๒. ปทุมวคฺโค

[๒๖๑] ๑. ปทุมชาตกวณฺณนา

ยถา เกสา จ มสฺสู จาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อานนฺทโพธิมฺหิ มาลาปูชการเก ภิกฺขู อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ กาลิงฺคโพธิชาตเก อาวิภวิสฺสติ. โส ปน อานนฺทตฺเถเรน โรปิตตฺตา ‘‘อานนฺทโพธี’’ติ ชาโต. เถเรน หิ เชตวนทฺวารโกฏฺฐเก โพธิสฺส โรปิตภาโว สกลชมฺพุทีเป ปตฺถริ. อเถกจฺเจ ชนปทวาสิโน ภิกฺขู ‘‘อานนฺทโพธิมฺหิ มาลาปูชํ กริสฺสามา’’ติ เชตวนํ อาคนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา ปุนทิวเส สาวตฺถึ ปวิสิตฺวา อุปฺปลวีถึ คนฺตฺวา มาลํ อลภิตฺวา อาคนฺตฺวา อานนฺทตฺเถรสฺส อาโรเจสุํ – ‘‘อาวุโส, มยํ ‘โพธิมฺหิ มาลาปูชํ กริสฺสามา’ติ อุปฺปลวีถึ คนฺตฺวา เอกมาลมฺปิ น ลภิมฺหา’’ติ. เถโร ‘‘อหํ โว, อาวุโส, อาหริสฺสามี’’ติ อุปฺปลวีถึ คนฺตฺวา พหู นีลุปฺปลกลาเป อุกฺขิปาเปตฺวา อาคมฺม เตสํ ทาเปสิ, เต ตานิ คเหตฺวา โพธิสฺส ปูชํ กรึสุ. ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา ธมฺมสภายํ ภิกฺขู เถรสฺส คุณกถํ สมุฏฺฐาเปสุํ – ‘‘อาวุโส, ชานปทา ภิกฺขู อปฺปปุญฺญา อุปฺปลวีถึ คนฺตฺวา มาลํ น ลภึสุ, เถโร ปน คนฺตฺวาว อาหราเปสี’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว วตฺตุเฉกา กถากุสลา มาลํ ลภนฺติ, ปุพฺเพปิ ลภึสุเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต เสฏฺฐิปุตฺโต อโหสิ. อนฺโตนคเร จ เอกสฺมึ สเร ปทุมานิ ปุปฺผนฺติ. เอโก ฉินฺนนาโส ปุริโส ตํ สรํ รกฺขติ. อเถกทิวสํ พาราณสิยํ อุสฺสเว ฆุฏฺเฐ มาลํ ปิฬนฺธิตฺวา อุสฺสวํ กีฬิตุกามา ตโย เสฏฺฐิปุตฺตา ‘‘นาสจฺฉินฺนสฺส อภูเตน วณฺณํ วตฺวา มาลํ ยาจิสฺสามา’’ติ ตสฺส ปทุมานิ ภญฺชนกาเล สรสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐํสุ.

เตสุ เอโก ตํ อามนฺเตตฺวา ปฐมํ คาถมาห –

๓๑. ‘‘ยถา เกสา จ มสฺสู จ, ฉินฺนํ ฉินฺนํ วิรูหติ;

เอวํ รุหตุ เต นาสา, ปทุมํ เทหิ ยาจิโต’’ติ.

โส ตสฺส กุชฺฌิตฺวา ปทุมํ น อทาสิ.

อถสฺส ทุติโย ทุติยํ คาถมาห –

๓๒. ‘‘ยถา สารทิกํ พีชํ, เขตฺเต วุตฺตํ วิรูหติ;

เอวํ รุหตุ เต นาสา, ปทุมํ เทหิ ยาจิโต’’ติ.

ตตฺถ สารทิกนฺติ สรทสมเย คเหตฺวา นิกฺขิตฺตํ สารสมฺปนฺนํ พีชํ. โส ตสฺสปิ กุชฺฌิตฺวา ปทุมํ น อทาสิ.

อถสฺส ตติโย ตติยํ คาถมาห –

๓๓. ‘‘อุโภปิ ปลปนฺเตเต, อปิ ปทฺมานิ ทสฺสติ;

วชฺชุํ วา เต น วา วชฺชุํ, นตฺถิ นาสาย รูหนา;

เทหิ สมฺม ปทุมานิ, อหํ ยาจามิ ยาจิโต’’ติ.

ตตฺถ อุโภปิ ปลปนฺเตเตติ เอเต เทฺวปิ มุสา วทนฺติ. อปิ ปทฺมานีติ ‘‘อปิ นาม โน ปทุมานิ ทสฺสตี’’ติ จินฺเตตฺวา เอวํ วทนฺติ. วชฺชุํ วา เต น วา วชฺชุนฺติ ‘‘ตว นาสา รุหตู’’ติ เอวํ วเทยฺยุํ วา น วา วเทยฺยุํ, เอเตสํ วจนํ อปฺปมาณํ, สพฺพตฺถาปิ นตฺถิ นาสาย รุหนา, อหํ ปน เต นาสํ ปฏิจฺจ น กิญฺจิ วทามิ, เกวลํ ยาจามิ, ตสฺส เม เทหิ, สมฺม, ปทุมานิ ยาจิโตติ.

ตํ สุตฺวา ปทุมสรโคปโก ‘‘อิเมหิ ทฺวีหิ มุสาวาโท กถิโต, ตุเมฺหหิ สภาโว กถิโต, ตุมฺหากํ อนุจฺฉวิกานิ ปทุมานี’’ติ มหนฺตํ ปทุมกลาปํ อาทาย ตสฺส ทตฺวา อตฺตโน ปทุมสรเมว คโต.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา ปทุมลาภี เสฏฺฐิปุตฺโต อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

ปทุมชาตกวณฺณนา ปฐมา.

[๒๖๒] ๒. มุทุปาณิชาตกวณฺณนา

ปาณิ เจ มุทุโก จสฺสาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ อุกฺกณฺฐิตภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ. ตญฺหิ สตฺถา ธมฺมสภํ อานีตํ ‘‘สจฺจํ กิร ตฺวํ, ภิกฺขุ, อุกฺกณฺฐิโตสี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘สจฺจํ, ภนฺเต’’ติ วุตฺเต ‘‘ภิกฺขุ, อิตฺถิโย นาเมตา กิเลสวเสน คมนโต อรกฺขิยา, โปราณกปณฺฑิตาปิ อตฺตโน ธีตรํ รกฺขิตุํ นาสกฺขึสุ, ปิตรา หตฺเถ คเหตฺวา ฐิตาว ปิตรํ อชานาเปตฺวา กิเลสวเสน ปุริเสน สทฺธึ ปลายี’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต ตสฺส อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิมฺหิ นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต ตกฺกสิลายํ สพฺพสิปฺปานิ อุคฺคณฺหิตฺวา ปิตุ อจฺจเยน รชฺเช ปติฏฺฐาย ธมฺเมน รชฺชํ กาเรสิ. โส ธีตรญฺจ ภาคิเนยฺยญฺจ เทฺวปิ อนฺโตนิเวสเน โปเสนฺโต เอกทิวสํ อมจฺเจหิ สทฺธึ นิสินฺโน ‘‘มมจฺจเยน มยฺหํ ภาคิเนยฺโย ราชา ภวิสฺสติ, ธีตาปิ เม ตสฺส อคฺคมเหสี ภวิสฺสตี’’ติ วตฺวา อปรภาเค ภาคิเนยฺยสฺส วยปฺปตฺตกาเล ปุน อมจฺเจหิ สทฺธึ นิสินฺโน ‘‘มยฺหํ ภาคิเนยฺยสฺส อญฺญสฺส รญฺโญ ธีตรํ อาเนสฺสาม, มยฺหํ ธีตรมฺปิ อญฺญสฺมึ ราชกุเล ทสฺสาม, เอวํ โน ญาตกา พหุตรา ภวิสฺสนฺตี’’ติ อาห. อมจฺจา สมฺปฏิจฺฉึสุ.

อถ ราชา ภาคิเนยฺยสฺส พหิเคหํ ทาเปสิ, อนฺโต ปเวสนํ นิวาเรสิ. เต ปน อญฺญมญฺญํ ปฏิพทฺธจิตฺตา อเหสุํ. กุมาโร ‘‘เกน นุ โข อุปาเยน ราชธีตรํ พหิ นีหราเปยฺย’’นฺติ จินฺเตนฺโต ‘‘อตฺถิ อุปาโย’’ติ ธาติยา ลญฺชํ ทตฺวา ‘‘กึ, อยฺยปุตฺต, กิจฺจ’’นฺติ วุตฺเต ‘‘อมฺม, กถํ นุ โข ราชธีตรํ พหิ กาตุํ โอกาสํ ลเภยฺยามา’’ติ อาห. ‘‘ราชธีตาย สทฺธึ กเถตฺวา ชานิสฺสามี’’ติ. ‘‘สาธุ, อมฺมา’’ติ. สา คนฺตฺวา ‘‘เอหิ, อมฺม, สีเส เต อูกา คณฺหิสฺสามี’’ติ ตํ นีจปีฐเก นิสีทาเปตฺวา สยํ อุจฺเจ นิสีทิตฺวา ตสฺสา สีสํ อตฺตโน อูรูสุ ฐเปตฺวา อูกา คณฺหยมานา ราชธีตาย สีสํ นเขหิ วิชฺฌิ. ราชธีตา ‘‘นายํ อตฺตโน นเขหิ วิชฺฌติ, ปิตุจฺฉาปุตฺตสฺส เม กุมารสฺส นเขหิ วิชฺฌตี’’ติ ญตฺวา ‘‘อมฺม, ตฺวํ กุมารสฺส สนฺติกํ อคมาสี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘อาม, อมฺมา’’ติ. ‘‘กึ เตน สาสนํ กถิต’’นฺติ? ‘‘ตว พหิกรณูปายํ ปุจฺฉติ, อมฺมา’’ติ. ราชธีตา ‘‘ปณฺฑิโต โหนฺโต ชานิสฺสตี’’ติ ปฐมํ คาถํ พนฺธิตฺวา ‘‘อมฺม, อิมํ อุคฺคเหตฺวา กุมารสฺส กเถหี’’ติ อาห.

๓๔. ‘‘ปาณิ เจ มุทุโก จสฺส, นาโค จสฺส สุการิโต;

อนฺธกาโร จ วสฺเสยฺย, อถ นูน ตทา สิยา’’ติ.

สา ตํ อุคฺคณฺหิตฺวา กุมารสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘อมฺม, ราชธีตา กิมาหา’’ติ วุตฺเต ‘‘อยฺยปุตฺต, อญฺญํ กิญฺจิ อวตฺวา อิมํ คาถํ ปหิณี’’ติ ตํ คาถํ อุทาหาสิ. กุมาโร จ ตสฺสตฺถํ ญตฺวา ‘‘คจฺฉ, อมฺมา’’ติ ตํ อุยฺโยเชสิ.

คาถายตฺโถ – สเจ เต เอกิสฺสา จูฬุปฏฺฐากาย มม หตฺโถ วิย หตฺโถ มุทุ อสฺส, ยทิ จ เต อาเนญฺชการณํ สุการิโต เอโก หตฺถี อสฺส, ยทิ จ ตํ ทิวสํ จตุรงฺคสมนฺนาคโต อติวิย พหโล อนฺธกาโร อสฺส, เทโว จ วสฺเสยฺย. อถ นูน ตทา สิยาติ ตาทิเส กาเล อิเม จตฺตาโร ปจฺจเย อาคมฺม เอกํเสน เต มโนรถสฺส มตฺถกคมนํ สิยาติ.

กุมาโร เอตมตฺถํ ตถโต ญตฺวา เอกํ อภิรูปํ มุทุหตฺถํ จูฬุปฏฺฐากํ สชฺชํ กตฺวา มงฺคลหตฺถิโคปกสฺส ลญฺชํ ทตฺวา หตฺถึ อาเนญฺชการณํ กาเรตฺวา กาลํ อาคเมนฺโต อจฺฉิ.

อเถกสฺมึ กาฬปกฺขุโปสถทิวเส มชฺฌิมยามสมนนฺตเร ฆนกาฬเมโฆ วสฺสิ. โส ‘‘อยํ ทานิ ราชธีตาย วุตฺตทิวโส’’ติ วารณํ อภิรุหิตฺวา มุทุหตฺถกํ จูฬุปฏฺฐากํ หตฺถิปิฏฺเฐ นิสีทาเปตฺวา คนฺตฺวา ราชนิเวสนสฺส อากาสงฺคณาภิมุเข ฐาเน หตฺถึ มหาภิตฺติยํ อลฺลียาเปตฺวา วาตปานสมีเป เตเมนฺโต อฏฺฐาสิ. ราชาปิ ธีตรํ รกฺขนฺโต อญฺญตฺถ สยิตุํ น เทติ, อตฺตโน สนฺติเก จูฬสยเน สยาเปติ. สาปิ ‘‘อชฺช กุมาโร อาคมิสฺสตี’’ติ ญตฺวา นิทฺทํ อโนกฺกมิตฺวาว นิปนฺนา ‘‘ตาต นฺหายิตุกามามฺหี’’ติ อาห. ราชา ‘‘เอหิ, อมฺมา’’ติ ตํ หตฺเถ คเหตฺวา วาตปานสมีปํ เนตฺวา ‘‘นฺหายาหิ, อมฺมา’’ติ อุกฺขิปิตฺวา วาตปานสฺส พหิปสฺเส ปมุเข ฐเปตฺวา เอกสฺมึ หตฺเถ คเหตฺวา อฏฺฐาสิ. สา นฺหายมานาว กุมารสฺส หตฺถํ ปสาเรสิ, โส ตสฺสา หตฺถโต อาภรณานิ โอมุญฺจิตฺวา อุปฏฺฐากาย หตฺเถ ปิฬนฺธิตฺวา ตํ อุกฺขิปิตฺวา ราชธีตรํ นิสฺสาย ปมุเข ฐเปสิ. สา ตสฺสา หตฺถํ คเหตฺวา ปิตุ หตฺเถ ฐเปสิ, โส ตสฺสา หตฺถํ คเหตฺวา ธีตุ หตฺถํ มุญฺจิ, สา อิตรสฺมาปิ หตฺถา อาภรณานิ โอมุญฺจิตฺวา ตสฺสา ทุติยหตฺเถ ปิฬนฺธิตฺวา ปิตุ หตฺเถ ฐเปตฺวา กุมาเรน สทฺธึ อคมาสิ. ราชา ‘‘ธีตาเยว เม’’ติ สญฺญาย ตํ ทาริกํ นฺหานปริโยสาเน สิริคพฺเภ สยาเปตฺวา ทฺวารํ ปิธาย ลญฺเฉตฺวา อารกฺขํ ทตฺวา อตฺตโน สยนํ คนฺตฺวา นิปชฺชิ.

โส ปภาตาย รตฺติยา ทฺวารํ วิวริตฺวา ตํ ทาริกํ ทิสฺวา ‘‘กิเมต’’นฺติ ปุจฺฉิ. สา ตสฺสา กุมาเรน สทฺธึ คตภาวํ กเถสิ. ราชา วิปฺปฏิสารี หุตฺวา ‘‘หตฺเถ คเหตฺวา จรนฺเตนปิ มาตุคามํ รกฺขิตุํ น สกฺกา, เอวํ อรกฺขิยา นามิตฺถิโย’’ติ จินฺเตตฺวา อิตรา เทฺว คาถา อโวจ –

๓๕. ‘‘อนลา มุทุสมฺภาสา, ทุปฺปูรา ตา นทีสมา;

สีทนฺติ นํ วิทิตฺวาน, อารกา ปริวชฺชเย.

๓๖. ‘‘ยํ เอตา อุปเสวนฺติ, ฉนฺทสา วา ธเนน วา;

ชาตเวโทว สํ ฐานํ, ขิปฺปํ อนุทหนฺติ น’’นฺติ.

ตตฺถ อนลา มุทุสมฺภาสาติ มุทุวจเนนปิ อสกฺกุเณยฺยา, เนว สกฺกา สณฺหวาจาย สงฺคณฺหิตุนฺติ อตฺโถ. ปุริเสหิ วา เอตาสํ น อลนฺติ อนลา. มุทุสมฺภาสาติ หทเย ถทฺเธปิ สมฺภาสาว มุทุ เอตาสนฺติ มุทุสมฺภาสา. ทุปฺปูรา ตา นทีสมาติ ยถา นที อาคตาคตสฺส อุทกสฺส สนฺทนโต อุทเกน ทุปฺปูรา, เอวํ อนุภูตานุภูเตหิ เมถุนาทีหิ อปริตุสฺสนโต ทุปฺปูรา. เตน วุตฺตํ –

‘‘ติณฺณํ, ภิกฺขเว, ธมฺมานํ อติตฺโต อปฺปฏิวาโน มาตุคาโม กาลํ กโรติ. กตเมสํ ติณฺณํ? เมถุนสมาปตฺติยา จ วิชายนสฺส จ อลงฺการสฺส จ. อิเมสํ โข, ภิกฺขเว, ติณฺณํ ธมฺมานํ อติตฺโต อปฺปฏิวาโน มาตุคาโม กาลํ กโรตี’’ติ.

สีทนฺตีติ อฏฺฐสุ มหานิรเยสุ โสฬสสุ อุสฺสทนิรเยสุ นิมุชฺชนฺติ. นนฺติ นิปาตมตฺตํ. วิทิตฺวานาติ เอวํ ชานิตฺวา. อารกา ปริวชฺชเยติ ‘‘เอตา อิตฺถิโย นาม เมถุนธมฺมาทีหิ อติตฺตา กาลํ กตฺวา เอเตสุ นิรเยสุ สีทนฺติ, เอตา เอวํ อตฺตนา สีทมานา กสฺสญฺญสฺส สุขาย ภวิสฺสนฺตี’’ติ เอวํ ญตฺวา ปณฺฑิโต ปุริโส ทูรโตว ตา ปริวชฺชเยติ ทีเปติ. ฉนฺทสา วา ธเนน วาติ อตฺตโน วา ฉนฺเทน รุจิยา เปเมน, ภติวเสน ลทฺธธเนน วา ยํ ปุริสํ เอตา อิตฺถิโย อุปเสวนฺติ ภชนฺติ. ชาตเวโทติ อคฺคิ. โส หิ ชาตมตฺโตว เวทิยติ, วิทิโต ปากโฏ โหตีติ ชาตเวโท. โส ยถา อตฺตโน ฐานํ การณํ โอกาสํ อนุทหติ, เอวเมตาปิ ยํ อุปเสวนฺติ, ตํ ปุริสํ ธนยสสีลปญฺญาสมนฺนาคตมฺปิ เตสํ สพฺเพสํ ธนาทีนํ วินาสนโต ปุน ตาย สมฺปตฺติยา อภพฺพุปฺปตฺติกํ กุรุมานา ขิปฺปํ อนุทหนฺติ ฌาเปนฺติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –

‘‘พลวนฺโต ทุพฺพลา โหนฺติ, ถามวนฺโตปิ หายเร;

จกฺขุมา อนฺธกา โหนฺติ, มาตุคามวสํ คตา.

‘‘คุณวนฺโต นิคฺคุณา โหนฺติ, ปญฺญวนฺโตปิ หายเร;

ปมตฺตา พนฺธเน เสนฺติ, มาตุคามวสํ คตา.

‘‘อชฺเฌนญฺจ ตปํ สีลํ, สจฺจํ จาคํ สตึ มตึ;

อจฺฉินฺทนฺติ ปมตฺตสฺส, ปนฺถทูภีว ตกฺกรา.

‘‘ยสํ กิตฺตึ ธิตึ สูรํ, พาหุสจฺจํ ปชานนํ;

เขปยนฺติ ปมตฺตสฺส, กฏฺฐปุญฺชํว ปาวโก’’ติ.

