๑๑. เอกาทสกนิปาโต

[๔๕๕] ๑. มาตุโปสกชาตกวณฺณนา

ตสฺส นาคสฺส วิปฺปวาเสนาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต มาตุโปสกภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ. ปจฺจุปฺปนฺนวตฺถุ สามชาตกวตฺถุสทิสเมว. สตฺถา ปน ภิกฺขู อามนฺเตตฺวา ‘‘มา ภิกฺขเว, เอตํ ภิกฺขุํ อุชฺฌายิตฺถ, โปราณกปณฺฑิตา ติรจฺฉานโยนิยํ นิพฺพตฺตาปิ มาตรา วิยุตฺตา สตฺตาหํ นิราหารตาย สุสฺสมานา ราชารหํ โภชนํ ลภิตฺวาปิ ‘มาตรา วินา น ภุญฺชิสฺสามา’ติ มาตรํ ทิสฺวาว โคจรํ คณฺหึสู’’ติ วตฺวา เตหิ ยาจิโต อตีตมาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต หิมวนฺตปเทเส หตฺถิโยนิยํ นิพฺพตฺติตฺวา สพฺพเสโต อโหสิ อภิรูโป ทสฺสนีโย ปาสาทิโก ลกฺขณสมฺปนฺโน อสีติหตฺถิสหสฺสปริวาโร. โส ชราชิณฺณํ มาตรํ โปเสสิ, มาตา ปนสฺส อนฺธา. โส มธุรมธุรานิ ผลาผลานิ หตฺถีนํ ทตฺวา มาตุ สนฺติกํ เปเสสิ. หตฺถี ตสฺสา อทตฺวา อตฺตนาว ขาทนฺติ. โส ปริคฺคณฺหนฺโต ตํ ปวตฺตึ ญตฺวา ‘‘ยูถํ ฉฑฺเฑตฺวา มาตรเมว โปเสสฺสามี’’ติ รตฺติภาเค อญฺเญสํ หตฺถีนํ อชานนฺตานํ มาตรํ คเหตฺวา จณฺโฑรณปพฺพตปาทํ คนฺตฺวา เอกํ นฬินึ อุปนิสฺสาย ฐิตาย ปพฺพตคุหายํ มาตรํ ฐเปตฺวา โปเสสิ. อเถโก พาราณสิวาสี วนจรโก มคฺคมูโฬฺห ทิสํ ววตฺถเปตุํ อสกฺโกนฺโต มหนฺเตน สทฺเทน ปริเทวิ. โพธิสตฺโต ตสฺส สทฺทํ สุตฺวา ‘‘อยํ ปุริโส อนาโถ, น โข ปน เมตํ ปติรูปํ, ยํ เอส มยิ ฐิเต อิธ วินสฺเสยฺยา’’ติ ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ตํ ภเยน ปลายนฺตํ ทิสฺวา ‘‘อมฺโภ ปุริส, นตฺถิ เต มํ นิสฺสาย ภยํ, มา ปลายิ, กสฺมา ตฺวํ ปริเทวนฺโต วิจรสี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘สามิ, อหํ มคฺคมูโฬฺห, อชฺช เม สตฺตโม ทิวโส’’ติ วุตฺเต ‘‘โภ ปุริส, มา ภายิ, อหํ ตํ มนุสฺสปเถ ฐเปสฺสามี’’ติ ตํ อตฺตโน ปิฏฺฐิยํ นิสีทาเปตฺวา อรญฺญา นีหริตฺวา นิวตฺติ. โสปิ ปาโป ‘‘นครํ คนฺตฺวา รญฺโญ อาโรเจสฺสามี’’ติ รุกฺขสญฺญํ ปพฺพตสญฺญํ กโรนฺโตว นิกฺขมิตฺวา พาราณสึ อคมาสิ.

ตสฺมึ กาเล รญฺโญ มงฺคลหตฺถี กาลมกาสิ. ราชา ‘‘สเจ เกนจิ กตฺถจิ โอปวยฺหํ กาตุํ ยุตฺตรูโป หตฺถี ทิฏฺโฐ อตฺถิ, โส อาจิกฺขตู’’ติ เภรึ จราเปสิ. โส ปุริโส ราชานํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘มยา, เทว, ตุมฺหากํ โอปวโยฺห ภวิตุํ ยุตฺตรูโป สพฺพเสโต สีลวา หตฺถิราชา ทิฏฺโฐ, อหํ มคฺคํ ทสฺเสสฺสามิ, มยา สทฺธึ หตฺถาจริเย เปเสตฺวา ตํ คณฺหาเปถา’’ติ อาห. ราชา ‘‘สาธู’’ติ ‘‘อิมํ มคฺคเทสกํ กตฺวา อรญฺญํ คนฺตฺวา อิมินา วุตฺตํ หตฺถินาคํ อาเนถา’’ติ เตน สทฺธึ มหนฺเตน ปริวาเรน หตฺถาจริยํ เปเสสิ. โส เตน สทฺธึ คนฺตฺวา โพธิสตฺตํ นฬินึ ปวิสิตฺวา โคจรํ คณฺหนฺตํ ปสฺสิ. โพธิสตฺโตปิ หตฺถาจริยํ ทิสฺวา ‘‘อิทํ ภยํ น อญฺญโต อุปฺปนฺนํ, ตสฺส ปุริสสฺส สนฺติกา อุปฺปนฺนํ ภวิสฺสติ, อหํ โข ปน มหาพโล หตฺถิสหสฺสมฺปิ วิทฺธํเสตุํ สมตฺโถ โหมิ, กุชฺฌิตฺวา สรฏฺฐกํ เสนาวาหนํ นาเสตุํ, สเจ ปน กุชฺฌิสฺสามิ, สีลํ เม ภิชฺชิสฺสติ, ตสฺมา อชฺช สตฺตีหิ โกฏฺฏิยมาโนปิ น กุชฺฌิสฺสามี’’ติ อธิฏฺฐาย สีสํ นาเมตฺวา นิจฺจโลว อฏฺฐาสิ. หตฺถาจริโย ปทุมสรํ โอตริตฺวา ตสฺส ลกฺขณสมฺปตฺตึ ทิสฺวา ‘‘เอหิ ปุตฺตา’’ติ รชตทามสทิสาย โสณฺฑาย คเหตฺวา สตฺตเม ทิวเส พาราณสึ ปาปุณิ. โพธิสตฺตมาตา ปน ปุตฺเต อนาคจฺฉนฺเต ‘‘ปุตฺโต เม ราชราชมหามตฺตาทีหิ นีโต ภวิสฺสติ, อิทานิ ตสฺส วิปฺปวาเสน อยํ วนสณฺโฑ วฑฺฒิสฺสตี’’ติ ปริเทวมานา เทฺว คาถา อภาสิ –

๑. ‘‘ตสฺส นาคสฺส วิปฺปวาเสน, วิรูโฬฺห สลฺลกี จ กุฏชา จ;

กุรุวินฺทกรวีรา ภิสสามา จ, นิวาเต ปุปฺผิตา จ กณิการา.

๒. ‘‘โกจิเทว สุวณฺณกายุรา, นาคราชํ ภรนฺติ ปิณฺเฑน;

ยตฺถ ราชา ราชกุมาโร วา, กวจมภิเหสฺสติ อฉมฺภิโต’’ติ.

ตตฺถ วิรูฬฺหาติ วฑฺฒิตา นาม, นตฺเถตฺถ สํสโยติ อสํสยวเสเนวมาห. สลฺลกี จ กุฏชา จาติ อินฺทสาลรุกฺขา จ กุฏชรุกฺขา จ. กุรุวินฺทกรวีรา ภิสสามา จาติ กุรุวินฺทรุกฺขา จ กรวีรนามกานิ มหาติณานิ จ ภิสานิ จ สามากานิ จาติ อตฺโถ. เอเต จ สพฺเพ อิทานิ วฑฺฒิสฺสนฺตีติ ปริเทวติ. นิวาเตติ ปพฺพตปาเท. ปุปฺผิตาติ มม ปุตฺเตน สาขํ ภญฺชิตฺวา อขาทิยมานา กณิการาปิ ปุปฺผิตา ภวิสฺสนฺตีติ วุตฺตํ โหติ. โกจิเทวาติ กตฺถจิเทว คาเม วา นคเร วา. สุวณฺณกายุราติ สุวณฺณาภรณา ราชราชมหามตฺตา. ภรนฺติ ปิณฺเฑนาติ อชฺช มาตุโปสกํ นาคราชํ ราชารหสฺส โภชนสฺส สุวฑฺฒิเตน ปิณฺเฑน โปเสนฺติ. ยตฺถาติ ยสฺมึ นาคราเช ราชา นิสีทิตฺวา. กวจมภิเหสฺสตีติ สงฺคามํ ปวิสิตฺวา ปจฺจามิตฺตานํ กวจํ อภิหนิสฺสติ ภินฺทิสฺสติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘ยตฺถ มม ปุตฺเต นิสินฺโน ราชา วา ราชกุมาโร วา อฉมฺภิโต หุตฺวา สปตฺตานํ กวจํ หนิสฺสติ, ตํ เม ปุตฺตํ นาคราชานํ สุวณฺณาภรณา อชฺช ปิณฺเฑน ภรนฺตี’’ติ.

หตฺถาจริโยปิ อนฺตรามคฺเคว รญฺโญ สาสนํ เปเสสิ. ตํ สุตฺวา ราชา นครํ อลงฺการาเปสิ. หตฺถาจริโย โพธิสตฺตํ กตคนฺธปริภณฺฑํ อลงฺกตปฏิยตฺตํ หตฺถิสาลํ เนตฺวา วิจิตฺรสาณิยา ปริกฺขิปาเปตฺวา รญฺโญ อาโรจาเปสิ. ราชา นานคฺครสโภชนํ อาทาย คนฺตฺวา โพธิสตฺตสฺส ทาเปสิ. โส ‘‘มาตรํ วินา โคจรํ น คณฺหิสฺสามี’’ติ ปิณฺฑํ น คณฺหิ. อถ นํ ยาจนฺโต ราชา ตติยํ คาถมาห –

๓. ‘‘คณฺหาหิ นาค กพฬํ, มา นาค กิสโก ภว;

พหูนิ ราชกิจฺจานิ, ตานิ นาค กริสฺสสี’’ติ.

ตํ สุตฺวา โพธิสตฺโต จตุตฺถํ คาถมาห –

๔. ‘‘สา นูนสา กปณิกา, อนฺธา อปริณายิกา;

ขาณุํ ปาเทน ฆฏฺเฏติ, คิรึ จณฺโฑรณํ ปตี’’ติ.

ตตฺถ สา นูนสาติ มหาราช, นูน สา เอสา. กปณิกาติ ปุตฺตวิโยเคน กปณา. ขาณุนฺติ ตตฺถ ตตฺถ ปติตํ รุกฺขกลิงฺครํ. ฆฏฺเฏตีติ ปริเทวมานา ตตฺถ ตตฺถ ปาเทน โปเถนฺตี นูน ปาเทน หนติ. คิรึ จณฺโฑรณํ ปตีติ จณฺโฑรณปพฺพตาภิมุขี, ปพฺพตปาเท ปริปฺผนฺทมานาติ อตฺโถ.

อถ นํ ปุจฺฉนฺโต ราชา ปญฺจมํ คาถมาห –

๕. ‘‘กา นุ เต สา มหานาค, อนฺธา อปริณายิกา;

ขาณุํ ปาเทน ฆฏฺเฏติ, คิรึ จณฺโฑรณํ ปตี’’ติ.

โพธิสตฺโต ฉฏฺฐํ คาถมาห –

๖. ‘‘มาตา เม สา มหาราช, อนฺธา อปริณายิกา;

ขาณุํ ปาเทน ฆฏฺเฏติ, คิรึ จณฺโฑรณํ ปตี’’ติ.

ราชา ฉฏฺฐคาถาย ตมตฺถํ สุตฺวา มุญฺจาเปนฺโต สตฺตมํ คาถมาห –

๗. ‘‘มุญฺจเถตํ มหานาคํ, โยยํ ภรติ มาตรํ;

สเมตุ มาตรา นาโค, สห สพฺเพหิ ญาติภี’’ติ.

ตตฺถ โยยํ ภรตีติ อยํ นาโค ‘‘อหํ, มหาราช, อนฺธํ มาตรํ โปเสมิ, มยา วินา มยฺหํ มาตา ชีวิตกฺขยํ ปาปุณิสฺสติ, ตาย วินา มยฺหํ อิสฺสริเยน อตฺโถ นตฺถิ, อชฺช เม มาตุ โคจรํ อลภนฺติยา สตฺตโม ทิวโส’’ติ วทติ, ตสฺมา โย อยํ มาตรํ ภรติ, เอตํ มหานาคํ ขิปฺปํ มุญฺจถ. สพฺเพหิ ญาติภีติ สทฺธึ เอส มาตรา สเมตุ สมาคจฺฉตูติ.

อฏฺฐมนวมา อภิสมฺพุทฺธคาถา โหนฺติ –

๘. ‘‘มุตฺโต จ พนฺธนา นาโค, มุตฺตมาทาย กุญฺชโร;

มุหุตฺตํ อสฺสาสยิตฺวา, อคมา เยน ปพฺพโต.

๙. ‘‘ตโต โส นฬินึ คนฺตฺวา, สีตํ กุญฺชรเสวิตํ;

โสณฺฑายูทกมาหตฺวา, มาตรํ อภิสิญฺจถา’’ติ.

โส กิร นาโค พนฺธนา มุตฺโต โถกํ วิสฺสมิตฺวา รญฺโญ ทสราชธมฺมคาถาย ธมฺมํ เทเสตฺวา ‘‘อปฺปมตฺโต โหหิ, มหาราชา’’ติ โอวาทํ ทตฺวา มหาชเนน คนฺธมาลาทีหิ ปูชิยมาโน นครา นิกฺขมิตฺวา ตทเหว ตํ ปทุมสรํ ปตฺวา ‘‘มม มาตรํ โคจรํ คาหาเปตฺวาว สยํ คณฺหิสฺสามี’’ติ พหุํ ภิสมุฬาลํ อาทาย โสณฺฑปูรํ อุทกํ คเหตฺวา คุหาเลณโต นิกฺขมิตฺวา คุหาทฺวาเร นิสินฺนาย มาตุยา สนฺติกํ คนฺตฺวา สตฺตาหํ นิราหารตาย มาตุ สรีรสฺส ผสฺสปฏิลาภตฺถํ อุปริ อุทกํ สิญฺจิ, ตมตฺถํ อาวิกโรนฺโต สตฺถา เทฺว คาถา อภาสิ. โพธิสตฺตสฺส มาตาปิ ‘‘เทโว วสฺสตี’’ติ สญฺญาย ตํ อกฺโกสนฺตี ทสมํ คาถมาห –

๑๐. ‘‘โกยํ อนริโย เทโว, อกาเลนปิ วสฺสติ;

คโต เม อตฺรโช ปุตฺโต, โย มยฺหํ ปริจารโก’’ติ.

ตตฺถ อตฺรโชติ อตฺตโต ชาโต.

อถ นํ สมสฺสาเสนฺโต โพธิสตฺโต เอกาทสมํ คาถมาห –

๑๑. ‘‘อุฏฺเฐหิ อมฺม กึ เสสิ, อาคโต ตฺยาหมตฺรโช;

มุตฺโตมฺหิ กาสิราเชน, เวเทเหน ยสสฺสินา’’ติ.

ตตฺถ อาคโต ตฺยาหนฺติ อาคโต เต อหํ. เวเทเหนาติ ญาณสมฺปนฺเนน. ยสสฺสินาติ มหาปริวาเรน เตน รญฺญา มงฺคลหตฺถิภาวาย คหิโตปิ อหํ มุตฺโต, อิทานิ ตว สนฺติกํ อาคโต อุฏฺเฐหิ โคจรํ คณฺหาหีติ.

สา ตุฏฺฐมานสา รญฺโญ อนุโมทนํ กโรนฺตี โอสานคาถมาห –

๑๒. ‘‘จิรํ ชีวตุ โส ราชา, กาสีนํ รฏฺฐวฑฺฒโน;

โย เม ปุตฺตํ ปโมเจสิ, สทา วุทฺธาปจายิก’’นฺติ.

ตทา ราชา โพธิสตฺตสฺส คุเณ ปสีทิตฺวา นฬินิยา อวิทูเร คามํ มาเปตฺวา โพธิสตฺตสฺส จ มาตุ จสฺส นิพทฺธํ วตฺตํ ปฏฺฐเปสิ. อปรภาเค โพธิสตฺโต มาตริ กาลกตาย ตสฺสา สรีรปริหารํ กตฺวา การณฺฑกอสฺสมปทํ นาม คโต. ตสฺมึ ปน ฐาเน หิมวนฺตโต โอตริตฺวา ปญฺจสตา อิสโย วสึสุ, ตํ วตฺตํ เตสํ อทาสิ. ราชา โพธิสตฺตสฺส สมานรูปํ สิลาปฏิมํ กาเรตฺวา มหาสกฺการํ ปวตฺเตสิ. สกลชมฺพุทีปวาสิโน อนุสํวจฺฉรํ สนฺนิปติตฺวา หตฺถิมหํ นาม กรึสุ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ, สจฺจปริโยสาเน มาตุโปสกภิกฺขุ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ. ตทา ราชา อานนฺโท อโหสิ, ปาปปุริโส เทวทตฺโต, หตฺถาจริโย สาริปุตฺโต, มาตา หตฺถินี มหามายา, มาตุโปสกนาโค ปน อหเมว อโหสินฺติ.

มาตุโปสกชาตกวณฺณนา ปฐมา.

[๔๕๖] ๒. ชุณฺหชาตกวณฺณนา

สุโณหิ มยฺหํ วจนํ ชนินฺทาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อานนฺทตฺเถเรน ลทฺธวเร อารพฺภ กเถสิ. ปฐมโพธิยญฺหิ วีสติ วสฺสานิ ภควโต อนิพทฺธุปฏฺฐากา อเหสุํ. เอกทา เถโร นาคสมาโล, เอกทา นาคิโต, เอกทา อุปวาโณ, เอกทา สุนกฺขตฺโต, เอกทา จุนฺโท, เอกทา นนฺโท, เอกทา สาคโต, เอกทา เมฆิโย ภควนฺตํ อุปฏฺฐหิ. อเถกทิวสํ ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ ‘‘ภิกฺขเว, อิทานิมฺหิ มหลฺลโก, เอกจฺเจ ภิกฺขู ‘อิมินา มคฺเคน คจฺฉามา’ติ วุตฺเต อญฺเญน คจฺฉนฺติ, เอกจฺเจ มยฺหํ ปตฺตจีวรํ ภูมิยํ นิกฺขิปนฺติ, นิพทฺธุปฏฺฐากํ เม เอกํ ภิกฺขุํ ชานาถา’’ติ. ‘‘ภนฺเต, อหํ อุปฏฺฐหิสฺสามิ, อหํ อุปฏฺฐหิสฺสามี’’ติ สิรสิ อญฺชลึ กตฺวา อุฏฺฐิเต สาริปุตฺตตฺเถราทโย ‘‘ตุมฺหากํ ปตฺถนา มตฺถกํ ปตฺตา, อล’’นฺติ ปฏิกฺขิปิ. ตโต ภิกฺขู อานนฺทตฺเถรํ ‘‘ตฺวํ อาวุโส, อุปฏฺฐากฏฺฐานํ ยาจาหี’’ติ อาหํสุ. เถโร ‘‘สเจ เม ภนฺเต, ภควา อตฺตนา ลทฺธจีวรํ น ทสฺสติ, ปิณฺฑปาตํ น ทสฺสติ, เอกคนฺธกุฏิยํ วสิตุํ น ทสฺสติ, มํ คเหตฺวา นิมนฺตนํ น คมิสฺสติ, สเจ ปน ภควา มยา คหิตํ นิมนฺตนํ คมิสฺสติ, สเจ อหํ ติโรรฏฺฐา ติโรชนปทา ภควนฺตํ ทฏฺฐุํ อาคตํ ปริสํ อาคตกฺขเณเยว ทสฺเสตุํ ลภิสฺสามิ, ยทา เม กงฺขา อุปฺปชฺชติ, ตสฺมึ ขเณเยว ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตุํ ลภิสฺสามิ, สเจ ยํ ภควา มม ปรมฺมุขา ธมฺมํ กเถติ, ตํ อาคนฺตฺวา มยฺหํ กเถสฺสติ, เอวาหํ ภควนฺตํ อุปฏฺฐหิสฺสามี’’ติ อิเม จตฺตาโร ปฏิกฺเขเป จตสฺโส จ อายาจนาติ อฏฺฐ วเร ยาจิ, ภควาปิสฺส อทาสิ.

โส ตโต ปฏฺฐาย ปญฺจวีสติ วสฺสานิ นิพทฺธุปฏฺฐาโก อโหสิ. โส ปญฺจสุ ฐาเนสุ เอตทคฺเค ฐปนํ ปตฺวา อาคมสมฺปทา, อธิคมสมฺปทา, ปุพฺพเหตุสมฺปทา, อตฺตตฺถปริปุจฺฉาสมฺปทา, ติตฺถวาสสมฺปทา, โยนิโสมนสิการสมฺปทา, พุทฺธูปนิสฺสยสมฺปทาติ อิมาหิ สตฺตหิ สมฺปทาหิ สมนฺนาคโต พุทฺธสฺส สนฺติเก อฏฺฐวรทายชฺชํ ลภิตฺวา พุทฺธสาสเน ปญฺญาโต คคนมชฺเฌ จนฺโท วิย ปากโฏ อโหสิ. อเถกทิวสํ ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ‘‘อาวุโส, ตถาคโต อานนฺทตฺเถรํ วรทาเนน สนฺตปฺเปสี’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพปาหํ อานนฺทํ วเรน สนฺตปฺเปสึ, ปุพฺเพปาหํ ยํ ยํ เอส ยาจิ, ตํ ตํ อทาสึเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต ตสฺส ปุตฺโต ชุณฺหกุมาโร นาม หุตฺวา ตกฺกสิลายํ สิปฺปํ อุคฺคเหตฺวา อาจริยสฺส อนุโยคํ ทตฺวา รตฺติภาเค อนฺธกาเร อาจริยสฺส ฆรา นิกฺขมิตฺวา อตฺตโน นิวาสฏฺฐานํ เวเคน คจฺฉนฺโต อญฺญตรํ พฺราหฺมณํ ภิกฺขํ จริตฺวา อตฺตโน นิวาสฏฺฐานํ คจฺฉนฺตํ อปสฺสนฺโต พาหุนา ปหริตฺวา ตสฺส ภตฺตปาตึ ภินฺทึ, พฺราหฺมโณ ปติตฺวา วิรวิ. กุมาโร การุญฺเญน นิวตฺติตฺวา ตํ หตฺเถ คเหตฺวา อุฏฺฐาเปสิ. พฺราหฺมโณ ‘‘ตยา, ตาต, มม ภิกฺขาภาชนํ ภินฺนํ, ภตฺตมูลํ เม เทหี’’ติ อาห. กุมาโร ‘‘พฺราหฺมณ, น ทานาหํ ตว ภตฺตมูลํ ทาตุํ สกฺโกมิ, อหํ โข ปน กาสิกรญฺโญ ปุตฺโต ชุณฺหกุมาโร นาม, มยิ รชฺเช ปติฏฺฐิเต อาคนฺตฺวา มํ ธนํ ยาเจยฺยาสี’’ติ วตฺวา นิฏฺฐิตสิปฺโป อาจริยํ วนฺทิตฺวา พาราณสึ คนฺตฺวา ปิตุ สิปฺปํ ทสฺเสสิ. ปิตา ‘‘ชีวนฺเตน เม ปุตฺโต ทิฏฺโฐ, ราชภูตมฺปิ นํ ปสฺสิสฺสามี’’ติ รชฺเช อภิสิญฺจิ. โส ชุณฺหราชา นาม หุตฺวา ธมฺเมน รชฺชํ กาเรสิ. พฺราหฺมโณ ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา ‘‘อิทานิ มม ภตฺตมูลํ อาหริสฺสามี’’ติ พาราณสึ คนฺตฺวา ราชานํ อลงฺกตนครํ ปทกฺขิณํ กโรนฺตเมว ทิสฺวา เอกสฺมึ อุนฺนตปฺปเทเส ฐิโต หตฺถํ ปสาเรตฺวา ชยาเปสิ. อถ นํ ราชา อโนโลเกตฺวาว อติกฺกมิ. พฺราหฺมโณ เตน อทิฏฺฐภาวํ ญตฺวา กถํ สมุฏฺฐาเปนฺโต ปฐมํ คาถมาห –

๑๓. ‘‘สุโณหิ มยฺหํ วจนํ ชนินฺท, อตฺเถน ชุณฺหมฺหิ อิธานุปตฺโต;

น พฺราหฺมเณ อทฺธิเก ติฏฺฐมาเน, คนฺตพฺพมาหุ ทฺวิปทินฺท เสฏฺฐา’’ติ.

ตตฺถ ชุณฺหมฺหีติ มหาราช, ตยิ ชุณฺหมฺหิ อหํ เอเกน อตฺเถน อิธานุปฺปตฺโต, น นิกฺการณา อิธาคโตมฺหีติ ทีเปติ. อทฺธิเกติ อทฺธานํ อาคเต. คนฺตพฺพนฺติ ตํ อทฺธิกํ อทฺธานมาคตํ ยาจมานํ พฺราหฺมณํ อโนโลเกตฺวาว คนฺตพฺพนฺติ ปณฺฑิตา น อาหุ น กเถนฺตีติ.

ราชา ตสฺส วจนํ สุตฺวา หตฺถึ วชิรงฺกุเสน นิคฺคเหตฺวา ทุติยํ คาถมาห –

๑๔. ‘‘สุโณมิ ติฏฺฐามิ วเทหิ พฺรเหฺม, เยนาสิ อตฺเถน อิธานุปตฺโต;

กํ วา ตฺวมตฺถํ มยิ ปตฺถยาโน, อิธาคโม พฺรเหฺม ตทิงฺฆ พฺรูหี’’ติ.

ตตฺถ อิงฺฆาติ โจทนตฺเถ นิปาโต.

ตโต ปรํ พฺราหฺมณสฺส จ รญฺโญ จ วจนปฏิวจนวเสน เสสคาถา กถิตา –

๑๕. ‘‘ททาหิ เม คามวรานิ ปญฺจ, ทาสีสตํ สตฺต ควํสตานิ;

ปโรสหสฺสญฺจ สุวณฺณนิกฺเข, ภริยา จ เม สาทิสี เทฺว ททาหิ.

๑๖. ‘‘ตโป นุ เต พฺราหฺมณ ภึสรูโป, มนฺตา นุ เต พฺราหฺมณ จิตฺตรูปา;

ยกฺขา นุ เต อสฺสวา สนฺติ เกจิ, อตฺถํ วา เม อภิชานาสิ กตฺตํ.

๑๗. ‘‘น เม ตโป อตฺถิ น จาปิ มนฺตา, ยกฺขาปิ เม อสฺสวา นตฺถิ เกจิ;

อตฺถมฺปิ เต นาภิชานามิ กตฺตํ, ปุพฺเพ จ โข สงฺคติมตฺตมาสิ.

๑๘. ‘‘ปฐมํ อิทํ ทสฺสนํ ชานโต เม, น ตาภิชานามิ อิโต ปุรตฺถา;

อกฺขาหิ เม ปุจฺฉิโต เอตมตฺถํ, กทา กุหึ วา อหุ สงฺคโม โน.

๑๙. ‘‘คนฺธารราชสฺส ปุรมฺหิ รมฺเม, อวสิมฺหเส ตกฺกสีลายํ เทว;

ตตฺถนฺธการมฺหิ ติมีสิกายํ, อํเสน อํสํ สมฆฏฺฏยิมฺห.

๒๐. ‘‘เต ตตฺถ ฐตฺวาน อุโภ ชนินฺท, สาราณิยํ วีติสารยิมฺห ตตฺถ;

สาเยว โน สงฺคติมตฺตมาสิ, ตโต น ปจฺฉา น ปุเร อโหสิ.

๒๑. ‘‘ยทา กทาจิ มนุเชสุ พฺรเหฺม, สมาคโม สปฺปุริเสน โหติ;

น ปณฺฑิตา สงฺคติสนฺถวานิ, ปุพฺเพ กตํ วาปิ วินาสยนฺติ.

๒๒. ‘‘พาลาว โข สงฺคติสนฺถวานิ, ปุพฺเพ กตํ วาปิ วินาสยนฺติ;

พหุมฺปิ พาเลสุ กตํ วินสฺสติ, ตถา หิ พาลา อกตญฺญุรูปา.

๒๓. ‘‘ธีรา จ โข สงฺคติสนฺถวานิ, ปุพฺเพ กตํ วาปิ น นาสยนฺติ;

อปฺปมฺปิ ธีเรสุ กตํ น นสฺสติ, ตถา หิ ธีรา สุกตญฺญุรูปา.

๒๔. ‘‘ททามิ เต คามวรานิ ปญฺจ, ทาสีสตํ สตฺต ควํสตานิ;

ปโรสหสฺสญฺจ สุวณฺณนิกฺเข, ภริยา จ เต สาทิสี เทฺว ททามิ.

๒๕. ‘‘เอวํ สตํ โหติ สเมจฺจ ราช, นกฺขตฺตราชาริว ตารกานํ;

อาปูรตี กาสิปตี ตถาหํ, ตยาปิ เม สงฺคโม อชฺช ลทฺโธ’’ติ.

ตตฺถ สาทิสีติ รูปวณฺณชาติกุลปเทเสน มยา สาทิสี เอกสทิสา เทฺว มหายสา ภริยา จ เม เทหีติ อตฺโถ. ภึสรูโปติ กึ นุ เต พฺราหฺมณ พลวรูปสีลาจารคุณสงฺขาตํ ตโปกมฺมํ อตฺถีติ ปุจฺฉติ. มนฺตา นุ เตติ อุทาหุ วิจิตฺรรูปา สพฺพตฺถสาธกา มนฺตา เต อตฺถิ. อสฺสวาติ วจนการกา อิจฺฉิติจฺฉิตทายกา ยกฺขา วา เต เกจิ สนฺติ. กตฺตนฺติ กตํ, อุทาหุ ตยา กตํ กิญฺจิ มม อตฺถํ อภิชานาสีติ ปุจฺฉติ. สงฺคติมตฺตนฺติ สมาคมมตฺตํ ตยา สทฺธึ ปุพฺเพ มม อาสีติ วทติ. ชานโต เมติ ชานนฺตสฺส มม อิทํ ปฐมํ ตว ทสฺสนํ. น ตาภิชานามีติ น ตํ อภิชานามิ. ติมีสิกายนฺติ พหลติมิรายํ รตฺติยํ. เต ตตฺถ ฐตฺวานาติ เต มยํ ตสฺมึ อํเสน อํสํ ฆฏฺฏิตฏฺฐาเน ฐตฺวา วีติสารยิมฺห ตตฺถาติ ตสฺมึเยว ฐาเน สริตพฺพยุตฺตกํ กถํ วีติสารยิมฺห, อหํ ‘‘ภิกฺขาภาชนํ เม ตยา ภินฺนํ, ภตฺตมูลํ เม เทหี’’ติ อวจํ, ตฺวํ ‘‘อิทานาหํ ตว ภตฺตมูลํ ทาตุํ น สกฺโกมิ, อหํ โข ปน กาสิกรญฺโญ ปุตฺโต ชุณฺหกุมาโร นาม, มยิ รชฺเช ปติฏฺฐิเต อาคนฺตฺวา มํ ธนํ ยาเจยฺยาสี’’ติ อวจาติ อิมํ สารณียกถํ กริมฺหาติ อาห. สาเยว โน สงฺคติมตฺตมาสีติ เทว, อมฺหากํ สาเยว อญฺญมญฺญํ สงฺคติมตฺตมาสิ, เอกมุหุตฺติกมโหสีติ ทีเปติ. ตโตติ ตโต ปน ตํมุหุตฺติกมิตฺตธมฺมโต ปจฺฉา วา ปุเร วา กทาจิ อมฺหากํ สงฺคติ นาม น ภูตปุพฺพา.

น ปณฺฑิตาติ พฺราหฺมณ ปณฺฑิตา นาม ตํมุหุตฺติกํ สงฺคตึ วา จิรกาลสนฺถวานิ วา ยํ กิญฺจิ ปุพฺเพ กตคุณํ วา น นาเสนฺติ. พหุมฺปีติ พหุกมฺปิ. อกตญฺญุรูปาติ ยสฺมา พาลา อกตญฺญุสภาวา, ตสฺมา เตสุ พหุมฺปิ กตํ นสฺสตีติ อตฺโถ. สุกตญฺญุรูปาติ สุฏฺฐุ กตญฺญุสภาวา. เอตฺถาปิ ตตฺถาปิ ตถา หีติ หิ-กาโร การณตฺโถ. ททามิ เตติ พฺราหฺมเณน ยาจิตยาจิตํ ททนฺโต เอวมาห. เอวํ สตนฺติ พฺราหฺมโณ รญฺโญ อนุโมทนํ กโรนฺโต วทติ, สตํ สปฺปุริสานํ เอกวารมฺปิ สเมจฺจ สงฺคติ นาม เอวํ โหติ. นกฺขตฺตราชาริวาติ เอตฺถ ร-กาโร นิปาตมตฺตํ. ตารกานนฺติ ตารกคณมชฺเฌ. กาสิปตีติ ราชานมาลปติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘เทว, กาสิรฏฺฐาธิปติ ยถา จนฺโท ตารกานํ มชฺเฌ ฐิโต ตารกคณปริวุโต ปาฏิปทโต ปฏฺฐาย ยาว ปุณฺณมา อาปูรติ, ตถา อหมฺปิ อชฺช ตยา ทินฺเนหิ คามวราทีหิ อาปูรามี’’ติ. ตยาปิ เมติ มยา ปุพฺเพ ตยา สทฺธึ ลทฺโธปิ สงฺคโม อลทฺโธว, อชฺช ปน มม มโนรถสฺส นิปฺผนฺนตฺตา มยา ตยา สห สงฺคโม ลทฺโธ นามาติ นิปฺผนฺนํ เม ตยา สทฺธึ มิตฺตผลนฺติ วทติ. โพธิสตฺโต ตสฺส มหนฺตํ ยสํ อทาสิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพปาหํ อานนฺทํ วเรน สนฺตปฺเปสึ เยวา’’ติ วตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา พฺราหฺมโณ อานนฺโท อโหสิ, ราชา ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

ชุณฺหชาตกวณฺณนา ทุติยา.

[๔๕๗] ๓. ธมฺมเทวปุตฺตชาตกวณฺณนา

ยโสกโร ปุญฺญกโรหมสฺมีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เทวทตฺตสฺส ปถวิปเวสนํ อารพฺภ กเถสิ. ตทา หิ ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ‘‘อาวุโส, เทวทตฺโต ตถาคเตน สทฺธึ ปฏิวิรุชฺฌิตฺวา ปถวึ ปวิฏฺโฐ’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น อิทาเนเวส, ภิกฺขเว, มม ชินจกฺเก ปหารํ ทตฺวา ปถวึ ปวิฏฺโฐ, ปุพฺเพปิ ธมฺมจกฺเก ปหารํ ทตฺวา ปถวึ ปวิสิตฺวา อวีจิปรายโณ ชาโตเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต กามาวจรเทวโลเก ธมฺโม นาม เทวปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ, เทวทตฺโต อธมฺโม นาม. เตสุ ธมฺโม ทิพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิโต ทิพฺพรถวรมภิรุยฺห อจฺฉราคณปริวุโต มนุสฺเสสุ สายมาสํ ภุญฺชิตฺวา อตฺตโน อตฺตโน ฆรทฺวาเร สุขกถาย นิสินฺเนสุ ปุณฺณมุโปสถทิวเส คามนิคมชนปทราชธานีสุ อากาเส ฐตฺวา ‘‘ปาณาติปาตาทีหิ ทสหิ อกุสลกมฺมปเถหิ วิรมิตฺวา มาตุปฏฺฐานธมฺมํ ปิตุปฏฺฐานธมฺมํ ติวิธสุจริตธมฺมญฺจ ปูเรถ, เอวํ สคฺคปรายณา หุตฺวา มหนฺตํ ยสํ อนุภวิสฺสถา’’ติ มนุสฺเส ทส กุสลกมฺมปเถ สมาทเปนฺโต ชมฺพุทีปํ ปทกฺขิณํ กโรติ. อธมฺโม ปน เทวปุตฺโต ‘‘ปาณํ หนถา’’ติอาทินา นเยน ทส อกุสลกมฺมปเถ สมาทเปนฺโต ชมฺพุทีปํ วามํ กโรติ. อถ เตสํ อากาเส รถา สมฺมุขา อเหสุํ. อถ เนสํ ปริสา ‘‘ตุเมฺห กสฺส, ตุเมฺห กสฺสา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘มยํ ธมฺมสฺส, มยํ อธมฺมสฺสา’’ติ วตฺวา มคฺคา โอกฺกมิตฺวา ทฺวิธา ชาตา. ธมฺโมปิ อธมฺมํ อามนฺเตตฺวา ‘‘สมฺม, ตฺวํ อธมฺโม, อหํ ธมฺโม, มคฺโค มยฺหํ อนุจฺฉวิโก, ตว รถํ โอกฺกาเมตฺวา มยฺหํ มคฺคํ เทหี’’ติ ปฐมํ คาถมาห –

๒๖. ‘‘ยโสกโร ปุญฺญกโรหมสฺมิ, สทาตฺถุโต สมณพฺราหฺมณานํ;

มคฺคารโห เทวมนุสฺสปูชิโต, ธมฺโม อหํ เทหิ อธมฺม มคฺค’’นฺติ.

ตตฺถ ยโสกโรติ อหํ เทวมนุสฺสานํ ยสทายโก. ทุติยปเทปิ เอเสว นโย. สทาตฺถุโตติ สทา ถุโต นิจฺจปสตฺโถ. ตโต ปรา –

๒๗. ‘‘อธมฺมยานํ ทฬฺหมารุหิตฺวา, อสนฺตสนฺโต พลวาหมสฺมิ;

ส กิสฺส เหตุมฺหิ ตวชฺช ทชฺชํ, มคฺคํ อหํ ธมฺม อทินฺนปุพฺพํ.

๒๘. ‘‘ธมฺโม หเว ปาตุรโหสิ ปุพฺเพ, ปจฺฉา อธมฺโม อุทปาทิ โลเก;

เชฏฺโฐ จ เสฏฺโฐ จ สนนฺตโน จ, อุยฺยาหิ เชฏฺฐสฺส กนิฏฺฐ มคฺคา.

๒๙. ‘‘น ยาจนาย นปิ ปาติรูปา, น อรหตา เตหํ ทเทยฺยํ มคฺคํ;

ยุทฺธญฺจ โน โหตุ อุภินฺนมชฺช, ยุทฺธมฺหิ โย เชสฺสติ ตสฺส มคฺโค.

๓๐. ‘‘สพฺพา ทิสา อนุวิสโฏหมสฺมิ, มหพฺพโล อมิตยโส อตุโลฺย;

คุเณหิ สพฺเพหิ อุเปตรูโป, ธมฺโม อธมฺม ตฺวํ กถํ วิเชสฺสสิ.

๓๑. ‘‘โลเหน เว หญฺญติ ชาตรูปํ, น ชาตรูเปน หนนฺติ โลหํ;

สเจ อธมฺโม หญฺฉติ ธมฺมมชฺช, อโย สุวณฺณํ วิย ทสฺสเนยฺยํ.

๓๒. ‘‘สเจ ตุวํ ยุทฺธพโล อธมฺม, น ตุยฺห วุฑฺฒา จ ครู จ อตฺถิ;

มคฺคญฺจ เต ทมฺมิ ปิยาปฺปิเยน, วาจาทุรุตฺตานิปิ เต ขมามี’’ติ. –

อิมา ฉ คาถา เตสญฺเญว วจนปฏิวจนวเสน กถิตา.

ตตฺถ ส กิสฺส เหตุมฺหิ ตวชฺช ทชฺชนฺติ โสมฺหิ อหํ อธมฺโม อธมฺมยานํ รถํ อารุโฬฺห อภีโต พลวา. กึการณา อชฺช โภ ธมฺม, กสฺสจิ อทินฺนปุพฺพํ มคฺคํ ตุยฺหํ ทมฺมีติ. ปุพฺเพติ ปฐมกปฺปิกกาเล อิมสฺมึ โลเก ทสกุสลกมฺมปถธมฺโม จ ปุพฺเพ ปาตุรโหสิ, ปจฺฉา อธมฺโม. เชฏฺโฐ จาติ ปุเร นิพฺพตฺตภาเวน อหํ เชฏฺโฐ จ เสฏฺโฐ จ โปราณโก จ, ตฺวํ ปน กนิฏฺโฐ, ตสฺมา มคฺคา อุยฺยาหีติ วทติ. นปิ ปาติรูปาติ อหญฺหิ เต เนว ยาจนาย น ปติรูปวจเนน มคฺคารหตาย มคฺคํ ทเทยฺยํ. อนุวิสโฏติ อหํ จตสฺโส ทิสา จตสฺโส อนุทิสาติ สพฺพา ทิสา อตฺตโน คุเณน ปตฺถโฏ ปญฺญาโต ปากโฏ. โลเหนาติ อยมุฏฺฐิเกน. หญฺฉตีติ หนิสฺสติ. ตุวํ ยุทฺธพโล อธมฺมาติ สเจ ตฺวํ ยุทฺธพโลสิ อธมฺม. วุฑฺฒา จ ครู จาติ ยทิ ตุยฺหํ ‘‘อิเม วุฑฺฒา, อิเม ครู ปณฺฑิตา’’ติ เอวํ นตฺถิ. ปิยาปฺปิเยนาติ ปิเยนาปิ อปฺปิเยนาปิ ททนฺโต ปิเยน วิย เต มคฺคํ ททามีติ อตฺโถ.

โพธิสตฺเตน ปน อิมาย คาถาย กถิตกฺขเณเยว อธมฺโม รเถ ฐาตุํ อสกฺโกนฺโต อวํสิโร ปถวิยํ ปติตฺวา ปถวิยา วิวเร ทินฺเน คนฺตฺวา อวีจิมฺหิเยว นิพฺพตฺติ. เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ภควา อภิสมฺพุทฺโธ หุตฺวา เสสคาถา อภาสิ –

๓๓. ‘‘อิทญฺจ สุตฺวา วจนํ อธมฺโม, อวํสิโร ปติโต อุทฺธปาโท;

ยุทฺธตฺถิโก เจ น ลภามิ ยุทฺธํ, เอตฺตาวตา โหติ หโต อธมฺโม.

๓๔. ‘‘ขนฺตีพโล ยุทฺธพลํ วิเชตฺวา, หนฺตฺวา อธมฺมํ นิหนิตฺว ภูมฺยา;

ปายาสิ วิตฺโต อภิรุยฺห สนฺทนํ, มคฺเคเนว อติพโล สจฺจนิกฺกโม.

๓๕. ‘‘มาตา ปิตา สมณพฺราหฺมณา จ, อสมฺมานิตา ยสฺส สเก อคาเร;

อิเธว นิกฺขิปฺป สรีรเทหํ, กายสฺส เภทา นิรยํ วชนฺติ เต;

ยถา อธมฺโม ปติโต อวํสิโร.

๓๖. ‘‘มาตา ปิตา สมณพฺราหฺมณา จ, สุสมฺมานิตา ยสฺส สเก อคาเร;

อิเธว นิกฺขิปฺป สรีรเทหํ, กายสฺส เภทา สุคตึ วชนฺติ เต;

ยถาปิ ธมฺโม อภิรุยฺห สนฺทน’’นฺติ.

ตตฺถ ยุทฺธตฺถิโก เจติ อยํ ตสฺส วิลาโป, โส กิเรวํ วิลปนฺโตเยว ปติตฺวา ปถวึ ปวิฏฺโฐ. เอตฺตาวตาติ ภิกฺขเว, ยาวตา ปถวึ ปวิฏฺโฐ, ตาวตา อธมฺโม หโต นาม โหติ. ขนฺตีพโลติ ภิกฺขเว, เอวํ อธมฺโม ปถวึ ปวิฏฺโฐ อธิวาสนขนฺตีพโล ตํ ยุทฺธพลํ วิเชตฺวา วธิตฺวา ภูมิยํ นิหนิตฺวา ปาเตตฺวา วิตฺตชาตตาย วิตฺโต อตฺตโน รถํ อารุยฺห มคฺเคเนว สจฺจนิกฺกโม ตถปรกฺกโม ธมฺมเทวปุตฺโต ปายาสิ. อสมฺมานิตาติ อสกฺกตา. สรีรเทหนฺติ อิมสฺมึเยว โลเก สรีรสงฺขาตํ เทหํ นิกฺขิปิตฺวา. นิรยํ วชนฺตีติ ยสฺส ปาปปุคฺคลสฺส เอเต สกฺการารหา เคเห อสกฺกตา, ตถารูปา ยถา อธมฺโม ปติโต อวํสิโร, เอวํ อวํสิรา นิรยํ วชนฺตีติ อตฺโถ. สุคตึ วชนฺตีติ ยสฺส ปเนเต สกฺกตา, ตาทิสา ปณฺฑิตา ยถาปิ ธมฺโม สนฺทนํ อภิรุยฺห เทวโลกํ คโต, เอวํ สุคตึ วชนฺตีติ.

สตฺถา เอวํ ธมฺมํ เทเสตฺวา ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพปิ เทวทตฺโต มยา สทฺธึ ปฏิวิรุชฺฌิตฺวา ปถวึ ปวิฏฺโฐ’’ติ วตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา อธมฺโม เทวปุตฺโต เทวทตฺโต อโหสิ, ปริสาปิสฺส เทวทตฺตปริสา, ธมฺโม ปน อหเมว, ปริสา พุทฺธปริสาเยวา’’ติ.

ธมฺมเทวปุตฺตชาตกวณฺณนา ตติยา.

[๔๕๘] ๔. อุทยชาตกวณฺณนา

เอกา นิสินฺนาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ อุกฺกณฺฐิตภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ กุสชาตเก (ชา. ๒.๒๐.๑ อาทโย) อาวิ ภวิสฺสติ. สตฺถา ปน ตํ ภิกฺขุํ ‘‘สจฺจํ กิร ตฺวํ อุกฺกณฺฐิโตสี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘สจฺจํ, ภนฺเต’’ติ วุตฺเต ‘‘ภิกฺขุ กสฺมา กิเลสวเสน เอวรูเป นิยฺยานิกสาสเน ปพฺพชิตฺวา อุกฺกณฺฐิโตสิ? โปราณกปณฺฑิตา สมิทฺเธ ทฺวาทสโยชนิเก สุรุนฺธนนคเร รชฺชํ กาเรนฺตา เทวจฺฉรปฏิภาคาย อิตฺถิยา สทฺธึ สตฺต วสฺสสตานิ เอกคพฺเภ วสนฺตาปิ อินฺทฺริยานิ ภินฺทิตฺวา โลภวเสน น โอโลเกสุ’’นฺติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต กาสิรฏฺเฐ สุรุนฺธนนคเร กาสิราชา รชฺชํ กาเรสิ, ตสฺส เนว ปุตฺโต, น ธีตา อโหสิ. โส อตฺตโน เทวิโย ‘‘ปุตฺเต ปตฺเถถา’’ติ อาห. อคฺคมเหสีปิ รญฺโญ วจนํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ตถา อกาสิ. ตทา โพธิสตฺโต พฺรหฺมโลกา จวิตฺวา ตสฺเสว รญฺโญ อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิมฺหิ นิพฺพตฺติ. อถสฺส มหาชนสฺส หทยํ วฑฺเฒตฺวา ชาตภาเวน ‘‘อุทยภทฺโท’’ติ นามํ กรึสุ. กุมารสฺส ปทสา จรณกาเล อญฺโญปิ สตฺโต พฺรหฺมโลกา จวิตฺวา ตสฺเสว รญฺโญ อญฺญตราย เทวิยา กุจฺฉิมฺหิ กุมาริกา หุตฺวา นิพฺพตฺติ, ตสฺสาปิ ‘‘อุทยภทฺทา’’ติ นามํ กรึสุ. กุมาโร วยปฺปตฺโต สพฺพสิปฺปนิปฺผตฺตึ ปาปุณิ, ชาตพฺรหฺมจารี ปน อโหสิ, สุปินนฺเตนปิ เมถุนธมฺมํ น ชานาติ, น ตสฺส กิเลเสสุ จิตฺตํ อลฺลียิ. ราชา ปุตฺตํ รชฺเช อภิสิญฺจิตุกาโม ‘‘กุมารสฺส อิทานิ รชฺชสุขเสวนกาโล, นาฏกาปิสฺส ปจฺจุปฏฺฐาเปสฺสามี’’ติ สาสนํ เปเสสิ. โพธิสตฺโต ‘‘น มยฺหํ รชฺเชนตฺโถ, กิเลเสสุ เม จิตฺตํ น อลฺลียตี’’ติ ปฏิกฺขิปิตฺวา ปุนปฺปุนํ วุจฺจมาโน รตฺตชมฺพุนทมยํ อิตฺถิรูปํ กาเรตฺวา ‘‘เอวรูปํ อิตฺถึ ลภมาโน รชฺชํ สมฺปฏิจฺฉิสฺสามี’’ติ มาตาปิตูนํ เปเสสิ. เต ตํ สุวณฺณรูปกํ สกลชมฺพุทีปํ ปริหาราเปตฺวา ตถารูปํ อิตฺถึ อลภนฺตา อุทยภทฺทํ อลงฺกาเรตฺวา ตสฺส สนฺติเก ฐเปสุํ. สา ตํ สุวณฺณรูปกํ อภิภวิตฺวา อฏฺฐาสิ. อถ เนสํ อนิจฺฉมานานญฺเญว เวมาติกํ ภคินึ อุทยภทฺทกุมารึ อคฺคมเหสึ กตฺวา โพธิสตฺตํ รชฺเช อภิสิญฺจึสุ. เต ปน เทฺวปิ พฺรหฺมจริยวาสเมว วสึสุ.

อปรภาเค มาตาปิตูนํ อจฺจเยน โพธิสตฺโต รชฺชํ กาเรสิ. อุโภ เอกคพฺเภ วสมานาปิ โลภวเสน อินฺทฺริยานิ ภินฺทิตฺวา อญฺญมญฺญํ น โอโลเกสุํ, อปิจ โข ปน ‘‘โย อเมฺหสุ ปฐมตรํ กาลํ กโรติ, โส นิพฺพตฺตฏฺฐานโต อาคนฺตฺวา ‘อสุกฏฺฐาเน นิพฺพตฺโตสฺมี’ติ อาโรเจตู’’ติ สงฺครมกํสุ. อถ โข โพธิสตฺโต อภิเสกโต สตฺตวสฺสสตจฺจเยน กาลมกาสิ. อญฺโญ ราชา นาโหสิ, อุทยภทฺทายเยว อาณา ปวตฺติ. อมจฺจา รชฺชํ อนุสาสึสุ. โพธิสตฺโตปิ จุติกฺขเณ ตาวตึสภวเน สกฺกตฺตํ ปตฺวา ยสมหนฺตตาย สตฺตาหํ อนุสฺสริตุํ นาสกฺขิ. อิติ โส มนุสฺสคณนาย สตฺตวสฺสสตจฺจเยน อาวชฺเชตฺวา ‘‘อุทยภทฺทํ ราชธีตรํ ธเนน วีมํสิตฺวา สีหนาทํ นทาเปตฺวา ธมฺมํ เทเสตฺวา สงฺครํ โมเจตฺวา อาคมิสฺสามี’’ติ จินฺเตสิ. ตทา กิร มนุสฺสานํ ทสวสฺสสหสฺสายุกกาโล โหติ. ราชธีตาปิ ตํ ทิวสํ รตฺติภาเค ปิหิเตสุ ทฺวาเรสุ ฐปิตอารกฺเข สตฺตภูมิกปาสาทวรตเล อลงฺกตสิริคพฺเภ เอกิกาว นิจฺจลา อตฺตโน สีลํ อาวชฺชมานา นิสีทิ. อถ สกฺโก สุวณฺณมาสกปูรํ เอกํ สุวณฺณปาตึ อาทาย อาคนฺตฺวา สยนคพฺเภเยว ปาตุภวิตฺวา เอกมนฺตํ ฐิโต ตาย สทฺธึ สลฺลปนฺโต ปฐมํ คาถมาห –

๓๗. ‘‘เอกา นิสินฺนา สุจิ สญฺญตูรู, ปาสาทมารุยฺห อนินฺทิตงฺคี;

ยาจามิ ตํ กินฺนรเนตฺตจกฺขุ, อิเมกรตฺตึ อุภโย วเสมา’’ติ.

ตตฺถ สุจีติ สุจิวตฺถนิวตฺถา. สญฺญตูรูติ สุฏฺฐุ ฐปิตอูรู, อิริยาปถํ สณฺฐเปตฺวา สุจิวตฺถา เอกิกาว นิสินฺนาสีติ วุตฺตํ โหติ. อนินฺทิตงฺคีติ ปาทนฺตโต ยาว เกสคฺคา อนินฺทิตสรีรา ปรมโสภคฺคปฺปตฺตสรีรา. กินฺนรเนตฺตจกฺขูติ ตีหิ มณฺฑเลหิ ปญฺจหิ จ ปสาเทหิ อุปโสภิตตฺตา กินฺนรานํ เนตฺตสทิเสหิ จกฺขูหิ สมนฺนาคเต. อิเมกรตฺตินฺติ อิมํ เอกรตฺตํ อชฺช อิมสฺมึ อลงฺกตสยนคพฺเภ เอกโต วเสยฺยามาติ ยาจติ.

ตโต ราชธีตา เทฺว คาถา อภาสิ –

๓๘. ‘‘โอกิณฺณนฺตรปริขํ, ทฬฺหมฏฺฏาลโกฏฺฐกํ;

รกฺขิตํ ขคฺคหตฺเถหิ, ทุปฺปเวสมิทํ ปุรํ.

๓๙. ‘‘ทหรสฺส ยุวิโน จาปิ, อาคโม จ น วิชฺชติ;

อถ เกน นุ วณฺเณน, สงฺคมํ อิจฺฉเส มยา’’ติ.

ตตฺถ โอกิณฺณนฺตรปริขนฺติ อิทํ ทฺวาทสโยชนิกํ สุรุนฺธนปุรํ อนฺตรนฺตรา อุทกปริขานํ กทฺทมปริขานํ สุกฺขปริขานํ โอกิณฺณตฺตา โอกิณฺณนฺตรปริขํ. ทฬฺหมฏฺฏาลโกฏฺฐกนฺติ ถิรตเรหิ อฏฺฏาลเกหิ ทฺวารโกฏฺฐเกหิ จ สมนฺนาคตํ. ขคฺคหตฺเถหีติ อาวุธหตฺเถหิ ทสหิ โยธสหสฺเสหิ รกฺขิตํ. ทุปฺปเวสมิทํ ปุรนฺติ อิทํ สกลปุรมฺปิ ตสฺส อนฺโต มาปิตํ มยฺหํ นิวาสปุรมฺปิ อุภยํ กสฺสจิ ปวิสิตุํ น สกฺกา. อาคโม จาติ อิธ อิมาย เวลาย ตรุณสฺส วา โยพฺพนปฺปตฺตสฺส วา ถามสมฺปนฺนโยธสฺส วา อญฺญสฺส วา มหนฺตมฺปิ ปณฺณาการํ คเหตฺวา อาคจฺฉนฺตสฺส อาคโม นาม นตฺถิ. สงฺคมนฺติ อถ ตฺวํ เกน การเณน อิมาย เวลาย มยา สห สมาคมํ อิจฺฉสีติ.

อถ สกฺโก จตุตฺถํ คาถมาห –

๔๐. ‘‘ยกฺโขหมสฺมิ กลฺยาณิ, อาคโตสฺมิ ตวนฺติเก;

ตฺวํ มํ นนฺทย ภทฺทนฺเต, ปุณฺณกํสํ ททามิ เต’’ติ.

ตสฺสตฺโถ – กลฺยาณิ, สุนฺทรทสฺสเน อหเมโก เทวปุตฺโต เทวตานุภาเวน อิธาคโต, ตฺวํ อชฺช มํ นนฺทย โตเสหิ, อหํ เต อิมํ สุวณฺณมาสกปุณฺณํ สุวณฺณปาตึ ททามีติ.

ตํ สุตฺวา ราชธีตา ปญฺจมํ คาถมาห –

๔๑. ‘‘เทวํว ยกฺขํ อถ วา มนุสฺสํ, น ปตฺถเย อุทยมติจฺจ อญฺญํ;

คจฺเฉว ตฺวํ ยกฺข มหานุภาว, มา จสฺสุ คนฺตฺวา ปุนราวชิตฺถา’’ติ.

ตสฺสตฺโถ – อหํ เทวราช, เทวํ วา ยกฺขํ วา อุทยํ อติกฺกมิตฺวา อญฺญํ น ปตฺเถมิ, โส ตฺวํ คจฺเฉว, มา อิธ อฏฺฐาสิ, น เม ตยา อาภเตน ปณฺณากาเรน อตฺโถ, คนฺตฺวา จ มา อิมํ ฐานํ ปุนราวชิตฺถาติ.

โส ตสฺสา สีหนาทํ สุตฺวา อฏฺฐตฺวา คตสทิโส หุตฺวา ตตฺเถว อนฺตรหิโต อฏฺฐาสิ. โส ปุนทิวเส ตาย เวลายเมว สุวณฺณมาสกปูรํ รชตปาตึ อาทาย ตาย สทฺธึ สลฺลปนฺโต ฉฏฺฐํ คาถมาห –

๔๒. ‘‘ยา สา รติ อุตฺตมา กามโภคินํ, ยํเหตุ สตฺตา วิสมํ จรนฺติ;

มา ตํ รตึ ชียิ ตุวํ สุจิมฺหิเต, ททามิ เต รูปิยํ กํสปูร’’นฺติ.

ตสฺสตฺโถ – ภทฺเท, ราชธีเต ยา เอสา กามโภคิสตฺตานํ รตีสุ เมถุนกามรติ นาม อุตฺตมา รติ, ยสฺสา รติยา การณา สตฺตา กายทุจฺจริตาทิวิสมํ จรนฺติ, ตํ รตึ ตฺวํ ภทฺเท, สุจิมฺหิเต มนาปหสิเต มา ชียิ, อหมฺปิ อาคจฺฉนฺโต น ตุจฺฉหตฺโถ อาคโต, หิยฺโย สุวณฺณมาสกปูรํ สุวณฺณปาตึ อาหรึ, อชฺช รูปิยปาตึ, อิมํ เต อหํ รูปิยปาตึ สุวณฺณปูรํ ททามีติ.

ราชธีตา จินฺเตสิ ‘‘อยํ กถาสลฺลาปํ ลภนฺโต ปุนปฺปุนํ อาคมิสฺสติ, น ทานิ เตน สทฺธึ กเถสฺสามี’’ติ. สา กิญฺจิ น กเถสิ.

สกฺโก ตสฺสา อกถิตภาวํ ญตฺวา ตตฺเถว อนฺตรหิโต หุตฺวา ปุนทิวเส ตายเมว เวลาย โลหปาตึ กหาปณปูรํ อาทาย ‘‘ภทฺเท, ตฺวํ มํ กามรติยา สนฺตปฺเปหิ, อิมํ เต กหาปณปูรํ โลหปาตึ ทสฺสามี’’ติ อาห. ตํ ทิสฺวา ราชธีตา สตฺตมํ คาถมาห –

๔๓. ‘‘นารึ นโร นิชฺฌปยํ ธเนน, อุกฺกํสตี ยตฺถ กโรติ ฉนฺทํ;

วิปจฺจนีโก ตว เทวธมฺโม, ปจฺจกฺขโต โถกตเรน เอสี’’ติ.

ตสฺสตฺโถ – โภ ปุริส, ตฺวํ ชโฬ. นโร หิ นาม นารึ กิเลสรติการณา ธเนน นิชฺฌาเปนฺโต สญฺญาเปนฺโต ยตฺถ นาริยา ฉนฺทํ กโรติ, ตํ อุกฺกํสติ วณฺเณตฺวา โถเมตฺวา พหุตเรน ธเนน ปโลเภติ, ตุยฺหํ ปเนโส เทวสภาโว วิปจฺจนีโก, ตฺวญฺหิ มยา ปจฺจกฺขโต โถกตเรน เอสิ, ปฐมทิวเส สุวณฺณปูรํ สุวณฺณปาตึ อาหริตฺวา, ทุติยทิวเส สุวณฺณปูรํ รูปิยปาตึ, ตติยทิวเส กหาปณปูรํ โลหปาตึ อาหรสีติ.

ตํ สุตฺวา สกฺโก ‘‘ภทฺเท ราชกุมาริ, อหํ เฉกวาณิโช น นิรตฺถเกน อตฺถํ นาเสมิ, สเจ ตฺวํ อายุนา วา วณฺเณน วา วฑฺเฒยฺยาสิ, อหํ เต ปณฺณาการํ วฑฺเฒตฺวา อาหเรยฺยํ, ตฺวํ ปน ปริหายเสว, เตนาหมฺปิ ธนํ ปริหาเปมี’’ติ วตฺวา ติสฺโส คาถา อภาสิ –

๔๔. ‘‘อายุ จ วณฺโณ จ มนุสฺสโลเก, นิหียติ มนุชานํ สุคตฺเต;