อุทฺทิสฺสานุทฺทิสฺสเภทโต ทุวิโธ, ยโต ตตฺถปิ ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว กมฺมพทฺโธ เวทิตพฺโพ. อยนฺตุ วิเสโส – มูลฏฺเฐน โอปาตาทีสุ ปเรสํ มูเลน วา มุธา วา ทินฺเนสุปิ ยทิ ตปฺปจฺจยา โกจิ มรติ, มูลฏฺฐสฺเสว กมฺมพทฺโธ. ยทิปิ จ เตน อญฺเญน วา ตตฺถ โอปาเต วินาเสตฺวา ภูมิสเม กเตปิ ปํสุโธวกา วา ปํสุํ คณฺหนฺตา, มูลขณกา วา มูลานิ ขณนฺตา อาวาฏํ กโรนฺติ, เทเว วา วสฺสนฺเต กทฺทโม ชายติ, ตตฺถ จ โกจิ โอตริตฺวา วา ลคฺคิตฺวา วา มรติ, มูลฏฺฐสฺเสว กมฺมพทฺโธ. ยทิ ปน เยน ลทฺธํ, โส อญฺโญ วา ตํ วิตฺถฏตรํ คมฺภีรตรํ วา กโรติ, ตปฺปจฺจยาว โกจิ มรติ, อุภเยสมฺปิ กมฺมพทฺโธ. ยถา ตุ มูลานิ มูเลหิ สํสนฺทนฺติ, ตถา ตตฺร ถเล กเต มุจฺจติ. เอวํ อปสฺเสนาทีสุปิ ยาว เตสํ ปวตฺติ, ตาว ยถาสมฺภวํ กมฺมพทฺโธ เวทิตพฺโพ.

มารณตฺถํ ปน วิชฺชาปริชปฺปนํ วิชฺชามโย ปโยโค. ทาฐาวุธาทีนํ ทาฐาโกฏนาทิมิว มารณตฺถํ กมฺมวิปากชิทฺธิวิการกรณํ อิทฺธิมโย ปโยโคติ. อทินฺนาทานสฺส ตุ เถยฺยปสยฺหปฏิจฺฉนฺนปริกปฺปกุสาวหารวสปฺปวตฺตา สาหตฺถิกาณตฺติกาทโย ปโยคา, เตสมฺปิ วุตฺตานุสาเรเนว ปเภโท เวทิตพฺโพ. อพฺรหฺมจริยาทีนํ ติณฺณมฺปิ สาหตฺถิโก เอว ปโยโค ลพฺภตีติ. เอวเมตฺถ ปโยคโตปิ วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย.

องฺคโตติ เอตฺถ จ ปาณาติปาตสฺส ปญฺจ องฺคานิ ภวนฺติ – ปาโณ จ โหติ, ปาณสญฺญี จ, วธกจิตฺตญฺจ ปจฺจุปฏฺฐิตํ โหติ, วายมติ, เตน จ มรตีติ. อทินฺนาทานสฺสาปิ ปญฺเจว – ปรปริคฺคหิตญฺจ โหติ, ปรปริคฺคหิตสญฺญี จ, เถยฺยจิตฺตญฺจ ปจฺจุปฏฺฐิตํ โหติ, วายมติ, เตน จ อาทาตพฺพํ อาทานํ คจฺฉตีติ. อพฺรหฺมจริยสฺส ปน จตฺตาริ องฺคานิ ภวนฺติ – อชฺฌาจริยวตฺถุ จ โหติ, ตตฺถ จ เสวนจิตฺตํ ปจฺจุปฏฺฐิตํ โหติ, เสวนปจฺจยา ปโยคญฺจ สมาปชฺชติ, สาทิยติ จาติ, ตถา ปเรสํ ทฺวินฺนมฺปิ. ตตฺถ มุสาวาทสฺส ตาว มุสา จ โหติ ตํ วตฺถุ, วิสํวาทนจิตฺตญฺจ ปจฺจุปฏฺฐิตํ โหติ, ตชฺโช จ วายาโม, ปรวิสํวาทนญฺจ วิญฺญาปยมานา วิญฺญตฺติ ปวตฺตตีติ จตฺตาริ องฺคานิ เวทิตพฺพานิ. สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานสฺส ปน สุราทีนญฺจ อญฺญตรํ โหติ มทนียปาตุกมฺยตาจิตฺตญฺจ ปจฺจุปฏฺฐิตํ โหติ, ตชฺชญฺจ วายามํ อาปชฺชติ, ปีเต จ ปวิสตีติ อิมานิ จตฺตาริ องฺคานีติ. เอวเมตฺถ องฺคโตปิ วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย.

