๘. กาสาววคฺโค
[๒๒๑] ๑. กาสาวชาตกวณฺณนา
อนิกฺกสาโว กาสาวนฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เทวทตฺตํ อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ ปน ราชคเห สมุฏฺฐิตํ. เอกสฺมึ สมเย ธมฺมเสนาปติ ปญฺจหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ เวฬุวเน วิหรติ. เทวทตฺโตปิ อตฺตโน อนุรูปาย ทุสฺสีลปริสาย ปริวุโต คยาสีเส วิหรติ. ตสฺมึ สมเย ราชคหวาสิโน ฉนฺทกํ สงฺฆริตฺวา ทานํ สชฺชยึสุ. อเถโก โวหารตฺถาย อาคตวาณิโช อิมํ สาฏกํ วิสฺสชฺเชตฺวา ‘‘มมฺปิ ปตฺติกํ กโรถา’’ติ มหคฺฆํ คนฺธกาสาวํ อทาสิ. นาครา มหาทานํ ปวตฺตยึสุ, สพฺพํ ฉนฺทเกน สงฺกฑฺฒิตํ กหาปเณเหว นิฏฺฐาสิ. โส สาฏโก อติเรโก อโหสิ. มหาชโน สนฺนิปติตฺวา ‘‘อยํ คนฺธกาสาวสาฏโก อติเรโก. กสฺส นํ เทม, กึ สาริปุตฺตตฺเถรสฺส, อุทาหุ เทวทตฺตสฺสา’’ติ มนฺตยึสุ.
ตตฺเถเก ‘‘สาริปุตฺตตฺเถรสฺสา’’ติ อาหํสุ. อปเร ‘‘สาริปุตฺตตฺเถโร กติปาหํ วสิตฺวา ยถารุจิ ปกฺกมิสฺสติ, เทวทตฺตตฺเถโร ปน นิพทฺธํ อมฺหากํ นครเมว อุปนิสฺสาย วิหรติ, มงฺคลามงฺคเลสุ อยเมว อมฺหากํ อวสฺสโย, เทวทตฺตสฺส ทสฺสามา’’ติ อาหํสุ. สมฺพหุลิกํ กโรนฺเตสุปิ ‘‘เทวทตฺตสฺส ทสฺสามา’’ติ วตฺตาโร พหุตรา อเหสุํ, อถ นํ เทวทตฺตสฺส อทํสุ. เทวทตฺโต ตสฺส ทสา ฉินฺทาเปตฺวา โอวฏฺฏิกํ สิพฺพาเปตฺวา รชาเปตฺวา สุวณฺณปฏฺฏวณฺณํ กตฺวา ปารุปิ. ตสฺมึ กาเล ตึสมตฺตา ภิกฺขู ราชคหา นิกฺขมิตฺวา สาวตฺถึ คนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา กตปฏิสนฺถารา ตํ ปวตฺตึ อาโรเจตฺวา ‘‘เอวํ, ภนฺเต, อตฺตโน อนนุจฺฉวิกํ อรหทฺธชํ ปารุปี’’ติ อาโรเจสุํ. สตฺถา ‘‘น, ภิกฺขเว, เทวทตฺโต อิทาเนว อตฺตโน อนนุรูปํ อรหทฺธชํ ปริทหติ, ปุพฺเพปิ ปริทหิเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต หิมวนฺตปเทเส หตฺถิกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต อสีติสหสฺสมตฺตวารณปริวาโร ยูถปติ หุตฺวา อรญฺญายตเน วสติ. อเถโก ทุคฺคตมนุสฺโส พาราณสิยํ วิหรนฺโต ทนฺตการวีถิยํ ทนฺตกาเร ทนฺตวลยาทีนิ กโรนฺเต ทิสฺวา ‘‘หตฺถิทนฺเต ลภิตฺวา คณฺหิสฺสถา’’ติ ปุจฺฉิ. เต ‘‘อาม คณฺหิสฺสามา’’ติ อาหํสุ. โส อาวุธํ อาทาย กาสาววตฺถวสโน ปจฺเจกพุทฺธเวสํ คณฺหิตฺวา ปฏิสีสกํ ปฏิมุญฺจิตฺวา หตฺถิวีถิยํ ฐตฺวา อาวุเธน หตฺถึ มาเรตฺวา ทนฺเต อาทาย พาราณสิยํ วิกฺกิณนฺโต ชีวิกํ กปฺเปสิ. โส อปรภาเค โพธิสตฺตสฺส ปริวารหตฺถีนํ สพฺพปจฺฉิมํ หตฺถึ มาเรตุํ อารภิ. หตฺถิโน เทวสิกํ หตฺถีสุ ปริหายนฺเตสุ ‘‘เกน นุ โข การเณน หตฺถิโน ปริหายนฺตี’’ติ โพธิสตฺตสฺส อาโรเจสุํ.
โพธิสตฺโต ปริคฺคณฺหนฺโต ‘‘ปจฺเจกพุทฺธเวสํ คเหตฺวา หตฺถิวีถิปริยนฺเต เอโก ปุริโส ติฏฺฐติ, กจฺจิ นุ โข โส มาเรติ, ปริคฺคณฺหิสฺสามิ น’’นฺติ เอกทิวสํ หตฺถี ปุรโต กตฺวา สยํ ปจฺฉโต อโหสิ. โส โพธิสตฺตํ ทิสฺวา อาวุธํ อาทาย ปกฺขนฺทิ. โพธิสตฺโต นิวตฺติตฺวา ฐิโต ‘‘ภูมิยํ โปเถตฺวา มาเรสฺสามิ น’’นฺติ โสณฺฑํ ปสาเรตฺวา เตน ปริทหิตานิ กาสาวานิ ทิสฺวา ‘‘อิมํ อรหทฺธชํ มยา ครุํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ โสณฺฑํ ปฏิสํหริตฺวา ‘‘อมฺโภ ปุริส, นนุ เอส อรหทฺธโช อนนุจฺฉวิโก ตุยฺหํ, กสฺมา เอตํ ปริทหสี’’ติ อิมา คาถา อโวจ –
๑๔๑. ‘‘อนิกฺกสาโว กาสาวํ, โย วตฺถํ ปริทหิสฺสติ;
อเปโต ทมสจฺเจน, น โส กาสาวมรหติ.
๑๔๒. ‘‘โย จ วนฺตกสาวสฺส, สีเลสุ สุสมาหิโต;
อุเปโต ทมสจฺเจน, ส เว กาสาวมรหตี’’ติ.
ตตฺถ อนิกฺกสาโวติ กสาโว วุจฺจติ ราโค โทโส โมโห มกฺโข ปฬาโส อิสฺสา มจฺฉริยํ มายา สาเฐยฺยํ ถมฺโภ สารมฺโภ มาโน อติมาโน มโท ปมาโท, สพฺเพ อกุสลา ธมฺมา สพฺเพ ทุจฺจริตา สพฺพํ ภวคามิกมฺมํ ทิยฑฺฒกิเลสสหสฺสํ, เอโส กสาโว นาม. โส ยสฺส ปุคฺคลสฺส อปฺปหีโน สนฺตานโต อนิสฺสฏฺโฐ อนิกฺขนฺโต, โส อนิกฺกสาโว นาม. กาสาวนฺติ กสายรสปีตํ อรหทฺธชภูตํ. โย วตฺถํ ปริทหิสฺสตีติ โย เอวรูโป หุตฺวา เอวรูปํ วตฺถํ ปริทหิสฺสติ นิวาเสติ เจว ปารุปติ จ. อเปโต ทมสจฺเจนาติ อินฺทฺริยทมสงฺขาเตน ทเมน จ นิพฺพานสงฺขาเตน จ ปรมตฺถสจฺเจน อเปโต ปริวชฺชิโต. นิสฺสกฺกตฺเถ วา กรณวจนํ, เอตสฺมา ทมสจฺจา อเปโตติ อตฺโถ. ‘‘สจฺจ’’นฺติ เจตฺถ วจีสจฺจํ จตุสจฺจมฺปิ วฏฺฏติเยว. น โส กาสาวมรหตีติ โส ปุคฺคโล อนิกฺกสาวตฺตา อรหทฺธชํ กาสาวํ น อรหติ อนนุจฺฉวิโก เอตสฺส.
โย จ วนฺตกสาวสฺสาติ โย ปน ปุคฺคโล ยถาวุตฺตสฺเสว กสาวสฺส วนฺตตฺตา วนฺตกสาโว อสฺส. สีเลสุ สุสมาหิโตติ มคฺคสีเลสุ เจว ผลสีเลสุ จ สมฺมา อาหิโต, อาเนตฺวา ฐปิโต วิย เตสุ ปติฏฺฐิโต. เตหิ สีเลหิ สมงฺคีภูตสฺเสตํ อธิวจนํ. อุเปโตติ สมนฺนาคโต. ทมสจฺเจนาติ วุตฺตปฺปกาเรน ทเมน จ สจฺเจน จ. ส เว กาสาวมรหตีติ โส เอวรูโป ปุคฺคโล อิมํ อรหทฺธชํ กาสาวํ อรหติ.
เอวํ โพธิสตฺโต ตสฺส ปุริสสฺส อิมํ การณํ กเถตฺวา ‘‘อิโต ปฏฺฐาย มา อิธ อาคมิ, อาคจฺฉสิ เจ, ชีวิตํ เต นตฺถี’’’ติ ตชฺเชตฺวา ปลาเปสิ.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา หตฺถิมารกปุริโส เทวทตฺโต อโหสิ, ยูถปติ ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.
กาสาวชาตกวณฺณนา ปฐมา.
