๑๙. สฏฺฐินิปาโต
[๕๒๙] ๑. โสณกชาตกวณฺณนา
กสฺส สุตฺวา สตํ ทมฺมีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เนกฺขมฺมปารมึ อารพฺภ กเถสิ. ตทา หิ ภควา ธมฺมสภายํ เนกฺขมฺมปารมึ วณฺณยนฺตานํ ภิกฺขูนํ มชฺเฌ นิสีทิตฺวา ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพปิ ตถาคโต มหาภินิกฺขมนํ นิกฺขนฺโตเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.
อตีเต ราชคเห มคธราชา นาม รชฺชํ กาเรสิ. โพธิสตฺโต ตสฺส อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิสฺมึ นิพฺพตฺติ, นามคฺคหณทิวเส จสฺส ‘‘อรินฺทมกุมาโร’’ติ นามํ กรึสุ. ตสฺส ชาตทิวเสเยว ปุโรหิตสฺสปิ ปุตฺโต ชายิ, ‘‘โสณกกุมาโร’’ติสฺส นามํ กรึสุ. เต อุโภปิ เอกโตว วฑฺฒิตฺวา วยปฺปตฺตา อุตฺตมรูปธรา รูเปน นิพฺพิเสสา หุตฺวา ตกฺกสิลํ คนฺตฺวา อุคฺคหิตสิปฺปา ตโต นิกฺขมิตฺวา ‘‘สพฺพสมยสิปฺปญฺจ เทสจาริตฺตญฺจ ชานิสฺสามา’’ติ อนุปุพฺเพน จาริกํ จรนฺตา พาราณสึ ปตฺวา ราชุยฺยาเน วสิตฺวา ปุนทิวเส นครํ ปวิสึสุ. ตํ ทิวสญฺจ เอกจฺเจ มนุสฺสา ‘‘พฺราหฺมณวาจนกํ กริสฺสามา’’ติ ปายาสํ ปฏิยาเทตฺวา อาสนานิ ปญฺญาเปตฺวา อาคจฺฉนฺเต เต กุมาเร ทิสฺวา ฆรํ ปเวเสตฺวา ปญฺญตฺตาสเน นิสีทาเปสุํ. ตตฺถ โพธิสตฺตสฺส ปญฺญตฺตาสเน สุทฺธวตฺถํ อตฺถตํ อโหสิ, โสณกสฺส รตฺตกมฺพลํ. โส ตํ นิมิตฺตํ ทิสฺวาว ‘‘อชฺช เม ปิยสหาโย อรินฺทมกุมาโร พาราณสิราชา ภวิสฺสติ, มยฺหํ ปน เสนาปติฏฺฐานํ ทสฺสตี’’ติ อญฺญาสิ. เต อุโภปิ กตภตฺตกิจฺจา อุยฺยานเมว อคมํสุ.
ตทา พาราณสิรญฺโญ กาลกตสฺส สตฺตโม ทิวโส โหติ, อปุตฺตกํ ราชกุลํ. อมจฺจาทโย ปาโตว สสีสํ นฺหาตา สนฺนิปติตฺวา ‘‘รชฺชารหสฺส สนฺติกํ คมิสฺสตี’’ติ ผุสฺสรถํ โยเชตฺวา วิสฺสชฺเชสุํ. โส นครา นิกฺขมิตฺวา อนุปุพฺเพน ราชุยฺยานํ คนฺตฺวา อุยฺยานทฺวาเร นิวตฺติตฺวา อาโรหณสชฺโช หุตฺวา อฏฺฐาสิ. โพธิสตฺโต มงฺคลสิลาปฏฺเฏสสีสํ ปารุปิตฺวา นิปชฺชิ, โสณกกุมาโร ตสฺส สนฺติเก นิสีทิ. โส ตูริยสทฺทํ สุตฺวา ‘‘อรินฺทมสฺส ผุสฺสรโถ อาคจฺฉติ, อชฺเชส ราชา หุตฺวา มม เสนาปติฏฺฐานํ ทสฺสติ, น โข ปน มยฺหํ อิสฺสริเยนตฺโถ, เอตสฺมึ คเต นิกฺขมิตฺวา ปพฺพชิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา เอกมนฺเต ปฏิจฺฉนฺเน อฏฺฐาสิ. ปุโรหิโต อุยฺยานํ ปวิสิตฺวา มหาสตฺตํ นิปนฺนกํ ทิสฺวา ตูริยานิ ปคฺคณฺหาเปสิ. มหาสตฺโต ปพุชฺฌิตฺวา ปริวตฺติตฺวา โถกํ นิปชฺชิตฺวา อุฏฺฐาย สิลาปฏฺเฏ ปลฺลงฺเกน นิสีทิ. อถ นํ ปุโรหิโต อญฺชลึ ปคฺคณฺหิตฺวา อาห – ‘‘รชฺชํ เต, เทว, ปาปุณาตี’’ติ. ‘‘กึ อปุตฺตกํ ราชกุล’’นฺติ? ‘‘เอวํ, เทวา’’ติ. ‘‘เตน หิ สาธู’’ติ. อถ นํ เต ตตฺเถว อภิสิญฺจิตฺวา รถํ อาโรเปตฺวา มหนฺเตน ปริวาเรน นครํ ปเวเสสุํ. โส นครํ ปทกฺขิณํ กตฺวา ปาสาทํ อภิรูหิ. โส ยสมหนฺตตาย โสณกกุมารํ น สริ.
โสปิ ตสฺมึ นครํ ปวิฏฺเฐ ปจฺฉา อาคนฺตฺวา สิลาปฏฺเฏ นิสีทิ. อถสฺส ปุรโต พนฺธนา ปวุตฺตํ สาลรุกฺขโต ปณฺฑุปลาสํ ปติ. โส ตํ ทิสฺวาว ‘‘ยเถเวตํ, ตถา มมปิ สรีรํ ชรํ ปตฺวา ปติสฺสตี’’ติ อนิจฺจาทิวเสน วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา ปจฺเจกโพธึ ปาปุณิ. ตํขณญฺเญวสฺส คิหิลิงฺคํ อนฺตรธายิ, ปพฺพชิตลิงฺคํ ปาตุรโหสิ. โส ‘‘นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว’’ติ อุทานํ อุทาเนนฺโต นนฺทมูลกปพฺภารํ อคมาสิ. มหาสตฺโตปิ จตฺตาลีสมตฺตานํ สํวจฺฉรานํ อจฺจเยน สริตฺวา ‘‘กหํ นุ โข เม สหาโย โสณโก’’ติ โสณกํ ปุนปฺปุนํ สรนฺโตปิ ‘‘มยา สุโต วา ทิฏฺโฐ วา’’ติ วตฺตารํ อลภิตฺวา อลงฺกตมหาตเล ราชปลฺลงฺเก นิสินฺโน คนฺธพฺพนาฏกนจฺจคีตาทีหิ ปริวุโต สมฺปตฺติมนุภวนฺโต ‘‘โย เม กสฺสจิ สนฺติเก สุตฺวา ‘อสุกฏฺฐาเน นาม โสณโก วสตี’ติ อาจิกฺขิสฺสติ, ตสฺส สตํ ทสฺสามิ, โย เม สามํ ทิสฺวา อาโรเจสฺสติ, ตสฺส สหสฺส’’นฺติ เอกํ อุทานํ อภิสงฺขริตฺวา คีตวเสน อุทาเนนฺโต ปฐมํ คาถมาห –
‘‘กสฺส สุตฺวา สตํ ทมฺมิ, สหสฺสํ ทิฏฺฐ โสณกํ;
โก เม โสณกมกฺขาติ, สหายํ ปํสุกีฬิต’’นฺติ.
อถสฺส มุขโต ลุญฺจนฺตี วิย คเหตฺวา เอกา นาฏกีตฺถี ตํ คายิ. อถญฺญา อถญฺญาติ ‘‘อมฺหากํ รญฺโญ ปิยคีต’’นฺติ สพฺพา โอโรธา คายึสุ. อนุกฺกเมน นครวาสิโนปิ ชานปทาปิ ตเมว คีตํ คายึสุ. ราชาปิ ปุนปฺปุนํ ตเมว คีตํ คายติ. ปณฺณาสมตฺตานํ สํวจฺฉรานํ อจฺจเยน ปนสฺส พหู ปุตฺตธีตโร อเหสุํ, เชฏฺฐปุตฺโต ทีฆาวุกุมาโร นาม อโหสิ. ตทา โสณกปจฺเจกพุทฺโธ ‘‘อรินฺทมราชา มํ ทฏฺฐุกาโม, อหํ ตตฺถ คนฺตฺวา กาเมสุ อาทีนวํ เนกฺขมฺเม จานิสํสํ กเถตฺวา ปพฺพชฺชนาการํ กโรมี’’ติ จินฺเตตฺวา อิทฺธิยา อากาเสนาคนฺตฺวา อุยฺยาเน นิสีทิ. ตทา เอโก สตฺตวสฺสิโก ปญฺจจูฬกกุมารโก มาตรา ปหิโต คนฺตฺวา อุยฺยานวเน ทารูนิ อุทฺธรนฺโต ปุนปฺปุนํ ตเมว คีตํ คายิ. อถ นํ โส ปกฺโกสิตฺวา ‘‘กุมารก, ตฺวํ อญฺญํ อคายิตฺวา เอกเมว คีตํ คายสิ, กึ อญฺญํ น ชานาสี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘ชานามิ, ภนฺเต, อมฺหากํ ปน รญฺโญ อิทเมว ปิยํ, เตน นํ ปุนฺนปฺปุนํ คายามี’’ติ. ‘‘เอตสฺส ปน เต คีตสฺส ปฏิคีตํ คายนฺโต โกจิ ทิฏฺฐปุพฺโพ’’ติ. ‘‘น ทิฏฺฐปุพฺโพ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘อหํ ตํ สิกฺขาเปสฺสามิ, สกฺขิสฺสสิ รญฺโญ สนฺติกํ คนฺตฺวา ปฏิคีตํ คายิตุ’’นฺติ. ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ. อถสฺส โส ปฏิคีตํ อาจิกฺขนฺโต ‘‘มยฺหํ สุตฺวา’’ติอาทิมาห. อุคฺคณฺหาเปตฺวา จ ปน ตํ อุยฺโยเชสิ – ‘‘คจฺฉ, กุมารก, อิมํ ปฏิคีตํ รญฺญา สทฺธึ คายาหิ, ราชา เต มหนฺตํ อิสฺสริยํ ทสฺสติ, กึ เต ทารูหิ, เวเคน ยาหี’’ติ.
โส ‘‘สาธู’’ติ ตํ ปฏิคีตํ อุคฺคณฺหิตฺวา วนฺทิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, ยาวาหํ ราชานํ อาเนมิ, ตาว อิเธว โหถา’’ติ วตฺวา เวเคน มาตุ สนฺติกํ คนฺตฺวา, ‘‘อมฺม, ขิปฺปํ มํ นฺหาเปตฺวา อลงฺกโรถ, อชฺช ตํ ทลิทฺทภาวโต โมเจสฺสามี’’ติ วตฺวา นฺหาตมณฺฑิโต ราชทฺวารํ คนฺตฺวา ‘‘อยฺย โทวาริก, ‘เอโก ทารโก ตุเมฺหหิ สทฺธึ ปฏิคีตํ คายิสฺสามีติ อาคนฺตฺวา ทฺวาเร ฐิโต’ติ รญฺโญ อโรเจหี’’ติ อาห. โส เวเคน คนฺตฺวา รญฺโญ อาโรเจสิ. ราชา ‘‘อาคจฺฉตู’’ติ ปกฺโกสาเปตฺวา, ‘‘ตาต, ตฺวํ มยา สทฺธึ ปฏิคีตํ คายิสฺสสี’’ติ อาห. ‘‘อาม, เทวา’’ติ. ‘‘เตน หิ คายสฺสู’’ติ. ‘‘เทว, อิมสฺมึ ฐาเน น คายามิ, นคเร ปน เภรึ จราเปตฺวา มหาชนํ สนฺนิปาตาเปถ, มหาชนมชฺเฌ คายิสฺสามี’’ติ. ราชา ตถา กาเรตฺวา อลงฺกตมณฺฑเป ปลฺลงฺกมชฺเฌ นิสีทิตฺวา ตสฺสานุรูปํ อาสนํ ทาเปตฺวา ‘‘อิทานิ ตว คีตํ คายสฺสู’’ติ อาห. ‘‘เทว, ตุเมฺห ตาว คายถ, อถาหํ ปฏิคีตํ คายิสฺสามี’’ติ. ตโต ราชา ปฐมํ คายนฺโต คาถมาห –
๑. ‘‘กสฺส สุตฺวา สตํ ทมฺมิ, สหสฺสํ ทิฏฺฐ โสณกํ;
โส เม โสณกมกฺขาติ, สหายํ ปํสุกีฬิต’’นฺติ.
ตตฺถ สุตฺวาติ ‘‘อสุกฏฺฐาเน นาม เต ปิยสหาโย โสณโก วสตี’’ติ ตสฺส วสนฏฺฐานํ สุตฺวา อาโรเจนฺตสฺส กสฺส สตํ ทมฺมิ. ทิฏฺฐาติ ‘‘อสุกฏฺฐาเน นาม มยา ทิฏฺโฐ’’ติ ทิสฺวา อาโรเจนฺตสฺส กสฺส สหสฺสํ ทมฺมีติ.
เอวํ รญฺญา ปฐมํ อุทานคาถาย คีตาย ปญฺจจูฬกทารเกน ปฏิคีตภาวํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อภิสมฺพุทฺโธ หุตฺวา ทียฑฺฒคาถา อภาสิ –
๒. ‘‘อถพฺรวี มาณวโก, ทหโร ปญฺจจูฬโก;
มยฺหํ สุตฺวา สตํ เทหิ, สหสฺสํ ทิฏฺฐ โสณกํ;
อหํ เต โสณกกฺขิสฺสํ, สหายํ ปํสุกีฬิต’’นฺติ.
เตน วุตฺตคาถาย ปน อยมตฺโถ – มหาราช, ยํ ตฺวํ ‘‘สุตฺวา อาโรเจนฺตสฺส สตํ ทมฺมี’’ติ วทสิ, ตมฺปิ มเมว เทหิ, ยํ ‘‘ทิสฺวา อาโรเจนฺตสฺส สหสฺสํ ทมฺมี’’ติ วทสิ, ตมฺปิ มยฺหเมว เทหิ, อหํ เต ปิยสหายํ อิทาเนว ปจฺจกฺขโตว ‘‘อยํ โสณโก’’ติ อาจิกฺขิสฺสนฺติ.
อิโต ปรํ สุวิญฺเญยฺยา สมฺพุทฺธคาถา ปาฬินเยเนว เวทิตพฺพา –
๓. ‘‘กตมสฺมึ โส ชนปเท, รฏฺเฐสุ นิคเมสุ จ;
กตฺถ โสณกมทฺทกฺขิ, ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโต.
๔. ‘‘ตเวว เทว วิชิเต, ตเววุยฺยานภูมิยํ;
อุชุวํสา มหาสาลา, นีโลภาสา มโนรมา.
๕. ‘‘ติฏฺฐนฺติ เมฆสมานา, รมฺมา อญฺโญญฺญนิสฺสิตา;
เตสํ มูลมฺหิ โสณโก, ฌายตี อนุปาทโน;
อุปาทาเนสุ โลเกสุ, ฑยฺหมาเนสุ นิพฺพุโต.
๖. ‘‘ตโต จ ราชา ปายาสิ, เสนาย จตุรงฺคิยา;
การาเปตฺวา สมํ มคฺคํ, อคมา เยน โสณโก.
๗. ‘‘อุยฺยานภูมึ คนฺตฺวาน, วิจรนฺโต พฺรหาวเน;
อาสีนํ โสณกํ ทกฺขิ, ฑยฺหมาเนสุ นิพฺพุต’’นฺติ.
ตตฺถ อุชุวํสาติ อุชุกฺขนฺธา. มหาสาลาติ มหารุกฺขา. เมฆสมานาติ นีลเมฆสทิสา. รมฺมาติ รมณียา. อญฺโญญฺญนิสฺสิตาติ สาขาหิ สาขํ, มูเลน มูลํ สํสิพฺพิตฺวา ฐิตา. เตสนฺติ เตสํ เอวรูปานํ ตว อุยฺยานวเน สาลานํ เหฏฺฐา. ฌายตีติ ลกฺขณูปนิชฺฌานอารมฺมณูปนิชฺฌานสงฺขาเตหิ ฌาเนหิ ฌายติ. อนุปาทโนติ กามุปาทานาทิวิรหิโต. ฑยฺหมาเนสูติ เอกาทสหิ อคฺคีหิ ฑยฺหมาเนสุ สตฺเตสุ. นิพฺพุโตติ เต อคฺคี นิพฺพาเปตฺวา สีตเลน หทเยน ฌายมาโน ตว อุยฺยาเน มงฺคลสาลรุกฺขมูเล สิลาปฏฺเฏ นิสินฺโน เอส เต สหาโย กญฺจนปฏิมา วิย โสภมาโน ปฏิมาเนตีติ. ตโต จาติ, ภิกฺขเว, ตโต โส อรินฺทโม ราชา ตสฺส วจนํ สุตฺวาว ‘‘โสณกปจฺเจกพุทฺธํ ปสฺสิสฺสามี’’ติ จตุรงฺคินิยา เสนาย ปายาสิ นิกฺขมิ. วิจรนฺโตติ อุชุกเมว อคนฺตฺวา ตสฺมึ มหนฺเต วนสณฺเฑ วิจรนฺโต ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ตํ อาสีนํ อทฺทกฺขิ.
โส ตํ อวนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิตฺวา อตฺตโน กิเลสาภิรตตฺตา ตํ ‘‘กปโณ’’ติ มญฺญมาโน อิมํ คาถมาห –
๘. ‘‘กปโณ วตยํ ภิกฺขุ, มุณฺโฑ สงฺฆาฏิปารุโต;
อมาติโก อปิติโก, รุกฺขมูลสฺมิ ฌายตี’’ติ.
ตตฺถ ฌายตีติ นิมฺมาติโก นิปฺปิติโก การุญฺญปฺปตฺโต ฌายติ.
๙. ‘‘อิมํ วากฺยํ นิสาเมตฺวา, โสณโก เอตทพฺรวิ;
น ราช กปโณ โหติ, ธมฺมํ กาเยน ผสฺสยํ.
๑๐. ‘‘โย จ ธมฺมํ นิรํกตฺวา, อธมฺมมนุวตฺตติ;
ส ราช กปโณ โหติ, ปาโป ปาปปรายโณ’’ติ.
ตตฺถ อิมนฺติ ตสฺส กิเลสาภิรตสฺส ปพฺพชฺชํ อโรเจนฺตสฺส อิมํ ปพฺพชฺชาครหวจนํ สุตฺวา. เอตทพฺรวีติ ปพฺพชฺชาย คุณํ ปกาเสนฺโต เอตํ อพฺรวิ. ผสฺสยนฺติ ผสฺสยนฺโต เยน อริยมคฺคธมฺโม นามกาเยน ผสฺสิโต, โส กปโณ นาม น โหตีติ ทสฺเสนฺโต เอวมาห. นิรํกตฺวาติ อตฺตภาวโต นีหริตฺวา. ปาโป ปาปปรายโณติ สยํ ปาปานํ กรเณน ปาโป, อญฺเญสมฺปิ กโรนฺตานํ ปติฏฺฐาภาเวน ปาปปรายโณติ.
เอวํ โส โพธิสตฺตํ ครหิ. โส อตฺตโน ครหิตภาวํ อชานนฺโต วิย หุตฺวา นามโคตฺตํ กเถตฺวา เตน สทฺธึ ปฏิสนฺถารํ กโรนฺโต คาถมาห –
๑๑. ‘‘อรินฺทโมติ เม นามํ, กาสิราชาติ มํ วิทู;
กจฺจิ โภโต สุขสฺเสยฺยา, อิธ ปตฺตสฺส โสณกา’’ติ.
ตตฺถ กจฺจีติ อมฺหากํ ตาว น กิญฺจิ อผาสุกํ, โภโต ปน กจฺจิ อิธ ปตฺตสฺส อิมสฺมึ อุยฺยาเน วสโต สุขวิหาโรติ ปุจฺฉติ.
อถ นํ ปจฺเจกพุทฺโธ, ‘‘มหาราช, น เกวลํ อิธ, อญฺญตฺราปิ วสนฺตสฺส เม อสุขํ นาม นตฺถี’’ติ วตฺวา ตสฺส สมณภทฺรคาถาโย นาม อารภิ –
๑๒. ‘‘สทาปิ ภทฺรมธนสฺส, อนาคารสฺส ภิกฺขุโน;
น เตสํ โกฏฺเฐ โอเปนฺติ, น กุมฺภึ น กโฬปิยํ;
ปรนิฏฺฐิตเมสานา, เตน ยาเปนฺติ สุพฺพตา.
๑๓. ‘‘ทุติยมฺปิ ภทฺรมธนสฺส, อนาคารสฺส ภิกฺขุโน;
อนวชฺชปิณฺโฑ โภตฺตพฺโพ, น จ โกจูปโรธติ.
๑๔. ‘‘ตติยมฺปิ ภทฺรมธนสฺส, อนาคารสฺส ภิกฺขุโน;
นิพฺพุโต ปิณฺโฑ โภตฺตพฺโพ, น จ โกจูปโรธติ.
๑๕. ‘‘จตุตฺถมฺปิ ภทฺรมธนสฺส, อนาคารสฺส ภิกฺขุโน;
มุตฺตสฺส รฏฺเฐ จรโต, สงฺโค ยสฺส น วิชฺชติ.
๑๖. ‘‘ปญฺจมมฺปิ ภทฺรมธนสฺส, อนาคารสฺส ภิกฺขุโน;
นครมฺหิ ฑยฺหมานมฺหิ, นาสฺส กิญฺจิ อฑยฺหถ.
๑๗. ‘‘ฉฏฺฐมฺปิ ภทฺรมธนสฺส, อนาคารสฺส ภิกฺขุโน;
รฏฺเฐ วิลุมฺปมานมฺหิ, นาสฺส กิญฺจิ อหีรถ.
๑๘. ‘‘สตฺตมมฺปิ ภทฺรมธนสฺส, อนาคารสฺส ภิกฺขุโน;
โจเรหิ รกฺขิตํ มคฺคํ, เย จญฺเญ ปริปนฺถิกา;
ปตฺตจีวรมาทาย, โสตฺถึ คจฺฉติ สุพฺพโต.
๑๙. ‘‘อฏฺฐมมฺปิ ภทฺรมธนสฺส, อนาคารสฺส ภิกฺขุโน;
ยํ ยํ ทิสํ ปกฺกมติ, อนเปกฺโขว คจฺฉตี’’ติ.
ตตฺถ อนาคารสฺสาติ, มหาราช, ฆราวาสํ ปหาย อนาคาริยภาวํ ปตฺตสฺส อธนสฺส อกิญฺจนสฺส ภิกฺขุโน สพฺพกาลํ ภทฺรเมว. น เตสนฺติ, มหาราช, เตสํ อธนานํ ภิกฺขูนํ น โกฏฺฐาคาเร ธนธญฺญานิ โอเปนฺติ, น กุมฺภิยํ, น ปจฺฉิยํ, เต ปน สุพฺพตา ปรนิฏฺฐิตํ ปเรสํ ฆเร ปกฺกํ อาหารํ สงฺฆาฏึ ปารุปิตฺวา กปาลมาทาย ฆรปฏิปาฏิยา เอสานา ปริเยสนฺตา เตน ตโต ลทฺเธน ปิณฺเฑน ตํ อาหารํ นวนฺนํ ปาฏิกุลฺยานํ วเสน ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปริภุญฺชิตฺวา ชีวิตวุตฺตึ ยาเปนฺติ.
อนวชฺชปิณฺโฑ โภตฺตพฺโพติ เวชฺชกมฺมาทิกาย อเนสนาย วา กุหนา ลปนา เนมิตฺติกตา นิปฺเปสิกตา ลาเภน ลาภํ นิชิคีสนตาติ เอวรูเปน มิจฺฉาชีเวน วา อุปฺปาทิตา จตฺตาโร ปจฺจยา, ธมฺเมน อุปฺปาทิตาปิ อปจฺจเวกฺขิตฺวา ปริภุตฺตา สาวชฺชปิณฺโฑ นาม. อเนสนํ ปน ปหาย มิจฺฉาชีวํ วชฺเชตฺวา ธมฺเมน สเมน อุปฺปาทิตา ‘‘ปฏิสงฺขา โยนิโส จีวรํ ปฏิเสวามี’’ติ วุตฺตนเยเนว ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปริภุตฺตา อนวชฺชปิณฺโฑ นาม. เยน เอวรูโป อนวชฺชปิณฺโฑ โภตฺตพฺโพ ปริภุญฺชิตพฺโพ, ยญฺจ เอวรูปํ อนวชฺชํ ปิณฺฑํ ภุญฺชมานานํ ปจฺจเย นิสฺสาย โกจิ อปฺปมตฺตโกปิ กิเลโส น อุปโรธติ น ปีเฬติ, ตสฺส ทุติยมฺปิ ภทฺรํ อธนสฺส อนาคารสฺส ภิกฺขุโน.
นิพฺพุโตติ ปุถุชฺชนภิกฺขุโน ธมฺเมน อุปฺปนฺนปิณฺโฑปิ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปริภุญฺชิยมาโน นิพฺพุตปิณฺโฑ นาม, เอกนฺตโต ปน ขีณาสวสฺส ปิณฺโฑว นิพฺพุตปิณฺโฑ นาม. กึการณา? โส หิ เถยฺยปริโภโค, อิณปริโภโค, ทายชฺชปริโภโค, สามิปริโภโคติ อิเมสุ จตูสุ ปริโภเคสุ สามิปริโภควเสน ตํ ภุญฺชติ, ตณฺหาทาสพฺยํ อตีโต สามี หุตฺวา ปริภุญฺชติ, น ตํ ตปฺปจฺจยา โกจิ อปฺปมตฺตโกปิ กิเลโส อุปโรธติ.
มุตฺตสฺส รฏฺเฐ จรโตติ อุปฏฺฐากกุลาทีสุ อลคฺคมานสสฺส ฉินฺนวลาหกสฺส วิย ราหุมุขา ปมุตฺตสฺส วิมลจนฺทมณฺฑลสฺส วิย จ ยสฺส คามนิคมาทีสุ จรนฺตสฺส ราคสงฺคาทีสุ เอโกปิ สงฺโค นตฺถิ. เอกจฺโจ หิ กุเลหิ สํสฏฺโฐ วิหรติ สหโสกี สหนนฺที, เอกจฺโจ มาตาปิตูสุปิ อลคฺคมานโส วิจรติ โกรุนครคามวาสี ทหโร วิย, เอวรูปสฺส ปุถุชฺชนสฺสปิ ภทฺรเมว.
นาสฺส กิญฺจีติ โย หิ พหุปริกฺขาโร โหติ, โส ‘‘มา เม โจรา ปริกฺขาเร หรึสู’’ติ อติเรกานิ จ จีวราทีนิ อนฺโตนคเร อุปฏฺฐากกุเล นิกฺขิปติ, อถ นครมฺหิ ฑยฺหมาเน ‘‘อสุกกุเล นาม อคฺคิ อุฏฺฐิโต’’ติ สุตฺวา โสจติ กิลมติ, เอวรูปสฺส ภทฺรํ นาม นตฺถิ. โย ปน, มหาราช, สกุณวตฺตํ ปูเรติ, กายปฏิพทฺธปริกฺขาโรว โหติ, ตสฺส ตาทิสสฺส น กิญฺจิ อฑยฺหถ, เตนสฺส ปญฺจมมฺปิ ภทฺรเมว.
วิลุมฺปมานมฺหีติ วิลุปฺปมานมฺหิ, อยเมว วา ปาโฐ. อหีรถาติ ยถา ปพฺพตคหนาทีหิ นิกฺขมิตฺวา รฏฺฐํ วิลุมฺปมาเนสุ โจเรสุ พหุปริกฺขารสฺส อนฺโตคาเม ฐปิตํ วิลุมฺปติ หรติ, ตถา ยสฺส อธนสฺส กายปฏิพทฺธปริกฺขารสฺส น กิญฺจิ อหีรถ ตสฺส ฉฏฺฐมฺปิ ภทฺรเมว.
เย จญฺเญ ปริปนฺถิกาติ เย จ อญฺเญปิ เตสุ เตสุ ฐาเนสุ สุงฺกคหณตฺถาย ฐปิตา ปริปนฺถิกา, เตหิ จ รกฺขิตํ. ปตฺตจีวรนฺติ โจรานํ อนุปการํ สุงฺกิกานํ อสุงฺการหํ มตฺติกาปตฺตญฺเจว กตทฬฺหีกมฺมปริภณฺฑํ ปํสุกูลจีวรญฺจ อปฺปคฺฆานิ กายพนฺธนปริสฺสาวนสูจิวาสิปตฺตตฺถวิกานิ จาติ สพฺเพปิ อฏฺฐ ปริกฺขาเร กายปฏิพทฺเธ กตฺวา มคฺคปฺปฏิปนฺโน เกนจิ อวิเหฐิยมาโน โสตฺถึ คจฺฉติ. สุพฺพโตติ โลภนียานิ หิ จีวราทีนิ ทิสฺวา โจรา หรนฺติ, สุงฺกิกาปิ ‘‘กึ นุ โข เอตสฺส หตฺเถ’’ติ ปตฺตตฺถวิกาทีนิ โสเธนฺติ, สุพฺพโต ปน สลฺลหุกวุตฺติ เตสํ ปสฺสนฺตานญฺเญว โสตฺถึ คจฺฉติ, เตนสฺส สตฺตมมฺปิ ภทฺรเมว.
อนเปกฺโขว คจฺฉตีติ กายปฏิพทฺธโต อติเรกสฺส วิหาเร ปฏิสามิตสฺส กสฺสจิ ปริกฺขารสฺส อภาวา วสนฏฺฐานํ นิวตฺติตฺวาปิ น โอโลเกติ. ยํ ยํ ทิสํ คนฺตุกาโม โหติ, ตํ ตํ คจฺฉนฺโต อนเปกฺโขว คจฺฉติ อนุราธปุรา นิกฺขมิตฺวา ถูปาราเม ปพฺพชิตานํ ทฺวินฺนํ กุลปุตฺตานํ วุฑฺฒตโร วิย.
อิติ โสณกปจฺเจกพุทฺโธ อฏฺฐ สมณภทฺรกานิ กเถสิ. ตโต อุตฺตรึ ปน สตมฺปิ สหสฺสมฺปิ อปริมาณานิ สมณภทฺรกานิ เอส กเถตุํ สมตฺโถเยว. ราชา ปน กามาภิรตตฺตา ตสฺส กถํ ปจฺฉินฺทิตฺวา ‘‘มยฺหํ สมณภทฺรเกหิ อตฺโถ นตฺถี’’ติ อตฺตโน กามาธิมุตฺตตํ ปกาเสนฺโต อาห –
๒๐. ‘‘พหูนิ สมณภทฺรานิ, เย ตฺวํ ภิกฺขุ ปสํสสิ;
อหญฺจ คิทฺโธ กาเมสุ, กถํ กาหามิ โสณก.
๒๑. ‘‘ปิยา เม มานุสา กามา, อโถ ทิพฺยาปิ เม ปิยา;
อถ เกน นุ วณฺเณน, อุโภ โลเก ลภามเส’’ติ.
ตตฺถ วณฺเณนาติ การเณน.
อถ นํ ปจฺเจกพุทฺโธ อาห –
๒๒. ‘‘กาเม คิทฺธา กามรตา, กาเมสุ อธิมุจฺจิตา;
นรา ปาปานิ กตฺวาน, อุปปชฺชนฺติ ทุคฺคตึ.
๒๓. ‘‘เย จ กาเม ปหนฺตฺวาน, นิกฺขนฺตา อกุโตภยา;
เอโกทิภาวาธิคตา, น เต คจฺฉนฺติ ทุคฺคตึ.
๒๔. ‘‘อุปมํ เต กริสฺสามิ, ตํ สุโณหิ อรินฺทม;
อุปมาย มิเธกจฺเจ, อตฺถํ ชานนฺติ ปณฺฑิตา.
๒๕. ‘‘คงฺคาย กุณปํ ทิสฺวา, วุยฺหมานํ มหณฺณเว;
วายโส สมจินฺเตสิ, อปฺปปญฺโญ อเจตโส.
๒๖. ‘‘ยานญฺจ วติทํ ลทฺธํ, ภกฺโข จายํ อนปฺปโก;
ตตฺถ รตฺตึ ตตฺถ ทิวา, ตตฺเถว นิรโต มโน.
๒๗. ‘‘ขาทํ นาคสฺส มํสานิ, ปิวํ ภาคีรโถทกํ;
สมฺปสฺสํ วนเจตฺยานิ, น ปเลตฺถ วิหงฺคโม.
๒๘. ‘‘ตญฺจ โอตรณี คงฺคา, ปมตฺตํ กุณเป รตํ;
สมุทฺทํ อชฺฌคาหาสิ, อคตี ยตฺถ ปกฺขินํ.
๒๙. ‘‘โส จ ภกฺขปริกฺขีโณ, อุทปตฺวา วิหงฺคโม;
น ปจฺฉโต น ปุรโต, นุตฺตรํ โนปิ ทกฺขิณํ.
๓๐. ‘‘ทีปํ โส นชฺฌคาคญฺฉิ, อคตี ยตฺถ ปกฺขินํ;
โส จ ตตฺเถว ปาปตฺถ, ยถา ทุพฺพลโก ตถา.
๓๑. ‘‘ตญฺจ สามุทฺทิกา มจฺฉา, กุมฺภีลา มกรา สุสู;
ปสยฺหการา ขาทึสุ, ผนฺทมานํ วิปกฺขกํ.
๓๒. ‘‘เอวเมว ตุวํ ราช, เย จญฺเญ กามโภคิโน;
คิทฺธา เจ น วมิสฺสนฺติ, กากปญฺญาว เต วิทู.
๓๓. ‘‘เอสา เต อุปมา ราช, อตฺถสนฺทสฺสนี กตา;
ตฺวญฺจ ปญฺญายเส เตน, ยทิ กาหสิ วา น วา’’ติ.
ตตฺถ ปาปานีติ, มหาราช, ตฺวํ กามคิทฺโธ, นรา จ กาเม นิสฺสาย กายทุจฺจริตาทีนิ ปาปานิ กตฺวา ยตฺถ สุปินนฺเตปิ ทิพฺพา จ มานุสิกา จ กามา น ลพฺภนฺติ, ตํ ทุคฺคตึ อุปปชฺชนฺตีติ อตฺโถ. ปหนฺตฺวานาติ เขฬปิณฺฑํ วิย ปหาย. อกุโตภยาติ ราคาทีสุ กุโตจิ อนาคตภยา. เอโกทิภาวาธิคตาติ เอโกทิภาวํ เอกวิหาริกตํ อธิคตา. น เตติ เต เอวรูปา ปพฺพชิตา ทุคฺคตึ น คจฺฉนฺติ.
อุปมํ เตติ, มหาราช, ทิพฺพมานุสเก กาเม ปตฺเถนฺตสฺส หตฺถิกุณเป ปฏิพทฺธกากสทิสสฺส ตว เอกํ อุปมํ กริสฺสามิ, ตํ สุโณหีติ อตฺโถ. กุณปนฺติ หตฺถิกเฬวรํ. มหณฺณเวติ คมฺภีรปุถุเล อุทเก. เอโก กิร มหาวารโณ คงฺคาตีเร จรนฺโต คงฺคายํ ปติตฺวา อุตฺตริตุํ อสกฺเกนฺโต ตตฺเถว มโต คงฺคาย วุยฺหิ, ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. วายโสติ อากาเสน คจฺฉนฺโต เอโก กาโก. ยานญฺจ วติทนฺติ โส เอวํ จินฺเตตฺวา ตตฺถ นิลียิตฺวา ‘‘อิทํ มยา หตฺถิยานํ ลทฺธํ, เอตฺถ นิลีโน สุขํ จริสฺสามิ, อยเมว จ เม อนปฺปโก ภกฺโข ภวิสฺสติ, อิทานิ มยา อญฺญตฺถ คนฺตุํ น วฏฺฏตี’’ติ สนฺนิฏฺฐานมกาสิ. ตตฺถ รตฺตินฺติ ตตฺถ รตฺติญฺจ ทิวา จ ตตฺเถว มโน อภิรโต อโหสิ. น ปเลตฺถาติ น อุปฺปติตฺวา ปกฺกามิ.
โอตรณีติ สมุทฺทาภิมุขี โอตรมานา. ‘‘โอหาริณี’’ติปิ ปาโฐ, สา สมุทฺทาภิมุขี อวหาริณีติ อตฺโถ. อคตี ยตฺถาติ สมุทฺทมชฺฌํ สนฺธายาห. ภกฺขปริกฺขีโณติ ปริกฺขีณภกฺโข. อุทปตฺวาติ ขีเณ จมฺเม จ มํเส จ อฏฺฐิสงฺฆาโต อูมิเวเคน ภินฺโน อุทเก นิมุชฺชิ. อถ โส กาโก อุทเก ปติฏฺฐาตุํ อสกฺโกนฺโต อุปฺปติ, เอวํ อุปฺปติตฺวาติ อตฺโถ. อคตี ยตฺถ ปกฺขินนฺติ ยสฺมึ สมุทฺทมชฺเฌ ปกฺขีนํ อคติ, ตตฺถ โส เอวํ อุปฺปติโต ปจฺฉิมํ ทิสํ คนฺตฺวา ตตฺถ ปติฏฺฐํ อลภิตฺวา ปุรตฺถิมํ, ตโต อุตฺตรํ, ตโต ทกฺขิณนฺติ จตสฺโสปิ ทิสา คนฺตฺวา อตฺตโน ปติฏฺฐานํ น อชฺฌคา นาคญฺฉีติ อตฺโถ. อถ วา วายโส เอวํ อุปฺปติตฺวา ปจฺฉิมาทีสุ เอเกกํ ทิสํ อาคญฺฉิ, ทีปํ ปน นชฺฌาคมาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ปาปตฺถาติ ปปติโต. ยถา ทุพฺพลโกติ ยถา ทุพฺพลโก ปเตยฺย, ตเถว ปติโต. สุสูติ สุสุนามกา จณฺฑมจฺฉา. ปสยฺหการาติ อนิจฺฉมานกํเยว พลกฺกาเรน. วิปกฺขกนฺติ วิทฺธสฺตปกฺขกํ.
คิทฺธา เจ น วมิสฺสนฺตีติ ยทิ คิทฺธา หุตฺวา กาเม น วมิสฺสนฺติ, น ฉฑฺเฑสฺสนฺติ. กากปญฺญาว เตติ กากสฺส สมานปญฺญา อิติ เต พุทฺธาทโย ปณฺฑิตา วิทู วิทนฺติ, ชานนฺตีติ อตฺโถ. อตฺถสนฺทสฺสนีติ อตฺถปฺปกาสิกา. ตฺวญฺจ ปญฺญายเสติ ตฺวญฺจ ปญฺญายิสฺสสิ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – มหาราช, มยา หิตกาเมน ตว โอวาโท ทินฺโน, ตํ ปน ตฺวํ ยทิ กาหสิ, เทวโลเก นิพฺพตฺติสฺสสิ, ยทิ น กาหสิ, กามปงฺเก นิมุคฺโค ชีวิตปริโยสาเน นิรเย นิพฺพตฺติสฺสสีติ เอวํ ตฺวเมว เตน การเณน วา อการเณน วา สคฺเค วา นิรเย วา ปญฺญายิสฺสสิ. อหํ ปน สพฺพภเวหิ มุตฺโต อปฺปฏิสนฺธิโกติ.
อิมํ ปน โอวาทํ เทนฺเตน ปจฺเจกพุทฺเธน นที ทสฺสิตา, ตาย วุยฺหมานํ หตฺถิกุณปํ ทสฺสิตํ, กุณปขาทโก กาโก ทสฺสิโต, ตสฺส กุณปํ ขาทิตฺวา ปานียปิวนกาโล ทสฺสิโต, รมณียวนสณฺฑทสฺสนกาโล ทสฺสิโต, กุณปสฺส นทิยา วุยฺหมานสฺส สมุทฺทปเวโส ทสฺสิโต, สมุทฺทมชฺเฌ กากสฺส หตฺถิกุณเป ปติฏฺฐํ อลภิตฺวา วินาสํ ปตฺตกาโล ทสฺสิโต. ตตฺถ นที วิย อนมตคฺโค สํสาโร ทฏฺฐพฺโพ, นทิยา วุยฺหมานํ หตฺถิกุณปํ วิย สํสาเร ปญฺจ กามคุณา, กาโก วิย พาลปุถุชฺชโน, กากสฺส กุณปํ ขาทิตฺวา ปานียปิวนกาโล วิย ปุถุชฺชนสฺส กามคุเณ ปริภุญฺชิตฺวา โสมนสฺสิกกาโล, กากสฺส กุณเป ลคฺคสฺเสว รมณียวนสณฺฑทสฺสนํ วิย ปุถุชฺชนสฺส กามคุเณสุ ลคฺคสฺเสว สวนวเสน อฏฺฐตึสารมฺมณทสฺสนํ, กุณเป สมุทฺทํ ปวิฏฺเฐ กากสฺส ปติฏฺฐํ ลภิตุํ อสกฺโกนฺตสฺส วินาสํ ปตฺตกาโล วิย พาลปุถุชฺชนสฺส กามคุณคิทฺธสฺส ปาปปรายณสฺส กุสลธมฺเม ปติฏฺฐํ ลภิตุํ อสกฺโกนฺตสฺส มหานิรเย มหาวินาสปตฺติ ทฏฺฐพฺพาติ.
เอวมสฺส โส อิมาย อุปมาย โอวาทํ ทตฺวา อิทานิ ตเมว โอวาทํ ถิรํ กตฺวา ปติฏฺฐเปตุํ คาถมาห –
๓๔. ‘‘เอกวาจมฺปิ ทฺวิวาจํ, ภเณยฺย อนุกมฺปโก;
ตตุตฺตรึ น ภาเสยฺย, ทาโสวยฺยสฺส สนฺติเก’’ติ.
ตตฺถ น ภาเสยฺยาติ วจนํ อคฺคณฺหนฺตสฺส หิ ตโต อุตฺตรึ ภาสมาโน สามิกสฺส สนฺติเก ทาโส วิย โหติ. ทาโส หิ สามิเก กถํ คณฺหนฺเตปิ อคฺคณฺหนฺเตปิ กเถติเยว. เตน วุตฺตํ ‘‘ตตุตฺตรึ น ภาเสยฺยา’’ติ.
๓๕. ‘‘อิทํ วตฺวาน ปกฺกามิ, โสณโก อมิตพุทฺธิมา;
เวหาเส อนฺตลิกฺขสฺมึ, อนุสาสิตฺวาน ขตฺติย’’นฺติ. –
อยํ อภิสมฺพุทฺธคาถา.
ตตฺถ อิทํ วตฺวานาติ, ภิกฺขเว, โส ปจฺเจกพุทฺโธ อมิตาย โลกุตฺตรพุทฺธิยา อมิตพุทฺธิมา อิทํ วตฺวา อิทฺธิยา อุปฺปติตฺวา ‘‘สเจ ปพฺพชิสฺสสิ, ตเวว, โน เจ ปพฺพชิสฺสสิ, ตเวว, ทินฺโน เต มยา โอวาโท, อปฺปมตฺโต โหหี’’ติ เอวํ อนุสาสิตฺวาน ขตฺติยํ ปกฺกามิ.
โพธิสตฺโตปิ ตํ อากาเสน คจฺฉนฺตํ ยาว ทสฺสนปถา โอโลเกนฺโต ฐตฺวา ตสฺมึ จกฺขุปเถ อติกฺกนฺเต สํเวคํ ปฏิลภิตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อยํ พฺราหฺมโณ หีนชจฺโจ สมาโน อสมฺภินฺเน ขตฺติยวํเส ชาตสฺส มม มตฺถเก อตฺตโน ปาทรชํ โอกิรนฺโต อากาสํ อุปฺปติตฺวา คโต, มยาปิ อชฺเชว นิกฺขมิตฺวา ปพฺพชิตุํ วฏฺฏตี’’ติ. โส รชฺชํ นิยฺยาเทตฺวา ปพฺพชิตุกาโม คาถาทฺวยมาห –
๓๖. ‘‘โก นุเม ราชกตฺตาโร, สุทฺทา เวยฺยตฺตมาคตา;
รชฺชํ นิยฺยาทยิสฺสามิ, นาหํ รชฺเชน มตฺถิโก.
๓๗. ‘‘อชฺเชว ปพฺพชิสฺสามิ, โก ชญฺญา มรณํ สุเว;
มาหํ กาโกว ทุมฺเมโธ, กามานํ วสมนฺวค’’นฺติ.
ตตฺถ โก นุเมติ กุหึ นุ อิเม. ราชกตฺตาโรติ เย ราชารหํ อภิสิญฺจิตฺวา ราชานํ กโรนฺติ. สุทฺทา เวยฺยตฺตมาคตาติ สุทฺทา จ เย จ อญฺเญ พฺยตฺตภาวํ อาคตา มุขมงฺคลิกา. รชฺเชน มตฺถิโกติ รชฺเชน อตฺถิโก. โก ชญฺญา มรณํ สุเวติ มรณํ อชฺช วา สุเว วาติ อิทํ โก ชานิตุํ สมตฺโถ.
เอวํ รชฺชํ นิยฺยาเทนฺตสฺส สุตฺวา อมจฺจา อาหํสุ –
๓๘. ‘‘อตฺถิ เต ทหโร ปุตฺโต, ทีฆาวุ รฏฺฐวฑฺฒโน;
ตํ รชฺเช อภิสิญฺจสฺสุ, โส โน ราชา ภวิสฺสตี’’ติ.
ตโต ปรํ รญฺญา วุตฺตคาถมาทึ กตฺวา อุทานสมฺพนฺธคาถา ปาฬินเยเนว เวทิตพฺพา –
๓๙. ‘‘ขิปฺปํ กุมารมาเนถ, ทีฆาวุํ รฏฺฐวฑฺฒนํ;
ตํ รชฺเช อภิสิญฺจิสฺสํ, โส โว ราชา ภวิสฺสติ.
๔๐. ‘‘ตโต กุมารมาเนสุํ, ทีฆาวุํ รฏฺฐวฑฺฒนํ;
ตํ ทิสฺวา อาลปี ราชา, เอกปุตฺตํ มโนรมํ.
๔๑. ‘‘สฏฺฐิ คามสหสฺสานิ, ปริปุณฺณานิ สพฺพโส;
เต ปุตฺต ปฏิปชฺชสุ, รชฺชํ นิยฺยาทยามิ เต.
๔๒. ‘‘อชฺเชว ปพฺพชิสฺสามิ, โก ชญฺญา มรณํ สุเว;
มาหํ กาโก ว ทุมฺเมโธ, กามานํ วสมนฺวคํ.
๔๓. ‘‘สฏฺฐิ นาคสหสฺสานิ, สพฺพาลงฺการภูสิตา;
สุวณฺณกจฺฉา มาตงฺคา, เหมกปฺปนวาสสา.
๔๔. ‘‘อารูฬฺหา คามณีเยภิ, โตมรงฺกุสปาณิภิ;
เต ปุตฺต ปฏิปชฺชสฺสุ, รชฺชํ นิยฺยาทยามิ เต.
๔๕. ‘‘อชฺเชว ปพฺพชิสฺสามิ, โก ชญฺญา มรณํ สุเว;
มาหํ กาโกว ทุมฺเมโธ, กามานํ วสมนฺวคํ.
๔๖. ‘‘สฏฺฐิ อสฺสสหสฺสานิ, สพฺพาลงฺการภูสิตา;
อาชานียาว ชาติยา, สินฺธวา สีฆวาหิโน.
๔๗. ‘‘อารูฬฺหา คามณีเยภิ, อิลฺลิยาจาปธาริภิ;
เต ปุตฺต ปฏิปชฺชสฺสุ, รชฺชํ นิยฺยาทยามิ เต.
๔๘. ‘‘อชฺเชว ปพฺพชิสฺสามิ, โก ชญฺญา มรณํ สุเว;
มาหํ กาโกว ทุมฺเมโธ, กามานํ วสมนฺวคํ.
๔๙. ‘‘สฏฺฐิ รถสหสฺสานิ, สนฺนทฺธา อุสฺสิตทฺธชา;
ทีปา อโถปิ เวยฺยคฺฆา, สพฺพาลงฺการภูสิตา.
๕๐. ‘‘อารูฬฺหา คามณีเยภิ, จาปหตฺเถหิ วมฺมิภิ;
เต ปุตฺต ปฏิปชฺชสฺสุ, รชฺชํ นิยฺยาทยามิ เต.
๕๑. ‘‘อชฺเชว ปพฺพชิสฺสามิ, โก ชญฺญา มรณํ สุเว;