สมุฏฺฐานโตติ ปาณาติปาตอทินฺนาทานมุสาวาทา เจตฺถ กายจิตฺตโต, วาจาจิตฺตโต, กายวาจาจิตฺตโต จาติ ติสมุฏฺฐานา โหนฺติ. อพฺรหฺมจริยํ กายจิตฺตวเสน เอกสมุฏฺฐานเมว. สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานํ กายโต จ, กายจิตฺตโต จาติ ทฺวิสมุฏฺฐานนฺติ. เอวเมตฺถ สมุฏฺฐานโตปิ วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย.

เวทนาโตติ เอตฺถ จ ปาณาติปาโต ทุกฺขเวทนาสมฺปยุตฺโตว. อทินฺนาทานํ ตีสุ เวทนาสุ อญฺญตรเวทนาสมฺปยุตฺตํ, ตถา มุสาวาโท. อิตรานิ เทฺว สุขาย วา อทุกฺขมสุขาย วา เวทนาย สมฺปยุตฺตานีติ. เอวเมตฺถ เวทนาโตปิ วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย.

มูลโตติ ปาณาติปาโต เจตฺถ โทสโมหมูโล. อทินฺนาทานมุสาวาทา โลภโมหมูลา วา โทสโมหมูลา วา. อิตรานิ เทฺว โลภโมหมูลานีติ. เอวเมตฺถ มูลโตปิ วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย.

กมฺมโตติ ปาณาติปาตอทินฺนาทานอพฺรหฺมจริยานิ เจตฺถ กายกมฺมเมว กมฺมปถปฺปตฺตาเนว จ, มุสาวาโท วจีกมฺมเมว. โย ปน อตฺถภญฺชโก, โส กมฺมปถปฺปตฺโต. อิตโร กมฺมเมว. สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานํ กายกมฺมเมวาติ. เอวเมตฺถ กมฺมโตปิ วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย.

วิรมโตติ เอตฺถ อาห ‘‘ปาณาติปาตาทีหิ วิรมนฺโต กุโต วิรมตี’’ติ? วุจฺจเต – สมาทานวเสน ตาว วิรมนฺโต อตฺตโน วา ปเรสํ วา ปาณาติปาตาทิอกุสลโต วิรมติ. กิมารภิตฺวา? ยโต วิรมติ, ตเทว. สมฺปตฺตวเสนาปิ วิรมนฺโต วุตฺตปฺปการากุสลโตว. กิมารภิตฺวา? ปาณาติปาตาทีนํ วุตฺตารมฺมณาเนว. เกจิ ปน ภณนฺติ ‘‘สุราเมรยมชฺชสงฺขาเต สงฺขาเร อารภิตฺวา สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา วิรมติ, สตฺตสงฺขาเรสุ ยํ ปน อวหริตพฺพํ ภญฺชิตพฺพญฺจ, ตํ อารภิตฺวา อทินฺนาทานา มุสาวาทา จ, สตฺเตเยวารภิตฺวา ปาณาติปาตา อพฺรหฺมจริยา จา’’ติ. ตทญฺเญ ‘‘เอวํ สนฺเต ‘อญฺญํ จินฺเตนฺโต อญฺญํ กเรยฺย, ยญฺจ ปชหติ, ตํ น ชาเนยฺยา’ติ เอวํทิฏฺฐิกา หุตฺวา อนิจฺฉมานา ยเทว ปชหติ, ตํ อตฺตโน ปาณาติปาตาทิอกุสลเมวารภิตฺวา วิรมตี’’ติ วทนฺติ. ตทยุตฺตํ. กสฺมา? ตสฺส ปจฺจุปฺปนฺนาภาวโต พหิทฺธาภาวโต จ. สิกฺขาปทานญฺหิ วิภงฺคปาเฐ ‘‘ปญฺจนฺนํ สิกฺขาปทานํ กติ กุสลา…เป… กติ อรณา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘กุสลาเยว, สิยา สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา’’ติ (วิภ. ๗๑๖) เอวํ ปวตฺตมาเน วิสฺสชฺชเน ‘‘ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณา’’ติ จ ‘‘พหิทฺธารมฺมณา’’ติ จ เอวํ ปจฺจุปฺปนฺนพหิทฺธารมฺมณตฺตํ วุตฺตํ, ตํ อตฺตโน ปาณาติปาตาทิอกุสลํ อารภิตฺวา วิรมนฺตสฺส น ยุชฺชติ. ยํ ปน วุตฺตํ – ‘‘อญฺญํ จินฺเตนฺโต อญฺญํ กเรยฺย, ยญฺจ ปชหติ, ตํ น ชาเนยฺยา’’ติ. ตตฺถ วุจฺจเต – น กิจฺจสาธนวเสน ปวตฺเตนฺโต อญฺญํ จินฺเตนฺโต อญฺญํ กโรตีติ วา, ยญฺจ ปชหติ, ตํ น ชานาตีติ วา วุจฺจติ.

