๑๐. ทสกนิปาโต
[๔๓๙] ๑. จตุทฺวารชาตกวณฺณนา
จตุทฺวารมิทํ นครนฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ ทุพฺพจภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ. ปจฺจุปฺปนฺนวตฺถุ นวกนิปาตสฺส ปฐมชาตเก วิตฺถาริตเมว. อิธ ปน สตฺถา ตํ ภิกฺขุํ ‘‘สจฺจํ กิร ตฺวํ ภิกฺขุ ทุพฺพโจ’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘สจฺจํ, ภนฺเต’’ติ วุตฺเต ‘‘ปุพฺเพปิ ตฺวํ ภิกฺขุ ทุพฺพจตาย ปณฺฑิตานํ วจนํ อกตฺวา ขุรจกฺกํ อาปาเทสี’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.
อตีเต กสฺสปทสพลสฺส กาเล พาราณสิยํ อสีติโกฏิวิภวสฺส เสฏฺฐิโน เอโก ปุตฺโต มิตฺตวินฺทโก นาม อโหสิ. ตสฺส มาตาปิตโร โสตาปนฺนา อเหสุํ, โส ปน ทุสฺสีโล อสฺสทฺโธ. อถ นํ อปรภาเค ปิตริ กาลกเต มาตา กุฏุมฺพํ วิจาเรนฺตี อาห – ‘‘ตาต, ตยา ทุลฺลภํ มนุสฺสตฺตํ ลทฺธํ, ทานํ เทหิ, สีลํ รกฺขาหิ, อุโปสถกมฺมํ กโรหิ, ธมฺมํ สุณาหี’’ติ. อมฺม, น มยฺหํ ทานาทีหิ อตฺโถ, มา มํ กิญฺจิ อวจุตฺถ, อหํ ยถากมฺมํ คมิสฺสามีติ. เอวํ วทนฺตมฺปิ นํ เอกทิวสํ ปุณฺณมุโปสถทิวเส มาตา อาห – ‘‘ตาต, อชฺช อภิลกฺขิโต มหาอุโปสถทิวโส, อชฺช อุโปสถํ สมาทิยิตฺวา วิหารํ คนฺตฺวา สพฺพรตฺตึ ธมฺมํ สุตฺวา เอหิ, อหํ เต สหสฺสํ ทสฺสามี’’ติ. โส ‘‘สาธู’’ติ ธนโลเภน อุโปสถํ สมาทิยิตฺวา ภุตฺตปาตราโส วิหารํ คนฺตฺวา ทิวสํ วีตินาเมตฺวา รตฺตึ ยถา เอกมฺปิ ธมฺมปทํ กณฺณํ น ปหรติ, ตถา เอกสฺมึ ปเทเส นิปชฺชิตฺวา นิทฺทํ โอกฺกมิตฺวา ปุนทิวเส ปาโตว มุขํ โธวิตฺวา เคหํ คนฺตฺวา นิสีทิ.
มาตา ปนสฺส ‘‘อชฺช เม ปุตฺโต ธมฺมํ สุตฺวา ปาโตว ธมฺมกถิกตฺเถรํ อาทาย อาคมิสฺสตี’’ติ ยาคุํ ขาทนียํ โภชนียํ ปฏิยาเทตฺวา อาสนํ ปญฺญเปตฺวา ตสฺสาคมนํ ปฏิมาเนนฺตี ตํ เอกกํ อาคตํ ทิสฺวา ‘‘ตาต, ธมฺมกถิโก เกน น อานีโต’’ติ วตฺวา ‘‘น มยฺหํ ธมฺมกถิเกน อตฺโถ’’ติ วุตฺเต ‘‘เตน หิ ยาคุํ ปิวา’’ติ อาห. โส ‘‘ตุเมฺหหิ มยฺหํ สหสฺสํ ปฏิสฺสุตํ, ตํ ตาว เม เทถ, ปจฺฉา ปิวิสฺสามี’’ติ อาห. ‘‘ปิว, ตาต, ปจฺฉา ทสฺสามี’’ติ. ‘‘คเหตฺวาว ปิวิสฺสามี’’ติ. อถสฺส มาตา สหสฺสภณฺฑิกํ ปุรโต ฐเปสิ. โส ยาคุํ ปิวิตฺวา สหสฺสภณฺฑิกํ คเหตฺวา โวหารํ กโรนฺโต น จิรสฺเสว วีสสตสหสฺสํ อุปฺปาเทสิ. อถสฺส เอตทโหสิ – ‘‘นาวํ อุปฏฺฐเปตฺวา โวหารํ กริสฺสามี’’ติ. โส นาวํ อุปฏฺฐเปตฺวา ‘‘อมฺม, อหํ นาวาย โวหารํ กริสฺสามี’’ติ อาห. อถ นํ มาตา ‘‘ตฺวํ ตาต, เอกปุตฺตโก, อิมสฺมึ ฆเร ธนมฺปิ พหุ, สมุทฺโท อเนกาทีนโว, มา คมี’’ติ นิวาเรสิ. โส ‘‘อหํ คมิสฺสาเมว, น สกฺกา มํ นิวาเรตุ’’นฺติ วตฺวา ‘‘อหํ ตํ, ตาต, วาเรสฺสามี’’ติ มาตรา หตฺเถ คหิโต หตฺถํ วิสฺสชฺชาเปตฺวา มาตรํ ปหริตฺวา ปาเตตฺวา อนฺตรํ กตฺวา คนฺตฺวา นาวาย สมุทฺทํ ปกฺขนฺทิ.
นาวา สตฺตเม ทิวเส มิตฺตวินฺทกํ นิสฺสาย สมุทฺทปิฏฺเฐ นิจฺจลา อฏฺฐาสิ. กาฬกณฺณิสลากา กริยมานา มิตฺตวินฺทกสฺเสว หตฺเถ ติกฺขตฺตุํ ปติ. อถสฺส อุฬุมฺปํ ทตฺวา ‘‘อิมํ เอกํ นิสฺสาย พหู มา นสฺสนฺตู’’ติ ตํ สมุทฺทปิฏฺเฐ ขิปึสุ. ตาวเทว นาวา ชเวน มหาสมุทฺทํ ปกฺขนฺทิ. โสปิ อุฬุมฺเป นิปชฺชิตฺวา เอกํ ทีปกํ ปาปุณิ. ตตฺถ ผลิกวิมาเน จตสฺโส เวมานิกเปติโย อทฺทส. ตา สตฺตาหํ ทุกฺขํ อนุภวนฺติ, สตฺตาหํ สุขํ. โส ตาหิ สทฺธึ สตฺตาหํ ทิพฺพสมฺปตฺตึ อนุภวิ. อถ นํ ตา ทุกฺขานุภวนตฺถาย คจฺฉมานา ‘‘สามิ, มยํ สตฺตเม ทิวเส อาคมิสฺสาม, ยาว มยํ อาคจฺฉาม, ตาว อนุกฺกณฺฐมาโน อิเธว วสา’’ติ วตฺวา อคมํสุ. โส ตณฺหาวสิโก หุตฺวา ตสฺมึเยว ผลเก นิปชฺชิตฺวา ปุน สมุทฺทปิฏฺเฐน คจฺฉนฺโต อปรํ ทีปกํ ปตฺวา ตตฺถ รชตวิมาเน อฏฺฐ เวมานิกเปติโย ทิสฺวา เอเตเนว อุปาเยน อปรสฺมึ ทีปเก มณิวิมาเน โสฬส, อปรสฺมึ ทีปเก กนกวิมาเน ทฺวตฺตึส เวมานิกเปติโย ทิสฺวา ตาหิ สทฺธึ ทิพฺพสมฺปตฺตึ อนุภวิตฺวา ตาสมฺปิ ทุกฺขํ อนุภวิตุํ คตกาเล ปุน สมุทฺทปิฏฺเฐน คจฺฉนฺโต เอกํ ปาการปริกฺขิตฺตํ จตุทฺวารํ นครํ อทฺทส. อุสฺสทนิรโย กิเรส, พหูนํ เนรยิกสตฺตานํ กมฺมกรณานุภวนฏฺฐานํ มิตฺตวินฺทกสฺส อลงฺกตปฏิยตฺตนครํ วิย หุตฺวา อุปฏฺฐาสิ.
