๑๐. ลิตฺตวคฺโค
[๙๑] ๑. ลิตฺตชาตกวณฺณนา
ลิตฺตํ ปรเมน เตชสาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อปจฺจเวกฺขิตปริโภคํ อารพฺภ กเถสิ. ตสฺมึ กิร กาเล ภิกฺขู จีวราทีนิ ลภิตฺวา เยภุยฺเยน อปจฺจเวกฺขิตฺวา ปริภุญฺชนฺติ. เต จตฺตาโร ปจฺจเย อปจฺจเวกฺขิตฺวา ปริภุญฺชมานา เยภุยฺเยน นิรยติรจฺฉานโยนิโต น มุจฺจนฺติ. สตฺถา ตํ การณํ ญตฺวา ภิกฺขูนํ อเนกปริยาเยน ธมฺมึ กถํ กเถตฺวา อปจฺจเวกฺขิตปริโภเค อาทีนวํ ทสฺเสตฺวา ‘‘ภิกฺขเว, ภิกฺขุนา นาม จตฺตาโร ปจฺจเย ลภิตฺวา อปจฺจเวกฺขิตฺวา ปริภุญฺชิตุํ น วฏฺฏติ, ตสฺมา อิโต ปฏฺฐาย จตฺตาโร ปจฺจเย ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปริภุญฺเชยฺยาถา’’ติ ปจฺจเวกฺขนวิธึ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิธ ปน, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ปฏิสงฺขา โยนิโส จีวรํ ปฏิเสวติ สีตสฺส ปฏิฆาตายา’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๓; อ. นิ. ๖.๕๘) นเยน ตนฺตึ ฐเปตฺวา ‘‘ภิกฺขเว, จตฺตาโร ปจฺจเย เอวํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ, อปจฺจเวกฺขิตฺวา ปริโภโค นาม หลาหลวิสปริโภคสทิโส. โปราณกา หิ อปจฺจเวกฺขิตฺวา โทสํ อชานิตฺวา วิสํ ปริภุญฺชิตฺวา วิปากนฺเต มหาทุกฺขํ อนุภวึสู’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต อญฺญตรสฺมึ มหาโภคกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต อกฺขธุตฺโต อโหสิ. อถาปโร กูฏกฺขธุตฺโต โพธิสตฺเตน สทฺธึ กีฬนฺโต อตฺตโน ชเย วตฺตมาเน เกฬิมณฺฑลํ น ภินฺทติ, ปราชยกาเล ปน อกฺขํ มุเข ปกฺขิปิตฺวา ‘‘อกฺโข นฏฺโฐ’’ติ เกฬิมณฺฑลํ ภินฺทิตฺวา ปกฺกมติ. โพธิสตฺโต ตสฺส ตํ การณํ ญตฺวา ‘‘โหตุ, ชานิสฺสาเมตฺถ ปติรูปการณ’’นฺติ อกฺเข อาทาย อตฺตโน ฆเร หลาหลวิเสน รญฺชิตฺวา ปุนปฺปุนํ สุกฺขาเปตฺวา เต อาทาย ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘เอหิ, สมฺม, อกฺเขหิ กีฬามา’’ติ อาห. โส ‘‘สาธุ, สมฺมา’’ติ เกฬิมณฺฑลํ สชฺเชตฺวา เตน สทฺธึ กีฬนฺโต อตฺตโน ปราชยกาเล เอกํ อกฺขํ มุเข ปกฺขิปิ. อถ นํ โพธิสตฺโต ตถา กโรนฺตํ ทิสฺวา ‘‘คิลาหิ ตาว, ปจฺฉา อิทํ นาเมตนฺติ ชานิสฺสสี’’ติ โจเทตุํ อิมํ คาถมาห –
๙๑. ‘‘ลิตฺตํ ปรเมน เตชสา, คิลมกฺขํ ปุริโส น พุชฺฌติ;
คิล เร คิล ปาปธุตฺตก, ปจฺฉา เต กฏุกํ ภวิสฺสตี’’ติ.
ตตฺถ ลิตฺตนฺติ มกฺขิตํ รญฺชิตํ. ปรเมน เตชสาติ อุตฺตมเตชสมฺปนฺเนน หลาหลวิเสน. คิลนฺติ คิลนฺโต. อกฺขนฺติ คุฬกํ. น พุชฺฌตีติ ‘‘อยํ เม คิลโต อิทํ นาม กริสฺสตี’’ติ น ชานาติ. คิล เรติ คิลาหิ อเร. คิลาติ ปุนปิ โจเทนฺโต วทติ. ปจฺฉา เต กฏุกํ ภวิสฺสตีติ อิมสฺมึ เต อกฺเข คิลิเต ปจฺฉา เอตํ วิสํ ติขิณํ ภวิสฺสตีติ อตฺโถ.
โส โพธิสตฺตสฺส กเถนฺตสฺเสว วิสเวเคน มุจฺฉิโต อกฺขีนิ ปริวตฺเตตฺวา ขนฺธํ นาเมตฺวา ปติ. โพธิสตฺโต ‘‘อิทานิสฺส ชีวิตทานํ ทาตุํ วฏฺฏตี’’ติ โอสธปริภาวิตํ วมนโยคํ ทตฺวา วเมตฺวา สปฺปิผาณิตมธุสกฺกราทโย ขาทาเปตฺวา อโรคํ กตฺวา ‘‘ปุน เอวรูปํ มา อกาสี’’ติ โอวทิตฺวา ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กตฺวา ยถากมฺมํ คโต.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ‘‘ภิกฺขเว, อปจฺจเวกฺขิตปริโภโค นาม อปจฺจเวกฺขิตฺวา กตวิสปริโภคสทิโส โหตี’’ติ วตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา ปณฺฑิตธุตฺโต อหเมว อโหสึ, กูฏธุตฺโต ปเนตฺถ น กถียติ, ยถา จ เอตฺถ, เอวํ สพฺพตฺถ. โย ปน อิมสฺมึ กาเล น ปญฺญายติ, โส น กถียเตวา’’ติ.
ลิตฺตชาตกวณฺณนา ปฐมา.
[๙๒] ๒. มหาสารชาตกวณฺณนา
อุกฺกฏฺเฐ สูรมิจฺฉนฺตีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อายสฺมนฺตํ อานนฺทตฺเถรํ อารพฺภ กเถสิ. เอกสฺมิญฺหิ สมเย โกสลรญฺโญ อิตฺถิโย จินฺตยึสุ ‘‘พุทฺธุปฺปาโท นาม ทุลฺลโภ, ตถา มนุสฺสปฏิลาโภ, ปริปุณฺณายตนตา จ. มยญฺจ อิมํ ทุลฺลภํ ขณสมวายํ ลภิตฺวาปิ อตฺตโน รุจิยา วิหารํ คนฺตฺวา ธมฺมํ วา โสตุํ พุทฺธปูชํ วา กาตุํ ทานํ วา ทาตุํ น ลภาม, มญฺชูสาย ปกฺขิตฺตา วิย วสาม, รญฺโญ กเถตฺวา อมฺหากํ ธมฺมํ เทเสตุํ อนุจฺฉวิกํ เอกํ ภิกฺขุํ ปกฺโกสาเปตฺวา ตสฺส สนฺติเก ธมฺมํ โสสฺสาม, ตโต ยํ สกฺขิสฺสาม, ตํ อุคฺคณฺหิสฺสาม, ทานาทีนิ จ ปุญฺญานิ กริสฺสาม. เอวํ โน อยํ ขณปฏิลาโภ สผโล ภวิสฺสตี’’ติ. ตา สพฺพาปิ ราชานํ อุปสงฺกมิตฺวา อตฺตนา จินฺติตการณํ กถยึสุ. ราชา ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิ.
อเถกทิวสํ ราชา อุยฺยานกีฬํ กีฬิตุกาโม อุยฺยานปาลํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘อุยฺยานํ โสเธหี’’ติ อาห. อุยฺยานปาโล อุยฺยานํ โสเธนฺโต สตฺถารํ อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสินฺนํ ทิสฺวา รญฺโญ สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘สุทฺธํ, เทว, อุยฺยานํ, อปิเจตฺถ อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล ภควา นิสินฺโน’’ติ อาห. ราชา ‘‘สาธุ, สมฺม, สตฺถุ สนฺติเก ธมฺมมฺปิ โสสฺสามา’’ติ อลงฺกตรถํ อภิรุหิตฺวา อุยฺยานํ คนฺตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ อคมาสิ.
ตสฺมิญฺจ สมเย ฉตฺตปาณิ นาเมโก อนาคามี อุปาสโก สตฺถุ สนฺติเก ธมฺมํ สุณมาโน นิสินฺโน โหติ. ราชา ตํ ทิสฺวา อาสงฺกมาโน มุหุตฺตํ ฐตฺวา ปุน ‘‘สจายํ ปาปโก ภเวยฺย, น สตฺถุ สนฺติเก นิสีทิตฺวา ธมฺมํ สุเณยฺย, อปาปเกน อิมินา ภวิตพฺพ’’นฺติ จินฺเตตฺวา สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. อุปาสโก พุทฺธคารเวน รญฺโญ ปจฺจุฏฺฐานํ วา วนฺทนํ วา น อกาสิ, เตนสฺส ราชา อนตฺตมโน อโหสิ. สตฺถา ตสฺส อนตฺตมนภาวํ ญตฺวา อุปาสกสฺส คุณํ กเถสิ ‘‘อยํ, มหาราช, อุปาสโก พหุสฺสุโต อาคตาคโม กาเมสุ วีตราโค’’ติ ราชา ‘‘น อิมินา โอรเกน ภวิตพฺพํ, ยสฺส สตฺถา คุณํ วณฺเณตี’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘อุปาสก, วเทยฺยาสิ เยน เต อตฺโถ’’ติ อาห. อุปาสโก ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิ. ราชา สตฺถุ สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา สตฺถารํ ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามิ.
โส เอกทิวสํ อุปริปาสาเท มหาวาตปานํ วิวริตฺวา ฐิโต ตํ อุปาสกํ ภุตฺตปาตราสํ ฉตฺตมาทาย เชตวนํ คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ปกฺโกสาเปตฺวา เอวมาห ‘‘ตฺวํ กิร, อุปาสก, พหุสฺสุโต, อมฺหากญฺจ อิตฺถิโย ธมฺมํ โสตุกามา เจว อุคฺคเหตุกามา จ, สาธุ วตสฺส สเจ ตาสํ ธมฺมํ วาเจยฺยาสี’’ติ. ‘‘เทว, คิหีนํ นาม ราชนฺเตปุเร ธมฺมํ เทเสตุํ วา วาเจตุํ วา นปฺปติรูปํ, อยฺยานํ เอว ปติรูป’’นฺติ. ราชา ‘‘สจฺจํ เอส วทตี’’ติ อุยฺโยเชตฺวา อิตฺถิโย ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘ภทฺเท, อหํ ตุมฺหากํ ธมฺมเทสนตฺถาย จ ธมฺมวาจนตฺถาย จ สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา เอกํ ภิกฺขุํ ยาจามิ, อสีติยา มหาสาวเกสุ กตรํ ยาจามี’’ติ อาห. ตา สพฺพาปิ มนฺเตตฺวา ธมฺมภณฺฑาคาริกํ อานนฺทตฺเถรเมว อาโรเจสุํ. ราชา สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสินฺโน เอวมาห ‘‘ภนฺเต, อมฺหากํ เคเห อิตฺถิโย อานนฺทตฺเถรสฺส สนฺติเก ธมฺมํ โสตุญฺจ อุคฺคณฺหิตุญฺจ อิจฺฉนฺติ, สาธุ วต สเจ เถโร อมฺหากํ เคเห ธมฺมํ เทเสยฺย เจว วาเจยฺย จา’’ติ. สตฺถา ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา เถรํ อาณาเปสิ. ตโต ปฏฺฐาย รญฺโญ อิตฺถิโย เถรสฺส สนฺติเก ธมฺมํ สุณนฺติ เจว อุคฺคณฺหนฺติ จ.
อเถกทิวสํ รญฺโญ จูฬามณิ นฏฺโฐ. ราชา ตสฺส นฏฺฐภาวํ สุตฺวา อมจฺเจ อาณาเปสิ ‘‘สพฺเพ อนฺโตวฬญฺชนเก มนุสฺเส คเหตฺวา จูฬามณึ อาหราเปถา’’ติ. อมจฺจา มาตุคาเม อาทึ กตฺวา จูฬามณึ ปริปุจฺฉนฺตา อทิสฺวา มหาชนํ กิลเมนฺติ. ตํ ทิวสํ อานนฺทตฺเถโร ราชนิเวสนํ ปวิฏฺโฐ. ยถา ตา อิตฺถิโย ปุพฺเพ เถรํ ทิสฺวาว หฏฺฐตุฏฺฐา ธมฺมํ สุณนฺติ เจว อุคฺคณฺหนฺติ จ, ตถา อกตฺวา สพฺพา โทมนสฺสปฺปตฺตาว อเหสุํ. ตโต เถเรน ‘‘กสฺมา ตุเมฺห อชฺช เอวรูปา ชาตา’’ติ ปุจฺฉิตา เอวมาหํสุ ‘‘ภนฺเต, รญฺโญ จูฬามณึ ปริเยสามาติ อมจฺจา มาตุคาเม อุปาทาย อนฺโตวฬญฺชนเก กิลเมนฺติ, น ชานาม กสฺส ‘กึ ภวิสฺสตี’ติ, เตนมฺห โทมนสฺสปฺปตฺตา’’ติ. เถโร ‘‘มา จินฺตยิตฺถา’’ติ ตา สมสฺสาเสตฺวา รญฺโญ สนฺติกํ คนฺตฺวา ปญฺญตฺตาสเน นิสีทิตฺวา ‘‘มณิ กิร เต, มหาราช, นฏฺโฐ’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ. ‘‘อสกฺขิ ปน ตํ อาหราเปตุ’’นฺติ. ‘‘ภนฺเต, สพฺพํ อนฺโตชนํ คเหตฺวา กิลเมนฺโตปิ น สกฺโกมิ อาหราเปตุ’’นฺติ. ‘‘มหาราช, มหาชนํ อกิลเมตฺวาว อาหรณูปาโย อตฺถี’’ติ. ‘‘กตโร, ภนฺเต’’ติ? ‘‘ปิณฺฑทานํ, มหาราชา’’ติ. ‘‘กตรํ ปิณฺฑทานํ, ภนฺเต’’ติ? ‘‘มหาราช, ยตฺตเกสุ อาสงฺกา อตฺถิ, เต คเหตฺวา เอเกกสฺส เอเกกํ ปลาลปิณฺฑํ วา มตฺติกาปิณฺฑํ วา ทตฺวา ‘อิมํ ปจฺจูสกาเล อาหริตฺวา อสุกฏฺฐาเน นาม ปาเตถา’ติ วตฺตพฺพํ. เยน คหิโต ภวิสฺสติ, โส ตสฺมึ ปกฺขิปิตฺวา อาหริสฺสติ. สเจ ปฐมทิวเสเยว ปาเตนฺติ, อิจฺเจตํ กุสลํ. โน เจ ปาเตนฺติ, ทุติยทิวเสปิ ตติยทิวเสปิ ตเถว กาตพฺพํ. เอวํ มหาชโน จ น กิลมิสฺสติ, มณิญฺจ ลภิสฺสสี’’ติ เอวํ วตฺวา เถโร อคมาสิ.
