๙. อุปาหนวคฺโค

[๒๓๑] ๑. อุปาหนชาตกวณฺณนา

ยถาปิ กีตาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เทวทตฺตํ อารพฺภ กเถสิ. ธมฺมสภายญฺหิ ภิกฺขู กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ – ‘‘อาวุโส, เทวทตฺโต อาจริยํ ปจฺจกฺขาย ตถาคตสฺส ปฏิปกฺโข ปฏิสตฺตุ หุตฺวา มหาวินาสํ ปาปุณี’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, เทวทตฺโต อิทาเนว อาจริยํ ปจฺจกฺขาย มม ปฏิปกฺโข หุตฺวา มหาวินาสํ ปตฺโต, ปุพฺเพปิ ปตฺโตเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต หตฺถาจริยกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต หตฺถิสิปฺเป นิปฺผตฺตึ ปาปุณิ. อเถโก กาสิคามโก มาณวโก อาคนฺตฺวา ตสฺส สนฺติเก สิปฺปํ อุคฺคณฺหิ. โพธิสตฺตา นาม สิปฺปํ วาเจนฺตา อาจริยมุฏฺฐึ น กโรนฺติ, อตฺตโน ชานนนิยาเมน นิรวเสสํ สิกฺขาเปนฺติ. ตสฺมา โส มาณโว โพธิสตฺตสฺส ชานนสิปฺปํ นิรวเสสมุคฺคณฺหิตฺวา โพธิสตฺตํ อาห – ‘‘อาจริย, อหํ ราชานํ อุปฏฺฐหิสฺสามี’’ติ. โพธิสตฺโต ‘‘สาธุ, ตาตา’’ติ คนฺตฺวา รญฺโญ อาโรเจสิ – ‘‘มหาราช, มม อนฺเตวาสิโก ตุเมฺห อุปฏฺฐาตุํ อิจฺฉตี’’ติ. ‘‘สาธุ, อุปฏฺฐาตู’’ติ. ‘‘เตน หิสฺส ปริพฺพยํ ชานาถา’’ติ? ‘‘ตุมฺหากํ อนฺเตวาสิโก ตุเมฺหหิ สมกํ น ลจฺฉติ, ตุเมฺหสุ สตํ ลภนฺเตสุ ปณฺณาสํ ลจฺฉติ, เทฺว ลภนฺเตสุ เอกํ ลจฺฉตี’’ติ. โส เคหํ คนฺตฺวา ตํ ปวตฺตึ อนฺเตวาสิกสฺส อาโรเจสิ. อนฺเตวาสิโก ‘‘อหํ, อาจริย, ตุเมฺหหิ สมํ สิปฺปํ ชานามิ. สเจ สมกญฺเญว ปริพฺพยํ ลภิสฺสามิ, อุปฏฺฐหิสฺสามิ. โน เจ, น อุปฏฺฐหิสฺสามี’’ติ อาห. โพธิสตฺโต ตํ ปวตฺตึ รญฺโญ อาโรเจสิ. ราชา ‘‘สเจ โส ตุเมฺหหิ สมปฺปกาโร, ตุเมฺหหิ สมกญฺเญว สิปฺปํ ทสฺเสตุํ สกฺโกนฺโต สมกํ ลภิสฺสตี’’ติ อาห. โพธิสตฺโต ตํ ปวตฺตึ ตสฺส อาโรเจตฺวา เตน ‘‘สาธุ ทสฺเสสฺสามี’’ติ วุตฺเต รญฺโญ อาโรเจสิ. ราชา ‘‘เตน หิ เสฺว สิปฺปํ ทสฺเสถา’’ติ. ‘‘สาธุ, ทสฺเสสฺสาม, นคเร เภรึ จราเปถา’’ติ. ราชา ‘‘เสฺว กิร อาจริโย จ อนฺเตวาสิโก จ อุโภ หตฺถิสิปฺปํ ทสฺเสสฺสนฺติ, ราชงฺคเณ สนฺนิปติตฺวา ทฏฺฐุกามา ปสฺสนฺตู’’ติ เภรึ จราเปสิ.

อาจริโย ‘‘น เม อนฺเตวาสิโก อุปายโกสลฺลํ ชานาตี’’ติ เอกํ หตฺถึ คเหตฺวา เอกรตฺเตเนว วิโลมํ สิกฺขาเปสิ. โส ตํ ‘‘คจฺฉา’’ติ วุตฺเต โอสกฺกิตุํ, ‘‘โอสกฺกา’’ติ วุตฺเต คนฺตุํ, ‘‘ติฏฺฐา’’ติ วุตฺเต นิปชฺชิตุํ, ‘‘นิปชฺชา’’ติ วุตฺเต ฐาตุํ, ‘‘คณฺหา’’ติ วุตฺเต ฐเปตุํ, ‘‘ฐเปหี’’ติ วุตฺเต คณฺหิตุํ สิกฺขาเปตฺวา ปุนทิวเส ตํ หตฺถึ อภิรุหิตฺวา ราชงฺคณํ อคมาสิ. อนฺเตวาสิโกปิ เอกํ มนาปํ หตฺถึ อภิรุหิ. มหาชโน สนฺนิปติ. อุโภปิ สมกํ สิปฺปํ ทสฺเสสุํ. ปุน โพธิสตฺโต อตฺตโน หตฺถึ วิโลมํ กาเรสิ, โส ‘‘คจฺฉา’’ติ วุตฺเต โอสกฺกิ, ‘‘โอสกฺกา’’ติ วุตฺเต ปุรโต ธาวิ, ‘‘ติฏฺฐา’’ติ วุตฺเต นิปชฺชิ, ‘‘นิปชฺชา’’ติ วุตฺเต อฏฺฐาสิ, ‘‘คณฺหา’’ติ วุตฺเต นิกฺขิปิ, ‘‘นิกฺขิปา’’ติ วุตฺเต คณฺหิ. มหาชโน ‘‘อเร ทุฏฺฐอนฺเตวาสิก, ตฺวํ อาจริเยน สทฺธึ สารมฺภํ กโรสิ, อตฺตโน ปมาณํ น ชานาสิ, ‘อาจริเยน สมกํ ชานามี’ติ เอวํสญฺญี โหสี’’ติ เลฑฺฑุทณฺฑาทีหิ ปหริตฺวา ตตฺเถว ชีวิตกฺขยํ ปาเปสิ.

โพธิสตฺโต หตฺถิมฺหา โอรุยฺห ราชานํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘มหาราช, สิปฺปํ นาม อตฺตโน สุขตฺถาย คณฺหนฺติ, เอกจฺจสฺส ปน คหิตสิปฺปํ ทุกฺกฏอุปาหนา วิย วินาสเมว อาวหตี’’ติ วตฺวา อิทํ คาถาทฺวยมาห –

๑๖๑. ‘‘ยถาปิ กีตา ปุริสสฺสุปาหนา, สุขสฺส อตฺถาย ทุขํ อุทพฺพเห;

ฆมฺมาภิตตฺตา ตลสา ปปีฬิตา, ตสฺเสว ปาเท ปุริสสฺส ขาทเร.

๑๖๒. ‘‘เอวเมว โย ทุกฺกุลีโน อนริโย, ตมฺมาก วิชฺชญฺจ สุตญฺจ อาทิย;

ตเมว โส ตตฺถ สุเตน ขาทติ, อนริโย วุจฺจติ ปานทูปโม’’ติ.

ตตฺถ อุทพฺพเหติ อุทพฺพเหยฺย. ฆมฺมาภิตตฺตา ตลสา ปปีฬิตาติ ฆมฺเมน อภิตตฺตา ปาทตเลน จ ปีฬิตา. ตสฺเสวาติ เยน ตา สุขตฺถาย กิณิตฺวา ปาเทสุ ปฏิมุกฺกา ทุกฺกฏูปาหนา, ตสฺเสว. ขาทเรติ วณํ กโรนฺตา ปาเท ขาทนฺติ.