โส ‘‘อิมํ นครํ ปวิสิตฺวา ราชา ภวิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ขุรจกฺกํ อุกฺขิปิตฺวา สีเส ปจฺจมานํ เนรยิกสตฺตํ อทฺทส. อถสฺส ตํ ตสฺส สีเส ขุรจกฺกํ ปทุมํ วิย หุตฺวา อุปฏฺฐาสิ. อุเร ปญฺจงฺคิกพนฺธนํ อุรจฺฉทปสาธนํ หุตฺวา สีสโต คลนฺตํ โลหิตํ โลหิตจนฺทนวิเลปนํ วิย หุตฺวา ปริเทวนสทฺโท มธุรสโร คีตสทฺโท วิย หุตฺวา อุปฏฺฐาสิ. โส ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘โภ ปุริส, จิรํ ตยา ปทุมํ ธาริตํ, เทหิ เม เอต’’นฺติ อาห. ‘‘สมฺม, นยิทํ ปทุมํ, ขุรจกฺกํ เอต’’นฺติ. ‘‘ตฺวํ มยฺหํ อทาตุกามตาย เอวํ วทสี’’ติ. เนรยิกสตฺโต จินฺเตสิ ‘‘มยฺหํ กมฺมํ ขีณํ ภวิสฺสติ, อิมินาปิ มยา วิย มาตรํ ปหริตฺวา อาคเตน ภวิตพฺพํ, ทสฺสามิสฺส ขุรจกฺก’’นฺติ. อถ นํ ‘‘เอหิ โภ, คณฺห อิม’’นฺติ วตฺวา ขุรจกฺกํ ตสฺส สีเส ขิปิ, ตํ ตสฺส มตฺถกํ ปิสมานํ ภสฺสิ. ตสฺมึ ขเณ มิตฺตวินฺทโก ตสฺส ขุรจกฺกภาวํ ญตฺวา ‘‘ตว ขุรจกฺกํ คณฺห, ตว ขุรจกฺกํ คณฺหา’’ติ เวทนาปฺปตฺโต ปริเทวิ, อิตโร อนฺตรธายิ. ตทา โพธิสตฺโต รุกฺขเทวตา หุตฺวา มหนฺเตน ปริวาเรน อุสฺสทจาริกํ จรมาโน ตํ ฐานํ ปาปุณิ. มิตฺตวินฺทโก ตํ โอโลเกตฺวา ‘‘สามิ เทวราช, อิทํ มํ จกฺกํ สณฺหกรณิยํ วิย ติลานิ ปิสมานํ โอตรติ, กึ นุ โข มยา ปาปํ ปกต’’นฺติ ปุจฺฉนฺโต เทฺว คาถา อภาสิ –
๑. ‘‘จตุทฺวารมิทํ นครํ, อายสํ ทฬฺหปาการํ;
โอรุทฺธปฏิรุทฺโธสฺมิ, กึ ปาปํ ปกตํ มยา.
๒. ‘‘สพฺเพ อปิหิตา ทฺวารา, โอรุทฺโธสฺมิ ยถา ทิโช;
กิมาธิกรณํ ยกฺข, จกฺกาภินิหโต อห’’นฺติ.
ตตฺถ ทฬฺหปาการนฺติ ถิรปาการํ. ‘‘ทฬฺหโตรณ’’นฺติปิ ปาโฐ, ถิรทฺวารนฺติ อตฺโถ. โอรุทฺธปฏิรุทฺโธสฺมีติ อนฺโต กตฺวา สมนฺตา ปากาเรน รุทฺโธ, ปลายนฏฺฐานํ น ปญฺญายติ. กึ ปาปํ ปกตนฺติ กึ นุ โข มยา ปาปกมฺมํ กตํ. อปิหิตาติ ถกิตา. ยถา ทิโชติ ปญฺชเร ปกฺขิตฺโต สกุโณ วิย. กิมาธิกรณนฺติ กึ การณํ. จกฺกาภินิหโตติ จกฺเกน อภินิหโต.
อถสฺส เทวราชา การณํ กเถตุํ ฉ คาถา อภาสิ –
๓. ‘‘ลทฺธา สตสหสฺสานิ, อติเรกานิ วีสติ;
อนุกมฺปกานํ ญาตีนํ, วจนํ สมฺม นากริ.
