๑๘. ปณฺณาสนิปาโต

[๕๒๖] ๑. นิฬินิกาชาตกวณฺณนา

อุทฺทยฺหเต ชนปโทติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ปุราณทุติยิกาปโลภนํ อารพฺพ กเถสิ. กเถนฺโต จ ตํ ภิกฺขุํ ‘‘เกน อุกฺกณฺฐาปิโตสี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘ปุราณทุติยิกายา’’ติ วุตฺเต ‘‘น เอสา โข, ภิกฺขุ, อิทาเนว ตว อนตฺถการิกา, ปุพฺเพปิ ตฺวํ เอตํ นิสฺสาย ฌานา ปริหายิตฺวา มหาวินาสํ ปตฺโต’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต อุทิจฺจพฺราหฺมณมหาสาลกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต อุคฺคหิตสิปฺโป อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพิชิตฺวา ฌานาภิญฺญา นิพฺพตฺเตตฺวา หิมวนฺตปเทเส วาสํ กปฺเปสิ. อลมฺพุสาชาตเก วุตฺตนเยเนว ตํ ปฏิจฺจ เอกา มิคี คพฺภํ ปฏิลภิตฺวา ปุตฺตํ วิชายิ, ‘‘อิสิสิงฺโค’’เตฺววสฺส นามํ อโหสิ. อถ นํ ปิตา วยปฺปตฺตํ ปพฺพาเชตฺวา กสิณปริกมฺมํ อุคฺคณฺหาเปสิ. โส นจิรสฺเสว ฌานาภิญฺญา อุปฺปาเทตฺวา ฌานสุเขน กีฬิ, โฆรตโป ปรมธิตินฺทฺริโย อโหสิ. ตสฺส สีลเตเชน สกฺกสฺส ภวนํ กมฺปิ. สกฺโก อาวชฺเชนฺโต ตํ การณํ ญตฺวา ‘‘อุปาเยนสฺส สีลํ ภินฺทิสฺสามี’’ติ ตีณิ สํวจฺฉรานิ สกลกาสิรฏฺเฐ วุฏฺฐึ นิวาเรสิ, รฏฺฐํ อคฺคิทฑฺฒํ วิย อโหสิ. สสฺเส อสมฺปชฺชมาเน ทุพฺภิกฺขปีฬิตา มนุสฺสา สนฺนิปติตฺวา ราชงฺคเณ อุปกฺโกสึสุ. อถ เน ราชา วาตปาเน ฐิโต ‘‘กึ เอต’’นฺติ ปุจฺฉิ. ‘‘มหาราช, ตีณิ สํวจฺฉรานิ เทวสฺส อวสฺสนฺตตฺตา สกลรฏฺฐํ อุทฺทยฺหติ, มนุสฺสา ทุกฺขิตา, เทวํ วสฺสาเปหิ, เทวา’’ติ. ราชา สีลํ สมาทิยิตฺวา อุโปสถํ อุปวสนฺโตปิ วสฺสํ วสฺสาเปตุํ นาสกฺขิ.

ตสฺมึ กาเล สกฺโก อฑฺฒรตฺตสมเย ตสฺส สิริคพฺภํ ปวิสิตฺวา เอโกภาสํ กตฺวา เวหาเส อฏฺฐาสิ. ราชา ตํ ทิสฺวา ‘‘โกสิ ตฺว’’นฺติ ปุจฺฉิ. ‘‘สกฺโกหมสฺมี’’ติ. ‘‘เกนตฺเถนาคโตสี’’ติ? ‘‘วสฺสติ เต, มหาราช, รฏฺเฐ เทโว’’ติ? ‘‘น วสฺสตี’’ติ. ‘‘ชานาสิ ปนสฺส อวสฺสนการณ’’นฺติ? ‘‘น ชานามิ, สกฺกา’’ติ. ‘‘มหาราช, หิมวนฺตปเทเส อิสิสิงฺโค นาม ตาปโส ปฏิวสติ โฆรตโป ปรมธิตินฺทฺริโย. โส นิพทฺธํ เทเว วสฺสนฺเต กุชฺฌิตฺวา อากาสํ โอโลเกสิ, ตสฺมา เทโว น วสฺสตี’’ติ. ‘‘อิทานิ ปเนตฺถ กึ กาตพฺพ’’นฺติ? ‘‘ตสฺส ตเป ภินฺเน เทโว วสฺสิสฺสตี’’ติ. ‘‘โก ปนสฺส ตปํ ภินฺทิตุํ สมตฺโถ’’ติ? ‘‘ธีตา เต, มหาราช, นิฬินิกา สมตฺถา, ตํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘อสุกฏฺฐานํ นาม คนฺตฺวา ตาปสสฺส ตปํ ภินฺทาหี’ติ เปเสหี’’ติ. เอวํ โส ราชานํ อนุสาสิตฺวา สกฏฺฐานเมว อคมาสิ. ราชา ปุนทิวเส อมจฺเจหิ สทฺธึ มนฺเตตฺวา ธีตรํ ปกฺโกสาเปตฺวา ปฐมํ คาถมาห –

๑. ‘‘อุทฺทยฺหเต ชนปโท, รฏฺฐญฺจาปิ วินสฺสติ;

เอหิ นิฬินิเก คจฺฉ, ตํ เม พฺราหฺมณมานยา’’ติ.

ตตฺถ ตํ เมติ ตํ มม อนตฺถการึ พฺราหฺมณํ อตฺตโน วสํ อาเนหิ, กิเลสรติวเสนสฺส สีลํ ภินฺทาหีติ.

ตํ สุตฺวา สา ทุติยํ คาถมาห –

๒. ‘‘นาหํ ทุกฺขกฺขมา ราช, นาหํ อทฺธานโกวิทา;

กถํ อหํ คมิสฺสามิ, วนํ กุญฺชรเสวิต’’นฺติ.

ตตฺถ ทุกฺขกฺขมาติ อหํ, มหาราช, ทุกฺขสฺส ขมา น โหมิ, อทฺธานมฺปิ น ชานามิ, สาหํ กถํ คมิสฺสามีติ.

ตโต ราชา เทฺว คาถาโย อภาสิ –

๓. ‘‘ผีตํ ชนปทํ คนฺตฺวา, หตฺถินา จ รเถน จ;

ทารุสงฺฆาฏยาเนน, เอวํ คจฺฉ นิฬินิเก.

