๑๗. จตฺตาลีสนิปาโต
[๕๒๑] ๑. เตสกุณชาตกวณฺณนา
เวสฺสนฺตรํ ตํ ปุจฺฉามีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต โกสลรญฺโญ โอวาทวเสน กเถสิ. ตญฺหิ ราชานํ ธมฺมสฺสวนตฺถาย อาคตํ สตฺถา อามนฺเตตฺวา ‘‘มหาราช, รญฺญา นาม ธมฺเมน รชฺชํ กาเรตพฺพํ, ยสฺมิญฺหิ สมเย ราชาโน อธมฺมิกา โหนฺติ, ราชยุตฺตาปิ ตสฺมึ สมเย อธมฺมิกา โหนฺตี’’ติ จตุกฺกนิปาเต (อ. นิ. ๔.๗๐) อาคตสุตฺตนเยน โอวทิตฺวา อคติคมเน อคติอคมเน จ อาทีนวญฺจ อานิสํสญฺจ กเถตฺวา ‘‘สุปินกูปมา กามา’’ติอาทินา นเยน กาเมสุ อาทีนวํ วิตฺถาเรตฺวา, ‘‘มหาราช, อิเมสญฺหิ สตฺตานํ –
‘มจฺจุนา สงฺคโร นตฺถิ, ลญฺชคฺคาโห น วิชฺชติ;
ยุทฺธํ นตฺถิ ชโย นตฺถิ, สพฺเพ มจฺจุปรายณา’.
เตสํ ปรโลกํ คจฺฉนฺตานํ ฐเปตฺวา อตฺตนา กตํ กลฺยาณกมฺมํ อญฺญา ปติฏฺฐา นาม นตฺถิ. เอวํ อิตฺตรปจฺจุปฏฺฐานํ อวสฺสํ ปหาตพฺพํ, น ยสํ นิสฺสาย ปมาทํ กาตุํ วฏฺฏติ, อปฺปมตฺเตเนว หุตฺวา ธมฺเมน รชฺชํ กาเรตุํ วฏฺฏติ. โปราณกราชาโน อนุปฺปนฺเนปิ พุทฺเธ ปณฺฑิตานํ โอวาเท ฐตฺวา ธมฺเมน รชฺชํ กาเรตฺวา เทวนครํ ปูรยมานา คมึสู’’ติ วตฺวา เตน ยาจิโต อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺโต รชฺชํ กาเรนฺโต อปุตฺตโก อโหสิ, ปตฺเถนฺโตปิ ปุตฺตํ วา ธีตรํ วา น ลภิ. โส เอกทิวสํ มหนฺเตน ปริวาเรน อุยฺยานํ คนฺตฺวา ทิวสภาคํ อุยฺยาเน กีฬิตฺวา มงฺคลสาลรุกฺขมูเล สยนํ อตฺถราเปตฺวา โถกํ นิทฺทายิตฺวา ปพุทฺโธ สาลรุกฺขํ โอโลเกตฺวา ตตฺถ สกุณกุลาวกํ ปสฺสิ, สห ทสฺสเนเนวสฺส สิเนโห อุปฺปชฺชิ. โส เอกํ ปุริสํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘อิมํ รุกฺขํ อภิรุหิตฺวา เอตสฺมึ กุลาวเก กสฺสจิ อตฺถิตํ วา นตฺถิตํ วา ชานาหี’’ติ อาห. โส ‘‘สาธุ, เทวา’’ติ วตฺวา อภิรุหิตฺวา ตตฺถ ตีณิ อณฺฑกานิ ทิสฺวา รญฺโญ อาโรเจสิ. ราชา ‘‘เตน หิ เอเตสํ อุปริ นาสวาตํ มา วิสฺสชฺเชสี’’ติ วตฺวา ‘‘จงฺโกฏเก กปฺปาสปิจุํ อตฺถริตฺวา ตตฺเถว ตานิ อณฺฑกานิ ฐเปตฺวา สณิกํ โอตราหี’’ติ โอตาราเปตฺวา จงฺโกฏกํ หตฺเถน คเหตฺวา ‘‘กตรสกุณณฺฑกานิ นาเมตานี’’ติ อมจฺเจ ปุจฺฉิ. เต ‘‘มยํ น ชานาม, เนสาทา ชานิสฺสนฺตี’’ติ วทึสุ. ราชา เนสาเท ปกฺโกสาเปตฺวา ปุจฺฉิ. เนสาทา, ‘‘มหาราช, เตสุ เอกํ อุลูกอณฺฑํ, เอกํ สาลิกาอณฺฑํ, เอกํ สุวกอณฺฑ’’นฺติ กถยึสุ. กึ ปน เอกสฺมึ กุลาวเก ติณฺณํ สกุณิกานํ อณฺฑานิ โหนฺตีติ. อาม, เทว, ปริปนฺเถ อสติ สุนิกฺขิตฺตานิ น นสฺสนฺตีติ. ราชา ตุสฺสิตฺวา ‘‘อิเม มม ปุตฺตา ภวิสฺสนฺตี’’ติ ตานิ ตีณิ อณฺฑานิ ตโย อมจฺเจ ปฏิจฺฉาเปตฺวา ‘‘อิเม มยฺหํ ปุตฺตา ภวิสฺสนฺติ, ตุเมฺห สาธุกํ ปฏิชคฺคิตฺวา อณฺฑโกสโต นิกฺขนฺตกาเล มมาโรเจยฺยาถา’’ติ อาห. เต ตานิ สาธุกํ รกฺขึสุ.
เตสุ ปฐมํ อุลูกอณฺฑํ ภิชฺชิ. อมจฺโจ เอกํ เนสาทํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘ตฺวํ อิตฺถิภาวํ วา ปุริสภาวํ วา ชานาหี’’ติ วตฺวา เตน ตํ วีมํสิตฺวา ‘‘ปุริโส’’ติ วุตฺเต ราชานํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘ปุตฺโต เต, เทว, ชาโต’’ติ อาห. ราชา ตุฏฺโฐ ตสฺส พหุํ ธนํ ทตฺวา ‘‘ปุตฺตกํ เม สาธุกํ ปฏิชคฺค, ‘เวสฺสนฺตโร’ติ จสฺส นามํ กโรหี’’ติ วตฺวา อุยฺโยเชสิ. โส ตถา อกาสิ. ตโต กติปาหจฺจเยน สาลิกาอณฺฑํ ภิชฺชิ. โสปิ อมจฺโจ ตํ เนสาเทน วีมํสาเปตฺวา ‘‘อิตฺถี’’ติ สุตฺวา รญฺโญ สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘ธีตา เต, เทว, ชาตา’’ติ อาห. ราชา ตุฏฺโฐ ตสฺสปิ พหุํ ธนํ ทตฺวา ‘‘ธีตรํ เม สาธุกํ ปฏิชคฺค, ‘กุณฺฑลินี’ติ จสฺสา นามํ กโรหี’’ติ วตฺวา อุยฺโยเชสิ. โสปิ ตถา อกาสิ. ปุน กติปาหจฺจเยน สุวกอณฺฑํ ภิชฺชิ. โสปิ อมจฺโจ เนสาเทน ตํ วีมํสิตฺวา ‘‘ปุริโส’’ติ วุตฺเต รญฺโญ สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘ปุตฺโต เต, เทว, ชาโต’’ติ อาห. ราชา ตุฏฺโฐ ตสฺสปิ พหุํ ธนํ ทตฺวา ‘‘ปุตฺตสฺส เม มหนฺเตน ปริวาเรน มงฺคลํ กตฺวา ‘ชมฺพุโก’ติสฺส นามํ กโรหี’’ติ วตฺวา อุยฺโยเชสิ. โสปิ ตถา อกาสิ. เต ตโยปิ สกุณา ติณฺณํ อมจฺจานํ เคเหสุ ราชกุมารปริหาเรเนว วฑฺฒนฺติ. ราชา ‘‘มม ปุตฺโต, มม ธีตา’’ติ โวหรติ. อถสฺส อมจฺจา อญฺญมญฺญํ อวหสนฺติ ‘‘ปสฺสถ, โภ, รญฺโญ กิริยํ, ติรจฺฉานคเตปิ ‘ปุตฺโต เม, ธีตา เม’ติ วทนฺโต วิจรตี’’ติ.