๔. ‘‘ลงฺฆึ สมุทฺทํ ปกฺขนฺทิ, สาครํ อปฺปสิทฺธิกํ;
จตุพฺภิ อฏฺฐชฺฌคมา, อฏฺฐาหิปิ จ โสฬส.
๕. ‘‘โสฬสาหิ จ พาตฺตึส, อติจฺฉํ จกฺกมาสโท;
อิจฺฉาหตสฺส โปสสฺส, จกฺกํ ภมติ มตฺถเก.
๖. ‘‘อุปริวิสาลา ทุปฺปูรา, อิจฺฉา วิสฏคามินี;
เย จ ตํ อนุคิชฺฌนฺติ, เต โหนฺติ จกฺกธาริโน.
๗. ‘‘พหุภณฺฑํ อวหาย, มคฺคํ อปฺปฏิเวกฺขิย;
เยสญฺเจตํ อสงฺขาตํ, เต โหนฺติ จกฺกธาริโน.
๘. ‘‘กมฺมํ สเมกฺเข วิปุลญฺจ โภคํ, อิจฺฉํ น เสเวยฺย อนตฺถสํหิตํ;
กเรยฺย วากฺยํ อนุกมฺปกานํ, ตํ ตาทิสํ นาติวตฺเตยฺย จกฺก’’นฺติ.
ตตฺถ ลทฺธา สตสหสฺสานิ, อติเรกานิ วีสตีติ ตฺวํ อุโปสถํ กตฺวา มาตุ สนฺติกา สหสฺสํ คเหตฺวา โวหารํ กโรนฺโต สตสหสฺสานิ จ อติเรกานิ วีสติสหสฺสานิ ลภิตฺวา. นากรีติ เตน ธเนน อสนฺตุฏฺโฐ นาวาย สมุทฺทํ ปวิสนฺโต สมุทฺเท อาทีนวญฺจ กเถตฺวา มาตุยา วาริยมาโนปิ อนุกมฺปกานํ ญาตีนํ วจนํ น กโรสิ, โสตาปนฺนํ มาตรํ ปหริตฺวา อนฺตรํ กตฺวา นิกฺขนฺโตเยวาสีติ ทีเปติ.
ลงฺฆินฺติ นาวํ อุลฺลงฺฆนสมตฺถํ. ปกฺขนฺทีติ ปกฺขนฺโทสิ. อปฺปสิทฺธิกนฺติ มนฺทสิทฺธึ วินาสพหุลํ. จตุพฺภิ อฏฺฐาติ อถ นํ นิสฺสาย ฐิตาย นาวาย ผลกํ ทตฺวา สมุทฺเท ขิตฺโตปิ ตฺวํ มาตรํ นิสฺสาย เอกทิวสํ กตสฺส อุโปสถกมฺมสฺส นิสฺสนฺเทน ผลิกวิมาเน จตสฺโส อิตฺถิโย ลภิตฺวา ตโต รชตวิมาเน อฏฺฐ, มณิวิมาเน โสฬส, กนกวิมาเน ทฺวตฺตึส อธิคโตสีติ. อติจฺฉํ จกฺกมาสโทติ อถ ตฺวํ ยถาลทฺเธน อสนฺตุฏฺโฐ ‘‘อตฺร อุตฺตริตรํ ลภิสฺสามี’’ติ เอวํ ลทฺธํ ลทฺธํ อติกฺกมนโลภสงฺขาตาย อติจฺฉาย สมนฺนาคตตฺตา อติจฺโฉ ปาปปุคฺคโล ตสฺส อุโปสถกมฺมสฺส ขีณตฺตา ทฺวตฺตึส อิตฺถิโย อติกฺกมิตฺวา อิมํ เปตนครํ อาคนฺตฺวา ตสฺส มาตุปหารทานอกุสลสฺส นิสฺสนฺเทน อิทํ ขุรจกฺกํ สมฺปตฺโตสิ. ‘‘อตฺริจฺฉ’’นฺติปิ ปาโฐ, อตฺร อตฺร อิจฺฉมาโนติ อตฺโถ. ‘‘อตฺริจฺฉา’’ติปิ ปาโฐ, อตฺริจฺฉายาติ อตฺโถ. ภมตีติ ตสฺส เต อิจฺฉาหตสฺส โปสสฺส อิทํ จกฺกํ มตฺถกํ ปิสมานํ อิทานิ กุมฺภการจกฺกํ วิย มตฺถเก ภมตีติ อตฺโถ.