๔. ‘‘หตฺถิอสฺสรเถ ปตฺตี, คจฺเฉวาทาย ขตฺติเย;

ตเวว วณฺณรูเปน, วสํ ตมานยิสฺสสี’’ติ.

ตตฺถ ทารุสงฺฆาฏยาเนนาติ, อมฺม, นิฬินิเก น ตฺวํ ปทสา คมิสฺสสิ, ผีตํ ปน สุภิกฺขํ เขมํ อตฺตโน ชนปทํ หตฺถิวาหเนหิ จ รถวาหเนหิ จ คนฺตฺวา ตโต ปรมฺปิ อชฺโฌกาเส ปฏิจฺฉนฺเนน วยฺหาทินา อุทกฏฺฐาเน นาวาสงฺขาเตน ทารุสงฺฆาฏยาเนน คจฺฉ. วณฺณรูเปนาติ เอวํ อกิลมมานา คนฺตฺวา ตว วณฺเณน เจว รูปสมฺปทาย จ ตํ พฺราหฺมณํ อตฺตโน วสํ อานยิสฺสสีติ.

เอวํ โส ธีตรา สทฺธึ อกเถตพฺพมฺปิ รฏฺฐปริปาลนํ นิสฺสาย กเถสิ. สาปิ ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิ. อถสฺสา สพฺพํ ทาตพฺพยุตฺตกํ ทตฺวา อมจฺเจหิ สทฺธึ อุยฺโยเชสิ. อมจฺจา ตํ อาทาย ปจฺจนฺตํ ปตฺวา ตตฺถ ขนฺธาวารํ นิวาสาเปตฺวา ราชธีตรํ อุกฺขิปาเปตฺวา วนจรเกน เทสิเตน มคฺเคน หิมวนฺตํ ปวิสิตฺวา ปุพฺพณฺหสมเย ตสฺส อสฺสมปทสฺส สมีปํ ปาปุณึสุ. ตสฺมึ ขเณ โพธิสตฺโต ปุตฺตํ อสฺสมปเท นิวาสาเปตฺวา สยํ ผลาผลตฺถาย อรญฺญํ ปวิฏฺโฐ โหติ. วนจรโก สยํ อสฺสมํ อคนฺตฺวา ตสฺส ปน ทสฺสนฏฺฐาเน ฐตฺวา นิฬินิกาย ตํ ทสฺเสนฺโต เทฺว คาถา อภาสิ –

๕. ‘‘กทลีธชปญฺญาโณ, อาภุชีปริวาริโต;

เอโส ปทิสฺสติ รมฺโม, อิสิสิงฺคสฺส อสฺสโม.

๖. ‘‘เอโส อคฺคิสฺส สงฺขาโต, เอโส ธูโม ปทิสฺสติ;

มญฺเญ โน อคฺคึ หาเปติ, อิสิสิงฺโค มหิทฺธิโก’’ติ.

ตตฺถ กทลีสงฺขาตา ธชา ปญฺญาณํ อสฺสาติ กทลีธชปญฺญาโณ. อาภุชีปริวาริโตติ ภุชปตฺตวนปริกฺขิตฺโต. สงฺขาโตติ เอโส อคฺคิ อสฺส อิสิสิงฺคสฺส ฌาเนน สงฺขาโต ปจฺจกฺขคโต ชลติ. มญฺเญ โน อคฺคินฺติ อคฺคึ โน หาเปติ ชุหติ ปริจรตีติ มญฺญามิ.

อมจฺจาปิ โพธิสตฺตสฺส อรญฺญํ ปวิฏฺฐเวลาย อสฺสมํ ปริวาเรตฺวา อารกฺขํ ฐเปตฺวา ราชธีตรํ อิสิเวสํ คาหาเปตฺวา สุวณฺณจีรเกน นิวาสนปารุปนํ กตฺวา สพฺพาลงฺกาเรหิ อลงฺกริตฺวา ตนฺตุพทฺธํ จิตฺตเคณฺฑุกํ คาหาเปตฺวา อสฺสมปทํ เปเสตฺวา สยํ พหิ รกฺขนฺตา อฏฺฐํสุ. สา เตน เคณฺฑุเกน กีฬนฺตี จงฺกมโกฏิยํ โอตริ. ตสฺมึ ขเณ อิสิสิงฺโค ปณฺณสาลทฺวาเร ปาสาณผลเก นิสินฺโน โหติ. โส ตํ อาคจฺฉนฺตึ ทิสฺวา ภีตตสิโต อุฏฺฐาย ปณฺณสาลํ ปวิสิตฺวา อฏฺฐาสิ. สาปิสฺส ปณฺณสาลทฺวารํ คนฺตฺวา กีฬิเยว. สตฺถา ตญฺจ ตโต อุตฺตริ จ อตฺถํ ปกาเสนฺโต ติสฺโส คาถา อภาสิ –

๗. ‘‘ตญฺจ ทิสฺวาน อายนฺตึ, อามุตฺตมณิกุณฺฑลํ;

อิสิสิงฺโค ปาวิสิ ภีโต, อสฺสมํ ปณฺณฉาทนํ.

๘. ‘‘อสฺสมสฺส จ สา ทฺวาเร, เคณฺฑุเกนสฺส กีฬติ;

วิทํสยนฺตี องฺคานิ, คุยฺหํ ปกาสิตานิ จ.

๙. ‘‘ตญฺจ ทิสฺวาน กีฬนฺตึ, ปณฺณสาลคโต ชฏี;

อสฺสมา นิกฺขมิตฺวาน, อิทํ วจนมพฺรวี’’ติ.

ตตฺถ เคณฺฑุเกนสฺสาติ อสฺส อิสิสิงฺคสฺส อสฺสมทฺวาเร เคณฺฑุเกน กีฬติ. วิทํสยนฺตีติ ทสฺเสนฺตี. คุยฺหํ ปกาสิตานิ จาติ คุยฺหญฺจ รหสฺสงฺคํ ปกาสิตานิ จ ปากฏานิ มุขหตฺถาทีนิ. อพฺรวีติ โส กิร ปณฺณสาลาย ฐตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘สจายํ ยกฺโข ภเวยฺย, ปณฺณสาลํ ปวิสิตฺวา มํ มุรุมุราเปตฺวา ขาเทยฺย, นายํ ยกฺโข, ตาปโส ภวิสฺสตี’’ติ อสฺสมา นิกฺขมิตฺวา ปุจฺฉนฺโต คาถมาห –

๑๐. ‘‘อมฺโภ โก นาม โส รุกฺโข, ยสฺส เตวํคตํ ผลํ;

ทูเรปิ ขิตฺตํ ปจฺเจติ, น ตํ โอหาย คจฺฉตี’’ติ.

