๑๔. ปกิณฺณกนิปาโต

[๔๘๔] ๑. สาลิเกทารชาตกวณฺณนา

สมฺปนฺนํ สาลิเกทารนฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต มาตุโปสกภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ. ปจฺจุปฺปนฺนวตฺถุ สามชาตเก (ชา. ๒.๒๒.๒๙๖ อาทโย) อาวิ ภวิสฺสติ. สตฺถา ปน ตํ ภิกฺขุํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘สจฺจํ กิร ตฺวํ ภิกฺขุ คิหี โปเสสี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘สจฺจํ, ภนฺเต’’ติ วุตฺเต ‘‘กึ เต โหนฺตี’’ติ วตฺวา ‘‘มาตาปิตโร เม, ภนฺเต’’ติ วุตฺเต ‘‘สาธุ ภิกฺขุ, โปราณกปณฺฑิตา ติรจฺฉานา หุตฺวา สุวโยนิยํ นิพฺพตฺติตฺวาปิ ชิณฺเณ มาตาปิตโร กุลาวเก นิปชฺชาเปตฺวา มุขตุณฺฑเกน โคจรํ อาหริตฺวา โปเสสุ’’นฺติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต ราชคเห มคธราชา นาม รชฺชํ กาเรสิ. ตทา นครโต ปุพฺพุตฺตรทิสาย สาลิทฺทิโย นาม พฺราหฺมณคาโม อโหสิ. ตสฺส ปุพฺพุตฺตรทิสาย มคธเขตฺตํ อตฺถิ, ตตฺถ โกสิยโคตฺโต นาม สาลิทฺทิยวาสี พฺราหฺมโณ สหสฺสกรีสมตฺตํ เขตฺตํ คเหตฺวา สาลึ วปาเปสิ. อุฏฺฐิเต จ ปน สสฺเส วตึ ถิรํ กาเรตฺวา กสฺสจิ ปณฺณาสกรีสมตฺตํ, กสฺสจิ สฏฺฐิกรีสมตฺตนฺติ เอวํ ปญฺจสตกรีสมตฺตํ เขตฺตํ อตฺตโน ปุริสานํเยว อารกฺขณตฺถาย ทตฺวา เสสํ ปญฺจสตกรีสมตฺตํ เขตฺตํ ภตึ กตฺวา เอกสฺส ภตกสฺส อทาสิ. โส ตตฺถ กุฏึ กตฺวา รตฺตินฺทิวํ วสติ. เขตฺตสฺส ปน ปุพฺพุตฺตรทิสาภาเค เอกสฺมึ สานุปพฺพเต มหนฺตํ สิมฺพลิวนํ อตฺถิ, ตตฺถ อเนกานิ สุวสตานิ วสนฺติ. ตทา โพธิสตฺโต ตสฺมึ สุวสงฺเฆ สุวรญฺโญ ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ. โส วยปฺปตฺโต อภิรูโป ถามสมฺปนฺโน สกฏนาภิปมาณสรีโร อโหสิ. อถสฺส ปิตา มหลฺลกกาเล ‘‘อหํ อิทานิ ทูรํ คนฺตุํ น สกฺโกมิ, ตฺวํ อิมํ คณํ ปริหรา’’ติ คณํ นิยฺยาเทสิ. โส ปุนทิวสโต ปฏฺฐาย มาตาปิตูนํ โคจรตฺถาย คนฺตุํ นาทาสิ, สุวคณํ ปริหรนฺโต หิมวนฺตํ คนฺตฺวา สยํชาตสาลิวเน ยาวทตฺถํ สาลึ ขาทิตฺวา อาคมนกาเล มาตาปิตูนํ ปโหนกํ โคจรํ อาหริตฺวา มาตาปิตโร โปเสสิ.

อถสฺส เอกทิวสํ สุวา อาโรเจสุํ ‘‘ปุพฺเพ อิมสฺมึ กาเล มคธเขตฺเต สาลิ ปจฺจติ, อิทานิ กึ นุ โข ชาต’’นฺติ? ‘‘เตน หิ ชานาถา’’ติ เทฺว สุเว ปหิณึสุ. เต คนฺตฺวา มคธเขตฺเต โอตรนฺตา ตสฺส ภติยา รกฺขณปุริสสฺส เขตฺเต โอตริตฺวา สาลึ ขาทิตฺวา เอกํ สาลิสีสํ อาทาย สิมฺพลิวนํ คนฺตฺวา สาลิสีสํ มหาสตฺตสฺส ปาทมูเล ฐเปตฺวา ‘‘ตตฺถ เอวรูโป สาลี’’ติ วทึสุ. โส ปุนทิวเส สุวคณปริวุโต ตตฺถ คนฺตฺวา ตสฺมึ ภตกสฺส เขตฺเต โอตริ. โส ปน ปุริโส สุเว สาลึ ขาทนฺเต ทิสฺวา อิโต จิโต จ ธาวิตฺวา วาเรนฺโตปิ วาเรตุํ น สกฺโกติ. เสสา สุวา ยาวทตฺถํ สาลึ ขาทิตฺวา ตุจฺฉมุขาว คจฺฉนฺติ. สุวราชา ปน พหูนิ สาลิสีสานิ เอกโต กตฺวา เตหิ ปริวุโต หุตฺวา อาหริตฺวา มาตาปิตูนํ เทติ. สุวา ปุนทิวสโต ปฏฺฐาย ตตฺเถว สาลึ ขาทึสุ. อถ โส ปุริโส ‘‘สเจ อิเม อญฺญํ กติปาหํ เอวํ ขาทิสฺสนฺติ, กิญฺจิ น ภวิสฺสติ, พฺราหฺมโณ สาลึ อคฺฆาเปตฺวา มยฺหํ อิณํ กริสฺสติ, คนฺตฺวา ตสฺส อาโรเจสฺสามี’’ติ สาลิมุฏฺฐินา สทฺธึ ตถารูปํ ปณฺณาการํ คเหตฺวา สาลิทฺทิยคามํ คนฺตฺวา พฺราหฺมณํ ปสฺสิตฺวา วนฺทิตฺวา ปณฺณาการํ ทตฺวา เอกมนฺตํ ฐิโต ‘‘กึ, โภ ปุริส, สมฺปนฺนํ สาลิเขตฺต’’นฺติ ปุฏฺโฐ ‘‘อาม, พฺราหฺมณ, สมฺปนฺน’’นฺติ วตฺวา เทฺว คาถา อภาสิ –

๑. ‘‘สมฺปนฺนํ สาลิเกทารํ, สุวา ภุญฺชนฺติ โกสิย;

ปฏิเวเทมิ เต พฺรเหฺม, น เน วาเรตุมุสฺสเห.

๒. ‘‘เอโก จ ตตฺถ สกุโณ, โย เนสํ สพฺพสุนฺทโร;

ภุตฺวา สาลึ ยถากามํ, ตุณฺเฑนาทาย คจฺฉตี’’ติ.

ตตฺถ สมฺปนฺนนฺติ ปริปุณฺณํ อเวกลฺลํ. สาลิเกทารนฺติ สาลิเขตฺตํ. สพฺพสุนฺทโรติ สพฺเพหิ โกฏฺฐาเสหิ สุนฺทโร รตฺตตุณฺโฑ ชิญฺชุกสนฺนิภอกฺขิ รตฺตปาโท ตีหิ รตฺตราชีหิ ปริกฺขิตฺตคีโว มหามยูรปมาโณ โส ยาวทตฺถํ สาลึ ขาทิตฺวา อญฺญํ ตุณฺเฑน คเหตฺวา คจฺฉตีติ.

พฺราหฺมโณ ตสฺส กถํ สุตฺวา สุวราเช สิเนหํ อุปฺปาเทตฺวา เขตฺตปาลํ ปุจฺฉิ ‘‘อมฺโภ ปุริส, ปาสํ โอฑฺเฑตุํ ชานาสี’’ติ? ‘‘อาม, ชานามี’’ติ. อถ นํ คาถาย อชฺฌภาสิ –

๓. ‘‘โอฑฺเฑนฺตุ วาลปาสานิ, ยถา พชฺเฌถ โส ทิโช;

ชีวญฺจ นํ คเหตฺวาน, อานเยหิ มมนฺติเก’’ติ.

ตตฺถ โอฑฺเฑนฺตูติ โอฑฺฑยนฺตุ. วาลปาสานีติ อสฺสวาลาทิรชฺชุมยปาสานิ. ชีวญฺจ นนฺติ ชีวนฺตํ เอว นํ. อานเยหีติ อาเนหิ.

ตํ สุตฺวา เขตฺตปาโล สาลึ อคฺฆาเปตฺวา อิณสฺส อกตภาเวน ตุฏฺโฐ คนฺตฺวา อสฺสวาเล วฏฺเฏตฺวา ‘‘อชฺช อิมสฺมึ ฐาเน โอตริสฺสตี’’ติ สุวรญฺโญ โอตรณฏฺฐานํ สลฺลกฺเขตฺวา ปุนทิวเส ปาโตว จาฏิปมาณํ ปญฺชรํ กตฺวา ปาสญฺจ โอฑฺเฑตฺวา สุวานํ อาคมนํ โอโลเกนฺโต กุฏิยํ นิสีทิ. สุวราชาปิ สุวคณปริวุโต อาคนฺตฺวา อโลลุปฺปจารตาย หิยฺโย ขาทิตฏฺฐาเน โอฑฺฑิตปาเส ปาทํ ปเวสนฺโตว โอตริ. โส อตฺตโน พทฺธภาวํ ญตฺวา จินฺเตสิ ‘‘สจาหํ อิทาเนว พทฺธรวํ รวิสฺสามิ, ญาตกาเม ภยตชฺชิตา โคจรํ อคฺคเหตฺวาว ปลายิสฺสนฺติ, ยาว เอเตสํ โคจรคฺคหณํ, ตาว อธิวาเสสฺสามี’’ติ. โส เตสํ สุหิตภาวํ ญตฺวา มรณภยตชฺชิโต หุตฺวา ติกฺขตฺตุํ พทฺธรวํ รวิ. อถ สพฺเพ เต สุวา ปลายึสุ. สุวราชา ‘‘เอตฺตเกสุ เม ญาตเกสุ นิวตฺติตฺวา โอโลเกนฺโต เอโกปิ นตฺถิ, กึ นุ โข มยา ปาปํ กต’’นฺติ วิลปนฺโต คาถมาห –

๔. ‘‘เอเต ภุตฺวา ปิวิตฺวา จ, ปกฺกมนฺติ วิหงฺคมา;

เอโก พทฺโธสฺมิ ปาเสน, กึ ปาปํ ปกตํ มยา’’ติ.

เขตฺตปาโล สุวราชสฺส พทฺธรวํ สุวานญฺจ อากาเส ปกฺขนฺทนสทฺทํ สุตฺวา ‘‘กึ นุ โข’’ติ กุฏิยา โอรุยฺห ปาสาฏฺฐานํ คนฺตฺวา สุวราชานํ ทิสฺวา ‘‘ยสฺเสว เม ปาโส โอฑฺฑิโต, เสฺวว พทฺโธ’’ติ ตุฏฺฐมานโส สุวราชานํ ปาสโต โมเจตฺวา เทฺว ปาเท เอกโต พนฺธิตฺวา ทฬฺหํ อาทาย สาลิทฺทิยคามํ คนฺตฺวา สุวราชํ พฺราหฺมณสฺส อทาสิ. พฺราหฺมโณ พลวสิเนเหน มหาสตฺตํ อุโภหิ หตฺเถหิ ทฬฺหํ คเหตฺวา องฺเก นิสีทาเปตฺวา เตน สทฺธึ สลฺลปนฺโต เทฺว คาถา อภาสิ –

๕. ‘‘อุทรํ นูน อญฺเญสํ, สุว อจฺโจทรํ ตว;

ภุตฺวา สาลึ ยถากามํ, ตุณฺเฑนาทาย คจฺฉสิ.

๖. ‘‘โกฏฺฐํ นุ ตตฺถ ปูเรสิ, สุว เวรํ นุ เต มยา;

ปุฏฺโฐ เม สมฺม อกฺขาหิ, กุหึ สาลึ นิทาหสี’’ติ.

ตตฺถ อุทรํ นูนาติ อญฺเญสํ อุทรํ อุทรเมว มญฺเญ, ตว อุทรํ ปน อติอุทรํ. ตตฺถาติ ตสฺมึ สิมฺพลิวเน. ปูเรสีติ วสฺสารตฺตตฺถาย ปูเรสิ. นิทาหสีติ นิธานํ กตฺวา ฐเปสิ, ‘‘นิธียสี’’ติปิ ปาโฐ.

ตํ สุตฺวา สุวราชา มธุราย มนุสฺสภาสาย สตฺตมํ คาถมาห –

๗. ‘‘น เม เวรํ ตยา สทฺธึ, โกฏฺโฐ มยฺหํ น วิชฺชติ;

อิณํ มุญฺจามิณํ ทมฺมิ, สมฺปตฺโต โกฏสิมฺพลึ;

นิธิมฺปิ ตตฺถ นิทหามิ, เอวํ ชานาหิ โกสิยา’’ติ.

ตตฺถ อิณํ มุญฺจามิณํ ทมฺมีติ ตว สาลึ หริตฺวา อิณํ มุญฺจามิ เจว ทมฺมิ จาติ วทติ. นิธิมฺปีติ เอกํ ตตฺถ สิมฺพลิวเน อนุคามิกนิธิมฺปิ นิทหามิ.

อถ นํ พฺราหฺมโณ ปุจฺฉิ –

๘. ‘‘กีทิสํ เต อิณทานํ, อิณโมกฺโข จ กีทิโส;

นิธินิธานมกฺขาหิ, อถ ปาสา ปโมกฺขสี’’ติ.

ตตฺถ อิณทานนฺติ อิณสฺส ทานํ. นิธินิธานนฺติ นิธิโน นิธานํ.

เอวํ พฺราหฺมเณน ปุฏฺโฐ สุวราชา ตสฺส พฺยากโรนฺโต จตสฺโส คาถา อภาสิ –

๙. ‘‘อชาตปกฺขา ตรุณา, ปุตฺตกา มยฺห โกสิย;

เต มํ ภตา ภริสฺสนฺติ, ตสฺมา เตสํ อิณํ ทเท.

๑๐. ‘‘มาตา ปิตา จ เม วุทฺธา, ชิณฺณกา คตโยพฺพนา;

เตสํ ตุณฺเฑน หาตูน, มุญฺเจ ปุพฺพกตํ อิณํ.

๑๑. ‘‘อญฺเญปิ ตตฺถ สกุณา, ขีณปกฺขา สุทุพฺพลา;

เตสํ ปุญฺญตฺถิโก ทมฺมิ, ตํ นิธึ อาหุ ปณฺฑิตา.

๑๒. ‘‘อีทิสํ เม อิณทานํ, อิณโมกฺโข จ อีทิโส;

นิธินิธานมกฺขามิ, เอวํ ชานาหิ โกสิยา’’ติ.

ตตฺถ หาตูนาติ หริตฺวา. ตํ นิธินฺติ ตํ ปุญฺญกมฺมํ ปณฺฑิตา อนุคามิกนิธึ นาม กเถนฺติ. นิธินิธานนฺติ นิธิโน นิธานํ, ‘‘นิธานนิธิ’’นฺติปิ ปาโฐ, อยเมวตฺโถ.

พฺราหฺมโณ มหาสตฺตสฺส ธมฺมกถํ สุตฺวา ปสนฺนจิตฺโต เทฺว คาถา อภาสิ.

๑๓. ‘‘ภทฺทโก วตยํ ปกฺขี, ทิโช ปรมธมฺมิโก;

เอกจฺเจสุ มนุสฺเสสุ, อยํ ธมฺโม น วิชฺชติ.

๑๔. ‘‘ภุญฺช สาลึ ยถากามํ, สห สพฺเพหิ ญาติภิ;

ปุนาปิ สุว ปสฺเสมุ, ปิยํ เม ตว ทสฺสน’’นฺติ.

ตตฺถ ภุญฺช สาลินฺติ อิโต ปฏฺฐาย นิพฺภโย หุตฺวา ภุญฺชาติ กรีสสหสฺสมฺปิ ตสฺเสว นิยฺยาเทนฺโต เอวมาห. ปสฺเสมูติ อตฺตโน รุจิยา อาคตํ อญฺเญสุปิ ทิวเสสุ ตํ ปสฺเสยฺยามาติ.

เอวํ พฺราหฺมโณ มหาสตฺตํ ยาจิตฺวา ปิยปุตฺตํ วิย มุทุจิตฺเตน โอโลเกนฺโต ปาทโต พนฺธนํ โมเจตฺวา สตปากเตเลน ปาเท มกฺเขตฺวา ภทฺทปีเฐ นิสีทาเปตฺวา กญฺจนตฏฺฏเก มธุลาเช ขาทาเปตฺวา สกฺขโรทกํ ปาเยสิ. อถสฺส สุวราชา ‘‘อปฺปมตฺโต โหหิ, พฺราหฺมณา’’ติ วตฺวา โอวาทํ เทนฺโต อาห –

๑๕. ‘‘ภุตฺตญฺจ ปีตญฺจ ตวสฺสมมฺหิ, รตี จ โน โกสิย เต สกาเส;

นิกฺขิตฺตทณฺเฑสุ ททาหิ ทานํ, ชิณฺเณ จ มาตาปิตโร ภรสฺสู’’ติ.

ตตฺถ ตวสฺสมมฺหีติ ตว นิเวสเน. รตีติ อภิรติ.

ตํ สุตฺวา พฺราหฺมโณ ตุฏฺฐมานโส อุทานํ อุทาเนนฺโต คาถมาห –

๑๖. ‘‘ลกฺขี วต เม อุทปาทิ อชฺช, โย อทฺทสาสึ ปวรํ ทิชานํ;

สุวสฺส สุตฺวาน สุภาสิตานิ, กาหามิ ปุญฺญานิ อนปฺปกานี’’ติ.

ตตฺถ ลกฺขีติ สิรีปิ ปุญฺญมฺปิ ปญฺญาปิ.

มหาสตฺโต พฺราหฺมเณน อตฺตโน ทินฺนํ กรีสสหสฺสมตฺตํ ปฏิกฺขิปิตฺวา อฏฺฐกรีสเมว คณฺหิ. พฺราหฺมโณ ถมฺเภ นิขนิตฺวา ตสฺส เขตฺตํ นิยฺยาเทตฺวา คนฺธมาลาทีหิ ปูเชตฺวา ขมาเปตฺวา ‘‘คจฺฉ สามิ, อสฺสุมุเข โรทมาเน มาตาปิตโร อสฺสาเสหี’’ติ วตฺวา ตํ อุยฺโยเชสิ. โส ตุฏฺฐมานโส สาลิสีสํ อาทาย คนฺตฺวา มาตาปิตูนํ ปุรโต นิกฺขิปิตฺวา ‘‘อมฺมตาตา, อุฏฺเฐถา’’ติ อาห. เต อสฺสุมุขา โรทมานา อุฏฺฐหึสุ, ตาวเทว สุวคณา สนฺนิปติตฺวา ‘‘กถํ มุตฺโตสิ, เทวา’’ติ ปุจฺฉึสุ. โส เตสํ สพฺพํ วิตฺถารโต กเถสิ. โกสิโยปิ สุวรญฺโญ โอวาทํ สุตฺวา ตโต ปฏฺฐาย ธมฺมิกสมณพฺราหฺมณานํ มหาทานํ ปฏฺฐเปสิ. ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา โอสานคาถมาห –

๑๗. ‘‘โส โกสิโย อตฺตมโน อุทคฺโค, อนฺนญฺจ ปานญฺจภิสงฺขริตฺวา;

อนฺเนน ปาเนน ปสนฺนจิตฺโต, สนฺตปฺปยิ สมณพฺราหฺมเณ จา’’ติ.

ตตฺถ สนฺตปฺปยีติ คหิตคหิตานิ ภาชนานิ ปูเรนฺโต สนฺตปฺเปสีติ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ‘‘เอวํ ภิกฺขุ มาตาปิตูนํ โปสนํ นาม ปณฺฑิตานํ วํโส’’ติ วตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ, สจฺจปริโยสาเน โส ภิกฺขุ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ. ตทา สุวคณา พุทฺธปริสา อเหสุํ, มาตาปิตโร มหาราชกุลานิ, เขตฺตปาโล ฉนฺโน, พฺราหฺมโณ อานนฺโท, สุวราชา ปน อหเมว อโหสินฺติ.

สาลิเกทารชาตกวณฺณนา ปฐมา.

[๔๘๕] ๒. จนฺทกินฺนรีชาตกวณฺณนา

อุปนียติทํ มญฺเญติ อิทํ สตฺถา กปิลวตฺถุปุรํ อุปนิสฺสาย นิโคฺรธาราเม วิหรนฺโต ราชนิเวสเน ราหุลมาตรํ อารพฺภ กเถสิ. อิทํ ปน ชาตกํ ทูเรนิทานโต ปฏฺฐาย กเถตพฺพํ. สา ปเนสา นิทานกถา ยาว ลฏฺฐิวเน อุรุเวลกสฺสปสีหนาทา อปณฺณกชาตเก กถิตา, ตโต ปรํ ยาว กปิลวตฺถุคมนา เวสฺสนฺตรชาตเก อาวิ ภวิสฺสติ. สตฺถา ปน ปิตุ นิเวสเน นิสีทิตฺวา อนฺตรภตฺตสมเย มหาธมฺมปาลชาตกํ (ชา. ๑.๑๐.๙๒ อาทโย) กเถตฺวา กตภตฺตกิจฺโจ ‘‘ราหุลมาตุ นิเวสเน นิสีทิตฺวา ตสฺสา คุณํ วณฺเณนฺโต จนฺทกินฺนรีชาตกํ (ชา. ๑.๑๔.๑๘ อาทโย) กเถสฺสามี’’ติ ราชานํ ปตฺตํ คาหาเปตฺวา ทฺวีหิ อคฺคสาวเกหิ สทฺธึ ราหุลมาตุ นิเวสนฏฺฐานํ ปายาสิ. ตทา ตสฺสา สมฺมุขา จตฺตาลีสสหสฺสนาฏกิตฺถิโย วสนฺติ ตาสุ ขตฺติยกญฺญานํเยว นวุติอธิกสหสฺสํ. สา ตถาคตสฺส อาคมนํ ญตฺวา ‘‘สพฺพา กาสาวาเนว นิวาเสนฺตู’’ติ ตาสํ อาโรจาเปสิ. ตา ตถา กรึสุ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ปญฺญตฺตาสเน นิสีทิ. อถ ตา สพฺพาปิ เอกปฺปหาเรเนว วิรวึสุ, มหาปริเทวสทฺโท อโหสิ. ราหุลมาตาปิ ปริเทวิตฺวา โสกํ วิโนเทตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา ราชคเตน พหุมาเนน สคารเวน นิสีทิ. ราชา ตสฺสา คุณกถํ อารภิ, ‘‘ภนฺเต, มม สุณฺหา ‘ตุเมฺหหิ กาสาวานิ นิวตฺถานี’ติ สุตฺวา กาสาวาเนว นิวาเสสิ, ‘มาลาทีนิ ปริจฺจตฺตานี’ติ สุตฺวา มาลาทีนิ ปริจฺจชิ, ‘ภูมิยํ สยตี’ติ สุตฺวา ภูมิสยนาว ชาตา, ตุมฺหากํ ปพฺพชิตกาเล วิธวา หุตฺวา อญฺเญหิ ราชูหิ เปสิตํ ปณฺณาการํ น คณฺหิ, เอวํ ตุเมฺหสุ อสํหีรจิตฺตา เอสา’’ติ นานปฺปกาเรหิ ตสฺสา คุณกถํ กเถสิ. สตฺถา ‘‘อนจฺฉริยํ, มหาราช, ยํ เอสา อิทานิ มม ปจฺฉิเม อตฺตภาเว มยิ สสิเนหา อสํหีรจิตฺตา อนญฺญเนยฺยา ภเวยฺย. เอสา ติรจฺฉานโยนิยํ นิพฺพตฺตาปิ มยิ อสํหีรจิตฺตา อนญฺญเนยฺยา อโหสี’’ติ วตฺวา เตน ยาจิโต อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต มหาสตฺโต หิมวนฺตปเทเส กินฺนรโยนิยํ นิพฺพตฺติ, จนฺทา นามสฺส ภริยา. เต อุโภปิ จนฺทนามเก รชตปพฺพเต วสึสุ. ตทา พาราณสิราชา อมจฺจานํ รชฺชํ นิยฺยาเทตฺวา เทฺว กาสายานิ นิวาเสตฺวา สนฺนทฺธปญฺจาวุโธ เอกโกว หิมวนฺตํ ปาวิสิ. โส มิคมํสํ ขาทนฺโต เอกํ ขุทฺทกนทึ อนุสญฺจรนฺโต อุทฺธํ อภิรุหิ. จนฺทปพฺพตวาสิโน กินฺนรา วสฺสารตฺตสมเย อโนตริตฺวา ปพฺพเตเยว วสนฺติ, นิทาฆสมเย โอตรนฺติ. ตทา จ โส จนฺทกินฺนโร อตฺตโน ภริยาย สทฺธึ โอตริตฺวา เตสุ เตสุ ฐาเนสุ คนฺเธ วิลิมฺปนฺโต ปุปฺผเรณุํ ขาทนฺโต ปุปฺผปเฏ นิวาเสนฺโต ปารุปนฺโต ลตาโทลาหิ กีฬนฺโต มธุรสฺสเรน คายนฺโต ตํ ขุทฺทกนทึ ปตฺวา เอกสฺมึ นิวตฺตนฏฺฐาเน โอตริตฺวา อุทเก ปุปฺผานิ วิกิริตฺวา อุทกกีฬํ กีฬิตฺวา ปุปฺผปเฏ นิวาเสตฺวา ปารุปิตฺวา รชตปฏฺฏวณฺณาย วาลุกาย ปุปฺผาสนํ ปญฺญเปตฺวา เอกํ เวฬุ ทณฺฑกํ คเหตฺวา สยเน นิสีทิ. ตโต จนฺทกินฺนโร เวฬุํ วาเทนฺโต มธุรสทฺเทน คายิ. จนฺทกินฺนรี มุทุหตฺเถ นาเมตฺวา ตสฺส อวิทูเร ฐิตา นจฺจิ เจว คายิ จ. โส ราชา เตสํ สทฺทํ สุตฺวา ปทสทฺทํ อสาเวนฺโต สณิกํ คนฺตฺวา ปฏิจฺฉนฺเน ฐตฺวา เต กินฺนเร ทิสฺวา กินฺนริยา ปฏิพทฺธจิตฺโต หุตฺวา ‘‘ตํ กินฺนรํ วิชฺฌิตฺวา ชีวิตกฺขยํ ปาเปตฺวา อิมาย สทฺธึ สํวาสํ กปฺเปสฺสามี’’ติ ฐตฺวา จนฺทกินฺนรํ วิชฺฌิ. โส เวทนาปฺปตฺโต ปริเทวมาโน จตสฺโส คาถา อภาสิ –

๑๘. ‘‘อุปนียติทํ มญฺเญ, จนฺเท โลหิตมทฺทเน;

อชฺช ชหามิ ชีวิตํ, ปาณา เม จนฺเท นิรุชฺฌนฺติ.

๑๙. ‘‘โอสีทิ เม ทุกฺขํ หทยํ, เม ฑยฺหเต นิตมฺมามิ;

ตว จนฺทิยา โสจนฺติยา, น นํ อญฺเญหิ โสเกหิ.

๒๐. ‘‘ติณมิว วนมิว มิลายามิ, นที อปริปุณฺณาว สุสฺสามิ;

ตว จนฺทิยา โสจนฺติยา, น นํ อญฺเญหิ โสเกหิ.

๒๑. ‘‘วสฺสมิว สเร ปาเท, อิมานิ อสฺสูนิ วตฺตเร มยฺหํ;

ตว จนฺทิยา โสจนฺติยา, น นํ อญฺเญหิ โสเกหี’’ติ.

ตตฺถ อุปนียตีติ สนฺตติวิจฺเฉทํ อุปนียติ. อิทนฺติ ชีวิตํ. ปาณา เมติ ภทฺเท, จนฺเท มม ชีวิตปาณา นิรุชฺฌนฺติ. โอสีทิ เมติ ชีวิตํ เม โอสีทติ. นิตมฺมามีติ อติกิลมามิ. ตว จนฺทิยาติ อิทํ มม ทุกฺขํ, น นํ อญฺเญหิ โสเกหิ, อถ โข ตว จนฺทิยา โสจนฺติยา โสกเหตุ ยสฺมา ตฺวํ มม วิโยเคน โสจิสฺสสิ, ตสฺมาติ อตฺโถ. ติณมิว วนมิว มิลายามีติ ตตฺตปาสาเณ ขิตฺตติณมิว มูลฉินฺนวนมิว มิลายามีติ วทติ. สเร ปาเทติ ยถา นาม ปพฺพตปาเท ปติตวสฺสํ สริตฺวา อจฺฉินฺนธารํ วตฺตติ.

มหาสตฺโต อิมาหิ จตูหิ คาถาหิ ปริเทวิตฺวา ปุปฺผสยเน นิปนฺโนว สตึ วิสฺสชฺเชตฺวา ปริวตฺติ. ราชา ปติฏฺฐิโตว. อิตรา มหาสตฺเต ปริเทวนฺเต อตฺตโน รติยา มตฺตา หุตฺวา ตสฺส วิทฺธภาวํ น ชานาติ, วิสญฺญํ ปน นํ ปริวตฺติตฺวา นิปนฺนํ ทิสฺวา ‘‘กึ นุ โข เม ปิยสามิกสฺส ทุกฺข’’นฺติ อุปธาเรนฺตี ปหารมุขโต ปคฺฆรนฺตํ โลหิตํ ทิสฺวา ปิยสามิเก อุปฺปนฺนํ พลวโสกํ สนฺธาเรตุํ อสกฺโกนฺตี มหาสทฺเทน ปริเทวิ. ราชา ‘‘กินฺนโร มโต ภวิสฺสตี’’ติ นิกฺขมิตฺวา อตฺตานํ ทสฺเสสิ. จนฺทา ตํ ทิสฺวา ‘‘อิมินา เม โจเรน ปิยสามิโก วิทฺโธ ภวิสฺสตี’’ติ กมฺปมานา ปลายิตฺวา ปพฺพตมตฺถเก ฐตฺวา ราชานํ ปริภาสนฺตี ปญฺจ คาถา อภาสิ –

๒๒. ‘‘ปาโป โขสิ ราชปุตฺต, โย เม อิจฺฉิตํ ปตึ วรากิยา;

วิชฺฌสิ วนมูลสฺมึ, โสยํ วิทฺโธ ฉมา เสติ.

๒๓. ‘‘อิมํ มยฺหํ หทยโสกํ, ปฏิมุญฺจตุ ราชปุตฺต ตว มาตา;

โย มยฺหํ หทยโสโก, กิมฺปุริสํ อเวกฺขมานาย.

๒๔. ‘‘อิมํ มยฺหํ หทยโสกํ, ปฏิมุญฺจตุ ราชปุตฺต ตว ชายา;

โย มยฺหํ หทยโสโก, กิมฺปุริสํ อเวกฺขมานาย.

๒๕. ‘‘มา จ ปุตฺตํ มา จ ปตึ, อทฺทกฺขิ ราชปุตฺต ตว มาตา;

โย กิมฺปุริสํ อวธิ, อทูสกํ มยฺห กามา หิ.

๒๖. ‘‘มา จ ปุตฺตํ มา จ ปตึ, อทฺทกฺขิ ราชปุตฺต ตว ชายา;

โย กิมฺปุริสํ อวธิ, อทูสกํ มยฺห กามา หี’’ติ.

ตตฺถ วรากิยาติ กปณาย. ปฏิมุญฺจตูติ ปฏิลภตุ ผุสตุ ปาปุณาตุ. มยฺห กามา หีติ มยฺหํ กาเมน.

ราชา นํ ปญฺจหิ คาถาหิ ปริภาสิตฺวา ปพฺพตมตฺถเก ฐิตํเยว อสฺสาเสนฺโต คาถมาห –

๒๗. ‘‘มา ตฺวํ จนฺเท โรทิ มา โสปิ, วนติมิรมตฺตกฺขิ;

มม ตฺวํ เหหิสิ ภริยา, ราชกุเล ปูชิตา นารีภี’’ติ.

ตตฺถ จนฺเทติ มหาสตฺตสฺส ปริเทวนกาเล นามสฺส สุตตฺตา เอวมาห. วนติมิรมตฺตกฺขีติ วนติมิรปุปฺผสมานอกฺขิ. ปูชิตา นารีภีติ โสฬสนฺนํ อิตฺถิสหสฺสานํ เชฏฺฐิกา อคฺคมเหสี เหสฺสสิ.

จนฺทา ตสฺส วจนํ สุตฺวา ‘‘ตฺวํ กึ มํ วเทสี’’ติ สีหนาทํ นทนฺตี อนนฺตรคาถมาห –

๒๘. ‘‘อปิ นูนหํ มริสฺสํ, นาหํ ราชปุตฺต ตว เหสฺสํ;

โย กิมฺปุริสํ อวธิ, อทูสกํ มยฺห กามา หี’’ติ.

ตตฺถ อปิ นูนหนฺติ อปิ เอกํเสเนว อหํ มริสฺสํ.

โส ตสฺสา วจนํ สุตฺวา นิจฺฉนฺทราโค หุตฺวา อิตรํ คาถมาห –

๒๙. ‘‘อปิ ภีรุเก อปิ ชีวิตุกามิเก, กิมฺปุริสิ คจฺฉ หิมวนฺตํ;

ตาลีสตครโภชนา, อญฺเญ ตํ มิคา รมิสฺสนฺตี’’ติ.

ตตฺถ อปิ ภีรุเกติ ภีรุชาติเก. ตาลีสตครโภชนาติ ตฺวํ ตาลีสปตฺตตครปตฺตโภชนา มิคี, ตสฺมา อญฺเญ ตํ มิคา รมิสฺสนฺติ, น ตฺวํ ราชกุลารหา, คจฺฉาติ นํ อวจ, วตฺวา จ ปน นิรเปกฺโข หุตฺวา ปกฺกามิ.

สา ตสฺส คตภาวํ ญตฺวา โอรุยฺห มหาสตฺตํ อาลิงฺคิตฺวา ปพฺพตมตฺถกํ อาโรเปตฺวา ปพฺพตตเล นิปชฺชาเปตฺวา สีสมสฺส อตฺตโน อูรูสุ กตฺวา พลวปริเทวํ ปริเทวมานา ทฺวาทส คาถา อภาสิ –

๓๐. ‘‘เต ปพฺพตา ตา จ กนฺทรา, ตา จ คิริคุหาโย ตเถว ติฏฺฐนฺติ;

ตตฺเถว ตํ อปสฺสนฺตี, กิมฺปุริส กถํ อหํ กสฺสํ.

๓๑. ‘‘เต ปณฺณสนฺถตา รมณียา, วาฬมิเคหิ อนุจิณฺณา;

ตตฺเถว ตํ อปสฺสนฺตี, กิมฺปุริส กถํ อหํ กสฺสํ.

๓๒. ‘‘เต ปุปฺผสนฺถตา รมณียา, วาฬมิเคหิ อนุจิณฺณา;

ตตฺเถว ตํ อปสฺสนฺตี, กิมฺปุริส กถํ อหํ กสฺสํ.

๓๓. ‘‘อจฺฉา สวนฺติ คิริวนนทิโย, กุสุมาภิกิณฺณโสตาโย;

ตตฺเถว ตํ อปสฺสนฺตี, กิมฺปุริส กถํ อหํ กสฺสํ.

๓๔. ‘‘นีลานิ หิมวโต ปพฺพตสฺส, กูฏานิ ทสฺสนียานิ;

ตตฺเถว ตํ อปสฺสนฺตี, กิมฺปุริส กถํ อหํ กสฺสํ.

๓๕. ‘‘ปีตานิ หิมวโต ปพฺพตสฺส, กูฏานิ ทสฺสนียานิ;

ตตฺเถว ตํ อปสฺสนฺตี, กิมฺปุริส กถํ อหํ กสฺสํ.

๓๖. ‘‘ตมฺพานิ หิมวโต ปพฺพตสฺส, กูฏานิ ทสฺสนียานิ;

ตตฺเถว ตํ อปสฺสนฺตี, กิมฺปุริส กถํ อหํ กสฺสํ.

๓๗. ‘‘ตุงฺคานิ หิมวโต ปพฺพตสฺส, กูฏานิ ทสฺสนียานิ;

ตตฺเถว ตํ อปสฺสนฺตี, กิมฺปุริส กถํ อหํ กสฺสํ.

๓๘. ‘‘เสตานิ หิมวโต ปพฺพตสฺส, กูฏานิ ทสฺสนียานิ;

ตตฺเถว ตํ อปสฺสนฺตี, กิมฺปุริส กถํ อหํ กสฺสํ.

๓๙. ‘‘จิตฺรานิ หิมวโต ปพฺพตสฺส, กูฏานิ ทสฺสนียานิ;

ตตฺเถว ตํ อปสฺสนฺตี, กิมฺปุริส กถํ อหํ กสฺสํ.

๔๐. ‘‘ยกฺขคณเสวิเต คนฺธมาทเน, โอสเธภิ สญฺฉนฺเน;

ตตฺเถว ตํ อปสฺสนฺตี, กิมฺปุริส กถํ อหํ กสฺสํ.

๔๑. ‘‘กิมฺปุริสเสวิเต คนฺธมาทเน, โอสเธภิ สญฺฉนฺเน;

ตตฺเถว ตํ อปสฺสนฺตี, กิมฺปุริส กถํ อหํ กสฺส’’นฺติ.

ตตฺถ เต ปพฺพตาติ เยสุ มยํ เอกโตว อภิรมิมฺห, อิเม เต ปพฺพตา ตา จ กนฺทรา ตา จ คิริคุหาโย ตเถว ฐิตา. เตสุ อหํ อิทานิ ตํ อปสฺสนฺตี กถํ กสฺสํ, กึ กริสฺสามิ, เตสุ ปุปฺผผลปลฺลวาทิโสภํ ตํ อปสฺสนฺตี กถํ อธิวาเสตุํ สกฺขิสฺสามีติ ปริเทวติ. ปณฺณสนฺถตาติ ตาลีสปตฺตาทิคนฺธปณฺณสนฺถรา. อจฺฉาติ วิปฺปสนฺโนทกา. นีลานีติ นีลมณิมยานิ. ปีตานีติ โสวณฺณมยานิ. ตมฺพานีติ มโนสิลมยานิ. ตุงฺคานีติ อุจฺจานิ ติขิณคฺคานิ. เสตานีติ รชตมยานิ. จิตฺรานีติ สตฺตรตนมิสฺสกานิ. ยกฺขคณเสวิเตติ ภุมฺมเทวตาหิ เสวิเต.

อิติ สา ทฺวาทสหิ คาถาหิ ปริเทวิตฺวา มหาสตฺตสฺส อุเร หตฺถํ ฐเปตฺวา สนฺตาปภาวํ ญตฺวา ‘‘จนฺโท ชีวติเยว, เทวุชฺฌานกมฺมํ กตฺวา ชีวิตมสฺส ทสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘กึ นุ โข โลกปาลา นาม นตฺถิ, อุทาหุ วิปฺปวุตฺถา, อทุ มตา, เต เม ปิยสามิกํ น รกฺขนฺตี’’ติ เทวุชฺฌานกมฺมํ อกาสิ. ตสฺสา โสกเวเคน สกฺกสฺส อาสนํ อุณฺหํ อโหสิ. สกฺโก อาวชฺเชนฺโต ตํ การณํ ญตฺวา พฺราหฺมณวณฺเณน เวเคเนว อาคนฺตฺวา กุณฺฑิกโต อุทกํ คเหตฺวา มหาสตฺตํ อาสิญฺจิ. ตาวเทว วิสํ อนฺตรธายิ, วโณ รุหิ, อิมสฺมึ ฐาเน วิทฺโธติปิ น ปญฺญายิ. มหาสตฺโต สุขิโต อุฏฺฐาสิ. จนฺทา ปิยสามิกํ อโรคํ ทิสฺวา โสมนสฺสปฺปตฺตา สกฺกสฺส ปาเท วนฺทนฺตี อนนฺตรคาถมาห –

๔๒. ‘‘วนฺเท เต อยิรพฺรเหฺม, โย เม อิจฺฉิตํ ปตึ วรากิยา;

อมเตน อภิสิญฺจิ, สมาคตาสฺมิ ปิยตเมนา’’ติ.

ตตฺถ อมเตนาติ อุทกํ ‘‘อมต’’นฺติ มญฺญมานา เอวมาห. ปิยตเมนาติ ปิยตเรน, อยเมว วา ปาโฐ.

สกฺโก เตสํ โอวาทมทาสิ ‘‘อิโต ปฏฺฐาย จนฺทปพฺพตโต โอรุยฺห มนุสฺสปถํ มา คมิตฺถ, อิเธว วสถา’’ติ. เอวญฺจ ปน วตฺวา เต โอวทิตฺวา สกฏฺฐานเมว คโต. จนฺทาปิ ‘‘กึ โน สามิ อิมินา ปริปนฺถฏฺฐาเนน, เอหิ จนฺทปพฺพตเมว คจฺฉามา’’ติ วตฺวา โอสานคาถมาห –

๔๓. ‘‘วิจราม ทานิ คิริวนนทิโย, กุสุมาภิกิณฺณโสตาโย;

นานาทุมวสนาโย, ปิยํวทา อญฺญมญฺญสฺสา’’ติ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ‘‘น อิทาเนว, ปุพฺเพเปสา มยิ อสํหีรจิตฺตา อนญฺญเนยฺยา เอวา’’ติ วตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา ราชา เทวทตฺโต อโหสิ, สกฺโก อนุรุทฺโธ, จนฺทา ราหุลมาตา, จนฺทกินฺนโร ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

จนฺทกินฺนรีชาตกวณฺณนา ทุติยา.

[๔๘๖] ๓. มหาอุกฺกุสชาตกวณฺณนา

อุกฺกา จิลาจา พนฺธนฺตีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต มิตฺตพนฺธกอุปาสกํ อารพฺภ กเถสิ. โส กิร สาวตฺถิยํ ปริชิณฺณสฺส กุลสฺส ปุตฺโต สหายํ เปเสตฺวา อญฺญตรํ กุลธีตรํ วาราเปตฺวา ‘‘อตฺถิ ปนสฺส อุปฺปนฺนกิจฺจํ นิตฺถรณสมตฺโถ มิตฺโต วา สหาโย วา’’ติ วุตฺเต ‘‘นตฺถี’’ติ วตฺวา ‘‘เตน หิ มิตฺเต ตาว พนฺธตู’’ติ วุตฺเต ตสฺมึ โอวาเท ฐตฺวา ปฐมํ ตาว จตูหิ โทวาริเกหิ สทฺธึ เมตฺตึ อกาสิ, อถานุปุพฺเพน นครคุตฺติกคณกมหามตฺตาทีหิ สทฺธึ เมตฺตึ กตฺวา เสนาปตินาปิ อุปราเชนาปิ สทฺธึ เมตฺตึ อกาสิ. เตหิ ปน สทฺธึ เอกโต หุตฺวา รญฺญา สทฺธึ เมตฺตึ อกาสิ. ตโต อสีติยา มหาเถเรหิ สทฺธึ อานนฺทตฺเถเรนปิ สทฺธึ เอกโต หุตฺวา ตถาคเตน สทฺธึ เมตฺตึ อกาสิ. อถ นํ สตฺถา สรเณสุ จ สีเลสุ จ ปติฏฺฐาเปสิ, ราชาปิสฺส อิสฺสริยมทาสิ. โส มิตฺตพนฺธโกเยวาติ ปากโฏ ชาโต. อถสฺส ราชา มหนฺตํ เคหํ ทตฺวา อาวาหมงฺคลํ กาเรสิ. ราชานํ อาทึ กตฺวา มหาชโน ปณฺณากาเร ปหิณิ. อถสฺส ภริยา รญฺญา ปหิตํ ปณฺณาการํ อุปราชสฺส, อุปราเชน ปหิตํ ปณฺณาการํ เสนาปติสฺสาติ เอเตน อุปาเยน สกลนครวาสิโน อาพนฺธิตฺวา คณฺหิ. สตฺตเม ทิวเส มหาสกฺการํ กตฺวา ทสพลํ นิมนฺเตตฺวา ปญฺจสตสฺส พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส มหาทานํ ทตฺวา ภตฺตกิจฺจาวสาเน สตฺถารา กถิตํ อนุโมทนํ สุตฺวา อุโภปิ ชยมฺปติกา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหึสุ.

ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ‘‘อาวุโส, มิตฺตพนฺธกอุปาสโก อตฺตโน ภริยํ นิสฺสาย ตสฺสา วจนํ กตฺวา สพฺเพหิ เมตฺตึ กตฺวา รญฺโญ สนฺติกา มหนฺตํ สกฺการํ ลภิ, ตถาคเตน ปน สทฺธึ เมตฺตึ กตฺวา อุโภปิ ชยมฺปติกา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐิตา’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว โส เอตํ มาตุคามํ นิสฺสาย มหนฺตํ ยสํ สมฺปตฺโต, ปุพฺเพ ติรจฺฉานโยนิยํ นิพฺพตฺโตปิ ปเนส เอติสฺสา วจเนน พหูหิ สทฺธึ เมตฺตึ กตฺวา ปุตฺตโสกโต มุตฺโตเยวา’’ติ วตฺวา เตหิ ยาจิโต อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต เอกจฺเจ ปจฺจนฺตวาสิโน ยตฺถ ยตฺถ พหุํ มํสํ ลภนฺติ, ตตฺถ ตตฺถ คามํ นิวาเสตฺวา อรญฺเญ จริตฺวา มิคาทโย มาเรตฺวา มํสํ อาหริตฺวา ปุตฺตทาเร โปเสนฺติ. เตสํ คามโต อวิทูเร มหาชาตสฺสโร อตฺถิ. ตสฺส ทกฺขิณปสฺเส เอโก เสนสกุโณ, ปจฺฉิมปสฺเส เอกา เสนสกุณี, อุตฺตรปสฺเส สีโห มิคราชา, ปาจีนปสฺเส อุกฺกุสสกุณราชา วสติ. ชาตสฺสรมชฺเฌ ปน อุนฺนตฏฺฐาเน กจฺฉโป วสติ. ตทา เสโน เสนึ ‘‘ภริยา เม โหหี’’ติ วทติ. อถ นํ สา อาห – ‘‘อตฺถิ ปน เต โกจิ มิตฺโต’’ติ? ‘‘นตฺถิ ภทฺเท’’ติ. อมฺหากํ อุปฺปนฺนํ ภยํ วา ทุกฺขํ วา หรณสมตฺถํ มิตฺตํ วา สหายํ วา ลทฺธุํ วฏฺฏติ, มิตฺเต ตาว คณฺหาหีติ. ‘‘เกหิ สทฺธึ เมตฺตึ กโรมิ ภทฺเท’’ติ? ปาจีนปสฺเส วสนฺเตน อุกฺกุสราเชน, อุตฺตรปสฺเส สีเหน, ชาตสฺสรมชฺเฌ กจฺฉเปน สทฺธึ เมตฺตึ กโรหีติ. โส ตสฺสา วจนํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ตถา อกาสิ. ตทา เต อุโภปิ สํวาสํ กปฺเปตฺวา ตสฺมึเยว สเร เอกสฺมึ ทีปเก กทมฺพรุกฺโข อตฺถิ สมนฺตา อุทเกน ปริกฺขิตฺโต, ตสฺมึ กุลาวกํ กตฺวา ปฏิวสึสุ.

เตสํ อปรภาเค เทฺว สกุณโปตกา ชายึสุ. เตสํ ปกฺเขสุ อสญฺชาเตสุเยว เอกทิวสํ เต ชานปทา ทิวสํ อรญฺเญ จริตฺวา กิญฺจิ อลภิตฺวา ‘‘น สกฺกา ตุจฺฉหตฺเถน ฆรํ คนฺตุํ, มจฺเฉ วา กจฺฉเป วา คณฺหิสฺสามา’’ติ สรํ โอตริตฺวา ตํ ทีปกํ คนฺตฺวา ตสฺส กทมฺพสฺส มูเล นิปชฺชิตฺวา มกสาทีหิ ขชฺชมานา เตสํ ปลาปนตฺถาย อรณึ มนฺเถตฺวา อคฺคึ นิพฺพตฺเตตฺวา ธูมํ กรึสุ. ธุโม อุคฺคนฺตฺวา สกุเณ ปหริ, สกุณโปตกา วิรวึสุ. ชานปทา ตํ สุตฺวา ‘‘อมฺโภ, สกุณโปตกานํ สูยติ สทฺโท, อุฏฺเฐถ อุกฺกา พนฺธถ, ฉาตา สยิตุํ น สกฺโกม, สกุณมํสํ ขาทิตฺวาว สยิสฺสามา’’ติ วตฺวา อคฺคึ ชาเลตฺวา อุกฺกา พนฺธึสุ. สกุณิกา เตสํ สทฺทํ สุตฺวา ‘‘อิเม อมฺหากํ โปตเก ขาทิตุกามา, มยํ เอวรูปสฺส ภยสฺส หรณตฺถาย มิตฺเต คณฺหิมฺห, สามิกํ อุกฺกุสราชสฺส สนฺติกํ เปเสสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘คจฺฉ, สามิ, ปุตฺตานํ โน อุปฺปนฺนภยํ อุกฺกุสราชสฺส อาโรเจหี’’ติ วตฺวา ปฐมํ คาถมาห –

๔๔. ‘‘อุกฺกา จิลาจา พนฺธนฺติ ทีเป, ปชา มมํ ขาทิตุํ ปตฺถยนฺติ;

มิตฺตํ สหายญฺจ วเทหิ เสนก, อาจิกฺข ญาติพฺยสนํ ทิชาน’’นฺติ.

ตตฺถ จิลาจาติ ชานปทา. ทีเปติ ทีปกมฺหิ. ปชา มมนฺติ มม ปุตฺตเก. เสนกาติ เสนกสกุณํ นาเมนาลปติ. ญาติพฺยสนนฺติ ปุตฺตานํ พฺยสนํ. ทิชานนฺติ อมฺหากํ ญาตีนํ ทิชานํ อิทํ พฺยสนํ อุกฺกุสราชสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา อาจิกฺขาหีติ วทติ.

โส เวเคน ตสฺส วสนฏฺฐานํ คนฺตฺวา วสฺสิตฺวา อตฺตโน อาคตภาวํ ชานาเปตฺวา กโตกาโส อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา ‘‘กึการณา อาคโตสี’’ติ ปุฏฺโฐ อาคตการณํ ทสฺเสนฺโต ทุติยํ คาถมาห –

๔๕. ‘‘ทิโช ทิชานํ ปวโรสิ ปกฺขิม, อุกฺกุสราช สรณํ ตํ อุเปม;

ปชา มมํ ขาทิตุํ ปตฺถยนฺติ, ลุทฺทา จิลาจา ภว เม สุขายา’’ติ.

ตตฺถ ทิโชติ ตฺวํ ทิโช เจว ทิชานํ ปวโร จ.

อุกฺกุสราชา ‘‘เสนก มา ภายี’’ติ ตํ อสฺสาเสตฺวา ตติยํ คาถมาห –

๔๖. ‘‘มิตฺตํ สหายญฺจ กโรนฺติ ปณฺฑิตา, กาเล อกาเล สุขเมสมานา;

กโรมิ เต เสนก เอตมตฺถํ, อริโย หิ อริยสฺส กโรติ กิจฺจ’’นฺติ.

ตตฺถ กาเล อกาเลติ ทิวา จ รตฺติญฺจ. อริโยติ อิธ อาจารอริโย อธิปฺเปโต. อาจารสมฺปนฺโน หิ อาจารสมฺปนฺนสฺส กิจฺจํ กโรเตว, กิเมตฺถ กรณียนฺติ วทติ.

อถ นํ ปุจฺฉิ ‘‘กึ, สมฺม, รุกฺขํ อภิรุฬฺหา จิลาจา’’ติ? น ตาว อภิรุฬฺหา, อุกฺกาเยว พนฺธนฺตีติ. เตน หิ ตฺวํ สีฆํ คนฺตฺวา มม สหายิกํ อสฺสาเสตฺวา มมาคมนภาวํ อาจิกฺขาหีติ. โส ตถา อกาสิ. อุกฺกุสราชาปิ คนฺตฺวา กทมฺพสฺส อวิทูเร จิลาจานํ อภิรุหนํ โอโลเกนฺโต เอกสฺมึ รุกฺขคฺเค นิสีทิตฺวา เอกสฺส จิลาจสฺส อภิรุหนกาเล ตสฺมึ กุลาวกสฺส อวิทูรํ อภิรุเฬฺห สเร นิมุชฺชิตฺวา ปกฺเขหิ จ มุเขน จ อุทกํ อาหริตฺวา อุกฺกาย อุปริ อาสิญฺจิ, สา นิพฺพายิ. จิลาจา ‘‘อิมญฺจ เสนกสกุณโปตเก จสฺส ขาทิสฺสามี’’ติ โอตริตฺวา ปุน อุกฺกํ ชาลาเปตฺวา อภิรุหึสุ. ปุน โส อุกฺกํ วิชฺฌาเปสิ. เอเตนุปาเยน พทฺธํ พทฺธํ วิชฺฌาเปนฺตสฺเสวสฺส อฑฺฒรตฺโต ชาโต. โส อติวิย กิลมิ, เหฏฺฐาอุทเร กิโลมกํ ตนุตํ คตํ, อกฺขีนิ รตฺตานิ ชาตานิ. ตํ ทิสฺวา สกุณี สามิกํ อาห – ‘‘สามิ, อติวิย กิลนฺโต อุกฺกุสราชา, เอตสฺส โถกํ วิสฺสมนตฺถาย คนฺตฺวา กจฺฉปราชสฺส กเถหี’’ติ. โส ตสฺสา วจนํ สุตฺวา อุกฺกุสํ อุปสงฺกมิตฺวา คาถาย อชฺฌภาสิ –