ทุกฺกุลีโนติ ทุชฺชาติโก อกุลปุตฺโต. อนริโยติ หิโรตฺตปฺปวชฺชิโต อสปฺปุริโส. ตมฺมาก วิชฺชญฺจ สุตญฺจ อาทิยาติ เอตฺถ ตํ ตํ มนตีติ ‘‘ตมฺโม’’ติ วตฺตพฺเพ ตมฺมาโก, ตํ ตํ สิปฺปํ อาเสวติ ปริวตฺเตตีติ อตฺโถ, อาจริยสฺเสตํ นามํ. ตสฺมา ตมฺมากา, คาถาพนฺธสุขตฺถํ ปนสฺส รสฺสภาโว กโต. วิชฺชนฺติ อฏฺฐารสสุ วิชฺชาฏฺฐาเนสุ ยํกิญฺจิ. สุตนฺติ ยํกิญฺจิ สุตปริยตฺติ. อาทิยาติอาทิยิตฺวา. ตเมว โส ตตฺถ สุเตน ขาทตีติ ตเมวาติ อตฺตานเมว. โสติ โย ทุกฺกุลีโน อนริโย อาจริยมฺหา วิชฺชญฺจ สุตญฺจ อาทิยติ, โส. ตตฺถ สุเตน ขาทตีติ ตสฺส สนฺติเก สุเตน โส อตฺตานเมว ขาทตีติ อตฺโถ. อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘เตเนว โส ตตฺถ สุเตน ขาทตี’’ติปิ ปาโฐ. ตสฺสาปิ โส เตน ตตฺถ สุเตน อตฺตานเมว ขาทตีติ อยเมว อตฺโถ. อนริโย วุจฺจติ ปานทูปโมติ อิติ อนริโย ทุปาหนูปโม ทุกฺกฏูปาหนูปโม วุจฺจติ. ยถา หิ ทุกฺกฏูปาหนา ปุริสํ ขาทนฺติ, เอวเมส สุเตน ขาทนฺโต อตฺตนาว อตฺตานํ ขาทติ. อถ วา ปานาย ทุโตติ ปานทุ, อุปาหนูปตาปิตสฺส อุปาหนาย ขาทิตปาทสฺเสตํ นามํ. ตสฺมา โย โส อตฺตานํ สุเตน ขาทติ, โส เตน สุเตน ขาทิตตฺตา ‘‘อนริโย’’ติ วุจฺจติ ปานทูปโม, อุปาหนูปตาปิตปาทสทิโสติ วุจฺจตีติ อยเมตฺถ อตฺโถ. ราชา ตุฏฺโฐ โพธิสตฺตสฺส มหนฺตํ ยสํ อทาสิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา อนฺเตวาสิโก เทวทตฺโต อโหสิ, อาจริโย ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

อุปาหนชาตกวณฺณนา ปฐมา.

[๒๓๒] ๒. วีณาถูณชาตกวณฺณนา

เอกจินฺติโตยมตฺโถติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อญฺญตรํ กุมาริกํ อารพฺภ กเถสิ. สา กิเรกา สาวตฺถิยํ เสฏฺฐิธีตา อตฺตโน เคเห อุสภราชสฺส สกฺการํ กยิรมานํ ทิสฺวา ธาตึ ปุจฺฉิ – ‘‘อมฺม, โก นาเมส เอวํ สกฺการํ ลภตี’’ติ. ‘‘อุสภราชา นาม, อมฺมา’’ติ. ปุน สา เอกทิวสํ ปาสาเท ฐตฺวา อนฺตรวีถึ โอโลเกนฺตี เอกํ ขุชฺชํ ทิสฺวา จินฺเตสิ – ‘‘คุนฺนํ อนฺตเร เชฏฺฐกสฺส ปิฏฺฐิยํ กกุธํ โหติ, มนุสฺสเชฏฺฐกสฺสปิ เตน ภวิตพฺพํ, อยํ มนุสฺเสสุ ปุริสูสโภ ภวิสฺสติ, เอตสฺส มยา ปาทปริจาริกาย ภวิตุํ วฏฺฏตี’’ติ. สา ทาสึ เปเสตฺวา ‘‘เสฏฺฐิธีตา ตยา สทฺธึ คนฺตุกามา, อสุกฏฺฐานํ กิร คนฺตฺวา ติฏฺฐา’’ติ ตสฺส อาโรเจตฺวา สารภณฺฑกํ อาทาย อญฺญาตกเวเสน ปาสาทา โอตริตฺวา เตน สทฺธึ ปลายิ. อปรภาเค ตํ กมฺมํ นคเร จ ภิกฺขุสงฺเฆ จ ปากฏํ ชาตํ. ธมฺมสภายํ ภิกฺขู กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ – ‘‘อาวุโส, อสุกา กิร เสฏฺฐิธีตา ขุชฺเชน สทฺธึ ปลาตา’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต สตฺถา ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนเวสา ขุชฺชํ กาเมติ, ปุพฺเพปิ กาเมสิเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต เอกสฺมึ นิคมคาเม เสฏฺฐิกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต ฆราวาสํ วสนฺโต ปุตฺตธีตาหิ วฑฺฒมาโน อตฺตโน ปุตฺตสฺส พาราณสีเสฏฺฐิสฺส ธีตรํ วาเรตฺวา ทิวสํ ฐเปสิ. เสฏฺฐิธีตา อตฺตโน เคเห อุสภสฺส สกฺการสมฺมานํ ทิสฺวา ‘‘โก นาเมโส’’ติ ธาตึ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อุสโภ’’ติ สุตฺวา อนฺตรวีถิยา คจฺฉนฺตํ เอกํ ขุชฺชํ ทิสฺวา ‘‘อยํ ปุริสูสโภ ภวิสฺสตี’’ติ สารภณฺฑกํ คเหตฺวา เตน สทฺธึ ปลายิ. โพธิสตฺโตปิ โข ‘‘เสฏฺฐิธีตรํ เคหํ อาเนสฺสามี’’ติ มหนฺเตน ปริวาเรน พาราณสึ คจฺฉนฺโต ตเมว มคฺคํ ปฏิปชฺชิ. เต อุโภปิ สพฺพรตฺตึ มคฺคํ อคมํสุ. อถ ขุชฺชสฺส สพฺพรตฺตึ สีตาสิหตสฺส อรุโณทเย สรีเร วาโต กุปฺปิ, มหนฺตา เวทนา วตฺตนฺติ. โส มคฺคา โอกฺกมฺม เวทนาปฺปตฺโต หุตฺวา วีณาทณฺฑโก วิย สํกุฏิโต นิปชฺชิ, เสฏฺฐิธีตาปิสฺส ปาทมูเล นิสีทิ. โพธิสตฺโต เสฏฺฐิธีตรํ ขุชฺชสฺส ปาทมูเล นิสินฺนํ ทิสฺวา สญฺชานิตฺวา อุปสงฺกมิตฺวา เสฏฺฐิธีตาย สทฺธึ สลฺลปนฺโต ปฐมํ คาถมาห –

๑๖๓. ‘‘เอกจินฺติโตยมตฺโถ, พาโล อปริณายโก;

น หิ ขุชฺเชน วาเมน, โภติ สงฺคนฺตุมรหสี’’ติ.

ตตฺถ เอกจินฺติโตยมตฺโถติ อมฺม, ยํ ตฺวํ อตฺถํ จินฺเตตฺวา อิมินา ขุชฺเชน สทฺธึ ปลาตา, อยํ ตยา เอกิกาย เอว จินฺติโต ภวิสฺสติ. พาโล อปริณายโกติ อยํ ขุชฺโช พาโล, ทุปฺปญฺญภาเวน มหลฺลโกปิ พาโลว, อญฺญสฺมึ คเหตฺวา คจฺฉนฺเต อสติ คนฺตุํ อสมตฺถตาย อปริณายโก. น หิ ขุชฺเชน วาเมน, โภติ สงฺคนฺตุมรหสีติ อิมินา หิ ขุชฺเชน วามนตฺตา วาเมน โภติ ตฺวํ มหากุเล ชาตา อภิรูปา ทสฺสนียา สงฺคนฺตุํ สห คนฺตุํ นารหสีติ.

อถสฺส ตํ วจนํ สุตฺวา เสฏฺฐิธีตา ทุติยํ คาถมาห –

๑๖๔. ‘‘ปุริสูสภํ มญฺญมานา, อหํ ขุชฺชมกามยึ;

โสยํ สํกุฏิโต เสติ, ฉินฺนตนฺติ ยถา ถุณา’’ติ.