[๒๒๒] ๒. จูฬนนฺทิยชาตกวณฺณนา
อิทํ ตทาจริยวโจติ อิทํ สตฺถา เวฬุวเน วิหรนฺโต เทวทตฺตํ อารพฺภ กเถสิ. เอกทิวสญฺหิ ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ – ‘‘อาวุโส, เทวทตฺโต นาม กกฺขโฬ ผรุโส สาหสิโก สมฺมาสมฺพุทฺเธ อภิมาเร ปโยเชสิ, สิลํ ปวิชฺฌิ, นาฬาคิรึ ปโยเชสิ, ขนฺติเมตฺตานุทฺทยมตฺตมฺปิสฺส ตถาคเต นตฺถี’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพปิ เทวทตฺโต กกฺขโฬ ผรุโส นิกฺการุณิโกเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต หิมวนฺตปเทเส มหานนฺทิโย นาม วานโร อโหสิ, กนิฏฺฐภาติโก ปนสฺส จูฬนนฺทิโย นาม. เต อุโภปิ อสีติสหสฺสวานรปริวารา หิมวนฺตปเทเส อนฺธมาตรํ ปฏิชคฺคนฺตา วาสํ กปฺเปสุํ. เต มาตรํ สยนคุมฺเพ ฐเปตฺวา อรญฺญํ ปวิสิตฺวา มธุรานิ ผลาผลานิ มาตุยา เปเสนฺติ. อาหรณกวานรา ตสฺสา น เทนฺติ, สา ขุทาปีฬิตา อฏฺฐิจมฺมาวเสสา กิสา อโหสิ. อถ นํ โพธิสตฺโต อาห – ‘‘มยํ, อมฺม, ตุมฺหากํ มธุรผลาผลานิ เปเสม, ตุเมฺห กสฺมา มิลายถา’’ติ. ‘‘ตาต, นาหํ ลภามี’’ติ. โพธิสตฺโต จินฺเตสิ – ‘‘มยิ ยูถํ ปริหรนฺเต มาตา เม นสฺสิสฺสติ, ยูถํ ปหาย มาตรํเยว ปฏิชคฺคิสฺสามี’’ติ. โส จูฬนนฺทิยํ ปกฺโกสิตฺวา ‘‘ตาต, ตฺวํ ยูถํ ปริหร, อหํ มาตรํ ปฏิชคฺคิสฺสามี’’ติ อาห. โสปิ นํ ‘‘ภาติก, มยฺหํ ยูถปริหรเณน กมฺมํ นตฺถิ, อหมฺปิ มาตรเมว ปฏิชคฺคิสฺสามี’’ติ อาห. อิติ เต อุโภปิ เอกจฺฉนฺทา หุตฺวา ยูถํ ปหาย มาตรํ คเหตฺวา หิมวนฺตา โอรุยฺห ปจฺจนฺเต นิโคฺรธรุกฺเข วาสํ กปฺเปตฺวา มาตรํ ปฏิชคฺคึสุ.
อเถโก พาราณสิวาสี พฺราหฺมณมาณโว ตกฺกสิลายํ ทิสาปาโมกฺขสฺส อาจริยสฺส สนฺติเก สพฺพสิปฺปานิ อุคฺคณฺหิตฺวา ‘‘คมิสฺสามี’’ติ อาจริยํ อาปุจฺฉิ. อาจริโย องฺควิชฺชานุภาเวน ตสฺส กกฺขฬผรุสสาหสิกภาวํ ญตฺวา ‘‘ตาต, ตฺวํ กกฺขโฬ ผรุโส สาหสิโก, เอวรูปานํ น สพฺพกาลํ เอกสทิสเมว อิชฺฌติ, มหาวินาสํ มหาทุกฺขํ ปาปุณิสฺสสิ, มา ตฺวํ กกฺขโฬ โหหิ, ปจฺฉานุตาปนการณํ กมฺมํ มา กรี’’ติ โอวทิตฺวา อุยฺโยเชสิ. โส อาจริยํ วนฺทิตฺวา พาราณสึ คนฺตฺวา ฆราวาสํ คเหตฺวา อญฺเญหิ สิปฺเปหิ ชีวิกํ กปฺเปตุํ อสกฺโกนฺโต ‘‘ธนุโกฏึ นิสฺสาย ชีวิสฺสามิ, ลุทฺทกมฺมํ กตฺวา ชีวิกํ กปฺเปสฺสามี’’ติ พาราณสิโต นิกฺขมิตฺวา ปจฺจนฺตคามเก วสนฺโต ธนุกลาปสนฺนทฺโธ อรญฺญํ ปวิสิตฺวา นานามิเค มาเรตฺวา มํสวิกฺกเยน ชีวิกํ กปฺเปสิ. โส เอกทิวสํ อรญฺเญ กิญฺจิ อลภิตฺวา อาคจฺฉนฺโต องฺคณปริยนฺเต ฐิตํ นิโคฺรธรุกฺขํ ทิสฺวา ‘‘อปิ นาเมตฺถ กิญฺจิ ภเวยฺยา’’ติ นิโคฺรธรุกฺขาภิมุโข ปายาสิ.
ตสฺมึ ขเณ อุโภปิ เต ภาตโร มาตรํ ผลานิ ขาทาเปตฺวา ปุรโต กตฺวา วิฏปพฺภนฺตเร นิสินฺนา ตํ อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ‘‘กึ โน มาตรํ กริสฺสตี’’ติ สาขนฺตเร นิลียึสุ. โสปิ โข สาหสิกปุริโส รุกฺขมูลํ อาคนฺตฺวา ตํ เตสํ มาตรํ ชราทุพฺพลํ อนฺธํ ทิสฺวา จินฺเตสิ – ‘‘กึ เม ตุจฺฉหตฺถคมเนน อิมํ มกฺกฏึ วิชฺฌิตฺวา คเหตฺวา คมิสฺสามี’’ติ. โส ตสฺสา วิชฺฌนตฺถาย ธนุํ คณฺหิ. ตํ ทิสฺวา โพธิสตฺโต ‘‘ตาต จูฬนนฺทิย, เอโส เม ปุริโส มาตรํ วิชฺฌิตุกาโม, อหมสฺสา ชีวิตทานํ ทสฺสามิ, ตฺวํ มมจฺจเยน มาตรํ ปฏิชคฺเคยฺยาสี’’ติ วตฺวา สาขนฺตรา นิกฺขมิตฺวา ‘‘โภ ปุริส, มา เม มาตรํ วิชฺฌิ, เอสา อนฺธา ชราทุพฺพลา, อหมสฺสา ชีวิตทานํ เทมิ, ตฺวํ เอตํ อมาเรตฺวา มํ มาเรหี’’ติ ตสฺส ปฏิญฺญํ คเหตฺวา สรสฺส อาสนฺนฏฺฐาเน นิสีทิ. โส นิกฺกรุโณ โพธิสตฺตํ วิชฺฌิตฺวา ปาเตตฺวา มาตรมฺปิสฺส วิชฺฌิตุํ ปุน ธนุํ สนฺนยฺหิ. ตํ ทิสฺวา จูฬนนฺทิโย ‘‘อยํ เม มาตรํ วิชฺฌิตุกาโม, เอกทิวสมฺปิ โข เม มาตา ชีวมานา ลทฺธชีวิตาเยว นาม โหติ, ชีวิตทานมสฺสา ทสฺสามี’’ติ สาขนฺตรา นิกฺขมิตฺวา ‘‘โภ ปุริส, มา เม มาตรํ วิชฺฌิ, อหมสฺสา ชีวิตทานํ ทมฺมิ, ตฺวํ มํ วิชฺฌิตฺวา อเมฺห เทฺว ภาติเก คเหตฺวา อมฺหากํ มาตุ ชีวิตทานํ เทหี’’ติ ตสฺส ปฏิญฺญํ คเหตฺวา สรสฺส อาสนฺนฏฺฐาเน นิสีทิ. โส ตมฺปิ วิชฺฌิตฺวา ปาเตตฺวา ‘‘อยํ มกฺกฏี ฆเร ทารกานํ ภวิสฺสตี’’ติ มาตรมฺปิ เตสํ วิชฺฌิตฺวา ปาเตตฺวา ตโยปิ กาเชนาทาย เคหาภิมุโข ปายาสิ.
อถสฺส ปาปปุริสสฺส เคเห อสนิ ปติตฺวา ภริยญฺจ เทฺว ทารเก จ เคเหเนว สทฺธึ ฌาเปสิ, ปิฏฺฐิวํสถูณมตฺตํ อวสิสฺสิ. อถสฺส นํ คามทฺวาเรเยว เอโก ปุริโส ทิสฺวา ตํ ปวตฺตึ อาโรเจสิ. โส ปุตฺตทารโสเกน อภิภูโต ตสฺมึเยว ฐาเน มํสกาชญฺช ธนุญฺจ ฉฑฺเฑตฺวา วตฺถํ ปหาย นคฺโค พาหา ปคฺคยฺห ปริเทวมาโน คนฺตฺวา ฆรํ ปาวิสิ. อถสฺส สา ถูณา ภิชฺชิตฺวา สีเส ปติตฺวา สีสํ ภินฺทิ, ปถวี วิวรํ อทาสิ, อวีจิโต ชาลา อุฏฺฐหิ. โส ปถวิยา คิลิยมาโน อาจริยสฺส โอวาทํ สริตฺวา ‘‘อิมํ วต การณํ ทิสฺวา ปาราสริยพฺราหฺมโณ มยฺหํ โอวาทมทาสี’’ติ ปริเทวมาโน อิมํ คาถาทฺวยมาห –
๑๔๓. ‘‘อิทํ ตทาจริยวโจ, ปาราสริโย ยทพฺรวิ;
มาสุ ตฺวํ อกริ ปาปํ, ยํ ตฺวํ ปจฺฉา กตํ ตเป.
๑๔๔. ‘‘ยานิ กโรติ ปุริโส, ตานิ อตฺตนิ ปสฺสติ;
กลฺยาณการี กลฺยาณํ, ปาปการี จ ปาปกํ;
ยาทิสํ วปเต พีชํ, ตาทิสํ หรเต ผล’’นฺติ.
ตสฺสตฺโถ – ยํ ปาราสริโย พฺราหฺมโณ อพฺรวิ – ‘‘มาสุ ตฺวํ ปาปํ อกรี, ยํ กตํ ปจฺฉา ตฺวญฺเญว ตเปยฺยา’’ติ, อิทํ ตํ อาจริยสฺส วจนํ. ยานิ กายวจีมโนทฺวาเรหิ กมฺมานิ ปุริโส กโรติ, เตสํ วิปากํ ปฏิลภนฺโต ตานิเยว อตฺตนิ ปสฺสติ. กลฺยาณกมฺมการี กลฺยาณํ ผลมนุโภติ, ปาปการี จ ปาปกเมว หีนํ ลามกํ อนิฏฺฐผลํ อนุโภติ. โลกสฺมิมฺปิ หิ ยาทิสํ วปเต พีชํ, ตาทิสํ หรเต ผลํ, พีชานุรูปํ พีชานุจฺฉวิกเมว ผลํ หรติ คณฺหาติ อนุภวตีติ. อิติ โส ปริเทวนฺโต ปถวึ ปวิสิตฺวา อวีจิมหานิรเย นิพฺพตฺติ.
สตฺถา ‘‘น, ภิกฺขเว, เทวทตฺโต อิทาเนว, ปุพฺเพปิ กกฺขโฬ ผรุโส นิกฺการุณิโกเยวา’’ติ วตฺวา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา ลุทฺทกปุริโส เทวทตฺโต อโหสิ, ทิสาปาโมกฺโข อาจริโย สาริปุตฺโต, จูฬนนฺทิโย อานนฺโท, มาตา มหาปชาปติโคตมี, มหานนฺทิโย ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.
จูฬนนฺทิยชาตกวณฺณนา ทุติยา.
[๒๒๓] ๓. ปุฏภตฺตชาตกวณฺณนา
นเม นมนฺตสฺส ภเช ภชนฺตนฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ กุฏุมฺพิกํ อารพฺภ กเถสิ. สาวตฺถินครวาสี กิเรโก กุฏุมฺพิโก เอเกน ชนปทกุฏุมฺพิเกน สทฺธึ โวหารํ อกาสิ. โส อตฺตโน ภริยํ อาทาย ตสฺส ธารณกสฺส สนฺติกํ อคมาสิ. ธารณโก ‘‘ทาตุํ น สกฺโกมี’’ติ น กิญฺจิ อทาสิ, อิตโร กุชฺฌิตฺวา ภตฺตํ อภุญฺชิตฺวาว นิกฺขมิ. อถ นํ อนฺตรามคฺเค ฉาตชฺฌตฺตํ ทิสฺวา มคฺคปฏิปนฺนา ปุริสา ‘‘ภริยายปิ ทตฺวา ภุญฺชาหี’’ติ ภตฺตปุฏํ อทํสุ. โส ตํ คเหตฺวา ตสฺสา อทาตุกาโม หุตฺวา ‘‘ภทฺเท, อิทํ โจรานํ ติฏฺฐนฏฺฐานํ, ตฺวํ ปุรโต ยาหี’’ติ อุยฺโยเชตฺวา สพฺพํ ภตฺตํ ภุญฺชิตฺวา ตุจฺฉปุฏํ ทสฺเสตฺวา ‘‘ภทฺเท, อภตฺตกํ ตุจฺฉปุฏเมว อทํสู’’ติ อาห. สา เตน เอกเกเนว ภุตฺตภาวํ ญตฺวา โทมนสฺสปฺปตฺตา อโหสิ. เต อุโภปิ เชตวนปิฏฺฐิวิหาเรน คจฺฉนฺตา ‘‘ปานียํ ปิวิสฺสามา’’ติ เชตวนํ ปวิสึสุ.
สตฺถาปิ เตสญฺเญว อาคมนํ โอโลเกนฺโต มคฺคํ คเหตฺวา ฐิตลุทฺทโก วิย คนฺธกุฏิฉายาย นิสีทิ, เต สตฺถารํ ทิสฺวา อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา นิสีทึสุ. สตฺถา เตหิ สทฺธึ ปฏิสนฺถารํ กตฺวา ‘‘กึ, อุปาสิเก, อยํ เต ภตฺตา หิตกาโม สเสฺนโห’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘ภนฺเต, อหํ เอตสฺส สเสฺนหา, อยํ ปน มยฺหํ นิเสฺนโห, ติฏฺฐนฺตุ อญฺเญปิ ทิวสา, อชฺเชเวส อนฺตรามคฺเค ปุฏภตฺตํ ลภิตฺวา มยฺหํ อทตฺวา อตฺตนาว ภุญฺชี’’ติ. ‘‘อุปาสิเก, นิจฺจกาลมฺปิ ตฺวํ เอตสฺส หิตกามา สเสฺนหา, อยํ ปน นิเสฺนโหว. ยทา ปน ปณฺฑิเต นิสฺสาย ตว คุเณ ชานาติ, ตทา เต สพฺพิสฺสริยํ นิยฺยาเทตี’’ติ วตฺวา ตาย ยาจิโต อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต อมจฺจกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต ตสฺส อตฺถธมฺมานุสาสโก อโหสิ. อถ ราชา ‘‘ปทุพฺเภยฺยาปิ เม อย’’นฺติ อตฺตโน ปุตฺตํ อาสงฺกนฺโต นีหริ. โส อตฺตโน ภริยํ คเหตฺวา นครา นิกฺขมฺม เอกสฺมึ กาสิกคามเก วาสํ กปฺเปสิ. โส อปรภาเค ปิตุ กาลกตภาวํ สุตฺวา ‘‘กุลสนฺตกํ รชฺชํ คณฺหิสฺสามี’’ติ พาราณสึ ปจฺจาคจฺฉนฺโต อนฺตรามคฺเค ‘‘ภริยายปิ ทตฺวา ภุญฺชาหี’’ติ ภตฺตปุฏํ ลภิตฺวา ตสฺสา อทตฺวา สยเมว ตํ ภุญฺชิ. สา ‘‘กกฺขโฬ วตายํ ปุริโส’’ติ โทมนสฺสปฺปตฺตา อโหสิ. โส พาราณสิยํ รชฺชํ คเหตฺวา ตํ อคฺคมเหสิฏฺฐาเน ฐเปตฺวา ‘‘เอตฺตกเมว เอติสฺสา อล’’นฺติ น อญฺญํ สกฺการํ วา สมฺมานํ วา กโรติ, ‘‘กถํ ยาเปสี’’ติปิ นํ น ปุจฺฉติ.
โพธิสตฺโต จินฺเตสิ – ‘‘อยํ เทวี รญฺโญ พหูปการา สเสฺนหา, ราชา ปเนตํ กิสฺมิญฺจิ น มญฺญติ, สกฺการสมฺมานมสฺสา กาเรสฺสามี’’ติ ตํ อุปสงฺกมิตฺวา อุปจารํ กตฺวา เอกมนฺตํ ฐตฺวา ‘‘กึ, ตาตา’’ติ วุตฺเต ‘‘กถํ สมุฏฺฐาเปตุํ มยํ, เทวิ, ตุเมฺห อุปฏฺฐหาม, กึ นาม มหลฺลกานํ ปิตูนํ วตฺถขณฺฑํ วา ภตฺตปิณฺฑํ วา ทาตุํ น วฏฺฏตี’’ติ อาห. ‘‘ตาต, อหํ อตฺตนาว กิญฺจิ น ลภามิ, ตุมฺหากํ กึ ทสฺสามิ, นนุ ลภนกาเล อทาสึ, อิทานิ ปน เม ราชา น กิญฺจิ เทติ. ติฏฺฐตุ อญฺญํ ทานํ, รชฺชํ คณฺหิตุํ อาคจฺฉนฺโต อนฺตรามคฺเค ภตฺตปุฏํ ลภิตฺวา ภตฺตมตฺตมฺปิ เม อทตฺวา อตฺตนาว ภุญฺชี’’ติ. ‘‘กึ ปน, อมฺม, รญฺโญ สนฺติเก เอวํ กเถตุํ สกฺขิสฺสถา’’ติ? ‘‘สกฺขิสฺสามิ, ตาตา’’ติ. ‘‘เตน หิ อชฺเชว มม รญฺโญ สนฺติเก ฐิตกาเล มยิ ปุจฺฉนฺเต เอวํ กเถถ อชฺเชว โว คุณํ ชานาเปสฺสามี’’ติ เอวํ วตฺวา โพธิสตฺโต ปุริมตรํ คนฺตฺวา รญฺโญ สนฺติเก อฏฺฐาสิ. สาปิ คนฺตฺวา รญฺโญ สมีเป อฏฺฐาสิ.
อถ นํ โพธิสตฺโต ‘‘อมฺม, ตุเมฺห อติวิย กกฺขฬา, กึ นาม ปิตูนํ วตฺถขณฺฑํ วา ภตฺตปิณฺฑมตฺตํ วา ทาตุํ น วฏฺฏตี’’ติ อาห. ‘‘ตาต, อหเมว รญฺโญ สนฺติกา กิญฺจิ น ลภามิ, ตุมฺหากํ กึ ทสฺสามี’’ติ? ‘‘นนุ อคฺคมเหสิฏฺฐานํ เต ลทฺธ’’นฺติ? ‘‘ตาต, กิสฺมิญฺจิ สมฺมาเน อสติ อคฺคมเหสิฏฺฐานํ กึ กริสฺสติ, อิทานิ เม ตุมฺหากํ ราชา กึ ทสฺสติ, โส อนฺตรามคฺเค ภตฺตปุฏํ ลภิตฺวา ตโต กิญฺจิ อทตฺวา สยเมว ภุญฺชี’’ติ. โพธิสตฺโต ‘‘เอวํ กิร, มหาราชา’’ติ ปุจฺฉิ. ราชา อธิวาเสสิ. โพธิสตฺโต ตสฺส อธิวาสนํ วิทิตฺวา ‘‘เตน หิ, อมฺม, รญฺโญ อปฺปิยกาลโต ปฏฺฐาย กึ ตุมฺหากํ อิธ วาเสน. โลกสฺมิญฺหิ อปฺปิยสมฺปโยโค จ ทุกฺโข, ตุมฺหากํ อิธ วาเส สติ รญฺโญ อปฺปิยสมฺปโยโคว ทุกฺขํ ภวิสฺสติ, อิเม สตฺตา นาม ภชนฺเต ภชนฺติ, อภชนภาวํ ญตฺวา อญฺญตฺถ คนฺตพฺพํ, มหนฺโต โลกสนฺนิวาโส’’ติ วตฺวา อิมา คาถา อโวจ –
๑๔๕. ‘‘นเม นมนฺตสฺส ภเช ภชนฺตํ, กิจฺจานุกุพฺพสฺส กเรยฺย กิจฺจํ;
นานตฺถกามสฺส กเรยฺย อตฺถํ, อสมฺภชนฺตมฺปิ น สมฺภเชยฺย.
