๑๓. เตรสกนิปาโต

[๔๗๔] ๑. อมฺพชาตกวณฺณนา

อหาสิ เม อมฺพผลานิ ปุพฺเพติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เทวทตฺตํ อารพฺภ กเถสิ. เทวทตฺโต หิ ‘‘อหํ พุทฺโธ ภวิสฺสามิ, มยฺหํ สมโณ โคตโม เนว อาจริโย น อุปชฺฌาโย’’ติ อาจริยํ ปจฺจกฺขาย ฌานปริหีโน สงฺฆํ ภินฺทิตฺวา อนุปุพฺเพน สาวตฺถึ อาคจฺฉนฺโต พหิเชตวเน ปถวิยา วิวเร ทินฺเน อวีจึ ปาวิสิ. ตทา ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ‘‘อาวุโส, เทวทตฺโต อาจริยํ ปจฺจกฺขาย มหาวินาสํ ปตฺโต, อวีจิมหานิรเย นิพฺพตฺโต’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพปิ เทวทตฺโต อาจริยํ ปจฺจกฺขาย มหาวินาสํ ปตฺโตเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต ตสฺส ปุโรหิตกุลํ อหิวาตโรเคน วินสฺสิ. เอโกว ปุตฺโต ภิตฺตึ ภินฺทิตฺวา ปลาโต. โส ตกฺกสิลํ คนฺตฺวา ทิสาปาโมกฺขสฺสาจริยสฺส สนฺติเก ตโย เวเท จ อวเสสสิปฺปานิ จ อุคฺคเหตฺวา อาจริยํ วนฺทิตฺวา นิกฺขนฺโต ‘‘เทสจาริตฺตํ ชานิสฺสามี’’ติ จรนฺโต เอกํ ปจฺจนฺตนครํ ปาปุณิ. ตํ นิสฺสาย มหาจณฺฑาลคามโก อโหสิ. ตทา โพธิสตฺโต ตสฺมึ คาเม ปฏิวสติ, ปณฺฑิโต พฺยตฺโต อกาเล ผลํ คณฺหาปนมนฺตํ ชานาติ. โส ปาโตว วุฏฺฐาย กาชํ อาทาย ตโต คามา นิกฺขิมิตฺวา อรญฺเญ เอกํ อมฺพรุกฺขํ อุปสงฺกมิตฺวา สตฺตปทมตฺถเก ฐิโต ตํ มนฺตํ ปริวตฺเตตฺวา อมฺพรุกฺขํ เอเกน อุทกปสเตน ปหรติ. รุกฺขโต ตงฺขณญฺเญว ปุราณปณฺณานิ ปตนฺติ, นวานิ อุฏฺฐหนฺติ, ปุปฺผานิ ปุปฺผิตฺวา ปตนฺติ, อมฺพผลานิ อุฏฺฐาย มุหุตฺเตเนว ปจฺจิตฺวา มธุรานิ โอชวนฺตานิ ทิพฺพรสสทิสานิ หุตฺวา รุกฺขโต ปตนฺติ. มหาสตฺโต ตานิ อุจฺจินิตฺวา ยาวทตฺถํ ขาทิตฺวา กาชํ ปูราเปตฺวา เคหํ คนฺตฺวา ตานิ วิกฺกิณิตฺวา ปุตฺตทารํ โปเสสิ.

โส พฺราหฺมณกุมาโร มหาสตฺตํ อกาเล อมฺพปกฺกานิ อาหริตฺวา วิกฺกิณนฺตํ ทิสฺวา ‘‘นิสฺสํสเยน เตหิ มนฺตพเลน อุปฺปนฺเนหิ ภวิตพฺพํ, อิมํ ปุริสํ นิสฺสาย อิทํ อนคฺฆมนฺตํ ลภิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา มหาสตฺตสฺส อมฺพานิ อาหรณนิยามํ ปริคฺคณฺหนฺโต ตถโต ญตฺวา ตสฺมึ อรญฺญโต อนาคเตเยว ตสฺส เคหํ คนฺตฺวา อชานนฺโต วิย หุตฺวา ตสฺส ภริยํ ‘‘กุหึ อยฺโย, อาจริโย’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อรญฺญํ คโต’’ติ วุตฺเต ตํ อาคตํ อาคมยมาโนว ฐตฺวา อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา หตฺถโต ปจฺฉึ คเหตฺวา อาหริตฺวา เคเห ฐเปสิ. มหาสตฺโต ตํ โอโลเกตฺวา ภริยํ อาห – ‘‘ภทฺเท, อยํ มาณโว มนฺตตฺถาย อาคโต, ตสฺส หตฺเถ มนฺโต นสฺสติ, อสปฺปุริโส เอโส’’ติ. มาณโวปิ ‘‘อหํ อิมํ มนฺตํ อาจริยสฺส อุปการโก หุตฺวา ลภิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ตโต ปฏฺฐาย ตสฺส เคเห สพฺพกิจฺจานิ กโรติ. ทารูนิ อาหรติ, วีหึ โกฏฺเฏติ, ภตฺตํ ปจติ, ทนฺตกฏฺฐมุขโธวนาทีนิ เทติ, ปาทํ โธวติ.

เอกทิวสํ มหาสตฺเตน ‘‘ตาต มาณว, มญฺจปาทานํ เม อุปธานํ เทหี’’ติ วุตฺเต อญฺญํ อปสฺสิตฺวา สพฺพรตฺตึ อูรุมฺหิ ฐเปตฺวา นิสีทิ. อปรภาเค มหาสตฺตสฺส ภริยา ปุตฺตํ วิชายิ. ตสฺสา ปสูติกาเล ปริกมฺมํ สพฺพมกาสิ. สา เอกทิวสํ มหาสตฺตํ อาห ‘‘สามิ, อยํ มาณโว ชาติสมฺปนฺโน หุตฺวา มนฺตตฺถาย อมฺหากํ เวยฺยาวจฺจํ กโรติ, เอตสฺส หตฺเถ มนฺโต ติฏฺฐตุ วา มา วา, เทถ ตสฺส มนฺต’’นฺติ. โส ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ตสฺส มนฺตํ ทตฺวา เอวมาห – ‘‘ตาต, อนคฺโฆยํ มนฺโต, ตว อิมํ นิสฺสาย มหาลาภสกฺกาโร ภวิสฺสติ, รญฺญา วา ราชมหามตฺเตน วา ‘โก เต อาจริโย’ติ ปุฏฺฐกาเล มา มํ นิคูหิตฺโถ, สเจ หิ ‘จณฺฑาลสฺส เม สนฺติกา มนฺโต คหิโต’ติ ลชฺชนฺโต ‘พฺราหฺมณมหาสาโล เม อาจริโย’ติ กเถสฺสสิ, อิมสฺส มนฺตสฺส ผลํ น ลภิสฺสสี’’ติ. โส ‘‘กึ การณา ตํ นิคูหิสฺสามิ, เกนจิ ปุฏฺฐกาเล ตุเมฺหเยว กเถสฺสามี’’ติ วตฺวา ตํ วนฺทิตฺวา จณฺฑาลคามโต นิกฺขมิตฺวา มนฺตํ วีมํสิตฺวา อนุปุพฺเพน พาราณสึ ปตฺวา อมฺพานิ วิกฺกิณิตฺวา พหุํ ธนํ ลภิ.

อเถกทิวสํ อุยฺยานปาโล ตสฺส หตฺถโต อมฺพํ กิณิตฺวา รญฺโญ อทาสิ. ราชา ตํ ปริภุญฺชิตฺวา ‘‘กุโต สมฺม, ตยา เอวรูปํ อมฺพํ ลทฺธ’’นฺติ ปุจฺฉิ. เทว, เอโก มาณโว อกาลอมฺพผลานิ อาเนตฺวา วิกฺกิณาติ, ตโต เม คหิตนฺติ. เตน หิ ‘‘อิโต ปฏฺฐาย อิเธว อมฺพานิ อาหรตู’’ติ นํ วเทหีติ. โส ตถา อกาสิ. มาณโวปิ ตโต ปฏฺฐาย อมฺพานิ ราชกุลํ หรติ. อถ รญฺญา ‘‘อุปฏฺฐห ม’’นฺติ วุตฺเต ราชานํ อุปฏฺฐหนฺโต พหุํ ธนํ ลภิตฺวา อนุกฺกเมน วิสฺสาสิโก ชาโต. อถ นํ เอกทิวสํ ราชา ปุจฺฉิ ‘‘มาณว, กุโต อกาเล เอวํ วณฺณคนฺธรสสมฺปนฺนานิ อมฺพานิ ลภสิ, กึ เต นาโค วา สุปณฺโณ วา เทโว วา โกจิ เทติ, อุทาหุ มนฺตพลํ เอต’’นฺติ? ‘‘น เม มหาราช, โกจิ เทติ, อนคฺโฆ ปน เม มนฺโต อตฺถิ, ตสฺเสว พล’’นฺติ. ‘‘เตน หิ มยมฺปิ เต เอกทิวสํ มนฺตพลํ ทฏฺฐุกามา’’ติ. ‘‘สาธุ, เทว, ทสฺเสสฺสามี’’ติ. ราชา ปุนทิวเส เตน สทฺธึ อุยฺยานํ คนฺตฺวา ‘‘ทสฺเสหี’’ติ อาห. โส ‘‘สาธู’’ติ อมฺพรุกฺขํ อุปคนฺตฺวา สตฺตปทมตฺถเก ฐิโต มนฺตํ ปริวตฺเตตฺวา รุกฺขํ อุทเกน ปหริ. ตงฺขณญฺเญว อมฺพรุกฺโข เหฏฺฐา วุตฺตนิยาเมเนว ผลํ คเหตฺวา มหาเมโฆ วิย อมฺพวสฺสํ วสฺสิ. มหาชโน สาธุการํ อทาสิ, เจลุกฺเขปา ปวตฺตึสุ.

ราชา อมฺพผลานิ ขาทิตฺวา ตสฺส พหุํ ธนํ ทตฺวา ‘‘มาณวก, เอวรูโป เต อจฺฉริยมนฺโต กสฺส สนฺติเก คหิโต’’ติ ปุจฺฉิ. มาณโว ‘‘สจาหํ ‘จณฺฑาลสฺส สนฺติเก’ติ วกฺขามิ, ลชฺชิตพฺพกํ ภวิสฺสติ, มญฺจ ครหิสฺสนฺติ, มนฺโต โข ปน เม ปคุโณ, อิทานิ น นสฺสิสฺสติ, ทิสาปาโมกฺขํ อาจริยํ อปทิสามี’’ติ จินฺเตตฺวา มุสาวาทํ กตฺวา ‘‘ตกฺกสิลายํ ทิสาปาโมกฺขาจริยสฺส สนฺติเก คหิโต เม’’ติ วทนฺโต อาจริยํ ปจฺจกฺขาสิ. ตงฺขณญฺเญว มนฺโต อนฺตรธายิ. ราชา โสมนสฺสชาโต ตํ อาทาย นครํ ปวิสิตฺวา ปุนทิวเส ‘‘อมฺพานิ ขาทิสฺสามี’’ติ อุยฺยานํ คนฺตฺวา มงฺคลสิลาปฏฺเฏ นิสีทิตฺวา มาณว, อมฺพานิ อาหราติ อาห. โส ‘‘สาธู’’ติ อมฺพํ อุปคนฺตฺวา สตฺตปทมตฺถเก ฐิโต ‘‘มนฺตํ ปริวตฺเตสฺสามี’’ติ มนฺเต อนุปฏฺฐหนฺเต อนฺตรหิตภาวํ ญตฺวา ลชฺชิโต อฏฺฐาสิ. ราชา ‘‘อยํ ปุพฺเพ ปริสมชฺเฌเยว อมฺพานิ อาหริตฺวา อมฺหากํ เทติ, ฆนเมฆวสฺสํ วิย อมฺพวสฺสํ วสฺสาเปติ, อิทานิ ถทฺโธ วิย ฐิโต, กึ นุ โข การณ’’นฺติ จินฺเตตฺวา ตํ ปุจฺฉนฺโต ปฐมํ คาถมาห –

๑. ‘‘อหาสิ เม อมฺพผลานิ ปุพฺเพ, อณูนิ ถูลานิ จ พฺรหฺมจาริ;

เตเหว มนฺเตหิ น ทานิ ตุยฺหํ, ทุมปฺผลา ปาตุภวนฺติ พฺรเหฺม’’ติ.

ตตฺถ อหาสีติ อาหริ. ทุมปฺผลาติ รุกฺขผลานิ.

ตํ สุตฺวา มาณโว ‘‘สเจ ‘อชฺช อมฺพผลํ น คณฺหามี’ติ วกฺขามิ, ราชา เม กุชฺฌิสฺสติ, มุสาวาเทน นํ วญฺเจสฺสามี’’ติ ทุติยํ คาถมาห –

๒. ‘‘นกฺขตฺตโยคํ ปฏิมานยามิ, ขณํ มุหุตฺตญฺจ มนฺเต น ปสฺสํ;

นกฺขตฺตโยคญฺจ ขณญฺจ ลทฺธา, อทฺธา หริสฺสมฺพผลํ ปหูต’’นฺติ.

ตตฺถ อทฺธาหริสฺสมฺพผลนฺติ อทฺธา อมฺพผลํ อาหริสฺสามิ.

ราชา ‘‘อยํ อญฺญทา นกฺขตฺตโยคํ น วทติ, กึ นุ โข เอต’’นฺติ ปุจฺฉนฺโต เทฺว คาถา อภาสิ –

๓. ‘‘นกฺขตฺตโยคํ น ปุเร อภาณิ, ขณํ มุหุตฺตํ น ปุเร อสํสิ;

สยํ หรี อมฺพผลํ ปหูตํ, วณฺเณน คนฺเธน รเสนุเปตํ.

๔. ‘‘มนฺตาภิชปฺเปน ปุเร หิ ตุยฺหํ, ทุมปฺผลา ปาตุภวนฺติ พฺรเหฺม;

สฺวาชฺช น ปาเรสิ ชปฺปมฺปิ มนฺตํ, อยํ โส โก นาม ตวชฺช ธมฺโม’’ติ.

ตตฺถ น ปาเรสีติ น สกฺโกสิ. ชปฺปมฺปีติ ชปฺปนฺโตปิ ปริวตฺเตนฺโตปิ. อยํ โสติ อยเมว โส ตว สภาโว อชฺช โก นาม ชาโตติ.

ตํ สุตฺวา มาณโว ‘‘น สกฺกา ราชานํ มุสาวาเทน วญฺเจตุํ, สเจปิ เม สภาเว กถิเต อาณํ กเรยฺย, กโรตุ, สภาวเมว กเถสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา เทฺว คาถา อภาสิ –

๕. ‘‘จณฺฑาลปุตฺโต มม สมฺปทาสิ, ธมฺเมน มนฺเต ปกติญฺจ สํสิ;

มา จสฺสุ เม ปุจฺฉิโต นามโคตฺตํ, คุยฺหิตฺโถ อตฺถํ วิชเหยฺย มนฺโต.

๖. ‘‘โสหํ ชนินฺเทน ชนมฺหิ ปุฏฺโฐ, มกฺขาภิภูโต อลิกํ อภาณึ;

‘มนฺตา อิเม พฺราหฺมณสฺสา’ติ มิจฺฉา, ปหีนมนฺโต กปโณ รุทามี’’ติ.

ตตฺถ ธมฺเมนาติ สเมน การเณน อปฺปฏิจฺฉาเทตฺวาว อทาสิ. ปกติญฺจ สํสีติ ‘‘มา เม ปุจฺฉิโต นามโคตฺตํ คุยฺหิตฺโถ, สเจ คูหสิ, มนฺตา เต นสฺสิสฺสนฺตี’’ติ เตสํ นสฺสนปกติญฺจ มยฺหํ สํสิ. พฺราหฺมณสฺสาติ มิจฺฉาติ ‘‘พฺราหฺมณสฺส สนฺติเก มยา อิเม มนฺตา คหิตา’’ติ มิจฺฉาย อภณึ, เตน เม เต มนฺตา นฏฺฐา, สฺวาหํ ปหีนมนฺโต อิทานิ กปโณ รุทามีติ.

ตํ สุตฺวา ราชา ‘‘อยํ ปาปธมฺโม เอวรูปํ รตนมนฺตํ น โอโลเกสิ, เอวรูปสฺมิญฺหิ อุตฺตมรตนมนฺเต ลทฺเธ ชาติ กึ กริสฺสตี’’ติ กุชฺฌิตฺวา ตสฺส ครหนฺโต –

๗. ‘‘เอรณฺฑา ปุจิมนฺทา วา, อถ วา ปาลิภทฺทกา;

มธุํ มธุตฺถิโก วินฺเท, โส หิ ตสฺส ทุมุตฺตโม.

๘. ‘‘ขตฺติยา พฺราหฺมณา เวสฺสา, สุทฺทา จณฺฑาลปุกฺกุสา;

ยมฺหา ธมฺมํ วิชาเนยฺย, โส หิ ตสฺส นรุตฺตโม.

๙. ‘‘อิมสฺส ทณฺฑญฺจ วธญฺจ ทตฺวา, คเล คเหตฺวา ขลยาถ ชมฺมํ;

โย อุตฺตมตฺถํ กสิเรน ลทฺธํ, มานาติมาเนน วินาสยิตฺถา’’ติ. –

อิมา คาถา อาห.

ตตฺถ มธุตฺถิโกติ มธุอตฺถิโก ปุริโส อรญฺเญ มธุํ โอโลเกนฺโต เอเตสํ รุกฺขานํ ยโต มธุํ ลภติ, โสว ทุโม ตสฺส ทุมุตฺตโม นาม. ตเถว ขตฺติยาทีสุ ยมฺหา ปุริสา ธมฺมํ การณํ ยุตฺตํ อตฺถํ วิชาเนยฺย, โสว ตสฺส อุตฺตโม นโร นาม. อิมสฺส ทณฺฑญฺจาติ อิมสฺส ปาปธมฺมสฺส สพฺพสฺสหรณทณฺฑญฺจ เวฬุเปสิกาทีหิ ปิฏฺฐิจมฺมํ อุปฺปาเฏตฺวา วธญฺจ ทตฺวา อิมํ ชมฺมํ คเล คเหตฺวา ขลยาถ, ขลิการตฺตํ ปาเปตฺวา นิทฺธมถ นิกฺกฑฺฒถ, กึ อิมินา อิธ วสนฺเตนาติ.

ราชปุริสา ตถา กตฺวา ‘‘ตวาจริยสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ตํ อาราเธตฺวาว สเจ ปุน มนฺเต ลภิสฺสสิ, อิธ อาคจฺเฉยฺยาสิ, โน เจ, อิมํ ทิสํ มา โอโลเกยฺยาสี’’ติ ตํ นิพฺพิสยมกํสุ. โส อนาโถ หุตฺวา ‘‘ฐเปตฺวา อาจริยํ น เม อญฺญํ ปฏิสรณํ อตฺถิ, ตสฺเสว สนฺติกํ คนฺตฺวา ตํ อาราเธตฺวา ปุน มนฺตํ ยาจิสฺสามี’’ติ โรทนฺโต ตํ คามํ อคมาสิ. อถ นํ อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา มหาสตฺโต ภริยํ อามนฺเตตฺวา ‘‘ภทฺเท, ปสฺส ตํ ปาปธมฺมํ ปริหีนมนฺตํ ปุน อาคจฺฉนฺต’’นฺติ อาห. โส มหาสตฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสินฺโน ‘‘กึการณา อาคโตสี’’ติ ปุฏฺโฐ ‘‘อาจริย, มุสาวาทํ กตฺวา อาจริยํ ปจฺจกฺขิตฺวา มหาวินาสํ ปตฺโตมฺหี’’ติ วตฺวา อจฺจยํ ทสฺเสตฺวา ปุน มนฺเต ยาจนฺโต –

๑๐. ‘‘ยถา สมํ มญฺญมาโน ปเตยฺย, โสพฺภํ คุหํ นรกํ ปูติปาทํ;

รชฺชูติ วา อกฺกเม กณฺหสปฺปํ, อนฺโธ ยถา โชติมธิฏฺฐเหยฺย;

เอวมฺปิ มํ ตํ ขลิตํ สปญฺญ, ปหีนมนฺตสฺส ปุนปฺปทาหี’’ติ. – คาถมาห;

ตตฺถ ยถา สมนฺติ ยถา ปุริโส อิทํ สมํ ฐานนฺติ มญฺญมาโน โสพฺภํ วา คุหํ วา ภูมิยา ผลิตฏฺฐานสงฺขาตํ นรกํ วา ปูติปาทํ วา ปเตยฺย. ปูติปาโทติ หิมวนฺตปเทเส มหารุกฺเข สุสฺสิตฺวา มเต ตสฺส มูเลสุ ปูติเกสุ ชาเตสุ ตสฺมึ ฐาเน มหาอาวาโฏ โหติ, ตสฺส นามํ. โชติมธิฏฺฐเหยฺยาติ อคฺคึ อกฺกเมยฺย. เอวมฺปีติ เอวํ อหมฺปิ ปญฺญาจกฺขุโน อภาวา อนฺโธ ตุมฺหากํ วิเสสํ อชานนฺโต ตุเมฺหสุ ขลิโต, ตํ มํ ขลิตํ วิทิตฺวา สปญฺญ ญาณสมฺปนฺน ปหีนมนฺตสฺส มม ปุนปิ เทถาติ.

อถ นํ อาจริโย ‘‘ตาต, กึ กเถสิ, อนฺโธ หิ สญฺญาย ทินฺนาย โสพฺภาทีนิ ปริหรติ, มยา ปฐมเมว ตว กถิตํ, อิทานิ กิมตฺถํ มม สนฺติกํ อาคโตสี’’ติ วตฺวา –

๑๑. ‘‘ธมฺเมน มนฺตํ ตว สมฺปทาสึ, ตุวมฺปิ ธมฺเมน ปฏิคฺคเหสิ;

ปกติมฺปิ เต อตฺตมโน อสํสึ, ธมฺเม ฐิตํ ตํ น ชเหยฺย มนฺโต.

๑๒. ‘‘โย พาล-มนฺตํ กสิเรน ลทฺธํ, ยํ ทุลฺลภํ อชฺช มนุสฺสโลเก;

กิญฺจาปิ ลทฺธา ชีวิตุํ อปฺปปญฺโญ, วินาสยี อลิกํ ภาสมาโน.

๑๓. ‘‘พาลสฺส มูฬฺหสฺส อกตญฺญุโน จ, มุสา ภณนฺตสฺส อสญฺญตสฺส;

มนฺเต มยํ ตาทิสเก น เทม, กุโต มนฺตา คจฺฉ น มยฺหํ รุจฺจสี’’ติ. –

อิมา คาถา อาห.

ตตฺถ ธมฺเมนาติ อหมฺปิ ตว อาจริยภาคํ หิรญฺญํ วา สุวณฺณํ วา อคฺคเหตฺวา ธมฺเมเนว มนฺตํ สมฺปทาสึ, ตฺวมฺปิ กิญฺจิ อทตฺวา ธมฺเมน สเมเนว ปฏิคฺคเหสิ. ธมฺเม ฐิตนฺติ อาจริยปูชกธมฺเม ฐิตํ. ตาทิสเกติ ตถารูเป อกาลผลคณฺหาปเก มนฺเต น เทม, คจฺฉ น เม รุจฺจสีติ.

โส เอวํ อาจริเยน อุยฺโยชิโต ‘‘กึ มยฺหํ ชีวิเตนา’’ติ อรญฺญํ ปวิสิตฺวา อนาถมรณํ มริ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพปิ เทวทตฺโต อาจริยํ ปจฺจกฺขาย มหาวินาสํ ปตฺโต’’ติ วตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา อกตญฺญู มาณโว เทวทตฺโต อโหสิ, ราชา อานนฺโท, จณฺฑาลปุตฺโต ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

อมฺพชาตกวณฺณนา ปฐมา.

[๔๗๕] ๒. ผนฺทนชาตกวณฺณนา

กุฐาริหตฺโถ ปุริโสติ อิทํ สตฺถา โรหิณีนทีตีเร วิหรนฺโต ญาตกานํ กลหํ อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ ปน กุณาลชาตเก (ชา. ๒.๒๑.กุณาลชาตก) อาวิ ภวิสฺสติ. ตทา ปน สตฺถา ญาตเก อามนฺเตตฺวา – มหาราชา, อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต พหินคเร วฑฺฒกิคาโม อโหสิ. ตเตฺรโก พฺราหฺมณวฑฺฒกี อรญฺญโต ทารูนิ อาหริตฺวา รถํ กตฺวา ชีวิกํ กปฺเปสิ. ตทา หิมวนฺตปเทเส มหาผนฺทนรุกฺโข อโหสิ. เอโก กาฬสีโห โคจรํ ปริเยสิตฺวา อาคนฺตฺวา ตสฺส มูเล นิปชฺชิ. อถสฺส เอกทิวสํ วาเต ปหรนฺเต เอโก สุกฺขทณฺฑโก ปติตฺวา ขนฺเธ อวตฺถาสิ. โส โถกํ ขนฺเธน รุชนฺเตน ภีตตสิโต อุฏฺฐาย ปกฺขนฺทิตฺวา ปุน นิวตฺโต อาคตมคฺคํ โอโลเกนฺโต กิญฺจิ อทิสฺวา ‘‘อญฺโญ มํ สีโห วา พฺยคฺโฆ วา อนุพนฺธนฺโต นตฺถิ, อิมสฺมึ ปน รุกฺเข นิพฺพตฺตเทวตา มํ เอตฺถ นิปชฺชนฺตํ น สหติ มญฺเญ, โหตุ ชานิสฺสามี’’ติ อฏฺฐาเน โกปํ พนฺธิตฺวา รุกฺขํ ปหริตฺวา ‘‘เนว ตว รุกฺขสฺส ปตฺตํ ขาทามิ, น สาขํ ภญฺชามิ, อิธ อญฺเญ มิเค วสนฺเต สหสิ, มํ น สหสิ, โก มยฺหํ โทโส อตฺถิ, กติปาหํ อาคเมหิ, สมูลํ เต รุกฺขํ อุปฺปาเฏตฺวา ขณฺฑาขณฺฑิกํ เฉทาเปสฺสามี’’ติ รุกฺขเทวตํ ตชฺเชตฺวา เอกํ ปุริสํ อุปธาเรนฺโต วิจริ. ตทา โส พฺราหฺมณวฑฺฒกี เทฺว ตโย มนุสฺเส อาทาย รถทารูนํ อตฺถาย ยานเกน ตํ ปเทสํ คนฺตฺวา เอกสฺมึ ฐาเน ยานกํ ฐเปตฺวา วาสิผรสุหตฺโถ รุกฺเข อุปธาเรนฺโต ผนฺทนสมีปํ อคมาสิ. กาฬสีโห ตํ ทิสฺวา ‘‘อชฺช, มยา ปจฺจามิตฺตสฺส ปิฏฺฐึ ทฏฺฐุํ วฏฺฏตี’’ติ คนฺตฺวา รุกฺขมูเล อฏฺฐาสิ. วฑฺฒกี จ อิโต จิโต โอโลเกตฺวา ผนฺทนสมีเปน ปายาสิ. โส ‘‘ยาว เอโส นาติกฺกมติ, ตาวเทวสฺส กเถสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ปฐมํ คาถมาห –

๑๔. ‘‘กุฐาริหตฺโถ ปุริโส, วนโมคยฺห ติฏฺฐสิ;

ปุฏฺโฐ เม สมฺม อกฺขาหิ, กึ ทารุํ เฉตุมิจฺฉสี’’ติ.

ตตฺถ ปุริโสติ ตฺวํ กุฐาริหตฺโถ เอโก ปุริโส อิมํ วนํ โอคยฺห ติฏฺฐสีติ.

โส ตสฺส วจนํ สุตฺวา ‘‘อจฺฉริยํ วต โภ, น วต เม อิโต ปุพฺเพ มิโค มนุสฺสวาจํ ภาสนฺโต ทิฏฺฐปุพฺโพ, เอส รถานุจฺฉวิกํ ทารุํ ชานิสฺสติ, ปุจฺฉิสฺสามิ น’’นฺติ จินฺเตตฺวา ทุติยํ คาถมาห –

๑๕. ‘‘อิสฺโส วนานิ จรสิ, สมานิ วิสมานิ จ;

ปุฏฺโฐ เม สมฺม อกฺขาหิ, กึ ทารุํ เนมิยา ทฬฺห’’นฺติ.

ตตฺถ อิสฺโสติ ตฺวมฺปิ เอโก กาฬสีโห วนานิ จรสิ, ตฺวํ รถานุจฺฉวิกํ ทารุํ ชานิสฺสสีติ.

ตํ สุตฺวา กาฬสีโห ‘‘อิทานิ เม มโนรโถ มตฺถกํ ปาปุณิสฺสตี’’ติ จินฺเตตฺวา ตติยํ คาถมาห –

๑๖. ‘‘เนว สาโล น ขทิโร, นาสฺสกณฺโณ กุโต ธโว;

รุกฺโข จ ผนฺทโน นาม, ตํ ทารุํ เนมิยา ทฬฺห’’นฺติ.

โส ตํ สุตฺวา โสมนสฺสชาโต ‘‘สุทิวเสน วตมฺหิ อชฺช อรญฺญํ ปวิฏฺโฐ, ติรจฺฉานคโต เม รถานุจฺฉวิกํ ทารุํ อาจิกฺขติ, อโห สาธู’’ติ ปุจฺฉนฺโต จตุตฺถํ คาถมาห –

๑๗. ‘‘กีทิสานิสฺส ปตฺตานิ, ขนฺโธ วา ปน กีทิโส;

ปุฏฺโฐ เม สมฺม อกฺขาหิ, ยถา ชาเนมุ ผนฺทน’’นฺติ.

อถสฺส โส อาจิกฺขนฺโต เทฺว คาถา อภาสิ –

๑๘. ‘‘ยสฺส สาขา ปลมฺพนฺติ, นมนฺติ น จ ภญฺชเร;

โส รุกฺโข ผนฺทโน นาม, ยสฺส มูเล อหํ ฐิโต.

๑๙. ‘‘อรานํ จกฺกนาภีนํ, อีสาเนมิรถสฺส จ;

สพฺพสฺส เต กมฺมนิโย, อยํ เหสฺสติ ผนฺทโน’’ติ.

ตตฺถ ‘‘อราน’’นฺติ อิทํ โส ‘‘กทาเจส อิมํ รุกฺขํ น คเณฺหยฺย, คุณมฺปิสฺส กเถสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา เอวมาห. ตตฺถ อีสาเนมิรถสฺส จาติ อีสาย จ เนมิยา จ เสสสฺส จ รถสฺส สพฺพสฺส เต เอส กมฺมนิโย กมฺมกฺขโม ภวิสฺสตีติ.

โส เอวํ อาจิกฺขิตฺวา ตุฏฺฐมานโส เอกมนฺเต วิจริ, วฑฺฒกีปิ รุกฺขํ ฉินฺทิตุํ อารภิ. รุกฺขเทวตา จินฺเตสิ ‘‘มยา เอตสฺส อุปริ น กิญฺจิ ปาติตํ, อยํ อฏฺฐาเน อาฆาตํ พนฺธิตฺวา มม วิมานํ นาเสติ, อหญฺจ วินสฺสิสฺสามิ, เอเกนุปาเยน อิมญฺจ อิสฺสํ วินาเสสฺสามี’’ติ. สา วนกมฺมิกปุริโส วิย หุตฺวา ตสฺส สนฺติกํ อาคนฺตฺวา ปุจฺฉิ ‘‘โภ ปุริส มนาโป เต รุกฺโข ลทฺโธ, อิมํ ฉินฺทิตฺวา กึ กริสฺสสี’’ติ? ‘‘รถเนมึ กริสฺสามี’’ติ. ‘‘อิมินา รุกฺเขน รโถ ภวิสฺสตี’’ติ เกน เต อกฺขาตนฺติ. ‘‘เอเกน กาฬสีเหนา’’ติ. ‘‘สาธุ สุฏฺฐุ เตน อกฺขาตํ, อิมินา รุกฺเขน รโถ สุนฺทโร ภวิสฺสติ, กาฬสีหสฺส คลจมฺมํ อุปฺปาเฏตฺวา จตุรงฺคุลมตฺเต ฐาเน อยปฏฺเฏน วิย เนมิมณฺฑเล ปริกฺขิตฺเต เนมิ จ ถิรา ภวิสฺสติ, พหุญฺจ ธนํ ลภิสฺสสี’’ติ. ‘‘กาฬสีหจมฺมํ กุโต ลจฺฉามี’’ติ? ‘‘ตฺวํ พาลโกสิ, อยํ ตว รุกฺโข วเน ฐิโต น ปลายติ, ตฺวํ เยน เต รุกฺโข อกฺขาโต, ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘สามิ ตยา ทสฺสิตรุกฺขํ กตรฏฺฐาเน ฉินฺทามี’ติ วญฺเจตฺวา อาเนหิ, อถ นํ นิราสงฺกํ ‘อิธ จ เอตฺถ จ ฉินฺทา’ติ มุขตุณฺฑํ ปสาเรตฺวา อาจิกฺขนฺตํ ติขิเณน มหาผรสุนา โกฏฺเฏตฺวา ชีวิตกฺขยํ ปาเปตฺวา จมฺมํ อาทาย วรมํสํ ขาทิตฺวา รุกฺขํ ฉินฺทา’’ติ เวรํ อปฺเปสิ. ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อิมา คาถา อาห –

๒๐. ‘‘อิติ ผนฺทนรุกฺโขปิ, ตาวเท อชฺฌภาสถ;

มยฺหมฺปิ วจนํ อตฺถิ, ภารทฺวาช สุโณหิ เม.

๒๑. ‘‘อิสฺสสฺส อุปกฺขนฺธมฺหา, อุกฺกจฺจ จตุรงฺคุลํ;

เตน เนมึ ปสาเรสิ, เอวํ ทฬฺหตรํ สิยา.

๒๒. ‘‘อิติ ผนฺทนรุกฺโขปิ, เวรํ อปฺเปสิ ตาวเท;

ชาตานญฺจ อชาตานํ, อิสฺสานํ ทุกฺขมาวหี’’ติ.

ตตฺถ ภารทฺวาชาติ ตํ โคตฺเตน อาลปติ. อุปกฺขนฺธมฺหาติ ขนฺธโต. อุกฺกจฺจาติ อุกฺกนฺติตฺวา.

วฑฺฒกี รุกฺขเทวตาย วจนํ สุตฺวา ‘‘อโห อชฺช มยฺหํ มงฺคลทิวโส’’ติ กาฬสีหํ ฆาเตตฺวา รุกฺขํ เฉตฺวา ปกฺกามิ. ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห –

๒๓. ‘‘อิจฺเจวํ ผนฺทโน อิสฺสํ, อิสฺโส จ ปน ผนฺทนํ;

อญฺญมญฺญํ วิวาเทน, อญฺญมญฺญมฆาตยุํ.

๒๔. ‘‘เอวเมว มนุสฺสานํ, วิวาโท ยตฺถ ชายติ;

มยูรนจฺจํ นจฺจนฺติ, ยถา เต อิสฺสผนฺทนา.

๒๕. ‘‘ตํ โว วทามิ ภทฺทํ โว, ยาวนฺเตตฺถ สมาคตา;

สมฺโมทถ มา วิวทถ, มา โหถ อิสฺสผนฺทนา.

๒๖. ‘‘สามคฺคิเมว สิกฺเขถ, พุทฺเธเหตํ ปสํสิตํ;

สามคฺคิรโต ธมฺมฏฺโฐ, โยคกฺเขมา น ธํสตี’’ติ.

ตตฺถ อฆาตยุนฺติ ฆาตาเปสุํ. มยูรนจฺจํ นจฺจนฺตีติ มหาราชา ยตฺถ หิ มนุสฺสานํ วิวาโท โหติ, ตตฺถ ยถา นาม มยูรา นจฺจนฺตา ปฏิจฺฉาเทตพฺพํ รหสฺสงฺคํ ปากฏํ กโรนฺติ, เอวํ มนุสฺสา อญฺญมญฺญสฺส รนฺธํ ปกาเสนฺตา มยูรนจฺจํ นจฺจนฺติ นาม. ยถา เต อิสฺสผนฺทนา อญฺญมญฺญสฺส รนฺธํ ปกาเสนฺตา นจฺจึสุ นาม. ตํ โวติ เตน การเณน ตุเมฺห วทามิ. ภทฺทํ โวติ ภทฺทํ ตุมฺหากํ โหตุ. ยาวนฺเตตฺถาติ ยาวนฺโต เอตฺถ อิสฺสผนฺทนสทิสา มา อหุวตฺถ. สามคฺคิเมว สิกฺเขถาติ สมคฺคภาวเมว ตุเมฺห สิกฺขถ, อิทํ ปญฺญาวุทฺเธหิ ปณฺฑิเตหิ ปสํสิตํ. ธมฺมฏฺโฐติ สุจริตธมฺเม ฐิโต. โยคกฺเขมา น ธํสตีติ โยเคหิ เขมา นิพฺพานา น ปริหายตีติ นิพฺพาเนน เทสนากูฏํ คณฺหิ. สกฺยราชาโน ธมฺมกถํ สุตฺวา สมคฺคา ชาตา.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ‘‘ตทา ตํ การณํ วิทิตฺวา ตสฺมึ วนสณฺเฑ นิวุตฺถเทวตา อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

ผนฺทนชาตกวณฺณนา ทุติยา.

[๔๗๖] ๓. ชวนหํสชาตกวณฺณนา

อิเธว หํส นิปตาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ทฬฺหธมฺมธนุคฺคหสุตฺตนฺตเทสนํ (สํ. นิ. ๒.๒๒๘) อารพฺภ กเถสิ. ภควตา หิ –

‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, จตฺตาโร ทฬฺหธมฺมา ธนุคฺคหา สุสิกฺขิตา กตหตฺถา กตูปาสนา จตุทฺทิสา ฐิตา อสฺสุ, อถ ปุริโส อาคจฺเฉยฺย ‘อหํ อิเมสํ จตุนฺนํ ทฬฺหธมฺมานํ ธนุคฺคหานํ สุสิกฺขิตานํ กตหตฺถานํ กตูปาสนานํ จตุทฺทิสา กณฺเฑ ขิตฺเต อปติฏฺฐิเต ปถวิยํ คเหตฺวา อาหริสฺสามี’ติ. ‘‘ตํ กึ มญฺญถ, ภิกฺขเว, ‘ชวโน ปุริโส ปรเมน ชเวน สมนฺนาคโต’ติ อลํ วจนายา’’ติ? ‘‘เอวํ ภนฺเต’’ติ. ยถา จ, ภิกฺขเว, ตสฺส ปุริสสฺส ชโว, ยถา จ จนฺทิมสูริยานํ ชโว, ตโต สีฆตโร. ยถา จ, ภิกฺขเว, ตสฺส ปุริสสฺส ชโว, ยถา จ จนฺทิมสูริยานํ ชโว, ยถา จ ยา เทวตา จนฺทิมสูริยานํ ปุรโต ธาวนฺติ, ตาสํ เทวตานํ ชโว, ตโต สีฆตรํ อายุสงฺขารา ขียนฺติ, ตสฺมาติห, ภิกฺขเว, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ ‘อปฺปมตฺตา วิหริสฺสามา’ติ. เอวญฺหิ โว, ภิกฺขเว, สิกฺขิตพฺพ’’นฺติ –

อิมสฺส สุตฺตสฺส กถิตทิวสโต ทุติยทิวเส ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ‘‘อาวุโส, สตฺถา อตฺตโน พุทฺธวิสเย ฐตฺวา อิเมสํ สตฺตานํ อายุสงฺขาเร อิตฺตเร ทุพฺพเล กตฺวา ปริทีเปนฺโต ปุถุชฺชนภิกฺขู อติวิย สนฺตาสํ ปาเปสิ, อโห พุทฺธพลํ นามา’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘อนจฺฉริยํ, ภิกฺขเว, สฺวาหํ อิทานิ สพฺพญฺญุตํ ปตฺโต อายุสงฺขารานํ อิตฺตรภาวํ ทสฺเสตฺวา ภิกฺขู สํเวเชตฺวา ธมฺมํ เทเสมิ, มยา หิ ปุพฺเพ อเหตุกหํสโยนิยํ นิพฺพตฺเตนปิ อายุสงฺขารานํ อิตฺตรภาวํ ทสฺเสตฺวา พาราณสิราชานํ อาทึ กตฺวา สกลราชปริสํ สํเวเชตฺวา ธมฺโม เทสิโต’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต ชวนหํสโยนิยํ นิพฺพตฺติตฺวา นวุติหํสสหสฺสปริวุโต จิตฺตกูเฏ ปฏิวสติ. โส เอกทิวสํ ชมฺพุทีปตเล เอกสฺมึ สเร สปริวาโร สยํชาตสาลึ ขาทิตฺวา อากาเส สุวณฺณกิลญฺชํ ปตฺถรนฺโต วิย มหนฺเตน ปริวาเรน พาราณสินครสฺส มตฺถเกน มนฺทมนฺทาย วิลาสคติยา จิตฺตกูฏํ คจฺฉติ. อถ นํ พาราณสิราชา ทิสฺวา ‘‘อิมินาปิ มาทิเสน รญฺญา ภวิตพฺพ’’นฺติ อมจฺจานํ วตฺวา ตสฺมึ สิเนหํ อุปฺปาเทตฺวา มาลาคนฺธวิเลปนํ คเหตฺวา มหาสตฺตํ โอโลเกตฺวา สพฺพตูริยานิ ปคฺคณฺหาเปสิ. มหาสตฺโต อตฺตโน สกฺการํ กโรนฺตํ ทิสฺวา หํเส ปุจฺฉิ ‘‘ราชา, มม เอวรูปํ สกฺการํ กโรนฺโต กึ ปจฺจาสีสตี’’ติ? ‘‘ตุเมฺหหิ สทฺธึ มิตฺตภาวํ เทวา’’ติ. ‘‘เตน หิ รญฺโญ อเมฺหหิ สทฺธึ มิตฺตภาโว โหตู’’ติ รญฺญา สทฺธึ มิตฺตภาวํ กตฺวา ปกฺกามิ. อเถกทิวสํ รญฺโญ อุยฺยานํ คตกาเล อโนตตฺตทหํ คนฺตฺวา เอเกน ปกฺเขน อุทกํ, เอเกน จนฺทนจุณฺณํ อาทาย อาคนฺตฺวา ราชานํ เตน อุทเกน นฺหาเปตฺวา จนฺทนจุณฺเณน โอกิริตฺวา มหาชนสฺส ปสฺสนฺตสฺเสว สปริวาโร จิตฺตกูฏํ อคมาสิ. ตโต ปฏฺฐาย ราชา มหาสตฺตํ ทฏฺฐุกาโม หุตฺวา ‘‘สหาโย เม อชฺช อาคมิสฺสติ, สหาโย เม อชฺช อาคมิสฺสตี’’ติ อาคมนมคฺคํ โอโลเกนฺโต อจฺฉติ.

ตทา มหาสตฺตสฺส กนิฏฺฐา เทฺว หํสโปตกา ‘‘สูริเยน สทฺธึ ชวิสฺสามา’’ติ มนฺเตตฺวา มหาสตฺตสฺส อาโรเจสุํ ‘‘มยํ สูริเยน สทฺธึ ชวิสฺสามา’’ติ. ‘‘ตาตา, สูริยชโว นาม สีโฆ, สูริเยน สทฺธึ ชวิตุํ น สกฺขิสฺสถ, อนฺตราว วินสฺสิสฺสถ, มา คมิตฺถา’’ติ. เต ทุติยมฺปิ ตติยมฺปิ ยาจึสุ, โพธิสตฺโตปิ เต ยาวตติยํ วาเรสิเยว. เต มานถทฺธา อตฺตโน พลํ อชานนฺตา มหาสตฺตสฺส อนาจิกฺขิตฺวาว ‘‘สูริเยน สทฺธึ ชวิสฺสามา’’ติ สูริเย อนุคฺคเตเยว คนฺตฺวา ยุคนฺธรมตฺถเก นิสีทึสุ. มหาสตฺโต เต อทิสฺวา ‘‘กหํ นุ โข คตา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา จินฺเตสิ ‘‘เต สูริเยน สทฺธึ ชวิตุํ น สกฺขิสฺสนฺติ, อนฺตราว วินสฺสิสฺสนฺติ, ชีวิตํ เตสํ ทสฺสามี’’ติ. โสปิ คนฺตฺวา ยุคนฺธรมตฺถเกเยว นิสีทิ. อถ อุคฺคเต สูริยมณฺฑเล หํสโปตกา อุปฺปติตฺวา สูริเยน สทฺธึ ปกฺขนฺทึสุ, มหาสตฺโตปิ เตหิ สทฺธึ ปกฺขนฺทิ. กนิฏฺฐภาติโก ยาว ปุพฺพณฺหสมยา ชวิตฺวา กิลมิ, ปกฺขสนฺธีสุ อคฺคิอุฏฺฐานกาโล วิย อโหสิ. โส โพธิสตฺตสฺส สญฺญํ อทาสิ ‘‘ภาติก, น สกฺโกมี’’ติ. อถ นํ มหาสตฺโต ‘‘มา ภายิ, ชีวิตํ เต ทสฺสามี’’ติ ปกฺขปญฺชเรน ปริกฺขิปิตฺวา อสฺสาเสตฺวา จิตฺตกูฏปพฺพตํ เนตฺวา หํสานํ มชฺเฌ ฐเปตฺวา ปุน ปกฺขนฺทิตฺวา สูริยํ ปตฺวา อิตเรน สทฺธึ ปายาสิ. โสปิ ยาว อุปกฏฺฐมชฺฌนฺหิกา สูริเยน สทฺธึ ชวิตฺวา กิลมิ, ปกฺขสนฺธีสุ อคฺคิอุฏฺฐานกาโล วิย อโหสิ. ตทา โพธิสตฺตสฺส สญฺญํ อทาสิ ‘‘ภาติก, น สกฺโกมี’’ติ. ตมฺปิ มหาสตฺโต ตเถว สมสฺสาเสตฺวา ปกฺขปญฺชเรนาทาย จิตฺตกูฏเมว อคมาสิ. ตสฺมึ ขเณ สูริโย นภมชฺฌํ ปาปุณิ.

อถ มหาสตฺโต ‘‘มม อชฺช สรีรพลํ วีมํสิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา เอกเวเคน ปกฺขนฺทิตฺวา ยุคนฺธรมตฺถเก นิสีทิตฺวา ตโต อุปฺปติตฺวา เอกเวเคน สูริยํ ปาปุณิตฺวา กาเลน ปุรโต, กาเลน ปจฺฉโต ชวิตฺวา จินฺเตสิ ‘‘มยฺหํ สูริเยน สทฺธึ ชวนํ นาม นิรตฺถกํ อโยนิโสมนสิการสมฺภูตํ, กึ เม อิมินา, พาราณสึ คนฺตฺวา มม สหายกสฺส รญฺโญ อตฺถยุตฺตํ ธมฺมยุตฺตํ กถํ กเถสฺสามี’’ติ. โส นิวตฺติตฺวา สูริเย นภมชฺฌํ อนติกฺกนฺเตเยว สกลจกฺกวาฬคพฺภํ อนฺตนฺเตน อนุสํยายิตฺวา เวคํ ปริหาเปนฺโต สกลชมฺพุทีปํ อนฺตนฺเตน อนุสํยายิตฺวา พาราณสึ ปาปุณิ. ทฺวาทสโยชนิกํ สกลนครํ หํสจฺฉนฺนํ วิย อโหสิ, ฉิทฺทํ นาม น ปญฺญายิ, อนุกฺกเมน เวเค ปริหายนฺเต อากาเส ฉิทฺทานิ ปญฺญายึสุ. มหาสตฺโต เวคํ ปริหาเปตฺวา อากาสโต โอตริตฺวา สีหปญฺชรสฺส อภิมุขฏฺฐาเน อฏฺฐาสิ. ราชา ‘‘อาคโต เม สหาโย’’ติ โสมนสฺสปฺปตฺโต ตสฺส นิสีทนตฺถาย กญฺจนปีฐํ ปญฺญเปตฺวา ‘‘สมฺม, ปวิส, อิธ นิสีทา’’ติ วตฺวา ปฐมํ คาถมาห –

๒๗. ‘‘อิเธว หํส นิปต, ปิยํ เม ตว ทสฺสนํ;

อิสฺสโรสิ อนุปฺปตฺโต, ยมิธตฺถิ ปเวทยา’’ติ.

ตตฺถ ‘‘อิธา’’ติ กญฺจนปีฐํ สนฺธายาห. นิปตาติ นิสีท. อิสฺสโรสีติ ตฺวํ อิมสฺส ฐานสฺส อิสฺสโร สามิ หุตฺวา อาคโตสีติ วทติ. ยมิธตฺถิ ปเวทยาติ ยํ อิมสฺมึ นิเวสเน อตฺถิ, ตํ อปริสงฺกนฺโต อมฺหากํ กเถหีติ.

มหาสตฺโต กญฺจนปีเฐ นิสีทิ. ราชา สตปากสหสฺสปาเกหิ เตเลหิ ตสฺส ปกฺขนฺตรานิ มกฺเขตฺวา กญฺจนตฏฺฏเก มธุลาเช จ มธุโรทกญฺจ สกฺขโรทกญฺจ ทาเปตฺวา มธุรปฏิสนฺถารํ กตฺวา ‘‘สมฺม, ตฺวํ เอกโกว อาคโตสิ, กุหึ อคมิตฺถา’’ติ ปุจฺฉิ. โส ตํ ปวตฺตึ วิตฺถาเรน กเถสิ. อถ นํ ราชา อาห ‘‘สมฺม, มมปิ สูริเยน สทฺธึ ชวิตเวคํ ทสฺเสหี’’ติ. มหาราช, น สกฺกา โส เวโค ทสฺเสตุนฺติ. เตน หิ เม สริกฺขกมตฺตํ ทสฺเสหีติ. สาธุ, มหาราช, สริกฺขกมตฺตํ ทสฺเสสฺสามิ, อกฺขณเวธี ธนุคฺคเห สนฺนิปาเตหีติ. ราชา สนฺนิปาเตสิ. มหาสตฺโต จตฺตาโร ธนุคฺคเห คเหตฺวา นิเวสนา โอรุยฺห ราชงฺคเณ สิลาถมฺภํ นิขณาเปตฺวา อตฺตโน คีวายํ ฆณฺฏํ พนฺธาเปตฺวา สิลาถมฺภมตฺถเก นิสีทิตฺวา จตฺตาโร ธนุคฺคเห ถมฺภํ นิสฺสาย จตุทฺทิสาภิมุเข ฐเปตฺวา ‘‘มหาราช, อิเม จตฺตาโร ชนา เอกปฺปหาเรเนว จตุทฺทิสาภิมุขา จตฺตาริ กณฺฑานิ ขิปนฺตุ, ตานิ อหํ ปถวึ อปฺปตฺตาเนว อาหริตฺวา เอเตสํ ปาทมูเล ปาเตสฺสามิ. มม กณฺฑคหณตฺถาย คตภาวํ ฆณฺฏสทฺทสญฺญาย ชาเนยฺยาสิ, มํ ปน น ปสฺสิสฺสสี’’ติ วตฺวา เตหิ เอกปฺปหาเรเนว ขิตฺตกณฺฑานิ อาหริตฺวา เตสํ ปาทมูเล ปาเตตฺวา สิลาถมฺภมตฺถเก นิสินฺนเมว อตฺตานํ ทสฺเสตฺวา ‘‘ทิฏฺโฐ เต, มหาราช, มยฺหํ เวโค’’ติ วตฺวา ‘‘มหาราช, อยํ เวโค มยฺหํ เนว อุตฺตโม, มชฺฌิโม, ปริตฺโต ลามกเวโค เอส, เอวํ สีโฆ, มหาราช, อมฺหากํ เวโค’’ติ อาห.

อถ นํ ราชา ปุจฺฉิ ‘‘สมฺม, อตฺถิ ปน ตุมฺหากํ เวคโต อญฺโญ สีฆตโร เวโค’’ติ? ‘‘อาม, มหาราช, อมฺหากํ อุตฺตมเวคโตปิ สตคุเณน สหสฺสคุเณน สตสหสฺสคุเณน อิเมสํ สตฺตานํ อายุสงฺขารา สีฆตรํ ขียนฺติ ภิชฺชนฺติ, ขยํ คจฺฉนฺตี’’ติ ขณิกนิโรธวเสน รูปธมฺมานํ นิโรธํ ทสฺเสติ, ตโต นามธมฺมานํ. ราชา มหาสตฺตสฺส กถํ สุตฺวา มรณภยภีโต สตึ ปจฺจุปฏฺฐาเปตุํ อสกฺโกนฺโต ภูมิยํ ปติ, มหาชโน อุตฺราสํ ปตฺโต อโหสิ. รญฺโญ มุขํ อุทเกน สิญฺจิตฺวา สตึ ลภาเปสิ. อถ นํ มหาสตฺโต ‘‘มหาราช, มา ภายิ, มรณสฺสตึ ภาเวหิ, ธมฺมํ จราหิ, ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กโรหิ, อปฺปมตฺโต โหหิ, เทวา’’ติ โอวทิ. อถ ราชา ‘‘สามิ, มยํ ตุมฺหาทิเสน ญาณพลสมฺปนฺเนน อาจริเยน วินา วสิตุํ น สกฺขิสฺสาม, จิตฺตกูฏํ อคนฺตฺวา มยฺหํ ธมฺมํ เทเสนฺโต มยฺหํ โอวาทาจริโย หุตฺวา อิเธว วสาหี’’ติ ยาจนฺโต เทฺว คาถา อภาสิ –

๒๘. ‘‘สวเนน เอกสฺส ปิยา ภวนฺติ, ทิสฺวา ปเนกสฺส วิเยติ ฉนฺโท;

ทิสฺวา จ สุตฺวา จ ปิยา ภวนฺติ, กจฺจินฺนุ เม ปียสิ ทสฺสเนน.

๒๙. ‘‘สวเนน ปิโย เมสิ, ภิยฺโย จาคมฺม ทสฺสนํ;

เอวํ ปิยทสฺสโน เม, วส หํส มมนฺติเก’’ติ.

ตาสํ อตฺโถ – สมฺม หํสราช สวเนน เอกสฺส เอกจฺเจ ปิยา โหนฺติ, ‘‘เอวํ คุโณ นามา’’ติ สุตฺวา สวเนน ปิยายติ, เอกสฺส ปน เอกจฺเจ ทิสฺวาว ฉนฺโท วิคจฺฉติ, เปมํ อนฺตรธายติ, ขาทิตุํ อาคตา ยกฺขา วิย อุปฏฺฐหนฺติ, เอกสฺส เอกจฺเจ ทิสฺวา จ สุตฺวา จาติ อุภยถาปิ ปิยา โหนฺติ, เตน ตํ ปุจฺฉามิ. กจฺจินฺนุ เม ปียสิ ทสฺสเนนาติ กจฺจิ นุ ตฺวํ มํ ปิยายสิ, มยฺหํ ปน ตฺวํ สวเนน ปิโยว, ทสฺสนํ ปนาคมฺม อติปิโยว. เอวํ มม ปิยทสฺสโน สมาโน จิตฺตกูฏํ อคนฺตฺวา อิธ มม สนฺติเก วสาติ.

โพธิสตฺโต อาห –

๓๐. ‘‘วเสยฺยาม ตวาคาเร, นิจฺจํ สกฺกตปูชิตา;

มตฺโต จ เอกทา วชฺเช, หํสราชํ ปจนฺตุ เม’’ติ.

ตตฺถ มตฺโต จ เอกทาติ มหาราช, มยํ ตว ฆเร นิจฺจํ ปูชิตา วเสยฺยาม, ตฺวํ ปน กทาจิ สุรามทมตฺโต มํสขาทนตฺถํ ‘‘หํสราชํ ปจนฺตุ เม’’ติ วเทยฺยาสิ, อถ เอวํ ตว อนุชีวิโน มํ มาเรตฺวา ปเจยฺยุํ, ตทาหํ กึ กริสฺสามีติ.

อถสฺส ราชา ‘‘เตน หิ มชฺชเมว น ปิวิสฺสามี’’ติ ปฏิญฺญํ ทาตุํ อิมํ คาถมาห –

๓๑. ‘‘ธิรตฺถุ ตํ มชฺชปานํ, ยํ เม ปิยตรํ ตยา;

น จาปิ มชฺชํ ปิสฺสามิ, ยาว เม วจฺฉสี ฆเร’’ติ.

ตโต ปรํ โพธิสตฺโต ฉ คาถา อาห –

๓๒. ‘‘สุวิชานํ สิงฺคาลานํ, สกุณานญฺจ วสฺสิตํ;

มนุสฺสวสฺสิตํ ราช, ทุพฺพิชานตรํ ตโต.

๓๓. ‘‘อปิ เจ มญฺญตี โปโส, ญาติ มิตฺโต สขาติ วา;

โย ปุพฺเพ สุมโน หุตฺวา, ปจฺฉา สมฺปชฺชเต ทิโส.

๓๔. ‘‘ยสฺมึ มโน นิวิสติ, อวิทูเร สหาปิ โส;

สนฺติเกปิ หิ โส ทูเร, ยสฺมึ นาวิสเต มโน.

๓๕. ‘‘อนฺโตปิ โส โหติ ปสนฺนจิตฺโต, ปารํ สมุทฺทสฺส ปสนฺนจิตฺโต;

อนฺโตปิ โส โหติ ปทุฏฺฐจิตฺโต, ปารํ สมุทฺทสฺส ปทุฏฺฐจิตฺโต.

๓๖. ‘‘สํวสนฺตา วิวสนฺติ, เย ทิสา เต รเถสภ;

อารา สนฺโต สํวสนฺติ, มนสา รฏฺฐวฑฺฒน.

๓๗. ‘‘อติจิรํ นิวาเสน, ปิโย ภวติ อปฺปิโย;

อามนฺต โข ตํ คจฺฉาม, ปุรา เต โหม อปฺปิยา’’ติ.

ตตฺถ วสฺสิตนฺติ มหาราช, ติรจฺฉานคตา อุชุหทยา, เตน เตสํ วสฺสิตํ สุวิชานํ, มนุสฺสา ปน กกฺขฬา, ตสฺมา เตสํ วจนํ ทุพฺพิชานตรนฺติ อตฺโถ. โย ปุพฺเพติ โย ปุคฺคโล ปฐมเมว อตฺตมโน หุตฺวา ‘‘ตฺวํ มยฺหํ ญาตโก มิตฺโต ปาณสโม สขา’’ติ อปิ เอวํ มญฺญติ, เสฺวว ปจฺฉา ทิโส เวรี สมฺปชฺชติ, เอวํ ทุพฺพิชานํ นาม มนุสฺสหทยนฺติ. นิวิสตีติ มหาราช, ยสฺมึ ปุคฺคเล เปมวเสน มโน นิวิสติ, โส ทูเร วสนฺโตปิ อวิทูเร สหาปิ วสติเยว นาม. ยสฺมึ ปน ปุคฺคเล มโน น นิวิสติ อเปติ, โส สนฺติเก วสนฺโตปิ ทูเรเยว.

อนฺโตปิ โส โหตีติ มหาราช, โย สหาโย ปสนฺนจิตฺโต, โส จิตฺเตน อลฺลีนตฺตา ปารํ สมุทฺทสฺส วสนฺโตปิ อนฺโตเยว โหติ. โย ปน ปทุฏฺฐจิตฺโต, โส จิตฺเตน อนลฺลีนตฺตา อนฺโต วสนฺโตปิ ปารํ สมุทฺทสฺส นาม. เย ทิสา เตติ เย เวริโน ปจฺจตฺถิกา, เต เอกโต วสนฺตาปิ ทูเร วสนฺติเยว นาม. สนฺโต ปน ปณฺฑิตา อารา ฐิตาปิ เมตฺตาภาวิเตน มนสา อาวชฺเชนฺตา สํวสนฺติเยว. ปุรา เต โหมาติ ยาว ตว อปฺปิยา น โหม, ตาวเทว ตํ อามนฺเตตฺวา คจฺฉามาติ วทติ.

อถ นํ ราชา อาห –

๓๘. ‘‘เอวํ เจ ยาจมานานํ, อญฺชลึ นาวพุชฺฌสิ;

ปริจารกานํ สตํ, วจนํ น กโรสิ โน;

เอวํ ตํ อภิยาจาม, ปุน กยิราสิ ปริยาย’’นฺติ.

ตตฺถ เอวํ เจติ สเจ หํสราช, เอวํ อญฺชลึ ปคฺคยฺห ยาจมานานํ อมฺหากํ อิมํ อญฺชลึ นาวพุชฺฌสิ, ตว ปริจารกานํ สมานานํ วจนํ น กโรสิ, อถ นํ เอวํ ยาจาม. ปุน กยิราสิ ปริยายนฺติ กาเลน กาลํ อิธ อาคมนาย วารํ กเรยฺยาสีติ อตฺโถ.

ตโต โพธิสตฺโต อาห –

๓๙. ‘‘เอวํ เจ โน วิหรตํ, อนฺตราโย น เหสฺสติ;

ตุยฺหํ จาปิ มหาราช, มยฺหญฺจ รฏฺฐวฑฺฒน;

อปฺเปว นาม ปสฺเสมุ, อโหรตฺตานมจฺจเย’’ติ.

ตตฺถ เอวํ เจ โนติ มหาราช, มา จินฺตยิตฺถ, สเจ อมฺหากมฺปิ เอวํ วิหรนฺตานํ ชีวิตนฺตราโย น ภวิสฺสติ, อปฺเปว นาม อุโภ อญฺญมญฺญํ ปสฺสิสฺสาม, อปิจ ตฺวํ มยา ทินฺนํ โอวาทเมว มม ฐาเน ฐเปตฺวา เอวํ อิตฺตรชีวิเต โลกสนฺนิวาเส อปฺปมตฺโต หุตฺวา ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กโรนฺโต ทส ราชธมฺเม อโกเปตฺวา ธมฺเมน รชฺชํ กาเรหิ, เอวญฺหิ เม โอวาทํ กโรนฺโต มํ ปสฺสิสฺสติเยวาติ. เอวํ มหาสตฺโต ราชานํ โอวทิตฺวา จิตฺตกูฏปพฺพตเมว คโต.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ‘‘เอวํ, ภิกฺขเว, ปุพฺเพ ติรจฺฉานโยนิยํ นิพฺพตฺเตนปิ มยา อายุสงฺขารานํ ทุพฺพลภาวํ ทสฺเสตฺวา ธมฺโม เทสิโต’’ติ วตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา ราชา อานนฺโท อโหสิ, กนิฏฺโฐ โมคฺคลฺลาโน, มชฺฌิโม สาริปุตฺโต, เสสหํสคณา พุทฺธปริสา, ชวนหํโส ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

ชวนหํสชาตกวณฺณนา ตติยา.

[๔๗๗] ๔. จูฬนารทชาตกวณฺณนา

น เต กฏฺฐานิ ภินฺนานีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ถุลฺลกุมาริกาปโลภนํ อารพฺภ กเถสิ. สาวตฺถิวาสิโน กิเรกสฺส กุลสฺส ปนฺนรสโสฬสวสฺสุทฺเทสิกา ธีตา อโหสิ โสภคฺคปฺปตฺตา, น จ นํ โกจิ วาเรสิ. อถสฺสา มาตา จินฺเตสิ ‘‘มม ธีตา วยปฺปตฺตา, น จ นํ โกจิ วาเรติ, อามิเสน มจฺฉํ วิย เอตาย เอกํ สากิยภิกฺขุํ ปโลเภตฺวา อุปฺปพฺพาเชตฺวา ตํ นิสฺสาย ชีวิสฺสามี’’ติ. ตทา จ สาวตฺถิวาสี เอโก กุลปุตฺโต สาสเน อุรํ ทตฺวา ปพฺพชิตฺวา อุปสมฺปนฺนกาลโต ปฏฺฐาย สิกฺขากามตํ ปหาย อาลสิโย สรีรมณฺฑนมนุยุตฺโต วิหาสิ. มหาอุปาสิกา เคเห ยาคุขาทนียโภชนียานิ สมฺปาเทตฺวา ทฺวาเร ฐตฺวา อนฺตรวีถิยา คจฺฉนฺเตสุ ภิกฺขูสุ เอกํ ภิกฺขุํ รสตณฺหาย พนฺธิตฺวา คเหตุํ สกฺกุเณยฺยรูปํ อุปธาเรนฺตี เตปิฏกอาภิธมฺมิกวินยธรานํ มหนฺเตน ปริวาเรน คจฺฉนฺตานํ อนฺตเร กญฺจิ คยฺหุปคํ อทิสฺวา เตสํ ปจฺฉโต คจฺฉนฺตานํ มธุรธมฺมกถิกานํ อจฺฉินฺนวลาหกสทิสานํ ปิณฺฑปาติกานมฺปิ อนฺตเร กญฺจิ อทิสฺวาว เอกํ ยาว พหิ อปงฺคา อกฺขีนิ อญฺเชตฺวา เกเส โอสเณฺหตฺวา ทุกูลนฺตรวาสกํ นิวาเสตฺวา ฆฏิตมฏฺฐํ จีวรํ ปารุปิตฺวา มณิวณฺณปตฺตํ อาทาย มโนรมํ ฉตฺตํ ธารยมานํ วิสฺสฏฺฐินฺทฺริยํ กายทฬฺหิพหุลํ อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ‘‘อิมํ สกฺกา คณฺหิตุ’’นฺติ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา ปตฺตํ คเหตฺวา ‘‘เอถ, ภนฺเต’’ติ ฆรํ อาเนตฺวา นิสีทาเปตฺวา ยาคุอาทีหิ ปริวิสิตฺวา กตภตฺตกิจฺจํ ตํ ภิกฺขุํ ‘‘ภนฺเต, อิโต ปฏฺฐาย อิเธวาคจฺเฉยฺยาถา’’ติ อาห. โสปิ ตโต ปฏฺฐาย ตตฺเถว คนฺตฺวา อปรภาเค วิสฺสาสิโก อโหสิ.

อเถกทิวสํ มหาอุปาสิกา ตสฺส สวนปเถ ฐตฺวา ‘‘อิมสฺมึ เคเห อุปโภคปริโภคมตฺตา อตฺถิ, ตถารูโป ปน เม ปุตฺโต วา ชามาตา วา เคหํ วิจาริตุํ สมตฺโถ นตฺถี’’ติ อาห. โส ตสฺสา วจนํ สุตฺวา ‘‘กิมตฺถํ นุ โข กเถตี’’ติ โถกํ หทเย วิทฺโธ วิย อโหสิ. สา ธีตรํ อาห ‘‘อิมํ ปโลเภตฺวา ตว วเส วตฺตาเปหี’’ติ. สา ตโต ปฏฺฐาย มณฺฑิตปสาธิตา อิตฺถิกุตฺตวิลาเสหิ ตํ ปโลเภสิ. ถุลฺลกุมาริกาติ น จ ถูลสรีรา ทฏฺฐพฺพา, ถูลา วา โหตุ กิสา วา, ปญฺจกามคุณิกราเคน ปน ถูลตาย ‘‘ถุลฺลกุมาริกา’’ติ วุจฺจติ. โส ทหโร กิเลสวสิโก หุตฺวา ‘‘น ทานาหํ พุทฺธสาสเน ปติฏฺฐาตุํ สกฺขิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘วิหารํ คนฺตฺวา ปตฺตจีวรํ นิยฺยาเทตฺวา อสุกฏฺฐานํ นาม คมิสฺสามิ, ตตฺร เม วตฺถานิ เปเสถา’’ติ วตฺวา วิหารํ คนฺตฺวา ปตฺตจีวรํ นิยฺยาเทตฺวา ‘‘อุกฺกณฺฐิโตสฺมี’’ติ อาจริยุปชฺฌาเย อาห. เต ตํ อาทาย สตฺถุ สนฺติกํ เนตฺวา ‘‘อยํ ภิกฺขุ อุกฺกณฺฐิโต’’ติ อาโรเจสุํ. สตฺถา ‘‘สจฺจํ กิร ตฺวํ ภิกฺขุ อุกฺกณฺฐิโตสี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘สจฺจํ, ภนฺเต’’ติ วุตฺเต ‘‘เกน อุกฺกณฺฐาปิโตสี’’ติ วตฺวา ‘‘ถุลฺลกุมาริกาย, ภนฺเต’’ติ วุตฺเต ‘‘ภิกฺขุ ปุพฺเพเปสา ตว อรญฺเญ วสนฺตสฺส พฺรหฺมจริยนฺตรายํ กตฺวา มหนฺตํ อนตฺถมกาสิ, ปุน ตฺวํ เอตเมว นิสฺสาย กสฺมา อุกฺกณฺฐิโตสี’’ติ วตฺวา ภิกฺขูหิ ยาจิโต อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต กาสิรฏฺเฐ มหาโภเค พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา อุคฺคหิตสิปฺโป กุฏุมฺพํ สณฺฐเปสิ, อถสฺส ภริยา เอกํ ปุตฺตํ วิชายิตฺวา กาลมกาสิ. โส ‘‘ยเถว เม ปิยภริยาย, เอวํ มยิปิ มรณํ อาคมิสฺสติ, กึ เม ฆราวาเสน, ปพฺพชิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา กาเม ปหาย ปุตฺตํ อาทาย หิมวนฺตํ ปวิสิตฺวา เตน สทฺธึ อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา ฌานาภิญฺญา นิพฺพตฺเตตฺวา วนมูลผลาหาโร อรญฺเญ วิหาสิ. ตทา ปจฺจนฺตวาสิโน โจรา ชนปทํ ปวิสิตฺวา คามํ ปหริตฺวา กรมเร คเหตฺวา ภณฺฑิกํ อุกฺขิปาเปตฺวา ปุน ปจฺจนฺตํ ปาปยึสุ. เตสํ อนฺตเร เอกา อภิรูปา กุมาริกา เกราฏิกปญฺญาย สมนฺนาคตา จินฺเตสิ ‘‘อิเม อเมฺห คเหตฺวา ทาสิโภเคน ปริภุญฺชิสฺสนฺติ, เอเกน อุปาเยน ปลายิตุํ วฏฺฏตี’’ติ. สา ‘‘สามิ, สรีรกิจฺจํ กาตุกามามฺหิ, โถกํ ปฏิกฺกมิตฺวา ติฏฺฐถา’’ติ วตฺวา โจเร วญฺเจตฺวา ปลายิตฺวา อรญฺญํ ปวิสนฺตี โพธิสตฺตสฺส ปุตฺตํ อสฺสเม ฐเปตฺวา ผลาผลตฺถาย คตกาเล ปุพฺพณฺหสมเย ตํ อสฺสมํ ปาปุณิตฺวา ตํ ตาปสกุมารํ กามรติยา ปโลเภตฺวา สีลมสฺส ภินฺทิตฺวา อตฺตโน วเส วตฺเตตฺวา ‘‘กึ เต อรญฺญวาเสน, เอหิ คามํ คนฺตฺวา วสิสฺสาม, ตตฺร หิ รูปาทโย กามคุณา สุลภา’’ติ อาห. โสปิ ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ‘‘ปิตา ตาว เม อรญฺญโต ผลาผลํ อาหริตุํ คโต, ตํ ทิสฺวา อุโภปิ เอกโตว คมิสฺสามา’’ติ อาห.

สา จินฺเตสิ – ‘‘อยํ ตรุณทารโก น กิญฺจิ ชานาติ, ปิตรา ปนสฺส มหลฺลกกาเล ปพฺพชิเตน ภวิตพฺพํ, โส อาคนฺตฺวา ‘อิธ กึ กโรสี’ติ มํ โปเถตฺวา ปาเท คเหตฺวา กฑฺเฒตฺวา อรญฺเญ ขิปิสฺสติ, ตสฺมึ อนาคเตเยว ปลายิสฺสามี’’ติ. อถ นํ ‘‘อหํ ปุรโต คจฺฉามิ, ตฺวํ ปจฺฉา อาคจฺเฉยฺยาสี’’ติ วตฺวา มคฺคสญฺญํ อาจิกฺขิตฺวา ปกฺกามิ. โส ตสฺสา คตกาลโต ปฏฺฐาย อุปฺปนฺนโทมนสฺโส ยถา ปุเร กิญฺจิ วตฺตํ อกตฺวา สสีสํ ปารุปิตฺวา อนฺโตปณฺณสาลาย ปชฺฌายนฺโต นิปชฺชิ. มหาสตฺโต ผลาผลํ อาทาย อาคนฺตฺวา ตสฺสา ปทวลญฺชํ ทิสฺวา ‘‘อยํ มาตุคามสฺส ปทวลญฺโช, ‘‘ปุตฺตสฺส มม สีลํ ภินฺนํ ภวิสฺสตี’’ติ จินฺเตนฺโต ปณฺณสาลํ ปวิสิตฺวา ผลาผลํ โอตาเรตฺวา ปุตฺตํ ปุจฺฉนฺโต ปฐมํ คาถมาห –