ราชา วุตฺตนเยเนว ตโย ทิวเส ทาเปสิ, เนว มณึ อาหรึสุ. เถโร ตติยทิวเส อาคนฺตฺวา ‘‘กึ, มหาราช, ปาติโต มณี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘น ปาเตนฺติ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘เตน หิ, มหาราช, มหาตลสฺมึเยว ปฏิจฺฉนฺนฏฺฐาเน มหาจาฏึ ฐปาเปตฺวา อุทกสฺส ปูราเปตฺวา สาณึ ปริกฺขิปาเปตฺวา ‘สพฺเพ อนฺโตวฬญฺชนกมนุสฺสา จ อิตฺถิโย จ อุตฺตราสงฺคํ กตฺวา เอเกโกว อนฺโตสาณึ ปวิสิตฺวา หตฺถํ โธวิตฺวา อาคจฺฉนฺตู’ติ วเทหี’’ติ เถโร อิมํ อุปายํ อาจิกฺขิตฺวา ปกฺกามิ. ราชา ตถา กาเรสิ. มณิโจโร จินฺเตสิ ‘‘ธมฺมภณฺฑาคาริโก อิมํ อธิกรณํ อาทาย มณึ อทสฺเสตฺวา โอสกฺกิสฺสตีติ อฏฺฐานเมตํ, ปาเตตุํ ทานิ วฏฺฏตี’’ติ มณึ ปฏิจฺฉนฺนํ กตฺวา อาทาย อนฺโตสาณึ ปวิสิตฺวา จาฏิยํ ปาเตตฺวา นิกฺขมิ. สพฺเพสํ นิกฺขนฺตกาเล อุทกํ ฉฑฺเฑตฺวา มณึ อทฺทสํสุ. ราชา ‘‘เถรํ นิสฺสาย มหาชนํ อกิลเมตฺวาว เม มณิ ลทฺโธ’’ติ ตุสฺสิ, อนฺโตวฬญฺชนกมนุสฺสาปิ ‘‘เถรํ นิสฺสาย มหาทุกฺขโต มุตฺตมฺหา’’ติ ตุสฺสึสุ. ‘‘เถรสฺสานุภาเวน รญฺโญ จูฬามณิ ลทฺโธ’’ติ เถรสฺสานุภาโว สกลนคเร เจว ภิกฺขุสงฺเฆ จ ปากโฏ ชาโต.
ธมฺมสภายํ สนฺนิสินฺนา ภิกฺขู เถรสฺส คุณํ วณฺณยึสุ ‘‘อาวุโส, อานนฺทตฺเถโร อตฺตโน พหุสฺสุตตาย ปณฺฑิจฺเจน อุปายกุสลตาย มหาชนํ อกิลเมตฺวา อุปาเยเนว รญฺโญ มณึ ทสฺเสสี’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทานิ อานนฺเทเนว ปรหตฺถคตํ ภณฺฑํ ทสฺสิตํ, ปุพฺเพปิ ปณฺฑิตา มหาชนํ อกิลเมตฺวา อุปาเยเนว ติรจฺฉานหตฺถคตํ ภณฺฑํ ทสฺสยึสู’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต สพฺพสิปฺเปสุ นิปฺผตฺตึ ปตฺโต ตสฺเสว อมจฺโจ อโหสิ. อเถกทิวสํ ราชา มหนฺเตน ปริวาเรน อุยฺยานํ คนฺตฺวา วนนฺตรานิ วิจริตฺวา อุทกกีฬํ กีฬิตุกาโม มงฺคลโปกฺขรณึ โอตริตฺวา อิตฺถาคารมฺปิ ปกฺโกสิ. อิตฺถิโย อตฺตโน อตฺตโน สีสูปคคีวูปคาทีนิ อาภรณานิ โอมุญฺจิตฺวา อุตฺตราสงฺเคสุ ปกฺขิปิตฺวา สมุคฺคปิฏฺเฐสุ ฐเปตฺวา ทาสิโย ปฏิจฺฉาเปตฺวา โปกฺขรณึ โอตรึสุ. อเถกา อุยฺยานมกฺกฏี สาขนฺตเร นิสินฺนา เทวึ ปิฬนฺธนานิ โอมุญฺจิตฺวา อุตฺตราสงฺเค ปกฺขิปิตฺวา สมุคฺคปิฏฺเฐ ฐปยมานํ ทิสฺวา ตสฺสา มุตฺตาหารํ ปิฬนฺธิตุกามา หุตฺวา ทาสิยา ปมาทํ โอโลกยมานา นิสีทิ, ทาสีปิ ตํ รกฺขมานา ตหํ ตหํ โอโลเกตฺวา นิสินฺนาเยว นิทฺทายิตุํ อารภิ. มกฺกฏี ตสฺสา ปมาทภาวํ ญตฺวา วาตเวเคน โอตริตฺวา มหามุตฺตาหารํ คีวาย ปฏิมุญฺจิตฺวา วาตเวเคน อุปฺปติตฺวา สาขนฺตเร นิสีทิตฺวา อญฺญาสํ มกฺกฏีนํ ทสฺสนภเยน เอกสฺมึ รุกฺขสุสิรฏฺฐาเน ฐเปตฺวา อุปสนฺตูปสนฺตา วิย ตํ รกฺขมานา นิสีทิ.
สาปิ โข ทาสี ปฏิพุชฺฌิตฺวา มุตฺตาหารํ อปสฺสนฺตี กมฺปมานา อญฺญํ อุปายํ อทิสฺวา ‘‘ปุริโส เทวิยา มุตฺตาหารํ คเหตฺวา ปลาโต’’ติ มหาวิรวํ วิรวิ. อารกฺขมนุสฺสา ตโต ตโต สนฺนิปติตฺวา ตสฺสา วจนํ สุตฺวา รญฺโญ อาโรจยึสุ. ราชา ‘‘โจรํ คณฺหถา’’ติ อาห. ปุริสา อุยฺยานา นิกฺขมิตฺวา ‘‘โจรํ คณฺหถ, โจรํ คณฺหถา’’ติ อิโต จิโต จ โอโลเกนฺติ. อเถโก ชานปโท พลิการกปุริโส ตํ สทฺทํ สุตฺวา กมฺปมาโน ปลายิ. ตํ ทิสฺวา ราชปุริสา ‘‘อยํ โจโร ภวิสฺสตี’’ติ อนุพนฺธิตฺวา ตํ คเหตฺวา โปเถตฺวา ‘‘อเร, ทุฏฺฐโจร, เอวํ มหาสารํ นาม ปิฬนฺธนํ อวหริสฺสสี’’ติ ปริภาสึสุ. โส จินฺเตสิ ‘‘สจาหํ ‘น คณฺหามี’ติ วกฺขามิ, อชฺช เม ชีวิตํ นตฺถิ, โปเถนฺตาเยว มํ มาเรสฺสนฺติ, สมฺปฏิจฺฉามิ น’’นฺติ. โส ‘‘อาม, สามิ, คหิตํ เม’’ติ อาห. อถ นํ พนฺธิตฺวา รญฺโญ สนฺติกํ อานยึสุ. ราชาปิ นํ ปุจฺฉิ ‘‘คหิตํ เต มหาสารปิฬนฺธน’’นฺติ? ‘‘อาม, เทวา’’ติ. ‘‘อิทานิ ตํ กห’’นฺติ. ‘‘เทว, มยา มหาสารํ นาม มญฺจปีฐมฺปิ น ทิฏฺฐปุพฺพํ, เสฏฺฐิ ปน มํ มหาสารปิฬนฺธนํ คณฺหาเปสิ, โสหํ ตํ คเหตฺวาว ตสฺส อทาสึ, โส นํ ชานาตี’’ติ.
ราชา เสฏฺฐึ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘คหิตํ เต อิมสฺส หตฺถโต มหาสารปิฬนฺธน’’นฺติ ปุจฺฉิ. ‘‘อาม, เทวา’’ติ. ‘‘กหํ ต’’นฺติ. ‘‘ปุโรหิตสฺส เม ทินฺน’’นฺติ. ปุโรหิตมฺปิ ปกฺโกสาเปตฺวา ตเถว ปุจฺฉิ, โสปิ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ‘‘คนฺธพฺพสฺส เม ทินฺน’’นฺติ อาห. ตมฺปิ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘ปุโรหิตสฺส หตฺถโต เต มหาสารปิฬนฺธนํ คหิต’’นฺติ ปุจฺฉิ. ‘‘อาม, เทวา’’ติ. ‘‘กหํ ต’’นฺติ. ‘‘กิเลสวเสน เม วณฺณทาสิยา ทินฺน’’นฺติ. ตมฺปิ ปกฺโกสาเปตฺวา ปุจฺฉิ, สา ‘‘น คณฺหามี’’ติ อาห. เต ปญฺจ ชเน ปุจฺฉนฺตานญฺเญว สูริโย อตฺถํ คโต. ราชา ‘‘อิทานิ วิกาโล ชาโต, เสฺว ชานิสฺสามา’’ติ เต ปญฺจ ชเน อมจฺจานํ ทตฺวา นครํ ปาวิสิ.
โพธิสตฺโต จินฺเตสิ – ‘‘อิทํ ปิฬนฺธนํ อนฺโตวฬญฺเช นฏฺฐํ, อยญฺจ คหปติโก พหิวฬญฺโช, ทฺวาเรปิ พลวารกฺโข, ตสฺมา อนฺโตวฬญฺชนกานมฺปิ ตํ คเหตฺวา ปลายิตุํ น สกฺกา. เอวํ เนว พหิวฬญฺชนกานํ, น อนฺโต, อุยฺยาเน วฬญฺชนกานํ คหณูปาโย ทิสฺสติ. อิมินา ทุคฺคตมนุสฺเสน ‘เสฏฺฐิสฺส เม ทินฺน’นฺติ กเถนฺเตน อตฺตโน โมกฺขตฺถาย กถิตํ ภวิสฺสติ, เสฏฺฐินาปิ ‘ปุโรหิตสฺส เม ทินฺน’นฺติ กเถนฺเตน ‘เอกโต หุตฺวา นิตฺถริสฺสามี’ติ จินฺเตตฺวา กถิตํ ภวิสฺสติ, ปุโรหิเตนาปิ ‘คนฺธพฺพสฺส เม ทินฺน’นฺติ กเถนฺเตน ‘พนฺธนาคาเร คนฺธพฺพํ นิสฺสาย สุเขน วสิสฺสามา’ติ จินฺเตตฺวา กถิตํ ภวิสฺสติ, คนฺธพฺเพนาปิ ‘วณฺณทาสิยา เม ทินฺน’นฺติ กเถนฺเตน ‘เอกนฺเตน อนุกฺกณฺฐิตา ภวิสฺสามา’ติ จินฺเตตฺวา กถิตํ ภวิสฺสติ, อิเมหิ ปญฺจหิปิ โจเรหิ น ภวิตพฺพํ, อุยฺยาเน มกฺกฏา พหู, ปิฬนฺธเนน เอกิสฺสา มกฺกฏิยา หตฺเถ อารุเฬฺหน ภวิตพฺพ’’นฺติ. โส ราชานํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘มหาราช, โจเร อมฺหากํ นิยฺยาเทถ, มยํ ตํ กิจฺจํ โสเธสฺสามา’’ติ อาห. ราชา ‘‘สาธุ, ปณฺฑิต, โสเธหี’’ติ ตสฺส นิยฺยาเทสิ.
โพธิสตฺโต อตฺตโน ทาสปุริเส ปกฺโกสาเปตฺวา เต ปญฺจ ชเน เอกสฺมึเยว ฐาเน วสาเปตฺวา สมนฺตา อารกฺขํ กตฺวา กณฺณํ ทตฺวา ‘‘ยํ เต อญฺญมญฺญํ กเถนฺติ, ตํ มยฺหํ อาโรเจถา’’ติ วตฺวา ปกฺกามิ. เต ตถา อกํสุ. ตโต มนุสฺสานํ สนฺนิสินฺนเวลาย เสฏฺฐิ ตํ คหปติกํ อาห – ‘‘อเร, ทุฏฺฐคหปติ, ตยา อหํ, มยา วา ตฺวํ กหํ ทิฏฺฐปุพฺโพ, กทา เต มยฺหํ ปิฬนฺธนํ ทินฺน’’นฺติ อาห. โส ‘‘สามิ มหาเสฏฺฐิ, อหํ มหาสารํ นาม รุกฺขสารปาทกํ มญฺจปีฐมฺปิ น ชานามิ, ‘ตํ นิสฺสาย ปน โมกฺขํ ลภิสฺสามี’ติ เอวํ อวจํ, มา เม กุชฺฌ, สามี’’ติ อาห. ปุโรหิโตปิ เสฏฺฐึ อาห ‘‘มหาเสฏฺฐิ, ตฺวํ อิมินา อตฺตโน อทินฺนกเมว มยฺหํ กถํ อทาสี’’ติ? ‘‘มยมฺปิ เทฺว อิสฺสรา, อมฺหากํ เอกโต หุตฺวา ฐิตกาเล กมฺมํ ขิปฺปํ นิปฺผชฺชิสฺสตี’’ติ กเถสินฺติ. คนฺธพฺโพปิ ปุโรหิตํ อาห ‘‘พฺราหฺมณ, กทา ตยา มยฺหํ ปิฬนฺธนํ ทินฺน’’นฺติ? ‘‘อหํ ตํ นิสฺสาย วสนฏฺฐาเน สุขํ วสิสฺสามี’’ติ กเถสินฺติ. วณฺณทาสีปิ คนฺธพฺพํ อาห ‘‘อเร ทุฏฺฐคนฺธพฺพ, อหํ กทา ตว สนฺติกํ คตปุพฺพา, ตฺวํ วา มม สนฺติกํ อาคตปุพฺโพ, กทา เต มยฺหํ ปิฬนฺธนํ ทินฺน’’นฺติ? ภคินิ กึการณา กุชฺฌสิ, ‘‘อเมฺหสุ ปญฺจสุ เอกโต วสนฺเตสุ ฆราวาโส ภวิสฺสติ, อนุกฺกณฺฐมานา สุขํ วสิสฺสามา’’ติ กเถสินฺติ. โพธิสตฺโต ปโยชิตมนุสฺสานํ สนฺติกา ตํ กถํ สุตฺวา เตสํ ตถโต อโจรภาวํ ญตฺวา ‘‘มกฺกฏิยา คหิตปิฬนฺธนํ อุปาเยเนว ปาเตสฺสามี’’ติ เคณฺฑุมยานิ พหูนิ ปิฬนฺธนานิ กาเรตฺวา อุยฺยาเน มกฺกฏิโย คาหาเปตฺวา หตฺถปาทคีวาสุ เคณฺฑุปิฬนฺธนานิ ปิฬนฺธาเปตฺวา วิสฺสชฺเชสิ. อิตรา มกฺกฏี ปิฬนฺธนํ รกฺขมานา อุยฺยาเน เอว นิสีทิ.
