๔. อพฺภนฺตรวคฺโค

[๒๘๑] ๑. อพฺภนฺตรชาตกวณฺณนา

อพฺภนฺตโร นาม ทุโมติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต สาริปุตฺตตฺเถรสฺส พิมฺพาเทวีเถริยา อมฺพรสทานํ อารพฺภ กเถสิ. สมฺมาสมฺพุทฺเธ หิ ปวตฺติตวรธมฺมจกฺเก เวสาลิยํ กูฏาคารสาลายํ วิหรนฺเต มหาปชาปตี โคตมี ปญฺจ สากิยสตานิ อาทาย คนฺตฺวา ปพฺพชฺชํ ยาจิตฺวา ปพฺพชฺชญฺเจว อุปสมฺปทญฺจ ลภิ. อปรภาเค ตา ปญฺจสตา ภิกฺขุนิโย นนฺทโกวาทํ (ม. นิ. ๓.๓๙๘ อาทโย) สุตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณึสุ. สตฺถริ ปน สาวตฺถึ อุปนิสฺสาย วิหรนฺเต ราหุลมาตา พิมฺพาเทวี ‘‘สามิโก เม ปพฺพชิตฺวา สพฺพญฺญุตํ ปตฺโต, ปุตฺโตปิ เม ปพฺพชิตฺวา ตสฺเสว สนฺติเก วสติ, อหํ อคารมชฺเฌ กึกริสฺสามิ, อหมฺปิ ปพฺพชิตฺวา สาวตฺถึ คนฺตฺวา สมฺมาสมฺพุทฺธญฺจ ปุตฺตญฺจ นิพทฺธํ ปสฺสมานา วิหริสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ภิกฺขุนุปสฺสยํ คนฺตฺวา ปพฺพชิตฺวา อาจริยุปชฺฌายาหิ สทฺธึ สาวตฺถึ คนฺตฺวา สตฺถารญฺจ ปิยปุตฺตญฺจ ปสฺสมานา เอกสฺมึ ภิกฺขุนุปสฺสเย วาสํ กปฺเปสิ. ราหุลสามเณโร อาคนฺตฺวา มาตรํ ปสฺสติ.

อเถกทิวสํ เถริยา อุทรวาโต กุปฺปิ. สา ปุตฺเต ทฏฺฐุํ อาคเต ตสฺส ทสฺสนตฺถาย นิกฺขมิตุํ นาสกฺขิ, อญฺญาว อาคนฺตฺวา อผาสุกภาวํ กถยึสุ. โส มาตุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘กึ เต ลทฺธุํ วฏฺฏตี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘ตาต, อคารมชฺเฌ เม สกฺขรโยชิเต อมฺพรเส ปีเต อุทรวาโต วูปสมฺมติ, อิทานิ ปิณฺฑาย จริตฺวา ชีวิกํ กปฺเปม, กุโต ตํ ลภิสฺสามา’’ติ. สามเณโร ‘‘ลภนฺโต อาหริสฺสามี’’ติ วตฺวา นิกฺขมิ. ตสฺส ปนายสฺมโต อุปชฺฌาโย ธมฺมเสนาปติ, อาจริโย มหาโมคฺคลฺลาโน, จูฬปิตา อานนฺทตฺเถโร, ปิตา สมฺมาสมฺพุทฺโธติ มหาสมฺปตฺติ. เอวํ สนฺเตปิ อญฺญสฺส สนฺติกํ อคนฺตฺวา อุปชฺฌายสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา ทุมฺมุขากาโร หุตฺวา อฏฺฐาสิ. อถ นํ เถโร ‘‘กึ นุ โข, ราหุล, ทุมฺมุโข วิยาสี’’ติ อาห. ‘‘มาตุ เม, ภนฺเต, เถริยา อุทรวาโต กุปิโต’’ติ. ‘‘กึ ลทฺธุํ วฏฺฏตี’’ติ? ‘‘สกฺขรโยชิเตน กิร อมฺพรเสน ผาสุ โหตี’’ติ. ‘‘โหตุ ลภิสฺสามิ, มา จินฺตยี’’ติ.

โส ปุนทิวเส ตํ อาทาย สาวตฺถึ ปวิสิตฺวา สามเณรํ อาสนสาลายํ นิสีทาเปตฺวา ราชทฺวารํ อคมาสิ. โกสลราชา เถรํ ทิสฺวา นิสีทาเปสิ, ตงฺขณญฺเญว อุยฺยานปาโล ปิณฺฑิปกฺกานํ มธุรอมฺพานํ เอกํ ปุฏํ อาหริ. ราชา อมฺพานํ ตจํ อปเนตฺวา สกฺขรํ ปกฺขิปิตฺวา สยเมว มทฺทิตฺวา เถรสฺส ปตฺตํ ปูเรตฺวา อทาสิ. เถโร ราชนิเวสนา นิกฺขมิตฺวา อาสนสาลํ คนฺตฺวา สามเณรสฺส อทาสิ ‘‘หริตฺวา มาตุ เต เทหี’’ติ. โส หริตฺวา อทาสิ, เถริยา ปริภุตฺตมตฺเตว อุทรวาโต วูปสมิ. ราชาปิ มนุสฺสํ เปเสสิ – ‘‘เถโร อิธ นิสีทิตฺวา อมฺพรสํ น ปริภุญฺชิ, คจฺฉ กสฺสจิ ทินฺนภาวํ ชานาหี’’ติ. โส เถเรน สทฺธึเยว คนฺตฺวา ตํ ปวตฺตึ ญตฺวา อาคนฺตฺวา รญฺโญ กเถสิ. ราชา จินฺเตสิ – ‘‘สเจ สตฺถา อคารํ อชฺฌาวสิสฺส, จกฺกวตฺติราชา อภวิสฺส, ราหุลสามเณโร ปริณายกรตนํ, เถรี อิตฺถิรตนํ, สกลจกฺกวาฬรชฺชํ เอเตสญฺเญว อภวิสฺส. อเมฺหหิ เอเต อุปฏฺฐหนฺเตหิ จริตพฺพํ อสฺส, อิทานิ ปพฺพชิตฺวา อเมฺห อุปนิสฺสาย วสนฺเตสุ เอเตสุ น ยุตฺตํ อมฺหากํ ปมชฺชิตุ’’นฺติ. โส ตโต ปฏฺฐาย เถริยา นิพทฺธํ อมฺพรสํ ทาเปสิ. เถเรน พิมฺพาเทวีเถริยา อมฺพรสสฺส ทินฺนภาโว ภิกฺขุสงฺเฆ ปากโฏ ชาโต. อเถกทิวสํ ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ – ‘‘อาวุโส, สาริปุตฺตตฺเถโร กิร พิมฺพาเทวีเถรึ อมฺพรเสน สนฺตปฺเปสี’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว ราหุลมาตา สาริปุตฺเตน อมฺพรเสน สนฺตปฺปิตา, ปุพฺเพเปส เอตํ สนฺตปฺเปสิเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต กาสิคามเก พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต ตกฺกสิลายํ สพฺพสิปฺปานิ อุคฺคณฺหิตฺวา สณฺฐปิตฆราวาโส มาตาปิตูนํ อจฺจเยน อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา หิมวนฺตปเทเส อภิญฺญา จ สมาปตฺติโย จ นิพฺพตฺเตตฺวา อิสิคณปริวุโต คณสตฺถา หุตฺวา ทีฆสฺส อทฺธุโน อจฺจเยน โลณมฺพิลเสวนตฺถาย ปพฺพตปาทา โอตริตฺวา จาริกํ จรมาโน พาราณสึ ปตฺวา อุยฺยาเน วาสํ กปฺเปสิ. อถสฺส อิสิคณสฺส สีลเตเชน สกฺกสฺส ภวนํ กมฺปิ. สกฺโก อาวชฺชมาโน ตํ การณํ ญตฺวา ‘‘อิเมสํ ตาปสานํ อวาสาย ปริสกฺกิสฺสามิ, อถ เต ภินฺนาวาสา อุปทฺทุตา จรมานา จิตฺเตกคฺคตํ น ลภิสฺสนฺติ, เอวํ เม ผาสุกํ ภวิสฺสตี’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘โก นุ โข อุปาโย’’ติ วีมํสนฺโต อิมํ อุปายํ อทฺทส – มชฺฌิมยามสมนนฺตเร รญฺโญ อคฺคมเหสิยา สิริคพฺภํ ปวิสิตฺวา อากาเส ฐตฺวา ‘‘ภทฺเท, สเจ ตฺวํ อพฺภนฺตรอมฺพปกฺกํ ขาเทยฺยาสิ, ปุตฺตํ ลภิสฺสสิ, โส จกฺกวตฺติราชา ภวิสฺสตี’’ติ อาจิกฺขิสฺสามิ. ราชา เทวิยา กถํ สุตฺวา อมฺพปกฺกตฺถาย อุยฺยานํ เปเสสฺสติ, อถาหํ อมฺพานิ อนฺตรธาเปสฺสามิ, รญฺโญ อุยฺยาเน อมฺพานํ อภาวํ อาโรเจสฺสนฺติ, ‘‘เก เต ขาทนฺตี’’ติ วุตฺเต ‘‘ตาปสา ขาทนฺตี’’ติ วกฺขนฺติ, ตํ สุตฺวา ราชา ตาปเส โปเถตฺวา นีหราเปสฺสติ, เอวํ เต อุปทฺทุตา ภวิสฺสนฺตีติ.

โส มชฺฌิมยามสมนนฺตเร สิริคพฺภํ ปวิสิตฺวา อากาเส ฐิโต อตฺตโน เทวราชภาวํ ชานาเปตฺวา ตาย สทฺธึ สลฺลปนฺโต ปุริมา เทฺว คาถา อโวจ –

๙๑. ‘‘อพฺภนฺตโร นาม ทุโม, ยสฺส ทิพฺยมิทํ ผลํ;

ภุตฺวา โทหฬินี นารี, จกฺกวตฺตึ วิชายติ.

๙๒. ‘‘ตฺวมฺปิ ภทฺเท มเหสีสิ, สา จาปิ ปติโน ปิยา;

อาหริสฺสติ เต ราชา, อิทํ อพฺภนฺตรํ ผล’’นฺติ.

ตตฺถ อพฺภนฺตโร นาม ทุโมติ อิมินา ตาว คามนิคมชนปทปพฺพตาทีนํ อสุกสฺส อพฺภนฺตโรติ อวตฺวา เกวลํ เอกํ อพฺภนฺตรํ อมฺพรุกฺขํ กเถสิ. ยสฺส ทิพฺยมิทํ ผลนฺติ ยสฺส อมฺพรุกฺขสฺส เทวตานํ ปริโภคารหํ ทิพฺยํ ผลํ. อิทนฺติ ปน นิปาตมตฺตเมว. โทหฬินีติ สญฺชาตโทหฬา. ตฺวมฺปิ, ภทฺเท, มเหสีสีติ ตฺวํ, โสภเน มเหสี, อสิ. อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘มเหสี จา’’ติปิ ปาโฐ. สา จาปิ ปติโน ปิยาติ โสฬสนฺนํ เทวีสหสฺสานํ อพฺภนฺตเร อคฺคมเหสี จาปิ ปติโน จาปิ ปิยาติ อตฺโถ. อาหริสฺสติ เต ราชา, อิทํ อพฺภนฺตรํ ผลนฺติ ตสฺสา เต ปิยาย อคฺคมเหสิยา อิทํ มยา วุตฺตปฺปการํ ผลํ ราชา อาหราเปสฺสติ, สา ตฺวํ ตํ ปริภุญฺชิตฺวา จกฺกวตฺติคพฺภํ ลภิสฺสสีติ.

เอวํ สกฺโก เทวิยา อิมา เทฺว คาถา วตฺวา ‘‘ตฺวํ อปฺปมตฺตา โหหิ, มา ปปญฺจํ อกาสิ, เสฺว รญฺโญ อาโรเจยฺยาสี’’ติ ตํ อนุสาสิตฺวา อตฺตโน วสนฏฺฐานเมว คโต. สา ปุนทิวเส คิลานาลยํ ทสฺเสตฺวา ปริจาริกานํ สญฺญํ ทตฺวา นิปชฺชิ. ราชา สมุสฺสิตเสตจฺฉตฺเต สีหาสเน นิสินฺโน นาฏกานิ ปสฺสนฺโต เทวึ อทิสฺวา ‘‘กหํ, เทวี’’ติ ปริจาริเก ปุจฺฉิ. ‘‘คิลานา, เทวา’’ติ. โส ตสฺสา สนฺติกํ คนฺตฺวา สยนปสฺเส นิสีทิตฺวา ปิฏฺฐึ ปริมชฺชนฺโต ‘‘กึ เต, ภทฺเท, อผาสุก’’นฺติ ปุจฺฉิ. ‘‘มหาราช อญฺญํ อผาสุกํ นาม นตฺถิ, โทหโฬ เม อุปฺปนฺโน’’ติ. ‘‘กึ อิจฺฉสิ, ภทฺเท’’ติ? ‘‘อพฺภนฺตรอมฺพผลํ เทวา’’ติ. ‘‘อพฺภนฺตรอมฺโพ นาม กหํ อตฺถี’’ติ? ‘‘นาหํ, เทว, อพฺภนฺตรอมฺพํ ชานามิ, ตสฺส ปน เม ผลํ ลภมานาย ชีวิตํ อตฺถิ, อลภมานาย นตฺถี’’ติ. ‘‘เตน หิ อาหราเปสฺสามิ, มา จินฺตยี’’ติ ราชา เทวึ อสฺสาเสตฺวา อุฏฺฐาย คนฺตฺวา ราชปลฺลงฺเก นิสินฺโน อมจฺเจ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘เทวิยา อพฺภนฺตรอมฺเพ นาม โทหโฬ อุปฺปนฺโน, กึ กาตพฺพ’’นฺติ ปุจฺฉิ. ‘‘เทว ทฺวินฺนํ อมฺพานํ อนฺตเร ฐิโต อมฺโพ อพฺภนฺตรอมฺโพ นาม, อุยฺยานํ เปเสตฺวา อพฺภนฺตเร ฐิตอมฺพโต ผลํ อาหราเปตฺวา เทวิยา ทาเปถา’’ติ.

ราชา ‘‘สาธุ, เอวรูปํ อมฺพํ อาหรถา’’ติ อุยฺยานํ เปเสสิ. สกฺโก อตฺตโน อานุภาเวน อุยฺยาเน อมฺพานิ ขาทิตสทิสานิ กตฺวา อนฺตรธาเปสิ. อมฺพตฺถาย คตา มนุสฺสา สกลอุยฺยานํ วิจรนฺตา เอกํ อมฺพมฺปิ อลภิตฺวา คนฺตฺวา อุยฺยาเน อมฺพานํ อภาวํ รญฺโญ กถยึสุ. ‘‘เก อมฺพานิ ขาทนฺตี’’ติ? ‘‘ตาปสา, เทวา’’ติ. ‘‘ตาปเส อุยฺยานโต โปเถตฺวา นีหรถา’’ติ. มนุสฺสา ‘‘สาธู’’ติ ปฏิสฺสุณิตฺวา นีหรึสุ. สกฺกสฺส มโนรโถ มตฺถกํ ปาปุณิ. เทวี อมฺพผลตฺถาย นิพทฺธํ กตฺวา นิปชฺชิเยว. ราชา กตฺตพฺพกิจฺจํ อปสฺสนฺโต อมจฺเจ จ พฺราหฺมเณ จ สนฺนิปาตาเปตฺวา ‘‘อพฺภนฺตรอมฺพสฺส อตฺถิภาวํ ชานาถา’’ติ ปุจฺฉิ. พฺราหฺมณา อาหํสุ – ‘‘เทว, อพฺภนฺตรอมฺโพ นาม เทวตานํ ปริโภโค, ‘หิมวนฺเต กญฺจนคุหาย อนฺโต อตฺถี’ติ อยํ โน ปรมฺปราคโต อนุสฺสโว’’ติ. ‘‘โก ปน ตโต อมฺพํ อาหริตุํ สกฺขิสฺสตี’’ติ? ‘‘น สกฺกา ตตฺถ มนุสฺสภูเตน คนฺตุํ, เอกํ สุวโปตกํ เปเสตุํ วฏฺฏตี’’ติ.

เตน จ สมเยน ราชกุเล เอโก สุวโปตโก มหาสรีโร กุมารกานํ ยานกจกฺกนาภิมตฺโต ถามสมฺปนฺโน ปญฺญวา อุปายกุสโล. ราชา ตํ อาหราเปตฺวา ‘‘ตาต สุวโปตก, อหํ ตว พหูปกาโร, กญฺจนปญฺชเร วสสิ, สุวณฺณตฏฺฏเก มธุลาเช ขาทสิ, สกฺขรปานกํ ปิวสิ, ตยาปิ อมฺหากํ เอกํ กิจฺจํ นิตฺถริตุํ วฏฺฏตี’’ติ อาห. ‘‘กึ, เทวา’’ติ. ‘‘ตาต เทวิยา อพฺภนฺตรอมฺเพ โทหโฬ อุปฺปนฺโน, โส จ อมฺโพ หิมวนฺเต กญฺจนปพฺพตนฺตเร อตฺถิ เทวตานํ ปริโภโค, น สกฺกา มนุสฺสภูเตน ตตฺถ คนฺตุํ, ตยา ตโต อมฺพผลํ อาหริตุํ วฏฺฏตี’’ติ. ‘‘สาธุ, เทว, อาหริสฺสามี’’ติ. อถ นํ ราชา สุวณฺณตฏฺฏเก มธุลาเช ขาทาเปตฺวา สกฺขรปานกํ ปาเยตฺวา สตปากเตเลน ตสฺส ปกฺขนฺตรานิ มกฺเขตฺวา อุโภหิ หตฺเถหิ คเหตฺวา สีหปญฺชเร ฐตฺวา อากาเส วิสฺสชฺเชสิ. โสปิ รญฺโญ นิปจฺจการํ ทสฺเสตฺวา อากาเส ปกฺขนฺทนฺโต มนุสฺสปถํ อติกฺกมฺม หิมวนฺเต ปฐเม ปพฺพตนฺตเร วสนฺตานํ สุกานํ สนฺติกํ คนฺตฺวา อพฺภนฺตรอมฺโพ นาม กตฺถ อตฺถิ, กเถถ เม ตํ ฐาน’’นฺติ ปุจฺฉิ. ‘‘มยํ น ชานาม, ทุติเย ปพฺพตนฺตเร สุกา ชานิสฺสนฺตี’’ติ.

โส เตสํ วจนํ สุตฺวา ตโต อุปฺปติตฺวา ทุติยํ ปพฺพตนฺตรํ อคมาสิ, ตถา ตติยํ, จตุตฺถํ, ปญฺจมํ, ฉฏฺฐํ อคมาสิ. ตตฺถปิ นํ สุกา ‘‘น มยํ ชานาม, สตฺตมปพฺพตนฺตเร สุกา ชานิสฺสนฺตี’’ติ อาหํสุ. โส ตตฺถปิ คนฺตฺวา ‘‘อพฺภนฺตรอมฺโพ นาม กตฺถ อตฺถี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘อสุกฏฺฐาเน นาม กญฺจนปพฺพตนฺตเร’’ติ อาหํสุ. ‘‘อหํ ตสฺส ผลตฺถาย อาคโต, มํ ตตฺถ เนตฺวา ตโต เม ผลํ ทาเปถา’’ติ. สุกคณา อาหํสุ – ‘‘สมฺม, โส เวสฺสวณมหาราชสฺส ปริโภโค, น สกฺกา อุปสงฺกมิตุํ, สกลรุกฺโข มูลโต ปฏฺฐาย สตฺตหิ โลหชาเลหิ ปริกฺขิตฺโต, สหสฺสกุมฺภณฺฑรกฺขสา รกฺขนฺติ, เตหิ ทิฏฺฐสฺส ชีวิตํ นาม นตฺถิ, กปฺปุฏฺฐานคฺคิอวีจิมหานิรยสทิสฏฺฐานํ, มา ตตฺถ ปตฺถนํ กรี’’ติ. ‘‘สเจ ตุเมฺห น คจฺฉถ, มยฺหํ ฐานํ อาจิกฺขถา’’ติ. ‘‘เตน หิ อสุเกน จ อสุเกน จ ฐาเนน ยาหี’’ติ. โส เตหิ อาจิกฺขิตวเสเนว สุฏฺฐุ มคฺคํ อุปธาเรตฺวา ตํ ฐานํ คนฺตฺวา ทิวา อตฺตานํ อทสฺเสตฺวา มชฺฌิมยามสมนนฺตเร รกฺขสานํ นิทฺโทกฺกมนสมเย อพฺภนฺตรอมฺพสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา เอเกน มูลนฺตเรน สณิกํ อภิรุหิตุํ อารภิ. โลหชาลํ ‘‘กิรี’’ติ สทฺทมกาสิ.

รกฺขสา ปพุชฺฌิตฺวา สุกโปตกํ ทิสฺวา ‘‘อมฺพโจโรย’’นฺติ คเหตฺวา กมฺมกรณํ สํวิทหึสุ. เอโก ‘‘มุเข ปกฺขิปิตฺวา คิลิสฺสามิ น’’นฺติ อาห, อปโร ‘‘หตฺเถหิ มทฺทิตฺวา ปุญฺชิตฺวา วิปฺปกิริสฺสามิ น’’นฺติ, อปโร ‘‘เทฺวธา ผาเลตฺวา องฺคาเรสุ ปจิตฺวา ขาทิสฺสามี’’ติ. โส เตสํ กมฺมกรณสํวิธานํ สุตฺวาปิ อสนฺตสิตฺวาว เต รกฺขเส อามนฺเตตฺวา ‘‘อมฺโภ รกฺขสา, ตุเมฺห กสฺส มนุสฺสา’’ติ อาห. ‘‘เวสฺสวณมหาราชสฺสา’’ติ. ‘‘อมฺโภ, ตุเมฺหปิ เอกสฺส รญฺโญว มนุสฺสา, อหมฺปิ รญฺโญว มนุสฺโส, พาราณสิราชา มํ อพฺภนฺตรอมฺพผลตฺถาย เปเสสิ, สฺวาหํ ตตฺเถว อตฺตโน รญฺโญ ชีวิตํ ทตฺวา อาคโต. โย หิ อตฺตโน มาตาปิตูนญฺเจว สามิกสฺส จ อตฺถาย ชีวิตํ ปริจฺจชติ, โส เทวโลเกเยว นิพฺพตฺตติ, ตสฺมา อหมฺปิ อิมมฺหา ติรจฺฉานโยนิยา จวิตฺวา เทวโลเก นิพฺพตฺติสฺสามี’’ติ วตฺวา ตติยํ คาถมาห –

๙๓. ‘‘ภตฺตุรตฺเถ ปรกฺกนฺโต, ยํ ฐานมธิคจฺฉติ;

สูโร อตฺตปริจฺจาคี, ลภมาโน ภวามห’’นฺติ.

ตตฺถ ภตฺตุรตฺเถติ ภตฺตา วุจฺจนฺติ ภตฺตาทีหิ ภรณโปสกา ปิตา มาตา สามิโก จ, อิติ ติวิธสฺสเปตสฺส ภตฺตุ อตฺถาย. ปรกฺกนฺโตติ ปรกฺกมํ กโรนฺโต วายมนฺโต. ยํ ฐานมธิคจฺฉตีติ ยํ สุขการณํ ยสํ วา ลาภํ วา สคฺคํ วา อธิคจฺฉติ. สูโรติ อภีรุ วิกฺกมสมฺปนฺโน. อตฺตปริจฺจาคีติ กาเย จ ชีวิเต จ นิรเปกฺโข หุตฺวา ตสฺส ติวิธสฺสปิ ภตฺตุ อตฺถาย อตฺตานํ ปริจฺจชนฺโต. ลภมาโน ภวามหนฺติ ยํ โส เอวรูโป สูโร เทวสมฺปตฺตึ วา มนุสฺสสมฺปตฺตึ วา ลภติ, อหมฺปิ ตํ ลภมาโน ภวามิ, ตสฺมา หาโสว เม เอตฺถ, น ตาโส, กึ มํ ตุเมฺห ตาเสถาติ.

เอวํ โส อิมาย คาถาย เตสํ ธมฺมํ เทเสสิ. เต ตสฺส ธมฺมกถํ สุตฺวา ปสนฺนจิตฺตา ‘‘ธมฺมิโก เอส, น สกฺกา มาเรตุํ, วิสฺสชฺเชม น’’นฺติ วตฺวา สุกโปตกํ วิสฺสชฺเชตฺวา ‘อมฺโภ สุกโปตก, มุตฺโตสิ, อมฺหากํ หตฺถโต โสตฺถินา คจฺฉา’’ติ อาหํสุ. ‘‘มยฺหํ อาคมนํ มา ตุจฺฉํ กโรถ, เทถ เม เอกํ อมฺพผล’’นฺติ. ‘‘สุกโปตก, ตุยฺหํ เอกํ อมฺพผลํ ทาตุํ นาม น ภาโร, อิมสฺมึ ปน รุกฺเข อมฺพานิ องฺเกตฺวา คหิตานิ, เอกสฺมึ ผเล อสเมนฺเต อมฺหากํ ชีวิตํ นตฺถิ. เวสฺสวเณน หิ กุชฺฌิตฺวา สกึ โอโลกิเต ตตฺตกปาเล ปกฺขิตฺตติลา วิย กุมฺภณฺฑสหสฺสํ ภิชฺชิตฺวา วิปฺปกิรียติ, เตน เต ทาตุํ น สกฺโกม, ลภนฏฺฐานํ ปน อาจิกฺขิสฺสามา’’ติ. ‘‘โย โกจิ เทตุ, ผเลเนว เม อตฺโถ, ลภนฏฺฐานํ อาจิกฺขถา’’ติ. ‘‘เอตสฺส กญฺจนปพฺพตสฺส อนฺตเร โชติรโส นาม ตาปโส อคฺคึ ชุหมาโน กญฺจนปตฺติยา นาม ปณฺณสาลายํ วสติ เวสฺสวณสฺส กุลูปโก, เวสฺสวโณ ตสฺส นิพทฺธํ จตฺตาริ อมฺพผลานิ เปเสติ, ตสฺส สนฺติกํ คจฺฉา’’ติ.

โส ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ตาปสสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. อถ นํ ตาปโส ‘‘กุโต อาคโตสี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘พาราณสิรญฺโญ สนฺติกา’’ติ. ‘‘กิมตฺถาย อาคโตสี’’ติ? ‘‘สามิ, อมฺหากํ รญฺโญ เทวิยา อพฺภนฺตรอมฺพปกฺเก โทหโฬ อุปฺปนฺโน, ตทตฺถํ อาคโตมฺหิ, รกฺขสา ปน เม สยํ อมฺพปกฺกํ อทตฺวา ตุมฺหากํ สนฺติกํ เปเสสุ’’นฺติ. ‘‘เตน หิ นิสีท, ลภิสฺสสี’’ติ. อถสฺส เวสฺสวโณ จตฺตาริ ผลานิ เปเสสิ. ตาปโส ตโต เทฺว ปริภุญฺชิ, เอกํ สุวโปตกสฺส ขาทนตฺถาย อทาสิ. เตน ตสฺมึ ขาทิเต เอกํ ผลํ สิกฺกาย ปกฺขิปิตฺวา สุวโปตกสฺส คีวาย ปฏิมุญฺจิตฺวา ‘‘อิทานิ คจฺฉา’’ติ สุกโปตกํ วิสฺสชฺเชสิ. โส ตํ อาหริตฺวา เทวิยา อทาสิ. สา ตํ ขาทิตฺวา โทหฬํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภสิ, ตโตนิทานํ ปนสฺสา ปุตฺโต นาโหสิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา เทวี ราหุลมาตา อโหสิ, สุโก อานนฺโท, อมฺพปกฺกทายโก ตาปโส สาริปุตฺโต, อุยฺยาเน นิวุตฺถตาปโส ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

อพฺภนฺตรชาตกวณฺณนา ปฐมา.