เอวํ วตฺวา มหาสตฺโต ‘‘ภาคิเนยฺโยปิ มยาว โปเสตพฺโพ’’ติ มหนฺเตน สกฺกาเรน ธีตรํ ตสฺเสว ทตฺวา ตํ โอปรชฺเช ปติฏฺฐเปสิ. โสปิ มาตุลสฺส อจฺจเยน รชฺเช ปติฏฺฐหิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทเสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ, สจฺจปริโยสาเน อุกฺกณฺฐิตภิกฺขุ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ. ‘‘ตทา ราชา อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

มุทุปาณิชาตกวณฺณนา ทุติยา.

[๒๖๓] ๓. จูฬปโลภนชาตกวณฺณนา

อภิชฺชมาเน วาริสฺมินฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ อุกฺกณฺฐิตภิกฺขุเมว อารพฺภ กเถสิ. ตญฺหิ สตฺถา ธมฺมสภํ อานีตํ ‘‘สจฺจํ กิร, ตฺวํ ภิกฺขุ, อุกฺกณฺฐิโตสี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘สจฺจํ, ภนฺเต’’ติ วุตฺเต ‘‘ภิกฺขุ, อิตฺถิโย นาเมตา โปราณเก สุทฺธสตฺเตปิ สํกิเลเสสุ’’นฺติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺโต ราชา อปุตฺตโก หุตฺวา อตฺตโน อิตฺถิโย ‘‘ปุตฺตปตฺถนํ กโรถา’’ติ อาห. ตา ปุตฺเต ปตฺเถนฺติ. เอวํ อทฺธาเน คเต โพธิสตฺโต พฺรหฺมโลกา จวิตฺวา อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิสฺมึ นิพฺพตฺติ. ตํ ชาตมตฺตํ นฺหาเปตฺวา ถญฺญปายนตฺถาย ธาติยา อทํสุ. โส ปายมาโน โรทติ, อถ นํ อญฺญิสฺสา อทํสุ. มาตุคามหตฺถคโต เนว ตุณฺหี โหติ. อถ นํ เอกสฺส ปาทมูลิกสฺส อทํสุ, เตน คหิตมตฺโตเยว ตุณฺหี อโหสิ. ตโต ปฏฺฐาย ปุริสาว ตํ คเหตฺวา จรนฺติ. ถญฺญํ ปาเยนฺตา ทุหิตฺวา วา ปาเยนฺติ, สาณิอนฺตเรน วา ถนํ มุเข ฐเปนฺติ. เตนสฺส อนิตฺถิคนฺธกุมาโรติ นามํ กรึสุ. ตสฺส อปราปรํ วทฺธมานสฺสปิ มาตุคามํ นาม ทสฺเสตุํ น สกฺกา. เตนสฺส ราชา วิสุํเยว นิสชฺชาทิฏฺฐานานิ ฌานาคารญฺจ กาเรสิ.

โส ตสฺส โสฬสวสฺสิกกาเล จินฺเตสิ – ‘‘มยฺหํ อญฺโญ ปุตฺโต นตฺถิ, อยํ ปน กุมาโร กาเม น ปริภุญฺชติ, รชฺชมฺปิ น อิจฺฉิสฺสติ, ทุลฺลทฺโธ วต เม ปุตฺโต’’ติ. อถ นํ เอกา นจฺจคีตวาทิตกุสลา ปุริเส ปริจริตฺวา อตฺตโน วเส กาตุํ ปฏิพลา ตรุณนาฏกิตฺถี อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘เทว, กึ นุ จินฺเตสี’’ติ อาห, ราชา ตํ การณํ อาจิกฺขิ. ‘‘โหตุ, เทว, อหํ ตํ ปโลเภตฺวา กามรสํ ชานาเปสฺสามี’’ติ. ‘‘สเจ เม ปุตฺตํ อนิตฺถิคนฺธกุมารํ ปโลเภตุํ สกฺกิสฺสสิ, โส ราชา ภวิสฺสติ, ตฺวํ อคฺคมเหสี’’ติ. สา ‘‘มเมโส ภาโร, ตุเมฺห มา จินฺตยิตฺถา’’ติ วตฺวา อารกฺขมนุสฺเส อุปสงฺกมิตฺวา อาห – ‘‘อหํ ปจฺจูสสมเย อาคนฺตฺวา อยฺยปุตฺตสฺส สยนฏฺฐาเน พหิฌานาคาเร ฐตฺวา คายิสฺสามิ. สเจ โส กุชฺฌติ, มยฺหํ กเถยฺยาถ, อหํ อปคจฺฉิสฺสามิ. สเจ สุณาติ, วณฺณํ เม กเถยฺยาถา’’ติ. เต ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉึสุ.

สาปิ ปจฺจูสกาเล ตสฺมึ ปเทเส ฐตฺวา ตนฺติสฺสเรน คีตสฺสรํ, คีตสฺสเรน ตนฺติสฺสรํ อนติกฺกมิตฺวา มธุเรน สทฺเทน คายิ, กุมาโร สุณนฺโตว นิปชฺชิ, ปุนทิวเส จ อาสนฺนฏฺฐาเน ฐตฺวา คายิตุํ อาณาเปสิ, ปุนทิวเส ฌานาคาเร ฐตฺวา คายิตุํ อาณาเปสิ, ปุนทิวเส อตฺตโน สมีเป ฐตฺวาติ เอวํ อนุกฺกเมเนว ตณฺหํ อุปฺปาเทตฺวา โลกธมฺมํ เสวิตฺวา กามรสํ ญตฺวา ‘‘มาตุคามํ นาม อญฺเญสํ น ทสฺสามี’’ติ อสึ คเหตฺวา อนฺตรวีถึ โอตริตฺวา ปุริเส อนุพนฺธนฺโต วิจริ. อถ นํ ราชา คาหาเปตฺวา ตาย กุมาริกาย สทฺธึ นครา นีหราเปสิ. อุโภปิ อรญฺญํ ปวิสิตฺวา อโธคงฺคํ คนฺตฺวา เอกสฺมึ ปสฺเส คงฺคํ, เอกสฺมึ สมุทฺทํ กตฺวา อุภินฺนมนฺตเร อสฺสมปทํ มาเปตฺวา วาสํ กปฺปยึสุ. กุมาริกา ปณฺณสาลายํ นิสีทิตฺวา กนฺทมูลาทีนิ ปจติ, โพธิสตฺโต อรญฺญโต ผลาผลํ อาหรติ.

อเถกทิวสํ ตสฺมึ ผลาผลตฺถาย คเต สมุทฺททีปกา เอโก ตาปโส ภิกฺขาจารตฺถาย อากาเสน คจฺฉนฺโต ธูมํ ทิสฺวา อสฺสมปเท โอตริ. อถ นํ สา ‘‘นิสีท, ยาว ปจฺจตี’’ติ นิสีทาเปตฺวา อิตฺถิกุตฺเตน ปโลเภตฺวา ฌานา จาเวตฺวา พฺรหฺมจริยมสฺส อนฺตรธาเปสิ. โส ปกฺขจฺฉินฺนกาโก วิย หุตฺวา ตํ ชหิตุํ อสกฺโกนฺโต สพฺพทิวสํ ตตฺเถว ฐตฺวา โพธิสตฺตํ อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา เวเคน สมุทฺทาภิมุโข ปลายิ. อถ นํ โส ‘‘ปจฺจามิตฺโต เม อยํ ภวิสฺสตี’’ติ อสึ คเหตฺวา อนุพนฺธิ. ตาปโส อากาเส อุปฺปตนาการํ ทสฺเสตฺวา สมุทฺเท ปติ. โพธิสตฺโต ‘‘เอส ตาปโส อากาเสนาคโต ภวิสฺสติ, ฌานสฺส ปริหีนตฺตา สมุทฺเท ปติโต, มยา ทานิสฺส อวสฺสเยน ภวิตุํ วฏฺฏตี’’ติ จินฺเตตฺวา เวลนฺเต ฐตฺวา อิมา คาถา อโวจ –

๓๗. ‘‘อภิชฺชมาเน วาริสฺมึ, สยํ อาคมฺม อิทฺธิยา;

มิสฺสีภาวิตฺถิยา คนฺตฺวา, สํสีทสิ มหณฺณเว.

๓๘. ‘‘อาวฏฺฏนี มหามายา, พฺรหฺมจริยวิโกปนา;

สีทนฺติ นํ วิทิตฺวาน, อารกา ปริวชฺชเย.

๓๙. ‘‘ยํ เอตา อุปเสวนฺติ, ฉนฺทสา วา ธเนน วา;

ชาตเวโทว สํ ฐานํ, ขิปฺปํ อนุทหนฺติ น’’นฺติ.

ตตฺถ อภิชฺชมาเน วาริสฺมินฺติ อิมสฺมึ อุทเก อจลมาเน อกมฺปมาเน อุทกํ อนามสิตฺวา สยํ อากาเสเนว อิทฺธิยา อาคนฺตฺวา. มิสฺสีภาวิตฺถิยาติ โลกธมฺมวเสน อิตฺถิยา สทฺธึ มิสฺสีภาวํ. อาวฏฺฏนี มหามายาติ อิตฺถิโย นาเมตา กามาวฏฺเฏน อาวฏฺฏนโต อาวฏฺฏนี, อนนฺตาหิ อิตฺถิมายาหิ สมนฺนาคตตฺตา มหามายา นาม. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘มายา เจตา มรีจี จ, โสโก โรโค จุปทฺทโว;

ขรา จ พนฺธนา เจตา, มจฺจุปาโส คุหาสโย;

ตาสุ โย วิสฺสเส โปโส, โส นเรสุ นราธโม’’ติ. (ชา. ๒.๒๑.๑๑๘);

พฺรหฺมจริยวิโกปนาติ เสฏฺฐจริยสฺส เมถุนวิรติพฺรหฺมจริยสฺส วิโกปนา. สีทนฺตีติ อิตฺถิโย นาเมตา อิสีนํ พฺรหฺมจริยวิโกปเนน อปาเยสุ สีทนฺติ. เสสํ ปุริมนเยเนว โยเชตพฺพํ.

เอตํ ปน โพธิสตฺตสฺส วจนํ สุตฺวา ตาปโส สมุทฺทมชฺเฌ ฐิโตเยว นฏฺฐชฺฌานํ ปุน อุปฺปาเทตฺวา อากาเสน อตฺตโน วสนฏฺฐานเมว คโต. โพธิสตฺโต จินฺเตสิ – ‘‘อยํ ตาปโส เอวํ ภาริโก สมาโน สิมฺพลิตูลํ วิย อากาเสน คโต, มยาปิ อิมินา วิย ฌานํ อุปฺปาเทตฺวา อากาเสน จริตุํ วฏฺฏตี’’ติ. โส อสฺสมํ คนฺตฺวา ตํ อิตฺถึ มนุสฺสปถํ เนตฺวา ‘‘คจฺฉ, ตฺว’’นฺติ อุยฺโยเชตฺวา อรญฺญํ ปวิสิตฺวา มนุญฺเญ ภูมิภาเค อสฺสมํ มาเปตฺวา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา กสิณปริกมฺมํ กตฺวา อภิญฺญา จ สมาปตฺติโย จ นิพฺพตฺเตตฺวา พฺรหฺมโลกปรายโณ อโหสิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ, สจฺจปริโยสาเน อุกฺกณฺฐิตภิกฺขุ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ. ‘‘ตทา อนิตฺถิคนฺธกุมาโร อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

จูฬปโลภนชาตกวณฺณนา ตติยา.

[๒๖๔] ๔. มหาปนาทชาตกวณฺณนา

ปนาโท นาม โส ราชาติ อิทํ สตฺถา คงฺคาตีเร นิสินฺโน ภทฺทชิตฺเถรสฺสานุภาวํ อารพฺภ กเถสิ. เอกสฺมิญฺหิ สมเย สตฺถา สาวตฺถิยํ วสฺสํ วสิตฺวา ‘‘ภทฺทชิกุมารสฺส สงฺคหํ กริสฺสามี’’ติ ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต จาริกํ จรมาโน ภทฺทิยนครํ ปตฺวา ชาติยาวเน ตโย มาเส วสิ กุมารสฺส ญาณปริปากํ อาคมยมาโน. ภทฺทชิกุมาโร มหายโส อสีติโกฏิวิภวสฺส ภทฺทิยเสฏฺฐิโน เอกปุตฺตโก. ตสฺส ติณฺณํ อุตูนํ อนุจฺฉวิกา ตโย ปาสาทา อเหสุํ. เอเกกสฺมึ จตฺตาโร จตฺตาโร มาเส วสติ. เอกสฺมึ วสิตฺวา นาฏกปริวุโต มหนฺเตน ยเสน อญฺญํ ปาสาทํ คจฺฉติ. ตสฺมึ ขเณ ‘‘กุมารสฺส ยสํ ปสฺสิสฺสามา’’ติ สกลนครํ สงฺขุภิ, ปาสาทนฺตเร จกฺกาติจกฺกานิ มญฺจาติมญฺจานิ พนฺธนฺติ.

สตฺถา ตโย มาเส วสิตฺวา ‘‘มยํ คจฺฉามา’’ติ นครวาสีนํ อาโรเจสิ. นาครา ‘‘ภนฺเต, เสฺว คมิสฺสถา’’ติ สตฺถารํ นิมนฺเตตฺวา ทุติยทิวเส พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส มหาทานํ สชฺเชตฺวา นครมชฺเฌ มณฺฑปํ กตฺวา อลงฺกริตฺวา อาสนานิ ปญฺญเปตฺวา กาลํ อาโรเจสุํ. สตฺถา ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต ตตฺถ คนฺตฺวา นิสีทิ, มนุสฺสา มหาทานํ อทํสุ. สตฺถา นิฏฺฐิตภตฺตกิจฺโจ มธุรสฺสเรน อนุโมทนํ อารภิ. ตสฺมึ ขเณ ภทฺทชิกุมาโรปิ ปาสาทโต ปาสาทํ คจฺฉติ, ตสฺส สมฺปตฺติทสฺสนตฺถาย ตํ ทิวสํ น โกจิ อคมาสิ, อตฺตโน มนุสฺสาว ปริวาเรสุํ. โส มนุสฺเส ปุจฺฉิ – ‘‘อญฺญสฺมึ กาเล มยิ ปาสาทโต ปาสาทํ คจฺฉนฺเต สกลนครํ สงฺขุภติ, จกฺกาติจกฺกานิ มญฺจาติมญฺจานิ พนฺธนฺติ, อชฺช ปน ฐเปตฺวา มยฺหํ มนุสฺเส อญฺโญ โกจิ นตฺถิ, กึ นุ โข การณ’’นฺติ. ‘‘สามิ, สมฺมาสมฺพุทฺโธ อิมํ ภทฺทิยนครํ อุปนิสฺสาย ตโย มาเส วสิตฺวา อชฺเชว คมิสฺสติ, โส ภตฺตกิจฺจํ นิฏฺฐาเปตฺวา มหาชนสฺส ธมฺมํ เทเสติ, สกลนครวาสิโนปิ ตสฺส ธมฺมกถํ สุณนฺตี’’ติ. โส ‘‘เตน หิ เอถ, มยมฺปิ สุณิสฺสามา’’ติ สพฺพาภรณปฏิมณฺฑิโตว มหนฺเตน ปริวาเรน อุปสงฺกมิตฺวา ปริสปริยนฺเต ฐิโต ธมฺมํ สุณนฺโต ฐิโตว สพฺพกิเลเส เขเปตฺวา อคฺคผลํ อรหตฺตํ ปาปุณิ.

สตฺถา ภทฺทิยเสฏฺฐึ อามนฺเตตฺวา ‘‘มหาเสฏฺฐิ, ปุตฺโต เต อลงฺกตปฏิยตฺโตว ธมฺมกถํ สุณนฺโต อรหตฺเต ปติฏฺฐิโต, เตนสฺส อชฺเชว ปพฺพชิตุํ วา วฏฺฏติ ปรินิพฺพายิตุํ วา’’ติ อาห. ‘‘ภนฺเต, มยฺหํ ปุตฺตสฺส ปรินิพฺพาเนน กิจฺจํ นตฺถิ, ปพฺพาเชถ นํ, ปพฺพาเชตฺวา จ ปน นํ คเหตฺวา เสฺว อมฺหากํ เคหํ อุปสงฺกมถา’’ติ. ภควา นิมนฺตนํ อธิวาเสตฺวา กุลปุตฺตํ อาทาย วิหารํ คนฺตฺวา ปพฺพาเชตฺวา อุปสมฺปทํ ทาเปสิ. ตสฺส มาตาปิตโร สตฺตาหํ มหาสกฺการํ กรึสุ. สตฺถา สตฺตาหํ วสิตฺวา กุลปุตฺตมาทาย จาริกํ จรนฺโต โกฏิคามํ ปาปุณิ. โกฏิคามวาสิโน มนุสฺสา พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส มหาทานํ อทํสุ. สตฺถา ภตฺตกิจฺจาวสาเน อนุโมทนํ อารภิ. กุลปุตฺโต อนุโมทนกรณกาเล พหิคามํ คนฺตฺวา ‘‘สตฺถุ อาคตกาเลเยว อุฏฺฐหิสฺสามี’’ติ คงฺคาติตฺถสมีเป เอกสฺมึ รุกฺขมูเล ฌานํ สมาปชฺชิตฺวา นิสีทิ. มหลฺลกตฺเถเรสุ อาคจฺฉนฺเตสุปิ อนุฏฺฐหิตฺวา สตฺถุ อาคตกาเลเยว อุฏฺฐหิ. ปุถุชฺชนา ภิกฺขู ‘‘อยํ ปุเร วิย ปพฺพชิตฺวา มหาเถเร อาคจฺฉนฺเตปิ ทิสฺวา น อุฏฺฐหตี’’ติ กุชฺฌึสุ.

โกฏิคามวาสิโน มนุสฺสา นาวาสงฺฆาเต พนฺธึสุ. สตฺถา นาวาสงฺฆาเต ฐตฺวา ‘‘กหํ, ภทฺทชี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘เอส, ภนฺเต, อิเธวา’’ติ. ‘‘เอหิ, ภทฺทชิ, อเมฺหหิ สทฺธึ เอกนาวํ อภิรุหา’’ติ. เถโรปิ อุปฺปติตฺวา เอกนาวาย อฏฺฐาสิ. อถ นํ คงฺคาย มชฺฌํ คตกาเล สตฺถา อาห – ‘‘ภทฺทชิ, ตยา มหาปนาทราชกาเล อชฺฌาวุตฺถปาสาโท กห’’นฺติ. อิมสฺมึ ฐาเน นิมุคฺโค, ภนฺเตติ. ปุถุชฺชนา ภิกฺขู ‘‘ภทฺทชิตฺเถโร อญฺญํ พฺยากโรตี’’ติ อาหํสุ. สตฺถา ‘‘เตน หิ, ภทฺทชิ, สพฺรหฺมจารีนํ กงฺขํ ฉินฺทา’’ติ อาห. ตสฺมึ ขเณ เถโร สตฺถารํ วนฺทิตฺวา อิทฺธิพเลน คนฺตฺวา ปาสาทถูปิกํ ปาทงฺคุลิยา คเหตฺวา ปญฺจวีสติโยชนํ ปาสาทํ คเหตฺวา อากาเส อุปฺปติ. อุปฺปติโต จ ปน เหฏฺฐาปาสาเท ฐิตานํ ปาสาทํ ภินฺทิตฺวา ปญฺญายิ. โส เอกโยชนํ ทฺวิโยชนํ ติโยชนนฺติ ยาว วีสติโยชนา อุทกโต ปาสาทํ อุกฺขิปิ. อถสฺส ปุริมภเว ญาตกา ปาสาทโลเภน มจฺฉกจฺฉปนาคมณฺฑูกา หุตฺวา ตสฺมึเยว ปาสาเท นิพฺพตฺตา ปาสาเท อุฏฺฐหนฺเต ปริวตฺติตฺวา ปริวตฺติตฺวา อุทเกเยว ปตึสุ. สตฺถา เต ปตนฺเต ทิสฺวา ‘‘ญาตกา เต, ภทฺทชิ, กิลมนฺตี’’ติ อาห. เถโร สตฺถุ วจนํ สุตฺวา ปาสาทํ วิสฺสชฺเชสิ, ปาสาโท ยถาฐาเนเยว ปติฏฺฐหิ, สตฺถา ปารคงฺคํ คโต. อถสฺส คงฺคาตีเรเยว อาสนํ ปญฺญาปยึสุ, โส ปญฺญตฺเต วรพุทฺธาสเน ตรุณสูริโย วิย รสฺมิโย มุญฺจนฺโต นิสีทิ. อถ นํ ภิกฺขู ‘‘กสฺมึ กาเล, ภนฺเต, อยํ ปาสาโท ภทฺทชิตฺเถเรน อชฺฌาวุตฺโถ’’ติ ปุจฺฉึสุ. สตฺถา ‘‘มหาปนาทราชกาเล’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต วิเทหรฏฺเฐ มิถิลายํ สุรุจิ นาม ราชา อโหสิ, ปุตฺโตปิ ตสฺส สุรุจิเยว, ตสฺส ปน ปุตฺโต มหาปนาโท นาม อโหสิ, เต อิมํ ปาสาทํ ปฏิลภึสุ. ปฏิลาภตฺถาย ปนสฺส อิทํ ปุพฺพกมฺมํ – เทฺว ปิตาปุตฺตา นเฬหิ จ อุทุมฺพรทารูหิ จ ปจฺเจกพุทฺธสฺส วสนปณฺณสาลํ กรึสุ. อิมสฺมึ ชาตเก สพฺพํ อตีตวตฺถุ ปกิณฺณกนิปาเต สุรุจิชาตเก (ชา. ๑.๑๔.๑๐๒ อาทโย) อาวิภวิสฺสติ.