๑๔๖. ‘‘จเช จชนฺตํ วนถํ น กยิรา, อเปตจิตฺเตน น สมฺภเชยฺย;
ทิโช ทุมํ ขีณผลนฺติ ญตฺวา, อญฺญํ สเมกฺเขยฺย มหา หิ โลโก’’ติ.
ตตฺถ นเม นมนฺตสฺส ภเช ภชนฺตนฺติ โย อตฺตโน นมติ, ตสฺเสว ปฏินเมยฺย. โย จ ภชติ, ตเมว ภเชยฺย. กิจฺจานุกุพฺพสฺส กเรยฺย กิจฺจนฺติ อตฺตโน อุปฺปนฺนกิจฺจํ อนุกุพฺพนฺตสฺเสว ตสฺสปิ อุปฺปนฺนกิจฺจํ ปฏิกเรยฺย. จเช จชนฺตํ วนถํ น กยิราติ อตฺตานํ ชหนฺตํ ชเหยฺเยว, ตสฺมึ ตณฺหาสงฺขาตํ วนถํ น กเรยฺย. อเปตจิตฺเตนาติ วิคตจิตฺเตน วิปลฺลตฺถจิตฺเตน. น สมฺภเชยฺยาติ ตถารูเปน สทฺธึ น สมาคจฺเฉยฺย. ทิโช ทุมนฺติ ยถา สกุโณ ปุพฺเพ ผลิตมฺปิ รุกฺขํ ผเล ขีเณ ‘‘ขีณผโล อย’’นฺติ ญตฺวา ตํ ฉฑฺเฑตฺวา อญฺญํ สเมกฺขติ ปริเยสติ, เอวํ อญฺญํ สเมกฺเขยฺย. มหา หิ เอส โลโก, อถ ตุเมฺห สเสฺนหํ เอกํ ปุริสํ ลภิสฺสถาติ.
ตํ สุตฺวา พาราณสิราชา เทวิยา สพฺพิสฺสริยํ อทาสิ. ตโต ปฏฺฐาย สมคฺคา สมฺโมทมานา วสึสุ.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ, สจฺจปริโยสาเน เทฺว ชยมฺปติกา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหึสุ. ‘‘ตทา ชยมฺปติกา อิเม เทฺว ชยมฺปติกา อเหสุํ, ปณฺฑิตามจฺโจ ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.
ปุฏภตฺตชาตกวณฺณนา ตติยา.
[๒๒๔] ๔. กุมฺภิลชาตกวณฺณนา
ยสฺเสเต จตุโร ธมฺมาติ อิทํ สตฺถา เวฬุวเน วิหรนฺโต เทวทตฺตํ อารพฺภ กเถสิ.
๑๔๗. ‘‘ยสฺเสเต จตุโร ธมฺมา, วานรินฺท ยถา ตว;
สจฺจํ ธมฺโม ธิติ จาโค, ทิฏฺฐํ โส อติวตฺตติ.
๑๔๘. ‘‘ยสฺส เจเต น วิชฺชนฺติ, คุณา ปรมภทฺทกา;
สจฺจํ ธมฺโม ธิติ จาโค, ทิฏฺฐํ โส นาติวตฺตตี’’ติ.
ตตฺถ คุณา ปรมภทฺทกาติ ยสฺส เอเต ปรมภทฺทกา จตฺตาโร ราสฏฺเฐน ปิณฺฑฏฺเฐน คุณา น วิชฺชนฺติ, โส ปจฺจามิตฺตํ อติกฺกมิตุํ น สกฺโกตีติ. เสสเมตฺถ สพฺพํ เหฏฺฐา กุมฺภิลชาตเก วุตฺตนยเมว สทฺธึ สโมธาเนนาติ.
กุมฺภิลชาตกวณฺณนา จตุตฺถา.
[๒๒๕] ๕. ขนฺติวณฺณชาตกวณฺณนา
อตฺถิ เม ปุริโส, เทวาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต โกสลราชานํ อารพฺภ กเถสิ. ตสฺส กิเรโก พหูปกาโร อมจฺโจ อนฺเตปุเร ปทุสฺสิ. ราชา ‘‘อุปการโก เม’’ติ ญตฺวาปิ อธิวาเสตฺวา สตฺถุ อาโรเจสิ. สตฺถา ‘‘โปราณกราชาโนปิ, มหาราช, เอวํ อธิวาเสสุํเยวา’’ติ วตฺวา เตน ยาจิโต อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต เอโก อมจฺโจ ตสฺส อนฺเตปุเร ปทุสฺสิ, อมจฺจสฺสาปิ เสวโก ตสฺส เคเห ปทุสฺสิ. โส ตสฺส อปราธํ อธิวาเสตุํ อสกฺโกนฺโต ตํ อาทาย รญฺโญ สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘เทว, เอโก เม อุปฏฺฐาโก สพฺพกิจฺจการโก, โส มยฺหํ เคเห ปทุสฺสิ, ตสฺส กึ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ ปุจฺฉนฺโต ปฐมํ คาถมาห –
๑๔๙. ‘‘อตฺถิ เม ปุริโส เทว, สพฺพกิจฺเจสุ พฺยาวโฏ;
ตสฺส เจโกปราธตฺถิ, ตตฺถ ตฺวํ กินฺติ มญฺญสี’’ติ.
ตตฺถ ตสฺส เจโกปราธตฺถีติ ตสฺส จ ปุริสสฺส เอโก อปราโธ อตฺถิ. ตตฺถ ตฺวํ กินฺติ มญฺญสีติ ตตฺถ ตสฺส ปุริสสฺส อปราเธ ตฺวํ ‘‘กึ กาตพฺพ’’นฺติ มญฺญสิ, ยถา เต จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ, ตทนุรูปมสฺส ทณฺฑํ ปเณหีติ ทีเปติ.
ตํ สุตฺวา ราชา ทุติยํ คาถมาห –
๑๕๐. ‘‘อมฺหากมฺปตฺถิ ปุริโส, เอทิโส อิธ วิชฺชติ;
ทุลฺลโภ องฺคสมฺปนฺโน, ขนฺติรสฺมาก รุจฺจตี’’ติ.
ตสฺสตฺโถ – อมฺหากมฺปิ ราชูนํ สตํ เอทิโส พหูปกาโร อคาเร ทุสฺสนกปุริโส อตฺถิ, โส จ โข อิธ วิชฺชติ, อิทานิปิ อิเธว สํวิชฺชติ, มยํ ราชาโนปิ สมานา ตสฺส พหูปการตํ สนฺธาย อธิวาเสม, ตุยฺหํ ปน อรญฺโญปิ สโต อธิวาสนภาโร ชาโต. องฺคสมฺปนฺโน หิ สพฺเพหิ คุณโกฏฺฐาเสหิ สมนฺนาคโต ปุริโส นาม ทุลฺลโภ, เตน การเณน อสฺมากํ เอวรูเปสุ ฐาเนสุ อธิวาสนขนฺติเยว รุจฺจตีติ.
อมจฺโจ อตฺตานํ สนฺธาย รญฺโญ วุตฺตภาวํ ญตฺวา ตโต ปฏฺฐาย อนฺเตปุเร ปทุสฺสิตุํ น วิสหิ, โสปิสฺส เสวโก รญฺโญ อาโรจิตภาวํ ญตฺวา ตโต ปฏฺฐาย ตํ กมฺมํ กาตุํ น วิสหิ.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา อหเมว พาราณสิราชา อโหสิ’’นฺติ. โสปิ อมจฺโจ รญฺโญ สตฺถุ กถิตภาวํ ญตฺวา ตโต ปฏฺฐาย ตํ กมฺมํ กาตุํ นาสกฺขีติ.
ขนฺติวณฺณชาตกวณฺณนา ปญฺจมา.
[๒๒๖] ๖. โกสิยชาตกวณฺณนา
กาเล นิกฺขมนา สาธูติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต โกสลราชานํ อารพฺภ กเถสิ. โกสลราชา ปจฺจนฺตวูปสมนตฺถาย อกาเล นิกฺขมิ. วตฺถุ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว.
สตฺถา ปน อตีตํ อาหริตฺวา อาห – ‘‘มหาราช, อตีเต พาราณสิราชา อกาเล นิกฺขมิตฺวา อุยฺยาเน ขนฺธาวารํ นิเวสยิ. ตสฺมึ กาเล เอโก อุลูกสกุโณ เวฬุคุมฺพํ ปวิสิตฺวา นิลียิ. กากเสนา อาคนฺตฺวา ‘นิกฺขนฺตเมว ตํ คณฺหิสฺสามา’’’ติ ปริวาเรสิ. โส สูริยตฺถงฺคมนํ อโนโลเกตฺวา อกาเลเยว นิกฺขมิตฺวา ปลายิตุํ อารภิ. อถ นํ กากา ปริวาเรตฺวา ตุณฺเฑหิ โกฏฺเฏนฺตา ปริปาเตสุํ. ราชา โพธิสตฺตํ อามนฺเตตฺวา ‘‘กึ นุ โข, ปณฺฑิต, อิเม กากา โกสิยํ ปริปาเตนฺตี’’ติ ปุจฺฉิ. โพธิสตฺโต ‘‘อกาเล, มหาราช, อตฺตโน วสนฏฺฐานา นิกฺขมนฺตา เอวรูปํ ทุกฺขํ ปฏิลภนฺติเยว, ตสฺมา อกาเล อตฺตโน วสนฏฺฐานา นิกฺขมิตุํ น วฏฺฏตี’’ติ อิมมตฺถํ ปกาเสนฺโต อิมํ คาถาทฺวยมาห –
๑๕๑. ‘‘กาเล นิกฺขมนา สาธุ, นากาเล สาธุ นิกฺขโม;
อกาเลน หิ นิกฺขมฺม, เอกกมฺปิ พหุชฺชโน;
น กิญฺจิ อตฺถํ โชเตติ, ธงฺกเสนาว โกสิยํ.
๑๕๒. ‘‘ธีโร จ วิธิวิธานญฺญู, ปเรสํ วิวรานุคู;
สพฺพามิตฺเต วสีกตฺวา, โกสิโยว สุขี สิยา’’ติ.
ตตฺถ กาเล นิกฺขมนา สาธูติ, มหาราช, นิกฺขมนา นาม นิกฺขมนํ วา ปรกฺกมนํ วา ยุตฺตปยุตฺตกาเล สาธุ. นากาเล สาธุ นิกฺขโมติ อกาเล ปน อตฺตโน วสนฏฺฐานโต อญฺญตฺถ คนฺตุํ นิกฺขโม นาม นิกฺขมนํ วา ปรกฺกมนํ วา น สาธุ. ‘‘อกาเลน หี’’ติอาทีสุ จตูสุ ปเทสุ ปฐเมน สทฺธึ ตติยํ, ทุติเยน จตุตฺถํ โยเชตฺวา เอวํ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อตฺตโน วสนฏฺฐานโต หิ โกจิ ปุริโส อกาเลน นิกฺขมิตฺวา วา ปรกฺกมิตฺวา วา น กิญฺจิ อตฺถํ โชเตติ, อตฺตโน อปฺปมตฺตกมฺปิ วุฑฺฒึ อุปฺปาเทตุํ น สกฺโกติ, อถ โข เอกกมฺปิ พหุชฺชโน พหุปิ โส ปจฺจตฺถิกชโน เอตํ อกาเล นิกฺขมนฺตํ วา ปรกฺกมนฺตํ วา เอกกํ ปริวาเรตฺวา มหาวินาสํ ปาเปติ. ตตฺรายํ อุปมา – ธงฺกเสนาว โกสิยํ, ยถา อยํ ธงฺกเสนา อิมํ อกาเล นิกฺขมนฺตญฺจ ปรกฺกมนฺตญฺจ โกสิยํ ตุณฺเฑหิ วิตุทนฺติ มหาวินาสํ ปาเปนฺติ, ตถา ตสฺมา ติรจฺฉานคเต อาทึ กตฺวา เกนจิ อกาเล อตฺตโน วสนฏฺฐานโต น นิกฺขมิตพฺพํ น ปรกฺกมิตพฺพนฺติ.
ทุติยคาถาย ธีโรติ ปณฺฑิโต. วิธีติ โปราณกปณฺฑิเตหิ ฐปิตปเวณี. วิธานนฺติ โกฏฺฐาโส วา สํวิทหนํ วา. วิวรานุคูติ วิวรํ อนุคจฺฉนฺโต ชานนฺโต. สพฺพามิตฺเตติ สพฺเพ อมิตฺเต. วสีกตฺวาติ อตฺตโน วเส กตฺวา. โกสิโยวาติ อิมมฺหา พาลโกสิยา อญฺโญ ปณฺฑิตโกสิโย วิย. อิทํ วุตฺตํ โหติ – โย จ โข ปณฺฑิโต ‘‘อิมสฺมึ กาเล นิกฺขมิตพฺพํ ปรกฺกมิตพฺพํ, อิมสฺมึ น นิกฺขมิตพฺพํ น ปรกฺกมิตพฺพ’’นฺติ โปราณกปณฺฑิเตหิ ฐปิตสฺส ปเวณิสงฺขาตสฺส วิธิโน โกฏฺฐาสสงฺขาตํ วิธานํ วา ตสฺส วา วิธิโน วิธานํ สํวิทหนํ อนุฏฺฐานํ ชานาติ, โส วิธิวิธานญฺญู ปเรสํ อตฺตโน ปจฺจามิตฺตานํ วิวรํ ญตฺวา ยถา นาม ปณฺฑิโต โกสิโย รตฺติสงฺขาเต อตฺตโน กาเล นิกฺขมิตฺวา จ ปรกฺกมิตฺวา จ ตตฺถ ตตฺถ สยิตานญฺเญว กากานํ สีสานิ ฉินฺทมาโน เต สพฺเพ อมิตฺเต วสีกตฺวา สุขี สิยา, เอวํ ธีโรปิ กาเล นิกฺขมิตฺวา ปรกฺกมิตฺวา อตฺตโน ปจฺจามิตฺเต วสีกตฺวา สุขี นิทฺทุกฺโข ภเวยฺยาติ. ราชา โพธิสตฺตสฺส วจนํ สุตฺวา นิวตฺติ.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา ราชา อานนฺโท อโหสิ, ปณฺฑิตามจฺโจ ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.
โกสิยชาตกวณฺณนา ฉฏฺฐา.
[๒๒๗] ๗. คูถปาณชาตกวณฺณนา
สูโร สูเรน สงฺคมฺมาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อญฺญตรํ ภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ. ตสฺมึ กิร กาเล เชตวนโต ติคาวุตฑฺฒโยชนมตฺเต เอโก นิคมคาโม, ตตฺถ พหูนิ สลากภตฺตปกฺขิยภตฺตานิ อตฺถิ. ตเตฺรโก ปญฺหปุจฺฉโก โกณฺโฑ วสติ. โส สลากภตฺตปกฺขิยภตฺตานํ อตฺถาย อาคเต ทหเร จ สามเณเร จ ‘‘เก ขาทนฺติ, เก ปิวนฺติ, เก ภุญฺชนฺตี’’ติ ปญฺหํ ปุจฺฉิตฺวา กเถตุํ อสกฺโกนฺเต ลชฺชาเปสิ. เต ตสฺส ภเยน สลากภตฺตปกฺขิยภตฺตตฺถาย ตํ คามํ น คจฺฉนฺติ. อเถกทิวสํ เอโก ภิกฺขุ สลากคฺคํ คนฺตฺวา ‘‘ภนฺเต, อสุกคาเม สลากภตฺตํ วา ปกฺขิยภตฺตํ วา อตฺถี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อตฺถาวุโส, ตตฺถ ปเนโก โกณฺโฑ ปญฺหํ ปุจฺฉติ, ตํ กเถตุํ อสกฺโกนฺเต อกฺโกสติ ปริภาสติ, ตสฺส ภเยน โกจิ คนฺตุํ น สกฺโกตี’’ติ วุตฺเต ‘‘ภนฺเต, ตตฺถ ภตฺตานิ มยฺหํ ปาเปถ, อหํ ตํ ทเมตฺวา นิพฺพิเสวนํ กตฺวา ตโต ปฏฺฐาย ตุเมฺห ทิสฺวา ปลายนกํ กริสฺสามี’’ติ อาห. ภิกฺขู ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ตสฺส ตตฺถ ภตฺตานิ ปาเปสุํ.
โส ตตฺถ คนฺตฺวา คามทฺวาเร จีวรํ ปารุปิ. ตํ ทิสฺวา โกณฺโฑ จณฺฑเมณฺฑโก วิย เวเคน อุปคนฺตฺวา ‘‘ปญฺหํ เม, สมณ, กเถหี’’ติ อาห. ‘‘อุปาสก, คาเม จริตฺวา ยาคุํ อาทาย อาสนสาลํ ตาว เม อาคนฺตุํ เทหี’’ติ. โส ยาคุํ อาทาย อาสนสาลํ อาคเตปิ ตสฺมึ ตเถว อาห. โสปิ นํ ภิกฺขุ ‘‘ยาคุํ ตาว เม ปาตุํ เทหิ, อาสนสาลํ ตาว สมฺมชฺชิตุํ เทหิ, สลากภตฺตํ ตาว เม อาหริตุํ เทหี’’ติ วตฺวา สลากภตฺตํ อาหริตฺวา ตเมว ปตฺตํ คาหาเปตฺวา ‘‘เอหิ, ปญฺหํ เต กเถสฺสามี’’ติ พหิคามํ เนตฺวา จีวรํ สํหริตฺวา อํเส ฐเปตฺวา ตสฺส หตฺถโต ปตฺตํ คเหตฺวา อฏฺฐาสิ. ตตฺราปิ นํ โส ‘‘สมณ, ปญฺหํ เม กเถหี’’ติ อาห. อถ นํ ‘‘กเถมิ เต ปญฺห’’นฺติ เอกปฺปหาเรเนว ปาเตตฺวา อฏฺฐีนิ สํจุณฺเณนฺโต วิย โปเถตฺวา คูถํ มุเข ปกฺขิปิตฺวา ‘‘อิโต ทานิ ปฏฺฐาย อิมํ คามํ อาคตํ กญฺจิ ภิกฺขุํ ปญฺหํ ปุจฺฉิตกาเล ชานิสฺสามี’’ติ สนฺตชฺเชตฺวา ปกฺกามิ. โส ตโต ปฏฺฐาย ภิกฺขู ทิสฺวาว ปลายติ. อปรภาเค ตสฺส ภิกฺขุโน สา กิริยา ภิกฺขุสงฺเฆ ปากฏา ชาตา. อเถกทิวสํ ธมฺมสภายํ ภิกฺขู กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ – ‘‘อาวุโส, อสุกภิกฺขุ กิร โกณฺฑสฺส มุเข คูถํ ปกฺขิปิตฺวา คโต’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, โส ภิกฺขุ อิทาเนว ตํ มีเฬฺหน อาสาเทติ, ปุพฺเพปิ อาสาเทสิเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.
อตีเต องฺคมคธวาสิโน อญฺญมญฺญสฺส รฏฺฐํ คจฺฉนฺตา เอกทิวสํ ทฺวินฺนํ รฏฺฐานํ สีมนฺตเร เอกํ สรํ นิสฺสาย วสิตฺวา สุรํ ปิวิตฺวา มจฺฉมํสํ ขาทิตฺวา ปาโตว ยานานิ โยเชตฺวา ปกฺกมึสุ. เตสํ คตกาเล เอโก คูถขาทโก ปาณโก คูถคนฺเธน อาคนฺตฺวา เตสํ ปีตฏฺฐาเน ฉฑฺฑิตํ สุรํ ทิสฺวา ปิปาสาย ปิวิตฺวา มตฺโต หุตฺวา คูถปุญฺชํ อภิรุหิ, อลฺลคูถํ ตสฺมึ อารุเฬฺห โถกํ โอนมิ. โส ‘‘ปถวี มํ ธาเรตุํ น สกฺโกตี’’ติ วิรวิ. ตสฺมิญฺเญว ขเณ เอโก มตฺตวรวารโณ ตํ ปเทสํ ปตฺวา คูถคนฺธํ ฆายิตฺวา ชิคุจฺฉนฺโต ปฏิกฺกมิ. โส ตํ ทิสฺวา ‘‘เอส มม ภเยน ปลายตี’’ติ สญฺญี หุตฺวา ‘‘อิมินา เม สทฺธึ สงฺคามํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ ตํ อวฺหยนฺโต ปฐมํ คาถมาห –
๑๕๓. ‘‘สูโร สูเรน สงฺคมฺม, วิกฺกนฺเตน ปหารินา;
เอหิ นาค นิวตฺตสฺสุ, กึ นุ ภีโต ปลายสิ;
ปสฺสนฺตุ องฺคมคธา, มม ตุยฺหญฺจ วิกฺกม’’นฺติ.
ตสฺสตฺโถ – ตฺวํ สูโร มยา สูเรน สทฺธึ สมาคนฺตฺวา วีริยวิกฺกเมน วิกฺกนฺเตน ปหารทานสมตฺถตาย ปหารินา กึการณา อสงฺคาเมตฺวาว คจฺฉสิ, นนุ นาม เอกสมฺปหาโรปิ ทาตพฺโพ สิยา, ตสฺมา เอหิ นาค นิวตฺตสฺสุ, เอตฺตเกเนว มรณภยตชฺชิโต หุตฺวา กึ นุ ภีโต ปลายสิ, อิเม อิมํ สีมํ อนฺตรํ กตฺวา วสนฺตา ปสฺสนฺตุ, องฺคมคธา มม ตุยฺหญฺจ วิกฺกมํ อุภินฺนมฺปิ อมฺหากํ ปรกฺกมํ ปสฺสนฺตูติ.
โส หตฺถี กณฺณํ ทตฺวา ตสฺส วจนํ สุตฺวา นิวตฺติตฺวา ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ตํ อปสาเทนฺโต ทุติยํ คาถมาห –
๑๕๔. ‘‘น ตํ ปาทา วธิสฺสามิ, น ทนฺเตหิ น โสณฺฑิยา;
มีเฬฺหน ตํ วธิสฺสามิ, ปูติ หญฺญตุ ปูตินา’’ติ.
ตสฺสตฺโถ – น ตํ ปาทาทีหิ วธิสฺสามิ, ตุยฺหํ ปน อนุจฺฉวิเกน มีเฬฺหน ตํ วธิสฺสามีติ.
เอวญฺจ ปน วตฺวา ‘‘ปูติคูถปาณโก ปูตินาว หญฺญตู’’ติ ตสฺส มตฺถเก มหนฺตํ ลณฺฑํ ปาเตตฺวา อุทกํ วิสฺสชฺเชตฺวา ตตฺเถว ตํ ชีวิตกฺขยํ ปาเปตฺวา โกญฺจนาทํ นทนฺโต อรญฺญเมว ปาวิสิ.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา คูถปาณโก โกณฺโฑ อโหสิ, วารโณ โส ภิกฺขุ, ตํ การณํ ปจฺจกฺขโต ทิสฺวา ตสฺมึ วนสณฺเฑ นิวุตฺถเทวตา ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.
คูถปาณชาตกวณฺณนา สตฺตมา.
[๒๒๘] ๘. กามนีตชาตกวณฺณนา
ตโย คิรินฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต กามนีตพฺราหฺมณํ นาม อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ ปจฺจุปฺปนฺนญฺจ อตีตญฺจ ทฺวาทสกนิปาเต กามชาตเก (ชา. ๑.๑๒.๓๗ อาทโย) อาวิภวิสฺสติ. เตสุ ปน ทฺวีสุ ราชปุตฺเตสุ เชฏฺฐโก อาคนฺตฺวา พาราณสิยํ ราชา อโหสิ, กนิฏฺโฐ อุปราชา. เตสุ ราชา วตฺถุกามกิเลสกาเมสุ อติตฺโต ธนโลโล อโหสิ. ตทา โพธิสตฺโต สกฺโก เทวราชา หุตฺวา ชมฺพุทีปํ โอโลเกนฺโต ตสฺส รญฺโญ ทฺวีสุปิ กาเมสุ อติตฺตภาวํ ญตฺวา ‘‘อิมํ ราชานํ นิคฺคณฺหิตฺวา ลชฺชาเปสฺสามี’’ติ พฺราหฺมณมาณววณฺเณน อาคนฺตฺวา ราชานํ ปสฺสิ, รญฺญา จ ‘‘เกนตฺเถน อาคโตสิ มาณวา’’ติ วุตฺเต ‘‘อหํ, มหาราช, ตีณิ นครานิ ปสฺสามิ เขมานิ สุภิกฺขานิ ปหูตหตฺถิอสฺสรถปตฺตีนิ หิรญฺญสุวณฺณาลงฺการภริตานิ, สกฺกา จ ปน ตานิ อปฺปเกเนว พเลน คณฺหิตุํ, อหํ เต ตานิ คเหตฺวา ทาตุํ อาคโต’’ติ อาห. ‘‘กทา คจฺฉาม, มาณวา’’ติ วุตฺเต ‘‘เสฺว มหาราชา’’ติ. ‘‘เตน หิ คจฺฉ, ปาโตว อาคจฺเฉยฺยาสี’’ติ. ‘‘สาธุ, มหาราช, เวเคน พลํ สชฺเชหี’’ติ วตฺวา สกฺโก สกฏฺฐานเมว คโต.
ราชา ปุนทิวเส เภรึ จราเปตฺวา พลสชฺชํ กาเรตฺวา อมจฺเจ ปกฺโกสาเปตฺวา หิยฺโย เอโก พฺราหฺมณมาณโว ‘‘อุตฺตรปญฺจาเล อินฺทปตฺเต เกกเกติ อิเมสุ ตีสุ นคเรสุ รชฺชํ คเหตฺวา ทสฺสามี’’ติ อาห, ตํ มาณวํ อาทาย ตีสุ นคเรสุ รชฺชํ คณฺหิสฺสาม, เวเคน นํ ปกฺโกสถาติ. ‘‘กตฺถสฺส, เทว, นิวาโส ทาปิโต’’ติ? ‘‘น เม ตสฺส นิวาสเคหํ ทาปิต’’นฺติ. ‘‘นิวาสปริพฺพโย ปน ทินฺโน’’ติ? ‘‘โสปิ น ทินฺโน’’ติ. อถ ‘‘กหํ นํ ปสฺสิสฺสามา’’ติ? ‘‘นครวีถีสุ โอโลเกถา’’ติ. เต โอโลเกนฺตา อทิสฺวา ‘‘น ปสฺสาม, มหาราชา’’ติ อาหํสุ. รญฺโญ มาณวํ อปสฺสนฺตสฺส ‘‘เอวํ มหนฺตา นาม อิสฺสริยา ปริหีโนมฺหี’’ติ มหาโสโก อุทปาทิ, หทยวตฺถุ อุณฺหํ อโหสิ, วตฺถุโลหิตํ กุปฺปิ, โลหิตปกฺขนฺทิกา อุทปาทิ, เวชฺชา ติกิจฺฉิตุํ นาสกฺขึสุ.
ตโต ตีหจตูหจฺจเยน สกฺโก อาวชฺชมาโน ตสฺส ตํ อาพาธํ ญตฺวา ‘‘ติกิจฺฉิสฺสามิ น’’นฺติ พฺราหฺมณวณฺเณน อาคนฺตฺวา ทฺวาเร ฐตฺวา ‘‘เวชฺชพฺราหฺมโณ ตุมฺหากํ ติกิจฺฉนตฺถาย อาคโต’’ติ อาโรจาเปสิ. ราชา ตํ สุตฺวา ‘‘มหนฺตมหนฺตา ราชเวชฺชา มํ ติกิจฺฉิตุํ นาสกฺขึสุ, ปริพฺพยมสฺส ทาเปตฺวา อุยฺโยเชถา’’ติ อาห. สกฺโก ตํ สุตฺวา ‘‘มยฺหํ เนว นิวาสปริพฺพเยน อตฺโถ, เวชฺชลาภมฺปิ น คณฺหิสฺสามิ, ติกิจฺฉิสฺสามิ นํ, ปุน ราชา มํ ปสฺสตู’’ติ อาห. ราชา ตํ สุตฺวา ‘‘เตน หิ อาคจฺฉตู’’ติ อาห. สกฺโก ปวิสิตฺวา ชยาเปตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ, ราชา ‘‘ตฺวํ มํ ติกิจฺฉสี’’ติ อาห. ‘‘อาม, เทวา’’ติ. ‘‘เตน หิ ติกิจฺฉสฺสู’’ติ. ‘‘สาธุ, มหาราช, พฺยาธิโน เม ลกฺขณํ กเถถ, เกน การเณน อุปฺปนฺโน, กึ ขาทิตํ วา ปีตํ วา นิสฺสาย, อุทาหุ ทิฏฺฐํ วา สุตํ วา’’ติ? ‘‘ตาต, มยฺหํ พฺยาธิ สุตํ นิสฺสาย อุปฺปนฺโน’’ติ. ‘‘กึ เต สุต’’นฺติ. ‘‘ตาต เอโก มาณโว อาคนฺตฺวา มยฺหํ ‘ตีสุ นคเรสุ รชฺชํ คณฺหิตฺวา ทสฺสามี’ติ อาห, อหํ ตสฺส นิวาสฏฺฐานํ วา นิวาสปริพฺพยํ วา น ทาเปสึ, โส มยฺหํ กุชฺฌิตฺวา อญฺญสฺส รญฺโญ สนฺติกํ คโต ภวิสฺสติ. อถ เม ‘เอวํ มหนฺตา นาม อิสฺสริยา ปริหีโนมฺหี’ติ จินฺเตนฺตสฺส อยํ พฺยาธิ อุปฺปนฺโน. สเจ สกฺโกสิ ตฺวํ เม กามจิตฺตํ นิสฺสาย อุปฺปนฺนํ พฺยาธึ ติกิจฺฉิตุํ, ติกิจฺฉาหี’’ติ เอตมตฺถํ ปกาเสนฺโต ปฐมํ คาถมาห –
๑๕๕. ‘‘ตโย คิรึ อนฺตรํ กามยามิ, ปญฺจาลา กุรุโย เกกเก จ;
ตตุตฺตรึ พฺราหฺมณ กามยามิ, ติกิจฺฉ มํ พฺราหฺมณ กามนีต’’นฺติ.
