๕. กุมฺภวคฺโค

[๒๙๑] ๑. สุราฆฏชาตกวณฺณนา

สพฺพกามททํ กุมฺภนฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อนาถปิณฺฑิกสฺส ภาคิเนยฺยํ อารพฺภ กเถสิ. โส กิร มาตาปิตูนํ สนฺตกา จตฺตาลีส หิรญฺญโกฏิโย ปานพฺยสเนน นาเสตฺวา เสฏฺฐิโน สนฺติกํ อคมาสิ. โสปิสฺส ‘‘โวหารํ กโรหี’’ติ สหสฺสํ อทาสิ, ตมฺปิ นาเสตฺวา ปุน อคมาสิ. ปุนสฺส ปญฺจ สตานิ ทาเปสิ, ตานิปิ นาเสตฺวา ปุน อาคตสฺส เทฺว ถูลสาฏเก ทาเปสิ. เตปิ นาเสตฺวา ปุน อาคตํ คีวายํ คาหาเปตฺวา นีหราเปสิ. โส อนาโถ หุตฺวา ปรกุฏฺฏํ นิสฺสาย กาลมกาสิ, ตเมนํ กฑฺฒิตฺวา พหิ ฉฑฺเฑสุํ. อนาถปิณฺฑิโก วิหารํ คนฺตฺวา สพฺพํ ตํ ภาคิเนยฺยสฺส ปวตฺตึ ตถาคตสฺส อาโรเจสิ. สตฺถา ‘‘ตฺวํ เอตํ กถํ สนฺตปฺเปสฺสสิ, ยมหํ ปุพฺเพ สพฺพกามททํ กุมฺภํ ทตฺวาปิ สนฺตปฺเปตุํ นาสกฺขิ’’นฺติ วตฺวา เตน ยาจิโต อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต เสฏฺฐิกุเล นิพฺพตฺติตฺวา ปิตุ อจฺจเยน เสฏฺฐิฏฺฐานํ ลภิ. ตสฺส เคเห ภูมิคตเมว จตฺตาลีสโกฏิธนํ อโหสิ, ปุตฺโต ปนสฺส เอโกเยว. โพธิสตฺโต ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กตฺวา กาลกโต สกฺโก เทวราชา หุตฺวา นิพฺพตฺติ. อถสฺส ปุตฺโต วีถึ อาวริตฺวา มณฺฑปํ กาเรตฺวา มหาชนปริวุโต นิสีทิตฺวา สุรํ ปาตุํ อารภิ. โส ลงฺฆนธาวนนจฺจคีตาทีนิ กโรนฺตานํ สหสฺสํ สหสฺสํ ททมาโน อิตฺถิโสณฺฑสุราโสณฺฑมํสโสณฺฑาทิภาวํ อาปชฺชิตฺวา ‘‘กฺว คีตํ, กฺว นจฺจํ, กฺว วาทิต’’นฺติ สมชฺชตฺถิโก ปมตฺโต หุตฺวา อาหิณฺฑนฺโต นจิรสฺเสว จตฺตาลีสโกฏิธนํ อุปโภคปริโภคูปกรณานิ จ วินาเสตฺวา ทุคฺคโต กปโณ ปิโลติกํ นิวาเสตฺวา วิจริ. สกฺโก อาวชฺเชนฺโต ตสฺส ทุคฺคตภาวํ ญตฺวา ปุตฺตเปเมน อาคนฺตฺวา สพฺพกามททํ กุมฺภํ ทตฺวา ‘‘ตาต, ยถา อยํ กุมฺโภ น ภิชฺชติ, ตถา นํ รกฺข, อิมสฺมึ เต สติ ธนสฺส ปริจฺเฉโท นาม น ภวิสฺสติ, อปฺปมตฺโต โหหี’’ติ โอวทิตฺวา เทวโลกเมว คโต. ตโต ปฏฺฐาย สุรํ ปิวนฺโต วิจริ. อเถกทิวสํ มตฺโต ตํ กุมฺภํ อากาเส ขิปิตฺวา สมฺปฏิจฺฉนฺโต เอกวารํ วิรชฺฌิ, กุมฺโภ ภูมิยํ ปติตฺวา ภิชฺชิ. ตโต ปฏฺฐาย ปุน ทลิทฺโท หุตฺวา ปิโลติกํ นิวาเสตฺวา กปาลหตฺโถ ภิกฺขํ จรนฺโต ปรกุฏฺฏํ นิสฺสาย กาลมกาสิ.

สตฺถา อิมํ อตีตํ อาหริตฺวา –

๑๒๑. ‘‘สพฺพกามททํ กุมฺภํ, กุฏํ ลทฺธาน ธุตฺตโก;

ยาว นํ อนุปาเลติ, ตาว โส สุขเมธติ.

๑๒๒. ‘‘ยทา มตฺโต จ ทิตฺโต จ, ปมาทา กุมฺภมพฺภิทา;

ตทา นคฺโค จ โปตฺโถ จ, ปจฺฉา พาโล วิหญฺญติ.

๑๒๓. ‘‘เอวเมว โย ธนํ ลทฺธา, ปมตฺโต ปริภุญฺชติ;

ปจฺฉา ตปฺปติ ทุมฺเมโธ, กุฏํ ภิตฺวาว ธุตฺตโก’’ติ. –

อิมา อภิสมฺพุทฺธคาถา วตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ.

ตตฺถ สพฺพกามททนฺติ สพฺเพ วตฺถุกาเม ทาตุํ สมตฺถํ กุมฺภํ. กุฏนฺติ กุมฺภเววจนํ. ยาวาติ ยตฺตกํ กาลํ. อนุปาเลตีติ โย โกจิ เอวรูปํ ลภิตฺวา ยาว รกฺขติ, ตาว โส สุขเมธตีติ อตฺโถ. มตฺโต จ ทิตฺโต จาติ สุรามเทน มตฺโต ทปฺเปน ทิตฺโต. ปมาทา กุมฺภมพฺภิทาติ ปมาเทน กุมฺภํ ภินฺทิ. นคฺโค จ โปตฺโถ จาติ กทาจิ นคฺโค, กทาจิ โปตฺถกปิโลติกาย นิวตฺถตฺตา โปตฺโถ. เอวเมวาติ เอวํ เอว. ปมตฺโตติ ปมาเทน. ตปฺปตีติ โสจติ.

‘‘ตทา สุราฆฏเภทโก ธุตฺโต เสฏฺฐิภาคิเนยฺโย อโหสิ, สกฺโก ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

สุราฆฏชาตกวณฺณนา ปฐมา.

