๒๐. สตฺตตินิปาโต

[๕๓๑] ๑. กุสชาตกวณฺณนา

อิทํ เต รฏฺฐนฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อุกฺกณฺฐิตภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ. เอโก กิร สาวตฺถิวาสี กุลปุตฺโต สาสเน อุรํ ทตฺวา ปพฺพชิโต เอกทิวสํ สาวตฺถิยํ ปิณฺฑาย จรนฺโต เอกํ อลงฺกตอิตฺถึ ทิสฺวา สุภนิมิตฺตคฺคาหวเสน โอโลเกตฺวา กิเลสาภิภูโต อนภิรโต วิหาสิ ทีฆเกสนโข กิลิฏฺฐจีวโร อุปฺปณฺฑุปฺปณฺฑุกชาโต ธมนีสนฺถตคตฺโต. ยถา หิ เทวโลกา จวนธมฺมานํ เทวปุตฺตานํ ปญฺจ ปุพฺพนิมิตฺตานิ ปญฺญายนฺติ, มาลา มิลายนฺติ, วตฺถานิ กิลิสฺสนฺติ, สรีเร ทุพฺพณฺณิยํ โอกฺกมติ, อุโภหิ กจฺเฉหิ เสทา มุจฺจนฺติ, เทโว เทวาสเน นาภิรมติ, เอวเมว สาสนา จวนธมฺมานํ อุกฺกณฺฐิตภิกฺขูนํ ปญฺจ ปุพฺพนิมิตฺตานิ ปญฺญายนฺติ, สทฺธาปุปฺผานิ มิลายนฺติ, สีลวตฺถานิ กิลิสฺสนฺติ, สรีเร มงฺกุตาย เจว อยสวเสน จ ทุพฺพณฺณิยํ โอกฺกมติ, กิเลสเสทา มุจฺจนฺติ, อรญฺญรุกฺขมูลสุญฺญาคาเรสุ นาภิรมนฺติ. ตสฺสปิ ตานิ ปญฺญายึสุ. อถ นํ ภิกฺขู สตฺถุ สนฺติกํ เนตฺวา ‘‘อยํ, ภนฺเต, อุกฺกณฺฐิโต’’ติ ทสฺเสสุํ. สตฺถา ‘‘สจฺจํ กิร ตฺวํ, ภิกฺขุ, อุกฺกณฺฐิโตสี’’ติ ตํ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘สจฺจํ, ภนฺเต’’ติ วุตฺเต ‘‘มา, ภิกฺขุ, กิเลสวสิโก โหหิ, มาตุคาโม นาเมส ปาโป, ตสฺมึ ปฏิพทฺธจิตฺตตํ วิโนเทหิ, สาสเน อภิรม, มาตุคาเม ปฏิพทฺธจิตฺตตาย หิ เตชวนฺโตปิ โปราณกปณฺฑิตา นิตฺเตชา หุตฺวา อนยพฺยสนํ ปาปุณึสู’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต มลฺลรฏฺเฐ กุสาวตีราชธานิยํ โอกฺกาโก นาม ราชา ธมฺเมน สเมน รชฺชํ กาเรสิ. ตสฺส โสฬสนฺนํ อิตฺถิสหสฺสานํ เชฏฺฐิกา สีลวตี นาม อคฺคมเหสี อโหสิ, สา เนว ปุตฺตํ, น ธีตรํ ลภิ. อถสฺส นาครา เจว รฏฺฐวาสิโน จ ราชนิเวสนทฺวาเร สนฺนิปติตฺวา ‘‘รฏฺฐํ นสฺสิสฺสติ, รฏฺฐํ นสฺสิสฺสตี’’ติ อุปกฺโกสึสุ. ราชา สีหปญฺชรํ อุคฺฆาเฏตฺวา ‘‘มยิ รชฺชํ กาเรนฺเต อธมฺมกาโร นาม นตฺถิ, กสฺมา อุปกฺโกสถา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘สจฺจํ, เทว, อธมฺมกาโร นาม นตฺถิ, อปิจ วํสานุรกฺขโก ปน โว ปุตฺโต นตฺถิ, อญฺโญ รชฺชํ คเหตฺวา รฏฺฐํ นาเสสฺสติ, ตสฺมา ธมฺเมน รชฺชํ กาเรตุํ สมตฺถํ ปุตฺตํ ปตฺเถถา’’ติ. ‘‘ปุตฺตํ ปตฺเถนฺโต กึ กโรมี’’ติ? ‘‘ปฐมํ ตาว เอกํ สตฺตาหํ จุลฺลนาฏกํ ธมฺมนาฏกํ กตฺวา วิสฺสชฺเชถ, สเจ สา ปุตฺตํ ลภิสฺสติ, สาธุ, โน เจ, อถ มชฺฌิมนาฏกํ วิสฺสชฺเชถ, ตโต เชฏฺฐนาฏกํ, อวสฺสํ เอตฺตกาสุ อิตฺถีสุ เอกา ปุญฺญวตี ปุตฺตํ ลภิสฺสตี’’ติ. ราชา เตสํ วจเนน ตถา กตฺวา สตฺต ทิวเส ยถาสุขํ อภิรมิตฺวา อาคตาคตํ ปุจฺฉิ – ‘‘กจฺจิ โว ปุตฺโต ลทฺโธ’’ติ? สพฺพา ‘‘น ลภาม, เทวา’’ติ อาหํสุ. ราชา ‘‘น เม ปุตฺโต อุปฺปชฺชิสฺสตี’’ติ อนตฺตมโน อโหสิ. นาครา ปุน ตเถว อุปกฺโกสึสุ. ราชา ‘‘กึ อุปกฺโกสถ, มยา ตุมฺหากํ วจเนน นาฏกานิ วิสฺสฏฺฐานิ, เอกาปิ ปุตฺตํ น ลภติ, อิทานิ กึ กโรมา’’ติ อาห. ‘‘เทว, เอตา ทุสฺสีลา ภวิสฺสนฺติ นิปฺปุญฺญา, นตฺถิ เอตาสํ ปุตฺตลาภาย ปุญฺญํ, ตุเมฺห เอตาสุ ปุตฺตํ อลภนฺตีสุปิ มา อปฺโปสฺสุกฺกตํ อาปชฺชถ, อคฺคมเหสี โว สีลวตี เทวี สีลสมฺปนฺนา, ตํ วิสฺสชฺเชถ, ตสฺสา ปุตฺโต อุปฺปชฺชิสฺสตี’’ติ.

โส ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ‘‘อิโต กิร สตฺตเม ทิวเส ราชา สีลวตึ เทวึ ธมฺมนาฏกํ กตฺวา วิสฺสชฺเชสฺสติ, ปุริสา สนฺนิปตนฺตู’’ติ เภรึ จราเปตฺวา สตฺตเม ทิวเส เทวึ อลงฺการาเปตฺวา ราชนิเวสนา โอตาเรตฺวา วิสฺสชฺเชสิ. ตสฺสา สีลเตเชน สกฺกสฺส ภวนํ อุณฺหาการํ ทสฺเสสิ. สกฺโก ‘‘กึ นุ โข’’ติ อาวชฺเชนฺโต เทวิยา ปุตฺตปตฺถนภาวํ ญตฺวา ‘‘เอติสฺสา มยา ปุตฺตํ ทาตุํ วฏฺฏติ, อตฺถิ นุ โข เทวโลเก เอติสฺสา อนุจฺฉวิโก ปุตฺโต’’ติ อุปธาเรนฺโต โพธิสตฺตํ อทฺทส. โส กิร ตทา ตาวตึสภวเน อายุํ เขเปตฺวา อุปริเทวโลเก นิพฺพตฺติตุกาโม อโหสิ. สกฺโก ตสฺส วิมานทฺวารํ คนฺตฺวา ตํ ปกฺโกสิตฺวา, ‘‘มาริส, ตยา มนุสฺสโลกํ คนฺตฺวา โอกฺกากรญฺโญ อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิมฺหิ ปฏิสนฺธึ คณฺหิตุํ วฏฺฏตี’’ติ สมฺปฏิจฺฉาเปตฺวา อปรมฺปิ เทวปุตฺตํ ‘‘ตฺวมฺปิ เอติสฺสา เอว ปุตฺโต ภวิสฺสสี’’ติ วตฺวา ‘‘มา โข ปนสฺสา โกจิ สีลํ ภินฺทตู’’ติ มหลฺลกพฺราหฺมณเวเสน รญฺโญ นิเวสนทฺวารํ อคมาสิ.

มหาชโนปิ นฺหาโต อลงฺกโต ‘‘อหํ เทวึ คณฺหิสฺสามิ, อหํ เทวึ คณฺหิสฺสามี’’ติ ราชทฺวาเร สนฺนิปติตฺวา สกฺกญฺจ ทิสฺวา ‘‘ตฺวํ กสฺมา อาคโตสี’’ติ ปริหาสมกาสิ. สกฺโก ‘‘กึ มํ ตุเมฺห ครหถ, สเจปิ เม สรีรํ ชิณฺณํ, ราโค ปน น ชีรติ, สเจ สีลวตึ ลภิสฺสามิ, อาทาย นํ คมิสฺสามีติ อาคโตมฺหี’’ติ วตฺวา อตฺตโน อานุภาเวน สพฺเพสํ ปุรโตว อฏฺฐาสิ. อญฺโญ โกจิ ตสฺส เตเชน ปุรโต ภวิตุํ นาสกฺขิ. โส ตํ สพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิตํ นิเวสนา นิกฺขมนฺติญฺเญว หตฺเถ คเหตฺวา ปกฺกามิ. อถ นํ ตตฺถ ตตฺถ ฐิตา ครหึสุ ‘‘ปสฺสถ, โภ, มหลฺลกพฺราหฺมโณ เอวํ อุตฺตมรูปธรํ เทวึ อาทาย คจฺฉติ, อตฺตโน ยุตฺตํ น ชานาตี’’ติ. เทวีปิ ‘‘มหลฺลโก มํ คเหตฺวา คจฺฉตี’’ติ น อฏฺฏียติ น หรายติ. ราชาปิ วาตปาเน ฐตฺวา ‘‘โก นุ โข เทวึ คเหตฺวา คจฺฉตี’’ติ โอโลเกนฺโต ตํ ทิสฺวา อนตฺตมโน อโหสิ.

สกฺโก ตํ อาทาย นครทฺวารโต นิกฺขมิตฺวา ทฺวารสมีเป เอกํ ฆรํ มาเปสิ วิวฏทฺวารํ ปญฺญตฺตกฏฺฐตฺถริกํ. อถ นํ สา ‘‘อิทํ เต นิเวสน’’นฺติ ปุจฺฉิ. โส ‘‘อาม, ภทฺเท, ปุพฺเพ ปนาหํ เอโก, อิทานิมฺหา มยํ เทฺว ชนา, อหํ ภิกฺขาย จริตฺวา ตณฺฑุลาทีนิ อาหริสฺสามิ, ตฺวํ อิมิสฺสา กฏฺฐตฺถริกาย นิปชฺชาหี’’ติ วตฺวา ตํ มุทุนา หตฺเถน ปรามสนฺโต ทิพฺพสมฺผสฺสํ ผราเปตฺวา ตตฺถ นิปชฺชาเปสิ. สา ทิพฺพสมฺผสฺสผรเณน สญฺญํ วิสฺสชฺเชสิ. อถ นํ อตฺตโน อานุภาเวน ตาวตึสภวนํ เนตฺวา อลงฺกตวิมาเน ทิพฺพสยเน นิปชฺชาเปสิ. สา สตฺตเม ทิวเส ปพุชฺฌิตฺวา ตํ สมฺปตฺตึ ทิสฺวา ‘‘น โส พฺราหฺมโณ มนุสฺโส, สกฺโก ภวิสฺสตี’’ติ อญฺญาสิ. สกฺโกปิ ตสฺมึ สมเย ปาริจฺฉตฺตกมูเล ทิพฺพนาฏกปริวุโต นิสินฺโน อโหสิ. สา สยนา อุฏฺฐาย ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. อถ นํ สกฺโก ‘‘วรํ เต, เทวิ, ททามิ, คณฺหาหี’’ติ อาห. ‘‘เตน หิ, เทว, เอกํ ปุตฺตํ เม เทหี’’ติ. ‘‘เทวิ, ติฏฺฐตุ เอโก ปุตฺโต, อหํ เต เทฺว ปุตฺเต ทสฺสามิ. เตสุ ปน เอโก ปญฺญวา ภวิสฺสติ วิรูปวา, เอโก รูปวา น ปญฺญวา. เตสุ กตรํ ปฐมํ อิจฺฉสี’’ติ? ‘‘ปญฺญวนฺตํ, เทวา’’ติ. โส ‘‘สาธู’’ติ วตฺวา ตสฺสา กุสติณํ ทิพฺพวตฺถํ ทิพฺพจนฺทนํ ปาริจฺฉตฺตกปุปฺผํ โกกนุทญฺจ นาม วีณํ ทตฺวา ตํ อาทาย รญฺโญ สยนฆรํ ปวิสิตฺวา รญฺญา สทฺธึ เอกสยเน นิปชฺชาเปตฺวา องฺคุฏฺฐเกน ตสฺสา นาภึ ปรามสิ. ตสฺมึ ขเณ โพธิสตฺโต ตสฺสา กุจฺฉิมฺหิ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. สกฺโกปิ สกฏฺฐานเมว คโต. ปณฺฑิตา เทวี คพฺภสฺส ปติฏฺฐิตภาวํ ชานิ.

อถ นํ ปพุทฺโธ ราชา ทิสฺวา, ‘‘เทวิ, เกน นีตาสี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘สกฺเกน, เทวา’’ติ. ‘‘อหํ ปจฺจกฺขโต เอกํ มหลฺลกพฺราหฺมณํ ตํ อาทาย คจฺฉนฺตํ อทฺทสํ, กสฺมา มํ วญฺเจสี’’ติ? ‘‘สทฺทหถ, เทว, สกฺโก มํ คเหตฺวา เทวโลกํ เนสี’’ติ. ‘‘น สทฺทหามิ, เทวี’’ติ. อถสฺส สา สกฺกทตฺติยํ กุสติณํ ทสฺเสตฺวา ‘‘สทฺทหถา’’ติ อาห. ราชา ‘‘กุสติณํ นาม ยโต กุโตจิ ลพฺภตี’’ติ น สทฺทหิ. อถสฺส สา ทิพฺพวตฺถาทีนิ ทสฺเสสิ. ราชา ตานิ ทิสฺวา สทฺทหิตฺวา, ‘‘ภทฺเท, สกฺโก ตาว ตํ เนตุ, ปุตฺโต ปน เต ลทฺโธ’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘ลทฺโธ มหาราช, คพฺโภ เม ปติฏฺฐิโต’’ติ. โส ตุฏฺโฐ ตสฺสา คพฺภปริหารํ อทาสิ. สา ทสมาสจฺจเยน ปุตฺตํ วิชายิ, ตสฺส อญฺญํ นามํ อกตฺวา กุสติณนามเมว อกํสุ. กุสกุมารสฺส ปทสา คมนกาเล อิตโร เทวปุตฺโต ตสฺสา กุจฺฉิยํ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. สา ทสมาเส ปริปุณฺเณ ปุตฺตํ วิชายิ, ตสฺส ‘‘ชยมฺปตี’’ติ นามํ กรึสุ. เต มหนฺเตน ยเสน วฑฺฒึสุ. โพธิสตฺโต ปญฺญวา อาจริยสฺส สนฺติเก กิญฺจิ สิปฺปํ อนุคฺคเหตฺวา อตฺตโนว ปญฺญาย สพฺพสิปฺเปสุ นิปฺผตฺตึ ปาปุณิ.

อถสฺส โสฬสวสฺสกาเล ราชา รชฺชํ ทาตุกาโม เทวึ อามนฺเตตฺวา ‘‘ภทฺเท, ปุตฺตสฺส เต รชฺชํ ทตฺวา นาฏกานิ อุปฏฺฐเปสฺสาม, มยํ ชีวนฺตาเยว นํ รชฺเช ปติฏฺฐิตํ ปสฺสิสฺสาม, สกลชมฺพุทีเป โข ปน ยสฺส รญฺโญ ธีตรํ อิจฺฉติ, ตมสฺส อาเนตฺวา อคฺคมเหสึ กริสฺสาม, จิตฺตมสฺส ชานาหิ, กตรํ ราชธีตรํ โรเจสี’’ติ อาห. สา ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ‘‘กุมารสฺส อิมํ ปวตฺตึ อาโรเจตฺวา จิตฺตํ ชานาหี’’ติ เอกํ ปริจาริกํ เปเสสิ. สา คนฺตฺวา ตสฺส ตํ ปวตฺตึ อาโรเจสิ. ตํ สุตฺวา มหาสตฺโต จินฺเตสิ – ‘‘อหํ น รูปวา, รูปสมฺปนฺนา ราชธีตา อานีตาปิ มํ ทิสฺวา ‘กึ เม อิมินา วิรูเปนา’ติ ปลายิสฺสติ อิติ โน ลชฺชิตพฺพกํ ภวิสฺสติ, กึ เม ฆราวาเสน, ธรมาเน มาตาปิตโร อุปฏฺฐหิตฺวา เตสํ อจฺจเยน นิกฺขมิตฺวา ปพฺพชิสฺสามี’’ติ. โส ‘‘มยฺหํ เนว รชฺเชนตฺโถ, น นาฏเกหิ, อหํ มาตาปิตูนํ อจฺจเยน ปพฺพชิสฺสามี’’ติ อาห. สา คนฺตฺวา ตสฺส กถํ เทวิยา อาโรเจสิ, เทวีปิ รญฺโญ อาโรเจสิ. ราชา อนตฺตมโน หุตฺวา ปุน กติปาหจฺจเยน สาสนํ เปเสสิ. โสปิ ปฏิพาหติเยว. เอวํ ยาวตติยํ ปฏิพาหิตฺวา จตุตฺถวาเร จินฺเตสิ – ‘‘มาตาปิตูหิ สทฺธึ เอกนฺเตน ปฏิปกฺขภาโว นาม น ยุตฺโต, เอกํ อุปายํ กริสฺสามี’’ติ.

โส กมฺมารเชฏฺฐกํ ปกฺโกสาเปตฺวา พหุํ สุวณฺณํ ทตฺวา ‘‘เอกํ อิตฺถิรูปกํ กโรหี’’ติ อุยฺโยเชตฺวา ตสฺมึ ปกฺกนฺเต อญฺญํ สุวณฺณํ คเหตฺวา สยมฺปิ อิตฺถิรูปกํ อกาสิ. โพธิสตฺตานญฺหิ อธิปฺปาโย นาม สมิชฺฌติ. ตํ สุวณฺณรูปกํ ชิวฺหาย อวณฺณนียโสภํ อโหสิ. อถ นํ มหาสตฺโต โขมํ นิวาสาเปตฺวา สิริคพฺเภ ฐปาเปสิ. โส กมฺมารเชฏฺฐเกน อาภตรูปกํ ทิสฺวา ตํ ครหิตฺวา ‘‘คจฺฉ อมฺหากํ สิริคพฺเภ ฐปิตรูปกํ อาหรา’’ติ อาห. โส สิริคพฺภํ ปวิฏฺโฐ ตํ ทิสฺวา ‘‘กุมาเรน สทฺธึ อภิรมิตุํ เอกา เทวจฺฉรา, อาคตา ภวิสฺสตี’’ติ หตฺถํ ปสาเรตุํ อวิสหนฺโต นิกฺขมิตฺวา ‘‘เทว, สิริคพฺเภ อยฺยา เอกิกาว ฐิตา, อุปคนฺตุํ น สกฺโกมี’’ติ อาห. ‘‘ตาต, คจฺฉ, สุวณฺณรูปกํ เอตํ, อาหรา’’ติ ปุน เปสิโต อาหริ. กุมาโร กมฺมาเรน กตํ รูปกํ สุวณฺณคพฺเภ นิกฺขิปาเปตฺวา อตฺตนา กตํ อลงฺการาเปตฺวา รเถ ฐปาเปตฺวา ‘‘เอวรูปํ ลภนฺโต คณฺหามี’’ติ มาตุ สนฺติกํ ปหิณิ.

สา อมจฺเจ ปกฺโกสาเปตฺวา, ‘‘ตาตา, มยฺหํ ปุตฺโต มหาปุญฺโญ สกฺกทตฺติโย อนุจฺฉวิกํ กุมาริกํ ลภิสฺสติ, ตุเมฺห เอวรูปํ ลภนฺตา คณฺหิสฺสถ, อิมํ รูปกํ ปฏิจฺฉนฺนยาเน ฐเปตฺวา สกลชมฺพุทีปํ จรนฺตา ยสฺส รญฺโญ เอวรูปํ ธีตรํ ปสฺสถ, ตสฺเสตํ ทตฺวา ‘โอกฺกากราชา ตุเมฺหหิ สทฺธึ อาวาหํ กริสฺสตี’ติ ทิวสํ ววตฺถเปตฺวา อาคจฺฉถา’’ติ อาห. เต ‘‘สาธู’’ติ ตํ อาทาย มหนฺเตน ปริวาเรน นิกฺขมิตฺวา วิจรนฺตา ยํ ราชธานึ ปาปุณนฺติ, ตตฺถ สายนฺหสมเย มหาชนสฺส สโมสรณฏฺฐาเน ตํ รูปกํ วตฺถปุปฺผาลงฺกาเรหิ อลงฺกริตฺวา สุวณฺณสิวิกํ อาโรเปตฺวา ติตฺถมคฺเค ฐเปตฺวา อมจฺจา สยํ ปฏิกฺกมิตฺวา อาคตาคตานํ กถาสวนตฺถํ เอกมนฺเต ติฏฺฐนฺติ. มหาชโน ตํ โอโลเกตฺวา ‘‘สุวณฺณรูปก’’นฺติ สญฺญํ อกตฺวา ‘‘อยํ มนุสฺสิตฺถี สมานาปิ เทวจฺฉรปฏิภาคา อติวิย โสภติ, กึ นุ โข เอตฺถ ฐิตา, กุโต วา อาคตา, อมฺหากํ นคเร เอวรูปา นตฺถี’’ติ วณฺเณนฺโต ปกฺกมติ. ตํ สุตฺวา อมจฺจา ‘‘สเจ อิธ เอวรูปา ทาริกา ภเวยฺย, ‘อสุกา ราชธีตา วิย อสุกา อมจฺจธีตา วิยา’ติ วเทยฺยุํ, อทฺธา อิธ เอวรูปา นตฺถี’’ติ ตํ อาทาย อญฺญํ นครํ คจฺฉนฺติ.

เต เอวํ วิจรนฺตา อนุปุพฺเพน มทฺทรฏฺเฐ สาคลนครํ สมฺปาปุณึสุ. ตตฺถ มทฺทรญฺโญ อฏฺฐ ธีตโร อุตฺตมรูปธรา เทวจฺฉรปฏิภาคา, ตาสํ สพฺพเชฏฺฐิกา ปภาวตี นาม. ตสฺสา สรีรโต พาลสูริยสฺส ปภา วิย ปภา นิจฺฉรนฺติ, อนฺธกาเรปิ จตุหตฺเถ อนฺโตคพฺเภ ปทีปกิจฺจํ นตฺถิ, สพฺโพ คพฺโภ เอโกภาโสว โหติ. ธาตี ปนสฺสา ขุชฺชา, สา ปภาวตึ โภเชตฺวา ตสฺสา สีสนฺหาปนตฺถํ อฏฺฐหิ วณฺณทาสีหิ อฏฺฐ ฆเฏ คาหาเปตฺวา สายนฺหสมเย อุทกตฺถาย คจฺฉนฺตี ติตฺถมคฺเค ฐิตํ ตํ รูปกํ ทิสฺวา ‘‘ปภาวตี’’ติ สญฺญาย ‘‘อยํ ทุพฺพินีตา ‘สีสํ นฺหายิสฺสามี’ติ อเมฺห อุทกตฺถาย เปเสตฺวา ปฐมตรํ อาคนฺตฺวา ติตฺถมคฺเค ฐิตา’’ติ กุชฺฌิตฺวา ‘‘อเร กุลลชฺชาปนิเก อเมฺหหิ ปุริมตรํ อาคนฺตฺวา กสฺมา อิธ ฐิตาสิ, สเจ ราชา ชานิสฺสติ, นาเสสฺสติ โน’’ติ วตฺวา หตฺเถน คณฺฑปสฺเส ปหริ, หตฺถตลํ ภิชฺชมานํ วิย ชาตํ. ตโต ‘‘สุวณฺณรูปก’’นฺติ ญตฺวา หสมานา ตาสํ วณฺณทาสีนํ สนฺติกํ คจฺฉนฺตี ‘‘ปสฺสเถตํ เม กมฺมํ, มม ธีตาติสญฺญาย ปหารํ อทาสึ, อยํ มม ธีตุ สนฺติเก กิมคฺฆติ, เกวลํ เม หตฺโถ ทุกฺขาปิโต’’ติ อาห.

อถ นํ ราชทูตา คเหตฺวา ‘‘ตฺวํ ‘มม ธีตา อิโต อภิรูปตรา’ติ วทนฺตี กํ นาม กเถสี’’ติ อาหํสุ. ‘‘มทฺทรญฺโญ ธีตรํ ปภาวตึ, อิทํ รูปกํ ตสฺสา โสฬสิมฺปิ กลํ น อคฺฆตี’’ติ. เต ตุฏฺฐมานสา ราชทฺวารํ คนฺตฺวา ‘‘โอกฺกากรญฺโญ ทูตา ทฺวาเร ฐิตา’’ติ ปฏิหาเรสุํ. ราชา อาสนา วุฏฺฐาย ฐิตโกว ‘‘ปกฺโกสถา’’ติ อาห. เต ปวิสิตฺวา ราชานํ วนฺทิตฺวา ‘‘มหาราช, อมฺหากํ ราชา ตุมฺหากํ อาโรคฺยํ ปุจฺฉตี’’ติ วตฺวา กตสกฺการสมฺมานา ‘‘กิมตฺถํ อาคตตฺถา’’ติ ปุฏฺฐา ‘‘อมฺหากํ รญฺโญ สีหสฺสโร ปุตฺโต กุสกุมาโร นาม, ราชา ตสฺส รชฺชํ ทาตุกาโม อเมฺห ตุมฺหากํ สนฺติกํ ปหิณิ, ตุมฺหากํ กิร ธีตา ปภาวตี, ตํ ตสฺส เทถ, อิมญฺจ สุวณฺณรูปกํ เทยฺยธมฺมํ คณฺหถา’’ติ ตํ รูปกํ ตสฺส อทํสุ. โสปิ ‘‘เอวรูเปน มหาราเชน สทฺธึ วิวาหมงฺคลํ ภวิสฺสตี’’ติ ตุฏฺฐจิตฺโต สมฺปฏิจฺฉิ. อถ นํ ทูตา อาหํสุ – ‘‘มหาราช, อเมฺหหิ น สกฺกา ปปญฺจํ กาตุํ, กุมาริกาย ลทฺธภาวํ รญฺโญ อาโรเจสฺสาม, อถ นํ โส อาคนฺตฺวา อาทาย คมิสฺสตี’’ติ. โส ‘‘สาธู’’ติ วตฺวา เตสํ สกฺการํ กตฺวา วิสฺสชฺเชสิ. เต คนฺตฺวา รญฺโญ จ เทวิยา จ อาโรเจสุํ. ราชา มหนฺเตน ปริวาเรน กุสาวติโต นิกฺขมิตฺวา อนุปุพฺเพน สาคลนครํ ปาปุณิ. มทฺทราชา ปจฺจุคฺคนฺตฺวา ตํ นครํ ปเวเสตฺวา มหนฺตํ สกฺการมกาสิ.

สีลวตี เทวี ปณฺฑิตตฺตา ‘‘โก ชานาติ, กึ ภวิสฺสตี’’ติ เอกาหทฺวีหจฺจเยน มทฺทราชานํ อาห – ‘‘มหาราช, สุณิสํ ทฏฺฐุกามามฺหี’’ติ. โส ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ตํ ปกฺโกสาเปสิ. ปภาวตี สพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิตา ธาติคณปริวุตา อาคนฺตฺวา สสฺสุํ วนฺทิ. สา ตํ ทิสฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อยํ กุมาริกา อภิรูปา, มยฺหํ ปุตฺโต วิรูโป. สเจ เอสา ตํ ปสฺสิสฺสติ, เอกาหมฺปิ อวสิตฺวา ปลายิสฺสติ, อุปายํ กริสฺสามี’’ติ. สา มทฺทราชานํ อามนฺเตตฺวา, ‘‘มหาราช, สุณิสา เม ปุตฺตสฺส อนุจฺฉวิกา, อปิจ โข ปน อมฺหากํ กุลปเวณิยา อาคตํ จาริตฺตํ อตฺถิ, สเจ อยํ ตสฺมึ จาริตฺเต วตฺติสฺสติ, เนสฺสามิ น’’นฺติ อาห. ‘‘กึ ปน โว จาริตฺต’’นฺติ. ‘‘อมฺหากํ วํเส ยาว เอกสฺส คพฺภสฺส ปติฏฺฐานํ โหติ, ตาว ทิวา สามิกํ ปสฺสิตุํ น ลภติ. สเจ เอสา ตถา กริสฺสติ, เนสฺสามิ น’’นฺติ. ราชา ‘‘กึ, อมฺม, สกฺขิสฺสสิ เอวํ วตฺติตุ’’นฺติ ธีตรํ ปุจฺฉิ. สา ‘‘อาม ตาตา’’ติ อาห. ตโต โอกฺกากราชา มทฺทรญฺโญ พหุํ ธนํ ทตฺวา ตํ อาทาย ปกฺกามิ. มทฺทราชาปิ มหนฺเตน ปริวาเรน ธีตรํ อุยฺโยเชสิ.

โอกฺกาโก กุสาวตึ คนฺตฺวา นครํ อลงฺการาเปตฺวา สพฺพพนฺธนานิ โมเจตฺวา ปุตฺตสฺส อภิเสกํ กตฺวา รชฺชํ ทตฺวา ปภาวตึ อคฺคมเหสึ กาเรตฺวา นคเร ‘‘กุสราชสฺส อาณา’’ติ เภรึ จราเปสิ. สกลชมฺพุทีปตเล ราชาโน เยสํ ธีตโร อตฺถิ, เต กุสรญฺโญ ธีตโร ปหิณึสุ. เยสํ ปุตฺตา อตฺถิ, เต เตน สทฺธึ มิตฺตภาวํ อากงฺขนฺตา ปุตฺเต อุปฏฺฐาเก กตฺวา ปหิณึสุ. โพธิสตฺตสฺส นาฏกปริวาโร มหา อโหสิ, มหนฺเตน ยเสน รชฺชํ กาเรสิ. โส ปภาวตึ ทิวา ปสฺสิตุํ น ลภติ, สาปิ ตํ ทิวา ปสฺสิตุํ น ลภติ, อุภินฺนํ รตฺติทสฺสนเมว โหติ. ตตฺถ ปภาวติยา สรีรปฺปภาปิ อพฺโพหาริกา อโหสิ. โพธิสตฺโต สิริคพฺภโต รตฺตึเยว นิกฺขมติ.

โส กติปาหจฺจเยน ปภาวตึ ทิวา ทฏฺฐุกาโม มาตุยา อาโรเจสิ. สา ‘‘มา เต ตาต, รุจฺจิ, ยาว เอกํ ปุตฺตํ ลภสิ, ตาว อาคเมหี’’ติ, ปฏิกฺขิปิ. โส ปุนปฺปุนํ ยาจิเยว. อถ นํ สา อาห – ‘‘เตน หิ หตฺถิสาลํ คนฺตฺวา หตฺถิเมณฺฑเวเสน ติฏฺฐ, อหํ ตํ ตตฺถ อาเนสฺสามิ, อถ นํ อกฺขีนิ ปูเรตฺวา โอโลเกยฺยาสิ, มา จ อตฺตานํ ชานาเปหี’’ติ. โส ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา หตฺถิสาลํ อคมาสิ. อถสฺส มาตา หตฺถิสาลํ อลงฺการาเปตฺวา ปภาวตึ ‘‘เอหิ สามิกสฺส หตฺถิโน ปสฺสามา’’ติ ตตฺถ เนตฺวา ‘‘อยํ หตฺถี อสุโก นาม, อยํ หตฺถี อสุโก นามา’’ติ ตสฺสา ทสฺเสสิ. ตตฺถ ตํ ราชา มาตุ ปจฺฉโต คจฺฉนฺตึ ทิสฺวา หตฺถิโคปกเวเสน หตฺถิฉกณปิณฺเฑน ปิฏฺฐิยํ ปหริ. สา กุทฺธา ‘‘รญฺโญ กเถตฺวา เต หตฺถํ ฉินฺทาเปสฺสามี’’ติ วตฺวา เทวึ อุชฺฌาเปสิ. ราชมาตา ‘‘มา อมฺม กุชฺฌี’’ติ สุณิสํ สญฺญาเปตฺวา ปิฏฺฐึ ปริมชฺชิ. ปุนปิ ราชา ตํ ทฏฺฐุกาโม หุตฺวา อสฺสสาลาย อสฺสโคปกเวเสน ตํ ทิสฺวา ตเถว อสฺสฉกณปิณฺเฑน ปหริ. ตทาปิ ตํ กุทฺธํ สสฺสุ สญฺญาเปสิ.

ปุเนกทิวเส ปภาวตี มหาสตฺตํ ปสฺสิตุกามา หุตฺวา สสฺสุยา อาโรเจตฺวา ‘‘อลํ มา เต รุจฺจี’’ติ ปฏิกฺขิตฺตาปิ ปุนปฺปุนํ ยาจิ. อถ นํ สา อาห – ‘‘เตน หิ เสฺว มม ปุตฺโต นครํ ปทกฺขิณํ กริสฺสติ, ตฺวํ สีหปญฺชรํ วิวริตฺวา ตํ ปสฺเสยฺยาสี’’ติ. เอวญฺจ ปน วตฺวา ปุนทิวเส นครํ อลงฺการาเปตฺวา ชยมฺปติกุมารํ ราชเวสํ คาหาเปตฺวา หตฺถิปิฏฺเฐ นิสีทาเปตฺวา โพธิสตฺตํ ปจฺฉิมาสเน นิสีทาเปตฺวา นครํ ปทกฺขิณํ การาเปสิ. สา ปภาวตึ อาทาย สีหปญฺชเร ฐตฺวา ‘‘ปสฺส ตว สามิกสฺส สิริโสภคฺค’’นฺติ อาห. สา ‘‘อนุจฺฉวิโก เม สามิโก ลทฺโธ’’ติ อตฺตมนา อโหสิ. ตํ ทิวสํ ปน มหาสตฺโต หตฺถิเมณฺฑเวเสน ชยมฺปติสฺส ปจฺฉิมาสเน นิสีทิตฺวา ยถาธิปฺปาเยน ปภาวตึ โอโลเกนฺโต หตฺถวิการาทิวเสน จิตฺตรุจิยา เกฬึ ทสฺเสสิ. หตฺถิมฺหิ อติกฺกนฺเต ราชมาตา ปภาวตึ ปุจฺฉิ – ‘‘ทิฏฺโฐ เต, อมฺม, สามิโก’’ติ. ‘‘อาม อยฺเย, ปจฺฉิมาสเน ปนสฺส นิสินฺโน หตฺถิเมณฺโฑ อติวิย ทุพฺพินีโต, มยฺหํ หตฺถวิการาทีนิ ทสฺเสสิ, กสฺมา เอวรูปํ อลกฺขิกํ รญฺโญ ปจฺฉิมาสเน นิสีทาเปสุํ, นีหราเปหิ น’’นฺติ? ‘‘อมฺม, รญฺโญ ปจฺฉิมาสเน รกฺขา นาม อิจฺฉิตพฺพา’’ติ.

สา จินฺเตสิ – ‘‘อยํ หตฺถิเมณฺโฑ อติวิย นิพฺภโย, ราชานํ ‘ราชา’ติปิ น มญฺญติ, กึ นุ โข เอโสว กุสราชา, อทฺธา หิ เอโส อติวิย วิรูโป เอว ภวิสฺสติ, เตเนว มํ น ทสฺเสนฺตี’’ติ. สา ขุชฺชํ กณฺณมูเล อาห – ‘‘อมฺม, คจฺฉ ตาว ชานาหิ, กึ ปุริมาสเน นิสินฺนโก ราชา, อุทาหุ ปจฺฉิมาสเน’’ติ? ‘‘กถํ ปนาหํ ชานิสฺสามี’’ติ. ‘‘สเจ หิ โส ราชา ภวิสฺสติ, ปฐมตรํ หตฺถิปิฏฺฐิโต โอตริสฺสติ, อิมาย สญฺญาย ชานาหี’’ติ. สา คนฺตฺวา เอกมนฺเต ฐิตา ปฐมํ มหาสตฺตํ โอตรนฺตํ อทฺทส, ปจฺฉา ชยมฺปติกุมารํ. มหาสตฺโตปิ อิโต จิโต จ โอโลเกนฺโต ขุชฺชํ ทิสฺวา ‘‘อิมินา นาม การเณน เอสา อาคตา ภวิสฺสตี’’ติ ญตฺวา ตํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘อิมํ อนฺตรํ ปภาวติยา มา กเถหี’’ติ ทฬฺหํ วตฺวา อุยฺโยเชสิ. สา คนฺตฺวา ‘‘ปุริมาสเน นิสินฺโน ปฐมํ โอตรี’’ติ อาห. ปภาวตี ตสฺสา วจนํ สทฺทหิ.

มหาสตฺโตปิ ปุน ทฏฺฐุกาโม หุตฺวา มาตรํ ยาจิ. สา ปฏิกฺขิปิตุํ อสกฺโกนฺตี ‘‘เตน หิ อญฺญาตกเวเสน อุยฺยานํ คจฺฉาหี’’ติ อาห. โส อุยฺยานํ คนฺตฺวา โปกฺขรณิยํ คลปฺปมาณํ อุทกํ ปวิสิตฺวา ปทุมินิปตฺเตน สีสํ ฉาเทตฺวา ปุปฺผิตปทุเมน มุขํ อาวริตฺวา อฏฺฐาสิ. มาตาปิสฺส ปภาวตึ อุยฺยานํ เนตฺวา สายนฺหสมเย ‘‘อิเม รุกฺเข ปสฺส, สกุเณ ปสฺส, มิเค ปสฺสา’’ติ ปโลภยมานา โปกฺขรณีตีรํ ปายาสิ. สา ปญฺจวิธปทุมสญฺฉนฺนํ โปกฺขรณึ ทิสฺวา นฺหายิตุกามา ปริจาริกาหิ สทฺธึ โปกฺขรณึ โอตริตฺวา กีฬนฺตี ตํ ปทุมํ ทิสฺวา วิจินิตุกามา หตฺถํ ปสาเรสิ. อถ นํ ราชา ปทุมินิปตฺตํ อปเนตฺวา ‘‘อหํ กุสราชา’’ติ วตฺวา หตฺเถ คณฺหิ. สา ตสฺส มุขํ ทิสฺวา ‘‘ยกฺโข มํ คณฺหี’’ติ วิรวิตฺวา ตตฺเถว วิสญฺญิตํ ปตฺตา. อถสฺสา ราชา หตฺถํ มุญฺจิ. สา สญฺญํ ปฏิลภิตฺวา ‘‘กุสราชา กิร มํ หตฺเถ คณฺหิ, อิมินาวาหํ หตฺถิสาลาย หตฺถิฉกณปิณฺเฑน, อสฺสสาลาย อสฺสฉกณปิณฺเฑน ปหฏา, อยเมว มํ หตฺถิสฺส ปจฺฉิมาสเน นิสีทิตฺวา อุปฺปณฺเฑสิ, กึ เม เอวรูเปน ทุมฺมุเขน ปตินา, อิมํ ชหิตฺวา อหํ ชีวนฺตี อญฺญํ ปตึ ลภิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา อตฺตนา สทฺธึ อาคเต อมจฺเจ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘มม ยานวาหนํ สชฺชํ กโรถ, อชฺเชว คมิสฺสามี’’ติ อาหํ. เต รญฺโญ อาโรเจสุํ. ราชา จินฺเตสิ – ‘‘สเจ คนฺตุํ น ลภิสฺสติ, หทยมสฺสา ผลิสฺสติ, คจฺฉตุ ปุน ตํ อตฺตโน พเลน อาเนสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา อถสฺสา คมนํ อนุชานิ. สา ปิตุนครเมว อคมาสิ.

มหาสตฺโตปิ อุยฺยานโต นครํ ปวิสิตฺวา อลงฺกตปาสาทํ อภิรุหิ. โพธิสตฺตญฺหิ สา ปุพฺพปตฺถนาวเสน น อิจฺฉิ, โสปิ ปุพฺพกมฺมวเสเนว วิรูโป อโหสิ. อตีเต กิร พาราณสิยํ ทฺวารคาเม อุปริมวีถิยา จ เหฏฺฐิมวีถิยา จ เทฺว กุลานิ วสึสุ. เอกสฺส กุลสฺส เทฺว ปุตฺตา อเหสุํ. เอกสฺส เอกาว ธีตา อโหสิ. ทฺวีสุ ปุตฺเตสุ โพธิสตฺโต กนิฏฺโฐ. ตํ กุมาริกํ เชฏฺฐกสฺส อทํสุ. กนิฏฺโฐ อทารภรโณ ภาตุ สนฺติเกเยว วสิ. อเถกทิวสํ ตสฺมึ ฆเร อติรสกปูเว ปจึสุ. โพธิสตฺโต อรญฺญํ คโต โหติ. ตสฺส ปูวํ ฐเปตฺวา อวเสเส ภาเชตฺวา ขาทึสุ. ตสฺมึ ขเณ ปจฺเจกพุทฺโธ ภิกฺขาย ฆรทฺวารํ อคมาสิ. โพธิสตฺตสฺส ภาตุชายา ‘‘จูฬปติโน อญฺญํ ปูวํ ปจิสฺสามี’’ติ ตํ คเหตฺวา ปจฺเจกพุทฺธสฺส อทาสิ. โสปิ ตํ ขณญฺเญว อรญฺญโต อาคจฺฉิ. อถ นํ สา อาห – ‘‘สามิ, จิตฺตํ ปสาเทหิ, ตว โกฏฺฐาโส ปจฺเจกพุทฺธสฺส ทินฺโน’’ติ. โส ‘‘ตว โกฏฺฐาสํ ขาทิตฺวา มม โกฏฺฐาสํ เทสิ, อหํ กึ ขาทิสฺสามี’’ติ กุทฺโธ ปจฺเจกพุทฺธํ อนุคนฺตฺวา ปตฺตโต ปูวํ คณฺหิ. สา มาตุ ฆรํ คนฺตฺวา นววิลีนํ จมฺปกปุปฺผวณฺณํ สปฺปึ อาหริตฺวา ปจฺเจกพุทฺธสฺส ปตฺตํ ปูเรสิ, ตํ โอภาสํ มุญฺจิ. สา ตํ ทิสฺวา ปตฺถนํ ปฏฺฐเปสิ – ‘‘ภนฺเต, อิมินา ทานพเลน นิพฺพตฺตนิพฺพตฺตฏฺฐาเน เม สรีรํ โอภาสชาตํ โหตุ, อุตฺตมรูปธรา จ ภเวยฺยํ, อิมินา จ เม อสปฺปุริเสน สทฺธึ เอกฏฺฐาเน วาโส มา อโหสี’’ติ. อิติ สา อิมิสฺสา ปุพฺพปตฺถนาย วเสน ตํ น อิจฺฉิ. โพธิสตฺโตปิ ตํ ปูว ตสฺมึ สปฺปิปตฺเต โอสีทาเปตฺวา ปตฺถนํ ปฏฺฐเปสิ – ‘‘ภนฺเต, อิมํ โยชนสเต วสนฺติมฺปิ อาเนตฺวา มม ปาทปริจาริกํ กาตุํ สมตฺโถ ภเวยฺย’’นฺติ. ตตฺถ ยํ โส กุทฺโธ คนฺตฺวา ปูวํ คณฺหิ, ตสฺส ปุพฺพกมฺมสฺส วเสน วิรูโป อโหสิ, ปุพฺพปตฺถนาย สา จ ตํ น อิจฺฉีติ.

โส ปภาวติยา คตาย โสกปฺปตฺโต อโหสิ, นานากาเรหิ ปริจารยมานาปิ นํ เสสิตฺถิโย โอโลกาเปตุมฺปิ นาสกฺขึสุ,, ปภาวติรหิตมสฺส สกลมฺปิ นิเวสนํ ตุจฺฉํ วิย ขายิ. โส ‘‘อิทานิ สาคลนครํ ปตฺตา ภวิสฺสตี’’ติ ปจฺจูสสมเย มาตุ สนฺติกํ คนฺตฺวา, ‘‘อมฺม, อหํ ปภาวตึ อาเนสฺสามิ, ตุเมฺห รชฺชํ อนุสาสถา’’ติ วทนฺโต ปฐมํ คาถมาห –

๑. ‘‘อิทํ เต รฏฺฐํ สธนํ สโยคฺคํ, สกายุรํ สพฺพกามูปปนฺนํ;

อิทํ เต รชฺชํ อนุสาส อมฺม, คจฺฉามหํ ยตฺถ ปิยา ปภาวตี’’ติ.

ตตฺถ สโยคฺคนฺติ หตฺถิโยคฺคาทิสหิตํ. สกายุรนฺติ สปญฺจราชกกุธภณฺฑํ. อนุสาส, อมฺมาติ โส กิร ปุริสสฺส รชฺชํ ทตฺวา ปุน คณฺหนํ นาม น ยุตฺตนฺติ ปิตุ วา ภาตุ วา อนิยฺยาเทตฺวา มาตุ นิยฺยาเทนฺโต เอวมาห.

สา ตสฺส กถํ สุตฺวา ‘‘เตน หิ, ตาต, อปฺปมตฺโต ภเวยฺยาสิ, มาตุคาโม นาม อปริสุทฺธหทโย’’ติ วตฺวา นานคฺครสโภชนสฺส สุวณฺณกโรฏึ ปูเรตฺวา ‘‘อิทํ อนฺตรามคฺเค ภุญฺเชยฺยาสี’’ติ วตฺวา อุยฺโยเชสิ. โส ตํ อาทาย มาตรํ วนฺทิตฺวา ติกฺขตฺตุํ ปทกฺขิณํ กตฺวา ‘‘ชีวนฺโต ปุน ตุเมฺห ปสฺสิสฺสามี’’ติ วตฺวา สิริคพฺภํ ปวิสิตฺวา ปญฺจาวุธํ สนฺนยฺหิตฺวา ภตฺตกโรฏิยา สทฺธึ กหาปณสหสฺสํ ปสิพฺพเก กตฺวา โกกนุทญฺจ วีณํ อาทาย นครา นิกฺขมิตฺวา มคฺคํ ปฏิปชฺชิตฺวา มหพฺพโล มหาถาโม ยาว มชฺฌนฺหิกา ปณฺณาส โยชนานิ คนฺตฺวา ภตฺตํ ภุญฺชิตฺวา เสสทิวสภาเคน ปุน ปณฺณาส โยชนานิ คนฺตฺวา เอกาเหเนว โยชนสติกํ มคฺคํ เขเปตฺวา สายนฺหสมเย นฺหตฺวา สาคลนครํ ปาวิสิ. ตสฺมึ ปวิฏฺฐมตฺเตเยว ตสฺส เตเชน ปภาวตี สยนปิฏฺเฐ สณฺฐาตุํ อสกฺโกนฺตี โอตริตฺวา ภูมิยํ นิปชฺชิ. โพธิสตฺตํ กิลนฺตินฺทฺริยํ วีถิยา คจฺฉนฺตํ อญฺญตรา อิตฺถี ทิสฺวา ปกฺโกสาเปตฺวา นิสีทาเปตฺวา ปาเท โธวาเปตฺวา สยนํ ทาเปสิ. โส กิลนฺตกาโย นิปชฺชิตฺวา นิทฺทํ โอกฺกมิ.

อถ สา ตสฺมึ นิทฺทมุปคเต ภตฺตํ สมฺปาเทตฺวา ตํ ปโพเธตฺวา ภตฺตํ โภเชสิ. โส ตุฏฺโฐ ตสฺสา สทฺธึ ภตฺตกโรฏิยา กหาปณสหสฺสํ อทาสิ. โส ปญฺจาวุธํ ตตฺเถว ฐเปตฺวา ‘‘คนฺตพฺพฏฺฐานํ เม อตฺถี’’ติ วตฺวา วีณํ อาทาย หตฺถิสาลํ คนฺตฺวา ‘‘อชฺช เม อิธ วสิตุํ เทถ, คนฺธพฺพํ โว กริสฺสามี’’ติ วตฺวา หตฺถิโคปเกหิ อนุญฺญาโต เอกมนฺเต นิปชฺชิตฺวา โถกํ นิทฺทายิตฺวา ปฏิปฺปสฺสทฺธทรโถ อุฏฺฐาย วีณํ มุญฺจิตฺวา ‘‘สาคลนครวาสิโน อิมํ สทฺทํ สุณนฺตู’’ติ วีณํ วาเทนฺโต คายิ. ปภาวตี ภูมิยํ นิปนฺนา ตํ สทฺทํ สุตฺวาว ‘‘อยํ น อญฺญสฺส วีณาสทฺโท, นิสฺสํสยํ กุสราชา มมตฺถาย อาคโต’’ติ อญฺญาสิ. มทฺทราชาปิ ตํ สทฺทํ สุตฺวา ‘‘อติวิย มธุรํ วาเทติ, เสฺว เอตํ ปกฺโกสาเปตฺวา มม คนฺธพฺพํ กาเรสฺสามี’’ติ จินฺเตสิ.

โพธิสตฺโต ‘‘น สกฺกา อิธ วสมาเนน ปภาวตี ทฏฺฐุํ, อฏฺฐานเมต’’นฺติ ปาโตว นิกฺขมิตฺวา สายํ ภุตฺตเคเหเยว ปาตราสํ ภุญฺชิตฺวา วีณํ ฐเปตฺวา ราชกุมฺภการสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ตสฺส อนฺเตวาสิกภาวํ อุปคนฺตฺวา เอกทิวเสเนว ฆรํ มตฺติกาย ปูเรตฺวา ‘‘ภาชนานิ กโรมิ อาจริยา’’ติ วตฺวา, ‘‘อาม, กาโรหี’’ติ วุตฺเต เอกํ มตฺติกาปิณฺฑํ จกฺเก ฐเปตฺวา จกฺกํ อาวิญฺฉิ, สกึ อาวิทฺธเมว ยาว มชฺฌนฺหิกาติกฺกมา ภมิเยว. โส นานาวณฺณานิ ขุทฺทกมหนฺตานิ ภาชนานิ กตฺวา ปภาวติยา อตฺถาย ภาชนํ กโรนฺโต นานารูปานิ สมุฏฺฐาเปสิ. โพธิสตฺตานญฺหิ อธิปฺปาโย นาม สมิชฺฌติ, ‘‘ตานิ รูปานิ ปภาวตีเยว ปสฺสตู’’ติ อธิฏฺฐาสิ. โส สพฺพภาชนานิ สุกฺขาเปตฺวา ปจิตฺวา เคหํ ปูเรสิ. กุมฺภกาโร นานาภาชนานิ คเหตฺวา ราชกุลํ อคมาสิ. ราชา ทิสฺวา ‘‘เกนิมานิ กตานี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘มยา, เทวา’’ติ. ‘‘อหํ ตยา กตานิ ชานามิ, กเถหิ, เกน กตานี’’ติ? ‘‘อนฺเตวาสิเกน เม เทวา’’ติ. ‘‘น เต โส อนฺเตวาสี, อาจริโย เต โส, ตฺวํ ตสฺส สนฺติเก สิปฺปํ สิกฺข, อิโต ปฏฺฐาย จ โส มม ธีตานํ ภาชนานิ กโรตุ, อิมญฺจสฺส สหสฺสํ เทหี’’ติ สหสฺสํ ทาเปตฺวา ‘‘นานาวณฺณานิ อิมานิ ขุทฺทกภาชนานิ มม ธีตานํ เทหี’’ติ อาห.

โส ตานิ ตาสํ สนฺติกํ เนตฺวา ‘‘อิมานิ โว กีฬนตฺถาย ขุทฺทกภาชนานี’’ติ อาห. ตา สพฺพา อาคมึสุ. กุมฺภกาโร มหาสตฺเตน ปภาวติยา อตฺถาย กตภาชนเมว ตสฺสา อทาสิ. สา จ ภาชนํ คเหตฺวา ตตฺถ อตฺตโน จ มหาสตฺตสฺส จ ขุชฺชาย จ รูปํ ปสฺสิตฺวา ‘‘อิทํ น อญฺเญน กตํ, กุสราเชเนว กต’’นฺติ ญตฺวา กุชฺฌิตฺวา ภูมิยํ ขิปิตฺวา ‘‘อิมินา มยฺหํ อตฺโถ นตฺถิ, อิจฺฉนฺตานํ เทหี’’ติ อาห. อถสฺสา ภคินิโย กุทฺธภาวํ ญตฺวา ‘‘ขุทฺทกภาชนํ กุสรญฺญา กตนฺติ มญฺญสิ, อิทํ เตน น กตํ, กุมฺภกาเรเนว กตํ, คณฺหาหิ น’’นฺติ อวหสึสุ. สา เตน กตภาวํ ตสฺส จ อาคตภาวํ ตาสํ น กเถสิ. กุมฺภกาโร สหสฺสํ โพธิสตฺตสฺส ทตฺวา ‘‘ตาต, ราชา เต ตุฏฺโฐ, อิโต กิร ปฏฺฐาย ราชธีตานํ ภาชนานิ กเรยฺยาสิ, อหํ ตาสํ หริสฺสามี’’ติ อาห.

โส ‘‘อิธาปิ วสนฺเตน น สกฺกา ปภาวตี ทฏฺฐุ’’นฺติ ตํ สหสฺสํ ตสฺเสว ทตฺวา ราชุปฏฺฐากสฺส นฬการสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ตสฺส อนฺเตวาสิโก หุตฺวา ปภาวติยา อตฺถาย ตาลวณฺฏํ กตฺวา ตตฺเถว เสตจฺฉตฺตญฺจ อาปานภูมิญฺจ วตฺถํ คเหตฺวา ฐิตํ ปภาวติญฺจาติ นานารูปานิ ทสฺเสสิ. นฬกาโร ตญฺจ อญฺญญฺจ เตน กตภณฺฑกํ อาทาย ราชกุลํ อคมาสิ. ราชา ทิสฺวา ‘‘เกนิมานิ กตานี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ปุริมนเยเนว สหสฺสํ ทตฺวา ‘‘อิมานิ นฬการภณฺฑานิ มม ธีตานํ เทหี’’ติ อาห. โสปิ โพธิสตฺเตน ปภาวติยา อตฺถาย กตํ ตาลวณฺฏํ ตสฺสาเยว อทาสิ. ตตฺรปิ รูปานิ อญฺโญ ชโน น ปสฺสติ, ปภาวตี ปน ทิสฺวา กุสรญฺญา กตภาวํ ญตฺวา ‘‘คณฺหิตุกามา คณฺหนฺตู’’ติ กุทฺธา ภูมิยํ ขิปิ. อถ นํ เสสา อวหสึสุ. นฬกาโร สหสฺสํ อาหริตฺวา โพธิสตฺตสฺส ทตฺวา ตํ ปวตฺตึ อาโรเจสิ.

โส ‘‘อิทมฺปิ มยฺหํ อวสนฏฺฐาน’’นฺติ สหสฺสํ ตสฺเสว ทตฺวา ราชมาลาการสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา อนฺเตวาสิกภาวํ อุปคนฺตฺวา นานาวิธํ มาลาวิกตึ คนฺถิตฺวา ปภาวติยา อตฺถาย นานารูปวิจิตฺรํ เอกํ จุมฺพฏกํ อกาสิ. มาลากาโร ตํ สพฺพํ อาทาย ราชกุลํ อคมาสิ. ราชา ทิสฺวา ‘‘เกนิมานิ คนฺถิตานี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘มยา, เทวา’’ติ. ‘‘อหํ ตยา คนฺถิตานิ ชานามิ, กเถหิ, เกน คนฺถิตานี’’ติ? ‘‘อนฺเตวาสิเกน เม, เทวา’’ติ. ‘‘น โส อนฺเตวาสี, อาจริโย เต โส, ตฺวํ ตสฺส สนฺติเก สิปฺปํ สิกฺข, อิโต ปฏฺฐาย จ โส มม ธีตานํ ปุปฺผานิ คนฺถตุ, อิมญฺจสฺส สหสฺสํ เทหี’’ติ สหสฺสํ ทตฺวา ‘‘อิมานิ ปุปฺผานิ มม ธีตานํ เทหี’’ติ อาห. โสปิ โพธิสตฺเตน ปภาวติยา อตฺถาย กตํ จุมฺพฏกํ ตสฺสาเยว อทาสิ. สา ตตฺถ อตฺตโน จ รญฺโญ จ รูเปหิ สทฺธึ นานารูปานิ ทิสฺวา เตน กตภาวํ ญตฺวา กุชฺฌิตฺวา ภูมิยํ ขิปิ. เสสา ภคินิโย ตํ ตเถว อวหสึสุ. มาลากาโรปิ สหสฺสํ อาหริตฺวา โพธิสตฺตสฺส ทตฺวา ตํ ปวตฺตึ อาโรเจสิ.

โส ‘‘อิทมฺปิ มยฺหํ อวสนฏฺฐาน’’นฺติ สหสฺสํ ตสฺเสว ทตฺวา รญฺโญ สูทสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา อนฺเตวาสิกภาวํ อุปคจฺฉิ. อเถกทิวสํ สูโท รญฺโญ โภชนวิกตึ หรนฺโต อตฺตโน อตฺถาย ปจิตุํ โพธิสตฺตสฺส อฏฺฐิมํสํ อทาสิ. โส ตํ ตถา สมฺปาเทสิ, ยถาสฺส คนฺโธ สกลนครํ อวตฺถริ. ราชา ตํ ฆายิตฺวา ‘‘กึ เต มหานเส อญฺญมฺปิ มํสํ ปจสี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘นตฺถิ, เทว, อปิจ โข ปน เม อนฺเตวาสิกสฺส อฏฺฐิมํสํ ปจนตฺถาย ทินฺนํ, ตสฺเสว โส คนฺโธ ภวิสฺสตี’’ติ. ราชา อาหราเปตฺวา ตโต โถกํ ชิวฺหคฺเค ฐเปสิ, ตาวเทว สตฺต รสหรณิสหสฺสานิ โขเภนฺตํ ผริ. ราชา รสตณฺหาย พชฺฌิตฺวา สหสฺสํ ทตฺวา ‘‘อิโต ปฏฺฐาย ตว อนฺเตวาสินา มม จ ธีตานญฺจ เม ภตฺตํ ปจาเปตฺวา ตฺวํ มยฺหํ อาหร, โส เม ธีตานํ หรตู’’ติ อาห. สูโท คนฺตฺวา ตสฺส อาโรเจสิ. โส ตํ สุตฺวา ‘‘อิทานิ เม มโนรโถ มตฺถกํ ปตฺโต, อิทานิ ปนาหํ ปภาวตึ ทฏฺฐุํ ลภิสฺสามี’’ติ ตุฏฺโฐ ตํ สหสฺสํ ตสฺเสว ทตฺวา ปุนทิวเส ภตฺตํ สมฺปาเทตฺวา รญฺโญ ภตฺตภาชนานิ เปเสตฺวา ราชธีตานํ ภตฺตกาชํ สยํ คเหตฺวา ปภาวติยา วสนปาสาทํ อภิรุหิ. สา ตํ ภตฺตกาชํ อาทาย ปาสาทํ อภิรุหนฺตํ ทิสฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อยํ อตฺตโน อนนุจฺฉวิกํ ทาสกมฺมกเรหิ กตฺตพฺพํ กโรติ. สเจ ปนาหํ กติปาหํ ตุณฺหี ภวิสฺสามิ, ‘อิทานิ มํ เอสา โรจตี’ติ สญฺญี หุตฺวา กตฺถจิ อคนฺตฺวา มํ โอโลเกนฺโต อิเธว วสิสฺสติ, อิทาเนว ตํ อกฺโกสิตฺวา ปริภาสิตฺวา มุหุตฺตมฺปิ อิธ วสิตุํ อทตฺวา ปลาเปสฺสามี’’ติ. สา ทฺวารํ อฑฺฒวิวฏํ กตฺวา เอกํ หตฺถํ กวาเฏ ลคฺเคตฺวา เอเกน หตฺเถน อคฺคฬํ อุปฺปีเฬตฺวา ทุติยํ คาถมาห –

๒. ‘‘อนุชฺชุภูเตน หรํ มหนฺตํ, ทิวา จ รตฺโต จ นิสีถกาเล;

ปฏิคจฺฉ ตฺวํ ขิปฺปํ กุสาวตึ กุส, นิจฺฉามิ ทุพฺพณฺณมหํ วสนฺต’’นฺติ.

ตสฺสตฺโถ – มหาราช, ตฺวํ ภตฺตการโก หุตฺวา อุชุเกน จิตฺเตน โยปิ เต สีสํ ภินฺเทยฺย, ตสฺสเปตํ กมฺมํ น กโรสิ, อนุชุภูเตน ปน จิตฺเตน มมตฺถาย เอตํ มหนฺตํ กาชํ หรนฺโต ทิวา จ รตฺโต จ นิสีถกาเล จ มหนฺตํ ทุกฺขํ อนุภวิสฺสสิ, กึ เต เตน อนุภูเตน ทุกฺเขน, ตฺวํ อตฺตโน นครํ กุสาวติเมว ปฏิคจฺฉ, อญฺญํ อตฺตนา สทิสึ อติรสกปูวสณฺฐานมุขึ ยกฺขินึ อคฺคมเหสึ กตฺวา รชฺชํ กาเรหีติ. นิจฺฉามิ ทุพฺพณฺณมหํ วสนฺตนฺติ อหํ ปน ตํ ทุพฺพณฺณํ ทุสฺสณฺฐิตํ อิธ วสนฺตํ น อิจฺฉามีติ.

โส ‘‘ปภาวติยา เม สนฺติกา กถา ลทฺธา’’ติ ตุฏฺฐจิตฺโต ติสฺโส คาถา อภาสิ –

๓. ‘‘นาหํ คมิสฺสามิ อิโต กุสาวตึ, ปภาวตี วณฺณปโลภิโต ตว;

รมามิ มทฺทสฺส นิเกตรมฺเม, หิตฺวาน รฏฺฐํ ตว ทสฺสเน รโต.

๔. ‘‘ปภาวตี วณฺณปโลภิโต ตว, สมฺมูฬฺหรูโป วิจรามิ เมทินึ;

ทิสํ น ชานามิ กุโตมฺหิ อาคโต, ตยมฺหิ มตฺโต มิคมนฺทโลจเน.

๕. ‘‘สุวณฺณจีรวสเน, ชาตรูปสุเมขเล;

สุสฺโสณิ ตว กามา หิ, นาหํ รชฺเชน มตฺถิโก’’ติ.

ตตฺถ รมามีติ อภิรมามิ น อุกฺกณฺฐามิ. สมฺมูฬฺหรูโปติ กิเลสสมฺมูโฬฺห หุตฺวา. ตยมฺหิ มตฺโตติ ตยิ มตฺโตมฺหิ, ตยา วา มตฺโตมฺหิ. สุวณฺณจีรวสเนติ สุวณฺณขจิตวตฺถวสเน. นาหํ รชฺเชน มตฺถิโกติ น อหํ รชฺเชน อตฺถิโก.

เอวํ วุตฺเต สา จินฺเตสิ – ‘‘อหํ เอตํ ‘วิปฺปฏิสารี ภวิสฺสตี’ติ ปริภาสามิ, อยํ ปน รชฺชิตฺวาว กเถติ, สเจ โข ปน มํ ‘อหํ กุสราชา’ติ วตฺวา หตฺเถ คเณฺหยฺย, โก ตํ นิวาเรยฺย, โกจิ โน อิมํ กถํ สุเณยฺยา’’ติ ทฺวารํ ถเกตฺวา สูจึ ทตฺวา อนฺโต อฏฺฐาสิ. โสปิ ภตฺตกาชํ อาหริตฺวา ภตฺตํ วฑฺเฒตฺวา ราชธีตโร โภเชสิ. ปภาวตี ‘‘คจฺฉ กุสราเชน ปกฺกภตฺตํ อาหรา’’ติ ขุชฺชํ เปเสสิ. สา อาหริตฺวา ‘‘ภุญฺชาหี’’ติ อาห. นาหํ เตน ปกฺกภตฺตํ ภุญฺชามิ, ตฺวํ ภุญฺชิตฺวา อตฺตโน ลทฺธนิวาปํ คเหตฺวา ภตฺตํ ปจิตฺวา อาหร, กุสรญฺโญ อาคตภาวญฺจ มา กสฺสจิ อาโรเจสีติ. ขุชฺชา ตโต ปฏฺฐาย ตสฺสา โกฏฺฐาสํ อาหริตฺวา สยํ ภุญฺชติ, อตฺตโน โกฏฺฐาสํ ตสฺสา อุปเนติ. กุสราชาปิ ตโต ปฏฺฐาย ตํ ปสฺสิตุํ อลภนฺโต จินฺเตสิ – ‘‘อตฺถิ นุ โข ปภาวติยา มยิ สิเนโห, อุทาหุ นตฺถิ, วีมํสิสฺสามิ น’’นฺติ. โส ปน ราชธีตโร โภเชตฺวา ภตฺตกาชํ อาทาย นิกฺขนฺโต ตสฺสา คพฺภทฺวาเร ปาสาทตลํ ปาเทน ปหริตฺวา ภาชนานิ ฆฏฺเฏตฺวา นิตฺถุนิตฺวา วิสญฺญี หุตฺวา วิย อวกุชฺโช ปติ. สา ตสฺส นิตฺถุนิตสทฺเทน ทฺวารํ วิวริตฺวา ตํ ภตฺตกาเชน โอตฺถตํ ทิสฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อยํ สกลชมฺพุทีเป อคฺคราชา มํ นิสฺสาย รตฺตินฺทิวํ ทุกฺขํ อนุโภติ, สุขุมาลตาย ภตฺตกาเชน อวตฺถโต ปตติ, ชีวติ นุ โข, โน วา’’ติ. สา คพฺภโต นิกฺขมิตฺวา ตสฺส นาสวาตํ อุปธาเรตุํ คีวํ ปสาเรตฺวา มุขํ โอโลเกสิ. โส มุขปูรํ เขฬํ คเหตฺวา ตสฺสา สรีเร ปาเตสิ. สา ตํ ปริภาสิตฺวา คพฺภํ ปวิสิตฺวา ทฺวารํ อฑฺฒวิวฏํ ถเกตฺวา ฐิตา คาถมาห –

๖. ‘‘อพฺภูติ ตสฺส โภ โหติ, โย อนิจฺฉนฺตมิจฺฉติ;

อกามํ ราช กาเมสิ, อกนฺตํ กนฺตุมิจฺฉสี’’ติ.

ตตฺถ อพฺภูตีติ อภูติ, อวุฑฺฒีติ อตฺโถ.

โส ปน ปฏิพทฺธจิตฺตตาย อกฺโกสิยมาโนปิ ปริภาสิยมาโนปิ วิปฺปฏิสารํ อนุปฺปาเทตฺวาว อนนฺตรํ คาถมาห –

๗. ‘‘อกามํ วา สกามํ วา, โย นโร ลภเต ปิยํ;

ลาภเมตฺถ ปสํสาม, อลาโภ ตตฺถ ปาปโก’’ติ.

สาปิ ตสฺมึ เอวํ กเถนฺเตปิ อโนสกฺกิตฺวา ถทฺธตรวจนํ วตฺวา ปลาเปตุกามา อิตรํ คาถมาห –

๘. ‘‘ปาสาณสารํ ขณสิ, กณิการสฺส ทารุนา;

วาตํ ชาเลน พาเธสิ, โย อนิจฺฉนฺตมิจฺฉสี’’ติ.

ตตฺถ กณิการสฺส ทารุนาติ กณิการกฏฺเฐน. พาเธสีติ พนฺธสีติ.

ตํ สุตฺวา ราชา ติสฺโส คาถาโย อภาสิ –

๙. ‘‘ปาสาโณ นูน เต หทเย, โอหิโต มุทุลกฺขเณ;

โย เต สาตํ น วินฺทามิ, ติโรชนปทาคโต.

๑๐. ‘‘ยทา มํ ภกุฏึ กตฺวา, ราชปุตฺตี อุทิกฺขติ;

อาฬาริโก ตทา โหมิ, รญฺโญ มทฺทสฺสนฺเตปุเร.

๑๑. ‘‘ยทา อุมฺหยมานา มํ, ราชปุตฺตี อุทิกฺขติ;

นาฬาริโก ตทา โหมิ, ราชา โหมิ ตทา กุโส’’ติ.

ตตฺถ มุทุลกฺขเณติ มุทุนา อิตฺถิลกฺขเณน สมนฺนาคเต. โยติ โย อหํ ติโรรฏฺฐา อาคโต ตว สนฺติเก วสนฺโต ปฏิสนฺถารมตฺตมฺปิ สาตํ น ลภามิ, โส เอวํ มญฺญามิ, มยิ สิเนหุปฺปตฺตินิวารณาย นูน ตว หทเย ปาสาโณ ฐปิโต. ภกุฏึ กตฺวาติ โกธวเสน วลิวิสมํ นลาฏํ กตฺวา. อาฬาริโกติ ภตฺตการโก. ตสฺมึ ขเณ อหํ มทฺทรญฺโญ อนฺเตปุเร ภตฺตการกทาโส วิย โหมีติ วทติ. อุมฺหยมานาติ ปหฏฺฐาการํ ทสฺเสตฺวา หสมานา. ราชา โหมีติ ตสฺมึ ขเณ อหํ กุสาวตีนคเร รชฺชํ กาเรนฺโต ราชา วิย โหมิ, กสฺมาสิ เอวํ ผรุสา, อิโต ปฏฺฐาย มา เอวรูปํ กริ, ภทฺเทติ.

สา ตสฺส วจนํ สุตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อยํ อติวิย อลฺลียิตฺวา กเถติ, มุสาวาทํ กตฺวา อุปาเยน นํ อิโต ปลาเปสฺสามี’’ติ คาถมาห –

๑๒. ‘‘สเจ หิ วจนํ สจฺจํ, เนมิตฺตานํ ภวิสฺสติ;

เนว เม ตฺวํ ปตี อสฺส, กามํ ฉินฺทนฺตุ สตฺตธา’’ติ.

ตสฺสตฺโถ – มหาราช, มยา ‘‘อยํ กุสราชา มยฺหํ ปติ ภวิสฺสติ, น ภวิสฺสตี’’ติ พหู นิมิตฺตปาฐกา ปุจฺฉิตา, เต ‘‘กามํ กิร มํ สตฺตธา ฉินฺทนฺตุ, เนว เม ตฺวํ ปติ ภวิสฺสสี’’ติ วทึสูติ.

ตํ สุตฺวา ราชา ตํ ปฏิพาหนฺโต ‘‘ภทฺเท, มยาปิ อตฺตโน รฏฺเฐ เนมิตฺตกา ปุจฺฉิตา, เต ‘อญฺญตฺร สีหสฺสรกุสราชโต ตว ปติ นาม อญฺโญ นตฺถี’ติ พฺยากรึสุ, อหมฺปิ อตฺตโน ญาณพลนิมิตฺเตน เอวเมว กเถสิ’’นฺติ วตฺวา อนนฺตรํ คาถมาห –

๑๓. ‘‘สเจ หิ วจนํ สจฺจํ, อญฺเญสํ ยทิ วา มม;

เนว ตุยฺหํ ปตี อตฺถิ, อญฺโญ สีหสฺสรา กุสา’’ติ.

ตสฺสตฺโถ – ยทิ หิ อญฺเญสํ เนมิตฺตานํ วจนํ สจฺจํ, ยทิ วา มม วจนํ สจฺจํ, ตว อญฺโญ ปติ นาม นตฺถีติ.

สา ตสฺส วจนํ สุตฺวา ‘‘น สกฺกา อิมํ ลชฺชาเปตุํ วา ปลาเปตุํ วา, กึ เม อิมินา’’ติ ทฺวารํ ปิธาย อตฺตานํ น ทสฺเสสิ. โสปิ กาชํ คเหตฺวา โอตริ, ตโต ปฏฺฐาย ตํ ทฏฺฐุํ น ลภติ, ภตฺตการกกมฺมํ กโรนฺโต อติวิย กิลมติ, ภุตฺตปาตราโส ทารูนิ ผาเลติ, ภาชนานิ โธวติ, กาเชน อุทกํ อาหรติ, สยนฺโต อมฺพณปิฏฺเฐ สยติ, ปาโต วุฏฺฐาย ยาคุอาทีนิ ปจติ หรติ โภเชติ, นนฺทิราคํ นิสฺสาย อติทุกฺขํ อนุโภติ. โส เอกทิวสํ ภตฺตเคหทฺวาเรน คจฺฉนฺตึ ขุชฺชํ ทิสฺวา ปกฺโกสิ. สา ปภาวติยา ภเยน ตสฺส สนฺติกํ คนฺตุํ อวิสหนฺตี ตุริตตุริตา วิย คจฺฉติ. อถ นํ เวเคน อุปคนฺตฺวา ‘‘ขุชฺเช’’ติ อาห.

สา นิวตฺติตฺวา ฐิตา ‘‘โก เอโส’’ติ วตฺวา ‘‘ตุมฺหากํ สทฺทํ น สุณามี’’ติ อาห. อถ นํ ‘‘ขุชฺเช ตฺวมฺปิ สามินีปิ เต อุโภปิ อติวิย ถทฺธา, เอตฺตกํ กาลํ ตุมฺหากํ สนฺติเก วสนฺโต อาโรคฺยสาสนมตฺตมฺปิ น ลภามิ, เทยฺยธมฺมํ ปน กึ ทสฺสถ, ติฏฺฐตุ ตาเวตํ, อปิ เม ปภาวตึ มุทุกํ กตฺวา ทสฺเสตุํ สกฺขิสฺสสี’’ติ อาห. สา ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิ. อถ นํ ‘‘สเจ เม ตํ ทสฺเสตุํ สกฺขิสฺสสิ, ขุชฺชภาวํ เต อุชุกํ กตฺวา คีเวยฺยกํ ทสฺสามี’’ติ ปโลเภนฺโต ปญฺจ คาถาโย อภาสิ –

๑๔. ‘‘เนกฺขํ คีวํ เต กาเรสฺสํ, ปตฺวา ขุชฺเช กุสาวตึ;

สเจ มํ นาคนาสูรู, โอโลเกยฺย ปภาวตี.

๑๕. ‘‘เนกฺขํ คีวํ เต กาเรสฺสํ, ปตฺวา ขุชฺเช กุสาวตึ;

สเจ มํ นาคนาสูรู, อาลเปยฺย ปภาวตี.

๑๖. ‘‘เนกฺขํ คีวํ เต กาเรสฺสํ, ปตฺวา ขุชฺเช กุสาวตึ;

สเจ มํ นาคนาสูรู, อุมฺหาเยยฺย ปภาวตี.

๑๗. ‘‘เนกฺขํ คีวํ เต กาเรสฺสํ, ปตฺวา ขุชฺเช กุสาวตึ;

สเจ มํ นาคนาสูรู, ปมฺหาเยยฺย ปภาวตี.

๑๘. ‘‘เนกฺขํ คีวํ เต กาเรสฺสํ, ปตฺวา ขุชฺเช กุสาวตึ;

สเจ มํ นาคนาสูรู, ปาณีหิ อุปสมฺผุเส’’ติ.

ตตฺถ เนกฺขํ คีวํ เตติ ตว คีเวยฺยํ สพฺพสุวณฺณมยเมว กาเรสฺสามีติ อตฺโถ. ‘‘เนกฺขํ คีวํ เต กริสฺสามี’’ติปิ ปาโฐ, ตว คีวาย เนกฺขมยํ ปิฬนฺธนํ ปิฬนฺเธสฺสามีติ อตฺโถ. โอโลเกยฺยาติ สเจ ตว วจเนน มํ ปภาวตี โอโลเกยฺย, สเจ มํ ตาย โอโลกาเปตุํ สกฺขิสฺสสีติ อตฺโถ. ‘‘อาลเปยฺยา’’ติอาทีสุปิ เอเสว นโย. เอตฺถ ปน อุมฺหาเยยฺยาติ มนฺทหสิตวเสน ปริหาเสยฺย. ปมฺหาเยยฺยาติ มหาหสิตวเสน ปริหาเสยฺย.

สา ตสฺส วจนํ สุตฺวา ‘‘คจฺฉถ ตุเมฺห, เทว, กติปาหจฺจเยน นํ ตุมฺหากํ วเส กริสฺสามิ, ปสฺสถ เม ปรกฺกม’’นฺติ วตฺวา ตํ กรณียํ ตีเรตฺวา ปภาวติยา สนฺติกํ คนฺตฺวา ตสฺสา วสนคพฺภํ โสเธนฺตี วิย ปหรณโยคฺคํ เลฑฺฑุขณฺฑมฺปิ อเสเสตฺวา อนฺตมโส ปาทุกาปิ นีหริตฺวา สกลคพฺภํ สมฺมชฺชิตฺวา คพฺภทฺวาเร อุมฺมารํ อนฺตรํ กตฺวา อุจฺจาสนํ ปญฺญเปตฺวา ปภาวติยา เอกํ นีจปีฐกํ อตฺถริตฺวา ‘‘เอหิ, อมฺม, สีเส เต อูกา วิจินิสฺสามี’’ติ ตํ ตตฺถ ปีฐเก นิสีทาเปตฺวา อตฺตโน อูรุอนฺตเร ตสฺสา สีสํ ฐเปตฺวา โถกํ กณฺฑุยิตฺวา ‘‘อโห อิมิสฺสา สีเส พหู อูกา’’ติ สกสีสโต อูกา คเหตฺวา ตสฺสา หตฺเถ ฐเปตฺวา ‘‘ปสฺส กิตฺตกา เต สีเส อูกา’’ติ ปิยกถํ กเถตฺวา มหาสตฺตสฺส คุณํ กเถนฺตี คาถมาห –

๑๙. ‘‘น หิ นูนายํ ราชปุตฺตี, กุเส สาตมฺปิ วินฺทติ;

อาฬาริเก ภเต โปเส, เวตเนน อนตฺถิเก’’ติ.

ตสฺสตฺโถ – เอกํเสน อยํ ราชปุตฺตี ปุพฺเพ กุสาวตีนคเร กุสนรินฺทสฺส สนฺติเก มาลาคนฺธวิเลปนวตฺถาลงฺการวเสน อปฺปมตฺตกมฺปิ สาตํ น วินฺทติ น ลภติ, ตมฺพูลมตฺตมฺปิ เอเตน เอติสฺสา ทินฺนปุพฺพํ น ภวิสฺสติ. กึการณา? อิตฺถิโย นาม เอกทิวสมฺปิ องฺกํ อวตฺถริตฺวา นิปนฺนสามิกมฺหิ หทยํ ภินฺทิตุํ น สกฺโกนฺติ, อยํ ปน อาฬาริเก ภเต โปเส อาฬาริกตฺตญฺจ ภตกตฺตญฺจ อุปคเต เอตสฺมึ ปุริเส มูเลนปิ อนตฺถิเก เกวลํ ตํเยว นิสฺสาย รชฺชํ ปหาย อาคนฺตฺวา เอวํ ทุกฺขํ อนุภวนฺเต ปฏิสนฺถารมตฺตมฺปิ น กโรติ, สเจปิ เต, อมฺม, ตสฺมึ สิเนโห นตฺถิ, สกลชมฺพุทีเป อคฺคราชา มํ นิสฺสาย กิลมตีติ ตสฺส กิญฺจิเทว ทาตุํ อรหสีติ.

สา ตํ สุตฺวา ขุชฺชาย กุชฺฌิ. อถ นํ ขุชฺชา คีวายํ คเหตฺวา อนฺโตคพฺเภ ขิปิตฺวา สยํ พหิ หุตฺวา ทฺวารํ ปิธาย อาวิญฺฉนรชฺชุมฺหิ โอลมฺพนฺตี อฏฺฐาสิ. ปภาวตี ตํ คเหตุํ อสกฺโกนฺตี ทฺวารมูเล ฐตฺวา อกฺโกสนฺตี อิตรํ คาถมาห –

๒๐. ‘‘น หิ นูนายํ สา ขุชฺชา, ลภติ ชิวฺหาย เฉทนํ;

สุนิสิเตน สตฺเถน, เอวํ ทุพฺภาสิตํ ภณ’’นฺติ.

ตตฺถ สุนิสิเตนาติ สุฏฺฐุ นิสิเตน ติขิณสตฺเถน. เอวํ ทุพฺภาสิตนฺติ เอวํ อโสตพฺพยุตฺตกํ ทุพฺภาสิตํ ภณนฺตี.

อถ ขุชฺชา อาวิญฺจนรชฺชุํ คเหตฺวา ฐิตาว ‘‘นิปฺปญฺเญ ทุพฺพินีเต ตว รูปํ กึ กริสฺสติ, กึ มยํ ตว รูปํ ขาทิตฺวา ยาเปสฺสามา’’ติ วตฺวา เตรสหิ คาถาหิ โพธิสตฺตสฺส คุณํ ปกาเสนฺตี ขุชฺชาคชฺชิตํ นาม คชฺชิ –

๒๑. ‘‘มา นํ รูเปน ปาเมสิ, อาโรเหน ปภาวติ;

มหายโสติ กตฺวาน, กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ.

๒๒. ‘‘มา นํ รูเปน ปาเมสิ, อาโรเหน ปภาวติ;

มหทฺธโนติ กตฺวาน, กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ.

๒๓. ‘‘มา นํ รูเปน ปาเมสิ, อาโรเหน ปภาวติ;

มหพฺพโลติ กตฺวาน, กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ.

๒๔. ‘‘มา นํ รูเปน ปาเมสิ, อาโรเหน ปภาวติ;

มหารฏฺโฐติ กตฺวาน, กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ.

๒๕. ‘‘มา นํ รูเปน ปาเมสิ, อาโรเหน ปภาวติ;

มหาราชาติ กตฺวาน, กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ.

๒๖. ‘‘มา นํ รูเปน ปาเมสิ, อาโรเหน ปภาวติ;

สีหสฺสโรติ กตฺวาน, กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ.

๒๗. ‘‘มา นํ รูเปน ปาเมสิ, อาโรเหน ปภาวติ;

วคฺคุสฺสโรติ กตฺวาน, กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ.

๒๘. ‘‘มา นํ รูเปน ปาเมสิ, อาโรเหน ปภาวติ;

พินฺทุสฺสโรติ กตฺวาน, กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ.

๒๙. ‘‘มา นํ รูเปน ปาเมสิ, อาโรเหน ปภาวติ;

มญฺชุสฺสโรติ กตฺวาน, กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ.

๓๐. ‘‘มา นํ รูเปน ปาเมสิ, อาโรเหน ปภาวติ;

มธุสฺสโรติ กตฺวาน, กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ.

๓๑. ‘‘มา นํ รูเปน ปาเมสิ, อาโรเหน ปภาวติ;

สตสิปฺโปติ กตฺวาน, กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ.

๓๒. ‘‘มา นํ รูเปน ปาเมสิ, อาโรเหน ปภาวติ;

ขตฺติโยติปิ กตฺวาน, กรสฺสุ รุจิเร ปิยํ.

๓๓. ‘‘มา นํ รูเปน ปาเมสิ, อาโรเหน ปภาวติ;

กุสราชาติ กตฺวาน, กรสฺสุ รุจิเร ปิย’’นฺติ.

ตตฺถ มา นํ รูเปน ปาเมสิ, อาโรเหน, ปภาวตีติ อเร ปภาวติ, มา ตฺวํ เอตํ กุสนรินฺทํ อตฺตโน รูเปน อาโรหปริณาเหน ปมินิ, เอวํ ปมาณํ คณฺหิ. มหายโสติ มหานุภาโว โสติ เอวํ หทเย กตฺวาน รุจิเร ปิยทสฺสเน กรสฺสุ ตสฺส ปิยํ. อานุภาโวเยว หิสฺส รูปนฺติ วทติ. เอส นโย สพฺพตฺถ. อปิ จ มหายโสติ มหาปริวาโร. มหทฺธโนติ มหาโภโค. มหพฺพโลติ มหาถาโม. มหารฏฺโฐติ วิปุลรฏฺโฐ. มหาราชาติ สกลชมฺพุทีเป อคฺคราชา. สีหสฺสโรติ สีหสทฺทสมานสทฺโท. วคฺคุสฺสโรติ ลีลายุตฺตสฺสโร. พินฺทุสฺสโรติ สมฺปิณฺฑิตฆนสฺสโร. มญฺชุสฺสโรติ สุนฺทรสฺสโร. มธุสฺสโรติ มธุรยุตฺตสฺสโร. สตสิปฺโปติ ปเรสํ สนฺติเก อสิกฺขิตฺวา อตฺตโน พเลเนว นิปฺผนฺนอเนกสตสิปฺโป. ขตฺติโยติ โอกฺกากปเวณิยํ ชาโต อสมฺภินฺนขตฺติโย. กุสราชาติ สกฺกทตฺติยกุสติณสมานนาโม ราชา. เอวรูโป หิ อญฺโญ ราชา นาม นตฺถีติ ชานิตฺวา เอตสฺส ปิยํ กโรหีติ ขุชฺชา เอตฺตกาหิ คาถาหิ ตสฺส คุณํ กเถสิ.

ปภาวตี ตสฺสา วจนํ สุตฺวา ‘‘ขุชฺเช อติวิย คชฺชสิ, หตฺเถน ปาปุณนฺตี สสามิกภาวํ เต ชานาเปสฺสามี’’ติ ขุชฺชํ ตชฺเชสิ. สาปิ ตํ ‘‘อหํ ตํ รกฺขมานา ปิตุโน เต กุสราชสฺส อาคตภาวํ นาโรเจสึ, โหตุ, อชฺช รญฺโญ อาโรเจสฺสามี’’ติ มหนฺเตน สทฺเทน ภายาเปสิ. สาปิ ‘‘โกจิเทว สุเณยฺยา’’ติ ขุชฺชํ สญฺญาเปสิ. โพธิสตฺโตปิ ตํ ปสฺสิตุํ อลภนฺโต สตฺต มาเส ทุพฺโภชเนน ทุกฺขเสยฺยาย กิลมนฺโต จินฺเตสิ – ‘‘โก เม เอตาย อตฺโถ, สตฺต มาเส วสนฺโต เอตํ ปสฺสิตุมฺปิ น ลภามิ, อติวิย กกฺขฬา สาหสิกา, คนฺตฺวา มาตาปิตโร ปสฺสิสฺสามี’’ติ. ตสฺมึ ขเณ สกฺโก อาวชฺเชนฺโต ตสฺส อุกฺกณฺฐิตภาวํ ญตฺวา ‘‘ราชา สตฺต มาเส ปภาวตึ ทฏฺฐุมฺปิ น ลภิ, ลภนาการมสฺส กริสฺสามี’’ติ มทฺทรญฺโญ ทูเต กตฺวา สตฺตนฺนํ ราชูนํ ทูตํ ปาเหนฺโต ‘‘ปภาวตี, กุสราชํ ฉฑฺเฑตฺวา อาคตา, อาคจฺฉนฺตุ ปภาวตึ คณฺหนฺตู’’ติ เอเกกสฺส วิสุํ วิสุํ สาสนํ ปหิณิ. เต มหาปริวาเรน คนฺตฺวา นครํ ปตฺวา อญฺญมญฺญสฺส อาคตการณํ น ชานนฺติ. เต ‘‘ตฺวํ กสฺมา อาคโต, ตฺวํ กสฺมา อาคโตสี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ตมตฺถํ ญตฺวา กุชฺฌิตฺวา ‘‘เอกํ กิร ธีตรํ สตฺตนฺนํ ทสฺสติ, ปสฺสถสฺส อนาจารํ, อุปฺปณฺเฑติ โน, คณฺหถ น’’นฺติ ‘‘สพฺเพสมฺปิ อมฺหากํ ปภาวตึ เทตุ ยุทฺธํ วา’’ติ สาสนานิ ปหิณิตฺวา นครํ ปริวารยึสุ. มทฺทราชา สาสนํ สุตฺวา ภีตตสิโต อมจฺเจ อามนฺเตตฺวา ‘‘กึ กโรมา’’ติ ปุจฺฉิ. อถ นํ อมจฺจา ‘‘เทว, สตฺตปิ ราชาโน ปภาวตึ นิสฺสาย อาคตา, ‘สเจ น ทสฺสติ, ปาการํ ภินฺทิตฺวา นครํ ปวิสิตฺวา ชีวิตกฺขยํ ปาเปตฺวา ตํ คณฺหิสฺสามา’ติ วทนฺติ, ปากาเร อภินฺเนเยว เตสํ ปภาวตึ เปเสสฺสามา’’ติ วตฺวา คาถมาหํสุ –

๓๔. ‘‘เอเต นาคา อุปตฺถทฺธา, สพฺเพ ติฏฺฐนฺติ วมฺมิตา;

ปุรา มทฺทนฺติ ปาการํ, อาเนนฺเตตํ ปภาวติ’’นฺติ.

ตตฺถ อุปตฺถทฺธาติ อติถทฺธา ทปฺปิตา. อาเนนฺเตตํ ปภาวตินฺติ อาเนนฺตุ เอตํ ปภาวตินฺติ สาสนานิ ปหิณึสุ. ตสฺมา ยาว เอเต นาคา ปาการํ น มทฺทนฺติ, ตาว เนสํ ปภาวตึ เปเสหิ, มหาราชาติ.

ตํ สุตฺวา ราชา ‘‘สจาหํ เอกสฺส ปภาวตึ เปเสสฺสามิ, เสสา ยุทฺธํ กริสฺสนฺติ, น สกฺกา เอกสฺส ทาตุํ, สกลชมฺพุทีเป อคฺคราชานํ ‘วิรูโป’ติ ฉฑฺเฑตฺวา อาคตา อาคมนสฺส ผลํ ลภตุ, วธิตฺวาน นํ สตฺต ขณฺฑานิ กตฺวา สตฺตนฺนํ ขตฺติยานํ เปเสสฺสามี’’ติ วทนฺโต อนนฺตรํ คาถมาห –

๓๕. ‘‘สตฺต พิเล กริตฺวาน, อหเมตํ ปภาวตึ;

ขตฺติยานํ ปทสฺสามิ, เย มํ หนฺตุํ อิธาคตา’’ติ.

ตสฺส สา กถา สกลนิเวสเน ปากฏา อโหสิ. ปริจาริกา คนฺตฺวา ‘‘ราชา กิร ตํ สตฺต ขณฺฑานิ กตฺวา สตฺตนฺนํ ราชูนํ เปเสสฺสตี’’ติ ปภาวติยา อาโรเจสุํ. สา มรณภยภีตา อาสนา วุฏฺฐาย ภคินีหิ ปริวุตา มาตุ สิริคพฺภํ อคมาสิ. ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห –

๓๖. ‘‘อวุฏฺฐหิ ราชปุตฺตี, สามา โกเสยฺยวาสินี;

อสฺสุปุณฺเณหิ เนตฺเตหิ, ทาสีคณปุรกฺขตา’’ติ.

ตตฺถ สามาติ สุวณฺณวณฺณา. โกเสยฺยวาสินีติ สุวณฺณขจิตโกเสยฺยนิวสนา.

สา มาตุ สนฺติกํ คนฺตฺวา มาตรํ วนฺทิตฺวา ปริเทวมานา อาห –

๓๗. ‘‘ตํ นูน กกฺกูปนิเสวิตํ มุขํ, อาทาสทนฺตาถรุปจฺจเวกฺขิตํ;

สุภํ สุเนตฺตํ วิรชํ อนงฺคณํ, ฉุทฺธํ วเน ฐสฺสติ ขตฺติเยหิ.

๓๘. ‘‘เต นูน เม อสิเต เวลฺลิตคฺเค, เกเส มุทู จนฺทนสารลิตฺเต;

สมากุเล สีวถิกาย มชฺเฌ, ปาเทหิ คิชฺฌา ปริกฑฺฒิสฺสนฺติ.

๓๙. ‘‘ตา นูน เม ตมฺพนขา สุโลมา, พาหา มุทู จนฺทนสารลิตฺตา;

ฉินฺนา วเน อุชฺฌิตา ขตฺติเยหิ, คยฺห ธงฺโก คจฺฉติ เยนกามํ.

๔๐. ‘‘เต นูน ตาลูปนิเภ อลมฺเพ, นิเสวิเต กาสิกจนฺทเนน;

ถเนสุ เม ลมฺพิสฺสติ สิงฺคาโล, มาตูว ปุตฺโต ตรุโณ ตนูโช.

๔๑. ‘‘ตํ นูน โสณึ ปุถุลํ สุโกฏฺฏิตํ, นิเสวิตํ กญฺจนเมขลาหิ;

ฉินฺนํ วเน ขตฺติเยหี อวตฺถํ, สิงฺคาลสงฺฆา ปริกฑฺฒิสฺสนฺติ.

๔๒. ‘‘โสณา ธงฺกา สิงฺคาลา จ, เย จญฺเญ สนฺติ ทาฐิโน;

อชรา นูน เหสฺสนฺติ, ภกฺขยิตฺวา ปภาวตึ.

๔๓. ‘‘สเจ มํสานิ หรึสุ, ขตฺติยา ทูรคามิโน;

อฏฺฐีนิ อมฺม ยาจิตฺวา, อนุปเถ ทหาถ นํ.

๔๔. ‘‘เขตฺตานิ อมฺม กาเรตฺวา, กณิกาเรตฺถ โรปย;

ยทา เต ปุปฺผิตา อสฺสุ, เหมนฺตานํ หิมจฺจเย;

สเรยฺยาถ มมํ อมฺม, เอวํวณฺณา ปภาวตี’’ติ.

ตตฺถ กกฺกูปนิเสวิตนฺติล กกฺกูปนิเสวิตนฺติ สาสปกกฺกโลณกกฺกมตฺติกกกฺกติลกกฺกหลิทฺทิกกฺกมุขจุณฺณเกหิ อิเมหิ ปญฺจหิ กกฺเกหิ อุปนิเสวิตํ. อาทาสทนฺตาถรุปจฺจเวกฺขิตนฺติ ทนฺตมยถรุมฺหิ อาทาเส ปจฺจเวกฺขิตํ ตตฺถ โอโลเกตฺวา มณฺฑิตํ. สุภนฺติ สุภมุขํ. วิรชนฺติ วิคตรชํ นิมฺมลํ. อนงฺคณนฺติ คณฺฑปิฬกาทิโทสรหิตํ. ฉุทฺธนฺติ อมฺม เอวรูปํ มม มุขํ อทฺธา อิทานิ ขตฺติเยหิ ฉฑฺฑิตํ วเน อรญฺเญ ฐสฺสตีติ ปริเทวติ. อสิเตติ กาฬเก. เวลฺลิตคฺเคติ อุนฺนตคฺเค. สีวถิกายาติ สุสานมฺหิ. ปริกฑฺฒิสฺสนฺตีติ เอวรูเป มม เกเส มนุสฺสมํสขาทกา คิชฺฌา ปาเทหิ ปหริตฺวา นูน ปริกฑฺฒิสฺสนฺติ. คยฺห ธงฺโก คจฺฉติ เยนกามนฺติ อมฺม มม เอวรูปํ พาหํ นูน ธงฺโก คเหตฺวา ลุญฺชิตฺวา ขาทนฺโต เยนกามํ คจฺฉิสฺสติ.

ตาลูปนิเภติ สุวณฺณตาลผลสทิเส. กาสิกจนฺทเนนาติ สุขุมจนฺทเนน นิเสวิเต. ถเนสุ เมติ อมฺม มม สุสาเน ปติตาย เอวรูเป ถเน ทิสฺวา มุเขน ฑํสิตฺวา เตสุ เม ถเนสุ อตฺตโน ตนุโช มาตุ ตรุณปุตฺโต วิย นูน สิงฺคาโล ลมฺพิสฺสติ. โสณินฺติ กฏึ. สุโกฏฺฏิตนฺติ โคหนุเกน ปหริตฺวา สุวฑฺฒิตํ. อวตฺถนฺติ ฉฑฺฑิตํ. ภกฺขยิตฺวาติ อมฺม เอเต เอตฺตกา นูน มม มํสํ ขาทิตฺวา อชรา ภวิสฺสนฺติ.

สเจ มํสานิ หรึสูติ อมฺม สเจ เต ขตฺติยา มยึ ปฏิพทฺธจิตฺตา มม มํสานิ หเรยฺยุํ, อถ ตุเมฺห อฏฺฐีนิ ยาจิตฺวา อนุปเถ ทหาถนํ, ชงฺฆมคฺคมหามคฺคานํ อนฺตเร ทเหยฺยาถาติ วทติ. เขตฺตานีติ อมฺม มม ฌาปิตฏฺฐาเน มาลาทิวตฺถูนิ กาเรตฺวา เอตฺถ เอเตสุ เขตฺเตสุ กณิการรุกฺเข โรปย. หิมจฺจเยติ หิมปาตาติกฺกเม ผคฺคุณมาเส. สเรยฺยาถาติ เตสํ ปุปฺผานํ สุวณฺณจงฺโกฏกํ ปูเรตฺวา อูรูสุ ฐเปตฺวา มม ธีตา ปภาวตี เอวํวณฺณาติ สเรยฺยาถ.