ตสฺสตฺโถ – อหํ, อยฺย, เอกํ อุสภํ ทิสฺวา ‘‘คุนฺนํ เชฏฺฐกสฺส ปิฏฺฐิยํ กกุธํ โหติ, อิมสฺสปิ ตํ อตฺถิ, อิมินาปิ ปุริสูสเภน ภวิตพฺพ’’นฺติ เอวมหํ ขุชฺชํ ปุริสูสภํ มญฺญมานา อกามยึ. โสยํ ยถา นาม ฉินฺนตนฺติ สโทณิโก วีณาทณฺฑโก, เอวํ สํกุฏิโต เสตีติ.

โพธิสตฺโต ตสฺสา อญฺญาตกเวเสน นิกฺขนฺตภาวเมว ญตฺวา ตํ นฺหาเปตฺวา อลงฺกริตฺวา รถํ อาโรเปตฺวา เคหเมว อคมาสิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา อยเมว เสฏฺฐิธีตา อโหสิ, พาราณสีเสฏฺฐิ ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

วีณาถูณชาตกวณฺณนา ทุติยา.

[๒๓๓] ๓. วิกณฺณกชาตกวณฺณนา

กามํ ยหึ อิจฺฉสิ เตน คจฺฉาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ อุกฺกณฺฐิตภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ. โส หิ ธมฺมสภํ อานีโต ‘‘สจฺจํ กิร, ตฺวํ ภิกฺขุ, อุกฺกณฺฐิโต’’ติ สตฺถารา ปุฏฺโฐ ‘‘สจฺจ’’นฺติ วตฺวา ‘‘กสฺมา อุกฺกณฺฐิโตสี’’ติ วุตฺเต ‘‘กามคุณการณา’’ติ อาห. อถ นํ สตฺถา ‘‘กามคุณา นาเมเต ภิกฺขุ วิกณฺณกสลฺลสทิสา, สกึ หทเย ปติฏฺฐํ ลภมานา วิกณฺณกํ วิย วิทฺธํ สุํสุมารํ มรณเมว ปาเปนฺตี’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต โพธิสตฺโต พาราณสิยํ ธมฺเมน รชฺชํ กาเรนฺโต เอกทิวสํ อุยฺยานํ คนฺตฺวา โปกฺขรณีตีรํ สมฺปาปุณิ. นจฺจคีตาสุ กุสลา นจฺจคีตานิ ปโยเชสุํ, โปกฺขรณิยํ มจฺฉกจฺฉปา คีตสทฺทโลลตาย สนฺนิปติตฺวา รญฺญาว สทฺธึ คจฺฉนฺติ. ราชา ตาลกฺขนฺธปฺปมาณํ มจฺฉฆฏํ ทิสฺวา ‘‘กึ นุ โข อิเม มจฺฉา มยา สทฺธึเยว จรนฺตี’’ติ อมจฺเจ ปุจฺฉิ. อมจฺจา ‘‘เอเต, เทว, อุปฏฺฐหนฺตี’’ติ อาหํสุ. ราชา ‘‘เอเต กิร มํ อุปฏฺฐหนฺตี’’ติ ตุสฺสิตฺวา เตสํ นิจฺจภตฺตํ ปฏฺฐเปสิ. เทวสิกํ ตณฺฑุลมฺพณํ ปาเจสิ. มจฺฉา ภตฺตเวลาย เอกจฺเจ อาคจฺฉนฺติ, เอกจฺเจ นาคจฺฉนฺติ, ภตฺตํ นสฺสติ. รญฺโญ ตมตฺถํ อาโรเจสุํ. ราชา ‘‘อิโต ปฏฺฐาย สตฺตเวลาย เภรึ ปหริตฺวา เภริสญฺญาย มจฺเฉสุ สนฺนิปติเตสุ ภตฺตํ เทถา’’ติ อาห. ตโต ปฏฺฐาย ภตฺตกมฺมิโก เภรึ ปหราเปตฺวา สนฺนิปติตานํ มจฺฉานํ ภตฺตํ เทติ. เตปิ เภริสญฺญาย สนฺนิปติตฺวา ภุญฺชนฺติ.

เตสุ เอวํ สนฺนิปติตฺวา ภุญฺชนฺเตสุ เอโก สุํสุมาโร อาคนฺตฺวา มจฺเฉ ขาทิ. ภตฺตกมฺมิโก รญฺโญ อาโรเจสิ. ราชา ตํ สุตฺวา ‘‘สุํสุมารํ มจฺฉานํ ขาทนกาเล วิกณฺณเกน วิชฺฌิตฺวา คณฺหา’’ติ อาห. โส ‘‘สาธู’’ติ คนฺตฺวา นาวาย ฐตฺวา มจฺเฉ ขาทิตุํ อาคตํ สุํสุมารํ วิกณฺณเกน ปหริ, ตํ ตสฺส อนฺโตปิฏฺฐึ ปาวิสิ. โส เวทนาปฺปตฺโต หุตฺวา ตํ คเหตฺวาว ปลายิ. ภตฺตกมฺมิโก ตสฺส วิทฺธภาวํ ญตฺวา ตํ อาลปนฺโต ปฐมํ คาถมาห –

๑๖๕. ‘‘กามํ ยหึ อิจฺฉสิ เตน คจฺฉ, วิทฺโธสิ มมฺมมฺหิ วิกณฺณเกน;

หโตสิ ภตฺเตน สุวาทิเตน, โลโล จ มจฺเฉ อนุพนฺธมาโน’’ติ.

ตตฺถ กามนฺติ เอกํเสน. ยหึ อิจฺฉสิ เตน คจฺฉาติ ยสฺมึ อิจฺฉสิ, ตสฺมึ คจฺฉ. มมฺมมฺหีติ มมฺมฏฺฐาเน. วิกณฺณเกนาติ วิกณฺณกสลฺเลน. หโตสิ ภตฺเตน สุวาทิเตน, โลโล จ มจฺเฉ อนุพนฺธมาโนติ ตฺวํ เภริวาทิตสญฺญาย ภตฺเต ทียมาเน โลโล หุตฺวา ขาทนตฺถาย มจฺเฉ อนุพนฺธมาโน เตน สวาทิเตน ภตฺเตน หโต, คตฏฺฐาเนปิ เต ชีวิตํ นตฺถีติ อตฺโถ. โส อตฺตโน วสนฏฺฐานํ คนฺตฺวา ชีวิตกฺขยํ ปตฺโต.

สตฺถา อิมํ การณํ ทสฺเสตฺวา อภิสมฺพุทฺโธ หุตฺวา ทุติยํ คาถมาห –

๑๖๖. ‘‘เอวมฺปิ โลกามิสํ โอปตนฺโต, วิหญฺญตี จิตฺตวสานุวตฺตี;

โส หญฺญตี ญาติสขาน มชฺเฌ, มจฺฉานุโค โสริว สุํสุมาโร’’ติ.

ตตฺถ โลกามิสนฺติ ปญฺจ กามคุณา. เต หิ โลโก อิฏฺฐโต กนฺตโต มนาปโต คณฺหาติ, ตสฺมา ‘‘โลกามิส’’นฺติ วุจฺจติ. โอปตนฺโตติ ตํ โลกามิสํ อนุปตนฺโต กิเลสวเสน จิตฺตวสานุวตฺตี ปุคฺคโล วิหญฺญติ กิลมติ, โส หญฺญตีติ โส เอวรูโป ปุคฺคโล ญาตีนญฺจ สขานญฺจ มชฺเฌ โส วิกณฺณเกน วิทฺโธ มจฺฉานุโค สุํสุมาโร วิย ปญฺจ กามคุเณ มนาปาติ คเหตฺวา หญฺญติ กิลมติ มหาวินาสํ ปาปุณาติเยวาติ.

เอวํ สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ, สจฺจปริโยสาเน อุกฺกณฺฐิตภิกฺขุ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ. ‘‘ตทา สุํสุมาโร เทวทตฺโต, มจฺฉา พุทฺธปริสา, พาราณสิราชา ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

วิกณฺณกชาตกวณฺณนา ตติยา.

[๒๓๔] ๔. อสิตาภูชาตกวณฺณนา

ตฺวเมว ทานิมกราติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อญฺญตรํ กุมาริกํ อารพฺภ กเถสิ. สาวตฺถิยํ กิเรกสฺมึ ทฺวินฺนํ อคฺคสาวกานํ อุปฏฺฐากกุเล เอกา กุมาริกา อภิรูปา โสภคฺคปฺปตฺตา, สา วยปฺปตฺตา สมานชาติกํ กุลํ อคมาสิ. สามิโก ตํ กิสฺมิญฺจิ อมญฺญมาโน อญฺญตฺถ จิตฺตวเสน จรติ. สา ตสฺส ตํ อตฺตนิ อนาทรตํ อคเณตฺวา เทฺว อคฺคสาวเก นิมนฺเตตฺวา ทานํ ทตฺวา ธมฺมํ สุณนฺตี โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ. สา ตโต ปฏฺฐาย มคฺคผลสุเขน วีตินามยมานา ‘‘สามิโกปิ มํ น อิจฺฉติ, ฆราวาเสน เม กมฺมํ นตฺถิ, ปพฺพชิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา มาตาปิตูนํ อาจิกฺขิตฺวา ปพฺพชิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. ตสฺสา สา กิริยา ภิกฺขูสุ ปากฏา ชาตา. อเถกทิวสํ ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ – ‘‘อาวุโส, อสุกกุลสฺส ธีตา อตฺถคเวสิกา สามิกสฺส อนิจฺฉภาวํ ญตฺวา อคฺคสาวกานํ ธมฺมํ สุตฺวา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาย ปุน มาตาปิตโร อาปุจฺฉิตฺวา ปพฺพชิตฺวา อรหตฺตํ ปตฺตา, เอวํ อตฺถคเวสิกา, อาวุโส สา กุมาริกา’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนเวสา กุลธีตา อตฺถคเวสิกา, ปุพฺเพปิ อตฺถคเวสิกาเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา อภิญฺญา จ สมาปตฺติโย จ นิพฺพตฺเตตฺวา หิมวนฺตปเทเส วาสํ กปฺเปสิ. ตทา พาราณสิราชา อตฺตโน ปุตฺตสฺส พฺรหฺมทตฺตกุมารสฺส ปริวารสมฺปตฺตึ ทิสฺวา อุปฺปนฺนาสงฺโก ปุตฺตํ รฏฺฐา ปพฺพาเชสิ. โส อสิตาภุํ นาม อตฺตโน เทวึ อาทาย หิมวนฺตํ ปวิสิตฺวา มจฺฉมํสผลาผลานิ ขาทนฺโต ปณฺณสาลาย นิวาสํ กปฺเปสิ. โส เอกํ กินฺนรึ ทิสฺวา ปฏิพทฺธจิตฺโต ‘‘อิมํ ปชาปตึ กริสฺสามี’’ติ อสิตาภุํ อคเณตฺวา ตสฺสา อนุปทํ อคมาสิ. สา ตํ กินฺนรึ อนุพนฺธมานํ ทิสฺวา ‘‘อยํ มํ อคเณตฺวา กินฺนรึ อนุพนฺธติ, กึ เม อิมินา’’ติ วิรตฺตจิตฺตา หุตฺวา โพธิสตฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา อตฺตโน กสิณปริกมฺมํ กถาเปตฺวา กสิณํ โอโลเกนฺตี อภิญฺญา จ สมาปตฺติโย จ นิพฺพตฺเตตฺวา โพธิสตฺตํ วนฺทิตฺวา อาคนฺตฺวา อตฺตโน ปณฺณสาลาย ทฺวาเร อฏฺฐาสิ. พฺรหฺมทตฺโตปิ กินฺนรึ อนุพนฺธนฺโต วิจริตฺวา ตสฺสา คตมคฺคมฺปิ อทิสฺวา ฉินฺนาโส หุตฺวา ปณฺณสาลาภิมุโขว อาคโต. อสิตาภู ตํ อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา เวหาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา มณิวณฺเณ คคนตเล ฐิตา ‘‘อยฺยปุตฺต, ตํ นิสฺสาย มยา อิทํ ฌานสุขํ ลทฺธ’’นฺติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –

๑๖๗. ‘‘ตฺวเมว ทานิมกร, ยํ กาโม พฺยคมา ตยิ;

โสยํ อปฺปฏิสนฺธิโก, ขรฉินฺนํว เรนุก’’นฺติ.

ตตฺถ ตฺวเมว ทานิมกราติ, อยฺยปุตฺต, มํ ปหาย กินฺนรึ อนุพนฺธนฺโต ตฺวญฺเญว อิทานิ อิทํ อกร. ยํ กาโม พฺยคมา ตยีติ ยํ มม ตยิ กาโม วิคโต วิกฺขมฺภนปฺปหาเนน ปหีโน, ยสฺส ปหีนตฺตา อหํ อิมํ วิเสสํ ปตฺตาติ ทีเปติ. โสยํ อปฺปฏิสนฺธิโกติ โส ปน กาโม อิทานิ อปฺปฏิสนฺธิโก ชาโต, น สกฺกา ปฏิสนฺธิตุํ. ขรฉินฺนํว เรนุกนฺติ ขโร วุจฺจติ กกโจ, เรนุกํ วุจฺจติ หตฺถิทนฺโต. ยถา กกเจน ฉินฺโน หตฺถิทนฺโต อปฺปฏิสนฺธิโก โหติ, น ปุน ปุริมนเยน อลฺลียติ, เอวํ ปุน มยฺหํ ตยา สทฺธึ จิตฺตสฺส ฆฏนํ นาม นตฺถีติ วตฺวา ตสฺส ปสฺสนฺตสฺเสว อุปฺปติตฺวา อญฺญตฺถ อคมาสิ.

โส ตสฺสา คตกาเล ปริเทวมาโน ทุติยํ คาถมาห –

๑๖๘. ‘‘อตฺริจฺฉํ อติโลเภน, อติโลภมเทน จ;

เอวํ หายติ อตฺถมฺหา, อหํว อสิตาภุยา’’ติ.

ตตฺถ อตฺริจฺฉํ อติโลเภนาติ อตฺริจฺฉา วุจฺจติ อตฺร อตฺร อิจฺฉาสงฺขาตา อปริยนฺตตณฺหา, อติโลโภ วุจฺจติ อติกฺกมิตฺวา ปวตฺตโลโภ. อติโลภมเทน จาติ ปุริสมทํ อุปฺปาทนโต อติโลภมโท นาม ชายติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อตฺริจฺฉาวเสน อตฺริจฺฉมาโน ปุคฺคโล อติโลเภน จ อติโลภมเทน จ ยถา อหํ อสิตาภุยา ราชธีตาย ปริหีโน, เอวํ อตฺถา หายตีติ.

อิติ โส อิมาย คาถาย ปริเทวิตฺวา อรญฺเญ เอกโกว วสิตฺวา ปิตุ อจฺจเยน คนฺตฺวา รชฺชํ คณฺหิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา ราชปุตฺโต จ ราชธีตา จ อิเม เทฺว ชนา อเหสุํ, ตาปโส ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

อสิตาภูชาตกวณฺณนา จตุตฺถา.

[๒๓๕] ๕. วจฺฉนขชาตกวณฺณนา

สุขา ฆรา วจฺฉนขาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต โรชมลฺลํ อารพฺภ กเถสิ. โส กิรายสฺมโต อานนฺทสฺส คิหิสหาโย. โส เอกทิวสํ อาคมนตฺถาย เถรสฺส สาสนํ ปาเหสิ, เถโร สตฺถารํ อาปุจฺฉิตฺวา อคมาสิ. โส เถรํ นานคฺครสโภชนํ โภเชตฺวา เอกมนฺตํ นิสินฺโน เถเรน สทฺธึ ปฏิสนฺถารํ กตฺวา เถรํ คิหิโภเคหิ ปญฺจหิ กามคุเณหิ นิมนฺเตนฺโต ‘‘ภนฺเต อานนฺท, มม เคเห ปหูตํ สวิญฺญาณกอวิญฺญาณกรตนํ, อิทํ มชฺเฌ ภินฺทิตฺวา ตุยฺหํ ทมฺมิ, เอหิ อุโภ อคารํ อชฺฌาวสามา’’ติ. เถโร ตสฺส กามคุเณสุ อาทีนวํ กเถตฺวา อุฏฺฐายาสนา วิหารํ คนฺตฺวา ‘‘ทิฏฺโฐ เต, อานนฺท, โรโช’’ติ สตฺถารา ปุจฺฉิโต ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ วตฺวา ‘‘กิมสฺส กเถสี’’ติ วุตฺเต ‘‘ภนฺเต, มํ โรโช ฆราวาเสน นิมนฺเตสิ, อถสฺสาหํ ฆราวาเส เจว กามคุเณสุ จ อาทีนวํ กเถสิ’’นฺติ. สตฺถา ‘‘น โข, อานนฺท, โรโช มลฺโล อิทาเนว ปพฺพชิเต ฆราวาเสน นิมนฺเตสิ, ปุพฺเพปิ นิมนฺเตสิเยวา’’ติ วตฺวา เตน ยาจิโต อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต อญฺญตรสฺมึ นิคมคาเม พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา หิมวนฺตปเทเส จิรํ วสิตฺวา โลณมฺพิลเสวนตฺถาย พาราณสึ ปตฺวา ราชุยฺยาเน วสิตฺวา ปุนทิวเส พาราณสึ ปาวิสิ. อถสฺส พาราณสิเสฏฺฐิ อาจารวิหาเร ปสีทิตฺวา เคหํ เนตฺวา โภเชตฺวา อุยฺยาเน วสนตฺถาย ปฏิญฺญํ คเหตฺวา ตํ ปฏิชคฺคนฺโต อุยฺยาเน วสาเปสิ. เต อญฺญมญฺญํ อุปฺปนฺนสิเนหา อเหสุํ.

อเถกทิวสํ พาราณสิเสฏฺฐิ โพธิสตฺเต เปมวิสฺสาสวเสน เอวํ จินฺเตสิ – ‘‘ปพฺพชฺชา นาม ทุกฺขา, มม สหายํ วจฺฉนขปริพฺพาชกํ อุปฺปพฺพาเชตฺวา สพฺพํ วิภวํ มชฺเฌ ภินฺทิตฺวา ตสฺส ทตฺวา เทฺวปิ สมคฺควาสํ วสิสฺสามา’’ติ. โส เอกทิวสํ ภตฺตกิจฺจปริโยสาเน เตน สทฺธึ มธุรปฏิสนฺถารํ กตฺวา ‘‘ภนฺเต วจฺฉนข, ปพฺพชฺชา นาม ทุกฺขา, สุโข ฆราวาโส, เอหิ อุโภ สมคฺคา กาเม ปริภุญฺชนฺตา วสามา’’ติ วตฺวา ปฐมํ คาถมาห –

๑๖๙. ‘‘สุขา ฆรา วจฺฉนข, สหิรญฺญา สโภชนา;

ยตฺถ ภุตฺวา ปิวิตฺวา จ, สเยยฺยาถ อนุสฺสุโก’’ติ.

ตตฺถ สหิรญฺญาติ สตฺตรตนสมฺปนฺนา. สโภชนาติ พหุขาทนียโภชนียา. ยตฺถ ภุตฺวา ปิวิตฺวา จาติ เยสุ สหิรญฺญโภชเนสุ ฆเรสุ นานคฺครสานิ โภชนานิ ปริภุญฺชิตฺวา นานาปานานิ จ ปิวิตฺวา. สเยยฺยาถ อนุสฺสุโกติ เยสุ อลงฺกตสิริสยนปิฏฺเฐ อนุสฺสุโก หุตฺวา สเยยฺยาสิ, เต ฆรา นาม อติวิย สุขาติ.

อถสฺส ตํ สุตฺวา โพธิสตฺโต ‘‘มหาเสฏฺฐิ, ตฺวํ อญฺญาณตาย กามคิทฺโธ หุตฺวา ฆราวาสสฺส คุณํ, ปพฺพชฺชาย จ อคุณํ กเถสิ, ฆราวาสสฺส เต อคุณํ กเถสฺสามิ, สุณาหิ ทานี’’ติ วตฺวา ทุติยํ คาถมาห –

๑๗๐. ‘‘ฆรา นานีหมานสฺส, ฆรา นาภณโต มุสา;

ฆรา นาทินฺนทณฺฑสฺส, ปเรสํ อนิกุพฺพโต;

เอวํ ฉิทฺทํ ทุรภิสมฺภวํ, โก ฆรํ ปฏิปชฺชตี’’ติ.

ตตฺถ ฆรา นานีหมานสฺสาติ นิจฺจกาลํ กสิโครกฺขาทิกรเณน อนีหมานสฺส อวายมนฺตสฺส ฆรา นาม นตฺถิ, ฆราวาโส น ปติฏฺฐาตีติ อตฺโถ. ฆรา นาภณโต มุสาติ เขตฺตวตฺถุหิรญฺญสุวณฺณาทีนํ อตฺถาย อมุสาภณโตปิ ฆรา นาม นตฺถิ. ฆรา นาทินฺนทณฺฑสฺส, ปเรสํ อนิกุพฺพโตติ นาทินฺนทณฺฑสฺสาติ อคฺคหิตทณฺฑสฺส, นิกฺขิตฺตทณฺฑสฺส ปเรสํ อนิกุพฺพโต ฆรา นาม นตฺถิ. โย ปน อาทินฺนทณฺโฑ หุตฺวา ปเรสํ ทาสกมฺมกราทีนํ ตสฺมึ ตสฺมึ อปราเธ อปราธานุรูปํ วธพนฺธนเฉทนตาฬนาทิวเสน กโรติ, ตสฺเสว ฆราวาโส สณฺฐหตีติ อตฺโถ. เอวํ ฉิทฺทํ ทุรภิสมฺภวํ, โก ฆรํ ปฏิปชฺชตีติ ตํ ทานิ เอวํ เอเตสํ อีหนาทีนํ อกรเณ สติ ตาย ตาย ปริหานิยา ฉิทฺทํ กรเณปิ สติ นิจฺจเมว กาตพฺพโต ทุรภิสมฺภวํ ทุราราธนียํ, นิจฺจํ กโรนฺตสฺสปิ วา ทุรภิสมฺภวเมว ทุปฺปูรํ ฆราวาสํ ‘‘อหํ นิปฺปริตสฺโส หุตฺวา อชฺฌาวสิสฺสามี’’ติ โก ปฏิปชฺชตีติ.

เอวํ มหาสตฺโต ฆราวาสสฺส โทสํ กเถตฺวา อุยฺยานเมว อคมาสิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา พาราณสิเสฏฺฐิ โรโช มลฺโล อโหสิ, วจฺฉนขปริพฺพาชโก ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

วจฺฉนขชาตกวณฺณนา ปญฺจมา.

[๒๓๖] ๖. พกชาตกวณฺณนา

ภทฺทโก วตยํ ปกฺขีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ กุหกภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ. ตญฺหิ สตฺถา อาเนตฺวา ทสฺสิตํ ทิสฺวา ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพเปส กุหโกเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต หิมวนฺตปเทเส เอกสฺมึ สเร มจฺโฉ หุตฺวา มหาปริวาโร วสิ. อเถโก พโก ‘‘มจฺเฉ ขาทิสฺสามี’’ติ สรสฺส อาสนฺนฏฺฐาเน สีสํ ปาเตตฺวา ปกฺเข ปสาเรตฺวา มนฺทมนฺโท มจฺเฉ โอโลเกนฺโต อฏฺฐาสิ เตสํ ปมาทํ อาคมยมาโน. ตสฺมึ ขเณ โพธิสตฺโต มจฺฉคณปริวุโต โคจรํ คณฺหนฺโต ตํ ฐานํ ปาปุณิ. มจฺฉคโณ ตํ พกํ ปสฺสิตฺวา ปฐมํ คาถมาห –

๑๗๑. ‘‘ภทฺทโก วตยํ ปกฺขี, ทิโช กุมุทสนฺนิโภ;

วูปสนฺเตหิ ปกฺเขหิ, มนฺทมนฺโทว ฌายตี’’ติ.

ตตฺถ มนฺทมนฺโทว ฌายตีติ อพลพโล วิย หุตฺวา กิญฺจิ อชานนฺโต วิย เอกโกว ฌายตีติ.

อถ นํ โพธิสตฺโต โอโลเกตฺวา ทุติยํ คาถมาห –

๑๗๒. ‘‘นาสฺส สีลํ วิชานาถ, อนญฺญาย ปสํสถ;

อเมฺห ทิโช น ปาเลติ, เตน ปกฺขี น ผนฺทตี’’ติ.

ตตฺถ อนญฺญายาติ อชานิตฺวา. อเมฺห ทิโช น ปาเลตีติ เอส ทิโช อเมฺห น รกฺขติ น โคปายติ, ‘‘กตรํ นุ โข เอเตสุ กพฬํ กริสฺสามี’’ติ อุปธาเรติ. เตน ปกฺขี น ผนฺทตีติ เตนายํ สกุโณ น ผนฺทติ น จลตีติ. เอวํ วุตฺเต มจฺฉคโณ อุทกํ โขเภตฺวา พกํ ปลาเปสิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา พโก กุหโก ภิกฺขุ อโหสิ, มจฺฉราชา ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

พกชาตกวณฺณนา ฉฏฺฐา.

[๒๓๗] ๗. สาเกตชาตกวณฺณนา

โก นุ โข ภควา เหตูติ อิทํ สตฺถา สาเกตํ อุปนิสฺสาย วิหรนฺโต สาเกตํ พฺราหฺมณํ อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ ปเนตฺถ อตีตมฺปิ ปจฺจุปฺปนฺนมฺปิ เหฏฺฐา เอกกนิปาเต (ชา. อฏฺฐ. ๑.๑.สาเกตชาตกวณฺณนา) กถิตเมว. ตถาคตสฺส ปน วิหารํ คตกาเล ภิกฺขู ‘‘สิเนโห นาเมส, ภนฺเต, กถํ ปติฏฺฐาตี’’ติ ปุจฺฉนฺตา ปฐมํ คาถมาหํสุ –

๑๗๓. ‘‘โก นุ โข ภควา เหตุ, เอกจฺเจ อิธ ปุคฺคเล;

อตีว หทยํ นิพฺพาติ, จิตฺตญฺจาปิ ปสีทตี’’ติ.

ตสฺสตฺโถ – โก นุ โข เหตุ, เยน อิเธกจฺเจ ปุคฺคเล ทิฏฺฐมตฺเตเยว หทยํ อติวิย นิพฺพาติ, สุวาสิตสฺส สีตสฺส อุทกสฺส ฆฏสหสฺเสน ปริสิตฺตํ วิย สีตลํ โหติ, เอกจฺเจ น นิพฺพาติ. เอกจฺเจ ทิฏฺฐมตฺเตเยว จิตฺตํ ปสีทติ, มุทุ โหติ, เปมวเสน อลฺลียติ, เอกจฺเจ น อลฺลียตีติ.

อถ เนสํ สตฺถา เปมการณํ ทสฺเสนฺโต ทุติยํ คาถมาห –

๑๗๔. ‘‘ปุพฺเพว สนฺนิวาเสน, ปจฺจุปฺปนฺนหิเตน วา;

เอวํ ตํ ชายเต เปมํ, อุปฺปลํว ยโถทเก’’ติ.

ตสฺสตฺโถ – ภิกฺขเว, เปมํ นาเมตํ ทฺวีหิ การเณหิ ชายติ, ปุริมภเว มาตา วา ปิตา วา ปุตฺโต วา ธีตา วา ภาตา วา ภคินี วา ปติ วา ภริยา วา สหาโย วา มิตฺโต วา หุตฺวา โย เยน สทฺธึ เอกฏฺฐาเน วุตฺถปุพฺโพ, ตสฺส อิมินา ปุพฺเพว สนฺนิวาเสน ภวนฺตเรปิ อนุพนฺธนฺโต โส สิเนโห น วิชหติ. อิมสฺมึ อตฺตภาเว กเตน ปจฺจุปฺปนฺนหิเตน วา เอวํ ตํ ชายเต เปมํ, อิเมหิ ทฺวีหิ การเณหิ เปมํ นาม ชายติ. ยถา กึ? อุปฺปลํว ยโถทเกติ. วา-การสฺส รสฺสตฺตํ กตํ. สมุจฺจยตฺเถ เจส วุตฺโต, ตสฺมา อุปฺปลญฺจ เสสํ ชลชปุปฺผญฺจ ยถา อุทเก ชายมานํ เทฺว การณานิ นิสฺสาย ชายติ อุทกญฺเจว กลลญฺจ, ตถา เอเตหิ ทฺวีหิ การเณหิ เปมํ ชายตีติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา พฺราหฺมโณ จ พฺราหฺมณี จ อิเม เทฺว ชนา อเหสุํ, ปุตฺโต ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

สาเกตชาตกวณฺณนา สตฺตมา.

[๒๓๘] ๘. เอกปทชาตกวณฺณนา

อิงฺฆ เอกปทํ, ตาตาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ กุฏุมฺพิกํ อารพฺภ กเถสิ. สาวตฺถิวาสี กิเรส กุฏุมฺพิโก, อถสฺส เอกทิวสํ องฺเก นิสินฺโน ปุตฺโต อตฺถสฺส ทฺวารํ นาม ปญฺหํ ปุจฺฉิ. โส ‘‘พุทฺธวิสโย เอส ปโญฺห, น ตํ อญฺโญ กเถตุํ สกฺขิสฺสตี’’ติ ปุตฺตํ คเหตฺวา เชตวนํ คนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา ‘‘ภนฺเต, อยํ เม ทารโก อูรุมฺหิ นิสินฺโน อตฺถสฺส ทฺวารํ นาม ปญฺหํ ปุจฺฉิ, อหํ ตํ อชานนฺโต อิธาคโต, กเถถ, ภนฺเต, อิมํ ปญฺห’’นฺติ. สตฺถา ‘‘น โข, อุปาสก, อยํ ทารโก อิทาเนว อตฺถคเวสโก, ปุพฺเพปิ อตฺถคเวสโกว หุตฺวา อิมํ ปญฺหํ ปณฺฑิเต ปุจฺฉิ, โปราณกปณฺฑิตาปิสฺส กเถสุํ, ภวสงฺเขปคตตฺตา ปน น สลฺลกฺเขสี’’ติ วตฺวา เตน ยาจิโต อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต เสฏฺฐิกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต ปิตุ อจฺจเยน เสฏฺฐิฏฺฐานํ ลภิ. อถสฺส ปุตฺโต ทหโร กุมาโร อูรุมฺหิ นิสีทิตฺวา ‘‘ตาต, มยฺหํ เอกปทํ อเนกตฺถนิสฺสิตํ เอกํ การณํ กเถถา’’ติ ปุจฺฉนฺโต ปฐมํ คาถมาห –

๑๗๕. ‘‘อิงฺฆ เอกปทํ ตาต, อเนกตฺถปทสฺสิตํ;

กิญฺจิ สงฺคาหิกํ พฺรูสิ, เยนตฺเถ สาธเยมเส’’ติ.

ตตฺถ อิงฺฆาติ ยาจนตฺเถ โจทนตฺเถ วา นิปาโต. เอกปทนฺติ เอกํ การณปทํ, เอกํ การณูปสญฺหิตํ วา พฺยญฺชนปทํ. อเนกตฺถปทสฺสิตนฺติ อเนกานิ อตฺถปทานิ การณปทานิ นิสฺสิตํ. กิญฺจิ สงฺคาหิกํ พฺรูสีติ กิญฺจิ เอกปทํ พหูนํ ปทานํ สงฺคาหิกํ พฺรูหิ, อยเมว วา ปาโฐ. เยนตฺเถ สาธเยมเสติ เยน เอเกน ปเทน อเนกตฺถนิสฺสิเตน มยํ อตฺตโน วุฑฺฒึ สาเธยฺยาม, ตํ เม กเถหีติ ปุจฺฉิ.

อถสฺส ปิตา กเถนฺโต ทุติยํ คาถมาห –

๑๗๖. ‘‘ทกฺเขยฺเยกปทํ ตาต, อเนกตฺถปทสฺสิตํ;

ตญฺจ สีเลน สญฺญุตฺตํ, ขนฺติยา อุปปาทิตํ;

อลํ มิตฺเต สุขาเปตุํ, อมิตฺตานํ ทุขาย จา’’ติ.

ตตฺถ ทกฺเขยฺเยกปทนฺติ ทกฺเขยฺยํ เอกปทํ. ทกฺเขยฺยํ นาม ลาภุปฺปาทกสฺส เฉกสฺส กุสลสฺส ญาณสมฺปยุตฺตํ วีริยํ. อเนกตฺถปทสฺสิตนฺติ เอวํ วุตฺตปฺปการํ วีริยํ อเนเกหิ อตฺถปเทหิ นิสฺสิตํ. กตเรหีติ? สีลาทีหิ. เตเนว ‘‘ตญฺจ สีเลน สญฺญุตฺต’’นฺติอาทิมาห. ตสฺสตฺโถ – ตญฺจ ปเนตํ วีริยํ อาจารสีลสมฺปยุตฺตํ อธิวาสนขนฺติยา อุเปตํ มิตฺเต สุขาเปตุํ อมิตฺตานญฺจ ทุกฺขาย อลํ สมตฺถํ. โก หิ นาม ลาภุปฺปาทกญาณสมฺปยุตฺตกุสลวีริยสมนฺนาคโต อาจารขนฺติสมฺปนฺโน มิตฺเต สุขาเปตุํ, อมิตฺเต วา ทุกฺขาเปตุํ น สกฺโกตีติ.

เอวํ โพธิสตฺโต ปุตฺตสฺส ปญฺหํ กเถสิ. โสปิ ปิตุ กถิตนเยเนว อตฺตโน อตฺถํ สาเธตฺวา ยถากมฺมํ คโต.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ, สจฺจปริโยสาเน ปิตาปุตฺตา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐิตา. ‘‘ตทา ปุตฺโต อยเมว ปุตฺโต อโหสิ, พาราณสิเสฏฺฐิ ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

เอกปทชาตกวณฺณนา อฏฺฐมา.

[๒๓๙] ๙. หริตมณฺฑูกชาตกวณฺณนา

อาสีวิสมฺปิ มํ สนฺตนฺติ อิทํ สตฺถา เวฬุวเน วิหรนฺโต อชาตสตฺตุํ อารพฺภ กเถสิ. โกสลราชสฺส หิ ปิตา มหาโกสโล พิมฺพิสารรญฺโญ ธีตรํ ททมาโน ธีตุ นฺหานมูลํ กาสิคามกํ นาม อทาสิ. สา อชาตสตฺตุนา ปิตุฆาตกกมฺเม กเต รญฺโญ สิเนเหน นจิรสฺเสว กาลมกาสิ. อชาตสตฺตุ มาตริ กาลกตายปิ ตํ คามํ ภุญฺชเตว. โกสลราชา ‘‘ปิตุฆาตกสฺส โจรสฺส มม กุลสนฺตกํ คามํ น ทสฺสามี’’ติ เตน สทฺธึ ยุชฺฌติ. กทาจิ มาตุลสฺส ชโย โหติ, กทาจิ ภาคิเนยฺยสฺส. ยทา ปน อชาตสตฺตุ ชินาติ, ตทา โสมนสฺสปฺปตฺโต รเถ ธชํ อุสฺสาเปตฺวา มหนฺเตน ยเสน นครํ ปวิสติ. ยทา ปน ปราชยติ, ตทา โทมนสฺสปฺปตฺโต กญฺจิ อชานาเปตฺวาว ปวิสติ. อเถกทิวสํ ธมฺมสภายํ ภิกฺขู กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ‘‘อาวุโส, อชาตสตฺตุ มาตุลํ ชินิตฺวา ตุสฺสติ, ปราชิโต โทมนสฺสปฺปตฺโต โหตี’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพเปส ชินิตฺวา ตุสฺสติ, ปราชิโต โทมนสฺสปฺปตฺโต โหตี’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต นีลมณฺฑูกโยนิยํ นิพฺพตฺติ. ตทา มนุสฺสา นทีกนฺทราทีสุ ตตฺถ ตตฺถ มจฺเฉ คหณตฺถาย กุมีนานิ โอฑฺเฑสุํ. เอกสฺมึ กุมีเน พหู มจฺฉา ปวิสึสุ. อเถโก อุทกาสีวิโส มจฺเฉ ขาทนฺโต ตํ กุมีนํ ปาวิสิ, พหู มจฺฉา เอกโต หุตฺวา ตํ ขาทนฺตา เอกโลหิตํ อกํสุ. โส ปฏิสรณํ อปสฺสนฺโต มรณภยตชฺชิโต กุมีนมุเขน นิกฺขมิตฺวา เวทนาปฺปตฺโต อุทกปริยนฺเต นิปชฺชิ. นีลมณฺฑูโกปิ ตสฺมึ ขเณ อุปฺปติตฺวา กุมีนสูลมตฺถเก นิปนฺโน โหติ. อาสีวิโส วินิจฺฉยฏฺฐานํ อลภนฺโต ตตฺถ นิปนฺนํ ตํ ทิสฺวา ‘‘สมฺม นีลมณฺฑูก, อิเมสํ มจฺฉานํ กิริยา รุจฺจติ ตุยฺห’’นฺติ ปุจฺฉนฺโต ปฐมํ คาถมาห –

๑๗๗. ‘‘อาสีวิสมฺปิ มํ สนฺตํ, ปวิฏฺฐํ กุมินามุขํ;

รุจฺจเต หริตามาตา, ยํ มํ ขาทนฺติ มจฺฉกา’’ติ.

ตตฺถ อาสีวิสมฺปิ มํ สนฺตนฺติ มํ อาคตวิสํ สมานํ. รุจฺจเต หริตามาตา, ยํ มํ ขาทนฺติ มจฺฉกาติ เอตํ ตว รุจฺจติ หริตมณฺฑูกปุตฺตาติ วทติ.

อถ นํ หริตมณฺฑูโก ‘‘อาม, สมฺม, รุจฺจตี’’ติ. ‘‘กึการณา’’ติ? ‘‘สเจ ตฺวมฺปิ ตว ปเทสํ อาคเต มจฺเฉ ขาทสิ, มจฺฉาปิ อตฺตโน ปเทสํ อาคตํ ตํ ขาทนฺติ, อตฺตโน วิสเย ปเทเส โคจรภูมิยํ อพลวา นาม นตฺถี’’ติ วตฺวา ทุติยํ คาถมาห –

๑๗๘. ‘‘วิลุมฺปเตว ปุริโส, ยาวสฺส อุปกปฺปติ;

ยทา จญฺเญ วิลุมฺปนฺติ, โส วิลุตฺโต วิลุมฺปตี’’ติ.

ตตฺถ วิลุมฺปเตว ปุริโส, ยาวสฺส อุปกปฺปตีติ ยาว อสฺส ปุริสสฺส อิสฺสริยํ อุปกปฺปติ อิชฺฌติ ปวตฺตติ, ตาว โส อญฺญํ วิลุมฺปติเยว. ‘‘ยาว โส อุปกปฺปตี’’ติปิ ปาโฐ, ยตฺตกํ กาลํ โส ปุริโส สกฺโกติ วิลุมฺปิตุนฺติ อตฺโถ. ยทา จญฺเญ วิลุมฺปนฺตีติ ยทา จ อญฺเญ อิสฺสรา หุตฺวา วิลุมฺปนฺติ. โส วิลุตฺโต วิลุมฺปตีติ อถ โส วิลุมฺปโก อญฺเญหิ วิลุมฺปติ. ‘‘วิลุมฺปเต’’ติปิ ปาโฐ, อยเมวตฺโถ. ‘‘วิลุมฺปน’’นฺติปิ ปฐนฺติ, ตสฺสตฺโถ น สเมติ. เอวํ ‘‘วิลุมฺปโก ปุน วิลุมฺปํ ปาปุณาตี’’ติ โพธิสตฺเตน อฑฺเฑ วินิจฺฉิเต อุทกาสีวิสสฺส ทุพฺพลภาวํ ญตฺวา ‘‘ปจฺจามิตฺตํ คณฺหิสฺสามา’’ติ มจฺฉคณา กุมีนมุขา นิกฺขมิตฺวา ตตฺเถว นํ ชีวิตกฺขยํ ปาเปตฺวา ปกฺกมุํ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา อุทกาสีวิโส อชาตสตฺตุ อโหสิ, นีลมณฺฑูโก ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

หริตมณฺฑูกชาตกวณฺณนา นวมา.