ตํ สุตฺวา ราชา จินฺเตสิ – ‘‘อิเม อมจฺจา เอเตสํ มม ปุตฺตานํ ปญฺญาสมฺปทํ น ชานนฺติ, ปากฏํ เนสํ กริสฺสามี’’ติ. อเถกํ อมจฺจํ เวสฺสนฺตรสฺส สนฺติกํ เปเสสิ – ‘‘ตุมฺหากํ ปิตา ปญฺหํ ปุจฺฉิตุกาโม, กทา กิร อาคนฺตฺวา ปุจฺฉตู’’ติ. โส อมจฺโจ คนฺตฺวา เวสฺสนฺตรํ วนฺทิตฺวา ตํ สาสนํ อาโรเจสิ. ตํ สุตฺวา เวสฺสนฺตโร อตฺตโน ปฏิชคฺคกํ อมจฺจํ ปกฺโกสิตฺวา ‘‘มยฺหํ กิร ปิตา มํ ปญฺหํ ปุจฺฉิตุกาโม, ตสฺส อิธาคตสฺส สกฺการํ กาตุํ วฏฺฏติ, กทา อาคจฺฉตู’’ติ ปุจฺฉิ. อมจฺโจ ‘‘อิโต สตฺตเม ทิวเส ตว ปิตา อาคจฺฉตู’’ติ อาห. ตํ สุตฺวา เวสฺสนฺตโร ‘‘ปิตา เม อิโต สตฺตเม ทิวเส อาคจฺฉตู’’ติ วตฺวา อุยฺโยเชสิ. โส อาคนฺตฺวา รญฺโญ อาจิกฺขิ. ราชา สตฺตเม ทิวเส นคเร เภรึ จราเปตฺวา ปุตฺตสฺส นิเวสนํ อคมาสิ. เวสฺสนฺตโร รญฺโญ มหนฺตํ สกฺการํ กาเรสิ, อนฺตมโส ทาสกมฺมการานมฺปิ สกฺการํ กาเรสิ. ราชา เวสฺสนฺตรสกุณสฺส เคเห ภุญฺชิตฺวา มหนฺตํ ยสํ อนุภวิตฺวา สกํ นิเวสนํ อาคนฺตฺวา ราชงฺคเณ มหนฺตํ มณฺฑปํ การาเปตฺวา นคเร เภรึ จราเปตฺวา อลงฺกตมณฺฑปมชฺเฌ มหาชนปริวาโร นิสีทิตฺวา ‘‘เวสฺสนฺตรํ อาเนตู’’ติ อมจฺจสฺส สนฺติกํ เปเสสิ. อมจฺโจ เวสฺสนฺตรํ สุวณฺณปีเฐ นิสีทาเปตฺวา อาเนสิ. เวสฺสนฺตรสกุโณ ปิตุ องฺเก นิสีทิตฺวา ปิตรา สห กีฬิตฺวา คนฺตฺวา ตตฺเถว สุวณฺณปีเฐ นิสีทิ. อถ นํ ราชา มหาชนมชฺเฌ ราชธมฺมํ ปุจฺฉนฺโต ปฐมํ คาถมาห –
๑. ‘‘เวสฺสนฺตรํ ตํ ปุจฺฉามิ, สกุณ ภทฺทมตฺถุ เต;
รชฺชํ กาเรตุกาเมน, กึ สุ กิจฺจํ กตํ วร’’นฺติ.
ตตฺถ สกุณาติ ตํ อาลปติ. กึ สูติ กตรํ กิจฺจํ กตํ วรํ อุตฺตมํ โหติ, กเถหิ เม, ตาต, สกลํ ราชธมฺมนฺติ เอวํ กิร ตํ โส ปุจฺฉิ.
ตํ สุตฺวา เวสฺสนฺตโร ปญฺหํ อกเถตฺวาว ราชานํ ตาว ปมาเทน โจเทนฺโต ทุติยํ คาถมาห –
๒. ‘‘จิรสฺสํ วต มํ ตาโต, กํโส พาราณสิคฺคโห;
ปมตฺโต อปฺปมตฺตํ มํ, ปิตา ปุตฺตํ อโจทยี’’ติ.
ตตฺถ ตาโตติ ปิตา. กํโสติ อิทํ ตสฺส นามํ. พาราณสิคฺคโหติ จตูหิ สงฺคหวตฺถูหิ พาราณสึ สงฺคเหตฺวา วตฺตนฺโต. ปมตฺโตติ เอวรูปานํ ปณฺฑิตานํ สนฺติเก วสนฺโต ปญฺหสฺส อปุจฺฉเนน ปมตฺโต. อปฺปมตฺตํ มนฺติ สีลาทิคุณโยเคน มํ อปฺปมตฺตํ. ปิตาติ โปสกปิตา. อโจทยีติ อมจฺเจหิ ‘‘ติรจฺฉานคเต ปุตฺเต กตฺวา โวหรตี’’ติ อวหสิยมาโน ปมาทํ อาปชฺชิตฺวา จิรสฺสํ อชฺช โจเทสิ, ปญฺหํ ปุจฺฉีติ วทติ.
เอวํ โส อิมาย คาถาย โจเทตฺวา ‘‘มหาราช, รญฺญา นาม ตีสุ ธมฺเมสุ ฐตฺวา ธมฺเมน รชฺชํ กาเรตพฺพ’’นฺติ วตฺวา ราชธมฺมํ กเถนฺโต อิมา คาถาโย อาห –
๓. ‘‘ปฐเมเนว วิตถํ, โกธํ หาสํ นิวารเย;
ตโต กิจฺจานิ กาเรยฺย, ตํ วตํ อาหุ ขตฺติย.
๔. ‘‘ยํ ตฺวํ ตาต ตโปกมฺมํ, ปุพฺเพ กตมสํสยํ;
รตฺโต ทุฏฺโฐ จ ยํ กยิรา, น ตํ กยิรา ตโต ปุน.
๕. ‘‘ขตฺติยสฺส ปมตฺตสฺส, รฏฺฐสฺมึ รฏฺฐวฑฺฒน;
สพฺเพ โภคา วินสฺสนฺติ, รญฺโญ ตํ วุจฺจเต อฆํ.
๖. ‘‘สิรี ตาต อลกฺขี จ, ปุจฺฉิตา เอตทพฺรวุํ;
อุฏฺฐานวีริเย โปเส, รมาหํ อนุสูยเก.
๗. ‘‘อุสูยเก ทุหทเย, ปุริเส กมฺมทุสฺสเก;
กาฬกณฺณี มหาราช, รมติ จกฺกภญฺชนี.
๘. ‘‘โส ตฺวํ สพฺเพ สุหทโย, สพฺเพสํ รกฺขิโต ภว;
อลกฺขึ นุท มหาราช, ลกฺขฺยา ภว นิเวสนํ.
๙. ‘‘ส ลกฺขีธิติสมฺปนฺโน, ปุริโส หิ มหคฺคโต;
อมิตฺตานํ กาสิปติ, มูลํ อคฺคญฺจ ฉินฺทติ.
๑๐. ‘‘สกฺโกปิ หิ ภูตปติ, อุฏฺฐาเน นปฺปมชฺชติ;
ส กลฺยาเณ ธิตึ กตฺวา, อุฏฺฐาเน กุรุเต มโน.
๑๑. ‘‘คนฺธพฺพา ปิตโร เทวา, สาชีวา โหนฺติ ตาทิโน;
อุฏฺฐาหโต อปฺปมชฺชโต, อนุติฏฺฐนฺติ เทวตา.
๑๒. ‘‘โส อปฺปมตฺโต อกฺกุทฺโธ, ตาต กิจฺจานิ การย;
วายมสฺสุ จ กิจฺเจสุ, นาลโส วินฺทเต สุขํ.
๑๓. ‘‘ตตฺเถว เต วตฺตปทา, เอสาว อนุสาสนี;
อลํ มิตฺเต สุขาเปตุํ, อมิตฺตานํ ทุขาย จา’’ติ.