ตตฺถ ยสฺส เตวํคตํ ผลนฺติ ยสฺส ตว รุกฺขสฺส เอวํคติกํ มโนรมํ ผลํ. โก นาม โส รุกฺโขติ จิตฺรเคณฺฑุกสฺส อทิฏฺฐปุพฺพตฺตา ‘‘รุกฺขผเลน เตน ภวิตพฺพ’’นฺติ มญฺญมาโน เอวํ ปุจฺฉติ.

อถสฺส สา รุกฺขํ อาจิกฺขนฺตี คาถมาห –

๑๑. ‘‘อสฺสมสฺส มม พฺรเหฺม, สมีเป คนฺธมาทเน;

พหโว ตาทิสา รุกฺขา, ยสฺส เตวํคตํ ผลํ;

ทูเรปิ ขิตฺตํ ปจฺเจติ, น มํ โอหาย คจฺฉตี’’ติ.

ตตฺถ สมีเป คนฺธมาทเนติ คนฺธมาทนปพฺพเต มม อสฺสมสฺส สมีเป. ยสฺส เตวํคตนฺติ ยสฺส เอวํคตํ, ต-กาโร พฺยญฺชนสนฺธิกโรติ.

อิติ สา มุสาวาทํ อภาสิ. อิตโรปิ สทฺทหิตฺวา ‘‘ตาปโส เอโส’’ติ สญฺญาย ปฏิสนฺถารํ กโรนฺโต คาถมาห –

๑๒. ‘‘เอตู ภวํ อสฺสมิมํ อเทตุ, ปชฺชญฺจ ภกฺขญฺจ ปฏิจฺฉ ทมฺมิ;

อิทมาสนํ อตฺร ภวํ นิสีทตุ, อิโต ภวํ มูลผลานิ ภุญฺชตู’’ติ.

ตตฺถ อสฺสมิมนฺติ อสฺสมํ อิมํ ภวํ ปวิสตุ. อเทตูติ ยถาสนฺนิหิตํ อาหารํ ปริภุญฺชตุ. ปชฺชนฺติ ปาทพฺภญฺชนํ. ภกฺขนฺติ มธุรผลาผลํ. ปฏิจฺฉาติ ปฏิคฺคณฺห. อิทมาสนนฺติ ปวิฏฺฐกาเล เอวมาห.

ตสฺสา ปณฺณสาลํ ปวิสิตฺวา กฏฺฐตฺถรเณ นิสีทนฺติยา สุวณฺณจีรเก ทฺวิธา คเต สรีรํ อปฺปฏิจฺฉนฺนํ อโหสิ. ตาปโส มาตุคามสรีรสฺส อทิฏฺฐปุพฺพตฺตา ตํ ทิสฺวา ‘‘วณฺโณ เอโส’’ติ สญฺญาย เอวมาห –

๑๓. ‘‘กึ เต อิทํ อูรูนมนฺตรสฺมึ, สุปิจฺฉิตํ กณฺหริวปฺปกาสติ;

อกฺขาหิ เม ปุจฺฉิโต เอตมตฺถํ, โกเส นุ เต อุตฺตมงฺคํ ปวิฏฺฐ’’นฺติ.

ตตฺถ สุปิจฺฉิตนฺติ ทฺวินฺนํ อูรูนํ สมาคมกาเล สุผุสิตํ สิปฺปิปุฏมุขสณฺฐานํ. สุภลกฺขเณน หิ อสมนฺนาคตาย ตํ ฐานํ อาวาฏธาตุกํ โหติ, สมนฺนาคตาย อพฺภุนฺนตํ สิปฺปิปุฏมุขสณฺฐานํ. กณฺหริวปฺปกาสตีติ อุโภสุ ปสฺเสสุ กาฬกํ วิย ขายติ. โกเส นุ เต อุตฺตมงฺคํ ปวิฏฺฐนฺติ ตว อุตฺตมงฺคํ ลิงฺคสณฺฐานํ น ปญฺญายติ, กึ นุ ตํ ตว สรีรสงฺขาเต โกเส ปวิฏฺฐนฺติ ปุจฺฉติ.

อถ นํ สา วญฺจยนฺตี คาถาทฺวยมาห –

๑๔. ‘‘อหํ วเน มูลผเลสนํ จรํ, อาสาทยึ อจฺฉํ สุโฆรรูปํ;

โส มํ ปติตฺวา สหสาชฺฌปตฺโต, ปนุชฺช มํ อพฺพหิ อุตฺตมงฺคํ.

๑๕. ‘‘สฺวายํ วโณ ขชฺชติ กณฺฑุวายติ, สพฺพญฺจ กาลํ น ลภามิ สาตํ;

ปโห ภวํ กณฺฑุมิมํ วิเนตุํ, กุรุตํ ภวํ ยาจิโต พฺราหฺมณตฺถ’’นฺติ.

ตตฺถ อาสาทยินฺติ ฆฏฺเฏสึ, อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา เลฑฺฑุนา ปหรินฺติ อตฺโถ. ปติตฺวาติ อุปธาวิตฺวา. สหสาชฺฌปฺปตฺโตติ มมํ สหสา อชฺฌปฺปตฺโต สมฺปตฺโต. ปนุชฺชาติ อถ มํ โปเตตฺวา. อพฺพหีติ มุเขน มม อุตฺตมงฺคํ ลุญฺจิตฺวา ปกฺกามิ, ตโต ปฏฺฐาย อิมสฺมึ ฐาเน วโณ ชาโต. สฺวายนฺติ โส อยํ ตโต ปฏฺฐาย มยฺหํ วโณ ขชฺชติ เจว กณฺฑุวญฺจ กโรติ, ตปฺปจฺจยา สาหํ สพฺพกาลํ กายิกเจตสิกสุขํ น ลภามิ. ปโหติ ปหุ สมตฺโถ. พฺราหฺมณตฺถนฺติ ภวํ มยา ยาจิโต อิมํ พฺราหฺมณสฺส อตฺถํ กโรตุ, อิทํ เม ทุกฺขํ หราหีติ วทติ.

