๑. สงฺกปฺปวคฺโค
[๒๕๑] ๑. สงฺกปฺปราคชาตกวณฺณนา
สงฺกปฺปราคโธเตนาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อุกฺกณฺฐิตภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ. สาวตฺถินครวาสี กิเรโก กุลปุตฺโต สาสเน อุรํ ทตฺวา ปพฺพชิตฺวา เอกทิวสํ สาวตฺถิยํ ปิณฺฑาย จรนฺโต เอกํ อลงฺกตปฏิยตฺตํ อิตฺถึ ทิสฺวา อุปฺปนฺนกามราโค อนภิรโต วิจริ. ตเมนํ อาจริยุปชฺฌายาทโย ทิสฺวา อนภิรติการณํ ปุจฺฉิตฺวา วิพฺภมิตุกามภาวมสฺส ญตฺวา ‘‘อาวุโส, สตฺถา นาม กามราคาทิกิเลสปีฬิตานํ กิเลเส หาเรตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา โสตาปตฺติผลาทีนิ เทติ, เอหิ ตํ สตฺถุ สนฺติกํ เนสฺสามา’’ติ อาทาย อคมํสุ. สตฺถารา จ ‘‘กึ นุ โข, ภิกฺขเว, อนิจฺฉมานกญฺเญว ภิกฺขุํ คเหตฺวา อาคตตฺถา’’ติ วุตฺเต ตมตฺถํ อาโรเจสุํ. สตฺถา ‘‘สจฺจํ กิร ตฺวํ, ภิกฺขุ, อุกฺกณฺฐิโต’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘สจฺจํ, ภนฺเต’’ติ วุตฺเต ‘‘กึการณา’’ติ ปุจฺฉิ. โส ตมตฺถํ อาโรเจสิ. อถ นํ สตฺถา ‘‘อิตฺถิโย นาเมตา, ภิกฺขุ, ปุพฺเพ ฌานพเลน วิกฺขมฺภิตกิเลสานํ วิสุทฺธสตฺตานมฺปิ สํกิเลสํ อุปฺปาเทสุํ, ตาทิสํ ตุจฺฉปุคฺคลํ กึการณา น สํกิเลสิสฺสนฺติ, วิสุทฺธาปิ สตฺตา สํกิลิสฺสนฺติ, อุตฺตมยสสมงฺคิโนปิ อายสกฺยํ ปาปุณนฺติ, ปเคว อปริสุทฺธา. สิเนรุกมฺปนกวาโต ปุราณปณฺณกสฏํ กึ น กมฺเปสฺสติ, โพธิตเล นิสีทิตฺวา อภิสมฺพุชฺฌนกสตฺตํ อยํ กิเลโส อาโลเฬสิ, ตาทิสํ กึ น อาโลเฬสฺสตี’’ติ วตฺวา เตหิ ยาจิโต อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต อสีติโกฏิวิภเว พฺราหฺมณมหาสาลกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต ตกฺกสิลายํ สพฺพสิปฺปานิ อุคฺคณฺหิตฺวา พาราณสึ ปจฺจาคนฺตฺวา กตทารปริคฺคโห มาตาปิตูนํ อจฺจเยน เตสํ มตกิจฺจานิ กตฺวา หิรญฺโญโลกนกมฺมํ กโรนฺโต ‘‘อิทํ ธนํ ปญฺญายติ, เยหิ ปเนตํ สมฺภตํ, เต น ปญฺญายนฺตี’’ติ อาวชฺเชนฺโต สํเวคปฺปตฺโต อโหสิ, สรีรา เสทา มุจฺจึสุ. โส ฆราวาเส จิรํ วสนฺโต มหาทานํ ทตฺวา กาเม ปหาย อสฺสุมุขํ ญาติสงฺฆํ ปริจฺจชิตฺวา หิมวนฺตํ ปวิสิตฺวา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา รมณีเย ปเทเส ปณฺณสาลํ มาเปตฺวา อุญฺฉาจริยาย วนมูลผลาทีหิ ยาเปนฺโต นจิรสฺเสว อภิญฺญา จ สมาปตฺติโย จ อุปฺปาเทตฺวา ฌานกีฬํ กีฬนฺโต จิรํ วสิตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘มนุสฺสปถํ คนฺตฺวา โลณมฺพิลํ อุปเสวิสฺสามิ, เอวํ เม สรีรญฺเจว ถิรํ ภวิสฺสติ, ชงฺฆวิหาโร จ กโต ภวิสฺสติ, เย จ มาทิสสฺส สีลสมฺปนฺนสฺส ภิกฺขํ วา ทสฺสนฺติ, อภิวาทนาทีนิ วา กริสฺสนฺติ, เต สคฺคปุรํ ปูเรสฺสนฺตี’’ติ.
โส หิมวนฺตา โอตริตฺวา อนุปุพฺเพน จาริกํ จรมาโน พาราณสึ ปตฺวา สูริยตฺถงฺคมนเวลาย วสนฏฺฐานํ โอโลเกนฺโต ราชุยฺยานํ ทิสฺวา ‘‘อิทํ ปฏิสลฺลานสารุปฺปํ, เอตฺถ วสิสฺสาเม’’ติ อุยฺยานํ ปวิสิตฺวา อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสินฺโน ฌานสุเขน รตฺตึ เขเปตฺวา ปุนทิวเส กตสรีรปฏิชคฺคโน ปุพฺพณฺหสมเย ชฏาชินวกฺกลานิ สณฺฐเปตฺวา ภิกฺขาภาชนํ อาทาย สนฺตินฺทฺริโย สนฺตมานโส อิริยาปถสมฺปนฺโน ยุคมตฺตทสฺสโน หุตฺวา สพฺพาการสมฺปนฺนาย อตฺตโน รูปสิริยา โลกสฺส โลจนานิ อากฑฺเฒนฺโต นครํ ปวิสิตฺวา ภิกฺขาย จรนฺโต รญฺโญ นิเวสนทฺวารํ ปาปุณิ. ราชา มหาตเล จงฺกมนฺโต วาตปานนฺตเรน โพธิสตฺตํ ทิสฺวา อิริยาปถสฺมิญฺเญว ปสีทิตฺวา ‘‘สเจ สนฺตธมฺโม นาม อตฺถิ, อิมสฺส เตน อพฺภนฺตเร ภวิตพฺพ’’นฺติ จินฺเตตฺวา ‘‘คจฺฉ, ตํ ตาปสํ อาเนหี’’ติ เอกํ อมจฺจํ อาณาเปสิ. โส คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา ภิกฺขาภาชนํ คเหตฺวา ‘‘ราชา, ภนฺเต, ตํ ปกฺโกสตี’’ติ อาห. โพธิสตฺโต ‘‘มหาปุญฺญ, อเมฺห ราชา น ชานาตี’’ติ อาห. ‘‘เตน หิ, ภนฺเต, ยาวาหํ อาคจฺฉามิ, ตาว อิเธว โหถา’’ติ คนฺตฺวา รญฺโญ อาโรเจสิ. ราชา ‘‘อมฺหากํ กุลูปกตาปโส นตฺถิ, คจฺฉ, นํ อาเนหี’’ติ สยมฺปิ วาตปาเนน หตฺถํ ปสาเรตฺวา วนฺทนฺโต ‘‘อิโต เอถ, ภนฺเต’’ติ อาห. โพธิสตฺโต อมจฺจสฺส หตฺเถ ภิกฺขาภาชนํ ทตฺวา มหาตลํ อภิรุหิ.
อถ นํ ราชา วนฺทิตฺวา ราชปลฺลงฺเก นิสีทาเปตฺวา อตฺตโน สมฺปาทิเตหิ ยาคุขชฺชกภตฺเตหิ ปริวิสิตฺวา กตภตฺตกิจฺจํ ปญฺหํ ปุจฺฉิ. ปญฺหพฺยากรเณน ภิยฺโยโสมตฺตาย ปสีทิตฺวา วนฺทิตฺวา ‘‘ภนฺเต, ตุเมฺห กตฺถวาสิกา, กุโต อาคตตฺถา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘หิมวนฺตวาสิกา มยํ, มหาราช, หิมวนฺตโต อาคตา’’ติ วุตฺเต ปุน ‘‘กึการณา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘วสฺสารตฺตกาเล, มหาราช, นิพทฺธวาโส นาม ลทฺธุํ วฏฺฏตี’’ติ วุตฺเต ‘‘เตน หิ, ภนฺเต, ราชุยฺยาเน วสถ, ตุเมฺห จ จตูหิ ปจฺจเยหิ น กิลมิสฺสถ, อหญฺจ สคฺคสํวตฺตนิกํ ปุญฺญํ ปาปุณิสฺสามี’’ติ ปฏิญฺญํ คเหตฺวา ภุตฺตปาตราโส โพธิสตฺเตน สทฺธึ อุยฺยานํ คนฺตฺวา ปณฺณสาลํ กาเรตฺวา จงฺกมํ มาเปตฺวา เสสานิปิ รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐานาทีนิ สมฺปาเทตฺวา ปพฺพชิตปริกฺขาเร ปฏิยาเทตฺวา ‘‘สุเขน วสถ, ภนฺเต’’ติ อุยฺยานปาลํ สมฺปฏิจฺฉาเปสิ. โพธิสตฺโต ตโต ปฏฺฐาย ทฺวาทส สํวจฺฉรานิ ตตฺเถว วสิ.
อเถกทิวสํ รญฺโญ ปจฺจนฺโต กุปิโต. โส ตสฺส วูปสมนตฺถาย คนฺตุกาโม เทวึ อามนฺเตตฺวา ‘‘ภทฺเท, ตยา นคเร โอหียิตุํ วฏฺฏตี’’ติ อาห. ‘‘กึ นิสฺสาย กเถถ, เทวา’’ติ. ‘‘สีลวนฺตํ ตาปสํ, ภทฺเท’’ติ. ‘‘เทว, นาหํ ตสฺมึ ปมชฺชิสฺสามิ, อมฺหากํ อยฺยสฺส ปฏิชคฺคนํ มม ภาโร, ตุเมฺห นิราสงฺกา คจฺฉถา’’ติ. ราชา นิกฺขมิตฺวา คโต, เทวีปิ โพธิสตฺตํ ตเถว สกฺกจฺจํ อุปฏฺฐาติ. โพธิสตฺโต ปน รญฺโญ คตกาเล นิพทฺธเวลายํ อาคนฺตฺวา อตฺตโน รุจิตาย เวลาย ราชนิเวสนํ คนฺตฺวา ภตฺตกิจฺจํ กโรติ.
อเถกทิวสํ โพธิสตฺเต อติจิรายนฺเต เทวี สพฺพํ ขาทนียโภชนียํ ปฏิยาเทตฺวา นฺหตฺวา อลงฺกริตฺวา นีจมญฺจกํ ปญฺญาเปตฺวา โพธิสตฺตสฺส อาคมนํ โอโลกยมานา มฏฺฐสาฏกํ สิถิลํ กตฺวา นิวาเสตฺวา นิปชฺชิ. โพธิสตฺโตปิ เวลํ สลฺลกฺเขตฺวา ภิกฺขาภาชนํ อาทาย อากาเสนาคนฺตฺวา มหาวาตปานทฺวารํ ปาปุณิ. ตสฺส วกฺกลสทฺทํ สุตฺวา สหสา อุฏฺฐหมานาย เทวิยา สรีรา มฏฺฐสาฏโก ภสฺสิตฺถ, โพธิสตฺโต วิสภาคารมฺมณํ ทิสฺวา อินฺทฺริยานิ ภินฺทิตฺวา สุภวเสน โอโลเกสิ. อถสฺส ฌานพเลน สนฺนิสินฺโนปิ กิเลโส กรณฺฑเก ปกฺขิตฺตอาสีวิโส วิย ผณํ กตฺวา อุฏฺฐหิ, ขีรรุกฺขสฺส วาสิยา อาโกฏิตกาโล วิย อโหสิ. กิเลสุปฺปาทเนน สเหว ฌานงฺคานิ ปริหายึสุ, อินฺทฺริยานิ อปริปุณฺณานิ อเหสุํ, สยํ ปกฺขจฺฉินฺนกาโก วิย อโหสิ. โส ปุพฺเพ วิย นิสีทิตฺวา ภตฺตกิจฺจํ กาตุํ นาสกฺขิ, นิสีทาปิยมาโนปิ น นิสีทิ. อถสฺส เทวี สพฺพํ ขาทนียโภชนียํ ภิกฺขาภาชเนเยว ปกฺขิปิ. ยถา จ ปุพฺเพ ภตฺตกิจฺจํ กตฺวา สีหปญฺชเรน นิกฺขมิตฺวา อากาเสเนว คจฺฉติ, เอวํ ตํ ทิวสํ คนฺตุํ นาสกฺขิ. ภตฺตํ ปน คเหตฺวา มหานิสฺเสณิยา โอตริตฺวา อุยฺยานํ อคมาสิ. เทวีปิ อสฺส อตฺตนิ ปฏิพทฺธจิตฺตตํ อญฺญาสิ. โส อุยฺยานํ คนฺตฺวา ภตฺตํ อภุญฺชิตฺวาว เหฏฺฐามญฺจเก นิกฺขิปิตฺวา ‘‘เทวิยา เอวรูปา หตฺถโสภา ปาทโสภา, เอวรูปํ กฏิปริโยสานํ, เอวรูปํ อูรุลกฺขณ’’นฺติอาทีนิ วิปฺปลปนฺโต สตฺตาหํ นิปชฺชิ, ภตฺตํ ปูติกํ อโหสิ นีลมกฺขิกาปริปุณฺณํ.