ตตฺถ ปฐเมเนว วิตถนฺติ, ตาต, ราชา นาม อาทิโตว มุสาวาทํ นิวารเย. มุสาวาทิโน หิ รญฺโญ รฏฺฐํ นิโรชํ โหติ, ปถวิยา โอชา กมฺมกรณฏฺฐานโต สตฺตรตนมตฺตํ เหฏฺฐา ภสฺสติ, ตโต อาหาเร วา เตลมธุผาณิตาทีสุ วา โอสเธสุ โอชา น โหติ. นิโรชาหารโภชนา มนุสฺสา พหฺวาพาธา โหนฺติ, รฏฺเฐ ถลชลปเถสุ อาโย นุปฺปชฺชติ, ตสฺมึ อนุปฺปชฺชนฺเต ราชาโน ทุคฺคตา โหนฺติ. เต เสวเก สงฺคณฺหิตุํ น สกฺโกนฺติ, อสงฺคหิตา เสวกา ราชานํ ครุจิตฺเตน น โอโลเกนฺติ. เอวํ, ตาต, มุสาวาโท นาเมส นิโรโช, น โส ชีวิตเหตุปิ กาตพฺโพ, สจฺจํ ปน สาทุตรํ รสานนฺติ ตเทว ปฏิคฺคเหตพฺพํ. อปิจ มุสาวาโท นาม คุณปริธํสโก วิปตฺติปริโยสาโน, ทุติยจิตฺตวาเร อวีจิปรายณํ กโรติ. อิมสฺมึ ปนตฺเถ ‘‘ธมฺโม หเว หโต หนฺตี’’ติ เจติยชาตกํ (ชา. ๑.๘.๔๕ อาทโย) กเถตพฺพํ.
โกธนฺติ, ตาต, ราชา นาม ปฐมเมว กุชฺฌนลกฺขณํ โกธมฺปิ นิวาเรยฺย. ตาต, อญฺเญสญฺหิ โกโธ ขิปฺปํ มตฺถกํ น ปาปุณาติ, ราชูนํ ปาปุณาติ. ราชาโน นาม วาจาวุธา กุชฺฌิตฺวา โอโลกิตมตฺเตนาปิ ปรํ วินาเสนฺติ, ตสฺมา รญฺญา อญฺเญหิ มนุสฺเสหิ อติเรกตรํ นิกฺโกเธน ภวิตพฺพํ, ขนฺติเมตฺตานุทฺทยาสมฺปนฺเนน อตฺตโน ปิยปุตฺตํ วิย โลกํ โวโลเกนฺเตน ภวิตพฺพํ. ตาต, อติโกธโน นาม ราชา อุปฺปนฺนํ ยสํ รกฺขิตุํ น สกฺโกติ. อิมสฺส ปนตฺถสฺส ทีปนตฺถํ ขนฺติวาทิชาตก- (ชา. ๑.๔.๔๙ อาทโย) จูฬธมฺมปาลชาตกานิ (ชา. ๑.๕.๔๔ อาทโย) กเถตพฺพานิ. จูฬธมฺมปาลชาตกสฺมิญฺหิ มหาปตาปโน นาม ราชา ปุตฺตํ ฆาเตตฺวา ปุตฺตโสเกน หทเยน ผลิเตน มตาย เทวิยา สยมฺปิ เทวึ อนุโสจนฺโต หทเยน ผลิเตเนว มริ. อถ เต ตโยปิ เอกอาฬาหเนว ฌาเปสุํ. ตสฺมา รญฺญา ปฐมเมว มุสาวาทํ วชฺเชตฺวา ทุติยํ โกโธ วชฺเชตพฺโพ.
หาสนฺติ หสฺสํ, อยเมว วา ปาโฐ. เตสุ เตสุ กิจฺเจสุ อุปฺปิลาวิตจิตฺตตาย เกฬิสีลตํ ปริหาสํ นิวาเรยฺย. ตาต, รญฺญา นาม เกฬิสีเลน น ภวิตพฺพํ, อปรปตฺติเยน หุตฺวา สพฺพานิ กิจฺจานิ อตฺตปจฺจกฺเขเนว กาตพฺพานิ. อุปฺปิลาวิตจิตฺโต หิ ราชา อตุเลตฺวา กมฺมานิ กโรนฺโต ลทฺธํ ยสํ วินาเสติ. อิมสฺมึ ปนตฺเถ สรภงฺคชาตเก (ชา. ๒.๑๗.๕๐ อาทโย) ปุโรหิตสฺส วจนํ คเหตฺวา ทณฺฑกิรญฺโญ กิสวจฺเฉ อปรชฺฌิตฺวา สห รฏฺเฐน อุจฺฉิชฺชิตฺวา กุกฺกุฬนิรเย นิพฺพตฺตภาโว จ มาตงฺคชาตเก (ชา. ๑.๑๕.๑ อาทโย) มชฺฌรญฺโญ พฺราหฺมณานํ กถํ คเหตฺวา มาตงฺคตาปเส อปรชฺฌิตฺวา สห รฏฺเฐน อุจฺฉิชฺชิตฺวา นิรเย นิพฺพตฺตภาโว จ ฆฏปณฺฑิตชาตเก (ชา. ๑.๑๐.๑๖๕ อาทโย) ทสภาติกราชทารกานํ โมหมูฬฺหานํ วจนํ คเหตฺวา กณฺหทีปายเน อปรชฺฌิตฺวา วาสุเทวกุลสฺส นาสิตภาโว จ กเถตพฺโพ.
ตโต กิจฺจานิ กาเรยฺยาติ เอวํ, ตาต, ปฐมํ มุสาวาทํ ทุติยํ โกธํ ตติยํ อธมฺมหาสํ วชฺเชตฺวา ตโต ปจฺฉา ราชา รฏฺฐวาสีนํ กตฺตพฺพกิจฺจานิ กาเรยฺย. ตํ วตํ อาหุ ขตฺติยาติ, ขตฺติยมหาราช, ยํ มยา วุตฺตํ, เอตํ รญฺโญ วตสมาทานนฺติ โปราณกปณฺฑิตา กถยึสุ.
น ตํ กยิราติ ยํ ตยา ราคาทิวเสน ปจฺฉา ตาปกรํ กมฺมํ กตํ โหติ, ตโต ปุพฺเพ กตโต ปุน ตาทิสํ กมฺมํ น กยิรา, มา กเรยฺยาสิ, ตาตาติ. วุจฺจเตติ ตํ รญฺโญ อฆนฺติ วุจฺจติ, เอวํ โปราณกปณฺฑิตา กถยึสุ. สิรีติ อิทํ เวสฺสนฺตรสกุโณ ปุพฺเพ พาราณสิยํ ปวตฺติตการณํ อาหริตฺวา ทสฺเสนฺโต อาห. ตตฺถ อพฺรวุนฺติ สุจิปริวารเสฏฺฐินา ปุจฺฉิตา กถยึสุ. อุฏฺฐานวีริเยติ โย โปโส อุฏฺฐาเน วีริเย จ ปติฏฺฐิโต, น จ ปเรสํ สมฺปตฺตึ ทิสฺวา อุสูยติ, ตสฺมึ อหํ อภิรมามีติ อาห. เอวํ ตาว ตาต สิรี กเถสิ. อุสูยเกติ อลกฺขี ปน, ตาต, ปุจฺฉิตา อหํ ปรสมฺปตฺติอุสูยเก ทุหทเย ทุจิตฺเต กลฺยาณกมฺมทูสเก โย กลฺยาณกมฺมํ ทุสฺสนฺโต อปฺปิยายนฺโต อฏฺฏียนฺโต น กโรติ, ตสฺมึ อภิรมามีติ อาห. เอวํ สา กาฬกณฺณี, มหาราช, รมติ ปติรูปเทสวาสาทิโน กุสลจกฺกสฺส ภญฺชนี.
สุหทโยติ สุนฺทรจิตฺโต หิตจิตฺตโก. นุทาติ นีหร. นิเวสนนฺติ ลกฺขิยา ปน นิเวสนํ ภว ปติฏฺฐา โหหิ. ส ลกฺขีธิติสมฺปนฺโนติ, มหาราช, กาสิปติ โส ปุริโส ปญฺญาย เจว วีริเยน จ สมฺปนฺโน. มหคฺคโตติ มหชฺฌาสโย โจรานํ ปจฺจยภูเต คณฺหนฺโต อมิตฺตานํ มูลํ โจเร คณฺหนฺโต อมิตฺตานํ อคฺคํ ฉินฺทตีติ วทติ. สกฺโกติ อินฺโท. ภูตปตีติ ราชานํ อาลปติ. อุฏฺฐาเนติ อุฏฺฐานวีริเย. นปฺปมชฺชตีติ น ปมชฺชติ, สพฺพกิจฺจานิ กโรติ. ส กลฺยาเณติ โส เทวราชา อุฏฺฐานวีริเย มนํ กโรนฺโต ปาปกมฺมํ อกตฺวา กลฺยาเณ ปุญฺญกมฺมสฺมิญฺเญว ธิตึ กตฺวา อปฺปมตฺโต อุฏฺฐาเน มนํ กโรติ, ตสฺส ปน กลฺยาณกมฺเม วีริยกรณภาวทสฺสนตฺถํ สรภงฺคชาตเก ทฺวีสุ เทวโลเกสุ เทวตาหิ สทฺธึ กปิฏฺฐารามํ อาคนฺตฺวา ปญฺหํ ปุจฺฉิตฺวา ธมฺมสฺส สุตภาโว, มหากณฺหชาตเก (ชา. ๑.๑๒.๖๑ อาทโย) อตฺตโน อานุภาเวน ชนํ ตาเสตฺวา โอสกฺกนฺตสฺส สาสนสฺส ปวตฺติตภาโว จาติ เอวมาทีนิ วตฺถูนิ กเถตพฺพานิ.
