๑๑. ปโรสตวคฺโค

[๑๐๑] ๑. ปโรสตชาตกวณฺณนา

๑๐๑. ‘‘ปโรสตญฺเจปิ สมาคตานํ, ฌาเยยฺยุํ เต วสฺสสตํ อปญฺญา;

เอโกว เสยฺโย ปุริโส สปญฺโญ, โย ภาสิตสฺส วิชานาติ อตฺถ’’นฺติ. –

อิทํ ชาตกํ วตฺถุโต จ เวยฺยากรณโต จ สโมธานโต จ ปโรสหสฺสชาตกสทิสเมว. เกวลเญฺหตฺถ ‘‘ฌาเยยฺยุ’’นฺติ ปทมตฺตเมว วิเสโส. ตสฺสตฺโถ – วสฺสสตมฺปิ อปญฺญา ฌาเยยฺยุํ โอโลเกยฺยุํ อุปธาเรยฺยุํ, เอวํ โอโลเกนฺตาปิ ปน อตฺถํ วา การณํ วา น ปสฺสนฺติ, ตสฺมา โย ภาสิตสฺส อตฺถํ ชานาติ, โส เอโกว สปญฺโญ เสยฺโยติ.

ปโรสตชาตกวณฺณนา ปฐมา.

[๑๐๒] ๒. ปณฺณิกชาตกวณฺณนา

โย ทุกฺขผุฏฺฐาย ภเวยฺย ตาณนฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ ปณฺณิกํ อุปาสกํ อารพฺภ กเถสิ. โส กิร สาวตฺถิวาสี อุปาสโก นานปฺปการานิ มูลปณฺณาทีนิ เจว ลาพุกุมฺภณฺฑาทีนิ จ วิกฺกิณิตฺวา ชีวิกํ กปฺเปติ. ตสฺเสกา ธีตา อภิรูปา ปาสาทิกา อาจารสีลสมฺปนฺนา หิโรตฺตปฺปสมนฺนาคตา เกวลํ นิจฺจปฺปหสิตมุขา. ตสฺสา สมานกุเลสุ วาเรยฺยตฺถาย อาคเตสุ โส จินฺเตสิ ‘‘อิมิสฺสา วาเรยฺยํ วตฺตติ, อยญฺจ นิจฺจปฺปหสิตมุขา. กุมาริกาธมฺเม ปน อสติ กุมาริกาย ปรกุลํ คตาย มาตาปิตูนํ ครหา โหติ, ‘อตฺถิ นุ โข อิมิสฺสา กุมาริกาธมฺโม, นตฺถี’ติ วีมํสิสฺสามิ น’’นฺติ. โส เอกทิวสํ ธีตรํ ปจฺฉึ คาหาเปตฺวา ปณฺณตฺถาย อรญฺญํ คนฺตฺวา วีมํสนวเสน กิเลสสนฺนิสฺสิโต วิย หุตฺวา รหสฺสกถํ กเถตฺวา ตํ หตฺเถ คณฺหิ. สา คหิตมตฺตาว โรทนฺตี กนฺทนฺตี ‘‘อยุตฺตเมตํ, ตาต, อุทกโต อคฺคิปาตุภาวสทิสํ, มา เอวรูปํ กโรถา’’ติ อาห. ‘‘อมฺม, มยา วีมํสนตฺถาย ตฺวํ หตฺเถ คหิตา, น จ กิเลสวเสน. วเทหิ, อตฺถิ ทานิ เต กุมาริกาธมฺโม’’ติ. ‘‘อาม, ตาต, อตฺถิ. มยา หิ โลภวเสน น โกจิ ปุริโส โอโลกิตปุพฺโพ’’ติ. โส ธีตรํ อสฺสาเสตฺวา ฆรํ เนตฺวา มงฺคลํ กตฺวา ปรกุลํ เปเสตฺวา ‘‘สตฺถารํ วนฺทิสฺสามี’’ติ คนฺธมาลาทิหตฺโถ เชตวนํ คนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา ปูเชตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ, ‘‘จิรสฺสมาคโตสี’’ติ จ วุตฺเต ตมตฺถํ ภควโต อาโรเจสิ. สตฺถา ‘‘อุปาสก, กุมาริกา จิรํ ปฏฺฐาย อาจารสีลสมฺปนฺนาว, ตฺวํ ปน น อิทาเนว เอวํ วีมํสสิ, ปุพฺเพปิ วีมํสิเยวา’’ติ วตฺวา เตน ยาจิโต อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต อรญฺเญ รุกฺขเทวตา หุตฺวา นิพฺพตฺติ. อเถโก พาราณสิยํ ปณฺณิกอุปาสโกติ อตีตวตฺถุ ปจฺจุปฺปนฺนสทิสเมว. เตน ปน สา วีมํสนตฺถาย หตฺเถ คหิตมตฺตา ปริเทวมานา อิมํ คาถมาห –

๑๐๒. ‘‘โย ทุกฺขผุฏฺฐาย ภเวยฺย ตาณํ, โส เม ปิตา ทุพฺภิ วเน กโรติ;

สา กสฺส กนฺทามิ วนสฺส มชฺเฌ, โย ตายิตา โส สหสํ กโรตี’’ติ.

ตตฺถ โย ทุกฺขผุฏฺฐาย ภเวยฺย ตาณนฺติ กายิกเจตสิเกหิ ทุกฺเขหิ ผุฏฺฐาย ตายิตา ปริตายิตา ปติฏฺฐา ภเวยฺย. โส เม ปิตา ทุพฺภิ วเน กโรตีติ โส มยฺหํ ทุกฺขปริตายโก ปิตาว อิมสฺมึ วเน เอวรูปํ มิตฺตทุพฺภิ กมฺมํ กโรติ, อตฺตโน ชาตาย ธีตริ วีติกฺกมํ กาตุํ มญฺญตีติ อตฺโถ. สา กสฺส กนฺทามีติ กสฺส โรทามิ, โก เม ปติฏฺฐา ภวิสฺสตีติ ทีเปติ. โย ตายิตา โส สหสํ กโรตีติ โย มยฺหํ ตายิตา รกฺขิตา อวสฺสโย ภวิตุํ อรหติ, โส ปิตาเยว สาหสิกกมฺมํ กโรตีติ อตฺโถ.

