๑๒. ทฺวาทสกนิปาโต
[๔๖๔] ๑. จูฬกุณาลชาตกวณฺณนา
๑-๑๒. ลุทฺธานํ ลหุจิตฺตานนฺติ อิทํ ชาตกํ กุณาลชาตเก (ชา. ๒.๒๑.กุณาลชาตก) อาวิ ภวิสฺสติ;
จูฬกุณาลชาตกวณฺณนา ปฐมา.
[๔๖๕] ๒. ภทฺทสาลชาตกวณฺณนา
กา ตฺวํ สุทฺเธหิ วตฺเถหีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ญาตตฺถจริยํ อารพฺภ กเถสิ. สาวตฺถิยญฺหิ อนาถปิณฺฑิกสฺส นิเวสเน ปญฺจนฺนํ ภิกฺขุสตานํ นิพทฺธโภชนํ ปวตฺตติ, ตถา วิสาขาย จ โกสลรญฺโญ จ. ตตฺถ ปน กิญฺจาปิ นานคฺครสโภชนํ ทียติ, ภิกฺขูนํ ปเนตฺถ โกจิ วิสฺสาสิโก นตฺถิ, ตสฺมา ภิกฺขู ราชนิเวสเน น ภุญฺชนฺติ, ภตฺตํ คเหตฺวา อนาถปิณฺฑิกสฺส วา วิสาขาย วา อญฺเญสํ วา วิสฺสาสิกานํ ฆรํ คนฺตฺวา ภุญฺชนฺติ. ราชา เอกทิวสํ ปณฺณาการํ อาหฏํ ‘‘ภิกฺขูนํ เทถา’’ติ ภตฺตคฺคํ เปเสตฺวา ‘‘ภตฺตคฺเค ภิกฺขู นตฺถี’’ติ วุตฺเต ‘‘กหํ คตา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อตฺตโน วิสฺสาสิกเคเหสุ นิสีทิตฺวา ภุญฺชนฺตี’’ติ สุตฺวา ภุตฺตปาตราโส สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘ภนฺเต, โภชนํ นาม กึ ปรม’’นฺติ ปุจฺฉิ. วิสฺสาสปรมํ มหาราช, กญฺชิกมตฺตกมฺปิ วิสฺสาสิเกน ทินฺนํ มธุรํ โหตีติ. ภนฺเต, เกน ปน สทฺธึ ภิกฺขูนํ วิสฺสาโส โหตีติ? ‘‘ญาตีหิ วา เสกฺขกุเลหิ วา, มหาราชา’’ติ. ตโต ราชา จินฺเตสิ ‘‘เอกํ สกฺยธีตรํ อาเนตฺวา อคฺคมเหสึ กริสฺสามิ, เอวํ มยา สทฺธึ ภิกฺขูนํ ญาตเก วิย วิสฺสาโส ภวิสฺสตี’’ติ. โส อุฏฺฐายาสนา อตฺตโน นิเวสนํ คนฺตฺวา กปิลวตฺถุํ ทูตํ เปเสสิ ‘‘ธีตรํ เม เทถ, อหํ ตุเมฺหหิ สทฺธึ ญาติภาวํ อิจฺฉามี’’ติ.
สากิยา ทูตวจนํ สุตฺวา สนฺนิปติตฺวา มนฺตยึสุ ‘‘มยํ โกสลรญฺโญ อาณาปวตฺติฏฺฐาเน วสาม, สเจ ทาริกํ น ทสฺสาม, มหนฺตํ เวรํ ภวิสฺสติ, สเจ ทสฺสาม, กุลวํโส โน ภิชฺชิสฺสติ, กึ นุ โข กาตพฺพ’’นฺติ. อถ เน มหานาโม อาห – ‘‘มา จินฺตยิตฺถ, มม ธีตา วาสภขตฺติยา นาม นาคมุณฺฑาย นาม ทาสิยา กุจฺฉิสฺมึ นิพฺพตฺติ. สา โสฬสวสฺสุทฺเทสิกา อุตฺตมรูปธรา โสภคฺคปฺปตฺตา ปิตุ วํเสน ขตฺติยชาติกา, ตมสฺส ‘ขตฺติยกญฺญา’ติ เปเสสฺสามา’’ติ. สากิยา ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ทูเต ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘สาธุ, ทาริกํ ทสฺสาม, อิทาเนว นํ คเหตฺวา คจฺฉถา’’ติ อาหํสุ. ทูตา จินฺเตสุํ ‘‘อิเม สากิยา นาม ชาตึ นิสฺสาย อติมานิโน, ‘สทิสี โน’ติ วตฺวา อสทิสิมฺปิ ทเทยฺยุํ, เอเตหิ สทฺธึ เอกโต ภุญฺชมานเมว คณฺหิสฺสามา’’ติ. เต เอวมาหํสุ ‘‘มยํ คเหตฺวา คจฺฉนฺตา ยา ตุเมฺหหิ สทฺธึ เอกโต ภุญฺชติ, ตํ คเหตฺวา คมิสฺสามา’’ติ. สากิยา เตสํ นิวาสฏฺฐานํ ทาเปตฺวา ‘‘กึ กริสฺสามา’’ติ จินฺตยึสุ. มหานาโม อาห – ‘‘ตุเมฺห มา จินฺตยิตฺถ, อหํ อุปายํ กริสฺสามิ, ตุเมฺห มม โภชนกาเล วาสภขตฺติยํ อลงฺกริตฺวา อาเนตฺวา มยา เอกสฺมึ กพเฬ คหิตมตฺเต ‘เทว, อสุกราชา ปณฺณํ ปหิณิ, อิมํ ตาว สาสนํ สุณาถา’ติ ปณฺณํ ทสฺเสยฺยาถา’’ติ. เต ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ตสฺมึ ภุญฺชมาเน กุมาริกํ อลงฺกรึสุ.
มหานาโม ‘‘ธีตรํ เม อาเนถ, มยา สทฺธึ ภุญฺชตู’’ติ อาห. อถ นํ อลงฺกริตฺวา ตาวเทว โถกํ ปปญฺจํ กตฺวา อานยึสุ. สา ‘‘ปิตรา สทฺธึ ภุญฺชิสฺสามี’’ติ เอกปาติยํ หตฺถํ โอตาเรสิ. มหานาโมปิ ตาย สทฺธึ เอกปิณฺฑํ คเหตฺวา มุเข ฐเปสิ. ทุติยปิณฺฑาย หตฺเถ ปสาริเต ‘‘เทว, อสุกรญฺญา ปณฺณํ ปหิตํ, อิมํ ตาว สาสนํ สุณาถา’’ติ ปณฺณํ อุปนาเมสุํ. มหานาโม ‘‘อมฺม, ตฺวํ ภุญฺชาหี’’ติ ทกฺขิณหตฺถํ ปาติยาเยว กตฺวา วามหตฺเถน คเหตฺวา ปณฺณํ โอโลเกสิ. ตสฺส ตํ สาสนํ อุปธาเรนฺตสฺเสว อิตรา ภุญฺชิ. โส ตสฺสา ภุตฺตกาเล หตฺถํ โธวิตฺวา มุขํ วิกฺขาเลสิ. ตํ ทิสฺวา ทูตา ‘‘นิจฺฉเยเนสา เอตสฺส ธีตา’’ติ นิฏฺฐมกํสุ, น ตํ อนฺตรํ ชานิตุํ สกฺขึสุ. มหานาโม มหนฺเตน ปริวาเรน ธีตรํ เปเสสิ. ทูตาปิ นํ สาวตฺถึ เนตฺวา ‘‘อยํ กุมาริกา ชาติสมฺปนฺนา มหานามสฺส ธีตา’’ติ วทึสุ. ราชา ตุสฺสิตฺวา สกลนครํ อลงฺการาเปตฺวา ตํ รตนราสิมฺหิ ฐเปตฺวา อคฺคมเหสิฏฺฐาเน อภิสิญฺจาเปสิ. สา รญฺโญ ปิยา อโหสิ มนาปา.
อถสฺสา น จิรสฺเสว คพฺโภ ปติฏฺฐหิ. ราชา คพฺภปริหารมทาสิ. สา ทสมาสจฺจเยน สุวณฺณวณฺณํ ปุตฺตํ วิชายิ. อถสฺส นามคฺคหณทิวเส ราชา อตฺตโน อยฺยกสฺส สนฺติกํ เปเสสิ ‘‘สกฺยราชธีตา วาสภขตฺติยา ปุตฺตํ วิชายิ, กิมสฺส นามํ กโรมา’’ติ. ตํ ปน สาสนํ คเหตฺวา คโต อมจฺโจ โถกํ พธิรธาตุโก, โส คนฺตฺวา รญฺโญ อยฺยกสฺสาโรเจสิ. โส ตํ สุตฺวา ‘‘วาสภขตฺติยา ปุตฺตํ อวิชายิตฺวาปิ สพฺพํ ชนํ อภิภวติ, อิทานิ ปน อติวิย รญฺโญ วลฺลภา ภวิสฺสตี’’ติ อาห. โส พธิรอมจฺโจ ‘‘วลฺลภา’’ติ วจนํ ทุสฺสุตํ สุตฺวา ‘‘วิฏฏูโภ’’ติ สลฺลกฺเขตฺวา ราชานํ อุปคนฺตฺวา ‘‘เทว, กุมารสฺส กิร ‘วิฏฏูโภ’ติ นามํ กโรถา’’ติ อาห. ราชา ‘‘โปราณกํ โน กุลทตฺติกํ นามํ ภวิสฺสตี’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘วิฏฏูโภ’’ติ นามํ อกาสิ. ตโต ปฏฺฐาย กุมาโร กุมารปริหาเรน วฑฺฒนฺโต สตฺตวสฺสิกกาเล อญฺเญสํ กุมารานํ มาตามหกุลโต หตฺถิรูปกอสฺสรูปกาทีนิ อาหริยมานานิ ทิสฺวา มาตรํ ปุจฺฉิ ‘‘อมฺม, อญฺเญสํ มาตามหกุลโต ปณฺณากาโร อาหริยติ, มยฺหํ โกจิ กิญฺจิ น เปเสสิ, กึ ตฺวํ นิมฺมาตา นิปฺปิตาสี’’ติ? อถ นํ สา ‘‘ตาต, สกฺยราชาโน มาตามหา ทูเร ปน วสนฺติ, เตน เต กิญฺจิ น เปเสนฺตี’’ติ วตฺวา วญฺเจสิ.
ปุน โสฬสวสฺสิกกาเล ‘‘อมฺม, มาตามหกุลํ ปสฺสิตุกาโมมฺหี’’ติ วตฺวา ‘‘อลํ ตาต, กึ ตตฺถ คนฺตฺวา กริสฺสสี’’ติ วาริยมาโนปิ ปุนปฺปุนํ ยาจิ. อถสฺส มาตา ‘‘เตน หิ คจฺฉาหี’’ติ สมฺปฏิจฺฉิ. โส ปิตุ อาโรเจตฺวา มหนฺเตน ปริวาเรน นิกฺขมิ. วาสภขตฺติยา ปุเรตรํ ปณฺณํ เปเสสิ ‘‘อหํ อิธ สุขํ วสามิ, สามิโน กิญฺจิ อนฺตรํ มา ทสฺสยึสู’’ติ. สากิยา วิฏฏูภสฺส อาคมนํ ญตฺวา ‘‘วนฺทิตุํ น สกฺกา’’ติ ตสฺส ทหรทหเร กุมารเก ชนปทํ ปหิณึสุ. กุมาเร กปิลวตฺถุํ สมฺปตฺเต สากิยา สนฺถาคาเร สนฺนิปตึสุ. กุมาโร สนฺถาคารํ คนฺตฺวา อฏฺฐาสิ. อถ นํ ‘‘อยํ เต, ตาต, มาตามโห, อยํ มาตุโล’’ติ วทึสุ โส สพฺเพ วนฺทมาโน วิจริ. โส ยาวปิฏฺฐิยา รุชนปฺปมาณา วนฺทิตฺวา เอกมฺปิ อตฺตานํ วนฺทมานํ อทิสฺวา ‘‘กึ นุ โข มํ วนฺทนฺตา นตฺถี’’ติ ปุจฺฉิ. สากิยา ‘‘ตาต, ตว กนิฏฺฐกุมารา ชนปทํ คตา’’ติ วตฺวา ตสฺส มหนฺตํ สกฺการํ กรึสุ. โส กติปาหํ วสิตฺวา มหนฺเตน ปริวาเรน นิกฺขมิ. อเถกา ทาสี สนฺถาคาเร เตน นิสินฺนผลกํ ‘‘อิทํ วาสภขตฺติยาย ทาสิยา ปุตฺตสฺส นิสินฺนผลก’’นฺติ อกฺโกสิตฺวา ปริภาสิตฺวา ขีโรทเกน โธวิ. เอโก ปุริโส อตฺตโน อาวุธํ ปมุสฺสิตฺวา นิวตฺโต ตํ คณฺหนฺโต วิฏฏูภกุมารสฺส อกฺโกสนสทฺทํ สุตฺวา ตํ อนฺตรํ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘วาสภขตฺติยา ทาสิยา กุจฺฉิสฺมึ มหานามสกฺกสฺส ชาตา’’ติ ญตฺวา คนฺตฺวา พลกายสฺส กเถสิ. ‘‘วาสภขตฺติยา กิร ทาสิยา ธีตา’’ติ มหาโกลาหลํ อโหสิ.
กุมาโร ตํ สุตฺวา ‘‘เอเต ตาว มม นิสินฺนผลกํ ขีโรทเกน โธวนฺตุ, อหํ ปน รชฺเช ปติฏฺฐิตกาเล เอเตสํ คลโลหิตํ คเหตฺวา มม นิสินฺนผลกํ โธวิสฺสามี’’ติ จิตฺตํ ปฏฺฐเปสิ. ตสฺมึ สาวตฺถึ คเต อมจฺจา สพฺพํ ปวตฺตึ รญฺโญ อาโรเจสุํ. ราชา ‘‘สพฺเพ มยฺหํ ทาสิธีตรํ อทํสู’’ติ สากิยานํ กุชฺฌิตฺวา วาสภขตฺติยาย จ ปุตฺตสฺส จ ทินฺนปริหารํ อจฺฉินฺทิตฺวา ทาสทาสีหิ ลทฺธพฺพปริหารมตฺตเมว ทาเปสิ. ตโต กติปาหจฺจเยน สตฺถา ราชนิเวสนํ อาคนฺตฺวา นิสีทิ. ราชา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา ‘‘ภนฺเต, ตุมฺหากํ กิร ญาตเกหิ ทาสิธีตา มยฺหํ ทินฺนา, เตนสฺสา อหํ สปุตฺตาย ปริหารํ อจฺฉินฺทิตฺวา ทาสทาสีหิ ลทฺธพฺพปริหารมตฺตเมว ทาเปสิ’’นฺติ อาห. สตฺถา ‘‘อยุตฺตํ, มหาราช, สากิเยหิ กตํ, ททนฺเตหิ นาม สมานชาติกา ทาตพฺพา อสฺส. ตํ ปน มหาราช, วทามิ วาสภขตฺติยา ขตฺติยราชธีตา ขตฺติยสฺส รญฺโญ เคเห อภิเสกํ ลภิ, วิฏฏูโภปิ ขตฺติยราชานเมว ปฏิจฺจ ชาโต, มาตุโคตฺตํ นาม กึ กริสฺสติ, ปิตุโคตฺตเมว ปมาณนฺติ โปราณกปณฺฑิตา ทลิทฺทิตฺถิยา กฏฺฐหาริกายปิ อคฺคมเหสิฏฺฐานํ อทํสุ, ตสฺสา จ กุจฺฉิมฺหิ ชาตกุมาโร ทฺวาทสโยชนิกาย พาราณสิยา รชฺชํ กตฺวา กฏฺฐวาหนราชา นาม ชาโต’’ติ กฏฺฐวาหนชาตกํ (ชา. ๑.๑.๗) กเถสิ. ราชา สตฺถุ ธมฺมกถํ สุตฺวา ‘‘ปิตุโคตฺตเมว กิร ปมาณ’’นฺติ สุตฺวา ตุสฺสิตฺวา มาตาปุตฺตานํ ปกติปริหารเมว ทาเปสิ.
รญฺโญ ปน พนฺธุโล นาม เสนาปติ มลฺลิกํ นาม อตฺตโน ภริยํ วญฺฌํ ‘‘ตว กุลฆรเมว คจฺฉาหี’’ติ กุสินารเมว เปเสสิ. สา ‘‘สตฺถารํ ทิสฺวาว คมิสฺสามี’’ติ เชตวนํ ปวิสิตฺวา ตถาคตํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ ฐิตา ‘‘กหํ คจฺฉสี’’ติ จ ปุฏฺฐา ‘‘สามิโก เม, ภนฺเต, กุลฆรํ เปเสสี’’ติ วตฺวา ‘‘กสฺมา’’ติ วุตฺตา ‘‘วญฺฌา อปุตฺติกา, ภนฺเต’’ติ วตฺวา สตฺถารา ‘‘ยทิ เอวํ คมนกิจฺจํ นตฺถิ, นิวตฺตาหี’’ติ วุตฺตา ตุฏฺฐา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา นิเวสนเมว ปุน อคมาสิ. ‘‘กสฺมา นิวตฺตสี’’ติ ปุฏฺฐา ‘‘ทสพเลน นิวตฺติตามฺหี’’ติ อาห. เสนาปติ ‘‘ทิฏฺฐํ ภวิสฺสติ ตถาคเตน การณ’’นฺติ อาห. สา น จิรสฺเสว คพฺภํ ปฏิลภิตฺวา อุปฺปนฺนโทหฬา ‘‘โทหโฬ เม อุปฺปนฺโน’’ติ อาโรเจสิ. ‘‘กึ โทหโฬ’’ติ? ‘‘เวสาลิยา นคเร ลิจฺฉวิราชานํ อภิเสกมงฺคลโปกฺขรณึ โอตริตฺวา นฺหตฺวา ปานียํ ปิวิตุกามามฺหิ, สามี’’ติ. เสนาปติ ‘‘สาธู’’ติ วตฺวา สหสฺสถามธนุํ คเหตฺวา ตํ รถํ อาโรเปตฺวา สาวตฺถิโต นิกฺขมิตฺวา รถํ ปาเชนฺโต เวสาลึ ปาวิสิ.
ตสฺมิญฺจ กาเล โกสลรญฺโญ พนฺธุลเสนาปตินา สทฺธึ เอกาจริยกุเล อุคฺคหิตสิปฺโป มหาลิ นาม ลิจฺฉวี อนฺโธ ลิจฺฉวีนํ อตฺถญฺจ ธมฺมญฺจ อนุสาสนฺโต ทฺวารสมีเป วสติ. โส รถสฺส อุมฺมาเร ปฏิฆฏฺฏนสทฺทํ สุตฺวา ‘‘พนฺธุลมลฺลสฺส รถปตนสทฺโท เอโส, อชฺช ลิจฺฉวีนํ ภยํ อุปฺปชฺชิสฺสตี’’ติ อาห. โปกฺขรณิยา อนฺโต จ พหิ จ อารกฺขา พลวา, อุปริ โลหชาลํ ปตฺถฏํ, สกุณานมฺปิ โอกาโส นตฺถิ. เสนาปติ ปน รถา โอตริตฺวา อารกฺขเก ขคฺเคน ปหรนฺโต ปลาเปตฺวา โลหชาลํ ฉินฺทิตฺวา อนฺโตโปกฺขรณิยํ ภริยํ โอตาเรตฺวา นฺหาเปตฺวา ปาเยตฺวา สยมฺปิ นฺหตฺวา มลฺลิกํ รถํ อาโรเปตฺวา นครา นิกฺขมิตฺวา อาคตมคฺเคเนว ปายาสิ. อารกฺขกา คนฺตฺวา ลิจฺฉวีนํ อาโรเจสุํ. ลิจฺฉวิราชาโน กุชฺฌิตฺวา ปญฺจ รถสตานิ อารุยฺห ‘‘พนฺธุลมลฺลํ คณฺหิสฺสามา’’ติ นิกฺขมึสุ. ตํ ปวตฺตึ มหาลิสฺส อาโรเจสุํ. มหาลิ ‘‘มา คมิตฺถ, โส หิ โว สพฺเพ ฆาตยิสฺสตี’’ติ อาห. เตปิ ‘‘มยํ คมิสฺสามเยวา’’ติ วทึสุ. เตน หิ จกฺกสฺส ยาว นาภิโต ปถวึ ปวิฏฺฐฏฺฐานํ ทิสฺวา นิวตฺเตยฺยาถ, ตโต อนิวตฺตนฺตา ปุรโต อสนิสทฺทํ วิย สุณิสฺสถ, ตมฺหา ฐานา นิวตฺเตยฺยาถ, ตโต อนิวตฺตนฺตา ตุมฺหากํ รถธุเรสุ ฉิทฺทํ ปสฺสิสฺสถ, ตมฺหา ฐานา นิวตฺเตยฺยาถ, ปุรโต มาคมิตฺถาติ. เต ตสฺส วจเนน อนิวตฺติตฺวา ตํ อนุพนฺธึสุเยว.
มลฺลิกา ทิสฺวา ‘‘รถา, สามิ, ปญฺญายนฺตี’’ติ อาห. เตน หิ เอกสฺส รถสฺส วิย ปญฺญายนกาเล มม อาโรเจยฺยาสีติ. สา ยทา สพฺเพ เอโก วิย หุตฺวา ปญฺญายึสุ, ตทา ‘‘เอกเมว สามิ รถสีสํ ปญฺญายตี’’ติ อาห. พนฺธุโล ‘‘เตน หิ อิมา รสฺมิโย คณฺหาหี’’ติ ตสฺสา รสฺมิโย ทตฺวา รเถ ฐิโตว ธนุํ อาโรเปติ, รถจกฺกํ ยาว นาภิโต ปถวึ ปาวิสิ, ลิจฺฉวิโน ตํ ฐานํ ทิสฺวาปิ น นิวตฺตึสุ. อิตโร โถกํ คนฺตฺวา ชิยํ โปเถสิ, อสนิสทฺโท วิย อโหสิ. เต ตโตปิ น นิวตฺตึสุ, อนุพนฺธนฺตา คจฺฉนฺเตว. พนฺธุโล รเถ ฐิตโกว เอกํ สรํ ขิปิ. โส ปญฺจนฺนํ รถสตานํ รถสีสํ ฉิทฺทํ กตฺวา ปญฺจ ราชสตานิ ปริกรพนฺธนฏฺฐาเน วิชฺฌิตฺวา ปถวึ ปาวิสิ. เต อตฺตโน วิทฺธภาวํ อชานิตฺวา ‘‘ติฏฺฐ เร, ติฏฺฐ เร’’ติ วทนฺตา อนุพนฺธึสุเยว. พนฺธุโล รถํ ฐเปตฺวา ‘‘ตุเมฺห มตกา, มตเกหิ สทฺธึ มยฺหํ ยุทฺธํ นาม นตฺถี’’ติ อาห. เต ‘‘มตกา นาม อมฺหาทิสา เนว โหนฺตี’’ติ วทึสุ. ‘‘เตน หิ สพฺพปจฺฉิมสฺส ปริกรํ โมเจถา’’ติ. เต โมจยึสุ. โส มุตฺตมตฺเตเยว มริตฺวา ปติโต. อถ เน ‘‘สพฺเพปิ ตุเมฺห เอวรูปา, อตฺตโน ฆรานิ คนฺตฺวา สํวิธาตพฺพํ สํวิทหิตฺวา ปุตฺตทาเร อนุสาสิตฺวา สนฺนาหํ โมเจถา’’ติ อาห. เต ตถา กตฺวา สพฺเพ ชีวิตกฺขยํ ปตฺตา.
พนฺธุโลปิ มลฺลิกํ สาวตฺถึ อาเนสิ. สา โสฬสกฺขตฺตุํ ยมเก ปุตฺเต วิชายิ, สพฺเพปิ สูรา ถามสมฺปนฺนา อเหสุํ, สพฺพสิปฺเป นิปฺผตฺตึ ปาปุณึสุ. เอเกกสฺสปิ ปุริสสหสฺสปริวาโร อโหสิ. ปิตรา สทฺธึ ราชนิเวสนํ คจฺฉนฺเตหิ เตเหว ราชงฺคณํ ปริปูริ. อเถกทิวสํ วินิจฺฉเย กูฏฑฺฑปราชิตา มนุสฺสา พนฺธุลํ อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา มหารวํ วิรวนฺตา วินิจฺฉยอมจฺจานํ กูฏฑฺฑการณํ ตสฺส อาโรเจสุํ. โสปิ วินิจฺฉยํ คนฺตฺวา ตํ อฑฺฑํ ตีเรตฺวา สามิกเมว สามิกํ, อสฺสามิกเมว อสฺสามิกํ อกาสิ. มหาชโน มหาสทฺเทน สาธุการํ ปวตฺเตสิ. ราชา ‘‘กิมิท’’นฺติ ปุจฺฉิตฺวา ตมตฺถํ สุตฺวา ตุสฺสิตฺวา สพฺเพปิ เต อมจฺเจ หาเรตฺวา พนฺธุลสฺเสว วินิจฺฉยํ นิยฺยาเทสิ. โส ตโต ปฏฺฐาย สมฺมา วินิจฺฉินิ. ตโต โปราณกวินิจฺฉยิกา ลญฺชํ อลภนฺตา อปฺปลาภา หุตฺวา ‘‘พนฺธุโล รชฺชํ ปตฺเถตี’’ติ ราชกุเล ปริภินฺทึสุ. ราชา ตํ กถํ คเหตฺวา จิตฺตํ นิคฺคเหตุํ นาสกฺขิ, ‘‘อิมสฺมึ อิเธว ฆาติยมาเน ครหา เม อุปฺปชฺชิสฺสตี’’ติ ปุน จินฺเตตฺวา ‘‘ปยุตฺตปุริเสหิ ปจฺจนฺตํ ปหราเปตฺวา เต ปลาเปตฺวา นิวตฺตกาเล อนฺตรามคฺเค ปุตฺเตหิ สทฺธึ มาเรตุํ วฏฺฏตี’’ติ พนฺธุลํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘ปจฺจนฺโต กิร กุปิโต, ตว ปุตฺเตหิ สทฺธึ คนฺตฺวา โจเร คณฺหาหี’’ติ ปหิณิตฺวา ‘‘เอตฺเถวสฺส ทฺวตฺตึสาย ปุตฺเตหิ สทฺธึ สีสํ ฉินฺทิตฺวา อาหรถา’’ติ เตหิ สทฺธึ อญฺเญปิ สมตฺเถ มหาโยเธ เปเสสิ. ตสฺมึ ปจฺจนฺตํ คจฺฉนฺเตเยว ‘‘เสนาปติ กิร อาคจฺฉตี’’ติ สุตฺวาว ปยุตฺตกโจรา ปลายึสุ. โส ตํ ปเทสํ อาวาสาเปตฺวา ชนปทํ สณฺฐเปตฺวา นิวตฺติ.
อถสฺส นครโต อวิทูเร ฐาเน เต โยธา ปุตฺเตหิ สทฺธึ สีสํ ฉินฺทึสุ. ตํ ทิวสํ มลฺลิกาย ปญฺจหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ เทฺว อคฺคสาวกา นิมนฺติตา โหนฺติ. อถสฺสา ปุพฺพณฺหสมเย ‘‘สามิกสฺส เต สทฺธึ ปุตฺเตหิ สีสํ ฉินฺทึสู’’ติ ปณฺณํ อาหริตฺวา อทํสุ. สา ตํ ปวตฺตึ ญตฺวา กสฺสจิ กิญฺจิ อวตฺวา ปณฺณํ อุจฺฉงฺเค กตฺวา ภิกฺขุสงฺฆเมว ปริวิสิ. อถสฺสา ปริจาริกา ภิกฺขูนํ ภตฺตํ ทตฺวา สปฺปิจาฏึ อาหรนฺติโย เถรานํ ปุรโต จาฏึ ภินฺทึสุ. ธมฺมเสนาปติ ‘‘อุปาสิเก, เภทนธมฺมํ ภินฺนํ, น จินฺเตตพฺพ’’นฺติ อาห. สา อุจฺฉงฺคโต ปณฺณํ นีหริตฺวา ‘‘ทฺวตฺตึสปุตฺเตหิ สทฺธึ ปิตุ สีสํ ฉินฺนนฺติ เม อิมํ ปณฺณํ อาหรึสุ, อหํ อิทํ สุตฺวาปิ น จินฺเตมิ, สปฺปิจาฏิยา ภินฺนาย กึ จินฺเตมิ, ภนฺเต’’ติ อาห. ธมฺมเสนาปติ ‘‘อนิมิตฺตมนญฺญาต’’นฺติอาทีนิ (สุ. นิ. ๕๗๙) วตฺวา ธมฺมํ เทเสตฺวา อุฏฺฐายาสนา วิหารํ อคมาสิ. สาปิ ทฺวตฺตึส สุณิสาโย ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘ตุมฺหากํ สามิกา อตฺตโน ปุริมกมฺมผลํ ลภึสุ, ตุเมฺห มา โสจิตฺถ มา ปริเทวิตฺถ, รญฺโญ อุปริ มโนปโทสํ มา กริตฺถา’’ติ โอวทิ.
รญฺโญ จรปุริสา ตํ กถํ สุตฺวา เตสํ นิทฺโทสภาวํ รญฺโญ กถยึสุ. ราชา สํเวคปฺปตฺโต ตสฺสา นิเวสนํ คนฺตฺวา มลฺลิกญฺจ สุณิสาโย จสฺสา ขมาเปตฺวา มลฺลิกาย วรํ อทาสิ. สา ‘‘คหิโต เม โหตู’’ติ วตฺวา ตสฺมึ คเต มตกภตฺตํ ทตฺวา นฺหตฺวา ราชานํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา ‘‘เทว, ตุเมฺหหิ เม วโร ทินฺโน, มยฺหญฺจ อญฺเญน อตฺโถ นตฺถิ, ทฺวตฺตึสาย เม สุณิสานํ มม จ กุลฆรคมนํ อนุชานาถา’’ติ อาห. ราชา สมฺปฏิจฺฉิ. สา ทฺวตฺตึสาย สุณิสานํ สกกุลํ เปเสตฺวา สยํ กุสินารนคเร อตฺตโน กุลฆรํ อคมาสิ. ราชา พนฺธุลเสนาปติโน ภาคิเนยฺยสฺส ทีฆการายนสฺส นาม เสนาปติฏฺฐานํ อทาสิ. โส ปน ‘‘มาตุโล เม อิมินา มาริโต’’ติ รญฺโญ โอตารํ คเวสนฺโต วิจรติ. ราชาปิ นิปฺปราธสฺส พนฺธุลสฺส มาริตกาลโต ปฏฺฐาย วิปฺปฏิสารี จิตฺตสฺสาทํ น ลภติ, รชฺชสุขํ นานุโภติ.
ตทา สตฺถา สากิยานํ เวฬุํ นาม นิคมํ อุปนิสฺสาย วิหรติ. ราชา ตตฺถ คนฺตฺวา อารามโต อวิทูเร ขนฺธาวารํ นิวาเสตฺวา ‘‘มหนฺเตน ปริวาเรน สตฺถารํ วนฺทิสฺสามา’’ติ วิหารํ คนฺตฺวา ปญฺจ ราชกกุธภณฺฑานิ ทีฆการายนสฺส ทตฺวา เอกโกว คนฺธกุฏึ ปาวิสิ. สพฺพํ ธมฺมเจติยสุตฺตนิยาเมเนว (ม. นิ. ๒.๓๖๔ อาทโย) เวทิตพฺพํ. ตสฺมึ คนฺธกุฏึ ปวิฏฺเฐ ทีฆการายโน ตานิ ปญฺจ ราชกกุธภณฺฑานิ คเหตฺวา วิฏฏูภํ ราชานํ กตฺวา รญฺโญ เอกํ อสฺสํ เอกญฺจ อุปฏฺฐานการิกํ มาตุคามํ นิวตฺเตตฺวา สาวตฺถึ อคมาสิ. ราชา สตฺถารา สทฺธึ ปิยกถํ กเถตฺวา นิกฺขนฺโต เสนํ อทิสฺวา ตํ มาตุคามํ ปุจฺฉิตฺวา ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา ‘‘อหํ ภาคิเนยฺยํ อชาตสตฺตุํ อาทาย อาคนฺตฺวา วิฏฏูภํ คเหสฺสามี’’ติ ราชคหนครํ คจฺฉนฺโต วิกาเล ทฺวาเรสุ ปิหิเตสุ นครํ ปวิสิตุมสกฺโกนฺโต เอกิสฺสาย สาลาย นิปชฺชิตฺวา วาตาตเปน กิลนฺโต รตฺติภาเค ตตฺเถว กาลมกาสิ. วิภาตาย รตฺติยา ‘‘เทว โกสลนรินฺท, อิทานิ อนาโถสิ ชาโต’’ติ วิลปนฺติยา ตสฺสา อิตฺถิยา สทฺทํ สุตฺวา รญฺโญ อาโรเจสุํ. โส มาตุลสฺส มหนฺเตน สกฺกาเรน สรีรกิจฺจํ กาเรสิ.
วิฏฏูโภปิ รชฺชํ ลภิตฺวา ตํ เวรํ สริตฺวา ‘‘สพฺเพปิ สากิเย มาเรสฺสามี’’ติ มหติยา เสนาย นิกฺขมิ. ตํ ทิวสํ สตฺถา ปจฺจูสสมเย โลกํ โวโลเกนฺโต ญาติสงฺฆสฺส วินาสํ ทิสฺวา ‘‘ญาติสงฺคหํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ จินฺเตตฺวา ปุพฺพณฺหสมเย ปิณฺฑาย จริตฺวา ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต คนฺธกุฏิยํ สีหเสยฺยํ กปฺเปตฺวา สายนฺหสมเย อากาเสน คนฺตฺวา กปิลวตฺถุสามนฺเต เอกสฺมึ กพรจฺฉาเย รุกฺขมูเล นิสีทิ. ตโต อวิทูเร วิฏฏูภสฺส รชฺชสีมาย อนฺโต สนฺทจฺฉาโย นิโคฺรธรุกฺโข อตฺถิ, วิฏฏูโภ สตฺถารํ ทิสฺวา อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา ‘‘ภนฺเต, กึการณา เอวรูปาย อุณฺหเวลาย อิมสฺมึ กพรจฺฉาเย รุกฺขมูเล นิสีทถ, เอตสฺมึ สนฺทจฺฉาเย นิโคฺรธรุกฺขมูเล นิสีทถ, ภนฺเต’’ติ วตฺวา ‘‘โหตุ, มหาราช, ญาตกานํ ฉายา นาม สีตลา’’ติ วุตฺเต ‘‘ญาตกานํ รกฺขณตฺถาย สตฺถา อาคโต ภวิสฺสตี’’ติ จินฺเตตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา สาวตฺถิเมว ปจฺจาคมิ. สตฺถาปิ อุปฺปติตฺวา เชตวนเมว คโต.
ราชา สากิยานํ โทสํ สริตฺวา ทุติยํ นิกฺขมิตฺวา ตเถว สตฺถารํ ปสฺสิตฺวา ปุน นิวตฺติตฺวา ตติยวาเร นิกฺขมิตฺวา ตตฺเถว สตฺถารํ ปสฺสิตฺวา นิวตฺติ. จตุตฺถวาเร ปน ตสฺมึ นิกฺขนฺเต สตฺถา สากิยานํ ปุพฺพกมฺมํ โอโลเกตฺวา เตสํ นทิยํ วิสปกฺขิปนปาปกมฺมสฺส อปฺปฏิพาหิรภาวํ ญตฺวา จตุตฺถวาเร น อคมาสิ. วิฏฏูภราชา ขีรปายเก ทารเก อาทึ กตฺวา สพฺเพ สากิเย ฆาเตตฺวา คลโลหิเตน นิสินฺนผลกํ โธวิตฺวา ปจฺจาคมิ. สตฺถริ ตติยวาเร คมนโต ปจฺจาคนฺตฺวา ปุนทิวเส ปิณฺฑาย จริตฺวา นิฏฺฐาปิตภตฺตกิจฺเจ คนฺธกุฏิยํ ปวิสนฺเต ทิสาหิ สนฺนิปติตา ภิกฺขู ธมฺมสภายํ นิสีทิตฺวา ‘‘อาวุโส, สตฺถา อตฺตานํ ทสฺเสตฺวา ราชานํ นิวตฺตาเปตฺวา ญาตเก มรณภยา โมเจสิ, เอวํ ญาตกานํ อตฺถจโร สตฺถา’’ติ ภควโต คุณกถํ กถยึสุ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว ตถาคโต ญาตกานํ อตฺถํ จรติ, ปุพฺเพปิ จริเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺโต นาม ราชา ทส ราชธมฺเม อโกเปตฺวา ธมฺเมน รชฺชํ กาเรนฺโต เอกทิวสํ จินฺเตสิ ‘‘ชมฺพุทีปตเล ราชาโน พหุถมฺเภสุ ปาสาเทสุ วสนฺติ, ตสฺมา พหูหิ ถมฺเภหิ ปาสาทกรณํ นาม อนจฺฉริยํ, ยํนูนาหํ เอกถมฺภกํ ปาสาทํ กาเรยฺยํ, เอวํ สพฺพราชูนํ อคฺคราชา ภวิสฺสามี’’ติ. โส วฑฺฒกี ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘มยฺหํ โสภคฺคปฺปตฺตํ เอกถมฺภกํ ปาสาทํ กโรถา’’ติ อาห. เต ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา อรญฺญํ ปวิสิตฺวา อุชู มหนฺเต เอกถมฺภกปาสาทารเห พหู รุกฺเข ทิสฺวา ‘‘อิเม รุกฺขา สนฺติ, มคฺโค ปน วิสโม, น สกฺกา โอตาเรตุํ, รญฺโญ อาจิกฺขิสฺสามา’’ติ จินฺเตตฺวา ตถา อกํสุ. ราชา ‘‘เกนจิ อุปาเยน สณิกํ โอตาเรถา’’ติ วตฺวา ‘‘เทว, เยน เกนจิ อุปาเยน น สกฺกา’’ติ วุตฺเต ‘‘เตน หิ มม อุยฺยาเน เอกํ รุกฺขํ อุปธาเรถา’’ติ อาห. วฑฺฒกี อุยฺยานํ คนฺตฺวา เอกํ สุชาตํ อุชุกํ คามนิคมปูชิตํ ราชกุลโตปิ ลทฺธพลิกมฺมํ มงฺคลสาลรุกฺขํ ทิสฺวา รญฺโญ สนฺติกํ คนฺตฺวา ตมตฺถํ อาโรเจสุํ. ราชา ‘‘อุยฺยาเน รุกฺโข นาม มม ปฏิพทฺโธ, คจฺฉถ โภ ตํ ฉินฺทถา’’ติ อาห. เต ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา คนฺธมาลาทิหตฺถา อุยฺยานํ คนฺตฺวา รุกฺเข คนฺธปญฺจงฺคุลิกํ ทตฺวา สุตฺเตน ปริกฺขิปิตฺวา ปุปฺผกณฺณิกํ พนฺธิตฺวา ทีปํ ชาเลตฺวา พลิกมฺมํ กตฺวา ‘‘อิโต สตฺตเม ทิวเส อาคนฺตฺวา รุกฺขํ ฉินฺทิสฺสาม, ราชา ฉินฺทาเปติ, อิมสฺมึ รุกฺเข นิพฺพตฺตเทวตา อญฺญตฺถ คจฺฉตุ, อมฺหากํ โทโส นตฺถี’’ติ สาเวสุํ.
อถ ตสฺมึ นิพฺพตฺโต เทวปุตฺโต ตํ วจนํ สุตฺวา ‘‘นิสฺสํสยํ อิเม วฑฺฒกี อิมํ รุกฺขํ ฉินฺทิสฺสนฺติ, วิมานํ เม นสฺสิสฺสติ, วิมานปริยนฺติกเมว โข ปน มยฺหํ ชีวิตํ, อิมญฺจ รกฺขํ ปริวาเรตฺวา ฐิเตสุ ตรุณสาลรุกฺเขสุ นิพฺพตฺตานํ มม ญาติเทวตานมฺปิ พหูนิ วิมานานิ นสฺสิสฺสนฺติ. วิมานปริยนฺติกเมว มม ญาตีนํ เทวตานมฺปิ ชีวิตํ, น โข ปน มํ ตถา อตฺตโน วินาโส พาธติ, ยถา ญาตีนํ, ตสฺมา เนสํ มยา ชีวิตํ ทาตุํ วฏฺฏตี’’ติ จินฺเตตฺวา อฑฺฒรตฺตสมเย ทิพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิโต รญฺโญ สิริคพฺภํ ปวิสิตฺวา สกลคพฺภํ เอโกภาสํ กตฺวา อุสฺสิสกปสฺเส โรทมาโน อฏฺฐาสิ. ราชา ตํ ทิสฺวา ภีตตสิโต เตน สทฺธึ สลฺลปนฺโต ปฐมํ คาถมาห –
๑๓. ‘‘กา ตฺวํ สุทฺเธหิ วตฺเถหิ, อเฆ เวหายสํ ฐิตา;
เกน ตฺยาสฺสูนิ วตฺตนฺติ, กุโต ตํ ภยมาคต’’นฺติ.
ตตฺถ กา ตฺวนฺติ นาคยกฺขสุปณฺณสกฺกาทีสุ กา นาม ตฺวนฺติ ปุจฺฉติ. วตฺเถหีติ วจนมตฺตเมเวตํ, สพฺเพปิ ปน ทิพฺพาลงฺกาเร สนฺธาเยวมาห. อเฆติ อปฺปฏิเฆ อากาเส. เวหายสนฺติ ตสฺเสว เววจนํ. เกน ตฺยาสฺสูนิ วตฺตนฺตีติ เกน การเณน ตว อสฺสูนิ วตฺตนฺติ. กุโตติ ญาติวิโยคธนวินาสาทีนํ กึ นิสฺสาย ตํ ภยมาคตนฺติ ปุจฺฉติ.
ตโต เทวราชา เทฺว คาถา อภาสิ –
๑๔. ‘‘ตเวว เทว วิชิเต, ภทฺทสาโลติ มํ วิทู;
สฏฺฐิ วสฺสสหสฺสานิ, ติฏฺฐโต ปูชิตสฺส เม.
๑๕. ‘‘การยนฺตา นครานิ, อคาเร จ ทิสมฺปติ;
วิวิเธ จาปิ ปาสาเท, น มํ เต อจฺจมญฺญิสุํ;
ยเถว มํ เต ปูเชสุํ, ตเถว ตฺวมฺปิ ปูชยา’’ติ.
ตตฺถ ติฏฺฐโตติ สกลพาราณสินคเรหิ เจว คามนิคเมหิ จ ตยา จ ปูชิตสฺส นิจฺจํ พลิกมฺมญฺจ สกฺการญฺจ ลภนฺตสฺส มยฺหํ อิมสฺมึ อุยฺยาเน ติฏฺฐนฺตสฺส เอตฺตโก กาโล คโตติ ทสฺเสติ. นครานีติ นครปฏิสงฺขรณกมฺมานิ. อคาเรจาติ ภูมิเคหานิ. ทิสมฺปตีติ ทิสานํ ปติ, มหาราช. น มํ เตติ เต นครปฏิสงฺขรณาทีนิ กโรนฺตา อิมสฺมึ นคเร โปราณกราชาโน มํ นาติมญฺญิสุํ นาติกฺกมึสุ น วิเหฐยึสุ, มม นิวาสรุกฺขํ ฉินฺทิตฺวา อตฺตโน กมฺมํ น กรึสุ, มยฺหํ ปน สกฺการเมว กรึสูติ อวจ. ยเถวาติ ตสฺมา ยเถว เต โปราณกราชาโน มํ ปูชยึสุ, เอโกปิ อิมํ รุกฺขํ น ฉินฺทาเปสิ, ตฺวญฺจาปิ มํ ตเถว ปูชย, มา เม รุกฺขํ เฉทยีติ.
ตโต ราชา เทฺว คาถา อภาสิ –
๑๖. ‘‘ตํ อิวาหํ น ปสฺสามิ, ถูลํ กาเยน เต ทุมํ;
อาโรหปริณาเหน, อภิรูโปสิ ชาติยา.
๑๗. ‘‘ปาสาทํ การยิสฺสามิ, เอกตฺถมฺภํ มโนรมํ;
ตตฺถ ตํ อุปเนสฺสามิ, จิรํ เต ยกฺข ชีวิต’’นฺติ.
ตตฺถ กาเยนาติ ปมาเณน. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ตว ปมาเณน ตํ วิย ถูลํ มหนฺตํ อญฺญํ ทุมํ น ปสฺสามิ, ตฺวญฺเญว ปน อาโรหปริณาเหน สุชาตสงฺขาตาย สมสณฺฐานอุชุภาวปฺปการาย ชาติยา จ อภิรูโป โสภคฺคปฺปตฺโต เอกถมฺภปาสาทารโหติ. ปาสาทนฺติ ตสฺมา ตํ เฉทาเปตฺวา อหํ ปาสาทํ การาเปสฺสาเมว. ตตฺถ ตนฺติ ตํ ปนาหํ สมฺม เทวราช, ตตฺถ ปาสาเท อุปเนสฺสามิ, โส ตฺวํ มยา สทฺธึ เอกโต วสนฺโต อคฺคคนฺธมาลาทีนิ ลภนฺโต สกฺการปฺปตฺโต สุขํ ชีวิสฺสสิ, นิวาสฏฺฐานาภาเวน เม วินาโส ภวิสฺสตีติ มา จินฺตยิ, จิรํ เต ยกฺข ชีวิตํ ภวิสฺสตีติ.
ตํ สุตฺวา เทวราชา เทฺว คาถา อภาสิ –
๑๘. ‘‘เอวํ จิตฺตํ อุทปาทิ, สรีเรน วินาภาโว;
ปุถุโส มํ วิกนฺติตฺวา, ขณฺฑโส อวกนฺตถ.
๑๙. ‘‘อคฺเค จ เฉตฺวา มชฺเฌ จ, ปจฺฉา มูลมฺหิ ฉินฺทถ;
เอวํ เม ฉิชฺชมานสฺส, น ทุกฺขํ มรณํ สิยา’’ติ.
ตตฺถ เอวํ จิตฺตํ อุทปาทีติ ยทิ เอวํ จิตฺตํ ตว อุปฺปนฺนํ. สรีเรน วินาภาโวติ ยทิ เต มม สรีเรน ภทฺทสาลรุกฺเขน สทฺธึ มม วินาภาโว ปตฺถิโต. ปุถุโสติ พหุธา. วิกนฺติตฺวาติ ฉินฺทิตฺวา. ขณฺฑโสติ ขณฺฑาขณฺฑํ กตฺวา อวกนฺตถ. อคฺเค จาติ อวกนฺตนฺตา ปน ปฐมํ อคฺเค, ตโต มชฺเฌ เฉตฺวา สพฺพปจฺฉา มูเล ฉินฺทถ. เอวญฺหิ เม ฉิชฺชมานสฺส น ทุกฺขํ มรณํ สิยา, สุขํ นุ ขณฺฑโส ภเวยฺยาติ ยาจติ.
ตโต ราชา เทฺว คาถา อภาสิ –
๒๐. ‘‘หตฺถปาทํ ยถา ฉินฺเท, กณฺณนาสญฺจ ชีวโต;
ตโต ปจฺฉา สิโร ฉินฺเท, ตํ ทุกฺขํ มรณํ สิยา.
๒๑. ‘‘สุขํ นุ ขณฺฑโส ฉินฺนํ, ภทฺทสาล วนปฺปติ;
กึเหตุ กึ อุปาทาย, ขณฺฑโส ฉินฺนมิจฺฉสี’’ติ.
ตตฺถ หตฺถปาทนฺติ หตฺเถ จ ปาเท จ. ตํ ทุกฺขนฺติ เอวํ ปฏิปาฏิยา ฉิชฺชนฺตสฺส โจรสฺส ตํ มรณํ ทุกฺขํ สิยา. สุขํ นูติ สมฺม ภทฺทสาล, วชฺฌปฺปตฺตา โจรา สุเขน มริตุกามา สีสจฺเฉทํ ยาจนฺติ, น ขณฺฑโส เฉทนํ, ตฺวํ ปน เอวํ ยาจสิ, เตน ตํ ปุจฺฉามิ ‘‘สุขํ นุ ขณฺฑโส ฉินฺน’’นฺติ. กึเหตูติ ขณฺฑโส ฉินฺนํ นาม น สุขํ, การเณน ปเนตฺถ ภวิตพฺพนฺติ ตํ ปุจฺฉนฺโต เอวมาห.
อถสฺส อาจิกฺขนฺโต ภทฺทสาโล เทฺว คาถา อภาสิ –
๒๒. ‘‘ยญฺจ เหตุมุปาทาย, เหตุํ ธมฺมูปสํหิตํ;
ขณฺฑโส ฉินฺนมิจฺฉามิ, มหาราช สุโณหิ เม.
๒๓. ‘‘ญาตี เม สุขสํวทฺธา, มม ปสฺเส นิวาตชา;
เตปิหํ อุปหึเสยฺย, ปเรสํ อสุโขจิต’’นฺติ.
ตตฺถ เหตุํ ธมฺมูปสํหิตนฺติ มหาราช, ยํ เหตุสภาวยุตฺตเมว, น เหตุปติรูปกํ, เหตุํ อุปาทาย อารพฺภ สนฺธายาหํ ขณฺฑโส ฉินฺนมิจฺฉามิ, ตํ โอหิตโสโต สุโณหีติ อตฺโถ. ญาตี เมติ มม ภทฺทสาลรุกฺขสฺส ฉายาย สุขสํวทฺธา มม ปสฺเส ตรุณสาลรุกฺเขสุ นิพฺพตฺตา มยา กตวาตปริตฺตาณตฺตา นิวาตชา มม ญาตกา เทวสงฺฆา อตฺถิ, เต อหํ วิสาลสาขวิฏโป มูเล ฉินฺทิตฺวา ปตนฺโต อุปหึเสยฺยํ, สํภคฺควิมาเน กโรนฺโต วินาเสยฺยนฺติ อตฺโถ. ปเรสํ อสุโขจิตนฺติ เอวํ สนฺเต มยา เตสํ ปเรสํ ญาติเทวสงฺฆานํ อสุขํ ทุกฺขํ โอจิตํ วฑฺฒิตํ, น จาหํ เตสํ ทุกฺขกาโม, ตสฺมา ภทฺทสาลํ ขณฺฑโส ขณฺฑโส ฉินฺทาเปมีติ อยเมตฺถาธิปฺปาโย.
ตํ สุตฺวา ราชา ‘‘ธมฺมิโก วตายํ, เทวปุตฺโต, อตฺตโน วิมานวินาสโตปิ ญาตีนํ วิมานวินาสํ น อิจฺฉติ, ญาตีนํ อตฺถจริยํ จรติ, อภยมสฺส ทสฺสามี’’ติ ตุสฺสิตฺวา โอสานคาถมาห –
๒๔. ‘‘เจเตยฺยรูปํ เจเตสิ, ภทฺทสาล วนปฺปติ;
หิตกาโมสิ ญาตีนํ, อภยํ สมฺม ทมฺมิ เต’’ติ.
ตตฺถ เจเตยฺยรูปํ เจเตสีติ ญาตีสุ มุทุจิตฺตตาย จินฺเตนฺโต จินฺเตตพฺพยุตฺตกเมว จินฺเตสิ. เฉเทยฺยรูปํ เฉเทสีติปิ ปาโฐ. ตสฺสตฺโถ – ขณฺฑโส ฉินฺนมิจฺฉนฺโต เฉเทตพฺพยุตฺตกเมว เฉเทสีติ. อภยนฺติ เอตสฺมึ เต สมฺม, คุเณ ปสีทิตฺวา อภยํ ททามิ, น เม ปาสาเทนตฺโถ, นาหํ ตํ เฉทาเปสฺสามิ, คจฺฉ ญาติสงฺฆปริวุโต สกฺกตครุกโต สุขํ ชีวาติ อาห.
เทวราชา รญฺโญ ธมฺมํ เทเสตฺวา อคมาสิ. ราชา ตสฺโสวาเท ฐตฺวา ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กตฺวา สคฺคปุรํ ปูเรสิ.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ‘‘เอวํ, ภิกฺขเว, ปุพฺเพปิ ตถาคโต ญาตตฺถจริยํ อจริเยวา’’ติ วตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา ราชา อานนฺโท อโหสิ, ตรุณสาเลสุ นิพฺพตฺตเทวตา พุทฺธปริสา, ภทฺทสาลเทวราชา ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.
ภทฺทสาลชาตกวณฺณนา ทุติยา.
[๔๖๖] ๓. สมุทฺทวาณิชชาตกวณฺณนา
กสนฺติ วปนฺติ เต ชนาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เทวทตฺตสฺส ปญฺจ กุลสตานิ คเหตฺวา นิรเย ปติตภาวํ อารพฺภ กเถสิ. โส หิ อคฺคสาวเกสุ ปริสํ คเหตฺวา ปกฺกนฺเตสุ โสกํ สนฺธาเรตุํ อสกฺโกนฺโต อุณฺหโลหิเต มุขโต นิกฺขนฺเต พลวเวทนาปีฬิโต ตถาคตสฺส คุณํ อนุสฺสริตฺวา ‘‘อหเมว นว มาเส ตถาคตสฺส อนตฺถํ จินฺเตสึ, สตฺถุ ปน มยิ ปาปจิตฺตํ นาม นตฺถิ, อสีติมหาเถรานมฺปิ มยิ อาฆาโต นาม นตฺถิ, มยา กตกมฺเมน อหเมว อิทานิ อนาโถ ชาโต, สตฺถาราปิมฺหิ วิสฺสฏฺโฐ มหาเถเรหิปิ ญาติเสฏฺเฐน ราหุลตฺเถเรนปิ สกฺยราชกุเลหิปิ, คนฺตฺวา สตฺถารํ ขมาเปสฺสามี’’ติ ปริสาย สญฺญํ ทตฺวา อตฺตานํ ปญฺจเกน คาหาเปตฺวา รตฺตึ รตฺตึ คจฺฉนฺโต โกสลรฏฺฐํ สมฺปาปุณิ. อานนฺทตฺเถโร สตฺถุ อาโรเจสิ ‘‘เทวทตฺโต กิร, ภนฺเต, ตุมฺหากํ ขมาเปตุํ อาคจฺฉตี’’ติ. ‘‘อานนฺท, เทวทตฺโต มม ทสฺสนํ น ลภิสฺสตี’’ติ.
อถ ตสฺมึ สาวตฺถินครทฺวารํ สมฺปตฺเต ปุน เถโร อาโรเจสิ, ภควาปิ ตเถว อวจ. ตสฺส เชตวเน โปกฺขรณิยา สมีปํ อาคตสฺส ปาปํ มตฺถกํ ปาปุณิ, สรีเร ฑาโห อุปฺปชฺชิ, นฺหตฺวา ปานียํ ปิวิตุกาโม หุตฺวา ‘‘มญฺจกโต มํ อาวุโส โอตาเรถ, ปานียํ ปิวิสฺสามี’’ติ อาห. ตสฺส โอตาเรตฺวา ภูมิยํ ฐปิตมตฺตสฺส จิตฺตสฺสาเท อลทฺเธเยว มหาปถวี วิวรมทาสิ. ตาวเทว ตํ อวีจิโต อคฺคิชาลา อุฏฺฐาย ปริกฺขิปิตฺวา คณฺหิ. โส ‘‘ปาปกมฺมํ เม มตฺถกํ ปตฺต’’นฺติ ตถาคตสฺส คุเณ อนุสฺสริตฺวา –
‘‘อิเมหิ อฏฺฐีหิ ตมคฺคปุคฺคลํ, เทวาติเทวํ นรทมฺมสารถึ;
สมนฺตจกฺขุํ สตปุญฺญลกฺขณํ, ปาเณหิ พุทฺธํ สรณํ อุเปมี’’ติ. (มิ. ป. ๔.๑.๓) –
อิมาย คาถาย สรเณ ปติฏฺฐหนฺโต อวีจิปรายโณ อโหสิ. ตสฺส ปน ปญฺจ อุปฏฺฐากกุลสตานิ อเหสุํ. ตานิปิ ตปฺปกฺขิกานิ หุตฺวา ทสพลํ อกฺโกสิตฺวา อวีจิมฺหิเยว นิพฺพตฺตึสุ. เอวํ โส ตานิ ปญฺจ กุลสตานิ คณฺหิตฺวา อวีจิมฺหิ ปติฏฺฐิโต.
อเถกทิวสํ ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ‘‘อาวุโส, เทวทตฺโต ปาโป ลาภสกฺการคิทฺธตาย สมฺมาสมฺพุทฺเธ อฏฺฐาเน โกปํ พนฺธิตฺวา อนาคตภยมโนโลเกตฺวา ปญฺจหิ กุลสเตหิ สทฺธึ อวีจิปรายโณ ชาโต’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น ภิกฺขเว, อิทาเนว เทวทตฺโต ลาภสกฺการคิทฺโธ หุตฺวา อนาคตภยํ น โอโลเกสิ, ปุพฺเพปิ อนาคตภยํ อโนโลเกตฺวา ปจฺจุปฺปนฺนสุขคิทฺเธน สทฺธึ ปริสาย มหาวินาสํ ปตฺโต’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต พาราณสิโต อวิทูเร กุลสหสฺสนิวาโส มหาวฑฺฒกีคาโม อโหสิ. ตตฺถ วฑฺฒกี ‘‘ตุมฺหากํ มญฺจํ กริสฺสาม, ปีฐํ กริสฺสาม, เคหํ กริสฺสามา’’ติ วตฺวา มนุสฺสานํ หตฺถโต พหุํ อิณํ คเหตฺวา กิญฺจิ กาตุํ น สกฺขึสุ. มนุสฺสา ทิฏฺฐทิฏฺเฐ วฑฺฒกี โจเทนฺติ ปลิพุทฺธนฺติ. เต อิณายิเกหิ อุปทฺทุตา สุขํ วสิตุํ อสกฺโกนฺตา ‘‘วิเทสํ คนฺตฺวา ยตฺถ กตฺถจิ วสิสฺสามา’’ติ อรญฺญํ ปวิสิตฺวา รุกฺเข ฉินฺทิตฺวา มหตึ นาวํ พนฺธิตฺวา นทึ โอตาเรตฺวา อาหริตฺวา คามโต คาวุตฑฺฒโยชนมตฺเต ฐาเน ฐเปตฺวา อฑฺฒรตฺตสมเย คามํ อาคนฺตฺวา ปุตฺตทารมาทาย นาวฏฺฐานํ คนฺตฺวา นาวํ อารุยฺห อนุกฺกเมน มหาสมุทฺทํ ปวิสิตฺวา วาตเวเคน วิจรนฺตา สมุทฺทมชฺเฌ เอกํ ทีปกํ ปาปุณึสุ. ตสฺมึ ปน ทีปเก สยํชาตสาลิอุจฺฉุกทลิอมฺพชมฺพุปนสตาลนาฬิเกราทีนิ วิวิธผลานิ อตฺถิ, อญฺญตโร ปภินฺนนาโว ปุริโส ปฐมตรํ ตํ ทีปกํ ปตฺวา สาลิภตฺตํ ภุญฺชมาโน อุจฺฉุอาทีนิ ขาทมาโน ถูลสรีโร นคฺโค ปรูฬฺหเกสมสฺสุ ตสฺมึ ทีปเก ปฏิวสติ.
วฑฺฒกี จินฺตยึสุ ‘‘สเจ อยํ ทีปโก รกฺขสปริคฺคหิโต ภวิสฺสติ, สพฺเพปิ อเมฺห วินาสํ ปาปุณิสฺสาม, ปริคฺคณฺหิสฺสาม ตาว น’’นฺติ. อถ สตฺตฏฺฐ ปุริสา สูรา พลวนฺโต สนฺนทฺธปญฺจาวุธา หุตฺวา โอตริตฺวา ทีปกํ ปริคฺคณฺหึสุ. ตสฺมึ ขเณ โส ปุริโส ภุตฺตปาตราโส อุจฺฉุรสํ ปิวิตฺวา สุขปฺปตฺโต รมณีเย ปเทเส รชตปฏฺฏสทิเส วาลุกตเล สีตจฺฉายาย อุตฺตานโก นิปชฺชิตฺวา ‘‘ชมฺพุทีปวาสิโน กสนฺตา วปนฺตา เอวรูปํ สุขํ น ลภนฺติ, ชมฺพุทีปโต มยฺหํ อยเมว ทีปโก วร’’นฺติ คายมาโน อุทานํ อุทาเนสิ. อถ สตฺถา ภิกฺขู อามนฺเตตฺวา ‘‘โส ภิกฺขเว ปุริโส อิมํ อุทานํ อุทาเนสี’’ติ ทสฺเสนฺโต ปฐมํ คาถมาห –
๒๕. ‘‘กสนฺติ วปนฺติ เต ชนา, มนุชา กมฺมผลูปชีวิโน;
นยิมสฺส ทีปกสฺส ภาคิโน, ชมฺพุทีปา อิทเมว โน วร’’นฺติ.
ตตฺถ เต ชนาติ เต ชมฺพุทีปวาสิโน ชนา. กมฺมผลูปชีวิโนติ นานากมฺมานํ ผลูปชีวิโน สตฺตา.
อถ เต ทีปกํ ปริคฺคณฺหนฺตา ปุริสา ตสฺส คีตสทฺทํ สุตฺวา ‘‘มนุสฺสสทฺโท วิย สุยฺยติ, ชานิสฺสาม น’’นฺติ สทฺทานุสาเรน คนฺตฺวา ตํ ปุริสํ ทิสฺวา ‘‘ยกฺโข ภวิสฺสตี’’ติ ภีตตสิตา สเร สนฺนหึสุ. โสปิ เต ทิสฺวา อตฺตโน วธภเยน ‘‘นาหํ, สามิ, ยกฺโข, ปุริโสมฺหิ, ชีวิตํ เม เทถา’’ติ ยาจนฺโต ‘‘ปุริสา นาม ตุมฺหาทิสา นคฺคา น โหนฺตี’’ติ วุตฺเต ปุนปฺปุนํ ยาจิตฺวา มนุสฺสภาวํ วิญฺญาเปสิ. เต ตํ ปุริสํ อุปสงฺกมิตฺวา สมฺโมทนียํ กถํ สุตฺวา ตสฺส ตตฺถ อาคตนิยามํ ปุจฺฉึสุ. โสปิ สพฺพํ เตสํ กเถตฺวา ‘‘ตุเมฺห อตฺตโน ปุญฺญสมฺปตฺติยา อิธาคตา, อยํ อุตฺตมทีโป, น เอตฺถ สหตฺเถน กมฺมํ กตฺวา ชีวนฺติ, สยํชาตสาลีนญฺเจว อุจฺฉุอาทีนญฺเจตฺถ อนฺโต นตฺถีติ อนุกฺกณฺฐนฺตา วสถา’’ติ อาห. อิธ ปน วสนฺตานํ อมฺหากํ อญฺโญ ปริปนฺโถ นตฺถิ, อญฺญํ ภยํ เอตฺถ นตฺถิ, อยํ ปน อมนุสฺสปริคฺคหิโต, อมนุสฺสา ตุมฺหากํ อุจฺจารปสฺสาวํ ทิสฺวา กุชฺเฌยฺยุํ, ตสฺมา ตํ กโรนฺตา วาลุกํ วิยูหิตฺวา วาลุกาย ปฏิจฺฉาเทยฺยาถ, เอตฺตกํ อิธ ภยํ, อญฺญํ นตฺถิ, นิจฺจํ อปฺปมตฺตา ภเวยฺยาถาติ. เต ตตฺถ วาสํ อุปคจฺฉึสุ. ตสฺมึ ปน กุลสหสฺเส ปญฺจนฺนํ ปญฺจนฺนํ กุลสตานํ เชฏฺฐกา เทฺว วฑฺฒกี อเหสุํ. เตสุ เอโก พาโล อโหสิ รสคิทฺโธ, เอโก ปณฺฑิโต รเสสุ อนลฺลีโน.
อปรภาเค สพฺเพปิ เต ตตฺถ สุขํ วสนฺตา ถูลสรีรา หุตฺวา จินฺตยึสุ ‘‘จิรํ ปีตา โน สุรา, อุจฺฉุรเสน เมรยํ กตฺวา ปิวิสฺสามา’’ติ. เต เมรยํ กาเรตฺวา ปิวิตฺวา มทวเสน คายนฺตา นจฺจนฺตา กีฬนฺตา ปมตฺตา ตตฺถ ตตฺถ อุจฺจารปสฺสาวํ กตฺวา อปฺปฏิจฺฉาเทตฺวา ทีปกํ เชคุจฺฉํ ปฏิกูลํ กรึสุ. เทวตา ‘‘อิเม อมฺหากํ กีฬามณฺฑลํ ปฏิกูลํ กโรนฺตี’’ติ กุชฺฌิตฺวา ‘‘มหาสมุทฺทํ อุตฺตราเปตฺวา ทีปกโธวนํ กริสฺสามา’’ติ มนฺเตตฺวา ‘‘อยํ กาฬปกฺโข, อชฺช อมฺหากํ สมาคโม จ ภินฺโน, อิโต ทานิ ปนฺนรสเม ทิวเส ปุณฺณมีอุโปสถทิวเส จนฺทสฺสุคฺคมนเวลาย สมุทฺทํ อุพฺพตฺเตตฺวา สพฺเพปิเม ฆาเตสฺสามา’’ติ ทิวสํ ฐปยึสุ. อถ เนสํ อนฺตเร เอโก ธมฺมิโก เทวปุตฺโต ‘‘มา อิเม มม ปสฺสนฺตสฺส นสฺสึสู’’ติ อนุกมฺปาย เตสุ สายมาสํ ภุญฺชิตฺวา ฆรทฺวาเร สุขกถาย นิสินฺเนสุ สพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิโต สกลทีปํ เอโกภาสํ กตฺวา อุตฺตราย ทิสาย อากาเส ฐตฺวา ‘‘อมฺโภ วฑฺฒกี, เทวตา ตุมฺหากํ กุทฺธา. อิมสฺมึ ฐาเน มา วสิตฺถ, อิโต อฑฺฒมาสจฺจเยน หิ เทวตา สมุทฺทํ อุพฺพตฺเตตฺวา สพฺเพว ตุเมฺห ฆาเตสฺสนฺติ, อิโต นิกฺขมิตฺวา ปลายถา’’ติ วตฺวา ทุติยํ คาถมาห –
๒๖. ‘‘ติปญฺจรตฺตูปคตมฺหิ จนฺเท, เวโค มหา เหหิติ สาครสฺส;
อุปฺลวิสฺสํ ทีปมิมํ อุฬารํ, มา โว วธี คจฺฉถ เลณมญฺญ’’นฺติ.
ตตฺถ อุปฺลวิสฺสนฺติ อิมํ ทีปกํ อุปฺลวนฺโต อชฺโฌตฺถรนฺโต อภิภวิสฺสติ. มา โว วธีติ โส สาครเวโค ตุเมฺห มา วธิ.
อิติ โส เตสํ โอวาทํ ทตฺวา อตฺตโน ฐานเมว คโต. ตสฺมึ คเต อปโร สาหสิโก กกฺขโฬ เทวปุตฺโต ‘‘อิเม อิมสฺส วจนํ คเหตฺวา ปลาเยยฺยุํ, อหํ เนสํ คมนํ นิวาเรตฺวา สพฺเพปิเม มหาวินาสํ ปาเปสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ทิพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิโต สกลทีปํ เอโกภาสํ กโรนฺโต อาคนฺตฺวา ทกฺขิณาย ทิสาย อากาเส ฐตฺวา ‘‘เอโก เทวปุตฺโต อิธาคโต, โน’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อาคโต’’ติ วุตฺเต ‘‘โส โว กึ กเถสี’’ติ วตฺวา ‘‘อิมํ นาม, สามี’’ติ วุตฺเต ‘‘โส ตุมฺหากํ อิธ นิวาสํ น อิจฺฉติ, โทเสน กเถติ, ตุเมฺห อญฺญตฺถ อคนฺตฺวา อิเธว วสถา’’ติ วตฺวา เทฺว คาถา อภาสิ –
๒๗. ‘‘น ชาตุยํ สาครวาริเวโค, อุปฺลวิสฺสํ ทีปมิมํ อุฬารํ;
ตํ เม นิมิตฺเตหิ พหูหิ ทิฏฺฐํ, มา เภถ กึ โสจถ โมทถโวฺห.
๒๘. ‘‘ปหูตภกฺขํ พหุอนฺนปานํ, ปตฺตตฺถ อาวาสมิมํ อุฬารํ;
น โว ภยํ ปฏิปสฺสามิ กิญฺจิ, อาปุตฺตปุตฺเตหิ ปโมทถโวฺห’’ติ.
ตตฺถ น ชาตุยนฺติ น ชาตุ อยํ. มา เภถาติ มา ภายิตฺถ. โมทถโวฺหติ ปโมทิตา ปีติโสมนสฺสชาตา โหถ. อาปุตฺตปุตฺเตหีติ ยาว ปุตฺตานมฺปิ ปุตฺเตหิ ปโมทถ, นตฺถิ โว อิมสฺมึ ฐาเน ภยนฺติ.
เอวํ โส อิมาหิ ทฺวีหิ คาถาหิ เต อสฺสาเสตฺวา ปกฺกามิ. ตสฺส ปกฺกนฺตกาเล ธมฺมิกเทวปุตฺตสฺส วจนํ อนาทิยนฺโต พาลวฑฺฒกี ‘‘สุณนฺตุ เม, โภนฺโต, วจน’’นฺติ เสสวฑฺฒกี อามนฺเตตฺวา ปญฺจมํ คาถมาห –
๒๙. ‘‘โย เทโวยํ ทกฺขิณายํ ทิสายํ, เขมนฺติ ปกฺโกสติ ตสฺส สจฺจํ;
น อุตฺตโร เวทิ ภยาภยสฺส, มา เภถ กึ โสจถ โมทถโวฺห’’ติ.
ตตฺถ ทกฺขิณายนฺติ ทกฺขิณาย, อยเมว วา ปาโฐ.
ตํ สุตฺวา รสคิทฺธา ปญฺจสตา วฑฺฒกี ตสฺส พาลสฺส วจนํ อาทิยึสุ. อิตโร ปน ปณฺฑิตวฑฺฒกี ตสฺส วจนํ อนาทิยนฺโต เต วฑฺฒกี อามนฺเตตฺวา จตสฺโส คาถา อภาสิ –
๓๐. ‘‘ยถา อิเม วิปฺปวทนฺติ ยกฺขา, เอโก ภยํ สํสติ เขมเมโก;
ตทิงฺฆ มยฺหํ วจนํ สุณาถ, ขิปฺปํ ลหุํ มา วินสฺสิมฺห สพฺเพ.
๓๑. ‘‘สพฺเพ สมาคมฺม กโรม นาวํ, โทณึ ทฬฺหํ สพฺพยนฺตูปปนฺนํ;
สเจ อยํ ทกฺขิโณ สจฺจมาห, โมฆํ ปฏิกฺโกสติ อุตฺตโรยํ;
สา เจว โน เหหิติ อาปทตฺถา, อิมญฺจ ทีปํ น ปริจฺจเชม.
๓๒. ‘‘สเจ จ โข อุตฺตโร สจฺจมาห, โมฆํ ปฏิกฺโกสติ ทกฺขิโณยํ;
ตเมว นาวํ อภิรุยฺห สพฺเพ, เอวํ มยํ โสตฺถิ ตเรมุ ปารํ.
๓๓. ‘‘น เว สุคณฺหํ ปฐเมน เสฏฺฐํ, กนิฏฺฐมาปาถคตํ คเหตฺวา;
โย จีธ ตจฺฉํ ปวิเจยฺย คณฺหติ, ส เว นโร เสฏฺฐมุเปติ ฐาน’’นฺติ.
ตตฺถ วิปฺปวทนฺตีติ อญฺญมญฺญํ วิรุทฺธํ วทนฺติ. ลหุนฺติ ปุริมสฺส อตฺถทีปนํ. โทณินฺติ คมฺภีรํ มหานาวํ. สพฺพยนฺตูปปนฺนนฺติ สพฺเพหิ ผิยาริตฺตาทีหิ ยนฺเตหิ อุปปนฺนํ. สา เจว โน เหหิติ อาปทตฺถาติ สา จ โน นาวา ปจฺฉาปิ อุปฺปนฺนาย อาปทาย อตฺถา ภวิสฺสติ, อิมญฺจ ทีปํ น ปริจฺจชิสฺสาม. ตเรมูติ ตริสฺสาม. น เว สุคณฺหนฺติ น เว สุเขน คณฺหิตพฺพํ. เสฏฺฐนฺติ อุตฺตมํ ตถํ สจฺจํ. กนิฏฺฐนฺติ ปฐมวจนํ อุปาทาย ปจฺฉิมวจนํ กนิฏฺฐํ นาม. อิธาปิ ‘‘น เว สุคณฺห’’นฺติ อนุวตฺตเตว. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อมฺโภ วฑฺฒกี, เยน เกนจิ ปฐเมน วุตฺตวจนํ ‘‘อิทเมว เสฏฺฐํ ตถํ สจฺจ’’นฺติ สุขํ น คณฺหิตพฺพเมว, ยถา จ ตํ, เอวํ กนิฏฺฐํ คจฺฉา วุตฺตวจนมฺปิ ‘‘อิทเมว ตถํ สจฺจ’’นฺติ น คณฺหิตพฺพํ. ยํ ปน โสตวิสยํ อาปาถคตํ โหติ, ตํ อาปาถคตํ คเหตฺวา โย อิธ ปณฺฑิตปุริโส ปุริมวจนญฺจ ปจฺฉิมวจนญฺจ ปวิเจยฺย วิจินิตฺวา ตีเรตฺวา อุปปริกฺขิตฺวา ตจฺฉํ คณฺหาติ, ยํ ตถํ สจฺจํ สภาวภูตํ, ตเทว ปจฺจกฺขํ กตฺวา คณฺหาติ. ส เว นโร เสฏฺฐมุเปติ ฐานนฺติ โส อุตฺตมํ ฐานํ อุเปติ อธิคจฺฉติ วินฺทติ ลภตีติ.
โส เอวญฺจ ปน วตฺวา อาห – ‘‘อมฺโภ, มยํ ทฺวินฺนมฺปิ เทวตานํ วจนํ กริสฺสาม, นาวํ ตาว สชฺเชยฺยาม. สเจ ปฐมสฺส วจนํ สจฺจํ ภวิสฺสติ, ตํ นาวํ อภิรุหิตฺวา ปลายิสฺสาม, อถ อิตรสฺส วจนํ สจฺจํ ภวิสฺสติ, นาวํ เอกมนฺเต ฐเปตฺวา อิเธว วสิสฺสามา’’ติ. เอวํ วุตฺเต พาลวฑฺฒกี ‘‘อมฺโภ, ตฺวํ อุทกปาติยํ สุสุมารํ ปสฺสสิ, อตีว ทีฆํ ปสฺสสิ, ปฐมเทวปุตฺโต อเมฺหสุ โทสวเสน กเถสิ, ปจฺฉิโม สิเนเหเนว, อิมํ เอวรูปํ วรทีปํ ปหาย กุหึ คมิสฺสาม, สเจ ปน ตฺวํ คนฺตุกาโม, ตว ปริสํ คณฺหิตฺวา นาวํ กโรหิ, อมฺหากํ นาวาย กิจฺจํ นตฺถี’’ติ อาห. ปณฺฑิโต อตฺตโน ปริสํ คเหตฺวา นาวํ สชฺเชตฺวา นาวาย สพฺพูปกรณานิ อาโรเปตฺวา สปริโส นาวาย อฏฺฐาสิ.
ตโต ปุณฺณมทิวเส จนฺทสฺส อุคฺคมนเวลาย สมุทฺทโต อูมิ อุตฺตริตฺวา ชาณุกปมาณา หุตฺวา ทีปกํ โธวิตฺวา คตา. ปณฺฑิโต สมุทฺทสฺส อุตฺตรณภาวํ ญตฺวา นาวํ วิสฺสชฺเชสิ. พาลวฑฺฒกิปกฺขิกานิ ปญฺจ กุลสตานิ ‘‘สมุทฺทโต อูมิ ทีปโธวนตฺถาย อาคตา, เอตฺตกเมว เอต’’นฺติ กเถนฺตา นิสีทึสุ. ตโต ปฏิปาฏิยา กฏิปฺปมาณา ปุริสปฺปมาณา ตาลปฺปมาณา สตฺตตาลปฺปมาณา สาครอูมิ ทีปกมฺปิ วุยฺหมานา อาคญฺฉิ. ปณฺฑิโต อุปายกุสลตาย รเส อลคฺโค โสตฺถินา คโต, พาลวฑฺฒกี รสคิทฺเธน อนาคตภยํ อโนโลเกนฺโต ปญฺจหิ กุลสเตหิ สทฺธึ วินาสํ ปตฺโต.
อิโต ปรา สานุสาสนี ตมตฺถํ ทีปยมานา ติสฺโส อภิสมฺพุทฺธคาถา โหนฺติ –
๓๔. ‘‘ยถาปิ เต สาครวาริมชฺเฌ, สกมฺมุนา โสตฺถิ วหึสุ วาณิชา;
อนาคตตฺถํ ปฏิวิชฺฌิยาน, อปฺปมฺปิ นาจฺเจติ ส ภูริปญฺโญ.
๓๕. ‘‘พาลา จ โมเหน รสานุคิทฺธา, อนาคตํ อปฺปฏิวิชฺฌิยตฺถํ;
ปจฺจุปฺปนฺเน สีทนฺติ อตฺถชาเต, สมุทฺทมชฺเฌ ยถา เต มนุสฺสา.
๓๖. ‘‘อนาคตํ ปฏิกยิราถ กิจฺจํ, ‘มา มํ กิจฺจํ กิจฺจกาเล พฺยเธสิ’;
ตํ ตาทิสํ ปฏิกตกิจฺจการึ, น ตํ กิจฺจํ กิจฺจกาเล พฺยเธตี’’ติ.
ตตฺถ สกมฺมุนาติ อนาคตภยํ ทิสฺวา ปุเรตรํ กเตน อตฺตโน กมฺเมน. โสตฺถิ วหึสูติ เขเมน คมึสุ. วาณิชาติ สมุทฺเท วิจรณภาเวน วฑฺฒกี วุตฺตา. ปฏิวิชฺฌิยานาติ เอวํ, ภิกฺขเว, ปฐมตรํ กตฺตพฺพํ อนาคตํ อตฺถํ ปฏิวิชฺฌิตฺวา อิธโลเก ภูริปญฺโญ กุลปุตฺโต อปฺปมตฺตกมฺปิ อตฺตโน อตฺถํ น อจฺเจติ นาติวตฺตติ, น หาเปตีติ อตฺโถ. อปฺปฏิวิชฺฌิยตฺถนฺติ อปฺปฏิวิชฺฌิตฺวา อตฺถํ, ปฐมเมว กตฺตพฺพํ อกตฺวาติ อตฺโถ. ปจฺจุปฺปนฺเนติ ยทา ตํ อนาคตํ อตฺถชาตํ อุปฺปชฺชติ, ตทา ตสฺมึ ปจฺจุปฺปนฺเน สีทนฺติ, อตฺเถ ชาเต อตฺตโน ปติฏฺฐํ น ลภนฺติ, สมุทฺเท เต พาลวฑฺฒกี มนุสฺสา วิย วินาสํ ปาปุณนฺติ.
อนาคตนฺติ ภิกฺขเว, ปณฺฑิตปุริโส อนาคตํ ปฐมตรํ กตฺตพฺพกิจฺจํ สมฺปรายิกํ วา ทิฏฺฐธมฺมิกํ วา ปฏิกยิราถ, ปุเรตรเมว กเรยฺย. กึการณา? มา มํ กิจฺจํ กิจฺจกาเล พฺยเธสิ, ปุเร กตฺตพฺพญฺหิ ปุเร อกยิรมานํ ปจฺฉา ปจฺจุปฺปนฺนภาวปฺปตฺตํ อตฺตโน กิจฺจกาเล กายจิตฺตาพาเธน พฺยเธติ, ตํ มํ มา พฺยเธสีติ ปฐมเมว นํ ปณฺฑิโต กเรยฺย. ตํ ตาทิสนฺติ ยถา ปณฺฑิตํ ปุริสํ. ปฏิกตกิจฺจการินฺติ ปฏิกจฺเจว กตฺตพฺพกิจฺจการินํ. ตํ กิจฺจํ กิจฺจกาเลติ อนาคตํ กิจฺจํ กยิรมานํ ปจฺฉา ปจฺจุปฺปนฺนภาวปฺปตฺตํ อตฺตโน กิจฺจกาเล กายจิตฺตาพาธกาเล ตาทิสํ ปุริมํ น พฺยเธติ น พาธติ. กสฺมา? ปุเรเยว กตตฺตาติ.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพปิ เทวทตฺโต ปจฺจุปฺปนฺนสุเข ลคฺโค อนาคตภยํ อโนโลเกตฺวา สปริโส วินาสํ ปตฺโต’’ติ วตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา พาลวฑฺฒกี เทวทตฺโต อโหสิ, ทกฺขิณทิสาย ฐิโต อธมฺมิกเทวปุตฺโต โกกาลิโก, อุตฺตรทิสาย ฐิโต ธมฺมิกเทวปุตฺโต สาริปุตฺโต, ปณฺฑิตวฑฺฒกี ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.
สมุทฺทวาณิชชาตกวณฺณนา ตติยา.
[๔๖๗] ๔. กามชาตกวณฺณนา
กามํ กามยมานสฺสาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อญฺญตรํ พฺราหฺมณํ อารพฺภ กเถสิ. เอโก กิร สาวตฺถิวาสี พฺราหฺมโณ อจิรวตีตีเร เขตฺตกรณตฺถาย อรญฺญํ โกเฏสิ. สตฺถา ตสฺส อุปนิสฺสยํ ทิสฺวา สาวตฺถึ ปิณฺฑาย ปวิสนฺโต มคฺคา โอกฺกมฺม เตน สทฺธึ ปฏิสนฺถารํ กตฺวา ‘‘กึ กโรสิ พฺราหฺมณา’’ติ วตฺวา ‘‘เขตฺตฏฺฐานํ โกฏาเปมิ โภ, โคตมา’’ติ วุตฺเต ‘‘สาธุ, พฺราหฺมณ, กมฺมํ กโรหี’’ติ วตฺวา อคมาสิ. เอเตเนว อุปาเยน ฉินฺนรุกฺเข หาเรตฺวา เขตฺตสฺส โสธนกาเล กสนกาเล เกทารพนฺธนกาเล วปนกาเลติ ปุนปฺปุนํ คนฺตฺวา เตน สทฺธึ ปฏิสนฺถารมกาสิ. วปนทิวเส ปน โส พฺราหฺมโณ ‘‘อชฺช, โภ โคตม, มยฺหํ วปฺปมงฺคลํ, อหํ อิมสฺมึ สสฺเส นิปฺผนฺเน พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส มหาทานํ ทสฺสามี’’ติ อาห. สตฺถา ตุณฺหีภาเวน อธิวาเสตฺวา ปกฺกามิ. ปุเนกทิวสํ พฺราหฺมโณ สสฺสํ โอโลเกนฺโต อฏฺฐาสิ. สตฺถาปิ ตตฺถ คนฺตฺวา ‘‘กึ กโรสิ พฺราหฺมณา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘สสฺสํ โอโลเกมิ โภ โคตมา’’ติ วุตฺเต ‘‘สาธุ พฺราหฺมณา’’ติ วตฺวา ปกฺกามิ. ตทา พฺราหฺมโณ จินฺเตสิ ‘‘สมโณ โคตโม อภิณฺหํ อาคจฺฉติ, นิสฺสํสยํ ภตฺเตน อตฺถิโก, ทสฺสามหํ ตสฺส ภตฺต’’นฺติ. ตสฺเสวํ จินฺเตตฺวา เคหํ คตทิวเส สตฺถาปิ ตตฺถ อคมาสิ. อถ พฺราหฺมณสฺส อติวิย วิสฺสาโส อโหสิ. อปรภาเค ปริณเต สสฺเส ‘‘เสฺว เขตฺตํ ลายิสฺสามี’’ติ สนฺนิฏฺฐานํ กตฺวา นิปนฺเน พฺราหฺมเณ อจิรวติยา อุปริ สพฺพรตฺตึ กรกวสฺสํ วสฺสิ. มโหโฆ อาคนฺตฺวา เอกนาฬิมตฺตมฺปิ อนวเสสํ กตฺวา สพฺพํ สสฺสํ สมุทฺทํ ปเวเสสิ. พฺราหฺมโณ โอฆมฺหิ ปติเต สสฺสวินาสํ โอโลเกตฺวา สกภาเวน สณฺฐาตุํ นาโหสิ, พลวโสกาภิภูโต หตฺเถน อุรํ ปหริตฺวา ปริเทวมาโน โรทนฺโต นิปชฺชิ.
สตฺถา ปจฺจูสสมเย โสกาภิภูตํ พฺราหฺมณํ ทิสฺวา ‘‘พฺราหฺมณสฺสาวสฺสโย ภวิสฺสามี’’ติ ปุนทิวเส สาวตฺถิยํ ปิณฺฑาย จริตฺวา ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต ภิกฺขู วิหารํ เปเสตฺวา ปจฺฉาสมเณน สทฺธึ ตสฺส เคหทฺวารํ อคมาสิ. พฺราหฺมโณ สตฺถุ อาคตภาวํ สุตฺวา ‘‘ปฏิสนฺถารตฺถาย เม สหาโย อาคโต ภวิสฺสตี’’ติ ปฏิลทฺธสฺสาโส อาสนํ ปญฺญเปสิ. สตฺถา ปวิสิตฺวา ปญฺญตฺตาสเน นิสีทิตฺวา ‘‘พฺราหฺมณ, กสฺมา ตฺวํ ทุมฺมโนสิ, กึ เต อผาสุก’’นฺติ ปุจฺฉิ. โภ โคตม, อจิรวตีตีเร มยา รุกฺขจฺเฉทนโต ปฏฺฐาย กตํ กมฺมํ ตุเมฺห ชานาถ, อหํ ‘‘อิมสฺมึ สสฺเส นิปฺผนฺเน ตุมฺหากํ ทานํ ทสฺสามี’’ติ วิจรามิ, อิทานิ เม สพฺพํ ตํ สสฺสํ มโหโฆ สมุทฺทเมว ปเวเสสิ, กิญฺจิ อวสิฏฺฐํ นตฺถิ, สกฏสตมตฺตํ ธญฺญํ วินฏฺฐํ, เตน เม มหาโสโก อุปฺปนฺโนติ. ‘‘กึ ปน, พฺราหฺมณ, โสจนฺตสฺส นฏฺฐํ ปุนาคจฺฉตี’’ติ. ‘‘โน เหตํ โภ โคตมา’’ติ. ‘‘เอวํ สนฺเต กสฺมา โสจสิ, อิเมสํ สตฺตานํ ธนธญฺญํ นาม อุปฺปชฺชนกาเล อุปฺปชฺชติ, นสฺสนกาเล นสฺสติ, กิญฺจิ สงฺขารคตํ อนสฺสนธมฺมํ นาม นตฺถิ, มา จินฺตยี’’ติ. อิติ นํ สตฺถา สมสฺสาเสตฺวา ตสฺส สปฺปายธมฺมํ เทเสนฺโต กามสุตฺตํ (สุ. นิ. ๗๗๒ อาทโย) กเถสิ. สุตฺตปริโยสาเน โสจนฺโต พฺราหฺมโณ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ. สตฺถา ตํ นิสฺโสกํ กตฺวา อุฏฺฐายาสนา วิหารํ อคมาสิ. ‘‘สตฺถา อสุกํ นาม พฺราหฺมณํ โสกสลฺลสมปฺปิตํ นิสฺโสกํ กตฺวา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาเปสี’’ติ สกลนครํ อญฺญาสิ. ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ‘‘อาวุโส, ทสพโล พฺราหฺมเณน สทฺธึ มิตฺตํ กตฺวา วิสฺสาสิโก หุตฺวา อุปาเยเนว ตสฺส โสกสลฺลสมปฺปิตสฺส ธมฺมํ เทเสตฺวา ตํ นิสฺโสกํ กตฺวา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาเปสี’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพปาหํ เอตํ นิสฺโสกมกาสิ’’นฺติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺตสฺส รญฺโญ เทฺว ปุตฺตา อเหสุํ. โส เชฏฺฐกสฺส อุปรชฺชํ อทาสิ, กนิฏฺฐสฺส เสนาปติฏฺฐานํ. อปรภาเค พฺรหฺมทตฺเต กาลกเต อมจฺจา เชฏฺฐกสฺส อภิเสกํ ปฏฺฐเปสุํ. โส ‘‘น มยฺหํ รชฺเชนตฺโถ, กนิฏฺฐสฺส เม เทถา’’ติ วตฺวา ปุนปฺปุนํ ยาจิยมาโนปิ ปฏิกฺขิปิตฺวา กนิฏฺฐสฺส อภิเสเก กเต ‘‘น เม อิสฺสริเยนตฺโถ’’ติ อุปรชฺชาทีนิปิ น อิจฺฉิ. ‘‘เตน หิ สาทูนิ โภชนานิ ภุญฺชนฺโต อิเธว วสาหี’’ติ วุตฺเตปิ ‘‘น เม อิมสฺมึ นคเร กิจฺจํ อตฺถี’’ติ พาราณสิโต นิกฺขมิตฺวา ปจฺจนฺตํ คนฺตฺวา เอกํ เสฏฺฐิกุลํ นิสฺสาย สหตฺเถน กมฺมํ กโรนฺโต วสิ. เต อปรภาเค ตสฺส ราชกุมารภาวํ ญตฺวา กมฺมํ กาตุํ นาทํสุ, กุมารปริหาเรเนว ตํ ปริหรึสุ. อปรภาเค ราชกมฺมิกา เขตฺตปฺปมาณคฺคหณตฺถาย ตํ คามํ อคมํสุ. เสฏฺฐิ ราชกุมารํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘สามิ, มยํ ตุเมฺห โปเสม, กนิฏฺฐภาติกสฺส ปณฺณํ เปเสตฺวา อมฺหากํ พลึ หาเรถา’’ติ อาห. โส ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ‘‘อหํ อสุกเสฏฺฐิกุลํ นาม อุปนิสฺสาย วสามิ, มํ นิสฺสาย เอเตสํ พลึ วิสฺสชฺเชหี’’ติ ปณฺณํ เปเสสิ. ราชา ‘‘สาธู’’ติ วตฺวา ตถา กาเรสิ.
อถ นํ สกลคามวาสิโนปิ ชนปทวาสิโนปิ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘มยํ ตุมฺหากญฺเญว พลึ ทสฺสาม, อมฺหากมฺปิ สุงฺกํ วิสฺสชฺชาเปหี’’ติ อาหํสุ. โส เตสมฺปิ อตฺถาย ปณฺณํ เปเสตฺวา วิสฺสชฺชาเปสิ. ตโต ปฏฺฐาย เต ตสฺเสว พลึ อทํสุ. อถสฺส มหาลาภสกฺกาโร อโหสิ, เตน สทฺธิญฺเญวสฺส ตณฺหาปิ มหตี ชาตา. โส อปรภาเคปิ สพฺพํ ชนปทํ ยาจิ, อุปฑฺฒรชฺชํ ยาจิ, กนิฏฺโฐปิ ตสฺส อทาสิเยว. โส ตณฺหาย วฑฺฒมานาย อุปฑฺฒรชฺเชนปิ อสนฺตุฏฺโฐ ‘‘รชฺชํ คณฺหิสฺสามี’’ติ ชนปทปริวุโต ตํ นครํ คนฺตฺวา พหินคเร ฐตฺวา ‘‘รชฺชํ วา เม เทตุ ยุทฺธํ วา’’ติ กนิฏฺฐสฺส ปณฺณํ ปหิณิ. กนิฏฺโฐ จินฺเตสิ ‘‘อยํ พาโล ปุพฺเพ รชฺชมฺปิ อุปรชฺชาทีนิปิ ปฏิกฺขิปิตฺวา อิทานิ ‘ยุทฺเธน คณฺหามี’ติ วทติ, สเจ โข ปนาหํ อิมํ ยุทฺเธน มาเรสฺสามิ, ครหา เม ภวิสฺสติ, กึ เม รชฺเชนา’’ติ. อถสฺส ‘‘อลํ ยุทฺเธน, รชฺชํ คณฺหตู’’ติ เปเสสิ. โส รชฺชํ คณฺหิตฺวา กนิฏฺฐสฺส อุปรชฺชํ ทตฺวา ตโต ปฏฺฐาย รชฺชํ กาเรนฺโต ตณฺหาวสิโก หุตฺวา เอเกน รชฺเชน อสนฺตุฏฺโฐ เทฺว ตีณิ รชฺชานิ ปตฺเถตฺวา ตณฺหาย โกฏึ นาทฺทส.
ตทา สกฺโก เทวราชา ‘‘เก นุ โข โลเก มาตาปิตโร อุปฏฺฐหนฺติ, เก ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กโรนฺติ, เก ตณฺหาวสิกา’’ติ โอโลเกนฺโต ตสฺส ตณฺหาวสิกภาวํ ญตฺวา ‘‘อยํ พาโล พาราณสิรชฺเชนปิ น ตุสฺสติ, อหํ สิกฺขาเปสฺสามิ น’’นฺติ มาณวกเวเสน ราชทฺวาเร ฐตฺวา ‘‘เอโก อุปายกุสโล มาณโว ทฺวาเร ฐิโต’’ติ อาโรจาเปตฺวา ‘‘ปวิสตู’’ติ วุตฺเต ปวิสิตฺวา ราชานํ ชยาเปตฺวา ‘‘กึการณา อาคโตสี’’ติ วุตฺเต ‘‘มหาราช ตุมฺหากํ กิญฺจิ วตฺตพฺพํ อตฺถิ, รโห ปจฺจาสีสามี’’ติ อาห. สกฺกานุภาเวน ตาวเทว มนุสฺสา ปฏิกฺกมึสุ. อถ นํ มาณโว ‘‘อหํ, มหาราช, ผีตานิ อากิณฺณมนุสฺสานิ สมฺปนฺนพลวาหนานิ ตีณิ นครานิ ปสฺสามิ, อหํ เต อตฺตโน อานุภาเวน เตสุ รชฺชํ คเหตฺวา ทสฺสามิ, ปปญฺจํ อกตฺวา สีฆํ คนฺตุํ วฏฺฏตี’’ติ อาห. โส ตณฺหาวสิโก ราชา ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา สกฺกานุภาเวน ‘‘โก วา ตฺวํ, กุโต วา อาคโต, กึ วา เต ลทฺธุํ วฏฺฏตี’’ติ น ปุจฺฉิ. โสปิ เอตฺตกํ วตฺวา ตาวตึสภวนเมว อคมาสิ.
ราชา อมจฺเจ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘เอโก มาณโว ‘อมฺหากํ ตีณิ รชฺชานิ คเหตฺวา ทสฺสามี’ติ อาห, ตํ ปกฺโกสถ, นคเร เภรึ จราเปตฺวา พลกายํ สนฺนิปาตาเปถ, ปปญฺจํ อกตฺวา ตีณิ รชฺชานิ คณฺหิสฺสามี’’ติ วตฺวา ‘‘กึ ปน เต, มหาราช, ตสฺส มาณวสฺส สกฺกาโร วา กโต, นิวาสฏฺฐานํ วา ปุจฺฉิต’’นฺติ วุตฺเต ‘‘เนว สกฺการํ อกาสึ, น นิวาสฏฺฐานํ ปุจฺฉึ, คจฺฉถ นํ อุปธาเรถา’’ติ อาห. อุปธาเรนฺตา นํ อทิสฺวา ‘‘มหาราช, สกลนคเร มาณวํ น ปสฺสามา’’ติ อาโรเจสุํ. ตํ สุตฺวา ราชา โทมนสฺสชาโต ‘‘ตีสุ นคเรสุ รชฺชํ นฏฺฐํ, มหนฺเตนมฺหิ ยเสน ปริหีโน, ‘เนว เม ปริพฺพยํ อทาสิ, น จ ปุจฺฉิ นิวาสฏฺฐาน’นฺติ มยฺหํ กุชฺฌิตฺวา มาณโว อนาคโต ภวิสฺสตี’’ติ ปุนปฺปุนํ จินฺเตสิ. อถสฺส ตณฺหาวสิกสฺส สรีเร ฑาโห อุปฺปชฺชิ, สรีเร ปริฑยฺหนฺเต อุทรํ โขเภตฺวา โลหิตปกฺขนฺทิกา อุทปาทิ. เอกํ ภาชนํ ปวิสติ, เอกํ นิกฺขมติ, เวชฺชา ติกิจฺฉิตุํ น สกฺโกนฺติ, ราชา กิลมติ. อถสฺส พฺยาธิตภาโว สกลนคเร ปากโฏ อโหสิ.
ตทา โพธิสตฺโต ตกฺกสิลโต สพฺพสิปฺปานิ อุคฺคณฺหิตฺวา พาราณสินคเร มาตาปิตูนํ สนฺติกํ อาคโต ตํ รญฺโญ ปวตฺตึ สุตฺวา ‘‘อหํ ติกิจฺฉิสฺสามี’’ติ ราชทฺวารํ คนฺตฺวา ‘‘เอโก กิร ตรุณมาณโว ตุเมฺห ติกิจฺฉิตุํ อาคโต’’ติ อาโรจาเปสิ. ราชา ‘‘มหนฺตมหนฺตา ทิสาปาโมกฺขเวชฺชาปิ มํ ติกิจฺฉิตุํ น สกฺโกนฺติ, กึ ตรุณมาณโว สกฺขิสฺสติ, ปริพฺพยํ ทตฺวา วิสฺสชฺเชถ น’’นฺติ อาห. ตํ สุตฺวา มาณโว ‘‘มยฺหํ เวชฺชกมฺเมน เวตนํ นตฺถิ, อหํ ติกิจฺฉามิ, เกวลํ เภสชฺชมูลมตฺตํ เทตู’’ติ อาห. ตํ สุตฺวา ราชา ‘‘สาธู’’ติ ปกฺโกสาเปสิ. มาณโว ราชานํ วนฺทิตฺวา ‘‘มา ภายิ, มหาราช, อหํ เต ติกิจฺฉามิ, อปิจ โข ปน เม โรคสฺส สมุฏฺฐานํ อาจิกฺขาหี’’ติ อาห. ราชา หรายมาโน ‘‘กึ เต สมุฏฺฐาเนน, เภสชฺชํ เอว กโรหี’’ติ อาห. มหาราช, เวชฺชา นาม ‘‘อยํ พฺยาธิ อิมํ นิสฺสาย สมุฏฺฐิโต’’ติ ญตฺวา อนุจฺฉวิกํ เภสชฺชํ กโรนฺตีติ. ราชา ‘‘สาธุ ตาตา’’ติ สมุฏฺฐานํ กเถนฺโต ‘‘เอเกน มาณเวน อาคนฺตฺวา ตีสุ นคเรสุ รชฺชํ คเหตฺวา ทสฺสามี’’ติอาทึ กตฺวา สพฺพํ กเถตฺวา ‘‘อิติ เม ตาต, ตณฺหํ นิสฺสาย พฺยาธิ อุปฺปนฺโน, สเจ ติกิจฺฉิตุํ สกฺโกสิ, ติกิจฺฉาหี’’ติ อาห. กึ ปน มหาราช, โสจนาย ตานิ นครานิ สกฺกา ลทฺธุนฺติ? ‘‘น สกฺกา ตาตา’’ติ. ‘‘เอวํ สนฺเต กสฺมา โสจสิ, มหาราช, สพฺพเมว หิ สวิญฺญาณกาวิญฺญาณกวตฺถุํ อตฺตโน กายํ อาทึ กตฺวา ปหาย คมนียํ, จตูสุ นคเรสุ รชฺชํ คเหตฺวาปิ ตฺวํ เอกปฺปหาเรเนว น จตสฺโส ภตฺตปาติโย ภุญฺชิสฺสสิ, น จตูสุ สยเนสุ สยิสฺสสิ, น จตฺตาริ วตฺถยุคานิ อจฺฉาเทสฺสสิ, ตณฺหาวสิเกน นาม ภวิตุํ น วฏฺฏติ, อยญฺหิ ตณฺหา นาม วฑฺฒมานา จตูหิ อปาเยหิ มุจฺจิตุํ น เทตีติ.
อิติ นํ มหาสตฺโต โอวทิตฺวา อถสฺส ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมา คาถา อภาสิ –
๓๗. ‘‘กามํ กามยมานสฺส, ตสฺส เจ ตํ สมิชฺฌติ;
อทฺธา ปีติมโน โหติ, ลทฺธา มจฺโจ ยทิจฺฉติ.
๓๘. ‘‘กามํ กามยมานสฺส, ตสฺส เจ ตํ สมิชฺฌติ;
ตโต นํ อปรํ กาเม, ฆมฺเม ตณฺหํว วินฺทติ.
๓๙. ‘‘ควํว สิงฺคิโน สิงฺคํ, วฑฺฒมานสฺส วฑฺฒติ;
เอวํ มนฺทสฺส โปสสฺส, พาลสฺส อวิชานโต;
ภิยฺโย ตณฺหา ปิปาสา จ, วฑฺฒมานสฺส วฑฺฒติ.
๔๐. ‘‘ปถพฺยา สาลิยวกํ, ควาสฺสํ ทาสโปริสํ;
ทตฺวา จ นาลเมกสฺส, อิติ วิทฺวา สมํ จเร.
๔๑. ‘‘ราชา ปสยฺห ปถวึ วิชิตฺวา, สสาครนฺตํ มหิมาวสนฺโต;
โอรํ สมุทฺทสฺส อติตฺตรูโป, ปารํ สมุทฺทสฺสปิ ปตฺถเยถ.
๔๒. ‘‘ยาว อนุสฺสรํ กาเม, มนสา ติตฺติ นาชฺฌคา;
ตโต นิวตฺตา ปฏิกฺกมฺม ทิสฺวา, เต เว สุติตฺตา เย ปญฺญาย ติตฺตา.
๔๓. ‘‘ปญฺญาย ติตฺตินํ เสฏฺฐํ, น โส กาเมหิ ตปฺปติ;
ปญฺญาย ติตฺตํ ปุริสํ, ตณฺหา น กุรุเต วสํ.
๔๔. ‘‘อปจิเนเถว กามานํ, อปฺปิจฺฉสฺส อโลลุโป;
สมุทฺทมตฺโต ปุริโส, น โส กาเมหิ ตปฺปติ.
๔๕. ‘‘รถกาโรว จมฺมสฺส, ปริกนฺตํ อุปาหนํ;
ยํ ยํ จชติ กามานํ, ตํ ตํ สมฺปชฺชเต สุขํ;
สพฺพญฺเจ สุขมิจฺเฉยฺย, สพฺเพ กาเม ปริจฺจเช’’ติ.
ตตฺถ กามนฺติ วตฺถุกามมฺปิ กิเลสกามมฺปิ. กามยมานสฺสาติ ปตฺถยมานสฺส. ตสฺส เจ ตํ สมิชฺฌตีติ ตสฺส ปุคฺคลสฺส ตํ กามิตวตฺถุ สมิชฺฌติ เจ, นิปฺผชฺชติ เจติ อตฺโถ. ตโต นํ อปรํ กาเมติ เอตฺถ นนฺติ นิปาตมตฺตํ. อปรนฺติ ปรภาคทีปนํ. กาเมติ อุปโยคพหุวจนํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – สเจ กามํ กามยมานสฺส ตํ กามิตวตฺถุ สมิชฺฌติ, ตสฺมึ สมิทฺเธ ตโต ปรํ โส ปุคฺคโล กามยมาโน ยถา นาม ฆมฺเม คิมฺหกาเล วาตาตเปน กิลนฺโต ตณฺหํ วินฺทติ, ปานียปิปาสํ ปฏิลภติ, เอวํ ภิยฺโย กามตณฺหาสงฺขาเต กาเม วินฺทติ ปฏิลภติ, รูปตณฺหาทิกา ตณฺหา จสฺส วฑฺฒติเยวาติ. ควํวาติ โครูปสฺส วิย. สิงฺคิโนติ มตฺถกํ ปทาเลตฺวา อุฏฺฐิตสิงฺคสฺส. มนฺทสฺสาติ มนฺทปญฺญสฺส. พาลสฺสาติ พาลธมฺเม ยุตฺตสฺส. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา วจฺฉกสฺส วฑฺฒนฺตสฺส สรีเรเนว สทฺธึ สิงฺคํ วฑฺฒติ, เอวํ อนฺธพาลสฺสปิ อปฺปตฺตกามตณฺหา จ ปตฺตกามปิปาสา จ อปราปรํ วฑฺฒตีติ.
สาลิยวกนฺติ สาลิเขตฺตยวเขตฺตํ. เอเตน สาลิยวาทิกํ สพฺพํ ธญฺญํ ทสฺเสติ, ทุติยปเทน สพฺพํ ทฺวิปทจตุปฺปทํ ทสฺเสติ. ปฐมปเทน วา สพฺพํ อวิญฺญาณกํ, อิตเรน สวิญฺญาณกํ. ทตฺวา จาติ ทตฺวาปิ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ติฏฺฐนฺตุ ตีณิ รชฺชานิ, สเจ โส มาณโว อญฺญํ วา สกลมฺปิ ปถวึ สวิญฺญาณกาวิญฺญาณกรตนปูรํ กสฺสจิ ทตฺวา คจฺเฉยฺย, อิทมฺปิ เอตฺตกํ วตฺถุ เอกสฺเสว อปริยนฺตํ, เอวํ ทุปฺปูรา เอสา ตณฺหา นาม. อิติ วิทฺวา สมํ จเรติ เอวํ ชานนฺโต ปุริโส ตณฺหาวสิโก อหุตฺวา กายสมาจาราทีนิ ปูเรนฺโต จเรยฺย.
โอรนฺติ โอริมโกฏฺฐาสํ ปตฺวา เตน อติตฺตรูโป ปุน สมุทฺทปารมฺปิ ปตฺถเยถ. เอวํ ตณฺหาวสิกสตฺตา นาม ทุปฺปูราติ ทสฺเสติ. ยาวาติ อนิยามิตปริจฺเฉโท. อนุสฺสรนฺติ อนุสฺสรนฺโต. นาชฺฌคาติ น วินฺทติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – มหาราช, ปุริโส อปริยนฺเตปิ กาเม มนสา อนุสฺสรนฺโต ติตฺตึ น วินฺทติ, ปตฺตุกาโมว โหติ, เอวํ กาเมสุ สตฺตานํ ตณฺหา วฑฺฒเตว. ตโต นิวตฺตาติ ตโต ปน วตฺถุกามกิเลสกามโต จิตฺเตน นิวตฺติตฺวา กาเยน ปฏิกฺกมฺม ญาเณน อาทีนวํ ทิสฺวา เย ปญฺญาย ติตฺตา ปริปุณฺณา, เต ติตฺตา นาม.
ปญฺญาย ติตฺตินํ เสฏฺฐนฺติ ปญฺญาย ติตฺตีนํ อยํ ปริปุณฺณเสฏฺโฐ, อยเมว วา ปาโฐ. น โส กาเมหิ ตปฺปตีติ ‘‘น หี’’ติปิ ปาโฐ. ยสฺมา ปญฺญาย ติตฺโต ปุริโส กาเมหิ น ปริฑยฺหตีติ อตฺโถ. น กุรุเต วสนฺติ ตาทิสญฺหิ ปุริสํ ตณฺหา วเส วตฺเตตุํ น สกฺโกติ, เสฺวว ปน ตณฺหาย อาทีนวํ ทิสฺวา สรภงฺคมาณโว วิย จ อฑฺฒมาสกราชา วิย จ ตณฺหาวเส น ปวตฺตตีติ อตฺโถ. อปจิเนเถวาติ วิทฺธํเสเถว. สมุทฺทมตฺโตติ มหติยา ปญฺญาย สมนฺนาคตตฺตา สมุทฺทปฺปมาโณ. โส มหนฺเตน อคฺคินาปิ สมุทฺโท วิย กิเลสกาเมหิ น ตปฺปติ น ฑยฺหติ.
รถกาโรติ จมฺมกาโร. ปริกนฺตนฺติ ปริกนฺตนฺโต. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา จมฺมกาโร อุปาหนํ ปริกนฺตนฺโต ยํ ยํ จมฺมสฺส อคยฺหูปคฏฺฐานํ โหติ, ตํ ตํ จชิตฺวา อุปาหนํ กตฺวา อุปาหนมูลํ ลภิตฺวา สุขิโต โหติ, เอวเมว ปณฺฑิโต จมฺมการสตฺถสทิสาย ปญฺญาย กนฺตนฺโต ยํ ยํ โอธึ กามานํ จชติ, เตน เตนสฺส กาโมธินา รหิตํ ตํ ตํ กายกมฺมํ วจีกมฺมํ มโนกมฺมญฺจ สุขํ สมฺปชฺชติ วิคตทรถํ, สเจ ปน สพฺพมฺปิ กายกมฺมาทิสุขํ วิคตปริฬาหเมว อิจฺเฉยฺย, กสิณํ ภาเวตฺวา ฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา สพฺเพ กาเม ปริจฺจเชติ.
โพธิสตฺตสฺส ปน อิมํ คาถํ กเถนฺตสฺส รญฺโญ เสตจฺฉตฺตํ อารมฺมณํ กตฺวา โอทาตกสิณชฺฌานํ อุทปาทิ, ราชาปิ อโรโค อโหสิ. โส ตุฏฺโฐ สยนา วุฏฺฐหิตฺวา ‘‘เอตฺตกา เวชฺชา มํ ติกิจฺฉิตุํ นาสกฺขึสุ, ปณฺฑิตมาณโว ปน อตฺตโน ญาโณสเธน มํ นิโรคํ อกาสี’’ติ เตน สทฺธึ สลฺลปนฺโต ทสมํ คาถมาห –
๔๖. ‘‘อฏฺฐ เต ภาสิตา คาถา, สพฺพา โหนฺติ สหสฺสิยา;