สตฺถา อิมํ อตีตํ อาหริตฺวา สมฺมาสมฺพุทฺโธ หุตฺวา อิมา คาถา อโวจ –

๔๐. ‘‘ปนาโท นาม โส ราชา, ยสฺส ยูโป สุวณฺณโย;

ติริยํ โสฬสุพฺเพโธ, อุทฺธมาหุ สหสฺสธา.

๔๑. ‘‘สหสฺสกณฺโฑ สตเคณฺฑุ, ธชาลุ หริตามโย;

อนจฺจุํ ตตฺถ คนฺธพฺพา, ฉ สหสฺสานิ สตฺตธา.

๔๒. ‘‘เอวเมตํ ตทา อาสิ, ยถา ภาสสิ ภทฺทชิ;

สกฺโก อหํ ตทา อาสึ, เวยฺยาวจฺจกโร ตวา’’ติ.

ตตฺถ ยูโปติ ปาสาโท. ติริยํ โสฬสุพฺเพโธติ วิตฺถารโต โสฬสกณฺฑปาตวิตฺถาโร อโหสิ. อุทฺธมาหุ สหสฺสธาติ อุพฺเพเธน สหสฺสกณฺฑคมนมตฺตํ อุจฺโจ อหุ, สหสฺสกณฺฑคมนคณนาย ปญฺจวีสติโยชนปฺปมาณํ โหติ. วิตฺถาโร ปนสฺส อฏฺฐโยชนมตฺโต.

สหสฺสกณฺโฑ สตเคณฺฑูติ โส ปเนส สหสฺสกณฺฑุพฺเพโธ ปาสาโท สตภูมิโก อโหสิ. ธชาลูติ ธชสมฺปนฺโน. หริตามโยติ หริตมณิปริกฺขิตฺโต. อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘สมาลุหริตามโย’’ติ ปาโฐ, หริตมณิมเยหิ ทฺวารกวาฏวาตปาเนหิ สมนฺนาคโตติ อตฺโถ. สมาลูติ กิร ทฺวารกวาฏวาตปานานํ นามํ. คนฺธพฺพาติ นฏา, ฉ สหสฺสานิ สตฺตธาติ ฉ คนฺธพฺพสหสฺสานิ สตฺตธา หุตฺวา ตสฺส ปาสาทสฺส สตฺตสุ ฐาเนสุ รญฺโญ รติชนนตฺถาย นจฺจึสูติ อตฺโถ. เต เอวํ นจฺจนฺตาปิ ราชานํ หาเสตุํ นาสกฺขึสุ, อถ สกฺโก เทวราชา เทวนฏํ เปเสตฺวา สมชฺชํ กาเรสิ, ตทา มหาปนาโท หสิ.

ยถา ภาสสิ, ภทฺทชีติ ภทฺทชิตฺเถเรน หิ ‘‘ภทฺทชิ, ตยา มหาปนาทราชกาเล อชฺฌาวุตฺถปาสาโท กห’’นฺติ วุตฺเต ‘‘อิมสฺมึ ฐาเน นิมุคฺโค, ภนฺเต’’ติ วทนฺเตน ตสฺมึ กาเล อตฺตโน อตฺถาย ตสฺส ปาสาทสฺส นิพฺพตฺตภาโว จ มหาปนาทราชภาโว จ ภาสิโต โหติ. ตํ คเหตฺวา สตฺถา ‘‘ยถา ตฺวํ, ภทฺทชิ, ภาสสิ, ตทา เอตํ ตเถว อโหสิ, อหํ ตทา ตว กายเวยฺยาวจฺจกโร สกฺโก เทวานมินฺโท อโหสิ’’นฺติ อาห. ตสฺมึ ขเณ ปุถุชฺชนภิกฺขู นิกฺกงฺขา อเหสุํ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา มหาปนาโท ราชา ภทฺทชิ อโหสิ, สกฺโก ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

มหาปนาทชาตกวณฺณนา จตุตฺถา.

[๒๖๕] ๕. ขุรปฺปชาตกวณฺณนา

ทิสฺวา ขุรปฺเปติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ โอสฺสฏฺฐวีริยํ ภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ. ตญฺหิ สตฺถา ‘‘สจฺจํ กิร ตฺวํ, ภิกฺขุ, โอสฺสฏฺฐวีริโย’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘สจฺจํ, ภนฺเต’’ติ วุตฺเต ‘‘ภิกฺขุ, กสฺมา เอวํ ตฺวํ นิยฺยานิกสาสเน ปพฺพชิตฺวา วีริยํ โอสฺสชิ, โปราณกปณฺฑิตา อนิยฺยานิกฏฺฐาเนปิ วีริยํ กรึสู’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต เอกสฺมึ อฏวิอารกฺขกกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต ปญฺจปุริสสตปริวาโร อฏวิอารกฺขเกสุ สพฺพเชฏฺฐโก หุตฺวา อฏวิมุเข เอกสฺมึ คาเม วาสํ กปฺเปสิ. โส ภตึ คเหตฺวา มนุสฺเส อฏวึ อติกฺกาเมติ. อเถกสฺมึ ทิวเส พาราณเสยฺยโก สตฺถวาหปุตฺโต ปญฺจหิ สกฏสเตหิ ตํ คามํ ปตฺวา ตํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘สมฺม, สหสฺสํ คเหตฺวา มํ อฏวึ อติกฺกาเมหี’’ติ อาห. โส ‘‘สาธู’’ติ ตสฺส หตฺถโต สหสฺสํ คณฺหิ, ภตึ คณฺหนฺโตเยว ตสฺส ชีวิตํ ปริจฺจชิ. โส ตํ อาทาย อฏวึ ปาวิสิ, อฏวิมชฺเฌ ปญฺจสตา โจรา อุฏฺฐหึสุ, โจเร ทิสฺวาว เสสปุริสา อุเรน นิปชฺชึสุ, อารกฺขกเชฏฺฐโก เอโกว นทนฺโต วคฺคนฺโต ปหริตฺวา ปญฺจสเตปิ โจเร ปลาเปตฺวา สตฺถวาหปุตฺตํ โสตฺถินา กนฺตารํ ตาเรสิ.

สตฺถวาหปุตฺโต ปรกนฺตาเร สตฺถํ นิเวเสตฺวา อารกฺขกเชฏฺฐกํ นานคฺครสโภชนํ โภเชตฺวา สยมฺปิ ภุตฺตปาตราโส สุขนิสินฺโน เตน สทฺธึ สลฺลปนฺโต ‘‘สมฺม, ตถาทารุณานํ โจรานํ อาวุธานิ คเหตฺวา อวตฺถรณกาเล เกน นุ โข เต การเณน จิตฺตุตฺราสมตฺตมฺปิ น อุปฺปนฺน’’นฺติ ปุจฺฉนฺโต ปฐมํ คาถมาห –

๔๓. ‘‘ทิสฺวา ขุรปฺเป ธนุเวคนุนฺเน, ขคฺเค คหีเต ติขิเณ เตลโธเต;

ตสฺมึ ภยสฺมึ มรเณ วิยูเฬฺห, กสฺมา นุ เต นาหุ ฉมฺภิตตฺต’’นฺติ.

ตตฺถ ธนุเวคนุนฺเนติ ธนุเวเคน วิสฺสฏฺเฐ. ขคฺเค คหีเตติ ถรุทณฺเฑหิ สุคหิเต ขคฺเค. มรเณ วิยูเฬฺหติ มรเณ ปจฺจุปฏฺฐิเต. กสฺมา นุ เต นาหูติ เกน นุ โข การเณน นาโหสิ. ฉมฺภิตตฺตนฺติ สรีรจลนํ.

ตํ สุตฺวา อารกฺขกเชฏฺฐโก อิตรา เทฺว คาถา อภาสิ –

๔๔. ‘‘ทิสฺวา ขุรปฺเป ธนุเวคนุนฺเน, ขคฺเค คหีเต ติขิเณ เตลโธเต;

ตสฺมึ ภยสฺมึ มรเณ วิยูเฬฺห, เวทํ อลตฺถํ วิปุลํ อุฬารํ.

๔๕. ‘‘โส เวทชาโต อชฺฌภวึ อมิตฺเต, ปุพฺเพว เม ชีวิตมาสิ จตฺตํ;

น หิ ชีวิเต อาลยํ กุพฺพมาโน, สูโร กยิรา สูรกิจฺจํ กทาจี’’ติ.

ตตฺถ เวทํ อลตฺถนฺติ ตุฏฺฐิญฺเจว โสมนสฺสญฺจ ปฏิลภึ. วิปุลนฺติ พหุํ. อุฬารนฺติ อุตฺตมํ. อชฺฌภวินฺติ ชีวิตํ ปริจฺจชิตฺวา อภิภวึ. ปุพฺเพว เม ชีวิตมาสิ จตฺตนฺติ มยา ปุพฺเพว ตว หตฺถโต ภตึ คณฺหนฺเตเนว ชีวิตํ จตฺตมาสิ. น หิ ชีวิเต อาลยํ กุพฺพมาโนติ ชีวิตสฺมิญฺหิ นิกนฺตึ กุรุมาโน ปุริสกิจฺจํ กทาจิปิ น กโรติ.

เอวํ โส สรวสฺเส วสฺสนฺเต ชีวิตนิกนฺติยา วิสฺสฏฺฐตฺตา อตฺตนา สูรกิจฺจสฺส กตภาวํ ญาเปตฺวา สตฺถวาหปุตฺตํ อุยฺโยเชตฺวา สกคามเมว ปจฺจาคนฺตฺวา ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กตฺวา ยถากมฺมํ คโต.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ, สจฺจปริโยสาเน โอสฺสฏฺฐวีริโย ภิกฺขุ อรหตฺเต ปติฏฺฐหิ. ‘‘ตทา อารกฺขกเชฏฺฐโก อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

ขุรปฺปชาตกวณฺณนา ปญฺจมา.

[๒๖๖] ๖. วาตคฺคสินฺธวชาตกวณฺณนา

เยนาสิ กิสิยา ปณฺฑูติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต สาวตฺถิยํ อญฺญตรํ กุฏุมฺพิกํ อารพฺภ กเถสิ. สาวตฺถิยํ กิเรกา อภิรูปา อิตฺถี เอกํ อภิรูปํ กุฏุมฺพิกํ ทิสฺวา ปฏิพทฺธจิตฺตา อโหสิ, สกลสรีรํ ฌายมาโน วิยสฺสา อพฺภนฺตเร กิเลสคฺคิ อุปฺปชฺชิ. สา เนว กายสฺสาทํ ลภิ, น จิตฺตสฺสาทํ, ภตฺตมฺปิสฺสา น รุจฺจิ, เกวลํ มญฺจกอฏนึ คเหตฺวา นิปชฺชิ. อถ นํ อุปฏฺฐายิกา จ สหายิกา จ ปุจฺฉึสุ – ‘‘กึ นุ โข ตฺวํ กมฺปมานจิตฺตา อฏนึ คเหตฺวา นิปนฺนา, กึ เต อผาสุก’’นฺติ. สา เอกํ เทฺว วาเร อกเถตฺวา ปุนปฺปุนํ วุจฺจมานา ตมตฺถํ อาโรเจสิ. อถ นํ ตา สมสฺสาเสตฺวา ‘‘ตฺวํ มา จินฺตยิ, มยํ ตํ อาเนสฺสามา’’ติ วตฺวา คนฺตฺวา กุฏุมฺพิเกน สทฺธึ มนฺเตสุํ, โส ปฏิกฺขิปิตฺวา ปุนปฺปุนํ วุจฺจมาโน อธิวาเสสิ. ตา ‘‘อสุกทิวเส อสุกเวลายํ อาคจฺฉา’’ติ ปฏิญฺญํ คเหตฺวา คนฺตฺวา ตสฺสา อาโรเจสุํ. สา อตฺตโน สยนคพฺภํ สชฺเชตฺวา อตฺตานํ อลงฺกริตฺวา สยนปิฏฺเฐ นิสินฺนา ตสฺมึ อาคนฺตฺวา สยเนกเทเส นิสินฺเน จินฺเตสิ – ‘‘สจาหํ อิมสฺส ครุกํ อกตฺวา อิทาเนว โอกาสํ กริสฺสามิ, อิสฺสริยํ เม ปริหายิสฺสติ, อาคตทิวเสเยว โอกาสกรณํ นาม อการณํ, อชฺช น มงฺกุํ กตฺวา อญฺญสฺมึ ทิวเส โอกาสํ กริสฺสามี’’ติ. อถ นํ หตฺถคหณาทิวเสน เกฬึ กาตุํ อารทฺธํ หตฺเถ คเหตฺวา ‘‘อเปหิ อเปหิ, น เม ตยา อตฺโถ’’ติ นิพฺภจฺเฉสิ. โส โอสกฺกิตฺวา ลชฺชิโต อุฏฺฐาย อตฺตโน เคหเมว คโต.

อิตรา อิตฺถิโย ตาย ตถา กตภาวํ ญตฺวา กุฏุมฺพิเก นิกฺขนฺเต ตํ อุปสงฺกมิตฺวา เอวมาหํสุ – ‘‘ตฺวํ เอตสฺมึ ปฏิพทฺธจิตฺตา อาหารํ ปฏิกฺขิปิตฺวา นิปชฺชิ, อถ นํ มยํ ปุนปฺปุนํ ยาจิตฺวา อานยิมฺห, ตสฺส กสฺมา โอกาสํ น อกาสี’’ติ. สา ตมตฺถํ อาโรเจสิ. อิตรา ‘‘เตน หิ ปญฺญายิสฺสสี’’ติ วตฺวา ปกฺกมึสุ. กุฏุมฺพิโก ปุน นิวตฺติตฺวาปิ น โอโลเกสิ. สา ตํ อลภมานา นิราหารา ตตฺเถว ชีวิตกฺขยํ ปาปุณิ. กุฏุมฺพิโก ตสฺสา มตภาวํ ญตฺวา พหุํ มาลาคนฺธวิเลปนํ อาทาย เชตวนํ คนฺตฺวา สตฺถารํ ปูเชตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิตฺวา สตฺถารา จ ‘‘กึ นุ โข, อุปาสก, น ปญฺญายสี’’ติ ปุจฺฉิเต ตมตฺถํ อาโรเจตฺวา ‘‘สฺวาหํ, ภนฺเต, เอตฺตกํ กาลํ ลชฺชาย พุทฺธุปฏฺฐานํ นาคโต’’ติ อาห. สตฺถา ‘‘น, อุปาสก, อิทาเนเวสา กิเลสวเสน ตํ ปกฺโกสาเปตฺวา อาคตกาเล ตํ โอกาสํ อกตฺวา ลชฺชาเปสิ, ปุพฺเพปิ ปน ปณฺฑิเตสุ ปฏิพทฺธจิตฺตา หุตฺวา ปกฺโกสาเปตฺวา อาคตกาเล โอกาสํ อกตฺวา กิลเมตฺวาว อุยฺโยเชสี’’ติ วตฺวา เตน ยาจิโต อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต สินฺธวกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วาตคฺคสินฺธโว นาม หุตฺวา ตสฺส มงฺคลอสฺโส อโหสิ. อสฺสโคปกา ตํ เนตฺวา คงฺคายํ นฺหาเปนฺติ. อถ นํ ภทฺทลี นาม คทฺรภี ทิสฺวา ปฏิพทฺธจิตฺตา หุตฺวา กิเลสวเสน กมฺปมานา เนว ติณํ ขาทิ, น อุทกํ ปิวิ, ปริสุสฺสิตฺวา กิสา อฏฺฐิจมฺมมตฺตา อโหสิ. อถ นํ ปุตฺโต คทฺรภโปตโก มาตรํ ปริสุสฺสมานํ ทิสฺวา ‘‘กึ นุ โข ตฺวํ, อมฺม, เนว ติณํ ขาทสิ, น อุทกํ ปิวสิ, ปริสุสฺสิตฺวา ตตฺถ ตตฺถ กมฺปมานา นิปชฺชสิ, กึ เต อผาสุก’’นฺติ ปุจฺฉิ. สา อกเถตฺวา ปุนปฺปุนํ วุจฺจมานา ตมตฺถํ กเถสิ. อถ นํ ปุตฺโต สมสฺสาเสตฺวา ‘‘อมฺม, มา จินฺตยิ, อหํ ตํ อาเนสฺสามี’’ติ วตฺวา วาตคฺคสินฺธวสฺส นฺหายิตุํ อาคตกาเล ตํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘ตาต, มยฺหํ มาตา ตุเมฺหสุ ปฏิพทฺธจิตฺตา นิราหารา สุสฺสิตฺวา มริสฺสติ, ชีวิตทานมสฺสา เทถา’’ติ อาห. ‘‘สาธุ, ตาต, ทสฺสามิ, อสฺสโคปกา มํ นฺหาเปตฺวา โถกํ คงฺคาตีเร วิจรณตฺถาย วิสฺสชฺเชนฺติ, ตฺวํ มาตรํ คเหตฺวา ตํ ปเทสํ เอหี’’ติ. โส คนฺตฺวา มาตรํ อาเนตฺวา ตสฺมึ ปเทเส วิสฺสชฺเชตฺวา เอกมนฺตํ ปฏิจฺฉนฺโน อฏฺฐาสิ.

อสฺสโคปกาปิ วาตคฺคสินฺธวํ ตสฺมึ ฐาเน วิสฺสชฺเชสุํ. โส ตํ คทฺรภึ โอโลเกตฺวา อุปสงฺกมิ. อถ สา คทฺรภี ตสฺมึ อุปสงฺกมิตฺวา อตฺตโน สรีรํ อุปสิงฺฆมาเน ‘‘สจาหํ ครุํ อกตฺวา อาคตกฺขเณเยวสฺส โอกาสํ กริสฺสามิ, เอวํ เม ยโส จ อิสฺสริยญฺจ ปริหายิสฺสติ, อนิจฺฉมานา วิย ภวิตุํ วฏฺฏตี’’ติ จินฺเตตฺวา สินฺธวสฺส เหฏฺฐาหนุเก ปาเทน ปหริตฺวา ปลายิ, ทนฺตมูลมสฺส ภิชฺชิตฺวา คตกาโล วิย อโหสิ. วาตคฺคสินฺธโว ‘‘โก เม เอตาย อตฺโถ’’ติ ลชฺชิโต ตโตว ปลายิ. สา วิปฺปฏิสารินี หุตฺวา ตตฺเถว ปติตฺวา โสจมานา นิปชฺชิ.

อถ นํ ปุตฺโต อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉนฺโต ปฐมํ คาถมาห –

๔๖. ‘‘เยนาสิ กิสิยา ปณฺฑุ, เยน ภตฺตํ น รุจฺจติ;

อยํ โส อาคโต ภตฺตา, กสฺมา ทานิ ปลายสี’’ติ.