อถ ราชา ปจฺจนฺตํ วูปสเมตฺวา ปจฺจาคโต อลงฺกตปฏิยตฺตํ นครํ ปทกฺขิณํ กตฺวา ราชนิเวสนํ อคนฺตฺวาว ‘‘โพธิสตฺตํ ปสฺสิสฺสามี’’ติ อุยฺยานํ คนฺตฺวา อุกฺลาปํ อสฺสมปทํ ทิสฺวา ‘‘ปกฺกนฺโต ภวิสฺสตี’’ติ ปณฺณสาลาย ทฺวารํ วิวริตฺวา อนฺโตปวิฏฺโฐ ตํ นิปนฺนกํ ทิสฺวา ‘‘เกนจิ อผาสุเกน ภวิตพฺพ’’นฺติ ปูติภตฺตํ ฉฑฺฑาเปตฺวา ปณฺณสาลํ ปฏิชคฺคาเปตฺวา ‘‘ภนฺเต, กึ เต อผาสุก’’นฺติ ปุจฺฉิ. ‘‘วิทฺโธสฺมิ, มหาราชา’’ติ. ราชา ‘‘มม ปจฺจามิตฺเตหิ มยิ โอกาสํ อลภนฺเตหิ ‘มมายนฏฺฐานมสฺส ทุพฺพลํ กริสฺสามา’ติ อาคนฺตฺวา เอส วิทฺโธ ภวิสฺสติ มญฺเญ’’ติ สรีรํ ปริวตฺเตตฺวา วิทฺธฏฺฐานํ โอโลเกนฺโต วิทฺธฏฺฐานํ อทิสฺวา ‘‘กตฺถ วิทฺโธสิ, ภนฺเต’’ติ ปุจฺฉิ. โพธิสตฺโต ‘‘นาหํ, มหาราช, อญฺเญน วิทฺโธ, อหํ ปน อตฺตนาว อตฺตานํ หทเย วิชฺฌิ’’นฺติ วตฺวา อุฏฺฐาย นิสีทิตฺวา อิมา คาถา อโวจ –
๑. ‘‘สงฺกปฺปราคโธเตน, วิตกฺกนิสิเตน จ;
นาลงฺกเตน ภเทฺรน, อุสุการากเตน จ.
๒. ‘‘น กณฺณายตมุตฺเตน, นาปิ โมรูปเสวินา;
เตนมฺหิ หทเย วิทฺโธ, สพฺพงฺคปริทาหินา.
๓. ‘‘อาเวธญฺจ น ปสฺสามิ, ยโต รุหิรมสฺสเว;
ยาว อโยนิโส จิตฺตํ, สยํ เม ทุกฺขมาภต’’นฺติ.
ตตฺถ สงฺกปฺปราคโธเตนาติ กามวิตกฺกสมฺปยุตฺตราคโธเตน. วิตกฺกนิสิเตน จาติ เตเนว ราโคทเกน วิตกฺกปาสาเณ นิสิเตน. นาลงฺกเตน ภเทฺรนาติ เนว อลงฺกเตน ภเทฺรน, อนลงฺกเตน พีภจฺเฉนาติ อตฺโถ. อุสุการากเตน จาติ อุสุกาเรหิปิ อกเตน. น กณฺณายตมุตฺเตนาติ ยาว ทกฺขิณกณฺณจูฬกํ อากฑฺฒิตฺวา อมุตฺตเกน. นาปิ โมรูปเสวินาติ โมรปตฺตคิชฺฌปตฺตาทีหิ อกตูปเสวเนน. เตนมฺหิ หทเย วิทฺโธติ เตน กิเลสกณฺเฑนาหํ หทเย วิทฺโธ อมฺหิ. สพฺพงฺคปริทาหินาติ สพฺพานิ องฺคานิ ปริทหนสมตฺเถน. มหาราช, เตน หิ กิเลสกณฺเฑน หทเย วิทฺธกาลโต ปฏฺฐาย มม อคฺคิ ปทิตฺตานิว สพฺพานิ องฺคานิ ฑยฺหนฺตีติ ทสฺเสติ.
อาเวธญฺจ น ปสฺสามีติ วิทฺธฏฺฐาเน วณญฺจ น ปสฺสามิ. ยโต รุหิรมสฺสเวติ ยโต เม อาเวธโต โลหิตํ ปคฺฆเรยฺย, ตํ น ปสฺสามีติ อตฺโถ. ยาว อโยนิโส จิตฺตนฺติ เอตฺถ ยาวาติ ทฬฺหตฺเถ นิปาโต, อติวิย ทฬฺหํ กตฺวา อโยนิโส จิตฺตํ วฑฺฒิตนฺติ อตฺโถ. สยํ เม ทุกฺขมาภตนฺติ อตฺตนาว มยา อตฺตโน ทุกฺขํ อานีตนฺติ.
เอวํ โพธิสตฺโต อิมาหิ ตีหิ คาถาหิ รญฺโญ ธมฺมํ เทเสตฺวา ราชานํ ปณฺณสาลโต พหิ กตฺวา กสิณปริกมฺมํ กตฺวา นฏฺฐํ ฌานํ อุปฺปาเทตฺวา ปณฺณสาลาย นิกฺขมิตฺวา อากาเส นิสินฺโน ราชานํ โอวทิตฺวา ‘‘มหาราช, อหํ หิมวนฺตเมว คมิสฺสามี’’ติ วตฺวา ‘‘น สกฺกา, ภนฺเต, คนฺตุ’’นฺติ วุจฺจมาโนปิ ‘‘มหาราช, มยา อิธ วสนฺเตน เอวรูโป วิปฺปกาโร ปตฺโต, อิทานิ น สกฺกา อิธ วสิตุ’’นฺติ รญฺโญ ยาจนฺตสฺเสว อากาเส อุปฺปติตฺวา หิมวนฺตํ คนฺตฺวา ตตฺถ ยาวตายุกํ ฐตฺวา พฺรหฺมโลกูปโค อโหสิ.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ, สจฺจปริโยสาเน อุกฺกณฺฐิตภิกฺขุ อรหตฺเต ปติฏฺฐหิ. เกจิ โสตาปนฺนา, เกจิ สกทาคามิโน, เกจิ อนาคามิโน, เกจิ อรหนฺโต อเหสุํ. ‘‘ตทา ราชา อานนฺโท อโหสิ, ตาปโส ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.
สงฺกปฺปราคชาตกวณฺณนา ปฐมา.
[๒๕๒] ๒. ติลมุฏฺฐิชาตกวณฺณนา
อชฺชาปิ เม ตํ มนสีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อญฺญตรํ โกธนํ ภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ. อญฺญตโร กิร, ภิกฺขุ, โกธโน อโหสิ อุปายาสพหุโล, อปฺปมฺปิ วุตฺโต สมาโน กุปฺปิ อภิสชฺชิ, โกปญฺจ โทสญฺจ อปฺปจฺจยญฺจ ปาตฺวากาสิ. อเถกทิวสํ ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ – ‘‘อาวุโส, อสุโก นาม ภิกฺขุ โกธโน อุปายาสพหุโล อุทฺธเน ปกฺขิตฺตโลณํ วิย ตฏตฏายนฺโต วิจรติ, เอวรูเป นิกฺโกธเน พุทฺธสาสเน ปพฺพชิโต สมาโน โกธมตฺตมฺปิ นิคฺคณฺหิตุํ น สกฺโกตี’’ติ. สตฺถา เตสํ กถํ สุตฺวา เอกํ ภิกฺขุํ เปเสตฺวา ตํ ภิกฺขุํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘สจฺจํ กิร ตฺวํ, ภิกฺขุ, โกธโน’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘สจฺจํ, ภนฺเต’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพปิ อยํ โกธโน อโหสี’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต ตสฺส ปุตฺโต พฺรหฺมทตฺตกุมาโร นาม อโหสิ. โปราณกราชาโน จ อตฺตโน ปุตฺเต ‘‘เอวํ เอเต นิหตมานทปฺปา สีตุณฺหกฺขมา โลกจาริตฺตญฺญู จ ภวิสฺสนฺตี’’ติ อตฺตโน นคเร ทิสาปาโมกฺขอาจริเย วิชฺชมาเนปิ สิปฺปุคฺคหณตฺถาย ทูเร ติโรรฏฺฐํ เปเสนฺติ, ตสฺมา โสปิ ราชา โสฬสวสฺสุทฺเทสิกํ ปุตฺตํ ปกฺโกสาเปตฺวา เอกปฏลิกอุปาหนา จ ปณฺณจฺฉตฺตญฺจ กหาปณสหสฺสญฺจ ทตฺวา ‘‘ตาต, ตกฺกสิลํ คนฺตฺวา สิปฺปํ อุคฺคณฺหา’’ติ เปเสสิ. โส ‘‘สาธู’’ติ มาตาปิตโร วนฺทิตฺวา นิกฺขมิตฺวา อนุปุพฺเพน ตกฺกสิลํ ปตฺวา อาจริยสฺส เคหํ ปุจฺฉิตฺวา อาจริเย มาณวกานํ สิปฺปํ วาเจตฺวา อุฏฺฐาย ฆรทฺวาเร จงฺกมนฺเต เคหํ คนฺตฺวา ยสฺมึ ฐาเน ฐิโต อาจริยํ อทฺทส, ตตฺเถว อุปาหนา โอมุญฺจิตฺวา ฉตฺตญฺจ อปเนตฺวา อาจริยํ วนฺทิตฺวา อฏฺฐาสิ. โส ตสฺส กิลนฺตภาวํ ญตฺวา อาคนฺตุกสงฺคหํ กาเรสิ. กุมาโร ภุตฺตโภชโน โถกํ วิสฺสมิตฺวา อาจริยํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา อฏฺฐาสิ, ‘‘กุโต อาคโตสิ, ตาตา’’ติ จ วุตฺเต ‘‘พาราณสิโต’’ติ อาห. ‘‘กสฺส ปุตฺโตสี’’ติ? ‘‘พาราณสิรญฺโญ’’ติ. ‘‘เกนตฺเถนาคโตสี’’ติ? ‘‘สิปฺปํ อุคฺคณฺหตฺถายา’’ติ. ‘‘กึ เต อาจริยภาโค อาภโต, อุทาหุ ธมฺมนฺเตวาสิโก โหตุกาโมสี’’ติ? โส ‘‘อาจริยภาโค เม อาภโต’’ติ วตฺวา อาจริยสฺส ปาทมูเล สหสฺสตฺถวิกํ ฐเปตฺวา วนฺทิ.
ธมฺมนฺเตวาสิกา ทิวา อาจริยสฺส กมฺมํ กตฺวา รตฺตึ สิปฺปํ อุคฺคณฺหนฺติ, อาจริยภาคทายกา เคเห เชฏฺฐปุตฺตา วิย หุตฺวา สิปฺปเมว อุคฺคณฺหนฺติ. ตสฺมา โสปิ อาจริโย สลฺลหุเกน สุภนกฺขตฺเตน กุมารสฺส สิปฺปํ ปฏฺฐเปสิ. กุมาโรปิ สิปฺปํ อุคฺคณฺหนฺโต เอกทิวสํ อาจริเยน สทฺธึ นฺหายิตุํ อคมาสิ. อเถกา มหลฺลิกา อิตฺถี ติลานิ เสเต กตฺวา ปตฺถริตฺวา รกฺขมานา นิสีทิ. กุมาโร เสตติเล ทิสฺวา ขาทิตุกาโม หุตฺวา เอกํ ติลมุฏฺฐึ คเหตฺวา ขาทิ, มหลฺลิกา ‘‘ตณฺหาลุโก เอโส’’ติ กิญฺจิ อวตฺวา ตุณฺหี อโหสิ. โส ปุนทิวเสปิ ตาย เวลาย ตเถว อกาสิ, สาปิ นํ น กิญฺจิ อาห. อิตโร ตติยทิวเสปิ ตเถวากาสิ, ตทา มหลฺลิกา ‘‘ทิสาปาโมกฺโข อาจริโย อตฺตโน อนฺเตวาสิเกหิ มํ วิลุมฺปาเปตี’’ติ พาหา ปคฺคยฺห กนฺทิ. อาจริโย นิวตฺติตฺวา ‘‘กึ เอตํ, อมฺมา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘สามิ, อนฺเตวาสิโก เต มยา กตานํ เสตติลานํ อชฺเชกํ มุฏฺฐึ ขาทิ, หิยฺโย เอกํ, ปเร เอกํ, นนุ เอวํ ขาทนฺโต มม สนฺตกํ สพฺพํ นาเสสฺสตี’’ติ. ‘‘อมฺม, มา โรทิ, มูลํ เต ทาเปสฺสามี’’ติ. ‘‘น เม, สามิ, มูเลนตฺโถ, ยถา ปเนส กุมาโร ปุน เอวํ น กโรติ, ตถา ตํ สิกฺขาเปหี’’ติ. อาจริโย ‘‘เตน หิ ปสฺส, อมฺมา’’ติ ทฺวีหิ มาณเวหิ ตํ กุมารํ ทฺวีสุ หตฺเถสุ คาหาเปตฺวา เวฬุเปสิกํ คเหตฺวา ‘‘ปุน เอวรูปํ มา อกาสี’’ติ ติกฺขตฺตุํ ปิฏฺฐิยํ ปหริ. กุมาโร อาจริยสฺส กุชฺฌิตฺวา รตฺตานิ อกฺขีนิ กตฺวา ปาทปิฏฺฐิโต ยาว เกสมตฺถกา โอโลเกสิ. โสปิสฺส กุชฺฌิตฺวา โอโลกิตภาวํ อญฺญาสิ. กุมาโร สิปฺปํ นิฏฺฐาเปตฺวา ‘‘อนุโยคํ ทตฺวา มาราเปตพฺโพ เอส มยา’’ติ เตน กตโทสํ หทเย ฐเปตฺวา คมนกาเล อาจริยํ วนฺทิตฺวา ‘‘ยทาหํ, อาจริย, พาราณสิรชฺชํ ปตฺวา ตุมฺหากํ สนฺติกํ เปเสสฺสามิ, ตทา ตุเมฺห อาคจฺเฉยฺยาถา’’ติ สสิเนโห วิย ปฏิญฺญํ คเหตฺวา ปกฺกามิ.
โส พาราณสึ ปตฺวา มาตาปิตโร วนฺทิตฺวา สิปฺปํ ทสฺเสสิ. ราชา ‘‘ชีวมาเนน เม ปุตฺโต ทิฏฺโฐ, ชีวมาโนวสฺส รชฺชสิรึ ปสฺสามี’’ติ ปุตฺตํ รชฺเช ปติฏฺฐาเปสิ. โส รชฺชสิรึ อนุภวมาโน อาจริเยน กตโทสํ สริตฺวา อุปฺปนฺนโกโธ ‘‘มาราเปสฺสามิ น’’นฺติ ปกฺโกสนตฺถาย อาจริยสฺส ทูตํ ปาเหสิ. อาจริโย ‘‘ตรุณกาเล นํ สญฺญาเปตุํ น สกฺขิสฺสามี’’ติ อคนฺตฺวา ตสฺส รญฺโญ มชฺฌิมวยกาเล ‘‘อิทานิ นํ สญฺญาเปตุํ สกฺขิสฺสามี’’ติ คนฺตฺวา ราชทฺวาเร ฐตฺวา ‘‘ตกฺกสิลาจริโย อาคโต’’ติ อาโรจาเปสิ. ราชา ตุฏฺโฐ พฺราหฺมณํ ปกฺโกสาเปตฺวา ตํ อตฺตโน สนฺติกํ อาคตํ ทิสฺวาว โกธํ อุปฺปาเทตฺวา รตฺตานิ อกฺขีนิ กตฺวา อมจฺเจ อามนฺเตตฺวา ‘‘โภ, อชฺชาปิ เม อาจริเยน ปหฏฏฺฐานํ รุชฺชติ, อาจริโย นลาเฏน มจฺจุํ อาทาย ‘มริสฺสามี’ติ อาคโต, อชฺชสฺส ชีวิตํ นตฺถี’’ติ วตฺวา ปุริมา เทฺว คาถา อโวจ –
๔. ‘‘อชฺชาปิ เม ตํ มนสิ, ยํ มํ ตฺวํ ติลมุฏฺฐิยา;
พาหาย มํ คเหตฺวาน, ลฏฺฐิยา อนุตาฬยิ.
๕. ‘‘นนุ ชีวิเต น รมสิ, เยนาสิ พฺราหฺมณาคโต;
ยํ มํ พาหา คเหตฺวาน, ติกฺขตฺตุํ อนุตาฬยี’’ติ.
ตตฺถ ยํ มํ พาหาย มนฺติ ทฺวีสุ ปเทสุ อุปโยควจนํ อนุตาฬนคหณาเปกฺขํ. ยํ มํ ตฺวํ ติลมุฏฺฐิยา การณา อนุตาฬยิ, อนุตาเฬนฺโต จ มํ พาหาย คเหตฺวา อนุตาฬยิ, ตํ อนุตาฬนํ อชฺชาปิ เม มนสีติ อยเญฺหตฺถ อตฺโถ. นนุ ชีวิเต น รมสีติ มญฺเญ ตฺวํ อตฺตโน ชีวิตมฺหิ นาภิรมสิ. เยนาสิ พฺราหฺมณาคโตติ ยสฺมา พฺราหฺมณ อิธ มม สนฺติกํ อาคโตสิ. ยํ มํ พาหา คเหตฺวานาติ ยํ มม พาหา คเหตฺวา, ยํ มํ พาหาย คเหตฺวาติปิ อตฺโถ. ติกฺขตฺตุํ อนุตาฬยีติ ตโย วาเร เวฬุลฏฺฐิยา ตาเฬสิ, อชฺช ทานิ ตสฺส ผลํ วินฺทาหีติ นํ มรเณน สนฺตชฺเชนฺโต เอวมาห.
ตํ สุตฺวา อาจริโย ตติยํ คาถมาห –
๖. ‘‘อริโย อนริยํ กุพฺพนฺตํ, โย ทณฺเฑน นิเสธติ;
สาสนํ ตํ น ตํ เวรํ, อิติ นํ ปณฺฑิตา วิทู’’ติ.
ตตฺถ อริโยติ สุนฺทราธิวจนเมตํ. โส ปน อริโย จตุพฺพิโธ โหติ อาจารอริโย ทสฺสนอริโย ลิงฺคอริโย ปฏิเวธอริโยติ. ตตฺถ มนุสฺโส วา โหตุ ติรจฺฉาโน วา, อริยาจาเร ฐิโต อาจารอริโย นาม. วุตฺตมฺปิ เจตํ –
‘‘อริยวตฺตสิ วกฺกงฺค, โย ปิณฺฑมปจายติ;
จชามิ เต ตํ ภตฺตารํ, คจฺฉถูโภ ยถาสุข’’นฺติ. (ชา. ๒.๒๑.๑๐๖);
รูเปน ปน อิริยาปเถน จ ปาสาทิเกน ทสฺสนีเยน สมนฺนาคโต ทสฺสนอริโย นาม. วุตฺตมฺปิ เจตํ –
‘‘อริยาวกาโสสิ ปสนฺนเนตฺโต, มญฺเญ ภวํ ปพฺพชิโต กุลมฺหา;
กถํ นุ จิตฺตานิ ปหาย โภเค, ปพฺพชิ นิกฺขมฺม ฆรา สปญฺญา’’ติ. (ชา. ๒.๑๗.๑๔๓);
นิวาสนปารุปนลิงฺคคฺคหเณน ปน สมณสทิโส หุตฺวา วิจรนฺโต ทุสฺสีโลปิ ลิงฺคอริโย นาม. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ –
‘‘ฉทนํ กตฺวาน สุพฺพตานํ, ปกฺขนฺที กุลทูสโก ปคพฺโภ;
มายาวี อสญฺญโต ปลาโป, ปติรูเปน จรํ ส มคฺคทูสี’’ติ.
พุทฺธาทโย ปน ปฏิเวธอริยา นาม. เตน วุตฺตํ – ‘‘อริยา วุจฺจนฺติ พุทฺธา จ ปจฺเจกพุทฺธา จ พุทฺธสาวกา จา’’ติ. เตสุ อิธ อาจารอริโยว อธิปฺเปโต.
อนริยนฺติ ทุสฺสีลํ ปาปธมฺมํ. กุพฺพนฺตนฺติ ปาณาติปาตาทิกํ ปญฺจวิธทุสฺสีลฺยกมฺมํ กโรนฺตํ, เอกเมว วา เอตํ อตฺถปทํ, อนริยํ หีนํ ลามกํ ปญฺจเวรภยกมฺมํ กโรนฺตํ ปุคฺคลํ. โยติ ขตฺติยาทีสุ โย โกจิ. ทณฺเฑนาติ เยน เกนจิ ปหรณเกน. นิเสธตีติ ‘‘มา ปุน เอวรูปํ กรี’’ติ ปหรนฺโต นิวาเรติ. สาสนํ ตํ น ตํ เวรนฺติ ตํ, มหาราช, อกตฺตพฺพํ กโรนฺเต ปุตฺตธีตโร วา อนฺเตวาสิเก วา เอวํ ปหริตฺวา นิเสธนํ นาม อิมสฺมึ โลเก สาสนํ อนุสิฏฺฐิ โอวาโท, น เวรํ. อิติ นํ ปณฺฑิตา วิทูติ เอวเมตํ ปณฺฑิตา ชานนฺติ. ตสฺมา, มหาราช, ตฺวมฺปิ เอวํ ชาน, น เอวรูเป ฐาเน เวรํ กาตุํ อรหสิ. สเจ หิ ตฺวํ, มหาราช, มยา เอวํ สิกฺขาปิโต นาภวิสฺส, อถ คจฺฉนฺเต กาเล ปูวสกฺขลิอาทีนิ เจว ผลาผลาทีนิ จ หรนฺโต โจรกมฺเมสุ ปลุทฺโธ อนุปุพฺเพน สนฺธิจฺเฉทนปนฺถทูหนคามฆาตกาทีนิ กตฺวา ‘‘ราชาปราธิโก โจโร’’ติ สโหฑฺฒํ คเหตฺวา รญฺโญ ทสฺสิโต ‘‘คจฺฉถสฺส โทสานุรูปํ ทณฺฑํ อุปเนถา’’ติ ทณฺฑภยํ ปาปุณิสฺส, กุโต เต เอวรูปา สมฺปตฺติ อภวิสฺส, นนุ มํ นิสฺสาย อิทํ อิสฺสริยํ ตยา ลทฺธนฺติ เอวํ อาจริโย ราชานํ สญฺญาเปสิ. ปริวาเรตฺวา ฐิตา อมจฺจาปิสฺส กถํ สุตฺวา ‘‘สจฺจํ, เทว, อิทํ อิสฺสริยํ ตุมฺหากํ อาจริยสฺเสว สนฺตก’’นฺติ อาหํสุ.
ตสฺมึ ขเณ ราชา อาจริยสฺส คุณํ สลฺลกฺเขตฺวา ‘‘สพฺพิสฺสริยํ เต, อาจริย, ทมฺมิ, รชฺชํ ปฏิจฺฉา’’ติ อาห. อาจริโย ‘‘น เม, มหาราช, รชฺเชนตฺโถ’’ติ ปฏิกฺขิปิ. ราชา ตกฺกสิลํ เปเสตฺวา อาจริยสฺส ปุตฺตทารํ อาหราเปตฺวา มหนฺตํ อิสฺสริยํ ทตฺวา ตเมว ปุโรหิตํ กตฺวา ปิตุฏฺฐาเน ฐเปตฺวา ตสฺโสวาเท ฐิโต ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กตฺวา สคฺคปรายโณ อโหสิ.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ, สจฺจปริโยสาเน โกธโน ภิกฺขุ อนาคามิผเล ปติฏฺฐหิ, พหู ชนา โสตาปนฺนสกทาคามิอนาคามิโน อเหสุํ. ‘‘ตทา ราชา โกธโน ภิกฺขุ อโหสิ, อาจริโย ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.
ติลมุฏฺฐิชาตกวณฺณนา ทุติยา.