อถ นํ ปิตา อสฺสาเสตฺวา ‘‘อมฺม, รกฺขิตตฺตาสี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘อาม, ตาต รกฺขิโต เม อตฺตา’’ติ. โส ตํ ฆรํ เนตฺวา มณฺเฑตฺวา มงฺคลํ กตฺวา ปรกุลํ เปเสสิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ, สจฺจปริโยสาเน อุปาสโก โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ.

ตทา ปิตา เอตรหิ ปิตาว, ธีตา จ เอตรหิ ธีตาว, ตํ การณํ ปจฺจกฺขโต ทิฏฺฐรุกฺขเทวตา ปน อหเมว อโหสินฺติ.

ปณฺณิกชาตกวณฺณนา ทุติยา.

[๑๐๓] ๓. เวริชาตกวณฺณนา

ยตฺถ เวรี นิวิสตีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อนาถปิณฺฑิกํ อารพฺภ กเถสิ. อนาถปิณฺฑิโก กิร โภคคามํ คนฺตฺวา อาคจฺฉนฺโต อนฺตรามคฺเค โจเร ทิสฺวา ‘‘อนฺตรามคฺเค วสิตุํ น ยุตฺตํ, สาวตฺถิเมว คมิสฺสามี’’ติ เวเคน โคเณ ปาเชตฺวา สาวตฺถิเมว อาคนฺตฺวา ปุนทิวเส วิหารํ คโต สตฺถุ เอตมตฺถํ อาโรเจสิ. สตฺถา ‘‘ปุพฺเพปิ คหปติ ปณฺฑิตา อนฺตรามคฺเค โจเร ทิสฺวา อนฺตรา อวิลมฺพมานา อตฺตโน วสนฏฺฐานเมว คมึสู’’ติ วตฺวา เตน ยาจิโต อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต มหาวิภโว เสฏฺฐิ หุตฺวา เอกํ คามกํ นิมนฺตนํ ภุญฺชนตฺถาย คนฺตฺวา ปจฺจาคจฺฉนฺโต อนฺตรามคฺเค โจเร ทิสฺวา อนฺตรามคฺเค อวสิตฺวาว เวเคน โคเณ ปาเชนฺโต อตฺตโน เคหเมว อาคนฺตฺวา นานคฺครเสหิ ภุญฺชิตฺวา มหาสยเน นิสินฺโน ‘‘โจรานํ หตฺถโต มุจฺจิตฺวา นิพฺภยฏฺฐานํ อตฺตโน เคหํ อาคโตมฺหี’’ติ อุทานวเสน อิมํ คาถมาห –

๑๐๓. ‘‘ยตฺถ เวรี นิวิสติ, น วเส ตตฺถ ปณฺฑิโต;

เอกรตฺตํ ทิรตฺตํ วา, ทุกฺขํ วสติ เวริสู’’ติ.

ตตฺถ เวรีติ เวรเจตนาสมงฺคิปุคฺคโล. นิวิสตีติ ปติฏฺฐาติ. น วเส ตตฺถ ปณฺฑิโตติ โส เวรีปุคฺคโล ยสฺมึ ฐาเน ปติฏฺฐิโต หุตฺวา วสติ, ตตฺถ ปณฺฑิโต ปณฺฑิจฺเจน สมนฺนาคโต น วเสยฺย. กึการณา? เอกรตฺตํ ทิรตฺตํ วา, ทุกฺขํ วสติ เวริสูติ, เวรีนญฺหิ อนฺตเร วสนฺโต เอกาหมฺปิ ทฺวีหมฺปิ ทุกฺขเมว วสตีติ อตฺโถ.

เอวํ มหาสตฺโต อุทานํ อุทาเนตฺวา ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กตฺวา ยถากมฺมํ คโต.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา อหเมว พาราณสิเสฏฺฐิ อโหสิ’’นฺติ.

เวริชาตกวณฺณนา ตติยา.

[๑๐๔] ๔. มิตฺตวินฺทกชาตกวณฺณนา

จตุพฺภิ อฏฺฐชฺฌคมาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ ทุพฺพจภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ เหฏฺฐา มิตฺตวินฺทกชาตเก วุตฺตนเยน วิตฺถาเรตพฺพํ. อิทํ ปน ชาตกํ กสฺสปพุทฺธกาลิกํ. ตสฺมิญฺหิ กาเล อุรจกฺกํ อุกฺขิปิตฺวา นิรเย ปจฺจมาโน เอโก เนรยิกสตฺโต ‘‘ภนฺเต, กึ นุ โข ปาปกมฺมํ อกาสิ’’นฺติ โพธิสตฺตํ ปุจฺฉิ. โพธิสตฺโต ‘‘ตยา อิทญฺจิทญฺจ ปาปกมฺมํ กต’’นฺติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –

๑๐๔. ‘‘จตุพฺภิ อฏฺฐชฺฌคมา, อฏฺฐาหิปิ จ โสฬส;

โสฬสาหิ จ พาตฺตึส, อตฺริจฺฉํ จกฺกมาสโท;

อิจฺฉาหตสฺส โปสสฺส, จกฺกํ ภมติ มตฺถเก’’ติ.

ตตฺถ จตุพฺภิ อฏฺฐชฺฌคมาติ สมุทฺทนฺตเร จตสฺโส วิมานเปติโย ลภิตฺวา ตาหิ อสนฺตุฏฺโฐ อตฺริจฺฉตาย ปรโต คนฺตฺวา อปรา อฏฺฐ อธิคโตสีติ อตฺโถ. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย. อตฺริจฺฉํ จกฺกมาสโทติ เอวํ สกลาเภน อสนฺตุฏฺโฐ อตฺร อตฺร อิจฺฉนฺโต ปรโต ปรโต ลาภํ ปตฺเถนฺโต อิทานิ จกฺกมาสโท อิทํ อุรจกฺกํ ปตฺโตสิ. ตสฺส เต เอวํ อิจฺฉาหตสฺส โปสสฺส ตณฺหาย หตสฺส อุปหตสฺส ตว จกฺกํ ภมติ มตฺถเก. ปาสาณจกฺกํ, อยจกฺกนฺติ อิเมสุ ทฺวีสุ ขุรธารํ อยจกฺกํ ตสฺส มตฺถเก ปุนปฺปุนํ ปตนวเสน ภมนฺตํ ทิสฺวา เอวมาห. วตฺวา จ ปน อตฺตโน เทวโลกเมว คโต. โสปิ เนรยิกสตฺโต อตฺตโน ปาเป ขีเณ ยถากมฺมํ คโต.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา มิตฺตวินฺทโก ทุพฺพจภิกฺขุ อโหสิ, เทวปุตฺโต ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

มิตฺตวินฺทกชาตกวณฺณนา จตุตฺถา.