ตตฺถ เยนาติ ตสฺมึ ปฏิพทฺธจิตฺตตาย เยน การณภูเตน.

ปุตฺตสฺส วจนํ สุตฺวา คทฺรภี ทุติยํ คาถมาห –

๔๗. ‘‘สเจ ปนาทิเกเนว, สนฺถโว นาม ชายติ;

ยโส หายติ อิตฺถีนํ, ตสฺมา ตาต ปลายห’’นฺติ.

ตตฺถ อาทิเกเนวาติอาทิโตว ปฐมเมว. สนฺถโวติ เมถุนธมฺมสํโยควเสน มิตฺตสนฺถโว. ยโส หายติ อิตฺถีนนฺติ, ตาต, อิตฺถีนญฺหิ ครุกํ อกตฺวา อาทิโตว สนฺถวํ กุรุมานานํ ยโส หายติ, อิสฺสริยคพฺพิตภาโว ปริหายตีติ. เอวํ สา อิตฺถีนํ สภาวํ ปุตฺตสฺส กเถสิ.

ตติยคาถํ ปน สตฺถา อภิสมฺพุทฺโธ หุตฺวา อาห –

๔๘. ‘‘ยสสฺสินํ กุเล ชาตํ, อาคตํ ยา น อิจฺฉติ;

โสจติ จิรรตฺตาย, วาตคฺคมิว ภทฺทลี’’ติ.

ตตฺถ ยสสฺสินนฺติ ยสสมฺปนฺนํ. ยา น อิจฺฉตีติ ยา อิตฺถี ตถารูปํ ปุริสํ น อิจฺฉติ. จิรรตฺตายาติ จิรรตฺตํ, ทีฆมทฺธานนฺติ อตฺโถ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ, สจฺจปริโยสาเน กุฏุมฺพิโก โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ. ‘‘ตทา คทฺรภี สา อิตฺถี อโหสิ, วาตคฺคสินฺธโว ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

วาตคฺคสินฺธวชาตกวณฺณนา ฉฏฺฐา.

[๒๖๗] ๗. กกฺกฏกชาตกวณฺณนา

สิงฺคี มิโคติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อญฺญตรํ อิตฺถึ อารพฺภ กเถสิ. สาวตฺถิยํ กิเรโก กุฏุมฺพิโก อตฺตโน ภริยํ คเหตฺวา อุทฺธารโสธนตฺถาย ชนปทํ คนฺตฺวา อุทฺธารํ โสเธตฺวา อาคจฺฉนฺโต อนฺตรามคฺเค โจเรหิ คหิโต. ภริยา ปนสฺส อภิรูปา ปาสาทิกา ทสฺสนียา, โจรเชฏฺฐโก ตสฺสา สิเนเหน กุฏุมฺพิกํ มาเรตุํ อารภิ. สา ปน อิตฺถี สีลวตี อาจารสมฺปนฺนา ปติเทวตา, สา โจรเชฏฺฐกสฺส ปาเทสุ นิปติตฺวา ‘‘สามิ, สเจ มยิ สิเนโห อตฺถิ, มา มยฺหํ สามิกํ มาเรหิ. สเจ มาเรสิ, อหมฺปิ วิสํ วา ขาทิตฺวา นาสวาตํ วา สนฺนิรุมฺภิตฺวา มริสฺสามิ, ตยา ปน สทฺธึ น คมิสฺสามิ, มา เม อการเณน สามิกํ มาเรหี’’ติ ยาจิตฺวา ตํ วิสฺสชฺชาเปสิ. เต อุโภปิ โสตฺถินา สาวตฺถึ ปตฺวา เชตวนปิฏฺฐิวิหาเรน คจฺฉนฺตา ‘‘วิหารํ ปวิสิตฺวา สตฺถารํ วนฺทิสฺสามา’’ติ คนฺธกุฏิปริเวณํ คนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. เต สตฺถารา ‘‘กหํ คตตฺถ, อุปาสกา’’ติ ปุฏฺฐา ‘‘อุทฺธารโสธนตฺถายา’’ติ อาหํสุ. ‘‘อนฺตรามคฺเค ปน อาโรเคฺยน อาคตตฺถา’’ติ วุตฺเต กุฏุมฺพิโก อาห – ‘‘อนฺตรามคฺเค โน, ภนฺเต, โจรา คณฺหึสุ, ตเตฺรสา มํ มาริยมานํ โจรเชฏฺฐกํ ยาจิตฺวา โมเจสิ, อิมํ นิสฺสาย มยา ชีวิตํ ลทฺธ’’นฺติ. สตฺถา ‘‘น, อุปาสก, อิทาเนเวตาย เอวํ ตุยฺหํ ชีวิตํ ทินฺนํ, ปุพฺเพปิ ปณฺฑิตานมฺปิ ชีวิตํ อทาสิเยวา’’ติ วตฺวา เตน ยาจิโต อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต หิมวนฺเต มหาอุทกรหโท, ตตฺถ มหาสุวณฺณกกฺกฏโก อโหสิ. โส ตสฺส นิวาสภาเวน ‘‘กุฬีรทโห’’ติ ปญฺญายิตฺถ. กกฺกฏโก มหา อโหสิ ขลมณฺฑลปฺปมาโณ, หตฺถี คเหตฺวา วธิตฺวา ขาทติ. หตฺถี ตสฺส ภเยน ตตฺถ โอตริตฺวา โคจรํ คณฺหิตุํ น สกฺโกนฺติ. ตทา โพธิสตฺโต กุฬีรทหํ อุปนิสฺสาย วสมานํ หตฺถิยูถเชฏฺฐกํ ปฏิจฺจ กเรณุยา กุจฺฉิสฺมึ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. อถสฺส มาตา ‘‘คพฺภํ รกฺขิสฺสามี’’ติ อญฺญํ ปพฺพตปฺปเทสํ คนฺตฺวา คพฺภํ รกฺขิตฺวา ปุตฺตํ วิชายิ. โส อนุกฺกเมน วิญฺญุตํ ปตฺโต มหาสรีโร ถามสมฺปนฺโน โสภคฺคปฺปตฺโต อญฺชนปพฺพโต วิย อโหสิ. โส เอกาย กเรณุยา สทฺธึ สํวาสํ กปฺเปตฺวา ‘‘กกฺกฏกํ คณฺหิสฺสามี’’ติ อตฺตโน ภริยญฺจ มาตรญฺจ อาทาย ตํ หตฺถิยูถํ อุปสงฺกมิตฺวา ปิตรํ ปสฺสิตฺวา ‘‘ตาต, อหํ กกฺกฏกํ คณฺหิสฺสามี’’ติ อาห. อถ นํ ปิตา ‘‘น สกฺขิสฺสสิ, ตาตา’’ติ วาเรตฺวา ปุนปฺปุนํ วทนฺตํ ‘‘ตฺวญฺเญว ชานิสฺสสี’’ติ อาห.

โส กุฬีรทหํ อุปนิสฺสาย วสนฺเต สพฺพวารเณ สนฺนิปาเตตฺวา สพฺเพหิ สทฺธึ ทหสมีปํ คนฺตฺวา ‘‘กึ โส กกฺกฏโก โอตรณกาเล คณฺหาติ, อุทาหุ โคจรํ คณฺหนกาเล, อุทาหุ อุตฺตรณกาเล’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อุตฺตรณกาเล’’ติ สุตฺวา ‘‘เตน หิ ตุเมฺห กุฬีรทหํ โอตริตฺวา ยาวทตฺถํ โคจรํ คเหตฺวา ปฐมํ อุตฺตรถ, อหํ ปจฺฉโต ภวิสฺสามี’’ติ อาห. วารณา ตถา กรึสุ. กุฬีโร ปจฺฉโต อุตฺตรนฺตํ โพธิสตฺตํ มหาสณฺฑาเสน กมฺมาโร โลหสลากํ วิย อฬทฺวเยน ปาเท ทฬฺหํ คณฺหิ, กเรณุกา โพธิสตฺตํ อวิชหิตฺวา สมีเปเยว อฏฺฐาสิ. โพธิสตฺโต อากฑฺฒนฺโต กุฬีรํ จาเลตุํ นาสกฺขิ, กุฬีโร ปน ตํ อากฑฺฒนฺโต อตฺตโน อภิมุขํ กโรติ. โส มรณภยตชฺชิโต พทฺธรวํ รวิ, สพฺเพ วารณา มรณภยตชฺชิตา โกญฺจนาทํ กตฺวา มุตฺตกรีสํ จชมานา ปลายึสุ, กเรณุกาปิสฺส สณฺฐาตุํ อสกฺโกนฺตี ปลายิตุํ อารภิ.

อถ นํ โส อตฺตโน พทฺธภาวํ สญฺญาเปตฺวา ตสฺสา อปลายนตฺถํ ปฐมํ คาถมาห –

๔๙. ตตฺถ สิงฺคี มิโคติ สิงฺคี สุวณฺณวณฺโณ มิโค. ทฺวีหิ อเฬหิ สิงฺคกิจฺจํ สาเธนฺเตหิ ยุตฺตตาย สิงฺคีติ อตฺโถ. มิโคติ ปน สพฺพปาณสงฺคาหกวเสน อิธ กุฬีโร วุตฺโต. อายตจกฺขุเนตฺโตติ เอตฺถ ทสฺสนฏฺเฐน จกฺขุ, นยนฏฺเฐน เนตฺตํ, อายตานิ จกฺขุสงฺขาตานิ เนตฺตานิ อสฺสาติ อายตจกฺขุเนตฺโต, ทีฆอกฺขีติ อตฺโถ. อฏฺฐิเมวสฺส ตจกิจฺจํ สาเธตีติ อฏฺฐิตฺตโจ. เตนาภิภูโตติ เตน มิเคน อภิภูโต อชฺโฌตฺถโต นิจฺจลํ คหิโต หุตฺวา. กปณํ รุทามีติ การุญฺญปฺปตฺโต หุตฺวา รุทามิ วิรวามิ. มา เหว มนฺติ มํ เอวรูปํ พฺยสนปฺปตฺตํ อตฺตโน ปาณสมํ ปิยสามิกํ ตฺวํ มา เหว ชหีติ.

อถ สา กเรณุกา นิวตฺติตฺวา ตํ อสฺสาสยมานา ทุติยํ คาถมาห –

๕๐. ‘‘อยฺย น ตํ ชหิสฺสามิ, กุญฺชรํ สฏฺฐิหายนํ;

ปถพฺยา จาตุรนฺตาย, สุปฺปิโย โหสิ เม ตุว’’นฺติ.

ตตฺถ สฏฺฐิหายนนฺติ ชาติยา สฏฺฐิวสฺสกาลสฺมิญฺหิ กุญฺชรา ถาเมน ปริหายนฺติ, สา อหํ เอวํ ถามหีนํ อิมํ พฺยสนํ ปตฺตํ ตํ น ชหิสฺสามิ, มา ภายิ, อิมิสฺสา หิ จตูสุ ทิสาสุ สมุทฺทํ ปตฺวา ฐิตาย จาตุรนฺตาย ปถวิยา ตฺวํ มยฺหํ สุฏฺฐุ ปิโยติ.

อถ นํ สนฺถมฺเภตฺวา ‘‘อยฺย, อิทานิ ตํ กุฬีเรน สทฺธึ โถกํ กถาสลฺลาปํ ลภมานา วิสฺสชฺชาเปสฺสามี’’ติ วตฺวา กุฬีรํ ยาจมานา ตติยํ คาถมาห –

๕๑. ‘‘เย กุฬีรา สมุทฺทสฺมึ, คงฺคาย ยมุนาย จ;

เตสํ ตฺวํ วาริโช เสฏฺโฐ, มุญฺจ โรทนฺติยา ปติ’’นฺติ.

ตสฺสตฺโถ – เย สมุทฺเท วา คงฺคาย วา ยมุนาย วา กุฬีรา, สพฺเพสํ วณฺณสมฺปตฺติยา จ มหนฺตตฺเตน จ ตฺวเมว เสฏฺโฐ อุตฺตโม. เตน ตํ ยาจามิ, มยฺหํ โรทมานาย สามิกํ มุญฺจาติ.

กุฬีโร ตสฺสา กถยมานาย อิตฺถิสทฺเท นิมิตฺตํ คเหตฺวา อากฑฺฒิยมานโส หุตฺวา วารณสฺส ปาทโต อเฬ วินิเวเฐนฺโต ‘‘อยํ วิสฺสฏฺโฐ อิทํ นาม กริสฺสตี’’ติ น กิญฺจิ อญฺญาสิ. อถ นํ วารโณ ปาทํ อุกฺขิปิตฺวา ปิฏฺฐิยํ อกฺกมิ, ตาวเทว อฏฺฐีนิ ภิชฺชึสุ. วารโณ ตุฏฺฐรวํ รวิ, สพฺเพ วารณา สนฺนิปติตฺวา กุฬีรํ นีหริตฺวา มหีตเล ฐเปตฺวา มทฺทนฺตา จุณฺณวิจุณฺณมกํสุ. ตสฺส เทฺว อฬา สรีรโต ภิชฺชิตฺวา เอกมนฺเต ปตึสุ. โส จ กุฬีรทโห คงฺคาย เอกาพทฺโธ, คงฺคาย ปูรณกาเล คงฺโคทเกน ปูรติ, อุทเก มนฺทีภูเต ทหโต อุทกํ คงฺคํ โอตรติ. อถ เทฺวปิ เต อฬา อุปฺลวิตฺวา คงฺคาย วุยฺหึสุ. เตสุ เอโก สมุทฺทํ ปาวิสิ, เอกํ ทสภาติกราชาโน อุทเก กีฬมานา ลภิตฺวา อาฬิงฺคํ นาม มุทิงฺคํ อกํสุ. สมุทฺทํ ปน ปวิฏฺฐํ อสุรา คเหตฺวา อาลมฺพรํ นาม เภรึ กาเรสุํ. เต อปรภาเค สกฺเกน สงฺคาเม ปราชิตา ตํ ฉฑฺเฑตฺวา ปลายึสุ, อถ นํ สกฺโก อตฺตโน อตฺถาย คณฺหาเปสิ. ‘‘อาลมฺพรเมโฆ วิย ถนตี’’ติ ตํ สนฺธาย วทนฺติ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ, สจฺจปริโยสาเน อุโภ ชยมฺปติกา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหึสุ. ‘‘ตทา กเรณุกา อยํ อุปาสิกา อโหสิ, วารโณ ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

กกฺกฏกชาตกวณฺณนา สตฺตมา.

[๒๖๘] ๘. อารามทูสกชาตกวณฺณนา

โย เว สพฺพสเมตานนฺติ อิทํ สตฺถา ทกฺขิณาคิริชนปเท อญฺญตรํ อุยฺยานปาลปุตฺตํ อารพฺภ กเถสิ. สตฺถา กิร วุตฺถวสฺโส เชตวนา นิกฺขมิตฺวา ทกฺขิณาคิริชนปเท จาริกํ จริ. อเถโก อุปาสโก พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ นิมนฺเตตฺวา อุยฺยาเน นิสีทาเปตฺวา ยาคุขชฺชเกหิ สนฺตปฺเปตฺวา ‘‘อยฺยา, อุยฺยานจาริกํ จริตุกามา อิมินา อุยฺยานปาเลน สทฺธึ จรนฺตู’’ติ วตฺวา ‘‘อยฺยานํ ผลาผลานิ ทเทยฺยาสี’’ติ อุยฺยานปาลํ อาณาเปสิ. ภิกฺขู จรมานา เอกํ ฉิทฺทฏฺฐานํ ทิสฺวา ‘‘อิทํ ฐานํ ฉิทฺทํ วิรฬรุกฺขํ, กึ นุ โข การณ’’นฺติ ปุจฺฉึสุ. อถ เนสํ อุยฺยานปาโล อาจิกฺขิ – ‘‘เอโก กิร อุยฺยานปาลปุตฺโต อุปโรปเกสุ อุทกํ อาสิญฺจนฺโต ‘มูลปฺปมาเณน อาสิญฺจิสฺสามี’ติ อุปฺปาเฏตฺวา มูลปฺปมาเณน อุทกํ อาสิญฺจิ, เตน ตํ ฐานํ ฉิทฺทํ ชาต’’นฺติ. ภิกฺขู สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ตมตฺถํ อาโรเจสุํ. สตฺถา ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว ปุพฺเพปิ โส กุมารโก อารามทูสโกเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ วิสฺสเสเน นาม รญฺเญ รชฺชํ กาเรนฺเต อุสฺสเว ฆุฏฺเฐ อุยฺยานปาโล ‘‘อุสฺสวํ กีฬิสฺสามี’’ติ อุยฺยานวาสิโน มกฺกเฏ อาห – ‘‘อิทํ อุยฺยานํ ตุมฺหากํ พหูปการํ, อหํ สตฺตาหํ อุสฺสวํ กีฬิสฺสามิ, ตุเมฺห สตฺต ทิวเส อุปโรปเกสุ อุทกํ อาสิญฺจถา’’ติ. เต ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉึสุ. โส เตสํ จมฺมฆฏเก ทตฺวา ปกฺกามิ. มกฺกฏา อุทกํ อาสิญฺจนฺตา อุปโรปเกสุ อาสิญฺจึสุ. อถ เน มกฺกฏเชฏฺฐโก อาห – ‘‘อาคเมถ ตาว, อุทกํ นาม สพฺพกาลํ ทุลฺลภํ, ตํ รกฺขิตพฺพํ, อุปโรปเก อุปฺปาเฏตฺวา มูลปฺปมาณํ ญตฺวา ทีฆมูลเกสุ พหุํ, รสฺสมูลเกสุ อปฺปํ อุทกํ สิญฺจิตุํ วฏฺฏตี’’ติ. เต ‘‘สาธู’’ติ วตฺวา เอกจฺเจ อุปโรปเก อุปฺปาเฏตฺวา คจฺฉนฺติ, เอกจฺเจ เต โรเปตฺวา อุทกํ สิญฺจนฺติ.

ตสฺมึ กาเล โพธิสตฺโต พาราณสิยํ เอกสฺส กุลสฺส ปุตฺโต อโหสิ, โส เกนจิเทว กรณีเยน อุยฺยานํ คนฺตฺวา เต มกฺกเฏ ตถา กโรนฺเต ทิสฺวา ‘‘โก ตุเมฺห เอวํ กาเรตี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘วานรเชฏฺฐโก’’ติ วุตฺเต ‘‘เชฏฺฐกสฺส ตาว โว อยํ ปญฺญา, ตุมฺหากํ ปน กีทิสี ภวิสฺสตี’’ติ ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต อิมํ ปฐมํ คาถมาห –

๕๒. ‘‘โย เว สพฺพสเมตานํ, อหุวา เสฏฺฐสมฺมโต;

ตสฺสายํ เอทิสี ปญฺญา, กิเมว อิตรา ปชา’’ติ.

ตตฺถ สพฺพสเมตานนฺติ อิเมสํ สพฺเพสํ สมานชาตีนํ. อหุวาติ อโหสิ. กิเมว อิตรา ปชาติ ยา อิตรา เอเตสุ ลามิกา ปชา, กีทิสา นุ โข ตสฺสา ปญฺญาติ.

ตสฺส กถํ สุตฺวา วานรา ทุติยํ คาถมาหํสุ –

๕๓. ‘‘เอวเมว ตุวํ พฺรเหฺม, อนญฺญาย วินินฺทสิ;

กถํ มูลํ อทิสฺวาน, รุกฺขํ ชญฺญา ปติฏฺฐิต’’นฺติ.

ตตฺถ พฺรเหฺมติ อาลปนมตฺตํ. อยํ ปเนตฺถ สงฺเขปตฺโถ – ตฺวํ, โภ ปุริส, การณาการณํ อชานิตฺวา เอวเมว อเมฺห วินินฺทสิ, รุกฺขํ นาม ‘‘คมฺภีเร ปติฏฺฐิโต วา เอส, น วา’’ติ มูลํ อนุปฺปาเฏตฺวา กถํ ญาตุํ สกฺกา, เตน มยํ อุปฺปาเฏตฺวา มูลปฺปมาเณน อุทกํ อาสิญฺจามาติ.