[๒๘๒] ๒. เสยฺยชาตกวณฺณนา

เสยฺยํโส เสยฺยโส โหตีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ โกสลรญฺโญ อมจฺจํ อารพฺภ กเถสิ. โส กิร รญฺโญ พหูปกาโร สพฺพกิจฺจนิปฺผาทโก อโหสิ. ราชา ‘‘พหูปกาโร เม อย’’นฺติ ตสฺส มหนฺตํ ยสํ อทาสิ. ตํ อสหมานา อญฺเญ รญฺโญ เปสุญฺญํ อุปสํหริตฺวา ตํ ปริภินฺทึสุ. ราชา เตสํ วจนํ สทฺทหิตฺวา โทสํ อนุปปริกฺขิตฺวาว ตํ สีลวนฺตํ นิทฺโทสํ สงฺขลิกพนฺธเนน พนฺธาเปตฺวา พนฺธนาคาเร ปกฺขิปาเปสิ. โส ตตฺถ เอกโก วสนฺโต สีลสมฺปตฺตึ นิสฺสาย จิตฺเตกคฺคตํ ลภิตฺวา เอกคฺคจิตฺโต สงฺขาเร สมฺมสิตฺวา โสตาปตฺติผลํ ปาปุณิ. อถสฺส ราชา อปรภาเค นิทฺโทสภาวํ ญตฺวา สงฺขลิกพนฺธนํ ภินฺทาเปตฺวา ปุริมยสโต มหนฺตตรํ ยสํ อทาสิ. โส ‘‘สตฺถารํ วนฺทิสฺสามี’’ติ พหูนิ มาลาคนฺธาทีนิ อาทาย วิหารํ คนฺตฺวา ตถาคตํ ปูเชตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. สตฺถา เตน สทฺธึ ปฏิสนฺถารํ กโรนฺโต ‘‘อนตฺโถ กิร เต อุปฺปนฺโนติ อสฺสุมฺหา’’ติ อาห. ‘‘อาม, ภนฺเต, อุปฺปนฺโน, อหํ ปน เตน อนตฺเถน อตฺถํ อกาสึ, พนฺธนาคาเร นิสีทิตฺวา โสตาปตฺติผลํ นิพฺพตฺเตสิ’’นฺติ. สตฺถา ‘‘น โข, อุปาสก, ตฺวญฺเญว อนตฺเถน อตฺถํ อาหริ, โปราณกปณฺฑิตาปิ อตฺตโน อนตฺเถน อตฺถํ อาหรึ สุเยวา’’ติ วตฺวา เตน ยาจิโต อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต ตสฺส อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิมฺหิ นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต ตกฺกสิลายํ สพฺพสิปฺปานิ อุคฺคณฺหิตฺวา ปิตุ อจฺจเยน รชฺเช ปติฏฺฐาย ทส ราชธมฺเม อโกเปตฺวา ทานํ เทติ, ปญฺจ สีลานิ รกฺขติ, อุโปสถกมฺมํ กโรติ. อถสฺเสโก อมจฺโจ อนฺเตปุเร ปทุสฺสิ. ปาทมูลิกาทโย ญตฺวา ‘‘อสุกอมจฺโจ อนฺเตปุเร ปทุฏฺโฐ’’ติ รญฺโญ อาโรเจสุํ. ราชา ปริคฺคณฺหนฺโต ยถาสภาวโต ญตฺวา ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘มา มํ อิโต ปฏฺฐาย อุปฏฺฐาหี’’ติ นิพฺพิสยํ อกาสิ. โส คนฺตฺวา อญฺญตรํ สามนฺตราชานํ อุปฏฺฐหีติ สพฺพํ วตฺถุ เหฏฺฐา มหาสีลวชาตเก (ชา. ๑.๑.๕๑) กถิตสทิสเมว. อิธาปิ โส ราชา ติกฺขตฺตุํ วีมํสิตฺวา ตสฺส อมจฺจสฺส วจนํ สทฺทหิตฺวา ‘‘พาราณสิรชฺชํ คณฺหิสฺสามี’’ติ มหนฺเตน ปริวาเรน รชฺชสีมํ ปาปุณิ. พาราณสิรญฺโญ สตฺตสตมตฺตา มหาโยธา ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา ‘‘เทว, อสุโก นาม กิร ราชา พาราณสิรชฺชํ คณฺหิสฺสามี’ติ ชนปทํ ภินฺทนฺโต อาคจฺฉติ, เอตฺเถว นํ คนฺตฺวา คณฺหิสฺสามา’’ติ อาหํสุ. ‘‘มยฺหํ ปรวิหึสาย ลทฺเธน รชฺเชน กิจฺจํ นตฺถิ, มา กิญฺจิ กริตฺถา’’ติ?

โจรราชา อาคนฺตฺวา นครํ ปริกฺขิปิ, ปุน อมจฺจา ราชานํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘เทว, มา เอวํ กริตฺถ, คณฺหิสฺสาม น’’นฺติ อาหํสุ. ราชา ‘‘น ลพฺภา กิญฺจิ กาตุํ, นครทฺวารานิ วิวรถา’’ติ วตฺวา สยํ อมจฺจคณปริวุโต มหาตเล ราชปลฺลงฺเก นิสีทิ. โจรราชา จตูสุ ทฺวาเรสุ มนุสฺเส โปเถนฺโต นครํ ปวิสิตฺวา ปาสาทํ อภิรุยฺห อมจฺจปริวุตํ ราชานํ คาหาเปตฺวา สงฺขลิกาหิ พนฺธาเปตฺวา พนฺธนาคาเร ปกฺขิปาเปสิ. ราชา พนฺธนาคาเร นิสินฺโนว โจรราชานํ เมตฺตายนฺโต เมตฺตชฺฌานํ อุปฺปาเทสิ. ตสฺส เมตฺตานุภาเวน โจรรญฺโญ กาเย ฑาโห อุปฺปชฺชิ, สกลสรีรํ ยมกอุกฺกาหิ ฌาปิยมานํ วิย ชาตํ. โส มหาทุกฺขาภิตุนฺโน ‘‘กึ นุ โข การณ’’นฺติ ปุจฺฉิ. ‘‘ตุเมฺห สีลวนฺตํ ราชานํ พนฺธนาคาเร ปกฺขิเปถ, เตน โว อิทํ ทุกฺขํ อุปฺปนฺนํ ภวิสฺสตี’’ติ. โส คนฺตฺวา โพธิสตฺตํ ขมาเปตฺวา ‘‘ตุมฺหากํ รชฺชํ ตุมฺหากเมว โหตู’’ติ รชฺชํ ตสฺเสว นิยฺยาเทตฺวา ‘‘อิโต ปฏฺฐาย ตุมฺหากํ ปจฺจตฺถิโก เม ภาโร โหตู’’ติ วตฺวา ปทุฏฺฐามจฺจสฺส ราชาณํ กาเรตฺวา อตฺตโน นครเมว คโต.

โพธิสตฺโต อลงฺกตมหาตเล สมุสฺสิตเสตจฺฉตฺเต ราชปลฺลงฺเก นิสินฺโน อมจฺเจหิ สทฺธึ สลฺลปนฺโต ปุริมา เทฺวคาถา อโวจ –

๙๔. ‘‘เสยฺยํโส เสยฺยโส โหติ, โย เสยฺยมุปเสวติ;

เอเกน สนฺธึ กตฺวาน, สตํ วชฺเฌ อโมจยึ.

๙๕. ‘‘ตสฺมา สพฺเพน โลเกน, สนฺธึ กตฺวาน เอกโต;

เปจฺจ สคฺคํ นิคจฺเฉยฺย, อิทํ สุณาถ กาสิยา’’ติ.

ตตฺถ เสยฺยํโส เสยฺยโส โหติ, โย เสยฺยมุปเสวตีติ อนวชฺชอุตฺตมธมฺมสงฺขาโต เสยฺโย อํโส โกฏฺฐาโส อสฺสาติ เสยฺยํโส, กุสลธมฺมนิสฺสิตปุคฺคโล. โย ปุนปฺปุนํ ตํ เสยฺยํ กุสลธมฺมภาวนํ กุสลาภิรตํ วา อุตฺตมปุคฺคลมุปเสวติ, โส เสยฺยโส โหติ ปาสํสตโร เจว อุตฺตริตโร จ โหติ. เอเกน สนฺธึ กตฺวาน, สตํ วชฺเฌ อโมจยินฺติ ตทมินาปิ เจตํ เวทิตพฺพํ – อหญฺหิ เสยฺยํ เมตฺตาภาวนํ อุปเสวนฺโต ตาย เมตฺตาภาวนาย เอเกน โจรรญฺญา สนฺธึ สนฺถวํ กตฺวา เมตฺตาภาวนํ ภาเวตฺวา ตุเมฺห สตชเน วชฺเฌ อโมจยึ.

ทุติยคาถาย อตฺโถ – ยสฺมา อหํ เอเกน สทฺธึ เอกโต เมตฺตาภาวนาย สนฺธึ กตฺวา ตุเมฺห วชฺฌปฺปตฺเต สตชเน โมจยึ, ตสฺมา เวทิตพฺพเมเวตํ, ตสฺมา สพฺเพน โลเกน สทฺธึ เมตฺตาภาวนาย สนฺธึ กตฺวา เอกโต ปุคฺคโล เปจฺจ ปรโลเก สคฺคํ นิคจฺเฉยฺย. เมตฺตาย หิ อุปจารํ กามาวจเร ปฏิสนฺธึ เทติ, อปฺปนา พฺรหฺมโลเก. อิทํ มม วจนํ สพฺเพปิ ตุเมฺห กาสิรฏฺฐวาสิโน สุณาถาติ.

เอวํ มหาสตฺโต มหาชนสฺส เมตฺตาภาวนาย คุณํ วณฺเณตฺวา ทฺวาทสโยชนิเก พาราณสินคเร เสตจฺฉตฺตํ ปหาย หิมวนฺตํ ปวิสิตฺวา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิ. สตฺถา สมฺมาสมฺพุทฺโธ หุตฺวา ตติยํ คาถมาห –

๙๖. ‘‘อิทํ วตฺวา มหาราชา, กํโส พาราณสิคฺคโห;

ธนุํ กณฺฑญฺจ นิกฺขิปฺป, สํยมํ อชฺฌุปาคมี’’ติ.

ตตฺถ มหนฺโต ราชาติ มหาราชา. กํโสติ ตสฺส นามํ. พาราณสึ คเหตฺวา อชฺฌาวสนโต พาราณสิคฺคโห. โส ราชา อิทํ วจนํ วตฺวา ธนุญฺจ สรสงฺขาตํ กณฺฑญฺจ นิกฺขิปฺป โอหาย ฉฑฺเฑตฺวา สีลสํยมํ อุปคโต ปพฺพชิโต, ปพฺพชิตฺวา จ ปน ฌานํ อุปฺปาเทตฺวา อปริหีนชฺฌาโน พฺรหฺมโลเก อุปฺปนฺโนติ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา โจรราชา อานนฺโท อโหสิ, พาราณสิราชา ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

เสยฺยชาตกวณฺณนา ทุติยา.

[๒๘๓] ๓. วฑฺฒกีสูกรชาตกวณฺณนา

วรํ วรํ ตฺวนฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ธนุคฺคหติสฺสตฺเถรํ อารพฺภ กเถสิ. ปเสนทิรญฺโญ ปิตา มหาโกสโล พิมฺพิสารรญฺโญ ธีตรํ เวเทหึ นาม โกสลเทวึ ททมาโน ตสฺสา นฺหานจุณฺณมูลํ สตสหสฺสุฏฺฐานํ กาสิคามํ อทาสิ. อชาตสตฺตุนา ปน ปิตริ มาริเต โกสลเทวีปิ โสกาภิภูตา กาลมกาสิ. ตโต ปเสนทิ โกสลราชา จินฺเตสิ – ‘‘อชาตสตฺตุนา ปิตา มาริโต, ภคินีปิ เม สามิเก กาลกเต เตน โสเกน กาลกตา, ปิตุฆาตกสฺส โจรสฺส กาสิคามํ น ทสฺสามี’’ติ. โส ตํ อชาตสตฺตุสฺส น อทาสิ. ตํ คามํ นิสฺสาย เตสํ ทฺวินฺนมฺปิ กาเลน กาลํ ยุทฺธํ โหติ, อชาตสตฺตุ ตรุโณ สมตฺโถ, ปเสนทิ มหลฺลโกเยว. โส อภิกฺขณํ ปรชฺชติ, มหาโกสลสฺสาปิ มนุสฺสา เยภุยฺเยน ปราชิตา. อถ ราชา ‘‘มยํ อภิณฺหํ ปรชฺชาม, กึ นุ โข กาตพฺพ’’นฺติ อมจฺเจ ปุจฺฉิ. ‘‘เทว, อยฺยา นาม มนฺตจฺเฉกา โหนฺติ, เชตวนวิหาเร ภิกฺขูนํ กถํ โสตุํ วฏฺฏตี’’ติ. ราชา ‘‘เตน หิ ตายํ เวลายํ ภิกฺขูนํ กถาสลฺลาปํ สุณาถา’’ติ จรปุริเส อาณาเปสิ. เต ตโต ปฏฺฐาย ตถา อกํสุ.

ตสฺมึ ปน กาเล เทฺว มหลฺลกตฺเถรา วิหารปจฺจนฺเต ปณฺณสาลายํ วสนฺติ ทตฺตตฺเถโร จ ธนุคฺคหติสฺสตฺเถโร จ. เตสุ ธนุคฺคหติสฺสตฺเถโร ปฐมยาเมปิ มชฺฌิมยาเมปิ นิทฺทายิตฺวา ปจฺฉิมยาเม ปพุชฺฌิตฺวา อุมฺมุกฺกานิ โสเธตฺวา อคฺคึ ชาเลตฺวา นิสินฺนโก อาห – ‘‘ภนฺเต, ทตฺตตฺเถรา’’ติ. ‘‘กึ, ภนฺเต, ติสฺสตฺเถรา’’ติ? ‘‘กึ นิทฺทายสิ โน ตฺว’’นฺติ. ‘‘อนิทฺทายนฺตา กึ กริสฺสามา’’ติ? ‘‘อุฏฺฐาย ตาว นิสีทถา’’ติ. โส อุฏฺฐาย นิสินฺโน ตํ ทตฺตตฺเถรํ อาห – ‘‘ภนฺเต ทตฺตตฺเถร, อยํ เต โลโล มโหทรโกสโล จาฏิมตฺตํ ภตฺตเมว ปูตึ กโรติ, ยุทฺธวิจารณํ ปน กิญฺจิ น ชานาติ, ปราชิโต ปราชิโตเตฺวว วทาเปตี’’ติ. ‘‘กึ ปน กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ? ตสฺมึ ขเณ เต จรปุริสา เตสํ กถํ สุณนฺตา อฏฺฐํสุ.

ธนุคฺคหติสฺสตฺเถโร ยุทฺธํ วิจาเรสิ – ‘‘ภนฺเต, ยุทฺโธ นาม ติวิโธ – ปทุมพฺยูโห, จกฺกพฺยูโห, สกฏพฺยูโหติ. อชาตสตฺตุํ คณฺหิตุกาเมน อสุเก นาม ปพฺพตกุจฺฉิสฺมึ ทฺวีสุ ปพฺพตภิตฺตีสุ มนุสฺเส ฐเปตฺวา ปุรโต ทุพฺพลพลํ ทสฺเสตฺวา ปพฺพตนฺตรํ ปวิฏฺฐภาวํ ชานิตฺวา ปวิฏฺฐมคฺคํ โอจฺฉินฺทิตฺวา ปุรโต จ ปจฺฉโต จ อุโภสุ ปพฺพตภิตฺตีสุ วคฺคิตฺวา อุนฺนทิตฺวา ขิเป ปติตมจฺฉํ วิย อนฺโตมุฏฺฐิยํ วฏฺฏโปตกํ วิย จ กตฺวา สกฺกา อสฺส ตํ คเหตุ’’นฺติ. จรปุริสา ตํ สาสนํ รญฺโญ อาโรเจสุํ. ตํ สุตฺวา ราชา สงฺคามเภรึ จราเปตฺวา คนฺตฺวา สกฏพฺยูหํ กตฺวา อชาตสตฺตุํ ชีวคฺคาหํ คาหาเปตฺวา อตฺตโน ธีตรํ วชิรกุมารึ ภาคิเนยฺยสฺส ทตฺวา กาสิคามํ ตสฺสา นฺหานมูลํ กตฺวา ทตฺวา อุยฺโยเชสิ. สา ปวตฺติ ภิกฺขุสงฺเฆ ปากฏา ชาตา. อเถกทิวสํ ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ – ‘‘อาวุโส, โกสลราชา กิร ธนุคฺคหติสฺสตฺเถรสฺส วิจารณาย อชาตสตฺตุํ ชินี’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพปิ ธนุคฺคหติสฺโส ยุทฺธวิจารณาย เฉโกเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต อรญฺเญ รุกฺขเทวตา หุตฺวา นิพฺพตฺติ. ตทา พาราณสึ นิสฺสาย นิวุตฺถวฑฺฒกิคามกา เอโก วฑฺฒกี ถมฺภตฺถาย อรญฺญํ คนฺตฺวา อาวาเฏ ปติตํ สูกรโปตกํ ทิสฺวา ตํ ฆรํ เนตฺวา ปฏิชคฺคิ. โส วุฑฺฒิปฺปตฺโต มหาสรีโร วงฺกทาโฐ อาจารสมฺปนฺโน อโหสิ, วฑฺฒกินา โปสิตตฺตา ปน ‘‘วฑฺฒกีสูกโร’’เตฺวว ปญฺญายิ. วฑฺฒกิสฺส รุกฺขตจฺฉนกาเล ตุณฺเฑน รุกฺขํ ปริวตฺเตติ, มุเขน ฑํสิตฺวา วาสิผรสุนิขาทนมุคฺคเร อาหรติ, กาลสุตฺตโกฏิยํ คณฺหาติ. อถ โส วฑฺฒกี ‘‘โกจิเทว, นํ ขาเทยฺยา’’ติ ภเยน เนตฺวา อรญฺเญ วิสฺสชฺเชสิ. โสปิ อรญฺญํ ปวิสิตฺวา เขมํ ผาสุกฏฺฐานํ โอโลเกนฺโต เอกํ ปพฺพตนฺตเร มหนฺตํ คิริกนฺทรํ อทฺทส สมฺปนฺนกนฺทมูลผลํ ผาสุกํ วสนฏฺฐานํ อเนกสตสูกรสมากิณฺณํ. เต สูกรา ตํ ทิสฺวา ตสฺส สนฺติกํ อาคมํสุ. โสปิ เต อาห – ‘‘อหํ ตุเมฺหว โอโลเกนฺโต วิจรามิ, อปิจ โว มยา ทิฏฺฐา, อิทญฺจ ฐานํ รมณียํ, อหมฺปิ อิทานิ อิเธว วสิสฺสามี’’ติ. ‘‘สจฺจํ อิทํ ฐานํ รมณียํ, ปริสฺสโย ปเนตฺถ อตฺถี’’ติ. ‘‘อหมฺปิ ตุเมฺห ทิสฺวา เอตํ อญฺญาสึ, เอวํ โคจรสมฺปนฺเน ฐาเน วสนฺตานํ โว สรีเรสุ มํสโลหิตํ นตฺถิ, กึ ปน โว เอตฺถ ภย’’นฺติ? ‘‘เอโก พฺยคฺโฆ ปาโตว อาคนฺตฺวา ทิฏฺฐทิฏฺฐํเยว คเหตฺวา คจฺฉตี’’ติ. ‘‘กึ ปน โส นิพทฺธํ คณฺหาติ, อุทาหุ อนฺตรนฺตรา’’ติ? ‘‘นิพทฺธํ คณฺหาตี’’ติ. ‘‘กติ ปน เต พฺยคฺฆา’’ติ? ‘‘เอโกเยวา’’ติ. ‘‘เอตฺตกา ตุเมฺห เอกสฺส ยุชฺฌิตุํ น สกฺโกถา’’ติ? ‘‘อาม, น สกฺโกมา’’ติ. ‘‘อหํ ตํ คณฺหิสฺสามิ, เกวลํ ตุเมฺห มม วจนํ กโรถ, โส พฺยคฺโฆ กหํ วสตี’’ติ? ‘‘เอตสฺมึ ปพฺพเต’’ติ.

โส รตฺติญฺเญว สูกเร จราเปตฺวา ยุทฺธํ วิจาเรนฺโต ‘‘ยุทฺธํ นาม ปทุมพฺยูหจกฺกพฺยูหสกฏพฺยูหวเสน ติวิธํ โหตี’’ติ วตฺวา ปทุมพฺยูหวเสน วิจาเรสิ. โส หิ ภูมิสีสํ ชานาติ. ตสฺมา ‘‘อิมสฺมึ ฐาเน ยุทฺธํ วิจาเรตุํ วฏฺฏตี’’ติ สูกรปิลฺลเก มาตโร จ เตสํ มชฺฌฏฺฐาเน ฐเปสิ. โส ตา อาวิชฺฌิตฺวา มชฺฌิมสูกริโย, ตา อาวิชฺฌิตฺวา โปตกสูกเร, เต อาวิชฺฌิตฺวา ชรสูกเร, เต อาวิชฺฌิตฺวา ทีฆทาฐสูกเร, เต อาวิชฺฌิตฺวา ยุทฺธสมตฺเถ พลวตรสูกเร ทส วีส ตึส ชเน ตสฺมึ ตสฺมึ ฐาเน พลคุมฺพํ กตฺวา ฐเปสิ. อตฺตโน ฐิตฏฺฐานสฺส ปุรโต เอกํ ปริมณฺฑลํ อาวาฏํ ขณาเปสิ, ปจฺฉโต เอกํ สุปฺปสณฺฐานํ อนุปุพฺพนินฺนํ ปพฺภารสทิสํ. ตสฺส สฏฺฐิสตฺตติมตฺเต โยธสูกเร อาทาย ตสฺมึ ตสฺมึ ฐาเน ‘‘มา ภายิตฺถา’’ติ กมฺมํ วิจารโต อรุณํ อุฏฺฐหิ.

พฺยคฺโฆ อุฏฺฐาย ‘‘กาโล’’ติ ญตฺวา คนฺตฺวา เตสํ สมฺมุขา ฐิเต ปพฺพตตเล ฐตฺวา อกฺขีนิ อุมฺมีเลตฺวา สูกเร โอโลเกสิ. วฑฺฒกีสูกโร ‘‘ปฏิโอโลเกถ น’’นฺติ สูกรานํ สญฺญํ อทาสิ, เต ปฏิโอโลเกสุํ. พฺยคฺโฆ มุขํ อุคฺฆาเฏตฺวา อสฺโสสิ, สูกราปิ ตถา กรึสุ. พฺยคฺโฆ มุตฺตํ ฉฑฺเฑสิ, สูกราปิ ฉฑฺฑยึสุ. อิติ ยํ ยํ โส กโรติ, ตํ ตํ เต ปฏิกรึสุ. โส จินฺเตสิ – ‘‘ปุพฺเพ สูกรา มยา โอโลกิตกาเล ปลายนฺตา ปลายิตุมฺปิ น สกฺโกนฺติ, อชฺช อปลายิตฺวา มม ปฏิสตฺตุ หุตฺวา มยา กตเมว ปฏิกโรนฺติ. เอตสฺมึ ภูมิสีเส ฐิโต เอโก เตสํ สํวิธายโกปิ อตฺถิ, อชฺช มยฺหํ คตสฺส ชโย น ปญฺญายตี’’ติ. โส นิวตฺติตฺวา อตฺตโน วสนฏฺฐานเมว อคมาสิ. เตน ปน คหิตมํสขาทโก เอโก กูฏชฏิโล อตฺถิ, โส ตํ ตุจฺฉหตฺถเมว อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา เตน สทฺธึ สลฺลปนฺโต ปฐมํ คาถมาห –

๙๗. ‘‘วรํ วรํ ตฺวํ นิหนํ ปุเร จริ,

อสฺมึ ปเทเส อภิภุยฺย สูกเร;

โสทานิ เอโก พฺยปคมฺม ฌายสิ,

พลํ นุ เต พฺยคฺฆ น จชฺช วิชฺชตี’’ติ.

ตตฺถ วรํ วรํ ตฺวํ นิหนํ ปุเร จริ, อสฺมึ ปเทเส อภิภุยฺย สูกเรติ อมฺโภ พฺยคฺฆ, ตฺวํ ปุพฺเพ อิมสฺมึ ปเทเส สพฺพสูกเร อภิภวิตฺวา อิเมสุ สูกเรสุ วรํ วรํ ตฺวํ อุตฺตมุตฺตมํ สูกรํ นิหนนฺโต วิจริ. โสทานิ เอโก พฺยปคมฺม ฌายสีติ โส ตฺวํ อิทานิ อญฺญตรํ สูกรํ อคฺคเหตฺวา เอกโกว อปคนฺตฺวา ฌายสิ ปชฺฌายสิ. พลํ นุ เต พฺยคฺฆ น จชฺช วิชฺชตีติ กึ นุ เต, อมฺโภ พฺยคฺฆ, อชฺช กายพลํ นตฺถีติ.

ตํ สุตฺวา พฺยคฺโฆ ทุติยํ คาถมาห –

๙๘. ‘‘อิเม สุทํ ยนฺติ ทิโสทิสํ ปุเร, ภยฏฺฏิตา เลณคเวสิโน ปุถู;

เต ทานิ สงฺคมฺม วสนฺติ เอกโต, ยตฺถฏฺฐิตา ทุปฺปสหชฺชเม มยา’’ติ.

ตตฺถ สุทนฺติ นิปาโต. อยํ ปน สงฺเขปตฺโถ – อิเม สูกรา ปุพฺเพ มํ ทิสฺวา ภเยน อฏฺฏิตา ปีฬิตา อตฺตโน เลณคเวสิโน ปุถู วิสุํ วิสุํ หุตฺวา ทิโสทิสํ ยนฺติ, ตํ ตํ ทิสํ อภิมุขา ปลายนฺติ, เต ทานิ สพฺเพปิ สมาคนฺตฺวา เอกโต วสนฺติ ติฏฺฐนฺติ, ตญฺจ ภูมิสีสํ อุปคตา, ยตฺถ ฐิตา ทุปฺปสหา ทุมฺมทฺทยา อชฺช อิเม มยาติ.