[๒๙๒] ๒. สุปตฺตชาตกวณฺณนา

พาราณสฺยํ, มหาราชาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต พิมฺพาเทวิยา สาริปุตฺตตฺเถเรน ทินฺนํ โรหิตมจฺฉรสํ นวสปฺปิมิสฺสกํ สาลิภตฺตํ อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ เหฏฺฐา กถิตอพฺภนฺตรชาตเก (ชา. ๑.๓.๙๑-๙๓) วตฺถุสทิสเมว. ตทาปิ หิ เถริยา อุทรวาโต กุปฺปิ, ราหุลภทฺโท เถรสฺส อาจิกฺขิ. เถโร ตํ อาสนสาลายํ นิสีทาเปตฺวา โกสลรญฺโญ นิเวสนํ คนฺตฺวา โรหิตมจฺฉรสํ นวสปฺปิมิสฺสกํ สาลิภตฺตํ อาหริตฺวา ตสฺส อทาสิ. โส อาหริตฺวา มาตุ เถริยา อทาสิ, ตสฺสา ภุตฺตมตฺตาย อุทรวาโต ปฏิปฺปสฺสมฺภิ. ราชา ปุริเส เปเสตฺวา ปริคฺคณฺหาเปตฺวา ตโต ปฏฺฐาย เถริยา ตถารูปํ ภตฺตํ อทาสิ. อเถกทิวสํ ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ – ‘‘อาวุโส ธมฺมเสนาปติ, เถรึ เอวรูเปน นาม โภชเนน สนฺตปฺเปสี’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว สาริปุตฺโต ราหุลมาตาย ปตฺถิตํ เทติ, ปุพฺเพปิ อทาสิเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต กากโยนิยํ นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต อสีติยา กากสหสฺสานํ เชฏฺฐโก สุปตฺโต นาม กากราชา อโหสิ, อคฺคมเหสี ปนสฺส สุผสฺสา นาม กากี อโหสิ, เสนาปติ สุมุโข นาม. โส อสีติยา กากสหสฺเสหิ ปริวุโต พาราณสึ อุปนิสฺสาย วสิ. โส เอกทิวสํ สุผสฺสํ อาทาย โคจรํ ปริเยสนฺโต พาราณสิรญฺโญ มหานสมตฺถเกน อคมาสิ. สูโท รญฺโญ นานามจฺฉมํสวิกติปริวารํ โภชนํ สมฺปาเทตฺวา โถกํ ภาชนานิ วิวริตฺวา อุสุมํ ปลาเปนฺโต อฏฺฐาสิ. สุผสฺสา มจฺฉมํสคนฺธํ ฆายิตฺวา ราชโภชนํ ภุญฺชิตุกามา หุตฺวา ตํ ทิวสํ อกเถตฺวา ทุติยทิวเส ‘‘เอหิ, ภทฺเท, โคจราย คมิสฺสามา’’ติ วุตฺตา ‘‘ตุเมฺห คจฺฉถ, มยฺหํ เอโก โทหโฬ อตฺถี’’ติ วตฺวา ‘‘กีทิโส โทหโฬ’’ติ วุตฺเต ‘‘พาราณสิรญฺโญ โภชนํ ภุญฺชิตุกามามฺหิ, น โข ปน สกฺกา มยา ตํ ลทฺธุํ, ตสฺมา ชีวิตํ ปริจฺจชิสฺสามิ, เทวา’’ติ อาห. โพธิสตฺโต จินฺตยมาโน นิสีทิ. สุมุโข อาคนฺตฺวา ‘‘กึ, มหาราช, อนตฺตมโนสี’’ติ ปุจฺฉิ, ราชา ตมตฺถํ อาโรเจสิ. เสนาปติ ‘‘มา จินฺตยิ, มหาราชา’’ติ เต อุโภปิ อสฺสาเสตฺวา ‘‘อชฺช ตุเมฺห อิเธว โหถ, มยํ ภตฺตํ อาหริสฺสามา’’ติ วตฺวา ปกฺกามิ.

โส กาเก สนฺนิปาเตตฺวา ตํ การณํ กเถตฺวา ‘‘เอถ ภตฺตํ อาหริสฺสามา’’ติ กาเกหิ สทฺธึ พาราณสึ ปวิสิตฺวา มหานสสฺส อวิทูเร กาเก วคฺเค วคฺเค กตฺวา ตสฺมึ ตสฺมึ ฐาเน อารกฺขตฺถาย ฐเปตฺวา สยํ อฏฺฐหิ กากโยเธหิ สทฺธึ มหานสฉทเน นิสีทิ รญฺโญ ภตฺตหรณกาลํ โอโลกยมาโน. เต จ กาเก อาห – ‘‘อหํ รญฺโญ ภตฺเต หริยมาเน ภาชนานิ ปาเตสฺสามิ, ภาชเนสุ ปติเตสุ มยฺหํ ชีวิตํ นตฺถิ, ตุเมฺหสุ จตฺตาโร ชนา มุขปูรํ ภตฺตํ, จตฺตาโร มจฺฉมํสํ คเหตฺวา เนตฺวา สุปตฺตํ สปชาปติกํ กากราชานํ โภเชถ, ‘กหํ เสนาปตี’ติ วุตฺเต ‘ปจฺฉโต เอหิตี’ติ วเทยฺยาถา’’ติ. อถ สูโท รญฺโญ โภชนวิกตึ สมฺปาเทตฺวา กาเชน คเหตฺวา ราชกุลํ ปายาสิ. ตสฺส ราชงฺคณํ คตกาเล กากเสนาปติ กากานํ สญฺญํ ทตฺวา สยํ อุปฺปติตฺวา ภตฺตหารกสฺส อุเร นิสีทิตฺวา นขปญฺชเรน ปหริตฺวา กณยคฺคสทิเสน ตุณฺเฑน นาสคฺคมสฺส อภิหนฺตฺวา อุฏฺฐาย ทฺวีหิ ปกฺเขหิ มุขมสฺส ปิทหิ. ราชา มหาตเล จงฺกมนฺโต มหาวาตปาเนน โอโลเกตฺวา ตํ กากสฺส กิริยํ ทิสฺวา ภตฺตหารกสฺส สทฺทํ ทตฺวา ‘‘โภ ภตฺตการก, ภาชนานิ ฉฑฺเฑตฺวา กากเมว คณฺหา’’ติ อาห. โส ภาชนานิ ฉฑฺเฑตฺวา กากํ ทฬฺหํ คณฺหิ. ราชาปิ นํ ‘‘อิโต เอหี’’ติ อาห.

ตสฺมึ ขเณ กากา อาคนฺตฺวา อตฺตโน ปโหนกํ ภุญฺชิตฺวา เสสํ วุตฺตนิยาเมเนว คเหตฺวา อคมึสุ. ตโต เสสา อาคนฺตฺวา เสสํ ภุญฺชึสุ. เตปิ อฏฺฐ ชนา คนฺตฺวา ราชานํ สปชาปติกํ โภเชสุํ, สุผสฺสาย โทหโฬ วูปสมิ. ภตฺตหารโก กากํ รญฺโญ อุปเนสิ. อถ นํ ราชา ปุจฺฉิ – ‘‘โภ กาก, ตฺวํ มมญฺจ น ลชฺชิ, ภตฺตหารกสฺส จ นาสํ ขณฺเฑสิ, ภตฺตภาชนานิ จ ภินฺทิ, อตฺตโน จ ชีวิตํ น รกฺขิ, กสฺมา เอวรูปํ กมฺมมกาสี’’ติ? กาโก ‘‘มหาราช, อมฺหากํ ราชา พาราณสึ อุปนิสฺสาย วสติ, อหมสฺส เสนาปติ, ตสฺส สุผสฺสา นาม ภริยา โทหฬินี ตุมฺหากํ โภชนํ ภุญฺชิตุกามา, ราชา ตสฺสา โทหฬํ มยฺหํ อาจิกฺขิ. อหํ ตตฺเถว มม ชีวิตํ ปริจฺจชิตฺวา อาคโต, อิทานิ เม ตสฺสา โภชนํ เปสิตํ, มยฺหํ มโนรโถ มตฺถกํ ปตฺโต, อิมินา การเณน มยา เอวรูปํ กมฺมํ กต’’นฺติ ทีเปนฺโต อิมา คาถา อาห.

๑๒๔. ‘‘พาราณสฺยํ มหาราช, กากราชา นิวาสโก;

อสีติยา สหสฺเสหิ, สุปตฺโต ปริวาริโต.

๑๒๕. ‘‘ตสฺส โทหฬินี ภริยา, สุผสฺสา ภกฺขิตุมิจฺฉติ;

รญฺโญ มหานเส ปกฺกํ, ปจฺจคฺฆํ ราชโภชนํ.

๑๒๖. ‘‘เตสาหํ ปหิโต ทูโต, รญฺโญ จมฺหิ อิธาคโต;

ภตฺตุ อปจิตึ กุมฺมิ, นาสายมกรํ วณ’’นฺติ.