[๒๕๓] ๓. มณิกณฺฐชาตกวณฺณนา
มมนฺนปานนฺติ อิทํ สตฺถา อาฬวึ นิสฺสาย อคฺคาฬเว เจติเย วิหรนฺโต กุฏิการสิกฺขาปทํ (ปารา. ๓๔๒) อารพฺภ กเถสิ. อาฬวกา หิ ภิกฺขู สญฺญาจิกาย กุฏิโย การยมานา ยาจนพหุลา วิญฺญตฺติพหุลา วิหรึสุ ‘‘ปุริสํ เทถ, ปุริสตฺถกรํ เทถา’’ติอาทีนิ วทนฺตา. มนุสฺสา อุปทฺทุตา ยาจนาย อุปทฺทุตา วิญฺญตฺติยา ภิกฺขู ทิสฺวา อุพฺพิชฺชึสุปิ อุตฺตสึสุปิ ปลายึสุปิ. อถายสฺมา มหากสฺสโป อาฬวึ อุปสงฺกมิตฺวา ปิณฺฑาย ปาวิสิ, มนุสฺสา เถรมฺปิ ทิสฺวา ตเถว ปฏิปชฺชึสุ. โส ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต ภิกฺขู อามนฺเตตฺวา ‘‘ปุพฺพายํ, อาวุโส, อาฬวี สุลภปิณฺฑา, อิทานิ กสฺมา ทุลฺลภปิณฺฑา ชาตา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ตํ การณํ สุตฺวา ภควติ อาฬวึ อาคนฺตฺวา อคฺคาฬวเจติเย วิหรนฺเต ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา เอตมตฺถํ อาโรเจสิ. สตฺถา เอตสฺมึ การเณ ภิกฺขุสงฺฆํ สนฺนิปาตาเปตฺวา อาฬวเก ภิกฺขู ปฏิปุจฺฉิ – ‘‘สจฺจํ กิร ตุเมฺห, ภิกฺขเว, สญฺญาจิกาย กุฏิโย กาเรถา’’ติ. ‘‘สจฺจํ, ภนฺเต’’ติ วุตฺเต เต ภิกฺขู ครหิตฺวา ‘‘ภิกฺขเว, ยาจนา นาเมสา สตฺตรตนปริปุณฺเณ นาคภวเน วสนฺตานํ นาคานมฺปิ อมนาปา, ปเคว มนุสฺสานํ, เยสํ เอกํ กหาปณกํ อุปฺปาเทนฺตานํ ปาสาณโต มํสํ อุปฺปาฏนกาโล วิย โหตี’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต มหาวิภเว พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติ. ตสฺส อาธาวิตฺวา ปริธาวิตฺวา วิจรณกาเล อญฺโญปิ ปุญฺญวา สตฺโต ตสฺส มาตุ กุจฺฉิสฺมึ นิพฺพตฺติ. เต อุโภปิ ภาตโร วยปฺปตฺตา มาตาปิตูนํ กาลกิริยาย สํวิคฺคหทยา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา คงฺคาตีเร ปณฺณสาลํ มาเปตฺวา วสึสุ. เตสุ เชฏฺฐสฺส อุปริคงฺคาย ปณฺณสาลา อโหสิ, กนิฏฺฐสฺส อโธคงฺคาย. อเถกทิวสํ มณิกณฺโฐ นาม นาคราชา นาคภวนา นิกฺขมิตฺวา คงฺคาตีเร มาณวกเวเสน วิจรนฺโต กนิฏฺฐสฺส อสฺสมํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ, เต อญฺญมญฺญํ สมฺโมทนียกถํ กเถตฺวา วิสฺสาสิกา อเหสุํ, วินา วตฺติตุํ นาสกฺขึสุ. มณิกณฺโฐ อภิณฺหํ กนิฏฺฐตาปสสฺส สนฺติกํ อาคนฺตฺวา กถาสลฺลาเปน นิสีทิตฺวา คมนกาเล ตาปเส สิเนเหน อตฺตภาวํ วิชหิตฺวา โภเคหิ ตาปสํ ปริกฺขิปนฺโต ปริสฺสชิตฺวา อุปริมุทฺธนิ มหนฺตํ ผณํ ธาเรตฺวา โถกํ วสิตฺวา ตํ สิเนหํ วิโนเทตฺวา สรีรํ วินิเวเฐตฺวา ตาปสํ วนฺทิตฺวา สกฏฺฐานเมว คจฺฉติ. ตาปโส ตสฺส ภเยน กิโส อโหสิ ลูโข ทุพฺพณฺโณ อุปฺปณฺฑุปฺปณฺฑุกชาโต ธมนิสนฺถตคตฺโต.
โส เอกทิวสํ ภาตุ สนฺติกํ อคมาสิ. อถ นํ โส ปุจฺฉิ – ‘‘กิสฺส, ตฺวํ โภ, กิโส ลูโข ทุพฺพณฺโณ อุปฺปณฺฑุปฺปณฺฑุกชาโต ธมนิสนฺถตคตฺโต’’ติ. โส ตสฺส ตํ ปวตฺตึ อาโรเจตฺวา ‘‘กึ ปน, ตฺวํ โภ, ตสฺส นาคราชสฺส อาคมนํ อิจฺฉสิ, น อิจฺฉสี’’ติ ปุฏฺโฐ ‘‘น อิจฺฉามี’’ติ วตฺวา ‘‘โส ปน นาคราชา ตว สนฺติกํ อาคจฺฉนฺโต กึ ปิฬนฺธนํ ปิฬนฺธิตฺวา อาคจฺฉตี’’ติ วุตฺเต ‘‘มณิรตน’’นฺติ อาห. เตน หิ ตฺวํ ตสฺมึ นาคราเช ตว สนฺติกํ อาคนฺตฺวา อนิสินฺเนเยว ‘‘มณึ เม เทหี’’ติ ยาจ, เอวํ โส นาโค ตํ โภเคหิ อปริกฺขิปิตฺวาว คมิสฺสติ. ปุนทิวเส อสฺสมปททฺวาเร ฐตฺวา อาคจฺฉนฺตเมว นํ ยาเจยฺยาสิ, ตติยทิวเส คงฺคาตีเร ฐตฺวา อุทกา อุมฺมุชฺชนฺตเมว นํ ยาเจยฺยาสิ, เอวํ โส ตว สนฺติกํ ปุน น อาคมิสฺสตีติ.
ตาปโส ‘‘สาธู’’ติ ปฏิสฺสุณิตฺวา อตฺตโน ปณฺณสาลํ คนฺตฺวา ปุนทิวเส นาคราชานํ อาคนฺตฺวา ฐิตมตฺตเมว ‘‘เอตํ อตฺตโน ปิฬนฺธนมณึ เม เทหี’’ติ ยาจิ, โส อนิสีทิตฺวาว ปลายิ. อถ นํ ทุติยทิวเส อสฺสมปททฺวาเร ฐตฺวา อาคจฺฉนฺตเมว ‘‘หิยฺโย เม มณิรตนํ นาทาสิ, อชฺช ทานํ ลทฺธุํ วฏฺฏตี’’ติ อาห. นาโค อสฺสมปทํ อปวิสิตฺวาว ปลายิ. ตติยทิวเส อุทกโต อุมฺมุชฺชนฺตเมว นํ ‘‘อชฺช เม ตติโย ทิวโส ยาจนฺตสฺส, เทหิ ทานิ เม เอตํ มณิรตน’’นฺติ อาห. นาคราชา อุทเก ฐตฺวาว ตาปสํ ปฏิกฺขิปนฺโต เทฺว คาถา อาห –
๗. ‘‘มมนฺนปานํ วิปุลํ อุฬารํ, อุปฺปชฺชตีมสฺส มณิสฺส เหตุ;
ตํ เต น ทสฺสํ อติยาจโกสิ, น จาปิ เต อสฺสมมาคมิสฺสํ.
๘. ‘‘สุสู ยถา สกฺขรโธตปาณี, ตาเสสิมํ เสลํ ยาจมาโน;
ตํ เต น ทสฺสํ อติยาจโกสิ, น จาปิ เต อสฺสมมาคมิสฺส’’นฺติ.
ตตฺถ มมนฺนปานนฺติ มม ยาคุภตฺตาทิทิพฺพโภชนํ อฏฺฐปานกเภทญฺจ ทิพฺพปานํ. วิปุลนฺติ พหุ. อุฬารนฺติ เสฏฺฐํ ปณีตํ. ตํ เตติ ตํ มณึ ตุยฺหํ. อติยาจโกสีติ กาลญฺจ ปมาณญฺจ อติกฺกมิตฺวา อชฺช ตีณิ ทิวสานิ มยฺหํ ปิยํ มนาปํ มณิรตนํ ยาจมาโน อติกฺกมฺม ยาจโกสิ. น จาปิ เตติ น เกวลํ น ทสฺสํ, อสฺสมมฺปิ เต นาคมิสฺสํ. สุสู ยถาติ ยถา นาม ยุวา ตรุณมนุสฺโส. สกฺขรโธตปาณีติ สกฺขราย โธตปาณิ, เตเลน ปาสาเณ โธตอสิหตฺโถ. ตาเสสิมํ เสลํ ยาจมาโนติ อิมํ มณึ ยาจนฺโต ตฺวํ กญฺจนถรุขคฺคํ อพฺพาหิตฺวา ‘‘สีสํ เต ฉินฺทามี’’ติ วทนฺโต ตรุณปุริโส วิย มํ ตาเสสิ.
เอวํ วตฺวา โส นาคราชา อุทเก นิมุชฺชิตฺวา อตฺตโน นาคภวนเมว คนฺตฺวา น ปจฺจาคญฺฉิ. อถ โส ตาปโส ตสฺส ทสฺสนียสฺส นาคราชสฺส อทสฺสเนน ภิยฺโยโสมตฺตาย กิโส อโหสิ ลูโข ทุพฺพณฺโณ อุปฺปณฺฑุปฺปณฺฑุกชาโต ธมนิสนฺถตคตฺโต. อถ เชฏฺฐตาปโส ‘‘กนิฏฺฐสฺส ปวตฺตึ ชานิสฺสามี’’ติ ตสฺส สนฺติกํ อาคนฺตฺวา ตํ ภิยฺโยโสมตฺตาย ปณฺฑุโรคินํ ทิสฺวา ‘‘กึ นุ โข, โภ, ตฺวํ ภิยฺโยโสมตฺตาย ปณฺฑุโรคี ชาโต’’ติ วตฺวา ‘‘ตสฺส ทสฺสนียสฺส นาคราชสฺส อทสฺสเนนา’’ติ สุตฺวา ‘‘อยํ ตาปโส นาคราชานํ วินา วตฺติตุํ น สกฺโกตี’’ติ สลฺลกฺเขตฺวา ตติยํ คาถมาห –
๙. ‘‘น ตํ ยาเจ ยสฺส ปิยํ ชิคีเส, เทสฺโส โหติ อติยาจนาย;
นาโค มณึ ยาจิโต พฺราหฺมเณน, อทสฺสนํเยว ตทชฺฌคมา’’ติ.
ตตฺถ น ตํ ยาเจติ ตํ ภณฺฑํ น ยาเจยฺย. ยสฺส ปิยํ ชิคีเสติ ยํ ภณฺฑํ อสฺส ปุคฺคลสฺส ปิยนฺติ ชาเนยฺย. เทสฺโส โหตีติ อปฺปิโย โหติ. อติยาจนายาติ ปมาณํ อติกฺกมิตฺวา วรภณฺฑํ ยาจนฺโต ตาย อติยาจนาย. อทสฺสนํเยว ตทชฺฌคมาติ ตโต ปฏฺฐาย อทสฺสนเมว คโตติ.
เอวํ ปน ตํ วตฺวา ‘‘อิโต ทานิ ปฏฺฐาย มา โสจี’’ติ สมสฺสาเสตฺวา เชฏฺฐภาตา อตฺตโน อสฺสมเมว คโต. อถาปรภาเค เต เทฺวปิ ภาตโร อภิญฺญา จ สมาปตฺติโย จ นิพฺพตฺเตตฺวา พฺรหฺมโลกปรายณา อเหสุํ.
สตฺถา ‘‘เอวํ, ภิกฺขเว, สตฺตรตนปริปุณฺเณ นาคภวเน วสนฺตานํ นาคานมฺปิ ยาจนา นาม อมนาปา, กิมงฺคํ ปน มนุสฺสาน’’นฺติ อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา กนิฏฺโฐ อานนฺโท อโหสิ, เชฏฺโฐ ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.
มณิกณฺฐชาตกวณฺณนา ตติยา.
[๒๕๔] ๔. กุณฺฑกกุจฺฉิสินฺธวชาตกวณฺณนา
ภุตฺวา ติณปริฆาสนฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต สาริปุตฺตตฺเถรํ อารพฺภ กเถสิ. เอกสฺมิญฺหิ สมเย สมฺมาสมฺพุทฺเธ สาวตฺถิยํ วสฺสํ วสิตฺวา จาริกํ จริตฺวา ปุน ปจฺจาคเต มนุสฺสา ‘‘อาคนฺตุกสกฺการํ กริสฺสามา’’ติ พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส มหาทานํ ททนฺติ. วิหาเร เอกํ ธมฺมโฆสกภิกฺขุํ ฐเปสุํ, โส เย เย อาคนฺตฺวา ยตฺตเก ภิกฺขู อิจฺฉนฺติ, เตสํ เตสํ ภิกฺขู วิจาเรตฺวา เทติ.
อเถกา ทุคฺคตมหลฺลิกา อิตฺถี เอกเมว ปฏิวีสํ สชฺเชตฺวา เตสํ เตสํ มนุสฺสานํ ภิกฺขูสุ วิจาเรตฺวา ทินฺเนสุ อุสฺสูเร ธมฺมโฆสกสฺส สนฺติกํ อาคนฺตฺวา ‘‘มยฺหํ เอกํ ภิกฺขุํ เทถา’’ติ อาห. โส ‘‘มยา สพฺเพ ภิกฺขู วิจาเรตฺวา ทินฺนา, สาริปุตฺตตฺเถโร ปน วิหาเรเยว, ตฺวํ ตสฺส ภิกฺขํ เทหี’’ติ อาห. สา ‘‘สาธู’’ติ ตุฏฺฐจิตฺตา เชตวนทฺวารโกฏฺฐเก ฐตฺวา เถรสฺส อาคตกาเล วนฺทิตฺวา หตฺถโต ปตฺตํ คเหตฺวา ฆรํ เนตฺวา นิสีทาเปสิ. ‘‘เอกาย กิร มหลฺลิกาย ธมฺมเสนาปติ อตฺตโน ฆเร นิสีทาปิโต’’ติ พหูนิ สทฺธานิ กุลานิ อสฺโสสุํ. เตสุ ราชา ปสฺเสนที โกสโล ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา ตสฺสา สาฏเกน เจว สหสฺสตฺถวิกาย จ สทฺธึ ภตฺตภาชนานิ ปหิณิ ‘‘มยฺหํ อยฺยํ ปริวิสมานา อิมํ สาฏกํ นิวาเสตฺวา อิเม กหาปเณ วฬญฺเชตฺวา เถรํ ปริวิสตู’’ติ. ยถา จ ราชา, เอวํ อนาถปิณฺฑิโก จูฬอนาถปิณฺฑิโก วิสาขา จ มหาอุปาสิกา ปหิณิ. อญฺญานิปิ ปน กุลานิ เอกสตทฺวิสตาทิวเสน อตฺตโน อตฺตโน พลานุรูเปน กหาปเณ ปหิณึสุ. เอวํ เอกาเหเนว สา มหลฺลิกา สตสหสฺสมตฺตํ ลภิ. เถโร ปน ตาย ทินฺนยาคุเมว ปิวิตฺวา ตาย กตขชฺชกเมว ปกฺกภตฺตเมว จ ปริภุญฺชิตฺวา อนุโมทนํ กตฺวา ตํ มหลฺลิกํ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาเปตฺวา วิหารเมว อคมาสิ.
ธมฺมสภายํ ภิกฺขู เถรสฺส คุณกถํ สมุฏฺฐาเปสุํ – ‘‘อาวุโส, ธมฺมเสนาปติ มหลฺลิกคหปตานึ ทุคฺคตภาวโต โมเจสิ, ปติฏฺฐา อโหสิ. ตาย ทินฺนมาหารํ อชิคุจฺฉนฺโต ปริภุญฺชี’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, สาริปุตฺโต อิทาเนว เอติสฺสา มหลฺลิกาย อวสฺสโย ชาโต, น จ อิทาเนว ตาย ทินฺนํ อาหารํ อชิคุจฺฉนฺโต ปริภุญฺชติ, ปุพฺเพปิ ปริภุญฺชิเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต อุตฺตราปเถ อสฺสวาณิชกุเล นิพฺพตฺติ. อุตฺตราปถชนปทโต ปญฺจสตา อสฺสวาณิชา อสฺเส พาราณสึ อาเนตฺวา วิกฺกิณนฺติ. อญฺญตโรปิ อสฺสวาณิโช ปญฺจอสฺสสตานิ อาทาย พาราณสิมคฺคํ ปฏิปชฺชิ. อนฺตรามคฺเค จ พาราณสิโต อวิทูเร เอโก นิคมคาโม อตฺถิ, ตตฺถ ปุพฺเพ มหาวิภโว เสฏฺฐิ อโหสิ. ตสฺส มหนฺตํ นิเวสนํ, ตํ ปน กุลํ อนุกฺกเมน ปริกฺขยํ คตํ, เอกาว มหลฺลิกา อวสิฏฺฐา, สา ตสฺมึ นิเวสเน วสติ. อถ โส อสฺสวาณิโช ตํ นิคมคามํ ปตฺวา ‘‘เวตนํ ทสฺสามี’’ติ ตสฺสา นิเวสเน นิวาสํ คณฺหิตฺวา อสฺเส เอกมนฺเต ฐเปสิ. ตํทิวสเมวสฺส เอกิสฺสา อาชานียาวฬวาย คพฺภวุฏฺฐานํ อโหสิ. โส เทฺว ตโย ทิวเส วสิตฺวา อสฺเส พลํ คาหาเปตฺวา ‘‘ราชานํ ปสฺสิสฺสามี’’ติ อสฺเส อาทาย ปายาสิ. อถ นํ มหลฺลิกา ‘‘เคหเวตนํ เทหี’’ติ วตฺวา ‘‘สาธุ, อมฺม, เทมี’’ติ วุตฺเต ‘‘ตาต, เวตนํ เม ททมาโน อิมมฺปิ อสฺสโปตกํ เวตนโต ขณฺเฑตฺวา เทหี’’ติ อาห. วาณิโช ตถา กตฺวา ปกฺกามิ. สา ตสฺมึ อสฺสโปตเก ปุตฺตสิเนหํ ปจฺจุปฏฺฐเปตฺวา อวสฺสาวนฌามกภตฺตวิฆาสติณานิ ทตฺวา ตํ ปฏิชคฺคิ.
อถาปรภาเค โพธิสตฺโต ปญฺจ อสฺสสตานิ อาทาย อาคจฺฉนฺโต ตสฺมึ เคเห นิวาสํ คณฺหิ. กุณฺฑกขาทกสฺส สินฺธวโปตกสฺส ฐิตฏฺฐานโต คนฺธํ ฆายิตฺวา เอกอสฺโสปิ เคหํ ปวิสิตุํ นาสกฺขิ. โพธิสตฺโต มหลฺลิกํ ปุจฺฉิ – ‘‘อมฺม, กจฺจิ อิมสฺมึ เคเห อสฺโส อตฺถี’’ติ. ‘‘ตาต, อญฺโญ อสฺโส นาม นตฺถิ, อหํ ปน ปุตฺตํ กตฺวา เอกํ อสฺสโปตกํ ปฏิชคฺคามิ, โส เอตฺถ อตฺถี’’ติ. ‘‘กหํ โส, อมฺมา’’ติ? ‘‘จริตุํ คโต, ตาตา’’ติ. ‘‘กาย เวลาย อาคมิสฺสติ, อมฺมา’’ติ? ‘‘สายเนฺห, ตาตา’’ติ. โพธิสตฺโต ตสฺส อาคมนํ ปฏิมาเนนฺโต อสฺเส พหิ ฐเปตฺวาว นิสีทิ. สินฺธวโปตโกปิ วิจริตฺวา กาเลเยว อาคมิ. โพธิสตฺโต กุณฺฑกกุจฺฉิสินฺธวโปตกํ ทิสฺวา ลกฺขณานิ สมาเนตฺวา ‘‘อยํ สินฺธโว อนคฺโฆ, มหลฺลิกาย มูลํ ทตฺวา คเหตุํ วฏฺฏตี’’ติ จินฺเตสิ. สินฺธวโปตโกปิ เคหํ ปวิสิตฺวา อตฺตโน วสนฏฺฐาเนเยว ฐิโต. ตสฺมึ ขเณ เต อสฺสา เคหํ ปวิสิตุํ สกฺขึสุ.
โพธิสตฺโต ทฺวีหตีหํ วสิตฺวา อสฺเส สนฺตปฺเปตฺวา คจฺฉนฺโต ‘‘อมฺม, อิมํ อสฺสโปตกํ มูลํ คเหตฺวา มยฺหํ เทหี’’ติ อาห. ‘‘กึ วเทสิ, ตาต, ปุตฺตํ วิกฺกิณนฺตา นาม อตฺถี’’ติ. ‘‘อมฺม, ตฺวํ เอตํ กึ ขาทาเปตฺวา ปฏิชคฺคสี’’ติ? ‘‘โอทนกญฺชิกญฺจ ฌามกภตฺตญฺจ วิฆาสติณญฺจ ขาทาเปตฺวา กุณฺฑกยาคุญฺจ ปาเยตฺวา ปฏิชคฺคามิ, ตาตา’’ติ. ‘‘อมฺม, อหํ เอตํ ลภิตฺวา ปิณฺฑรสโภชนํ โภเชสฺสามิ, ฐิตฏฺฐาเน เจลวิตานํ ปสาเรตฺวา อตฺถรณปิฏฺเฐ ฐเปสฺสามี’’ติ. ‘‘ตาต, เอวํ สนฺเต มม ปุตฺโต จ สุขํ อนุภวตุ, ตํ คเหตฺวา คจฺฉา’’ติ. อถ โพธิสตฺโต ตสฺส จตุนฺนํ ปาทานํ นงฺคุฏฺฐสฺส มุขสฺส จ มูลํ เอเกกํ กตฺวา ฉ สหสฺสตฺถวิกาโย ฐเปตฺวา มหลฺลิกํ นววตฺถํ นิวาสาเปตฺวา สินฺธวโปตกสฺส ปุรโต ฐเปสิ. โส อกฺขีนิ อุมฺมีเลตฺวา มาตรํ โอโลเกตฺวา อสฺสูนิ ปวตฺเตสิ. สาปิ ตสฺส ปิฏฺฐึ ปริมชฺชิตฺวา อาห – ‘‘มยา ปุตฺตโปสาวนิกํ ลทฺธํ, ตฺวํ, ตาต, คจฺฉาหี’’ติ, ตทา โส อคมาสิ.
โพธิสตฺโต ปุนทิวเส อสฺสโปตกสฺส ปิณฺฑรสโภชนํ สชฺเชตฺวา ‘‘วีมํสิสฺสามิ ตาว นํ, ชานาติ นุ โข อตฺตโน พลํ, อุทาหุ น ชานาตี’’ติ โทณิยํ กุณฺฑกยาคุํ อากิราเปตฺวา ทาเปสิ. โส ‘‘นาหํ อิมํ โภชนํ ภุญฺชิสฺสามี’’ติ ตํ ยาคุํ ปายิตุํ น อิจฺฉิ. โพธิสตฺโต ตสฺส วีมํสนวเสน ปฐมํ คาถมาห –
๑๐. ‘‘ภุตฺวา ติณปริฆาสํ, ภุตฺวา อาจามกุณฺฑกํ;
เอตํ เต โภชนํ อาสิ, กสฺมา ทานิ น ภุญฺชสี’’ติ.
ตตฺถ ภุตฺวา ติณปริฆาสนฺติ ตฺวํ ปุพฺเพ มหลฺลิกาย ทินฺนํ เตสํ เตสํ ขาทิตาวเสสํ วิฆาสติณสงฺขาตํ ปริฆาสํ ภุญฺชิตฺวา วฑฺฒิโต. ภุตฺวา อาจามกุณฺฑกนฺติ เอตฺถ อาจาโม วุจฺจติ โอทนาวเสสํ. กุณฺฑกนฺติ กุณฺฑกเมว. เอตญฺจ ภุญฺชิตฺวา วฑฺฒิโตสีติ ทีเปติ. เอตํ เตติ เอตํ ตว ปุพฺเพ โภชนํ อาสิ. กสฺมา ทานิ น ภุญฺชสีติ มยาปิ เต ตเมว ทินฺนํ, ตฺวํ ตํ กสฺมา อิทานิ น ภุญฺชสีติ.
ตํ สุตฺวา สินฺธวโปตโก อิตรา เทฺว คาถา อโวจ –
๑๑. ‘‘ยตฺถ โปสํ น ชานนฺติ, ชาติยา วินเยน วา;
พหุ ตตฺถ มหาพฺรเหฺม, อปิ อาจามกุณฺฑกํ.
๑๒. ‘‘ตฺวญฺจ โขมํ ปชานาสิ, ยาทิสายํ หยุตฺตโม;
ชานนฺโต ชานมาคมฺม, น เต ภกฺขามิ กุณฺฑก’’นฺติ.
ตตฺถ ยตฺถาติ ยสฺมึ ฐาเน. โปสนฺติ สตฺตํ. ชาติยา วินเยน วาติ ‘‘ชาติสมฺปนฺโน วา เอโส, น วา, อาจารยุตฺโต วา, น วา’’ติ เอวํ น ชานนฺติ. มหาพฺรเหฺมติ ครุกาลปเนน อาลปนฺโต อาห. ยาทิสายนฺติ ยาทิโส อยํ, อตฺตานํ สนฺธาย วทติ. ชานนฺโต ชานมาคมฺมาติ อหํ อตฺตโน พลํ ชานนฺโต ชานนฺตเมว ตํ อาคมฺม ปฏิจฺจ ตว สนฺติเก กุณฺฑกํ กึ ภุญฺชิสฺสามิ. น หิ ตฺวํ กุณฺฑกํ โภชาเปตุกามตาย ฉ สหสฺสานิ ทตฺวา มํ คณฺหีติ.
ตํ สุตฺวา โพธิสตฺโต ‘‘ตํ วีมํสนตฺถาย ตํ มยา กตํ, มา กุชฺฌี’’ติ ตํ สมสฺสาเสตฺวา สุโภชนํ โภเชตฺวา อาทาย ราชงฺคณํ คนฺตฺวา เอกสฺมึ ปสฺเส ปญฺจ อสฺสสตานิ ฐเปตฺวา เอกสฺมึ ปสฺเส วิจิตฺตสาณึ ปริกฺขิปิตฺวา เหฏฺฐา อตฺถรณํ ปตฺถริตฺวา อุปริ เจลวิตานํ พนฺธิตฺวา สินฺธวโปตกํ ฐเปสิ.
ราชา อาคนฺตฺวา อสฺเส โอโลเกนฺโต ‘‘อยํ อสฺโส กสฺมา วิสุํ ฐปิโต’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘มหาราช, อยํ สินฺธโว อิเม อสฺเส วิสุํ อกโต โมเจสฺสตี’’ติ สุตฺวา ‘‘โสภโน, โภ, สินฺธโว’’ติ ปุจฺฉิ. โพธิสตฺโต ‘‘อาม, มหาราชา’’ติ วตฺวา ‘‘เตน หิสฺส ชวํ ปสฺสิสฺสามี’’ติ วุตฺเต ตํ อสฺสํ กปฺเปตฺวา อภิรุหิตฺวา ‘‘ปสฺส, มหาราชา’’ติ มนุสฺเส อุสฺสาเรตฺวา ราชงฺคเณ อสฺสํ ปาเหสิ. สพฺพํ ราชงฺคณํ นิรนฺตรํ อสฺสปนฺตีหิ ปริกฺขิตฺตมิวาโหสิ. ปุน โพธิสตฺโต ‘‘ปสฺส, มหาราช, สินฺธวโปตกสฺส เวค’’นฺติ วิสฺสชฺเชสิ, เอกปุริโสปิ นํ น อทฺทส. ปุน รตฺถปฏํ อุทเร ปริกฺขิปิตฺวา วิสฺสชฺเชสิ, รตฺตปฏเมว ปสฺสึสุ. อถ นํ อนฺโตนคเร เอกิสฺสา อุยฺยานโปกฺขรณิยา อุทกปิฏฺเฐ วิสฺสชฺเชสิ, ตตฺถสฺส อุทกปิฏฺเฐ ธาวโต ขุรคฺคานิปิ น เตมึสุ. ปุนวารํ ปทุมินิปตฺตานํ อุปริ ธาวนฺโต เอกปณฺณมฺปิ น อุทเก โอสีทาเปสิ. เอวมสฺส ชวสมฺปนฺนํ ทสฺเสตฺวา โอรุยฺห ปาณึ ปหริตฺวา หตฺถตลํ อุปนาเมสิ, อสฺโส อุปคนฺตฺวา จตฺตาโร ปาเท เอกโต กตฺวา หตฺถตเล อฏฺฐาสิ. อถ มหาสตฺโต ราชานํ อาห – ‘‘มหาราช, อิมสฺส อสฺสโปตกสฺส สพฺพากาเรน เวเค ทสฺสิยมาเน สมุทฺทปริยนฺโต นปฺปโหตี’’ติ. ราชา ตุสฺสิตฺวา มหาสตฺตสฺส อุปฑฺฒรชฺชํ อทาสิ. สินฺธวโปตกมฺปิ อภิสิญฺจิตฺวา มงฺคลอสฺสํ อกาสิ.
โส รญฺโญ ปิโย อโหสิ มนาโป, สกฺกาโรปิสฺส มหา อโหสิ. ตสฺส หิ วสนฏฺฐานํ รญฺโญ อลงฺกตปฏิยตฺโต วาสฆรคพฺโภ วิย อโหสิ, จตุชาติคนฺเธหิ ภูมิเลปนํ อกํสุ, คนฺธทามมาลาทามานิ โอสารยึสุ, อุปริ สุวณฺณตารกขจิตํ เจลวิตานํ อโหสิ, สมนฺตโต จิตฺรสาณิ ปริกฺขิตฺตา อโหสิ, นิจฺจํ คนฺธเตลปทีปา ฌายึสุ, อุจฺจารปสฺสาวฏฺฐาเนปิสฺส สุวณฺณกฏาหํ ฐปยึสุ, นิจฺจํ ราชารหโภชนเมว ภุญฺชิ. ตสฺส ปน อาคตกาลโต ปฏฺฐาย รญฺโญ สกลชมฺพุทีเป รชฺชํ หตฺถคตเมว อโหสิ. ราชา โพธิสตฺตสฺส โอวาเท ฐตฺวา ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กตฺวา สคฺคปรายโณ อโหสิ.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ, สจฺจปริโยสาเน พหู โสตาปนฺนา สกทาคามิโน อนาคามิโน อรหนฺโต จ อเหสุํ. ‘‘ตทา มหลฺลิกา อยเมว มหลฺลิกา อโหสิ, สินฺธโว สาริปุตฺโต, ราชา อานนฺโท, อสฺสวาณิชฺโช ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.
กุณฺฑกกุจฺฉิสินฺธวชาตกวณฺณนา จตุตฺถา.
[๒๕๕] ๕. สุกชาตกวณฺณนา
ยาว โส มตฺตมญฺญาสีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ อติพหุํ ภุญฺชิตฺวา อชีรเณน กาลกตํ ภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ. ตสฺมึ กิร เอวํ กาลกเต ธมฺมสภายํ ภิกฺขู ตสฺส อคุณกถํ สมุฏฺฐาเปสุํ – ‘‘อาวุโส, อสุโก นาม ภิกฺขุ อตฺตโน กุจฺฉิปฺปมาณํ อชานิตฺวา อติพหุํ ภุญฺชิตฺวา ชีราเปตุํ อสกฺโกนฺโต กาลกโต’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพเปส อติโภชนปจฺจเยเนว มโต’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต หิมวนฺตปเทเส สุกโยนิยํ นิพฺพตฺติตฺวา อเนกานํ สุกสหสฺสานํ สมุทฺทานุคเต หิมวนฺตปเทเส วสนฺตานํ ราชา อโหสิ. ตสฺเสโก ปุตฺโต อโหสิ, ตสฺมึ พลปฺปตฺเต โพธิสตฺโต ทุพฺพลจกฺขุโก อโหสิ. สุกานํ กิร สีโฆ เวโค โหติ, เตน เตสํ มหลฺลกกาเล ปฐมํ จกฺขุเมว ทุพฺพลํ โหติ. โพธิสตฺตสฺส ปุตฺโต มาตาปิตโร กุลาวเก ฐเปตฺวา โคจรํ อาหริตฺวา โปเสสิ. โส เอกทิวสํ โคจรภูมึ คนฺตฺวา ปพฺพตมตฺถเก ฐิโต สมุทฺทํ โอโลเกนฺโต เอกํ ทีปกํ ปสฺสิ. ตสฺมึ ปน สุวณฺณวณฺณํ มธุรผลํ อมฺพวนํ อตฺถิ. โส ปุนทิวเส โคจรเวลาย อุปฺปติตฺวา ตสฺมึ อมฺพวเน โอตริตฺวา อมฺพรสํ ปิวิตฺวา อมฺพปกฺกํ อาทาย อาคนฺตฺวา มาตาปิตูนํ อทาสิ. โพธิสตฺโต ตํ ขาทนฺโต รสํ สญฺชานิตฺวา ‘‘ตาต, นนุ อิมํ อสุกทีปเก อมฺพปกฺก’’นฺติ วตฺวา ‘‘อาม, ตาตา’’ติ วุตฺเต ‘‘ตาต, เอตํ ทีปกํ คจฺฉนฺตา นาม สุกา ทีฆมายุํ ปาเลนฺตา นาม นตฺถิ, มา โข ตฺวํ ปุน ตํ ทีปกํ อคมาสี’’ติ อาห. โส ตสฺส วจนํ อคฺคเหตฺวา อคมาสิเยว.
อเถกทิวสํ พหุํ อมฺพรสํ ปิวิตฺวา มาตาปิตูนํ อตฺถาย อมฺพปกฺกํ อาทาย สมุทฺทมตฺถเกนาคจฺฉนฺโต อติธาตตาย กิลนฺตกาโย นิทฺทายาภิภูโต, โส นิทฺทายนฺโตปิ อาคจฺฉเตว, ตุณฺเฑน ปนสฺส คหิตํ อมฺพปกฺกํ ปติ. โส อนุกฺกเมน อาคมนวีถึ ชหิตฺวา โอสีทนฺโต อุทกปิฏฺเฐเนว อาคจฺฉนฺโต อุทเก ปติ. อถ นํ เอโก มจฺโฉ คเหตฺวา ขาทิ. โพธิสตฺโต ตสฺมึ อาคมนเวลาย อนาคจฺฉนฺเตเยว ‘‘สมุทฺเท ปติตฺวา มโต ภวิสฺสตี’’ติ อญฺญาสิ. อถสฺส มาตาปิตโรปิ อาหารํ อลภมานา สุสฺสิตฺวา มรึสุ.
สตฺถา อิมํ อตีตํ อาหริตฺวา อภิสมฺพุทฺโธ หุตฺวา อิมา คาถา อโวจ –
๑๓. ‘‘ยาว โส มตฺตมญฺญาสิ, โภชนสฺมึ วิหงฺคโม;
ตาว อทฺธานมาปาทิ, มาตรญฺจ อโปสยิ.
๑๔. ‘‘ยโต จ โข พหุตรํ, โภชนํ อชฺฌวาหริ;
ตโต ตตฺเถว สํสีทิ, อมตฺตญฺญู หิ โส อหุ.
๑๕. ‘‘ตสฺมา มตฺตญฺญุตา สาธุ, โภชนสฺมึ อคิทฺธตา;
อมตฺตญฺญู หิ สีทนฺติ, มตฺตญฺญู จ น สีทเร’’ติ.
ตตฺถ ยาว โสติ ยาว โส วิหงฺคโม โภชเน มตฺตมญฺญาสิ. ตาว อทฺธานมาปาทีติ ตตฺถกํ กาลํ ชีวิตอทฺธานํ อาปาทิ, อายุํ วินฺทิ. มาตรญฺจาติ เทสนาสีสเมตํ, มาตาปิตโร จ อโปสยีติ อตฺโถ. ยโต จ โขติ ยสฺมิญฺจ โข กาเล. โภชนํ อชฺฌวาหรีติ อมฺพรสํ อชฺโฌหริ. ตโตติ ตสฺมึ กาเล. ตตฺเถว สํสีทีติ ตสฺมึ สมุทฺเทเยว โอสีทิ นิมุชฺชิ, มจฺฉโภชนตํ อาปชฺชิ.
ตสฺมา มตฺตญฺญุตา สาธูติ ยสฺมา โภชเน อมตฺตญฺญู สุโก สมุทฺเท โอสีทิตฺวา มโต, ตสฺมา โภชนสฺมึ อคิทฺธิตาสงฺขาโต มตฺตญฺญุภาโว สาธุ, ปมาณชานนํ สุนฺทรนฺติ อตฺโถ. อถ วา ‘‘ปฏิสงฺขา โยนิโส อาหารํ อาหาเรติ, เนว ทวาย น มทาย…เป… ผาสุวิหาโร จา’’ติ.
‘‘อลฺลํ สุกฺขญฺจ ภุญฺชนฺโต, น พาฬฺหํ สุหิโต สิยา;
อูนุทโร มิตาหาโร, สโต ภิกฺขุ ปริพฺพเช.
‘‘จตฺตาโร ปญฺจ อาโลเป, อภุตฺวา อุทกํ ปิเว;
อลํ ผาสุวิหาราย, ปหิตตฺตสฺส ภิกฺขุโน. (เถรคา. ๙๘๒-๙๘๓);
‘‘มนุชสฺส สทา สตีมโต, มตฺตํ ชานโต ลทฺธโภชเน;
ตนู ตสฺส ภวนฺติ เวทนา, สณิกํ ชีรติ อายุํ ปาลย’’นฺติ. (สํ. นิ. ๑.๑๒๔) –
เอวํ วณฺณิตา มตฺตญฺญุตาปิ สาธุ.
‘‘กนฺตาเร ปุตฺตมํสํว, อกฺขสฺสพฺภญฺชนํ ยถา;
เอวํ อาหริ อาหรํ, ยาปนตฺถมมุจฺฉิโต’’ติ. (วิสุทฺธิ. ๑.๑๙) –
เอวํ วณฺณิตา อคิทฺธิตาปิ สาธุ. ปาฬิยํ ปน ‘‘อคิทฺธิมา’’ติ ลิขิตํ, ตโต อยํ อฏฺฐกถาปาโฐว สุนฺทรตโร. อมตฺตญฺญู หิ สีทนฺตีติ โภชเน ปมาณํ อชานนฺตา หิ รสตณฺหาวเสน ปาปกมฺมํ กตฺวา จตูสุ อปาเยสุ สีทนฺติ. มตฺตญฺญู จ น สีทเรติ เย ปน โภชเน ปมาณํ ชานนฺติ, เต ทิฏฺฐธมฺเมปิ สมฺปราเยปิ น สีทนฺตีติ.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ, สจฺจปริโยสาเน พหู โสตาปนฺนาปิ สกทาคามิโนปิ อนาคามิโนปิ อรหนฺโตปิ อเหสุํ. ‘‘ตทา สุกราชปุตฺโต โภชเน อมตฺตญฺญู ภิกฺขุ อโหสิ, สุกราชา ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.
สุกชาตกวณฺณนา ปญฺจมา.
[๒๕๖] ๖. ชรูทปานชาตกวณฺณนา
ชรูทปานํ ขณมานาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต สาวตฺถิวาสิโน วาณิเช อารพฺภ กเถสิ. เต กิร สาวตฺถิยํ ภณฺฑํ คเหตฺวา สกฏานิ ปูเรตฺวา โวหารตฺถาย คมนกาเล ตถาคตํ นิมนฺเตตฺวา สรณานิ คเหตฺวา สีเลสุ ปติฏฺฐาย สตฺถารํ วนฺทิตฺวา ‘‘มยํ, ภนฺเต, โวหารตฺถาย ทีฆมคฺคํ คมิสฺสาม, ภณฺฑํ วิสฺสชฺเชตฺวา สิทฺธิปฺปตฺตา โสตฺถินา ปจฺจาคนฺตฺวา ปน ตุเมฺห วนฺทิสฺสามา’’ติ วตฺวา มคฺคํ ปฏิปชฺชึสุ. เต กนฺตารมคฺเค ปุราณอุทปานํ ทิสฺวา ‘‘อิมสฺมึ อุทปาเน ปานียํ นตฺถิ, มยญฺจ ปิปาสิตา, ขณิสฺสาม น’’นฺติ ขณนฺตา ปฏิปาฏิยา พหุํ อยํ…เป… เวฬุริยํ ลภึสุ. เต เตเนว สนฺตุฏฺฐา หุตฺวา เตสํ รตนานํ สกฏานิ ปูเรตฺวา โสตฺถินา สาวตฺถึ ปจฺจาคมึสุ. เต อาภตํ ธนํ ปฏิสาเมตฺวา มยํ ‘‘สิทฺธิปฺปตฺตา ภตฺตํ ทสฺสามา’’ติ ตถาคตํ นิมนฺเตตฺวา ทานํ ทตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสินฺนา อตฺตโน ธนสฺส ลทฺธาการํ สตฺถุ อาโรเจสุํ. สตฺถา ‘‘ตุเมฺห โข อุปาสกา เตน ธเนน สนฺตุฏฺฐา หุตฺวา ปมาณญฺญุตาย ธนญฺจ ชีวิตญฺจ อลภิตฺถ, โปราณกา ปน อสนฺตุฏฺฐา อมตฺตญฺญุโน ปณฺฑิตานํ วจนํ อกตฺวา ชีวิกฺขยํ ปตฺตา’’ติ วตฺวา เตหิ ยาจิโต อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต พาราณสิยํ วาณิชกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต สตฺถวาหเชฏฺฐโก อโหสิ. โส พาราณสิยํ ภณฺฑํ คเหตฺวา สกฏานิ ปูเรตฺวา พหู วาณิเช อาทาย ตเมว กนฺตารํ ปฏิปนฺโน ตเมว อุทปานํ อทฺทส. ตตฺถ เต วาณิชา ‘‘ปานียํ ปิวิสฺสามา’’ติ ตํ อุทปานํ ขณนฺตา ปฏิปาฏิยา พหูนิ อยาทีนิ ลภึสุ. เต พหุมฺปิ รตนํ ลภิตฺวา เตน อสนฺตุฏฺฐา ‘‘อญฺญมฺปิ เอตฺถ อิโต สุนฺทรตรํ ภวิสฺสตี’’ติ ภิยฺโยโสมตฺตาย ตํ ขณึสุเยว. อถ โพธิสตฺโต เต อาห – ‘‘โภ วาณิชา, โลโภ นาเมส วินาสมูลํ, อเมฺหหิ พหุ ธนํ ลทฺธํ, เอตฺตเกเนว สนฺตุฏฺฐา โหถ, มา อติขณถา’’ติ. เต เตน นิวาริยมานาปิ ขณึสุเยว. โส จ อุทปาโน นาคปริคฺคหิโต, อถสฺส เหฏฺฐา วสนกนาคราชา อตฺตโน วิมาเน ภิชฺชนฺเต เลฑฺฑูสู จ ปํสูสุ จ ปตมาเนสุ กุทฺโธ ฐเปตฺวา โพธิสตฺตํ อวเสเส สพฺเพปิ นาสิกวาเตน ปหริตฺวา ชีวิตกฺขยํ ปาเปตฺวา นาคภวนา นิกฺขมฺม สกฏานิ โยเชตฺวา สพฺพรตนานํ ปูเรตฺวา โพธิสตฺตํ สุขยานเก นิสีทาเปตฺวา นาคมาณวเกหิ สทฺธึ สกฏานิ โยชาเปนฺโต โพธิสตฺตํ พาราณสึ เนตฺวา ฆรํ ปเวเสตฺวา ตํ ปฏิสาเมตฺวา อตฺตโน นาคภวนเมว คโต. โพธิสตฺโต ตํ ธนํ วิสฺสชฺเชตฺวา สกลชมฺพุทีปํ อุนฺนงฺคลํ กตฺวา ทานํ ทตฺวา สีลํ สมาทิยิตฺวา อุโปสถกมฺมํ กตฺวา ชีวิตปริโยสาเน สคฺคปุรํ ปูเรสิ.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา อภิสมฺพุทฺโธ หุตฺวา อิมา คาถา อโวจ –
๑๖. ‘‘ชรูทปานํ ขณมานา, วาณิชา อุทกตฺถิกา;
อชฺฌคมุํ อยสํ โลหํ, ติปุสีสญฺจ วาณิชา;
รชตํ ชาตรูปญฺจ, มุตฺตา เวฬุริยา พหู.
๑๗. ‘‘เต จ เตน อสนฺตุฏฺฐา, ภิยฺโย ภิยฺโย อขาณิสุํ;
เต ตตฺถาสีวิโส โฆโร, เตชสฺสี เตชสา หนิ.
๑๘. ‘‘ตสฺมา ขเณ นาติขเณ, อติขาตญฺหิ ปาปกํ;
ขาเตน จ ธนํ ลทฺธํ, อติขาเตน นาสิต’’นฺติ.
ตตฺถ อยสนฺติ กาฬโลหํ. โลหนฺติ ตมฺพโลหํ. มุตฺตาติ มุตฺตาโย. เต จ เตน อสนฺตุฏฺฐาติ เต จ วาณิชา เตน ธเนน อสนฺตุฏฺฐา. เต ตตฺถาติ เต วาณิชา ตสฺมึ อุทปาเน. เตชสฺสีติ วิสเตเชน สมนฺนาคโต. เตชสา หนีติ วิสเตเชน ฆาเตสิ. อติขาเตน นาสิตนฺติ อติขเณน ตญฺจ ธนํ ชีวิตญฺจ นาสิตํ.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา นาคราชา สาริปุตฺโต อโหสิ, สตฺถวาหเชฏฺฐโก ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.
ชรูทปานชาตกวณฺณนา ฉฏฺฐา.
[๒๕๗] ๗. คามณิจนฺทชาตกวณฺณนา
นายํ ฆรานํ กุสโลติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ปญฺญาปสํสนํ อารพฺภ กเถสิ. ธมฺมสภายญฺหิ ภิกฺขู ทสพลสฺส ปญฺญํ ปสํสนฺตา นิสีทึสุ – ‘‘อาวุโส, ตถาคโต มหาปญฺโญ ปุถุปญฺโญ หาสปญฺโญ ชวนปญฺโญ ติกฺขปญฺโญ นิพฺเพธิกปญฺโญ สเทวกํ โลกํ ปญฺญาย อติกฺกมตี’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพปิ ตถาคโต ปญฺญวาเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ ชนสนฺโธ นาม ราชา รชฺชํ กาเรสิ. โพธิสตฺโต ตสฺส อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิมฺหิ นิพฺพตฺติ. ตสฺส มุขํ สุปริมชฺชิตกญฺจนาทาสตลํ วิย ปริสุทฺธํ อโหสิ อติโสภคฺคปฺปตฺตํ, เตนสฺส นามคฺคหณทิวเส ‘‘อาทาสมุขมาโร’’ติ นามํ อกํสุ. ตํ สตฺตวสฺสพฺภนฺตเรเยว ปน ปิตา ตโย เวเท จ สพฺพญฺจ โลเก กตฺตพฺพากตฺตพฺพํ สิกฺขาเปตฺวา ตสฺส สตฺตวสฺสิกกาเล กาลมกาสิ. อมจฺจา มหนฺเตน สกฺกาเรน รญฺโญ สรีรกิจฺจํ กตฺวา มตกทานํ ทตฺวา สตฺตเม ทิวเส ราชงฺคเณ สนฺนิปติตฺวา ‘‘กุมาโร อติทหโร, น สกฺกา รชฺเช อภิสิญฺจิตุํ, วีมํสิตฺวา นํ อภิสิญฺจิสฺสามา’’ติ เอกทิวสํ นครํ อลงฺการาเปตฺวา วินิจฺฉยฏฺฐานํ สชฺเชตฺวา ปลฺลงฺกํ ปญฺญเปตฺวา กุมารสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘วินิจฺฉยฏฺฐานํ, เทว, คนฺตุํ วฏฺฏตี’’ติ อาหํสุ. กุมาโร ‘‘สาธู’’ติ มหนฺเตน ปริวาเรน คนฺตฺวา ปลฺลงฺเก นิสีทิ.
ตสฺส นิสินฺนกาเล อมจฺจา เอกํ ทฺวีหิ ปาเทหิ วิจรณมกฺกฏํ วตฺถุวิชฺชาจริยเวสํ คาหาเปตฺวา วินิจฺฉยฏฺฐานํ เนตฺวา ‘‘เทว, อยํ ปุริโส ปิตุ มหาราชสฺส กาเล วตฺถุวิชฺชาจริโย ปคุณวิชฺโช อนฺโตภูมิยํ สตฺตรตนฏฺฐาเน คุณโทสํ ปสฺสติ, เอเตเนว คหิตํ ราชกุลานํ เคหฏฺฐานํ โหติ, อิมํ เทโว สงฺคณฺหิตฺวา ฐานนฺตเร ฐเปตู’’ติ อาหํสุ. กุมาโร ตํ เหฏฺฐา จ อุปริจ โอโลเกตฺวา ‘‘นายํ มนุสฺโส, มกฺกโฏ เอโส’’ติ ญตฺวา ‘‘มกฺกฏา นาม กตํ กตํ วิทฺธํเสตุํ ชานนฺติ, อกตํ ปน กาตุํ วา วิจาเรตุํ วา น ชานนฺตี’’ติ จินฺเตตฺวา อมจฺจานํ ปฐมํ คาถมาห –
๑๙. ‘‘นายํ ฆรานํ กุสโล, โลโล อยํ วลีมุโข;
กตํ กตํ โข ทูเสยฺย, เอวํ ธมฺมมิทํ กุล’’นฺติ.
ตตฺถ นายํ ฆรานํ กุสโลติ อยํ สตฺโต น ฆรานํ กุสโล, ฆรานิ วิจาเรตุํ วา กาตุํ วา เฉโก น โหติ. โลโลติ โลลชาติโก. วลีมุโขติ วลิโย มุเข อสฺสาติ วลีมุโข. เอวํ ธมฺมมิทํกุลนฺติ อิทํ มกฺกฏกุลํ นาม กตํ กตํ ทูเสตพฺพํ วินาเสตพฺพนฺติ เอวํ สภาวนฺติ.
อถามจฺจา ‘‘เอวํ ภวิสฺสติ, เทวา’’ติ ตํ อปเนตฺวา เอกาหทฺวีหจฺจเยน ปุน ตเมว อลงฺกริตฺวา วินิจฺฉยฏฺฐานํ อาเนตฺวา ‘‘อยํ, เทว, ปิตุ มหาราชสฺส กาเล วินิจฺฉยามจฺโจ, วินิจฺฉยสุตฺตมสฺส สุปวตฺติตํ, อิมํ สงฺคณฺหิตฺวา วินิจฺฉยกมฺมํ กาเรตุํ วฏฺฏตี’’ติ อาหํสุ. กุมาโร ตํ โอโลเกตฺวา ‘‘จิตฺตวโต มนุสฺสสฺส โลมํ นาม เอวรูปํ น โหติ, อยํ นิจิตฺตโก วานโร วินิจฺฉยกมฺมํ กาตุํ น สกฺขิสฺสตี’’ติ ญตฺวา ทุติยํ คาถมาห –
๒๐. ‘‘นยิทํ จิตฺตวโต โลมํ, นายํ อสฺสาสิโก มิโค;
สิฏฺฐํ เม ชนสนฺเธน, นายํ กิญฺจิ วิชานตี’’ติ.
ตตฺถ นยิทํ จิตฺตวโต โลมนฺติ ยํ อิทํ เอตสฺส สรีเร ผรุสโลมํ, อิทํ วิจารณปญฺญาย สมฺปยุตฺตจิตฺตวโต น โหติ. ปากติกจิตฺเตน ปน อจิตฺตโก นาม ติรจฺฉานคโต นตฺถิ. นายํ อสฺสาสิโกติ อยํ อวสฺสโย วา หุตฺวา อนุสาสนึ วา ทตฺวา อญฺญํ อสฺสาเสตุํ อสมตฺถตาย น อสฺสาสิโก. มิโคติ มกฺกฏํ อาห. สิฏฺฐํ เม ชนสนฺเธนาติ มยฺหํ ปิตรา ชนสนฺเธน เอตํ สิฏฺฐํ กถิตํ, ‘‘มกฺกโฏ นาม การณาการณํ น ชานาตี’’ติ เอวํ อนุสาสนี ทินฺนาติ ทีเปติ. นายํ กิญฺจิ วิชานตีติ ตสฺมา อยํ วานโร น กิญฺจิ ชานาตีติ นิฏฺฐเมตฺถ คนฺตพฺพํ. ปาฬิยํ ปน ‘‘นายํ กิญฺจิ น ทูสเย’’ติ ลิขิตํ, ตํ อฏฺฐกถายํ นตฺถิ.
อมจฺจา อิมมฺปิ คาถํ สุตฺวา ‘‘เอวํ ภวิสฺสติ, เทวา’’ติ ตํ อปเนตฺวา ปุนปิ เอกทิวสํ ตเมว อลงฺกริตฺวา วินิจฺฉยฏฺฐานํ อาเนตฺวา ‘‘อยํ, เทว, ปุริโส ปิตุ มหาราชสฺส กาเล มาตาปิตุอุปฏฺฐานการโก, กุเลเชฏฺฐาปจายิกกมฺมการโก, อิมํ สงฺคณฺหิตุํ วฏฺฏตี’’ติ อาหํสุ. กุมาโร ตํ โอโลเกตฺวา ‘‘มกฺกฏา นาม จลจิตฺตา, เอวรูปํ กมฺมํ กาตุํ น สมตฺถา’’ติ จินฺเตตฺวา ตติยํ คาถมาห –
๒๑. ‘‘น มาตรํ ปิตรํ วา, ภาตรํ ภคินึ สกํ;
ภเรยฺย ตาทิโส โปโส, สิฏฺฐํ ทสรเถน เม’’ติ.
ตตฺถ ภาตรํ ภคินึ สกนฺติ อตฺตโน ภาตรํ วา ภคินึ วา. ปาฬิยํ ปน ‘‘สข’’นฺติ ลิขิตํ, ตํ ปน อฏฺฐกถายํ ‘‘สกนฺติ วุตฺเต สกภาติกภคินิโย ลพฺภนฺติ, สขนฺติ วุตฺเต สหายโก ลพฺภตี’’ติ วิจาริตเมว. ภเรยฺยาติ โปเสยฺย. ตาทิโส โปโสติ ยาทิโส เอส ทิสฺสติ, ตาทิโส มกฺกฏชาติโก สตฺโต น ภเรยฺย. สิฏฺฐํ ทสรเถน เมติ เอวํ เม ปิตรา อนุสิฏฺฐํ. ปิตา หิสฺส ชนํ จตูหิ สงฺคหวตฺถูหิ สนฺทหนโต ‘‘ชนสนฺโธ’’ติ วุจฺจติ, ทสหิ รเถหิ กตฺตพฺพากตฺตพฺพํ อตฺตโน เอเกเนว รเถน กรณโต ‘‘ทสรโถ’’ติ. ตสฺส สนฺติกา เอวรูปสฺส โอวาทสฺส สุตตฺตา เอวมาห.
อมจฺจา ‘‘เอวํ ภวิสฺสติ, เทวา’’ติ มกฺกฏํ อปเนตฺวา ‘‘ปณฺฑิโต กุมาโร, สกฺขิสฺสติ รชฺชํ กาเรตุ’’นฺติ โพธิสตฺตํ รชฺเช อภิสิญฺจิตฺวา ‘‘อาทาสมุขรญฺโญ อาณา’’ติ นคเร เภรึ จราเปสุํ. ตโต ปฏฺฐาย โพธิสตฺโต ธมฺเมน รชฺชํ กาเรสิ, ปณฺฑิตภาโวปิสฺส สกลชมฺพุทีปํ ปตฺถริตฺวา คโต.
ปณฺฑิตภาวทีปนตฺถํ ปนสฺส อิมานิ จุทฺทส วตฺถูนิ อาภตานิ –
‘‘โคโณ ปุตฺโต หโย เจว, นฬกาโร คามโภชโก;
คณิกา ตรุณี สปฺโป, มิโค ติตฺติรเทวตา;
นาโค ตปสฺสิโน เจว, อโถ พฺราหฺมณมาณโว’’ติ.
ตตฺรายํ อนุปุพฺพีกถา – โพธิสตฺตสฺมิญฺหิ รชฺเช อภิสิญฺจิเต เอโก ชนสนฺธรญฺโญ ปาทมูลิโก นาเมน คามณิจนฺโท นาม เอวํ จินฺเตสิ – ‘‘อิทํ รชฺชํ นาม สมานวเยหิ สทฺธึ โสภติ, อหญฺจ มหลฺลโก, ทหรํ กุมารํ อุปฏฺฐาตุํ น สกฺขิสฺสามิ, ชนปเท กสิกมฺมํ กตฺวา ชีวิสฺสามี’’ติ, โส นครโต ติโยชนมตฺตํ คนฺตฺวา เอกสฺมึ คามเก วาสํ กปฺเปสิ. กสิกมฺมตฺถาย ปนสฺส โคณาปิ นตฺถิ, โส เทเว วุฏฺเฐ เอกํ สหายกํ เทฺว โคเณ ยาจิตฺวา สพฺพทิวสํ กสิตฺวา ติณํ ขาทาเปตฺวา โคเณ สามิกสฺส นิยฺยาเทตุํ เคหํ อคมาสิ. โส ตสฺมึ ขเณ ภริยาย สทฺธึ เคหมชฺเฌ นิสีทิตฺวา ภตฺตํ ภุญฺชติ. โคณาปิ ปริจเยน เคหํ ปวิสึสุ, เตสุ ปวิสนฺเตสุ สามิโก ถาลกํ อุกฺขิปิ, ภริยา ถาลกํ อปเนสิ. คามณิจนฺโท ‘‘ภตฺเตน มํ นิมนฺเตยฺยุ’’นฺติ โอโลเกนฺโต โคเณ อนิยฺยาเทตฺวาว คโต. โจรา รตฺตึ วชํ ภินฺทิตฺวา เตเยว โคเณ หรึสุ. โคณสามิโก ปาโตว วชํ ปวิฏฺโฐ เต โคเณ อทิสฺวา โจเรหิ หฏภาวํ ชานนฺโตปิ ‘‘คามณิจนฺทสฺส คีวํ กริสฺสามี’’ติ ตํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘โภ โคเณ, เม เทหี’’ติ อาห. ‘‘นนุ โคณา เคหํ ปวิฏฺฐา’’ติ. ‘‘กึ ปน เต มยฺหํ นิยฺยาทิตา’’ติ? ‘‘น นิยฺยาทิตา’’ติ. ‘‘เตน หิ อยํ เต ราชทูโต, เอหี’’ติ อาห. เตสุ หิ ชนปเทสุ ยํกิญฺจิ สกฺขรํ วา กปาลขณฺฑํ วา อุกฺขิปิตฺวา ‘‘อยํ เต ราชทูโต, เอหี’’ติ วุตฺเต โย น คจฺฉติ, ตสฺส ราชาณํ กโรติ, ตสฺมา โส ‘‘ราชทูโต’’ติ สุตฺวาว นิกฺขมิ.
โส เตน สทฺธึ ราชกุลํ คจฺฉนฺโต เอกํ สหายกสฺส วสนคามํ ปตฺวา ‘‘โภ, อติฉาโตมฺหิ, ยาว คามํ ปวิสิตฺวา อาหารกิจฺจํ กตฺวา อาคจฺฉามิ, ตาว อิเธว โหหี’’ติ วตฺวา สหายเคหํ ปาวิสิ. สหาโย ปนสฺส เคเห นตฺถิ, สหายิกา ทิสฺวา ‘‘สามิ, ปกฺกาหาโร นตฺถิ, มุหุตฺตํ อธิวาเสหิ, อิทาเนว ปจิตฺวา ทสฺสามี’’ติ นิสฺเสณิยา เวเคน ตณฺฑุลโกฏฺฐกํ อภิรุหนฺตี ภูมิยํ ปติ, ตงฺขณญฺเญว ตสฺสา สตฺตมาสิโก คพฺโภ ปติโต. ตสฺมึ ขเณ ตสฺสา สามิโก อาคนฺตฺวา ตํ ทิสฺวา ‘‘ตฺวํ เม ภริยํ ปหริตฺวา คพฺภํ ปาเตสิ, อยํ เต ราชทูโต, เอหี’’ติ ตํ คเหตฺวา นิกฺขมิ. ตโต ปฏฺฐาย เทฺว ชนา คามณึ มชฺเฌ กตฺวา คจฺฉนฺติ.
อเถกสฺมึ คามทฺวาเร เอโก อสฺสโคปโก อสฺสํ นิวตฺเตตุํ น สกฺโกติ, อสฺโสปิ เตสํ สนฺติเกน คจฺฉติ. อสฺสโคปโก คามณิจนฺทํ ทิสฺวา ‘‘มาตุล คามณิจนฺท, เอตํ ตาว อสฺสํ เกนจิเทว ปหริตฺวา นิวตฺเตหี’’ติ อาห. โส เอกํ ปาสาณํ คเหตฺวา ขิปิ, ปาสาโณ อสฺสสฺส ปาเท ปหริตฺวา เอรณฺฑทณฺฑกํ วิย ภินฺทิ. อถ นํ อสฺสโคปโก ‘‘ตยา เม อสฺสสฺส ปาโท ภินฺโน, อยํ เต ราชทูโต’’ติ วตฺวา คณฺหิ.
โส ตีหิ ชเนหิ นียมาโน จินฺเตสิ – ‘‘อิเม มํ รญฺโญ ทสฺเสสฺสนฺติ, อหํ โคณมูลมฺปิ ทาตุํ น สกฺโกมิ, ปเคว คพฺภปาตนทณฺฑํ, อสฺสมูลํ ปน กุโต ลภิสฺสามิ, มตํ เม เสยฺโย’’ติ. โส คจฺฉนฺโต อนฺตรามคฺเค อฏวิยํ มคฺคสมีเปเยว เอกํ เอกโต ปปาตํ ปพฺพตํ อทฺทส, ตสฺส ฉายาย เทฺว ปิตาปุตฺตา นฬการา เอกโต กิลญฺชํ จินนฺติ. คามณิจนฺโท ‘‘โภ, สรีรกิจฺจํ กาตุกาโมมฺหิ, โถกํ อิเธว โหถ, ยาว อาคจฺฉามี’’ติ วตฺวา ปพฺพตํ อภิรุหิตฺวา ปปาตปสฺเส ปตมาโน ปิตุนฬการสฺส ปิฏฺฐิยํ ปติ, นฬกาโร เอกปฺปหาเรเนว ชีวิตกฺขยํ ปาปุณิ. คามณิ อุฏฺฐาย อฏฺฐาสิ. นฬการปุตฺโต ‘‘ตฺวํ เม ปิตุฆาตกโจโร, อยํ เต ราชทูโต’’ติ วตฺวา ตํ หตฺเถ คเหตฺวา คุมฺพโต นิกฺขมิ, ‘‘กึ เอต’’นฺติ จ วุตฺเต ‘‘ปิตุฆาตกโจโร เม’’ติ อาห. ตโต ปฏฺฐาย คามณึ มชฺเฌ กตฺวา จตฺตาโร ชนา ปริวาเรตฺวา นยึสุ.
อถาปรสฺมึ คามทฺวาเร เอโก คามโภชโก คามณิจนฺทํ ทิสฺวา ‘‘มาตุล คามณิจนฺท, กหํ คจฺฉสี’’ติ วตฺวา ‘‘ราชานํ ปสฺสิตุ’’นฺติ วุตฺเต ‘‘อทฺธา ตฺวํ ราชานํ ปสฺสิสฺสสิ, อหํ รญฺโญ สาสนํ ทาตุกาโม, หริสฺสสี’’ติ อาห. ‘‘อาม, หริสฺสามี’’ติ. ‘‘อหํ ปกติยา อภิรูโป ธนวา ยสสมฺปนฺโน อโรโค, อิทานิ ปนมฺหิ ทุคฺคโต เจว ปณฺฑุโรคี จ, ตตฺถ กึ การณนฺติ ราชานํ ปุจฺฉ, ราชา กิร ปณฺฑิโต, โส เต กเถสฺสติ, ตสฺส สาสนํ ปุน มยฺหํ กเถยฺยาสี’’ติ. โส ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิ.