๑๖. ตึสนิปาโต
[๕๑๑] ๑. กึฉนฺทชาตกวณฺณนา
กึฉนฺโท กิมธิปฺปาโยติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อุโปสถกมฺมํ อารพฺภ กเถสิ. เอกทิวสญฺหิ สตฺถา พหู อุปาสเก จ อุปาสิกาโย จ อุโปสถิเก ธมฺมสฺสวนตฺถาย อาคนฺตฺวา ธมฺมสภายํ นิสินฺเน ‘‘อุโปสถิกาตฺถ อุปาสกา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ วุตฺเต ‘‘สาธุ โว กตํ อุโปสถํ กโรนฺเตหิ, โปราณกา อุปฑฺฒูโปสถกมฺมสฺส นิสฺสนฺเทน มหนฺตํ ยสํ ปฏิลภึสู’’ติ วตฺวา เตหิ ยาจิโต อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺโต ธมฺเมน รชฺชํ กาเรนฺโต สทฺโธ อโหสิ ทานสีลอุโปสถกมฺเมสุ อปฺปมตฺโต. โส เสเสปิ อมจฺจาทโย ทานาทีสุ สมาทเปสิ. ปุโรหิโต ปนสฺส ปรปิฏฺฐิมํสิโก ลญฺชขาทโก กูฏวินิจฺฉยิโก อโหสิ. ราชา อุโปสถทิวเส อมจฺจาทโย ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘อุโปสถิกา โหถา’’ติ อาห. ปุโรหิโต อุโปสถํ น สมาทิยิ. อถ นํ ทิวา ลญฺชํ คเหตฺวา กูฏฑฺฑํ กตฺวา อุปฏฺฐานํ อาคตํ ราชา ‘‘ตุเมฺห อุโปสถิกา’’ติ อมจฺเจ ปุจฺฉนฺโต ‘‘ตฺวมฺปิ อาจริย อุโปสถิโก’’ติ ปุจฺฉิ. โส ‘‘อามา’’ติ มุสาวาทํ กตฺวา ปาสาทา โอตริ. อถ นํ เอโก อมจฺโจ ‘‘นนุ ตุเมฺห น อุโปสถิกา’’ติ โจเทสิ. โส อาห – ‘‘อหํ เวลายเมว ภุญฺชึ, เคหํ ปน คนฺตฺวา มุขํ วิกฺขาเลตฺวา อุโปสถํ อธิฏฺฐาย สายํ น ภุญฺชิสฺสามิ, รตฺตึ สีลํ รกฺขิสฺสามิ, เอวํ เม อุปฑฺฒูโปสถกมฺมํ ภวิสฺสตี’’ติ? ‘‘สาธุ, อาจริยา’’ติ. โส เคหํ คนฺตฺวา ตถา อกาสิ. ปุเนกทิวสํ ตสฺมึ วินิจฺฉเย นิสินฺเน อญฺญตรา สีลวตี อิตฺถี อฑฺฑํ กโรนฺตี ฆรํ คนฺตุํ อลภมานา ‘‘อุโปสถกมฺมํ นาติกฺกมิสฺสามี’’ติ อุปกฏฺเฐ กาเล มุขํ วิกฺขาเลตุํ อารภิ. ตสฺมึ ขเณ พฺราหฺมณสฺส สุปกฺกานํ อมฺพผลานํ อมฺพปิณฺฑิ อาหริยิตฺถ. โส ตสฺสา อุโปสถิกภาวํ ญตฺวา ‘‘อิมานิ ขาทิตฺวา อุโปสถิกา โหหี’’ติ อทาสิ. สา ตถา อกาสิ. เอตฺตกํ พฺราหฺมณสฺส กมฺมํ.
โส อปรภาเค กาลํ กตฺวา หิมวนฺตปเทเส โกสิกิคงฺคาย ตีเร ติโยชนิเก อมฺพวเน รมณีเย ภูมิภาเค โสภคฺคปฺปตฺเต กนกวิมาเน อลงฺกตสิริสยเน สุตฺตปฺปพุทฺโธ วิย นิพฺพตฺติ อลงฺกตปฏิยตฺโต อุตฺตมรูปธโร โสฬสสหสฺสเทวกญฺญาปริวาโร. โส รตฺติญฺเญว ตํ สิริสมฺปตฺตึ อนุโภติ. เวมานิกเปตภาเวน หิสฺส กมฺมสริกฺขโก วิปาโก อโหสิ, ตสฺมา อรุเณ อุคฺคจฺฉนฺเต อมฺพวนํ ปวิสติ, ปวิฏฺฐกฺขเณเยวสฺส ทิพฺพตฺตภาโว อนฺตรธายติ, อสีติหตฺถตาลกฺขนฺธปฺปมาโณ อตฺตภาโว นิพฺพตฺตติ, สกลสรีรํ ฌายติ, สุปุปฺผิตกึสุโก วิย โหติ. ทฺวีสุ หตฺเถสุ เอเกกาว องฺคุลิ, ตตฺถ มหากุทฺทาลปฺปมาณา นขา โหนฺติ. เตหิ นเขหิ อตฺตโน ปิฏฺฐิมํสํ ผาเลตฺวา อุปฺปาเฏตฺวา ขาทนฺโต เวทนาปฺปตฺโต มหารวํ รวนฺโต ทุกฺขํ อนุโภติ. สูริเย อตฺถงฺคเต ตํ สรีรํ อนฺตรธายติ, ทิพฺพสรีรํ นิพฺพตฺตติ, อลงฺกตปฏิยตฺตา ทิพฺพนาฏกิตฺถิโย นานาตูริยานิ คเหตฺวา ปริวาเรนฺติ. โส มหาสมฺปตฺตึ อนุภวนฺโต รมณีเย อมฺพวเน ทิพฺพปาสาทํ อภิรุหติ. อิติ โส อุโปสถิกาย อิตฺถิยา อมฺพผลทานสฺส นิสฺสนฺเทน ติโยชนิกํ อมฺพวนํ ปฏิลภติ, ลญฺชํ คเหตฺวา กูฏฑฺฑกรณนิสฺสนฺเทน ปน ปิฏฺฐิมํสํ อุปฺปาเฏตฺวา ขาทติ, อุปฑฺฒูโปสถสฺส นิสฺสนฺเทน รตฺตึ สมฺปตฺตึ อนุโภติ, โสฬสสหสฺสนาฏกิตฺถีหิ ปริวุโต ปริจาเรสิ.
ตสฺมึ กาเล พาราณสิราชา กาเมสุ โทสํ ทิสฺวา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา อโธคงฺคาย รมณีเย ภูมิปเทเส ปณฺณสาลํ กาเรตฺวา อุญฺฉาจริยาย ยาเปนฺโต วิหาสิ. อเถกทิวสํ ตมฺหา อมฺพวนา มหาฆฏปฺปมาณํ อมฺพปกฺกํ คงฺคาย ปติตฺวา โสเตน วุยฺหมานํ ตสฺส ตาปสสฺส ปริโภคติตฺถาภิมุขํ อคมาสิ. โส มุขํ โธวนฺโต ตํ มชฺเฌ นทิยา อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา อุทกํ ตรนฺโต คนฺตฺวา อาทาย อสฺสมปทํ อาหริตฺวา อคฺยาคาเร ฐเปตฺวา สตฺถเกน ผาเลตฺวา ยาปนมตฺตํ ขาทิตฺวา เสสํ กทลิปณฺเณหิ ปฏิจฺฉาเทตฺวา ปุนปฺปุนํ ทิวเส ทิวเส ยาว ปริกฺขยา ขาทิ. ตสฺมึ ปน ขีเณ อญฺญํ ผลาผลํ ขาทิตุํ นาสกฺขิ, รสตณฺหาย พชฺฌิตฺวา ‘‘ตเมว อมฺพปกฺกํ ขาทิสฺสามี’’ติ นทีตีรํ คนฺตฺวา นทึ โอโลเกนฺโต ‘‘อมฺพํ อลภิตฺวา น อุฏฺฐหิสฺสามี’’ติ สนฺนิฏฺฐานํ กตฺวา นิสีทิ. โส ตตฺถ นิราหาโร เอกมฺปิ ทิวสํ, เทฺวปิ, ตีณิ, จตุ, ปญฺจ, ฉ ทิวสานิ วาตาตเปน ปริสุสฺสนฺโต อมฺพํ โอโลเกนฺโต นิสีทิ. อถ สตฺตเม ทิวเส นทีเทวตา อาวชฺชมานา ตํ การณํ ญตฺวา ‘‘อยํ ตาปโส ตณฺหาวสิโก หุตฺวา สตฺตาหํ นิราหาโร คงฺคํ โอโลเกนฺโต นิสีทิ, อิมสฺส อมฺพปกฺกํ อทาตุํ น ยุตฺตํ, อลภนฺโต มริสฺสติ, ทสฺสามิ ตสฺสา’’ติ อาคนฺตฺวา คงฺคาย อุปริ อากาเส ฐตฺวา เตน สทฺธึ สลฺลปนฺตี ปฐมํ คาถมาห –
๑. ‘‘กึฉนฺโท กิมธิปฺปาโย, เอโก สมฺมสิ ฆมฺมนิ;
กึปตฺถยาโน กึ เอสํ, เกน อตฺเถน พฺราหฺมณา’’ติ.
ตตฺถ ฉนฺโทติ อชฺฌาสโย. อธิปฺปาโยติ จิตฺตํ. สมฺมสีติ อจฺฉสิ. ฆมฺมนีติ คิเมฺห. เอสนฺติ เอสนฺโต. พฺราหฺมณาติ ปพฺพชิตตฺตา ตาปสํ อาลปติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – พฺราหฺมณ, ตฺวํ กึ อธิปฺปาโย กึ จินฺเตนฺโต กึ ปตฺเถนฺโต กึ คเวสนฺโต เกนตฺเถน อิมสฺมึ คงฺคาตีเร คงฺคํ โอโลเกนฺโต นิสินฺโนติ.
ตํ สุตฺวา ตาปโส นว คาถา อภาสิ –
๒. ‘‘ยถา มหา วาริธโร, กุมฺโภ สุปริณาหวา;
ตถูปมํ อมฺพปกฺกํ, วณฺณคนฺธรสุตฺตมํ.
๓. ‘‘ตํ วุยฺหมานํ โสเตน, ทิสฺวานามลมชฺฌิเม;
ปาณีภิ นํ คเหตฺวาน, อคฺยายตนมาหรึ.
๔. ‘‘ตโต กทลิปตฺเตสุ, นิกฺขิปิตฺวา สยํ อหํ;
สตฺเถน นํ วิกปฺเปตฺวา, ขุปฺปิปาสํ อหาสิ เม.
๕. ‘‘โสหํ อเปตทรโถ, พฺยนฺตีภูโต ทุขกฺขโม;
อสฺสาทํ นาธิคจฺฉามิ, ผเลสฺวญฺเญสุ เกสุจิ.
๖. ‘‘โสเสตฺวา นูน มรณํ, ตํ มมํ อาวหิสฺสติ;
อมฺพํ ยสฺส ผลํ สาทุ, มธุรคฺคํ มโนรมํ;
ยมุทฺธรึ วุยฺหมานํ, อุทธิสฺมา มหณฺณเว.
๗. ‘‘อกฺขาตํ เต มยา สพฺพํ, ยสฺมา อุปวสามหํ;
รมฺมํ ปติ นิสินฺโนสฺมิ, ปุถุโลมายุตา ปุถุ.
๘. ‘‘ตฺวญฺจ โข เมว อกฺขาหิ, อตฺตานมปลายินิ;
กา วา ตฺวมสิ กลฺยาณิ, กิสฺส วา ตฺวํ สุมชฺฌิเม.
๙. ‘‘รุปฺปปฏฺฏปลิมฏฺฐีว, พฺยคฺฆีว คิริสานุชา;
ยา สนฺติ นาริโย เทเวสุ, เทวานํ ปริจาริกา.
๑๐. ‘‘ยา จ มนุสฺสโลกสฺมึ, รูเปนานฺวาคติตฺถิโย;
รูเปน เต สทิสี นตฺถิ, เทเวสุ คนฺธพฺพมนุสฺสโลเก;
ปุฏฺฐาสิ เม จารุปุพฺพงฺคิ, พฺรูหิ นามญฺจ พนฺธเว’’ติ.
ตตฺถ วาริธโร กุมฺโภติ อุทกฆโฏ. สุปริณาหวาติ สุสณฺฐาโน. วณฺณคนฺธรสุตฺตมนฺติ วณฺณคนฺธรเสหิ อุตฺตมํ. ทิสฺวานาติ ทิสฺวา. อมลมชฺฌิเมติ นิมฺมลมชฺเฌ. เทวตํ อาลปนฺโต เอวมาห. ปาณีภีติ หตฺเถหิ. อคฺยายตนมาหรินฺติ อตฺตโน อคฺคิหุตสาลํ อาหรึ. วิกปฺเปตฺวาติ วิจฺฉินฺทิตฺวา. ‘‘วิกนฺเตตฺวา’’ติปิ ปาโฐ. ‘‘ขาทิ’’นฺติ ปาฐเสโส. อหาสิ เมติ ตํ ชิวฺหคฺเค ฐปิตมตฺตเมว สตฺต รสหรณิสหสฺสานิ ผริตฺวา มม ขุทญฺจ ปิปาสญฺจ หริ. อเปตทรโถติ วิคตกายจิตฺตทรโถ. สุธาโภชนํ ภุตฺตสฺส วิย หิ ตสฺส สพฺพทรถํ อปหริ. พฺยนฺตีภูโตติ ตสฺส อมฺพปกฺกสฺส วิคตนฺโต ชาโต, ปริกฺขีณอมฺพปกฺโก หุตฺวาติ อตฺโถ. ทุขกฺขโมติ ทุกฺเขน อสาเตน กายกฺขเมน เจว จิตฺตกฺขเมน จ สมนฺนาคโต. อญฺเญสุ ปน กทลิปนสาทีสุ ผเลสุ ปริตฺตกมฺปิ อสฺสาทํ นาธิคจฺฉามิ, สพฺพานิ เม ชิวฺหาย ฐปิตมตฺตานิ ติตฺตกาเนว สมฺปชฺชนฺตีติ ทีเปติ.
โสเสตฺวาติ นิราหารตาย โสเสตฺวา สุกฺขาเปตฺวา. ตํ มมนฺติ ตํ มม. ยสฺสาติ ยํ อสฺส, อโหสีติ อตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยํ ผลํ มม สาทุ อโหสิ, ยมหํ คมฺภีเร ปุถุลอุทกกฺขนฺธสงฺขาเต มหณฺณเว วุยฺหมานํ ตโต อุทธิสฺมา อุทฺธรึ, ตํ อมฺพํ มม มรณํ อาวหิสฺสตีติ มญฺญามิ, มยฺหํ ตํ อลภนฺตสฺส ชีวิตํ นปฺปวตฺติสฺสตีติ. อุปวสามีติ ขุปฺปิปาสาหิ อุปคโต วสามิ. รมฺมํ ปติ นิสินฺโนสฺมีติ รมณียํ นทึ ปติ อหํ นิสินฺโน. ปุถุโลมายุตา ปุถูติ อยํ นที ปุถุโลเมหิ มจฺเฉหิ อายุตา ปุถุ วิปุลา, อปิ นาม เม อิโต โสตฺถิ ภเวยฺยาติ อธิปฺปาโย. อปลายินีติ อปลายิตฺวา มม สมฺมุเข ฐิเตติ ตํ เทวตํ อาลปติ. ‘‘อปลาสินี’’ติปิ ปาโฐ, ปลาสรหิเต อนวชฺชสรีเรติ อตฺโถ. กิสฺส วาติ กิสฺส วา การณา อิธาคตาสีติ ปุจฺฉติ.
รูปปฏฺฏปลิมฏฺฐีวาติ สุฏฺฐุ ปริมชฺชิตกญฺจนปฏฺฏสทิสี. พฺยคฺฆีวาติ ลีลาวิลาเสน ตรุณพฺยคฺฆโปติกา วิย. เทวานนฺติ ฉนฺนํ กามาวจรเทวานํ. ยา จ มนุสฺสโลกสฺมินฺติ ยา จ มนุสฺสโลเก. รูเปนานฺวาคติตฺถิโยติ รูเปน อนฺวาคตา อิตฺถิโย นตฺถีติ อตฺตโน สมฺภาวนาย เอวมาห. ตว รูปสทิสาย นาม น ภวิตพฺพนฺติ หิสฺส อธิปฺปาโย. คนฺธพฺพมนุสฺสโลเกติ มูลคนฺธาทินิสฺสิเตสุ คนฺธพฺเพสุ จ มนุสฺสโลเก จ. จารุปุพฺพงฺคีติ จารุนา ปุพฺพงฺเคน อูรุลกฺขเณน สมนฺนาคเต. นามญฺจ พนฺธเวติ อตฺตโน นามโคตฺตญฺจ พนฺธเว จ มยฺหํ อกฺขาหีติ วทติ.
ตโต เทวธีตา อฏฺฐ คาถา อภาสิ –
๑๑. ‘‘ยํ ตฺวํ ปติ นิสินฺโนสิ, รมฺมํ พฺราหฺมณ โกสิกึ;
สาหํ ภุสาลยาวุตฺถา, วรวาริวโหฆสา.
๑๒. ‘‘นานาทุมคณากิณฺณา, พหุกา คิริกนฺทรา;
มเมว ปมุขา โหนฺติ, อภิสนฺทนฺติ ปาวุเส.
๑๓. ‘‘อโถ พหู วนโตทา, นีลวาริวหินฺธรา;
พหุกา นาควิตฺโตทา, อภิสนฺทนฺติ วารินา.
๑๔. ‘‘ตา อมฺพชมฺพุลพุชา, นีปา ตาลา จุทุมฺพรา;
พหูนิ ผลชาตานิ, อาวหนฺติ อภิณฺหโส.
๑๕. ‘‘ยํ กิญฺจิ อุภโต ตีเร, ผลํ ปตติ อมฺพุนิ;
อสํสยํ ตํ โสตสฺส, ผลํ โหติ วสานุคํ.
๑๖. ‘‘เอตทญฺญาย เมธาวิ, ปุถุปญฺญ สุโณหิ เม;
มา โรจย มภิสงฺคํ, ปฏิเสธ ชนาธิป.
๑๗. ‘‘น วาหํ วฑฺฒวํ มญฺเญ, ยํ ตฺวํ รฏฺฐาภิวฑฺฒน;
อาเจยฺยมาโน ราชิสิ, มรณํ อภิกงฺขสิ.
๑๘. ‘‘ตสฺส ชานนฺติ ปิตโร, คนฺธพฺพา จ สเทวกา;
เย จาปิ อิสโย โลเก, สญฺญตตฺตา ตปสฺสิโน;
อสํสยํ เตปิ ชานนฺติ, ปฏฺฐภูตา ยสสฺสิโน’’ติ.
ตตฺถ โกสิกินฺติ ยํ ตฺวํ, พฺราหฺมณ, รมฺมํ โกสิกึ คงฺคํ ปติ นิสินฺโน. ภุสาลยาวุตฺถาติ ภุเส จณฺฑโสเต อาลโย ยสฺส วิมานสฺส, ตสฺมึ อธิวตฺถา, คงฺคฏฺฐกวิมานวาสินีติ อตฺโถ. วรวาริวโหฆสาติ วรวาริวเหน โอเฆน สมนฺนาคตา. ปมุขาติ ตา วุตฺตปฺปการา คิริกนฺทรา มํ ปมุขํ กโรนฺติ, อหํ ตาสํ ปาโมกฺขา โหมีติ ทสฺเสติ. อภิสนฺทนฺตีติ สนฺทนฺติ ปวตฺตนฺติ, ตโต ตโต อาคนฺตฺวา มํ โกสิกิคงฺคํ ปวิสนฺตีติ อตฺโถ. วนโตทาติ น เกวลํ กนฺทราว, อถ โข พหู วนโตทา ตมฺหา ตมฺหา วนมฺหา อุทกานิปิ มํ พหูนิ ปวิสนฺติ. นีลวาริวหินฺธราติ มณิวณฺเณน นีลวารินา ยุตฺเต อุทกกฺขนฺธสงฺขาเต วเห ธารยนฺติโย. นาควิตฺโตทาติ นาคานํ วิตฺติกาเรน ธนสงฺขาเตน วา อุทเกน สมนฺนาคตา. วารินาติ เอวรูปา หิ พหู นทิโย มํ วารินาว อภิสนฺทนฺติ ปูเรนฺตีติ ทสฺเสติ.
ตาติ ตา นทิโย. อาวหนฺตีติ เอตานิ อมฺพาทีนิ อากฑฺฒนฺติ. สพฺพานิ หิ เอตานิ อุปโยคตฺเถ ปจฺจตฺตวจนานิ. อถ วา ตาติ อุปโยคพหุวจนํ. อาวหนฺตีติ อิมานิ อมฺพาทีนิ ตา นทิโย อาคจฺฉนฺติ, อุปคจฺฉนฺตีติ อตฺโถ, เอวํ อุปคตานิ ปน มม โสตํ ปวิสนฺตีติ อธิปฺปาโย. โสตสฺสาติ ยํ อุภโต ตีเร ชาตรุกฺเขหิ ผลํ มม อมฺพุนิ ปตติ, สพฺพํ ตํ มม โสตสฺเสว วสานุคํ โหติ. นตฺเถตฺถ สํสโยติ เอวํ อมฺพปกฺกสฺส นทีโสเตน อาคมนการณํ กเถสิ.
เมธาวิ ปุถุปญฺญาติ อุภยํ อาลปนเมว. มา โรจยาติ เอวํ ตณฺหาภิสงฺคํ มา โรจย. ปฏิเสธาติ ปฏิเสเธหิ นนฺติ ราชานํ โอวทติ. วฑฺฒวนฺติ ปญฺญาวฑฺฒภาวํ ปณฺฑิตภาวํ. รฏฺฐาภิวฑฺฒนาติ รฏฺฐสฺส อภิวฑฺฒน. อาเจยฺยมาโนติ มํสโลหิเตหิ อาจิยนฺโต วฑฺฒนฺโต, ตรุโณว หุตฺวาติ อตฺโถ. ราชิสีติ ตํ อาลปติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยํ ตฺวํ นิราหารตาย สุสฺสมาโน ตรุโณว สมาโน อมฺพโลเภน มรณํ อภิกงฺขสิ, น เว อหํ ตว อิมํ ปณฺฑิตภาวํ มญฺญามีติ.
ตสฺสาติ โย ปุคฺคโล ตณฺหาวสิโก โหติ, ตสฺส ตณฺหาวสิกภาวํ ‘‘ปิตโร’’ติ สงฺขํ คตา พฺรหฺมาโน จ สทฺธึ กามาวจรเทเวหิ คนฺธพฺพา จ วุตฺตปฺปการา ทิพฺพจกฺขุกา อิสโย จ อสํสยํ ชานนฺติ. อนจฺฉริยญฺเจตํ, ยํ เต อิทฺธิมนฺโต ชาเนยฺยุํ, ‘‘อสุโก หิ นาม ตณฺหาวสิโก โหตี’’ติ. ปุน เตสํ ภาสมานานํ วจนํ สุตฺวา เยปิ เตสํ ปฏฺฐภูตา ยสสฺสิโน ปริจารกา, เตปิ ชานนฺติ. ปาปกมฺมํ กโรนฺตสฺส หิ รโห นาม นตฺถีติ ตาปสสฺส สํเวคํ อุปฺปาเทนฺตี เอวมาห.
ตโต ตาปโส จตสฺโส คาถา อภาสิ –
๑๙. ‘‘เอวํ วิทิตฺวา วิทู สพฺพธมฺมํ, วิทฺธํสนํ จวนํ ชีวิตสฺส;
น จียตี ตสฺส นรสฺส ปาปํ, สเจ น เจเตติ วธาย ตสฺส.
๒๐. ‘‘อิสิปูคสมญฺญาเต, เอวํ โลกฺยา วิทิตา สติ;
อนริยปริสมฺภาเส, ปาปกมฺมํ ชิคีสสิ.
๒๑. ‘‘สเจ อหํ มริสฺสามิ, ตีเร เต ปุถุสุสฺโสณิ;
อสํสยํ ตํ อสิโลโก, มยิ เปเต อาคมิสฺสติ.
๒๒. ‘‘ตสฺมา หิ ปาปกํ กมฺมํ, รกฺขสฺเสว สุมชฺฌิเม;
มา ตํ สพฺโพ ชโน ปจฺฉา, ปกุฏฺฐายิ มยิ มเต’’ติ.
ตตฺถ เอวํ วิทิตฺวาติ ยถา อหํ สีลญฺจ อนิจฺจตญฺจ ชานามิ, เอวํ ชานิตฺวา ฐิตสฺส. วิทูติ วิทุโน. สพฺพธมฺมนฺติ สพฺพํ สุจริตธมฺมํ. ติวิธญฺหิ สุจริตํ อิธ สพฺพธมฺโมติ อธิปฺเปตํ. วิทฺธํสนนฺติ ภงฺคํ. จวนนฺติ จุตึ. ชีวิตสฺสาติ อายุโน. อิทํ วุตฺตํ โหติ – เอวํ วิทิตฺวา ฐิตสฺส ปณฺฑิตสฺส สพฺพํ สุจริตธมฺมํ ชีวิตสฺส จ อนิจฺจตํ ชานนฺตสฺส เอวรูปสฺส นรสฺส ปาปํ น จียติ น วฑฺฒติ. สเจ น เจเตติ วธาย ตสฺสาติ ตสฺส สงฺขํ คตสฺส ปรปุคฺคลสฺส วธาย น เจเตติ น ปกปฺเปติ, เนว ปรปุคฺคลํ วธาย เจเตติ, นาปิ ปรสนฺตกํ วินาเสติ, อหญฺจ กสฺสจิ วธาย อเจเตตฺวา เกวลํ อมฺพปกฺเก อาสงฺคํ กตฺวา คงฺคํ โอโลเกนฺโต นิสินฺโน, ตฺวํ มยฺหํ กึ นาม อกุสลํ ปสฺสสีติ.
อิสิปูคสมญฺญาเตติ อิสิคเณน สุฏฺฐุ อญฺญาเต อิสีนํ สมฺมเต. เอวํ โลกฺยาติ ตฺวํ นาม ปาปปวาหเนน โลกสฺส หิตาติ เอวํ วิทิตา. สตีติ สติ โสภเน อุตฺตเมติ อาลปนเมตํ. อนริยปริสมฺภาเสติ ‘‘ตสฺส ชานนฺติ ปิตโร’’ติอาทิกาย อสุนฺทราย ปริภาสาย สมนฺนาคเต. ชิคีสสีติ มยิ ปาเป อสํวิชฺชนฺเตปิ มํ เอวํ ปริภาสนฺตี จ ปรมรณํ อชฺฌุเปกฺขนฺตี จ อตฺตโน ปาปกมฺมํ คเวสสิ อุปฺปาเทสิ. ตีเร เตติ ตว คงฺคาตีเร. ปุถุสุสฺโสณีติ ปุถุลาย สุนฺทราย โสณิยา สมนฺนาคเต. เปเตติ อมฺพปกฺกํ อลภิตฺวา ปรโลกํ คเต, มเตติ อตฺโถ. ปกุฏฺฐายีติ อกฺโกสิ ครหิ นินฺทิ. ‘‘ปกฺวตฺถาสี’’ติปิ ปาโฐ.
ตํ สุตฺวา เทวธีตา ปญฺจ คาถา อภาสิ –
๒๓. ‘‘อญฺญาตเมตํ อวิสยฺหสาหิ, อตฺตานมมฺพญฺจ ททามิ เต ตํ;
โย ทุพฺพเช กามคุเณ ปหาย, สนฺติญฺจ ธมฺมญฺจ อธิฏฺฐิโตสิ.
๒๔. ‘‘โย หิตฺวา ปุพฺพสญฺโญคํ, ปจฺฉาสํโยชเน ฐิโต;
อธมฺมญฺเจว จรติ, ปาปญฺจสฺส ปวฑฺฒติ.
๒๕. ‘‘เอหิ ตํ ปาปยิสฺสามิ, กามํ อปฺโปสฺสุโก ภว;
อุปนยามิ สีตสฺมึ, วิหราหิ อนุสฺสุโก.
๒๖. ‘‘ตํ ปุปฺผรสมตฺเตภิ, วกฺกงฺเคหิ อรินฺทม;
โกญฺจา มยูรา ทิวิยา, โกลฏฺฐิมธุสาฬิกา;
กูชิตา หํสปูเคหิ, โกกิเลตฺถ ปโพธเร.
๒๗. ‘‘อมฺเพตฺถ วิปฺปสาขคฺคา, ปลาลขลสนฺนิภา;
โกสมฺพสลฬา นีปา, ปกฺกตาลวิลมฺพิโน’’ติ.
ตตฺถ อญฺญาตเมตนฺติ ‘‘ครหา เต ภวิสฺสตีติ วทนฺโต อมฺพปกฺกตฺถาย วทสี’’ติ เอตํ การณํ มยา อญฺญาตํ. อวิสยฺหสาหีติ ราชาโน นาม ทุสฺสหํ สหนฺติ, เตน นํ อาลปนฺตี เอวมาห. อตฺตานนฺติ ตํ อาลิงฺคิตฺวา อมฺพวนํ นยนฺตี อตฺตานญฺจ เต ททามิ ตญฺจ อมฺพํ. กามคุเณติ กญฺจนมาลาเสตจฺฉตฺตปฏิมณฺฑิเต วตฺถุกาเม. สนฺติญฺจ ธมฺมญฺจาติ ทุสฺสีลฺยวูปสเมน สนฺติสงฺขาตํ สีลญฺเจว สุจริตธมฺมญฺจ. อธิฏฺฐิโตสีติ โย ตฺวํ อิเม คุเณ อุปคโต, เอเตสุ วา ปติฏฺฐิโตติ อตฺโถ.
ปุพฺพสญฺโญคนฺติ ปุริมพนฺธนํ. ปจฺฉาสํโยชเนติ ปจฺฉิมพนฺธเน. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อมฺโภ ตาปส โย มหนฺตํ รชฺชสิริวิภวํ ปหาย อมฺพปกฺกมตฺเต รสตณฺหาย พชฺฌิตฺวา วาตาตปํ อคเณตฺวา นทีตีเร สุสฺสมาโน นิสีทติ, โส มหาสมุทฺทํ ตริตฺวา เวลนฺเต สํสีทนปุคฺคลสทิโส. โย ปุคฺคโล รสตณฺหาวสิโก อธมฺมญฺเจว จรติ, รสตณฺหาวเสน กริยมานํ ปาปญฺจสฺส ปวฑฺฒตีติ. อิติ สา ตาปสํ ครหนฺตี เอวมาห.
กามํ อปฺโปสฺสุโก ภวาติ เอกํเสเนว อมฺพปกฺเก นิราลโย โหหิ. สีตสฺมินฺติ สีตเล อมฺพวเน. ตนฺติ เอวํ วทมานาว เทวตา ตาปสํ อาลิงฺคิตฺวา อุเร นิปชฺชาเปตฺวา อากาเส ปกฺขนฺตา ติโยชนิกํ ทิพฺพอมฺพวนํ ทิสฺวา สกุณสทฺทญฺจ สุตฺวา ตาปสสฺส อาจิกฺขนฺตี ‘‘ต’’นฺติ เอวมาห. ปุปฺผรสมตฺเตภีติ ปุปฺผรเสน มตฺเตหิ. วกฺกงฺเคหีติ วงฺกคีเวหิ สกุเณหิ อภินาทิตนฺติ อตฺโถ. อิทานิ เต สกุเณ อาจิกฺขนฺตี ‘‘โกญฺจา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ทิวิยาติ ทิพฺยา. โกลฏฺฐิมธุสาฬิกาติ โกลฏฺฐิสกุณา จ นาม สุวณฺณสาฬิกา สกุณา จ. เอเต ทิพฺพสกุณา เอตฺถ วสนฺตีติ ทสฺเสติ. กูชิตา หํสปูเคหีติ หํสคเณหิ อุปกูชิตา วิรวสงฺฆฏฺฏิตา. โกกิเลตฺถ ปโพธเรติ เอตฺถ อมฺพวเน โกกิลา วสฺสนฺติโย อตฺตานํ ปโพเธนฺติ ญาเปนฺติ. อมฺเพตฺถาติ อมฺพา เอตฺถ. วิปฺปสาขคฺคาติ ผลภาเรน โอนมิตสาขคฺคา. ปลาลขลสนฺนิภาติ ปุปฺผสนฺนิจเยน สาลิปลาลขลสทิสา. ปกฺกตาลวิลมฺพิโนติ ปกฺกตาลผลวิลมฺพิโน. เอวรูปา รุกฺขา จ เอตฺถ อตฺถีติ อมฺพวนํ วณฺเณติ.
วณฺณยิตฺวา จ ปน ตาปสํ ตตฺถ โอตาเรตฺวา ‘‘อิมสฺมึ อมฺพวเน อมฺพานิ ขาทนฺโต อตฺตโน ตณฺหํ ปูเรหี’’ติ วตฺวา ปกฺกามิ. ตาปโส อมฺพานิ ขาทิตฺวา ตณฺหํ ปูเรตฺวา วิสฺสมิตฺวา อมฺพวเน วิจรนฺโต ตํ เปตํ ทุกฺขํ อนุภวนฺตํ ทิสฺวา กิญฺจิ วตฺตุํ นาสกฺขิ. สูริเย ปน อตฺถงฺคเต ตํ นาฏกิตฺถิปริวาริตํ ทิพฺพสมฺปตฺตึ อนุภวมานํ ทิสฺวา ติสฺโส คาถา อภาสิ –
๒๘. ‘‘มาลี กิริฏี กายูรี, องฺคที จนฺทนุสฺสโท;
รตฺตึ ตฺวํ ปริจาเรสิ, ทิวา เวเทสิ เวทนํ.
๒๙. ‘‘โสฬสิตฺถิสหสฺสานิ, ยา เตมา ปริจาริกา;
เอวํ มหานุภาโวสิ, อพฺภุโต โลมหํสโน.
๓๐. ‘‘กึ กมฺมมกรี ปุพฺเพ, ปาปํ อตฺตทุขาวหํ;
ยํ กริตฺวา มนุสฺเสสุ, ปิฏฺฐิมํสานิ ขาทสี’’ติ.
ตตฺถ มาลีติ ทิพฺพมาลาธโร. กิริฏีติ ทิพฺพเวฐนธโร. กายูรีติ ทิพฺพาภรณปฏิมณฺฑิโต. องฺคทีติ ทิพฺพงฺคทสมนฺนาคโต. จนฺทนุสฺสโทติ ทิพฺพจนฺทนวิลิตฺโต. ปริจาเรสีติ อินฺทฺริยานิ ทิพฺพวิสเยสุ จาเรสิ. ทิวาติ ทิวา ปน มหาทุกฺขํ อนุโภสิ. ยา เตมาติ ยา เต อิมา. อพฺภุโตติ มนุสฺสโลเก อภูตปุพฺโพ. โลมหํสโนติ เย ตํ ปสฺสนฺติ, เตสํ โลมานิ หํสนฺติ. ปุพฺเพติ ปุริมภเว. อตฺตทุขาวหนฺติ อตฺตโน ทุกฺขาวหํ. มนุสฺเสสูติ ยํ มนุสฺสโลเก กตฺวา อิทานิ อตฺตโน ปิฏฺฐิมํสานิ ขาทสีติ ปุจฺฉติ.
เปโต ตํ สญฺชานิตฺวา ‘‘ตุเมฺห มํ น สญฺชานาถ, อหํ ตุมฺหากํ ปุโรหิโต อโหสึ, อิทํ เม รตฺตึ สุขานุภวนํ ตุเมฺห นิสฺสาย กตสฺส อุปฑฺฒูโปสถสฺส นิสฺสนฺเทน ลทฺธํ, ทิวา ทุกฺขานุภวนํ ปน มยา ปกตสฺส ปาปสฺเสว นิสฺสนฺเทน. อหญฺหิ ตุเมฺหหิ วินิจฺฉเย ฐปิโต กูฏฑฺฑํ กริตฺวา ลญฺชํ คเหตฺวา ปรปิฏฺฐิมํสิโก หุตฺวา ตสฺส ทิวา กตสฺส กมฺมสฺส นิสฺสนฺเทน อิทํ ทุกฺขํ อนุภวามี’’ติ วตฺวา คาถาทฺวยมาห –
๓๑. ‘‘อชฺเฌนานิ ปฏิคฺคยฺห, กาเมสุ คธิโต อหํ;
อจรึ ทีฆมทฺธานํ, ปเรสํ อหิตายหํ.
๓๒. ‘‘โย ปิฏฺฐิมํสิโก โหติ, เอวํ อุกฺกจฺจ ขาทติ;
ยถาหํ อชฺช ขาทามิ, ปิฏฺฐิมํสานิ อตฺตโน’’ติ.
ตตฺถ อชฺเฌนานีติ เวเท. ปฏิคฺคยฺหาติ ปฏิคฺคเหตฺวา อธียิตฺวา. อจรินฺติ ปฏิปชฺชึ. อหิตายหนฺติ อหิตาย อตฺถนาสนาย อหํ. โย ปิฏฺฐิมํสิโกติ โย ปุคฺคโล ปเรสํ ปิฏฺฐิมํสขาทโก ปิสุโณ โหติ. อุกฺกจฺจาติ อุกฺกนฺติตฺวา.
อิทญฺจ ปน วตฺวา ตาปสํ ปุจฺฉิ – ‘‘ตุเมฺห กถํ อิธาคตา’’ติ. ตาปโส สพฺพํ วิตฺถาเรน กเถสิ. ‘‘อิทานิ ปน, ภนฺเต, อิเธว วสิสฺสถ, คมิสฺสถา’’ติ. ‘‘น วสิสฺสามิ, อสฺสมปทํเยว คมิสฺสามี’’ติ. เปโต ‘‘สาธุ, ภนฺเต, อหํ โว นิพทฺธํ อมฺพปกฺเกน อุปฏฺฐหิสฺสามี’’ติ วตฺวา อตฺตโน อานุภาเวน อสฺสมปเทเยว โอตาเรตฺวา ‘‘อนุกฺกณฺฐา อิเธว วสถา’’ติ ปฏิญฺญํ คเหตฺวา คโต. ตโต ปฏฺฐาย นิพทฺธํ อมฺพปกฺเกน อุปฏฺฐหิ. ตาปโส ตํ ปริภุญฺชนฺโต กสิณปริกมฺมํ กตฺวา ฌานาภิญฺญา นิพฺพตฺเตตฺวา พฺรหฺมโลกปรายโณ อโหสิ.
สตฺถา อุปาสกานํ อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ, สจฺจปริโยสาเน เกจิ โสตาปนฺนา อเหสุํ, เกจิ สกทาคามิโน, เกจิ อนาคามิโน. ตทา เทวธีตา อุปฺปลวณฺณา อโหสิ, ตาปโส ปน อหเมว อโหสินฺติ.
กึฉนฺทชาตกวณฺณนา ปฐมา.
[๕๑๒] ๒. กุมฺภชาตกวณฺณนา
โก ปาตุราสีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต วิสาขาย สหายิกา สุราปีตา ปญฺจสตา อิตฺถิโย อารพฺภ กเถสิ. สาวตฺถิยํ กิร สุราฉเณ สงฺฆุฏฺเฐ ตา ปญฺจสตา อิตฺถิโย สามิกานํ ฉเณ กีฬมานานํ ติกฺขสุรํ ปฏิยาเทตฺวา ‘‘ฉณํ กีฬิสฺสามา’’ติ สพฺพาปิ วิสาขาย สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘สหายิเก ฉณํ กีฬิสฺสามา’’ติ วตฺวา ‘‘อยํ สุราฉโณ, น อหํ สุรํ ปิวิสฺสามี’’ติ วุตฺเต – ‘‘ตุเมฺห สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ทานํ เทถ, มยํ ฉณํ กริสฺสามา’’ติ อาหํสุ. สา ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ตา อุยฺโยเชตฺวา สตฺถารํ นิมนฺตาเปตฺวา มหาทานํ ปวตฺเตตฺวา พหุํ คนฺธมาลํ อาทาย สายนฺหสมเย ธมฺมกถํ โสตุํ ตาหิ ปริวุตา เชตวนํ อคมาสิ. ตา ปนิตฺถิโย สุรํ ปิวมานาว ตาย สทฺธึ คนฺตฺวา ทฺวารโกฏฺฐเก ฐตฺวา สุรํ ปิวิตฺวาว ตาย สทฺธึ สตฺถุ สนฺติกํ อคมํสุ. วิสาขา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ, อิตราสุ เอกจฺจา สตฺถุ สนฺติเกเยว นจฺจึสุ, เอกจฺจา คายึสุ, เอกจฺจา หตฺถกุกฺกุจฺจปาทกุกฺกุจฺจานิ, เอกจฺจา กลหํ อกํสุ.
สตฺถา ตาสํ สํเวคชนนตฺถาย ภมุกโลมโต รํสี วิสฺสชฺเชสิ, อนฺธการติมิสา อโหสิ. ตา ภีตา อเหสุํ มรณภยตชฺชิตา, เตน ตาสํ สุรา ชีริ. สตฺถา นิสินฺนปลฺลงฺเก อนฺตรหิโต สิเนรุมุทฺธนิ ฐตฺวา อุณฺณโลมโต รํสี วิสฺสชฺเชสิ, จนฺทสูริยสหสฺสุคฺคมนํ วิย อโหสิ. สตฺถา ตตฺถ ฐิโตว ตาสํ สํเวคชนนตฺถาย –
‘‘โก นุ หาโส กิมานนฺโท, นิจฺจํ ปชฺชลิเต สติ;
อนฺธกาเรน โอนทฺธา, ปทีปํ น คเวสถา’’ติ. (ธ. ป. ๑๔๖) –
อิมํ คาถมาห. คาถาปริโยสาเน ตา ปญฺจสตาปิ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหึสุ. สตฺถา อาคนฺตฺวา คนฺธกุฏิฉายาย พุทฺธาสเน นิสีทิ. อถ นํ วิสาขา วนฺทิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, อิทํ หิโรตฺตปฺปเภทกํ สุราปานํ นาม กทา อุปฺปนฺน’’นฺติ ปุจฺฉิ. โส ตสฺสา อาจิกฺขนฺโต อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต เอโก กาสิรฏฺฐวาสี สุโร นาม วนจรโก ภณฺฑปริเยสนตฺถาย หิมวนฺตํ อคมาสิ. ตตฺเถโก รุกฺโข อุคฺคนฺตฺวา โปริสมตฺเต ฐาเน ติธากปฺโป อโหสิ. ตสฺส ติณฺณํ กปฺปานํ อนฺตเร จาฏิปฺปมาโณ อาวาโฏ อโหสิ. โส เทเว วสฺสนฺเต อุทเกน ปูริโต, ตํ ปริวาเรตฺวา หรีตกี อามลกี มริจคจฺโฉ จ อโหสิ, เตสํ ปกฺกานิ ผลานิ ฉิชฺชิตฺวา ตตฺถ ปตนฺติ. ตสฺสาวิทูเร สยํชาตสาลิ ชาโต, ตโต สุวกา สาลิสีสานิ อาหริตฺวา ตสฺมึ รุกฺเข นิสีทิตฺวา ขาทนฺติ. เตสํ ขาทมานานํ สาลีปิ ตณฺฑุลาปิ ตตฺถ ปตนฺติ. อิติ ตํ อุทกํ สูริยสนฺตาเปน ปจฺจมานํ รสํ โลหิตวณฺณํ อโหสิ. นิทาฆสมเย ปิปาสิตา สกุณคณา อาคนฺตฺวา ตํ ปิวิตฺวา มตฺตา ปริวตฺติตฺวา รุกฺขมูเล ปตึสุ, ตสฺมึ โถกํ นิทฺทายิตฺวา วิกูชมานา ปกฺกมนฺติ. รุกฺขสุนขมกฺกฏาทีสุปิ เอเสว นโย. วนจรโก ตํ ทิสฺวา ‘‘สเจ อิทํ วิสํ ภเวยฺย, อิเม มเรยฺยุํ, อิเม ปน โถกํ นิทฺทายิตฺวา ยถาสุขํ คจฺฉนฺติ, นยิทํ วิส’’นฺติ สยํ ปิวิตฺวา มตฺโต หุตฺวา มํสํ ขาทิตุกาโม อโหสิ. ตโต อคฺคึ กตฺวา รุกฺขมูเล ปติเต ติตฺติรกุกฺกุฏาทโย มาเรตฺวา มํสํ องฺคาเร ปจิตฺวา เอเกน หตฺเถน นจฺจนฺโต เอเกน มํสํ ขาทนฺโต เอกาหทฺวีหํ ตตฺเถว อโหสิ.
ตโต ปน อวิทูเร เอโก วรุโณ นาม ตาปโส วสติ. วนจรโก อญฺญทาปิ ตสฺส สนฺติกํ คจฺฉติ. อถสฺส เอตทโหสิ – ‘‘อิทํ ปานํ ตาปเสน สทฺธึ ปิวิสฺสามี’’ติ. โส เอกํ เวฬุนาฬิกํ ปูเรตฺวา ปกฺกมํเสน สทฺธึ อาหริตฺวา ปณฺณสาลํ คนฺตฺวา, ‘‘ภนฺเต, อิมํ ปิวถา’’ติ วตฺวา อุโภปิ มํสํ ขาทนฺตา ปิวึสุ. อิติ สุเรน จ วรุเณน จ ทิฏฺฐตฺตา ตสฺส ปานสฺส ‘‘สุรา’’ติ จ ‘‘วรุณา’’ติ จ นามํ ชาตํ. เต อุโภปิ ‘‘อตฺเถโส อุปาโย’’ติ เวฬุนาฬิโย ปูเรตฺวา กาเชนาทาย ปจฺจนฺตนครํ คนฺตฺวา ‘‘ปานการกา นาม อาคตา’’ติ รญฺโญ อาโรจาเปสุํ. ราชา เน ปกฺโกสาเปสิ, เต ตสฺส ปานํ อุปเนสุํ. ราชา เทฺว ตโย วาเร ปิวิตฺวา มชฺชิ, ตสฺส ตํ เอกาหทฺวีหมตฺตเมว อโหสิ. อถ เน ‘‘อญฺญมฺปิ อตฺถี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘อตฺถิ, เทวา’’ติ. ‘‘กุหิ’’นฺติ? ‘‘หิมวนฺเต เทวา’’ติ. ‘‘เตน หิ อาเนถา’’ติ. เต คนฺตฺวา เอกเทฺว วาเร อาเนตฺวา ‘‘นิพทฺธํ คนฺตุํ น สกฺขิสฺสามา’’ติ สมฺภาเร สลฺลกฺเขตฺวา ตสฺส รุกฺขสฺส ตจํ อาทึ กตฺวา สพฺพสมฺภาเร ปกฺขิปิตฺวา นคเร สุรํ กรึสุ. นาครา สุรํ ปิวิตฺวา ปมาทํ อาปนฺนา ทุคฺคตา อเหสุํ, นครํ สุญฺญํ วิย อโหสิ, เตน ปานการกา ตโต ปลายิตฺวา พาราณสึ คนฺตฺวา ‘‘ปานการกา อาคตา’’ติ รญฺโญ อาโรจาเปสุํ. ราชา เน ปกฺโกสาเปตฺวา ปริพฺพยํ อทาสิ. เต ตตฺถาปิ สุรํ อกํสุ, ตมฺปิ นครํ ตเถว วินสฺสิ, ตโต ปลายิตฺวา สาเกตํ, สาเกตโต สาวตฺถึ อคมํสุ.
ตทา สาวตฺถิยํ สพฺพมิตฺโต นาม ราชา อโหสิ. โส เตสํ สงฺคหํ กตฺวา ‘‘เกน โว อตฺโถ’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘สมฺภารมูเลน เจว สาลิปิฏฺเฐน จ ปญฺจหิ จาฏิสเตหิ จา’’ติ วุตฺเต สพฺพํ ทาเปสิ. เต ปญฺจสุ จาฏิสเตสุ สุรํ สณฺฐาเปตฺวา มูสิกภเยน จาฏิรกฺขณตฺถาย เอเกกาย จาฏิยา สนฺติเก เอเกกํ พิฬารํ พนฺธึสุ. เต ปจฺจิตฺวา อุตฺตรณกาเล จาฏิกุจฺฉีสุ ปคฺฆรนฺตํ สุรํ ปิวิตฺวา มตฺตา นิทฺทายึสุ. มูสิกา อาคนฺตฺวา เตสํ กณฺณนาสิกทาฐิกนงฺคุฏฺเฐ ขาทิตฺวา อคมํสุ. ‘‘พิฬารา สุรํ ปิวิตฺวา มตา’’ติ อายุตฺตกปุริสา รญฺโญ อาโรเจสุํ. ราชา ‘‘วิสการกา เอเต ภวิสฺสนฺตี’’ติ เตสํ ทฺวินฺนมฺปิ ชนานํ สีสานิ ฉินฺทาเปสิ. เต ‘‘สุรํ เทว, มธุรํ เทวา’’ติ วิรวนฺตาว มรึสุ. ราชา เต มาราเปตฺวา ‘‘จาฏิโย ภินฺทถา’’ติ อาณาเปสิ. พิฬาราปิ สุราย ชิณฺณาย อุฏฺฐหิตฺวา กีฬนฺตา วิจรึสุ, เต ทิสฺวา รญฺโญ อาโรเจสุํ. ราชา ‘‘สเจ วิสํ อสฺส, เอเต มเรยฺยุํ, มธุเรเนว ภวิตพฺพํ, ปิวิสฺสามิ น’’นฺติ นครํ อลงฺการาเปตฺวา ราชงฺคเณ มณฺฑปํ การาเปตฺวา อลงฺกตมณฺฑเป สมุสฺสิตเสตจฺฉตฺเต ราชปลฺลงฺเก นิสีทิตฺวา อมจฺจคณปริวุโต สุรํ ปาตุํ อารภิ.
ตทา สกฺโก เทวราชา ‘‘เก นุ โข มาตุปฏฺฐานาทีสุ อปฺปมตฺตา ตีณิ สุจริตานิ ปูเรนฺตี’’ติ โลกํ โวโลเกนฺโต ตํ ราชานํ สุรํ ปาตุํ นิสินฺนํ ทิสฺวา ‘‘สจายํ สุรํ ปิวิสฺสติ, สกลชมฺพุทีโป นสฺสิสฺสติ. ยถา น ปิวิสฺสติ, ตถา นํ กริสฺสามี’’ติ เอกํ สุราปุณฺณํ กุมฺภํ หตฺถตเล ฐเปตฺวา พฺราหฺมณเวเสนาคนฺตฺวา รญฺโญ สมฺมุขฏฺฐาเน อากาเส ฐตฺวา ‘‘อิมํ กุมฺภํ กิณาถ, อิมํ กุมฺภํ กิณาถา’’ติ อาห. สพฺพมิตฺตราชา ตํ ตถา วทนฺตํ อากาเส ฐิตํ ทิสฺวา ‘‘กุโต นุ โข พฺราหฺมโณ อาคจฺฉตี’’ติ เตน สทฺธึ สลฺลปนฺโต ติสฺโส คาถา อภาสิ –
๓๓. ‘‘โก ปาตุราสี ติทิวา นภมฺหิ, โอภาสยํ สํวรึ จนฺทิมาว;
คตฺเตหิ เต รสฺมิโย นิจฺฉรนฺติ, สเตรตา วิชฺชุริวนฺตลิกฺเข.
๓๔. ‘‘โส ฉินฺนวาตํ กมสี อฆมฺหิ, เวหายสํ คจฺฉสิ ติฏฺฐสี จ;
อิทฺธี นุ เต วตฺถุกตา สุภาวิตา, อนทฺธคูนํ อปิ เทวตานํ.
๓๕. ‘‘เวหายสํ คมฺมมาคมฺม ติฏฺฐสิ, กุมฺภํ กิณาถาติ ยเมตมตฺถํ;
โก วา ตุวํ กิสฺส วา ตาย กุมฺโภ, อกฺขาหิ เม พฺราหฺมณ เอตมตฺถ’’นฺติ.
ตตฺถ โก ปาตุราสีติ กุโต ปาตุภูโตสิ, กุโต อาคโตสีติ อตฺโถ. ติทิวา นภมฺหีติ กึ ตาวตึสภวนา อาคนฺตฺวา อิธ นภมฺหิ อากาเส ปากโฏ ชาโตสีติ ปุจฺฉติ. สํวรินฺติ รตฺตึ. สเตรตาติ เอวํนามิกา. โสติ โส ตฺวํ. ฉินฺนวาตนฺติ วลาหโกปิ ตาว วาเตน กมติ, ตสฺส ปน โสปิ วาโต นตฺถิ, เตเนวมาห. กมสีติ ปวตฺเตสิ. อฆมฺหีติ อปฺปฏิเฆ อากาเส. วตฺถุกตาติ วตฺถุ วิย ปติฏฺฐา วิย กตา. อนทฺธคูนํ อปิ เทวตานนฺติ ยา ปทสา อทฺธานํ อคมเนน อนทฺธคูนํ เทวตานํ อิทฺธิ, สา อปิ ตว สุภาวิตาติ ปุจฺฉติ. เวหายสํ คมฺมมาคมฺมาติ อากาเส ปวตฺตํ ปทวีติหารํ ปฏิจฺจ นิสฺสาย. ‘‘ติฏฺฐสี’’ติ อิมสฺส ‘‘โก วา ตุว’’นฺติ อิมินา สมฺพนฺโธ, เอวํ ติฏฺฐมาโน โก วา ตฺวนฺติ อตฺโถ. ยเมตมตฺถนฺติ ยํ เอตํ วทสิ. อิมสฺส ‘‘กิสฺส วา ตาย’’นฺติ อิมินา สมฺพนฺโธ, ยํ เอตํ กุมฺภํ กิณาถาติ วทสิ, กิสฺส วา เต อยํ กุมฺโภติ อตฺโถ.
ตโต สกฺโก ‘‘เตน หิ สุณาหี’’ติ วตฺวา สุราย โทเส ทสฺเสนฺโต อาห –
๓๖. ‘‘น สปฺปิกุมฺโภ นปิ เตลกุมฺโภ, น ผาณิตสฺส น มธุสฺส กุมฺโภ;
กุมฺภสฺส วชฺชานิ อนปฺปกานิ, โทเส พหู กุมฺภคเต สุณาถ.
๓๗. ‘‘คเฬยฺย ยํ ปิตฺวา ปเต ปปาตํ, โสพฺภํ คุหํ จนฺทนิโยฬิคลฺลํ;
พหุมฺปิ ภุญฺเชยฺย อโภชเนยฺยํ, ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ.
๓๘. ‘‘ยํ ปิตฺวา จิตฺตสฺมึ อเนสมาโน, อาหิณฺฑตี โคริว ภกฺขสาที;
อนาถมาโน อุปคายติ นจฺจติ จ, ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ.
๓๙. ‘‘ยํ เว ปิวิตฺวา อเจโลว นคฺโค, จเรยฺย คาเม วิสิขนฺตรานิ;
สมฺมูฬฺหจิตฺโต อติเวลสายี, ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ.
๔๐. ‘‘ยํ ปิตฺวา อุฏฺฐาย ปเวธมาโน, สีสญฺจ พาหุญฺจ ปจาลยนฺโต;
โส นจฺจตี ทารุกฏลฺลโกว, ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ.
๔๑. ‘‘ยํ เว ปิวิตฺวา อคฺคิทฑฺฒา สยนฺติ, อโถ สิคาเลหิปิ ขาทิตาเส;
พนฺธํ วธํ โภคชานิญฺจุเปนฺติ, ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ.
๔๒. ‘‘ยํ ปิตฺวา ภาเสยฺย อภาสเนยฺยํ, สภายมาสีโน อเปตวตฺโถ;
สมฺมกฺขิโต วนฺตคโต พฺยสนฺโน, ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ.
๔๓. ‘‘ยํ เว ปิวิตฺวา อุกฺกฏฺโฐ อาวิลกฺโข, มเมว สพฺพปถวีติ มญฺเญ;
น เม สโม จาตุรนฺโตปิ ราชา, ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ.
๔๔. ‘‘มานาติมานา กลหานิ เปสุณี, ทุพฺพณฺณินี นคฺคยินี ปลายินี;
โจราน ธุตฺตาน คตี นิเกโต, ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ.
๔๕. ‘‘อิทฺธานิ ผีตานิ กุลานิ อสฺสุ, อเนกสาหสฺสธนานิ โลเก;
อุจฺฉินฺนทายชฺชกตานิมาย, ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ.
๔๖. ‘‘ธญฺญํ ธนํ รชตํ ชาตรูปํ, เขตฺตํ ควํ ยตฺถ วินาสยนฺติ;
อุจฺเฉทนี วิตฺตคตํ กุลานํ, ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ.
๔๗. ‘‘ยํ เว ปิตฺวา ทิตฺตรูโปว โปโส, อกฺโกสติ มาตรํ ปิตรญฺจ;
สสฺสุมฺปิ คเณฺหยฺย อโถปิ สุณฺหํ, ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ.
๔๘. ‘‘ยํ เว ปิตฺวา ทิตฺตรูปาว นารี, อกฺโกสตี สสฺสุรํ สามิกญฺจ;
ทาสมฺปิ คเณฺห ปริจาริกมฺปิ, ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ.
๔๙. ‘‘ยํ เว ปิวิตฺวาน หเนยฺย โปโส, ธมฺเม ฐิตํ สมณํ พฺราหฺมณํ วา;
คจฺเฉ อปายมฺปิ ตโตนิทานํ, ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ.
๕๐. ‘‘ยํ เว ปิวิตฺวา ทุจฺจริตํ จรนฺติ, กาเยน วาจาย จ เจตสา จ;
นิรยํ วชนฺติ ทุจฺจริตํ จริตฺวา, ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ.
๕๑. ‘‘ยํ ยาจมานา น ลภนฺติ ปุพฺเพ, พหุํ หิรญฺญมฺปิ ปริจฺจชนฺตา;
โส ตํ ปิวิตฺวา อลิกํ ภณาติ, ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ.
๕๒. ‘‘ยํ เว ปิตฺวา เปสเน เปสิยนฺโต, อจฺจายิเก กรณียมฺหิ ชาเต;
อตฺถมฺปิ โส นปฺปชานาติ วุตฺโต, ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ.