๑. ทฬฺหวคฺโค

[๑๕๑] ๑. ราโชวาทชาตกวณฺณนา

ทฬฺหํ ทฬฺหสฺส ขิปตีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ราโชวาทํ อารพฺภ กเถสิ. โส เตสกุณชาตเก (ชา. ๒.๑๗.๑ อาทโย) อาวิ ภวิสฺสติ. เอกสฺมึ ปน ทิวเส โกสลราชา เอกํ อคติคตํ ทุพฺพินิจฺฉยํ อฑฺฑํ วินิจฺฉินิตฺวา ภุตฺตปาตราโส อลฺลหตฺโถว อลงฺกตรถํ อภิรุยฺห สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ผุลฺลปทุมสสฺสิริเกสุ ปาเทสุ นิปติตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. อถ นํ สตฺถา เอตทโวจ – ‘‘หนฺท กุโต นุ ตฺวํ, มหาราช, อาคจฺฉสิ ทิวา ทิวสฺสา’’ติ. ‘‘ภนฺเต, อชฺช เอกํ อคติคตํ ทุพฺพินิจฺฉยํ อฑฺฑํ วินิจฺฉินนฺโต โอกาสํ อลภิตฺวา อิทานิ ตํ ตีเรตฺวา ภุญฺชิตฺวา อลฺลหตฺโถว ตุมฺหากํ อุปฏฺฐานํ อาคโตมฺหี’’ติ. สตฺถา ‘‘มหาราช, ธมฺเมน สเมน อฑฺฑวินิจฺฉยํ นาม กุสลํ, สคฺคมคฺโค เอส. อนจฺฉริยํ โข ปเนตํ, ยํ ตุเมฺห มาทิสสฺส สพฺพญฺญุพุทฺธสฺส สนฺติกา โอวาทํ ลภมานา ธมฺเมน สเมน อฑฺฑํ วินิจฺฉิเนยฺยาถ. เอตเทว อจฺฉริยํ, ยํ ปุพฺเพ ราชาโน อสพฺพญฺญูนมฺปิ ปณฺฑิตานํ วจนํ สุตฺวา ธมฺเมน สเมน อฑฺฑํ วินิจฺฉินนฺตา จตฺตาริ อคติคมนานิ วชฺเชตฺวา ทส ราชธมฺเม อโกเปตฺวา ธมฺเมน รชฺชํ กาเรตฺวา สคฺคปุรํ ปูรยมานา อคมึสู’’ติ วตฺวา เตน ยาจิโต อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต ตสฺส อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิสฺมึ ปฏิสนฺธึ คเหตฺวา ลทฺธคพฺภปริหาโร โสตฺถินา มาตุกุจฺฉิมฺหา นิกฺขมิ. นามคฺคหณทิวเส ปนสฺส ‘‘พฺรหฺมทตฺตกุมาโร’’เตฺวว นามํ อกํสุ. โส อนุปุพฺเพน วยปฺปตฺโต โสฬสวสฺสกาเล ตกฺกสิลํ คนฺตฺวา สพฺพสิปฺเปสุ นิปฺผตฺตึ ปตฺวา ปิตุ อจฺจเยน รชฺเช ปติฏฺฐาย ธมฺเมน สเมน รชฺชํ กาเรสิ, ฉนฺทาทิวเสน อคนฺตฺวา วินิจฺฉยํ อนุสาสิ. ตสฺมึ เอวํ ธมฺเมน รชฺชํ กาเรนฺเต อมจฺจาปิ ธมฺเมเนว โวหารํ วินิจฺฉินึสุ. โวหาเรสุ ธมฺเมน วินิจฺฉยมาเนสุ กูฏฑฺฑการกา นาม นาเหสุํ, เตสํ อภาวา อฑฺฑตฺถาย ราชงฺคเณ อุปรโว ปจฺฉิชฺชิ. อมจฺจา ทิวสมฺปิ วินิจฺฉยฏฺฐาเน นิสีทิตฺวา กญฺจิ วินิจฺฉยตฺถาย อาคจฺฉนฺตํ อทิสฺวา อุฏฺฐาย ปกฺกมนฺติ, วินิจฺฉยฏฺฐานํ ฉฑฺเฑตพฺพภาวํ ปาปุณิ.

โพธิสตฺโต จินฺเตสิ – ‘‘มยิ ธมฺเมน รชฺชํ กาเรนฺเต วินิจฺฉยฏฺฐานํ อาคจฺฉนฺตา นาม นตฺถิ, อุปรโว ปจฺฉิชฺชิ, วินิจฺฉยฏฺฐานํ ฉฑฺเฑตพฺพภาวํ ปตฺตํ, อิทานิ มยา อตฺตโน อคุณํ ปริเยสิตุํ วฏฺฏติ ‘อยํ นาม เม อคุโณ’ติ สุตฺวา ตํ ปหาย คุเณสุเยว วตฺติสฺสามี’’ติ. ตโต ปฏฺฐาย ‘‘อตฺถิ นุ โข เม โกจิ อคุณวาที’’ติ ปริคฺคณฺหนฺโต อนฺโตวฬญฺชกานํ อนฺตเร กญฺจิ อคุณวาทึ อทิสฺวา อตฺตโน คุณกถเมว สุตฺวา ‘‘เอเต มยฺหํ ภเยนาปิ อคุณํ อวตฺวา คุณเมว วเทยฺยุ’’นฺติ พหิวฬญฺชนเก ปริคฺคณฺหนฺโต ตตฺถาปิ อทิสฺวา อนฺโตนคเร ปริคฺคณฺหิ. พหินคเร จตูสุ ทฺวาเรสุ จตุคามเก ปริคฺคณฺหิ. ตตฺถาปิ กญฺจิ อคุณวาทึ อทิสฺวา อตฺตโน คุณกถเมว สุตฺวา ‘‘ชนปทํ ปริคฺคณฺหิสฺสามี’’ติ อมจฺเจ รชฺชํ ปฏิจฺฉาเปตฺวา รถํ อารุยฺห สารถิเมว คเหตฺวา อญฺญาตกเวเสน นครา นิกฺขมิตฺวา ชนปทํ ปริคฺคณฺหมาโน ยาว ปจฺจนฺตภูมึ คนฺตฺวา กญฺจิ อคุณวาทึ อทิสฺวา อตฺตโน คุณกถเมว สุตฺวา ปจฺจนฺตสีมโต มหามคฺเคน นคราภิมุโขเยว นิวตฺติ.

ตสฺมึ ปน กาเล พลฺลิโก นาม โกสลราชาปิ ธมฺเมน รชฺชํ กาเรนฺโต อคุณกถํ คเวสนฺโต หุตฺวา อนฺโตวฬญฺชกาทีสุ อคุณวาทึ อทิสฺวา อตฺตโน คุณกถเมว สุตฺวา ชนปทํ ปริคฺคณฺหนฺโต ตํ ปเทสํ อคมาสิ. เต อุโภปิ เอกสฺมึ นินฺนฏฺฐาเน สกฏมคฺเค อภิมุขา อเหสุํ, รถสฺส อุกฺกมนฏฺฐานํ นตฺถิ. อถ พลฺลิกรญฺโญ สารถิ พาราณสิรญฺโญ สารถึ ‘‘ตว รถํ อุกฺกมาเปหี’’ติ อาห. โสปิ ‘‘อมฺโภ สารถิ, ตว รถํ อุกฺกมาเปหิ, อิมสฺมึ รเถ พาราณสิรชฺชสามิโก พฺรหฺมทตฺตมหาราชา นิสินฺโน’’ติ อาห. อิตโรปิ นํ ‘‘อมฺโภ สารถิ, อิมสฺมึ รเถ โกสลรชฺชสามิโก พลฺลิกมหาราชา นิสินฺโน, ตว รถํ อุกฺกมาเปตฺวา อมฺหากํ รญฺโญ รถสฺส โอกาสํ เทหี’’ติ อาห. พาราณสิรญฺโญ สารถิ ‘‘อยมฺปิ กิร ราชาเยว, กึ นุ โข กาตพฺพ’’นฺติ จินฺเตนฺโต ‘‘อตฺเถโส อุปาโย’’ติ วยํ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘ทหรสฺส รถํ อุกฺกมาเปตฺวา มหลฺลกสฺส โอกาสํ ทาเปสฺสามี’’ติ สนฺนิฏฺฐานํ กตฺวา ตํ สารถึ โกสลรญฺโญ วยํ ปุจฺฉิตฺวา ปริคฺคณฺหนฺโต อุภินฺนมฺปิ สมานวยภาวํ ญตฺวา รชฺชปริมาณํ พลํ ธนํ ยสํ ชาตึ โคตฺตํ กุลปเทสนฺติ สพฺพํ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อุโภปิ ติโยชนสติกสฺส รชฺชสฺส สามิโน สมานพลธนยสชาติโคตฺตกุลปเทสา’’ติ ญตฺวา ‘‘สีลวนฺตสฺส โอกาสํ ทสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘โภ สารถิ, ตุมฺหากํ รญฺโญ สีลาจาโร กีทิโส’’ติ ปุจฺฉิ. โส ‘‘อยญฺจ อยญฺจ อมฺหากํ รญฺโญ สีลาจาโร’’ติ อตฺตโน รญฺโญ อคุณเมว คุณโต ปกาเสนฺโต ปฐมํ คาถมาห –

๑. ‘‘ทฬฺหํ ทฬฺหสฺส ขิปติ, พลฺลิโก มุทุนา มุทุํ;

สาธุมฺปิ สาธุนา เชติ, อสาธุมฺปิ อสาธุนา;

เอตาทิโส อยํ ราชา, มคฺคา อุยฺยาหิ สารถี’’ติ.

ตตฺถ ทฬฺหํ ทฬฺหสฺส ขิปตีติ โย ทโฬฺห โหติ พลวทเฬฺหน ปหาเรน วา วจเนน วา ชินิตพฺโพ, ตสฺส ทฬฺหเมว ปหารํ วา วจนํ วา ขิปติ. เอวํ ทโฬฺหว หุตฺวา ตํ ชินาตีติ ทสฺเสติ. พลฺลิโกติ ตสฺส รญฺโญ นามํ. มุทุนา มุทุนฺติ มุทุปุคฺคลํ สยมฺปิ มุทุ หุตฺวา มุทุนาว อุปาเยน ชินาติ. สาธุมฺปิ สาธุนา เชตีติ เย สาธู สปฺปุริสา, เต สยมฺปิ สาธุ หุตฺวา สาธุนาว อุปาเยน ชินาติ. อสาธุมฺปิ อสาธุนาติ เย ปน อสาธู, เต สยมฺปิ อสาธุ หุตฺวา อสาธุนาว อุปาเยน ชินาตีติ ทสฺเสติ. เอตาทิโส อยํ ราชาติ อยํ อมฺหากํ โกสลราชา สีลาจาเรน เอวรูโป. มคฺคา อุยฺยาหิ สารถีติ อตฺตโน รถํ มคฺคา อุกฺกมาเปตฺวา อุยฺยาหิ, อุปฺปเถน ยาหิ, อมฺหากํ รญฺโญ มคฺคํ เทหีติ วทติ.

อถ นํ พาราณสิรญฺโญ สารถิ ‘‘อมฺโภ, กึ ปน ตยา อตฺตโน รญฺโญ คุณกถา กถิตา’’ติ วตฺวา ‘‘อามา’’ติ วุตฺเต ‘‘ยทิ ปน เอเต คุณาติ วทสิ, อคุณา ปน กีทิสี’’ติ วตฺวา ‘‘เอเต ตาว อคุณา โหนฺตุ, ตุมฺหากํ ปน รญฺโญ กีทิโส คุโณ’’ติ วุตฺเต ‘‘เตน หิ สุณาหี’’ติ ทุติยํ คาถมาห –

๒. ‘‘อกฺโกเธน ชิเน โกธํ, อสาธุํ สาธุนา ชิเน;

ชิเน กทริยํ ทาเนน, สจฺเจนาลิกวาทินํ;

เอตาทิโส อยํ ราชา, มคฺคา อุยฺยาหิ สารถี’’ติ.

ตตฺถ เอตาทิโสติ เอเตหิ ‘‘อกฺโกเธน ชิเน โกธ’’นฺติอาทิวเสน วุตฺเตหิ คุเณหิ สมนฺนาคโต. อยญฺหิ กุทฺธํ ปุคฺคลํ สยํ อกฺโกโธ หุตฺวา อกฺโกเธน ชินาติ, อสาธุํ ปน สยํ สาธุ หุตฺวา สาธุนาว อุปาเยน ชินาติ, กทริยํ ถทฺธมจฺฉรึ สยํ ทายโก หุตฺวา ทาเนน ชินาติ. สจฺเจนาลิกวาทินนฺติ มุสาวาทึ สยํ สจฺจวาที หุตฺวา สจฺเจน ชินาติ. มคฺคา อุยฺยาหิ สารถีติ, สมฺม สารถิ, มคฺคโต อปคจฺฉ. เอวํวิธสีลาจารคุณยุตฺตสฺส อมฺหากํ รญฺโญ มคฺคํ เทหิ, อมฺหากํ ราชา มคฺคสฺส อนุจฺฉวิโกติ.

เอวํ วุตฺเต พลฺลิกราชา จ สารถิ จ อุโภปิ รถา โอตริตฺวา อสฺเส โมเจตฺวา รถํ อปเนตฺวา พาราณสิรญฺโญ มคฺคํ อทํสุ. พาราณสิราชา พลฺลิกรญฺโญ ‘‘รญฺญา นาม อิทญฺจิทญฺจ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ โอวาทํ ทตฺวา พาราณสึ คนฺตฺวา ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กตฺวา ชีวิตปริโยสาเน สคฺคปุรํ ปูเรสิ. พลฺลิกราชาปิ ตสฺส โอวาทํ คเหตฺวา ชนปทํ ปริคฺคเหตฺวา อตฺตโน อคุณวาทึ อทิสฺวาว สกนครํ คนฺตฺวา ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กตฺวา ชีวิตปริโยสาเน สคฺคปุรเมว ปูเรสิ.

สตฺถา โกสลราชสฺส โอวาทตฺถาย อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา พลฺลิกรญฺโญ สารถิ โมคฺคลฺลาโน อโหสิ, พลฺลิกราชา อานนฺโท, พาราณสิรญฺโญ สารถิ สาริปุตฺโต, พาราณสิราชา ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

ราโชวาทชาตกวณฺณนา ปฐมา.

[๑๕๒] ๒. สิงฺคาลชาตกวณฺณนา

อสเมกฺขิตกมฺมนฺตนฺติ อิทํ สตฺถา กูฏาคารสาลายํ วิหรนฺโต เวสาลิวาสิกํ เอกํ นฺหาปิตปุตฺตํ อารพฺภ กเถสิ. ตสฺส กิร ปิตา ราชูนํ ราโชโรธานํ ราชกุมารานํ ราชกุมาริกานญฺจ มสฺสุกรณเกสสณฺฐปนอฏฺฐปทฏฺฐปนาทีนิ สพฺพกิจฺจานิ กโรติ สทฺโธ ปสนฺโน ติสรณคโต สมาทินฺนปญฺจสีโล, อนฺตรนฺตเร สตฺถุ ธมฺมํ สุณนฺโต กาลํ วีตินาเมติ. โส เอกสฺมึ ทิวเส ราชนิเวสเน กมฺมํ กาตุํ คจฺฉนฺโต อตฺตโน ปุตฺตํ คเหตฺวา คโต. โส ตตฺถ เอกํ เทวจฺฉราปฏิภาคํ อลงฺกตปฏิยตฺตํ ลิจฺฉวิกุมาริกํ ทิสฺวา กิเลสวเสน ปฏิพทฺธจิตฺโต หุตฺวา ปิตรา สทฺธึ ราชนิเวสนา นิกฺขมิตฺวา ‘‘เอตํ กุมาริกํ ลภมาโน ชีวิสฺสามิ, อลภมานสฺส เม เอตฺเถว มรณ’’นฺติ อาหารุปจฺเฉทํ กตฺวา มญฺจกํ ปริสฺสชิตฺวา นิปชฺชิ.

อถ นํ ปิตา อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘ตาต, อวตฺถุมฺหิ ฉนฺทราคํ มา กริ, หีนชจฺโจ ตฺวํ นฺหาปิตปุตฺโต, ลิจฺฉวิกุมาริกา ขตฺติยธีตา ชาติสมฺปนฺนา, น สา ตุยฺหํ อนุจฺฉวิกา, อญฺญํ เต ชาติโคตฺเตหิ สทิสํ กุมาริกํ อาเนสฺสามี’’ติ อาห. โส ปิตุ กถํ น คณฺหิ. อถ นํ มาตา ภาตา ภคินี จูฬปิตา จูฬมาตาติ สพฺเพปิ ญาตกา เจว มิตฺตสุหชฺชา จ สนฺนิปติตฺวา สญฺญาเปนฺตาปิ สญฺญาเปตุํ นาสกฺขึสุ. โส ตตฺเถว สุสฺสิตฺวา ปริสุสฺสิตฺวา ชีวิตกฺขยํ ปาปุณิ. อถสฺส ปิตา สรีรกิจฺจเปตกิจฺจานิ กตฺวา ตนุโสโก ‘‘สตฺถารํ วนฺทิสฺสามี’’ติ พหุํ คนฺธมาลาวิเลปนํ คเหตฺวา มหาวนํ คนฺตฺวา สตฺถารํ ปูเชตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสินฺโน ‘‘กึ นุ โข, อุปาสก, พหูนิ ทิวสานิ น ทิสฺสสี’’ติ วุตฺเต ตมตฺถํ อาโรเจสิ. สตฺถา ‘‘น โข, อุปาสก, อิทาเนว ตว ปุตฺโต อวตฺถุสฺมึ ฉนฺทราคํ อุปฺปาเทตฺวา วินาสํ ปาปุณิ, ปุพฺเพปิ ปตฺโตเยวา’’ติ วตฺวา เตน ยาจิโต อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต หิมวนฺตปเทเส สีหโยนิยํ นิพฺพตฺติ. ตสฺส ฉ กนิฏฺฐภาตโร เอกา จ ภคินี อโหสิ, สพฺเพปิ กญฺจนคุหายํ วสนฺติ. ตสฺสา ปน คุหาย อวิทูเร รชตปพฺพเต เอกา ผลิกคุหา อตฺถิ, ตตฺเถโก สิงฺคาโล วสติ. อปรภาเค สีหานํ มาตาปิตโร กาลมกํสุ. เต ภคินึ สีหโปติกํ กญฺจนคุหายํ ฐเปตฺวา โคจราย ปกฺกมิตฺวา มํสํ อาหริตฺวา ตสฺสา เทนฺติ. โส สิงฺคาโล ตํ สีหโปติกํ ทิสฺวา ปฏิพทฺธจิตฺโต อโหสิ. ตสฺสา ปน มาตาปิตูนํ ธรมานกาเล โอกาสํ นาลตฺถ, โส สตฺตนฺนมฺปิ เตสํ โคจราย ปกฺกนฺตกาเล ผลิกคุหาย โอตริตฺวา กญฺจนคุหาย ทฺวารํ คนฺตฺวา สีหโปติกาย ปุรโต โลกามิสปฏิสํยุตฺตํ เอวรูปํ รหสฺสกถํ กเถสิ – ‘‘สีหโปติเก, อหมฺปิ จตุปฺปโท, ตฺวมฺปิ จตุปฺปทา, ตฺวํ เม ปชาปตี โหหิ, อหํ เต ปติ ภวิสฺสามิ, เต มยํ สมคฺคา สมฺโมทมานา วสิสฺสาม, ตฺวํ อิโต ปฏฺฐาย มํ กิเลสวเสน สงฺคณฺหาหี’’ติ. สา ตสฺส วจนํ สุตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อยํ สิงฺคาโล จตุปฺปทานํ อนฺตเร หีโน ปฏิกุฏฺโฐ จณฺฑาลสทิโส, มยํ อุตฺตมราชกุลสมฺมตา, เอส โข มยา สทฺธึ อสพฺภึ อนนุจฺฉวิกํ กถํ กเถติ, อหํ เอวรูปํ กถํ สุตฺวา ชีวิเตน กึ กริสฺสามิ, นาสาวาตํ สนฺนิรุชฺฌิตฺวา มริสฺสามี’’ติ. อถสฺสา เอตทโหสิ – ‘‘มยฺหํ เอวเมว มรณํ อยุตฺตํ, ภาติกา ตาว เม อาคจฺฉนฺตุ, เตสํ กเถตฺวา มริสฺสามี’’ติ. สิงฺคาโลปิ ตสฺสา สนฺติกา ปฏิวจนํ อลภิตฺวา ‘‘อิทานิ เอสา มยฺหํ กุชฺฌตี’’ติ โทมนสฺสปฺปตฺโต ผลิกคุหายํ ปวิสิตฺวา นิปชฺชิ.

อเถโก สีหโปตโก มหึสวารณาทีสุ อญฺญตรํ วธิตฺวา มํสํ ขาทิตฺวา ภคินิยา ภาคํ อาหริตฺวา ‘‘อมฺม, มํสํ ขาทสฺสู’’ติ อาห. ‘‘ภาติก, นาหํ มํสํ ขาทามิ, มริสฺสามี’’ติ. ‘‘กึ การณา’’ติ? สา ตํ ปวตฺตึ อาจิกฺขิ. ‘‘อิทานิ กหํ โส สิงฺคาโล’’ติ จ วุตฺเต ผลิกคุหายํ นิปนฺนํ สิงฺคาลํ ‘‘อากาเส นิปนฺโน’’ติ มญฺญมานา ‘‘ภาติก, กึ น ปสฺสสิ, เอโส รชตปพฺพเต อากาเส นิปนฺโน’’ติ. สีหโปตโก ตสฺส ผลิกคุหายํ นิปนฺนภาวํ อชานนฺโต ‘‘อากาเส นิปนฺโน’’ติ สญฺญี หุตฺวา ‘‘มาเรสฺสามิ น’’นฺติ สีหเวเคน ปกฺขนฺทิตฺวา ผลิกคุหํ หทเยเนว ปหริ. โส หทเยน ผลิเตน ตตฺเถว ชีวิตกฺขยํ ปตฺวา ปพฺพตปาเท ปติ. อถาปโร อาคจฺฉิ, สา ตสฺสปิ ตเถว กเถสิ. โสปิ ตเถว กตฺวา ชีวิตกฺขยํ ปตฺวา ปพฺพตปาเท ปติ.

เอวํ ฉสุปิ ภาติเกสุ มเตสุ สพฺพปจฺฉา โพธิสตฺโต อาคจฺฉิ. สา ตสฺสปิ ตํ การณํ อาโรเจตฺวา ‘‘อิทานิ โส กุหิ’’นฺติ วุตฺเต ‘‘เอโส รชตปพฺพตมตฺถเก อากาเส นิปนฺโน’’ติ อาห. โพธิสตฺโต จินฺเตสิ – ‘‘สิงฺคาลานํ อากาเส ปติฏฺฐา นาม นตฺถิ, ผลิกคุหายํ นิปนฺนโก ภวิสฺสตี’’ติ. โส ปพฺพตปาทํ โอตริตฺวา ฉ ภาติเก มเต ทิสฺวา ‘‘อิเม อตฺตโน พาลตาย ปริคฺคณฺหนปญฺญาย อภาเวน ผลิกคุหภาวํ อชานิตฺวา หทเยน ปหริตฺวา มตา ภวิสฺสนฺติ, อสเมกฺขิตฺวา อติตุริตํ กโรนฺตานํ กมฺมํ นาม เอวรูปํ โหตี’’ติ วตฺวา ปฐมํ คาถมาห –

๓. ‘‘อสเมกฺขิตกมฺมนฺตํ, ตุริตาภินิปาตินํ;

สานิ กมฺมานิ ตปฺเปนฺติ, อุณฺหํวชฺโฌหิตํ มุเข’’ติ.

ตตฺถ อสเมกฺขิตกมฺมนฺตํ, ตุริตาภินิปาตินนฺติ โย ปุคฺคโล ยํ กมฺมํ กตฺตุกาโม โหติ, ตตฺถ โทสํ อสเมกฺขิตฺวา อนุปธาเรตฺวา ตุริโต หุตฺวา เวเคเนว ตํ กมฺมํ กาตุํ อภินิปตติ ปกฺขนฺทติ ปฏิปชฺชติ, ตํ อสเมกฺขิตกมฺมนฺตํ ตุริตาภินิปาตินํ เอวํ สานิ กมฺมานิ ตปฺเปนฺติ, โสเจนฺติ กิลเมนฺติ. ยถา กึ? อุณฺหํวชฺโฌหิตํ มุเขติ, ยถา ภุญฺชนฺเตน ‘‘อิทํ สีตลํ อิทํ อุณฺห’’นฺติ อนุปธาเรตฺวา อุณฺหํ อชฺโฌหรณียํ มุเข อชฺโฌหริตํ ฐปิตํ มุขมฺปิ กณฺฐมฺปิ กุจฺฉิมฺปิ ทหติ โสเจติ กิลเมติ, เอวํ ตถารูปํ ปุคฺคลํ สานิ กมฺมานิ ตปฺเปนฺติ.

อิติ โส สีโห อิมํ คาถํ วตฺวา ‘‘มม ภาติกา อนุปายกุสลตาย ‘สิงฺคาลํ มาเรสฺสามา’ติ อติเวเคน ปกฺขนฺทิตฺวา สยํ มตา, อหํ ปน เอวรูปํ อกตฺวา สิงฺคาลสฺส ผลิกคุหายํ นิปนฺนสฺเสว หทยํ ผาเลสฺสามี’’ติ สิงฺคาลสฺส อาโรหนโอโรหนมคฺคํ สลฺลกฺเขตฺวา ตทภิมุโข หุตฺวา ติกฺขตฺตุํ สีหนาทํ นทิ, ปถวิยา สทฺธึ อากาสํ เอกนินฺนาทํ อโหสิ. สิงฺคาลสฺส ผลิกคุหายํ นิปนฺนสฺเสว สีตตสิตสฺส หทยํ ผลิ, โส ตตฺเถว ชีวิตกฺขยํ ปาปุณิ.

สตฺถา ‘‘เอวํ โส สิงฺคาโล สีหนาทํ สุตฺวา ชีวิตกฺขยํ ปตฺโต’’ติ วตฺวา อภิสมฺพุทฺโธ หุตฺวา ทุติยํ คาถมาห –

๔. ‘‘สีโห จ สีหนาเทน, ททฺทรํ อภินาทยิ;

สุตฺวา สีหสฺส นิคฺโฆสํ, สิงฺคาโล ททฺทเร วสํ;

ภีโต สนฺตาสมาปาทิ, หทยญฺจสฺส อปฺผลี’’ติ.

ตตฺถ สีโหติ จตฺตาโร สีหา – ติณสีโห, ปณฺฑุสีโห, กาฬสีโห, สุรตฺตหตฺถปาโท เกสรสีโหติ. เตสุ เกสรสีโห อิธ อธิปฺเปโต. ททฺทรํ อภินาทยีติ เตน อสนิปาตสทฺทสทิเสน เภรวตเรน สีหนาเทน ตํ รชตปพฺพตํ อภินาทยิ เอกนินฺนาทํ อกาสิ. ททฺทเร วสนฺติ ผลิกมิสฺสเก รชตปพฺพเต วสนฺโต. ภีโต สนฺตาสมาปาทีติ มรณภเยน ภีโต จิตฺตุตฺราสํ อาปาทิ. หทยญฺจสฺส อปฺผลีติ เตน จสฺส ภเยน หทยํ ผลีติ.

เอวํ สีโห สิงฺคาลํ ชีวิตกฺขยํ ปาเปตฺวา ภาตโร เอกสฺมึ ฐาเน ปฏิจฺฉาเทตฺวา เตสํ มตภาวํ ภคินิยา อาจิกฺขิตฺวา ตํ สมสฺสาเสตฺวา ยาวชีวํ กญฺจนคุหายํ วสิตฺวา ยถากมฺมํ คโต.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ, สจฺจปริโยสาเน อุปาสโก โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ. ‘‘ตทา สิงฺคาโล นฺหาปิตปุตฺโต อโหสิ, สีหโปติกา ลิจฺฉวิกุมาริกา, ฉ กนิฏฺฐภาตโร อญฺญตรเถรา อเหสุํ, เชฏฺฐภาติกสีโห ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

สิงฺคาลชาตกวณฺณนา ทุติยา.

[๑๕๓] ๓. สูกรชาตกวณฺณนา

จตุปฺปโท อหํ, สมฺมาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อญฺญตรํ มหลฺลกตฺเถรํ อารพฺภ กเถสิ. เอกสฺมิญฺหิ ทิวเส รตฺตึ ธมฺมสฺสวเน วตฺตมาเน สตฺถริ คนฺธกุฏิทฺวาเร รมณีเย โสปานผลเก ฐตฺวา ภิกฺขุสงฺฆสฺส สุคโตวาทํ ทตฺวา คนฺธกุฏึ ปวิฏฺเฐ ธมฺมเสนาปติ สตฺถารํ วนฺทิตฺวา อตฺตโน ปริเวณํ อคมาสิ. มหาโมคฺคลฺลาโนปิ ปริเวณเมว คนฺตฺวา มุหุตฺตํ วิสฺสมิตฺวา เถรสฺส สนฺติกํ อาคนฺตฺวา ปญฺหํ ปุจฺฉิ, ปุจฺฉิตปุจฺฉิตํ ธมฺมเสนาปติ คคนตเล ปุณฺณจนฺทํ อุฏฺฐาเปนฺโต วิย วิสฺสชฺเชตฺวา ปากฏมกาสิ. จตสฺโสปิ ปริสา ธมฺมํ สุณมานา นิสีทึสุ. ตตฺเถโก มหลฺลกตฺเถโร จินฺเตสิ – ‘‘สจาหํ อิมิสฺสา ปริสาย มชฺเฌ สาริปุตฺตํ อาลุเฬนฺโต ปญฺหํ ปุจฺฉิสฺสามิ, อยํ เม ปริสา ‘พหุสฺสุโต อย’นฺติ ญตฺวา สกฺการสมฺมานํ กริสฺสตี’’ติ ปริสนฺตรา อุฏฺฐาย เถรํ อุปสงฺกมิตฺวา เอกมนฺตํ ฐตฺวา ‘‘อาวุโส สาริปุตฺต, มยมฺปิ ตํ เอกํ ปญฺหํ ปุจฺฉาม, อมฺหากมฺปิ โอกาสํ กโรหิ, เทหิ เม วินิจฺฉยํ อาเวธิกาย วา นิเวธิกาย วา นิคฺคเห วา ปคฺคเห วา วิเสเส วา ปฏิวิเสเส วา’’ติ อาห. เถโร ตํ โอโลเกตฺวา ‘‘อยํ มหลฺลโก อิจฺฉาจาเร ฐิโต ตุจฺโฉ น กิญฺจิ ชานาตี’’ติ เตน สทฺธึ อกเถตฺวาว ลชฺชมาโน พีชนึ ฐเปตฺวา อาสนา โอตริตฺวา ปริเวณํ ปาวิสิ, โมคฺคลฺลานตฺเถโรปิ อตฺตโน ปริเวณเมว อคมาสิ.

มนุสฺสา อุฏฺฐาย ‘‘คณฺหเถตํ ตุจฺฉมหลฺลกํ, มธุรธมฺมสฺสวนํ โน โสตุํ น อทาสี’’ติ อนุพนฺธึสุ. โส ปลายนฺโต วิหารปจฺจนฺเต ภินฺนปทราย วจฺจกุฏิยา ปติตฺวา คูถมกฺขิโต อฏฺฐาสิ. มนุสฺสา ตํ ทิสฺวา วิปฺปฏิสาริโน หุตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ อคมํสุ. สตฺถา เต ทิสฺวา ‘‘กึ อุปาสกา อเวลาย อาคตตฺถา’’ติ ปุจฺฉิ, มนุสฺสา ตมตฺถํ อาโรเจสุํ. สตฺถา ‘‘น โข อุปาสกา อิทาเนเวส มหลฺลโก อุปฺปิลาวิโต หุตฺวา อตฺตโน พลํ อชานิตฺวา มหาพเลหิ สทฺธึ ปโยเชตฺวา คูถมกฺขิโต ชาโต, ปุพฺเพเปส อุปฺปิลาวิโต หุตฺวา อตฺตโน พลํ อชานิตฺวา มหาพเลหิ สทฺธึ ปโยเชตฺวา คูถมกฺขิโต อโหสี’’ติ วตฺวา เตหิ ยาจิโต อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต สีโห หุตฺวา หิมวนฺตปเทเส ปพฺพตคุหาย วาสํ กปฺเปสิ. ตสฺสา อวิทูเร เอกํ สรํ นิสฺสาย พหู สูกรา นิวาสํ กปฺเปสุํ. ตเมว สรํ นิสฺสาย ตาปสาปิ ปณฺณสาลาสุ วาสํ กปฺเปสุํ. อเถกทิวสํ สีโห มหึสวารณาทีสุ อญฺญตรํ วธิตฺวา ยาวทตฺถํ มํสํ ขาทิตฺวา ตํ สรํ โอตริตฺวา ปานียํ ปิวิตฺวา อุตฺตริ. ตสฺมึ ขเณ เอโก ถูลสูกโร ตํ สรํ นิสฺสาย โคจรํ คณฺหาติ. สีโห ตํ ทิสฺวา ‘‘อญฺญํ เอกทิวสํ อิมํ ขาทิสฺสามิ, มํ โข ปน ทิสฺวา ปุน น อาคจฺเฉยฺยา’’ติ ตสฺส อนาคมนภเยน สรโต อุตฺตริตฺวา เอเกน ปสฺเสน คนฺตุํ อารภิ. สูกโร โอโลเกตฺวา ‘‘เอส มํ ทิสฺวา มม ภเยน อุปคนฺตุํ อสกฺโกนฺโต ภเยน ปลายติ, อชฺช มยา อิมินา สีเหน สทฺธึ ปโยเชตุํ วฏฺฏตี’’ติ สีสํ อุกฺขิปิตฺวา ตํ ยุทฺธตฺถาย อวฺหยนฺโต ปฐมํ คาถมาห –

๕. ‘‘จตุปฺปโท อหํ สมฺม, ตฺวมฺปิ สมฺม จตุปฺปโท;

เอหิ สมฺม นิวตฺตสฺสุ, กึ นุ ภีโต ปลายสี’’ติ.

สีโห ตสฺส กถํ สุตฺวา ‘‘สมฺม สูกร, อชฺช อมฺหากํ ตยา สทฺธึ สงฺคาโม นตฺถิ, อิโต ปน สตฺตเม ทิวเส อิมสฺมึเยว ฐาเน สงฺคาโม โหตู’’ติ วตฺวา ปกฺกามิ. สูกโร ‘‘สีเหน สทฺธึ สงฺคาเมสฺสามี’’ติ หฏฺฐปหฏฺโฐ ตํ ปวตฺตึ ญาตกานํ อาโรเจสิ. เต ตสฺส กถํ สุตฺวา ภีตตสิตา ‘‘อิทานิ ตฺวํ สพฺเพปิ อเมฺห นาเสสฺสสิ, อตฺตโน พลํ อชานิตฺวา สีเหน สทฺธึ สงฺคามํ กตฺตุกาโมติ, สีโห อาคนฺตฺวา สพฺเพปิ อเมฺห ชีวิตกฺขยํ ปาเปสฺสติ, สาหสิกกมฺมํ มา กรี’’ติ อาหํสุ. โสปิ ภีตตสิโต ‘‘อิทานิ กึ กโรมี’’ติ ปุจฺฉิ. สูกรา ‘‘สมฺม, ตฺวํ เอเตสํ ตาปสานํ อุจฺจารภูมึ คนฺตฺวา ปูติคูเถ สตฺต ทิวสานิ สรีรํ ปริวฏฺเฏตฺวา สุกฺขาเปตฺวา สตฺตเม ทิวเส สรีรํ อุสฺสาวพินฺทูหิ เตเมตฺวา สีหสฺส อาคมนโต ปุริมตรํ คนฺตฺวา วาตโยคํ ญตฺวา อุปริวาเต ติฏฺฐ, สุจิชาติโก สีโห ตว สรีรคนฺธํ ฆายิตฺวา ตุยฺหํ ชยํ ทตฺวา คมิสฺสตี’’ติ อาหํสุ. โส ตถา กตฺวา สตฺตเม ทิวเส ตตฺถ อฏฺฐาสิ. สีโห ตสฺส สรีรคนฺธํ ฆายิตฺวา คูถมกฺขิตภาวํ ญตฺวา ‘‘สมฺม สูกร, สุนฺทโร เต เลโส จินฺติโต, สเจ ตฺวํ คูถมกฺขิโต นาภวิสฺส, อิเธว ตํ ชีวิตกฺขยํ อปาเปสฺสํ, อิทานิ ปน เต สรีรํ เนว มุเขน ฑํสิตุํ, น ปาเทน ปหริตุํ สกฺกา, ชยํ เต ทมฺมี’’ติ วตฺวา ทุติยํ คาถมาห –

๖. ‘‘อสุจิ ปูติโลโมสิ, ทุคฺคนฺโธ วาสิ สูกร;

สเจ ยุชฺชิตุกาโมสิ, ชยํ สมฺม ททามิ เต’’ติ.

ตตฺถ ปูติโลโมติ มีฬฺหมกฺขิตตฺตา ทุคฺคนฺธโลโม. ทุคฺคนฺโธ วาสีติ อนิฏฺฐเชคุจฺฉปฏิกูลคนฺโธ หุตฺวา วายสิ. ชยํ, สมฺม, ททามิ เตติ ‘‘ตุยฺหํ ชยํ เทมิ, อหํ ปราชิโต, คจฺฉ ตฺว’’นฺติ วตฺวา สีโห ตโตว นิวตฺติตฺวา โคจรํ คเหตฺวา สเร ปานียํ ปิวิตฺวา ปพฺพตคุหเมว คโต. สูกโรปิ ‘‘สีโห เม ชิโต’’ติ ญาตกานํ อาโรเจสิ. เต ภีตตสิตา ‘‘ปุน เอกทิวสํ อาคจฺฉนฺโต สีโห สพฺเพว อเมฺห ชีวิตกฺขยํ ปาเปสฺสตี’’ติ ปลายิตฺวา อญฺญตฺถ อคมํสุ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา สูกโร มหลฺลโก อโหสิ, สีโห ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

สูกรชาตกวณฺณนา ตติยา.

[๑๕๔] ๔. อุรคชาตกวณฺณนา

อิธูรคานํ ปวโร ปวิฏฺโฐติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เสณิภณฺฑนํ อารพฺภ กเถสิ. โกสลรญฺโญ กิร เสวกา เสณิปมุขา เทฺว มหามตฺตา อญฺญมญฺญํ ทิฏฺฐฏฺฐาเน กลหํ กโรนฺติ, เตสํ เวริภาโว สกลนคเร ปากโฏ ชาโต. เต เนว ราชา, น ญาติมิตฺตา สมคฺเค กาตุํ สกฺขึสุ. อเถกทิวสํ สตฺถา ปจฺจูสสมเย โพธเนยฺยพนฺธเว โอโลเกนฺโต เตสํ อุภินฺนมฺปิ โสตาปตฺติมคฺคสฺส อุปนิสฺสยํ ทิสฺวา ปุนทิวเส เอกโกว สาวตฺถิยํ ปิณฺฑาย ปวิสิตฺวา เตสุ เอกสฺส เคหทฺวาเร อฏฺฐาสิ. โส นิกฺขมิตฺวา ปตฺตํ คเหตฺวา สตฺถารํ อนฺโตนิเวสนํ ปเวเสตฺวา อาสนํ ปญฺญเปตฺวา นิสีทาเปสิ. สตฺถา นิสีทิตฺวา ตสฺส เมตฺตาภาวนาย อานิสํสํ กเถตฺวา กลฺลจิตฺตตํ ญตฺวา สจฺจานิ ปกาเสสิ, โส สจฺจปริโยสาเน โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ.

สตฺถา ตสฺส โสตาปนฺนภาวํ ญตฺวา ตเมว ปตฺตํ คาหาเปตฺวา อุฏฺฐาย อิตรสฺส เคหทฺวารํ อคมาสิ. โสปิ นิกฺขมิตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา ‘‘ปวิสถ, ภนฺเต’’ติ ฆรํ ปเวเสตฺวา นิสีทาเปสิ. อิตโรปิ ปตฺตํ คเหตฺวา สตฺถารา สทฺธึเยว ปาวิสิ. สตฺถา ตสฺส เอกาทส เมตฺตานิสํเส วณฺเณตฺวา กลฺลจิตฺตตํ ญตฺวา สจฺจานิ ปกาเสสิ, สจฺจปริโยสาเน โสปิ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ. อิติ เต อุโภปิ โสตาปนฺนา หุตฺวา อญฺญมญฺญํ อจฺจยํ ทสฺเสตฺวา ขมาเปตฺวา สมคฺคา สมฺโมทมานา เอกชฺฌาสยา อเหสุํ. ตํ ทิวสญฺเญว จ ภควโต สมฺมุขาว เอกโต ภุญฺชึสุ. สตฺถา ภตฺตกิจฺจํ นิฏฺฐาเปตฺวา วิหารํ อคมาสิ. เต พหูนิ มาลาคนฺธวิเลปนานิ เจว สปฺปิมธุผาณิตาทีนิ จ อาทาย สตฺถารา สทฺธึเยว นิกฺขมึสุ. สตฺถา ภิกฺขุสงฺเฆน วตฺเต ทสฺสิเต สุคโตวาทํ ทตฺวา คนฺธกุฏึ ปาวิสิ.

ภิกฺขู สายนฺหสมเย ธมฺมสภายํ สตฺถุ คุณกถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ‘‘อาวุโส, สตฺถา อทนฺตทมโก, เย นาม เทฺว มหามตฺเต จิรํ วายมมาโนปิ เนว ราชา สมคฺเค กาตุํ สกฺขิ, น ญาติมิตฺตาทโย สกฺขึสุ, เต เอกทิวเสเนว ตถาคเตน ทมิตา’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนวาหํ อิเม เทฺว ชเน สมคฺเค อกาสึ, ปุพฺเพเปเต มยา สมคฺคา กตาเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต พาราณสิยํ อุสฺสเว โฆสิเต มหาสมชฺชํ อโหสิ. พหู มนุสฺสา เจว เทวนาคสุปณฺณาทโย จ สมชฺชทสฺสนตฺถํ สนฺนิปตึสุ. ตเตฺรกสฺมึ ฐาเน เอโก นาโค จ สุปณฺโณ จ สมชฺชํ ปสฺสมานา เอกโต อฏฺฐํสุ. นาโค สุปณฺณสฺส สุปณฺณภาวํ อชานนฺโต อํเส หตฺถํ ฐเปสิ. สุปณฺโณ ‘‘เกน เม อํเส หตฺโถ ฐปิโต’’ติ นิวตฺติตฺวา โอโลเกนฺโต นาคํ สญฺชานิ. นาโคปิ โอโลเกนฺโต สุปณฺณํ สญฺชานิตฺวา มรณภยตชฺชิโต นครา นิกฺขมิตฺวา นทีปิฏฺเฐน ปลายิ. สุปณฺโณปิ ‘‘ตํ คเหสฺสามี’’ติ อนุพนฺธิ. ตสฺมึ สมเย โพธิสตฺโต ตาปโส หุตฺวา ตสฺสา นทิยา ตีเร ปณฺณสาลาย วสมาโน ทิวา ทรถปฏิปฺปสฺสมฺภนตฺถํ อุทกสาฏิกํ นิวาเสตฺวา วกฺกลํ พหิ ฐเปตฺวา นทึ โอตริตฺวา นฺหายติ. นาโค ‘‘อิมํ ปพฺพชิตํ นิสฺสาย ชีวิตํ ลภิสฺสามี’’ติ ปกติวณฺณํ วิชหิตฺวา มณิกฺขนฺธวณฺณํ มาเปตฺวา วกฺกลนฺตรํ ปาวิสิ. สุปณฺโณ อนุพนฺธมาโน ตํ ตตฺถ ปวิฏฺฐํ ทิสฺวา วกฺกเล ครุภาเวน อคฺคเหตฺวา โพธิสตฺตํ อามนฺเตตฺวา ‘‘ภนฺเต, อหํ ฉาโต, ตุมฺหากํ วกฺกลํ คณฺหถ, อิมํ นาคํ ขาทิสฺสามี’’ติ อิมมตฺถํ ปกาเสตุํ ปฐมํ คาถมาห –

๗. ‘‘อิธูรคานํ ปวโร ปวิฏฺโฐ, เสลสฺส วณฺเณน ปโมกฺขมิจฺฉํ;

พฺรหฺมญฺจ วณฺณํ อปจายมาโน, พุภุกฺขิโต โน วิตรามิ โภตฺตุ’’นฺติ.

ตตฺถ อิธูรคานํ ปวโร ปวิฏฺโฐติ อิมสฺมึ วกฺกเล อุรคานํ ปวโร นาคราชา ปวิฏฺโฐ. เสลสฺส วณฺเณนาติ มณิวณฺเณน, มณิกฺขนฺโธ หุตฺวา ปวิฏฺโฐติ อตฺโถ. ปโมกฺขมิจฺฉนฺติ มม สนฺติกา โมกฺขํ อิจฺฉมาโน. พฺรหฺมญฺจ วณฺณํ อปจายมาโนติ อหํ ปน ตุมฺหากํ พฺรหฺมวณฺณํ เสฏฺฐวณฺณํ ปูเชนฺโต ครุํ กโรนฺโต. พุภุกฺขิโต โน วิตรามิ โภตฺตุนฺติ เอตํ นาคํ วกฺกลนฺตรํ ปวิฏฺฐํ ฉาโตปิ สมาโน ภกฺขิตุํ น สกฺโกมีติ.

โพธิสตฺโต อุทเก ฐิโตเยว สุปณฺณราชสฺส ถุตึ กตฺวา ทุติยํ คาถมาห –

๘. ‘‘โส พฺรหฺมคุตฺโต จิรเมว ชีว, ทิพฺยา จ เต ปาตุภวนฺตุ ภกฺขา;

โย พฺรหฺมวณฺณํ อปจายมาโน, พุภุกฺขิโต โน วิตราสิ โภตฺตุ’’นฺติ.

ตตฺถ โส พฺรหฺมคุตฺโตติ โส ตฺวํ พฺรหฺมโคปิโต พฺรหฺมรกฺขิโต หุตฺวา. ทิพฺยา จ เต ปาตุภวนฺตุ ภกฺขาติ เทวตานํ ปริโภคารหา ภกฺขา จ ตว ปาตุภวนฺตุ, มา ปาณาติปาตํ กตฺวา นาคมํสขาทโก อโหสิ.

อิติ โพธิสตฺโต อุทเก ฐิโตว อนุโมทนํ กตฺวา อุตฺตริตฺวา วกฺกลํ นิวาเสตฺวา เต อุโภปิ คเหตฺวา อสฺสมปทํ คนฺตฺวา เมตฺตาภาวนาย วณฺณํ กเถตฺวา เทฺวปิ ชเน สมคฺเค อกาสิ. เต ตโต ปฏฺฐาย สมคฺคา สมฺโมทมานา สุขํ วสึสุ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา นาโค จ สุปณฺโณ จ อิเม เทฺว มหามตฺตา อเหสุํ, ตาปโส ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

อุรคชาตกวณฺณนา จตุตฺถา.

[๑๕๕] ๕. ภคฺคชาตกวณฺณนา

ชีว วสฺสสตํ ภคฺคาติ อิทํ สตฺถา เชตวนสมีเป ปเสนทิโกสเลน รญฺญา การิเต ราชการาเม วิหรนฺโต อตฺตโน ขิปิตกํ อารพฺภ กเถสิ. เอกสฺมิญฺหิ ทิวเส สตฺถา ราชการาเม จตุปริสมชฺเฌ นิสีทิตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต ขิปิ. ภิกฺขู ‘‘ชีวตุ, ภนฺเต ภควา, ชีวตุ, สุคโต’’ติ อุจฺจาสทฺทํ มหาสทฺทํ อกํสุ, เตน สทฺเทน ธมฺมกถาย อนฺตราโย อโหสิ. อถ โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘อปิ นุ โข, ภิกฺขเว, ขิปิเต ‘ชีวา’ติ วุตฺโต ตปฺปจฺจยา ชีเวยฺย วา มเรยฺย วา’’ติ? ‘‘โน เหตํ ภนฺเต’’ติ. ‘‘น, ภิกฺขเว, ขิปิเต ‘ชีวา’ติ วตฺตพฺโพ, โย วเทยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๒๘๘). เตน โข ปน สมเยน มนุสฺสา ภิกฺขูนํ ขิปิเต ‘‘ชีวถ, ภนฺเต’’ติ วทนฺติ, ภิกฺขู กุกฺกุจฺจายนฺตา นาลปนฺติ. มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ – ‘‘กถญฺหิ นาม สมณา สกฺยปุตฺติยา ‘ชีวถ, ภนฺเต’ติ วุจฺจมานา นาลปิสฺสนฺตี’’ติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. คิหี, ภิกฺขเว, มงฺคลิกา, อนุชานามิ, ภิกฺขเว, คิหีนํ ‘‘ชีวถ, ภนฺเต’’ติ วุจฺจมาเนน ‘‘จิรํ ชีวา’’ติ วตฺตุนฺติ. ภิกฺขู ภควนฺตํ ปุจฺฉึสุ – ‘‘ภนฺเต, ชีวปฏิชีวํ นาม กทา อุปฺปนฺน’’นฺติ? สตฺถา ‘‘ภิกฺขเว, ชีวปฏิชีวํ นาม โปราณกาเล อุปฺปนฺน’’นฺติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต กาสิรฏฺเฐ เอกสฺมึ พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติ. ตสฺส ปิตา โวหารํ กตฺวา ชีวิกํ กปฺเปติ, โส โสฬสวสฺสุทฺเทสิกํ โพธิสตฺตํ มณิกภณฺฑํ อุกฺขิปาเปตฺวา คามนิคมาทีสุ จรนฺโต พาราณสึ ปตฺวา โทวาริกสฺส ฆเร ภตฺตํ ปจาเปตฺวา ภุญฺชิตฺวา นิวาสฏฺฐานํ อลภนฺโต ‘‘อเวลาย อาคตา อาคนฺตุกา กตฺถ วสนฺตี’’ติ ปุจฺฉิ. อถ นํ มนุสฺสา ‘‘พหินคเร เอกา สาลา อตฺถิ, สา ปน อมนุสฺสปริคฺคหิตา. สเจ อิจฺฉถ, ตตฺถ วสถา’’ติ อาหํสุ. โพธิสตฺโต ‘‘เอถ, ตาต, คจฺฉาม, มา ยกฺขสฺส ภายิตฺถ, อหํ ตํ ทเมตฺวา ตุมฺหากํ ปาเทสุ ปาเตสฺสามี’’ติ ปิตรํ คเหตฺวา ตตฺถ คโต. อถสฺส ปิตา ผลเก นิปชฺชิ, สยํ ปิตุ ปาเท สมฺพาหนฺโต นิสีทิ. ตตฺถ อธิวตฺโถ ยกฺโข ทฺวาทส วสฺสานิ เวสฺสวณํ อุปฏฺฐหิตฺวา ตํ สาลํ ลภนฺโต ‘‘อิมํ สาลํ ปวิฏฺฐมนุสฺเสสุ โย ขิปิเต ‘ชีวา’ติ วทติ, โย จ ‘ชีวา’ติ วุตฺเต ‘ปฏิชีวา’ติ วทติ, เต ชีวปฏิชีวภาณิโน ฐเปตฺวา อวเสเส ขาเทยฺยาสี’’ติ ลภิ. โส ปิฏฺฐิวํสถูณาย วสติ. โส ‘‘โพธิสตฺตสฺส ปิตรํ ขิปาเปสฺสามี’’ติ อตฺตโน อานุภาเวน สุขุมจุณฺณํ วิสฺสชฺเชสิ, จุณฺโณ อาคนฺตฺวา ตสฺส นาสปุเฏ ปาวิสิ. โส ผลเก นิปนฺนโกว ขิปิ, โพธิสตฺโต น ‘‘ชีวา’’ติ อาห. ยกฺโข ตํ ขาทิตุํ ถูณาย โอตรติ. โพธิสตฺโต ตํ โอตรนฺตํ ทิสฺวา ‘‘อิมินา เม ปิตา ขิปาปิโต ภวิสฺสติ, อยํ โส ขิปิเต ‘ชีวา’ติ อวทนฺตํ ขาทกยกฺโข ภวิสฺสตี’’ติ ปิตรํ อารพฺภ ปฐมํ คาถมาห –

๙. ‘‘ชีว วสฺสสตํ ภคฺค, อปรานิ จ วีสตึ;

มา มํ ปิสาจา ขาทนฺตุ, ชีว ตฺวํ สรโทสต’’นฺติ.

ตตฺถ ภคฺคาติ ปิตรํ นาเมนาลปติ. อปรานิ จ วีสตินฺติ อปรานิ จ วีสติ วสฺสานิ ชีว. มา มํ ปิสาจา ขาทนฺตูติ มํ ปิสาจา มา ขาทนฺตุ. ชีว ตฺวํ สรโทสตนฺติ ตฺวํ ปน วีสุตฺตรํ วสฺสสตํ ชีวาติ. สรโทสตญฺหิ คณิยมานํ วสฺสสตเมว โหติ, ตํ ปุริเมหิ วีสาย สทฺธึ วีสุตฺตรํ อิธ อธิปฺเปตํ.

ยกฺโข โพธิสตฺตสฺส วจนํ สุตฺวา ‘‘อิมํ ตาว มาณวํ ‘ชีวา’ติ วุตฺตตฺตา ขาทิตุํ น สกฺกา, ปิตรํ ปนสฺส ขาทิสฺสามี’’ติ ปิตุ สนฺติกํ อคมาสิ. โส ตํ อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อยํ โส ‘ปฏิชีวา’ติ อภณนฺตานํ ขาทกยกฺโข ภวิสฺสติ, ปฏิชีวํ กริสฺสามี’’ติ. โส ปุตฺตํ อารพฺภ ทุติยํ คาถมาห –

๑๐. ‘‘ตฺวมฺปิ วสฺสสตํ ชีวํ, อปรานิ จ วีสตึ;

วิสํ ปิสาจา ขาทนฺตุ, ชีว ตฺวํ สรโทสต’’นฺติ.

ตตฺถ วิสํ ปิสาจา ขาทนฺตูติ ปิสาจา หลาหลวิสํ ขาทนฺตุ.

ยกฺโข ตสฺส วจนํ สุตฺวา ‘‘อุโภปิ เม น สกฺกา ขาทิตุ’’นฺติ ปฏินิวตฺติ. อถ นํ โพธิสตฺโต ปุจฺฉิ – ‘‘โภ ยกฺข, กสฺมา ตฺวํ อิมํ สาลํ ปวิฏฺฐมนุสฺเส ขาทสี’’ติ? ‘‘ทฺวาทส วสฺสานิ เวสฺสวณํ อุปฏฺฐหิตฺวา ลทฺธตฺตา’’ติ. ‘‘กึ ปน สพฺเพว ขาทิตุํ ลภสี’’ติ? ‘‘ชีวปฏิชีวภาณิโน ฐเปตฺวา อวเสเส ขาทามี’’ติ. ‘‘ยกฺข, ตฺวํ ปุพฺเพปิ อกุสลํ กตฺวา กกฺขโฬ ผรุโส ปรวิหึสโก หุตฺวา นิพฺพตฺโต, อิทานิปิ ตาทิสํ กมฺมํ กตฺวา ตโม ตมปรายโณ ภวิสฺสติ, ตสฺมา อิโต ปฏฺฐาย ปาณาติปาตาทีหิ วิรมสฺสู’’ติ ตํ ยกฺขํ ทเมตฺวา นิรยภเยน ตชฺเชตฺวา ปญฺจสุ สีเลสุ ปติฏฺฐาเปตฺวา ยกฺขํ เปสนการกํ วิย อกาสิ.

ปุนทิวเส สญฺจรนฺตา มนุสฺสา ยกฺขํ ทิสฺวา โพธิสตฺเตน จสฺส ทมิตภาวํ ญตฺวา รญฺโญ อาโรเจสุํ – ‘‘เทว, เอโก มาณโว ตํ ยกฺขํ ทเมตฺวา เปสนการกํ วิย กตฺวา ฐิโต’’ติ. ราชา โพธิสตฺตํ ปกฺโกสาเปตฺวา เสนาปติฏฺฐาเน ฐเปสิ, ปิตุ จสฺส มหนฺตํ ยสํ อทาสิ. โส ยกฺขํ พลิปฏิคฺคาหกํ กตฺวา โพธิสตฺตสฺส โอวาเท ฐตฺวา ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กตฺวา สคฺคปุรํ ปูเรสิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ‘‘ชีวปฏิชีวํ นาม ตสฺมึ กาเล อุปฺปนฺน’’นฺติ วตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา ยกฺโข องฺคุลิมาโล อโหสิ, ราชา อานนฺโท, ปิตา กสฺสโป, ปุตฺโต ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

ภคฺคชาตกวณฺณนา ปญฺจมา.

[๑๕๖] ๖. อลีนจิตฺตชาตกวณฺณนา

อลีนจิตฺตํ นิสฺสายาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ โอสฺสฏฺฐวีริยํ ภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ เอกาทสนิปาเต สํวรชาตเก (ชา. ๑.๑๑.๙๗ อาทโย) อาวิภวิสฺสติ. โส ปน ภิกฺขุ สตฺถารา ‘‘สจฺจํ กิร ตฺวํ, ภิกฺขุ, วีริยํ โอสฺสชี’’ติ วุตฺเต ‘‘สจฺจํ, ภควา’’ติ อาห. อถ นํ สตฺถา ‘‘นนุ ตฺวํ, ภิกฺขุ, ปุพฺเพ วีริยํ อวิสฺสชฺเชตฺวา มํสเปสิสทิสสฺส ทหรกุมารสฺส ทฺวาทสโยชนิเก พาราณสินคเร รชฺชํ คเหตฺวา อทาสิ, อิทานิ กสฺมา เอวรูเป สาสเน ปพฺพชิตฺวา วีริยํ โอสฺสชสี’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต พาราณสิโต อวิทูเร วฑฺฒกีคาโม อโหสิ, ตตฺถ ปญฺจสตา วฑฺฒกี วสนฺติ. เต นาวาย อุปริโสตํ คนฺตฺวา อรญฺเญ เคหสมฺภารทารูนิ โกฏฺเฏตฺวา ตตฺเถว เอกภูมิกทฺวิภูมิกาทิเภเท เคหสมฺภาเร สชฺเชตฺวา ถมฺภโต ปฏฺฐาย สพฺพทารูสุ สญฺญํ กตฺวา นทีตีรํ เนตฺวา นาวํ อาโรเปตฺวา อนุโสเตน นครํ อาคนฺตฺวา เย ยาทิสานิ เคหานิ อากงฺขนฺติ, เตสํ ตาทิสานิ กตฺวา กหาปเณ คเหตฺวา ปุน ตตฺเถว คนฺตฺวา เคหสมฺภาเร อาหรนฺติ. เอวํ เตสํ ชีวิกํ กปฺเปนฺตานํ เอกสฺมึ กาเล ขนฺธาวารํ พนฺธิตฺวา ทารูนิ โกฏฺเฏนฺตานํ อวิทูเร เอโก หตฺถี ขทิรขาณุกํ อกฺกมิ. ตสฺส โส ขาณุโก ปาทํ วิชฺฌิ, พลวเวทนา วตฺตนฺติ, ปาโท อุทฺธุมายิตฺวา ปุพฺพํ คณฺหิ. โส เวทนาปฺปตฺโต เตสํ ทารุโกฏฺฏนสทฺทํ สุตฺวา ‘‘อิเม วฑฺฒกี นิสฺสาย มยฺหํ โสตฺถิ ภวิสฺสตี’’ติ มญฺญมาโน ตีหิ ปาเทหิ เตสํ สนฺติกํ คนฺตฺวา อวิทูเร นิปชฺชิ, วฑฺฒกี ตํ อุทฺธุมาตปาทํ ทิสฺวา อุปสงฺกมิตฺวา ปาเท ขาณุกํ ทิสฺวา ติขิณวาสิยา ขาณุกสฺส สมนฺตโต โอธึ ทตฺวา รชฺชุยา พนฺธิตฺวา อากฑฺฒนฺตา ขาณุํ นีหริตฺวา ปุพฺพํ โมเจตฺวา อุโณฺหทเกน โธวิตฺวา ตทนุรูเปหิ เภสชฺเชหิ มกฺเขตฺวา นจิรสฺเสว วณํ ผาสุกํ กรึสุ.

