๑๐. สิงฺคาลวคฺโค

[๒๔๑] ๑. สพฺพทาฐชาตกวณฺณนา

สิงฺคาโล มานตฺถทฺโธติ อิทํ สตฺถา เวฬุวเน วิหรนฺโต เทวทตฺตํ อารพฺภ กเถสิ. เทวทตฺโต อชาตสตฺตุํ ปสาเทตฺวา อุปฺปาทิตํ ลาภสกฺการํ จิรฏฺฐิติกํ กาตุํ นาสกฺขิ, นาฬาคิริปโยชเน ปาฏิหาริยสฺส ทิฏฺฐกาลโต ปฏฺฐาย ตสฺส โส ลาภสกฺกาโร อนฺตรธายิ. อเถกทิวสํ ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ – ‘‘อาวุโส, เทวทตฺโต ลาภสกฺการํ อุปฺปาเทตฺวา จิรฏฺฐิติกํ กาตุํ นาสกฺขี’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, เทวทตฺโต อิทาเนว อตฺตโน อุปฺปนฺนํ ลาภสกฺการํ อนฺตรธาเปติ, ปุพฺเพปิ อนฺตรธาเปสิเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต ตสฺส ปุโรหิโต อโหสิ ติณฺณํ เวทานํ อฏฺฐารสนฺนญฺจ สิปฺปานํ ปารํ คโต. โส ปถวีชยมนฺตํ นาม ชานาติ. ปถวีชยมนฺโตติ อาวฏฺฏนมนฺโต วุจฺจติ. อเถกทิวสํ โพธิสตฺโต ‘‘ตํ มนฺตํ สชฺฌายิสฺสามี’’ติ เอกสฺมึ องฺคณฏฺฐาเน ปิฏฺฐิปาสาเณ นิสีทิตฺวา สชฺฌายมกาสิ. ตํ กิร มนฺตํ อญฺญวิหิตํ ธิติวิรหิตํ สาเวตุํ น สกฺกา, ตสฺมา นํ โส ตถารูเป ฐาเน สชฺฌายติ. อถสฺส สชฺฌายนกาเล เอโก สิงฺคาโล เอกสฺมึ พิเล นิปนฺโน ตํ มนฺตํ สุตฺวาว ปคุณมกาสิ. โส กิร อนนฺตราตีเต อตฺตภาเว ปคุณปถวีชยมนฺโต เอโก พฺราหฺมโณ อโหสิ. โพธิสตฺโต สชฺฌายํ กตฺวา อุฏฺฐาย ‘‘ปคุโณ วต เม อยํ มนฺโต’’ติ อาห. สิงฺคาโล พิลา นิกฺขมิตฺวา ‘‘อมฺโภ พฺราหฺมณ, อยํ มนฺโต ตยาปิ มเมว ปคุณตโร’’ติ วตฺวา ปลายิ. โพธิสตฺโต ‘‘อยํ สิงฺคาโล มหนฺตํ อกุสลํ กริสฺสตี’’ติ ‘‘คณฺหถ คณฺหถา’’ติ โถกํ อนุพนฺธิ. สิงฺคาโล ปลายิตฺวา อรญฺญํ ปาวิสิ.

โส คนฺตฺวา เอกํ สิงฺคาลึ โถกํ สรีเร ฑํสิ, ‘‘กึ, สามี’’ติ จ วุตฺเต ‘‘มยฺหํ ชานาสิ น ชานาสี’’ติ อาห. สา ‘‘อาม, ชานามี’’ติ สมฺปฏิจฺฉิ. โส ปถวีชยมนฺตํ ปริวตฺเตตฺวา อเนกานิ สิงฺคาลสตานิ อาณาเปตฺวา สพฺเพปิ หตฺถิอสฺสสีหพฺยคฺฆสูกรมิคาทโย จตุปฺปเท อตฺตโน สนฺติเก อกาสิ. กตฺวา จ ปน สพฺพทาโฐ นาม ราชา หุตฺวา เอกํ สิงฺคาลึ อคฺคมเหสึ อกาสิ. ทฺวินฺนํ หตฺถีนํ ปิฏฺเฐ สีโห ติฏฺฐติ, สีหปิฏฺเฐ สพฺพทาโฐ สิงฺคาโล ราชา สิงฺคาลิยา อคฺคมเหสิยา สทฺธึ นิสีทติ, มหนฺโต ยโส อโหสิ. โส ยสมหนฺเตน ปมชฺชิตฺวา มานํ อุปฺปาเทตฺวา ‘‘พาราณสิรชฺชํ คณฺหิสฺสามี’’ติ สพฺพจตุปฺปทปริวุโต พาราณสิยา อวิทูรฏฺฐานํ สมฺปาปุณิ, ปริสา ทฺวาทสโยชนา อโหสิ. โส อวิทูเร ฐิโตเยว ‘‘รชฺชํ วา เทตุ, ยุทฺธํ วา’’ติ รญฺโญ สาสนํ เปเสสิ. พาราณสิวาสิโน ภีตตสิตา นครทฺวารานิ ปิทหิตฺวา อฏฺฐํสุ.

โพธิสตฺโต ราชานํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘มา ภายิ, มหาราช, สพฺพทาฐสิงฺคาเลน สทฺธึ ยุทฺธํ มม ภาโร, ฐเปตฺวา มํ อญฺโญ เตน สทฺธึ ยุชฺฌิตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถี’’ติ ราชานญฺจ นาคเร จ สมสฺสาเสตฺวา ‘‘กินฺติ กตฺวา นุ โข สพฺพทาโฐ รชฺชํ คเหสฺสติ, ปุจฺฉิสฺสามิ ตาว น’’นฺติ ทฺวารฏฺฏาลกํ อภิรุหิตฺวา ‘‘สมฺม สพฺพทาฐ, กินฺติ กตฺวา อิมํ รชฺชํ คณฺหิสฺสสี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘สีหนาทํ นทาเปตฺวา มหาชนํ สทฺเทน สนฺตาเสตฺวา คณฺหิสฺสามี’’ติ. โพธิสตฺโต ‘‘อตฺเถต’’นฺติ ญตฺวา อฏฺฏาลกา โอรุยฺห ‘‘สกลทฺวาทสโยชนิกพาราณสินครวาสิโน กณฺณจฺฉิทฺทานิ มาสปิฏฺเฐน ลญฺชนฺตู’’ติ เภรึ จราเปสิ. มหาชโน เภริยา อาณํ สุตฺวา อนฺตมโส พิฬาเล อุปาทาย สพฺพจตุปฺปทานญฺเจว อตฺตโน จ กณฺณจฺฉิทฺทานิ ยถา ปรสฺส สทฺทํ โสตุํ น สกฺกา, เอวํ มาสปิฏฺเฐน ลญฺชิ.

อถ โพธิสตฺโต ปุน อฏฺฏาลกํ อภิรุหิตฺวา ‘‘สพฺพทาฐา’’ติ อาห. ‘‘กึ, พฺราหฺมณา’’ติ? ‘‘อิมํ รชฺชํ กินฺติ กตฺวา คณฺหิสฺสสี’’ติ? ‘‘สีหนาทํ นทาเปตฺวา มนุสฺเส ตาเสตฺวา ชีวิตกฺขยํ ปาเปตฺวา คณฺหิสฺสามี’’ติ. ‘‘สีหนาทํ นทาเปตุํ น สกฺขิสฺสสิ. ชาติสมฺปนฺนา หิ สุรตฺตหตฺถปาทา เกสรสีหราชาโน ตาทิสสฺส ชรสิงฺคาลสฺส อาณํ น กริสฺสนฺตี’’ติ. สิงฺคาโล มานตฺถทฺโธ หุตฺวา ‘‘อญฺเญ ตาว สีหา ติฏฺฐนฺตุ, ยสฺสาหํ ปิฏฺเฐ นิสินฺโน, ตญฺเญว นทาเปสฺสามี’’ติ อาห. ‘‘เตน หิ นทาเปหิ, ยทิ สกฺโกสี’’ติ. โส ยสฺมึ สีเห นิสินฺโน, ตสฺส ‘‘นทาหี’’ติ ปาเทน สญฺญํ อทาสิ. สีโห หตฺถิกุมฺเภ มุขํ อุปฺปีเฬตฺวา ติกฺขตฺตุํ อปฺปฏิวตฺติยํ สีหนาทํ นทิ. หตฺถี สนฺตาสปฺปตฺตา หุตฺวา สิงฺคาลํ ปาทมูเล ปาเตตฺวา ปาเทนสฺส สีสํ อกฺกมิตฺวา จุณฺณวิจุณฺณํ อกํสุ, สพฺพทาโฐ ตตฺเถว ชีวิตกฺขยํ ปตฺโต. เตปิ หตฺถี สีหนาทํ สุตฺวา มรณภยตชฺชิตา อญฺญมญฺญํ โอวิชฺฌิตฺวา ตตฺเถว ชีวิตกฺขยํ ปาปุณึสุ, ฐเปตฺวา สีเห เสสาปิ มิคสูกราทโย สสพิฬารปริโยสานา สพฺเพ จตุปฺปาทา ตตฺเถว ชีวิตกฺขยํ ปาปุณึสุ. สีหา ปลายิตฺวา อรญฺญํ ปวิสึสุ, ทฺวาทสโยชนิโก มํสราสิ อโหสิ. โพธิสตฺโต อฏฺฏาลกา โอตริตฺวา นครทฺวารานิ วิวราเปตฺวา ‘‘สพฺเพ อตฺตโน กณฺเณสุ มาสปิฏฺฐํ อปเนตฺวา มํสตฺถิกา มํสํ อาหรนฺตู’’ติ นคเร เภรึ จราเปสิ. มนุสฺสา อลฺลมํสํ ขาทิตฺวา เสสํ สุกฺขาเปตฺวา วลฺลูรมกํสุ. ตสฺมึ กิร กาเล วลฺลูรกรณํ อุทปาทีติ วทนฺติ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา อิมา อภิสมฺพุทฺธคาถา วตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ –

๑๘๒. ‘‘สิงฺคาโล มานตฺถทฺโธ จ, ปริวาเรน อตฺถิโก;

ปาปุณิ มหตึ ภูมึ, ราชาสิ สพฺพทาฐินํ.

๑๘๓. ‘‘เอวเมว มนุสฺเสสุ, โย โหติ ปริวารวา;

โส หิ ตตฺถ มหา โหติ, สิงฺคาโล วิย ทาฐิน’’นฺติ.

ตตฺถ มานตฺถทฺโธติ ปริวารํ นิสฺสาย อุปฺปนฺเนน มาเนน ถทฺโธ. ปริวาเรน อตฺถิโกติ อุตฺตริมฺปิ ปริวาเรน อตฺถิโก หุตฺวา. มหตึ ภูมินฺติ มหนฺตํ สมฺปตฺตึ. ราชาสิ สพฺพทาฐินนฺติ สพฺเพสํ ทาฐีนํ ราชา อาสิ. โส หิ ตตฺถ มหา โหตีติ โส ปริวารสมฺปนฺโน ปุริโส เตสุ ปริวาเรสุ มหา นาม โหติ. สิงฺคาโล วิย ทาฐินนฺติ ยถา สิงฺคาโล ทาฐีนํ มหา อโหสิ, เอวํ มหา โหติ, อถ โส สิงฺคาโล วิย ปมาทํ อาปชฺชิตฺวา ตํ ปริวารํ นิสฺสาย วินาสํ ปาปุณาตีติ.

‘‘ตทา สิงฺคาโล เทวทตฺโต อโหสิ, ราชา สาริปุตฺโต, ปุโรหิโต ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

สพฺพทาฐชาตกวณฺณนา ปฐมา.

[๒๔๒] ๒. สุนขชาตกวณฺณนา

พาโล วตายํ สุนโขติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อมฺพณโกฏฺฐเก อาสนสาลาย ภตฺตภุญฺชนสุนขํ อารพฺภ กเถสิ. ตํ กิร ชาตกาลโต ปฏฺฐาย ปานียหารกา คเหตฺวา ตตฺถ โปเสสุํ. โส อปรภาเค ตตฺถ ภตฺตํ ภุญฺชนฺโต ถูลสรีโร อโหสิ. อเถกทิวสํ เอโก คามวาสี ปุริโส ตํ ฐานํ ปตฺโต สุนขํ ทิสฺวา ปานียหารกานํ อุตฺตริสาฏกญฺจ กหาปณญฺจ ทตฺวา คทฺทูเลน พนฺธิตฺวา ตํ อาทาย ปกฺกามิ. โส คเหตฺวา นียมาโน น วสฺสิ, ทินฺนํ ทินฺนํ ขาทนฺโต ปจฺฉโต ปจฺฉโต อคมาสิ. อถ โส ปุริโส ‘‘อยํ อิทานิ มํ ปิยายตี’’ติ คทฺทูลํ โมเจสิ, โส วิสฺสฏฺฐมตฺโต เอกเวเคน อาสนสาลเมว คโต. ภิกฺขู ตํ ทิสฺวา เตน คตการณํ ชานิตฺวา สายนฺหสมเย ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ – ‘‘อาวุโส, อาสนสาลาย สุนโข พนฺธนโมกฺขกุสโล วิสฺสฏฺฐมตฺโตว ปุน อาคโต’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, โส สุนโข อิทาเนว พนฺธนโมกฺขกุสโล, ปุพฺเพปิ กุสโลเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต กาสิรฏฺเฐ เอกสฺมึ มหาโภคกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต ฆราวาสํ อคฺคเหสิ. ตทา พาราณสิยํ เอกสฺส มนุสฺสสฺส สุนโข อโหสิ, โส ปิณฺฑิภตฺตํ ลภนฺโต ถูลสรีโร ชาโต. อเถโก คามวาสี พาราณสึ อาคโต ตํ สุนขํ ทิสฺวา ตสฺส มนุสฺสสฺส อุตฺตริสาฏกญฺจ กหาปณญฺจ ทตฺวา สุนขํ คเหตฺวา จมฺมโยตฺเตน พนฺธิตฺวา โยตฺตโกฏิยํ คเหตฺวา คจฺฉนฺโต อฏวิมุเข เอกํ สาลํ ปวิสิตฺวา สุนขํ พนฺธิตฺวา ผลเก นิปชฺชิตฺวา นิทฺทํ โอกฺกมิ. ตสฺมึ กาเล โพธิสตฺโต เกนจิเทว กรณีเยน อฏวึ ปฏิปนฺโน ตํ สุนขํ โยตฺเตน พนฺธิตฺวา ฐปิตํ ทิสฺวา ปฐมํ คาถมาห –

๑๘๔. ‘‘พาโล วตายํ สุนโข, โย วรตฺตํ น ขาทติ;

พนฺธนา จ ปมุญฺเจยฺย, อสิโต จ ฆรํ วเช’’ติ.

ตตฺถ ปมุญฺเจยฺยาติ ปโมเจยฺย, อยเมว วา ปาโฐ. อสิโต จ ฆรํ วเชติ อสิโต สุหิโต หุตฺวา อตฺตโน วสนฏฺฐานํ คจฺเฉยฺย.

ตํ สุตฺวา สุนโข ทุติยํ คาถมาห –

๑๘๕. ‘‘อฏฺฐิตํ เม มนสฺมึ เม, อโถ เม หทเย กตํ;

กาลญฺจ ปฏิกงฺขามิ, ยาว ปสฺสุปตู ชโน’’ติ.

ตตฺถ อฏฺฐิตํ เม มนสฺมึ เมติ ยํ ตุเมฺห กเถถ, ตํ มยา อธิฏฺฐิตเมว, มนสฺมึเยว เม เอตํ. อโถ เม หทเย กตนฺติ อถ จ ปน เม ตุมฺหากํ วจนํ หทเย กตเมว. กาลญฺจ ปฏิกงฺขามีติ กาลํ ปฏิมาเนมิ. ยาว ปสฺสุปตู ชโนติ ยาวายํ มหาชโน ปสุปตุ นิทฺทํ โอกฺกมตุ, ตาวาหํ กาลํ ปฏิมาเนมิ. อิตรถา หิ ‘‘อยํ สุนโข ปลายตี’’ติ รโว อุปฺปชฺเชยฺย, ตสฺมา รตฺติภาเค สพฺเพสํ สุตฺตกาเล จมฺมโยตฺตํ ขาทิตฺวา ปลายิสฺสามีติ. โส เอวํ วตฺวา มหาชเน นิทฺทํ โอกฺกนฺเต โยตฺตํ ขาทิตฺวา สุหิโต หุตฺวา ปลายิตฺวา อตฺตโน สามิกานํ ฆรเมว คโต.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา สุนโขว เอตรหิ สุนโข, ปณฺฑิตปุริโส ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

สุนขชาตกวณฺณนา ทุติยา.

[๒๔๓] ๓. คุตฺติลชาตกวณฺณนา

สตฺตตนฺตึ สุมธุรนฺติ อิทํ สตฺถา เวฬุวเน วิหรนฺโต เทวทตฺตํ อารพฺภ กเถสิ. ตสฺมิญฺหิ กาเล ภิกฺขู เทวทตฺตํ อาหํสุ – ‘‘อาวุโส เทวทตฺต, สมฺมาสมฺพุทฺโธ ตุยฺหํ อาจริโย, ตฺวํ สมฺมาสมฺพุทฺธํ นิสฺสาย ตีณิ ปิฏกานิ อุคฺคณฺหิ, จตฺตาริ ฌานานิ อุปฺปาเทสิ, อาจริยสฺส นาม ปฏิสตฺตุนา ภวิตุํ น ยุตฺต’’นฺติ. เทวทตฺโต ‘‘กึ ปน เม, อาวุโส, สมโณ โคตโม อาจริโย, นนุ มยา อตฺตโน พเลเนว ตีณิ ปิฏกานิ อุคฺคหิตานิ, จตฺตาริ ฌานานิ อุปฺปาทิตานี’’ติ อาจริยํ ปจฺจกฺขาสิ. ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ‘‘อาวุโส, เทวทตฺโต อาจริยํ ปจฺจกฺขาย สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปฏิสตฺตุ หุตฺวา มหาวินาสํ ปตฺโต’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, เทวทตฺโต อิทาเนว อาจริยํ ปจฺจกฺขาย มม ปฏิสตฺตุ หุตฺวา วินาสํ ปาปุณาติ, ปุพฺเพปิ ปตฺโตเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต คนฺธพฺพกุเล นิพฺพตฺติ, ‘‘คุตฺติลกุมาโร’’ติสฺส นามํ อกํสุ. โส วยปฺปตฺโต คนฺธพฺพสิปฺเป นิปฺผตฺตึ ปตฺวา คุตฺติลคนฺธพฺโพ นาม สกลชมฺพุทีเป อคฺคคนฺธพฺโพ อโหสิ. โส ทาราภรณํ อกตฺวา อนฺเธ มาตาปิตโร โปเสสิ. ตทา พาราณสิวาสิโน วาณิชา วณิชฺชาย อุชฺเชนินครํ คนฺตฺวา อุสฺสเว ฆุฏฺเฐ ฉนฺทกํ สํหริตฺวา พหุํ มาลาคนฺธวิเลปนญฺจ ขชฺชโภชฺชาทีนิ จ อาทาย กีฬนฏฺฐาเน สนฺนิปติตฺวา ‘‘เวตนํ ทตฺวา เอกํ คนฺธพฺพํ อาเนถา’’ติ อาหํสุ. เตน จ สมเยน อุชฺเชนิยํ มูสิโล นาม เชฏฺฐคนฺธพฺโพ โหติ, เต ตํ ปกฺโกสาเปตฺวา อตฺตโน คนฺธพฺพํ กาเรสุํ.

มูสิโล วีณํ วาทนฺโต วีณํ อุตฺตมมุจฺฉนาย มุจฺฉิตฺวา วาเทสิ. เตสํ คุตฺติลคนฺธพฺพสฺส คนฺธพฺเพ ชาตปริจยานํ ตสฺส คนฺธพฺพํ กิลญฺชกณฺฑูวนํ วิย หุตฺวา อุปฏฺฐาสิ, เอโกปิ ปหฏฺฐาการํ น ทสฺเสสิ. มูสิโล เตสุ ตุฏฺฐาการํ อทสฺเสนฺเตสุ ‘‘อติขรํ กตฺวา วาเทมิ มญฺเญ’’ติ มชฺฌิมมุจฺฉนาย มุจฺฉิตฺวา มชฺฌิมสเรน วาเทสิ, เต ตตฺถปิ มชฺฌตฺตาว อเหสุํ. อถ โส ‘‘อิเม น กิญฺจิ ชานนฺติ มญฺเญ’’ติ สยมฺปิ อชานนโก วิย หุตฺวา ตนฺติโย สิถิเล วาเทสิ, เต ตตฺถปิ น กิญฺจิ อาหํสุ. อถ เน มูสิโล ‘‘อมฺโภ วาณิชา, กึ นุ โข มยิ วีณํ วาเทนฺเต ตุเมฺห น ตุสฺสถา’’ติ. ‘‘กึ ปน ตฺวํ วีณํ วาเทสิ, มยญฺหิ ‘อยํ วีณํ มุจฺเฉตี’ติ สญฺญํ อกริมฺหา’’ติ. ‘‘กึ ปน ตุเมฺห มยา อุตฺตริตรํ อาจริยํ ชานาถ, อุทาหุ อตฺตโน อชานนภาเวน น ตุสฺสถา’’ติ. วาณิชา ‘‘พาราณสิยํ คุตฺติลคนฺธพฺพสฺส วีณาสทฺทํ สุตปุพฺพานํ ตว วีณาสทฺโท อิตฺถีนํ ทารเก โตสาปนสทฺโท วิย โหตี’’ติ อาหํสุ. ‘‘เตน หิ, หนฺท, ตุเมฺหหิ ทินฺนปริพฺพยํ ปฏิคฺคณฺหถ, น มยฺหํ เอเตนตฺโถ, อปิจ โข ปน พาราณสึ คจฺฉนฺตา มํ คณฺหิตฺวา คจฺเฉยฺยาถา’’ติ. เต ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา คมนกาเล ตํ อาทาย พาราณสึ คนฺตฺวา ตสฺส ‘‘เอตํ คุตฺติลสฺส วสนฏฺฐาน’’นฺติ อาจิกฺขิตฺวา สกสกนิเวสนํ อคมึสุ.

มูสิโล โพธิสตฺตสฺส เคหํ ปวิสิตฺวา ลคฺเคตฺวา ฐปิตํ โพธิสตฺตสฺส ชาติวีณํ ทิสฺวา คเหตฺวา วาเทสิ, อถ โพธิสตฺตสฺส มาตาปิตโร อนฺธภาเวน ตํ อปสฺสนฺตา ‘‘มูสิกา มญฺเญ วีณํ ขาทนฺตี’’ติ สญฺญาย ‘‘สุสู’’ติ อาหํสุ. ตสฺมึ กาเล มูสิโล วีณํ ฐเปตฺวา โพธิสตฺตสฺส มาตาปิตโร วนฺทิตฺวา ‘‘กุโต อาคโตสี’’ติ วุตฺเต ‘‘อาจริยสฺส สนฺติเก สิปฺปํ อุคฺคณฺหิตุํ อุชฺเชนิโต อาคโตมฺหี’’ติ อาห. โส ‘‘สาธู’’ติ วุตฺเต ‘‘กหํ อาจริโย’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘วิปฺปวุตฺโถ, ตาต, อชฺช อาคมิสฺสตี’’ติ สุตฺวา ตตฺเถว นิสีทิตฺวา โพธิสตฺตํ อาคตํ ทิสฺวา เตน กตปฏิสนฺถาโร อตฺตโน อาคตการณํ อาโรเจสิ. โพธิสตฺโต องฺควิชฺชาปาฐโก, โส ตสฺส อสปฺปุริสภาวํ ญตฺวา ‘‘คจฺฉ ตาต, นตฺถิ ตว สิปฺป’’นฺติ ปฏิกฺขิปิ. โส โพธิสตฺตสฺส มาตาปิตูนํ ปาเท คเหตฺวา อุปการํ กโรนฺโต เต อาราเธตฺวา ‘‘สิปฺปํ เม ทาเปถา’’ติ ยาจิ. โพธิสตฺโต มาตาปิตูหิ ปุนปฺปุนํ วุจฺจมาโน เต อติกฺกมิตุํ อสกฺโกนฺโต สิปฺปํ อทาสิ. โส โพธิสตฺเตเนว สทฺธึ ราชนิเวสนํ คจฺฉติ. ราชา ตํ ทิสฺวา ‘‘โก เอส, อาจริยา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘มยฺหํ อนฺเตวาสิโก, มหาราชา’’ติ. โส อนุกฺกเมน รญฺโญ วิสฺสาสิโก อโหสิ. โพธิสตฺโต อาจริยมุฏฺฐึ อกตฺวา อตฺตโน ชานนนิยาเมน สพฺพํ สิปฺปํ สิกฺขาเปตฺวา ‘‘นิฏฺฐิตํ เต, ตาต, สิปฺป’’นฺติ อาห.

โส จินฺเตสิ – ‘‘มยฺหํ สิปฺปํ ปคุณํ, อิทญฺจ พาราณสินครํ สกลชมฺพุทีเป อคฺคนครํ, อาจริโยปิ มหลฺลโก, อิเธว มยา วสิตุํ วฏฺฏตี’’ติ. โส อาจริยํ อาห – ‘‘อาจริย อหํ ราชานํ อุปฏฺฐหิสฺสามี’’ติ. อาจริโย ‘‘สาธุ, ตาต, รญฺโญ อาโรเจสฺสามี’’ติ คนฺตฺวา ‘‘อมฺหากํ อนฺเตวาสิโก เทวํ อุปฏฺฐาตุํ อิจฺฉติ, เทยฺยธมฺมมสฺส ชานาถา’’ติ รญฺโญ อาโรเจตฺวา รญฺญา ‘‘ตุมฺหากํ เทยฺยธมฺมโต อุปฑฺฒํ ลภิสฺสตี’’ติ วุตฺเต ตํ ปวตฺตึ มูสิลสฺส อาโรเจสิ. มูสิโล ‘‘อหํ ตุเมฺหหิ สมกญฺเญว ลภนฺโต อุปฏฺฐหิสฺสามิ, น อลภนฺโต’’ติ อาห. ‘‘กึการณา’’ติ? ‘‘นนุ อหํ ตุมฺหากํ ชานนสิปฺปํ สพฺพํ ชานามี’’ติ? ‘‘อาม, ชานาสี’’ติ. ‘‘เอวํ สนฺเต กสฺมา มยฺหํ อุปฑฺฒํ เทตี’’ติ? โพธิสตฺโต รญฺโญ อาโรเจสิ. ราชา ‘‘ยทิ เอวํ ตุเมฺหหิ สมกํ สิปฺปํ ทสฺเสตุํ สกฺโกนฺโต สมกํ ลภิสฺสตี’’ติ อาห. โพธิสตฺโต รญฺโญ วจนํ ตสฺส อาโรเจตฺวา เตน ‘‘สาธุ ทสฺเสสฺสามี’’ติ วุตฺเต รญฺโญ ตํ ปวตฺตึ อาโรเจตฺวา ‘‘สาธุ ทสฺเสตุ, กตรทิวสํ สากจฺฉา โหตู’’ติ วุตฺเต ‘‘อิโต สตฺตเม ทิวเส โหตุ, มหาราชา’’ติ อาห.

ราชา มูสิลํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘สจฺจํ กิร ตฺวํ อาจริเยน สทฺธึ สากจฺฉํ กริสฺสสี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘สจฺจํ, เทวา’’ติ วุตฺเต ‘‘อาจริเยน สทฺธึ วิคฺคโห นาม น วฏฺฏติ, มา กรี’’ติ วาริยมาโนปิ ‘‘อลํ, มหาราช, โหตุเยว เม อาจริเยน สทฺธึ สตฺตเม ทิวเส สากจฺฉา, กตรสฺส ชานิภาวํ ชานิสฺสามา’’ติ อาห. ราชา ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ‘‘อิโต กิร สตฺตเม ทิวเส อาจริยคุตฺติโล จ อนฺเตวาสิกมูสิโล จ ราชทฺวาเร อญฺญมญฺญํ สากจฺฉํ กตฺวา สิปฺปํ ทสฺเสสฺสนฺติ, นาครา สนฺนิปติตฺวา สิปฺปํ ปสฺสนฺตู’’ติ เภรึ จราเปสิ.

โพธิสตฺโต จินฺเตสิ – ‘‘อยํ มูสิโล ทหโร ตรุโณ, อหํ มหลฺลโก ปริหีนถาโม, มหลฺลกสฺส กิริยา นาม น สมฺปชฺชติ. อนฺเตวาสิเก นาม ปราชิเตปิ วิเสโส นตฺถิ, อนฺเตวาสิกสฺส ปน ชเย สติ ปตฺตพฺพลชฺชโต อรญฺญํ ปวิสิตฺวา มรณํ วรตร’’นฺติ. โส อรญฺญํ ปวิสิตฺวา มรณภเยน นิวตฺตติ, ลชฺชาภเยน คจฺฉติ. เอวมสฺส คมนาคมนํ กโรนฺตสฺเสว ฉ ทิวสา อติกฺกนฺตา, ติณานิ มตานิ, ชงฺฆมคฺโค นิพฺพตฺติ. ตสฺมึ ขเณ สกฺกสฺส ภวนํ อุณฺหาการํ ทสฺเสสิ. สกฺโก อาวชฺชมาโน ตํ การณํ ญตฺวา ‘‘คุตฺติลคนฺธพฺโพ อนฺเตวาสิกสฺส ภเยน อรญฺเญ มหาทุกฺขํ อนุโภติ, เอตสฺส มยา อวสฺสเยน ภวิตุํ วฏฺฏตี’’ติ เวเคน คนฺตฺวา โพธิสตฺตสฺส ปุรโต ฐตฺวา ‘‘อาจริย, กสฺมา อรญฺญํ ปวิฏฺโฐสี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘โกสิ ตฺว’’นฺติ วุตฺเต ‘‘สกฺโกหมสฺมี’’ติ อาห. อถ นํ โพธิสตฺโต ‘‘อหํ โข, เทวราช, อนฺเตวาสิกโต ปราชยภเยน อรญฺญํ ปวิฏฺโฐ’’ติ วตฺวา ปฐมํ คาถมาห –

๑๘๖. ‘‘สตฺตตนฺตึ สุมธุรํ, รามเณยฺยํ อวาจยึ;

โส มํ รงฺคมฺหิ อเวฺหติ, สรณํ เม โหติ โกสิยา’’ติ.

ตสฺสตฺโถ – อหํ, เทวราช, มูสิลํ นาม อนฺเตวาสิกํ สตฺตตนฺตึ สุมธุรํ รามเณยฺยํ วีณํ อตฺตโน ชานนนิยาเมน สิกฺขาเปสึ, โส มํ อิทานิ รงฺคมณฺฑเล ปกฺโกสติ, ตสฺส เม ตฺวํ, โกสิยโคตฺต, สรณํ โหหีติ.

สกฺโก ตสฺส วจนํ สุตฺวา ‘‘มา ภายิ, อหํ เต ตาณญฺจ เลณญฺจา’’ติ วตฺวา ทุติยํ คาถมาห –

๑๘๗. ‘‘อหํ ตํ สรณํ สมฺม, อหมาจริยปูชโก;

น ตํ ชยิสฺสติ สิสฺโส, สิสฺสมาจริย เชสฺสสี’’ติ.

ตตฺถ อหํ ตํ สรณนฺติ อหํ สรณํ อวสฺสโย ปติฏฺฐา หุตฺวา ตํ ตายิสฺสามิ. สมฺมาติ ปิยวจนเมตํ. สิสฺสมาจริย, เชสฺสสีติ, อาจริย, ตฺวํ วีณํ วาทยมาโน สิสฺสํ ชินิสฺสสิ. อปิจ ตฺวํ วีณํ วาเทนฺโต เอกํ ตนฺตึ ฉินฺทิตฺวา ฉ วาเทยฺยาสิ, วีณาย เต ปกติสทฺโท ภวิสฺสติ. มูสิโลปิ ตนฺตึ ฉินฺทิสฺสติ, อถสฺส วีณาย สทฺโท น ภวิสฺสติ. ตสฺมึ ขเณ โส ปราชยํ ปาปุณิสฺสติ. อถสฺส ปราชยภาวํ ญตฺวา ทุติยมฺปิ ตติยมฺปิ จตุตฺถมฺปิ ปญฺจมมฺปิ สตฺตมมฺปิ ตนฺตึ ฉินฺทิตฺวา สุทฺธทณฺฑกเมว วาเทยฺยาสิ, ฉินฺนตนฺติโกฏีหิ สโร นิกฺขมิตฺวา สกลํ ทฺวาทสโยชนิกํ พาราณสินครํ ฉาเทตฺวา ฐสฺสตีติ.