คนฺธพฺพาติ จาตุมหาราชิกานํ เหฏฺฐา จตุโยนิกา เทวา, จตุโยนิกตฺตาเยว กิร เต คนฺธพฺพา นาม ชาตา. ปิตโรติ พฺรหฺมาโน. เทวาติ อุปปตฺติเทววเสน ฉ กามาวจรเทวา. ตาทิโนติ ตถาวิธสฺส กุสลาภิรตสฺส รญฺโญ. สาชีวา โหนฺตีติ สมานชีวิกา อุปชีวิตพฺพา. ตาทิสา หิ ราชาโน ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กโรนฺตา เทวตานํ ปตฺตึ เทนฺติ, ตา ตํ ปตฺตึ อนุโมทิตฺวา สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ทิพฺพยเสน วฑฺฒนฺติ. อนุติฏฺฐนฺตีติ ตาทิสสฺส รญฺโญ วีริยํ กโรนฺตสฺส อปฺปมาทํ อาปชฺชนฺตสฺส เทวตา อนุติฏฺฐนฺติ อนุคจฺฉนฺติ, ธมฺมิกํ รกฺขํ สํวิทหนฺตีติ อตฺโถ.
โสติ โส ตฺวํ. วายมสฺสูติ ตานิ รฏฺฐกิจฺจานิ กโรนฺโต ตุลนวเสน ตีรณวเสน ปจฺจกฺขกมฺมวเสน เตสุ เตสุ กิจฺเจสุ วีริยํ กรสฺสุ. ตตฺเถว เต วตฺตปทาติ, ตาต, ยํ มํ ตฺวํ กึสุ กิจฺจํ กตํ วรนฺติ ปุจฺฉิ, ตตฺถ ตว ปเญฺหเยว เอเต มยา ‘‘ปฐเมเนว วิตถ’’นฺติอาทโย วุตฺตา, เอเต วตฺตปทา วตฺตโกฏฺฐาสา, เอวํ ตตฺถ วตฺตสฺสุ. เอสาติ ยา เต มยา กถิตา, เอสาว ตว อนุสาสนี. อลนฺติ เอวํ วตฺตมาโน หิ ราชา อตฺตโน มิตฺเต สุขาเปตุํ, อมิตฺตานญฺจ ทุกฺขาย อลํ ปริยตฺโต สมตฺโถติ.
เอวํ เวสฺสนฺตรสกุเณน เอกาย คาถาย รญฺโญ ปมาทํ โจเทตฺวา เอกาทสหิ คาถาหิ ธมฺเม กถิเต ‘‘พุทฺธลีฬาย ปโญฺห กถิโต’’ติ มหาชโน อจฺฉริยพฺภุตจิตฺตชาโต สาธุการสตานิ ปวตฺเตสิ. ราชา โสมนสฺสปฺปตฺโต อมจฺเจ อามนฺเตตฺวา ปุจฺฉิ – ‘‘โภนฺโต! อมจฺจา มม ปุตฺเตน เวสฺสนฺตเรน เอวํ กเถนฺเตน เกน กตฺตพฺพํ กิจฺจํ กต’’นฺติ. มหาเสนคุตฺเตน, เทวาติ. ‘‘เตน หิสฺส มหาเสนคุตฺตฏฺฐานํ ทมฺมี’’ติ เวสฺสนฺตรํ ฐานนฺตเร ฐเปสิ. โส ตโต ปฏฺฐาย มหาเสนคุตฺตฏฺฐาเน ฐิโต ปิตุ กมฺมํ อกาสีติ.
เวสฺสนฺตรปโญฺห นิฏฺฐิโต.
ปุน ราชา กติปาหจฺจเยน ปุริมนเยเนว กุณฺฑลินิยา สนฺติกํ ทูตํ เปเสตฺวา สตฺตเม ทิวเส ตตฺถ คนฺตฺวา ปจฺจาคนฺตฺวา ตตฺเถว มณฺฑปมชฺเฌ นิสีทิตฺวา กุณฺฑลินึ อาหราเปตฺวา สุวณฺณปีเฐ นิสินฺนํ ราชธมฺมํ ปุจฺฉนฺโต คาถมาห –
๑๔. ‘‘สกฺขิสิ ตฺวํ กุณฺฑลินิ, มญฺญสิ ขตฺตพนฺธุนิ;
รชฺชํ กาเรตุกาเมน, กึ สุ กิจฺจํ กตํ วร’’นฺติ.
ตตฺถ สกฺขิสีติ มยา ปุฏฺฐปญฺหํ กเถตุํ สกฺขิสฺสสีติ ปุจฺฉติ. กุณฺฑลินีติ ตสฺสา สลิงฺคโต อาคตนาเมนาลปติ. ตสฺสา กิร ทฺวีสุ กณฺณปิฏฺเฐสุ กุณฺฑลสณฺฐานา เทฺว เลขา อเหสุํ, เตนสฺสา ‘‘กุณฺฑลินี’’ติ นามํ กาเรสิ. มญฺญสีติ ชานิสฺสสิ มยา ปุฏฺฐปญฺหสฺส อตฺถนฺติ. ขตฺตพนฺธุนีติ ขตฺตสฺส มหาเสนคุตฺตสฺส ภคินิภาเวน นํ เอวํ อาลปติ. กสฺมา ปเนส เวสฺสนฺตรสกุณํ เอวํ อปุจฺฉิตฺวา อิมเมว ปุจฺฉตีติ? อิตฺถิภาเวน. อิตฺถิโย หิ ปริตฺตปญฺญา, ตสฺมา ‘‘สเจ สกฺโกติ, ปุจฺฉิสฺสามิ, โน เจ, น ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ วีมํสนวเสน เอวํ ปุจฺฉิตฺวา ตญฺเญว ปญฺหํ ปุจฺฉิ.
สา เอวํ รญฺญา ราชธมฺเม ปุจฺฉิเต, ‘‘ตาต, ตฺวํ มํ ‘อิตฺถิกา นาม กึ กเถสฺสตี’ติ วีมํสสิ มญฺเญ, สกลํ เต ราชธมฺมํ ทฺวีสุเยว ปเทสุ ปกฺขิปิตฺวา กเถสฺสามี’’ติ วตฺวา อาห –
๑๕. ‘‘เทฺวว ตาต ปทกานิ, ยตฺถ สพฺพํ ปติฏฺฐิตํ;
อลทฺธสฺส จ โย ลาโภ, ลทฺธสฺส จานุรกฺขณา.
๑๖. ‘‘อมจฺเจ ตาต ชานาหิ, ธีเร อตฺถสฺส โกวิเท;
อนกฺขากิตเว ตาต, อโสณฺเฑ อวินาสเก.
๑๗. ‘‘โย จ ตํ ตาต รกฺเขยฺย, ธนํ ยญฺเจว เต สิยา;
สูโตว รถํ สงฺคเณฺห, โส เต กิจฺจานิ การเย.
๑๘. ‘‘สุสงฺคหิตนฺตชโน, สยํ วิตฺตํ อเวกฺขิย;
นิธิญฺจ อิณทานญฺจ, น กเร ปรปตฺติยา.
๑๙. ‘‘สยํ อายํ วยํ ชญฺญา, สยํ ชญฺญา กตากตํ;
นิคฺคเณฺห นิคฺคหารหํ, ปคฺคเณฺห ปคฺคหารหํ.
๒๐. ‘‘สยํ ชานปทํ อตฺถํ, อนุสาส รเถสภ;
มา เต อธมฺมิกา ยุตฺตา, ธนํ รฏฺฐญฺจ นาสยุํ.
๒๑. ‘‘มา จ เวเคน กิจฺจานิ, กโรสิ การเยสิ วา;
เวคสา หิ กตํ กมฺมํ, มนฺโท ปจฺฉานุตปฺปติ.
๒๒. ‘‘มา เต อธิสเร มุญฺจ, สุพาฬฺหมธิโกปิตํ;
โกธสา หิ พหู ผีตา, กุลา อกุลตํ คตา.
๒๓. ‘‘‘มา ตาต อิสฺสโรมฺหี’ติ, อนตฺถาย ปตารยิ;
อิตฺถีนํ ปุริสานญฺจ, มา เต อาสิ ทุขุทฺรโย.
๒๔. ‘‘อเปตโลมหํสสฺส, รญฺโญ กามานุสาริโน;
สพฺเพ โภคา วินสฺสนฺติ, รญฺโญ ตํ วุจฺจเต อฆํ.
๒๕. ‘‘ตตฺเถว เต วตฺตปทา, เอสาว อนุสาสนี;
ทกฺขสฺสุทานิ ปุญฺญกโร, อโสณฺโฑ อวินาสโก;
สีลวาสฺสุ มหาราช, ทุสฺสีโล วินิปาติโก’’ติ.
ตตฺถ ปทกานีติ การณปทานิ. ยตฺถาติ เยสุ ทฺวีสุ ปเทสุ สพฺพํ อตฺถชาตํ หิตสุขํ ปติฏฺฐิตํ. อลทฺธสฺสาติ โย จ ปุพฺเพ อลทฺธสฺส ลาภสฺส ลาโภ, ยา จ ลทฺธสฺส อนุรกฺขณา. ตาต, อนุปฺปนฺนสฺส หิ ลาภสฺส อุปฺปาทนํ นาม น ภาโร, อุปฺปนฺนสฺส ปน อนุรกฺขณเมว ภาโร. เอกจฺโจ หิ ยสํ อุปฺปาเทตฺวาปิ ยเส ปมตฺโต ปมาทํ อุปฺปาเทตฺวา ปาณาติปาตาทีนิ กโรติ, มหาโจโร หุตฺวา รฏฺฐํ วิลุมฺปมาโน จรติ. อถ นํ ราชาโน คาหาเปตฺวา มหาวินาสํ ปาเปนฺติ. อถ วา อุปฺปนฺนรูปาทีสุ กามคุเณสุ ปมตฺโต อโยนิโส ธนํ นาเสนฺโต สพฺพสาปเตยฺเย ขีเณ กปโณ หุตฺวา จีรกวสโน กปาลมาทาย จรติ. ปพฺพชิโต วา ปน คนฺถธุราทิวเสน ลาภสกฺการํ นิพฺพตฺเตตฺวา ปมตฺโต หีนายาวตฺตติ. อปโร ปฐมฌานาทีนิ นิพฺพตฺเตตฺวาปิ มุฏฺฐสฺสติตาย ตถารูเป อารมฺมเณ พชฺฌิตฺวา ฌานา ปริหายติ. เอวํ อุปฺปนฺนสฺส ยสสฺส วา ฌานาทิลาภสฺส วา รกฺขณเมว ทุกฺกรํ. ตทตฺถทีปนตฺถํ ปน เทวทตฺตสฺส วตฺถุ จ, มุทุลกฺขณ- (ชา. ๑.๑.๖๖) โลมสกสฺสป- (ชา. ๑.๙.๖๐ อาทโย) หริตจชาตก- (ชา. ๑.๙.๔๐ อาทโย) สงฺกปฺปชาตกาทีนิ (ชา. ๑.๓.๑ อาทโย) จ กเถตพฺพานิ. เอโก ปน ลาภสกฺการํ อุปฺปาเทตฺวา อปฺปมาเท ฐตฺวา กลฺยาณกมฺมํ กโรติ, ตสฺส โส ยโส สุกฺกปกฺเข จนฺโท วิย วฑฺฒติ, ตสฺมา ตฺวํ, มหาราช, อปฺปมตฺโต ปโยคสมฺปตฺติยา ฐตฺวา ธมฺเมน รชฺชํ กาเรนฺโต ตว อุปฺปนฺนํ ยสํ อนุรกฺขาหีติ.
ชานาหีติ ภณฺฑาคาริกกมฺมาทีนํ กรณตฺถํ อุปธาเรหิ. อนกฺขากิตเวติ อนกฺเข อกิตเว อชุตกเร เจว อเกราฏิเก จ. อโสณฺเฑติ ปูวสุราคนฺธมาลาโสณฺฑภาวรหิเต. อวินาสเกติ ตว สนฺตกานํ ธนธญฺญาทีนํ อวินาสเก. โยติ โย อมจฺโจ. ยญฺเจวาติ ยญฺจ เต ฆเร ธนํ สิยา, ตํ รกฺเขยฺย. สูโตวาติ รถสารถิ วิย. ยถา สารถิ วิสมมคฺคนิวารณตฺถํ อสฺเส สงฺคณฺหนฺโต รถํ สงฺคเณฺหยฺย, เอวํ โย สห โภเคหิ ตํ รกฺขิตุํ สกฺโกติ, โส เต อมจฺโจ นาม ตาทิสํ สงฺคเหตฺวา ภณฺฑาคาริกาทิกิจฺจานิ การเย.
สุสงฺคหิตนฺตชโนติ, ตาต, ยสฺส หิ รญฺโญ อตฺตโน อนฺโตชโน อตฺตโน วลญฺชนกปริชโน จ ทานาทีหิ อสงฺคหิโต โหติ, ตสฺส อนฺโตนิเวสเน สุวณฺณหิรญฺญาทีนิ เตสํ อสงฺคหิตมนุสฺสานํ วเสน นสฺสนฺติ, อนฺโตชนา พหิ คจฺฉนฺติ, ตสฺมา ตฺวํ สุฏฺฐุสงฺคหิตอนฺโตชโน หุตฺวา ‘‘เอตฺตกํ นาม เม วิตฺต’’นฺติ สยํ อตฺตโน ธนํ อเวกฺขิตฺวา ‘‘อสุกฏฺฐาเน นาม นิธึ นิเธม, อสุกสฺส อิณํ เทมา’’ติ อิทํ อุภยมฺปิ น กเร ปรปตฺติยา, ปรปตฺติยาปิ ตฺวํ มา กริ, สพฺพํ อตฺตปจฺจกฺขเมว กเรยฺยาสีติ วทติ.
อายํ วยนฺติ ตโต อุปฺปชฺชนกํ อายญฺจ เตสํ เตสํ ทาตพฺพํ วยญฺจ สยเมว ชาเนยฺยาสีติ. กตากตนฺติ สงฺคาเม วา นวกมฺเม วา อญฺเญสุ วา กิจฺเจสุ ‘‘อิมินา อิทํ นาม มยฺหํ กตํ, อิมินา น กต’’นฺติ เอตมฺปิ สยเมว ชาเนยฺยาสิ, มา ปรปตฺติโย โหหิ. นิคฺคเณฺหติ, ตาต, ราชา นาม สนฺธิจฺเฉทาทิการกํ นิคฺคหารหํ อาเนตฺวา ทสฺสิตํ อุปปริกฺขิตฺวา โสเธตฺวา โปราณกราชูหิ ฐปิตทณฺฑํ โอโลเกตฺวา โทสานุรูปํ นิคฺคเณฺหยฺย. ปคฺคเณฺหติ โย ปน ปคฺคหารโห โหติ, อภินฺนสฺส วา ปรพลสฺส เภเทตา, ภินฺนสฺส วา สกพลสฺส อาราธโก, อลทฺธสฺส วา รชฺชสฺส อาหรโก, ลทฺธสฺส วา ถาวรการโก, เยน วา ปน ชีวิตํ ทินฺนํ โหติ, เอวรูปํ ปคฺคหารหํ ปคฺคเหตฺวา มหนฺตํ สกฺการสมฺมานํ กเรยฺย. เอวํ หิสฺส กิจฺเจสุ อญฺเญปิ อุรํ ทตฺวา กตฺตพฺพํ กริสฺสนฺติ.
ชานปทนฺติ ชนปทวาสีนํ อตฺถํ สยํ อตฺตปจฺจกฺเขเนว อนุสาส. อธมฺมิกา ยุตฺตาติ อธมฺมิกา ตตฺถ ตตฺถ นิยุตฺตา อายุตฺตกา ลญฺชํ คเหตฺวา วินิจฺฉยํ ภินฺทนฺตา ตว ธนญฺจ รฏฺฐญฺจ มา นาสยุํ. อิมินา การเณน อปฺปมตฺโต หุตฺวา สยเมว อนุสาส. เวเคนาติ สหสา อตุเลตฺวา อตีเรตฺวา. เวคสาติ อตุเลตฺวา อตีเรตฺวา ฉนฺทาทิวเสน สหสา กตํ กมฺมญฺหิ น สาธุ น สุนฺทรํ. กึการณา? ตาทิสญฺหิ กตฺวา มนฺโท ปจฺฉา วิปฺปฏิสารวเสน อิธ โลเก อปายทุกฺขํ อนุภวนฺโต ปรโลเก จ อนุตปฺปติ. อยํ ปเนตฺถ อตฺโถ ‘‘อิสีนมนฺตรํ กตฺวา, ภรุราชาติ เม สุต’’นฺติ ภรุชาตเกน (ชา. ๑.๒.๑๒๕-๑๒๖) ทีเปตพฺโพ.
มา เต อธิสเร มุญฺจ, สุพาฬฺหมธิโกปิตนฺติ, ตาต, ตว หทยํ กุสลํ อธิสริตฺวา อติกฺกมิตฺวา ปวตฺเต ปเรสํ อกุสลกมฺเม สุฏฺฐุ พาฬฺหํ อธิโกปิตํ กุชฺฌาปิตํ หุตฺวา มา มุญฺจ, มา ปติฏฺฐายตูติ อตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ตาต, ยทา เต วินิจฺฉเย ฐิตสฺส อิมินา ปุริโส วา หโต สนฺธิ วา ฉินฺโนติ โจรํ ทสฺเสนฺติ, ตทา เต ปเรสํ วจเนหิ สุฏฺฐุ โกปิตมฺปิ หทยํ โกธวเสน มา มุญฺจ, อปริคฺคเหตฺวา มา ทณฺฑํ ปเณหิ. กึการณา? อโจรมฺปิ หิ ‘‘โจโร’’ติ คเหตฺวา อาเนนฺติ, ตสฺมา อกุชฺฌิตฺวา อุภินฺนํ อตฺตปจฺจตฺถิกานํ กถํ สุตฺวา สุฏฺฐุ โสเธตฺวา อตฺตปจฺจกฺเขน ตสฺส โจรภาวํ ญตฺวา ปเวณิยา ฐปิตทณฺฑวเสน กตฺตพฺพํ กโรหิ. รญฺญา หิ อุปฺปนฺเนปิ โกเธ หทยํ สีตลํ อกตฺวา กมฺมํ น กาตพฺพํ. ยทา ปนสฺส หทยํ นิพฺพุตํ โหติ มุทุกํ, ตทา วินิจฺฉยกมฺมํ กาตพฺพํ. ผรุเส หิ จิตฺเต ปกฺกุถิเต อุทเก มุขนิมิตฺตํ วิย การณํ น ปญฺญายติ. โกธสา หีติ, ตาต, โกเธน หิ พหูนิ ผีตานิ ราชกุลานิ อกุลภาวํ คตานิ มหาวินาสเมว ปตฺตานีติ. อิมสฺส ปนตฺถสฺส ทีปนตฺถํ ขนฺติวาทิชาตก- (ชา. ๑.๔.๔๙ อาทโย) นาฬิเกรราชวตฺถุสหสฺสพาหุอชฺชุนวตฺถุอาทีนิ กเถตพฺพานิ.
มา, ตาต, อิสฺสโรมฺหีติ, อนตฺถาย ปตารยีติ, ตาต, ‘‘อหํ ปถวิสฺสโร’’ติ มา มหาชนํ กายทุจฺจริตาทิอนตฺถาย ปตารยิ มา โอตารยิ, ยถา ตํ อนตฺถํ สมาทาย วตฺตติ, มา เอวมกาสีติ อตฺโถ. มา เต อาสีติ, ตาต, ตว วิชิเต มนุสฺสชาติกานํ วา ติรจฺฉานชาติกานํ วา อิตฺถิปุริสานํ ทุขุทฺรโย ทุกฺขุปฺปตฺติ มา อาสิ. ยถา หิ อธมฺมิกราชูนํ วิชิเต มนุสฺสา กายทุจฺจริตาทีนิ กตฺวา นิรเย อุปฺปชฺชนฺติ, ตว รฏฺฐวาสีนํ ตํ ทุกฺขํ ยถา น โหติ, ตถา กโรหีติ อตฺโถ.
อเปตโลมหํสสฺสาติ อตฺตานุวาทาทิภเยหิ นิพฺภยสฺส. อิมินา อิมํ ทสฺเสติ – ตาต, โย ราชา กิสฺมิญฺจิ อาสงฺกํ อกตฺวา อตฺตโน กามเมว อนุสฺสรติ, ฉนฺทวเสน ยํ ยํ อิจฺฉติ, ตํ ตํ กโรติ, วิสฺสฏฺฐยฏฺฐิ วิย อนฺโธ นิรงฺกุโส วิย จ จณฺฑหตฺถี โหติ, ตสฺส สพฺเพ โภคา วินสฺสนฺติ, ตสฺส ตํ โภคพฺยสนํ อฆํ ทุกฺขนฺติ วุจฺจติ.
ตตฺเถว เต วตฺตปทาติ ปุริมนเยเนว โยเชตพฺพํ. ทกฺขสฺสุทานีติ, ตาต, ตฺวํ อิมํ อนุสาสนึ สุตฺวา อิทานิ ทกฺโข อนลโส ปุญฺญานํ กรเณน ปุญฺญกโร สุราทิปริหรเณน. อโสณฺโฑ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกสฺส อตฺถสฺส อวินาสเนน อวินาสโก ภเวยฺยาสีติ. สีลวาสฺสูติ สีลวา อาจารสมฺปนฺโน ภว, ทสสุ ราชธมฺเมสุ ปติฏฺฐาย รชฺชํ กาเรหิ. ทุสฺสีโล วินิปาติโกติ ทุสฺสีโล หิ, มหาราช, อตฺตานํ นิรเย วินิปาเตนฺโต วินิปาติโก นาม โหตีติ.
เอวํ กุณฺฑลินีปิ เอกาทสหิ คาถาหิ ธมฺมํ เทเสสิ. ราชา ตุฏฺโฐ อมจฺเจ อามนฺเตตฺวา ปุจฺฉิ – ‘‘โภนฺโต! อมจฺจา มม ธีตาย กุณฺฑลินิยา เอวํ กถยมานาย เกน กตฺตพฺพํ กิจฺจํ กต’’นฺติ. ภณฺฑาคาริเกน, เทวาติ. ‘‘เตน หิสฺสา ภณฺฑาคาริกฏฺฐานํ ทมฺมี’’ติ กุณฺฑลินึ ฐานนฺตเร ฐเปสิ. สา ตโต ปฏฺฐาย ภณฺฑาคาริกฏฺฐาเน ฐตฺวา ปิตุ กมฺมํ อกาสีติ.
กุณฺฑลินิปโญฺห นิฏฺฐิโต.
ปุน ราชา กติปาหจฺจเยน ปุริมนเยเนว ชมฺพุกปณฺฑิตสฺส สนฺติกํ ทูตํ เปเสตฺวา สตฺตเม ทิวเส ตตฺถ คนฺตฺวา สมฺปตฺตึ อนุภวิตฺวา ปจฺจาคโต ตตฺเถว มณฺฑปมชฺเฌ นิสีทิ. อมจฺโจ ชมฺพุกปณฺฑิตํ กญฺจนภทฺทปีเฐ นิสีทาเปตฺวา ปีฐํ สีเสนาทาย อาคจฺฉิ. ปณฺฑิโต ปิตุ องฺเก นิสีทิตฺวา กีฬิตฺวา คนฺตฺวา กญฺจนปีเฐเยว นิสีทิ. อถ นํ ราชา ปญฺหํ ปุจฺฉนฺโต คาถมาห –
๒๖. ‘‘อปุจฺฉิมฺห โกสิยโคตฺตํ, กุณฺฑลินึ ตเถว จ;
ตฺวํ ทานิ วเทหิ ชมฺพุก, พลานํ พลมุตฺตม’’นฺติ.
ตสฺสตฺโถ – ตาต, ชมฺพุก, อหํ ตว ภาตรํ โกสิยโคตฺตํ เวสฺสนฺตรํ ภคินิญฺจ เต กุณฺฑลินึ ราชธมฺมํ อปุจฺฉึ, เต อตฺตโน พเลน กเถสุํ, ยถา ปน เต ปุจฺฉึ, ตเถว อิทานิ, ปุตฺต ชมฺพุก, ตํ ปุจฺฉามิ, ตฺวํ เม ราชธมฺมญฺจ พลานํ อุตฺตมํ พลญฺจ กเถหีติ.