ตตฺถ ตโย คิรินฺติ ตโย คิรี, อยเมว วา ปาโฐ. ยถา ‘‘สุทสฺสนสฺส คิริโน, ทฺวารเญฺหตํ ปกาสตี’’ติ เอตฺถ สุทสฺสนํ เทวนครํ ยุชฺฌิตฺวา ทุคฺคณฺหตาย ทุจฺจลนตาย ‘‘สุทสฺสนคิรี’’ติ วุตฺตํ, เอวมิธาปิ ตีณิ นครานิ ‘‘ตโย คิริ’’นฺติ อธิปฺเปตานิ. ตสฺมา อยเมตฺถ อตฺโถ – ตีณิ จ นครานิ เตสญฺจ อนฺตรํ ติวิธมฺปิ รฏฺฐํ กามยามิ. ‘‘ปญฺจาลา กุรุโย เกกเก จา’’ติ อิมานิ เตสํ รฏฺฐานํ นามานิ. เตสุ ปญฺจาลาติ อุตฺตรปญฺจาลา, ตตฺถ กปิลํ นาม นครํ. กุรุโยติ กุรุรฏฺฐํ, ตตฺถ อินฺทปตฺตํ นาม นครํ. เกกเก จาติ ปจฺจตฺเต อุปโยควจนํ, เตน เกกกรฏฺฐํ ทสฺเสติ. ตตฺถ เกกกราชธานีเยว นครํ. ตตุตฺตรินฺติ ตํ อหํ อิโต ปฏิลทฺธา พาราณสิรชฺชา ตตุตฺตรึ ติวิธํ รชฺชํ กามยามิ. ติกิจฺฉ มํ, พฺราหฺมณ, กามนีตนฺติ อิเมหิ วตฺถุกาเมหิ จ กิเลสกาเมหิ จ นีตํ หตํ ปหตํ สเจ สกฺโกสิ, ติกิจฺฉ มํ พฺราหฺมณาติ.
อถ นํ สกฺโก ‘‘มหาราช, ตฺวํ มูโลสธาทีหิ อเตกิจฺโฉ. ญาโณสเธเนว ติกิจฺฉิตพฺโพ’’ติ วตฺวา ทุติยํ คาถมาห –
๑๕๖. ‘‘กณฺหาหิทฏฺฐสฺส กโรนฺติ เหเก, อมนุสฺสปวิฏฺฐสฺส กโรนฺติ ปณฺฑิตา;
น กามนีตสฺส กโรติ โกจิ, โอกฺกนฺตสุกฺกสฺส หิ กา ติกิจฺฉา’’ติ.
ตตฺถ กณฺหาหิทฏฺฐสฺส กโรนฺติ เหเกติ เอกจฺเจ หิ ติกิจฺฉกา โฆรวิเสน กาฬสปฺเปน ทฏฺฐสฺส มนฺเตหิ เจว โอสเธหิ จ ติกิจฺฉํ กโรนฺติ. อมนุสฺสปวิฏฺฐสฺส กโรนฺติ ปณฺฑิตาติ อปเร ปณฺฑิตา ภูตเวชฺชา ภูตยกฺขาทีหิ อมนุสฺเสหิ ปวิฏฺฐสฺส อภิภูตสฺส คหิตสฺส พลิกมฺมปริตฺตกรณโอสธปริภาวิตาทีหิ ติกิจฺฉํ กโรนฺติ. น กามนีตสฺส กโรติ โกจีติ กาเมหิ ปน นีตสฺส กามวสิกสฺส ปุคฺคลสฺส อญฺญตฺร ปณฺฑิเตหิ อญฺโญ โกจิ ติกิจฺฉํ น กโรติ, กโรนฺโตปิ กาตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถิ. กึการณา? โอกฺกนฺตสุกฺกสฺส หิ กา ติกิจฺฉาติ, โอกฺกนฺตสุกฺกสฺส อวกฺกนฺตสฺส กุสลธมฺมมริยาทํ อติกฺกนฺตสฺส อกุสลธมฺเม ปติฏฺฐิตสฺส ปุคฺคลสฺส มนฺโตสธาทีหิ กา นาม ติกิจฺฉา, น สกฺกา โอสเธหิ ติกิจฺฉิตุนฺติ.
อิติสฺส มหาสตฺโต อิมํ การณํ ทสฺเสตฺวา อุตฺตริ เอวมาห – ‘‘มหาราช, สเจ ตฺวํ ตานิ ตีณิ รชฺชานิ ลจฺฉสิ, อปิ นุ โข อิเมสุ จตูสุ นคเรสุ รชฺชํ กโรนฺโต เอกปฺปหาเรเนว จตฺตาริ สาฏกยุคานิ ปริทเหยฺยาสิ, จตูสุ วา สุวณฺณปาตีสุ ภุญฺเชยฺยาสิ, จตูสุ วา สยเนสุ สเยยฺยาสิ, มหาราช, ตณฺหาวสิเกน นาม ภวิตุํ น วฏฺฏติ, ตณฺหา หิ นาเมสา วิปตฺติมูลา. สา วฑฺฒมานา โย ตํ วฑฺเฒติ, ตํ ปุคฺคลํ อฏฺฐสุ มหานิรเยสุ โสฬสสุ อุสฺสทนิรเยสุ นานปฺปการเภเทสุ จ อวเสเสสุ อปาเยสุ ขิปตี’’ติ. เอวํ ราชานํ นิรยาทิภเยน ตชฺเชตฺวา มหาสตฺโต ธมฺมํ เทเสสิ. ราชาปิสฺส ธมฺมํ สุตฺวา วิคตโสโก หุตฺวา ตาวเทว นิพฺยาธิตํ ปาปุณิ. สกฺโกปิสฺส โอวาทํ ทตฺวา สีเลสุ ปติฏฺฐาเปตฺวา เทวโลกเมว คโต. โสปิ ตโต ปฏฺฐาย ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กตฺวา ยถากมฺมํ คโต.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา ราชา กามนีตพฺราหฺมโณ อโหสิ, สกฺโก ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.
กามนีตชาตกวณฺณนา อฏฺฐมา.
[๒๒๙] ๙. ปลายิตชาตกวณฺณนา
คชคฺคเมเฆหีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ปลายิตปริพฺพาชกํ อารพฺภ กเถสิ. โส กิร วาทตฺถาย สกลชมฺพุทีปํ วิจริตฺวา กญฺจิ ปฏิวาทึ อลภิตฺวา อนุปุพฺเพน สาวตฺถึ คนฺตฺวา ‘‘อตฺถิ นุ โข โกจิ มยา สทฺธึ วาทํ กาตุํ สมตฺโถ’’ติ มนุสฺเส ปุจฺฉิ. มนุสฺสา ‘‘ตาทิสานํ สหสฺเสนปิ สทฺธึ วาทํ กาตุํ สมตฺโถ สพฺพญฺญู ทฺวิปทานํ อคฺโค มหาโคตโม ธมฺมิสฺสโร ปรปฺปวาทมทฺทโน, สกเลปิ ชมฺพุทีเป อุปฺปนฺโน ปรปฺปวาโท ตํ ภควนฺตํ อติกฺกมิตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถิ. เวลนฺตํ ปตฺวา สมุทฺทอูมิโย วิย หิ สพฺพวาทา ตสฺส ปาทมูลํ ปตฺวา จุณฺณวิจุณฺณา โหนฺตี’’ติ พุทฺธคุเณ กเถสุํ. ปริพฺพาชโก ‘‘กหํ ปน โส เอตรหี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘เชตวเน’’ติ สุตฺวา ‘‘อิทานิสฺส วาทํ อาโรเปสฺสามี’’ติ มหาชนปริวุโต เชตวนํ คจฺฉนฺโต เชเตน ราชกุมาเรน นวโกฏิธนํ วิสฺสชฺเชตฺวา การิตํ เชตวนทฺวารโกฏฺฐกํ ทิสฺวา ‘‘อยํ สมณสฺส โคตมสฺส วสนปาสาโท’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘ทฺวารโกฏฺฐโก อย’’นฺติ สุตฺวา ‘‘ทฺวารโกฏฺฐโก ตาว เอวรูโป, วสนเคหํ กีทิสํ ภวิสฺสตี’’ติ วตฺวา ‘‘คนฺธกุฏิ นาม อปฺปเมยฺยา’’ติ วุตฺเต ‘‘เอวรูเปน สมเณน สทฺธึ โก วาทํ กริสฺสตี’’ติ ตโตว ปลายิ. มนุสฺสา อุนฺนาทิโน หุตฺวา เชตวนํ ปวิสิตฺวา สตฺถารา ‘‘กึ อกาเล อาคตตฺถา’’ติ วุตฺตา ตํ ปวตฺตึ กถยึสุ. สตฺถา ‘‘น โข อุปาสกา อิทาเนว, ปุพฺเพเปส มม วสนฏฺฐานสฺส ทฺวารโกฏฺฐกํ ทิสฺวา ปลายเตวา’’ติ วตฺวา เตหิ ยาจิโต อตีตํ อาหริ.
อตีเต คนฺธารรฏฺเฐ ตกฺกสิลายํ โพธิสตฺโต รชฺชํ กาเรสิ, พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺโต. โส ‘‘ตกฺกสิลํ คณฺหิสฺสามี’’ติ มหนฺเตน พลกาเยน คนฺตฺวา นครโต อวิทูเร ฐตฺวา ‘‘อิมินา นิยาเมน หตฺถี เปเสถ, อิมินา อสฺเส, อิมินา รเถ, อิมินา ปตฺตี, เอวํ ธาวิตฺวา อาวุเธหิ ปหรถ, เอวํ ฆนวสฺสวลาหกา วิย สรวสฺสํ วสฺสถา’’ติ เตนํ วิจาเรนฺโต อิมํ คาถาทฺวยมาห –
๑๕๗. ‘‘คชคฺคเมเฆหิ หยคฺคมาลิภิ, รถูมิชาเตหิ สราภิวสฺเสภิ;
ถรุคฺคหาวฏฺฏทฬฺหปฺปหาริภิ, ปริวาริตา ตกฺกสิลา สมนฺตโต.
๑๕๘. ‘‘อภิธาวถ จูปธาวถ จ, วิวิธา วินาทิตา วทนฺติภิ;
วตฺตตชฺช ตุมุโล โฆโส ยถา, วิชฺชุลตา ชลธรสฺส คชฺชโต’’ติ.
ตตฺถ คชคฺคเมเฆหีติ อคฺคคชเมเฆหิ, โกญฺจนาทํ คชฺชนฺเตหิ มตฺตวรวารณวลาหเกหีติ อตฺโถ. หยคฺคมาลิภีติ อคฺคหยมาลีหิ, วรสินฺธววลาหกกุเลหิ อสฺสานีเกหีติ อตฺโถ. รถูมิชาเตหีติ สญฺชาตอูมิเวเคหิ สาครสลิเลหิ วิย สญฺชาตรถูมีหิ, รถานีเกหีติ อตฺโถ. สราภิวสฺเสภีติ เตหิเยว รถานีเกหิ ฆนวสฺสเมโฆ วิย สรวสฺสํ วสฺสนฺเตหิ. ถรุคฺคหาวฏฺฏทฬฺหปฺปหาริภีติ ถรุคฺคเหหิ อาวฏฺฏทฬฺหปฺปหารีหิ, อิโต จิโต จ อาวตฺติตฺวา ปริวตฺติตฺวา ทฬฺหํ ปหรนฺเตหิ คหิตขคฺครตนถรุทณฺเฑหิ ปตฺติโยเธหิ จาติ อตฺโถ. ปริวาริตา ตกฺกสิลา สมนฺตโตติ ยถา อยํ ตกฺกสิลา ปริวาริตา โหติ, สีฆํ ตถา กโรถาติ อตฺโถ.
อภิธาวถ จูปธาวถ จาติ เวเคน ธาวถ เจว อุปธาวถ จ. วิวิธา วินาทิตา วทนฺติภีติ วรวารเณหิ สทฺธึ วิวิธา วินทิตา ภวถ, เสลิตคชฺชิตวาทิเตหิ นานาวิรวา โหถาติ อตฺโถ. วตฺตตชฺช ตุมุโล โฆโสติ วตฺตตุ อชฺช ตุมุโล มหนฺโต อสนิสทฺทสทิโส โฆโส. ยถา วิชฺชุลตา ชลธรสฺส คชฺชโตติ ยถา คชฺชนฺตสฺส ชลธรสฺส มุขโต นิคฺคตา วิชฺชุลตา จรนฺติ, เอวํ วิจรนฺตา นครํ ปริวาเรตฺวา รชฺชํ คณฺหถาติ วทติ.
อิติ โส ราชา คชฺชิตฺวา เสนํ วิจาเรตฺวา นครทฺวารสมีปํ คนฺตฺวา ทฺวารโกฏฺฐกํ ทิสฺวา ‘‘อิทํ รญฺโญ วสนเคห’’นฺติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อยํ นครทฺวารโกฏฺฐโก’’ติ วุตฺเต ‘‘นครทฺวารโกฏฺฐโก ตาว เอวรูโป, รญฺโญ นิเวสนํ กีทิสํ ภวิสฺสตี’’ติ วตฺวา ‘‘เวชยนฺตปาสาทสทิส’’นฺติ สุตฺวา ‘‘เอวํ ยสสมฺปนฺเนน รญฺญา สทฺธึ ยุชฺฌิตุํ น สกฺขิสฺสามา’’ติ ทฺวารโกฏฺฐกํ ทิสฺวาว นิวตฺติตฺวา ปลายิตฺวา พาราณสิเมว อคมาสิ.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา พาราณสิราชา ปลายิตปริพฺพาชโก อโหสิ, ตกฺกสิลราชา ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.
ปลายิตชาตกวณฺณนา นวมา.
[๒๓๐] ๑๐. ทุติยปลายิตชาตกวณฺณนา
ธชมปริมิตนฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ ปลายิตปริพฺพาชกเมว อารพฺภ กเถสิ. อิมสฺมึ ปน วตฺถุสฺมึ โส ปริพฺพาชโก เชตวนํ ปาวิสิ. ตสฺมึ ขเณ สตฺถา มหาชนปริวุโต อลงฺกตธมฺมาสเน นิสินฺโน มโนสิลาตเล สีหนาทํ นทนฺโต สีหโปตโก วิย ธมฺมํ เทเสติ. ปริพฺพาชโก ทสพลสฺส พฺรหฺมสรีรปฏิภาคํ รูปํ ปุณฺณจนฺทสสฺสิริกํ มุขํ สุวณฺณปฏฺฏสทิสํ นลาฏญฺจ ทิสฺวา ‘‘โก เอวรูปํ ปุริสุตฺตมํ ชินิตุํ สกฺขิสฺสตี’’ติ นิวตฺติตฺวา ปริสนฺตรํ ปวิสิตฺวา ปลายิ. มหาชโน ตํ อนุพนฺธิตฺวา นิวตฺติตฺวา สตฺถุสฺส ตํ ปวตฺตึ อาโรเจสิ. สตฺถา ‘‘น โส ปริพฺพาชโก อิทาเนว, ปุพฺเพปิ มม สุวณฺณวณฺณํ มุขํ ทิสฺวา ปลาโตเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.
อตีเต โพธิสตฺโต พาราณสิยํ รชฺชํ กาเรสิ, ตกฺกสิลายํ เอโก คนฺธารราชา. โส ‘‘พาราณสึ คเหสฺสามี’’ติ จตุรงฺคินิยา เสนาย อาคนฺตฺวา นครํ ปริวาเรตฺวา นครทฺวาเร ฐิโต อตฺตโน พลวาหนํ โอโลเกตฺวา ‘‘โก เอตฺตกํ พลวาหนํ ชินิตุํ สกฺขิสฺสตี’’ติ อตฺตโน เสนํ สํวณฺเณตฺวา ปฐมํ คาถมาห –
๑๕๙. ‘‘ธชมปริมิตํ อนนฺตปารํ, ทุปฺปสหํ ธงฺเกหิ สาครํว;
คิริมิว อนิเลน ทุปฺปสโยฺห, ทุปฺปสโห อหมชฺช ตาทิเสนา’’ติ.
ตตฺถ ธชมปริมิตนฺติ อิทํ ตาว เม รเถสุ โมรฉเท ฐเปตฺวา อุสฺสาปิตธชเมว อปริมิตํ พหุํ อเนกสตสงฺขฺยํ. อนนฺตปารนฺติ พลวาหนมฺปิ เม ‘‘เอตฺตกา หตฺถี เอตฺตกา อสฺสา เอตฺตกา รถา เอตฺตกา ปตฺตี’’ติ คณนปริจฺเฉทรหิตํ อนนฺตปารํ. ทุปฺปสหนฺติ น สกฺกา ปฏิสตฺตูหิ สหิตุํ อภิภวิตุํ. ยถา กึ? ธงฺเกหิ สาครํว, ยถา สาคโร พหูหิ กาเกหิ เวควิกฺขมฺภนวเสน วา อติกฺกมนวเสน วา ทุปฺปสโห, เอวํ ทุปฺปสหํ. คิริมิว อนิเลน ทุปฺปสโยฺหติ อปิจ เม อยํ พลกาโย ยถา ปพฺพโต วาเตน อกมฺปนียโต ทุปฺปสโห, ตถา อญฺเญน พลกาเยน ทุปฺปสโห. ทุปฺปสโห อหมชฺช ตาทิเสนาติ สฺวาหํ อิมินา พเลน สมนฺนาคโต อชฺช ตาทิเสน ทุปฺปสโหติ อฏฺฏาลเก ฐิตํ โพธิสตฺตํ สนฺธาย วทติ.
อถสฺส โส ปุณฺณจนฺทสสฺสิริกํ อตฺตโน มุขํ ทสฺเสตฺวา ‘‘พาล, มา วิปฺปลปสิ, อิทานิ เต พลวาหนํ มตฺตวารโณ วิย นฬวนํ วิทฺธํเสสฺสามี’’ติ สนฺตชฺเชตฺวา ทุติยํ คาถมาห –
๑๖๐. ‘‘มา พาลิยํ วิลปิ น หิสฺส ตาทิสํ, วิฑยฺหเส น หิ ลภเส นิเสธกํ;
อาสชฺชสิ คชมิว เอกจารินํ, โย ตํ ปทา นฬมิว โปถยิสฺสตี’’ติ.
ตตฺถ มา พาลิยํ วิลปีติ มา อตฺตโน พาลภาวํ วิปฺปลปสิ. น หิสฺส ตาทิสนฺติ น หิ อสฺส ตาทิโส, อยเมว วา ปาโฐ. ตาทิโส ‘‘อนนฺตปารํ เม พลวาหน’’นฺติ เอวรูปํ ตกฺเกนฺโต รชฺชญฺจ คเหตุํ สมตฺโถ นาม น หิ อสฺส, น โหตีติ อตฺโถ. วิฑยฺหเสติ ตฺวํ พาล, เกวลํ ราคโทสโมหมานปริฬาเหน วิฑยฺหสิเยว. น หิ ลภเส นิเสธกนฺติ มาทิสํ ปน ปสยฺห อภิภวิตฺวา นิเสธกํ น ตาว ลภสิ, อชฺช ตํ อาคตมคฺเคเนว ปลาเปสฺสามิ. อาสชฺชสีติ อุปคจฺฉสิ. คชมิว เอกจารินนฺติ เอกจารินํ มตฺตวรวารณํ วิย. โย ตํ ปทา นฬมิว โปถยิสฺสตีติ โย ตํ ยถา นาม มตฺตวรวารโณ ปาทา นฬํ โปเถติ สํจุณฺเณติ, เอวํ โปถยิสฺสติ, ตํ ตฺวํ อาสชฺชสีติ อตฺตานํ สนฺธายาห.
เอวํ ตชฺเชนฺตสฺส ปนสฺส กถํ สุตฺวา คนฺธารราชา อุลฺโลเกนฺโต กญฺจนปฏฺฏสทิสํ มหานลาฏํ ทิสฺวา อตฺตโน คหณภีโต นิวตฺติตฺวา ปลายนฺโต สกนครเมว อคมาสิ.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา คนฺธารราชา ปลายิตปริพฺพาชโก อโหสิ, พาราณสิราชา ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.
ทุติยปลายิตชาตกวณฺณนา ทสมา.
กาสาววคฺโค อฏฺฐโม.
ตสฺสุทฺทานํ –
กาสาวํ จูฬนนฺทิยํ, ปุฏภตฺตญฺจ กุมฺภิลํ;
ขนฺติวณฺณํ โกสิยญฺจ, คูถปาณํ กามนีตํ;
ปลายิตทฺวยมฺปิ จ.