เอวํ วตฺวา สกฺโก โพธิสตฺตสฺส ติสฺโส ปาสกฆฏิกา ทตฺวา เอวมาห – ‘‘วีณาสทฺเทเนว ปน สกลนคเร ฉาทิเต อิโต เอกํ ปาสกฆฏิกํ อากาเส ขิเปยฺยาสิ, อถ เต ปุรโต โอตริตฺวา ตีณิ อจฺฉราสตานิ นจฺจิสฺสนฺติ. ตาสํ นจฺจนกาเล จ ทุติยํ ขิเปยฺยาสิ, อถาปรานิปิ ตีณิ สตานิ โอตริตฺวา ตว วีณาธุเร นจฺจิสฺสนฺติ. ตโต ตติยํ ขิเปยฺยาสิ, อถาปรานิ ตีณิ สตานิ โอตริตฺวา รงฺคมณฺฑเล นจฺจิสฺสนฺติ. อหมฺปิ เต สนฺติกํ อาคมิสฺสามิ, คจฺฉ มา ภายี’’ติ โพธิสตฺตํ อสฺสาเสสิ. โพธิสตฺโต ปุพฺพณฺหสมเย เคหํ อคมาสิ. นาครา ราชทฺวารสมีเป มณฺฑปํ กตฺวา รญฺโญ อาสนํ ปญฺญเปสุํ. ราชา ปาสาทา โอตริตฺวา อลงฺกตมณฺฑเป ปลฺลงฺกมชฺเฌ นิสีทิ, ทฺวาทสสหสฺสา อลงฺกติตฺถิโย อมจฺจพฺราหฺมณคหปติกาทโย จ ราชานํ ปริวารยึสุ, สพฺเพ นาครา สนฺนิปตึสุ, ราชงฺคเณ จกฺกาติจกฺเก มญฺจาติมญฺเจ พนฺธึสุ.

โพธิสตฺโตปิ นฺหาตานุลิตฺโต นานคฺครสโภชนํ ภุญฺชิตฺวา วีณํ คาหาเปตฺวา อตฺตโน ปญฺญตฺตาสเน นิสีทิ. สกฺโก อทิสฺสมานกาเยน อาคนฺตฺวา อากาเส อฏฺฐาสิ, โพธิสตฺโตเยว นํ ปสฺสติ. มูสิโลปิ อาคนฺตฺวา อตฺตโน อาสเน นิสีทิ. มหาชโน ปริวาเรสิ, อาทิโตว เทฺวปิ สมสมํ วาทยึสุ. มหาชโน ทฺวินฺนมฺปิ วาทิเตน ตุฏฺโฐ อุกฺกุฏฺฐิสหสฺสานิ ปวตฺเตสิ. สกฺโก อากาเส ฐตฺวา โพธิสตฺตญฺเญว สาเวนฺโต ‘‘เอกํ ตนฺตึ ฉินฺทา’’ติ อาห. โพธิสตฺโต ตนฺตึ ฉินฺทิ, สา ฉินฺนาปิ ฉินฺนโกฏิยา สรํ มุญฺจเตว, เทวคนฺธพฺพํ วิย วตฺตติ. มูสิโลปิ ตนฺตึ ฉินฺทิ, ตโต สทฺโท น นิกฺขมิ. อาจริโย ทุติยมฺปิ ฉินฺทิ …เป… สตฺตมมฺปิ ฉินฺทิ. สุทฺธทณฺฑกํ วาเทนฺตสฺส สทฺโท นครํ ฉาเทตฺวา อฏฺฐาสิ. เจลุกฺเขปสหสฺสานิ เจว อุกฺกุฏฺฐิสหสฺสานิ จ ปวตฺตยึสุ. โพธิสตฺโต เอกํ ปาสกํ อากาเส ขิปิ, ตีณิ อจฺฉราสตานิ โอตริตฺวา นจฺจึสุ. เอวํ ทุติเย จ ตติเย จ ขิตฺเต ตีณิ ตีณิ อจฺฉราสตานิ โอตริตฺวา วุตฺตนเยเนว นจฺจึสุ.

ตสฺมึ ขเณ ราชา มหาชนสฺส อิงฺคิตสญฺญํ อทาสิ, มหาชโน อุฏฺฐาย ‘‘ตฺวํ อาจริเยน สทฺธึ วิรุชฺฌิตฺวา ‘สมการํ กโรมี’ติ วายมสิ, อตฺตโน ปมาณํ น ชานาสี’’ติ มูสิลํ ตชฺเชตฺวา คหิตคหิเตเหว ปาสาณทณฺฑาทีหิ สํจุณฺเณตฺวา ชีวิตกฺขยํ ปาเปตฺวา ปาเท คเหตฺวา สงฺการฏฺฐาเน ฉฑฺเฑสิ. ราชา ตุฏฺฐจิตฺโต ฆนวสฺสํ วสฺสาเปนฺโต วิย โพธิสตฺตสฺส พหุํ ธนํ อทาสิ, ตถา นาครา. สกฺโก โพธิสตฺเตน สทฺธึ ปฏิสนฺถารํ กตฺวา ‘‘อหํ เต, ปณฺฑิต, สหสฺสยุตฺตํ อาชญฺญรถํ คาหาเปตฺวา ปจฺฉา มาตลึ เปเสสฺสามิ, ตฺวํ สหสฺสยุตฺตํ เวชยนฺตรถวรํ อภิรุยฺห เทวโลกํ อาคจฺเฉยฺยาสี’’ติ วตฺวา ปกฺกามิ.

อถ นํ คนฺตฺวา ปณฺฑุกมฺพลสิลายํ นิสินฺนํ ‘‘กหํ คตาตฺถ, มหาราชา’’ติ เทวธีตโร ปุจฺฉึสุ. สกฺโก ตาสํ ตํ การณํ วิตฺถาเรน กเถตฺวา โพธิสตฺตสฺส สีลญฺจ คุณญฺจ วณฺเณสิ. เทวธีตโร ‘‘มหาราช, มยมฺปิ อาจริยํ ทฏฺฐุกามา, อิธ นํ อาเนหี’’ติ อาหํสุ. สกฺโก มาตลึ อามนฺเตตฺวา ‘‘ตาต, เทวจฺฉรา คุตฺติลคนฺธพฺพํ ทฏฺฐุกามา, คจฺฉ นํ เวชยนฺตรเถ นิสีทาเปตฺวา อาเนหี’’ติ. โส ‘‘สาธู’’ติ คนฺตฺวา โพธิสตฺตํ อาเนสิ. สกฺโก โพธิสตฺเตน สทฺธึ สมฺโมทิตฺวา ‘‘เทวกญฺญา กิร เต, อาจริย, คนฺธพฺพํ โสตุกามา’’ติ อาห. ‘‘มยํ มหาราช, คนฺธพฺพา นาม สิปฺปํ นิสฺสาย ชีวาม, มูลํ ลภนฺตา วาเทยฺยามา’’ติ. ‘‘วาเทหิ, อหํ เต มูลํ ทสฺสามี’’ติ. ‘‘น มยฺหํ อญฺเญน มูเลนตฺโถ, อิมา ปน เทวธีตโร อตฺตโน อตฺตโน กลฺยาณกมฺมํ กเถนฺตุ, เอวาหํ วาเทสฺสามี’’ติ. อถ นํ เทวธีตโร อาหํสุ – ‘‘อเมฺหหิ กตํ กลฺยาณกมฺมํ ปจฺฉา ตุมฺหากํ กเถสฺสาม, คนฺธพฺพํ กโรหิ อาจริยา’’ติ. โพธิสตฺโต สตฺตาหํ เทวตานํ คนฺธพฺพํ อกาสิ, ตํ ทิพฺพคนฺธพฺพํ อภิภวิตฺวา ปวตฺติ. สตฺตเม ทิวเส อาทิโต ปฏฺฐาย เทวธีตานํ กลฺยาณกมฺมํ ปุจฺฉิ. เอกํ กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺธกาเล เอกสฺส ภิกฺขุโน อุตฺตมวตฺถํ ทตฺวา สกฺกสฺส ปริจาริกา หุตฺวา นิพฺพตฺตํ อจฺฉราสหสฺสปริวารํ อุตฺตมวตฺถเทวกญฺญํ ‘‘ตฺวํ ปุริมภเว กึ กมฺมํ กตฺวา นิพฺพตฺตา’’ติ ปุจฺฉิ. ตสฺส ปุจฺฉนากาโร จ วิสฺสชฺชนา จ วิมานวตฺถุมฺหิ อาคตเมว. วุตฺตญฺหิ ตตฺถ –

‘‘อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน, ยา ตฺวํ ติฏฺฐสิ เทวเต;

โอภาเสนฺตี ทิสา สพฺพา, โอสธี วิย ตารกา.

‘‘เกน เตตาทิโส วณฺโณ, เกน เต อิธ มิชฺฌติ;

อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา, เย เกจิ มนโส ปิยา.

‘‘ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว, มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ;

เกนาสิ เอวํ ชลิตานุภาวา, วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ.

‘‘วตฺถุตฺตมทายิกา นารี, ปวรา โหติ นเรสุ นารีสุ;

เอวํ ปิยรูปทายิกา มนาปํ, ทิพฺพํ สา ลภเต อุเปจฺจ ฐานํ.

‘‘ตสฺสา เม ปสฺส วิมานํ, อจฺฉรา กามวณฺณินีหมสฺมิ;

อจฺฉราสหสฺสสฺสาหํ, ปวรา ปสฺส ปุญฺญานํ วิปากํ.

‘‘เตน เมตาทิโส วณฺโณ, เตน เม อิธ มิชฺฌติ;

อุปฺปชฺชนฺติ จ เม โภคา, เย เกจิ มนโส ปิยา.

‘‘เตนมฺหิ เอวํ ชลิตานุภาวา;

วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ. (วิ. ว. ๓๒๙-๓๓๑, ๓๓๓-๓๓๖);

อปรา ปิณฺฑาย จรมานสฺส ภิกฺขุโน ปูชนตฺถาย ปุปฺผานิ อทาสิ, อปรา ‘‘เจติเย คนฺธปญฺจงฺคุลิกํ เทถา’’ติ คนฺเธ อทาสิ, อปรา มธุรานิ ผลาผลานิ อทาสิ, อปรา อุจฺฉุรสํ อทาสิ, อปรา กสฺสปทสพลสฺส เจติเย คนฺธปญฺจงฺคุลิกํ อทาสิ, อปรา มคฺคปฏิปนฺนานํ ภิกฺขูนํ ภิกฺขุนีนญฺจ กุลเคเห วาสํ อุปคตานํ สนฺติเก ธมฺมํ อสฺโสสิ, อปรา นาวาย อุปกฏฺฐาย เวลาย ภุตฺตสฺส ภิกฺขุโน อุทเก ฐตฺวา อุทกํ อทาสิ, อปรา อคารมชฺเฌ วสมานา อกฺโกธนา หุตฺวา สสฺสุสสุรวตฺตํ อกาสิ, อปรา อตฺตโน ลทฺธโกฏฺฐาสโตปิ สํวิภาคํ กตฺวาว ปริภุญฺชิ, สีลวตี จ อโหสิ, อปรา ปรเคเห ทาสี หุตฺวา นิกฺโกธนา นิมฺมานา อตฺตโน ลทฺธโกฏฺฐาสโต สํวิภาคํ กตฺวา เทวรญฺโญ ปริจาริกา หุตฺวา นิพฺพตฺตา (วิ. ว. อฏฺฐ. ๓๒๘-๓๓๖). เอวํ สพฺพาปิ คุตฺติลวิมานวตฺถุสฺมึ อาคตา ฉตฺตึส เทวธีตา ยํ ยํ กมฺมํ กตฺวา ตตฺถ นิพฺพตฺตา, สพฺพํ โพธิสตฺโต ปุจฺฉิ. ตาปิสฺส อตฺตโน กตกมฺมํ คาถาหิเยว กเถสุํ. ตํ สุตฺวา โพธิสตฺโต ‘‘ลาภา วต เม, สุลทฺธํ วต เม, สฺวาหํ อิธาคนฺตฺวา อปฺปมตฺตเกนปิ กมฺเมน ปฏิลทฺธทิพฺพสมฺปตฺติโย อสฺโสสึ. อิโต ทานิ ปฏฺฐาย มนุสฺสโลกํ คนฺตฺวา ทานาทีนิ กุสลกมฺมาเนว กริสฺสามี’’ติ วตฺวา อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ –

‘‘สฺวาคตํ วต เม อชฺช, สุปฺปภาตํ สุหุฏฺฐิตํ;

ยํ อทฺทสามิ เทวตาโย, อจฺฉรากามวณฺณิโย.

‘‘อิมาสาหํ ธมฺมํ สุตฺวา, กาหามิ กุสลํ พหุํ;

ทาเนน สมจริยาย, สํยเมน ทเมน จ;

สฺวาหํ ตตฺถ คมิสฺสามิ, ยตฺถ คนฺตฺวา น โสจเร’’ติ. (วิ. ว. ๖๑๗-๖๑๘);

อถ นํ สตฺตาหจฺจเยน เทวราชา มาตลิสงฺคาหกํ อาณาเปตฺวา รเถ นิสีทาเปตฺวา พาราณสิเมว เปเสสิ. โส พาราณสึ คนฺตฺวา เทวโลเก อตฺตนา ทิฏฺฐการณํ มนุสฺสานํ อาจิกฺขิ. ตโต ปฏฺฐาย มนุสฺสา สอุสฺสาหา ปุญฺญานิ กาตุํ มญฺญึสุ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา มูสิโล เทวทตฺโต อโหสิ, สกฺโก อนุรุทฺโธ, ราชา อานนฺโท, คุตฺติลคนฺธพฺโพ ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

คุตฺติลชาตกวณฺณนา ตติยา.

[๒๔๔] ๔. วิคติจฺฉชาตกวณฺณนา

ยํ ปสฺสติ น ตํ อิจฺฉตีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ ปลายิกํ ปริพฺพาชกํ อารพฺภ กเถสิ. โส กิร สกลชมฺพุทีเป ปฏิวาทํ อลภิตฺวา สาวตฺถึ อาคนฺตฺวา ‘‘โก มยา สทฺธึ วาทํ กาตุํ สมตฺโถ’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติ สุตฺวา มหาชนปริวุโต เชตวนํ คนฺตฺวา ภควนฺตํ จตุปริสมชฺเฌ ธมฺมํ เทเสนฺตํ ปญฺหํ ปุจฺฉิ. อถสฺส สตฺถา ตํ วิสฺสชฺเชตฺวา ‘‘เอกํ นาม กิ’’นฺติ ปญฺหํ ปุจฺฉิ, โส ตํ กเถตุํ อสกฺโกนฺโต อุฏฺฐาย ปลายิ. นิสินฺนปริสา ‘‘เอกปเทเนว โว, ภนฺเต, ปริพฺพาชโก นิคฺคหิโต’’ติ อาหํสุ. สตฺถา ‘‘นาหํ, อุปาสกา, อิทาเนเวตํ เอกปเทเนว นิคฺคณฺหามิ, ปุพฺเพปิ นิคฺคณฺหึเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต กาสิรฏฺเฐ พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต กาเม ปหาย อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา ทีฆรตฺตํ หิมวนฺเต วสิ. โส ปพฺพตา โอรุยฺห เอกํ นิคมคามํ นิสฺสาย คงฺคานิวตฺตเน ปณฺณสาลายํ วาสํ กปฺเปสิ. อเถโก ปริพฺพาชโก สกลชมฺพุทีเป ปฏิวาทํ อลภิตฺวา ตํ นิคมํ ปตฺวา ‘‘อตฺถิ นุ โข โกจิ มยา สทฺธึ วาทํ กาตุํ สมตฺโถ’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อตฺถี’’ติ โพธิสตฺตสฺส อานุภาวํ สุตฺวา มหาชนปริวุโต ตสฺส วสนฏฺฐานํ คนฺตฺวา ปฏิสนฺถารํ กตฺวา นิสีทิ. อถ นํ โพธิสตฺโต ‘‘วณฺณคนฺธปริภาวิตํ คงฺคาปานียํ ปิวิสฺสตี’’ติ ปุจฺฉิ. ปริพฺพาชโก วาเทน โอตฺถรนฺโต ‘‘กา คงฺคา, วาลุกา คงฺคา, อุทกํ คงฺคา, โอริมตีรํ คงฺคา, ปาริมตีรํ คงฺคา’’ติ อาห. โพธิสตฺโต ‘‘ตฺวํ ปน, ปริพฺพาชก, ฐเปตฺวา อุทกํ วาลุกํ โอริมตีรํ ปาริมตีรญฺจ กหํ คงฺคํ ลภิสฺสสี’’ติ อาห. ปริพฺพาชโก อปฺปฏิภาโน หุตฺวา อุฏฺฐาย ปลายิ. ตสฺมึ ปลาเต โพธิสตฺโต นิสินฺนปริสาย ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมา คาถา อโวจ –

๑๘๘. ‘‘ยํ ปสฺสติ น ตํ อิจฺฉติ, ยญฺจ น ปสฺสติ ตํ กิริจฺฉติ;

มญฺญามิ จิรํ จริสฺสติ, น หิ ตํ ลจฺฉติ ยํ ส อิจฺฉติ.

๑๘๙. ‘‘ยํ ลภติ น เตน ตุสฺสติ, ยญฺจ ปตฺเถติ ลทฺธํ หีเฬติ;

อิจฺฉา หิ อนนฺตโคจรา, วิคติจฺฉาน นโม กโรมเส’’ติ.

ตตฺถ ยํ ปสฺสตีติ ยํ อุทกาทึ ปสฺสติ, ตํ คงฺคาติ น อิจฺฉติ. ยญฺจ น ปสฺสตีติ ยญฺจ อุทกาทิวินิมุตฺตํ คงฺคํ น ปสฺสติ, ตํ กิริจฺฉติ. มญฺญามิ จิรํ จริสฺสตีติ อหํ เอวํ มญฺญามิ – อยํ ปริพฺพาชโก เอวรูปํ คงฺคํ ปริเยสนฺโต จิรํ จริสฺสติ. ยถา วา อุทกาทิวินิมุตฺตํ คงฺคํ, เอวํ รูปาทิวินิมุตฺตํ อตฺตานมฺปิ ปริเยสนฺโต สํสาเร จิรํ จริสฺสติ. น หิ ตํ ลจฺฉตีติ จิรํ จรนฺโตปิ ยํ ตํ เอวรูปํ คงฺคํ วา อตฺตานํ วา อิจฺฉติ, ตํ น ลจฺฉติ. ยํ ลภตีติ ยํ อุทกํ วา รูปาทึ วา ลภติ, เตน น ตุสฺสติ. ยญฺจ ปตฺเถติ ลทฺธํ หีเฬตีติ เอวํ ลทฺเธน อตุสฺสนฺโต ยํ ยํ สมฺปตฺตึ ปตฺเถติ, ตํ ตํ ลภิตฺวา ‘‘กึ เอตายา’’ติ หีเฬติ อวมญฺญติ. อิจฺฉา หิ อนนฺตโคจราติ ลทฺธํ หีเฬตฺวา อญฺญมญฺญํ อารมฺมณํ อิจฺฉนโต อยํ อิจฺฉา นาม ตณฺหา อนนฺตโคจรา. วิคติจฺฉาน นโม กโรมเสติ ตสฺมา เย วิคติจฺฉา พุทฺธาทโย, เตสํ มยํ นมกฺการํ กโรมาติ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา ปริพฺพาชโก เอตรหิ ปริพฺพาชโก อโหสิ, ตาปโส ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

วิคติจฺฉชาตกวณฺณนา จตุตฺถา.

[๒๔๕] ๕. มูลปริยายชาตกวณฺณนา

กาโล ฆสติ ภูตานีติ อิทํ สตฺถา อุกฺกฏฺฐํ นิสฺสาย สุภควเน วิหรนฺโต มูลปริยายสุตฺตนฺตํ อารพฺภ กเถสิ. ตทา กิร ปญฺจสตา พฺราหฺมณา ติณฺณํ เวทานํ ปารคู สาสเน ปพฺพชิตฺวา ตีณิ ปิฏกานิ อุคฺคณฺหิตฺวา มานมทมตฺตา หุตฺวา ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธปิ ตีเณว ปิฏกานิ ชานาติ, มยมฺปิ ตานิ ชานาม, เอวํ สนฺเต กึ ตสฺส อเมฺหหิ นานากรณ’’นฺติ พุทฺธุปฏฺฐานํ น คจฺฉนฺติ, ปฏิปกฺขา หุตฺวา จรนฺติ.

อเถกทิวสํ สตฺถา เตสุ อาคนฺตฺวา อตฺตโน สนฺติเก นิสินฺเนสุ อฏฺฐหิ ภูมีหิ ปฏิมณฺเฑตฺวา มูลปริยายสุตฺตนฺตํ กเถสิ, เต น กิญฺจิ สลฺลกฺเขสุํ. อถ เนสํ เอตทโหสิ – ‘‘มยํ อเมฺหหิ สทิสา ปณฺฑิตา นตฺถี’ติ มานํ กโรม, อิทานิ ปน น กิญฺจิ ชานาม, พุทฺเธหิ สทิโส ปณฺฑิโต นาม นตฺถิ, อโห พุทฺธคุณา นามา’’ติ. เต ตโต ปฏฺฐาย นิหตมานา หุตฺวา อุทฺธฏทาฐา วิย สปฺปา นิพฺพิเสวนา ชาตา. สตฺถา อุกฺกฏฺฐายํ ยถาภิรนฺตํ วิหริตฺวา เวสาลึ คนฺตฺวา โคตมกเจติเย โคตมกสุตฺตนฺตํ นาม กเถสิ, ทสสหสฺสิโลกธาตุ กมฺปิ, ตํ สุตฺวา เต ภิกฺขู อรหตฺตํ ปาปุณึสุ. มูลปริยายสุตฺตนฺตปริโยสาเน ปน สตฺถริ อุกฺกฏฺฐายํ วิหรนฺเตเยว ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ – ‘‘อาวุโส, อโห พุทฺธานํ อานุภาโว, เต นาม พฺราหฺมณปพฺพชิตา ตถา มานมทมตฺตา ภควตา มูลปริยายเทสนาย นิหตมานา กตา’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพปาหํ อิเม เอวํ มานปคฺคหิตสิเร วิจรนฺเต นิหตมาเน อกาสึเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต ติณฺณํ เวทานํ ปารคู ทิสาปาโมกฺโข อาจริโย หุตฺวา ปญฺจ มาณวกสตานิ มนฺเต วาเจสิ. เต ปญฺจสตาปิ นิฏฺฐิตสิปฺปา สิปฺเป อนุโยคํ ทตฺวา ‘‘ยตฺตกํ มยํ ชานาม, อาจริโยปิ ตตฺตกเมว, วิเสโส นตฺถี’’ติ มานตฺถทฺธา หุตฺวา อาจริยสฺส สนฺติกํ น คจฺฉนฺติ, วตฺตปฏิวตฺตํ น กโรนฺติ. เต เอกทิวสํ อาจริเย พทริรุกฺขมูเล นิสินฺเน ตํ วมฺเภตุกามา พทริรุกฺขํ นเขน อาโกเฏตฺวา ‘‘นิสฺสาโรวายํ รุกฺโข’’ติ อาหํสุ. โพธิสตฺโต อตฺตโน วมฺภนภาวํ ญตฺวา อนฺเตวาสิเก ‘‘เอกํ โว ปญฺหํ ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ อาห. เต หฏฺฐตุฏฺฐา ‘‘วเทถ, กเถสฺสามา’’ติ. อาจริโย ปญฺหํ ปุจฺฉนฺโต ปฐมํ คาถมาห –

๑๙๐. ‘‘กาโล ฆสติ ภูตานิ, สพฺพาเนว สหตฺตนา;

โย จ กาลฆโส ภูโต, ส ภูตปจนึ ปจี’’ติ.

ตตฺถ กาโลติ ปุเรภตฺตกาโลปิ ปจฺฉาภตฺตกาโลปีติ เอวมาทิ. ภูตานีติ สตฺตาธิวจนเมตํ, น กาโล ภูตานํ จมฺมมํสาทีนิ ลุญฺจิตฺวา ขาทติ, อปิจ โข เนสํ อายุวณฺณพลานิ เขเปนฺโต โยพฺพญฺญํ มทฺทนฺโต อาโรคฺยํ วินาเสนฺโต ฆสติ ขาทตีติ วุจฺจติ. เอวํ ฆสนฺโต จ น กิญฺจิ วชฺเชติ, สพฺพาเนว ฆสติ. น เกวลญฺจ ภูตาเนว, อปิจ โข สหตฺตนา อตฺตานมฺปิ ฆสติ, ปุเรภตฺตกาโล ปจฺฉาภตฺตกาลํ น ปาปุณาติ. เอส นโย ปจฺฉาภตฺตกาลาทีสุ. โย จ กาลฆโส ภูโตติ ขีณาสวสฺเสตํ อธิวจนํ. โส หิ อริยมคฺเคน อายตึ ปฏิสนฺธิกาลํ เขเปตฺวา ขาทิตฺวา ฐิตตฺตา ‘‘กาลฆโส ภูโต’’ติ วุจฺจติ. ส ภูตปจนึ ปจีติ โส ยายํ ตณฺหา อปาเยสุ ภูเต ปจติ, ตํ ญาณคฺคินา ปจิ ทหิ ภสฺมมกาสิ, เตน ‘‘ภูตปจนึ ปจี’’ติ วุจฺจติ. ‘‘ปชนิ’’นฺติปิ ปาโฐ, ชนิกํ นิพฺพตฺตกินฺติ อตฺโถ.

อิมํ ปญฺหํ สุตฺวา มาณเวสุ เอโกปิ ชานิตุํ สมตฺโถ นาม นาโหสิ. อถ เน โพธิสตฺโต ‘‘มา โข ตุเมฺห ‘อยํ ปโญฺห ตีสุ เวเทสุ อตฺถี’ติ สญฺญํ อกตฺถ, ตุเมฺห ‘ยมหํ ชานามิ, ตํ สพฺพํ ชานามา’ติ มญฺญมานา มํ พทริรุกฺขสทิสํ กโรถ, มม ตุเมฺหหิ อญฺญาตสฺส พหุโน ชานนภาวํ น ชานาถ, คจฺฉถ สตฺตเม ทิวเส กาลํ ทมฺมิ, เอตฺตเกน กาเลน อิมํ ปญฺหํ จินฺเตถา’’ติ. เต โพธิสตฺตํ วนฺทิตฺวา อตฺตโน อตฺตโน วสนฏฺฐานํ คนฺตฺวา สตฺตาหํ จินฺเตตฺวาปิ ปญฺหสฺส เนว อนฺตํ, น โกฏึ ปสฺสึสุ. เต สตฺตมทิวเส อาจริยสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา นิสีทิตฺวา ‘‘กึ, ภทฺรมุขา, ชานิตฺถ ปญฺห’’นฺติ วุตฺเต ‘‘น ชานามา’’ติ วทึสุ. อถ โพธิสตฺโต เต ครหมาโน ทุติยํ คาถมาห –

๑๙๑. ‘‘พหูนิ นรสีสานิ, โลมสานิ พฺรหานิ จ;

คีวาสุ ปฏิมุกฺกานิ, โกจิเทเวตฺถ กณฺณวา’’ติ.

ตสฺสตฺโถ – พหูนิ นรานํ สีสานิ ทิสฺสนฺติ, สพฺพานิ จ ตานิ โลมสานิ, สพฺพานิ มหนฺตานิ คีวาสุเยว ฐปิตานิ, น ตาลผลํ วิย หตฺเถน คหิตานิ, นตฺถิ เตสํ อิเมหิ ธมฺเมหิ นานากรณํ. เอตฺถ ปน โกจิเทว กณฺณวาติ อตฺตานํ สนฺธายาห. กณฺณวาติ ปญฺญวา, กณฺณฉิทฺทํ ปน น กสฺสจิ นตฺถิ. อิติ เต มาณวเก ‘‘กณฺณฉิทฺทมตฺตเมว ตุมฺหากํ พาลานํ อตฺถิ, น ปญฺญา’’ติ ครหิตฺวา ปญฺหํ วิสฺสชฺเชสิ. เต สุตฺวา – ‘‘อโห อาจริยา นาม มหนฺตา’’ติ ขมาเปตฺวา นิหตมานา โพธิสตฺตํ อุปฏฺฐหึสุ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา ปญฺจสตา มาณวกา อิเม ภิกฺขู อเหสุํ, อาจริโย ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

มูลปริยายชาตกวณฺณนา ปญฺจมา.

[๒๔๖] ๖. พาโลวาทชาตกวณฺณนา

หนฺตฺวา เฉตฺวา วธิตฺวา จาติ อิทํ สตฺถา เวสาลึ อุปนิสฺสาย กูฏาคารสาลายํ วิหรนฺโต สีหเสนาปตึ อารพฺภ กเถสิ. โส หิ ภควนฺตํ สรณํ คนฺตฺวา นิมนฺเตตฺวา ปุนทิวเส สมํสกภตฺตํ อทาสิ. นิคณฺฐา ตํ สุตฺวา กุปิตา อนตฺตมนา ตถาคตํ วิเหเฐตุกามา ‘‘สมโณ โคตโม ชานํ อุทฺทิสฺสกตํ มํสํ ภุญฺชตี’’ติ อกฺโกสึสุ. ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ – ‘‘อาวุโส, นิคณฺโฐ นาฏปุตฺโต ‘สมโณ โคตโม ชานํ อุทฺทิสฺสกตํ มํสํ ภุญฺชตี’ติ สทฺธึ ปริสาย อกฺโกสนฺโต อาหิณฺฑตี’’ติ. ตํ สุตฺวา สตฺถา ‘‘น, ภิกฺขเว, นิคณฺโฐ นาฏปุตฺโต อิทาเนว มํ อุทฺทิสฺสกตมํสขาทเนน ครหติ, ปุพฺเพปิ ครหิเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา โลณมฺพิลเสวนตฺถาย หิมวนฺตโต พาราณสึ คนฺตฺวา ปุนทิวเส นครํ ภิกฺขาย ปาวิสิ. อเถโก กุฏุมฺพิโก ‘‘ตาปสํ วิเหเฐสฺสามี’’ติ ฆรํ ปเวเสตฺวา ปญฺญตฺตาสเน นิสีทาเปตฺวา มจฺฉมํเสน ปริวิสิตฺวา ภตฺตกิจฺจาวสาเน เอกมนฺตํ นิสีทิตฺวา ‘‘อิมํ มํสํ ตุเมฺหเยว อุทฺทิสฺส ปาเณ มาเรตฺวา กตํ, อิทํ อกุสลํ มา อมฺหากเมว, ตุมฺหากมฺปิ โหตู’’ติ วตฺวา ปฐมํ คาถมาห –

๑๙๒. ‘‘หนฺตฺวา เฉตฺวา วธิตฺวา จ, เทติ ทานํ อสญฺญโต;

เอทิสํ ภตฺตํ ภุญฺชมาโน, ส ปาเปน อุปลิปฺปตี’’ติ.

ตตฺถ หนฺตฺวาติ ปหริตฺวา. เฉตฺวาติ กิลเมตฺวา. วธิตฺวาติ มาเรตฺวา. เทติ ทานํ อสญฺญโตติ อสญฺญโต ทุสฺสีโล เอวํ กตฺวา ทานํ เทติ. เอทิสํ ภตฺตํ ภุญฺชมาโน, ส ปาเปน อุปลิปฺปตีติ เอทิสํ อุทฺทิสฺสกตภตฺตํ ภุญฺชมาโน โส สมโณปิ ปาเปน อุปลิปฺปติ สํยุชฺชติเยวาติ.

ตํ สุตฺวา โพธิสตฺโต ทุติยํ คาถมาห –

๑๙๓. ‘‘ปุตฺตทารมฺปิ เจ หนฺตฺวา, เทติ ทานํ อสญฺญโต;

ภุญฺชมาโนปิ สปฺปญฺโญ, น ปาเปน อุปลิปฺปตี’’ติ.

ตตฺถ ภุญฺชมาโนปิ สปฺปญฺโญติ ติฏฺฐตุ อญฺญํ มํสํ, ปุตฺตทารํ วธิตฺวาปิ ทุสฺสีเลน ทินฺนํ สปฺปญฺโญ ขนฺติเมตฺตาทิคุณสมฺปนฺโน ตํ ภุญฺชมาโนปิ ปาเปน น อุปลิปฺปตีติ. เอวมสฺส โพธิสตฺโต ธมฺมํ กเถตฺวา อุฏฺฐายาสนา ปกฺกามิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา กุฏุมฺพิโก นิคณฺโฐ นาฏปุตฺโต อโหสิ, ตาปโส ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

พาโลวาทชาตกวณฺณนา ฉฏฺฐา.

[๒๔๗] ๗. ปาทญฺชลิชาตกวณฺณนา

อทฺธา ปาทญฺชลี สพฺเพติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ลาฬุทายีเถรํ อารพฺภ กเถสิ. เอกสฺมิญฺหิ ทิวเส เทฺว อคฺคสาวกา ปญฺหํ วินิจฺฉินนฺติ, ภิกฺขู ปญฺหํ สุณนฺตา เถเร ปสํสนฺติ. ลาฬุทายีเถโร ปน ปริสนฺตเร นิสินฺโน ‘‘เอเต อเมฺหหิ สมํ กึ ชานนฺตี’’ติ โอฏฺฐํ ภญฺชิ. ตํ ทิสฺวา เถรา อุฏฺฐาย ปกฺกมึสุ, ปริสา ภิชฺชิ. ธมฺมสภายํ ภิกฺขู กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ – ‘‘อาวุโส ลาฬุทายี, เทฺว อคฺคสาวเก ครหิตฺวา โอฏฺฐํ ภญฺชี’’ติ. ตํ สุตฺวา สตฺถา ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพปิ ลาฬุทายี ฐเปตฺวา โอฏฺฐภญฺชนํ ตโต อุตฺตริ อญฺญํ น ชานาตี’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต ตสฺส อตฺถธมฺมานุสาสโก อมจฺโจ อโหสิ. รญฺโญ ปาทญฺชลี นาม ปุตฺโต ลาโล ทนฺธปริสกฺกโน อโหสิ. อปรภาเค ราชา กาลมกาสิ. อมจฺจา รญฺโญ มตกิจฺจานิ กตฺวา ‘‘ตํ รชฺเช อภิสิญฺจิสฺสามา’’ติ มนฺตยมานา ราชปุตฺตํ ปาทญฺชลึ อาหํสุ. โพธิสตฺโต ปน ‘‘อยํ กุมาโร ลาโล ทนฺธปริสกฺกโน, ปริคฺคเหตฺวา นํ อภิสิญฺจิสฺสามา’’ติ อาห. อมจฺจา วินิจฺฉยํ สชฺเชตฺวา กุมารํ สมีเป นิสีทาเปตฺวา อฑฺฑํ วินิจฺฉินนฺตา น สมฺมา วินิจฺฉินึสุ. เต อสฺสามิกํ สามิกํ กตฺวา กุมารํ ปุจฺฉึสุ – ‘‘กีทิสํ, กุมาร, สุฏฺฐุ อฑฺฑํ วินิจฺฉินิมฺหา’’ติ. โส โอฏฺฐํ ภญฺชิ. โพธิสตฺโต ‘‘ปณฺฑิโต วต มญฺเญ กุมาโร, อสมฺมาวินิจฺฉิตภาโว เตน ญาโต ภวิสฺสตี’’ติ มญฺญมาโน ปฐมํ คาถมาห –

๑๙๔. ‘‘อทฺธา ปาทญฺชลี สพฺเพ, ปญฺญาย อติโรจติ;

ตถา หิ โอฏฺฐํ ภญฺชติ, อุตฺตรึ นูน ปสฺสตี’’ติ.

ตสฺสตฺโถ – เอกํเสน ปาทญฺชลิกุมาโร สพฺเพ อเมฺห ปญฺญาย อติโรจติ. ตถา หิ โอฏฺฐํ ภญฺชติ, นูน อุตฺตรึ อญฺญํ การณํ ปสฺสตีติ.

เต อปรสฺมิมฺปิ ทิวเส วินิจฺฉยํ สชฺเชตฺวา อญฺญํ อฑฺฑํ สุฏฺฐุ วินิจฺฉินิตฺวา ‘‘กีทิสํ, เทว, สุฏฺฐุ วินิจฺฉินิต’’นฺติ ปุจฺฉึสุ. โส ปุนปิ โอฏฺฐเมว ภญฺชิ. อถสฺส อนฺธพาลภาวํ ญตฺวา โพธิสตฺโต ทุติยํ คาถมาห –

๑๙๕. ‘‘นายํ ธมฺมํ อธมฺมํ วา, อตฺถานตฺถญฺจ พุชฺฌติ;

อญฺญตฺร โอฏฺฐนิพฺโภคา, นายํ ชานาติ กิญฺจน’’นฺติ.

อมจฺจา ปาทญฺชลิกุมารสฺส ลาลภาวํ ญตฺวา โพธิสตฺตํ รชฺเช อภิสิญฺจึสุ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา ปาทญฺชลี ลาฬุทายี อโหสิ, ปณฺฑิตามจฺโจ ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

ปาทญฺชลิชาตกวณฺณนา สตฺตมา.

[๒๔๘] ๘. กึสุโกปมชาตกวณฺณนา

สพฺเพหิ กึสุโก ทิฏฺโฐติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต กึสุโกปมสุตฺตนฺตํ อารพฺภ กเถสิ. จตฺตาโร หิ ภิกฺขู ตถาคตํ อุปสงฺกมิตฺวา กมฺมฏฺฐานํ ยาจึสุ, สตฺถา เตสํ กมฺมฏฺฐานํ กเถสิ. เต กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา อตฺตโน รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐานานิ อคมึสุ. เตสุ เอโก ฉ ผสฺสายตนานิ ปริคฺคณฺหิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ, เอโก ปญฺจกฺขนฺเธ, เอโก จตฺตาโร มหาภูเต, เอโก อฏฺฐารส ธาตุโย. เต อตฺตโน อตฺตโน อธิคตวิเสสํ สตฺถุ อาโรเจสุํ. อเถกสฺส ภิกฺขุโน ปริวิตกฺโก อุทปาทิ – ‘‘อิเมสํ กมฺมฏฺฐานานิ นานา, นิพฺพานํ เอกํ, กถํ สพฺเพหิ อรหตฺตํ ปตฺต’’นฺติ. โส สตฺถารํ ปุจฺฉิ. สตฺถา ‘‘กึ เต, ภิกฺขุ, กึสุกทิฏฺฐภาติเกหิ นานตฺต’’นฺติ วตฺวา ‘‘อิทํ โน, ภนฺเต, การณํ กเถถา’’ติ ภิกฺขูหิ ยาจิโต อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต ตสฺส จตฺตาโร ปุตฺตา อเหสุํ. เต เอกทิวสํ สารถึ ปกฺโกเสตฺวา ‘‘มยํ, สมฺม, กึสุกํ ทฏฺฐุกามา, กึสุกรุกฺขํ โน ทสฺเสหี’’ติ อาหํสุ. สารถิ ‘‘สาธุ, ทสฺเสสฺสามี’’ติ วตฺวา จตุนฺนมฺปิ เอกโต อทสฺเสตฺวา เชฏฺฐราชปุตฺตํ ตาว รเถ นิสีทาเปตฺวา อรญฺญํ เนตฺวา ‘‘อยํ กึสุโก’’ติ ขาณุกกาเล กึสุกํ ทสฺเสสิ. อปรสฺส พหลปลาสกาเล, อปรสฺส ปุปฺผิตกาเล, อปรสฺส ผลิตกาเล. อปรภาเค จตฺตาโรปิ ภาตโร เอกโต นิสินฺนา ‘‘กึสุโก นาม กีทิโส’’ติ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ. ตโต เอโก ‘‘เสยฺยาถาปิ ฌามถูโณ’’ติ อาห. ทุติโย ‘‘เสยฺยถาปิ นิโคฺรธรุกฺโข’’ติ, ตติโย ‘‘เสยฺยถาปิ มํสเปสี’’ติ, จตุตฺโถ ‘‘เสยฺยถาปิ สิรีโส’’ติ. เต อญฺญมญฺญสฺส กถาย อปริตุฏฺฐา ปิตุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘เทว, กึสุโก นาม กีทิโส’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘ตุเมฺหหิ กึ กถิต’’นฺติ วุตฺเต อตฺตนา กถิตนีหารํ รญฺโญ กเถสุํ. ราชา ‘‘จตูหิปิ ตุเมฺหหิ กึสุโก ทิฏฺโฐ, เกวลํ โว กึสุกสฺส ทสฺเสนฺโต สารถิ ‘อิมสฺมึ กาเล กึสุโก กีทิโส, อิมสฺมึ กีทิโส’ติ วิภชิตฺวา น ปุจฺฉิโต, เตน โว กงฺขา อุปฺปนฺนา’’ติ วตฺวา ปฐมํ คาถมาห –

๑๙๖. ‘‘สพฺเพหิ กึสุโก ทิฏฺโฐ, กึ เนฺวตฺถ วิจิกิจฺฉถ;

น หิ สพฺเพสุ ฐาเนสุ, สารถี ปริปุจฺฉิโต’’ติ.

ตตฺถ น หิ สพฺเพสุ ฐาเนสุ, สารถี ปริปุจฺฉิโตติ สพฺเพหิ โว กึสุโก ทิฏฺโฐ, กึ นุ ตุเมฺห เอตฺถ วิจิกิจฺฉถ, สพฺเพสุ ฐาเนสุ กึสุโกเวโส, ตุเมฺหหิ ปน น หิ สพฺเพสุ ฐาเนสุ สารถิ ปริปุจฺฉิโต, เตน โว กงฺขา อุปฺปนฺนาติ.

สตฺถา อิมํ การณํ ทสฺเสตฺวา ‘‘ยถา, ภิกฺขุ, เต จตฺตาโร ภาติกา วิภาคํ กตฺวา อปุจฺฉิตตฺตา กึสุเก กงฺขํ อุปฺปาเทสุํ, เอวํ ตฺวมฺปิ อิมสฺมึ ธมฺเม กงฺขํ อุปฺปาเทสี’’ติ วตฺวา อภิสมฺพุทฺโธ หุตฺวา ทุติยํ คาถมาห –

๑๙๗. ‘‘เอวํ สพฺเพหิ ญาเณหิ, เยสํ ธมฺมา อชานิตา;

เต เว ธมฺเมสุ กงฺขนฺติ, กึสุกสฺมึว ภาตโร’’ติ.

ตสฺสตฺโถ – ยถา เต ภาตโร สพฺเพสุ ฐาเนสุ กึสุกสฺส อทิฏฺฐตฺตา กงฺขึสุ, เอวํ สพฺเพหิ วิปสฺสนาญาเณหิ เยสํ สพฺเพ ฉผสฺสายตนขนฺธภูตธาตุเภทา ธมฺมา อชานิตา, โสตาปตฺติมคฺคสฺส อนธิคตตฺตา อปฺปฏิวิทฺธา, เต เว เตสุ ผสฺสายตนาทิธมฺเมสุ กงฺขนฺติ ยถา เอกสฺมึเยว กึสุกสฺมึ จตฺตาโร ภาตโรติ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา พาราณสิราชา อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

กึสุโกปมชาตกวณฺณนา อฏฺฐมา.

[๒๔๙] ๙. สาลกชาตกวณฺณนา

เอกปุตฺตโก ภวิสฺสสีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อญฺญตรํ มหาเถรํ อารพฺภ กเถสิ. โส กิเรกํ กุมารกํ ปพฺพาเชตฺวา ปีเฬนฺโต ตตฺถ วิหรติ. สามเณโร ปีฬํ สหิตุํ อสกฺโกนฺโต อุปฺปพฺพชิ. เถโร คนฺตฺวา ตํ อุปลาเปติ ‘‘กุมาร, ตว จีวรํ ตเวว ภวิสฺสติ ปตฺโตปิ, มม สนฺตกํ ปตฺตจีวรมฺปิ ตเวว ภวิสฺสติ, เอหิ ปพฺพชาหี’’ติ. โส ‘‘นาหํ ปพฺพชิสฺสามี’’ติ วตฺวาปิ ปุนปฺปุนํ วุจฺจมาโน ปพฺพชิ. อถ นํ ปพฺพชิตทิวสโต ปฏฺฐาย ปุน เถโร วิเหเฐสิ. โส ปีฬํ อสหนฺโต ปุน อุปฺปพฺพชิตฺวา อเนกวารํ ยาจนฺเตปิ ตสฺมึ ‘‘ตฺวํ เนว มํ สหสิ, น วินา วตฺติตุํ สกฺโกสิ, คจฺฉ น ปพฺพชิสฺสามี’’ติ น ปพฺพชิ. ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ – ‘‘อาวุโส, สุหทโย วต โส ทารโก มหาเถรสฺส อาสยํ ญตฺวา น ปพฺพชี’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนเวส สุหทโย, ปุพฺเพปิ สุหทโยว, เอกวารํ เอตสฺส โทสํ ทิสฺวา น ปุน อุปคจฺฉี’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต กุฏุมฺพิกกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต ธญฺญวิกฺกเยน ชีวิกํ กปฺเปสิ. อญฺญตโรปิ อหิตุณฺฑิโก เอกํ มกฺกฏํ สิกฺขาเปตฺวา โอสธํ คาหาเปตฺวา เตน สปฺปํ กีฬาเปนฺโต ชีวิกํ กปฺเปสิ. โส พาราณสิยํ อุสฺสเว ฆุฏฺเฐ อุสฺสวํ กีฬิตุกาโม ‘‘อิมํ มา ปมชฺชี’’ติ ตํ มกฺกฏํ ตสฺส ธญฺญวาณิชสฺส หตฺเถ ฐเปตฺวา อุสฺสวํ กีฬิตฺวา สตฺตเม ทิวเส ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘กหํ มกฺกโฏ’’ติ ปุจฺฉิ. มกฺกโฏ สามิกสฺส สทฺทํ สุตฺวาว ธญฺญาปณโต เวเคน นิกฺขมิ. อถ นํ โส เวฬุเปสิกาย ปิฏฺฐิยํ โปเถตฺวา อาทาย อุยฺยานํ คนฺตฺวา เอกมนฺเต พนฺธิตฺวา นิทฺทํ โอกฺกมิ. มกฺกโฏ ตสฺส นิทฺทายนภาวํ ญตฺวา อตฺตโน พนฺธนํ โมเจตฺวา ปลายิตฺวา อมฺพรุกฺขํ อารุยฺห อมฺพปกฺกํ ขาทิตฺวา อฏฺฐึ อหิตุณฺฑิกสฺส สรีเร ปาเตสิ. โส ปพุชฺฌิตฺวา อุลฺโลเกนฺโต ตํ ทิสฺวา ‘‘มธุรวจเนน นํ วญฺเจตฺวา รุกฺขา โอตาเรตฺวา คณฺหิสฺสามี’’ติ ตํ อุปลาเปนฺโต ปฐมํ คาถมาห –

๑๙๘. ‘‘เอกปุตฺตโก ภวิสฺสสิ, ตฺวญฺจ โน เหสฺสสิ อิสฺสโร กุเล;

โอโรห ทุมสฺมา สาลก, เอหิ ทานิ ฆรกํ วเชมเส’’ติ.

ตสฺสตฺโถ – ตฺวํ มยฺหํ เอกปุตฺตโก ภวิสฺสสิ, กุเล จ เม โภคานํ อิสฺสโร, เอตมฺหา รุกฺขา โอตร, เอหิ อมฺหากํ ฆรํ คมิสฺสาม. สาลกาติ นาเมน อาลปนฺโต อาห.

ตํ สุตฺวา มกฺกโฏ ทุติยํ คาถมาห –

๑๙๙. ‘‘นนุ มํ สุหทโยติ มญฺญสิ, ยญฺจ มํ หนสิ เวฬุยฏฺฐิยา;

ปกฺกมฺพวเน รมามเส, คจฺฉ ตฺวํ ฆรกํ ยถาสุข’’นฺติ.

ตตฺถ นนุ มํ สุหทโยติ มญฺญสีติ นนุ ตฺวํ มํ ‘‘สุหทโย’’ติ มญฺญสิ, ‘‘สุหทโย อย’’นฺติ มญฺญสีติ อตฺโถ. ยญฺจ มํ หนสิ เวฬุยฏฺฐิยาติ ยํ มํ เอวํ อติมญฺญสิ, ยญฺจ เวฬุเปสิกาย หนสิ, เตนาหํ นาคจฺฉามีติ ทีเปติ. อถ นํ ‘‘มยํ อิมสฺมึ ปกฺกมฺพวเน รมามเส, คจฺฉ ตฺวํ ฆรกํ ยถาสุข’’นฺติ วตฺวา อุปฺปติตฺวา วนํ ปาวิสิ. อหิตุณฺฑิโกปิ อนตฺตมโน อตฺตโน เคหํ อคมาสิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา มกฺกโฏ สามเณโร อโหสิ, อหิตุณฺฑิโก มหาเถโร, ธญฺญวาณิโช ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

สาลกชาตกวณฺณนา นวมา.

[๒๕๐] ๑๐. กปิชาตกวณฺณนา

อยํ อิสี อุปสมสํยเม รโตติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ กุหกํ ภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ. ตสฺส หิ กุหกภาโว ภิกฺขูสุ ปากโฏ ชาโต. ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ – ‘‘อาวุโส, อสุโก ภิกฺขุ นิยฺยานิเก พุทฺธสาสเน ปพฺพชิตฺวา กุหกวตฺตํ ปูเรตี’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, เอส ภิกฺขุ อิทาเนว, ปุพฺเพปิ กุหโกเยว, อคฺคิมตฺตสฺส การณา มกฺกโฏ หุตฺวา โกหญฺญมกาสี’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต กาสิรฏฺเฐ พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต ปุตฺตสฺส อาธาวิตฺวา ปริธาวิตฺวา วิจรณกาเล พฺราหฺมณิยา มตาย ปุตฺตํ องฺเกนาทาย หิมวนฺตํ ปวิสิตฺวา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา ตมฺปิ ปุตฺตํ ตาปสกุมารกํ กตฺวา ปณฺณสาลาย วาสํ กปฺเปสิ. วสฺสารตฺตสมเย อจฺฉินฺนธาเร เทเว วสฺสนฺเต เอโก มกฺกโฏ สีตปีฬิโต ทนฺเต ขาทนฺโต กมฺปนฺโต วิจรติ. โพธิสตฺโต มหนฺเต ทารุกฺขนฺเธ อาหริตฺวา อคฺคึ กตฺวา มญฺจเก นิปชฺชิ, ปุตฺตโกปิสฺส ปาเท ปริมชฺชมาโน นิสีทิ. โส มกฺกโฏ เอกสฺส มตตาปสสฺส สนฺตกานิ วกฺกลานิ นิวาเสตฺวา จ ปารุปิตฺวา จ อชินจมฺมํ อํเส กตฺวา กาชกมณฺฑลุํ อาทาย อิสิเวเสนาคนฺตฺวา ปณฺณสาลทฺวาเร อคฺคิสฺส การณา กุหกกมฺมํ กตฺวา อฏฺฐาสิ. ตาปสกุมารโก ตํ ทิสฺวา ‘‘ตาต, ตาปโส เอโก สีตปีฬิโต กมฺปมาโน ติฏฺฐติ, อิธ นํ ปกฺโกสถ, วิสิพฺเพสฺสตี’’ติ ปิตรํ อายาจนฺโต ปฐมํ คาถมาห –

๒๐๐. ‘‘อยํ อิสี อุปสมสํยเม รโต, ส ติฏฺฐติ สิสิรภเยน อฏฺฏิโต;

หนฺท อยํ ปวิสตุมํ อคารกํ, วิเนตุ สีตํ ทรถญฺจ เกวล’’นฺติ.

ตตฺถ อุปสมสํยเม รโตติ ราคาทิกิเลสอุปสเม จ สีลสํยเม จ รโต. ส ติฏฺฐตีติ โส ติฏฺฐติ. สิสิรภเยนาติ วาตวุฏฺฐิชนิตสฺส สิสิรสฺส ภเยน. อฏฺฏิโตติ ปีฬิโต. ปวิสตุมนฺติ ปวิสตุ อิมํ. เกวลนฺติ สกลํ อนวเสสํ.

โพธิสตฺโต ปุตฺตสฺส วจนํ สุตฺวา อุฏฺฐาย โอโลเกนฺโต มกฺกฏภาวํ ญตฺวา ทุติยํ คาถมาห –

๒๐๑. ‘‘นายํ อิสี อุปสมสํยเม รโต, กปี อยํ ทุมวรสาขโคจโร;

โส ทูสโก โรสโก จาปิ ชมฺโม, สเจ วเชมมฺปิ ทูเสยฺยคาร’’นฺติ.

ตตฺถ ทุมวรสาขโคจโรติ ทุมวรานํ สาขโคจโร. โส ทูสโก โรสโก จาปิ ชมฺโมติ โส เอวํ คตคตฏฺฐานสฺส ทูสนโต ทูสโก, ฆฏฺฏนตาย โรสโก, ลามกภาเวน ชมฺโม. สเจ วเชติ ยทิ อิมํ ปณฺณสาลํ วเช ปวิเสยฺย, สพฺพํ อุจฺจารปสฺสาวกรเณน จ อคฺคิทาเนน จ ทูเสยฺยาติ.