๒๒. มหานิปาโต
[๕๔๓] ๖. ภูริทตฺตชาตกวณฺณนา
นครกณฺฑํ
ยํ กิญฺจิ รตนํ อตฺถีติ อิทํ สตฺถา สาวตฺถึ อุปนิสฺสาย เชตวเน วิหรนฺโต อุโปสถิเก อุปาสเก อารพฺภ กเถสิ. เต กิร อุโปสถทิวเส ปาโตว อุโปสถํ อธิฏฺฐาย ทานํ ทตฺวา ปจฺฉาภตฺตํ คนฺธมาลาทิหตฺถา เชตวนํ คนฺตฺวา ธมฺมสฺสวนเวลาย เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. สตฺถา ธมฺมสภํ อาคนฺตฺวา อลงฺกตพุทฺธาสเน นิสีทิตฺวา ภิกฺขุสงฺฆํ โอโลเกตฺวา ภิกฺขุอาทีสุ ปน เย อารพฺภ ธมฺมกถา สมุฏฺฐาติ, เตหิ สทฺธึ ตถาคตา สลฺลปนฺติ, ตสฺมา อชฺช อุปาสเก อารพฺภ ปุพฺพจริยปฺปฏิสํยุตฺตา ธมฺมกถา สมุฏฺฐหิสฺสตีติ ญตฺวา อุปาสเกหิ สทฺธึ สลฺลปนฺโต ‘‘อุโปสถิกตฺถ, อุปาสกา’’ติ อุปาสเก ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ วุตฺเต ‘‘สาธุ, อุปาสกา, กลฺยาณํ โว กตํ, อปิจ อนจฺฉริยํ โข ปเนตํ, ยํ ตุเมฺห มาทิสํ พุทฺธํ โอวาททายกํ อาจริยํ ลภนฺตา อุโปสถํ กเรยฺยาถ. โปราณปณฺฑิตา ปน อนาจริยกาปิ มหนฺตํ ยสํ ปหาย อุโปสถํ กรึสุเยวา’’ติ วตฺวา เตหิ ยาจิโต อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺโต นาม ราชา รชฺชํ กาเรนฺโต ปุตฺตสฺส อุปรชฺชํ ทตฺวา ตสฺส มหนฺตํ ยสํ ทิสฺวา ‘‘รชฺชมฺปิ เม คเณฺหยฺยา’’ติ อุปฺปนฺนาสงฺโก ‘‘ตาต, ตฺวํ อิโต นิกฺขมิตฺวา ยตฺถ เต รุจฺจติ, ตตฺถ วสิตฺวา มม อจฺจเยน กุลสนฺตกํ รชฺชํ คณฺหาหี’’ติ อาห. โส ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ปิตรํ วนฺทิตฺวา นิกฺขมิตฺวา อนุปุพฺเพน ยมุนํ คนฺตฺวา ยมุนาย จ สมุทฺทสฺส จ ปพฺพตสฺส จ อนฺตเร ปณฺณสาลํ มาเปตฺวา วนมูลผลาหาโร ปฏิวสติ. ตทา สมุทฺทสฺส เหฏฺฐิเม นาคภวเน เอกา มตปติกา นาคมาณวิกา อญฺญาสํ สปติกานํ ยสํ โอโลเกตฺวา กิเลสํ นิสฺสาย นาคภวนา นิกฺขมิตฺวา สมุทฺทตีเร วิจรนฺตี ราชปุตฺตสฺส ปทวลญฺชํ ทิสฺวา ปทานุสาเรน คนฺตฺวา ตํ ปณฺณสาลํ อทฺทส. ตทา ราชปุตฺโต ผลาผลตฺถาย คโต โหติ. สา ปณฺณสาลํ ปวิสิตฺวา กฏฺฐตฺถรณญฺเจว เสสปริกฺขาเร จ ทิสฺวา จินฺเตสิ ‘‘อิทํ เอกสฺส ปพฺพชิตสฺส วสนฏฺฐานํ, วีมํสิสฺสามิ นํ ‘สทฺธาย ปพฺพชิโต นุ โข โน’ติ, สเจ หิ สทฺธาย ปพฺพชิโต ภวิสฺสติ เนกฺขมฺมาธิมุตฺโต, น เม อลงฺกตสยนํ สาทิยิสฺสติ. สเจ กามาภิรโต ภวิสฺสติ, น สทฺธาปพฺพชิโต, มม สยนสฺมึเยว นิปชฺชิสฺสติ. อถ นํ คเหตฺวา อตฺตโน สามิกํ กตฺวา อิเธว วสิสฺสามี’’ติ. สา นาคภวนํ คนฺตฺวา ทิพฺพปุปฺผานิ เจว ทิพฺพคนฺเธ จ อาหริตฺวา ทิพฺพปุปฺผสยนํ สชฺเชตฺวา ปณฺณสาลายํ ปุปฺผูปหารํ กตฺวา คนฺธจุณฺณํ วิกิริตฺวา ปณฺณสาลํ อลงฺกริตฺวา นาคภวนเมว คตา.
ราชปุตฺโต สายนฺหสมยํ อาคนฺตฺวา ปณฺณสาลํ ปวิฏฺโฐ ตํ ปวตฺตึ ทิสฺวา ‘‘เกน นุ โข อิมํ สยนํ สชฺชิต’’นฺติ ผลาผลํ ปริภุญฺชิตฺวา ‘‘อโห สุคนฺธานิ ปุปฺผานิ, มนาปํ วต กตฺวา สยนํ ปญฺญตฺต’’นฺติ น สทฺธาปพฺพชิตภาเวน โสมนสฺสชาโต ปุปฺผสยเน ปริวตฺติตฺวา นิปนฺโน นิทฺทํ โอกฺกมิตฺวา ปุนทิวเส สูริยุคฺคมเน อุฏฺฐาย ปณฺณสาลํ อสมฺมชฺชิตฺวา ผลาผลตฺถาย อคมาสิ. นาคมาณวิกา ตสฺมึ ขเณ อาคนฺตฺวา มิลาตานิ ปุปฺผานิ ทิสฺวา ‘‘กามาธิมุตฺโต เอส, น สทฺธาปพฺพชิโต, สกฺกา นํ คณฺหิตุ’’นฺติ ญตฺวา ปุราณปุปฺผานิ นีหริตฺวา อญฺญานิ ปุปฺผานิ อาหริตฺวา ตเถว นวปุปฺผสยนํ สชฺเชตฺวา ปณฺณสาลํ อลงฺกริตฺวา จงฺกเม ปุปฺผานิ วิกิริตฺวา นาคภวนเมว คตา. โส ตํ ทิวสมฺปิ ปุปฺผสยเน สยิตฺวา ปุนทิวเส จินฺเตสิ ‘‘โก นุ โข อิมํ ปณฺณสาลํ อลงฺกโรตี’’ติ? โส ผลาผลตฺถาย อคนฺตฺวา ปณฺณสาลโต อวิทูเร ปฏิจฺฉนฺโน อฏฺฐาสิ. อิตราปิ พหู คนฺเธ เจว ปุปฺผานิ จ อาทาย อสฺสมปทํ อคมาสิ. ราชปุตฺโต อุตฺตมรูปธรํ นาคมาณวิกํ ทิสฺวาว ปฏิพทฺธจิตฺโต อตฺตานํ อทสฺเสตฺวา ตสฺสา ปณฺณสาลํ ปวิสิตฺวา สยนํ สชฺชนกาเล ปวิสิตฺวา ‘‘กาสิ ตฺว’’นฺติ ปุจฺฉิ. ‘‘อหํ นาคมาณวิกา, สามี’’ติ. ‘‘สสามิกา อสฺสามิกาสี’’ติ. ‘‘สามิ, อหํ ปุพฺเพ สสามิกา, อิทานิ ปน อสฺสามิกา วิธวา’’. ‘‘ตฺวํ ปน กตฺถ วาสิโกสี’’ติ? ‘‘อหํ พาราณสิรญฺโญ ปุตฺโต พฺรหฺมทตฺตกุมาโร นาม’’. ‘‘ตฺวํ นาคภวนํ ปหาย กสฺมา อิธ วิจรสี’’ติ? ‘‘สามิ, อหํ ตตฺถ สสามิกานํ นาคมาณวิกานํ ยสํ โอโลเกตฺวา กิเลสํ นิสฺสาย อุกฺกณฺฐิตฺวา ตโต นิกฺขมิตฺวา สามิกํ ปริเยสนฺตี วิจรามี’’ติ. ‘‘เตน หิ ภทฺเท, สาธุ, อหมฺปิ น สทฺธาย ปพฺพชิโต, ปิตรา ปน เม นีหริตตฺตา อิธ วสามิ, ตฺวํ มา จินฺตยิ, อหํ เต สามิโก ภวิสฺสามิ, อุโภปิ อิธ สมคฺควาสํ วสิสฺสามา’’ติ. สา ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิ. ตโต ปฏฺฐาย เต อุโภปิ ตตฺเถว สมคฺควาสํ วสึสุ. สา อตฺตโน อานุภาเวน มหารหํ เคหํ มาเปตฺวา มหารหํ ปลฺลงฺกํ อาหริตฺวา สยนํ ปญฺญเปสิ. ตโต ปฏฺฐาย มูลผลาผลํ น ขาทิ, ทิพฺพอนฺนปานเมว ภุญฺชิตฺวา ชีวิกํ กปฺเปสิ.
อปรภาเค นาคมาณวิกา คพฺภํ ปฏิลภิตฺวา ปุตฺตํ วิชายิ, สาครตีเร ชาตตฺตา ตสฺส ‘‘สาครพฺรหฺมทตฺโต’’ติ นามํ กรึสุ. ตสฺส ปทสา คมนกาเล นาคมาณวิกา ธีตรํ วิชายิ, ตสฺสา สมุทฺทตีเร ชาตตฺตา ‘‘สมุทฺทชา’’ติ นามํ กรึสุ. อเถโก พาราณสิวาสิโก วนจรโก ตํ ฐานํ ปตฺวา กตปฏิสนฺถาโร ราชปุตฺตํ สญฺชานิตฺวา กติปาหํ ตตฺถ วสิตฺวา ‘‘เทว, อหํ ตุมฺหากํ อิธ วสนภาวํ ราชกุลสฺส อาโรเจสฺสามี’’ติ ตํ วนฺทิตฺวา นิกฺขมิตฺวา นครํ อคมาสิ. ตทา ราชา กาลมกาสิ. อมจฺจา ตสฺส สรีรกิจฺจํ กตฺวา สตฺตเม ทิวเส สนฺนิปติตฺวา ‘‘อราชกํ รชฺชํ นาม น สณฺฐาติ, ราชปุตฺตสฺส วสนฏฺฐานํ วา อตฺถิภาวํ วา น ชานาม, ผุสฺสรถํ วิสฺสชฺเชตฺวา ราชานํ คณฺหิสฺสามา’’ติ มนฺตยึสุ. ตสฺมึ ขเณ วนจรโก นครํ ปตฺวา ตํ กถํ สุตฺวา อมจฺจานํ สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘อหํ ราชปุตฺตสฺส สนฺติเก ตโย จตฺตาโร ทิวเส วสิตฺวา อาคโตมฺหี’’ติ ตํ ปวตฺตึ อาจิกฺขิ. อมจฺจา ตสฺส สกฺการํ กตฺวา เตน มคฺคนายเกน สทฺธึ ตตฺถ คนฺตฺวา กตปฏิสนฺถารา รญฺโญ กาลกตภาวํ อาโรเจตฺวา ‘‘เทว, รชฺชํ ปฏิปชฺชาหี’’ติ อาหํสุ.
โส ‘‘นาคมาณวิกาย จิตฺตํ ชานิสฺสามี’’ติ ตํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘ภทฺเท, ปิตา เม กาลกโต, อมจฺจา มยฺหํ ฉตฺตํ อุสฺสาเปตุํ อาคตา, คจฺฉาม, ภทฺเท, อุโภปิ ทฺวาทสโยชนิกาย พาราณสิยา รชฺชํ กาเรสฺสาม, ตฺวํ โสฬสนฺนํ อิตฺถิสหสฺสานํ เชฏฺฐิกา ภวิสฺสสี’’ติ อาห. ‘‘สามิ, น สกฺกา มยา คนฺตุ’’นฺติ. ‘‘กึการณา’’ติ? ‘‘มยํ โฆรวิสา ขิปฺปโกปา อปฺปมตฺตเกนปิ กุชฺฌาม, สปตฺติโรโส จ นาม ภาริโย. สจาหํ กิญฺจิ ทิสฺวา วา สุตฺวา วา กุทฺธา โอโลเกสฺสามิ, ภสฺมามุฏฺฐิ วิย วิปฺปกิริสฺสติ. อิมินา การเณน น สกฺกา มยา คนฺตุ’’นฺติ. ราชปุตฺโต ปุนทิวเสปิ ยาจเตว. อถ นํ สา เอวมาห – ‘‘อหํ ตาว เกนจิ ปริยาเยน น คมิสฺสามิ, อิเม ปน เม ปุตฺตา นาคกุมารา ตว สมฺภเวน ชาตตฺตา มนุสฺสชาติกา. สเจ เต มยิ สิเนโห อตฺถิ, อิเมสุ อปฺปมตฺโต ภว. อิเม โข ปน อุทกพีชกา สุขุมาลา มคฺคํ คจฺฉนฺตา วาตาตเปน กิลมิตฺวา มเรยฺยุํ, ตสฺมา เอกํ นาวํ ขณาเปตฺวา อุทกสฺส ปูราเปตฺวา ตาย เทฺว ปุตฺตเก อุทกกีฬํ กีฬาเปตฺวา นคเรปิ อนฺโตวตฺถุสฺมึเยว โปกฺขรณึกาเรยฺยาสิ, เอวํ เต น กิลมิสฺสนฺตี’’ติ.
สา เอวญฺจ ปน วตฺวา ราชปุตฺตํ วนฺทิตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ปุตฺตเก อาลิงฺคิตฺวา ถนนฺตเร นิปชฺชาเปตฺวา สีเส จุมฺพิตฺวา ราชปุตฺตสฺส นิยฺยาเทตฺวา โรทิตฺวา กนฺทิตฺวา ตตฺเถว อนฺตรธายิตฺวา นาคภวนํ อคมาสิ. ราชปุตฺโตปิ โทมนสฺสปฺปตฺโต อสฺสุปุณฺเณหิ เนตฺเตหิ นิเวสนา นิกฺขมิตฺวา อกฺขีนิ ปุญฺฉิตฺวา อมจฺเจ อุปสงฺกมิ. เต ตํ ตตฺเถว อภิสิญฺจิตฺวา ‘‘เทว, อมฺหากํ นครํ คจฺฉามา’’ติ วทึสุ. เตน หิ สีฆํ นาวํ ขณิตฺวา สกฏํ อาโรเปตฺวา อุทกสฺส ปูเรตฺวา อุทกปิฏฺเฐ วณฺณคนฺธสมฺปนฺนานิ นานาปุปฺผานิ วิกิรถ, มม ปุตฺตา อุทกพีชกา, เต ตตฺถ กีฬนฺตา สุขํ คมิสฺสนฺตี’’ติ. อมจฺจา ตถา กรึสุ. ราชา พาราณสึ ปตฺวา อลงฺกตนครํ ปวิสิตฺวา โสฬสสหสฺสาหิ นาฏกิตฺถีหิ อมจฺจาทีหิ จ ปริวุโต มหาตเล นิสีทิตฺวา สตฺตาหํ มหาปานํ ปิวิตฺวา ปุตฺตานํ อตฺถาย โปกฺขรณึ กาเรสิ. เต นิพทฺธํ ตตฺถ กีฬึสุ.
อเถกทิวสํ โปกฺขรณิยํ อุทเก ปเวสิยมาเน เอโก กจฺฉโป ปวิสิตฺวา นิกฺขมนฏฺฐานํ อปสฺสนฺโต โปกฺขรณิตเล นิปชฺชิตฺวา ทารกานํ กีฬนกาเล อุทกโต อุฏฺฐาย สีสํ นีหริตฺวา เต โอโลเกตฺวา ปุน อุทเก นิมุชฺชิ. เต ตํ ทิสฺวา ภีตา ปิตุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘ตาต, โปกฺขรณิยํ เอโก ยกฺโข อเมฺห ตาเสตี’’ติ อาหํสุ. ราชา ‘‘คจฺฉถ นํ คณฺหถา’’ติ ปุริเส อาณาเปสิ. เต ชาลํ ขิปิตฺวา กจฺฉปํ อาทาย รญฺโญ ทสฺเสสุํ. กุมารา ตํ ทิสฺวา ‘‘เอส, ตาต, ปิสาโจ’’ติ วิรวึสุ. ราชา ปุตฺตสิเนเหน กจฺฉปสฺส กุชฺฌิตฺวา ‘‘คจฺฉถสฺส กมฺมการณํ กโรถา’’ติ อาณาเปสิ. ตตฺร เอกจฺเจ ‘‘อยํ ราชเวริโก, เอตํ อุทุกฺขเล มุสเลหิ จุณฺณวิจุณฺณํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ อาหํสุ, เอกจฺเจ ‘‘ตีหิ ปาเกหิ ปจิตฺวา ขาทิตุํ’’, เอกจฺเจ ‘‘องฺคาเรสุ อุตฺตาเปตุํ,’’ เอกจฺเจ ‘‘อนฺโตกฏาเหเยว นํ ปจิตุํ วฏฺฏตี’’ติ อาหํสุ. เอโก ปน อุทกภีรุโก อมจฺโจ ‘‘อิมํ ยมุนาย อาวฏฺเฏ ขิปิตุํ วฏฺฏติ, โส ตตฺถ มหาวินาสํ ปาปุณิสฺสติ. เอวรูปา หิสฺส กมฺมการณา นตฺถี’’ติ อาห. กจฺฉโป ตสฺส กถํ สุตฺวา สีสํ นีหริตฺวา เอวมาห – ‘‘อมฺโภ, กึ เต มยา อปราโธ กโต, เกน มํ เอวรูปํ กมฺมการณํ วิจาเรสิ. มยา หิ สกฺกา อิตรา กมฺมการณา สหิตุํ, อยํ ปน อติกกฺขโฬ, มา เอวํ อวจา’’ติ. ตํ สุตฺวา ราชา ‘‘อิมํ เอตเทว กาเรตุํ วฏฺฏตี’’ติ ยมุนาย อาวฏฺเฏ ขิปาเปสิ. ปุริโส ตถา อกาสิ. โส เอกํ นาคภวนคามึ อุทกวาหํ ปตฺวา นาคภวนํ อคมาสิ.
อถ นํ ตสฺมึ อุทกวาเห กีฬนฺตา ธตรฏฺฐนาครญฺโญ ปุตฺตา นาคมาณวกา ทิสฺวา ‘‘คณฺหถ นํ ทาส’’นฺติ อาหํสุ. โส จินฺเตสิ ‘‘อหํ พาราณสิรญฺโญ หตฺถา มุจฺจิตฺวา เอวรูปานํ ผรุสานํ นาคานํ หตฺถํ ปตฺโต, เกน นุ โข อุปาเยน มุจฺเจยฺย’’นฺติ. โส ‘‘อตฺเถโส อุปาโย’’ติ มุสาวาทํ กตฺวา ‘‘ตุเมฺห ธตรฏฺฐสฺส นาครญฺโญ สนฺตกา หุตฺวา กสฺมา เอวํ วเทถ, อหํ จิตฺตจูโฬ นาม กจฺฉโป พาราณสิรญฺโญ ทูโต, ธตรฏฺฐสฺส สนฺติกํ อาคโต, อมฺหากํ ราชา ธตรฏฺฐสฺส ธีตรํ ทาตุกาโม มํ ปหิณิ, ตสฺส มํ ทสฺเสถา’’ติ อาห. เต โสมนสฺสชาตา ตํ อาทาย รญฺโญ สนฺติกํ คนฺตฺวา ตมตฺถํ อาโรเจสุํ. ราชา ‘‘อาเนถ น’’นฺติ ตํ ปกฺโกสาเปตฺวา ทิสฺวาว อนตฺตมโน หุตฺวา ‘‘เอวํ ลามกสรีโร ทูตกมฺมํ กาตุํ น สกฺโกตี’’ติ อาห. ตํ สุตฺวา กจฺฉโป ‘‘กึ ปน, มหาราช, ทูเตหิ นาม ตาลปฺปมาเณหิ ภวิตพฺพํ, สรีรญฺหิ ขุทฺทกํ วา มหนฺตํ วา อปฺปมาณํ, คตคตฏฺฐาเน กมฺมนิปฺผาทนเมว ปมาณํ. มหาราช, อมฺหากํ รญฺโญ พหู ทูตา. ถเล กมฺมํ มนุสฺสา กโรนฺติ, อากาเส ปกฺขิโน, อุทเก อหเมว. อหญฺหิ จิตฺตจูโฬ นาม กจฺฉโป ฐานนฺตรปฺปตฺโต ราชวลฺลโภ, มา มํ ปริภาสถา’’ติ อตฺตโน คุณํ วณฺเณสิ. อถ นํ ธตรฏฺโฐ ปุจฺฉิ ‘‘เกน ปนตฺเถน รญฺญา เปสิโตสี’’ติ. มหาราช, ราชา มํ เอวมาห ‘‘มยา สกลชมฺพุทีเป ราชูหิ สทฺธึ มิตฺตธมฺโม กโต, อิทานิ ธตรฏฺเฐน นาครญฺญา สทฺธึ มิตฺตธมฺมํ กาตุํ มม ธีตรํ สมุทฺทชํ ทมฺมี’’ติ วตฺวา มํ ปหิณิ. ‘‘ตุเมฺห ปปญฺจํ อกตฺวา มยา สทฺธึเยว ปุริสํ เปเสตฺวา ทิวสํ ววตฺถเปตฺวา ทาริกํ คณฺหถา’’ติ. โส ตุสฺสิตฺวา ตสฺส สกฺการํ กตฺวา เตน สทฺธึ จตฺตาโร นาคมาณวเก เปเสสิ ‘‘คจฺฉถ, รญฺโญ วจนํ สุตฺวา ทิวสํ ววตฺถเปตฺวา เอถา’’ติ. เต ‘‘สาธู’’ติ วตฺวา กจฺฉปํ คเหตฺวา นาคภวนา นิกฺขมึสุ.
กจฺฉโป ยมุนาย พาราณสิยา จ อนฺตเร เอกํ ปทุมสรํ ทิสฺวา เอเกนุปาเยน ปลายิตุกาโม เอวมาห – ‘‘โภ นาคมาณวกา, อมฺหากํ ราชา ปุตฺตทารา จสฺส มํ อุทเก โคจรตฺตา ราชนิเวสนํ อาคตํ ทิสฺวาว ปทุมานิ โน เทหิ, ภิสมูลานิ เทหีติ ยาจนฺติ. อหํ เตสํ อตฺถาย ตานิ คณฺหิสฺสามิ, เอตฺถ มํ วิสฺสชฺเชตฺวา มํ อปสฺสนฺตาปิ ปุเรตรํ รญฺโญ สนฺติกํ คจฺฉถ, อหํ โว ตตฺเถว ปสฺสิสฺสามี’’ติ. เต ตสฺส สทฺทหิตฺวา ตํ วิสฺสชฺเชสุํ. โส ตตฺถ เอกมนฺเต นิลียิ. อิตเรปิ นํ อทิสฺวา ‘‘รญฺโญ สนฺติกํ คโต ภวิสฺสตี’’ติ มาณวกวณฺเณน ราชานํ อุปสงฺกมึสุ. ราชา ปฏิสนฺถารํ กตฺวา ‘‘กุโต อาคตตฺถา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘ธตรฏฺฐสฺส สนฺติกา, มหาราชา’’ติ. ‘‘กึการณา อิธาคตา’’ติ? ‘‘มหาราช, มยํ ตสฺส ทูตา, ธตรฏฺโฐ โว อาโรคฺยํ ปุจฺฉติ. สเจ ยํ โว อิจฺฉถ, ตํ โน วเทถ. ตุมฺหากํ กิร ธีตรํ สมุทฺทชํ อมฺหากํ รญฺโญ ปาทปริจาริกํ กตฺวา เทถา’’ติ อิมมตฺถํ ปกาเสนฺตา ปฐมํ คาถมาหํสุ –
๗๘๔. ‘‘ยํ กิญฺจิ รตนํ อตฺถิ, ธตรฏฺฐนิเวสเน;
สพฺพานิ เต อุปยนฺตุ, ธีตรํ เทหิ ราชิโน’’ติ.
ตตฺถ สพฺพานิ เต อุปยนฺตูติ ตสฺส นิเวสเน สพฺพานิ รตนานิ ตว นิเวสนํ อุปคจฺฉนฺตุ.
ตํ สุตฺวา ราชา ทุติยํ คาถมาห –
๗๘๕. ‘‘น โน วิวาโห นาเคหิ, กตปุพฺโพ กุทาจนํ;
ตํ วิวาหํ อสํยุตฺตํ, กถํ อเมฺห กโรมเส’’ติ.
ตตฺถ อสํยุตฺตนฺติ อยุตฺตํ ติรจฺฉาเนหิ สทฺธึ สํสคฺคํ อนนุจฺฉวิกํ. อเมฺหติ อเมฺห มนุสฺสชาติกา สมานา กถํ ติรจฺฉานคตสมฺพนฺธํ กโรมาติ.
ตํ สุตฺวา นาคมาณวกา ‘‘สเจ เต ธตรฏฺเฐน สทฺธึ สมฺพนฺโธ อนนุจฺฉวิโก, อถ กสฺมา อตฺตโน อุปฏฺฐากํ จิตฺตจูฬํ นาม กจฺฉปํ ‘สมุทฺทชํ นาม เต ธีตรํ ทมฺมี’ติ อมฺหากํ รญฺโญ เปเสสิ? เอวํ เปเสตฺวา อิทานิ เต อมฺหากํ ราชานํ ปริภวํ กโรนฺตสฺส กตฺตพฺพยุตฺตกํ มยํ ชานิสฺสาม. มยญฺหิ นาคมาณวกา’’ติ วตฺวา ราชานํ ตชฺเชนฺตา เทฺว คาถา อภาสึสุ –
๗๘๖. ‘‘ชีวิตํ นูน เต จตฺตํ, รฏฺฐํ วา มนุชาธิป;
น หิ นาเค กุปิตมฺหิ, จิรํ ชีวนฺติ ตาทิสา.
๗๘๗. ‘‘โย ตฺวํ เทว มนุสฺโสสิ, อิทฺธิมนฺตํ อนิทฺธิมา;
วรุณสฺส นิยํ ปุตฺตํ, ยามุนํ อติมญฺญสี’’ติ.
ตตฺถ รฏฺฐํ วาติ เอกํเสน ตยา ชีวิตํ วา รฏฺฐํ วา จตฺตํ. ตาทิสาติ ตุมฺหาทิสา เอวํ มหานุภาเว นาเค กุปิเต จิรํ ชีวิตุํ น สกฺโกนฺติ, อนฺตราว อนฺตรธายนฺติ. โย ตฺวํ, เทว, มนุสฺโสสีติ เทว, โย ตฺวํ มนุสฺโส สมาโน. วรุณสฺสาติ วรุณนาคราชสฺส. นิยํ ปุตฺตนฺติ อชฺฌตฺติกปุตฺตํ. ยามุนนฺติ ยมุนาย เหฏฺฐา ชาตํ.
ตโต ราชา เทฺว คาถา อภาสิ –
๗๘๘. ‘‘นาติมญฺญามิ ราชานํ, ธตรฏฺฐํ ยสสฺสินํ;
ธตรฏฺโฐ หิ นาคานํ, พหูนมปิ อิสฺสโร.
๗๘๙. ‘‘อหิ มหานุภาโวปิ, น เม ธีตรมารโห;
ขตฺติโย จ วิเทหานํ, อภิชาตา สมุทฺทชา’’ติ.
ตตฺถ พหูนมปีติ ปญฺจโยชนสติกสฺส นาคภวนสฺส อิสฺสรภาวํ สนฺธาเยวมาห. น เม ธีตรมารโหติ เอวํ มหานุภาโวปิ ปน โส อหิชาติกตฺตา มม ธีตรํ อรโห น โหติ. ‘‘ขตฺติโย จ วิเทหาน’’นฺติ อิทํ มาติปกฺเข ญาตเก ทสฺเสนฺโต อาห. สมุทฺทชาติ โส จ วิเทหราชปุตฺโต มม ธีตา สมุทฺทชา จาติ อุโภปิ อภิชาตา. เต อญฺญมญฺญํ สํวาสํ อรหนฺติ. น เหสา มณฺฑูกภกฺขสฺส สปฺปสฺส อนุจฺฉวิกาติ อาห.
นาคมาณวกา ตํ ตตฺเถว นาสาวาเตน มาเรตุกามา หุตฺวาปิ ‘‘อมฺหากํ ทิวสํ ววตฺถาปนตฺถาย เปสิตา, อิมํ มาเรตฺวา คนฺตุํ น ยุตฺตํ, คนฺตฺวา รญฺโญ อาจิกฺขิตฺวา ชานิสฺสามา’’ติ ตตฺเถว อนฺตรหิตา ‘‘กึ, ตาตา, ลทฺธา โว ราชธีตา’’ติ รญฺญา ปุจฺฉิตา กุชฺฌิตฺวา ‘‘กึ, เทว, อเมฺห อการณา ยตฺถ วา ตตฺถ วา เปเสสิ. สเจปิ มาเรตุกาโม, อิเธว โน มาเรหิ. โส ตุเมฺห อกฺโกสติ ปริภาสติ, อตฺตโน ธีตรํ ชาติมาเนน อุกฺขิปตี’’ติ เตน วุตฺตญฺจ อวุตฺตญฺจ วตฺวา รญฺโญ โกธํ อุปฺปาทยึสุ. โส อตฺตโน ปริสํ สนฺนิปาเตตุํ อาณาเปนฺโต อาห –
๗๙๐. ‘‘กมฺพลสฺสตรา อุฏฺเฐนฺตุ, สพฺเพ นาเค นิเวทย;
พาราณสึ ปวชฺชนฺตุ, มา จ กญฺจิ วิเหฐยุ’’นฺติ.
ตตฺถ กมฺพลสฺสตรา อุฏฺเฐนฺตูติ กมฺพลสฺสตรา นาม ตสฺส มาตุปกฺขิกา สิเนรุปาเท วสนนาคา, เต จ อุฏฺฐหนฺตุ. อญฺเญ จ จตูสุ ทิสาสุ อนุทิสาสุ ยตฺตกา วา มยฺหํ วจนกรา, เต สพฺเพ นาเค นิเวทย, คนฺตฺวา ชานาเปถ, ขิปฺปํ กิร สนฺนิปาเตถาติ อาณาเปนฺโต เอวมาห. ตโต สพฺเพเหว สีฆํ สนฺนิปติเตหิ ‘‘กึ กโรม, เทวา’’ติ วุตฺเต ‘‘สพฺเพปิ เต นาคา พาราณสึ ปวชฺชนฺตู’’ติ อาห. ‘‘ตตฺถ คนฺตฺวา กึ กาตพฺพํ, เทว, ตํ นาสาวาตปฺปหาเรน ภสฺมํ กโรมา’’ติ จ วุตฺเต ราชธีตริ ปฏิพทฺธจิตฺตตาย ตสฺสา วินาสํ อนิจฺฉนฺโต ‘‘มา จ กญฺจิ วิเหฐยุ’’นฺติ อาห, ตุเมฺหสุ โกจิ กญฺจิ มา วิเหฐยาติ อตฺโถ. อยเมว วา ปาโฐ.
อถ นํ นาคา ‘‘สเจ โกจิ มนุสฺโส น วิเหเฐตพฺโพ, ตตฺถ คนฺตฺวา กึ กริสฺสามา’’ติ อาหํสุ. อถ เน ‘‘อิทญฺจิทญฺจ กโรถ, อหมฺปิ อิทํ นาม กริสฺสามี’’ติ อาจิกฺขนฺโต คาถาทฺวยมาห –
๗๙๑. ‘‘นิเวสเนสุ โสพฺเภสุ, รถิยา จจฺจเรสุ จ;
รุกฺขคฺเคสุ จ ลมฺพนฺตุ, วิตตา โตรเณสุ จ.
๗๙๒. ‘‘อหมฺปิ สพฺพเสเตน, มหตา สุมหํ ปุรํ;
ปริกฺขิปิสฺสํ โภเคหิ, กาสีนํ ชนยํ ภย’’นฺติ.
ตตฺถ โสพฺเภสูติ โปกฺขรณีสุ. รถิยาติ รถิกาย. วิตตาติ วิตตสรีรา มหาสรีรา หุตฺวา เอเตสุ เจว นิเวสนาทีสุ ทฺวารโตรเณสุ จ โอลมฺพนฺตุ, เอตฺตกํ นาคา กโรนฺตุ, กโรนฺตา จ นิเวสเน ตาว มญฺจปีฐานํ เหฏฺฐา จ อุปริ จ อนฺโตคพฺภพหิคพฺภาทีสุ จ โปกฺขรณิยํ อุทกปิฏฺเฐ รถิกาทีนํ ปสฺเสสุ เจว ถเลสุ จ มหนฺตานิ สรีรานิ มาเปตฺวา มหนฺเต ผเณ กตฺวา กมฺมารคคฺครี วิย ธมมานา ‘‘สุสู’’ติ สทฺทํ กโรนฺตา โอลมฺพถ จ นิปชฺชถ จ. อตฺตานํ ปน ตรุณทารกานํ ชราชิณฺณานํ คพฺภินิตฺถีนํ สมุทฺทชาย จาติ อิเมสํ จตุนฺนํ มา ทสฺสยิตฺถ. อหมฺปิ สพฺพเสเตน มหนฺเตน สรีเรน คนฺตฺวา สุมหนฺตํ กาสิปุรํ สตฺตกฺขตฺตุํ โภเคหิ ปริกฺขิปิสฺสํ, มหนฺเตน ผเณน นํ ฉาเทตฺวา เอกนฺธการํ กตฺวา กาสีนํ ภยํ ชนยนฺโต ‘‘สุสู’’ติ สทฺทํ มุญฺจิสฺสามีติ.
อถ สพฺเพ นาคา ตถา อกํสุ. ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห –
๗๙๓. ‘‘ตสฺส ตํ วจนํ สุตฺวา, อุรคาเนกวณฺณิโน;
พาราณสึ ปวชฺชึสุ, น จ กญฺจิ วิเหฐยุํ.
๗๙๔. ‘‘นิเวสเนสุ โสพฺเภสุ, รถิยา จจฺจเรสุ จ;
รุกฺขคฺเคสุ จ ลมฺพึสุ, วิตตา โตรเณสุ จ.
๗๙๕. ‘‘เตสุ ทิสฺวาน ลมฺพนฺเต, ปุถู กนฺทึสุ นาริโย;
นาเค โสณฺฑิกเต ทิสฺวา, ปสฺสสนฺเต มุหุํ มุหุํ.
๗๙๖. ‘‘พาราณสี ปพฺยถิตา, อาตุรา สมปชฺชถ;
พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ, ธีตรํ เทหิ ราชิโน’’ติ.
ตตฺถ อเนกวณฺณิโนติ นีลาทิวเสน อเนกวณฺณา. เอวรูปานิ หิ เต รูปานิ มาปยึสุ. ปวชฺชึสูติ อฑฺฒรตฺตสมเย ปวิสึสุ. ลมฺพึสูติ ธตรฏฺเฐน วุตฺตนิยาเมเนว เต สพฺเพสุ ฐาเนสุ มนุสฺสานํ สญฺจารํ ปจฺฉินฺทิตฺวา โอลมฺพึสุ. ทูตา หุตฺวา อาคตา ปน จตฺตาโร นาคมาณวกา รโญ สยนสฺส จตฺตาโร ปาเท ปริกฺขิปิตฺวา อุปริสีเส มหนฺเต ผเณ กตฺวา ตุณฺเฑหิ สีสํ ปหรนฺตา วิย ทาฐา วิวริตฺวา ปสฺสสนฺตา อฏฺฐํสุ. ธตรฏฺโฐปิ อตฺตนา วุตฺตนิยาเมน นครํ ปฏิจฺฉาเทสิ. ปพุชฺฌมานา ปุริสา ยโต ยโต หตฺถํ วา ปาทํ วา ปสาเรนฺติ, ตตฺถ ตตฺถ สปฺเป ฉุปิตฺวา ‘‘สปฺโป, สปฺโป’’ติ วิรวนฺติ. ปุถู กนฺทึสูติ เยสุ เคเหสุ ทีปา ชลนฺติ, เตสุ อิตฺถิโย ปพุทฺธา ทฺวารโตรณโคปานสิโย โอโลเกตฺวา โอลมฺพนฺเต นาเค ทิสฺวา พหู เอกปฺปหาเรเนว กนฺทึสุ. เอวํ สกลนครํ เอกโกลาหลํ อโหสิ. โสณฺฑิกเตติ กตผเณ.
ปกฺกนฺทุนฺติ วิภาตาย รตฺติยา นาคานํ อสฺสาสวาเตน สกลนคเร ราชนิเวสเน จ อุปฺปาติยมาเน วิย ภีตา มนุสฺสา ‘‘นาคราชาโน กิสฺส โน วิเหฐถา’’ติ วตฺวา ตุมฺหากํ ราชา ‘‘ธีตรํ ทสฺสามี’’ติ ธตรฏฺฐสฺส ทูตํ เปเสตฺวา ปุน ตสฺส ทูเตหิ อาคนฺตฺวา ‘‘เทหี’’ติ วุตฺโต อมฺหากํ ราชานํ อกฺโกสติ ปริภาสติ. ‘‘สเจ อมฺหากํ รญฺโญ ธีตรํ น ทสฺสติ, สกลนครสฺส ชีวิตํ นตฺถี’’ติ วุตฺเต ‘‘เตน หิ โน, สามิ, โอกาสํ เทถ, มยํ คนฺตฺวา ราชานํ ยาจิสฺสามา’’ติ ยาจนฺตา โอกาสํ ลภิตฺวา ราชทฺวารํ คนฺตฺวา มหนฺเตน รเวน ปกฺกนฺตึสุ. ภริยาโยปิสฺส อตฺตโน อตฺตโน คพฺเภสุ นิปนฺนกาว ‘‘เทว, ธีตรํ ธตรฏฺฐรญฺโญ เทหี’’ติ เอกปฺปหาเรน กนฺทึสุ. เตปิ จตฺตาโร นาคมาณวกา ‘‘เทหี’’ติ ตุเณฺหหิ สีสํ ปหรนฺตา วิย ทาฐา วิวริตฺวา ปสฺสสนฺตา อฏฺฐํสุ.
โส นิปนฺนโกว นครวาสีนญฺจ อตฺตโน จ ภริยานํ ปริเทวิตสทฺทํ สุตฺวา จตูหิ จ นาคมาณวเกหิ ตชฺชิตตฺตา มรณภยภีโต ‘‘มม ธีตรํ สมุทฺทชํ ธตรฏฺฐสฺส ทมฺมี’’ติ ติกฺขตฺตุํ อวจ. ตํ สุตฺวา สพฺเพปิ นาคราชาโน ติคาวุตมตฺตํ ปฏิกฺกมิตฺวา เทวนครํ วิย เอกํ นครํ มาเปตฺวา ตตฺถ ฐิตา ‘‘ธีตรํ กิร โน เปเสตู’’ติ ปณฺณาการํ ปหิณึสุ. ราชา เตหิ อาภตํ ปณฺณาการํ คเหตฺวา ‘‘ตุเมฺห คจฺฉถ, อหํ ธีตรํ อมจฺจานํ หตฺเถ ปหิณิสฺสามี’’ติ เต อุยฺโยเชตฺวา ธีตรํ ปกฺโกสาเปตฺวา อุปริปาสาทํ อาโรเปตฺวา สีหปญฺชรํ วิวริตฺวา ‘‘อมฺม, ปสฺเสตํ อลงฺกตนครํ, ตฺวํ เอตฺถ เอตสฺส รญฺโญ อคฺคมเหสี ภวิสฺสสิ, น ทูเร อิโต ตํ นครํ, อุกฺกณฺฐิตกาเลเยว อิธ อาคนฺตุํ สกฺกา, เอตฺถ คนฺตพฺพ’’นฺติ สญฺญาเปตฺวา สีสํ นฺหาเปตฺวา สพฺพาลงฺกาเรหิ อลงฺกริตฺวา ปฏิจฺฉนฺนโยคฺเค นิสีทาเปตฺวา อมจฺจานํ หตฺเถ ทตฺวา ปาเหสิ. นาคราชาโน ปจฺจุคฺคมนํ กตฺวา มหาสกฺการํ กรึสุ. อมจฺจา นครํ ปวิสิตฺวา ตํ ตสฺส ทตฺวา พหุํ ธนํ อาทาย นิวตฺตึสุ. เต ราชธีตรํ ปาสาทํ อาโรเปตฺวา อลงฺกตทิพฺพสยเน นิปชฺชาเปสุํ. ตงฺขณญฺเญว นํ นาคมาณวิกา ขุชฺชาทิเวสํ คเหตฺวา มนุสฺสปริจาริกา วิย ปริวารยึสุ. สา ทิพฺพสยเน นิปนฺนมตฺตาว ทิพฺพผสฺสํ ผุสิตฺวา นิทฺทํ โอกฺกมิ.
ธตรฏฺโฐ ตํ คเหตฺวา สทฺธึ นาคปริสาย ตตฺถ อนฺตรหิโต นาคภวเนเยว ปาตุรโหสิ. ราชธีตา ปพุชฺฌิตฺวา อลงฺกตทิพฺพสยนํ อญฺเญ จ สุวณฺณปาสาทมณิปาสาทาทโย อุยฺยานโปกฺขรณิโย อลงฺกตเทวนครํ วิย นาคภวนํ ทิสฺวา ขุชฺชาทิปริจาริกาโย ปุจฺฉิ ‘‘อิทํ นครํ อติวิย อลงฺกตํ, น อมฺหากํ นครํ วิย, กสฺเสต’’นฺติ. ‘‘สามิกสฺส เต สนฺตกํ, เทวิ, น อปฺปปุญฺญา เอวรูปํ สมฺปตฺตึ ลภนฺติ, มหาปุญฺญตาย เต อยํ ลทฺธา’’ติ. ธตรฏฺโฐปิ ปญฺจโยชนสติเก นาคภวเน เภรึ จราเปสิ ‘‘โย สมุทฺทชาย สปฺปวณฺณํ ทสฺเสติ, ตสฺส ราชทณฺโฑ ภวิสฺสตี’’ติ. ตสฺมา เอโกปิ ตสฺสา สปฺปวณฺณํ ทสฺเสตุํ สมตฺโถ นาม นาโหสิ. สา มนุสฺสโลกสญฺญาย เอว ตตฺถ เตน สทฺธึ สมฺโมทมานา ปิยสํวาสํ วสิ.
นครกณฺฑํ นิฏฺฐิตํ.
อุโปสถกณฺฑํ
สา อปรภาเค ธตรฏฺฐํ ปฏิจฺจ คพฺภํ ปฏิลภิตฺวา ปุตฺตํ วิชายิ, ตสฺส ปิยทสฺสนตฺตา ‘‘สุทสฺสโน’’ติ นามํ กรึสุ. ปุนาปรํ ปุตฺตํ วิชายิ, ตสฺส ‘‘ทตฺโต’’ติ นามํ อกํสุ. โส ปน โพธิสตฺโต. ปุเนกํ ปุตฺตํ วิชายิ, ตสฺส ‘‘สุโภโค’’ติ นามํ กรึสุ. อปรมฺปิ ปุตฺตํ วิชายิ, ตสฺส ‘‘อริฏฺโฐ’’ติ นามํ กรึสุ. อิติ สา จตฺตาโร ปุตฺเต วิชายิตฺวาปิ นาคภวนภาวํ น ชานาติ. อเถกทิวสํ ตรุณนาคา อริฏฺฐสฺส อาจิกฺขึสุ ‘‘ตว มาตา มนุสฺสิตฺถี, น นาคินี’’ติ. อริฏฺโฐ ‘‘วีมํสิสฺสามิ น’’นฺติ เอกทิวสํ ถนํ ปิวนฺโตว สปฺปสรีรํ มาเปตฺวา นงฺคุฏฺฐขณฺเฑน มาตุ ปิฏฺฐิปาเท ฆฏฺเฏสิ. สา ตสฺส สปฺปสรีรํ ทิสฺวา ภีตตสิตา มหารวํ รวิตฺวา ตํ ภูมิยํ ขิปนฺตี นเขน ตสฺส อกฺขึ ภินฺทิ. ตโต โลหิตํ ปคฺฆริ. ราชา ตสฺสา สทฺทํ สุตฺวา ‘‘กิสฺเสสา วิรวตี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา อริฏฺเฐน กตกิริยํ สุตฺวา ‘‘คณฺหถ, นํ ทาสํ คเหตฺวา ชีวิตกฺขยํ ปาเปถา’’ติ ตชฺเชนฺโต อาคจฺฉิ. ราชธีตา ตสฺส กุทฺธภาวํ ญตฺวา ปุตฺตสิเนเหน ‘‘เทว, ปุตฺตสฺส เม อกฺขิ ภินฺนํ, ขมเถตสฺสาปราธ’’นฺติ อาห. ราชา เอตาย เอวํ วทนฺติยา ‘‘กึ สกฺกา กาตุ’’นฺติ ขมิ. ตํ ทิวสํ สา ‘‘อิทํ นาคภวน’’นฺติ อญฺญาสิ. ตโต จ ปฏฺฐาย อริฏฺโฐ กาณาริฏฺโฐ นาม ชาโต. จตฺตาโรปิ ปุตฺตา วิญฺญุตํ ปาปุณึสุ.
อถ เนสํ ปิตา โยชนสติกํ โยชนสติกํ กตฺวา รชฺชมทาสิ, มหนฺโต ยโส อโหสิ. โสฬส โสฬส นาคกญฺญาสหสฺสานิ ปริวารยึสุ. ปิตุ เอกโยชนสติกเมว รชฺชํ อโหสิ. ตโย ปุตฺตา มาเส มาเส มาตาปิตโร ปสฺสิตุํ อาคจฺฉนฺติ, โพธิสตฺโต ปน อนฺวทฺธมาสํ อาคจฺฉติ. นาคภวเน สมุฏฺฐิตํ ปญฺหํ โพธิสตฺโตว กเถติ. ปิตรา สทฺธึ วิรูปกฺขมหาราชสฺสปิ อุปฏฺฐานํ คจฺฉติ, ตสฺส สนฺติเก สมุฏฺฐิตํ ปญฺหมฺปิ โสว กเถติ. อเถกทิวสํ วิรูปกฺเข นาคปริสาย สทฺธึ ติทสปุรํ คนฺตฺวา สกฺกํ ปริวาเรตฺวา นิสินฺเน เทวานํ อนฺตเร ปโญฺห สมุฏฺฐาสิ. ตํ โกจิ กเถตุํ นาสกฺขิ, ปลฺลงฺกวรคโต ปน หุตฺวา มหาสตฺโตว กเถสิ. อถ นํ เทวราชา ทิพฺพคนฺธปุปฺเผหิ ปูเชตฺวา ‘‘ทตฺต, ตฺวํ ปถวิสมาย วิปุลาย ปญฺญาย สมนฺนาคโต, อิโต ปฏฺฐาย ภูริทตฺโต นาม โหหี’’ติ ‘‘ภูริทตฺโต’’ ติสฺส นามํ อกาสิ. โส ตโต ปฏฺฐาย สกฺกสฺส อุปฏฺฐานํ คจฺฉนฺโต อลงฺกตเวชยนฺตปาสาทํ เทวจฺฉราหิ อากิณฺณํ อติมโนหรํ สกฺกสฺส สมฺปตฺตึ ทิสฺวา เทวโลเก ปิยํ กตฺวา ‘‘กึ เม อิมินา มณฺฑูกภกฺเขน อตฺตภาเวน, นาคภวนํ คนฺตฺวา อุโปสถวาสํ วสิตฺวา อิมสฺมึ เทวโลเก อุปฺปตฺติการณํ กริสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา นาคภวนํ คนฺตฺวา มาตาปิตโร อาปุจฺฉิ ‘‘อมฺมตาตา, อหํ อุโปสถกมฺมํ กริสฺสามี’’ติ. ‘‘สาธุ, ตาต, กโรหิ, กโรนฺโต ปน พหิ อคนฺตฺวา อิมสฺมิญฺเญว นาคภวเน เอกสฺมึ สุญฺญวิมาเน กโรหิ, พหิคตานํ ปน นาคานํ มหนฺตํ ภย’’นฺติ.
โส ‘‘สาธู’’ติ ปฏิสฺสุณิตฺวา ตตฺเถว สุญฺญวิมาเน ราชุยฺยาเน อุโปสถวาสํ วสติ. อถ นํ นานาตูริยหตฺถา นาคกญฺญา ปริวาเรนฺติ. โส ‘‘น มยฺหํ อิธ วสนฺตสฺส อุโปสถกมฺมํ มตฺถกํ ปาปุณิสฺสติ, มนุสฺสปถํ คนฺตฺวา กริสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา นิวารณภเยน มาตาปิตูนํ อนาโรเจตฺวา อตฺตโน ภริยาโย อามนฺเตตฺวา ‘‘ภทฺเท, อหํ มนุสฺสโลกํ คนฺตฺวา ยมุนาตีเร นิโคฺรธรุกฺโข อตฺถิ, ตสฺสาวิทูเร วมฺมิกมตฺถเก โภเค อาภุชิตฺวา จตุรงฺคสมนฺนาคตํ อุโปสถํ อธิฏฺฐาย นิปชฺชิตฺวา อุโปสถกมฺมํ กริสฺสามิ. มยา สพฺพรตฺตึ นิปชฺชิตฺวา อุโปสถกมฺเม กเต อรุณุคฺคมนเวลายเมว ตุเมฺห ทส ทส อิตฺถิโย อาทาย วาเรน วาเรน ตูริยหตฺถา มม สนฺติกํ อาคนฺตฺวา มํ คนฺเธหิ จ ปุปฺเผหิ จ ปูเชตฺวา คายิตฺวา นจฺจิตฺวา มํ อาทาย นาคภวนเมว อาคจฺฉถา’’ติ วตฺวา ตตฺถ คนฺตฺวา วมฺมิกมตฺถเก โภเค อาภุชิตฺวา ‘‘โย มม จมฺมํ วา นฺหารุํ วา อฏฺฐึ วา รุหิรํ วา อิจฺฉติ, โส อาหรตู’’ติ จตุรงฺคสมนฺนาคตํ อุโปสถํ อธิฏฺฐาย นงฺคลสีสปฺปมาณํ สรีรํ มาเปตฺวา นิปนฺโน อุโปสถกมฺมมกาสิ. อรุเณ อุฏฺฐหนฺเตเยว ตํ นาคมาณวิกา อาคนฺตฺวา ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชิตฺวา นาคภวนํ อาเนนฺติ. ตสฺส อิมินา นิยาเมน อุโปสถํ กโรนฺตสฺส ทีโฆ อทฺธา วีติวตฺโต.
อุโปสถขณฺฑํ นิฏฺฐิตํ.
ครุฬขณฺฑํ
ตทา เอโก พาราณสิทฺวารคามวาสี พฺราหฺมโณ โสมทตฺเตน นาม ปุตฺเตน สทฺธึ อรญฺญํ คนฺตฺวา สูลยนฺตปาสวาคุราทีหิ โอฑฺเฑตฺวา มิเค วธิตฺวา มํสํ กาเชนาหริตฺวา วิกฺกิณนฺโต ชีวิกํ กปฺเปสิ. โส เอกทิวสํ อนฺตมโส โคธามตฺตมฺปิ อลภิตฺวา ‘‘ตาต โสมทตฺต, สเจ ตุจฺฉหตฺถา คมิสฺสาม, มาตา เต กุชฺฌิสฺสติ, ยํ กิญฺจิ คเหตฺวา คมิสฺสามา’’ติ วตฺวา โพธิสตฺตสฺส นิปนฺนวมฺมิกฏฺฐานาภิมุโข คนฺตฺวา ปานียํ ปาตุํ ยมุนํ โอตรนฺตานํ มิคานํ ปทวลญฺชํ ทิสฺวา ‘‘ตาต, มิคมคฺโค ปญฺญายติ, ตฺวํ ปฏิกฺกมิตฺวา ติฏฺฐาหิ, อหํ ปานียตฺถาย อาคตํ มิคํ วิชฺฌิสฺสามี’’ติ ธนุํ อาทาย มิคํ โอโลเกนฺโต เอกสฺมึ รุกฺขมูเล อฏฺฐาสิ. อเถโก มิโค สายนฺหสมเย ปานียํ ปาตุํ อาคโต. โส ตํ วิชฺฌิ. มิโค ตตฺถ อปติตฺวา สรเวเคน ตชฺชิโต โลหิเตน ปคฺฆรนฺเตน ปลายิ. ปิตาปุตฺตา นํ อนุพนฺธิตฺวา ปติตฏฺฐาเน มํสํ คเหตฺวา อรญฺญา นิกฺขมิตฺวา สูริยตฺถงฺคมนเวลาย ตํ นิโคฺรธํ ปตฺวา ‘‘อิทานิ อกาโล, น สกฺกา คนฺตุํ, อิเธว วสิสฺสามา’’ติ มํสํ เอกมนฺเต ฐเปตฺวา รุกฺขํ อารุยฺห วิฏปนฺตเร นิปชฺชึสุ. พฺราหฺมโณ ปจฺจูสสมเย ปพุชฺฌิตฺวา มิคสทฺทสวนาย โสตํ โอทหิ.
ตสฺมึ ขเณ นาคมาณวิกาโย อาคนฺตฺวา โพธิสตฺตสฺส ปุปฺผาสนํ ปญฺญาเปสุํ. โส อหิสรีรํ อนฺตรธาเปตฺวา สพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิตํ ทิพฺพสรีรํ มาเปตฺวา สกฺกลีลาย ปุปฺผาสเน นิสีทิ. นาคมาณวิกาปิ นํ คนฺธมาลาทีหิ ปูเชตฺวา ทิพฺพตูริยานิ วาเทตฺวา นจฺจคีตํ ปฏฺฐเปสุํ. พฺราหฺมโณ ตํ สทฺทํ สุตฺวา ‘‘โก นุ โข เอส, ชานิสฺสามิ น’’นฺติ จินฺเตตฺวา ‘‘ปุตฺต, ปุตฺตา’’ติ วตฺวาปิ ปุตฺตํ ปโพเธตุํ อสกฺโกนฺโต ‘‘สยตุ เอส, กิลนฺโต ภวิสฺสติ, อหเมว คมิสฺสามี’’ติ รุกฺขา โอรุยฺห ตสฺส สนฺติกํ อคมาสิ. นาคมาณวิกา ตํ ทิสฺวา สทฺธึ ตูริเยหิ ภูมิยํ นิมุชฺชิตฺวา อตฺตโน นาคภวนเมว คตา. โพธิสตฺโต เอกโกว อโหสิ. พฺราหฺมโณ ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ปุจฺฉนฺโต คาถาทฺวยมาห –
๗๙๗. ‘‘ปุปฺผาภิหารสฺส วนสฺส มชฺเฌ, โก โลหิตกฺโข วิตตนฺตรํโส;
กา กมฺพุกายูรธรา สุวตฺถา, ติฏฺฐนฺติ นาริโย ทส วนฺทมานา.
๗๙๘. ‘‘โก ตฺวํ พฺรหาพาหุ วนสฺส มชฺเฌ, วิโรจสิ ฆตสิตฺโตว อคฺคิ;
มเหสกฺโข อญฺญตโรสิ ยกฺโข, อุทาหุ นาโคสิ มหานุภาโว’’ติ.
ตตฺถ ปุปฺผาภิหารสฺสาติ โพธิสตฺตสฺส ปูชนตฺถาย อาภเตน ทิพฺพปุปฺผาภิหาเรน สมนฺนาคตสฺส. โกติ โก นาม ตฺวํ. โลหิตกฺโขติ รตฺตกฺโข. วิตตนฺตรํโสติ ปุถุลอนฺตรํโส. กมฺพุกายูรธราติ สุวณฺณาลงฺการธรา. พฺรหาพาหูติ มหาพาหุ.
ตํ สุตฺวา มหาสตฺโต ‘‘สเจปิ ‘สกฺกาทีสุ อญฺญตโรหมสฺมี’ติ วกฺขามิ, สทฺทหิสฺสเตวายํ พฺราหฺมโณ, อชฺช ปน มยา สจฺจเมว กเถตุํ วฏฺฏตี’’ติ จินฺเตตฺวา อตฺตโน นาคราชภาวํ กเถนฺโต อาห –
๗๙๙. ‘‘นาโคหมสฺมิ อิทฺธิมา, เตชสฺสี ทุรติกฺกโม;
ฑํเสยฺยํ เตชสา กุทฺโธ, ผีตํ ชนปทํ อปิ.
๘๐๐. ‘‘สมุทฺทชา หิ เม มาตา, ธตรฏฺโฐ จ เม ปิตา;
สุทสฺสนกนิฏฺโฐสฺมิ, ภูริทตฺโตติ มํ วิทู’’ติ.
ตตฺถ เตชสฺสีติ วิสเตเชน เตชวา. ทุรติกฺกโมติ อญฺเญน อติกฺกมิตุํ อสกฺกุเณยฺโย. ฑํเสยฺยนฺติ สจาหํ กุทฺโธ ผีตํ ชนปทํ อปิ ฑํเสยฺยํ, ปถวิยํ มม ทาฐาย ปติตมตฺตาย สทฺธึ ปถวิยา มม เตเชน โส สพฺโพ ชนปโท ภสฺมา ภเวยฺยาติ วทติ. สุทสฺสนกนิฏฺโฐสฺมีติ อหํ มม ภาตุ สุทสฺสนสฺส กนิฏฺโฐ อสฺมิ. วิทูติ เอวํ มมํ ปญฺจโยชนสติเก นาคภวเน ชานนฺตีติ.
อิทญฺจ ปน วตฺวา มหาสตฺโต จินฺเตสิ ‘‘อยํ พฺราหฺมโณ จณฺโฑ ผรุโส, อหิตุณฺฑิกสฺส อาโรเจตฺวา อุโปสถกมฺมสฺส เม อนฺตรายมฺปิ กเรยฺย, ยํ นูนาหํ อิมํ นาคภวนํ เนตฺวา มหนฺตํ ยสํ ทตฺวา อุโปสถกมฺมํ อทฺธนิยํ กเรยฺย’’นฺติ. อถ นํ อาห ‘‘พฺราหฺมณ, มหนฺตํ เต ยสํ ทสฺสามิ, รมณียํ นาคภวนํ, เอหิ ตตฺถ คจฺฉามา’’ติ. ‘‘สามิ, ปุตฺโต เม อตฺถิ, ตสฺมึ คจฺฉนฺเต อาคมิสฺสามี’’ติ. อถ นํ มหาสตฺโต ‘‘คจฺฉ, พฺราหฺมณ, อาเนหิ น’’นฺติ วตฺวา อตฺตโน อาวาสํ อาจิกฺขนฺโต อาห –
๘๐๑. ‘‘ยํ คมฺภีรํ สทาวฏฺฏํ, รหทํ เภสฺมํ เปกฺขสิ;
เอส ทิโพฺย มมาวาโส, อเนกสตโปริโส.
๘๐๒. ‘‘มยูรโกญฺจาภิรุทํ, นีโลทํ วนมชฺฌโต;
ยมุนํ ปวิส มา ภีโต, เขมํ วตฺตวตํ สิว’’นฺติ.
ตตฺถ สทาวฏฺฏนฺติ สทา ปวตฺตํ อาวฏฺฏํ. เภสฺมนฺติ ภยานกํ. เปกฺขสีติ ยํ เอวรูปํ รหทํ ปสฺสสิ. มยูรโกญฺจาภิรุทนฺติ อุโภสุ ตีเรสุ วนฆฏายํ วสนฺเตหิ มยูเรหิ จ โกญฺเจหิ จ อภิรุทํ อุปกูชิตํ. นีโลทนฺติ นีลสลิลํ. วนมชฺฌโตติ วนมชฺเฌน สนฺทมานํ. ปวิส มา ภีโตติ เอวรูปํ ยมุนํ อภีโต หุตฺวา ปวิส. วตฺตวตนฺติ วตฺตสมฺปนฺนานํ อาจารวนฺตานํ วสนภูมึ ปวิส, คจฺฉ, พฺราหฺมณ, ปุตฺตํ อาเนหีติ.
พฺราหฺมโณ คนฺตฺวา ปุตฺตสฺส ตมตฺถํ อาโรเจตฺวา ปุตฺตํ อาเนสิ. มหาสตฺโต เต อุโภปิ อาทาย ยมุนาตีรํ คนฺตฺวา ตีเร ฐิโต อาห –
๘๐๓. ‘‘ตตฺถ ปตฺโต สานุจโร, สห ปุตฺเตน พฺราหฺมณ;
ปูชิโต มยฺหํ กาเมหิ, สุขํ พฺราหฺมณ วจฺฉสี’’ติ.
ตตฺถ ตตฺถ ปตฺโตติ ตฺวํ อมฺหากํ นาคภวนํ ปตฺโต หุตฺวา. มยฺหนฺติ มม สนฺตเกหิ กาเมหิ ปูชิโต. วจฺฉสีติ ตตฺถ นาคภวเน สุขํ วสิสฺสติ.
เอวํ วตฺวา มหาสตฺโต อุโภปิ เต ปิตาปุตฺเต อตฺตโน อานุภาเวน นาคภวนํ อาเนสิ. เตสํ ตตฺถ ทิพฺโพ อตฺตภาโว ปาตุภวิ. อถ เนสํ มหาสตฺโต ทิพฺพสมฺปตฺตึ ทตฺวา จตฺตาริ จตฺตาริ นาคกญฺญาสตานิ อทาสิ. เต มหาสมฺปตฺตึ อนุภวึสุ. โพธิสตฺโตปิ อปฺปมตฺโต อุโปสถกมฺมํ อกาสิ. อนฺวฑฺฒมาสํ มาตาปิตูนํ อุปฏฺฐานํ คนฺตฺวา ธมฺมกถํ กเถตฺวา ตโต จ พฺราหฺมณสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา อาโรคฺยํ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘เยน เต อตฺโถ, ตํ วเทยฺยาสิ, อนุกฺกณฺฐมาโน อภิรมา’’ติ วตฺวา โสมทตฺเตนปิ สทฺธึ ปฏิสนฺถารํ กตฺวา อตฺตโน นิเวสนํ อคจฺฉิ. พฺราหฺมโณ เอกสํวจฺฉรํ นาคภวเน วสิตฺวา มนฺทปุญฺญตาย อุกฺกณฺฐิโต มนุสฺสโลกํ คนฺตุกาโม อโหสิ. นาคภวนมสฺส โลกนฺตรนิรโย วิย อลงฺกตปาสาโท พนฺธนาคารํ วิย อลงฺกตนาคกญฺญา ยกฺขินิโย วิย อุปฏฺฐหึสุ. โส ‘‘อหํ ตาว อุกฺกณฺฐิโต, โสมทตฺตสฺสปิ จิตฺตํ ชานิสฺสามี’’ติ ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา อาห ‘‘กึ, ตาต, อุกฺกณฺฐสี’’ติ? ‘‘กสฺมา อุกฺกณฺฐิสฺสามิ น อุกฺกณฺฐามิ, ตฺวํ ปน อุกฺกณฺฐสิ, ตาตา’’ติ? ‘‘อาม ตาตา’’ติ. ‘‘กึการณา’’ติ. ‘‘ตว มาตุ เจว ภาตุภคินีนญฺจ อทสฺสเนน อุกฺกณฺฐามิ, เอหิ, ตาต โสมทตฺต, คจฺฉามา’’ติ. โส ‘‘น คจฺฉามี’’ติ วตฺวาปิ ปุนปฺปุนํ ปิตรา ยาจิยมาโน ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิ.
พฺราหฺมโณ ‘‘ปุตฺตสฺส ตาว เม มโน ลทฺโธ, สเจ ปนาหํ ภูริทตฺตสฺส ‘อุกฺกณฺฐิโตมฺหี’ติ วกฺขามิ, อติเรกตรํ เม ยสํ ทสฺสติ, เอวํ เม คมนํ น ภวิสฺสติ. เอเกน ปน อุปาเยน ตสฺส สมฺปตฺตึ วณฺเณตฺวา ‘ตฺวํ เอวรูปํ สมฺปตฺตึ ปหาย กึการณา มนุสฺสโลกํ คนฺตฺวา อุโปสถกมฺมํ กโรสี’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘สคฺคตฺถายา’ติ วุตฺเต ‘ตฺวํ ตาว เอวรูปํ สมฺปตฺตึ ปหาย สคฺคตฺถาย อุโปสถกมฺมํ กโรสิ, กิมงฺคํ ปน มยํเยว ปรธเนน ชีวิกํ กปฺเปม, อหมฺปิ มนุสฺสโลกํ คนฺตฺวา ญาตเก ทิสฺวา ปพฺพชิตฺวา สมณธมฺมํ กริสฺสามี’ติ นํ สญฺญาเปสฺสามิ. อถ เม โส คมนํ อนุชานิสฺสตี’’ติ จินฺเตตฺวา เอกทิวสํ เตนาคนฺตฺวา ‘‘กึ, พฺราหฺมณ, อุกฺกณฺฐสี’’ติ ปุจฺฉิโต ‘‘ตุมฺหากํ สนฺติกา อมฺหากํ น กิญฺจิ ปริหายตี’’ติ กิญฺจิ คมนปฏิพทฺธํ อวตฺวาว อาทิโต ตาว ตสฺส สมฺปตฺตึ วณฺเณนฺโต อาห –
๘๐๔. ‘‘สมา สมนฺตปริโต, ปหูตตครา มหี;
อินฺทโคปกสญฺฉนฺนา, โสภติ หริตุตฺตมา.
๘๐๕. ‘‘รมฺมานิ วนเจตฺยานิ, รมฺมา หํสูปกูชิตา;
โอปุปฺผปทฺธา ติฏฺฐนฺติ, โปกฺขรญฺโญ สุนิมฺมิตา.
๘๐๖. ‘‘อฏฺฐํสา สุกตา ถมฺภา, สพฺเพ เวฬุริยามยา;
สหสฺสถมฺภา ปาสาทา, ปูรา กญฺญาหิ โชตเร.
๘๐๗. ‘‘วิมานํ อุปปนฺโนสิ, ทิพฺยํ ปุญฺเญหิ อตฺตโน;
อสมฺพาธํ สิวํ รมฺมํ, อจฺจนฺตสุขสํหิตํ.
๘๐๘. ‘‘มญฺเญ สหสฺสเนตฺตสฺส, วิมานํ นาภิกงฺขสิ;
อิทฺธี หิ ตฺยายํ วิปุลา, สกฺกสฺเสว ชุตีมโต’’ติ.
ตตฺถ สมา สมนฺตปริโตติ ปริสมนฺตโต สพฺพทิสาภาเคสุ อยํ ตว นาคภวเน มหี สุวณฺณรชตมณิ มุตฺตาวาลุกาปริกิณฺณา สมตลา. ปหูตตครา มหีติ พหุเกหิ ตครคจฺเฉหิ สมนฺนาคตา. อินฺทโคปกสญฺฉนฺนาติ สุวณฺณอินฺทโคปเกหิ สญฺฉนฺนา. โสภติ หริตุตฺตมาติ หริตวณฺณทพฺพติณสญฺฉนฺนา โสภตีติ อตฺโถ. วนเจตฺยานีติ วนฆฏา. โอปุปฺผปทฺธาติ ปุปฺผิตฺวา ปติเตหิ ปทุมปตฺเตหิ สญฺฉนฺนา อุทกปิฏฺฐา. สุนิมฺมิตาติ ตว ปุญฺญสมฺปตฺติยา สุฏฺฐุ นิมฺมิตา. อฏฺฐํสาติ ตว วสนปาสาเทสุ อฏฺฐํสา สุกตา เวฬุริยมยา ถมฺภา. เตหิ ถมฺเภหิ สหสฺสถมฺภา ตว ปาสาทา นาคกญฺญาหิ ปูรา วิชฺโชตนฺติ. อุปปนฺโนสีติ เอวรูเป วิมาเน นิพฺพตฺโตสีติ อตฺโถ. สหสฺสเนตฺตสฺส วิมานนฺติ สกฺกสฺส เวชยนฺตปาสาทํ. อิทฺธี หิ ตฺยายํ วิปุลาติ ยสฺมา ตวายํ วิปุลา อิทฺธิ, ตสฺมา ตฺวํ เตน อุโปสถกมฺเมน สกฺกสฺส วิมานมฺปิ น ปตฺเถสิ, อญฺญํ ตโต อุตฺตริ มหนฺตํ ฐานํ ปตฺเถสีติ มญฺญามิ.
ตํ สุตฺวา มหาสตฺโต ‘‘มา เหวํ, พฺราหฺมณ, อวจ, สกฺกสฺส ยสํ ปฏิจฺจ อมฺหากํ ยโส สิเนรุสนฺติเก สาสโป วิย, มยํ ตสฺส ปริจารเกปิ น อคฺฆามา’’ติ วตฺวา คาถมาห –
๘๐๙. ‘‘มนสาปิ น ปตฺตพฺโพ, อานุภาโว ชุตีมโต;
ปริจารยมานานํ, สอินฺทานํ วสวตฺติน’’นฺติ.
ตสฺสตฺโถ – พฺราหฺมณ, สกฺกสฺส ยโส นาม เอกํ เทฺว ตโย จตฺตาโร วา ทิวเส ‘‘เอตฺตโก สิยา’’ติ มนสา จินฺเตนฺเตนปิ น อภิปตฺตพฺโพ. เยปิ นํ จตฺตาโร มหาราชาโน ปริจาเรนฺติ, เตสํ เทวราชานํ ปริจารยมานานํ อินฺทํ นายกํ กตฺวา จรนฺตานํ สอินฺทานํ วสวตฺตีนํ จตุนฺนํ โลกปาลานํ ยสสฺสปิ อมฺหากํ ติรจฺฉานคตานํ ยโส โสฬสึ กลํ นคฺฆตีติ.
เอวญฺจ ปน วตฺวา ‘‘อิทํ เต มญฺเญ สหสฺสเนตฺตสฺส วิมาน’’นฺติ วจนํ สุตฺวา อหํ ตํ อนุสฺสรึ. ‘‘อหญฺหิ เวชยนฺตํ ปตฺเถนฺโต อุโปสถกมฺมํ กโรมี’’ติ ตสฺส อตฺตโน ปตฺถนํ อาจิกฺขนฺโต อาห –
๘๑๐. ‘‘ตํ วิมานํ อภิชฺฌาย, อมรานํ สุเขสินํ;
อุโปสถํ อุปวสนฺโต, เสมิ วมฺมิกมุทฺธนี’’ติ.
ตตฺถ อภิชฺฌายาติ ปตฺเถตฺวา. อมรานนฺติ ทีฆายุกานํ เทวานํ. สุเขสินนฺติ เอสิตสุขานํ สุเข ปติฏฺฐิตานํ.
กํ สุตฺวา พฺราหฺมโณ ‘‘อิทานิ เม โอกาโส ลทฺโธ’’ติ โสมนสฺสปฺปตฺโต คนฺตุํ อาปุจฺฉนฺโต คาถาทฺวยมาห –
๘๑๑. ‘‘อหญฺจ มิคเมสาโน, สปุตฺโต ปาวิสึ วนํ;
ตํ มํ มตํ วา ชีวํ วา, นาภิเวเทนฺติ ญาตกา.
๘๑๒. ‘‘อามนฺตเย ภูริทตฺตํ, กาสิปุตฺตํ ยสสฺสินํ;
ตยา โน สมนุญฺญาตา, อปิ ปสฺเสมุ ญาตเก’’ติ.
ตตฺถ นาภิเวเทนฺตีติ น ชานนฺติ, กเถนฺโตปิ เนสํ นตฺถิ. อามนฺตเยติ อามนฺตยามิ. กาสิปุตฺตนฺติ กาสิราชธีตาย ปุตฺตํ.
ตโต โพธิสตฺโต อาห –
๘๑๓. ‘‘เอโส หิ วต เม ฉนฺโท, ยํ วเสสิ มมนฺติเก;
น หิ เอตาทิสา กามา, สุลภา โหนฺติ มานุเส.
๘๑๔. ‘‘สเจ ตฺวํ นิจฺฉเส วตฺถุํ, มม กาเมหิ ปูชิโต;
มยา ตฺวํ สมนุญฺญาโต, โสตฺถึ ปสฺสาหิ ญาตเก’’ติ.
มหาสตฺโต คาถาทฺวยํ วตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อยํ มณึ นิสฺสาย สุขํ ชีวนฺโต กสฺสจิ นาจิกฺขิสฺสติ, เอตสฺส สพฺพกามททํ มณึ ทสฺสามี’’ติ. อถสฺส ตํ ททนฺโต อาห –
๘๑๕. ‘‘ธารยิมํ มณึ ทิพฺยํ, ปสุํ ปุตฺเต จ วินฺทติ;
อโรโค สุขิโต โหติ, คจฺเฉวาทาย พฺราหฺมณา’’ติ.
ตตฺถ ปสุํ ปุตฺเต จ วินฺทตีติ อิมํ มณึ ธารยมาโน อิมสฺสานุภาเวน ปสุญฺจ ปุตฺเต จ อญฺญญฺจ ยํ อิจฺฉติ, ตํ สพฺพํ ลภติ.
ตโต พฺราหฺมโณ คาถมาห –
๘๑๖. ‘‘กุสลํ ปฏินนฺทามิ, ภูริทตฺต วโจ ตว;
ปพฺพชิสฺสามิ ชิณฺโณสฺมิ, น กาเม อภิปตฺถเย’’ติ.
ตสฺสตฺโถ – ภูริทตฺต, ตว วจนํ กุสลํ อนวชฺชํ, ตํ ปฏินนฺทามิ น ปฏิกฺขิปามิ. อหํ ปน ชิณฺโณ อสฺมิ, ตสฺมา ปพฺพชิสฺสามิ, น กาเม อภิปตฺถยามิ, กึ เม มณินาติ.
โพธิสตฺโต อาห –
๘๑๗. ‘‘พฺรหฺมจริยสฺส เจ ภงฺโค, โหติ โภเคหิ การิยํ;
อวิกมฺปมาโน เอยฺยาสิ, พหุํ ทสฺสามิ เต ธน’’นฺติ.
ตตฺถ เจ ภงฺโคติ พฺรหฺมจริยวาโส นาม ทุกฺกโร, อนภิรตสฺส พฺรหฺมจริยสฺส เจ ภงฺโค โหติ, ตทา คิหิภูตสฺส โภเคหิ การิยํ โหติ, เอวรูเป กาเล ตฺวํ นิราสงฺโก หุตฺวา มม สนฺติกํ อาคจฺเฉยฺยาสิ, พหุํ เต ธนํ ทสฺสามีติ.
พฺราหฺมโณ อาห –
๘๑๘. ‘‘กุสลํ ปฏินนฺทามิ, ภูริทตฺต วโจ ตว;
ปุนปิ อาคมิสฺสามิ, สเจ อตฺโถ ภวิสฺสตี’’ติ.
ตตฺถ ปุนปีติ ปุน อปิ, อยเมว วา ปาโฐ.
อถสฺส ตตฺถ อวสิตุกามตํ ญตฺวา มหาสตฺโต นาคมาณวเก อาณาเปตฺวา พฺราหฺมณํ มนุสฺสโลกํ ปาเปสิ. ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห –
๘๑๙. ‘‘อิทํ วตฺวา ภูริทตฺโต, เปเสสิ จตุโร ชเน;
เอถ คจฺฉถ อุฏฺเฐถ, ขิปฺปํ ปาเปถ พฺราหฺมณํ.
๘๒๐. ‘‘ตสฺส ตํ วจนํ สุตฺวา, อุฏฺฐาย จตุโร ชนา;
เปสิตา ภูริทตฺเตน, ขิปฺปํ ปาเปสุ พฺราหฺมณ’’นฺติ.
ตตฺถ ปาเปสูติ ยมุนาโต อุตฺตาเรตฺวา พาราณสิมคฺคํ ปาปยึสุ, ปาปยิตฺวา จ ปน ‘‘ตุเมฺห คจฺฉถา’’ติ วตฺวา นาคภวนเมว ปจฺจาคมึสุ.
พฺราหฺมโณปิ ‘‘ตาต โสมทตฺต, อิมสฺมึ ฐาเน มิคํ วิชฺฌิมฺหา, อิมสฺมึ สูกร’’นฺติ ปุตฺตสฺส อาจิกฺขนฺโต อนฺตรามคฺเค โปกฺขรณึ ทิสฺวา ‘‘ตาต โสมทตฺต, นฺหายามา’’ติ วตฺวา ‘‘สาธุ, ตาตา’’ติ วุตฺเต อุโภปิ ทิพฺพาภรณานิ เจว ทิพฺพวตฺถานิ จ โอมุญฺจิตฺวา ภณฺฑิกํ กตฺวา โปกฺขรณีตีเร ฐเปตฺวา โอตริตฺวา นฺหายึสุ. ตสฺมึ ขเณ ตานิ อนฺตรธายิตฺวา นาคภวนเมว อคมํสุ. ปฐมํ นิวตฺถกาสาวปิโลติกาว เนสํ สรีเร ปฏิมุญฺจึสุ, ธนุสรสตฺติโยปิ ปากติกาว อเหสุํ. โสมทตฺโต ‘‘นาสิตามฺหา ตยา, ตาตา’’ติ ปริเทวิ. อถ นํ ปิตา ‘‘มา จินฺตยิ, มิเคสุ สนฺเตสุ อรญฺเญ มิเค วธิตฺวา ชีวิกํ กปฺเปสฺสามา’’ติ อสฺสาเสสิ. โสมทตฺตสฺส มาตา เตสํ อาคมนํ สุตฺวา ปจฺจุคฺคนฺตฺวา ฆรํ เนตฺวา อนฺนปาเนน สนฺตปฺเปสิ. พฺราหฺมโณ ภุญฺชิตฺวา นิทฺทํ โอกฺกมิ. อิตรา ปุตฺตํ ปุจฺฉิ ‘‘ตาต, เอตฺตกํ กาลํ กุหึ คตตฺถา’’ติ? ‘‘อมฺม, ภูริทตฺตนาคราเชน อเมฺห นาคภวนํ นีตา, ตโต อุกฺกณฺฐิตฺวา อิทานิ อาคตา’’ติ. ‘‘กิญฺจิ ปน โว รตนํ อาภต’’นฺติ. ‘‘นาภตํ อมฺมา’’ติ. ‘‘กึ ตุมฺหากํ เตน กิญฺจิ น ทินฺน’’นฺติ. ‘‘อมฺม, ภูริทตฺเตน เม ปิตุ สพฺพกามทโท มณิ ทินฺโน อโหสิ, อิมินา ปน น คหิโต’’ติ. ‘‘กึการณา’’ติ. ‘‘ปพฺพชิสฺสติ กิรา’’ติ. สา ‘‘เอตฺตกํ กาลํ ทารเก มม ภารํ กโรนฺโต นาคภวเน วสิตฺวา อิทานิ กิร ปพฺพชิสฺสตี’’ติ กุชฺฌิตฺวา วีหิภญฺชนทพฺพิยา ปิฏฺฐึ โปเถนฺตี ‘‘อเร, ทุฏฺฐพฺราหฺมณ, ปพฺพชิสฺสามีติ กิร มณิรตนํ น คณฺหสิ, อถ กสฺมา อปพฺพชิตฺวา อิธาคโตสิ, นิกฺขม มม ฆรา สีฆ’’นฺติ สนฺตชฺเชสิ. อถ นํ ‘‘ภทฺเท, มา กุชฺฌิ, อรญฺเญ มิเคสุ สนฺเตสุ อหํ ตํ โปเสสฺสามี’’ติ วตฺวา ปุตฺเตน สทฺธึ อรญฺญํ คนฺตฺวา ปุริมนิยาเมเนว ชีวิกํ กปฺเปสิ.
ตทา ทกฺขิณมหาสมุทฺทสฺส ทิสาภาเค สิมฺพลิวาสี เอโก ครุโฬ ปกฺขวาเตหิ สมุทฺเท อุทกํ วิยูหิตฺวา เอกํ นาคราชานํ สีเส คณฺหิ. ตทาหิ สุปณฺณา นาคํ คเหตุํ อชานนกาเยว, ปจฺฉา ปณฺฑรชาตเก ชานึสุ. โส ปน ตํ สีเส คเหตฺวาปิ อุทเก อโนตฺถรนฺเตเยว อุกฺขิปิตฺวา โอลมฺพนฺตํ อาทาย หิมวนฺตมตฺถเกน ปายาสิ. ตทา เจโก กาสิรฏฺฐวาสี พฺราหฺมโณ อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา หิมวนฺตปฺปเทเส ปณฺณสาลํ มาเปตฺวา ปฏิวสติ. ตสฺส จงฺกมนโกฏิยํ มหานิโคฺรธรุกฺโข อตฺถิ. โส ตสฺส มูเล ทิวาวิหารํ กโรติ. สุปณฺโณ นิโคฺรธมตฺถเกน นาคํ หรติ. นาโค โอลมฺพนฺโต โมกฺขตฺถาย นงฺคุฏฺเฐน นิโคฺรธวิฏปํ เวเฐสิ. สุปณฺโณ ตํ อชานนฺโตว มหพฺพลตาย อากาเส ปกฺขนฺทิเยว. นิโคฺรธรุกฺโข สมูโล อุปฺปาฏิโต. สุปณฺโณ นาคํ สิมฺพลิวนํ เนตฺวา ตุณฺเฑน ปหริตฺวา กุจฺฉึ ผาเลตฺวา นาคเมทํ ขาทิตฺวา สรีรํ สมุทฺทกุจฺฉิมฺหิ ฉฑฺเฑสิ. นิโคฺรธรุกฺโข ปตนฺโต มหาสทฺทมกาสิ. สุปณฺโณ ‘‘กิสฺส เอโส สทฺโท’’ติ อโธ โอโลเกนฺโต นิโคฺรธรุกฺขํ ทิสฺวา ‘‘กุโต เอส มยา อุปฺปาฏิโต’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘ตาปสสฺส จงฺกมนโกฏิยา นิโคฺรโธ เอโส’’ติ ตถโต ญตฺวา ‘‘อยํ ตสฺส พหูปกาโร, ‘อกุสลํ นุ โข เม ปสุตํ, อุทาหุ โน’ติ ตเมว ปุจฺฉิตฺวา ชานิสฺสามี’’ติ มาณวกเวเสน ตสฺส สนฺติกํ อคมาสิ.
ตสฺมึ ขเณ ตาปโส ตํ ฐานํ สมํ กโรติ. สุปณฺณราชา ตาปสํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสินฺโน อชานนฺโต วิย ‘‘กิสฺส ฐานํ, ภนฺเต, อิท’’นฺติ ปุจฺฉิ. ‘‘อุปาสก, เอโก สุปณฺโณ โภชนตฺถาย นาคํ หรนฺโต นาเคน โมกฺขตฺถาย นิโคฺรธวิฏปํ นงฺคุฏฺเฐน เวฐิตายปิ อตฺตโน มหพฺพลตาย ปกฺขนฺติตฺวา คโต, อถ นิโคฺรธรุกฺโข อุปฺปาฏิโต, อิทํ ตสฺส อุปฺปาฏิตฏฺฐาน’’นฺติ. ‘‘กึ ปน, ภนฺเต, ตสฺส สุปณฺณสฺส อกุสลํ โหติ, อุทาหุ โน’’ติ? ‘‘สเจ น ชานาติ, อเจตนกมฺมํ นาม อกุสลํ น โหตี’’ติ. ‘‘กึ นาคสฺส ปน, ภนฺเต’’ติ? ‘‘โส อิมํ นาเสตุํ น คณฺหิ, โมกฺขตฺถาย คณฺหิ, ตสฺมา ตสฺสปิ น โหติเยวา’’ติ. สุปณฺโณ ตาปสสฺส ตุสฺสิตฺวา ‘‘ภนฺเต, อหํ โส สุปณฺณราชา, ตุมฺหากญฺหิ ปญฺหเวยฺยากรเณน ตุฏฺโฐ. ตุเมฺห อรญฺเญ วสถ, อหญฺเจกํ อลมฺปายนมนฺตํ ชานามิ, อนคฺโฆ มนฺโต. ตมหํ ตุมฺหากํ อาจริยภาคํ กตฺวา ทมฺมิ, ปฏิคฺคณฺหถ น’’นฺติ อาห. ‘‘อลํ มยฺหํ มนฺเตน, คจฺฉถ ตุเมฺห’’ติ. โส ตํ ปุนปฺปุนํ ยาจิตฺวา สมฺปฏิจฺฉาเปตฺวา มนฺตํ ทตฺวา โอสธานิ อาจิกฺขิตฺวา ปกฺกามิ.
ครุฬกณฺฑํ นิฏฺฐิตํ.
กีฬนกณฺฑํ
ตสฺมึ กาเล พาราณสิยํ เอโก ทลิทฺทพฺราหฺมโณ พหุํ อิณํ คเหตฺวา อิณสามิเกหิ โจทิยมาโน ‘‘กึ เม อิธ วาเสน, อรญฺญํ ปวิสิตฺวา มตํ เสยฺโย’’ติ นิกฺขมิตฺวา วนํ ปวิสิตฺวา อนุปุพฺเพน ตํ อสฺสมปทํ ปตฺวา ตาปสํ วตฺตสมฺปทาย อาราเธสิ. ตาปโส ‘‘อยํ พฺราหฺมโณ มยฺหํ อติวิย อุปการโก, สุปณฺณราเชน ทินฺนํ ทิพฺพมนฺตมสฺส ทสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘พฺราหฺมณ, อหํ อลมฺปายนมนฺตํ ชานามิ, ตํ เต ทมฺมิ, คณฺหาหิ น’’นฺติ วตฺวา ‘‘อลํ, ภนฺเต, น มยฺหํ มนฺเตนตฺโถ’’ติ วุตฺเตปิ ปุนปฺปุนํ วตฺวา นิปฺปีเฬตฺวา สมฺปฏิจฺฉาเปตฺวา อทาสิเยว. ตสฺส จ มนฺตสฺส อนุจฺฉวิกานิ โอสธานิ เจว มนฺตุปจารญฺจ สพฺพํ กเถสิ. พฺราหฺมโณ ‘‘ลทฺโธ เม ชีวิตุปาโย’’ติ กติปาหํ วสิตฺวา ‘‘วาตาพาโธ เม, ภนฺเต, พาธตี’’ติ อปเทสํ กตฺวา ตาปเสน วิสฺสชฺชิโต ตํ วนฺทิตฺวา ขมาเปตฺวา อรญฺญา นิกฺขมิตฺวา อนุปุพฺเพน ยมุนาย ตีรํ ปตฺวา ตํ มนฺตํ สชฺฌายนฺโต มหามคฺคํ คจฺฉติ.
ตสฺมึ กาเล สหสฺสมตฺตา ภูริทตฺตสฺส ปริจาริกา นาคมาณวิกา ตํ สพฺพกามททํ มณิรตนํ อาทาย นาคภวนา นิกฺขมิตฺวา ยมุนาตีเร วาลุกราสิมฺหิ ฐเปตฺวา ตสฺส โอภาเสน สพฺพรตฺตึ อุทกกีฬํ กีฬิตฺวา อรุณุคฺคมเน สพฺพาลงฺกาเรน อลงฺกริตฺวา มณิรตนํ ปริวาเรตฺวา สิรึ ปเวสยมานา นิสีทึสุ. พฺราหฺมโณปิ มนฺตํ สชฺฌายนฺโต ตํ ฐานํ ปาปุณิ. ตา มนฺตสทฺทํ สุตฺวาว ‘‘อิมินา สุปณฺเณน ภวิตพฺพ’’นฺติ มรณภยตชฺชิตา มณิรตนํ อคฺคเหตฺวา ปถวิยํ นิมุชฺชิตฺวา นาคภวนํ อคมึสุ. พฺราหฺมโณปิ มณิรตนํ ทิสฺวา ‘‘อิทาเนว เม มนฺโต สมิทฺโธ’’ติ ตุฏฺฐมานโส มณิรตนํ อาทาย ปายาสิ. ตสฺมึ ขเณ เนสาทพฺราหฺมโณ โสมทตฺเตน สทฺธึ มิควธาย อรญฺญํ ปวิสนฺโต ตสฺส หตฺเถ ตํ มณิรตนํ ทิสฺวา ปุตฺตํ อาห ‘‘ตาต, นนุ เอโส อมฺหากํ ภูริทตฺเตน ทินฺโน มณี’’ติ? ‘‘อาม, ตาต, เอโส มณี’’ติ. ‘‘เตน หิสฺส อคุณํ กเถตฺวา อิมํ พฺราหฺมณํ วญฺเจตฺวา คณฺหาเมตํ มณิรตน’’นฺติ. ‘‘ตาต, ปุพฺเพ ภูริทตฺเตน ทียมานํ น คณฺหิ, อิทานิ ปเนส พฺราหฺมโณ ตญฺเญว วญฺเจสฺสติ, ตุณฺหี โหหี’’ติ. พฺราหฺมโณ ‘‘โหตุ, ตาต, ปสฺสสิ เอตสฺส วา มม วา วญฺจนภาว’’นฺติ อลมฺปายเนน สทฺธึ สลฺลปนฺโต อาห –
๘๒๑. ‘‘มณึ ปคฺคยฺห มงฺคลฺยํ, สาธุวิตฺตํ มโนรมํ;
เสลํ พฺยญฺชนสมฺปนฺนํ, โก อิมํ มณิมชฺฌคา’’ติ.
ตตฺถ มงฺคลฺยนฺติ มงฺคลสมฺมตํ สพฺพกามททํ. โก อิมนฺติ กุหึ อิมํ มณึ อธิคโตสิ.
ตโต อลมฺปายโน คาถมาห –
๘๒๒. ‘‘โลหิตกฺขสหสฺสาหิ, สมนฺตา ปริวาริตํ;