โส ตสฺสา มุสาวาทํ ‘‘สภาโว’’ติ สทฺทหิตฺวา ‘‘สเจ เต เอวํ สุขํ โหติ, กริสฺสามี’’ติ ตํ ปเทสํ โอโลเกตฺวา อนนฺตรํ คาถมาห –

๑๖. ‘‘คมฺภีรรูโป เต วโณ สโลหิโต, อปูติโก วณคนฺโธ มหา จ;

กโรมิ เต กิญฺจิ กสายโยคํ, ยถา ภวํ ปรมสุขี ภเวยฺยา’’ติ.

ตตฺถ สโลหิโตติ รตฺโตภาโส. อปูติโกติ ปูติมํสรหิโต. วณคนฺโธติ โถกํ ทุคฺคนฺโธ. กสายโยคนฺติ อหํ เกจิ รุกฺขกสาเย คเหตฺวา ตว เอกํ กสายโยคํ กโรมีติ.

ตโต นิฬินิกา คาถมาห

๑๗. ‘‘น มนฺตโยคา น กสายโยคา, น โอสธา พฺรหฺมจาริ กมนฺติ;

ยํ เต มุทุ เตน วิเนหิ กณฺฑุํ, ยถา อหํ ปรมสุขี ภเวยฺย’’นฺติ.

ตตฺถ กมนฺตีติ, โภ พฺรหฺมจาริ, อิมสฺมึ มม วเณ เนว มนฺตโยคา, น กสายโยคา, น ปุปฺผผลาทีนิ โอสธานิ กมนฺติ, อเนกวารํ กเตหิปิ เตหิ เอตสฺส ผาสุกภาโว น ภูตปุพฺโพ. ยํ ปน เต เอตํ มุทุ องฺคชาตํ, เตน ฆฏฺฏิยมานสฺเสว ตสฺส กณฺฑุ น โหติ, ตสฺมา เตน วิเนหิ กณฺฑุนฺติ.

โส ‘‘สจฺจํ เอโส ภณตี’’ติ สลฺลกฺเขตฺวา ‘‘เมถุนสํสคฺเคน สีลํ ภิชฺชติ, ฌานํ อนฺตรธายตี’’ติ อชานนฺโต มาตุคามสฺส อทิฏฺฐปุพฺพตฺตา เมถุนธมฺมสฺส จ อชานนภาเวน ‘‘เภสชฺช’’นฺติ วทนฺติยา ตาย เมถุนํ ปฏิเสวิ. ตาวเทวสฺส สีลํ ภิชฺชิ, ฌานํ ปริหายิ. โส เทฺว ตโย วาเร สํสคฺคํ กตฺวา กิลนฺโต หุตฺวา นิกฺขมิตฺวา สรํ โอรุยฺห นฺหตฺวา ปฏิปฺปสฺสทฺธทรโถ อาคนฺตฺวา ปณฺณสาลายํ นิสีทิตฺวา ปุนปิ ตํ ‘‘ตาปโส’’ติ มญฺญมาโน วสนฏฺฐานํ ปุจฺฉนฺโต คาถมาห –

๑๘. ‘‘อิโต นุ โภโต กตเมน อสฺสโม, กจฺจิ ภวํ อภิรมสิ อรญฺเญ;

กจฺจิ นุ เต มูลผลํ ปหูตํ, กจฺจิ ภวนฺตํ น วิหึสนฺติ วาฬา’’ติ.

ตตฺถ กตเมนาติ อิโต กตเมน ทิสาภาเคน โภโต อสฺสโม. ภวนฺติ อาลปนเมตํ.

ตโต นิฬินิกา จตสฺโส คาถาโย อภาสิ –

๑๙. ‘‘อิโต อุชุํ อุตฺตรายํ ทิสายํ, เขมา นที หิมวตา ปภาวี;

ตสฺสา ตีเร อสฺสโม มยฺห รมฺโม, อโห ภวํ อสฺสมํ มยฺหํ ปสฺเส.

๒๐. ‘‘อมฺพา จ สาลา ติลกา จ ชมฺพุโย, อุทฺทาลกา ปาฏลิโย จ ผุลฺลา;

สมนฺตโต กิมฺปุริสาภิคีตํ, อโห ภวํ อสฺสมํ มยฺหํ ปสฺเส.

๒๑. ‘‘ตาลา จ มูลา จ ผลา จ เมตฺถ, วณฺเณน คนฺเธน อุเปตรูปํ;

ตํ ภูมิภาเคหิ อุเปตรูปํ, อโห ภวํ อสฺสมํ มยฺหํ ปสฺเส.

๒๒. ‘‘ผลา จ มูลา จ ปหูตเมตฺถ, วณฺเณน คนฺเธน รเสนุเปตา;

อายนฺติ จ ลุทฺทกา ตํ ปเทสํ, มา เม ตโต มูลผลํ อหาสุ’’นฺติ.

ตตฺถ อุตฺตรายนฺติ อุตฺตราย. เขมาติ เอวํนามิกา นที. หิมวตา ปภาวีติ หิมวนฺตโต ปวตฺตติ. อโหติ ปตฺถนตฺเถ นิปาโต. อุทฺทาลกาติ วาตฆาตกา. กิมฺปุริสาภิคีตนฺติ สมนฺตโต ปริวาเรตฺวา มธุรสทฺเทน คายนฺเตหิ กิมฺปุริเสหิ อภิคีตํ. ตาลา จ มูลา จ ผลา จ เมตฺถาติ เอตฺถ มม อสฺสเม ปาสาทิกา ตาลรุกฺขา จ เตสญฺเญว วณฺณคนฺธาทิสมฺปนฺนา กนฺทสงฺขาตา มูลา จ ผลา จ. ปหูตเมตฺถาติ นานารุกฺขผลา จ รุกฺขวลฺลิมูลา จ ปหูตา เอตฺถ. มา เม ตโตติ ตํ มม อสฺสมปทํ สมฺพหุลา ลุทฺทกา อาคจฺฉนฺติ, มยา เจตฺถ อาหริตฺวา ฐปิตํ พหุ มธุรสมูลผลาผลํ อตฺถิ, เต มยิ จิรายนฺเต มูลผลาผลํ หเรยฺยุํ. เต ตโต มม มูลผลาผลํ มา หรึสุ, ตสฺมา สเจปิ มยา สทฺธึ อาคนฺตุกาโม, เอหิ, โน เจ, อหํ คมิสฺสามีติ อาห.

ตํ สุตฺวา ตาปโส ยาว ปิตุ อาคมนา อธิวาสาเปตุํ คาถมาห –

๒๓. ‘‘ปิตา มมํ มูลผเลสนํ คโต, อิทานิ อาคจฺฉติ สายกาเล;

อุโภว คจฺฉามเส อสฺสมํ ตํ, ยาว ปิตา มูลผลโต เอตู’’ติ.

ตตฺถ อุโภว คจฺฉามเสติ มม ปิตุ อาโรเจตฺวา อุโภว คมิสฺสาม.

ตโต สา จินฺเตสิ – ‘‘อยํ ตาว อรญฺเญว วฑฺฒิตภาเวน มม อิตฺถิภาวํ น ชานาติ, ปิตา ปนสฺส มํ ทิสฺวาว ชานิตฺวา ‘ตฺวํ อิธ กึ กโรสี’ติ กาชโกฏิยา ปหริตฺวา สีสมฺปิ เม ภินฺเทยฺย, ตสฺมึ อนาคเตเยว มยา คนฺตุํ วฏฺฏติ, อาคมนกมฺมมฺปิ เม นิฏฺฐิต’’นฺติ. สา ตสฺส อาคมนูปายํ อาจิกฺขนฺตี อิตรํ คาถมาห –

๒๔. ‘‘อญฺเญ พหู อิสโย สาธุรูปา, ราชีสโย อนุมคฺเค วสนฺติ;

เตเยว ปุจฺเฉสิ มมสฺสมํ ตํ, เต ตํ นยิสฺสนฺติ มมํ สกาเส’’ติ.

ตตฺถ ราชีสโยติ, สมฺม, มยา น สกฺกา จิรายิตุํ, อญฺเญ ปน สาธุสภาวา ราชิสโย จ พฺราหฺมณิสโย จ อนุมคฺเค มม อสฺสมมคฺคปสฺเส วสนฺติ, อหํ เตสํ อาจิกฺขิตฺวา คมิสฺสามิ, ตฺวํ เต ปุจฺเฉยฺยาสิ, เต ตํ มม สนฺติกํ นยิสฺสนฺตีติ.

เอวํ สา อตฺตโน ปลายนูปายํ กตฺวา ปณฺณสาลโต นิกฺขมิตฺวา ตํ โอโลเกนฺตเมว ‘‘ตฺวํ นิวตฺตา’’ติ วตฺวา อาคมนมคฺเคเนว อมจฺจานํ สนฺติกํ อคมาสิ. เต ตํ คเหตฺวา ขนฺธาวารํ คนฺตฺวา อนุปุพฺเพน พาราณสึ ปาปุณึสุ. สกฺโกปิ ตํ ทิวสเมว ตุสฺสิตฺวา สกลรฏฺเฐ เทวํ วสฺสาเปสิ, ตโต สุภิกฺขํ ชนปทํ อโหสิ. อิสิสิงฺคตาปสสฺสปิ ตาย ปกฺกนฺตมตฺตาย เอว กาเย ฑาโห อุปฺปชฺชิ. โส กมฺปนฺโต ปณฺณสาลํ ปวิสิตฺวา วากจีรํ ปารุปิตฺวา โสจนฺโต นิปชฺชิ. โพธิสตฺโต สายํ อาคนฺตฺวา ปุตฺตํ อปสฺสนฺโต ‘‘กหํ นุ โข คโต’’ติ กาชํ โอตาเรตฺวา ปณฺณสาลํ ปวิสิตฺวา ตํ นิปนฺนกํ ทิสฺวา ‘‘ตาต, กึ กโรสี’’ติ ปิฏฺฐึ ปริมชฺชนฺโต ติสฺโส คาถา อภาสิ –

๒๕. ‘‘น เต กฏฺฐานิ ภินฺนานิ, น เต อุทกมาภตํ;

อคฺคีปิ เต น หาปิโต, กึ นุ มนฺโทว ฌายสิ.

๒๖. ‘‘ภินฺนานิ กฏฺฐานิ หุโต จ อคฺคิ, ตปนีปิ เต สมิตา พฺรหฺมจารี;

ปีฐญฺจ มยฺหํ อุทกญฺจ โหติ, รมสิ ตุวํ พฺรหฺมภูโต ปุรตฺถา.

๒๗. ‘‘อภินฺนกฏฺโฐสิ อนาภโตทโก, อหาปิตคฺคีสิ อสิทฺธโภชโน;

น เม ตุวํ อาลปสี มมชฺช, นฏฺฐํ นุ กึ เจตสิกญฺจ ทุกฺข’’นฺติ.

ตตฺถ ภินฺนานีติ อรญฺญโต อุทฺธฏานิ. น หาปิโตติ น ชลิโต. ภินฺนานีติ ปุพฺเพ ตยา มมาคมนเวลาย กฏฺฐานิ อุทฺธฏาเนว โหนฺติ. หุโต จ อคฺคีติ อคฺคิ จ หุโต โหติ. ตปนีติ วิสิพฺพนอคฺคิสงฺขาตา ตปนีปิ เต สมิตาว สยเมว สํวิทหิตาว โหติ. ปีฐนฺติ มม อาสนตฺถาย ปีฐญฺจ ปญฺญตฺตเมว โหติ. อุทกญฺจาติ ปาทโธวนอุทกมฺปิ อุปฏฺฐาปิตเมว โหติ. พฺรหฺมภูโตติ ตุวมฺปิ อิโต ปุรตฺถา เสฏฺฐภูโต อิมสฺมึ อสฺสเม อภิรมสิ. อภินฺนกฏฺโฐสีติ โส ทานิ อชฺช อนุทฺธฏกฏฺโฐสิ. อสิทฺธโภชโนติ น เต กิญฺจิ อมฺหากํ กนฺทมูลํ วา ปณฺณํ วา เสทิตํ. มมชฺชาติ, มม ปุตฺต, อชฺช น เม ตฺวํ อาลปสิ. นฏฺฐํ นุ กินฺติ กึ นุ เต นฏฺฐํ วา, กึ เจตสิกํ วา ทุกฺขํ, อกฺขาหิ เม นิปนฺนการณนฺติ ปุจฺฉติ.

โส ปิตุ วจนํ สุตฺวา ตํ การณํ กเถนฺโต อาห –

๒๘. ‘‘อิธาคมา ชฏิโล พฺรหฺมจารี, สุทสฺสเนยฺโย สุตนู วิเนติ;

เนวาติทีโฆ น ปนาติรสฺโส, สุกณฺหกณฺหจฺฉทเนหิ โภโต.

๒๙. ‘‘อมสฺสุชาโต อปุราณวณฺณี, อาธารรูปญฺจ ปนสฺส กณฺเฐ;

เทฺว ยมา คณฺฑา อุเร สุชาตา, สุวณฺณตินฺทุกนิภา ปภสฺสรา.

๓๐. ‘‘มุขญฺจ ตสฺส ภุสทสฺสเนยฺยํ, กณฺเณสุ ลมฺพนฺติ จ กุญฺจิตคฺคา;

เต โชตเร จรโต มาณวสฺส, สุตฺตญฺจ ยํ สํยมนํ ชฏานํ.

๓๑. ‘‘อญฺญา จ ตสฺส สํยมานิ จตสฺโส, นีลา ปีตา โลหิติกา จ เสตา;

ตา ปึสเร จรโต มาณวสฺส, ติริฏิสงฺฆาริว ปาวุสมฺหิ.

๓๒. ‘‘น มิขลํ มุญฺชมยํ ธาเรติ, น สนฺถเร โน ปน ปพฺพชสฺส;

ตา โชตเร ชฆนนฺตเร วิลคฺคา, สเตรตา วิชฺชุริวนฺตลิกฺเข.

๓๓. ‘‘อขีลกานิ จ อวณฺฏกานิ, เหฏฺฐา นภฺยา กฏิสโมหิตานิ;

อฆฏฺฏิตา นิจฺจกีฬํ กโรนฺติ, หํ ตาต กึรุกฺขผลานิ ตานิ.

๓๔. ‘‘ชฏา จ ตสฺส ภุสทสฺสเนยฺยา, ปโรสตํ เวลฺลิตคฺคา สุคนฺธา;

เทฺวธา สิโร สาธุ วิภตฺตรูโป, อโห นุ โข มยฺห ตถา ชฏาสฺสุ.

๓๕. ‘‘ยทา จ โส ปกิรติ ตา ชฏาโย, วณฺเณน คนฺเธน อุเปตรูปา;

นีลุปฺปลํ วาตสเมริตํว, ตเถว สํวาติ ปนสฺสโม อยํ.

๓๖. ‘‘ปงฺโก จ ตสฺส ภุสทสฺสเนยฺโย, เนตาทิโส ยาทิโส มยฺหํ กาเย;

โส วายติ เอริโต มาลุเตน, วนํ ยถา อคฺคคิเมฺห สุผุลฺลํ.

๓๗. ‘‘นิหนฺติ โส รุกฺขผลํ ปถพฺยา, สุจิตฺตรูปํ รุจิรํ ทสฺสเนยฺยํ;

ขิตฺตญฺจ ตสฺส ปุนเรหิ หตฺถํ, หํ ตาต กึรุกฺขผลํ นุ โข ตํ.

๓๘. ‘‘ทนฺตา จ ตสฺส ภุสทสฺสเนยฺยา, สุทฺธา สมา สงฺขวรูปปนฺนา;

มโน ปสาเทนฺติ วิวริยมานา, น หิ นูน โส สากมขาทิ เตหิ.

๓๙. ‘‘อกกฺกสํ อคฺคฬิตํ มุหุํ มุทุํ, อุชุํ อนุทฺธตํ อจปลมสฺส ภาสิตํ;

รุทํ มนุญฺญํ กรวีกสุสฺสรํ, หทยงฺคมํ รญฺชยเตว เม มโน.

๔๐. ‘‘พินฺทุสฺสโร นาติวิสฏฺฐวาโกฺย, น นูน สชฺฌายมติปฺปยุตฺโต;

อิจฺฉามิ โภ ตํ ปุนเทว ทฏฺฐุํ, มิตฺโต หิ เม มาณโวหุ ปุรตฺถา.

๔๑. ‘‘สุสนฺธิ สพฺพตฺถ วิมฏฺฐิมํ วณํ, ปุถู สุชาตํ ขรปตฺตสนฺนิภํ;

เตเนว มํ อุตฺตริยาน มาณโว, วิวริตํ อูรุํ ชฆเนน ปิฬยิ.

๔๒. ‘‘ตปนฺติ อาภนฺติ วิโรจเร จ, สเตรตา วิชฺชุริวนฺตลิกฺเข;

พาหา มุทู อญฺชนโลมสาทิสา, วิจิตฺรวฏฺฏงฺคุลิกาสฺส โสภเร.

๔๓. ‘‘อกกฺกสงฺโค น จ ทีฆโลโม, นขาสฺส ทีฆา อปิ โลหิตคฺคา;

มุทูหิ พาหาหิ ปลิสฺสชนฺโต, กลฺยาณรูโป รมยํ อุปฏฺฐหิ.

๔๔. ‘‘ทุมสฺส ตูลูปนิภา ปภสฺสรา, สุวณฺณกมฺพุตลวฏฺฏสุจฺฉวิ;

หตฺถา มุทู เตหิ มํ สมฺผุสิตฺวา, อิโต คโต เตน มํ ทหนฺติ ตาต.

๔๕. ‘‘น นูน โส ขาริวิธํ อหาสิ, น นูน โส กฏฺฐานิ สยํ อภญฺชิ;

น นูน โส หนฺติ ทุเม กุฐาริยา, น หิสฺส หตฺเถสุ ขิลานิ อตฺถิ.

๔๖. ‘‘อจฺโฉ จ โข ตสฺส วณํ อกาสิ, โส มํพฺรวิ ‘สุขิตํ มํ กโรหิ’;

ตาหํ กรึ เตน มมาสิ โสขฺยํ, โส จพฺรวิ ‘สุขิโตสฺมี’ติ พฺรเหฺม.

๔๗. ‘‘อยญฺจ เต มาลุวปณฺณสนฺถตา, วิกิณฺณรูปาว มยา จ เตน จ;

กิลนฺตรูปา อุทเก รมิตฺวา, ปุนปฺปุนํ ปณฺณกุฏึ วชาม.

๔๘. ‘‘น มชฺช มนฺตา ปฏิภนฺติ ตาต, น อคฺคิหุตฺตํ นปิ ยญฺญตนฺตํ;

น จาปิ เต มูลผลานิ ภุญฺเช, ยาว น ปสฺสามิ ตํ พฺรหฺมจารึ.

๔๙. ‘‘อทฺธา ปชานาสิ ตุวมฺปิ ตาต, ยสฺสํ ทิสํ วสเต พฺรหฺมจารี;

ตํ มํ ทิสํ ปาปย ตาต ขิปฺปํ, มา เต อหํ อมริมสฺสมมฺหิ.

๕๐. ‘‘วิจิตฺรผุลฺลญฺหิ วนํ สุตํ มยา, ทิชาภิฆุฏฺฐํ ทิชสงฺฆเสวิตํ;

ตํ มํ วนํ ปาปย ตาต ขิปฺปํ, ปุรา เต ปาณํ วิชหามิ อสฺสเม’’ติ.

ตตฺถ อิธาคมาติ, ตาต, อิมํ อสฺสมปทํ อาคโต. สุทสฺสเนยฺโยติ สุฏฺฐุ ทสฺสเนยฺโย. สุตนูติ สุฏฺฐุ ตนุโก นาติกิโส นาติถูโล. วิเนตีติ อตฺตโน สรีรปฺปภาย อสฺสมปทํ เอโกภาสํ วิย วิเนติ ปูเรติ. สุกณฺหกณฺหจฺฉทเนหิ โภโตติ, ตาต, ตสฺส โภโต สุกเณฺหหิ กณฺหจฺฉทเนหิ ภมรวณฺเณหิ เกเสหิ สุกณฺหสีสํ สุมชฺชิตมณิมยํ วิย ขายติ. อมสฺสูชาโตติ น ตาวสฺส มสฺสุ ชายติ, ตรุโณเยว. อปุราณวณฺณีติ อจิรปพฺพชิโต. อาธารรูปญฺจ ปนสฺส กณฺเฐติ กณฺเฐ จ ปนสฺส อมฺหากํ ภิกฺขาภาชนฏฺฐปนํ ปตฺตาธารสทิสํ ปิฬนฺธนํ อตฺถีติ มุตฺตาหารํ สนฺธาย วทติ. คณฺฑาติ ถเน สนฺธายาห. อุเร สุชาตาติ อุรมฺหิ สุชาตา. ‘‘อุรโต’’ติปิ ปาโฐ. ปภสฺสราติ ปภาสมฺปนฺนา. ‘‘ปภาสเร’’ติปิ ปาโฐ, โอภาสนฺตีติ อตฺโถ.

ภุสทสฺสเนยฺยนฺติ อติวิย ทสฺสนียํ. กุญฺจิตคฺคาติ สีหกุณฺฑลํ สนฺธาย วทติ. สุตฺตญฺจาติ ยํ ตสฺส ชฏาพนฺธนสุตฺตํ, ตมฺปิ โชตติ ปภํ มุญฺจติ. ‘‘สํยมานิ จตสฺโส’’ติ อิมินา มณิสุวณฺณปวาฬรชตมยานิ จตฺตาริ ปิฬนฺธนานิ ทสฺเสติ. ตา ปึสเรติ ตานิ ปิฬนฺธนานิ ปาวุสมฺหิ ปวุฏฺเฐ เทเว ติริฏิสงฺฆา วิย วิรวนฺติ. มิขลนฺติ เมขลํ, อยเมว วา ปาโฐ. อิทํ นิวตฺถกญฺจนจีรกํ สนฺธายาห. น สนฺถเรติ น วาเก. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ตาต, ยถา มยํ ติณมยํ วา วากมยํ วา จีรกํ ธาเรม, น ตถา โส, โส ปน สุวณฺณจีรกํ ธาเรตีติ. อขีลกานีติ อตจานิ นิปฺปณฺณานิ. กฏิสโมหิตานีติ กฏิยํ พทฺธานิ. นิจฺจกีฬํ กโรนฺตีติ อฆฏฺฏิตานิปิ นิจฺจกาลํ กีฬายนฺติ. หํ, ตาตาติ หมฺโภ, ตาต. กึ รุกฺขผลานิ ตานีติ ตานิ ตสฺส มาณวสฺส สุตฺตารุฬฺหานิ กฏิยํ พทฺธานิ กตรรุกฺขผลานิ นามาติ มณิสงฺฆาฏึ สนฺธายาห.

ชฏาติ ชฏามณฺฑลากาเรน พทฺธรตนมิสฺสกเกสวฏฺฏิโย สนฺธายาห. เวลฺลิตคฺคาติ กุญฺจิตคฺคา. เทฺวธาสิโรติ ตสฺส สีสํ เทฺวธา กตฺวา พทฺธานํ ชฏานํ วเสน สุฏฺฐุ วิภตฺตรูปํ. ตถาติ ยถา ตสฺส มาณวสฺส ชฏา, ตถา ตุเมฺหหิ มม น พทฺธา, อโห วต มมปิ ตถา อสฺสูติ ปตฺเถนฺโต อาห. อุเปตรูปาติ อุเปตสภาวา. วาตสเมริตํวาติ ยถา นาม นีลุปฺปลํ วาเตน สมีริตํ, ตเถว อยํ อิมสฺมึ วนสณฺเฑ อสฺสโม สํวาติ. เนตาทิโสติ, ตาต, ยาทิโส มม กาเย ปงฺโก, เนตาทิโส ตสฺส สรีเร. โส หิ ทสฺสนีโย เจว สุคนฺโธ จ. อคฺคคิเมฺหติ วสนฺตสมเย.

นิหนฺตีติ ปหรติ. กึ รุกฺขผลํ นุ โข ตนฺติ กตรรุกฺขสฺส นุ โข ตํ ผลํ. สงฺขวรูปปนฺนาติ สุโธตสงฺขปฏิภาคา. น หิ นูน โส สากมขาทิ เตหีติ น นูน โส มาณโว มยํ วิย เตหิ ทนฺเตหิ รุกฺขปณฺณานิ เจว มูลผลาผลานิ จ ขาทิ. อมฺหากญฺหิ ตานิ ขาทนฺตานํ สพลา ปณฺณวณฺณา ทนฺตาติ ทีเปติ.

อกกฺกสนฺติ, ตาต, ตสฺส ภาสิตํ อผรุสํ อคฬิตํ, ปุนปฺปุนํ วทนฺตสฺสาปิ มธุรตาย มุหุํ มุทุํ, อปมุสฺสตาย อุชุํ, อวิกฺขิตฺตตาย อนุทฺธฏํ, ปติฏฺฐิตตาย อจปลํ. รุทนฺติ ภาสมานสฺส สรสงฺขาตํ รุทมฺปิ มโนหรํ กรวีกสฺส วิย สุสฺสรํ สุมธุรํ. รญฺชยเตวาติ มม มโน รญฺชติเยว. พินฺทุสฺสโรติ ปิณฺฑิตสฺสโร. มาณโวหูติ โส หิ มาณโว ปุรตฺถา มม มิตฺโต อหุ.

สุสนฺธิ สพฺพตฺถ วิมฏฺฐิมํ วณนฺติ ตาต ตสฺส มาณวสฺส อูรูนํ อนฺตเร เอกํ วณํ อตฺถิ, ตํ สุสนฺธิ สุผุสิตํ สิปฺปิปุฏมุขสทิสํ, สพฺพตฺถ วิมฏฺฐํ สมนฺตโต มฏฺฐํ. ปุถูติ มหนฺตํ. สุชาตนฺติ สุสณฺฐิตํ. ขรปตฺตสนฺนิภนฺติ สุปุปฺผิตปทุมมกุฬสนฺนิภํ. อุตฺตริยานาติ อุตฺตริตฺวา อวตฺถริตฺวา. ปิฬยีติ ปีเฬสิ. ตปนฺตีติ ตสฺส มาณวสฺส สรีรโต นิจฺฉรนฺตา สุวณฺณวณฺณรํสิโย ชลนฺติ โอภาสนฺติ วิโรจนฺติ จ. พาหาติ พาหาปิสฺส มุทู. อญฺชนโลมสาทิสาติ อญฺชนสทิเสหิ โลเมหิ สมนฺนาคตา. วิจิตฺรวฏฺฏงฺคุลิกาสฺส โสภเรติ หตฺถาปิสฺส วรลกฺขณวิจิตฺราหิ ปวาลงฺกุรสทิสาหิ วฏฺฏงฺคุลีหิ สมนฺนาคตา โสภนฺติ.

อกกฺกสงฺโคติ กจฺฉุปีฬกาทิรหิตองฺคปจฺจงฺโค. รมยํ อุปฏฺฐหีติ มํ รมยนฺโต อุปฏฺฐหิ ปริจริ. ตูลูปนิภาติ มุทุภาวสฺส อุปมา. สุวณฺณกมฺพุตลวฏฺฏสุจฺฉวีติ สุวณฺณมยํ อาทาสตลํ วิย วฏฺฏา จ สุจฺฉวิ จ, ปริมณฺฑลตลา เจว สุนฺทรจฺฉวิ จาติ อตฺโถ. สมฺผุสิตฺวาติ สุฏฺฐุ ผุสิตฺวา อตฺตโน หตฺถสมฺผสฺสํ มม สรีเร ผราเปตฺวา. อิโต คโตติ มม โอโลเกนฺตสฺเสว อิโต คโต. เตน มํ ทหนฺตีติ เตน ตสฺส หตฺถสมฺผสฺเสน อิทานิ มํ ทหนฺติ. ตถา หิ ตสฺส คตกาลโต ปฏฺฐาย มม สรีเร ฑาโห อุฏฺฐิโต, เตนมฺหิ โทมนสฺสปฺปตฺโต นิปนฺโนติ.

น นูน โส ขาริวิธนฺติ, ตาต, นูน โส มาณโว น ขาริภารํ อุกฺขิปิตฺวา วิจริ. ขิลานีติ กิลานิ, ‘‘อยเมว วา ปาโฐ. โสขฺยนฺติ สุขํ. มาลุวปณฺณสนฺถตา วิกิณฺณรูปาวาติ, ตาต, อยํ ตว มาลุวปณฺณสนฺถตา อชฺช มยา จ เตน จ อญฺญมญฺญํ ปรามสนาลิงฺคนวเสน ปริวตฺตนฺเตหิ วิกิณฺณา วิย อากุลพฺยากุลา ชาตา. ปุนปฺปุนํ ปณฺณกุฏึ วชามาติ, ตาต, อหญฺจ โส จ อภิรมิตฺวา กิลนฺตรูปา ปณฺณสาลโต นิกฺขมิตฺวา อุทกํ ปวิสิตฺวา รมิตฺวา วิคตทรถา ปุนปฺปุนํ อิมเมว กุฏึ ปวิสามาติ วทติ.

น มชฺช มนฺตาติ อชฺช มม ตสฺส คตกาลโต ปฏฺฐาย เนว มนฺตา ปฏิภนฺติ น อุปฏฺฐหนฺติ น รุจฺจนฺติ. น อคฺคิหุตฺตํ นปิ ยญฺญตนฺตนฺติ มหาพฺรหฺมุโน อาราธนตฺถาย กตฺตพฺพโหมวิธูปนาทิยญฺญกิริยาปิ เม น ปฏิภาติ น อุปฏฺฐาติ น รุจฺจติ. น จาปิ เตติ ตยา อาภตมูลผลาผลานิปิ น ภุญฺชามิ. ยสฺสํ ทิสนฺติ ยสฺสํ ทิสายํ. วนนฺติ ตสฺส มาณวสฺส อสฺสมํ ปริวาเรตฺวา ฐิตวนนฺติ.

ตสฺเสวํ วิลปนฺตสฺส ตํ วิลาปํ สุตฺวา มหาสตฺโต ‘‘เอกาย อิตฺถิยา อิมสฺส สีลํ ภินฺนํ ภวิสฺสตี’’ติ ญตฺวา ตํ โอวทนฺโต ฉ คาถาโย อภาสิ –

๕๑. ‘‘อิมสฺมาหํ โชติรเส วนมฺหิ, คนฺธพฺพเทวจฺฉรสงฺฆเสวิเต;