๑๕. วีสตินิปาโต

[๔๙๗] ๑. มาตงฺคชาตกวณฺณนา

กุโต นุ อาคจฺฉสิ ทุมฺมวาสีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อุเทนํ นาม วํสราชานํ อารพฺภ กเถสิ. ตสฺมิญฺหิ กาเล อายสฺมา ปิณฺโฑลภารทฺวาโช เชตวนโต อากาเสน คนฺตฺวา เยภุยฺเยน โกสมฺพิยํ อุเทนสฺส รญฺโญ อุยฺยานํ ทิวาวิหาราย คจฺฉติ. เถโร กิร ปุริมภเว รชฺชํ กาเรนฺโต ทีฆมทฺธานํ ตสฺมึ อุยฺยาเน มหาปริวาโร สมฺปตฺตึ อนุภวิ. โส เตน ปุพฺพาจิณฺเณน เยภุยฺเยน ตตฺเถว ทิวาวิหารํ นิสีทิตฺวา ผลสมาปตฺติสุเขน วีตินาเมติ. ตสฺมึ เอกทิวสํ ตตฺถ คนฺตฺวา สุปุปฺผิตสาลมูเล นิสินฺเน อุเทโน สตฺตาหํ มหาปานํ ปิวิตฺวา ‘‘อุยฺยานกีฬํ กีฬิสฺสามี’’ติ มหนฺเตน ปริวาเรน อุยฺยานํ คนฺตฺวา มงฺคลสิลาปฏฺเฏ อญฺญตราย อิตฺถิยา องฺเก นิปนฺโน สุรามทมตฺตตาย นิทฺทํ โอกฺกมิ. คายนฺตา นิสินฺนิตฺถิโย ตูริยานิ ฉฑฺเฑตฺวา อุยฺยานํ ปวิสิตฺวา ปุปฺผผลาทีนิ วิจินนฺติโย เถรํ ทิสฺวา คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา นิสีทึสุ. เถโร ตาสํ ธมฺมกถํ กเถนฺโต นิสีทิ. อิตราปิ อิตฺถี องฺกํ จาเลตฺวา ราชานํ ปโพเธตฺวา ‘‘กุหึ ตา วสลิโย คตา’’ติ วุตฺเต ‘‘เอกํ สมณํ ปริวาเรตฺวา นิสินฺนา’’ติ อาห. โส กุทฺโธ คนฺตฺวา เถรํ อกฺโกสิตฺวา ปริภาสิตฺวา ‘‘หนฺทาหํ, ตํ สมณํ ตมฺพกิปิลฺลเกหิ ขาทาเปสฺสามี’’ติ โกธวเสน เถรสฺส สรีเร ตมฺพกิปิลฺลกปุฏํ ภินฺทาเปสิ. เถโร อากาเส ฐตฺวา ตสฺโสวาทํ ทตฺวา เชตวเน คนฺธกุฏิทฺวาเรเยว โอตริตฺวา ตถาคเตน ‘‘กุโต อาคโตสี’’ติ ปุฏฺโฐ เถโร ตมตฺถํ อาโรเจสิ. สตฺถา ‘‘น โข, ภารทฺวาช, อุเทโน อิทาเนว ปพฺพชิเต วิเหเฐติ, ปุพฺเพปิ วิเหเฐสิเยวา’’ติ วตฺวา เตน ยาจิโต อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต ตทา มหาสตฺโต พหินคเร จณฺฑาลโยนิยํ นิพฺพตฺติ, ‘‘มาตงฺโค’’ติสฺส นามํ กรึสุ. อปรภาเค วิญฺญุตํ ปตฺโต ‘‘มาตงฺคปณฺฑิโต’’ติ ปากโฏ อโหสิ. ตทา พาราณสิเสฏฺฐิโน ธีตา ทิฏฺฐมงฺคลิกา นาม เอกมาสเทฺวมาสวาเรน มหาปริวารา อุยฺยานํ กีฬิตุํ คจฺฉติ. อเถกทิวสํ มหาสตฺโต เกนจิ กมฺเมน นครํ ปวิสนฺโต อนฺตรทฺวาเร ทิฏฺฐมงฺคลิกํ ทิสฺวา เอกมนฺตํ อปคนฺตฺวา อลฺลียิตฺวา อฏฺฐาสิ. ทิฏฺฐมงฺคลิกา สาณิยา อนฺตเรน โอโลเกนฺตี ตํ ทิสฺวา ‘‘โก เอโส’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘จณฺฑาโล อยฺเย’’ติ วุตฺเต ‘‘อทิฏฺฐปุพฺพยุตฺตกํ วต ปสฺสามี’’ติ คนฺโธทเกน อกฺขีนิ โธวิตฺวา ตโต นิวตฺติ. ตาย สทฺธึ นิกฺขนฺตชโน ‘‘อเร, ทุฏฺฐ จณฺฑาล, อชฺช ตํ นิสฺสาย อมฺหากํ อมูลกํ สุราภตฺตํ นฏฺฐ’’นฺติ โกธาภิภูโต มาตงฺคปณฺฑิตํ หตฺเถหิ จ ปาเทหิ จ โปเถตฺวา วิสญฺญึ กตฺวา ปกฺกามิ. โส มุหุตฺตํ วีตินาเมตฺวา ปฏิลทฺธสญฺโญ จินฺเตสิ ‘‘ทิฏฺฐมงฺคลิกาย ปริชโน มํ นิทฺโทสํ อการเณน โปเถสิ, ทิฏฺฐมงฺคลิกํ ลภิตฺวาว อุฏฺฐหิสฺสามิ, โน อลภิตฺวา’’ติ อธิฏฺฐาย คนฺตฺวา ตสฺสา ปิตุ นิเวสนทฺวาเร นิปชฺชิ. โส ‘‘เกน การเณน นิปนฺโนสี’’ติ วุตฺเต ‘‘อญฺญํ การณํ นตฺถิ, ทิฏฺฐมงฺคลิกาย เม อตฺโถ’’ติ อาห. เอโก ทิวโส อตีโต, ตถา ทุติโย, ตติโย, จตุตฺโถ, ปญฺจโม, ฉฏฺโฐ จ. โพธิสตฺตานํ อธิฏฺฐานํ นาม สมิชฺฌติ, ตสฺมา สตฺตเม ทิวเส ทิฏฺฐมงฺคลิกํ นีหริตฺวา ตสฺส อทํสุ.

อถ นํ สา ‘‘อุฏฺเฐหิ, สามิ, ตุมฺหากํ เคหํ คจฺฉามา’’ติ อาห. ภทฺเท, ตว ปริชเนนมฺหิ สุโปถิโต ทุพฺพโล, มํ อุกฺขิปิตฺวา ปิฏฺฐึ อาโรเปตฺวา อาทาย คจฺฉาหีติ. สา ตถา กตฺวา นครวาสีนํ ปสฺสนฺตานญฺเญว นครา นิกฺขมิตฺวา จณฺฑาลคามกํ คตา. อถ นํ มหาสตฺโต ชาติสมฺเภทวีติกฺกมํ อกตฺวาว กติปาหํ เคเห วสาเปตฺวา จินฺเตสิ ‘‘อหเมตํ ลาภคฺคยสคฺคปฺปตฺตํ กโรนฺโต ปพฺพชิตฺวาว กาตุํ สกฺขิสฺสามิ, น อิตรถา’’ติ. อถ นํ อามนฺเตตฺวา ‘ภทฺเท, มยิ อรญฺญโต กิญฺจิ อนาหรนฺเต อมฺหากํ ชีวิกา นปฺปวตฺตติ, ยาว มมาคมนา มา อุกฺกณฺฐิ, อหํ อรญฺญํ คมิสฺสามี’’ติ วตฺวา เคหวาสิโนปิ ‘‘อิมํ มา ปมชฺชิตฺถา’’ติ โอวทิตฺวา อรญฺญํ คนฺตฺวา สมณปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา อปฺปมตฺโต สตฺตเม ทิวเส อฏฺฐ สมาปตฺติโย จ ปญฺจ อภิญฺญาโย จ อุปฺปาเทตฺวา ‘‘อิทานิ ทิฏฺฐมงฺคลิกาย อวสฺสโย ภวิตุํ สกฺขิสฺสามี’’ติ อิทฺธิยา คนฺตฺวา จณฺฑาลคามทฺวาเร โอตริตฺวา ทิฏฺฐมงฺคลิกาย เคหทฺวารํ อคมาสิ. สา ตสฺสาคมนํ สุตฺวา เคหโต นิกฺขมิตฺวา ‘‘สามิ, กสฺมา มํ อนาถํ กตฺวา ปพฺพชิโตสี’’ติ ปริเทวิ. อถ นํ ‘‘ภทฺเท, มา จินฺตยิ, ตว โปราณกยสโต อิทานิ มหนฺตตรํ ยสํ กริสฺสามิ, อปิจ โข ปน ‘น มยฺหํ มาตงฺคปณฺฑิโต สามิโก, มหาพฺรหฺมา เม สามิโก’ติ เอตฺตกํ ปริสมชฺเฌ วตฺตุํ สกฺขิสฺสสี’ติ อาห. ‘‘อาม, สามิ, สกฺขิสฺสามี’’ติ. ‘‘เตน หิ ‘‘อิทานิ เต สามิโก กุหินฺติ ปุฏฺฐา ‘พฺรหฺมโลกํ คโต’ติ วตฺวา ‘กทา อาคมิสฺสตี’ติ วุตฺเต ‘อิโต สตฺตเม ทิวเส ปุณฺณมายํ จนฺทํ ภินฺทิตฺวา อาคมิสฺสตี’ติ วเทยฺยาสี’’ติ นํ วตฺวา มหาสตฺโต หิมวนฺตเมว คโต.

ทิฏฺฐมงฺคลิกาปิ พาราณสิยํ มหาชนสฺส มชฺเฌ เตสุ เตสุ ฐาเนสุ ตถา กเถสิ. มหาชโน ‘‘อโห มหาพฺรหฺมา สมาโน ทิฏฺฐมงฺคลิกํ น คจฺฉติ, เอวเมตํ ภวิสฺสตี’’ติ สทฺทหิ. โพธิสตฺโตปิ ปุณฺณมทิวเส จนฺทสฺส คคนมชฺเฌ ฐิตกาเล พฺรหฺมตฺตภาวํ มาเปตฺวา สกลํ กาสิรฏฺฐํ ทฺวาทสโยชนิกํ พาราณสินครญฺจ เอโกภาสํ กตฺวา จนฺทมณฺฑลํ ภินฺทิตฺวา โอตริตฺวา พาราณสิยา อุปรูปริ ติกฺขตฺตุํ ปริพฺภมิตฺวา มหาชเนน คนฺธมาลาทีหิ ปูชิยมาโน จณฺฑาลคามกาภิมุโข อโหสิ. พฺรหฺมภตฺตา สนฺนิปติตฺวา จณฺฑาลคามกํ คนฺตฺวา ทิฏฺฐมงฺคลิกาย เคหํ สุทฺธวตฺเถหิ ฉาเทตฺวา ภูมึ จตุชฺชาติยคนฺเธหิ โอปุญฺฉิตฺวา ปุปฺผานิ วิกิริตฺวา ธูมํ ทตฺวา เจลวิตานํ ปสาเรตฺวา มหาสยนํ ปญฺญเปตฺวา คนฺธเตเลหิ ทีปํ ชาเลตฺวา ทฺวาเร รชตปฏฺฏวณฺณวาลุกํ โอกิริตฺวา ปุปฺผานิ วิกิริตฺวา ธเช พนฺธึสุ. เอวํ อลงฺกเต เคเห มหาสตฺโต โอตริตฺวา อนฺโต ปวิสิตฺวา โถกํ สยนปิฏฺเฐ นิสีทิ.

ตทา ทิฏฺฐมงฺคลิกา อุตุนี โหติ. อถสฺสา องฺคุฏฺฐเกน นาภึ ปรามสิ, กุจฺฉิยํ คพฺโภ ปติฏฺฐาสิ. อถ นํ มหาสตฺโต อามนฺเตตฺวา ‘‘ภทฺเท, คพฺโภ เต ปติฏฺฐิโต, ตฺวํ ปุตฺตํ วิชายิสฺสสิ, ตฺวมฺปิ ปุตฺโตปิ เต ลาภคฺคยสคฺคปฺปตฺตา ภวิสฺสถ, ตว ปาทโธวนอุทกํ สกลชมฺพุทีเป ราชูนํ อภิเสโกทกํ ภวิสฺสติ, นหาโนทกํ ปน เต อมโตสธํ ภวิสฺสติ, เย ตํ สีเส อาสิญฺจิสฺสนฺติ, เต สพฺพโรเคหิ มุจฺจิสฺสนฺติ, กาฬกณฺณึ ปริวชฺเชสฺสนฺติ, ตว ปาทปิฏฺเฐ สีสํ ฐเปตฺวา วนฺทนฺตา สหสฺสํ ทสฺสนฺติ, โสตปเถ ฐตฺวา วนฺทนฺตา สตํ ทสฺสนฺติ, จกฺขุปเถ ฐตฺวา วนฺทนฺตา เอกํ กหาปณํ ทตฺวา วนฺทิสฺสนฺติ, อปฺปมตฺตา โหหี’’ติ นํ โอวทิตฺวา เคหา นิกฺขมิตฺวา มหาชนสฺส ปสฺสนฺตสฺเสว อุปฺปติตฺวา จนฺทมณฺฑลํ ปาวิสิ. พฺรหฺมภตฺตา สนฺนิปติตฺวา ฐิตกาว รตฺตึ วีตินาเมตฺวา ปาโตว ทิฏฺฐมงฺคลิกํ สุวณฺณสิวิกํ อาโรเปตฺวา สีเสน อุกฺขิปิตฺวา นครํ ปวิสึสุ. ‘‘มหาพฺรหฺมภริยา’’ติ ตํ อุปสงฺกมิตฺวา มหาชโน คนฺธมาลาทีหิ ปูเชสิ. ปาทปิฏฺเฐ สีสํ ฐเปตฺวา วนฺทิตุํ ลภนฺตา สหสฺสตฺถวิกํ เทนฺติ, โสตปเถ ฐตฺวา วนฺทิตุํ ลภนฺตา สตํ เทนฺติ, จกฺขุปเถ ฐตฺวา วนฺทิตุํ ลภนฺตา เอกํ กหาปณํ เทนฺติ. เอวํ ทฺวาทสโยชนิกํ พาราณสึ ตํ คเหตฺวา วิจรนฺตา อฏฺฐารสโกฏิธนํ ลภึสุ.

อถ นํ นครํ ปริหริตฺวา อาเนตฺวา นครมชฺเฌ มหามณฺฑปํ กาเรตฺวา สาณึ ปริกฺขิปิตฺวา มหาสยนํ ปญฺญเปตฺวา มหนฺเตน สิริโสภคฺเคน ตตฺถ วสาเปสุํ. มณฺฑปสนฺติเกเยว สตฺตทฺวารโกฏฺฐํ สตฺตภูมิกํ ปาสาทํ กาตุํ อารภึสุ, มหนฺตํ นวกมฺมํ อโหสิ. ทิฏฺฐมงฺคลิกา มณฺฑเปเยว ปุตฺตํ วิชายิ. อถสฺส นามคฺคหณทิวเส พฺราหฺมณา สนฺนิปติตฺวา มณฺฑเป ชาตตฺตา ‘‘มณฺฑพฺยกุมาโร’’ติ นามํ กรึสุ. ปาสาโท ปน ทสหิ มาเสหิ นิฏฺฐิโต. ตโต ปฏฺฐาย สา มหนฺเตน ยเสน ตสฺมึ วสติ, มณฺฑพฺยกุมาโรปิ มหนฺเตน ปริวาเรน วฑฺฒติ. ตสฺส สตฺตฏฺฐวสฺสกาเลเยว ชมฺพุทีปตเล อุตฺตมาจริยา สนฺนิปตึสุ. เต ตํ ตโย เวเท อุคฺคณฺหาเปสุํ. โส โสฬสวสฺสกาลโต ปฏฺฐาย พฺราหฺมณานํ ภตฺตํ ปฏฺฐเปสิ, นิพทฺธํ โสฬส พฺราหฺมณสหสฺสานิ ภุญฺชนฺติ. จตุตฺเถ ทฺวารโกฏฺฐเก พฺราหฺมณานํ ทานํ เทติ.

อเถกสฺมึ มหามหทิวเส เคเห พหุํ ปายาสํ ปฏิยาเทสุํ. โสฬส พฺราหฺมณสหสฺสานิ จตุตฺเถ ทฺวารโกฏฺฐเก นิสีทิตฺวา สุวณฺณรสวณฺเณน นวสปฺปินา ปกฺกมธุขณฺฑสกฺขราหิ จ อภิสงฺขตํ ปายาสํ ปริภุญฺชนฺติ. กุมาโรปิ สพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิโต สุวณฺณปาทุกา อารุยฺห หตฺเถน กญฺจนทณฺฑํ คเหตฺวา ‘‘อิธ สปฺปึ เทถ, อิธ มธุ’’นฺติ วิจาเรนฺโต จรติ. ตสฺมึ ขเณ มาตงฺคปณฺฑิโต หิมวนฺเต อสฺสมปเท นิสินฺโน ‘‘กา นุ โข ทิฏฺฐมงฺคลิกาย ปุตฺตสฺส ปวตฺตี’’ติ โอโลเกนฺโต ตสฺส อติตฺเถ ปกฺขนฺทภาวํ ทิสฺวา ‘‘อชฺเชว คนฺตฺวา มาณวํ ทเมตฺวา ยตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ โหติ, ตตฺถ ทานํ ทาเปตฺวา อาคมิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา อากาเสน อโนตตฺตทหํ คนฺตฺวา มุขโธวนาทีนิ กตฺวา มโนสิลาตเล ฐิโต รตฺตทุปฏฺฏํ นิวาเสตฺวา กายพนฺธนํ พนฺธิตฺวา ปํสุกูลสงฺฆาฏึ ปารุปิตฺวา มตฺติกาปตฺตํ อาทาย อากาเสนาคนฺตฺวา จตุตฺเถ ทฺวารโกฏฺฐเก ทานคฺเคเยว โอตริตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. มณฺฑโพฺย กุมาโร อิโต จิโต จ โอโลเกนฺโต ตํ ทิสฺวา ‘‘เอวํวิรูโป สงฺการยกฺขสทิโส อยํ ปพฺพชิโต อิมํ ฐานํ อาคจฺฉนฺโต กุโต นุ โข อาคจฺฉตี’’ติ เตน สทฺธึ สลฺลปนฺโต ปฐมํ คาถมาห –

๑. ‘‘กุโต นุ อาคจฺฉสิ ทุมฺมวาสี, โอตลฺลโก ปํสุปิสาจโกว;

สงฺการโจฬํ ปฏิมุญฺจ กณฺเฐ, โก เร ตุวํ โหสิ อทกฺขิเณยฺโย’’ติ.

ตตฺถ ทุมฺมวาสีติ อนญฺชิตอมณฺฑิตฆฏิตสงฺฆาฏิกปิโลติกวสโน. โอตลฺลโกติ ลามโก โอลมฺพวิลมฺพนนฺตกธโร วา. ปํสุปิสาจโกวาติ สงฺการฏฺฐาเน ปิสาจโก วิย. สงฺการโจฬนฺติ สงฺการฏฺฐาเน ลทฺธปิโลติกํ. ปฏิมุญฺจาติ ปฏิมุญฺจิตฺวา. อทกฺขิเณยฺโยติ ตฺวํ อทกฺขิเณยฺโย อิเมสํ ปรมทกฺขิเณยฺยานํ นิสินฺนฏฺฐานํ เอโก หุตฺวา กุโต อาคโต.

ตํ สุตฺวา มหาสตฺโต มุทุจิตฺเตเนว เตน สทฺธึ สลฺลปนฺโต ทุติยํ คาถมาห –

๒. ‘‘อนฺนํ ตเวทํ ปกตํ ยสสฺสิ, ตํ ขชฺชเร ภุญฺชเร ปิยฺยเร จ;

ชานาสิ มํ ตฺวํ ปรทตฺตูปชีวึ, อุตฺติฏฺฐปิณฺฑํ ลภตํ สปาโก’’ติ.

ตตฺถ ปกตนฺติ ปฏิยตฺตํ. ยสสฺสีติ ปริวารสมฺปนฺน. ตํ ขชฺชเรติ ตํ ขชฺชนฺติ จ ภุญฺชนฺติ จ ปิวนฺติ จ. กึการณา มยฺหํ กุชฺฌสิ? อุตฺติฏฺฐปิณฺฑนฺติ อุปติฏฺฐิตฺวา ลภิตพฺพปิณฺฑํ, อุฏฺฐาย ฐิเตหิ วา ทียมานํ เหฏฺฐา ฐตฺวา ลภิตพฺพปิณฺฑํ. ลภตํ สปาโกติ สปาโก จณฺฑาโลปิ ลภตุ. ชาติสมฺปนฺนา หิ ยตฺถ กตฺถจิ ลภนฺติ, สปากจณฺฑาลสฺส ปน โก เทติ, ทุลฺลภปิณฺโฑ อหํ, ตสฺมา เม ชีวิตปวตฺตนตฺถํ โภชนํ ทาเปหิ, กุมาราติ.

ตโต มณฺฑโพฺย คาถมาห –

๓. ‘‘อนฺนํ มเมทํ ปกตํ พฺราหฺมณานํ, อตฺตตฺถาย สทฺทหโต มเมทํ;

อเปหิ เอตฺโต กิมิธฏฺฐิโตสิ, น มาทิสา ตุมฺหํ ททนฺติ ชมฺมา’’ติ.

ตตฺถ อตฺตตฺถายาติ อตฺตโน วฑฺฒิอตฺถาย. อเปหิ เอตฺโตติ อิมมฺหา ฐานา อปคจฺฉ. น มาทิสาติ มาทิสา ชาติสมฺปนฺนานํ อุทิจฺจพฺราหฺมณานํ ทานํ เทนฺติ, น ตุยฺหํ จณฺฑาลสฺส, คจฺฉ, ชมฺมาติ.

ตโต มหาสตฺโต คาถมาห –

๔. ‘‘ถเล จ นินฺเน จ วปนฺติ พีชํ, อนูปเขตฺเต ผลมาสมานา;

เอตาย สทฺธาย ททาหิ ทานํ, อปฺเปว อาราธเย ทกฺขิเณยฺเย’’ติ.

ตสฺสตฺโถ – กุมาร, สสฺสผลํ อาสีสมานา ตีสุปิ เขตฺเตสุ พีชํ วปนฺติ. ตตฺถ อติวุฏฺฐิกาเล ถเล สสฺสํ สมฺปชฺชติ, นินฺเน ปูติกํ โหติ, อนูปเขตฺเต นทิญฺจ ตฬากญฺจ นิสฺสาย กตํ โอเฆน วุยฺหติ. มนฺทวุฏฺฐิกาเล ถเล เขตฺเต วิปชฺชติ, นินฺเน โถกํ สมฺปชฺชติ, อนูปเขตฺเต สมฺปชฺชเตว. สมวุฏฺฐิกาเล ถเล เขตฺเต โถกํ สมฺปชฺชติ, อิตเรสุ สมฺปชฺชเตว. ตสฺมา ยถา ผลมาสีสมานา ตีสุปิ เขตฺเตสุ วปนฺติ, ตถา ตฺวมฺปิ เอตาย ผลสทฺธาย อาคตาคตานํ สพฺเพสํเยว ทานํ เทหิ, อปฺเปว นาม เอวํ ททนฺโต ทกฺขิเณยฺเย อาราเธยฺยาสิ ลเภยฺยาสีติ.

ตโต มณฺฑโพฺย คาถมาห –

๕. ‘‘เขตฺตานิ มยฺหํ วิทิตานิ โลเก, เยสาหํ พีชานิ ปติฏฺฐเปมิ;

เย พฺราหฺมณา ชาติมนฺตูปปนฺนา, ตานีธ เขตฺตานิ สุเปสลานี’’ติ.

ตตฺถ เยสาหนฺติ เยสุ อหํ. ชาติมนฺตูปปนฺนาติ ชาติยา จ มนฺเตหิ จ อุปปนฺนา.

ตโต มหาสตฺโต เทฺว คาถา อภาสิ –

๖. ‘‘ชาติมโท จ อติมานิตา จ, โลโภ จ โทโส จ มโท จ โมโห;

เอเต อคุณา เยสุ จ สนฺติ สพฺเพ, ตานีธ เขตฺตานิ อเปสลานิ.

๗. ‘‘ชาติมโท จ อติมานิตา จ, โลโภ จ โทโส จ มโท จ โมโห;

เอเต อคุณา เยสุ น สนฺติ สพฺเพ, ตานีธ เขตฺตานิ สุเปสลานี’’ติ.

ตตฺถ ชาติมโทติ ‘‘อหมสฺมิ ชาติสมฺปนฺโน’’ติ เอวํ อุปฺปนฺนมาโน. อติมานิตา จาติ ‘‘อญฺโญ มยา สทฺธึ ชาติอาทีหิ สทิโส นตฺถี’’ติ อติกฺกมฺม ปวตฺตมาโน. โลภาทโย ลุพฺภนทุสฺสนมชฺชนมุยฺหนมตฺตาว. อเปสลานีติ เอวรูปา ปุคฺคลา อาสีวิสภริตา วิย วมฺมิกา อปฺปิยสีลา โหนฺติ. เอวรูปานํ ทินฺนํ น มหปฺผลํ โหติ, ตสฺมา มา เอเตสํ สุเปสลเขตฺตภาวํ มญฺญิตฺถ. น หิ ชาติมนฺตา สคฺคทายกา. เย ปน ชาติมานาทิรหิตา อริยา, ตานิ เขตฺตานิ สุเปสลานิ, เตสุ ทินฺนํ มหปฺผลํ, เต สคฺคทายกา โหนฺตีติ.

อิติ โส มหาสตฺเต ปุนปฺปุนํ กเถนฺเต กุชฺฌิตฺวา ‘‘อยํ อติวิย พหุํ วิปฺปลปติ, กุหึ คตา อิเม โทวาริกา, นยิมํ จณฺฑาลํ นีหรนฺตี’’ติ คาถมาห –

๘. ‘‘เกฺวตฺถ คตา อุปโชติโย จ, อุปชฺฌาโย อถ วา คณฺฑกุจฺฉิ;

อิมสฺส ทณฺฑญฺจ วธญฺจ ทตฺวา, คเล คเหตฺวา ขลยาถ ชมฺม’’นฺติ.

ตตฺถ เกฺวตฺถ คตาติ อิเมสุ ตีสุ ทฺวาเรสุ ฐปิตา อุปโชติโย จ อุปชฺฌาโย จ คณฺฑกุจฺฉิ จาติ ตโย โทวาริกา กุหึ คตาติ อตฺโถ.

เตปิ ตสฺส วจนํ สุตฺวา เวเคนาคนฺตฺวา วนฺทิตฺวา ‘‘กึ กโรม เทวา’’ติ อาหํสุ. ‘‘อยํ โว ชมฺโม จณฺฑาโล ทิฏฺโฐ’’ติ? ‘‘น ปสฺสาม เทว, กุโตจิ อาคตภาวํ น ชานามา’’ติ. ‘‘โก เจส มายากาโร วา วิชฺชาธโร วา ภวิสฺสติ, อิทานิ กึ ติฏฺฐถา’’ติ. ‘‘กึ กโรม เทวา’’ติ? ‘‘อิมสฺส มุขเมว โปเถตฺวา ภินฺทนฺตา ทณฺฑเวฬุเปสิกาหิ ปิฏฺฐิจมฺมํ อุปฺปาเฏนฺตา วธญฺจ ทตฺวา คเล คเหตฺวา เอตํ ชมฺมํ ขลยาถ, อิโต นีหรถา’’ติ.

มหาสตฺโต เตสุ อตฺตโน สนฺติกํ อนาคเตเสฺวว อุปฺปติตฺวา อากาเส ฐิโต คาถมาห –

๙. ‘‘คิรึ นเขน ขณสิ, อโย ทนฺเตหิ ขาทสิ;

ชาตเวทํ ปทหสิ, โย อิสึ ปริภาสสี’’ติ.

ตตฺถ ชาตเวทํ ปทหสีติ อคฺคึ คิลิตุํ วายมสิ.

อิมญฺจ ปน คาถํ วตฺวา มหาสตฺโต ปสฺสนฺตสฺเสว มาณวสฺส จ พฺราหฺมณานญฺจ อากาเส ปกฺขนฺทิ. ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห –

๑๐. ‘‘อิทํ วตฺวาน มาตงฺโค, อิสิ สจฺจปรกฺกโม;

อนฺตลิกฺขสฺมึ ปกฺกามิ, พฺราหฺมณานํ อุทิกฺขต’’นฺติ.

ตตฺถ สจฺจปรกฺกโมติ สภาวปรกฺกโม.

โส ปาจีนทิสาภิมุโข คนฺตฺวา เอกาย วีถิยา โอตริตฺวา ‘‘ปทวฬญฺชํ ปญฺญายตู’’ติ อธิฏฺฐาย ปาจีนทฺวารสมีเป ปิณฺฑาย จรนฺโต มิสฺสกภตฺตํ สํกฑฺฒิตฺวา เอกิสฺสํ สาลายํ นิสีทิตฺวา มิสฺสกภตฺตํ ปริภุญฺชิ. นครเทวตา ‘‘อยํ อมฺหากํ อยฺยํ วิเหเฐตฺวา กเถตี’’ติ อสหมานา อาคมึสุ. อถสฺส เชฏฺฐกยกฺโข มณฺฑพฺยสฺส คีวํ คเหตฺวา ปริวตฺเตสิ, เสสเทวตา เสสพฺราหฺมณานํ คีวํ คณฺหิตฺวา ปริวตฺเตสุํ. โพธิสตฺเต มุทุจิตฺตตาย ปน ‘‘ตสฺส ปุตฺโต’’ติ นํ น มาเรนฺติ, เกวลํ กิลเมนฺติเยว. มณฺฑพฺยสฺส สีสํ ปริวตฺติตฺวา ปิฏฺฐิปสฺสาภิมุขํ ชาตํ, หตฺถปาทา อุชุกา ถทฺธาว อฏฺฐํสุ, อกฺขีนิ กาลกตสฺเสว ปริวตฺตึสุ. โส ถทฺธสรีโรว นิปชฺชิ, เสสพฺราหฺมณา มุเขน เขฬํ วมนฺตา อปราปรํ ปริวตฺตนฺติ. มาณวา ‘‘อยฺเย, ปุตฺตสฺส เต กึ ชาต’’นฺติ ทิฏฺฐมงฺคลิกาย อาโรจยึสุ. สา เวเคน คนฺตฺวา ปุตฺตํ ทิสฺวา ‘‘กิเมต’’นฺติ วตฺวา คาถมาห –

๑๑. ‘‘อาเวลฺลิตํ ปิฏฺฐิโต อุตฺตมงฺคํ, พาหุํ ปสาเรติ อกมฺมเนยฺยํ;

เสตานิ อกฺขีนิ ยถา มตสฺส, โก เม อิมํ ปุตฺตมกาสิ เอว’’นฺติ.

ตตฺถ อาเวลฺลิตนฺติ ปริวตฺติตํ.

อถสฺสา ตสฺมึ ฐาเน ฐิตชโน อาโรเจตุํ คาถมาห –

๑๒. ‘‘อิธาคมา สมโณ ทุมฺมวาสี, โอตลฺลโก ปํสุปิสาจโกว;

สงฺการโจฬํ ปฏิมุญฺจ กณฺเฐ, โส เต อิมํ ปุตฺตมกาสิ เอว’’นฺติ.

สา ตํ สุตฺวาว จินฺเตสิ ‘‘อญฺญสฺเสตํ พลํ นตฺถิ, นิสฺสํสยํ มาตงฺคปณฺฑิโต ภวิสฺสติ, สมฺปนฺนเมตฺตาภาวโน โข ปน ธีโร น เอตฺตกํ ชนํ กิลเมตฺวา คมิสฺสติ, กตรํ นุ โข ทิสํ คโต ภวิสฺสตี’’ติ. ตโต ปุจฺฉนฺตี คาถมาห –

๑๓. ‘‘กตมํ ทิสํ อคมา ภูริปญฺโญ, อกฺขาถ เม มาณวา เอตมตฺถํ;

คนฺตฺวาน ตํ ปฏิกเรมุ อจฺจยํ, อปฺเปว นํ ปุตฺต ลเภมุ ชีวิต’’นฺติ.

ตตฺถ คนฺตฺวานาติ ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา. ตํ ปฏิกเรมุ อจฺจยนฺติ ตํ อจฺจยํ ปฏิกริสฺสาม เทเสสฺสาม, ขมาเปสฺสาม นนฺติ. ปุตฺต ลเภมุ ชีวิตนฺติ อปฺเปว นาม ปุตฺตสฺส ชีวิตํ ลเภยฺยาม.

อถสฺสา ตตฺถ ฐิตา มาณวา กเถนฺตา คาถมาหํสุ –

๑๔. ‘‘เวหายสํ อคมา ภูริปญฺโญ, ปถทฺธุโน ปนฺนรเสว จนฺโท;

อปิ จาปิ โส ปุริมทิสํ อคจฺฉิ, สจฺจปฺปฏิญฺโญ อิสิ สาธุรูโป’’ติ.

ตตฺถ ปถทฺธุโนติ อากาสปถสงฺขาตสฺส อทฺธุโน มชฺเฌ ฐิโต ปนฺนรเส จนฺโท วิย. อปิ จาปิ โสติ อปิจ โข ปน โส ปุรตฺถิมํ ทิสํ คโต.

สา เตสํ วจนํ สุตฺวา ‘‘มม สามิกํ อุปธาเรสฺสามี’’ติ สุวณฺณกลสสุวณฺณสรกานิ คาหาเปตฺวา ทาสิคณปริวุตา เตน ปทวฬญฺชสฺส อธิฏฺฐิตฏฺฐานํ ปตฺวา เตนานุสาเรน คจฺฉนฺตี ตสฺมึ ปีฐิกาย นิสีทิตฺวา ภุญฺชมาเน ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา อฏฺฐาสิ. โส ตํ ทิสฺวา โถกํ โอทนํ ปตฺเต ฐเปสิ. ทิฏฺฐมงฺคลิกา สุวณฺณกลเสน ตสฺส อุทกํ อทาสิ. โส ตตฺเถว หตฺถํ โธวิตฺวา มุขํ วิกฺขาเลสิ. อถ นํ สา ‘‘เกน เม ปุตฺตสฺส โส วิปฺปกาโร กโต’’ติ ปุจฺฉนฺตี คาถมาห –

๑๕. ‘‘อาเวลฺลิตํ ปิฏฺฐิโต อุตฺตมงฺคํ, พาหุํ ปสาเรติ อกมฺมเนยฺยํ;

เสตานิ อกฺขีนิ ยถา มตสฺส, โก เม อิมํ ปุตฺตมกาสิ เอว’’นฺติ.

ตโต ปรา เตสํ วจนปฏิวจนคาถา โหนฺติ –

๑๖. ‘‘ยกฺขา หเว สนฺติ มหานุภาวา, อนฺวาคตา อิสโย สาธุรูปา;

เต ทุฏฺฐจิตฺตํ กุปิตํ วิทิตฺวา, ยกฺขา หิ เต ปุตฺตมกํสุ เอวํ.

๑๗. ‘‘ยกฺขา จ เม ปุตฺตมกํสุ เอวํ, ตฺวญฺเญว เม มา กุทฺโธ พฺรหฺมจาริ;

ตุเมฺหว ปาเท สรณํ คตาสฺมิ, อนฺวาคตา ปุตฺตโสเกน ภิกฺขุ.

๑๘. ‘‘ตเทว หิ เอตรหิ จ มยฺหํ, มโนปโทโส น มมตฺถิ โกจิ;

ปุตฺโต จ เต เวทมเทน มตฺโต, อตฺถํ น ชานาติ อธิจฺจ เวเท.

๑๙. ‘‘อทฺธา หเว ภิกฺขุ มุหุตฺตเกน, สมฺมุยฺหเตว ปุริสสฺส สญฺญา;

เอกาปราธํ ขม ภูริปญฺญ, น ปณฺฑิตา โกธพลา ภวนฺตี’’ติ.

ตตฺถ ยกฺขาติ นครปริคฺคาหกยกฺขา. อนฺวาคตาติ อนุ อาคตา, อิสโย สาธุรูปา คุณสมฺปนฺนาติ เอวํ ชานมานาติ อตฺโถ. เตติ เต อิสีนํ คุณํ ญตฺวา ตว ปุตฺตํ ทุฏฺฐจิตฺตํ กุปิตจิตฺตํ วิทิตฺวา. ตฺวญฺเญว เมติ สเจ ยกฺขา กุปิตา เอวมกํสุ, กโรนฺตุ, เทวตา นาม ปานียอุฬุงฺกมตฺเตน สนฺตปฺเปตุํ สกฺกา, ตสฺมาหํ เตสํ น ภายามิ, เกวลํ ตฺวญฺเญว เม ปุตฺตสฺส มา กุชฺฌิ. อนฺวาคตาติ อาคตาสฺมิ. ภิกฺขูติ มหาสตฺตํ อาลปนฺตี ปุตฺตสฺส ชีวิตทานํ ยาจติ. ตเทว หีติ ทิฏฺฐมงฺคลิเก ตทา ตว ปุตฺตสฺส มํ อกฺโกสนกาเล จ มยฺหํ มโนปโทโส นตฺถิ, เอตรหิ จ ตยิ ยาจมานายปิ มม ตสฺมึ มโนปโทโส นตฺถิเยว. เวทมเทนาติ ‘‘ตโย เวทา เม อุคฺคหิตา’’ติ มเทน. อธิจฺจาติ เวเท อุคฺคเหตฺวาปิ อตฺถานตฺถํ น ชานาติ. มุหุตฺตเกนาติ ยํ กิญฺจิ อุคฺคเหตฺวา มุหุตฺตเกเนว.

เอวํ ตาย ขมาปิยมาโน มหาสตฺโต ‘‘เตน หิ เอเตสํ ยกฺขานํ ปลายนตฺถาย อมโตสธํ ทสฺสามี’’ติ วตฺวา คาถมาห –

๒๐. ‘‘อิทญฺจ มยฺหํ อุตฺติฏฺฐปิณฺฑํ, ตว มณฺฑโพฺย ภุญฺชตุ อปฺปปญฺโญ;

ยกฺขา จ เต นํ น วิเหฐเยยฺยุํ, ปุตฺโต จ เต เหสฺสติ โส อโรโค’’ติ.

ตตฺถ อุตฺติฏฺฐปิณฺฑนฺติ อุจฺฉิฏฺฐกปิณฺฑํ, ‘‘อุจฺฉิฏฺฐปิณฺฑ’’นฺติปิ ปาโฐ.

สา มหาสตฺตสฺส วจนํ สุตฺวา ‘‘เทถ, สามิ, อมโตสธ’’นฺติ สุวณฺณสรกํ อุปนาเมสิ. มหาสตฺโต อุจฺฉิฏฺฐกกญฺชิกํ ตตฺถ อาสิญฺจิตฺวา ‘‘ปฐมญฺเญว อิโต อุปฑฺฒํ ตว ปุตฺตสฺส มุเข โอสิญฺจิตฺวา เสสํ จาฏิยํ อุทเกน มิสฺเสตฺวา เสสพฺราหฺมณานํ มุเข โอสิญฺเจหิ, สพฺเพปิ นิโรคา ภวิสฺสนฺตี’’ติ วตฺวา อุปฺปติตฺวา หิมวนฺตเมว คโต. สาปิ ตํ สรกํ สีเสนาทาย ‘‘อมโตสธํ เม ลทฺธ’’นฺติ วทนฺตี นิเวสนํ คนฺตฺวา ปฐมํ ปุตฺตสฺส มุเข กญฺชิกํ โอสิญฺจิ, ยกฺโข ปลายิ. อิตโร ปํสุํ ปุญฺฉนฺโต อุฏฺฐาย ‘‘อมฺม กิเมต’’นฺติ อาห. ตยา กตํ ตฺวเมว ชานิสฺสสิ. เอหิ, ตาต, ตว ทกฺขิเณยฺยานํ เตสํ วิปฺปการํ ปสฺสาติ. โส เต ทิสฺวา วิปฺปฏิสารี อโหสิ. อถ นํ มาตา ‘‘ตาต มณฺฑพฺย, ตฺวํ พาโล ทานสฺส มหปฺผลฏฺฐานํ น ชานาสิ, ทกฺขิเณยฺยา นาม เอวรูปา น โหนฺติ, มาตงฺคปณฺฑิตสทิสาว โหนฺติ, อิโต ปฏฺฐาย มา เอเตสํ ทุสฺสีลานํ ทานมทาสิ, สีลวนฺตานํ เทหี’’ติ วตฺวา อาห –

๒๑. ‘‘มณฺฑพฺย พาโลสิ ปริตฺตปญฺโญ, โย ปุญฺญกฺเขตฺตานมโกวิโทสิ;

มหกฺกสาเวสุ ททาสิ ทานํ, กิลิฏฺฐกมฺเมสุ อสญฺญเตสุ.

๒๒. ‘‘ชฏา จ เกสา อชินา นิวตฺถา, ชรูทปานํว มุขํ ปรูฬฺหํ;

ปชํ อิมํ ปสฺสถ ทุมฺมรูปํ, น ชฏาชินํ ตายติ อปฺปปญฺญํ.

๒๓. ‘‘เยสํ ราโค จ โทโส จ, อวิชฺชา จ วิราชิตา;

ขีณาสวา อรหนฺโต, เตสุ ทินฺนํ มหปฺผล’’นฺติ.

ตตฺถ มหกฺกสาเวสูติ มหากสาเวสุ มหนฺเตหิ ราคกสาวาทีหิ สมนฺนาคเตสุ. ชฏา จ เกสาติ ตาต มณฺฑพฺย, ตว ทกฺขิเณยฺเยสุ เอกจฺจานํ เกสา ชฏา กตฺวา พทฺธา. อชินา นิวตฺถาติ สขุรานิ อชินจมฺมานิ นิวตฺถา. ชรูทปานํ วาติ ติณคหเนน ชิณฺณกูโป วิย มุขํ ทีฆมสฺสุตาย ปรูฬฺหํ. ปชํ อิมนฺติ อิมํ เอวรูปํ อนญฺชิตามณฺฑิตลูขเวสํ ปชํ ปสฺสถ. น ชฏาชินนฺติ เอตํ ชฏาชินํ อิมํ อปฺปปญฺญํ ปชํ ตายิตุํ น สกฺโกติ, สีลปญฺญาณตโปกมฺมาเนว อิเมสํ สตฺตานํ ปติฏฺฐา โหนฺติ. เยสนฺติ ยสฺมา เยสํ เอเต รชฺชนทุสฺสนมุยฺหนสภาวา ราคาทโย อฏฺฐวตฺถุกา จ อวิชฺชา วิราชิตา วิคตา, วิคตตฺตาเยว จ เอเตสํ กิเลสานํ เย ขีณาสวา อรหนฺโต, เตสุ ทินฺนํ มหปฺผลํ, ตสฺมา ตฺวํ, ตาต, อิโต ปฏฺฐาย เอวรูปานํ ทุสฺสีลานํ อทตฺวา เย โลเก อฏฺฐสมาปตฺติลาภิโน ปญฺจาภิญฺญา ธมฺมิกสมณพฺราหฺมณา จ ปจฺเจกพุทฺธา จ สนฺติ, เตสํ ทานํ เทหิ. เอหิ, ตาต, ตว กุลูปเก อมโตสธํ ปาเยตฺวา อโรเค กริสฺสามาติ วตฺวา อุจฺฉิฏฺฐกญฺชิกํ คาหาเปตฺวา อุทกจาฏิยํ ปกฺขิปิตฺวา โสฬสนฺนํ พฺราหฺมณสหสฺสานํ มุเขสุ อาสิญฺจาเปสิ.

เอเกโก ปํสุํ ปุญฺฉนฺโตว อุฏฺฐหิ. อถ เน พฺราหฺมณา ‘‘อิเมหิ จณฺฑาลุจฺฉิฏฺฐกํ ปีต’’นฺติ อพฺราหฺมเณ กรึสุ. เต ลชฺชิตา พาราณสิโต นิกฺขมิตฺวา มชฺฌรฏฺฐํ คนฺตฺวา มชฺฌรญฺโญ สนฺติเก วสึสุ, มณฺฑโพฺย ปน ตตฺเถว วสิ. ตทา เวตฺตวตีนครํ อุปนิสฺสาย เวตฺตวตีนทีตีเร ชาติมนฺโต นาเมโก พฺราหฺมโณ ปพฺพชิโต ชาตึ นิสฺสาย มหนฺตํ มานมกาสิ. มหาสตฺโต ‘‘เอตสฺส มานํ ภินฺทิสฺสามี’’ติ ตํ ฐานํ คนฺตฺวา ตสฺส สนฺติเก อุปริโสเต วาสํ กปฺเปสิ. โส เอกทิวสํ ทนฺตกฏฺฐํ ขาทิตฺวา ‘‘อิมํ ทนฺตกฏฺฐํ ชาติมนฺตสฺส ชฏาสุ ลคฺคตู’’ติ อธิฏฺฐาย นทิยํ ปาเตสิ. ตํ ตสฺส อุทกํ อาจมนฺตสฺส ชฏาสุ ลคฺคิ. โส ตํ ทิสฺวาว ‘‘นสฺส วสลา’’ติ วตฺวา ‘‘กุโต อยํ กาฬกณฺณี อาคโต, อุปธาเรสฺสามิ น’’นฺติ อุทฺธํโสตํ คจฺฉนฺโต มหาสตฺตํ ทิสฺวา ‘‘กึชาติโกสี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘จณฺฑาโลสฺมี’’ติ. ‘‘ตยา นทิยา ทนฺตกฏฺฐํ ปาติต’’นฺติ? ‘‘อาม, มยา’’ติ. ‘‘นสฺส, วสล, จณฺฑาล กาฬกณฺณิ มา อิธ วสิ, เหฏฺฐาโสเต วสาหี’’ติ วตฺวา เหฏฺฐาโสเต วสนฺเตนปิ เตน ปาติเต ทนฺตกฏฺเฐ ปฏิโสตํ อาคนฺตฺวา ชฏาสุ ลคฺคนฺเต โส ‘‘นสฺส วสล, สเจ อิธ วสิสฺสสิ, สตฺตเม ทิวเส สตฺตธา มุทฺธา ผลิสฺสตี’’ติ อาห.

มหาสตฺโต ‘‘สจาหํ เอตสฺส กุชฺฌิสฺสามิ, สีลํ เม อรกฺขิตํ ภวิสฺสติ, อุปาเยเนวสฺส มานํ ภินฺทิสฺสามี’’ติ สตฺตเม ทิวเส สูริยุคฺคมนํ นิวาเรสิ. มนุสฺสา อุพฺพาฬฺหา ชาติมนฺตํ ตาปสํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘ภนฺเต, ตุเมฺห สูริยุคฺคมนํ น เทถา’’ติ ปุจฺฉึสุ. โส อาห – ‘‘น เม ตํ กมฺมํ, นทีตีเร ปเนโก จณฺฑาโล วสติ, ตสฺเสตํ กมฺมํ ภวิสฺสตี’’ติ. มนุสฺสา มหาสตฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘ตุเมฺห, ภนฺเต, สูริยุคฺคมนํ น เทถา’’ติ ปุจฺฉึสุ. ‘‘อามาวุโส’’ติ. ‘‘กึการณา’’ติ. ‘‘ตุมฺหากํ กุลูปโก ตาปโส มํ นิรปราธํ อภิสปิ, ตสฺมึ อาคนฺตฺวา ขมาปนตฺถาย มม ปาเทสุ ปติเต สูริยํ วิสฺสชฺเชสฺสามี’’ติ. เต คนฺตฺวา ตํ กฑฺฒนฺตา อาเนตฺวา มหาสตฺตสฺส ปาทมูเล นิปชฺชาเปตฺวา ขมาเปตฺวา อาหํสุ ‘‘สูริยํ วิสฺสชฺเชถ ภนฺเต’’ติ. ‘‘น สกฺกา วิสฺสชฺเชตุํ, สจาหํ วิสฺสชฺเชสฺสามิ, อิมสฺส สตฺตธา มุทฺธา ผลิสฺสตี’’ติ. ‘‘อถ, ภนฺเต, กึ กโรมา’’ติ? โส ‘‘มตฺติกาปิณฺฑํ อาหรถา’’ติ อาหราเปตฺวา ‘‘อิมํ ตาปสสฺส สีเส ฐเปตฺวา ตาปสํ โอตาเรตฺวา อุทเก ฐเปถา’’ติ ฐปาเปตฺวา สูริยํ วิสฺสชฺเชสิ. สูริยรสฺมีหิ ปหฏมตฺเต มตฺติกาปิณฺโฑ สตฺตธา ภิชฺชิ, ตาปโส อุทเก นิมุชฺชิ.

มหาสตฺโต ตํ ทเมตฺวา ‘‘กหํ นุ โข ทานิ โสฬส พฺราหฺมณสหสฺสานิ วสนฺตี’’ติ อุปธาเรนฺโต ‘‘มชฺฌรญฺโญ สนฺติเก’’ติ ญตฺวา ‘‘เต ทเมสฺสามี’’ติ อิทฺธิยา คนฺตฺวา นครสามนฺเต โอตริตฺวา ปตฺตํ อาทาย นคเร ปิณฺฑาย จริ. พฺราหฺมณา ตํ ทิสฺวา ‘‘อยํ อิธ เอกํ เทฺว ทิวเส วสนฺโตปิ อเมฺห อปฺปติฏฺเฐ กริสฺสตี’’ติ เวเคน คนฺตฺวา ‘‘มหาราช, มายากาโร เอโก วิชฺชาธโร โจโร อาคโต, คณฺหาเปถ น’’นฺติ รญฺโญ อาโรเจสุํ. ราชา ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิ. มหาสตฺโตปิ มิสฺสกภตฺตํ อาทาย อญฺญตรํ กุฏฺฏํ นิสฺสาย ปีฐิกาย นิสินฺโน ภุญฺชติ. อถ นํ อญฺญวิหิตกํ อาหารํ ปริภุญฺชมานเมว รญฺญา ปหิตปุริสา อสินา คีวํ ปหริตฺวา ชีวิตกฺขยํ ปาเปสุํ. โส กาลํ กตฺวา พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺติ. อิมสฺมึ กิร ชาตเก โพธิสตฺโต โกณฺฑทมโก อโหสิ. โส เตเนว ปรตนฺติยุตฺตภาเวน ชีวิตกฺขยํ ปาปุณิ. เทวตา กุชฺฌิตฺวา สกลเมว มชฺฌรฏฺฐํ อุณฺหํ กุกฺกุฬวสฺสํ วสฺสาเปตฺวา รฏฺฐํ อรฏฺฐมกํสุ. เตน วุตฺตํ –

‘‘อุปหจฺจ มนํ มชฺโฌ, มาตงฺคสฺมึ ยสสฺสิเน;

สปาริสชฺโช อุจฺฉินฺโน, มชฺฌารญฺญํ ตทา อหู’’ติ. (ชา. ๒.๑๙.๙๖);

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ‘‘น อิทาเนว, ปุพฺเพปิ อุเทโน ปพฺพชิเต วิเหเฐสิเยวา’’ติ วตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา มณฺฑโพฺย อุเทโน อโหสิ, มาตงฺคปณฺฑิโต ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

มาตงฺคชาตกวณฺณนา ปฐมา.

[๔๙๘] ๒. จิตฺตสมฺภูตชาตกวณฺณนา

สพฺพํ นรานํ สผลํ สุจิณฺณนฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อายสฺมโต มหากสฺสปสฺส ปิยสํวาเส เทฺว สทฺธิวิหาริเก ภิกฺขู อารพฺภ กเถสิ. เต กิร อญฺญมญฺญํ อปฺปฏิวิภตฺตโภคา ปรมวิสฺสาสิกา อเหสุํ, ปิณฺฑาย จรนฺตาปิ เอกโตว คจฺฉนฺติ, เอกโตว อาคจฺฉนฺติ, วินา ภวิตุํ น สกฺโกนฺติ. ธมฺมสภายํ ภิกฺขู เตสํเยว วิสฺสาสํ วณฺณยมานา นิสีทึสุ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘อนจฺฉริยํ, ภิกฺขเว, อิเมสํ เอกสฺมึ อตฺตภาเว วิสฺสาสิกตฺตํ, โปราณกปณฺฑิตา ตีณิ จตฺตาริ ภวนฺตรานิ คจฺฉนฺตาปิ มิตฺตภาวํ น วิชหึสุเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต อวนฺติรฏฺเฐ อุชฺเชนิยํ อวนฺติมหาราชา นาม รชฺชํ กาเรสิ. ตทา อุชฺเชนิยา พหิ จณฺฑาลคามโก อโหสิ. มหาสตฺโต ตตฺถ นิพฺพตฺติ, อปโรปิ สตฺโต ตสฺเสว มาตุจฺฉาปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ. เตสุ เอโก จิตฺโต นาม อโหสิ, เอโก สมฺภูโต นาม. เต อุโภปิ วยปฺปตฺตา จณฺฑาลวํสโธวนํ นาม สิปฺปํ อุคฺคณฺหิตฺวา เอกทิวสํ ‘‘อุชฺเชนีนครทฺวาเร สิปฺปํ ทสฺเสสฺสามา’’ติ เอโก อุตฺตรทฺวาเร สิปฺปํ ทสฺเสสิ, เอโก ปาจีนทฺวาเร. ตสฺมิญฺจ นคเร เทฺว ทิฏฺฐมงฺคลิกาโย อเหสุํ, เอกา เสฏฺฐิธีตา, เอกา ปุโรหิตธีตา. ตา พหุขาทนียโภชนียมาลาคนฺธาทีนิ คาหาเปตฺวา ‘‘อุยฺยานกีฬํ กีฬิสฺสามา’’ติ เอกา อุตฺตรทฺวาเรน นิกฺขมิ, เอกา ปาจีนทฺวาเรน. ตา เต จณฺฑาลปุตฺเต สิปฺปํ ทสฺเสนฺเต ทิสฺวา ‘‘เก เอเต’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘จณฺฑาลปุตฺตา’’ติ สุตฺวา ‘‘อปสฺสิตพฺพยุตฺตกํ วต ปสฺสิมฺหา’’ติ คนฺโธทเกน อกฺขีนิ โธวิตฺวา นิวตฺตึสุ. มหาชโน ‘‘อเร ทุฏฺฐจณฺฑาล, ตุเมฺห นิสฺสาย มยํ อมูลกานิ สุราภตฺตาทีนิ น ลภิมฺหา’’ติ เต อุโภปิ ภาติเก โปเถตฺวา อนยพฺยสนํ ปาเปสิ.

เต ปฏิลทฺธสญฺญา อุฏฺฐาย อญฺญมญฺญสฺส สนฺติกํ คจฺฉนฺตา เอกสฺมึ ฐาเน สมาคนฺตฺวา อญฺญมญฺญสฺส ตํ ทุกฺขุปฺปตฺตึ อาโรเจตฺวา โรทิตฺวา ปริเทวิตฺวา ‘‘กินฺติ กริสฺสามา’’ติ มนฺเตตฺวา ‘‘อิมํ อมฺหากํ ชาตึ นิสฺสาย ทุกฺขํ อุปฺปนฺนํ, จณฺฑาลกมฺมํ กาตุํ น สกฺขิสฺสาม, ชาตึ ปฏิจฺฉาเทตฺวา พฺราหฺมณมาณววณฺเณน ตกฺกสิลํ คนฺตฺวา สิปฺปํ อุคฺคณฺหิสฺสามา’’ติ สนฺนิฏฺฐานํ กตฺวา ตตฺถ คนฺตฺวา ธมฺมนฺเตวาสิกา หุตฺวา ทิสาปาโมกฺขาจริยสฺส สนฺติเก สิปฺปํ ปฏฺฐเปสุํ. ชมฺพุทีปตเล ‘‘เทฺว กิร จณฺฑาลา ชาตึ ปฏิจฺฉาเทตฺวา สิปฺปํ อุคฺคณฺหนฺตี’’ติ สูยิตฺถ. เตสุ จิตฺตปณฺฑิตสฺส สิปฺปํ นิฏฺฐิตํ, สมฺภูตสฺส น ตาว นิฏฺฐาติ.

อเถกทิวสํ เอโก คามวาสี ‘‘พฺราหฺมณวาจนกํ กริสฺสามี’’ติ อาจริยํ นิมนฺเตสิ. ตเมว รตฺตึ เทโว วสฺสิตฺวา มคฺเค กนฺทราทีนิ ปูเรสิ. อาจริโย ปาโตว จิตฺตปณฺฑิตํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘ตาต, อหํ คนฺตุํ น สกฺขิสฺสามิ, ตฺวํ มาณเวหิ สทฺธึ คนฺตา มงฺคลํ วตฺวา ตุเมฺหหิ ลทฺธํ ภุญฺชิตฺวา อเมฺหหิ ลทฺธํ อาหรา’’ติ เปเสสิ. โส ‘‘สาธู’’ติ มาณวเก คเหตฺวา คโต. ยาว มาณวา นฺหายนฺติ เจว มุขานิ จ โธวนฺติ, ตาว มนุสฺสา ปายาสํ วฑฺเฒตฺวา นิพฺพาตูติ ฐเปสุํ. มาณวา ตสฺมึ อนิพฺพุเตเยว อาคนฺตฺวา นิสีทึสุ. มนุสฺสา ทกฺขิโณทกํ ทตฺวา เตสํ ปุรโต ปาติโย ฐเปสุํ. สมฺภูโต ลุทฺธธาตุโก วิย หุตฺวา ‘‘สีตโล’’ติ สญฺญาย ปายาสปิณฺฑํ อุกฺขิปิตฺวา มุเข ฐเปสิ, โส ตสฺส อาทิตฺตอโยคุโฬ วิย มุขํ ทหิ. โส กมฺปมาโน สตึ อนุปฏฺฐาเปตฺวา จิตฺตปณฺฑิตํ โอโลเกตฺวา จณฺฑาลภาสาย เอว ‘‘ขฬุ ขฬู’’ติ อาห. โสปิ ตเถว สตึ อนุปฏฺฐาเปตฺวา จณฺฑาลภาสาย เอว ‘‘นิคฺคล นิคฺคลา’’ติ อาห. มาณวา อญฺญมญฺญํ โอโลเกตฺวา ‘‘กึ ภาสา นาเมสา’’ติ วทึสุ. จิตฺตปณฺฑิโต มงฺคลํ อภาสิ. มาณวา พหิ นิกฺขมิตฺวา วคฺควคฺคา หุตฺวา ตตฺถ ตตฺถ นิสีทิตฺวา ภาสํ โสเธนฺตา ‘‘จณฺฑาลภาสา’’ติ ญตฺวา ‘‘อเร ทุฏฺฐจณฺฑาลา, เอตฺตกํ กาลํ ‘พฺราหฺมณามฺหา’ติ วตฺวา วญฺจยิตฺถา’’ติ อุโภปิ เต โปถยึสุ. อเถโก สปฺปุริโส ‘‘อเปถา’’ติ วาเรตฺวา ‘‘อยํ ตุมฺหากํ ชาติยา โทโส, คจฺฉถ กตฺถจิ เทเสว ปพฺพชิตฺวา ชีวถา’’ติ เต อุโภ อุยฺโยเชสิ. มาณวา เตสํ จณฺฑาลภาวํ อาจริยสฺส อาโรเจสุํ.

เตปิ อรญฺญํ ปวิสิตฺวา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา น จิรสฺเสว ตโต จวิตฺวา เนรญฺชราย ตีเร มิคิยา กุจฺฉิสฺมึ นิพฺพตฺตึสุ. เต มาตุกุจฺฉิโต นิกฺขนฺตกาลโต ปฏฺฐาย เอกโตว วิจรนฺติ, วินา ภวิตุํ น สกฺโกนฺติ. เต เอกทิวสํ โคจรํ คเหตฺวา เอกสฺมึ รุกฺขมูเล สีเสน สีสํ, สิงฺเคน สิงฺคํ, ตุณฺเฑน ตุณฺฑํ อลฺลียาเปตฺวา โรมนฺถยมาเน ฐิเต ทิสฺวา เอโก ลุทฺทโก สตฺตึ ขิปิตฺวา เอกปฺปหาเรเนว ชีวิตา โวโรเปสิ. ตโต จวิตฺวา นมฺมทานทีตีเร อุกฺกุสโยนิยํ นิพฺพตฺตึสุ. ตตฺราปิ วุทฺธิปฺปตฺเต โคจรํ คเหตฺวา สีเสน สีสํ, ตุณฺเฑน ตุณฺฑํ อลฺลียาเปตฺวา ฐิเต ทิสฺวา เอโก ยฏฺฐิลุทฺทโก เอกปฺปหาเรเนว พนฺธิตฺวา วธิ. ตโต ปน จวิตฺวา จิตฺตปณฺฑิโต โกสมฺพิยํ ปุโรหิตสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ. สมฺภูตปณฺฑิโต อุตฺตรปญฺจาลรญฺโญ ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ. เต นามคฺคหณทิวสโต ปฏฺฐาย อตฺตโน ชาตึ อนุสฺสรึสุ. เตสุ สมฺภูตปณฺฑิโต นิรนฺตรํ สริตุํ อสกฺโกนฺโต จตุตฺถํ จณฺฑาลชาติเมว อนุสฺสรติ, จิตฺตปณฺฑิโต ปฏิปาฏิยา จตสฺโสปิ ชาติโย. โส โสฬสวสฺสกาเล นิกฺขมิตฺวา หิมวนฺตํ ปวิสิตฺวา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา ฌานาภิญฺญํ นิพฺพตฺเตตฺวา ฌานสุเขน วีตินาเมนฺโต วสิ. สมฺภูตปณฺฑิโตปิ ปิตุ อจฺจเยน ฉตฺตํ อุสฺสาเปตฺวา ฉตฺตมงฺคลทิวเสเยว มหาชนมชฺเฌ มงฺคลคีตํ กตฺวา อุทานวเสน เทฺว คาถา อภาสิ. ตํ สุตฺวา ‘‘อมฺหากํ รญฺโญ มงฺคลคีต’’นฺติ โอโรธาปิ คนฺธพฺพาปิ ตเมว คีตํ คายนฺติ. อนุกฺกเมเนว ‘‘รญฺโญ ปิยคีต’’นฺติ สพฺเพปิ นครวาสิโน มนุสฺสา ตเมว คายนฺติ.

จิตฺตปณฺฑิโตปิ หิมวนฺตปเทเส วสนฺโตเยว ‘‘กึ นุ โข มม ภาติเกน สมฺภูเตน ฉตฺตํ ลทฺธํ, อุทาหุ น วา’’ติ อุปธาเรนฺโต ลทฺธภาวํ ญตฺวา ‘‘นวรชฺชํ ตาว อิทานิ คนฺตฺวาปิ โพเธตุํ น สกฺขิสฺสามิ, มหลฺลกกาเล นํ อุปสงฺกมิตฺวา ธมฺมํ กเถตฺวา ปพฺพาเชสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ปณฺณาส วสฺสานิ อคนฺตฺวา รญฺโญ ปุตฺตธีตาหิ วฑฺฒิตกาเล อิทฺธิยา คนฺตฺวา อุยฺยาเน โอตริตฺวา มงฺคลสิลาปฏฺเฏ สุวณฺณปฏิมา วิย นิสีทิ. ตสฺมึ ขเณ เอโก ทารโก ตํ คีตํ คายนฺโต ทารูนิ อุทฺธรติ. จิตฺตปณฺฑิโต ตํ ปกฺโกสิ. โส อาคนฺตฺวา วนฺทิตฺวา อฏฺฐาสิ. อถ นํ อาห – ‘‘ตฺวํ ปาโตว ปฏฺฐาย อิมเมว คีตํ คายสิ, กึ อญฺญํ น ชานาสี’’ติ. ‘‘ภนฺเต, อญฺญานิปิ พหูนิ ชานามิ, อิมานิ ปน เทฺว รญฺโญ ปิยคีตานิ, ตสฺมา อิมาเนว คายามี’’ติ. ‘‘อตฺถิ ปน รญฺโญ คีตสฺส ปฏิคีตํ คายนฺโต’’ติ? ‘‘นตฺถิ ภนฺเต’’ติ. ‘‘สกฺขิสฺสสิ ปน ตฺวํ ปฏิคีตํ คายิตุ’’นฺติ? ‘‘ชานนฺโต สกฺขิสฺสามี’’ติ. ‘‘เตน หิ ตฺวํ รญฺญา ทฺวีสุ คีเตสุ คายิเตสุ อิทํ ตติยํ กตฺวา คายสฺสู’’ติ คีตํทตฺวา ‘‘คนฺตฺวา รญฺโญ สนฺติเก คายิสฺสสิ, ราชา เต ปสีทิตฺวา มหนฺตํ อิสฺสริยํ ทสฺสตี’’ติ อุยฺโยเชสิ.

โส สีฆํ มาตุ สนฺติกํ คนฺตฺวา อตฺตานํ อลงฺการาเปตฺวา ราชทฺวารํ คนฺตฺวา ‘‘เอโก กิร ทารโก ตุเมฺหหิ สทฺธึ ปฏิคีตํ คายิสฺสตี’’ติ รญฺโญ อาโรจาเปตฺวา ‘‘อาคจฺฉตู’’ติ วุตฺเต คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา ‘‘ตฺวํ กิร, ตาต, ปฏิคีตํ คายิสฺสสี’’ติ ปุฏฺโฐ ‘‘อาม, เทว, สพฺพํ ราชปริสํ สนฺนิปาเตถา’’ติ สนฺนิปติตาย ปริสาย ราชานํ อาห ‘‘ตุเมฺห ตาว, เทว, ตุมฺหากํ คีตํ คายถ, อถาหํ ปฏิคีตํ คายิสฺสามี’’ติ. ราชา คาถาทฺวยมาห –

๒๔. ‘‘สพฺพํ นรานํ สผลํ สุจิณฺณํ, น กมฺมุนา กิญฺจน โมฆมตฺถิ;

ปสฺสามิ สมฺภูตํ มหานุภาวํ, สกมฺมุนา ปุญฺญผลูปปนฺนํ.

๒๕. ‘‘สพฺพํ นรานํ สผลํ สุจิณฺณํ, น กมฺมุนา กิญฺจน โมฆมตฺถิ;

กจฺจินฺนุ จิตฺตสฺสปิ เอวเมวํ, อิทฺโธ มโน ตสฺส ยถาปิ มยฺห’’นฺติ.

ตตฺถ น กมฺมุนา กิญฺจน โมฆมตฺถีติ สุกตทุกฺกเฏสุ กมฺเมสุ กิญฺจน เอกกมฺมมฺปิ โมฆํ นาม นตฺถิ, นิปฺผลํ น โหติ, วิปากํ ทตฺวาว นสฺสตีติ อปราปริยเวทนียกมฺมํ สนฺธายาห. สมฺภูตนฺติ อตฺตานํ วทติ, ปสฺสามหํ อายสฺมนฺตํ สมฺภูตํ สเกน กมฺเมน ปุญฺญผลูปปนฺนํ, สกมฺมํ นิสฺสาย ปุญฺญผเลน อุปปนฺนํ ตํ ปสฺสามีติ อตฺโถ. กจฺจินฺนุ จิตฺตสฺสปีติ มยญฺหิ เทฺวปิ ชนา เอกโต หุตฺวา น จิรํ สีลํ รกฺขิมฺห, อหํ ตาว ตสฺส ผเลน มหนฺตํ ยสํ ปตฺโต, กจฺจิ นุ โข เม ภาติกสฺส จิตฺตสฺสปิ เอวเมว มโน อิทฺโธ สมิทฺโธติ.

ตสฺส คีตาวสาเน ทารโก คายนฺโต ตติยํ คาถมาห –

๒๖. ‘‘สพฺพํ นรานํ สผลํ สุจิณฺณํ, น กมฺมุนา กิญฺจน โมฆมตฺถิ;

จิตฺตมฺปิ ชานาหิ ตเถว เทว, อิทฺโธ มโน ตสฺส ยถาปิ ตุยฺห’’นฺติ.

ตํ สุตฺวา ราชา จตุตฺถํ คาถมาห –

๒๗. ‘‘ภวํ นุ จิตฺโต สุตมญฺญโต เต, อุทาหุ เต โกจิ นํ เอตทกฺขา;

คาถา สุคีตา น มมตฺถิ กงฺขา, ททามิ เต คามวรํ สตญฺจา’’ติ.

ตตฺถ สุตมญฺญโต เตติ อหํ สมฺภูตสฺส ภาตา จิตฺโต นามาติ วทนฺตสฺส จิตฺตสฺเสว นุ เต สนฺติกา สุตนฺติ อตฺโถ. โกจิ นนฺติ อุทาหุ มยา สมฺภูตสฺส รญฺโญ ภาตา จิตฺโต ทิฏฺโฐติ โกจิ เต เอตมตฺถํ อาจิกฺขิ. สุคีตาติ สพฺพถาปิ อยํ คาถา สุคีตา, นตฺเถตฺถ มม กงฺขา. คามวรํ สตญฺจาติ คามวรานํ เต สตํ ททามีติ วทติ.

ตโต ทารโก ปญฺจมํ คาถมาห –

๒๘. ‘‘น จาหํ จิตฺโต สุตมญฺญโต เม, อิสี จ เม เอตมตฺถํ อสํสิ;

คนฺตฺวาน รญฺโญ ปฏิคาหิ คาถํ, อปิ เต วรํ อตฺตมโน ทเทยฺยา’’ติ.

ตตฺถ เอตมตฺถนฺติ ตุมฺหากํ อุยฺยาเน นิสินฺโน เอโก อิสิ มยฺหํ เอตมตฺถํ อาจิกฺขิ.

ตํ สุตฺวา ราชา ‘‘โส มม ภาตา จิตฺโต ภวิสฺสติ, อิทาเนว นํ คนฺตฺวา ปสฺสิสฺสามี’’ติ ปุริเส อาณาเปนฺโต คาถาทฺวยมาห –

๒๙. ‘‘โยเชนฺตุ เว ราชรเถ, สุกเต จิตฺตสิพฺพเน;

กจฺฉํ นาคานํ พนฺธถ, คีเวยฺยํ ปฏิมุญฺจถ.

๓๐. ‘‘อาหญฺญนฺตุ เภริมุทิงฺคสงฺเข, สีฆานิ ยานานิ จ โยชยนฺตุ;

อชฺเชวหํ อสฺสมํ ตํ คมิสฺสํ, ยตฺเถว ทกฺขิสฺสมิสึ นิสินฺน’’นฺติ.

ตตฺถ อาหญฺญนฺตูติ อาหนนฺตุ. อสฺสมํ ตนฺติ ตํ อสฺสมํ.

โส เอวํ วตฺวา รถํ อภิรุยฺห สีฆํ คนฺตฺวา อุยฺยานทฺวาเร รถํ ฐเปตฺวา จิตฺตปณฺฑิตํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสินฺโน ตุฏฺฐมานโส อฏฺฐมํ คาถมาห –

๓๑. ‘‘สุลทฺธลาโภ วต เม อโหสิ, คาถา สุคีตา ปริสาย มชฺเฌ;

สฺวาหํ อิสึ สีลวตูปปนฺนํ, ทิสฺวา ปตีโต สุมโนหมสฺมี’’ติ.

ตสฺสตฺโถ – สุลทฺธลาโภ วต มยฺหํ ฉตฺตมงฺคลทิวเส ปริสาย มชฺเฌ คีตคาถา สุคีตาว อโหสิ, สฺวาหํ อชฺช สีลวตสมฺปนฺนํ อิสึ ทิสฺวา ปีติโสมนสฺสปฺปตฺโต ชาโตติ.

โส จิตฺตปณฺฑิตสฺส ทิฏฺฐกาลโต ปฏฺฐาย โสมนสฺสปฺปตฺโต ‘‘ภาติกสฺส เม ปลฺลงฺกํ อตฺถรถา’’ติอาทีนิ อาณาเปนฺโต นวมํ คาถมาห –

๓๒. ‘‘อาสนํ อุทกํ ปชฺชํ, ปฏิคฺคณฺหาตุ โน ภวํ;

อคฺเฆ ภวนฺตํ ปุจฺฉาม, อคฺฆํ กุรุตุ โน ภว’’นฺติ.

ตตฺถ อคฺเฆติ อติถิโน ทาตพฺพยุตฺตกสฺมึ อคฺเฆ ภวนฺตํ อาปุจฺฉาม. กุรุตุ โนติ อิมํ โน อคฺฆํ ภวํ ปฏิคฺคณฺหาตุ.

เอวํ มธุรปฏิสนฺถารํ กตฺวา รชฺชํ มชฺเฌ ภินฺทิตฺวา เทนฺโต อิตรํ คาถมาห –

๓๓. ‘‘รมฺมญฺจ เต อาวสถํ กโรนฺตุ, นารีคเณหิ ปริจารยสฺสุ;

กโรหิ โอกาสมนุคฺคหาย, อุโภปิมํ อิสฺสริยํ กโรมา’’ติ.

ตตฺถ อิมํ อิสฺสริยนฺติ กปิลรฏฺเฐ อุตฺตรปญฺจาลนคเร รชฺชํ มชฺเฌ ภินฺทิตฺวา เทฺวปิ ชนา กโรม อนุภวาม.

ตสฺส ตํ วจนํ สุตฺวา จิตฺตปณฺฑิโต ธมฺมํ เทเสนฺโต ฉ คาถา อภาสิ –

๓๔. ‘‘ทิสฺวา ผลํ ทุจฺจริตสฺส ราช, อตฺโถ สุจิณฺณสฺส มหาวิปากํ;

อตฺตานเมว ปฏิสํยมิสฺสํ, น ปตฺถเย ปุตฺต ปสุํ ธนํ วา.

๓๕. ‘‘ทเสวิมา วสฺสทสา, มจฺจานํ อิธ ชีวิตํ;

อปตฺตญฺเญว ตํ โอธึ, นโฬ ฉินฺโนว สุสฺสติ.

๓๖. ‘‘ตตฺถ กา นนฺทิ กา ขิฑฺฑา, กา รตี กา ธเนสนา;

กึ เม ปุตฺเตหิ ทาเรหิ, ราช มุตฺโตสฺมิ พนฺธนา.

๓๗. ‘‘โสหํ เอวํ ปชานามิ, มจฺจุ เม นปฺปมชฺชติ;

อนฺตเกนาธิปนฺนสฺส, กา รตี กา ธเนสนา.

๓๘. ‘‘ชาติ นรานํ อธมา ชนินฺท, จณฺฑาลโยนิ ทฺวิปทากนิฏฺฐา;

สเกหิ กมฺเมหิ สุปาปเกหิ, จณฺฑาลคพฺเภ อวสิมฺห ปุพฺเพ.

๓๙. ‘‘จณฺฑาลาหุมฺห อวนฺตีสุ, มิคา เนรญฺชรํ ปติ;

อุกฺกุสา นมฺมทาตีเร, ตฺยชฺช พฺราหฺมณขตฺติยา’’ติ.

ตตฺถ ทุจฺจริตสฺสาติ มหาราช, ตฺวํ สุจริตสฺเสว ผลํ ชานาสิ, อหํ ปน ทุจฺจริตสฺสปิ ผลํ ปสฺสามิเยว. มยญฺหิ อุโภ ทุจฺจริตสฺส ผเลน อิโต จตุตฺเถ อตฺตภาเว จณฺฑาลโยนิยํ นิพฺพตฺตา. ตตฺถ น จิรํ สีลํ รกฺขิตฺวา ตสฺส ผเลน ตฺวํ ขตฺติยกุเล นิพฺพตฺโต, อหํ พฺราหฺมณกุเล, เอวาหํ ทุจฺจริตสฺส จ ผลํ สุจิณฺณสฺส จ มหาวิปากํ ทิสฺวา อตฺตานเมว สีลสํยเมน ปฏิสํยมิสฺสํ, ปุตฺตํ วา ปสุํ วา ธนํ วา น ปตฺเถมิ.