[๒๔๐] ๑๐. มหาปิงฺคลชาตกวณฺณนา

สพฺโพ ชโนติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เทวทตฺตํ อารพฺภ กเถสิ. เทวทตฺเต สตฺถริ อาฆาตํ พนฺธิตฺวา นวมาสจฺจเยน เชตวนทฺวารโกฏฺฐเก ปถวิยํ นิมุคฺเค เชตวนวาสิโน จ สกลรฏฺฐวาสิโน จ ‘‘พุทฺธปฏิกณฺฏโก เทวทตฺโต ปถวิยา คิลิโต, นิหตปจฺจามิตฺโต ทานิ สมฺมาสมฺพุทฺโธ ชาโต’’ติ ตุฏฺฐหฏฺฐา อเหสุํ. เตสํ กถํ สุตฺวา ปรมฺปรโฆเสน สกลชมฺพุทีปวาสิโน ยกฺขภูตเทวคณา จ ตุฏฺฐหฏฺฐา เอว อเหสุํ. อเถกทิวสํ ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ – ‘‘อาวุโส, เทวทตฺเต ปถวิยํ นิมุคฺเค ‘พุทฺธปฏิกณฺฏโก เทวทตฺโต ปถวิยา คิลิโต’ติ มหาชโน อตฺตมโน ชาโต’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว เทวทตฺเต มเต มหาชโน ตุสฺสติ เจว หสติ จ, ปุพฺเพปิ ตุสฺสิ เจว หสิ จา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ มหาปิงฺคโล นาม ราชา อธมฺเมน วิสเมน รชฺชํ กาเรสิ, ฉนฺทาทิวเสน ปาปกมฺมานิ กโรนฺโต ทณฺฑพลิชงฺฆกหาปณาทิคฺคหเณน อุจฺฉุยนฺเต อุจฺฉุํ วิย มหาชนํ ปีเฬสิ กกฺขโฬ ผรุโส สาหสิโก, ปเรสุ อนุทฺทยามตฺตมฺปิ นามสฺส นตฺถิ, เคเห อิตฺถีนมฺปิ ปุตฺตธีตานมฺปิ อมจฺจพฺราหฺมณคหปติกาทีนมฺปิ อปฺปิโย อมนาโป, อกฺขิมฺหิ ปติตรชํ วิย, ภตฺตปิณฺเฑ สกฺขรา วิย, ปณฺหึ วิชฺฌิตฺวา ปวิฏฺฐกณฺฏโก วิย จ อโหสิ. ตทา โพธิสตฺโต มหาปิงฺคลสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ. มหาปิงฺคโล ทีฆรตฺตํ รชฺชํ กาเรตฺวา กาลมกาสิ. ตสฺมึ กาลกเต สกลพาราณสิวาสิโน หฏฺฐตุฏฺฐา มหาหสิตํ หสิตฺวา ทารูนํ สกฏสหสฺเสน มหาปิงฺคลํ ฌาเปตฺวา อเนเกหิ ฆฏสหสฺเสหิ อาฬาหนํ นิพฺพาเปตฺวา โพธิสตฺตํ รชฺเช อภิสิญฺจิตฺวา ‘‘ธมฺมิโก โน ราชา ลทฺโธ’’ติ หฏฺฐตุฏฺฐา นคเร อุสฺสวเภรึ จราเปตฺวา สมุสฺสิตธชปฏากํ นครํ อลงฺกริตฺวา ทฺวาเร ทฺวาเร มณฺฑปํ กาเรตฺวา วิปฺปกิณฺณลาชกุสุมมณฺฑิตตเลสุ อลงฺกตมณฺฑเปสุ นิสีทิตฺวา ขาทึสุ เจว ปิวึสุ จ.

โพธิสตฺโตปิ อลงฺกเต มหาตเล สมุสฺสิตเสตจฺฉตฺตสฺส ปลฺลงฺกวรสฺส มชฺเฌ มหายสํ อนุภวนฺโต นิสีทิ. อมจฺจา จ พฺราหฺมณคหปติรฏฺฐิกโทวาริกาทโย จ ราชานํ ปริวาเรตฺวา อฏฺฐํสุ. อเถโก โทวาริโก นาติทูเร ฐตฺวา อสฺสสนฺโต ปสฺสสนฺโต ปโรทิ. โพธิสตฺโต ตํ ทิสฺวา ‘‘สมฺม โทวาริก, มม ปิตริ กาลกเต สพฺเพ ตุฏฺฐปหฏฺฐา อุสฺสวํ กีฬนฺตา วิจรนฺติ, ตฺวํ ปน โรทมาโน ฐิโต, กึ นุ โข มม ปิตา ตเวว ปิโย อโหสิ มนาโป’’ติ ปุจฺฉนฺโต ปฐมํ คาถมาห –

๑๗๙. ‘‘สพฺโพ ชโน หึสิโต ปิงฺคเลน, ตสฺมึ มเต ปจฺจยา เวทยนฺติ;

ปิโย นุ เต อาสิ อกณฺหเนตฺโต, กสฺมา นุ ตฺวํ โรทสิ ทฺวารปาลา’’ติ.

ตตฺถ หึสิโตติ นานปฺปกาเรหิ ทณฺฑพลิอาทีหิ ปีฬิโต. ปิงฺคเลนาติ ปิงฺคลกฺเขน. ตสฺส กิร เทฺวปิ อกฺขีนิ นิพฺพิทฺธปิงฺคลานิ พิฬารกฺขิวณฺณานิ อเหสุํ, เตเนวสฺส ‘‘ปิงฺคโล’’ติ นามํ อกํสุ. ปจฺจยา เวทยนฺตีติ ปีติโย ปเวทยนฺติ. อกณฺหเนตฺโตติ ปิงฺคลเนตฺโต. กสฺมา นุ ตฺวนฺติ เกน นุ การเณน ตฺวํ โรทสิ. อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘กสฺมา ตุว’’นฺติ ปาโฐ.

โส ตสฺส วจนํ สุตฺวา ‘‘นาหํ, มหาราช, ‘มหาปิงฺคโล มโต’ติ โสเกน โรทามิ, สีสสฺส เม สุขํ ชาตํ. ปิงฺคลราชา หิ ปาสาทา โอตรนฺโต จ อาโรหนฺโต จ กมฺมารมุฏฺฐิกาย ปหรนฺโต วิย มยฺหํ สีเส อฏฺฐฏฺฐ ขฏเก เทติ, โส ปรโลกํ คนฺตฺวาปิ มม สีเส ททมาโน วิย นิรยปาลานมฺปิ ยมสฺสปิ สีเล ขฏเก ทสฺสติ, อถ นํ เต ‘อติวิย อยํ อเมฺห พาธตี’ติ ปุน อิเธว อาเนตฺวา วิสฺสชฺเชยฺยุํ, อถ เม โส ปุนปิ สีเส ขฏเก ทเทยฺยาติ ภเยนาหํ โรทามี’’ติ อิมมตฺถํ ปกาเสนฺโต ทุติยํ คาถมาห –

๑๘๐. ‘‘น เม ปิโย อาสิ อกณฺหเนตฺโต, ภายามิ ปจฺจาคมนาย ตสฺส;

อิโต คโต หึเสยฺย มจฺจุราชํ, โส หึสิโต อาเนยฺย ปุน อิธา’’ติ.

อถ นํ โพธิสตฺโต ‘‘โส ราชา ทารูนํ วาหสหสฺเสน ทฑฺโฒ อุทกฆฏสเตหิ สิตฺโต, สาปิสฺส อาฬาหนภูมิ สมนฺตโต ขตา, ปกติยาปิ จ ปรโลกํ คตา นาม อญฺญตฺถ คติวสา ปุน เตเนว สรีเรน นาคจฺฉนฺติ, มา ตฺวํ ภายี’’ติ ตํ สมสฺสาเสนฺโต อิมํ คาถมาห –

๑๘๑. ‘‘ทฑฺโฒ วาหสหสฺเสหิ, สิตฺโต ฆฏสเตหิ โส;

ปริกฺขตา จ สา ภูมิ, มา ภายิ นาคมิสฺสตี’’ติ.

ตโต ปฏฺฐาย โทวาริโก อสฺสาสํ ปฏิลภิ. โพธิสตฺโต ธมฺเมน รชฺชํ กาเรตฺวา ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กตฺวา ยถากมฺมํ คโต.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา มหาปิงฺคโล เทวทตฺโต อโหสิ, ปุตฺโต ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

มหาปิงฺคลชาตกวณฺณนา ทสมา.

อุปาหนวคฺโค นวโม.

ตสฺสุทฺทานํ –

อุปาหนํ วีณาถูณํ, วิกณฺณกํ อสิตาภุ;

วจฺฉนขํ พกญฺเจว, สาเกตญฺจ เอกปทํ;

หริตมาตุ ปิงฺคลํ.