อถสฺส อุสฺสาหํ ชเนนฺโต กูฏชฏิโล ‘‘มา ภายิ, คจฺฉ ตยิ นทิตฺวา ปกฺขนฺทนฺเต สพฺเพปิ ภีตา ภิชฺชิตฺวา ปลายิสฺสนฺตี’’ติ อาห. พฺยคฺโฆ ตสฺมึ อุสฺสาหํ ชเนนฺเต สูโร หุตฺวา ปุน คนฺตฺวา ปพฺพตตเล อฏฺฐาสิ. วฑฺฒกีสูกโร ทฺวินฺนํ อาวาฏานํ อนฺตเร อฏฺฐาสิ. สูกรา ‘‘สามิ, มหาโจโร ปุนาคโต’’ติ อาหํสุ. ‘‘มา ภายิตฺถ, อิทานิ ตํ คณฺหิสฺสามี’’ติ. พฺยคฺโฆ นทิตฺวา วฑฺฒกีสูกรสฺส อุปริ ปตติ, สูกโร ตสฺส อตฺตโน อุปริ ปตนกาเล ปริวตฺติตฺวา เวเคน อุชุกํ ขตอาวาเฏ ปติ. พฺยคฺโฆ เวคํ สนฺธาเรตุํ อสกฺโกนฺโต อุปริภาเคน คนฺตฺวา สุปฺปมุขสฺส ติริยํ ขตอาวาฏสฺส อติสมฺพาเธ มุขฏฺฐาเน ปติตฺวา ปุญฺชกโต วิย อโหสิ. สูกโร อาวาฏา อุตฺตริตฺวา อสนิเวเคน คนฺตฺวา พฺยคฺฆํ อนฺตรสตฺถิมฺหิ ทาฐาย ปหริตฺวา ยาว วกฺกปเทสา ผาเลตฺวา ปญฺจมธุรมํสํ ทาฐาย ปลิเวเฐตฺวา พฺยคฺฆสฺส มตฺถเก อาวิชฺฌิตฺวา ‘‘คณฺหถ ตุมฺหากํ ปจฺจามิตฺต’’นฺติ อุกฺขิปิตฺวา พหิอาวาเฏ ฉฑฺเฑสิ. ปฐมํ อาคตา พฺยคฺฆมํสํ ลภึสุ, ปจฺฉา อาคตา ‘‘พฺยคฺฆมํสํ กีทิสํ โหตี’’ติ เตสํ มุขํ อุปสิงฺฆนฺตา วิจรึสุ.

สูกรา น ตาว ตุสฺสนฺติ. วฑฺฒกีสูกโร เตสํ อิงฺฆิตํ ทิสฺวา ‘‘กึ นุ โข ตุเมฺห น ตุสฺสถา’’ติ อาห. ‘‘สามิ, กึ เอเตน พฺยคฺเฆน ฆาติเตน, อญฺโญ ปน พฺยคฺฆอาณาปนสมตฺโถ กูฏชฏิโล อตฺถิเยวา’’ติ. ‘‘โก นาเมโส’’ติ? ‘‘เอโก ทุสฺสีลตาปโส’’ติ. ‘‘พฺยคฺโฆปิ มยา ฆาติโต, โส เม กึ ปโหติ, เอถ คณฺหิสฺสาม น’’นฺติ สูกรฆฏาย สทฺธึ ปายาสิ. กูฏตาปโสปิ พฺยคฺเฆ จิรายนฺเต ‘‘กึ นุ โข สูกรา พฺยคฺฆํ คณฺหึสู’’ติ ปฏิปถํ คจฺฉนฺโต เต สูกเร อาคจฺฉนฺเต ทิสฺวา อตฺตโน ปริกฺขารํ อาทาย ปลายนฺโต เตหิ อนุพนฺธิโต ปริกฺขารํ ฉฑฺเฑตฺวา เวเคน อุทุมฺพรรุกฺขํ อภิรุหิ. สูกรา ‘‘อิทานิมฺห, สามิ, นฏฺฐา, ตาปโส ปลายิตฺวา รุกฺขํ อภิรุหี’’ติ อาหํสุ. ‘‘กึ รุกฺขํ นามา’’ติ? ‘‘อุทุมฺพรรุกฺข’’นฺติ. โส ‘‘สูกริโย อุทกํ อาหรนฺตุ, สูกรโปตกา ปถวึ ขณนฺตุ, ทีฆทาฐา สูกรา มูลานิ ฉินฺทนฺตุ, เสสา ปริวาเรตฺวา อารกฺขนฺตู’’ติ สํวิทหิตฺวา เตสุ ตถา กโรนฺเตสุ สยํ อุทุมฺพรสฺส อุชุกํ ถูลมูลํ ผรสุนา ปหรนฺโต วิย เอกปฺปหารเมว กตฺวา อุทุมฺพรรุกฺขํ ปาเตสิ. ปริวาเรตฺวา ฐิตสูกรา กูฏชฏิลํ ภูมิยํ ปาเตตฺวา ขณฺฑาขณฺฑิกํ กตฺวา ยาว อฏฺฐิโต ขาทิตฺวา วฑฺฒกีสูกรํ อุทุมฺพรขนฺเธเยว นิสีทาเปตฺวา กูฏชฏิลสฺส ปริโภคสงฺเขน อุทกํ อาหริตฺวา อภิสิญฺจิตฺวา ราชานํ กรึสุ, เอกญฺจ ตรุณสูกรึ ตสฺส อคฺคมเหสึ อกํสุ. ตโต ปฏฺฐาย กิร ยาวชฺชตนา ราชาโน อุทุมฺพรภทฺทปีเฐ นิสีทาเปตฺวา ตีหิ สงฺเขหิ อภิสิญฺจนฺติ.

ตสฺมึ วนสณฺเฑ อธิวตฺถา เทวตา ตํ อจฺฉริยํ ทิสฺวา เอกสฺมึ วิฏปนฺตเร สูกรานํ อภิมุขา หุตฺวา ตติยํ คาถมาห –

๙๙. ‘‘นมตฺถุ สงฺฆาน สมาคตานํ, ทิสฺวา สยํ สขฺย วทามิ อพฺภุตํ;

พฺยคฺฆํ มิคา ยตฺถ ชินึสุ ทาฐิโน, สามคฺคิยา ทาฐพเลสุ มุจฺจเร’’ติ.

ตตฺถ นมตฺถุ สงฺฆานนฺติ อยํ มม นมกฺกาโร สมาคตานํ สูกรสงฺฆานํ อตฺถุ. ทิสฺวา สยํ สขฺย วทามิ อพฺภุตนฺติ อิทํ ปุพฺเพ อภูตปุพฺพํ อพฺภุตํ สขฺยํ มิตฺตภาวํ สยํ ทิสฺวา วทามิ. พฺยคฺฆํ มิคา ยตฺถ ชินึสุ ทาฐิโนติ ยตฺร หิ นาม ทาฐิโน สูกรมิคา พฺยคฺฆํ ชินึสุ, อยเมว วา ปาโฐ. สามคฺคิยา ทาฐพเลสุ มุจฺจเรติ ยา สา ทาฐพเลสุ สูกเรสุ สามคฺคี เอกชฺฌาสยตา, ตาย เตสุ สามคฺคิยา เต ทาฐพลา ปจฺจามิตฺตํ คเหตฺวา อชฺช มรณภยา มุตฺตาติ อตฺโถ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา ธนุคฺคหติสฺโส วฑฺฒกีสูกโร อโหสิ, รุกฺขเทวตา ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

วฑฺฒกีสูกรชาตกวณฺณนา ตติยา.

[๒๘๔] ๔. สิริชาตกวณฺณนา

ยํ อุสฺสุกา สงฺฆรนฺตีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ สิริโจรพฺราหฺมณํ อารพฺภ กเถสิ. อิมสฺมึ ชาตเก ปจฺจุปฺปนฺนวตฺถุ เหฏฺฐา ขทิรงฺคารชาตเก (ชา. ๑.๑.๔๐) วิตฺถาริตเมว. อิธาปิ ปน สา อนาถปิณฺฑิกสฺส ฆเร จตุตฺเถ ทฺวารโกฏฺฐเก วสนกา มิจฺฉาทิฏฺฐิเทวตา ทณฺฑกมฺมํ กโรนฺตี จตุปญฺญาสหิรญฺญโกฏิโย อาหริตฺวา โกฏฺเฐ ปูเรตฺวา เสฏฺฐินา สทฺธึ สหายิกา อโหสิ. อถ นํ โส อาทาย สตฺถุ สนฺติกํ เนสิ. สตฺถา ตสฺสา ธมฺมํ เทเสสิ, สา ธมฺมํ สุตฺวา โสตาปนฺนา อโหสิ. ตโต ปฏฺฐาย เสฏฺฐิโน ยโส ยถาโปราโณว ชาโต. อเถโก สาวตฺถิวาสี สิริลกฺขณญฺญู พฺราหฺมโณ จินฺเตสิ – ‘‘อนาถปิณฺฑิโก ทุคฺคโต หุตฺวา ปุน อิสฺสโร ชาโต, ยํนูนาหํ ตํ ทฏฺฐุกาโม วิย คตฺวา ตสฺส ฆรโต สิรึ เถเนตฺวา อาคจฺเฉยฺย’’นฺติ. โส ตสฺส ฆรํ คนฺตฺวา เตน กตสกฺการสมฺมาโน สารณียกถาย วตฺตมานาย ‘‘กิมตฺถํ อาคโตสี’’ติ วุตฺเต ‘‘กตฺถ นุ โข สิรี ปติฏฺฐิตา’’ติ โอโลเกสิ. เสฏฺฐิโน จ สพฺพเสโต โธตสงฺขปฏิภาโค กุกฺกุโฏ สุวณฺณปญฺชเร ปกฺขิปิตฺวา ฐปิโต อตฺถิ, ตสฺส จูฬาย สิรี ปติฏฺฐาสิ. พฺราหฺมโณ โอโลกยมาโน สิริยา ตตฺถ ปติฏฺฐิตภาวํ ญตฺวา อาห – ‘‘อหํ, มหาเสฏฺฐิ, ปญฺจสเต มาณเว มนฺเต วาเจมิ, อกาลรวึ เอกํ กุกฺกุฏํ นิสฺสาย เต จ มยญฺจ กิลมาม, อยญฺจ กิร กุกฺกุโฏ กาลรวี, อิมสฺสตฺถาย อาคโตมฺหิ, เทหิ เม เอตํ กุกฺกุฏ’’นฺติ. ‘‘คณฺห, พฺราหฺมณ, เทมิ เต กุกฺกุฏ’’นฺติ. ‘‘เทมี’’ติ จ วุตฺตกฺขเณเยว สิรี ตสฺส จูฬโต อปคนฺตฺวา อุสฺสีสเก ฐปิเต มณิกฺขนฺเธ ปติฏฺฐาสิ.

พฺราหฺมโณ สิริยา มณิมฺหิ ปติฏฺฐิตภาวํ ญตฺวา มณิมฺปิ ยาจิ. ‘‘มณิมฺปิ เทมี’’ติ วุตฺตกฺขเณเยว สิรี มณิโต อปคนฺตฺวา อุสฺสีสเก ฐปิตอารกฺขยฏฺฐิยํ ปติฏฺฐาสิ. พฺราหฺมโณ สิริยา ตตฺถ ปติฏฺฐิตภาวํ ญตฺวา ตมฺปิ ยาจิ. ‘‘คเหตฺวา คจฺฉาหี’’ติ วุตฺตกฺขเณเยว สิรี ยฏฺฐิโต อปคนฺตฺวา ปุญฺญลกฺขณเทวิยา นาม เสฏฺฐิโน อคฺคมเหสิยา สีเส ปติฏฺฐาสิ. สิริโจรพฺราหฺมโณ ตตฺถ ปติฏฺฐิตภาวํ ญตฺวา ‘‘อวิสฺสชฺชิยภณฺฑํ เอตํ, ยาจิตุมฺปิ น สกฺกา’’ติ จินฺเตตฺวา เสฏฺฐึ เอตทโวจ – ‘‘มหาเสฏฺฐิ, อหํ ตุมฺหากํ เคเห ‘สิรึ เถเนตฺวา คมิสฺสามี’ติ อาคจฺฉึ, สิรี ปน เต กุกฺกุฏสฺส จูฬายํ ปติฏฺฐิตา อโหสิ, ตสฺมึ มม ทินฺเน ตโต อปคนฺตฺวา มณิมฺหิ ปติฏฺฐหิ, มณิมฺหิ ทินฺเน อารกฺขยฏฺฐิยํ ปติฏฺฐหิ, อารกฺขยฏฺฐิยา ทินฺนาย ตโต อปคนฺตฺวา ปุญฺญลกฺขณเทวิยา สีเส ปติฏฺฐหิ, ‘อิทํ โข ปน อวิสฺสชฺชิยภณฺฑ’นฺติ อิมมฺปิ เม น คหิตํ, น สกฺกา ตว สิรึ เถเนตุํ, ตว สนฺตกํ ตเวว โหตู’’ติ อุฏฺฐายาสนา ปกฺกามิ. อนาถปิณฺฑิโก ‘‘อิมํ การณํ สตฺถุ กเถสฺสามี’’ติ วิหารํ คนฺตฺวา สตฺถารํ ปูเชตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสินฺโน สพฺพํ ตถาคตสฺส อาโรเจสิ. สตฺถา ตํ สุตฺวา ‘‘น โข, คหปติ, อิทาเนว อญฺเญสํ สิรี อญฺญตฺถ คจฺฉติ, ปุพฺเพปิ อปฺปปุญฺเญหิ อุปฺปาทิตสิรี ปน ปุญฺญวนฺตานํเยว ปาทมูลํ คตา’’ติ วตฺวา เตน ยาจิโต อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต กาสิรฏฺเฐ พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต ตกฺกสิลายํ สิปฺปํ อุคฺคณฺหิตฺวา อคารํ อชฺฌาวสนฺโต มาตาปิตูนํ กาลกิริยาย สํวิคฺโค นิกฺขมิตฺวา หิมวนฺตปเทเส อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา อภิญฺญา จ สมาปตฺติโย จ อุปฺปาเทตฺวา ทีฆสฺส อทฺธุโน อจฺจเยน โลณมฺพิลเสวนตฺถาย ชนปทํ คนฺตฺวา พาราณสิรญฺโญ อุยฺยาเน วสิตฺวา ปุนทิวเส ภิกฺขํ จรมาโน หตฺถาจริยสฺส ฆรทฺวารํ อคมาสิ. โส ตสฺส อาจารวิหาเร ปสนฺโน ภิกฺขํ ทตฺวา อุยฺยาเน วสาเปตฺวา นิจฺจํ ปฏิชคฺคิ. ตสฺมึ กาเล เอโก กฏฺฐหารโก อรญฺญโต ทารูนิ อาหรนฺโต เวลาย นครทฺวารํ ปาปุณิตุํ นาสกฺขิ. สายํ เอกสฺมึ เทวกุเล ทารุกลาปํ อุสฺสีสเก กตฺวา นิปชฺชิ, เทวกุเล วิสฺสฏฺฐา พหู กุกฺกุฏา ตสฺส อวิทูเร เอกสฺมึ รุกฺเข สยึสุ. เตสุ อุปริสยิตกุกฺกุโฏ ปจฺจูสกาเล วจฺจํ ปาเตนฺโต เหฏฺฐาสยิตกุกฺกุฏสฺส สรีเร ปาเตสิ. ‘‘เกน เม สรีเร วจฺจํ ปาติต’’นฺติ จ วุตฺเต ‘‘มยา’’ติ อาห. ‘‘กึการณา’’ติ จ วุตฺเต ‘‘อนุปธาเรตฺวา’’ติ วตฺวา ปุนปิ ปาเตสิ. ตโต อุโภปิ อญฺญมญฺญํ กุทฺธา ‘‘กึ เต พลํ, กึ เต พล’’นฺติ กลหํ กรึสุ. อถ เหฏฺฐาสยิตกุกฺกุโฏ อาห – ‘‘มํ มาเรตฺวา องฺคาเร ปกฺกมํสํ ขาทนฺโต ปาโตว กหาปณสหสฺสํ ลภตี’’ติ. อุปริสยิตกุกฺกุโฏ อาห – ‘‘อมฺโภ, มา ตฺวํ เอตฺตเกน คชฺชิ, มม ถูลมํสํ ขาทนฺโต ราชา โหติ, พหิมํสํ ขาทนฺโต ปุริโส เจ, เสนาปติฏฺฐานํ, อิตฺถี เจ, อคฺคมเหสิฏฺฐานํ ลภติ. อฏฺฐิมํสํ ปน เม ขาทนฺโต คิหี เจ, ภณฺฑาคาริกฏฺฐานํ, ปพฺพชิโต เจ, ราชกุลูปกภาวํ ลภตี’’ติ.

กฏฺฐหารโก เตสํ วจนํ สุตฺวา ‘‘รชฺเช ปตฺเต สหสฺเสน กิจฺจํ นตฺถี’’ติ สณิกํ อภิรุหิตฺวา อุปริสยิตกุกฺกุฏํ คเหตฺวา มาเรตฺวา อุจฺฉงฺเค กตฺวา ‘‘ราชา ภวิสฺสามี’’ติ คนฺตฺวา วิวฏทฺวาเรเนว นครํ ปวิสิตฺวา กุกฺกุฏํ นิตฺตจํ กตฺวา อุทรํ โสเธตฺวา ‘‘อิทํ กุกฺกุฏมํสํ สาธุกํ สมฺปาเทหี’’ติ ปชาปติยา อทาสิ. สา กุกฺกุฏมํสญฺจ ภตฺตญฺจ สมฺปาเทตฺวา ‘‘ภุญฺช, สามี’’ติ ตสฺส อุปนาเมสิ. ‘‘ภทฺเท, เอตํ มํสํ มหานุภาวํ, เอตํ ขาทิตฺวา อหํ ราชา ภวิสฺสามิ, ตฺวํ อคฺคมเหสี ภวิสฺสสิ, ตํ ภตฺตญฺจ มํสญฺจ อาทาย คงฺคาตีรํ คนฺตฺวา นฺหายิตฺวา ภุญฺชิสฺสามา’’ติ ภตฺตภาชนํ ตีเร ฐเปตฺวา นฺหานตฺถาย โอตรึสุ. ตสฺมึ ขเณ วาเตน ขุภิตํ อุทกํ อาคนฺตฺวา ภตฺตภาชนํ อาทาย อคมาสิ. ตํ นทีโสเตน วุยฺหมานํ เหฏฺฐานทิยํ หตฺถึ นฺหาเปนฺโต เอโก หตฺถาจริโย มหามตฺโต ทิสฺวา อุกฺขิปาเปตฺวา วิวราเปตฺวา ‘‘กิเมตฺถา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘ภตฺตญฺเจว กุกฺกุฏมํสญฺจ สามี’’ติ. โส ตํ ปิทหาเปตฺวา ลญฺฉาเปตฺวา ‘‘ยาว มยํ อาคจฺฉาม, ตาวิมํ ภตฺตํ มา วิวรา’’ติ ภริยาย เปเสสิ. โสปิ โข กฏฺฐหารโก มุขโต ปวิฏฺเฐน วาลุโกทเกน อุทฺธุมาตอุทโร ปลายิ.

อเถโก ตสฺส หตฺถาจริยสฺส กุลูปโก ทิพฺพจกฺขุกตาปโส ‘‘มยฺหํ อุปฏฺฐาโก หตฺถิฏฺฐานํ น วิชหติ, กทา นุ โข สมฺปตฺตึ ปาปุณิสฺสตี’’ติ ทิพฺพจกฺขุนา อุปธาเรนฺโต ตํ ปุริสํ ทิสฺวา ตํ การณํ ญตฺวา ปุเรตรํ คนฺตฺวา หตฺถาจริยสฺส นิเวสเน นิสีทิ. หตฺถาจริโย อาคนฺตฺวา ตํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสินฺโน ตํ ภตฺตภาชนํ อาหราเปตฺวา ‘‘ตาปสํ มํโสทเนน ปริวิสถา’’ติ อาห. ตาปโส ภตฺตํ คเหตฺวา มํเส ทียมาเน อคฺคเหตฺวา ‘‘อิมํ มํสํ อหํ วิจาเรมี’’ติ วตฺวา ‘‘วิจาเรถ, ภนฺเต’’ติ วุตฺเต ถูลมํสาทีนิ เอเกกํ โกฏฺฐาสํ กาเรตฺวา ถูลมํสํ หตฺถาจริยสฺส ทาเปสิ, พหิมํสํ ตสฺส ภริยาย, อฏฺฐิมํสํ อตฺตนา ปริภุญฺชิ. โส ภตฺตกิจฺจาวสาเน คจฺฉนฺโต ‘‘ตฺวํ อิโต ตติยทิวเส ราชา ภวิสฺสสิ, อปฺปมตฺโต โหหี’’ติ วตฺวา ปกฺกามิ. ตติยทิวเส เอโก สามนฺตราชา อาคนฺตฺวา พาราณสึ ปริวาเรสิ. พาราณสิราชา หตฺถาจริยํ ราชเวสํ คาหาเปตฺวา ‘‘หตฺถึ อภิรุหิตฺวา ยุชฺฌา’’ติ อาณาเปตฺวา สยํ อญฺญาตกเวเสน เสนาย วิจาเรนฺโต เอเกน มหาเวเคน สเรน วิทฺโธ ตงฺขณญฺเญว มริ. ตสฺส มตภาวํ ญตฺวา หตฺถาจริโย พหู กหาปเณ นีหราเปตฺวา ‘‘ธนตฺถิกา ปุรโต หุตฺวา ยุชฺฌนฺตู’’ติ เภรึ จราเปสิ. พลกาโย มุหุตฺเตเนว สามนฺตราชานํ ชีวิตกฺขยํ ปาเปสิ. อมจฺจา รญฺโญ สรีรกิจฺจํ กตฺวา ‘‘กํ ราชานํ กโรมา’’ติ มนฺตยมานา ‘‘อมฺหากํ ราชา ชีวมาโน อตฺตโน เวสํ หตฺถาจริยสฺส อทาสิ, อยเมว ยุทฺธํ กตฺวา รชฺชํ คณฺหิ, เอตสฺเสว รชฺชํ ทสฺสามา’’ติ ตํ รชฺเชน อภิสิญฺจึสุ, ภริยมฺปิสฺส อคฺคมเหสึ อกํสุ. โพธิสตฺโต ราชกุลูปโก อโหสิ.

สตฺถา อตีตํ อาหริตฺวา อภิสมฺพุทฺโธ หุตฺวา อิมา เทฺว คาถา อภาสิ –

๑๐๐. ‘‘ยํ อุสฺสุกา สงฺฆรนฺติ, อลกฺขิกา พหุํ ธนํ;

สิปฺปวนฺโต อสิปฺปา จ, ลกฺขิวา ตานิ ภุญฺชติ.

๑๐๑. ‘‘สพฺพตฺถ กตปุญฺญสฺส, อติจฺจญฺเญว ปาณิโน;

อุปฺปชฺชนฺติ พหู โภคา, อปฺปนายตเนสุปี’’ติ.

ตตฺถ ยํ อุสฺสุกาติ ยํ ธนสงฺฆรเณ อุสฺสุกฺกมาปนฺนา ฉนฺทชาตา กิจฺเฉน พหุํ ธนํ สงฺฆรนฺติ.‘‘เย อุสฺสุกา’’ติปิ ปาโฐ, เย ปุริสา ธนสํหรเณ อุสฺสุกา หตฺถิสิปฺปาทิวเสน สิปฺปวนฺโต อสิปฺปา จ อนฺตมโส เวตเนน กมฺมํ กตฺวา พหุํ ธนํ สงฺฆรนฺตีติ อตฺโถ. ลกฺขิวา ตานิ ภุญฺชตีติ ตานิ ‘‘พหุํ ธน’’นฺติ วุตฺตานิ ธนานิ ปุญฺญวา ปุริโส อตฺตโน ปุญฺญผลํ ปริภุญฺชนฺโต กิญฺจิ กมฺมํ อกตฺวาปิ ปริภุญฺชติ.

อติจฺจญฺเญว ปาณิโนติ อติจฺจ อญฺเญ เอว ปาณิโน. เอว-กาโร ปุริมปเทน โยเชตพฺโพ, สพฺพตฺเถว กตปุญฺญสฺส อญฺเญ อกตปุญฺเญ สตฺเต อติกฺกมิตฺวาติ อตฺโถ. อปฺปนายตเนสุปีติ อปิ อนายตเนสุปิ อรตนากเรสุ รตนานิ อสุวณฺณายตนาทีสุ สุวณฺณาทีนิ อหตฺถายตนาทีสุ หตฺถิอาทโยติ สวิญฺญาณกอวิญฺญาณกา พหู โภคา อุปฺปชฺชนฺติ. ตตฺถ มุตฺตามณิอาทีนํ อนากเร อุปฺปตฺติยํ ทุฏฺฐคามณิอภยมหาราชสฺส วตฺถุ กเถตพฺพํ.

สตฺถา ปน อิมา คาถา วตฺวา ‘‘คหปติ, อิเมสํ สตฺตานํ ปุญฺญสทิสํ อญฺญํ อายตนํ นาม นตฺถิ, ปุญฺญวนฺตานญฺหิ อนากเรสุ รตนานิ อุปฺปชฺชนฺติเยวา’’ติ วตฺวา อิมํ ธมฺมํ เทเสสิ –

‘‘เอส เทวมนุสฺสานํ, สพฺพกามทโท นิธิ;

ยํ ยเทวาภิปตฺเถนฺติ, สพฺพเมเตน ลพฺภติ.

‘‘สุวณฺณตา สุสรตา, สุสณฺฐานา สุรูปตา;

อาธิปจฺจปริวาโร, สพฺพเมเตน ลพฺภติ.

‘‘ปเทสรชฺชํ อิสฺสริยํ, จกฺกวตฺติสุขํ ปิยํ;

เทวรชฺชมฺปิ ทิพฺเพสุ, สพฺพเมเตน ลพฺภติ.

‘‘มานุสฺสิกา จ สมฺปตฺติ, เทวโลเก จ ยา รติ;

ยา จ นิพฺพานสมฺปตฺติ, สพฺพเมเตน ลพฺภติ.

‘‘มิตฺตสมฺปทมาคมฺม, โยนิโสว ปยุญฺชโต;

วิชฺชาวิมุตฺติวสีภาโว, สพฺพเมเตน ลพฺภติ.

‘‘ปฏิสมฺภิทา วิโมกฺขา จ, ยา จ สาวกปารมี;

ปจฺเจกโพธิ พุทฺธภูมิ, สพฺพเมเตน ลพฺภติ.

‘‘เอวํ มหตฺถิกา เอสา, ยทิทํ ปุญฺญสมฺปทา;

ตสฺมา ธีรา ปสํสนฺติ, ปณฺฑิตา กตปุญฺญต’’นฺติ. (ขุ. ปา. ๘.๑๐-๑๖);

อิทานิ เยสุ อนาถปิณฺฑิกสฺส สิรี ปติฏฺฐิตา, ตานิ รตนานิ ทสฺเสตุํ ‘‘กุกฺกุโฏ’’ติอาทิมาห.

๑๐๒. ‘‘กุกฺกุโฏ มณโย ทณฺโฑ, ถิโย จ ปุญฺญลกฺขณา;

อุปฺปชฺชนฺติ อปาปสฺส, กตปุญฺญสฺส ชนฺตุโน’’ติ.

ตตฺถ ทณฺโฑติ อารกฺขยฏฺฐึ สนฺธาย วุตฺตํ, ถิโยติ เสฏฺฐิภริยํ ปุญฺญลกฺขณเทวึ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว. คาถํ วตฺวา จ ปน ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา ราชา อานนฺโท อโหสิ, กุลูปกตาปโส ปน อหเมว สมฺมาสมฺพุทฺโธ อโหสิ’’นฺติ.

สิริชาตกวณฺณนา จตุตฺถา.

[๒๘๕] ๕. มณิสูกรชาตกวณฺณนา

ทริยา สตฺต วสฺสานีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต สุนฺทรีมารณํ อารพฺภ กเถสิ. เตน โข ปน สมเยน ภควา สกฺกโต โหติ ครุกโตติ วตฺถุ อุทาเน (อุทา. ๓๘) อาคตเมว. อยํ ปเนตฺถ สงฺเขโป – ภควโต กิร ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ ปญฺจนฺนํ มหานทีนํ มโหฆสทิเส ลาภสกฺกาเร อุปฺปนฺเน หตลาภสกฺการา อญฺญติตฺถิยา สูริยุคฺคมนกาเล ขชฺโชปนกา วิย นิปฺปภา หุตฺวา เอกโต สนฺนิปติตฺวา มนฺตยึสุ – ‘‘มยํ สมณสฺส โคตมสฺส อุปฺปนฺนกาลโต ปฏฺฐาย หตลาภสกฺการา, น โกจิ อมฺหากํ อตฺถิภาวมฺปิ ชานาติ, เกน นุ โข สทฺธึ เอกโต หุตฺวา สมณสฺส โคตมสฺส อวณฺณํ อุปฺปาเทตฺวา ลาภสกฺการมสฺส อนฺตรธาเปยฺยามา’’ติ. อถ เนสํ เอตทโหสิ – ‘‘สุนฺทริยา สทฺธึ เอกโต หุตฺวา สกฺกุณิสฺสามา’’ติ.

เต เอกทิวสํ สุนฺทรึ ติตฺถิยารามํ ปวิสิตฺวา วนฺทิตฺวา ฐิตํ นาลปึสุ. สา ปุนปฺปุนํ สลฺลปนฺตีปิ ปฏิวจนํ อลภิตฺวา ‘‘อปิ นุ, อยฺยา, ตุเมฺห เกนจิ วิเหฐิตาตฺถา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘กึ, ภคินิ, สมณํ โคตมํ อเมฺห วิเหเฐตฺวา หตลาภสกฺกาเร กตฺวา วิจรนฺตํ น ปสฺสสี’’ติ. สา เอวมาห – ‘‘มยา เอตฺถ กึ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ? ตฺวํ โขสิ, ภคินิ, อภิรูปา โสภคฺคปฺปตฺตา, สมณสฺส โคตมสฺส อยสํ อาโรเปตฺวา มหาชนํ ตว กถํ คาหาเปตฺวา หตลาภสกฺการํ กโรหี’’ติ? สา ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา วนฺทิตฺวา ปกฺกนฺตา. ตโต ปฏฺฐาย มาลาคนฺธวิเลปนกปฺปูรกฏุกผลาทีนิ คเหตฺวา สายํ มหาชนสฺส สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา นครํ ปวิสนกาเล เชตวนาภิมุขี คจฺฉติ. ‘‘กหํ คจฺฉสี’’ติ จ ปุฏฺฐา ‘‘สมณสฺส โคตมสฺส สนฺติกํ, อหญฺหิ เตน สทฺธึ เอกคนฺธกุฏิยํ วสามี’’ติ วตฺวา อญฺญตรสฺมึ ติตฺถิยาราเม วสิตฺวา ปาโตว เชตวนมคฺคํ โอตริตฺวา นคราภิมุขี คจฺฉติ. ‘‘กึ, สุนฺทริ, กหํ คตาสี’’ติ จ ปุฏฺฐา ‘‘สมเณน โคตเมน สทฺธึ เอกคนฺธกุฏิยํ วสิตฺวา ตํ กิเลสรติยา รมาเปตฺวา อาคตามฺหี’’ติ วทติ.

อถ นํ กติปาหจฺจเยน ธุตฺตานํ กหาปเณ ทตฺวา ‘‘คจฺฉถ สุนฺทรึ มาเรตฺวา สมณสฺส โคตมสฺส คนฺธกุฏิยา สมีเป มาลากจวรนฺตเร นิกฺขิปิตฺวา เอถา’’ติ วทึสุ, เต ตถา อกํสุ. ตโต ติตฺถิยา ‘‘สุนฺทรึ น ปสฺสามา’’ติ โกลาหลํ กตฺวา รญฺโญ อาโรเจตฺวา ‘‘กหํ โว อาสงฺกา’’ติ วุตฺตา ‘‘อิเมสุ ทิวเสสุ เชตวเน วสติ, ตตฺรสฺสา ปวตฺตึ น ชานามา’’ติ วตฺวา ‘‘เตน หิ คจฺฉถ, นํ วิจินถา’’ติ รญฺญา อนุญฺญาตา อตฺตโน อุปฏฺฐาเก คเหตฺวา เชตวนํ คนฺตฺวา วิจินนฺตา มาลากจวรนฺตเร ทิสฺวา มญฺจกํ อาโรเปตฺวา นครํ ปเวเสตฺวา ‘‘สมณสฺส โคตมสฺส สาวกา ‘สตฺถารา กตปาปกมฺมํ ปฏิจฺฉาเทสฺสามา’ติ สุนฺทรึ มาเรตฺวา มาลากจวรนฺตเร นิกฺขิปึสู’’ติ รญฺโญ อาโรเจสุํ, ราชา ‘‘เตน หิ คจฺฉถ, นครํ อาหิณฺฑถา’’ติ อาห. เต นครวีถีสุ ‘‘ปสฺสถ สมณานํ สกฺยปุตฺติยานํ กมฺม’’นฺติอาทีนิ วิรวิตฺวา ปุน รญฺโญ นิเวสนทฺวารํ อคมํสุ.

ราชา สุนฺทริยา สรีรํ อามกสุสาเน อฏฺฏกํ อาโรเปตฺวา รกฺขาเปสิ. สาวตฺถิวาสิโน ฐเปตฺวา อริยสาวเก เสสา เยภุยฺเยน ‘‘ปสฺสถ สมณานํ สกฺยปุตฺติยานํ กมฺม’’นฺติอาทีนิ วตฺวา อนฺโตนคเร จ พหินคเร จ ภิกฺขู อกฺโกสนฺตา ปริภาสนฺตา วิจรนฺติ. ภิกฺขู ตํ ปวตฺตึ ตถาคตสฺส อาโรเจสุํ. สตฺถา ‘‘เตน หิ ตุเมฺหปิ เต มนุสฺเส เอวํ ปฏิโจเทถา’’ติ –

‘‘อภูตวาที นิรยํ อุเปติ, โย วาปิ กตฺวา น กโรมิ จาห;

อุโภปิ เต เปจฺจ สมา ภวนฺติ, นิหีนกมฺมา มนุชา ปรตฺถา’’ติ. (อุทา. ๓๘) –

อิมํ คาถมาห.

ราชา ‘‘สุนฺทริยา อญฺเญหิ มาริตภาวํ ชานาถา’’ติ ปุริเส เปเสสิ. เตปิ โข ธุตฺตา เตหิ กหาปเณหิ สุรํ ปิวนฺตา อญฺญมญฺญํ กลหํ กโรนฺติ. ตตฺเถโก เอวมาห – ‘‘ตฺวํ สุนฺทรึ เอกปฺปหาเรเนว มาเรตฺวา มาลากจวรนฺตเร นิกฺขิปิตฺวา ตโต ลทฺธกหาปเณหิ สุรํ ปิวสิ, โหตุ โหตู’’ติ. ราชปุริสา เต ธุตฺเต คเหตฺวา รญฺโญ ทสฺเสสุํ. อถ เต ราชา ‘‘ตุเมฺหหิ มาริตา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘อาม, เทวา’’ติ. ‘‘เกหิ มาราปิตา’’ติ? ‘‘อญฺญติตฺถิเยหิ, เทวา’’ติ. ราชา ติตฺถิเย ปกฺโกสาเปตฺวา สุนฺทรึ อุกฺขิปาเปตฺวา ‘‘คจฺฉถ ตุเมฺห, เอวํ วทนฺตา นครํ อาหิณฺฑถ ‘อยํ สุนฺทรี สมณสฺส โคตมสฺส อวณฺณํ อาโรเปตุกาเมหิ อเมฺหหิ มาราปิตา, เนว สมณสฺส โคตมสฺส, น โคตมสาวกานํ โทโส อตฺถิ, อมฺหากํเยว โทโส’’’ติ อาณาเปสิ. เต ตถา อกํสุ. พาลมหาชโน ตทา สทฺทหิ, ติตฺถิยาปิ ปุริสวธทณฺเฑน ปลิพุทฺธา. ตโต ปฏฺฐาย พุทฺธานํ มหนฺตตโร ลาภสกฺกาโร อโหสิ.

อเถกทิวสํ ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ – ‘‘อาวุโส, ติตฺถิยา ‘พุทฺธานํ กาฬกภาวํ อุปฺปาเทสฺสามา’ติ สยํ กาฬกา ชาตา, พุทฺธานํ ปน มหนฺตตโร ลาภสกฺกาโร อุทปาที’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, สกฺกา พุทฺธานํ สํกิเลสํ อุปฺปาเทตุํ, พุทฺธานํ สํกิลิฏฺฐภาวกรณํ นาม ชาติมณิโน กิลิฏฺฐภาวกรณสทิสํ, ปุพฺเพ ชาติมณึ ‘กิลิฏฺฐํ กริสฺสามา’ติ วายมนฺตาปิ นาสกฺขึสุ กิลิฏฺฐํ กาตุ’’นฺติ วตฺวา เตหิ ยาจิโต อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต เอกสฺมึ คามเก พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต กาเมสุ อาทีนวํ ทิสฺวา นิกฺขมิตฺวา หิมวนฺตปเทเส ติสฺโส ปพฺพตราชิโย อติกฺกมิตฺวา ตาปโส หุตฺวา ปณฺณสาลายํ วสิ. ตสฺสา อวิทูเร มณิคุหา อโหสิ, ตตฺถ ตึสมตฺตา สูกรา วสนฺติ, คุหาย อวิทูเร เอโก สีโห จรติ, ตสฺส มณิมฺหิ ฉายา ปญฺญายติ. สูกรา สีหจฺฉายํ ทิสฺวา ภีตา อุตฺรสฺตา อปฺปมํสโลหิตา อเหสุํ. เต ‘‘อิมสฺส มณิโน วิปฺปสนฺนตฺตา อยํ ฉายา ปญฺญายติ, อิมํ มณึ สํกิลิฏฺฐํ วิวณฺณํ กโรมา’’ติ จินฺเตตฺวา อวิทูเร เอกํ สรํ คนฺตฺวา กลเล ปวฏฺเฏตฺวา อาคนฺตฺวา ตํ มณึ ฆํสนฺติ. โส สูกรโลเมหิ ฆํสิยมาโน วิปฺปสนฺนตโร อโหสิ. สูกรา อุปายํ อปสฺสนฺตา ‘‘อิมสฺส มณิโน วิวณฺณกรณูปายํ ตาปสํ ปุจฺฉิสฺสามา’’ติ โพธิสตฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ ฐิตา ปุริมา เทฺว คาถา อุทาหรึสุ –

๑๐๓. ‘‘ทริยา สตฺต วสฺสานิ, ตึสมตฺตา วสามเส;

หญฺญาม มณิโน อาภํ, อิติ โน มนฺตรํ อหุ.

๑๐๔. ‘‘ยาวตา มณึ ฆํสาม, ภิยฺโย โวทายเต มณิ;

อิทญฺจทานิ ปุจฺฉาม, กึ กิจฺจํ อิธ มญฺญสี’’ติ.

ตตฺถ ทริยาติ มณิคุหายํ. วสามเสติ วสาม. หญฺญามาติ หนิสฺสาม, มยมฺปิ วิวณฺณํ กริสฺสาม. อิทญฺจทานิ ปุจฺฉามาติ อิทานิ มยํ ‘‘เกน การเณน อยํ มณิ กิลิสฺสมาโน โวทายเต’’ติ อิทํ ตํ ปุจฺฉาม. ‘‘กึ กิจฺจํ ‘อิธ มญฺญสี’ติ อิมสฺมึ อตฺเถ ตฺวํ อิมํ กิจฺจํ กินฺติ มญฺญสี’’ติ.

อถ เนสํ อาจิกฺขนฺโต โพธิสตฺโต ตติยํ คาถมาห –

๑๐๕. ‘‘อยํ มณิ เวฬุริโย, อกาโจ วิมโล สุโภ;

นาสฺส สกฺกา สิรึ หนฺตุํ, อปกฺกมถ สูกรา’’ติ.

ตตฺถ อกาโจติ อกกฺกโส. สุโภติ โสภโน. สิรินฺติ ปภํ. อปกฺกมถาติ อิมสฺส มณิสฺส ปภา นาเสตุํ น สกฺกา, ตุเมฺห ปน อิมํ มณิคุหํ ปหาย อญฺญตฺถ คจฺฉถาติ.

เต ตสฺส กถํ สุตฺวา ตถา อกํสุ. โพธิสตฺโต ฌานํ อุปฺปาเทตฺวา พฺรหฺมโลกปรายโณ อโหสิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา ตาปโส อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

มณิสูกรชาตกวณฺณนา ปญฺจมา.

[๒๘๖] ๖. สาลูกชาตกวณฺณนา

มา สาลูกสฺส ปิหยีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ถุลฺลกุมาริกาปโลภนํ อารพฺภ กเถสิ. ตํ จูฬนารทกสฺสปชาตเก (ชา. ๑.๑๓.๔๐ อาทโย) อาวิภวิสฺสติ. ตํ ปน ภิกฺขุํ สตฺถา ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘สจฺจํ กิร ตฺวํ, ภิกฺขุ, อุกฺกณฺฐิโตสี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘โก ตํ อุกฺกณฺฐาเปตี’’ติ? ‘‘ถุลฺลกุมาริกา, ภนฺเต’’ติ. สตฺถา ‘‘เอสา เต ภิกฺขุ อนตฺถการิกา, ปุพฺเพปิ ตฺวํ เอติสฺสา วิวาหตฺถาย อาคตปริสาย อุตฺตริภงฺโค อโหสี’’ติ วตฺวา ภิกฺขูหิ ยาจิโต อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต มหาโลหิตโคโณ นาม อโหสิ, กนิฏฺฐภาตา ปนสฺส จูฬโลหิโต นาม. อุโภปิ โคณา คามเก เอกสฺมึ กุเล กมฺมํ กโรนฺติ. ตสฺส กุลสฺส เอกา วยปฺปตฺตา กุมาริกา อตฺถิ, ตํ อญฺญกุลํ วาเรสิ. อถ นํ กุลํ ‘‘วิวาหกาเล อุตฺตริภงฺโค ภวิสฺสตี’’ติ สาลูกํ นาม สูกรํ ยาคุภตฺเตน ปฏิชคฺคิ, โส เหฏฺฐามญฺเจ สยติ. อเถกทิวสํ จูฬโลหิโต ภาตรํ อาห – ‘‘ภาติก, มยํ อิมสฺมึ กุเล กมฺมํ กโรม, อเมฺห นิสฺสาย อิมํ กุลํ ชีวติ, อถ จ ปนิเม มนุสฺสา อมฺหากํ ติณปลาลมตฺตํ เทนฺติ, อิมํ สูกรํ ยาคุภตฺเตน โปเสนฺติ, เหฏฺฐามญฺเจ สยาเปนฺติ, กึ นาเมส เอเตสํ กริสฺสตี’’ติ. มหาโลหิโต ‘‘ตาต, มา ตฺวํ เอตสฺส ยาคุภตฺตํ ปตฺถย, เอติสฺสา กุมาริกาย วิวาหทิวเส เอตํ อุตฺตริภงฺคํ กาตุกามา เอเต มํสสฺส ถูลภาวกรณตฺถํ โปเสนฺติ, กติปาหจฺจเยน ตํ ปสฺสิสฺสสิ เหฏฺฐามญฺจโต นิกฺขาเมตฺวา วธิตฺวา ขณฺฑาขณฺฑิกํ ฉินฺทิตฺวา อาคนฺตุกภตฺตํ กริยมาน’’นฺติ วตฺวา ปุริมา เทฺว คาถา สมุฏฺฐาเปสิ –

๑๐๖. ‘‘มา สาลูกสฺส ปิหยิ, อาตุรนฺนานิ ภุญฺชติ;

อปฺโปสฺสุกฺโก ภุสํ ขาท, เอตํ ทีฆายุลกฺขณํ.