เอวํ ราชา มหาสตฺตํ ปญฺหํ ปุจฺฉนฺโต อญฺเญสํ ปุจฺฉิตนิยาเมน อปุจฺฉิตฺวา วิเสเสตฺวา ปุจฺฉิ. อถสฺส ปณฺฑิโต ‘‘เตน หิ, มหาราช, โอหิตโสโต สุณาหิ, สพฺพํ เต กเถสฺสามี’’ติ ปสาริตหตฺเถ สหสฺสตฺถวิกํ ฐเปนฺโต วิย ธมฺมเทสนํ อารภิ –
๒๗. ‘‘พลํ ปญฺจวิธํ โลเก, ปุริสสฺมึ มหคฺคเต;
ตตฺถ พาหุพลํ นาม, จริมํ วุจฺจเต พลํ.
๒๘. ‘‘โภคพลญฺจ ทีฆาวุ, ทุติยํ วุจฺจเต พลํ;
อมจฺจพลญฺจ ทีฆาวุ, ตติยํ วุจฺจเต พลํ.
๒๙. ‘‘อภิชจฺจพลญฺเจว, ตํ จตุตฺถํ อสํสยํ;
ยานิ เจตานิ สพฺพานิ, อธิคณฺหาติ ปณฺฑิโต.
๓๐. ‘‘ตํ พลานํ พลํ เสฏฺฐํ, อคฺคํ ปญฺญาพลํ พลํ;
ปญฺญาพเลนุปตฺถทฺโธ, อตฺถํ วินฺทติ ปณฺฑิโต.
๓๑. ‘‘อปิ เจ ลภติ มนฺโท, ผีตํ ธรณิมุตฺตมํ;
อกามสฺส ปสยฺหํ วา, อญฺโญ ตํ ปฏิปชฺชติ.
๓๒. ‘‘อภิชาโตปิ เจ โหติ, รชฺชํ ลทฺธาน ขตฺติโย;
ทุปฺปญฺโญ หิ กาสิปติ, สพฺเพนปิ น ชีวติ.
๓๓. ‘‘ปญฺญาว สุตํ วินิจฺฉินี, ปญฺญา กิตฺติสิโลกวฑฺฒนี;
ปญฺญาสหิโต นโร อิธ, อปิ ทุกฺเข สุขานิ วินฺทติ.
๓๔. ‘‘ปญฺญญฺจ โข อสุสฺสูสํ, น โกจิ อธิคจฺฉติ;
พหุสฺสุตํ อนาคมฺม, ธมฺมฏฺฐํ อวินิพฺภุชํ.
๓๕. ‘‘โย จ ธมฺมวิภงฺคญฺญู, กาลุฏฺฐายี อตนฺทิโต;
อนุฏฺฐหติ กาเลน, กมฺมผลํ ตสฺสิชฺฌติ.
๓๖. ‘‘อนายตนสีลสฺส, อนายตนเสวิโน;
น นิพฺพินฺทิยการิสฺส, สมฺมทตฺโถ วิปจฺจติ.
๓๗. ‘‘อชฺฌตฺตญฺจ ปยุตฺตสฺส, ตถายตนเสวิโน;
อนิพฺพินฺทิยการิสฺส, สมฺมทตฺโถ วิปจฺจติ.
๓๘. ‘‘โยคปฺปโยคสงฺขาตํ, สมฺภตสฺสานุรกฺขณํ;
ตานิ ตฺวํ ตาต เสวสฺสุ, มา อกมฺมาย รนฺธยิ;
อกมฺมุนา หิ ทุมฺเมโธ, นฬาคารํว สีทตี’’ติ.
ตตฺถ มหคฺคเตติ, มหาราช, อิมสฺมึ สตฺตโลเก มหชฺฌาสเย ปุริเส ปญฺจวิธํ พลํ โหติ. พาหุพลนฺติ กายพลํ. จริมนฺติ ตํ อติมหนฺตมฺปิ สมานํ ลามกเมว. กึการณา? อนฺธพาลภาเวน. สเจ หิ กายพลํ มหนฺตํ นาม ภเวยฺย, วารณพลโต ลฏุกิกาย พลํ ขุทฺทกํ ภเวยฺย, วารณพลํ ปน อนฺธพาลภาเวน มรณสฺส ปจฺจยํ ชาตํ, ลฏุกิกา อตฺตโน ญาณกุสลตาย วารณํ ชีวิตกฺขยํ ปาเปสิ. อิมสฺมึ ปนตฺเถ ‘‘น เหว สพฺพตฺถ พเลน กิจฺจํ, พลญฺหิ พาลสฺส วธาย โหตี’’ติ สุตฺตํ (ชา. ๑.๕.๔๒) อาหริตพฺพํ.
โภคพลนฺติ อุปตฺถมฺภนวเสน สพฺพํ หิรญฺญสุวณฺณาทิ อุปโภคชาตํ โภคพลํ นาม, ตํ กายพลโต มหนฺตตรํ. อมจฺจพลนฺติ อเภชฺชมนฺตสฺส สูรสฺส สุหทยสฺส อมจฺจมณฺฑลสฺส อตฺถิตา, ตํ พลํ สงฺคามสูรตาย ปุริเมหิ พเลหิ มหนฺตตรํ. อภิชจฺจพลนฺติ ตีณิ กุลานิ อติกฺกมิตฺวา ขตฺติยกุลวเสน ชาติสมฺปตฺติ, ตํ อิตเรหิ พเลหิ มหนฺตตรํ. ชาติสมฺปนฺนา เอว หิ สุชฺฌนฺติ, น อิตเรติ. ยานิ เจตานีติ ยานิ จ เอตานิ จตฺตาริปิ พลานิ ปณฺฑิโต ปญฺญานุภาเวน อธิคณฺหาติ อภิภวติ, ตํ สพฺพพลานํ ปญฺญาพลํ เสฏฺฐนฺติ จ อคฺคนฺติ จ วุจฺจติ. กึการณา? เตน หิ พเลน อุปตฺถทฺโธ ปณฺฑิโต อตฺถํ วินฺทติ, วุฑฺฒึ ปาปุณาติ. ตทตฺถโชตนตฺถํ ‘‘ปุณฺณํ นทึ เยน จ เปยฺยมาหู’’ติ ปุณฺณนทีชาตกญฺจ (ชา. ๑.๒.๑๒๗ อาทโย) สิรีกาฬกณฺณิปญฺหํ ปญฺจปณฺฑิตปญฺหญฺจ สตฺตุภสฺตชาตก- (ชา. ๑.๗.๔๖ อาทโย) สมฺภวชาตก- (ชา. ๑.๑๖.๑๓๘ อาทโย) สรภงฺคชาตกาทีนิ (ชา. ๒.๑๗.๕๐ อาทโย) จ กเถตพฺพานิ.
มนฺโทติ มนฺทปญฺโญ พาโล. ผีตนฺติ, ตาต, มนฺทปญฺโญ ปุคฺคโล สตฺตรตนปุณฺณํ เจปิ อุตฺตมํ ธรณึ ลภติ, ตสฺส อนิจฺฉมานสฺเสว ปสยฺหการํ วา ปน กตฺวา อญฺโญ ปญฺญาสมฺปนฺโน ตํ ปฏิปชฺชติ. มนฺโท หิ ลทฺธํ ยสํ รกฺขิตุํ กุลสนฺตกํ วา ปน ปเวณิอาคตมฺปิ รชฺชํ อธิคนฺตุํ น สกฺโกติ. ตทตฺถโชตนตฺถํ ‘‘อทฺธา ปาทญฺชลี สพฺเพ, ปญฺญาย อติโรจตี’’ติ ปาทญฺชลีชาตกํ (ชา. ๑.๒.๑๙๔-๑๙๕) กเถตพฺพํ. ลทฺธานาติ ชาติสมฺปตฺตึ นิสฺสาย กุลสนฺตกํ รชฺชํ ลภิตฺวาปิ. สพฺเพนปีติ เตน สกเลนปิ รชฺเชน น ชีวติ, อนุปายกุสลตาย ทุคฺคโตว โหตีติ.