โพธิสตฺโต มนุสฺเส อาณาเปสิ ‘‘คจฺฉถ ตุเมฺห, อุยฺยาเน สพฺพา มกฺกฏิโย อุปธาเรถ, ยสฺสา ตํ ปิฬนฺธนํ ปสฺสถ, ตํ อุตฺตาเสตฺวา ปิฬนฺธนํ คณฺหถา’’ติ. ตาปิ โข มกฺกฏิโย ‘‘ปิฬนฺธนํ โน ลทฺธ’’นฺติ ตุฏฺฐปหฏฺฐา อุยฺยาเน วิจรนฺติโย ตสฺสา สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘ปสฺส อมฺหากํ ปิฬนฺธน’’นฺติ อาหํสุ. สา มกฺกฏี อสหมานา ‘‘กึ อิมินา เคณฺฑุปิฬนฺธเนนา’’ติ มุตฺตาหารํ ปิฬนฺธิตฺวา นิกฺขมิ. อถ นํ เต ปุริสา ทิสฺวา ปิฬนฺธนํ ฉฑฺฑาเปตฺวา อาหริตฺวา โพธิสตฺตสฺส อทํสุ. โส ตํ อาทาย รญฺโญ ทสฺเสตฺวา ‘‘อิทํ เต เทว ปิฬนฺธนํ, เต ปญฺจปิ อโจรา, อิทํ ปน อุยฺยาเน มกฺกฏิยา อาภต’’นฺติ อาห. ‘‘กถํ ปน เต, ปณฺฑิต, มกฺกฏิยา หตฺถํ อารุฬฺหภาโว ญาโต, กถํ เต คหิต’’นฺติ? โส สพฺพํ อาจิกฺขิ. ราชา ตุฏฺฐมานโส ‘‘สงฺคามสีสาทีสุ นาม สูราทโย อิจฺฉิตพฺพา โหนฺตี’’ติ โพธิสตฺตสฺส ถุตึ กโรนฺโต อิมํ คาถมาห –
๙๒. ‘‘อุกฺกฏฺเฐ สูรมิจฺฉนฺติ, มนฺตีสุ อกุตูหลํ;
ปิยญฺจ อนฺนปานมฺหิ, อตฺเถ ชาเต จ ปณฺฑิต’’นฺติ.
ตตฺถ อุกฺกฏฺเฐติ อุปกฏฺเฐ, อุภโตพฺยูเฬฺห สงฺคาเม สมฺปหาเร วตฺตมาเนติ อตฺโถ. สูรมิจฺฉนฺตีติ อสนิยาปิ มตฺถเก ปตมานาย อปลายินํ สูรํ อิจฺฉนฺติ, ตสฺมึ ขเณ เอวรูโป สงฺคามโยโธ ปตฺเถตพฺโพ โหติ. มนฺตีสุ อกุตูหลนฺติ กตฺตพฺพากตฺตพฺพกิจฺจํ สมฺมนฺตนกาเล อุปฺปนฺเน มนฺตีสุ โย อกุตูหโล อวิกิณฺณวาโจ มนฺตํ น ภินฺทติ, ตํ อิจฺฉนฺติ, ตาทิโส เตสุ ฐาเนสุ ปตฺเถตพฺโพ โหติ. ปิยญฺจ อนฺนปานมฺหีติ มธุเร อนฺนปาเน ปจฺจุปฏฺฐิเต สหปริภุญฺชนตฺถาย ปิยปุคฺคลํ ปตฺเถนฺติ, ตาทิโส ตสฺมึ กาเล ปตฺเถตพฺโพ โหติ. อตฺเถ ชาเต จ ปณฺฑิตนฺติ อตฺถคมฺภีเร ธมฺมคมฺภีเร กิสฺมิญฺจิเทว การเณ วา ปเญฺห วา อุปฺปนฺเน ปณฺฑิตํ วิจกฺขณํ อิจฺฉนฺติ. ตถารูโป หิ ตสฺมึ สมเย ปตฺเถตพฺโพ โหตีติ.
เอวํ ราชา โพธิสตฺตํ วณฺเณตฺวา โถเมตฺวา ฆนวสฺสํ วสฺเสนฺโต มหาเมโฆ วิย สตฺตาหิ รตเนหิ ปูเชตฺวา ตสฺโสวาเท ฐตฺวา ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กตฺวา ยถากมฺมํ คโต, โพธิสตฺโตปิ ยถากมฺมํ คโต.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา เถรสฺส คุณํ กเถตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา ราชา อานนฺโท อโหสิ, ปณฺฑิตามจฺโจ ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.
มหาสารชาตกวณฺณนา ทุติยา.
[๙๓] ๓. วิสฺสาสโภชนชาตกวณฺณนา
น วิสฺสเส อวิสฺสตฺเถติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต วิสฺสาสโภชนํ อารพฺภ กเถสิ. ตสฺมึ กิร สมเย เยภุยฺเยน ภิกฺขู ‘‘มาตรา โน ทินฺนํ, ปิตรา โน ทินฺนํ, ภาตรา, ภคินิยา, จูฬมาตรา, จูฬปิตรา, มาตุเลน, มาตุลานิยา ทินฺนํ. อมฺหากํ คิหิกาเลปิ ภิกฺขุกาเลปิ เอเต ทาตุํ ยุตฺตรูปาวา’’ติ ญาตีหิ ทินฺเน จตฺตาโร ปจฺจเย วิสฺสตฺถา หุตฺวา อปจฺจเวกฺขิตฺวา ปริภุญฺชนฺติ. สตฺถา ตํ การณํ ญตฺวา ‘‘ภิกฺขูนํ มยา ธมฺมเทสนํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ ภิกฺขู สนฺนิปาตาเปตฺวา ‘‘ภิกฺขเว, ภิกฺขุนา นาม ญาตีหิปิ อญฺญาตีหิปิ ทินฺนเก จตฺตาโร ปจฺจเย ปจฺจเวกฺขิตฺวาว ปริโภโค กาตพฺโพ. อปจฺจเวกฺขิตฺวา ปริโภคํ กตฺวา หิ กาลํ กุรุมาโน ภิกฺขุ ยกฺขเปตอตฺตภาวโต น มุจฺจติ, อปจฺจเวกฺขิตปริโภโค นาเมส วิสปริโภคสทิโส. วิสญฺหิ วิสฺสาสิเกน ทินฺนกมฺปิ อวิสฺสาสิเกน ทินฺนกมฺปิ มาเรติเยว. ปุพฺเพปิ วิสฺสาเสน ทินฺนํ วิสํ ปริภุญฺชิตฺวา ชีวิตกฺขยํ ปตฺตา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต มหาวิภโว เสฏฺฐิ อโหสิ. ตสฺเสโก โคปาลโก กิฏฺฐสมฺพาธสมเย คาโว คเหตฺวา อรญฺญํ ปวิสิตฺวา ตตฺถ โคสาลํ กตฺวา รกฺขนฺโต วสติ. เสฏฺฐิโน จ กาเลน กาลํ โครสํ อาหรติ. อถสฺส โคสาลาย อวิทูเร สีโห นิวาสํ คณฺหิ. คาวีนํ สีหสนฺตาเสน มิลาตานํ ขีรํ มนฺทํ อโหสิ. อถ นํ เอกทิวสํ สปฺปึ อาทาย อาคตํ เสฏฺฐิ ปุจฺฉิ ‘‘กึ นุ โข, สมฺม โคปาลก, มนฺทํ สปฺปี’’ติ? โส ตํ การณํ อาจิกฺขิ. ‘‘อตฺถิ ปน, สมฺม, ตสฺส สีหสฺส กตฺถจิ ปฏิพนฺโธ’’ติ? ‘‘อตฺถิสฺส สามิ, เอกาย มิคมาตุกาย สทฺธึ สํสคฺโค’’ติ. ‘‘สกฺกา ปน ตํ คาหาเปตุ’’นฺติ? ‘‘สกฺกา, สามี’’ติ. ‘‘เตน หิ ตํ คเหตฺวา ตสฺสา นลาฏโต ปฏฺฐาย สรีเร โลมานิ วิเสน ปุนปฺปุนํ รชิตฺวา สุกฺขาเปตฺวา เทฺว ตโย ทิวเส อติกฺกาเมตฺวา ตํ มิคมาตุกํ วิสฺสชฺเชหิ, โส ตสฺสา สิเนเหน สรีรํ เลหิตฺวา ชีวิตกฺขยํ ปาปุณิสฺสติ. อถสฺส จมฺมนขทาฐา เจว วสญฺจ มํสญฺจ คเหตฺวา อาคจฺเฉยฺยาสี’’ติ หลาหลวิสํ ทตฺวา อุยฺโยเชสิ.
โส โคปาลโก ชาลํ ขิปิตฺวา อุปาเยน ตํ มิคมาตุกํ คณฺหิตฺวา ตถา อกาสิ. สีโห ตํ ทิสฺวาว พลวสิเนเหน ตสฺสา สรีรํ เลหิตฺวา ชีวิตกฺขยํ ปาปุณิ. โคปาลโกปิ จมฺมาทีนิ คเหตฺวา โพธิสตฺตสฺส สนฺติกํ อคมาสิ. โพธิสตฺโต ตํ การณํ ญตฺวา ‘‘ปเรสุ สิเนโห นาม น กาตพฺโพ, เอวํ พลสมฺปนฺโนปิ สีโห มิคราชา กิเลสวเสน สํสคฺคํ นิสฺสาย มิคมาตุกาย สรีรํ เลหนฺโต วิสปริโภคํ กตฺวา ชีวิตกฺขยํ ปตฺโต’’ติ วตฺวา สมฺปตฺตปริสาย ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมํ คาถมาห –
๙๓. ‘‘น วิสฺสเส อวิสฺสตฺเถ, วิสฺสตฺเถปิ น วิสฺสเส;
วิสฺสาสา ภยมเนฺวติ, สีหํว มิคมาตุกา’’ติ.
ตตฺรายํ สงฺเขปตฺโถ – โย ปุพฺเพ สภโย อตฺตนิ อวิสฺสตฺโถ อโหสิ, ตสฺมึ อวิสฺสตฺเถ, โย ปุพฺเพปิ นิพฺภโย อตฺตนิ วิสฺสาสิโกเยว, ตสฺมึ วิสฺสตฺเถปิ น วิสฺสเส, เนว วิสฺสาสํ กเรยฺย. กึการณา? วิสฺสาสา ภยมเนฺวติ, โย หิ มิตฺเตปิ อมิตฺเตปิ วิสฺสาโส, ตโต ภยเมว อาคจฺฉติ. กถํ? สีหํว มิคมาตุกา, ยถา มิตฺตสนฺถววเสน กตวิสฺสาสาย มิคมาตุกาย สนฺติกา สีหสฺส ภยํ อเนฺวติ, อุปคตํ สมฺปตฺตนฺติ อตฺโถ. ยถา วา วิสฺสาสวเสน สีหํ มิคมาตุกา อเนฺวตา อุปคตาติปิ อตฺโถ.
เอวํ โพธิสตฺโต สมฺปตฺตปริสาย ธมฺมํ เทเสตฺวา ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กตฺวา ยถากมฺมํ คโต.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา มหาเสฏฺฐิ อหเมว อโหสิ’’นฺติ.
วิสฺสาสโภชนชาตกวณฺณนา ตติยา.
[๙๔] ๔. โลมหํสชาตกวณฺณนา
โสตตฺโต โสสินฺโน เจวาติ อิทํ สตฺถา เวสาลึ อุปนิสฺสาย ปาฏิการาเม วิหรนฺโต สุนกฺขตฺตํ อารพฺภ กเถสิ. เอกสฺมิญฺหิ สมเย สุนกฺขตฺโต สตฺถุ อุปฏฺฐาโก หุตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย วิจรมาโน โกรกฺขตฺติยสฺส ธมฺมํ โรเจนฺโต ทสพลสฺส ปตฺตจีวรํ นิยฺยาเทตฺวา โกรกฺขตฺติยํ นิสฺสาย วสติ. ตสฺส กาลกญฺชิกอสุรโยนิยํ นิพฺพตฺตกาเล คิหิ หุตฺวา ‘‘นตฺถิ สมณสฺส โคตมสฺส อุตฺตริ มนุสฺสธมฺมา อลมริยญาณทสฺสนวิเสโส, ตกฺกปริยาหตํ สมโณ โคตโม ธมฺมํ เทเสติ วีมํสานุจริตํ สยํปฏิภานํ. ยสฺส จ ขฺวาสฺส อตฺถาย ธมฺโม เทสิโต, น โส นิยฺยาติ ตกฺกรสฺส สมฺมา ทุกฺขกฺขยายา’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๔๖) เวสาลิยํ ติณฺณํ ปาการานํ อนฺตเร วิจรนฺโต สตฺถุ อวณฺณํ ภาสติ.
อถายสฺมา สาริปุตฺโต ปิณฺฑาย จรนฺโต ตสฺเสวํ อวณฺณํ ภาสนฺตสฺส สุตฺวา ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต ตมตฺถํ ภควโต อาโรเจสิ. ภควา ‘‘โกธโน, สาริปุตฺต, สุนกฺขตฺโต โมฆปุริโส, โกธวเสเนวมาห, โกธวเสนาปิ ปน ‘น โส นิยฺยาติ ตกฺกรสฺส สมฺมา ทุกฺขกฺขยายา’ติ วทนฺโต อชานิตฺวาปิ มยฺหํ คุณเมว ภาสติ. น โข ปน โส โมฆปุริโส มยฺหํ คุณํ ชานาติ. มยฺหญฺหิ, สาริปุตฺต, ฉ อภิญฺญา นาม อตฺถิ, อยมฺปิ เม อุตฺตริมนุสฺสธมฺโมว. ทสพลญาณานิ อตฺถิ, จตุเวสารชฺชญาณํ อตฺถิ, จตุโยนิปริจฺเฉทกญาณํ อตฺถิ, ปญฺจคติปริจฺเฉทกญาณํ อตฺถิ, อยมฺปิ เม อุตฺตริมนุสฺสธมฺโมว. เอวํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมสมนฺนาคตํ ปน มํ โย เอวํ วเทยฺย ‘นตฺถิ สมณสฺส โคตมสฺส อุตฺตริมนุสฺสธมฺโม’ติ, โส ตํ วาจํ อปฺปหาย ตํ จิตฺตํ อปฺปหาย ตํ ทิฏฺฐึ อปฺปฏินิสฺสชฺชิตฺวา ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเย’’ติ เอวํ อตฺตโน วิชฺชมานํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมสฺส คุณํ กเถตฺวา ‘‘สุนกฺขตฺโต กิร, สาริปุตฺต, โกรกฺขตฺติยสฺส ทุกฺกรการิกาย มิจฺฉาตเป ปสนฺโน, มิจฺฉาตเป ปสีทนฺเตน ปน มยิ เอว ปสีทิตุํ วฏฺฏติ. อหญฺหิ อิโต เอกนวุติกปฺปมตฺถเก ‘อตฺถิ นุ โข เอตฺถ สาโร’ติ พาหิรกํ มิจฺฉาตปํ วีมํสนฺโต จตุรงฺคสมนฺนาคตํ พฺรหฺมจริยวาสํ วสึ, ตปสฺสี สุทํ โหมิ ปรมตปสฺสี, ลูโข สุทํ โหมิ ปรมลูโข, เชคุจฺฉี สุทํ โหมิ ปรมเชคุจฺฉี, ปวิวิตฺโต สุทํ โหมิ ปรมปวิวิตฺโต’’ติ วตฺวา เถเรน ยาจิโต อตีตํ อาหริ.
อตีเต เอกนวุติกปฺปมตฺถเก โพธิสตฺโต ‘‘พาหิรกตปํ วีมํสิสฺสามี’’ติ อาชีวกปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา อเจลโก อโหสิ รโชชลฺลิโก, ปวิวิตฺโต อโหสิ เอกวิหารี. มนุสฺเส ทิสฺวา มิโค วิย ปลายิ, มหาวิกติโภชโน อโหสิ, วจฺฉกโคมยาทีนิ ปริภุญฺชิ, อปฺปมาทวิหารตฺถาย อรญฺเญ เอกสฺมึ ภึสนเก วนสณฺเฑ วิหาสิ. ตสฺมิมฺปิ วิหรนฺโต หิมปาตสมเย อนฺตรฏฺฐเก รตฺตึ วนสณฺฑา นิกฺขมิตฺวา อพฺโภกาเส วิหริตฺวา สูริเย อุคฺคเต วนสณฺฑํ ปวิสติ. โส ยถา รตฺตึ อพฺโภกาเส หิโมทเกน ตินฺโต, ตเถว ทิวา วนสณฺฑโต ปคฺฆรนฺเตหิ อุทกพินฺทูหิ เตมยิ. เอวํ อโหรตฺตํ สีตทุกฺขํ อนุโภติ. คิมฺหานํ ปน ปจฺฉิเม มาเส ทิวา อพฺโภกาเส วิหริตฺวา รตฺตึ วนสณฺฑํ ปวิสติ. โส ยถา ทิวา อพฺโภกาเส อาตเปน ปริฬาหปฺปตฺโต, ตเถว รตฺตึ นิวาเต วนสณฺเฑ ปริฬาหํ ปาปุณาติ, สรีรา เสทธารา มุจฺจนฺติ. อถสฺส ปุพฺเพ อสฺสุตปุพฺพา อยํ คาถา ปฏิภาสิ –
๙๔. ‘‘โสตตฺโต โสสินฺโน เจว, เอโก ภึสนเก วเน;
นคฺโค น จคฺคิมาสีโน, เอสนาปสุโต มุนี’’ติ.
ตตฺถ โสตตฺโตติ สูริยสนฺตาเปน สุฏฺฐุ ตตฺโต. โสสินฺโนติ หิโมทเกน สุสินฺโน สุฏฺฐุ ตินฺโต. เอโก ภึสนเก วเนติ ยตฺถ ปวิฏฺฐานํ เยภุยฺเยน โลมานิ หํสนฺติ, ตถารูเป ภึสนเกวนสณฺเฑ เอโก อทุติโยว อโหสินฺติ ทีเปติ. นคฺโค น จคฺคิมาสีโนติ นคฺโค จ น จ อคฺคิมาสีโน. ตถา สีเตน ปีฬิยมาโนปิ เนว นิวาสนปารุปนํ วา อาทิยึ, น จ อคฺคึ อาคมฺม นิสีทินฺติ ทีเปติ. เอสนาปสุโตติ อพฺรหฺมจริเยปิ ตสฺมึ พฺรหฺมจริยสญฺญี หุตฺวา ‘‘พฺรหฺมจริยเมเวตํ เอสนา คเวสนา อุปาโย พฺรหฺมโลกสฺสา’’ติ เอวํ ตาย พฺรหฺมจริเยสนาย ปสุโต อนุยุตฺโต อุสฺสุกฺกํ อาปนฺโน อโหสินฺติ ทสฺเสติ. มุนีติ ‘‘มุนิ โข เอส โมนตฺถาย ปฏิปนฺโน’’ติ เอวํ โลเกน สมฺภาวิโต อโหสินฺติ ทีเปติ.
เอวํ จตุรงฺคสมนฺนาคตํ พฺรหฺมจริยํ จริตฺวา โพธิสตฺโต มรณกาเล อุปฏฺฐิตํ นิรยนิมิตฺตํ ทิสฺวา ‘‘อิทํ วตสมาทานํ นิรตฺถก’’นฺติ ญตฺวา ตงฺขณญฺเญว ตํ ลทฺธึ ภินฺทิตฺวา สมฺมาทิฏฺฐึ คเหตฺวา เทวโลเก นิพฺพตฺติ.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘อหํ เตน สมเยน โส อาชีวโก อโหสิ’’นฺติ.
โลมหํสชาตกวณฺณนา จตุตฺถา.
[๙๕] ๕. มหาสุทสฺสนชาตกวณฺณนา
อนิจฺจา วต สงฺขาราติ อิทํ สตฺถา ปรินิพฺพานมญฺเจ นิปนฺโน อานนฺทตฺเถรสฺส ‘‘มา, ภนฺเต, ภควา อิมสฺมึ ขุทฺทกนครเก’’ตฺยาทิวจนํ (ที. นิ. ๒.๒๑๐) อารพฺภ กเถสิ. ตถาคเต หิ เชตวเน วิหรนฺเต สาริปุตฺตตฺเถโร กตฺติกปุณฺณมายํ นาฬกคามเก ชาโตวรเก ปรินิพฺพายิ, มหาโมคฺคลฺลาโน กตฺติกมาสสฺเสว กาฬปกฺขอมาวสิยํ. เอวํ ปรินิพฺพุเต อคฺคสาวกยุเค ‘‘อหมฺปิ กุสินารายํ ปรินิพฺพายิสฺสามี’’ติ อนุปุพฺเพน จาริกํ จรมาโน ตตฺถ คนฺตฺวา ยมกสาลานมนฺตเร อุตฺตรสีสเก มญฺจเก อนุฏฺฐานเสยฺยาย นิปชฺชิ. อถ นํ อายสฺมา อานนฺทตฺเถโร ‘‘มา, ภนฺเต, ภควา อิมสฺมึ ขุทฺทกนครเก วิสเม อุชฺชงฺคลนครเก, สาขานครเก ปรินิพฺพายิ, อญฺเญสํ จมฺปาราชคหาทีนํ มหานครานํ อญฺญตรสฺมึ ภควา ปรินิพฺพายตู’’ติ ยาจิ. สตฺถา ‘‘มา, อานนฺท, อิมํ ‘ขุทฺทกนครกํ, อุชฺชงฺคลนครกํ สาขานครก’นฺติ วเทหิ, อหญฺหิ ปุพฺเพ สุทสฺสนจกฺกวตฺติราชกาเล อิมสฺมึ นคเร วสึ, ตทา อิทํ ทฺวาทสโยชนิเกน รตนปากาเรน ปริกฺขิตฺตํ มหานครํ อโหสี’’ติ วตฺวา เถเรน ยาจิโต อตีตํ อาหรนฺโต มหาสุทสฺสนสุตฺตํ (ที. นิ. ๒.๒๔๑ อาทโย) กเถสิ.
ตทา ปน มหาสุทสฺสนํ สุธมฺมปาสาทา โอตริตฺวา อวิทูเร สตฺตรตนมเย ตาลวเน ปญฺญตฺตสฺมึ กปฺปิยมญฺจเก ทกฺขิเณน ปสฺเสน อนุฏฺฐานเสยฺยาย นิปนฺนํ ทิสฺวา ‘‘อิมานิ เต, เทว, จตุราสีติ นครสหสฺสานิ กุสาวติราชธานิปฺปมุขานิ, เอตฺถ ฉนฺทํ กโรหี’’ติ สุภทฺทาย เทวิยา วุตฺเต มหาสุทสฺสโน ‘‘มา เทวิ เอวํ อวจ, อถ โข ‘เอตฺถ ฉนฺทํ วิเนหิ, มา อเปกฺขํ อกาสี’ติ เอวํ มํ โอวทา’’ติ วตฺวา ‘‘กึการณา, เทวา’’ติ ปุจฺฉิโต ‘‘อชฺชาหํ กาลกิริยํ กริสฺสามี’’ติ. อถ นํ เทวี โรทมานา อกฺขีนิ ปุญฺฉิตฺวา กิจฺเฉน กสิเรน ตถา วตฺวา โรทิ ปริเทวิ. เสสาปิ จตุราสีติสหสฺสอิตฺถิโย โรทึสุ ปริเทวึสุ. อมจฺจาทีสุปิ เอโกปิ อธิวาเสตุํ นาสกฺขิ, สพฺเพปิ โรทึสุ. โพธิสตฺโต ‘‘อลํ, ภเณ, มา สทฺทมกตฺถา’’ติ สพฺเพ นิวาเรตฺวา เทวึ อามนฺเตตฺวา ‘‘มา ตฺวํ เทวิ โรทิ, มา ปริเทวิ. ติลผลมตฺโตปิ หิ สงฺขาโร นิจฺโจ นาม นตฺถิ, สพฺเพปิ อนิจฺจา เภทนธมฺมา เอวา’’ติ วตฺวา เทวึ โอวทนฺโต อิมํ คาถมาห –
๙๕. ‘‘อนิจฺจา วต สงฺขารา, อุปฺปาทวยธมฺมิโน;
อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนฺติ, เตสํ วูปสโม สุโข’’ติ.
ตตฺถ อนิจฺจา วต สงฺขาราติ ภทฺเท สุภทฺทาเทวิ, ยตฺตกา เกหิจิ ปจฺจเยหิ สมาคนฺตฺวา กตา ขนฺธายตนาทโย สงฺขารา, สพฺเพ เต อนิจฺจาเยว นาม. เอเตสุ หิ รูปํ อนิจฺจํ…เป… วิญฺญาณํ อนิจฺจํ. จกฺขุ อนิจฺจํ…เป… ธมฺมา อนิจฺจา. ยํกิญฺจิ สวิญฺญาณกํ อวิญฺญาณกํ รตนํ, สพฺพํ ตํ อนิจฺจเมว. อิติ ‘‘อนิจฺจา วต สงฺขารา’’ติ คณฺห. กสฺมา? อุปฺปาทวยธมฺมิโนติ, สพฺเพ เหเต อุปฺปาทธมฺมิโน เจว วยธมฺมิโน จ อุปฺปชฺชนภิชฺชนสภาวาเยว, ตสฺมา ‘‘อนิจฺจา’’ติ เวทิตพฺพา. ยสฺมา จ อนิจฺจา, ตสฺมา อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนฺติ, อุปฺปชฺชิตฺวา ฐิตึ ปตฺวาปิ นิรุชฺฌนฺติเยว. สพฺเพว เหเต นิพฺพตฺตมานา อุปฺปชฺชนฺติ นาม, ภิชฺชมานา นิรุชฺฌนฺติ นาม. เตสํ อุปฺปาเท สติเยว จ ฐิติ นาม โหติ, ฐิติยา สติเยว ภงฺโค นาม โหติ, น หิ อนุปฺปนฺนสฺส ฐิติ นาม, นาปิ ฐิตํ อภิชฺชนกํ นาม อตฺถิ. อิติ สพฺเพปิ สงฺขารา ตีณิ ลกฺขณานิ ปตฺวา ตตฺถ ตตฺเถว นิรุชฺฌนฺติ, ตสฺมา สพฺเพปิเม อนิจฺจา ขณิกา อิตฺตรา อธุวา ปภงฺคุโน จลิตา สมีริตา อนทฺธนิยา ปยาตา ตาวกาลิกา นิสฺสารา, ตาวกาลิกฏฺเฐน มายามรีจิเผณสทิสา. เตสุ ภทฺเท สุภทฺทาเทวิ, กสฺมา สุขสญฺญํ อุปฺปาเทสิ, เอวํ ปน คณฺห เตสํ วูปสโม สุโขติ, สพฺพวฏฺฏวูปสมนโต เตสํ วูปสโม นาม นิพฺพานํ, ตเทเวกํ เอกนฺตโต สุขํ, ตโต อญฺญํ สุขํ นาม นตฺถีติ.
เอวํ มหาสุทสฺสโน อมตมหานิพฺพาเนน เทสนาย กูฏํ คเหตฺวา อวเสสสฺสปิ มหาชนสฺส ‘‘ทานํ เทถ, สีลํ รกฺขถ, อุโปสถกมฺมํ กโรถา’’ติ โอวาทํ ทตฺวา เทวโลกปรายโณ อโหสิ.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา สุภทฺทา เทวี ราหุลมาตา อโหสิ, ปริณายกรตนํ ราหุโล, เสสปริสา พุทฺธปริสา, มหาสุทสฺสโน ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.
มหาสุทสฺสนชาตกวณฺณนา ปญฺจมา.
[๙๖] ๖. เตลปตฺตชาตกวณฺณนา
สมติตฺติกํ อนวเสสกนฺติ อิทํ สตฺถา สุมฺภรฏฺเฐ เสทกํ นาม นิคมํ อุปนิสฺสาย อญฺญตรสฺมึ วนสณฺเฑ วิหรนฺโต ชนปทกลฺยาณิสุตฺตํ อารพฺภ กเถสิ. ตตฺร หิ ภควา –
‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ‘ชนปทกลฺยาณี ชนปทกลฺยาณี’ติ โข, ภิกฺขเว, มหาชนกาโย สนฺนิปเตยฺย, สา โข ปนสฺส ชนปทกลฺยาณี ปรมปาสาวินี นจฺเจ, ปรมปาสาวินี คีเต. ‘ชนปทกลฺยาณี นจฺจติ คายตี’ติ โข, ภิกฺขเว, ภิยฺโยโสมตฺตาย มหาชนกาโย สนฺนิปเตยฺย. อถ ปุริโส อาคจฺเฉยฺย ชีวิตุกาโม อมริตุกาโม สุขกาโม ทุกฺขปฏิกูโล. ตเมนํ เอวํ วเทยฺย ‘‘อยํ เต, อมฺโภ ปุริส, สมติตฺติโก เตลปตฺโต อนฺตเรน จ มหาชนกายสฺส อนฺตเรน จ ชนปทกลฺยาณิยา ปริหริตพฺโพ, ปุริโส จ ตํ อุกฺขิตฺตาสิโก ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อนุพนฺธิสฺสติ ‘ยตฺเถว นํ โถกมฺปิ ฉฑฺเฑสฺสสิ, ตตฺเถว เต สีสํ ปาเตสฺสามี’’’ติ. ‘‘ตํ กึ มญฺญถ, ภิกฺขเว, อปิ นุ โส ปุริโส อมุํ เตลปตฺตํ อมนสิกริตฺวา พหิทฺธา ปมาทํ อาหเรยฺยา’’ติ? ‘‘โน เหตํ, ภนฺเต’’. อุปมา โข มฺยายํ, ภิกฺขเว, กตา อตฺถสฺส วิญฺญาปนาย. อยเมเวตฺถ อตฺโถ – ‘สมติตฺติโก เตลปตฺโต’ติ โข, ภิกฺขเว, กายคตาเยตํ สติยา อธิวจนํ. ตสฺมาติห, ภิกฺขเว, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ ‘กายคตา โน สติ ภาวิตา ภวิสฺสติ สุสมารทฺธา’ติ เอวญฺหิ โว, ภิกฺขเว, สิกฺขิตพฺพ’’นฺติ (สํ. นิ. ๕.๓๘๖) –
อิทํ ชนปทกลฺยาณิสุตฺตํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ กเถสิ.
ตตฺรายํ สงฺเขปตฺโถ – ชนปทกลฺยาณีติ ชนปทมฺหิ กลฺยาณี อุตฺตมา ฉสรีรโทสรหิตา ปญฺจกลฺยาณสมนฺนาคตา. สา หิ ยสฺมา นาติทีฆา, นาติรสฺสา, นาติกิสา, นาติถูลา, นาติกาฬา, นาจฺโจทาตา, อติกฺกนฺตา มานุสกวณฺณํ, อปตฺตา ทิพฺพวณฺณํ, ตสฺมา ฉสรีรโทสรหิตา. ฉวิกลฺยาณํ, มํสกลฺยาณํ, นฺหารุกลฺยาณํ, อฏฺฐิกลฺยาณํ, วโยกลฺยาณนฺติ อิเมหิ ปน ปญฺจหิ กลฺยาเณหิ สมนฺนาคตตฺตา ปญฺจกลฺยาณสมนฺนาคตา นาม. ตสฺสา หิ อาคนฺตุโกภาสกิจฺจํ นาม นตฺถิ, อตฺตโน สรีโรภาเสเนว ทฺวาทสหตฺเถ ฐาเน อาโลกํ กโรติ, ปิยงฺคุสามา วา โหติ สุวณฺณสามา วา. อยมสฺสา ฉวิกลฺยาณตา. จตฺตาโร ปนสฺสา หตฺถปาทา มุขปริโยสานญฺจ ลาขารสปริกมฺมกตํ วิย รตฺตปวาฬรตฺตกมฺพลสทิสํ โหติ. อยมสฺสา มํสกลฺยาณตา. วีสติ นขปตฺตานิ มํสโต อมุตฺตฏฺฐาเน ลาขารสปูริตานิ วิย, มุตฺตฏฺฐาเน ขีรธาราสทิสานิ. อยมสฺสา นฺหารุกลฺยาณตา. ทฺวตฺตึส ทนฺตา สุผุสิตา สุโธตวชิรปนฺติ วิย ขายนฺติ. อยมสฺสา อฏฺฐิกลฺยาณตา. วีสติวสฺสสติกาปิ ปน สมานา โสฬสวสฺสุทฺเทสิกา วิย โหติ นิพฺพลิปลิตา. อยมสฺสา วโยกลฺยาณตา.
ปรมปาสาวินีติ เอตฺถ ปน ปสวนํ ปสโว, ปวตฺตีติ อตฺโถ. ปสโว เอว ปาสาโว, ปรโม ปาสาโว ปรมปาสาโว, โส อสฺสา อตฺถีติ ปรมปาสาวินี. นจฺเจ จ คีเต จ อุตฺตมปฺปวตฺติ เสฏฺฐกิริยา. อุตฺตมเมว นจฺจํ นจฺจติ, คีตญฺจ คายตีติ วุตฺตํ โหติ.
อถ ปุริโส อาคจฺเฉยฺยาติ น อตฺตโน รุจิยา อาคจฺเฉยฺย, อยํ ปเนตฺถ อธิปฺปาโย – อเถวํ มหาชนมชฺเฌ ชนปทกลฺยาณิยา นจฺจมานาย ‘‘สาธุ สาธู’’ติ สาธุกาเรสุ องฺคุลิโผฏเนสุ เจลุกฺเขเปสุ จ ปวตฺตมาเนสุ ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา ราชา พนฺธนาคารโต เอกํ โจรปุริสํ ปกฺโกสาเปตฺวา นิคฬานิ ฉินฺทิตฺวา สมติตฺติกํ สุปริปุณฺณํ เตลปตฺตํ ตสฺส หตฺเถ ทตฺวา อุโภหิ หตฺเถหิ ทฬฺหํ คาหาเปตฺวา เอกํ อสิหตฺถํ ปุริสํ อาณาเปสิ ‘‘เอตํ คเหตฺวา ชนปทกลฺยาณิยา สมชฺชฏฺฐานํ คจฺฉ. ยตฺเถว เจส ปมาทํ อาคมฺม เอกมฺปิ เตลพินฺทุํ ฉฑฺเฑติ, ตตฺเถวสฺส สีสํ ฉินฺทา’’ติ. โส ปุริโส อสึ อุกฺขิปิตฺวา ตํ ตชฺเชนฺโต ตตฺถ เนสิ. โส มรณภยตชฺชิโต ชีวิตุกามตาย ปมาทวเสน ตํ อมนสิกริตฺวา สกิมฺปิ อกฺขีนิ อุมฺมีเลตฺวา ตํ ชนปทกลฺยาณึ น โอโลเกสิ. เอวํ ภูตปุพฺพเมเวตํ วตฺถุ, สุตฺเต ปน ปริกปฺปวเสเนตํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.
อุปมา โข มฺยายนฺติ เอตฺถ ปน เตลปตฺตสฺส ตาว กายคตาสติยา โอปมฺมสํสนฺทนํ กตเมว. เอตฺถ ปน ราชา วิย กมฺมํ ทฏฺฐพฺพํ, อสิ วิย กิเลสา, อุกฺขิตฺตาสิกปุริโส วิย มาโร, เตลปตฺตหตฺโถ ปุริโส วิย กายคตาสติภาวโก วิปสฺสกโยคาวจโร. อิติ ภควา ‘‘กายคตาสตึ ภาเวตุกาเมน ภิกฺขุนา เตลปตฺตหตฺเถน เตน ปุริเสน วิย สตึ อวิสฺสชฺเชตฺวา อปฺปมตฺเตน กายคตาสติ ภาเวตพฺพา’’ติ อิมํ สุตฺตํ อาหริตฺวา ทสฺเสสิ.
ภิกฺขู อิมํ สุตฺตญฺจ อตฺถญฺจ สุตฺวา เอวมาหํสุ – ‘‘ทุกฺกรํ, ภนฺเต, เตน ปุริเสน กตํ ตถารูปึ ชนปทกลฺยาณึ อโนโลเกตฺวา เตลปตฺตํ อาทาย คจฺฉนฺเตนา’’ติ. สตฺถา ‘‘น, ภิกฺขเว, เตน ทุกฺกรํ กตํ, สุกรเมเวตํ. กสฺมา? อุกฺขิตฺตาสิเกน ปุริเสน สนฺตชฺเชตฺวา นียมานตาย. ยํ ปน ปุพฺเพ ปณฺฑิตา อปฺปมาเทน สตึ อวิสฺสชฺเชตฺวา อภิสงฺขตํ ทิพฺพรูปมฺปิ อินฺทฺริยานิ ภินฺทิตฺวา อโนโลเกตฺวาว คนฺตฺวา รชฺชํ ปาปุณึสุ, เอตํ ทุกฺกร’’นฺติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต ตสฺส รญฺโญ ปุตฺตสตสฺส สพฺพกนิฏฺโฐ หุตฺวา นิพฺพตฺติ, โส อนุปุพฺเพน วิญฺญุตํ ปาปุณิ. ตทา จ รญฺโญ เคเห ปจฺเจกพุทฺธา ภุญฺชนฺติ, โพธิสตฺโต เตสํ เวยฺยาวจฺจํ กโรติ. โส เอกทิวสํ จินฺเตสิ ‘‘มม พหู ภาตโร, ลจฺฉามิ นุ โข อหํ อิมสฺมึ นคเร กุลสนฺตกํ รชฺชํ, อุทาหุ โน’’ติ? อถสฺส เอตทโหสิ ‘‘ปจฺเจกพุทฺเธ ปุจฺฉิตฺวา ชานิสฺสามี’’ติ. โส ทุติยทิวเส ปจฺเจกพุทฺเธสุ อาคเตสุ ธมกรณํ อาทาย ปานียํ ปริสฺสาเวตฺวา ปาเท โธวิตฺวา เตเลน มกฺเขตฺวา เตสํ อนฺตรขชฺชกํ ขาทิตฺวา นิสินฺนกาเล วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสินฺโน ตมตฺถํ ปุจฺฉิ. อถ นํ เต อโวจุํ – กุมาร, น ตฺวํ อิมสฺมึ นคเร รชฺชํ ลภิสฺสสิ, อิโต ปน วีสโยชนสตมตฺถเก คนฺธารรฏฺเฐ ตกฺกสิลานครํ นาม อตฺถิ, ตตฺถ คนฺตุํ สกฺโกนฺโต อิโต สตฺตเม ทิวเส รชฺชํ ลจฺฉสิ. อนฺตรามคฺเค ปน มหาวตฺตนิอฏวิยํ ปริปนฺโถ อตฺถิ, ตํ อฏวึ ปริหริตฺวา คจฺฉนฺตสฺส โยชนสติโก มคฺโค โหติ, อุชุกํ คจฺฉนฺตสฺส ปญฺญาส โยชนานิ โหนฺติ. โส หิ อมนุสฺสกนฺตาโร นาม. ตตฺถ ยกฺขินิโย อนฺตรามคฺเค คาเม จ สาลาโย จ มาเปตฺวา อุปริ สุวณฺณตารกวิจิตฺตวิตานํ มหารหเสยฺยํ ปญฺญาเปตฺวา นานาวิราคปฏสาณิโย ปริกฺขิปิตฺวา ทิพฺพาลงฺกาเรหิ อตฺตภาวํ มณฺเฑตฺวา สาลาสุ นิสีทิตฺวา อาคจฺฉนฺเต ปุริเส มธุราหิ วาจาหิ สงฺคณฺหิตฺวา ‘‘กิลนฺตรูปา วิย ปญฺญายถ, อิธาคนฺตฺวา นิสีทิตฺวา ปานียํ ปิวิตฺวา คจฺฉถา’’ติ ปกฺโกสิตฺวา อาคตาคตานํ อาสนานิ ทตฺวา อตฺตโน รูปลีลาวิลาเสหิ ปโลเภตฺวา กิเลสวสิเก กตฺวา อตฺตนา สทฺธึ อชฺฌาจาเร กเต ตตฺเถว เน โลหิเตน ปคฺฆรนฺเตน ขาทิตฺวา ชีวิตกฺขยํ ปาเปนฺติ. รูปโคจรํ สตฺตํ รูเปเนว คณฺหนฺติ, สทฺทโคจรํ มธุเรน คีตวาทิตสทฺเทน, คนฺธโคจรํ ทิพฺพคนฺเธหิ, รสโคจรํ ทิพฺเพน นานคฺครสโภชเนน, โผฏฺฐพฺพโคจรํ อุภโตโลหิตกูปธาเนหิ ทิพฺพสยเนหิ คณฺหนฺติ. สเจ อินฺทฺริยานิ ภินฺทิตฺวา ตา อโนโลเกตฺวา สตึ ปจฺจุปฏฺฐาเปตฺวา คมิสฺสสิ, สตฺตเม ทิวเส ตตฺถ รชฺชํ ลจฺฉสีติ.
โพธิสตฺโต ‘‘โหตุ, ภนฺเต, ตุมฺหากํ โอวาทํ คเหตฺวา กึ ตา โอโลเกสฺสามี’’ติ ปจฺเจกพุทฺเธหิ ปริตฺตํ การาเปตฺวา ปริตฺตวาลุกญฺเจว ปริตฺตสุตฺตญฺจ อาทาย ปจฺเจกพุทฺเธ จ มาตาปิตโร จ วนฺทิตฺวา นิเวสนํ คนฺตฺวา อตฺตโน ปุริเส อาห – ‘‘อหํ ตกฺกสิลายํ รชฺชํ คเหตุํ คจฺฉามิ, ตุเมฺห อิเธว ติฏฺฐถา’’ติ. อถ นํ ปญฺจ ชนา อาหํสุ ‘‘มยมฺปิ อนุคจฺฉามา’’ติ. ‘‘น สกฺกา ตุเมฺหหิ อนุคนฺตุํ, อนฺตรามคฺเค กิร ยกฺขินิโย รูปาทิโคจเร มนุสฺเส เอวญฺเจวญฺจ รูปาทีหิ ปโลเภตฺวา คณฺหนฺติ, มหา ปริปนฺโถ, อหํ ปน อตฺตานํ ตกฺเกตฺวา คจฺฉามี’’ติ. ‘‘กึ ปน, เทว, มยํ ตุเมฺหหิ สทฺธึ คจฺฉนฺตา อตฺตโน ปิยานิ รูปาทีนิ โอโลเกสฺสาม, มยมฺปิ ตเถว คมิสฺสามา’’ติ. โพธิสตฺโต ‘‘เตน หิ อปฺปมตฺตา โหถา’’ติ เต ปญฺจ ชเน อาทาย มคฺคํ ปฏิปชฺชิ.
ยกฺขินิโย คามาทีนิ มาเปตฺวา นิสีทึสุ. เตสุ รูปโคจโร ปุริโส ตา ยกฺขินิโย โอโลเกตฺวา รูปารมฺมเณ ปฏิพทฺธจิตฺโต โถกํ โอหียิ. โพธิสตฺโต ‘‘กึ โภ, โถกํ โอหียสี’’ติ อาห. ‘‘เทว, ปาทา เม รุชฺชนฺติ, โถกํ สาลายํ นิสีทิตฺวา อาคจฺฉามี’’ติ. ‘‘อมฺโภ, เอตา ยกฺขินิโย, มา โข ปตฺเถสี’’ติ. ‘‘ยํ โหติ, ตํ โหตุ, น สกฺโกมิ, เทวา’’ติ. ‘‘เตน หิ ปญฺญายิสฺสสี’’ติ อิตเร จตฺตาโร อาทาย อคมาสิ. โสปิ รูปโคจรโก ตาสํ สนฺติกํ อคมาสิ. ตา อตฺตนา สทฺธึ อชฺฌาจาเร กเต ตํ ตตฺเถว ชีวิตกฺขยํ ปาเปตฺวา ปุรโต คนฺตฺวา อญฺญํ สาลํ มาเปตฺวา นานาตูริยานิ คเหตฺวา คายมานา นิสีทึสุ, ตตฺถ สทฺทโคจรโก โอหียิ. ปุริมนเยเนว ตมฺปิ ขาทิตฺวา ปุรโต คนฺตฺวา นานปฺปกาเร คนฺธกรณฺฑเก ปูเรตฺวา อาปณํ ปสาเรตฺวา นิสีทึสุ, ตตฺถ คนฺธโคจรโก โอหียิ. ตมฺปิ ขาทิตฺวา ปุรโต คนฺตฺวา นานคฺครสานํ ทิพฺพโภชนานํ ภาชนานิ ปูเรตฺวา โอทนิกาปณํ ปสาเรตฺวา นิสีทึสุ, ตตฺถ รสโคจรโก โอหียิ. ตมฺปิ ขาทิตฺวา ปุรโต คนฺตฺวา ทิพฺพสยนานิ ปญฺญาเปตฺวา นิสีทึสุ, ตตฺถ โผฏฺฐพฺพโคจรโก โอหียิ. ตมฺปิ ขาทึสุ, โพธิสตฺโต เอกโกว อโหสิ.
อเถกา ยกฺขินี ‘‘อติขรมนฺโต วตายํ, อหํ ตํ ขาทิตฺวาว นิวตฺติสฺสามี’’ติ โพธิสตฺตสฺส ปจฺฉโต ปจฺฉโต อคมาสิ. อฏวิยา ปรภาเค วนกมฺมิกาทโย ยกฺขินึ ทิสฺวา ‘‘อยํ เต ปุรโต คจฺฉนฺโต ปุริโส กึ โหตี’’ติ ปุจฺฉึสุ. ‘‘โกมารสามิโก เม, อยฺยา’’ติ. ‘‘อมฺโภ, อยํ เอวํ สุกุมาลา ปุปฺผทามสทิสา สุวณฺณวณฺณา กุมาริกา อตฺตโน กุลํ ฉฑฺเฑตฺวา ภวนฺตํ ตกฺเกตฺวา นิกฺขนฺตา, กสฺมา เอตํ อกิลเมตฺวา อาทาย น คจฺฉสี’’ติ? ‘‘เนสา, อยฺยา, มยฺหํ ปชาปติ, ยกฺขินี เอสา, เอตาย เม ปญฺจ มนุสฺสา ขาทิตา’’ติ. ‘‘อยฺยา, ปุริสา นาม กุทฺธกาเล อตฺตโน ปชาปติโย ยกฺขินิโยปิ กโรนฺติ เปตินิโยปี’’ติ. สา คจฺฉมานา คพฺภินิวณฺณํ ทสฺเสตฺวา ปุน สกึ วิชาตวณฺณํ กตฺวา ปุตฺตํ องฺเกน อาทาย โพธิสตฺตํ อนุพนฺธิ, ทิฏฺฐทิฏฺฐา ปุริมนเยเนว ปุจฺฉนฺติ. โพธิสตฺโตปิ ตเถว วตฺวา คจฺฉนฺโต ตกฺกสิลํ ปาปุณิ. สา ปุตฺตํ อนฺตรธาเปตฺวา เอกิกาว อนุพนฺธิ. โพธิสตฺโต นครทฺวารํ คนฺตฺวา เอกิสฺสา สาลาย นิสีทิ. สา โพธิสตฺตสฺส เตเชน ปวิสิตุํ อสกฺโกนฺตี ทิพฺพรูปํ มาเปตฺวา สาลาทฺวาเร อฏฺฐาสิ.
ตสฺมึ สมเย ตกฺกสิลราชา อุยฺยานํ คจฺฉนฺโต ตํ ทิสฺวา ปฏิพทฺธจิตฺโต หุตฺวา ‘‘คจฺฉ, อิมิสฺสา สสฺสามิกอสฺสามิกภาวํ ชานาหี’’ติ มนุสฺสํ เปเสสิ. โส ตํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘สสฺสามิกาสี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘อาม, อยฺย, อยํ เม สาลาย นิสินฺโน สามิโก’’ติ. โพธิสตฺโต ‘‘เนสา มยฺหํ ปชาปติ, ยกฺขินี เอสา, เอตาย เม ปญฺจ มนุสฺสา ขาทิตา’’ติ อาห. สาปิ ‘‘ปุริสา นาม อยฺยา กุทฺธกาเล ยํ อิจฺฉนฺติ, ตํ วทนฺตี’’ติ อาห. โส อุภินฺนมฺปิ วจนํ รญฺโญ อาโรเจสิ. ราชา ‘‘อสฺสามิกภณฺฑํ นาม ราชสนฺตกํ โหตี’’ติ ยกฺขินึ ปกฺโกสาเปตฺวา เอกหตฺถิปิฏฺเฐ นิสีทาเปตฺวา นครํ ปทกฺขิณํ กตฺวา ปาสาทํ อภิรุยฺห ตํ อคฺคมเหสิฏฺฐาเน ฐเปสิ.
โส นฺหาตวิลิตฺโต สายมาสํ ภุญฺชิตฺวา สิรีสยนํ อภิรุหิ. สาปิ ยกฺขินี อตฺตโน อุปกปฺปนกํ อาหารํ อาหริตฺวา อลงฺกตปฏิยตฺตา สิริสยเน รญฺญา สทฺธึ นิปชฺชิตฺวา รญฺโญ รติวเสน สุขํ สมปฺปิตสฺส นิปนฺนกาเล เอเกน ปสฺเสน ปริวตฺติตฺวา ปโรทิ. อถ นํ ราชา ‘‘กึ, ภทฺเท, โรทสี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘เทว, อหํ ตุเมฺหหิ มคฺเค ทิสฺวา อานีตา, ตุมฺหากญฺจ เคเห พหู อิตฺถิโย, อหํ สปตฺตีนํ อนฺตเร วสมานา กถาย อุปฺปนฺนาย ‘โก ตุยฺหํ มาตรํ วา ปิตรํ วา โคตฺตํ วา ชาตึ วา ชานาติ, ตฺวํ อนฺตรามคฺเค ทิสฺวา อานีตา นามา’ติ สีเส คเหตฺวา นิปฺปีฬิยมานา วิย มงฺกุ ภวิสฺสามิ. สเจ ตุเมฺห สกลรชฺเช อิสฺสริยญฺจ อาณญฺจ มยฺหํ ทเทยฺยาถ, โกจิ มยฺหํ จิตฺตํ โกเปตฺวา กเถตุํ น สกฺขิสฺสตี’’ติ. ‘‘ภทฺเท, มยฺหํ สกลรฏฺฐวาสิโน น กิญฺจิ โหนฺติ, นาหํ เอเตสํ สามิโก. เย ปน ราชาณํ โกเปตฺวา อกตฺตพฺพํ กโรนฺติ, เตสญฺเญวาหํ สามิโก. อิมินา การเณน น สกฺกา ตุยฺหํ สกลรฏฺเฐ วา นคเร วา อิสฺสริยญฺจ อาณญฺจ ทาตุ’’นฺติ. ‘‘เตน หิ, เทว, สเจ รฏฺเฐ วา นคเร วา อาณํ ทาตุํ น สกฺโกถ, อนฺโตนิเวสเน อนฺโตวฬญฺชนกานํ อุปริ มม วสํ วตฺตนตฺถาย อาณํ เทถา’’ติ. ราชา ทิพฺพโผฏฺฐพฺเพน พทฺโธ ตสฺสา วจนํ อติกฺกมิตุํ อสกฺโกนฺโต ‘‘สาธุ, ภทฺเท, อนฺโตวฬญฺชนเกสุ ตุยฺหํ อาณํ ทมฺมิ, ตฺวํ เอเต อตฺตโน วเส วตฺตาเปหี’’ติ อาห. สา ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา รญฺโญ นิทฺทํ โอกฺกนฺตกาเล ยกฺขนครํ คนฺตฺวา ยกฺเข ปกฺโกสิตฺวา อตฺตนา ราชานํ ชีวิตกฺขยํ ปาเปตฺวา อฏฺฐิมตฺตํ เสเสตฺวา สพฺพํ นฺหารุจมฺมมํสโลหิตํ ขาทิ, อวเสสา ยกฺขา มหาทฺวารโต ปฏฺฐาย อนฺโตนิเวสเน กุกฺกุฏกุกฺกุเร อาทึ กตฺวา สพฺเพ ขาทิตฺวา อฏฺฐิมตฺตเสเส อกํสุ.
ปุนทิวเส ทฺวารํ ยถาปิหิตเมว ทิสฺวา มนุสฺสา ผรสูหิ กวาฏานิ โกฏฺเฏตฺวา อนฺโต ปวิสิตฺวา สพฺพํ นิเวสนํ อฏฺฐิกปริกิณฺณํ ทิสฺวา ‘‘สจฺจํ วต โส ปุริโส อาห ‘นายํ มยฺหํ ปชาปติ, ยกฺขินี เอสา’ติ. ราชา ปน กิญฺจิ อชานิตฺวา ตํ คเหตฺวา อตฺตโน ภริยํ อกาสิ, สา ยกฺเข ปกฺโกสิตฺวา สพฺพํ ชนํ ขาทิตฺวา คตา ภวิสฺสตี’’ติ อาหํสุ. โพธิสตฺโตปิ ตํ ทิวสํ ตสฺสาเยว สาลายํ ปริตฺตวาลุกํ สีเส กตฺวา ปริตฺตสุตฺตญฺจ ปริกฺขิปิตฺวา ขคฺคํ คเหตฺวา ฐิตโกว อรุณํ อุฏฺฐาเปสิ. มนุสฺสา สกลราชนิเวสนํ โสเธตฺวา หริตูปลิตฺตํ กตฺวา อุปริ คนฺเธหิ วิลิมฺปิตฺวา ปุปฺผานิ วิกิริตฺวา ปุปฺผทามานิ โอสาเรตฺวา ธูมํ ทตฺวา นวมาลา พนฺธิตฺวา สมฺมนฺตยึสุ ‘‘อมฺโภ, โย ปุริโส ทิพฺพรูปํ มาเปตฺวา ปจฺฉโต อาคจฺฉนฺตึ ยกฺขินึ อินฺทฺริยานิ ภินฺทิตฺวา โอโลกนมตฺตมฺปิ น อกาสิ, โส อติวิย อุฬารสตฺโต ธิติมา ญาณสมฺปนฺโน, ตาทิเส ปุริเส รชฺชํ อนุสาสนฺเต สพฺพรฏฺฐํ สุขิตํ ภวิสฺสติ, ตํ ราชานํ กโรมา’’ติ. อถ สพฺเพ อมจฺจา จ นาครา จ เอกจฺฉนฺทา หุตฺวา โพธิสตฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘เทว, ตุเมฺห อิมํ รชฺชํ กาเรถา’’ติ นครํ ปเวเสตฺวา รตนราสิมฺหิ ฐเปตฺวา อภิสิญฺจิตฺวา ตกฺกสิลราชานํ อกํสุ. โส จตฺตาริ อคติคมนานิ วชฺเชตฺวา ทส ราชธมฺเม อโกเปตฺวา ธมฺเมน รชฺชํ กาเรนฺโต ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กตฺวา ยถากมฺมํ คโต.
สตฺถา อิมํ อตีตํ อาหริตฺวา อภิสมฺพุทฺโธ หุตฺวา อิมํ คาถมาห –
๙๖. ‘‘สมติตฺติกํ อนวเสสกํ, เตลปตฺตํ ยถา ปริหเรยฺย;
เอวํ สจิตฺตมนุรกฺเข, ปตฺถยาโน ทิสํ อคตปุพฺพ’’นฺติ.
ตตฺถ สมติตฺติกนฺติ อนฺโตมุขวฏฺฏิเลขํ ปาเปตฺวา สมภริตํ. อนวเสสกนฺติ อนวสิญฺจนกํ อปริสฺสาวนกํ กตฺวา. เตลปตฺตนฺติ ปกฺขิตฺตติลเตลปตฺตํ. ปริหเรยฺยาติ หเรยฺย, อาทาย คจฺเฉยฺย. เอวํ สจิตฺตมนุรกฺเขติ ตํ เตลภริตํ ปตฺตํ วิย อตฺตโน จิตฺตํ กายคตาสติยา โคจเร เจว สมฺปยุตฺตสติยา จาติ อุภินฺนํ อนฺตเร ปกฺขิปิตฺวา ยถา มุหุตฺตมฺปิ พหิทฺธา โคจเร น วิกฺขิปติ, ตถา ปณฺฑิโต โยคาวจโร รกฺเขยฺย โคเปยฺย. กึการณา? เอตสฺส หิ –
‘‘ทุนฺนิคฺคหสฺส ลหุโน, ยตฺถกามนิปาติโน;
จิตฺตสฺส ทมโถ สาธุ, จิตฺตํ ทนฺตํ สุขาวห’’นฺติ. (ธ. ป. ๓๕);
ตสฺมา –
‘‘สุทุทฺทสํ สุนิปุณํ, ยตฺถกามนิปาตินํ;
จิตฺตํ รกฺเขถ เมธาวี, จิตฺตํ คุตฺตํ สุขาวหํ’’. (ธ. ป. ๓๖);
อิทญฺหิ –
‘‘ทูรงฺคมํ เอกจรํ, อสรีรํ คุหาสยํ;
เย จิตฺตํ สํยเมสฺสนฺติ, โมกฺขนฺติ มารพนฺธนา’’. (ธ. ป. ๓๗);
อิตรสฺส ปน –
‘‘อนวฏฺฐิตจิตฺตสฺส, สทฺธมฺมํ อวิชานโต;
ปริปฺลวปสาทสฺส, ปญฺญา น ปริปูรติ’’. (ธ. ป. ๓๘);
ถิรกมฺมฏฺฐานสหายสฺส ปน –
‘‘อนวสฺสุตจิตฺตสฺส, อนนฺวาหตเจตโส;
ปุญฺญปาปปหีนสฺส, นตฺถิ ชาครโต ภยํ’’. (ธ. ป. ๓๙);
ตสฺมา เอตํ –
‘‘ผนฺทนํ จปลํ จิตฺตํ, ทูรกฺขํ ทุนฺนิวารยํ;
อุชุํ กโรติ เมธาวี, อุสุกาโรว เตชนํ’’. (ธ. ป. ๓๓);
เอวํ อุชุํ กโรนฺโต สจิตฺตมนุรกฺเข.
ปตฺถยาโน ทิสํ อคตปุพฺพนฺติ อิมสฺมึ กายคตาสติกมฺมฏฺฐาเน กมฺมํ อารภิตฺวา อนมตคฺเค สํสาเร อคตปุพฺพํ ทิสํ ปตฺเถนฺโต ปิเหนฺโต วุตฺตนเยน สกํ จิตฺตํ รกฺเขยฺยาติ อตฺโถ. กา ปเนสา ทิสา นาม? –
‘‘มาตาปิตา ทิสา ปุพฺพา, อาจริยา ทกฺขิณา ทิสา;
ปุตฺตทารา ทิสา ปจฺฉา, มิตฺตามจฺจา จ อุตฺตรา.
‘‘ทาสกมฺมกรา เหฏฺฐา, อุทฺธํ สมณพฺราหฺมณา;
เอตา ทิสา นมสฺเสยฺย, อลมตฺโต กุเล คิหี’’ติ. (ที. นิ. ๓.๒๗๓) –
เอตฺถ ตาว ปุตฺตทาราทโย ‘‘ทิสา’’ติ วุตฺตา.
‘‘ทิสา จตสฺโส วิทิสา จตสฺโส, อุทฺธํ อโธ ทส ทิสา อิมาโย;
กตมํ ทิสํ ติฏฺฐติ นาคราชา, ยมทฺทสา สุปิเน ฉพฺพิสาณ’’นฺติ. (ชา. ๑.๑๖.๑๐๔) –
เอตฺถ ปุรตฺถิมาทิเภทา ทิสาว ‘‘ทิสา’’ติ วุตฺตา.
‘‘อคาริโน อนฺนทปานวตฺถทา, อวฺหายิกา ตมฺปิ ทิสํ วทนฺติ;
เอสา ทิสา ปรมา เสตเกตุ, ยํ ปตฺวา ทุกฺขี สุขิโน ภวนฺตี’’ติ. (ชา. ๑.๖.๙) –
เอตฺถ ปน นิพฺพานํ ‘‘ทิสา’’ติ วุตฺตํ. อิธาปิ ตเทว อธิปฺเปตํ. ตญฺหิ ‘‘ขยํ วิราค’’นฺติอาทีหิ ทิสฺสติ อปทิสฺสติ, ตสฺมา ‘‘ทิสา’’ติ วุจฺจติ. อนมตคฺเค ปน สํสาเร เกนจิ พาลปุถุชฺชเนน สุปิเนนปิ อคตปุพฺพตาย อคตปุพฺพา ทิสา นามาติ วุตฺตํ. ตํ ปตฺถยนฺเตน กายคตาสติยา โยโค กรณีโยติ.
เอวํ สตฺถา นิพฺพาเนน เทสนาย กูฏํ คเหตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา ราชปริสา พุทฺธปริสา อโหสิ, รชฺชปฺปตฺตกุมาโร ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.
เตลปตฺตชาตกวณฺณนา ฉฏฺฐา.
[๙๗] ๗. นามสิทฺธิชาตกวณฺณนา
ชีวกญฺจ มตํ ทิสฺวาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ นามสิทฺธิกํ ภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ. เอโก กิร กุลปุตฺโต นาเมน ปาปโก นาม. โส สาสเน อุรํ ทตฺวา ปพฺพชิโต ภิกฺขูหิ ‘‘เอหาวุโส, ปาปก, ติฏฺฐาวุโส, ปาปกา’’ติ วุจฺจมาโน จินฺเตสิ ‘‘โลเก ปาปกํ นาม ลามกํ กาฬกณฺณิภูตํ วุจฺจติ, อญฺญํ มงฺคลปฏิสํยุตฺตํ นามํ อาหราเปสฺสามี’’ติ. โส อาจริยุปชฺฌาเย อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘ภนฺเต, มยฺหํ นามํ อวมงฺคลํ, อญฺญํ เม นามํ กโรถา’’ติ อาห. อถ นํ เต เอวมาหํสุ – ‘‘อาวุโส, นามํ นาม ปณฺณตฺติมตฺตํ, นาเมน กาจิ อตฺถสิทฺธิ นาม นตฺถิ, อตฺตโน นาเมเนว สนฺตุฏฺโฐ โหหี’’ติ. โส ปุนปฺปุนํ ยาจิเยว. ตสฺสายํ นามสิทฺธิกภาโว ภิกฺขุสงฺเฆ ปากโฏ ชาโต. อเถกทิวสํ ธมฺมสภายํ สนฺนิสินฺนา ภิกฺขู กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ‘‘อาวุโส, อสุโก กิร ภิกฺขุ นามสิทฺธิโก มงฺคลํ นามํ อาหราเปตี’’ติ. อถ สตฺถา ธมฺมสภํ อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, โส อิทาเนว, ปุพฺเพปิ นามสิทฺธิโกเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.
อตีเต ตกฺกสิลายํ โพธิสตฺโต ทิสาปาโมกฺโข อาจริโย หุตฺวา ปญฺจ มาณวกสตานิ มนฺเต วาเจสิ. ตสฺเสโก มาณโว ปาปโก นาม นาเมน. โส ‘‘เอหิ, ปาปก, ยาหิ, ปาปกา’’ติ วุจฺจมาโน จินฺเตสิ ‘‘มยฺหํ นามํ อวมงฺคลํ, อญฺญํ นามํ อาหราเปสฺสามี’’ติ. โส อาจริยํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘อาจริย, มยฺหํ นามํ อวมงฺคลํ, อญฺญํ เม นามํ กโรถา’’ติ อาห. อถ นํ อาจริโย อโวจ ‘‘คจฺฉ, ตาต, ชนปทจาริกํ จริตฺวา อตฺตโน อภิรุจิตํ เอกํ มงฺคลนามํ คเหตฺวา เอหิ, อาคตสฺส เต นามํ ปริวตฺเตตฺวา อญฺญํ นามํ กริสฺสามี’’ติ. โส ‘‘สาธู’’ติ ปาเถยฺยํ คเหตฺวา นิกฺขนฺโต คาเมน คามํ จรนฺโต เอกํ นครํ ปาปุณิ. ตตฺถ เจโก ปุริโส กาลกโต ชีวโก นาม นาเมน. โส ตํ ญาติชเนน อาฬาหนํ นียมานํ ทิสฺวา ‘‘กึ นามโก เอส ปุริโส’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘ชีวโก นาเมโส’’ติ. ‘‘ชีวโกปิ มรตี’’ติ? ‘‘ชีวโกปิ มรติ, อชีวโกปิ มรติ, นามํ นาม ปณฺณตฺติมตฺตํ, ตฺวํ พาโล มญฺเญ’’ติ. โส ตํ กถํ สุตฺวา นาเม มชฺฌตฺโต หุตฺวา อนฺโตนครํ ปาวิสิ.
อเถกํ ทาสึ ภตึ อททมานํ สามิกา ทฺวาเร นิสีทาเปตฺวา รชฺชุยา ปหรนฺติ, ตสฺสา จ ‘‘ธนปาลี’’ติ นามํ โหติ. โส อนฺตรวีถิยา คจฺฉนฺโต ตํ โปถิยมานํ ทิสฺวา ‘‘กสฺมา อิมํ โปเถถา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘ภตึ ทาตุํ น สกฺโกตี’’ติ. ‘‘กึ ปนสฺสา นาม’’นฺติ? ‘‘ธนปาลี นามา’’ติ. นาเมน ธนปาลี สมานาปิ ภติมตฺตํ ทาตุํ น สกฺโกตีติ ธนปาลิโยปิ อธนปาลิโยปิ ทุคฺคตา โหนฺติ, นามํ นาม ปณฺณตฺติมตฺตํ, ตฺวํ พาโล มญฺเญติ. โส นาเม มชฺฌตฺตตโร หุตฺวา นครา นิกฺขมฺม มคฺคํ ปฏิปนฺโน อนฺตรามคฺเค มคฺคมูฬฺหปุริสํ ทิสฺวา ‘‘อมฺโภ กึ กโรนฺโต วิจรสี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘มคฺคมูโฬฺหมฺหิ, สามี’’ติ. ‘‘กึ ปน เต นาม’’นฺติ? ‘‘ปนฺถโก นามา’’ติ. ‘‘ปนฺถโกปิ มคฺคมูโฬฺห โหตี’’ติ? ‘‘ปนฺถโกปิ อปนฺถโกปิ มคฺคมูโฬฺห โหติ, นามํ นาม ปณฺณตฺติมตฺตํ ตฺวํ ปน พาโล มญฺเญติ’’. โส นาเม อติมชฺฌตฺโต หุตฺวา โพธิสตฺตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘กึ, ตาต, นามํ โรเจตฺวา อาคโตสี’’ติ วุตฺเต ‘‘อาจริย, ชีวกาปิ นาม มรนฺติ อชีวกาปิ, ธนปาลิโยปิ ทุคฺคตา โหนฺติ อธนปาลิโยปิ, ปนฺถกาปิ มคฺคมูฬฺหา โหนฺติ อปนฺถกาปิ, นามํ นาม ปณฺณตฺติมตฺตํ, นาเมน สิทฺธิ นตฺถิ, กมฺเมเนว สิทฺธิ. อลํ มยฺหํ อญฺเญน นาเมน, ตเทว เม นามํ โหตู’’ติ อาห. โพธิสตฺโต เตน ทิฏฺฐญฺจ กตญฺจ สํสนฺเทตฺวา อิมํ คาถมาห –
๙๗. ‘‘ชีวกญฺจ มตํ ทิสฺวา, ธนปาลิญฺจ ทุคฺคตํ;
ปนฺถกญฺจ วเน มูฬฺหํ, ปาปโก ปุนราคโต’’ติ.
ตตฺถ ปุนราคโตติ อิมานิ ตีณิ การณานิ ทิสฺวา ปุน อาคโต, ร-กาโร สนฺธิวเสน วุตฺโต.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพเปส นามสิทฺธิโกเยวา’’ติ วตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา นามสิทฺธิโก อิทานิปิ นามสิทฺธิโกเยว, อาจริยปริสา พุทฺธปริสา, อาจริโย ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.
นามสิทฺธิชาตกวณฺณนา สตฺตมา.
[๙๘] ๘. กูฏวาณิชชาตกวณฺณนา
สาธุ โข ปณฺฑิโต นามาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ กูฏวาณิชํ อารพฺภ กเถสิ. สาวตฺถิยญฺหิ เทฺว ชนา เอกโต วณิชฺชํ กโรนฺตา ภณฺฑํ สกเฏนาทาย ชนปทํ คนฺตฺวา ลทฺธลาภา ปจฺจาคมึสุ. เตสุ กูฏวาณิโช จินฺเตสิ ‘‘อยํ พหู ทิวเส ทุพฺโภชเนน ทุกฺขเสยฺยาย กิลนฺโต, อิทานิ อตฺตโน ฆเร นานคฺครเสหิ ยาวทตฺถํ สุโภชนํ ภุญฺชิตฺวา อชีรเกน มริสฺสติ. อถาหํ อิมํ ภณฺฑํ ตโย โกฏฺฐาเส กตฺวา เอกํ ตสฺส ทารกานํ ทสฺสามิ, เทฺว โกฏฺฐาเส อตฺตนา คเหสฺสามี’’ติ. โส ‘‘อชฺช ภาเชสฺสาม, เสฺว ภาเชสฺสามา’’ติ ภณฺฑํ ภาเชตุํ น อิจฺฉิ. อถ นํ ปณฺฑิตวาณิโช อกามกํ นิปฺปีเฬตฺวา ภาชาเปตฺวา วิหารํ คนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา กตปฏิสนฺถาโร ‘‘อติปปญฺโจ เต กโต, อิธาคนฺตฺวาปิ จิเรน พุทฺธุปฏฺฐานํ อาคโตสี’’ติ วุตฺเต ตํ ปวตฺตึ ภควโต อาโรเจสิ. สตฺถา ‘‘น โข โส, อุปาสก, อิทาเนว กูฏวาณิโช, ปุพฺเพปิ กูฏวาณิโชเยว. อิทานิ ปน ตํ วญฺเจตุกาโม ชาโต, ปุพฺเพ ปณฺฑิเตปิ วญฺเจตุํ อุสฺสหี’’ติ วตฺวา เตน ยาจิโต อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต พาราณสิยํ วาณิชกุเล นิพฺพตฺติ, นามคฺคหณทิวเส จสฺส ‘‘ปณฺฑิโต’’ติ นามํ อกํสุ. โส วยปฺปตฺโต อญฺเญน วาณิเชน สทฺธึ เอกโต หุตฺวา วณิชฺชํ กโรติ, ตสฺส ‘‘อติปณฺฑิโต’’ติ นามํ อโหสิ. เต พาราณสิโต ปญฺจหิ สกฏสเตหิ ภณฺฑํ อาทาย ชนปทํ คนฺตฺวา วณิชฺชํ กตฺวา ลทฺธลาภา ปุน พาราณสึ อาคมึสุ. อถ เนสํ ภณฺฑภาชนกาเล อติปณฺฑิโต อาห ‘‘มยา เทฺว โกฏฺฐาสา ลทฺธพฺพา’’ติ. ‘‘กึการณา’’ติ? ‘‘ตฺวํ ปณฺฑิโต, อหํ อติปณฺฑิโต. ปณฺฑิโต เอกํ ลทฺธุํ อรหติ, อติปณฺฑิโต เทฺว’’ติ. ‘‘นนุ อมฺหากํ ทฺวินฺนํ ภณฺฑมูลกมฺปิ โคณาทโยปิ สมสมาเยว, ตฺวํ กสฺมา เทฺว โกฏฺฐาเส ลทฺธุํ อรหสี’’ติ. ‘‘อติปณฺฑิตภาเวนา’’ติ. เอวํ เต กถํ วฑฺเฒตฺวา กลหํ อกํสุ.
ตโต อติปณฺฑิโต ‘‘อตฺเถโก อุปาโย’’ติ จินฺเตตฺวา อตฺตโน ปิตรํ เอกสฺมึ สุสิรรุกฺเข ปเวเสตฺวา ‘‘ตฺวํ อเมฺหสุ อาคเตสุ ‘อติปณฺฑิโต เทฺว โกฏฺฐาเส ลทฺธุํ อรหตี’ติ วเทยฺยาสี’’ติ วตฺวา โพธิสตฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘สมฺม, มยฺหํ ทฺวินฺนํ โกฏฺฐาสานํ ยุตฺตภาวํ วา อยุตฺตภาวํ วา เอสา รุกฺขเทวตา ชานาติ, เอหิ, ตํ ปุจฺฉิสฺสามา’’ติ ตํ ตตฺถ เนตฺวา ‘‘อยฺเย รุกฺขเทวเต, อมฺหากํ อฏฺฏํ ปจฺฉินฺทา’’ติ อาห. อถสฺส ปิตา สรํ ปริวตฺเตตฺวา ‘‘เตน หิ กเถถา’’ติ อาห. ‘‘อยฺเย, อยํ ปณฺฑิโต, อหํ อติปณฺฑิโต. อเมฺหหิ เอกโต โวหาโร กโต, ตตฺถ เกน กึ ลทฺธพฺพนฺติ. ปณฺฑิเตน เอโก โกฏฺฐาโส, อติปณฺฑิเตน ปน เทฺว โกฏฺฐาสา ลทฺธพฺพา’’ติ. โพธิสตฺโต เอวํ วินิจฺฉิตํ อฏฺฏํ สุตฺวา ‘‘อิทานิ เทวตาภาวํ วา อเทวตาภาวํ วา ชานิสฺสามี’’ติ ปลาลํ อาหริตฺวา สุสิรํ ปูเรตฺวา อคฺคึ อทาสิ, อติปณฺฑิตสฺส ปิตา ชาลาย ผุฏฺฐกาเล อฑฺฒชฺฌาเมน สรีเรน อุปริ อารุยฺห สาขํ คเหตฺวา โอลมฺพนฺโต ภูมิยํ ปติตฺวา อิมํ คาถมาห –
๙๘. ‘‘สาธุ โข ปณฺฑิโต นาม, น เตฺวว อติปณฺฑิโต;
อติปณฺฑิเตน ปุตฺเตน, มนมฺหิ อุปกูฬิโต’’ติ.
ตตฺถ สาธุ โข ปณฺฑิโต นามาติ อิมสฺมึ โลเก ปณฺฑิจฺเจน สมนฺนาคโต การณาการณญฺญู ปุคฺคโล สาธุ โสภโน. อติปณฺฑิโตติ นามมตฺเตน อติปณฺฑิโต กูฏปุริโส น เตฺวว วรํ. มนมฺหิ อุปกูฬิโตติ โถเกนมฺหิ ฌาโม, อฑฺฒชฺฌามโกว มุตฺโตติ อตฺโถ. เต อุโภปิ มชฺเฌ ภินฺทิตฺวา สมญฺเญว โกฏฺฐาสํ คณฺหิตฺวา ยถากมฺมํ คตา.
สตฺถา ‘‘ปุพฺเพปิ เอส กูฏวาณิโชเยวา’’ติ อิมํ อตีตํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา กูฏวาณิโช ปจฺจุปฺปนฺเนปิ กูฏวาณิโชเยว, ปณฺฑิตวาณิโช ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.
กูฏวาณิชชาตกวณฺณนา อฏฺฐมา.
[๙๙] ๙. ปโรสหสฺสชาตกวณฺณนา
ปโรสหสฺสมฺปิ สมาคตานนฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ปุถุชฺชนปุจฺฉาปญฺจกํ อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ สรภชาตเก (ชา. ๑.๑๓.๑๓๔ อาทโย) อาวิ ภวิสฺสติ. เอกสฺมึ ปน สมเย ภิกฺขู ธมฺมสภายํ สนฺนิปติตฺวา ‘‘อาวุโส, ทสพเลน สํขิตฺเตน กถิตํ ธมฺมเสนาปติ สาริปุตฺโต วิตฺถาเรน พฺยากาสี’’ติ เถรสฺส คุณํ กถยมานา นิสีทึสุ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, สาริปุตฺโต อิทาเนว มยา สํขิตฺเตน ภาสิตํ วิตฺถาเรน พฺยากโรติ, ปุพฺเพปิ พฺยากาสิเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต อุทิจฺจพฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา ตกฺกสิลายํ สพฺพสิปฺปานิ อุคฺคณฺหิตฺวา กาเม ปหาย อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา ปญฺจาภิญฺญา อฏฺฐ สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตตฺวา หิมวนฺเต วิหาสิ. ปริวาโรปิสฺส ปญฺจ ตาปสสตานิ อเหสุํ. อถสฺส เชฏฺฐนฺเตวาสิโก วสฺสารตฺตสมเย อุปฑฺฒํ อิสิคณํ อาทาย โลณมฺพิลเสวนตฺถาย มนุสฺสปถํ อคมาสิ. ตทา โพธิสตฺตสฺส กาลกิริยาสมโย ชาโต. อถ นํ อนฺเตวาสิกา ‘‘อาจริย, กตโร โว คุโณ ลทฺโธ’’ติ อธิคมํ ปุจฺฉึสุ. โส ‘‘นตฺถิ กิญฺจี’’ติ วตฺวา อาภสฺสรพฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺติ. โพธิสตฺตา หิ อรูปสมาปตฺติลาภิโน หุตฺวาปิ อภพฺพฏฺฐานตฺตา อารุปฺเป น นิพฺพตฺตนฺติ. อนฺเตวาสิกา ‘‘อาจริยสฺส อธิคโม นตฺถี’’ติ อาฬาหเน สกฺการํ น กรึสุ.
เชฏฺฐนฺเตวาสิโก อาคนฺตฺวา ‘‘กหํ อาจริโย’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘กาลกโต’’ติ สุตฺวา ‘‘อปิ อาจริยํ อธิคมํ ปุจฺฉิตฺถา’’ติ อาห. ‘‘อาม, ปุจฺฉิมฺหา’’ติ. ‘‘กึ กเถสี’’ติ? ‘‘นตฺถิ กิญฺจีติ เตน วุตฺตํ, อถสฺส อเมฺหหิ สกฺกาโร น กโต’’ติ อาหํสุ. เชฏฺฐนฺเตวาสิโก ‘‘ตุเมฺห อาจริยสฺส วจนตฺถํ น ชานาถ, อากิญฺจญฺญายตนสมาปตฺติลาภี อาจริโย’’ติ อาห. เต ตสฺมึ ปุนปฺปุนํ กเถนฺเตปิ น สทฺทหึสุ. โพธิสตฺโต ตํ การณํ ญตฺวา ‘‘อนฺธพาลา มม เชฏฺฐนฺเตวาสิกสฺส วจนํ น สทฺทหนฺติ. อิมํ เตสํ การณํ ปากฏํ กริสฺสามี’’ติ พฺรหฺมโลกา อาคนฺตฺวา อสฺสมปทมตฺถเก มหนฺเตนานุภาเวน อากาเส ฐตฺวา เชฏฺฐนฺเตวาสิกสฺส ปญฺญานุภาวํ วณฺเณนฺโต อิมํ คาถมาห –
๙๙. ‘‘ปโรสหสฺสมฺปิ สมาคตานํ, กนฺเทยฺยุํ เต วสฺสสตํ อปญฺญา;
เอโกว เสยฺโย ปุริโส สปญฺโญ, โย ภาสิตสฺส วิชานาติ อตฺถ’’นฺติ.
ตตฺถ ปโรสหสฺสมฺปีติ อติเรกสหสฺสมฺปิ. สมาคตานนฺติ สนฺนิปติตานํ ภาสิตสฺส อตฺถํ ชานิตุํ อสกฺโกนฺตานํ พาลานํ. กนฺเทยฺยุํ เต วสฺสสตํ อปญฺญาติ เต เอวํ สมาคตา อปญฺญา อิเม พาลตาปสา วิย วสฺสสตมฺปิ วสฺสสหสฺสมฺปิ โรเทยฺยุํ ปริเทเวยฺยุํ, โรทมานาปิ ปน อตฺถํ วา การณํ วา เนว ชาเนยฺยุนฺติ ทีเปติ. เอโกว เสยฺโย ปุริโส สปญฺโญติ เอวรูปานํ พาลานํ ปโรสหสฺสโตปิ เอโก ปณฺฑิตปุริโสว เสยฺโย วรตโรติ อตฺโถ. กีทิโส สปญฺโญติ? โย ภาสิตสฺส วิชานาติ อตฺถํ อยํ เชฏฺฐนฺเตวาสิโก วิยาติ.
เอวํ มหาสตฺโต อากาเส ฐิโตว ธมฺมํ เทเสตฺวา ตาปสคณํ พุชฺฌาเปตฺวา พฺรหฺมโลกเมว คโต. เตปิ ตาปสา ชีวิตปริโยสาเน พฺรหฺมโลกปรายณา อเหสุํ.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา เชฏฺฐนฺเตวาสิโก สาริปุตฺโต อโหสิ, มหาพฺรหฺมา ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.
ปโรสหสฺสชาตกวณฺณนา นวมา.
[๑๐๐] ๑๐. อสาตรูปชาตกวณฺณนา
อสาตํ สาตรูเปนาติ อิทํ สตฺถา กุณฺฑิยนครํ อุปนิสฺสาย กุณฺฑธานวเน วิหรนฺโต โกลิยราชธีตรํ สุปฺปวาสํ อุปาสิกํ อารพฺภ กเถสิ. สา หิ ตสฺมึ สมเย สตฺต วสฺสานิ กุจฺฉินา คพฺภํ ปริหริตฺวา สตฺตาหํ มูฬฺหคพฺภา อโหสิ, อธิมตฺตา เวทนา ปวตฺตึสุ. สา เอวํ อธิมตฺตเวทนาภิภูตาปิ ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ วต โส ภควา, โย เอวรูปสฺส ทุกฺขสฺส ปหานาย ธมฺมํ เทเสติ. สุปฺปฏิปนฺโน วต ตสฺส ภควโต สาวกสงฺโฆ, โย เอวรูปสฺส ทุกฺขสฺส ปหานาย ปฏิปนฺโน. สุสุขํ วต นิพฺพานํ, ยตฺเถว รูปํ ทุกฺขํ นตฺถี’’ติ (อุทา. ๑๘) อิเมหิ ตีหิ วิตกฺเกหิ อธิวาเสสิ. สา สามิกํ ปกฺโกเสตฺวา ตญฺจ อตฺตโน ปวตฺตึ วนฺทนสาสนญฺจ อาโรเจตุํ สตฺถุ สนฺติกํ เปเสสิ. สตฺถา วนฺทนสาสนํ สุตฺวาว ‘‘สุขินี โหตุ สุปฺปวาสา โกลิยธีตา, สุขินี อโรคา อโรคํ ปุตฺตํ วิชายตู’’ติ อาห. สห วจเนเนว ปน ภควโต สุปฺปวาสา โกลิยธีตา สุขินี อโรคา อโรคํ ปุตฺตํ วิชายิ. อถสฺสา สามิโก เคหํ คนฺตฺวา ตํ วิชาตํ ทิสฺวา ‘‘อจฺฉริยํ วต, โภ’’ติ อติวิย ตถาคตสฺส อานุภาเวน อจฺฉริยพฺภุตจิตฺตชาโต อโหสิ.
สุปฺปวาสาปิ ปุตฺตํ วิชายิตฺวา สตฺตาหํ พุทฺธปฺปมุขสฺส สงฺฆสฺส ทานํ ทาตุกามา ปุน นิมนฺตนตฺถาย ตํ เปเสสิ. เตน โข ปน สมเยน มหาโมคฺคลฺลานสฺส อุปฏฺฐาเกน พุทฺธปฺปมุโข สงฺโฆ นิมนฺติโต โหติ. สตฺถา สุปฺปวาสาย ทานสฺส โอกาสทานตฺถาย เถรํ ตสฺส สนฺติกํ เปเสตฺวา ตํ สญฺญาเปตฺวา สตฺตาหํ ตสฺสา ทานํ ปฏิคฺคเหสิ สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆน. สตฺตเม ปน ทิวเส สุปฺปวาสา ปุตฺตํ สีวลิกุมารํ มณฺเฑตฺวา สตฺถารญฺเจว ภิกฺขุสงฺฆญฺจ วนฺทาเปสิ. ตสฺมึ ปฏิปาฏิยา สาริปุตฺตตฺเถรสฺส สนฺติกํ นีเต เถโร เตน สทฺธึ ‘‘กจฺจิ เต, สีวลิ, ขมนีย’’นฺติ ปฏิสนฺถารมกาสิ. โส ‘‘กุโต เม, ภนฺเต, สุขํ, สฺวาหํ สตฺต วสฺสานิ โลหิตกุมฺภิยํ วสิ’’นฺติ เถเรน สทฺธึ เอวรูปํ กถํ กเถสิ. สุปฺปาวาสา ตสฺส วจนํ สุตฺวา ‘‘สตฺตาหชาโต เม ปุตฺโต อนุพุทฺเธน ธมฺมเสนาปตินา สทฺธึ มนฺเตตี’’ติ โสมนสฺสปฺปตฺตา อโหสิ. สตฺถา ‘‘อปิ นุ สุปฺปวาเส อญฺเญปิ เอวรูเป ปุตฺเต อิจฺฉสี’’ติ อาห. ‘‘สเจ, ภนฺเต, เอวรูเป อญฺเญ สตฺต ปุตฺเต ลเภยฺยํ, อิจฺเฉยฺยเมวาห’’นฺติ. สตฺถา อุทานํ อุทาเนตฺวา อนุโมทนํ กตฺวา ปกฺกามิ. สีวลิกุมาโรปิ โข สตฺตวสฺสิกกาเลเยว สาสเน อุรํ ทตฺวา ปพฺพชิตฺวา ปริปุณฺณวสฺโส อุปสมฺปทํ ลภิตฺวา ปุญฺญวา ลาภคฺคปฺปตฺโต หุตฺวา ปถวึ อุนฺนาเทตฺวา อรหตฺตํ ปตฺวา ปุญฺญวนฺตานํ อนฺตเร เอตทคฺคฏฺฐานํ ปาปุณิ.
อเถกทิวสํ ภิกฺขู ธมฺมสภายํ สนฺนิปติตฺวา ‘‘อาวุโส, สีวลิตฺเถโร นาม เอวรูโป มหาปุญฺโญ ปตฺถิตปตฺถโน ปจฺฉิมภวิกสตฺโต สตฺต วสฺสานิ โลหิตกุมฺภิยํ วสิตฺวา สตฺตาหํ มูฬฺหคพฺภภาวํ อาปชฺชิ, อโห มาตาปุตฺตา มหนฺตํ ทุกฺขํ อนุภวึสุ, กึ นุ โข กมฺมํ อกํสู’’ติ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ. สตฺถา ตตฺถาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘ภิกฺขเว, สีวลิโน มหาปุญฺญโตว สตฺต วสฺสานิ โลหิตกุมฺภิยํ นิวาโส จ สตฺตาหํ มูฬฺหคพฺภภาวปฺปตฺติ จ อตฺตนา กตกมฺมมูลกาว, สุปฺปวาสายปิ สตฺต วสฺสานิ กุจฺฉินา คพฺภปริหรณทุกฺขญฺจ สตฺตาหํ มูฬฺหคพฺภทุกฺขญฺจ อตฺตนา กตกมฺมมูลกเมวา’’ติ วตฺวา เตหิ ยาจิโต อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต ตสฺส อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิสฺมึ ปฏิสนฺธึ คณฺหิตฺวา วยปฺปตฺโต ตกฺกสิลายํ สพฺพสิปฺปานิ อุคฺคณฺหิตฺวา ปิตุ อจฺจเยน รชฺชํ ปตฺวา ธมฺเมน รชฺชํ กาเรสิ. ตสฺมึ สมเย โกสลมหาราชา มหนฺเตน พเลนาคนฺตฺวา พาราณสึ คเหตฺวา ราชานํ มาเรตฺวา ตสฺเสว อคฺคมเหสึ อตฺตโน อคฺคมเหสึ อกาสิ. พาราณสิรญฺโญ ปน ปุตฺโต ปิตุ มรณกาเล นิทฺธมนทฺวาเรน ปลายิตฺวา พลํ สํหริตฺวา พาราณสึ อาคนฺตฺวา อวิทูเร นิสีทิตฺวา ตสฺส รญฺโญ ปณฺณํ เปเสสิ ‘‘รชฺชํ วา เทตุ ยุทฺธํ วา’’ติ. โส ‘‘ยุทฺธํ เทมี’’ติ ปฏิปณฺณํ เปเสสิ. ราชกุมารสฺส ปน มาตา ตํ สาสนํ สุตฺวา ‘‘ยุทฺเธน กมฺมํ นตฺถิ, สพฺพทิสาสุ สญฺจารํ ปจฺฉินฺทิตฺวา พาราณสินครํ ปริวาเรตุ, ตโต ทารูทกภตฺตปริกฺขเยน กิลนฺตมนุสฺสํ นครํ วินาว ยุทฺเธน คณฺหิสฺสสี’’ติ ปณฺณํ เปเสสิ. โส มาตุ สาสนํ สุตฺวา สตฺต ทิวสานิ สญฺจารํ ปจฺฉินฺทิตฺวา นครํ รุนฺธิ, นาครา สญฺจารํ อลภมานา สตฺตเม ทิวเส ตสฺส รญฺโญ สีสํ คเหตฺวา กุมารสฺส อทํสุ. กุมาโร ปน นครํ ปวิสิตฺวา รชฺชํ คเหตฺวา ชีวิตปริโยสาเน ยถากมฺมํ คโต.
โส เอตรหิ สตฺต ทิวสานิ สญฺจารํ ปจฺฉินฺทิตฺวา นครํ รุนฺธิตฺวา คหิตกมฺมนิสฺสนฺเทน สตฺต วสฺสานิ โลหิตกุมฺภิยํ วสิตฺวา สตฺตาหํ มูฬฺหคพฺภภาวํ อาปชฺชิ. ยํ ปน โส ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต ปาทมูเล ‘‘ลาภีนํ อคฺโค ภเวยฺย’’นฺติ มหาทานํ ทตฺวา ปตฺถนํ อกาสิ, ยญฺจ วิปสฺสิพุทฺธกาเล นาคเรหิ สทฺธึ สหสฺสคฺฆนกํ คุฬทธึ ทตฺวา ปตฺถนมกาสิ, ตสฺสานุภาเวน ลาภีนํ อคฺโค ชาโต. สุปฺปวาสาปิ ‘‘นครํ รุนฺธิตฺวา คณฺห, ตาตา’’ติ เปสิตภาเวน สตฺต วสฺสานิ กุจฺฉินา คพฺภํ ปริหริตฺวา สตฺตาหํ มูฬฺหคพฺภา ชาตา.
สตฺถา อิมํ อตีตํ อาหริตฺวา อภิสมฺพุทฺโธ หุตฺวา อิมํ คาถมาห –
๑๐๐. ‘‘อสาตํ สาตรูเปน, ปิยรูเปน อปฺปิยํ;
ทุกฺขํ สุขสฺส รูเปน, ปมตฺตมติวตฺตตี’’ติ.
ตตฺถ อสาตํ สาตรูเปนาติ อมธุรเมว มธุรปติรูปเกน. ปมตฺตมติวตฺตตีติ อสาตํ อปฺปิยํ ทุกฺขนฺติ เอตํ ติวิธมฺปิ เอเตน สาตรูปาทินา อากาเรน สติวิปฺปวาสวเสน ปมตฺตํ ปุคฺคลํ อติวตฺตติ อภิภวติ อชฺโฌตฺถรตีติ อตฺโถ. อิทํ ภควตา ยญฺจ เต มาตาปุตฺตา อิมินา คพฺภปริหรณคพฺภวาสสงฺขาเตน อสาตาทินา ปุพฺเพ นครรุนฺธนสาตาทิปติรูปเกน อชฺโฌตฺถฏา, ยญฺจ อิทานิ สา อุปาสิกา ปุนปิ สตฺตกฺขตฺตุํ เอวรูปํ อสาตํ อปฺปิยํ ทุกฺขํ เปมวตฺถุภูเตน ปุตฺตสงฺขาเตน สาตาทิปติรูปเกน อชฺโฌตฺถฏา หุตฺวา ตถา อวจ, ตํ สพฺพมฺปิ สนฺธาย วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา นครํ รุนฺธิตฺวา รชฺชปฺปตฺตกุมาโร สีวลิ อโหสิ, มาตา สุปฺปวาสา, ปิตา ปน พาราณสิราชา อหเมว อโหสิ’’นฺติ.