[๑๐๕] ๕. ทุพฺพลกฏฺฐชาตกวณฺณนา

พหุมฺเปตํ วเน กฏฺฐนฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ อุตฺตสิตภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ. โส กิร สาวตฺถิวาสี เอโก กุลปุตฺโต สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา ปพฺพชิตฺวา มรณภีรุโก อโหสิ, รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐาเนสุ วาตสฺส วา วีชนฺตสฺส สุกฺขทณฺฑกสฺส วา ปตนฺตสฺส ปกฺขิจตุปฺปทานํ วา สทฺทํ สุตฺวา มรณภยตชฺชิโต มหารวํ รวนฺโต ปลายติ. ตสฺส หิ ‘‘มริตพฺพํ มยา’’ติ สติมตฺตมฺปิ นตฺถิ. สเจ หิ โส ‘‘อหํ มริสฺสามี’’ติ ชาเนยฺย, น มรณํ ภาเยยฺย. มรณสฺสติกมฺมฏฺฐานสฺส ปน ตสฺส อภาวิตตฺตาว ภายติ. ตสฺส โส มรณภีรุกภาโว ภิกฺขุสงฺเฆ ปากโฏ ชาโต.

อเถกทิวสํ ธมฺมสภายํ ภิกฺขู กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ‘‘อาวุโส, อสุโก นาม ภิกฺขุ มรณภีรุโก มรณํ ภายติ, ภิกฺขุนา นาม ‘อวสฺสํ มยา มริตพฺพ’นฺติ มรณสฺสติกมฺมฏฺฐานํ ภาเวตุํ วฏฺฏตี’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ตํ ภิกฺขุํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘สจฺจํ กิร ตฺวํ มรณภีรุโก’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘สจฺจํ, ภนฺเต’’ติ วุตฺเต ‘‘ภิกฺขเว, มา เอตสฺส ภิกฺขุโน อนตฺตมนา โหถ, นายํ อิทาเนว มรณภีรุโก, ปุพฺเพปิ มรณภีรุโกเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต หิมวนฺเต รุกฺขเทวตา หุตฺวา นิพฺพตฺติ. ตสฺมึ กาเล พาราณสิราชา อตฺตโน มงฺคลหตฺถึ อาเนญฺชการณํ สิกฺขาเปตุํ หตฺถาจริยานํ อทาสิ. ตํ อาฬาเน นิจฺจลํ พนฺธิตฺวา โตมรหตฺถา มนุสฺสา ปริวาเรตฺวา อาเนญฺชการณํ กาเรนฺติ. โส ตํ การณํ การิยมาโน เวทนํ อธิวาเสตุํ อสกฺโกนฺโต อาฬานํ ภินฺทิตฺวา มนุสฺเส ปลาเปตฺวา หิมวนฺตํ ปาวิสิ. มนุสฺสา ตํ คเหตุํ อสกฺโกนฺตา นิวตฺตึสุ. โส ตตฺถ มรณภีรุโก อโหสิ, วาตสทฺทานิ สุตฺวา กมฺปมาโน มรณภยตชฺชิโต โสณฺฑํ วิธุนิตฺวา เวเคน ปลายติ, อาฬาเน พนฺธิตฺวา อาเนญฺชการณํ กรณกาโล วิยสฺส โหติ, กายสฺสาทํ วา จิตฺตสฺสาทํ วา อลภนฺโต กมฺปมาโน วิจรติ.

รุกฺขเทวตา ตํ ทิสฺวา ขนฺธวิฏเป ฐตฺวา อิมํ คาถมาห –

๑๐๕. ‘‘พหุมฺเปตํ วเน กฏฺฐํ, วาโต ภญฺชติ ทุพฺพลํ;

ตสฺส เจ ภายสิ นาค, กิโส นูน ภวิสฺสสี’’ติ.

ตตฺถายํ ปิณฺฑตฺโถ – ยํ เอตํ ทุพฺพลํ กฏฺฐํ ปุรตฺถิมาทิเภโท วาโต ภญฺชติ, ตํ อิมสฺมึ วเน พหุํ สุลภํ, ตตฺถ ตตฺถ สํวิชฺชติ. สเจ ตฺวํ ตสฺส ภายสิ, เอวํ สนฺเต นิจฺจํ ภีโต มํสโลหิตกฺขยํ ปตฺวา กิโส นูน ภวิสฺสสิ, อิมสฺมึ ปน วเน ตว ภยํ นาม นตฺถิ, ตสฺมา อิโต ปฏฺฐาย มา ภายีติ.

เอวํ เทวตา ตสฺส โอวาทํ อทาสิ, โสปิ ตโต ปฏฺฐาย นิพฺภโย อโหสิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ, สจฺจปริโยสาเน โส ภิกฺขุ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ. ‘‘ตทา นาโค อยํ ภิกฺขุ อโหสิ, รุกฺขเทวตา ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

ทุพฺพลกฏฺฐชาตกวณฺณนา ปญฺจมา.

[๑๐๖] ๖. อุทญฺจนีชาตกวณฺณนา

สุขํ วต มํ ชีวนฺตนฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ถุลฺลกุมาริกาปโลภนํ อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ เตรสกนิปาเต จูฬนารทกสฺสปชาตเก (ชา. ๑.๑๓.๔๐ อาทโย) อาวิ ภวิสฺสติ. ตํ ปน ภิกฺขุํ สตฺถา ‘‘สจฺจํ กิร ตฺวํ ภิกฺขุ อุกฺกณฺฐิโตสี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘สจฺจํ, ภควา’’ติ วุตฺเต ‘‘กตฺถ เต จิตฺตํ ปฏิพทฺธ’’นฺติ ปุจฺฉิ. โส ‘‘เอกิสฺสา ถุลฺลกุมาริกายา’’ติ อาห. อถ นํ สตฺถา ‘‘อยํ เต ภิกฺขุ อนตฺถการิกา, ปุพฺเพปิ ตฺวํ เอตํ นิสฺสาย สีลพฺยสนํ ปตฺวา กมฺปนฺโต วิจรมาโน ปณฺฑิเต นิสฺสาย สุขํ ลภี’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเตติ อตีตวตฺถุปิ จูฬนารทกสฺสปชาตเกเยว อาวิ ภวิสฺสติ. ตทา ปน โพธิสตฺโต สายํ ผลาผเล อาทาย อาคนฺตฺวา ปณฺณสาลาทฺวารํ วิวริตฺวา ปวิสิตฺวา ปุตฺตํ จูฬตาปสํ เอตทโวจ ‘‘ตาต, ตฺวํ อญฺเญสุ ทิวเสสุ ทารูนิ อาหรสิ, ปานียํ ปริโภชนียํ อาหรสิ, อคฺคึ กโรสิ, อชฺช ปน เอกมฺปิ อกตฺวา กสฺมา ทุมฺมุโข ปชฺฌายนฺโต นิปนฺโนสี’’ติ? ‘‘ตาต, ตุเมฺหสุ ผลาผลตฺถาย คเตสุ เอกา อิตฺถี อาคนฺตฺวา มํ ปโลเภตฺวา อาทาย คนฺตุํ อารภิ, อหํ ปน ‘ตุเมฺหหิ วิสฺสชฺชิโต คมิสฺสามี’ติ น คจฺฉึ, อสุกฏฺฐาเน ปน นํ นิสีทาเปตฺวา อาคโตมฺหิ, อิทานิ คจฺฉามหํ ตาตา’’ติ. โพธิสตฺโต ‘‘น สกฺกา เอตํ นิวตฺเตตุ’’นฺติ ญตฺวา ‘‘เตน หิ, ตาต, คจฺฉ, เอสา ปน ตํ เนตฺวา ยทา มจฺฉมํสาทีนิ วา ขาทิตุกามา ภวิสฺสติ, สปฺปิโลณตณฺฑุลาทีหิ วา ปนสฺสา อตฺโถ ภวิสฺสติ, ตทา ‘อิทญฺจิทญฺจาหรา’ติ ตํ กิลเมสฺสติ. ตทา มยฺหํ คุณํ สริตฺวา ปลายิตฺวา อิเธว อาคจฺเฉยฺยาสี’’ติ วิสฺสชฺเชสิ. โส ตาย สทฺธึ มนุสฺสปถํ อคมาสิ. อถ นํ สา อตฺตโน วสํ คเมตฺวา ‘‘มํสํ อาหร, มจฺฉํ อาหรา’’ติ เยน เยน อตฺถิกา โหติ, ตํ ตํ อาหราเปติ. ตทา โส ‘‘อยํ มํ อตฺตโน ทาสํ วิย กมฺมการํ วิย จ กตฺวา ปีเฬตี’’ติ ปลายิตฺวา ปิตุ สนฺติกํ อาคนฺตฺวา ปิตรํ วนฺทิตฺวา ฐิตโกว อิมํ คาถมาห –

๑๐๖. ‘‘สุขํ วต มํ ชีวนฺตํ, ปจมานา อุทญฺจนี;

โจรี ชายปฺปวาเทน, เตลํ โลณญฺจ ยาจตี’’ติ.

ตตฺถ สุขํ วต มํ ชีวนฺตนฺติ ตาต, ตุมฺหากํ สนฺติเก มํ สุขํ ชีวนฺตํ. ปจมานาติ ตาปยมานา ปีฬยมานา, ยํ ยํ วา ขาทิตุกามา โหติ, ตํ ตํ ปจมานา. อุทกํ อญฺจนฺติ เอตายาติ อุทญฺจนี, จาฏิโต วา กูปโต วา อุทกอุสฺสิญฺจนฆฏิกาเยตํ นามํ. สา ปน อุทญฺจนี วิย, อุทกํ วิย ฆฏิกา, เยน เยนตฺถิกา โหติ, ตํ ตํ อากฑฺฒติเยวาติ อตฺโถ. โจรี ชายปฺปวาเทนาติ ‘‘ภริยา’’ติ นาเมน เอกา โจรี มํ มธุรวจเนน อุปลาเปตฺวา ตตฺถ เนตฺวา เตลํ โลณญฺจ ยญฺจ อญฺญํ อิจฺฉติ, ตํ สพฺพํ ยาจติ, ทาสํ วิย กมฺมการํ วิย จ กตฺวา อาหราเปตีติ ตสฺสา อคุณํ กเถสิ.

อถ นํ โพธิสตฺโต อสฺสาเสตฺวา ‘‘โหตุ, ตาต, เอหิ ตฺวํ เมตฺตํ ภาเวหิ, กรุณํ ภาเวหี’’ติ จตฺตาโร พฺรหฺมวิหาเร อาจิกฺขิ, อาจิกฺขิตฺวา กสิณปริกมฺมํ อาจิกฺขิ. โส น จิรสฺเสว อภิญฺญา จ สมาปตฺติโย จ อุปฺปาเทตฺวา พฺรหฺมวิหาเร ภาเวตฺวา สทฺธึ ปิตรา พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺติ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ, สจฺจปริโยสาเน โส ภิกฺขุ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ.

‘‘ตทา ถุลฺลกุมาริกาว เอตรหิ ถุลฺลกุมาริกา. จูฬตาปโส อุกฺกณฺฐิตภิกฺขุ อโหสิ, ปิตา ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

อุทญฺจนีชาตกวณฺณนา ฉฏฺฐา.

[๑๐๗] ๗. สาลิตฺตกชาตกวณฺณนา

สาธู โข สิปฺปกํ นามาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ หํสปหรนกํ ภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ. โส กิเรโก สาวตฺถิวาสี กุลปุตฺโต สาลิตฺตกสิปฺเป นิปฺผตฺตึ ปตฺโต. ‘‘สาลิตฺตกสิปฺป’’นฺติ สกฺขราขิปนสิปฺปํ วุจฺจติ. โส เอกทิวสํ ธมฺมํ สุตฺวา สาสเน อุรํ ทตฺวา ปพฺพชิตฺวา อุปสมฺปทํ ลภิ, น ปน สิกฺขากาโม, น ปฏิปตฺติสาธโก อโหสิ. โส เอกทิวสํ เอกํ ทหรภิกฺขุํ อาทาย อจิรวตึ คนฺตฺวา นฺหายิตฺวา นทีตีเร อฏฺฐาสิ. ตสฺมึ สมเย เทฺว เสตหํสา อากาเสน คจฺฉนฺติ. โส ตํ ทหรํ อาห ‘‘อิมํ ปจฺฉิมหํสํ สกฺขราย อกฺขิมฺหิ ปหริตฺวา ปาทมูเล ปาเตมี’’ติ. อิตโร ‘‘กถํ ปาเตสฺสสิ, น สกฺขิสฺสสิ ปหริตุ’’นฺติ อาห. อิตโร ‘‘ติฏฺฐตุ ตาวสฺส โอรโต อกฺขิ, ปรโต อกฺขิมฺหิ ตํ ปหรามี’’ติ. อิทานิ ปน ตฺวํ อสนฺตํ กเถสีติ. ‘‘เตน หิ อุปธาเรหี’’ติ เอกํ ติขิณสกฺขรํ คเหตฺวา องฺคุลิยา ปริยนฺเต กตฺวา ตสฺส หํสสฺส ปจฺฉโต ขิปิ. สา ‘‘รุ’’นฺติ สทฺทํ อกาสิ, หํโส ‘‘ปริสฺสเยน ภวิตพฺพ’’นฺติ นิวตฺติตฺวา สทฺทํ โสตุํ อารภิ. อิตโร ตสฺมึ ขเณ เอกํ วฏฺฏสกฺขรํ คเหตฺวา ตสฺส นิวตฺติตฺวา โอโลเกนฺตสฺส ปรภาเค อกฺขึ ปหริ. สกฺขรา อิตรมฺปิ อกฺขึ วินิวิชฺฌิตฺวา คตา. หํโส มหารวํ รวนฺโต ปาทมูเลเยว ปติ. ตโต ตโต ภิกฺขู อาคนฺตฺวา ครหิตฺวา ‘‘อนนุจฺฉวิกํ เต กต’’นฺติ สตฺถุ สนฺติกํ เนตฺวา ‘‘ภนฺเต, อิมินา อิทํ นาม กต’’นฺติ ตมตฺถํ อาโรเจสุํ. สตฺถา ตํ ภิกฺขุํ ครหิตฺวา ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนเวส เอตสฺมึ สิปฺเป กุสโล, ปุพฺเพปิ กุสโลเยว อโหสี’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต ตสฺส อมจฺโจ อโหสิ. ตสฺมึ กาเล รญฺโญ ปุโรหิโต อติมุขโร โหติ พหุภาณี, ตสฺมึ กเถตุํ อารทฺเธ อญฺเญ โอกาสเมว น ลภนฺติ. ราชา จินฺเตสิ ‘‘กทา นุ โข เอตสฺส วจนุปจฺเฉทกํ กญฺจิ ลภิสฺสามี’’ติ. โส ตโต ปฏฺฐาย ตถารูปํ เอกํ อุปธาเรนฺโต วิจรติ. ตสฺมึ กาเล พาราณสิยํ เอโก ปีฐสปฺปี สกฺขราขิปนสิปฺเป นิปฺผตฺตึ ปตฺโต โหติ. คามทารกา ตํ รถกํ อาโรเปตฺวา อากฑฺฒมานา พาราณสินครทฺวารมูเล เอโก วิฏปสมฺปนฺโน มหานิโคฺรโธ อตฺถิ, ตตฺถ อาเนตฺวา สมฺปริวาเรตฺวา กากณิกาทีนิ ทตฺวา ‘‘หตฺถิรูปกํ กร, อสฺสรูปกํ กรา’’ติ วทนฺติ. โส สกฺขรา ขิปิตฺวา ขิปิตฺวา นิโคฺรธปณฺเณสุ นานารูปานิ ทสฺเสติ, สพฺพานิ ปณฺณานิ ฉิทฺทาวฉิทฺทาเนว อเหสุํ.

อถ พาราณสิราชา อุยฺยานํ คจฺฉนฺโต ตํ ฐานํ ปาปุณิ. อุสฺสารณาภเยน สพฺเพ ทารกา ปลายึสุ, ปีฐสปฺปี ตตฺเถว นิปชฺชิ. ราชา นิโคฺรธมูลํ ปตฺวา รเถ นิสินฺโน ปตฺตานํ ฉิทฺทตาย ฉายํ กพรกพรํ ทิสฺวา โอโลเกนฺโต สพฺเพสํ ปตฺตานํ ฉิทฺทภาวํ ทิสฺวา ‘‘เกเนตานิ เอวํ กตานี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘ปีฐสปฺปินา, เทวา’’ติ. ราชา ‘‘อิมํ นิสฺสาย พฺราหฺมณสฺส วจนุปจฺเฉทํ กาตุํ สกฺกา ภวิสฺสตี’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘กหํ, ภเณ, ปีฐสปฺปี’’ติ ปุจฺฉิ. วิจินนฺตา มูลนฺตเร นิปนฺนํ ทิสฺวา ‘‘อยํ, เทวา’’ติ อาหํสุ. ราชา นํ ปกฺโกสาเปตฺวา ปริสํ อุสฺสาเรตฺวา ปุจฺฉิ ‘‘อมฺหากํ สนฺติเก เอโก มุขรพฺราหฺมโณ อตฺถิ, สกฺขิสฺสสิ ตํ นิสฺสทฺทํ กาตุ’’นฺติ. นาฬิมตฺตา อชลณฺฑิกา ลภนฺโต สกฺขิสฺสามิ, เทวาติ. ราชา ปีฐสปฺปึ ฆรํ เนตฺวา อนฺโตสาณิยํ นิสีทาเปตฺวา สาณิยํ ฉิทฺทํ กาเรตฺวา พฺราหฺมณสฺส ฉิทฺทาภิมุขํ อาสนํ ปญฺญเปตฺวา นาฬิมตฺตา สุกฺขา อชลณฺฑิกา ปีฐสปฺปิสฺส สนฺติเก ฐปาเปตฺวา พฺราหฺมณํ อุปฏฺฐานกาเล อาคตํ ตสฺมึ อาสเน นิสีทาเปตฺวา กถํ สมุฏฺฐาเปสิ. พฺราหฺมโณ อญฺเญสํ โอกาสํ อทตฺวา รญฺญา สทฺธึ กเถตุํ อารภิ. อถสฺส โส ปีฐสปฺปี สาณิจฺฉิทฺเทน เอเกกํ อชลณฺฑิกํ ปจฺฉิยํ ปเวเสนฺโต วิย ตาลุตลมฺหิเยว ปาเตติ, พฺราหฺมโณ อาคตาคตํ นาฬิยํ เตลํ ปเวเสนฺโต วิย คิลติ, สพฺพา ปริกฺขยํ คมึสุ. ตสฺเสตา นาฬิมตฺตา อชลณฺฑิกา กุจฺฉึ ปวิฏฺฐา อฑฺฒาฬฺหกมตฺตา อเหสุํ.

ราชา ตาสํ ปริกฺขีณภาวํ ญตฺวา อาห – ‘‘อาจริย, ตุเมฺห อติมุขรตาย นาฬิมตฺตา อชลณฺฑิกา คิลนฺตา กิญฺจิ น ชานิตฺถ, อิโต ทานิ อุตฺตริ ชีราเปตุํ น สกฺขิสฺสถ. คจฺฉถ, ปิยงฺคุทกํ ปิวิตฺวา ฉฑฺเฑตฺวา อตฺตานํ อโรคํ กโรถา’’ติ พฺราหฺมโณ ตโต ปฏฺฐาย ปิหิตมุโข วิย หุตฺวา กเถนฺเตนาปิ สทฺธึ อกถนสีโล อโหสิ. ราชา ‘‘อิมินา เม กณฺณสุขํ กต’’นฺติ ปีฐสปฺปิสฺส สตสหสฺสุฏฺฐานเก จตูสุ ทิสาสุ จตฺตาโร คาเม อทาสิ. โพธิสตฺโต ราชานํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘เทว, สิปฺปํ นาม โลเก ปณฺฑิเตหิ อุคฺคหิตพฺพํ, ปีฐสปฺปินา สาลิตฺตกมตฺเตนาปิ อยํ สมฺปตฺติ ลทฺธา’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –

๑๐๗. ‘‘สาธุํ โข สิปฺปกํ นาม, อปิ ยาทิส กีทิสํ;

ปสฺส ขญฺชปฺปหาเรน, ลทฺธา คามา จตุทฺทิสา’’ติ.

ตตฺถ ปสฺส ขญฺชปฺปหาเรนาติ ปสฺส, มหาราช, อิมินา ขญฺชปีฐสปฺปินา อชลณฺฑิกาปหาเรน จตุทฺทิสา จตฺตาโร คามา ลทฺธา, อญฺเญสํ สิปฺปานํ โก อานิสํสปริจฺเฉโทติ สิปฺปคุณํ กเถสิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา ปีฐสปฺปี อยํ ภิกฺขุ อโหสิ, ราชา อานนฺโท, ปณฺฑิตามจฺโจ ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

สาลิตฺตกชาตกวณฺณนา สตฺตมา.

[๑๐๘] ๘. พาหิยชาตกวณฺณนา

สิกฺเขยฺย สิกฺขิตพฺพานีติ อิทํ สตฺถา เวสาลึ อุปนิสฺสาย มหาวเน กูฏาคารสาลายํ วิหรนฺโต เอกํ ลิจฺฉวึ อารพฺภ กเถสิ. โส กิร ลิจฺฉวิราชา สทฺโธ ปสนฺโน พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ นิมนฺเตตฺวา อตฺตโน นิเวสเน มหาทานํ ปวตฺเตสิ. ภริยา ปนสฺส ถูลงฺคปจฺจงฺคา อุทฺธุมาตกนิมิตฺตสทิสา อนากปฺปสมฺปนฺนา อโหสิ. สตฺถา ภตฺตกิจฺจาวสาเน อนุโมทนํ กตฺวา วิหารํ คนฺตฺวา ภิกฺขูนํ โอวาทํ ทตฺวา คนฺธกุฏึ ปาวิสิ. ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ‘‘อาวุโส, ตสฺส นาม ลิจฺฉวิรญฺโญ ตาว อภิรูปสฺส ตาทิสา ภริยา ถูลงฺคปจฺจงฺคา อนากปฺปสมฺปนฺนา, กถํ โส ตาย สทฺธึ อภิรมตี’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, เอส อิทาเนว, ปุพฺเพปิ ถูลสรีราย เอว อิตฺถิยา สทฺธึ อภิรมี’’ติ วตฺวา เตหิ ยาจิโต อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต ตสฺส อมจฺโจ อโหสิ. อเถกา ชนปทิตฺถี ถูลสรีรา อนากปฺปสมฺปนฺนา ภตึ กุรุมานา ราชงฺคณสฺส อวิทูเรน คจฺฉมานา สรีรวฬญฺชปีฬิตา หุตฺวา นิวตฺถสาฏเกน สรีรํ ปฏิจฺฉาเทตฺวา นิสีทิตฺวา สรีรวฬญฺชํ มุญฺจิตฺวา ขิปฺปเมว อุฏฺฐาสิ. ตสฺมึ ขเณ พาราณสิราชา วาตปาเนน ราชงฺคณํ โอโลเกนฺโต ตํ ทิสฺวา จินฺเตสิ ‘‘อยํ เอวรูเป องฺคณฏฺฐาเน สรีรวฬญฺชํ มุญฺจมานา หิโรตฺตปฺปํ อปฺปหาย นิวาสเนเนว ปฏิจฺฉนฺนา หุตฺวา สรีรวฬญฺชํ โมเจตฺวา ขิปฺปํ อุฏฺฐิตา, อิมาย นิโรคาย ภวิตพฺพํ, เอติสฺสา วตฺถุ วิสทํ ภวิสฺสติ, วิสเท ปน วตฺถุสฺมึ เอโก ปุตฺโต ลพฺภมาโน วิสโท ปุญฺญวา ภวิสฺสติ, อิมํ มยา อคฺคมเหสึ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ. โส ตสฺสา อปริคฺคหิตภาวํ ญตฺวา อาหราเปตฺวา อคฺคมเหสิฏฺฐานํ อทาสิ. สา ตสฺส ปิยา อโหสิ มนาปา, น จิรสฺเสว เอกํ ปุตฺตํ วิชายิ. โส ปนสฺสา ปุตฺโต จกฺกวตฺตี ราชา อโหสิ.

โพธิสตฺโต ตสฺสา สมฺปตฺตึ ทิสฺวา ตถารูปํ วจโนกาสํ ลภิตฺวา ‘‘เทว, สิกฺขิตพฺพยุตฺตกํ นาม สิปฺปํ กสฺมา น สิกฺขิตพฺพํ, ยตฺร หิ นามายํ มหาปุญฺญา หิโรตฺตปฺปํ อปฺปหาย ปฏิจฺฉนฺนากาเรน สรีรวฬญฺชํ กุรุมานา ตุเมฺห อาราเธตฺวา เอวรูปํ สมฺปตฺตึ ปตฺตา’’ติ วตฺวา สิกฺขิตพฺพยุตฺตกานํ สิปฺปานํ วณฺณํ กเถนฺโต อิมํ คาถมาห –

๑๐๘. ‘‘สิกฺเขยฺย สิกฺขิตพฺพานิ, สนฺติ สจฺฉนฺทิโน ชนา;

พาหิยา หิ สุหนฺเนน, ราชานมภิราธยี’’ติ.

ตตฺถ สนฺติ สจฺฉนฺทิโน ชนาติ เตสุ เตสุ สิปฺเปสุ สจฺฉนฺทา ชนา อตฺถิเยว. พาหิยาติ พหิชนปเท ชาตา สํวฑฺฒา อิตฺถี. สุหนฺเนนาติ หิโรตฺตปฺปํ อปฺปหาย ปฏิจฺฉนฺเนนากาเรน หนฺนํ สุหนฺนํ นาม, เตน สุหนฺเนน. ราชานมภิราธยีติ เทวํ อภิราธยิตฺวา อิมํ สมฺปตฺตึ ปตฺตาติ. เอวํ มหาสตฺโต สิกฺขิตพฺพยุตฺตกานํ สิปฺปานํ คุณํ กเถสิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา ชยมฺปติกา เอตรหิปิ ชยมฺปติกาว, ปณฺฑิตามจฺโจ ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

พาหิยชาตกวณฺณนา อฏฺฐมา.

[๑๐๙] ๙. กุณฺฑกปูวชาตกวณฺณนา

ยถนฺโน ปุริโส โหตีติ อิทํ สตฺถา สาวตฺถิยํ วิหรนฺโต มหาทุคฺคตํ อารพฺภ กเถสิ. สาวตฺถิยญฺหิ กทาจิ เอกเมว กุลํ พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส ทานํ เทติ, กทาจิ ตีณิ จตฺตาริ เอกโต หุตฺวา, กทาจิ คณพนฺธเนน, กทาจิ วีถิสภาเคน, กทาจิ สกลนครํ ฉนฺทกํ สํหริตฺวา. ตทา ปน วีถิภตฺตํ นาม อโหสิ. อถ มนุสฺสา พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส ยาคุํ ทตฺวา ‘‘ขชฺชกํ อาหรถา’’ติ อาหํสุ. ตทา ปเนโก ปเรสํ ภติการโก ทุคฺคตมนุสฺโส ตสฺสํ วีถิยํ วสมาโน จินฺเตสิ ‘‘อหํ ยาคุํ ทาตุํ น สกฺขิสฺสามิ, ขชฺชกํ ปน ทสฺสามี’’ติ สณฺหสณฺหํ กุณฺฑกํ วฑฺฒาเปตฺวา อุทเกน เตเมตฺวา อกฺกปณฺเณน เวเฐตฺวา กุกฺกุเฬ ปจิตฺวา ‘‘อิทํ พุทฺธสฺส ทสฺสามี’’ติ ตํ อาทาย คนฺตฺวา สตฺถุ สนฺติเก ฐิโต ‘‘ขชฺชกํ อาหรถา’’ติ เอกสฺมึ วจเน วุตฺตมตฺเต สพฺพปฐมํ คนฺตฺวา ตํ ปูวํ สตฺถุ ปตฺเต ปติฏฺฐาเปสิ, สตฺถา อญฺเญหิ ทียมานํ ขชฺชกํ อคฺคเหตฺวา ตเมว ปูวขชฺชกํ ปริภุญฺชิ.

ตสฺมึเยว ปน ขเณ ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺเธน กิร มหาทุคฺคตสฺส กุณฺฑกขชฺชกํ อชิคุจฺฉิตฺวา อมตํ วิย ปริภุตฺต’’นฺติ สกลนครํ เอกโกลาหลํ อโหสิ. ราชราชมหามตฺตาทโย อนฺตมโส โทวาริเก อุปาทาย สพฺเพว สนฺนิปติตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา มหาทุคฺคตํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘หนฺท โภ, สตํ คเหตฺวา, เทฺว สตานิ คเหตฺวา, ปญฺจ สตานิ คเหตฺวา อมฺหากํ ปตฺตึ เทหี’’ติ วทึสุ. โส ‘‘สตฺถารํ ปฏิปุจฺฉิตฺวา ชานิสฺสามี’’ติ สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ตมตฺถํ อาโรเจสิ. สตฺถา ‘‘ธนํ คเหตฺวา วา อคฺคเหตฺวา วา สพฺพสตฺตานํ ปตฺตึ เทหี’’ติ อาห. โส ธนํ คเหตุํ อารภิ. มนุสฺสา ทิคุณจตุคฺคุณอฏฺฐคุณาทิวเสน ททนฺตา นว หิรญฺญโกฏิโย อทํสุ. สตฺถา อนุโมทนํ กตฺวา วิหารํ คนฺตฺวา ภิกฺขูหิ วตฺเต ทสฺสิเต สุคโตวาทํ ทตฺวา คนฺธกุฏึ ปาวิสิ. ราชา สายนฺหสมเย มหาทุคฺคตํ ปกฺโกสาเปตฺวา เสฏฺฐิฏฺฐาเนน ปูเชสิ.

ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ‘‘อาวุโส, สตฺถา มหาทุคฺคเตน ทินฺนํ กุณฺฑกปูวํ อชิคุจฺฉนฺโต อมตํ วิย ปริภุญฺชิ, มหาทุคฺคโตปิ พหุธนญฺจ เสฏฺฐิฏฺฐานญฺจ ลภิตฺวา มหาสมฺปตฺตึ ปตฺโต’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว มยา อชิคุจฺฉนฺเตน ตสฺส กุณฺฑกปูโว ปริภุตฺโต, ปุพฺเพปิ รุกฺขเทวตาย หุตฺวา ปริภุตฺโตเยว, ตทาปิ เจส มํ นิสฺสาย เสฏฺฐิฏฺฐานํ อลตฺเถวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต เอกสฺมึ ฐาเน เอรณฺฑรุกฺเข รุกฺขเทวตา หุตฺวา นิพฺพตฺติ. ตทา ตสฺมึ คามเก มนุสฺสา เทวตามงฺคลิกา โหนฺติ. อเถกสฺมึ ฉเณ สมฺปตฺเต มนุสฺสา อตฺตโน อตฺตโน รุกฺขเทวตานํ พลิกมฺมํ อกํสุ. อเถโก ทุคฺคตมนุสฺโส เต มนุสฺเส รุกฺขเทวตา ปฏิชคฺคนฺเต ทิสฺวา เอกํ เอรณฺฑรุกฺขํ ปฏิชคฺคิ. เต มนุสฺสา อตฺตโน อตฺตโน เทวตานํ นานปฺปการานิ มาลาคนฺธวิเลปนาทีนิ เจว ขชฺชโภชฺชานิ จ อาทาย คจฺฉึสุ. โส ปน กุณฺฑกปูวญฺเจว อุฬุงฺเกน จ อุทกํ อาทาย คนฺตฺวา เอรณฺฑรุกฺขสฺส อวิทูเร ฐตฺวา จินฺเตสิ ‘‘เทวตา นาม ทิพฺพขชฺชกานิ ขาทนฺติ, มยฺหํ เทวตา อิมํ กุณฺฑกปูวํ น ขาทิสฺสติ, กึ อิมํ อการเณน นาเสมิ, อหเมว นํ ขาทิสฺสามี’’ติ ตโตว นิวตฺติ. โพธิสตฺโต ขนฺธวิฏเป ฐตฺวา ‘‘โภ ปุริส, สเจ ตฺวํ อิสฺสโร ภเวยฺยาสิ, มยฺหํ มธุรขชฺชกํ ทเทยฺยาสิ. ตฺวํ ปน ทุคฺคโต, อหํ ตว ปูวํ น ขาทิตฺวา อญฺญํ กึ ขาทิสฺสามิ, มา เม โกฏฺฐาสํ นาเสหี’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –

๑๐๙. ‘‘ยถนฺโน ปุริโส โหติ, ตถนฺนา ตสฺส เทวตา;

อาหเรตํ กุณฺฑปูวํ, มา เม ภาคํ วินาสยา’’ติ.

ตตฺถ ยถนฺโนติ ยถารูปโภชโน โหติ. ตถนฺนาติ ตสฺส ปุริสสฺส เทวตาปิ ตถารูปโภชนาว โหติ. อาหเรตํ กุณฺฑปูวนฺติ เอตํ กุณฺฑเกน ปกฺกปูวํ อาเนหิ, มยฺหํ ภาคํ มา วินาเสหีติ.

โส นิวตฺติตฺวา โพธิสตฺตํ โอโลเกตฺวา พลิกมฺมมกาสิ. โพธิสตฺโต ตโต โอชํ ปริภุญฺชิตฺวา ‘‘ปุริส, ตฺวํ กิมตฺถํ มํ ปฏิชคฺคสี’’ติ อาห. ‘‘ทุคฺคโตมฺหิ, สามิ, ตํ นิสฺสาย ทุคฺคตภาวโต มุจฺจิตุกามตาย ปฏิชคฺคามี’’ติ. ‘‘โภ ปุริส, มา จินฺตยิ, ตยา กตญฺญุสฺส กตเวทิโน ปูชา กตา, อิมํ เอรณฺฑํ ปริกฺขิปิตฺวา นิธิกุมฺภิโย คีวาย คีวํ อาหจฺจฐิตา. ตฺวํ รญฺโญ อาจิกฺขิตฺวา สกเฏหิ ธนํ อาหราเปตฺวา ราชงฺคเณ ราสึ กาเรหิ, ราชา เต ตุสฺสิตฺวา เสฏฺฐิฏฺฐานํ ทสฺสตี’’ติ วตฺวา โพธิสตฺโต อนฺตรธายิ. โส ตถา อกาสิ. ราชาปิ ตสฺส เสฏฺฐิฏฺฐานํ อทาสิ. อิติ โส โพธิสตฺตํ นิสฺสาย มหาสมฺปตฺตึ ปตฺวา ยถากมฺมํ คโต.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา ทุคฺคโต เอตรหิ ทุคฺคโตว, เอรณฺฑรุกฺขเทวตา ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

กุณฺฑกปูวชาตกวณฺณนา นวมา.

[๑๑๐] ๑๐. สพฺพสํหารกปญฺหชาตกวณฺณนา

สพฺพสํหารโก นตฺถีติ อยํ สพฺพสํหารกปโญฺห สพฺพากาเรน อุมงฺคชาตเก อาวิ ภวิสฺสตีติ.

สพฺพสํหารกปญฺหชาตกวณฺณนา ทสมา.

ปโรสตวคฺโค เอกาทสโม.

ตสฺสุทฺทานํ –

ปโรสตมฺปิ ปณฺณิกํ, เวรี จ มิตฺตวินฺทกํ;

ทุพฺพลญฺจ อุทญฺจนี, สาลิตฺตมฺปิ จ พาหิยํ;

กุณฺฑกปูวสพฺพสํหารกนฺติ.