๑๐๗. ‘‘อิทานิ โส อิธาคนฺตฺวา, อติถี ยุตฺตเสวโก;

อถ ทกฺขสิ สาลูกํ, สยนฺตํ มุสลุตฺตร’’นฺติ.

ตตฺถายํ สงฺเขปตฺโถ – ตาต, ตฺวํ มา สาลูกสูกรภาวํ ปตฺถยิ, อยญฺหิ อาตุรนฺนานิ มรณโภชนานิ ภุญฺชติ, ยานิ ภุญฺชิตฺวา นจิรสฺเสว มรณํ ปาปุณิสฺสติ, ตฺวํ ปน อปฺโปสฺสุกฺโก นิราลโย หุตฺวา อตฺตนา ลทฺธํ อิมํ ปลาลมิสฺสกํ ภุสํ ขาท, เอตํ ทีฆายุภาวสฺส ลกฺขณํ สญฺชานนนิมิตฺตํ. อิทานิ กติปาหสฺเสว โส เววาหิกปุริโส มหติยา ปริสาย ยุตฺโต ยุตฺตเสวโก อิธ อติถิ หุตฺวา อาคโต ภวิสฺสติ, อเถตํ สาลูกํ มุสลสทิเสน อุตฺตโรฏฺเฐน สมนฺนาคตตฺตา มุสลุตฺตรํ มาริตํ สยนฺตํ ทกฺขสีติ.

ตโต กติปาหสฺเสว เววาหิเกสุ อาคเตสุ สาลูกํ มาเรตฺวา อุตฺตริภงฺคมกํสุ. อุโภ โคณา ตํ ตสฺส วิปตฺตึ ทิสฺวา ‘‘อมฺหากํ ภุสเมว วร’’นฺติ จินฺตยึสุ. สตฺถา อภิสมฺพุทฺโธ หุตฺวา ตทตฺถโชติกํ ตติยํ คาถมาห –

๑๐๘. ‘‘วิกนฺตํ สูกรํ ทิสฺวา, สยนฺตํ มุสลุตฺตรํ;

ชรคฺควา วิจินฺเตสุํ, วรมฺหากํ ภุสามิวา’’ติ.

ตตฺถ ภุสามิวาติ ภุสเมว อมฺหากํ วรํ อุตฺตมนฺติ อตฺโถ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ, สจฺจปริโยสาเน โส ภิกฺขุ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ. ‘‘ตทา กุมาริกา เอตรหิ ถุลฺลกุมาริกา อโหสิ, สาลูโก อุกฺกณฺฐิตภิกฺขุ, จูฬโลหิโต อานนฺโท, มหาโลหิโต ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

สาลูกชาตกวณฺณนา ฉฏฺฐา.

[๒๘๗] ๗. ลาภครหชาตกวณฺณนา

นานุมฺมตฺโตติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต สาริปุตฺตตฺเถรสฺส สทฺธิวิหาริกํ อารพฺภ กเถสิ. เถรสฺส กิร สทฺธิวิหาริโก เถรํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสินฺโน ‘‘ลาภุปฺปตฺติปฏิปทํ เม, ภนฺเต, กเถถ, กึ กโรนฺโต จีวราทีนํ ลาภี โหตี’’ติ ปุจฺฉิ. อถสฺส เถโร ‘‘อาวุโส, จตูหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ลาภสกฺกาโร อุปฺปชฺชติ, อตฺตโน อพฺภนฺตเร หิโรตฺตปฺปํ ภินฺทิตฺวา สามญฺญํ ปหาย อนุมฺมตฺเตเนว อุมฺมตฺเตน วิย ภวิตพฺพํ, ปิสุณวาจา วตฺตพฺพา, นฏสทิเสน ภวิตพฺพํ, วิกิณฺณวาเจน กุตูหเลน ภวิตพฺพ’’นฺติ อิมํ ลาภุปฺปตฺติปฏิปทํ กเถสิ. โส ตํ ปฏิปทํ ครหิตฺวา อุฏฺฐาย ปกฺกนฺโต. เถโร สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา ตํ ปวตฺตึ อาจิกฺขิ. สตฺถา ‘‘เนโส, สาริปุตฺต, ภิกฺขุ อิทาเนว ลาภํ ครหติ, ปุพฺเพเปส ครหิเยวา’’ติ วตฺวา เถเรน ยาจิโต อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต โสฬสวสฺสิกกาเลเยว ติณฺณํ เวทานํ อฏฺฐารสนฺนญฺจ สิปฺปานํ ปริโยสานํ ปตฺวา ทิสาปาโมกฺโข อาจริโย หุตฺวา ปญฺจ มาณวกสตานิ สิปฺปํ วาเจสิ. ตเตฺรโก มาณโว สีลาจารสมฺปนฺโน เอกทิวสํ อาจริยํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘กถํ อิเมสํ สตฺตานํ ลาโภ อุปฺปชฺชตี’’ติ ลาภุปฺปตฺติปฏิปทํ ปุจฺฉิ. อาจริโย ‘‘ตาต, อิเมสํ สตฺตานํ จตูหิ การเณหิ ลาโภ อุปฺปชฺชตี’’ติ วตฺวา ปฐมํ คาถมาห –

๑๐๙. ‘‘นานุมฺมตฺโต นาปิสุโณ, นานโฏ นากุตูหโล;

มูเฬฺหสุ ลภเต ลาภํ, เอสา เต อนุสาสนี’’ติ.

ตตฺถ นานุมฺมตฺโตติ น อนุมฺมตฺโต. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา อุมฺมตฺตโก นาม อิตฺถิปุริสทาริกทารเก ทิสฺวา เตสํ วตฺถาลงฺการาทีนิ วิลุมฺปติ, ตโต ตโต มจฺฉมํสปูวาทีนิ พลกฺกาเรน คเหตฺวา ขาทติ, เอวเมว โย คิหิภูโต อชฺฌตฺตพหิทฺธสมุฏฺฐานํ หิโรตฺตปฺปํ ปหาย กุสลากุสลํ อคเณตฺวา นิรยภยํ อภายนฺโต โลภาภิภูโต ปริยาทิณฺณจิตฺโต กาเมสุ ปมตฺโต สนฺธิจฺเฉทาทีนิ สาหสิกกมฺมานิ กโรติ, ปพฺพชิโตปิ หิโรตฺตปฺปํ ปหาย กุสลากุสลํ อคเณตฺวา นิรยภยํ อภายนฺโต สตฺถารา ปญฺญตฺตํ สิกฺขาปทํ มทฺทนฺโต โลเภน อภิภูโต ปริยาทิณฺณจิตฺโต จีวราทิมตฺตํ นิสฺสาย อตฺตโน สามญฺญํ วิชหิตฺวา ปมตฺโต เวชฺชกมฺมทูตกมฺมาทีนิ กโรติ, เวฬุทานาทีนิ นิสฺสาย ชีวิกํ กปฺเปติ, อยํ อนุมฺมตฺโตปิ อุมฺมตฺตสทิสตฺตา อุมฺมตฺโต นาม, เอวรูปสฺส ขิปฺปํ ลาโภ อุปฺปชฺชติ. โย ปน เอวํ อนุมฺมตฺโต ลชฺชี กุกฺกุจฺจโก, เอส มูเฬฺหสุ อปณฺฑิเตสุ ปุริเสสุ ลาภํ น ลภติ, ตสฺมา ลาภตฺถิเกน อุมฺมตฺตเกน วิย ภวิตพฺพนฺติ.

นาปิสุโณติ เอตฺถาปิ โย ปิสุโณ โหติ, ‘‘อสุเกน อิทํ นาม กต’’นฺติ ราชกุเล เปสุญฺญํ อุปสํหรติ, โส อญฺเญสํ ยสํ อจฺฉินฺทิตฺวา อตฺตโน คณฺหาติ. ราชาโนปิ นํ ‘‘อยํ อเมฺหสุ สสเสฺนโห’’ติ อุจฺเจ ฐาเน ฐเปนฺติ, อมจฺจาทโยปิสฺส ‘‘อยํ โน ราชกุเล ปริภินฺเทยฺยา’’ติ ภเยน ทาตพฺพํ มญฺญนฺติ, เอวํ เอตรหิ ปิสุณสฺส ลาโภ อุปฺปชฺชติ. โย ปน อปิสุโณ, โส มูเฬฺหสุ ลาภํ น ลภตีติ เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพ.

นานโฏติ ลาภํ อุปฺปาเทนฺเตน นเฏน วิย ภวิตพฺพํ. ยถา นโฏ หิโรตฺตปฺปํ ปหาย นจฺจคีตวาทิเตหิ กีฬํ กตฺวา ธนํ สํหรติ, เอวเมว ลาภตฺถิเกน หิโรตฺตปฺปํ ภินฺทิตฺวา อิตฺถิปุริสทาริกทารกานํ โสณฺฑสหาเยน วิย นานปฺปการํ เกฬึ กโรนฺเตน วิจริตพฺพํ. โย เอวํ อนโฏ, โส มูเฬฺหสุ ลาภํ น ลภติ.

นากุตูหโลติ กุตูหโล นาม วิปฺปกิณฺณวาโจ. ราชาโน หิ อมจฺเจ ปุจฺฉนฺติ – ‘‘อสุกฏฺฐาเน กิร ‘มนุสฺโส มาริโต, ฆรํ วิลุตฺตํ, ปเรสํ ทารา ปธํสิตา’ติ สุยฺยติ, เกสํ นุ โข อิทํ กมฺม’’นฺติ. ตตฺถ เสเสสุ อกเถนฺเตสุเยว โย อุฏฺฐหิตฺวา ‘‘อสุโก จ อสุโก จ นามา’’ติ วทติ, อยํ กุตูหโล นาม. ราชาโน ตสฺส วจเนน เต ปุริเส ปริเยสิตฺวา นิเสเธตฺวา ‘‘อิมํ นิสฺสาย โน นครํ นิจฺโจรํ ชาต’’นฺติ ตสฺส มหนฺตํ ยสํ เทนฺติ, เสสาปิ ชนา ‘‘อยํ โน ราชปุริเสหิ ปุฏฺโฐ สุยุตฺตทุยุตฺตํ กเถยฺยา’’ติ ภเยน ตสฺเสว ธนํ เทนฺติ, เอวํ กุตูหลสฺส ลาโภ อุปฺปชฺชติ. โย ปน อกุตูหโล, เอส น มูเฬฺหสุ ลภติ ลาภํ. เอสา เต อนุสาสนีติ เอสา อมฺหากํ สนฺติกา ตุยฺหํ ลาภานุสิฏฺฐีติ.

อนฺเตวาสิโก อาจริยสฺส กถํ สุตฺวา ลาภํ ครหนฺโต –

๑๑๐. ‘‘ธิรตฺถุ ตํ ยสลาภํ, ธนลาภญฺจ พฺราหฺมณ;

ยา วุตฺติ วินิปาเตน, อธมฺมจรเณน วา.

๑๑๑. ‘‘อปิ เจ ปตฺตมาทาย, อนคาโร ปริพฺพเช;

เอสาว ชีวิกา เสยฺโย, ยา จาธมฺเมน เอสนา’’ติ. – คาถาทฺวยมาห;

ตตฺถ ยา วุตฺตีติ ยา ชีวิตวุตฺติ. วินิปาเตนาติ อตฺตโน วินิปาเตน. อธมฺมจรเณนาติ อธมฺมกิริยาย วิสมกิริยาย วธพนฺธนครหาทีหิ อตฺตานํ วินิปาเตตฺวา อธมฺมํ จริตฺวา ยา วุตฺติ, ตญฺจ ยสธนลาภญฺจ สพฺพํ ธิรตฺถุ นินฺทามิ ครหามิ, น เม เอเตนตฺโถติ อธิปฺปาโย. ปตฺตมาทายาติ ภิกฺขาภาชนํ คเหตฺวา. อนคาโร ปริพฺพเชติ อเคโห ปพฺพชิโต หุตฺวา จเรยฺย, น จ สปฺปุริโส กายทุจฺจริตาทิวเสน อธมฺมจริยํ จเรยฺย. กึการณา? เอสาว ชีวิกา เสยฺโย. ยา จาธมฺเมน เอสนาติ, ยา เอสา อธมฺเมน ชีวิกปริเยสนา, ตโต เอสา ปตฺตหตฺถสฺส ปรกุเลสุ ภิกฺขาจริยาว เสยฺโย, สตคุเณน สหสฺสคุเณน สุนฺทรตโรติ ทสฺเสติ.