หตฺถี อโรโค หุตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘มยา อิเม วฑฺฒกี นิสฺสาย ชีวิตํ ลทฺธํ, อิทานิ เตสํ มยา อุปการํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ. โส ตโต ปฏฺฐาย วฑฺฒกีหิ สทฺธึ รุกฺเข นีหรติ, ตจฺเฉนฺตานํ ปริวตฺเตตฺวา เทติ, วาสิอาทีนิ อุปสํหรติ, โสณฺฑาย เวเฐตฺวา กาฬสุตฺตโกฏิยํ คณฺหาติ. วฑฺฒกีปิสฺส โภชนเวลาย เอเกกํ ปิณฺฑํ เทนฺตา ปญฺจ ปิณฺฑสตานิ เทนฺติ. ตสฺส ปน หตฺถิสฺส ปุตฺโต สพฺพเสโต หตฺถาชานียโปตโก อตฺถิ, เตนสฺส เอตทโหสิ – ‘‘อหํ เอตรหิ มหลฺลโก. อิทานิ มยา อิเมสํ วฑฺฒกีนํ กมฺมกรณตฺตาย ปุตฺตํ ทตฺวา คนฺตุํ วฏฺฏตี’’ติ. โส วฑฺฒกีนํ อนาจิกฺขิตฺวาว อรญฺญํ ปวิสิตฺวา ปุตฺตํ อาเนตฺวา ‘‘อยํ หตฺถิโปตโก มม ปุตฺโต, ตุเมฺหหิ มยฺหํ ชีวิตํ ทินฺนํ, อหํ โว เวชฺชเวตนตฺถาย อิมํ ทมฺมิ, อยํ ตุมฺหากํ อิโต ปฏฺฐาย กมฺมานิ กริสฺสตี’’ติ วตฺวา ‘‘อิโต ปฏฺฐาย, ปุตฺตก, ยํ มยา กตฺตพฺพํ กมฺมํ, ตํ ตฺวํ กโรหี’’ติ ปุตฺตํ โอวทิตฺวา วฑฺฒกีนํ ทตฺวา สยํ อรญฺญํ ปาวิสิ.

ตโต ปฏฺฐาย หตฺถิโปตโก วฑฺฒกีนํ วจนกโร โอวาทกฺขโม หุตฺวา สพฺพกิจฺจานิ กโรติ. เตปิ ตํ ปญฺจหิ ปิณฺฑสเตหิ โปเสนฺติ, โส กมฺมํ กตฺวา นทึ โอตริตฺวา นฺหตฺวา กีฬิตฺวา อาคจฺฉติ, วฑฺฒกีทารกาปิ ตํ โสณฺฑาทีสุ คเหตฺวา อุทเกปิ ถเลปิ เตน สทฺธึ กีฬนฺติ. อาชานียา ปน หตฺถิโนปิ อสฺสาปิ ปุริสาปิ อุทเก อุจฺจารํ วา ปสฺสาวํ วา น กโรนฺติ, ตสฺมา โสปิ อุทเก อุจฺจารปสฺสาวํ อกตฺวา พหินทีตีเรเยว กโรติ. อเถกสฺมึ ทิวเส อุปรินทิยา เทโว วสฺสิ, อถ สุกฺขํ หตฺถิลณฺฑํ อุทเกน นทึ โอตริตฺวา คจฺฉนฺตํ พาราณสีนครติตฺเถ เอกสฺมึ คุมฺเพ ลคฺเคตฺวา อฏฺฐาสิ. อถ รญฺโญ หตฺถิโคปกา ‘‘หตฺถี นฺหาเปสฺสามา’’ติ ปญฺจ หตฺถิสตานิ นยึสุ. อาชานียลณฺฑสฺส คนฺธํ ฆายิตฺวา เอโกปิ หตฺถี นทึ โอตริตุํ น อุสฺสหิ. สพฺเพปิ นงฺคุฏฺฐํ อุกฺขิปิตฺวา ปลายิตุํ อารภึสุ, หตฺถิโคปกา หตฺถาจริยานํ อาโรเจสุํ. เต ‘‘อุทเก ปริปนฺเถน ภวิตพฺพ’’นฺติ อุทกํ โสธาเปตฺวา ตสฺมึ คุมฺเพ ตํ อาชานียลณฺฑํ ทิสฺวา ‘‘อิทเมตฺถ การณ’’นฺติ ญตฺวา จาฏึ อาหราเปตฺวา อุทกสฺส ปูเรตฺวา ตํ ตตฺถ มทฺทิตฺวา หตฺถีนํ สรีเร สิญฺจาเปสุํ, สรีรานิ สุคนฺธานิ อเหสุํ. ตสฺมึ กาเล เต นทึ โอตริตฺวา นฺหายึสุ.

หตฺถาจริยา รญฺโญ ตํ ปวตฺตึ อาโรเจตฺวา ‘‘ตํ หตฺถาชานียํ ปริเยสิตฺวา อาเนตุํ วฏฺฏติ, เทวา’’ติ อาหํสุ. ราชา นาวาสงฺฆาเฏหิ นทึ ปกฺขนฺทิตฺวา อุทฺธํคามีหิ นาวาสงฺฆาเฏหิ วฑฺฒกีนํ วสนฏฺฐานํ สมฺปาปุณิ. หตฺถิโปตโก นทิยํ กีฬนฺโต เภริสทฺทํ สุตฺวา คนฺตฺวา วฑฺฒกีนํ สนฺติเก อฏฺฐาสิ. วฑฺฒกี รญฺโญ ปจฺจุคฺคมนํ กตฺวา ‘‘เทว, สเจ ทารูหิ อตฺโถ, กึ การณา อาคตตฺถ, กึ เปเสตฺวา อาหราเปตุํ น วฏฺฏตี’’ติ อาหํสุ. ‘‘นาหํ, ภเณ, ทารูนํ อตฺถาย อาคโต, อิมสฺส ปน หตฺถิสฺส อตฺถาย อาคโตมฺหี’’ติ. ‘‘คาหาเปตฺวา คจฺฉถ, เทวา’’ติ. หตฺถิโปตโก คนฺตุํ น อิจฺฉิ. ‘‘กึ การาเปติ, ภเณ, หตฺถี’’ติ? ‘‘วฑฺฒกีนํ โปสาวนิกํ อาหราเปติ, เทวา’’ติ. ‘‘สาธุ, ภเณ’’ติ ราชา หตฺถิสฺส จตุนฺนํ ปาทานํ โสณฺฑาย นงฺคุฏฺฐสฺส จ สนฺติเก สตสหสฺสสตสหสฺสกหาปเณ ฐปาเปสิ. หตฺถี เอตฺตเกนาปิ อคนฺตฺวา สพฺพวฑฺฒกีนํ ทุสฺสยุเคสุ วฑฺฒกีภริยานํ นิวาสนสาฏเกสุ ทินฺเนสุ สทฺธึกีฬิตานํ ทารกานญฺจ ทารกปริหาเร กเต นิวตฺติตฺวา วฑฺฒกี จ อิตฺถิโย จ ทารเก จ โอโลเกตฺวา รญฺญา สทฺธึ อคมาสิ.

ราชา ตํ อาทาย นครํ คนฺตฺวา นครญฺจ หตฺถิสาลญฺจ อลงฺการาเปตฺวา หตฺถึ นครํ ปทกฺขิณํ กาเรตฺวา หตฺถิสาลํ ปเวเสตฺวา สพฺพาลงฺกาเรหิ อลงฺกริตฺวา อภิเสกํ ทตฺวา โอปวยฺหํ กตฺวา อตฺตโน สหายฏฺฐาเน ฐเปตฺวา อุปฑฺฒรชฺชํ หตฺถิสฺส ทตฺวา อตฺตนา สมานปริหารํ อกาสิ. หตฺถิสฺส อาคตกาลโต ปฏฺฐาย รญฺโญ สกลชมฺพุทีเป รชฺชํ หตฺถคตเมว อโหสิ. เอวํ กาเล คจฺฉนฺเต โพธิสตฺโต ตสฺส รญฺโญ อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิมฺหิ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. ตสฺสา คพฺภปริปากกาเล ราชา กาลมกาสิ. หตฺถี ปน สเจ รญฺโญ กาลกตภาวํ ชาเนยฺย, ตตฺเถวสฺส หทยํ ผเลยฺย, ตสฺมา หตฺถึ รญฺโญ กาลกตภาวํ อชานาเปตฺวาว อุปฏฺฐหึสุ. รญฺโญ ปน กาลกตภาวํ สุตฺวา ‘‘ตุจฺฉํ กิร รชฺช’’นฺติ อนนฺตรสามนฺตโกสลราชา มหติยา เสนาย อาคนฺตฺวา นครํ ปริวาเรสิ. นครวาสิโน ทฺวารานิ ปิทหิตฺวา โกสลรญฺโญ สาสนํ ปหิณึสุ – ‘‘อมฺหากํ รญฺโญ อคฺคมเหสี ปริปุณฺณคพฺภา ‘อิโต กิร สตฺตเม ทิวเส ปุตฺตํ วิชายิสฺสตี’ติ องฺควิชฺชาปาฐกา อาหํสุ. สเจ สา ปุตฺตํ วิชายิสฺสติ, มยํ สตฺตเม ทิวเส ยุทฺธํ ทสฺสาม, น รชฺชํ, เอตฺตกํ กาลํ อาคเมถา’’ติ. ราชา ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิ.

เทวี สตฺตเม ทิวเส ปุตฺตํ วิชายิ. ตสฺส นามคฺคหณทิวเส ปน มหาชนสฺส อลีนจิตฺตํ ปคฺคณฺหนฺโต ชาโตติ ‘‘อลีนจิตฺตกุมาโร’’เตฺววสฺส นามํ อกํสุ. ชาตทิวสโตเยว ปนสฺส ปฏฺฐาย นาครา โกสลรญฺญา สทฺธึ ยุชฺฌึสุ. นินฺนายกตฺตา สงฺคามสฺส มหนฺตมฺปิ พลํ ยุชฺฌมานํ โถกํ โถกํ โอสกฺกติ. อมจฺจา เทวิยา ตมตฺถํ อาโรเจตฺวา ‘‘มยํ เอวํ โอสกฺกมาเน พเล ปราชยภาวสฺส ภายาม, อมฺหากํ ปน รญฺโญ กาลกตภาวํ, ปุตฺตสฺส ชาตภาวํ, โกสลรญฺโญ อาคนฺตฺวา ยุชฺฌานภาวญฺจ รญฺโญ สหายโก มงฺคลหตฺถี น ชานาติ, ชานาเปม น’’นฺติ ปุจฺฉึสุ. สา ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ปุตฺตํ อลงฺกริตฺวา ทุกูลจุมฺพฏเก นิปชฺชาเปตฺวา ปาสาทา โอรุยฺห อมจฺจคณปริวุตา หตฺถิสาลํ คนฺตฺวา โพธิสตฺตํ หตฺถิสฺส ปาทมูเล นิปชฺชาเปตฺวา ‘‘สามิ, สหาโย เต กาลกโต, มยํ ตุยฺหํ หทยผาลนภเยน นาโรจยิมฺห, อยํ เต สหายสฺส ปุตฺโต, โกสลราชา อาคนฺตฺวา นครํ ปริวาเรตฺวา ตว ปุตฺเตน สทฺธึ ยุชฺฌติ, พลํ โอสกฺกติ, ตว ปุตฺตํ ตฺวญฺเญว วา มาเรหิ, รชฺชํ วาสฺส คณฺหิตฺวา เทหี’’ติ อาห.

ตสฺมึ กาเล หตฺถี โพธิสตฺตํ โสณฺฑาย ปรามสิตฺวา อุกฺขิปิตฺวา กุมฺเภ ฐเปตฺวา โรทิตฺวา โพธิสตฺตํ โอตาเรตฺวา เทวิยา หตฺเถ นิปชฺชาเปตฺวา ‘‘โกสลราชํ คณฺหิสฺสามี’’ติ หตฺถิสาลโต นิกฺขมิ. อถสฺส อมจฺจา วมฺมํ ปฏิมุญฺจิตฺวา อลงฺกริตฺวา นครทฺวารํ อวาปุริตฺวา ตํ ปริวาเรตฺวา นิกฺขมึสุ. หตฺถี นครา นิกฺขมิตฺวา โกญฺจนาทํ กตฺวา มหาชนํ สนฺตาเสตฺวา ปลาเปตฺวา พลโกฏฺฐกํ ภินฺทิตฺวา โกสลราชานํ จูฬาย คเหตฺวา อาเนตฺวา โพธิสตฺตสฺส ปาทมูเล นิปชฺชาเปตฺวา มารณตฺถายสฺส อุฏฺฐิเต วาเรตฺวา ‘‘อิโต ปฏฺฐาย อปฺปมตฺโต โหหิ, ‘กุมาโร ทหโร’ติ สญฺญํ มา กรี’’ติ โอวทิตฺวา อุยฺโยเชสิ. ตโต ปฏฺฐาย สกลชมฺพุทีเป รชฺชํ โพธิสตฺตสฺส หตฺถคตเมว ชาตํ, อญฺโญ ปฏิสตฺตุ นาม อุฏฺฐหิตุํ สมตฺโถ นาโหสิ. โพธิสตฺโต สตฺตวสฺสิกกาเล อภิเสกํ กตฺวา อลีนจิตฺตราชา นาม หุตฺวา ธมฺเมน รชฺชํ กาเรตฺวา ชีวิตปริโยสาเน สคฺคปุรํ ปูเรสิ.

สตฺถา อิมํ อตีตํ อาหริตฺวา อภิสมฺพุทฺโธ หุตฺวา อิมํ คาถาทฺวยมาห –

๑๑. ‘‘อลีนจิตฺตํ นิสฺสาย, ปหฏฺฐา มหตี จมู;

โกสลํ เสนาสนฺตุฏฺฐํ, ชีวคฺคาหํ อคาหยิ.

๑๒. ‘‘เอวํ นิสฺสยสมฺปนฺโน, ภิกฺขุ อารทฺธวีริโย;

ภาวยํ กุสลํ ธมฺมํ, โยคกฺเขมสฺส ปตฺติยา;

ปาปุเณ อนุปุพฺเพน, สพฺพสํโยชนกฺขย’’นฺติ.

ตตฺถ อลีนจิตฺตํ นิสฺสายาติ อลีนจิตฺตํ ราชกุมารํ นิสฺสาย. ปหฏฺฐา มหตี จมูติ ‘‘ปเวณีรชฺชํ โน ทิฏฺฐ’’นฺติ หฏฺฐตุฏฺฐา หุตฺวา มหตี เสนา. โกสลํ เสนาสนฺตุฏฺฐนฺติ โกสลราชานํ เสน รชฺเชน อสนฺตุฏฺฐํ ปรรชฺชโลเภน อาคตํ. ชีวคฺคาหํ อคาหยีติ อมาเรตฺวาว สา จมู ตํ ราชานํ หตฺถินา ชีวคฺคาหํ คณฺหาเปสิ. เอวํ นิสฺสยสมฺปนฺโนติ ยถา สา จมู, เอวํ อญฺโญปิ กุลปุตฺโต นิสฺสยสมฺปนฺโน กลฺยาณมิตฺตํ พุทฺธํ วา พุทฺธสาวกํ วา นิสฺสยํ ลภิตฺวา. ภิกฺขูติ ปริสุทฺธาธิวจนเมตํ. อารทฺธวีริโยติ ปคฺคหิตวีริโย จตุโทสาปคเตน วีริเยน สมนฺนาคโต. ภาวยํ กุสลํ ธมฺมนฺติ กุสลํ นิรวชฺชํ สตฺตตึสโพธิปกฺขิยสงฺขาตํ ธมฺมํ ภาเวนฺโต. โยคกฺเขมสฺส ปตฺติยาติ จตูหิ โยเคหิ เขมสฺส นิพฺพานสฺส ปาปุณนตฺถาย ตํ ธมฺมํ ภาเวนฺโต. ปาปุเณ อนุปุพฺเพน, สพฺพสํโยชนกฺขยนฺติ เอวํ วิปสฺสนโต ปฏฺฐาย อิมํ กุสลํ ธมฺมํ ภาเวนฺโต โส กลฺยาณมิตฺตุปนิสฺสยสมฺปนฺโน ภิกฺขุ อนุปุพฺเพน วิปสฺสนาญาณานิ จ เหฏฺฐิมมคฺคผลานิ จ ปาปุณนฺโต ปริโยสาเน ทสนฺนมฺปิ สํโยชนานํ ขยนฺเต อุปฺปนฺนตฺตา สพฺพสํโยชนกฺขยสงฺขาตํ อรหตฺตํ ปาปุณาติ. ยสฺมา วา นิพฺพานํ อาคมฺม สพฺพสํโยชนานิ ขียนฺติ, ตสฺมา ตมฺปิ สพฺพสํโยชนกฺขยเมว, เอวํ อนุปุพฺเพน นิพฺพานสงฺขาตํ สพฺพสํโยชนกฺขยํ ปาปุณาตีติ อตฺโถ.

อิติ ภควา อมตมหานิพฺพาเนน ธมฺมเทสนาย กูฏํ คเหตฺวา อุตฺตริปิ สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ, สจฺจปริโยสาเน โอสฺสฏฺฐวีริโย ภิกฺขุ อรหตฺเต ปติฏฺฐหิ. ‘‘ตทา มาตา มหามายา, ปิตา สุทฺโธทนมหาราชา อโหสิ, รชฺชํ คเหตฺวา ทินฺนหตฺถี อยํ โอสฺสฏฺฐวีริโย ภิกฺขุ, หตฺถิสฺส ปิตา สาริปุตฺโต, สามนฺตโกสลราชา โมคฺคลฺลาโน, อลีนจิตฺตกุมาโร ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

อลีนจิตฺตชาตกวณฺณนา ฉฏฺฐา.

[๑๕๗] ๗. คุณชาตกวณฺณนา

เยน กามํ ปณาเมตีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อานนฺทตฺเถรสฺส สาฏกสหสฺสลาภํ อารพฺภ กเถสิ. เถรสฺส โกสลรญฺโญ อนฺเตปุเร ธมฺมวาจนวตฺถุ เหฏฺฐา มหาสารชาตเก (ชา. ๑.๑.๙๒) อาคตเมว. อิติ เถเร รญฺโญ อนฺเตปุเร ธมฺมํ วาเจนฺเต รญฺโญ สหสฺสคฺฆนิกานํ สาฏกานํ สหสฺสํ อาหริยิตฺถ. ราชา ตโต ปญฺจ สาฏกสตานิ ปญฺจนฺนํ เทวีสตานํ อทาสิ. ตา สพฺพาปิ เต สาฏเก ฐเปตฺวา ปุนทิวเส อานนฺทตฺเถรสฺส ทตฺวา สยํ ปุราณสาฏเกเยว ปารุปิตฺวา รญฺโญ ปาตราสฏฺฐานํ อคมํสุ.

ราชา ‘‘มยา ตุมฺหากํ สหสฺสคฺฆนิกา สาฏกา ทาปิตา, กสฺมา ตุเมฺห เต อปารุปิตฺวาว อาคตา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘เทว, อเมฺหหิ เต อานนฺทตฺเถรสฺส ทินฺนา’’ติ. ‘‘อานนฺทตฺเถเรน สพฺเพ คหิตา’’ติ? ‘‘อาม, เทวา’’ติ. ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺเธน ติจีวรํ อนุญฺญาตํ, อานนฺทตฺเถโร ทุสฺสวณิชฺชํ มญฺเญ กริสฺสติ, อติพหู เตน สาฏกา คหิตา’’ติ เถรสฺส กุชฺฌิตฺวา ภุตฺตปาตราโส วิหารํ คนฺตฺวา เถรสฺส ปริเวณํ ปวิสิตฺวา เถรํ วนฺทิตฺวา นิสินฺโน ปุจฺฉิ – ‘‘อปิ, ภนฺเต, อมฺหากํ ฆเร อิตฺถิโย ตุมฺหากํ สนฺติเก ธมฺมํ อุคฺคณฺหนฺติ วา สุณนฺติ วา’’ติ? ‘‘อาม, มหาราช, คเหตพฺพยุตฺตกํ คณฺหนฺติ, โสตพฺพยุตฺตกํ สุณนฺตี’’ติ. ‘‘กึ ตา สุณนฺติเยว, อุทาหุ ตุมฺหากํ นิวาสนํ วา ปารุปนํ วา ททนฺตี’’ติ? ‘‘ตา อชฺช, มหาราช, สหสฺสคฺฆนิกานิ ปญฺจ สาฏกสตานิ อทํสู’’ติ. ‘‘ตุเมฺหหิ คหิตานิ ตานิ, ภนฺเต’’ติ? ‘‘อาม, มหาราชา’’ติ. ‘‘นนุ, ภนฺเต, สตฺถารา ติจีวรเมว อนุญฺญาต’’นฺติ? ‘‘อาม, มหาราช, ภควตา เอกสฺส ภิกฺขุโน ติจีวรเมว ปริโภคสีเสน อนุญฺญาตํ, ปฏิคฺคหณํ ปน อวาริตํ, ตสฺมา มยาปิ อญฺเญสํ ชิณฺณจีวริกานํ ทาตุํ เต สาฏกา ปฏิคฺคหิตา’’ติ. ‘‘เต ปน ภิกฺขู ตุมฺหากํ สนฺติกา สาฏเก ลภิตฺวา โปราณจีวรานิ กึ กริสฺสนฺตี’’ติ? ‘‘โปราณสงฺฆาฏึ อุตฺตราสงฺคํ กริสฺสนฺตี’’ติ? ‘‘โปราณอุตฺตราสงฺคํ กึ กริสฺสนฺตี’’ติ? ‘‘อนฺตรวาสกํ กริสฺสนฺตี’’ติ. ‘‘โปราณอนฺตรวาสกํ กึ กริสฺสนฺตี’’ติ? ‘‘ปจฺจตฺถรณํ กริสฺสนฺตี’’ติ. ‘‘โปราณปจฺจตฺถรณํ กึ กริสฺสนฺตี’’ติ? ‘‘ภุมฺมตฺถรณํ กริสฺสนฺตี’’ติ. ‘‘โปราณภุมฺมตฺถรณํ กึ กริสฺสนฺตี’’ติ? ‘‘ปาทปุญฺฉนํ กริสฺสนฺตี’’ติ. ‘‘โปราณปาทปุญฺฉนํ กึ กริสฺสนฺตี’’ติ? ‘‘มหาราช, สทฺธาเทยฺยํ นาม วินิปาเตตุํ น ลพฺภติ, ตสฺมา โปราณปาทปุญฺฉนํ วาสิยา โกฏฺเฏตฺวา มตฺติกาย มกฺเขตฺวา เสนาสเนสุ มตฺติกาเลปนํ กริสฺสนฺตี’’ติ. ‘‘ภนฺเต, ตุมฺหากํ ทินฺนํ ยาว ปาทปุญฺฉนาปิ นสฺสิตุํ น ลพฺภตี’’ติ? ‘‘อาม, มหาราช, อมฺหากํ ทินฺนํ นสฺสิตุํ น ลพฺภติ, ปริโภคเมว โหตี’’ติ.

ราชา ตุฏฺโฐ โสมนสฺสปฺปตฺโต หุตฺวา อิตรานิปิ เคเห ฐปิตานิ ปญฺจ สาฏกสตานิ อาหราเปตฺวา เถรสฺส ทตฺวา อนุโมทนํ สุตฺวา เถรํ วนฺทิตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามิ. เถโร ปฐมลทฺธานิ ปญฺจ สาฏกสตานิ ชิณฺณจีวริกานํ ภิกฺขูนํ อทาสิ. เถรสฺส ปน ปญฺจมตฺตานิ สทฺธิวิหาริกสตานิ, เตสุ เอโก ทหรภิกฺขุ เถรสฺส พหูปกาโร ปริเวณํ สมฺมชฺชติ, ปานียปริโภชนียํ อุปฏฺฐเปติ, ทนฺตกฏฺฐํ มุโขทกํ นฺหาโนทกํ เทติ, วจฺจกุฏิชนฺตาฆรเสนาสนานิ ปฏิชคฺคติ, หตฺถปริกมฺมปาทปริกมฺมปิฏฺฐิปริกมฺมาทีนิ กโรติ. เถโร ปจฺฉา ลทฺธานิ ปญฺจ สาฏกสตานิ ‘‘อยํ เม พหูปกาโร’’ติ ยุตฺตวเสน สพฺพานิ ตสฺเสว อทาสิ. โสปิ สพฺเพ เต สาฏเก ภาเชตฺวา อตฺตโน สมานุปชฺฌายานํ อทาสิ.

เอวํ สพฺเพปิ เต ลทฺธสาฏกา ภิกฺขู สาฏเก ฉินฺทิตฺวา รชิตฺวา กณิการปุปฺผวณฺณานิ กาสายานิ นิวาเสตฺวา จ ปารุปิตฺวา จ สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิตฺวา เอวมาหํสุ – ‘‘ภนฺเต, โสตาปนฺนสฺส อริยสาวกสฺส มุโขโลกนทานํ นาม อตฺถี’’ติ. ‘‘น, ภิกฺขเว, อริยสาวกานํ มุโขโลกนทานํ นาม อตฺถี’’ติ. ‘‘ภนฺเต, อมฺหากํ อุปชฺฌาเยน ธมฺมภณฺฑาคาริกตฺเถเรน สหสฺสคฺฆนิกานํ สาฏกานํ ปญฺจ สตานิ เอกสฺเสว ทหรภิกฺขุโน ทินฺนานิ, โส ปน อตฺตนา ลทฺเธ ภาเชตฺวา อมฺหากํ อทาสี’’ติ. ‘‘น, ภิกฺขเว, อานนฺโท มุโขโลกนภิกฺขํ เทติ, โส ปนสฺส ภิกฺขุ พหูปกาโร, ตสฺมา อตฺตโน อุปการสฺส อุปการวเสน คุณวเสน ยุตฺตวเสน ‘อุปการสฺส นาม ปจฺจุปกาโร กาตุํ วฏฺฏตี’ติ กตญฺญุกตเวทิภาเวน อทาสิ. โปราณกปณฺฑิตาปิ หิ อตฺตโน อุปการานญฺเญว ปจฺจุปการํ กรึสู’’ติ วตฺวา เตหิ ยาจิโต อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต สีโห หุตฺวา ปพฺพตคุหายํ วสติ. โส เอกทิวสํ คุหาย นิกฺขมิตฺวา ปพฺพตปาทํ โอโลเกสิ, ตํ ปน ปพฺพตปาทํ ปริกฺขิปิตฺวา มหาสโร อโหสิ. ตสฺส เอกสฺมึ อุนฺนตฏฺฐาเน อุปริถทฺธกทฺทมปิฏฺเฐ มุทูนิ หริตติณานิ ชายึสุ. สสกา เจว หริณาทโย จ สลฺลหุกมิคา กทฺทมมตฺถเก วิจรนฺตา ตานิ ขาทนฺติ. ตํ ทิวสมฺปิ เอโก มิโค ตานิ ขาทนฺโต วิจรติ. สีโห ‘‘ตํ มิคํ คณฺหิสฺสามี’’ติ ปพฺพตมตฺถกา อุปฺปติตฺวา สีหเวเคน ปกฺขนฺทิ, มิโค มรณภยตชฺชิโต วิรวนฺโต ปลายิ. สีโห เวคํ สนฺธาเรตุํ อสกฺโกนฺโต กลลปิฏฺเฐ นิปติตฺวา โอสีทิตฺวา อุคฺคนฺตุํ อสกฺโกนฺโต จตฺตาโร ปาทา ถมฺภา วิย โอสีทิตฺวา สตฺตาหํ นิราหาโร อฏฺฐาสิ.

อถ นํ เอโก สิงฺคาโล โคจรปฺปสุโต ตํ ทิสฺวา ภเยน ปลายิ. สีโห ตํ ปกฺโกสิตฺวา ‘‘โภ สิงฺคาล, มา ปลายิ, อหํ กลเล ลคฺโค, ชีวิตํ เม เทหี’’ติ อาห. สิงฺคาโล ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘อหํ ตํ อุทฺธเรยฺยํ, อุทฺธโฏ ปน มํ ขาเทยฺยาสีติ ภายามี’’ติ อาห. ‘‘มา ภายิ, นาหํ ตํ ขาทิสฺสามิ, มหนฺตํ ปน เต คุณํ กริสฺสามิ, เอเกนุปาเยน มํ อุทฺธราหี’’ติ. สิงฺคาโล ตสฺส ปฏิญฺญํ คเหตฺวา จตุนฺนํ ปาทานํ สมนฺตา กลเล อปเนตฺวา จตุนฺนมฺปิ ปาทานํ จตสฺโส มาติกา ขณิตฺวา อุทกาภิมุขํ อกาสิ, อุทกํ ปวิสิตฺวา กลลํ มุทุํ อกาสิ. ตสฺมึ ขเณ สิงฺคาโล สีหสฺส อุทรนฺตรํ อตฺตโน สีสํ ปเวเสตฺวา ‘‘วายามํ กโรหิ, สามี’’ติ อุจฺจาสทฺทํ กโรนฺโต สีเสน อุทรํ ปหริ. สีโห เวคํ ชเนตฺวา กลลา อุคฺคนฺตฺวา ปกฺขนฺทิตฺวา ถเล อฏฺฐาสิ. โส มุหุตฺตํ วิสฺสมิตฺวา สรํ โอรุยฺห กทฺทมํ โธวิตฺวา นฺหายิตฺวา ทรถํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภตฺวา เอกํ มหึสํ วธิตฺวา ทาฐาหิ โอวิชฺฌิตฺวา มํสํ อุพฺพตฺเตตฺวา ‘‘ขาท, สมฺมา’’ติ สิงฺคาลสฺส ปุรโต ฐเปตฺวา เตน ขาทิเต ปจฺฉา อตฺตนา ขาทิ. ปุน สิงฺคาโล เอกํ มํสเปสึ ฑํสิตฺวา คณฺหิ. ‘‘อิทํ กิมตฺถาย, สมฺมา’’ติ จ วุตฺเต ‘‘ตุมฺหากํ ทาสี อตฺถิ, ตสฺสา ภาโค ภวิสฺสตี’’ติ อาห. สีโห ‘‘คณฺหาหี’’ติ วตฺวา สยมฺปิ สีหิยา อตฺถาย มํสํ คณฺหิตฺวา ‘‘เอหิ, สมฺม, อมฺหากํ ปพฺพตมุทฺธนิ ฐตฺวา สขิยา วสนฏฺฐานํ คมิสฺสามา’’ติ วตฺวา ตตฺถ คนฺตฺวา มํสํ ขาทาเปตฺวา สิงฺคาลญฺจ สิงฺคาลิญฺจ อสฺสาเสตฺวา ‘‘อิโต ปฏฺฐาย อิทานิ อหํ ตุเมฺห ปฏิชคฺคิสฺสามี’’ติ อตฺตโน วสนฏฺฐานํ เนตฺวา คุหาย ทฺวาเร อญฺญิสฺสา คุหาย วสาเปสิ. เต ตโต ปฏฺฐาย โคจราย คจฺฉนฺตา สีหิญฺจ สิงฺคาลิญฺจ ฐเปตฺวา สิงฺคาเลน สทฺธึ คนฺตฺวา นานามิเค วธิตฺวา อุโภปิ ตตฺเถว มํสํ ขาทิตฺวา อิตราสมฺปิ ทฺวินฺนํ อาหริตฺวา เทนฺติ.

เอวํ กาเล คจฺฉนฺเต สีหี เทฺว ปุตฺเต วิชายิ, สิงฺคาลีปิ เทฺว ปุตฺเต วิชายิ. เต สพฺเพปิ สมคฺควาสํ วสึสุ. อเถกทิวสํ สีหิยา เอตทโหสิ – ‘‘อยํ สีโห สิงฺคาลญฺจ สิงฺคาลิญฺจ สิงฺคาลโปตเก จ อติวิย ปิยายติ, นูนมสฺส สิงฺคาลิยา สทฺธึ สนฺถโว อตฺถิ, ตสฺมา เอวํ สิเนหํ กโรติ, ยํนูนาหํ อิมํ ปีเฬตฺวา ตชฺเชตฺวา อิโต ปลาเปยฺย’’นฺติ. สา สีหสฺส สิงฺคาลํ คเหตฺวา โคจราย คตกาเล สิงฺคาลึ ปีเฬสิ ตชฺเชสิ ‘‘กึการณา อิมสฺมึ ฐาเน วสติ, น ปลายสี’’ติ? ปุตฺตาปิสฺสา สิงฺคาลิปุตฺเต ตเถว ตชฺชยึสุ. สิงฺคาลี ตมตฺถํ สิงฺคาลสฺส กเถตฺวา ‘‘สีหสฺส วจเนน เอตาย เอวํ กตภาวมฺปิ น ชานาม, จิรํ วสิมฺหา, นาสาเปยฺยาปิ โน, อมฺหากํ วสนฏฺฐานเมว คจฺฉามา’’ติ อาห. สิงฺคาโล ตสฺสา วจนํ สุตฺวา สีหํ อุปสงฺกมิตฺวา อาห – ‘‘สามิ, จิรํ อเมฺหหิ ตุมฺหากํ สนฺติเก นิวุตฺถํ, อติจิรํ วสนฺตา นาม อปฺปิยา โหนฺติ, อมฺหากํ โคจราย ปกฺกนฺตกาเล สีหี สิงฺคาลึ วิเหเฐติ ‘อิมสฺมึ ฐาเน กสฺมา วสถ, ปลายถา’ติ ตชฺเชติ, สีหโปตกาปิ สิงฺคาลโปตเก ตชฺเชนฺติ. โย นาม ยสฺส อตฺตโน สนฺติเก วาสํ น โรเจติ, เตน โส ‘ยาหี’ติ นีหริตพฺโพว, วิเหฐนํ นาม กิมตฺถิย’’นฺติ วตฺวา ปฐมํ คาถมาห –

๑๓. ‘‘เยน กามํ ปณาเมติ, ธมฺโม พลวตํ มิคี;

อุนฺนทนฺตี วิชานาหิ, ชาตํ สรณโต ภย’’นฺติ.

ตตฺถ เยน กามํ ปณาเมติ, ธมฺโม พลวตนฺติ พลวา นาม อิสฺสโร อตฺตโน เสวกํ เยน ทิสาภาเคน อิจฺฉติ, เตน ทิสาภาเคน โส ปณาเมติ นีหรติ. เอส ธมฺโม พลวตํ อยํ อิสฺสรานํ สภาโว ปเวณิธมฺโมว, ตสฺมา สเจ อมฺหากํ วาสํ น โรเจถ, อุชุกเมว โน นีหรถ, วิเหฐเนน โก อตฺโถติ ทีเปนฺโต เอวมาห. มิคีติ สีหํ อาลปติ. โส หิ มิคราชตาย มิคา อสฺส อตฺถีติ มิคี. อุนฺนทนฺตีติปิ ตเมว อาลปติ. โส หิ อุนฺนตานํ ทนฺตานํ อตฺถิตาย อุนฺนตา ทนฺตา อสฺส อตฺถีติ อุนฺนทนฺตี. ‘‘อุนฺนตทนฺตี’’ติปิ ปาโฐเยว. วิชานาหีติ ‘‘เอส อิสฺสรานํ ธมฺโม’’ติ เอวํ ชานาหิ. ชาตํ สรณโต ภยนฺติ อมฺหากํ ตุเมฺห ปติฏฺฐานฏฺเฐน สรณํ, ตุมฺหากญฺเญว สนฺติกา ภยํ ชาตํ, ตสฺมา อตฺตโน วสนฏฺฐานเมว คมิสฺสามาติ ทีเปติ.

อปโร นโย – ตว มิคี สีหี อุนฺนทนฺตีมม ปุตฺตทารํ ตชฺเชนฺตี เยน กามํ ปณาเมติ, เยน เยนากาเรน อิจฺฉติ, เตน ปณาเมติ ปวตฺตติ, วิเหเฐติปิ ปลาเปติปิ, เอวํ ตฺวํ วิชานาหิ, ตตฺถ กึ สกฺกา อเมฺหหิ กาตุํ. ธมฺโม พลวตํ เอส พลวนฺตานํ สภาโว, อิทานิ มยํ คมิสฺสาม. กสฺมา? ชาตํ สรณโต ภยนฺติ.

ตสฺส วจนํ สุตฺวา สีโห สีหึ อาห – ‘‘ภทฺเท, อสุกสฺมึ นาม กาเล มม โคจรตฺถาย คนฺตฺวา สตฺตเม ทิวเส อิมินา สิงฺคาเลน อิมาย จ สิงฺคาลิยา สทฺธึ อาคตภาวํ สรสี’’ติ. ‘‘อาม, สรามี’’ติ. ‘‘ชานาสิ ปน มยฺหํ สตฺตาหํ อนาคมนสฺส การณ’’นฺติ? ‘‘น ชานามิ, สามี’’ติ. ‘‘ภทฺเท, อหํ ‘เอกํ มิคํ คณฺหิสฺสามี’ติ วิรชฺฌิตฺวา กลเล ลคฺโค, ตโต นิกฺขมิตุํ อสกฺโกนฺโต สตฺตาหํ นิราหาโร อฏฺฐาสึ, สฺวาหํ อิมํ สิงฺคาลํ นิสฺสาย ชีวิตํ ลภึ, อยํ เม ชีวิตทายโก สหาโย. มิตฺตธมฺเม ฐาตุํ สมตฺโถ หิ มิตฺโต ทุพฺพโล นาม นตฺถิ, อิโต ปฏฺฐาย มยฺหํ สหายสฺส จ สหายิกาย จ ปุตฺตกานญฺจ เอวรูปํ อวมานํ มา อกาสี’’ติ วตฺวา สีโห ทุติยํ คาถมาห –

๑๔. ‘‘อปิ เจปิ ทุพฺพโล มิตฺโต, มิตฺตธมฺเมสุ ติฏฺฐติ;

โส ญาตโก จ พนฺธุ จ, โส มิตฺโต โส จ เม สขา;

ทาฐินิ มาติมญฺญิตฺโถ, สิงฺคาโล มม ปาณโท’’ติ.

ตตฺถ อปิ เจปีติ เอโก อปิสทฺโท อนุคฺคหตฺโถ, เอโก สมฺภาวนตฺโถ. ตตฺรายํ โยชนา – ทุพฺพโลปิ เจ มิตฺโต มิตฺตธมฺเมสุ อปิ ติฏฺฐติ, สเจ ฐาตุํ สกฺโกติ, โส ญาตโก จ พนฺธุ จ, โส เมตฺตจิตฺตตาย มิตฺโต, โส จ เม สหายฏฺเฐน สขา. ทาฐินิ มาติมญฺญิตฺโถติ, ภทฺเท, ทาฐาสมฺปนฺเน สีหิ มา มยฺหํ สหายํ วา สหายึ วา อติมญฺญิ, อยญฺหิ สิงฺคาโล มม ปาณโทติ.

สา ตสฺส วจนํ สุตฺวา สิงฺคาลึ ขมาเปตฺวา ตโต ปฏฺฐาย สปุตฺตาย ตาย สทฺธึ สมคฺควาสํ วสิ. สีหโปตกาปิ สิงฺคาลโปตเกหิ สทฺธึ กีฬมานา สมฺโมทมานา มาตาปิตูนํ อติกฺกนฺตกาเลปิ มิตฺตภาวํ อภินฺทิตฺวา สมฺโมทมานา วสึสุ. เตสํ กิร สตฺตกุลปริวฏฺเฏ อภิชฺชมานา เมตฺติ อคมาสิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – สจฺจปริโยสาเน เกจิ โสตาปนฺนา, เกจิ สกทาคามิโน, เกจิ อนาคามิโน, เกจิ อรหนฺโต อเหสุํ. ‘‘ตทา สิงฺคาโล อานนฺโท อโหสิ, สีโห ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

คุณชาตกวณฺณนา สตฺตมา.

[๑๕๘] ๘. สุหนุชาตกวณฺณนา

นยิทํ วิสมสีเลนาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เทฺว จณฺฑภิกฺขู อารพฺภ กเถสิ. ตสฺมิญฺหิ สมเย เชตวเนปิ เอโก ภิกฺขุ จณฺโฑ อโหสิ ผรุโส สาหสิโก ชนปเทปิ. อเถกทิวสํ ชานปโท ภิกฺขุ เกนจิเทว กรณีเยน เชตวนํ อคมาสิ, สามเณรา เจว ทหรภิกฺขู จ ตสฺส จณฺฑภาวํ ชานนฺติ. ‘‘เตสํ ทฺวินฺนํ จณฺฑานํ กลหํ ปสฺสิสฺสามา’’ติ กุตูหเลน ตํ ภิกฺขุํ เชตวนวาสิกสฺส ปริเวณํ ปหิณึสุ. เต อุโภปิ จณฺฑา อญฺญมญฺญํ ทิสฺวาว ปิยสํวาสํ สํสนฺทึสุ สมึสุ, หตฺถปาทปิฏฺฐิสมฺพาหนาทีนิ อกํสุ. ธมฺมสภายํ ภิกฺขู กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ – ‘‘อาวุโส, จณฺฑา ภิกฺขู อญฺเญสํ อุปริ จณฺฑา ผรุสา สาหสิกา, อญฺญมญฺญํ ปน อุโภปิ สมคฺคา สมฺโมทมานา ปิยสํวาสา ชาตา’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพเปเต อญฺเญสํ จณฺฑา ผรุสา สาหสิกา, อญฺญมญฺญํ ปน สมคฺคา สมฺโมทมานา ปิยสํวาสา จ อเหสุ’’นฺติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต ตสฺส สพฺพตฺถสาธโก อตฺถธมฺมานุสาสโก อมจฺโจ อโหสิ. โส ปน ราชา โถกํ ธนโลภปกติโก, ตสฺส มหาโสโณ นาม กูฏอสฺโส อตฺถิ. อถ อุตฺตราปถกา อสฺสวาณิชา ปญฺจ อสฺสสตานิ อาเนสุํ, อสฺสานํ อาคตภาวํ รญฺโญ อาโรเจสุํ. ตโต ปุพฺเพ ปน โพธิสตฺโต อสฺเส อคฺฆาเปตฺวา มูลํ อปริหาเปตฺวา ทาเปสิ. ราชา ตํ ปริหายมาโน อญฺญํ อมจฺจํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘ตาต, อสฺเส อคฺฆาเปหิ, อคฺฆาเปนฺโต จ ปฐมํ มหาโสณํ ยถา เตสํ อสฺสานํ อนฺตรํ ปวิสติ, ตถา วิสฺสชฺเชตฺวา อสฺเส ฑํสาเปตฺวา วณิเต การาเปตฺวา ทุพฺพลกาเล มูลํ หาเปตฺวา อสฺเส อคฺฆาเปยฺยาสี’’ติ อาห. โส ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ตถา อกาสิ.

อสฺสวาณิชา อนตฺตมนา หุตฺวา เตน กตกิริยํ โพธิสตฺตสฺส อาโรเจสุํ. โพธิสตฺโต ‘‘กึ ปน ตุมฺหากํ นคเร กูฏอสฺโส นตฺถี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘อตฺถิ สามิ, สุหนุ นาม กูฏอสฺโส จณฺโฑ ผรุโส’’ติ. ‘‘เตน หิ ปุน อาคจฺฉนฺตา ตํ อสฺสํ อาเนยฺยาถา’’ติ. เต ‘‘สาธู’’ติ ปฏิสฺสุณิตฺวา ปุน อาคจฺฉนฺตา ตํ กูฏสฺสํ คาหาเปตฺวา อาคจฺฉึสุ. ราชา ‘‘อสฺสวาณิชา อาคตา’’ติ สุตฺวา สีหปญฺชรํ อุคฺฆาเฏตฺวา อสฺเส โอโลเกตฺวา มหาโสณํ วิสฺสชฺชาเปสิ. อสฺสวาณิชาปิ มหาโสณํ อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา สุหนุํ วิสฺสชฺชาเปสุํ. เต อญฺญมญฺญํ ปตฺวา สรีรานิ เลหนฺตา สมฺโมทมานา อฏฺฐํสุ. ราชา โพธิสตฺตํ ปุจฺฉิ – ‘‘ปสฺสสิ อิเม เทฺว กูฏสฺสา อญฺเญสํ จณฺฑา ผรุสา สาหสิกา, อญฺเญ อสฺเส ฑํสิตฺวา เคลญฺญํ ปาเปนฺติ, อิทานิ อญฺญมญฺญํ ปน สรีรํ เลหนฺตา สมฺโมทมานา อฏฺฐํสุ, กึ นาเมต’’นฺติ? โพธิสตฺโต ‘‘นยิเม, มหาราช, วิสมสีลา, สมสีลา สมธาตุกา จ เอเต’’ติ วตฺวา อิมํ คาถาทฺวยมาห –

๑๕. ‘‘นยิทํ วิสมสีเลน, โสเณน สุหนู สห;

สุหนูปิ ตาทิโสเยว, โย โสณสฺส สโคจโร.

๑๖. ‘‘ปกฺขนฺทินา ปคพฺเภน, นิจฺจํ สนฺทานขาทินา;

สเมติ ปาปํ ปาเปน, สเมติ อสตา อส’’นฺติ.

ตตฺถ นยิทํ วิสมสีเลน, โสเณน สุหนู สหาติ ยํ อิทํ สุหนุ กูฏสฺโส โสเณน สทฺธึ เปมํ กโรติ, อิทํ น อตฺตโน วิสมสีเลน, อถ โข อตฺตโน สมสีเลเนว สทฺธึ กโรติ. อุโภปิ เหเต อตฺตโน อนาจารตาย ทุสฺสีลตาย สมสีลา สมธาตุกา. สุหนูปิ ตาทิโสเยว, โย โสณสฺส สโคจโรติ ยาทิโส โสโณ, สุหนุปิ ตาทิโสเยว, โย โสณสฺส สโคจโร ยํโคจโร โสโณ, โสปิ ตํโคจโรเยว. ยเถว หิ โสโณ อสฺสโคจโร อสฺเส ฑํเสนฺโตว จรติ, ตถา สุหนุปิ. อิมินา เนสํ สมานโคจรตํ ทสฺเสติ.

เต ปน อาจารโคจเร เอกโต กตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘ปกฺขนฺทินา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ปกฺขนฺทินาติ อสฺสานํ อุปริ ปกฺขนฺทนสีเลน ปกฺขนฺทนโคจเรน. ปคพฺเภนาติ กายปาคพฺภิยาทิสมนฺนาคเตน ทุสฺสีเลน. นิจฺจํ สนฺทานขาทินาติ สทา อตฺตโน พนฺธนโยตฺตํ ขาทนสีเลน ขาทนโคจเรน จ. สเมติ ปาปํ ปาเปนาติ เอเตสุ อญฺญตเรน ปาเปน สทฺธึ อญฺญตรสฺส ปาปํ ทุสฺสีลฺยํ สเมติ. อสตา อสนฺติ เอเตสุ อญฺญตเรน อสตา อนาจารโคจรสมฺปนฺเนน สห อิตรสฺส อสํ อสาธุกมฺมํ สเมติ, คูถาทีนิ วิย คูถาทีหิ เอกโต สํสนฺทติ สทิสํ นิพฺพิเสสเมว โหตีติ.

เอวํ วตฺวา จ ปน โพธิสตฺโต ‘‘มหาราช, รญฺญา นาม อติลุทฺเธน น ภวิตพฺพํ, ปรสฺส สนฺตกํ นาม นาเสตุํ น วฏฺฏตี’’ติ ราชานํ โอวทิตฺวา อสฺเส อคฺฆาเปตฺวา ภูตเมว มูลํ ทาเปสิ. อสฺสวาณิชา ยถาสภาวเมว มูลํ ลภิตฺวา หฏฺฐตุฏฺฐา อคมํสุ. ราชาปิ โพธิสตฺตสฺส โอวาเท ฐตฺวา ยถากมฺมํ คโต.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา เทฺว อสฺสา อิเม เทฺว ทุฏฺฐภิกฺขู อเหสุํ, ราชา อานนฺโท, ปณฺฑิตามจฺโจ ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

สุหนุชาตกวณฺณนา อฏฺฐมา.

[๑๕๙] ๙. โมรชาตกวณฺณนา

อุเทตยํ จกฺขุมา เอกราชาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ อุกฺกณฺฐิตภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ. โส หิ ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ สตฺถุ สนฺติกํ นีโต ‘‘สจฺจํ กิร, ตฺวํ ภิกฺขุ, อุกฺกณฺฐิโต’’ติ วุตฺเต ‘‘สจฺจํ, ภนฺเต’’ติ วตฺวา ‘‘กึ ทิสฺวา’’ติ วุตฺเต ‘‘เอกํ อลงฺกตปฏิยตฺตสรีรํ มาตุคามํ โอโลเกตฺวา’’ติ อาห. อถ นํ สตฺถา ‘‘ภิกฺขุ มาตุคาโม นาม กสฺมา ตุมฺหาทิสานํ จิตฺตํ นาลุเฬสฺสติ, โปราณกปณฺฑิตานมฺปิ หิ มาตุคามสฺส สทฺทํ สุตฺวา สตฺต วสฺสสตานิ อสมุทาจิณฺณกิเลสา โอกาสํ ลภิตฺวา ขเณเนว สมุทาจรึสุ. วิสุทฺธาปิ สตฺตา สํกิลิสฺสนฺติ, อุตฺตมยสสมงฺคิโนปิ อายสกฺยํ ปาปุณนฺติ, ปเคว อปริสุทฺธา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต โมรโยนิยํ ปฏิสนฺธึ คเหตฺวา อณฺฑกาเลปิ กณิการมกุฬวณฺณอณฺฑโกโส หุตฺวา อณฺฑํ ภินฺทิตฺวา นิกฺขนฺโต สุวณฺณวณฺโณ อโหสิ ทสฺสนีโย ปาสาทิโก ปกฺขานํ อนฺตเร สุรตฺตราชิวิราชิโต, โส อตฺตโน ชีวิตํ รกฺขนฺโต ติสฺโส ปพฺพตราชิโย อติกฺกมฺม จตุตฺถาย ปพฺพตราชิยา เอกสฺมึ ทณฺฑกหิรญฺญปพฺพตตเล วาสํ กปฺเปสิ. โส ปภาตาย รตฺติยา ปพฺพตมตฺถเก นิสินฺโน สูริยํ อุคฺคจฺฉนฺตํ โอโลเกตฺวา อตฺตโน โคจรภูมิยํ รกฺขาวรณตฺถาย พฺรหฺมมนฺตํ พนฺธนฺโต ‘‘อุเทตย’’นฺติอาทิมาห.

๑๗. ‘‘อุเทตยํ จกฺขุมา เอกราชา,

หริสฺสวณฺโณ ปถวิปฺปภาโส;

ตํ ตํ นมสฺสามิ หริสฺสวณฺณํ ปถวิปฺปภาสํ,

ตยาชฺช คุตฺตา วิหเรมุ ทิวส’’นฺติ.

ตตฺถ อุเทตีติ ปาจีนโลกธาตุโต อุคฺคจฺฉติ. จกฺขุมาติ สกลจกฺกวาฬวาสีนํ อนฺธการํ วิธมิตฺวา จกฺขุปฏิลาภกรเณน ยํ เตน เตสํ ทินฺนํ จกฺขุ, เตน จกฺขุนา จกฺขุมา. เอกราชาติ สกลจกฺกวาเฬ อาโลกกรานํ อนฺตเร เสฏฺฐวิสิฏฺฐฏฺเฐน เอกราชา. หริสฺสวณฺโณติ หริสมานวณฺโณ, สุวณฺณวณฺโณติ อตฺโถ. ปถวิปฺปภาโสติ ปถวิยา ปภาโส. ตํ ตํ นมสฺสามีติ ตสฺมา ตํ เอวรูปํ ภวนฺตํ นมสฺสามิ วนฺทามิ. ตยาชฺช คุตฺตา วิหเรมุ ทิวสนฺติ ตยา อชฺช รกฺขิตา โคปิตา หุตฺวา อิมํ ทิวสํ จตุอิริยาปถวิหาเรน สุขํ วิหเรยฺยาม.

เอวํ โพธิสตฺโต อิมาย คาถาย สูริยํ นมสฺสิตฺวา ทุติยคาถาย อตีเต ปรินิพฺพุเต พุทฺเธ เจว พุทฺธคุเณ จ นมสฺสติ.

‘‘เย พฺราหฺมณา เวทคู สพฺพธมฺเม, เต เม นโม เต จ มํ ปาลยนฺตุ;

นมตฺถุ พุทฺธานํ นมตฺถุ โพธิยา, นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา;

อิมํ โส ปริตฺตํ กตฺวา, โมโร จรติ เอสนา’’ติ.

ตตฺถ เย พฺราหฺมณาติ เย พาหิตปาปา วิสุทฺธิพฺราหฺมณา. เวทคูติ เวทานํ ปารํ คตาติปิ เวทคู, เวเทหิ ปารํ คตาติปิ เวทคู. อิธ ปน สพฺเพ สงฺขตาสงฺขตธมฺเม วิทิเต ปากเฏ กตฺวา คตาติ เวทคู. เตเนวาห ‘‘สพฺพธมฺเม’’ติ. สพฺเพ ขนฺธายตนธาตุธมฺเม สลกฺขณสามญฺญลกฺขณวเสน อตฺตโน ญาณสฺส วิทิเต ปากเฏ กตฺวา คตา, ติณฺณํ มารานํ มตฺถกํ มทฺทิตฺวา ทสสหสฺสิโลกธาตุํ อุนฺนาเทตฺวา โพธิตเล สมฺมาสมฺโพธึ ปตฺวา สํสารํ วา อติกฺกนฺตาติ อตฺโถ. เต เม นโมติ เต มม อิมํ นมกฺการํ ปฏิจฺฉนฺตุ. เต จ มํ ปาลยนฺตูติ เอวํ มยา นมสฺสิตา จ เต ภควนฺโต มํ ปาเลนฺตุ รกฺขนฺตุ โคเปนฺตุ. นมตฺถุ พุทฺธานํ นมตฺถุ โพธิยา, นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยาติ อยํ มม นมกฺกาโร อตีตานํ ปรินิพฺพุตานํ พุทฺธานํ อตฺถุ, เตสญฺเญว จตูสุ จ มคฺเคสุ จตูสุ ผเลสุ ญาณสงฺขาตาย โพธิยา อตฺถุ, ตถา เตสญฺเญว อรหตฺตผลวิมุตฺติยา วิมุตฺตานํ อตฺถุ, ยา จ เนสํ ตทงฺควิมุตฺติ วิกฺขมฺภนวิมุตฺติ สมุจฺเฉทวิมุตฺติ ปฏิปฺปสฺสทฺธิวิมุตฺติ นิสฺสรณวิมุตฺตีติ ปญฺจวิธา วิมุตฺติ, ตสฺสา เนสํ วิมุตฺติยาปิ อยํ มยฺหํ นมกฺกาโร อตฺถูติ. ‘‘อิมํ โส ปริตฺตํ กตฺวา, โมโร จรติ เอสนา’’ติ อิทํ ปน ปททฺวยํ สตฺถา อภิสมฺพุทฺโธ หุตฺวา อาห. ตสฺสตฺโถ – ภิกฺขเว, โส โมโร อิมํ ปริตฺตํ อิมํ รกฺขํ กตฺวา อตฺตโน โคจรภูมิยํ ปุปฺผผลาทีนํ อตฺถาย นานปฺปการาย เอสนาย จรติ.

เอวํ ทิวสํ จริตฺวา สายํ ปพฺพตมตฺถเก นิสีทิตฺวา อตฺถงฺคตํ สูริยํ โอโลเกนฺโต พุทฺธคุเณ อาวชฺเชตฺวา นิวาสฏฺฐาเน รกฺขาวรณตฺถาย ปุน พฺรหฺมมนฺตํ พนฺธนฺโต ‘‘อเปตย’’นฺติอาทิมาห.

๑๘. ‘‘อเปตยํ จกฺขุมา เอกราชา, หริสฺสวณฺโณ ปถวิปฺปภาโส;

ตํ ตํ นมสฺสามิ หริสฺสวณฺณํ ปถวิปฺปภาสํ, ตยาชฺช คุตฺตา วิหเรมุ รตฺตึ.

‘‘เย พฺราหฺมณา เวทคู สพฺพธมฺเม, เต เม นโม เต จ มํ ปาลยนฺตุ;

นมตฺถุ พุทฺธานํ นมตฺถุ โพธิยา, นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา;

อิมํ โส ปริตฺตํ กตฺวา, โมโร วาสมกปฺปยี’’ติ.

ตตฺถ อเปตีติ อปยาติ อตฺถํ คจฺฉติ. อิมํ โส ปริตฺตํ กตฺวา, โมโร วาสมกปฺปยีติ อิทมฺปิ อภิสมฺพุทฺโธ หุตฺวา อาห. ตสฺสตฺโถ – ภิกฺขเว, โส โมโร อิมํ ปริตฺตํ อิมํ รกฺขํ กตฺวา อตฺตโน นิวาสฏฺฐาเน วาสํ กปฺปยิตฺถ, ตสฺส รตฺตึ วา ทิวา วา อิมสฺส ปริตฺตสฺสานุภาเวน เนว ภยํ, น โลมหํโส อโหสิ.

อเถโก พาราณสิยา อวิทูเร เนสาทคามวาสี เนสาโท หิมวนฺตปเทเส วิจรนฺโต ตสฺมึ ทณฺฑกหิรญฺญปพฺพตมตฺถเก นิสินฺนํ โพธิสตฺตํ ทิสฺวา อาคนฺตฺวา ปุตฺตสฺส อาโรเจสิ. อเถกทิวสํ เขมา นาม พาราณสิรญฺโญ เทวี สุปิเนน สุวณฺณวณฺณํ โมรํ ธมฺมํ เทเสนฺตํ ทิสฺวา ปพุทฺธกาเล รญฺโญ อาโรเจสิ – ‘‘อหํ, เทว, สุวณฺณวณฺณสฺส โมรสฺส ธมฺมํ โสตุกามา’’ติ. ราชา อมจฺเจ ปุจฺฉิ. อมจฺจา ‘‘พฺราหฺมณา ชานิสฺสนฺตี’’ติ อาหํสุ. พฺราหฺมณา ตํ สุตฺวา ‘‘สุวณฺณวณฺณา โมรา นาม โหนฺตี’’ติ วตฺวา ‘‘กตฺถ โหนฺตี’’ติ วุตฺเต ‘‘เนสาทา ชานิสฺสนฺตี’’ติ อาหํสุ. ราชา เนสาเท สนฺนิปาเตตฺวา ปุจฺฉิ. อถ โส เนสาทปุตฺโต ‘‘อาม, มหาราช, ทณฺฑกหิรญฺญปพฺพโต นาม อตฺถิ, ตตฺถ สุวณฺณวณฺโณ โมโร วสตี’’ติ อาห. ‘‘เตน หิ ตํ โมรํ อมาเรตฺวา พนฺธิตฺวาว อาเนหี’’ติ. เนสาโท คนฺตฺวา ตสฺส โคจรภูมิยํ ปาเส โอฑฺเฑสิ. โมเรน อกฺกนฺตฏฺฐาเนปิ ปาโส น สญฺจรติ. เนสาโท คณฺหิตุํ อสกฺโกนฺโต สตฺต วสฺสานิ วิจริตฺวา ตตฺเถว กาลมกาสิ. เขมาปิ เทวี ปตฺถิตํ อลภมานา กาลมกาสิ.

ราชา ‘‘โมรํ เม นิสฺสาย เทวี กาลกตา’’ติ กุชฺฌิตฺวา ‘‘หิมวนฺตปเทเส ทณฺฑกหิรญฺญปพฺพโต นาม อตฺถิ, ตตฺถ สุวณฺณวณฺโณ โมโร วสติ, เย ตสฺส มํสํ ขาทนฺติ, เต อชรา อมรา โหนฺตี’’ติ อกฺขรํ สุวณฺณปฏฺเฏ ลิขาเปตฺวา สุวณฺณปฏฺฏํ มญฺชูสาย นิกฺขิปาเปสิ. ตสฺมึ กาลกเต อญฺโญ ราชา รชฺชํ ปตฺวา สุวณฺณปฏฺฏํ วาเจตฺวา ‘‘อชโร อมโร ภวิสฺสามี’’ติ อญฺญํ เนสาทํ เปเสสิ. โสปิ คนฺตฺวา โพธิสตฺตํ คเหตุํ อสกฺโกนฺโต ตตฺเถว กาลมกาสิ. เอเตเนว นิยาเมน ฉ ราชปริวฏฺฏา คตา. อถ สตฺตโม ราชา รชฺชํ ปตฺวา เอกํ เนสาทํ ปหิณิ. โส คนฺตฺวา โพธิสตฺเตน อกฺกนฺตฏฺฐาเนปิ ปาสสฺส อสญฺจรณภาวํ, อตฺตโน ปริตฺตํ กตฺวา โคจรภูมิคมนภาวญฺจสฺส ญตฺวา ปจฺจนฺตํ โอตริตฺวา เอกํ โมรึ คเหตฺวา ยถา หตฺถตาฬสทฺเทน นจฺจติ, อจฺฉราสทฺเทน จ วสฺสติ, เอวํ สิกฺขาเปตฺวา ตํ อาทาย คนฺตฺวา โมเรน ปริตฺเต อกเต ปาโตเยว ปาสยฏฺฐิโย โรเปตฺวา ปาเส โอฑฺเฑตฺวา โมรึ วสฺสาเปสิ. โมโร วิสภาคํ มาตุคามสทฺทํ สุตฺวา กิเลสาตุโร หุตฺวา ปริตฺตํ กาตุํ อสกฺกุณิตฺวา คนฺตฺวา ปาเส พชฺฌิ. อถ นํ เนสาโท คเหตฺวา คนฺตฺวา พาราณสิรญฺโญ อทาสิ.