เอวํ มหาสตฺโต เอตฺตเกน ฐาเนน อปณฺฑิตสฺส อคุณํ กเถตฺวา อิทานิ ปญฺญํ ปสํสนฺโต ‘‘ปญฺญา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สุตนฺติ สุตปริยตฺติ. ตญฺหิ ปญฺญาว วินิจฺฉินติ. กิตฺติสิโลกวฑฺฒนีติ กิตฺติโฆสสฺส จ ลาภสกฺการสฺส จ วฑฺฒนี. ทุกฺเข สุขานิ วินฺทตีติ ทุกฺเข อุปฺปนฺเนปิ นิพฺภโย หุตฺวา อุปายกุสลตาย สุขํ ปฏิลภติ. ตทตฺถทีปนตฺถํ –
‘‘ยสฺเสเต จตุโร ธมฺมา, วานรินฺท ยถา ตว’’. (ชา. ๑.๑.๕๗);
อลเมเตหิ อมฺเพหิ, ชมฺพูหิ ปนเสหิ จา’’ติ. (ชา. ๑.๒.๑๑๕) –
อาทีนิ ชาตกานิ กเถตพฺพานิ.
อสุสฺสูสนฺติ ปณฺฑิตปุคฺคเล อปยิรุปาสนฺโต อสฺสุณนฺโต. ธมฺมฏฺฐนฺติ สภาวการเณ ฐิตํ พหุสฺสุตํ อนาคมฺม ตํ อสทฺทหนฺโต. อวินิพฺภุชนฺติ อตฺถานตฺถํ การณาการณํ อโนคาหนฺโต อตีเรนฺโต น โกจิ ปญฺญํ อธิคจฺฉติ, ตาตาติ.
ธมฺมวิภงฺคญฺญูติ ทสกุสลกมฺมปถวิภงฺคกุสโล. กาลุฏฺฐายีติ วีริยํ กาตุํ ยุตฺตกาเล วีริยสฺส การโก. อนุฏฺฐหตีติ ตสฺมึ ตสฺมึ กาเล ตํ ตํ กิจฺจํ กโรติ. ตสฺสาติ ตสฺส ปุคฺคลสฺส กมฺมผลํ สมิชฺฌติ นิปฺผชฺชติ. อนายตนสีลสฺสาติ อนายตนํ วุจฺจติ ลาภยสสุขานํ อนากโร ทุสฺสีลฺยกมฺมํ, ตํสีลสฺส เตน ทุสฺสีลฺยกมฺเมน สมนฺนาคตสฺส, อนายตนภูตเมว ทุสฺสีลปุคฺคลํ เสวนฺตสฺส, กุสลสฺส กมฺมสฺส กรณกาเล นิพฺพินฺทิยการิสฺส นิพฺพินฺทิตฺวา อุกฺกณฺฐิตฺวา กโรนฺตสฺส เอวรูปสฺส, ตาต, ปุคฺคลสฺส กมฺมานํ อตฺโถ สมฺมา น วิปจฺจติ น สมฺปชฺชติ, ตีณิ กุลคฺคานิ จ ฉ กามสคฺคานิ จ น อุปเนตีติ อตฺโถ. อชฺฌตฺตญฺจาติ อตฺตโน นิยกชฺฌตฺตํ อนิจฺจภาวนาทิวเสน ปยุตฺตสฺส. ตถายตนเสวิโนติ ตเถว สีลวนฺเต ปุคฺคเล เสวมานสฺส. วิปจฺจตีติ สมฺปชฺชติ มหนฺตํ ยสํ เทติ.
โยคปฺปโยคสงฺขาตนฺติ โยเค ยุญฺชิตพฺพยุตฺตเก การเณ ปโยคโกฏฺฐาสภูตํ ปญฺญํ. สมฺภตสฺสาติ ราสิกตสฺส ธนสฺส อนุรกฺขณํ. ตานิ ตฺวนฺติ เอตานิ จ เทฺว ปุริมานิ จ มยา วุตฺตการณานิ สพฺพานิ, ตาต, ตฺวํ เสวสฺสุ, มยา วุตฺตํ โอวาทํ หทเย กตฺวา อตฺตโน ฆเร ธนํ รกฺข. มา อกมฺมาย รนฺธยีติ อยุตฺเตน อการเณน มา รนฺธยิ, ตํ ธนํ มา ฌาปยิ มา นาสยิ. กึการณา? อกมฺมุนา หีติ อยุตฺตกมฺมกรเณน ทุมฺเมโธ ปุคฺคโล สกํ ธนํ นาเสตฺวา ปจฺฉา ทุคฺคโต. นฬาคารํว สีทตีติ ยถา นฬาคารํ มูลโต ปฏฺฐาย ชีรมานํ อปฺปติฏฺฐํ ปตติ, เอวํ อการเณน ธนํ นาเสตฺวา อปาเยสุ นิพฺพตฺตตีติ.
เอวมฺปิ โพธิสตฺโต เอตฺตเกน ฐาเนน ปญฺจ พลานิ วณฺเณตฺวา ปญฺญาพลํ อุกฺขิปิตฺวา จนฺทมณฺฑลํ นีหรนฺโต วิย กเถตฺวา อิทานิ ทสหิ คาถาหิ รญฺโญ โอวาทํ เทนฺโต อาห –
๓๙. ‘‘ธมฺมํ จร มหาราช, มาตาปิตูสุ ขตฺติย;
อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน, ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ.
๔๐. ‘‘ธมฺมํ จร มหาราช, ปุตฺตทาเรสุ ขตฺติย;
อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน, ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ.
๔๑. ‘‘ธมฺมํ จร มหาราช, มิตฺตามจฺเจสุ ขตฺติย;
อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน, ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ.
๔๒. ‘‘ธมฺมํ จร มหาราช, วาหเนสุ พเลสุ จ;
อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน, ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ.
๔๓. ‘‘ธมฺมํ จร มหาราช, คาเมสุ นิคเมสุ จ;
อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน, ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ.
๔๔. ‘‘ธมฺมํ จร มหาราช, รฏฺเฐ ชนปเทสุ จ;
อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน, ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ.
๔๕. ‘‘ธมฺมํ จร มหาราช, สมเณ พฺราหฺมเณสุ จ;
อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน, ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ.
๔๖. ‘‘ธมฺมํ จร มหาราช, มิคปกฺขีสุ ขตฺติย;
อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน, ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ.
๔๗. ‘‘ธมฺมํ จร มหาราช, ธมฺโม จิณฺโณ สุขาวโห;
อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน, ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ.
๔๘. ‘‘ธมฺมํ จร มหาราช, สอินฺทา เทวา สพฺรหฺมกา;
สุจิณฺเณน ทิวํ ปตฺตา, มา ธมฺมํ ราช ปามโท’’ติ.
ตตฺถ ปฐมคาถาย ตาว อิธ ธมฺมนฺติ มาตาปิตุปฏฺฐานธมฺมํ. ตํ กาลสฺเสว วุฏฺฐาย มาตาปิตูนํ มุโขทกทนฺตกฏฺฐทานมาทึ กตฺวา สพฺพสรีรกิจฺจปริหรณํ กโรนฺโตว ปูเรหีติ วทติ. ปุตฺตทาเรสูติ ปุตฺตธีตโร ตาว ปาปา นิวาเรตฺวา กลฺยาเณ นิเวเสนฺโต สิปฺปํ อุคฺคณฺหาเปนฺโต วยปฺปตฺตกาเล ปติรูปกุลวํเสน อาวาหวิวาหํ กโรนฺโต สมเย ธนํ เทนฺโต ปุตฺเตสุ ธมฺมํ จรติ นาม, ภริยํ สมฺมาเนนฺโต อนวมาเนนฺโต อนติจรนฺโต อิสฺสริยํ โวสฺสชฺเชนฺโต อลงฺการํ อนุปฺปเทนฺโต ทาเรสุ ธมฺมํ จรติ นาม. มิตฺตามจฺเจสูติ มิตฺตามจฺเจ จตูหิ สงฺคหวตฺถูหิ สงฺคณฺหนฺโต อวิสํวาเทนฺโต เอเตสุ ธมฺมํ จรติ นาม. วาหเนสุ พเลสุ จาติ หตฺถิอสฺสาทีนํ วาหนานํ พลกายสฺส จ ทาตพฺพยุตฺตกํ เทนฺโต สกฺการํ กโรนฺโต หตฺถิอสฺสาทโย มหลฺลกกาเล กมฺเมสุ อโยเชนฺโต เตสุ ธมฺมํ จรติ นาม.