‘‘อารภิตฺวาน อมตํ, ชหนฺโต สพฺพปาปเก;

นิทสฺสนญฺเจตฺถ ภเว, มคฺคฏฺโฐริยปุคฺคโล’’ติ.

เอวเมตฺถ วิรมโตปิ วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย.

ผลโตติ สพฺเพ เอว เจเต ปาณาติปาตาทโย ทุคฺคติผลนิพฺพตฺตกา โหนฺติ, สุคติยญฺจ อนิฏฺฐากนฺตามนาปวิปากนิพฺพตฺตกา โหนฺติ, สมฺปราเย ทิฏฺฐธมฺเม เอว จ อเวสารชฺชาทิผลนิพฺพตฺตกา. อปิจ ‘‘โย สพฺพลหุโส ปาณาติปาตสฺส วิปาโก มนุสฺสภูตสฺส อปฺปายุกสํวตฺตนิโก โหตี’’ติ (อ. นิ. ๘.๔๐) เอวมาทินา นเยเนตฺถ ผลโตปิ วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย.

อปิ เจตฺถ ปาณาติปาตาทิเวรมณีนมฺปิ สมุฏฺฐานเวทนามูลกมฺมผลโต วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย. ตตฺถายํ วิญฺญาปนา – สพฺพา เอว เจตา เวรมณิโย จตูหิ สมุฏฺฐหนฺติ กายโต, กายจิตฺตโต, วาจาจิตฺตโต, กายวาจาจิตฺตโต จาติ. สพฺพา เอว จ สุขเวทนาสมฺปยุตฺตา วา, อทุกฺขมสุขเวทนาสมฺปยุตฺตา วา, อโลภาโทสมูลา วา อโลภาโทสาโมหมูลา วา. จตสฺโสปิ เจตฺถ กายกมฺมํ, มุสาวาทาเวรมณี วจีกมฺมํ, มคฺคกฺขเณ จ จิตฺตโตว สมุฏฺฐหนฺติ, สพฺพาปิ มโนกมฺมํ.

ปาณาติปาตา เวรมณิยา เจตฺถ องฺคปจฺจงฺคสมฺปนฺนตา อาโรหปริณาหสมฺปตฺติตา ชวสมฺปตฺติตา สุปฺปติฏฺฐิตปาทตา จารุตา มุทุตา สุจิตา สูรตา มหพฺพลตา วิสฺสตฺถวจนตา โลกปิยตา เนลตา อเภชฺชปริสตา อจฺฉมฺภิตา ทุปฺปธํสิตา ปรูปกฺกเมน อมรณตา อนนฺตปริวารตา สุรูปตา สุสณฺฐานตา อปฺปาพาธตา อโสกิตา ปิเยหิ มนาเปหิ สทฺธึ อวิปฺปโยคตา ทีฆายุกตาติ เอวมาทีนิ ผลานิ.