ตตฺถ พาราณสฺยนฺติ พาราณสิยํ. นิวาสโกติ นิพทฺธวสนโก. ปกฺกนฺติ นานปฺปกาเรน สมฺปาทิตํ. เกจิ ‘‘สิทฺธ’’นฺติ สชฺฌายนฺติ. ปจฺจคฺฆนฺติ อพฺภุณฺหํ อปาริวาสิกํ, มจฺฉมํสวิกตีสุ วา ปจฺเจกํ มหคฺฆํ เอตฺถาติ ปจฺจคฺฆํ. เตสาหํ ปหิโต ทูโต, รญฺโญ จมฺหิ อิธาคโตติ เตสํ อุภินฺนมฺปิ อหํ ทูโต อาณตฺติกโร รญฺโญ จ อมฺหิ ปหิโต, ตสฺมา อิธ อาคโตติ อตฺโถ. ภตฺตุ อปจิตึ กุมฺมีติ สฺวาหํ เอวํ อาคโต อตฺตโน ภตฺตุ อปจิตึ สกฺการสมฺมานํ กโรมิ. นาสายมกรํ วณนฺติ, มหาราช, อิมินา การเณน ตุเมฺห จ อตฺตโน จ ชีวิตํ อคเณตฺวา ภตฺตภาชนํ ปาตาเปตุํ ภตฺตหารกสฺส นาสาย มุขตุณฺฑเกน วณํ อกาสึ, มยา อตฺตโน รญฺโญ อปจิติ กตา, อิทานิ ตุเมฺห ยํ อิจฺฉถ, ตํ ทณฺฑํ กโรถาติ.

ราชา ตสฺส วจนํ สุตฺวา ‘‘มยํ ตาว มนุสฺสภูตานํ มหนฺตํ ยสํ ทตฺวา อมฺหากํ สุหชฺเช กาตุํ น สกฺโกม, คามาทีนิ ททมานาปิ อมฺหากํ ชีวิตทายกํ น ลภาม, อยํ กาโก สมาโน อตฺตโน รญฺโญ ชีวิตํ ปริจฺจชติ, อติวิย สปฺปุริโส มธุรสฺสโร ธมฺมกถิโก’’ติ คุเณสุ ปสีทิตฺวา ตํ เสตจฺฉตฺเตน ปูเชสิ. โส อตฺตนา ลทฺเธน เสตจฺฉตฺเตน ราชานเมว ปูเชตฺวา โพธิสตฺตสฺส คุเณ กเถสิ. ราชา นํ ปกฺโกสาเปตฺวา ธมฺมํ สุตฺวา อุภินฺนมฺปิ เตสํ อตฺตโน โภชนนิยาเมน ภตฺตํ ปฏฺฐเปสิ, เสสกากานํ เทวสิกํ เอกํ ตณฺฑุลมฺพณํ ปจาเปสิ, สยญฺจ โพธิสตฺตสฺส โอวาเท ฐตฺวา สพฺพสตฺตานํ อภยํ ทตฺวา ปญฺจ สีลานิ รกฺขิ. สุปตฺตกาโกวาโท ปน สตฺต วสฺสสตานิ ปวตฺติ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา ราชา อานนฺโท อโหสิ, สุมุโข เสนาปติ สาริปุตฺโต, สุผสฺสา ราหุลมาตา, สุปตฺโต ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

สุปตฺตชาตกวณฺณนา ทุติยา.

[๒๙๓] ๓. กายนิพฺพินฺทชาตกวณฺณนา

ผุฏฺฐสฺส เมติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อญฺญตรํ ปุริสํ อารพฺภ กเถสิ. สาวตฺถิยํ กิเรโก ปุริโส ปณฺฑุโรเคน อฏฺฏิโต เวชฺเชหิ ปฏิกฺขิตฺโต. ปุตฺตทาโรปิสฺส ‘‘โก อิมํ ปฏิชคฺคิตุํ สกฺโกตี’’ติ จินฺเตสิ. ตสฺส เอตทโหสิ – ‘‘สจาหํ อิมมฺหา โรคา วุฏฺฐหิสฺสามิ, ปพฺพชิสฺสามี’’ติ. โส กติปาเหเนว กิญฺจิ สปฺปายํ ลภิตฺวา อโรโค หุตฺวา เชตวนํ คนฺตฺวา สตฺถารํ ปพฺพชฺชํ ยาจิ. โส สตฺถุ สนฺติเก ปพฺพชฺชญฺจ อุปสมฺปทญฺจ ลภิตฺวา นจิรสฺเสว อรหตฺตํ ปาปุณิ. อเถกทิวสํ ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ – ‘‘อาวุโส, อสุโก นาม ปณฺฑุโรคี ‘อิมมฺหา โรคา วุฏฺฐิโต ปพฺพชิสฺสามี’ติ จินฺเตตฺวา ปพฺพชิโต เจว อรหตฺตญฺจ ปตฺโต’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ. ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทานิ อยเมว; ปุพฺเพ ปณฺฑิตาปิ เอวํ วตฺวา โรคา วุฏฺฐาย ปพฺพชิตฺวา อตฺตโน วุฑฺฒิมกํสู’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต กุฏุมฺพํ สณฺฐเปตฺวา วสนฺโต ปณฺฑุโรคี อโหสิ. เวชฺชาปิ ปฏิชคฺคิตุํ นาสกฺขึสุ, ปุตฺตทาโรปิสฺส วิปฺปฏิสารี อโหสิ. โส ‘‘อิมมฺหา โรคา วุฏฺฐิโต ปพฺพชิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา กิญฺจิเทว สปฺปายํ ลภิตฺวา อโรโค หุตฺวา หิมวนฺตํ ปวิสิตฺวา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา อภิญฺญา จ สมาปตฺติโย จ อุปฺปาเทตฺวา ฌานสุเขน วิหรนฺโต ‘‘เอตฺตกํ กาลํ เอวรูปํ สุขํ นาม นาลตฺถ’’นฺติ อุทานํ อุทาเนนฺโต อิมา คาถา อาห –

๑๒๗. ‘‘ผุฏฺฐสฺส เม อญฺญตเรน พฺยาธินา, โรเคน พาฬฺหํ ทุขิตสฺส รุปฺปโต;

ปริสุสฺสติ ขิปฺปมิทํ กเฬวรํ, ปุปฺผํ ยถา ปํสุนิ อาตเป กตํ.

๑๒๘. ‘‘อชญฺญํ ชญฺญสงฺขาตํ, อสุจึ สุจิสมฺมตํ;

นานากุณปปริปูรํ, ชญฺญรูปํ อปสฺสโต.

๑๒๙. ‘‘ธิรตฺถุมํ อาตุรํ ปูติกายํ, เชคุจฺฉิยํ อสฺสุจึ พฺยาธิธมฺมํ;

ยตฺถปฺปมตฺตา อธิมุจฺฉิตา ปชา, หาเปนฺติ มคฺคํ สุคตูปปตฺติยา’’ติ.

ตตฺถ อญฺญตเรนาติ อฏฺฐนวุติยา โรเคสุ เอเกน ปณฺฑุโรคพฺยาธินา. โรเคนาติ รุชฺชนสภาวตฺตา เอวํลทฺธนาเมน. รุปฺปโตติ ฆฏฺฏิยมานสฺส ปีฬิยมานสฺส. ปํสุนิ อาตเป กตนฺติ ยถา อาตเป ตตฺตวาลิกาย ฐปิตํ สุขุมปุปฺผํ ปริสุสฺเสยฺย, เอวํ ปริสุสฺสตีติ อตฺโถ.

อชญฺญํ ชญฺญสงฺขาตนฺติ ปฏิกูลํ อมนาปเมว พาลานํ มนาปนฺติ สงฺขํ คตํ. นานากุณปปริปูรนฺติ เกสาทีหิ ทฺวตฺตึสาย กุณเปหิ ปริปุณฺณํ. ชญฺญรูปํ อปสฺสโตติ อปสฺสนฺตสฺส อนฺธพาลปุถุชฺชนสฺส มนาปํ สาธุรูปํ ปริโภคสภาวํ หุตฺวา อุปฏฺฐาติ, ‘‘อกฺขิมฺหา อกฺขิคูถโก’’ติอาทินา นเยน ปกาสิโต อสุภสภาโว พาลานํ น อุปฏฺฐาติ.

อาตุรนฺติ นิจฺจคิลานํ. อธิมุจฺฉิตาติ กิเลสมุจฺฉาย อติวิย มุจฺฉิตา. ปชาติ อนฺธพาลปุถุชฺชนา. หาเปนฺติ มคฺคํ สุคตูปปตฺติยาติ อิมสฺมึ ปูติกาเย ลคฺคา ลคฺคิตา หุตฺวา อปายมคฺคํ ปูเรนฺตา เทวมนุสฺสเภทาย สุคติอุปปตฺติยา มคฺคํ ปริหาเปนฺติ.

อิติ มหาสตฺโต นานปฺปกาเรน อสุจิภาวญฺจ นิจฺจาตุรภาวญฺจ ปริคฺคณฺหนฺโต กาเย นิพฺพินฺทิตฺวา ยาวชีวํ จตฺตาโร พฺรหฺมวิหาเร ภาเวตฺวา พฺรหฺมโลกปรายโณ อโหสิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ, สจฺจปริโยสาเน พหุชนา โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสุ. ‘‘ตทา ตาปโส อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

กายนิพฺพินฺทชาตกวณฺณนา ตติยา.

[๒๙๔] ๔. ชมฺพุขาทกชาตกวณฺณนา

โกยํ พินฺทุสฺสโร วคฺคูติ อิทํ สตฺถา เวฬุวเน วิหรนฺโต เทวทตฺตโกกาลิเก อารพฺภ กเถสิ. ตทา หิ เทวทตฺเต ปริหีนลาภสกฺกาเร โกกาลิโก กุลานิ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘เทวทตฺตตฺเถโร นาม มหาสมฺมตปเวณิยา โอกฺกากราชวํเส ชาโต อสมฺภินฺนขตฺติยวํเส วฑฺฒิโต ติปิฏกธโร ฌานลาภี มธุรกโถ ธมฺมกถิโก, เทถ กโรถ เถรสฺสา’’ติ เทวทตฺตสฺส วณฺณํ ภาสติ. เทวทตฺโตปิ ‘‘โกกาลิโก อุทิจฺจพฺราหฺมณกุลา นิกฺขมิตฺวา ปพฺพชิโต พหุสฺสุโต ธมฺมกถิโก, เทถ กโรถ โกกาลิกสฺสา’’ติ โกกาลิกสฺส วณฺณํ ภาสติ. อิติ เต อญฺญมญฺญสฺส วณฺณํ ภาสิตฺวา กุลฆเรสุ ภุญฺชนฺตา วิจรนฺติ. อเถกทิวสํ ธมฺมสภายํ ภิกฺขู กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ – ‘‘อาวุโส เทวทตฺตโกกาลิกา, อญฺญมญฺญสฺส อภูตคุณกถํ กเถตฺวา ภุญฺชนฺตา วิจรนฺตี’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว เต อญฺญมญฺญสฺส อภูตคุณกถํ กเถตฺวา ภุญฺชนฺติ, ปุพฺเพเปวํ ภุญฺชึสุเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต อญฺญตรสฺมึ ชมฺพุวนสณฺเฑ รุกฺขเทวตา หุตฺวา นิพฺพตฺติ. ตเตฺรโก กาโก ชมฺพุสาขาย นิสินฺโน ชมฺพุปกฺกานิ ขาทติ. อเถโก สิงฺคาโล อาคนฺตฺวา อุทฺธํ โอโลเกนฺโต กากํ ทิสฺวา ‘‘ยํนูนาหํ อิมสฺส อภูตคุณกถํ กเถตฺวา ชมฺพูนิ ขาเทยฺย’’นฺติ ตสฺส วณฺณํ กเถนฺโต อิมํ คาถมาห –

๑๓๐. ‘‘โกยํ พินฺทุสฺสโร วคฺคุ, สรวนฺตานมุตฺตโม;

อจฺจุโต ชมฺพุสาขาย, โมรจฺฉาโปว กูชตี’’ติ.

ตตฺถ พินฺทุสฺสโรติ พินฺทุนา อวิสาเรน ปิณฺฑิเตน สเรน สมนฺนาคโต. วคฺคูติ มธุรสทฺโท. อจฺจุโตติ น จุโต สนฺนิสินฺโน. โมรจฺฉาโปว กูชตีติ ตรุณโมโรว มนาเปน สทฺเทน ‘‘โก นาเมโส กูชตี’’ติ วทติ.

อถ นํ กาโก ปฏิปสํสนฺโต ทุติยํ คาถมาห –

๑๓๑. ‘‘กุลปุตฺโตว ชานาติ, กุลปุตฺตํ ปสํสิตุํ;

พฺยคฺฆจฺฉาปสรีวณฺณ, ภุญฺช สมฺม ททามิ เต’’ติ.

ตตฺถ พฺยคฺฆจฺฉาปสรีวณฺณาติ ตฺวํ อมฺหากํ พฺยคฺฆโปตกสมานวณฺโณว ขายสิ, เตน ตํ วทามิ อมฺโภ พฺยคฺฆจฺฉาปสรีวณฺณ. ภุญฺช, สมฺม, ททามิ เตติ วยสฺส ยาวทตฺถํ ชมฺพุปกฺกานิ ขาท, อหํ เต ททามีติ.

เอวญฺจ ปน วตฺวา ชมฺพุสาขํ จาเลตฺวา ผลานิ ปาเตสิ. อถ ตสฺมึ ชมฺพุรุกฺเข อธิวตฺถา เทวตา เต อุโภปิ อภูตคุณกถํ กเถตฺวา ชมฺพูนิ ขาทนฺเต ทิสฺวา ตติยํ คาถมาห –

๑๓๒. ‘‘จิรสฺสํ วต ปสฺสามิ, มุสาวาที สมาคเต;

วนฺตาทํ กุณปาทญฺจ, อญฺญมญฺญํ ปสํสเก’’ติ.

ตตฺถ วนฺตาทนฺติ ปเรสํ วนฺตภตฺตขาทกํ กากํ. กุณปาทญฺจาติ กุณปขาทกํ สิงฺคาลญฺจ.

อิมญฺจ ปน คาถํ วตฺวา สา เทวตา เภรวรูปารมฺมณํ ทสฺเสตฺวา เต ตโต ปลาเปสิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา สิงฺคาโล เทวทตฺโต อโหสิ, กาโก โกกาลิโก, รุกฺขเทวตา ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

ชมฺพุขาทกชาตกวณฺณนา จตุตฺถา.

[๒๙๕] ๕. อนฺตชาตกวณฺณนา

อุสภสฺเสว เต ขนฺโธติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เตเยว เทฺว ชเน อารพฺภ กเถสิ. ปจฺจุปฺปนฺนวตฺถุ ปุริมสทิสเมว.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต เอกสฺมึ คามูปจาเร เอรณฺฑรุกฺขเทวตา หุตฺวา นิพฺพตฺติ. ตทา เอกสฺมึ คามเก มตํ ชรคฺควํ นิกฺกฑฺฒิตฺวา คามทฺวาเร เอรณฺฑวเน ฉฑฺเฑสุํ. เอโก สิงฺคาโล อาคนฺตฺวา ตสฺส มํสํ ขาทิ. เอโก กาโก อาคนฺตฺวา เอรณฺเฑ นิลีโน ตํ ทิสฺวา ‘‘ยํนูนาหํ เอตสฺส อภูตคุณกถํ กเถตฺวา มํสํ ขาเทยฺย’’นฺติ จินฺเตตฺวา ปฐมํ คาถมาห –

๑๓๓. ‘‘อุสภสฺเสว เต ขนฺโธ, สีหสฺเสว วิชมฺภิตํ;

มิคราช นโม ตฺยตฺถุ, อปิ กิญฺจิ ลภามเส’’ติ.

ตตฺถ นโม ตฺยตฺถูติ นโม เต อตฺถุ.

ตํ สุตฺวา สิงฺคาโล ทุติยํ คาถมาห –

๑๓๔. ‘‘กุลปุตฺโตว ชานาติ, กุลปุตฺตํ ปสํสิตุํ;

มยูรคีวสงฺกาส, อิโต ปริยาหิ วายสา’’ติ.

ตตฺถ อิโต ปริยาหีติ เอรณฺฑโต โอตริตฺวา อิโต เยนาหํ, เตนาคนฺตฺวา มํสํ ขาทาติ วทติ.

ตํ เตสํ กิริยํ ทิสฺวา รุกฺขเทวตา ตติยํ คาถมาห –

๑๓๕. ‘‘มิคานํ สิงฺคาโล อนฺโต, ปกฺขีนํ ปน วายโส;

เอรณฺโฑ อนฺโต รุกฺขานํ, ตโย อนฺตา สมาคตา’’ติ.

ตตฺถ อนฺโตติ หีโน ลามโก.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา สิงฺคาโล เทวทตฺโต อโหสิ, กาโก โกกาลิโก, รุกฺขเทวตา ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

อนฺตชาตกวณฺณนา ปญฺจมา.

[๒๙๖] ๖. สมุทฺทชาตกวณฺณนา

โก นายนฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อุปนนฺทตฺเถรํ อารพฺภ กเถสิ. โส หิ มหคฺฆโส มหาตโณฺห อโหสิ, สกฏปูเรหิ ปจฺจเยหิปิ สนฺตปฺเปตุํ น สกฺกา. วสฺสูปนายิกกาเล ทฺวีสุ ตีสุ วิหาเรสุ วสฺสํ อุปคนฺตฺวา เอกสฺมึ อุปาหเน ฐเปติ, เอกสฺมึ กตฺตรยฏฺฐึ, เอกสฺมึ อุทกตุมฺพํ. เอกสฺมึ สยํ วสติ, ชนปทวิหารํ คนฺตฺวา ปณีตปริกฺขาเร ภิกฺขู ทิสฺวา อริยวํสกถํ กเถตฺวา เตสํ ปํสุกูลานิ คาหาเปตฺวา เตสํ จีวรานิ คณฺหาติ, มตฺติกาปตฺเต คาหาเปตฺวา มนาปมนาเป ปตฺเต ถาลกานิ จ คเหตฺวา ยานกํ ปูเรตฺวา เชตวนํ อาคจฺฉติ. อเถกทิวสํ ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ – ‘‘อาวุโส, อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโต มหคฺฆโส มหิจฺโฉ อญฺเญสํ ปฏิปตฺตึ กเถตฺวา สมณปริกฺขาเรน ยานกํ ปูเรตฺวา อาคจฺฉตี’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘อยุตฺตํ, ภิกฺขเว, อุปนนฺเทน กตํ ปเรสํ อริยวํสกถํ กเถนฺเตน, ปฐมตรญฺหิ อตฺตนา อปฺปิจฺเฉน หุตฺวา ปจฺฉา ปเรสํ อริยวํสํ กเถตุํ วฏฺฏตี’’ติ.

‘‘อตฺตานเมว ปฐมํ, ปติรูเป นิเวสเย;

อถญฺญมนุสาเสยฺย, น กิลิสฺเสยฺย ปณฺฑิโต’’ติ. (ธ. ป. ๑๕๘) –

อิมํ ธมฺมปเท คาถํ เทเสตฺวา อุปนนฺทํ ครหิตฺวา ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว อุปนนฺโท มหิจฺโฉ, ปุพฺเพ มหาสมุทฺเทปิ อุทกํ รกฺขิตพฺพํ มญฺญี’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต สมุทฺทเทวตา หุตฺวา นิพฺพตฺติ. อเถโก กาโก สมุทฺทสฺส อุปริภาเค วิจรนฺโต ‘‘สมุทฺเท อุทกํ ปมาเณน ปิวถ, รกฺขนฺตา ปิวถา’’ติ มจฺฉสงฺฆสกุณสงฺเฆ วาเรนฺโต วาเรนฺโต จรติ. ตํ ทิสฺวา สมุทฺทเทวตา ปฐมํ คาถมาห –

๑๓๖. ‘‘โก นายํ โลณโตยสฺมึ, สมนฺตา ปริธาวติ;

มจฺเฉ มกเร จ วาเรติ, อูมีสุ จ วิหญฺญตี’’ติ.

ตตฺถ โก นายนฺติ โก นุ อยํ.

ตํ สุตฺวา สมุทฺทกาโก ทุติยํ คาถมาห –

๑๓๗. ‘‘อนนฺตปายี สกุโณ, อติตฺโตติ ทิสาสุโต;

สมุทฺทํ ปาตุมิจฺฉามิ, สาครํ สริตํปติ’’นฺติ.

ตสฺสตฺโถ – อหํ อนนฺตสาครํ ปาตุมิจฺฉามิ, เตนมฺหิ อนนฺตปายี นาม สกุโณ มหติยาปิ อปูรณิยา ตณฺหาย สมนฺนาคตตฺตา อติตฺโตติปิ อหํ ทิสาสุ สุโต วิสฺสุโต ปากโฏ, สฺวาหํ อิมํ สกลสมุทฺทํ สุนฺทรานํ รตนานํ อากรตฺตา สาคเรน วา ขตตฺตา สาครํ สริตานํ ปติภาเวน สริตํปตึ ปาตุมิจฺฉามีติ.

ตํ สุตฺวา สมุทฺทเทวตา ตติยํ คาถมาห –

๑๓๘. ‘‘โส อยํ หายติ เจว, ปูรเต จ มโหทธิ;

นาสฺส นายติ ปีตนฺโต, อเปยฺโย กิร สาคโร’’ติ.

ตตฺถ โส อยํ หายติ เจวาติ อุทกสฺส โอสกฺกนเวลาย หายติ, นิกฺขมนเวลาย ปูรติ. นาสฺส นายตีติ อสฺส มหาสมุทฺทสฺส สเจปิ นํ สกลโลโก ปิเวยฺย, ตถาปิ ‘‘อิโต เอตฺตกํ นาม อุทกํ ปีต’’นฺติ ปริยนฺโต น ปญฺญายติ. อเปยฺโย กิราติ เอโส กิร สาคโร น สกฺกา เกนจิ อุทกํ เขเปตฺวา ปาตุนฺติ.

เอวญฺจ ปน วตฺวา สา เภรวรูปารมฺมณํ ทสฺเสตฺวา สมุทฺทกากํ ปลาเปสิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา สมุทฺทกาโก อุปนนฺโท อโหสิ, เทวตา ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

สมุทฺทชาตกวณฺณนา ฉฏฺฐา.

[๒๙๗] ๗. กามวิลาปชาตกวณฺณนา

อุจฺเจ สกุณ เฑมานาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ปุราณทุติยิกาปโลภนํ อารพฺภ กเถสิ. ปจฺจุปฺปนฺนวตฺถุ ปุปฺผรตฺตชาตเก (ชา. ๑.๑.๑๔๗) กถิตํ, อตีตวตฺถุ อินฺทฺริยชาตเก (ชา. ๑.๘.๖๐ อาทโย) อาวิภวิสฺสติ. ตํ ปน ปุริสํ ชีวนฺตํ สูเล อุตฺตาเสสุํ. โส ตตฺถ นิสินฺโน อากาเสน คจฺฉนฺตํ เอกํ กากํ ทิสฺวา ตาวขรมฺปิ ตํ เวทนํ อคเณตฺวา ปิยภริยาย สาสนํ เปเสตุํ กากํ อามนฺเตนฺโต อิมา คาถา อาห –

๑๓๙. ‘‘อุจฺเจ สกุณ เฑมาน, ปตฺตยาน วิหงฺคม;

วชฺชาสิ โข ตฺวํ วามูรุํ, จิรํ โข สา กริสฺสติ.

๑๔๐. ‘‘อิทํ โข สา น ชานาติ, อสึ สตฺติญฺจ โอฑฺฑิตํ;

สา จณฺฑี กาหติ โกธํ, ตํ เม ตปติ โน อิทํ.

๑๔๑. ‘‘เอส อุปฺปลสนฺนาโห, นิกฺขญฺจุสฺสีสโกหิตํ;

กาสิกญฺจ มุทุํ วตฺถํ, ตปฺเปตุ ธนิกา ปิยา’’ติ.

ตตฺถ เฑมานาติ คจฺฉมาน จรมาน. ปตฺตยานาติ ตเมวาลปติ, ตถา วิหงฺคมาติ. โส หิ ปตฺเตหิ ยานํ กตฺวา คมนโต ปตฺตยาโน, อากาเส คมนโต วิหงฺคโม. วชฺชาสีติ วเทยฺยาสิ. วามูรุนฺติ กทลิกฺขนฺธสมานอูรุํ, มม สูเล นิสินฺนภาวํ วเทยฺยาสิ. จิรํ โข สา กริสฺสตีติ สา อิมํ ปวตฺตึ อชานมานา มม อาคมนํ จิรํ กริสฺสติ, ‘‘จิรํ เม คตสฺส ปิยสฺส น จ อาคจฺฉตี’’ติ เอวํ จินฺเตสฺสตีติ อตฺโถ.

อสึ สตฺติญฺจาติ อสิสมานตาย สตฺติสมานตาย จ สูลเมว สนฺธาย วทติ. ตญฺหิ ตสฺส อุตฺตาสนตฺถาย โอฑฺฑิตํ ฐปิตํ. จณฺฑีติ โกธนา. กาหติ โกธนฺติ ‘‘อติจิรายตี’’ติ มยิ โกธํ กริสฺสติ. ตํ เม ตปตีติ ตํ ตสฺสา กุชฺฌนํ มํ ตปติ. โน อิทนฺติ อิธ ปน อิทํ สูลํ มํ น ตปตีติ ทีเปติ.

‘‘เอส อุปฺปลสนฺนาโห’’ติอาทีหิ ฆเร อุสฺสีสเก ฐปิตํ อตฺตโน ภณฺฑํ อาจิกฺขติ. ตตฺถ อุปฺปลสนฺนาโหติ อุปฺปโล จ สนฺนาโห จ อุปฺปลสนฺนาโห, อุปฺปลสทิโส กณโย จ สนฺนาหโก จาติ อตฺโถ. นิกฺขญฺจาติ ปญฺจหิ สุวณฺเณหิ กตํ องฺคุลิมุทฺทิกํ. กาสิกญฺจ มุทุ วตฺถนฺติ มุทุํ กาสิกสาฏกยุคํ สนฺธายาห. เอตฺตกํ กิร เตน อุสฺสีสเก นิกฺขิตฺตํ. ตปฺเปตุ ธนิกา ปิยาติ เอตํ สพฺพํ คเหตฺวา สา มม ปิยา ธนตฺถิกา อิมินา ธเนน ตปฺเปตุ ปูเรตุ, สนฺตุฏฺฐา โหตูติ.

เอวํ โส ปริเทวมาโนว กาลํ กตฺวา นิรเย นิพฺพตฺติ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ, สจฺจปริโยสาเน อุกฺกณฺฐิตภิกฺขุ, โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ. ‘‘ตทา ภริยา เอตรหิ ภริยา อโหสิ, เยน ปน เทวปุตฺเตน ตํ การณํ ทิฏฺฐํ, โส อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

กามวิลาปชาตกวณฺณนา สตฺตมา.

[๒๙๘] ๘. อุทุมฺพรชาตกวณฺณนา

อุทุมฺพรา จิเม ปกฺกาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อญฺญตรํ ภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ. โส กิร อญฺญตรสฺมึ ปจฺจนฺตคามเก วิหารํ กาเรตฺวา วสติ. รมณีโย วิหาโร ปิฏฺฐิปาสาเณ นิวิฏฺโฐ, มนฺทํ สมฺมชฺชนฏฺฐานํ อุทกผาสุกํ, โคจรคาโม นาติทูเร นาจฺจาสนฺเน, สมฺปิยายมานา มนุสฺสา ภิกฺขํ เทนฺติ. อเถโก ภิกฺขุ จาริกํ จรมาโน ตํ วิหารํ ปาปุณิ. เนวาสิโก ตสฺส อาคนฺตุกวตฺตํ กตฺวา ปุนทิวเส ตํ อาทาย คามํ ปิณฺฑาย ปาวิสิ. มนุสฺสา ปณีตํ ภิกฺขํ ทตฺวา สฺวาตนาย นิมนฺตยึสุ. อาคนฺตุโก กติปาหํ ภุญฺชิตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘เอเกนุปาเยน อิมํ ภิกฺขุํ วญฺเจตฺวา นิกฺกฑฺฒิตฺวา อิมํ วิหารํ คณฺหิสฺสามี’’ติ. อถ นํ เถรูปฏฺฐานํ อาคตํ ปุจฺฉิ – ‘‘กึ, อาวุโส, พุทฺธูปฏฺฐานํ นากาสี’’ติ? ‘‘ภนฺเต, อิมํ วิหารํ ปฏิชคฺคนฺโต นตฺถิ, เตนมฺหิ น คตปุพฺโพ’’ติ. ‘‘ยาว ตฺวํ พุทฺธูปฏฺฐานํ คนฺตฺวา อาคจฺฉสิ, ตาวาหํ ปฏิชคฺคิสฺสามี’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต’’ติ เนวาสิโก ‘‘ยาว มมาคมนา เถเร มา ปมชฺชิตฺถา’’ติ มนุสฺสานํ วตฺวา ปกฺกามิ.

ตโต ปฏฺฐาย อาคนฺตุโก ‘‘ตสฺส เนวาสิกสฺส อยญฺจ อยญฺจ โทโส’’ติ เต มนุสฺเส ปริภินฺทิ. อิตโรปิ สตฺถารํ วนฺทิตฺวา ปุนาคโต, อถสฺส โส เสนาสนํ น อทาสิ. โส เอกสฺมึ ฐาเน วสิตฺวา ปุนทิวเส ปิณฺฑาย คามํ ปาวิสิ, มนุสฺสา สามีจิมตฺตมฺปิ น กรึสุ. โส วิปฺปฏิสารี หุตฺวา ปุน เชตวนํ คนฺตฺวา ตํ การณํ ภิกฺขูนํ อาโรเจสิ. เต ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ – ‘‘อาวุโส, อสุโก กิร ภิกฺขุ อสุกํ ภิกฺขุํ วิหารา นิกฺกฑฺฒิตฺวา สยํ ตตฺถ วสี’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพปิ โส อิมํ วสนฏฺฐานา นิกฺกฑฺฒิเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต อรญฺเญ รุกฺขเทวตา หุตฺวา นิพฺพตฺติ. ตตฺถ วสฺสาเน สตฺตสตฺตาหํ เทโว วสฺสิ. อเถโก รตฺตมุขขุทฺทกมกฺกโฏ เอกิสฺสา อโนวสฺสิกาย ปาสาณทริยา วสมาโน เอกทิวสํ ทริทฺวาเร อเตมนฏฺฐาเน สุเขน นิสีทิ. ตตฺถ เอโก กาฬมุขมหามกฺกโฏ ตินฺโต สีเตน ปีฬิยมาโน วิจรนฺโต ตํ ตถานิสินฺนํ ทิสฺวา ‘‘อุปาเยน นํ นีหริตฺวา เอตฺถ วสิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา กุจฺฉึ โอลมฺเพตฺวา สุหิตาการํ ทสฺเสตฺวา ตสฺส ปุรโต ฐตฺวา ปฐมํ คาถมาห –

๑๔๒. ‘‘อุทุมฺพรา จิเม ปกฺกา, นิโคฺรธา จ กปิตฺถนา;

เอหิ นิกฺขม ภุญฺชสฺสุ, กึ ชิฆจฺฉาย มิยฺยสี’’ติ.

ตตฺถ กปิตฺถนาติ ปิลกฺขา. เอหิ นิกฺขมาติ เอเต อุทุมฺพราทโย ผลภารนมิตา, อหมฺปิ ขาทิตฺวา สุหิโต อาคโตสฺมิ, ตฺวมฺปิ คจฺฉ ภุญฺชสฺสูติ.

โสปิ ตสฺส วจนํ สุตฺวา สทฺทหิตฺวา ผลานิ ขาทิตุกาโม นิกฺขมิตฺวา ตตฺถ ตตฺถ วิจริตฺวา กิญฺจิ อลภนฺโต ปุนาคนฺตฺวา ตํ อนฺโตปาสาณทริยํ ปวิสิตฺวา นิสินฺนํ ทิสฺวา ‘‘วญฺเจสฺสามิ น’’นฺติ ตสฺส ปุรโต ฐตฺวา ทุติยํ คาถมาห –

๑๔๓. ‘‘เอวํ โส สุหิโต โหติ, โย วุฑฺฒมปจายติ;

ยถาหมชฺช สุหิโต, ทุมปกฺกานิ มาสิโต’’ติ.

ตตฺถ ทุมปกฺกานิ มาสิโตติ อุทุมฺพราทีนิ รุกฺขผลานิ ขาทิตฺวา อสิโต ธาโต สุหิโต.

ตํ สุตฺวา มหามกฺกโฏ ตติยํ คาถมาห –

๑๔๔. ‘‘ยํ วเนโช วเนชสฺส, วญฺเจยฺย กปิโน กปิ;

ทหโร กปิ สทฺเธยฺย, น หิ ชิณฺโณ ชรากปี’’ติ.

ตสฺสตฺโถ – ยํ วเน ชาโต กปิ วเน ชาตสฺส กปิโน วญฺจนํ กเรยฺย, ตํ ตยา สทิโส ทหโร วานโร สทฺทเหยฺย, มาทิโส ปน ชิณฺโณ ชรากปิ มหลฺลกมกฺกโฏ น หิ สทฺทเหยฺย, สตกฺขตฺตุมฺปิ ภณนฺตสฺส ตุมฺหาทิสสฺส น สทฺทหติ. อิมสฺมิญฺหิ หิมวนฺตปเทเส สพฺพํ ผลาผลํ วสฺเสน กิลินฺนํ ปติตํ, ปุน ตว อิทํ ฐานํ นตฺถิ, คจฺฉาติ. โส ตโตว ปกฺกามิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา ขุทฺทกมกฺกโฏ เนวาสิโก อโหสิ, กาฬมหามกฺกโฏ อาคนฺตุโก, รุกฺขเทวตา ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

อุทุมฺพรชาตกวณฺณนา อฏฺฐมา.

[๒๙๙] ๙. โกมารปุตฺตชาตกวณฺณนา

ปุเร ตุวนฺติ อิทํ สตฺถา ปุพฺพาราเม วิหรนฺโต เกฬิสีเล ภิกฺขู อารพฺภ กเถสิ. เต กิร ภิกฺขู สตฺถริ อุปริปาสาเท วิหรนฺเต เหฏฺฐาปาสาเท ทิฏฺฐสุตาทีนิ กเถนฺตา กลหญฺจ ปริภาสญฺจ กโรนฺตา นิสีทึสุ. สตฺถา มหาโมคฺคลฺลานํ อามนฺเตตฺวา ‘‘เอเต ภิกฺขู สํเวเชหี’’ติ อาห. เถโร อากาเส อุปฺปติตฺวา ปาทงฺคุฏฺฐเกน ปาสาทถุปิกํ ปหริตฺวา ยาว อุทกปริยนฺตา ปาสาทํ กมฺเปสิ. เต ภิกฺขู มรณภยภีตา นิกฺขมิตฺวา พหิ อฏฺฐํสู. เตสํ โส เกฬิสีลภาโว ภิกฺขูสุ ปากโฏ ชาโต. อเถกทิวสํ ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ – ‘‘อาวุโส, เอกจฺเจ ภิกฺขู เอวรูเป นิยฺยานิกสาสเน ปพฺพชิตฺวา เกฬิสีลา หุตฺวา วิจรนฺติ, ‘อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา’ติ วิปสฺสนาย กมฺมํ น กโรนฺตี’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพเปเต เกฬิสีลกาเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต เอกสฺมึ คามเก พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติ, ‘‘โกมารปุตฺโต’’ติ นํ สญฺชานึสุ. โส อปรภาเค นิกฺขมิตฺวา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา หิมวนฺตปเทเส วสิ. อถญฺเญ เกฬิสีลา ตาปสา หิมวนฺตปเทเส อสฺสมํ มาเปตฺวา วสึสุ, กสิณปริกมฺมมตฺตมฺปิ เนสํ นตฺถิ, อรญฺญโต ผลาผลานิ อาหริตฺวา ขาทิตฺวา หสมานา นานปฺปการาย เกฬิยา วีตินาเมนฺติ. เตสํ สนฺติเก เอโก มกฺกโฏ อตฺถิ, โสปิ เกฬิสีลโกว มุขวิการาทีนิ กโรนฺโต ตาปสานํ นานาวิธํ เกฬึ ทสฺเสติ. ตาปสา ตตฺถ จิรํ วสิตฺวา โลณมฺพิลเสวนตฺถาย มนุสฺสปถํ อคมํสุ. เตสํ คตกาลโต ปฏฺฐาย โพธิสตฺโต ตํ ฐานํ คนฺตฺวา วาสํ กปฺเปสิ, มกฺกโฏ เตสํ วิย ตสฺสปิ เกฬึ ทสฺเสสิ.

โพธิสตฺโต อจฺฉรํ ปหริตฺวา ‘‘สุสิกฺขิตปพฺพชิตานํ สนฺติเก วสนฺเตน นาม อาจารสมฺปนฺเนน กายาทีหิ สุสญฺญเตน ฌาเนสุ ยุตฺเตน ภวิตุํ วฏฺฏตี’’ติ ตสฺส โอวาทํ อทาสิ. โส ตโต ปฏฺฐาย สีลวา อาจารสมฺปนฺโน อโหสิ, โพธิสตฺโตปิ ตโต อญฺญตฺถ อคมาสิ. อถ เต ตาปสา โลณมฺพิลํ เสวิตฺวา ตํ ฐานํ อคมํสุ. มกฺกโฏ ปุพฺเพ วิย เตสํ เกฬึ น ทสฺเสสิ. อถ นํ ตาปสา ‘‘ปุพฺเพ, ตฺวํ อาวุโส, อมฺหากํ ปุรโต เกฬึ อกาสิ, อิทานิ น กโรสิ, กึการณา’’ติ ปุจฺฉนฺตา ปฐมํ คาถมาหํสุ –

๑๔๕. ‘‘ปุเร ตุวํ สีลวตํ สกาเส, โอกฺกนฺติกํ กีฬสิ อสฺสมมฺหิ;

กโรหเร มกฺกฏิยานิ มกฺกฏ, น ตํ มยํ สีลวตํ รมามา’’ติ.

ตตฺถ สีลวตํ สกาเสติ เกฬิสีลานํ อมฺหากํ สนฺติเก. โอกฺกนฺติกนฺติ มิโค วิย โอกฺกนฺติตฺวา กีฬสิ. กโรหเรติ เอตฺถ อเรติ อาลปนํ. มกฺกฏิยานีติ มุขมกฺกฏิกกีฬาสงฺขาตานิ มุขวิการานิ. น ตํ มยํ สีลวตํ รมามาติ ยํ ปุพฺเพ ตว เกฬิสีลํ เกฬิวตํ, ตํ มยํ เอตรหิ น รมาม, ตฺวมฺปิ โน น รมาเปสิ, กึ นุ โข การณนฺติ.

ตํ สุตฺวา มกฺกโฏ ทุติยํ คาถมาห –

๑๔๖. ‘‘สุตา หิ มยฺหํ ปรมา วิสุทฺธิ, โกมารปุตฺตสฺส พหุสฺสุตสฺส;

มา ทานิ มํ มญฺญิ ตุวํ ยถา ปุเร, ฌานานุยุตฺโต วิหรามิ อาวุโส’’ติ.

ตตฺถ มยฺหนฺติ กรณตฺเถ สมฺปทานํ. วิสุทฺธีติ ฌานวิสุทฺธิ. พหุสฺสุตสฺสาติ พหูนํ กสิณปริกมฺมานํ อฏฺฐนฺนญฺจ สมาปตฺตีนํ สุตตฺตา เจว ปฏิวิทฺธตฺตา จ พหุสฺสุตสฺส. ตุวนฺติ เตสุ เอกํ ตาปสํ อาลปนฺโต อิทานิ มา มํ ตฺวํ ปุเร วิย สญฺชานิ, นาหํ ปุริมสทิโส, อาจริโย เม ลทฺโธติ ทีเปติ.

ตํ สุตฺวา ตาปสา ตติยํ คาถมาหํสุ –

๑๔๗. ‘‘สเจปิ เสลสฺมิ วเปยฺย พีชํ, เทโว จ วสฺเส น หิ ตํ วิรูเฬฺห;

สุตา หิ เต สา ปรมา วิสุทฺธิ, อารา ตุวํ มกฺกฏ ฌานภูมิยา’’ติ.

ตสฺสตฺโถ – สเจปิ ปาสาณปิฏฺเฐ ปญฺจวิธํ พีชํ วเปยฺย, เทโว จ สมฺมา วสฺเสยฺย, อเขตฺตตาย ตํ น วิรูเฬฺหยฺย, เอวเมว ตยา ปรมา ฌานวิสุทฺธิ สุตา, ตฺวํ ปน ติรจฺฉานโยนิกตฺตา อารา ฌานภูมิยา ทูเร ฐิโต, น สกฺกา ตยา ฌานํ นิพฺพตฺเตตุนฺติ มกฺกฏํ ครหึสุ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา เกฬิสีลา ตาปสา อิเม ภิกฺขู อเหสุํ, โกมารปุตฺโต ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

โกมารปุตฺตชาตกวณฺณนา นวมา.

[๓๐๐] ๑๐. วกชาตกวณฺณนา

ปรปาณโรธา ชีวนฺโตติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ปุราณสนฺถตํ อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ วินเย (ปารา. ๕๖๕ อาทโย) วิตฺถารโต อาคตเมว. อยํ ปเนตฺถ สงฺเขโป – อายสฺมา อุปเสโน ทุวสฺสิโก เอกวสฺสิเกน สทฺธิวิหาริเกน สทฺธึ สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา สตฺถารา ครหิโต วนฺทิตฺวา ปกฺกนฺโต วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา อรหตฺตปฺปตฺโต อปฺปิจฺฉตาทิคุณยุตฺโต เตรส ธุตงฺคานิ สมาทาย ปริสมฺปิ เตรสธุตงฺคธรํ กตฺวา ภควติ เตมาสํ ปฏิสลฺลีเน สปริโส สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา ปริสํ นิสฺสาย ปฐมํ ครหํ ลภิตฺวา อธมฺมิกาย กติกาย อนนุวตฺตเน ทุติยํ สาธุการํ ลภิตฺวา ‘‘อิโต ปฏฺฐาย ธุตงฺคธรา ภิกฺขู ยถาสุขํ อุปสงฺกมิตฺวา มํ ปสฺสนฺตู’’ติ สตฺถารา กตานุคฺคโห นิกฺขมิตฺวา ภิกฺขูนํ ตมตฺถํ อาโรเจสิ. ตโต ปภุติ ภิกฺขู ธุตงฺคธรา หุตฺวา สตฺถารํ ทสฺสนาย อุปสงฺกมิตฺวา สตฺถริ ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิเต ตตฺถ ตตฺถ ปํสุกูลานิ ฉฑฺเฑตฺวา อตฺตโน ปตฺตจีวราเนว คณฺหึสุ. สตฺถา สมฺพหุเลหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ เสนาสนจาริกํ จรนฺโต ตตฺถ ตตฺถ ปติตานิ ปํสุกูลานิ ทิสฺวา ปุจฺฉิตฺวา ตมตฺถํ สุตฺวา ‘‘ภิกฺขเว, อิเมสํ นาม ภิกฺขูนํ ธุตงฺคสมาทานํ น จิรฏฺฐิติกํ วกสฺส อุโปสถกมฺมสทิสํ อโหสี’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต สกฺโก เทวราชา อโหสิ. อเถโก วโก คงฺคาตีเร ปาสาณปิฏฺเฐ วสติ, อถ คงฺคาย มโหทกํ อาคนฺตฺวา ตํ ปาสาณํ ปริกฺขิปิ. วโก อภิรุหิตฺวา ปาสาณปิฏฺเฐ นิปชฺชิ, เนวสฺส โคจโร อตฺถิ, น โคจราย คมนมคฺโค, อุทกมฺปิ วฑฺฒเตว. โส จินฺเตสิ – ‘‘มยฺหํ เนว โคจโร อตฺถิ, น โคจราย คมนมคฺโค, นิกฺกมฺมสฺส ปน นิปชฺชนโต อุโปสถกมฺมํ วร’’นฺติ มนสาว อุโปสถํ อธิฏฺฐาย สีลานิ สมาทิยิตฺวา นิปชฺชิ. ตทา สกฺโก เทวราชา อาวชฺชมาโน ตสฺส ตํ ทุพฺพลสมาทานํ ญตฺวา ‘‘เอตํ วกํ วิเหเฐสฺสามี’’ติ เอฬกรูเปน อาคนฺตฺวา ตสฺส อวิทูเร ฐตฺวา อตฺตานํ ทสฺเสสิ. วโก ตํ ทิสฺวา ‘‘อญฺญสฺมึ ทิวเส อุโปสถกมฺมํ ชานิสฺสามี’’ติ อุฏฺฐาย ตํ คณฺหิตุํ ปกฺขนฺทิ. เอฬโกปิ อิโต จิโต จ ปกฺขนฺทิตฺวา อตฺตานํ คเหตุํ นาทาสิ. วโก ตํ คเหตุํ อสกฺโกนฺโต นิวตฺติตฺวา อาคมฺม ‘‘อุโปสถกมฺมํ ตาว เม น ภิชฺชตี’’ติ ตตฺเถว ปุน นิปชฺชิ. สกฺโก สกฺกตฺตภาเวเนว อากาเส ฐตฺวา ‘‘ตาทิสสฺส ทุพฺพลชฺฌาสยสฺส กึ อุโปสถกมฺเมน, ตฺวํ มม สกฺกภาวํ อชานนฺโต เอฬกมํสํ ขาทิตุกาโม อโหสี’’ติ ตํ วิเหเฐตฺวา ครหิตฺวา เทวโลกเมว คโต.

๑๔๘. ‘‘ปรปาณโรธา ชีวนฺโต, มํสโลหิตโภชโน;