เย จ ตํ อนุคิชฺฌนฺตีติ ตณฺหา นาเมสา คจฺฉนฺตี อุปรูปริ วิสาลา โหติ, สมุทฺโท วิย จ ทุปฺปูรา, รูปาทีสุ ตสฺส ตสฺส อิจฺฉนอิจฺฉาย วิสฏคามินี, ตํ เอวรูปํ ตณฺหํ เย จ อนุคิชฺฌนฺติ คิทฺธา คธิตา หุตฺวา ปุนปฺปุนํ อลฺลียนฺติ. เต โหนฺติ จกฺกธาริโนติ เต เอวํ ปจฺจนฺตา ขุรจกฺกํ ธาเรนฺติ. พหุภณฺฑนฺติ มาตาปิตูนํ สนฺตกํ พหุธนํ โอหาย. มคฺคนฺติ คนฺตพฺพํ อปฺปสิทฺธิกํ สมุทฺทมคฺคํ อปจฺจเวกฺขิตฺวา ยถา ตฺวํ ปฏิปนฺโน, เอวเมว อญฺเญสมฺปิ เยสญฺเจตํ อสงฺขาตํ อวีมํสิตํ, เต ยถา ตฺวํ ตเถว ตณฺหาวสิกา หุตฺวา ธนํ ปหาย คมนมคฺคํ อนเปกฺขิตฺวา ปฏิปนฺนา จกฺกธาริโน โหนฺติ. กมฺมํ สเมกฺเขติ ตสฺมา ปณฺฑิโต ปุริโส อตฺตนา กตฺตพฺพกมฺมํ ‘‘สโทสํ นุ โข, นิทฺโทส’’นฺติ สเมกฺเขยฺย ปจฺจเวกฺเขยฺย. วิปุลญฺจ โภคนฺติ อตฺตโน ธมฺมลทฺธํ ธนราสิมฺปิ สเมกฺเขยฺย. นาติวตฺเตยฺยาติ ตํ ตาทิสํ ปุคฺคลํ อิทํ จกฺกํ น อติวตฺเตยฺย นาวตฺถเรยฺย. ‘‘นาติวตฺเตตี’’ติปิ ปาโฐ, นาวตฺถรตีติ อตฺโถ.
ตํ สุตฺวา มิตฺตวินฺทโก ‘‘อิมินา เทวปุตฺเตน มยา กตกมฺมํ ตถโต ญาตํ, อยํ มยฺหํ ปจฺจนปมาณมฺปิ ชานิสฺสติ, ปุจฺฉามิ น’’นฺติ จินฺเตตฺวา นวมํ คาถมาห –
๙. ‘‘กีวจิรํ นุ เม ยกฺข, จกฺกํ สิรสิ ฐสฺสติ;
กติ วสฺสสหสฺสานิ, ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโต’’ติ.
อถสฺส กเถนฺโต มหาสตฺโต ทสมํ คาถมาห –
๑๐. ‘‘อติสโร ปจฺจสโร, มิตฺตวินฺท สุโณหิ เม;
จกฺกํ เต สิรสิ มาวิทฺธํ, น ตํ ชีวํ ปโมกฺขสี’’ติ.
ตตฺถ อติสโรติ อติสรีติปิ อติสโร, อติสริสฺสตีติปิ อติสโร. ปจฺจสโรติ ตสฺเสว เววจนํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – สมฺม มิตฺตวินฺทก, สุโณหิ เม วจนํ, ตฺวญฺหิ อติทารุณสฺส กมฺมสฺส กตตฺตา อติสโร, ตสฺส ปน น สกฺกา วสฺสคณนาย วิปาโก ปญฺญาเปตุนฺติ อปริมาณํ อติมหนฺตํ วิปากทุกฺขํ สริสฺสสิ ปฏิปชฺชิสฺสสีติ อติสโร. เตน เต ‘‘เอตฺตกานิ วสฺสสหสฺสานี’’ติ วตฺตุํ น สกฺโกมิ. สิรสิมาวิทฺธนฺติ ยํ ปน เต อิทํ จกฺกํ สิรสฺมึ อาวิทฺธํ กุมฺภการจกฺกมิว ภมติ. น ตํ ชีวํ ปโมกฺขสีติ ตํ ตฺวํ ยาว เต กมฺมวิปาโก น ขียติ, ตาว ชีวมาโน น ปโมกฺขสิ, กมฺมวิปาเก ปน ขีเณ อิทํ จกฺกํ ปหาย ยถากมฺมํ คมิสฺสสีติ.
อิทํ วตฺวา เทวปุตฺโต อตฺตโน เทวฏฺฐานเมว คโต, อิตโรปิ มหาทุกฺขํ ปฏิปชฺชิ.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา มิตฺตวินฺทโก อยํ ทุพฺพจภิกฺขุ อโหสิ, เทวราชา ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.
จตุทฺวารชาตกวณฺณนา ปฐมา.
[๔๔๐] ๒. กณฺหชาตกวณฺณนา
กโณฺห วตายํ ปุริโสติ อิทํ สตฺถา กปิลวตฺถุํ อุปนิสฺสาย นิโคฺรธาราเม วิหรนฺโต สิตปาตุกมฺมํ อารพฺภ กเถสิ. ตทา กิร สตฺถา สายนฺหสมเย นิโคฺรธาราเม ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต ชงฺฆวิหารํ อนุจงฺกมมาโน อญฺญตรสฺมึ ปเทเส สิตํ ปาตฺวากาสิ. อานนฺทตฺเถโร ‘‘โก นุ โข เหตุ, โก ปจฺจโย ภควโต สิตสฺส ปาตุกมฺมาย, น อเหตุ ตถาคตา สิตํ ปาตุกโรนฺติ, ปุจฺฉิสฺสามิ ตาวา’’ติ อญฺชลึ ปคฺคยฺห สิตการณํ ปุจฺฉิ. อถสฺส สตฺถา ‘‘ภูตปุพฺพํ, อานนฺท, กโณฺห นาม อิสิ อโหสิ, โส อิมสฺมึ ภูมิปฺปเทเส วิหาสิ ฌายี ฌานรโต, ตสฺส สีลเตเชน สกฺกสฺส ภวนํ กมฺปี’’ติ สิตการณํ วตฺวา ตสฺส วตฺถุโน อปากฏตฺตา เถเรน ยาจิโต อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต พาราณสิยํ เอเกน อสีติโกฏิวิภเวน อปุตฺตเกน พฺราหฺมเณน สีลํ สมาทิยิตฺวา ปุตฺเต ปตฺถิเต โพธิสตฺโต ตสฺส พฺราหฺมณิยา กุจฺฉิมฺหิ นิพฺพตฺติ. กาฬวณฺณตฺตา ปนสฺส นามคฺคหณทิวเส ‘‘กณฺหกุมาโร’’ติ นามํ อกํสุ. โส โสฬสวสฺสกาเล มณิปฏิมา วิย โสภคฺคปฺปตฺโต หุตฺวา ปิตรา สิปฺปุคฺคหณตฺถาย เปสิโต ตกฺกสิลายํ สพฺพสิปฺปานิ อุคฺคเหตฺวา ปจฺจาคจฺฉิ. อถ นํ ปิตา อนุรูเปน ทาเรน สํโยเชสิ. โส อปรภาเค มาตาปิตูนํ อจฺจเยน สพฺพิสฺสริยํ ปฏิปชฺชิ. อเถกทิวสํ รตนโกฏฺฐาคารานิ วิโลเกตฺวา วรปลฺลงฺกมชฺฌคโต สุวณฺณปฏฺฏํ อาหราเปตฺวา ‘‘เอตฺตกํ ธนํ อสุเกน อุปฺปาทิตํ, เอตฺตกํ อสุเกนา’’ติ ปุพฺพญาตีหิ สุวณฺณปฏฺเฏ ลิขิตานิ อกฺขรานิ ทิสฺวา จินฺเตสิ ‘‘เยหิ อิมํ ธนํ อุปฺปาทิตํ, เต น ปญฺญายนฺติ, ธนเมว ปญฺญายติ, เอโกปิ อิทํ ธนํ คเหตฺวา คโต นาม นตฺถิ, น โข ปน สกฺกา ธนภณฺฑิกํ พนฺธิตฺวา ปรโลกํ คนฺตุํ. ปญฺจนฺนํ เวรานํ สาธารณภาเวน หิ อสารสฺส ธนสฺส ทานํ สาโร, พหุโรคสาธารณภาเวน อสารสฺส สรีรสฺส สีลวนฺเตสุ อภิวาทนาทิกมฺมํ สาโร, อนิจฺจาภิภูตภาเวน อสารสฺส ชีวิตสฺส อนิจฺจาทิวเสน วิปสฺสนาโยโค สาโร, ตสฺมา อสาเรหิ โภเคหิ สารคฺคหณตฺถํ ทานํ ทสฺสามี’’ติ.
โส อาสนา วุฏฺฐาย รญฺโญ สนฺติกํ คนฺตฺวา ราชานํ อาปุจฺฉิตฺวา มหาทานํ ปวตฺเตสิ. ยาว สตฺตมา ทิวสา ธนํ อปริกฺขียมานํ ทิสฺวา ‘‘กึ เม ธเนน, ยาว มํ ชรา นาภิภวติ, ตาวเทว ปพฺพชิตฺวา อภิญฺญา จ สมาปตฺติโย จ นิพฺพตฺเตตฺวา พฺรหฺมโลกปรายโณ ภวิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา เคเห สพฺพทฺวารานิ วิวราเปตฺวา ‘‘ทินฺนํ เม, หรนฺตู’’ติ อสุจึ วิย ชิคุจฺฉนฺโต วตฺถุกาเม ปหาย มหาชนสฺส โรทนฺตสฺส ปริเทวนฺตสฺส นครา นิกฺขมิตฺวา หิมวนฺตปเทสํ ปวิสิตฺวา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา อตฺตโน วสนตฺถาย รมณียํ ภูมิภาคํ โอโลเกนฺโต อิมํ ฐานํ ปตฺวา ‘‘อิธ วสิสฺสามี’’ติ เอกํ อินฺทวารุณีรุกฺขํ โคจรคามํ อธิฏฺฐาย ตสฺเสว รุกฺขสฺส มูเล วิหาสิ. คามนฺตเสนาสนํ ปหาย อารญฺญิโก อโหสิ, ปณฺณสาลํ อกตฺวา รุกฺขมูลิโก อโหสิ, อพฺโภกาสิโก เนสชฺชิโก. สเจ นิปชฺชิตุกาโม, ภูมิยํเยว นิปชฺชติ, ทนฺตมูสลิโก หุตฺวา อนคฺคิปกฺกเมว ขาทติ, ถุสปริกฺขิตฺตํ กิญฺจิ น ขาทติ, เอกทิวสํ เอกวารเมว ขาทติ, เอกาสนิโก อโหสิ. ขมาย ปถวีอาปเตชวายุสโม หุตฺวา เอเต เอตฺตเก ธุตงฺคคุเณ สมาทาย วตฺตติ, อิมสฺมึ กิร ชาตเก โพธิสตฺโต ปรมปฺปิจฺโฉ อโหสิ. โส น จิรสฺเสว อภิญฺญา จ สมาปตฺติโย จ นิพฺพตฺเตตฺวา ฌานกีฬํ กีฬนฺโต ตตฺเถว วสติ, ผลาผลตฺถมฺปิ อญฺญตฺถ น คจฺฉติ, รุกฺขสฺส ผลิตกาเล ผลํ ขาทติ, ปุปฺผิตกาเล ปุปฺผํ ขาทติ, สปตฺตกาเล ปตฺตานิ ขาทติ, นิปฺปตฺตกาเล ปปฏิกํ ขาทติ. เอวํ ปรมสนฺตุฏฺโฐ หุตฺวา อิมสฺมึ ฐาเน จิรํ วสติ.
โส เอกทิวสํ ปุพฺพณฺหสมเย ตสฺส รุกฺขสฺส ปกฺกานิ ผลานิ คณฺหิ, คณฺหนฺโต ปน โลลุปฺปจาเรน อุฏฺฐาย อญฺญสฺมึ ปเทเส น คณฺหาติ, ยถานิสินฺโนว หตฺถํ ปสาเรตฺวา หตฺถปฺปสารณฏฺฐาเน ฐิตานิ ผลานิ สํหรติ, เตสุปิ มนาปามนาปํ อวิจินิตฺวา สมฺปตฺตสมฺปตฺตเมว คณฺหาติ. เอวํ ปรมสนฺตุฏฺฐสฺส ตสฺส สีลเตเชน สกฺกสฺส ปณฺฑุกมฺพลสิลาสนํ อุณฺหาการํ ทสฺเสสิ. ตํ กิร สกฺกสฺส อายุกฺขเยน วา อุณฺหํ โหติ ปุญฺญกฺขเยน วา, อญฺญสฺมึ วา มหานุภาวสตฺเต ตํ ฐานํ ปตฺเถนฺเต, ธมฺมิกานํ วา มหิทฺธิกสมณพฺราหฺมณานํ สีลเตเชน อุณฺหํ โหติ. สกฺโก ‘‘โก นุ โข มํ ฐานา จาเวตุกาโม’’ติ อาวชฺเชตฺวา อิมสฺมึ ปเทเส วสนฺตํ กณฺหํ อิสึ รุกฺขผลานิ อุจฺจินนฺตํ ทิสฺวา จินฺเตสิ ‘‘อยํ อิสิ โฆรตโป ปรมชิตินฺทฺริโย, อิมํ ธมฺมกถาย สีหนาทํ นทาเปตฺวา สุการณํ สุตฺวา วเรน สนฺตปฺเปตฺวา อิมมสฺส รุกฺขํ ธุวผลํ กตฺวา อาคมิสฺสามี’’ติ. โส มหนฺเตนานุภาเวน สีฆํ โอตริตฺวา ตสฺมึ รุกฺขมูเล ตสฺส ปิฏฺฐิปสฺเส ฐตฺวา ‘‘อตฺตโน อวณฺเณ กถิเต กุชฺฌิสฺสติ นุ โข, โน’’ติ วีมํสนฺโต ปฐมํ คาถมาห –
๑๑. ‘‘กโณฺห วตายํ ปุริโส, กณฺหํ ภุญฺชติ โภชนํ;
กเณฺห ภูมิปเทสสฺมึ, น มยฺหํ มนโส ปิโย’’ติ.
ตตฺถ กโณฺหติ กาฬวณฺโณ. โภชนนฺติ รุกฺขผลโภชนํ.
กโณฺห อิสิ สกฺกสฺส วจนํ สุตฺวา ‘‘โก นุ โข มยา สทฺธึ กเถตี’’ติ ทิพฺพจกฺขุนา อุปธาเรนฺโต ‘‘สกฺโก’’ติ ญตฺวา อนิวตฺติตฺวา อโนโลเกตฺวาว ทุติยํ คาถมาห –
๑๒. ‘‘น กโณฺห ตจสา โหติ, อนฺโตสาโร หิ พฺราหฺมโณ;
ยสฺมึ ปาปานิ กมฺมานิ, ส เว กโณฺห สุชมฺปตี’’ติ.
ตตฺถ ตจสาติ ตเจน กโณฺห นาม น โหตีติ อตฺโถ. อนฺโตสาโรติ อพฺภนฺตเร สีลสมาธิปญฺญาวิมุตฺติวิมุตฺติญาณทสฺสนสาเรหิ สมนฺนาคโต. เอวรูโป หิ พาหิตปาปตฺตา พฺราหฺมโณ นาม โหติ. ส เวติ ยสฺมึ ปน ปาปานิ กมฺมานิ อตฺถิ, โส ยตฺถ กตฺถจิ กุเล ชาโตปิ เยน เกนจิ สรีรวณฺเณน สมนฺนาคโตปิ กาฬโกว.
เอวญฺจ ปน วตฺวา อิเมสํ สตฺตานํ กณฺหภาวกรานิ ปาปกมฺมานิ เอกวิธาทิเภเทหิ วิตฺถาเรตฺวา สพฺพานิปิ ตานิ ครหิตฺวา สีลาทโย คุเณ ปสํสิตฺวา อากาเส จนฺทํ อุฏฺฐาเปนฺโต วิย สกฺกสฺส ธมฺมํ เทเสสิ. สกฺโก ตสฺส ธมฺมกถํ สุตฺวา ปมุทิโต โสมนสฺสชาโต มหาสตฺตํ วเรน นิมนฺเตนฺโต ตติยํ คาถมาห –
๑๓. ‘‘เอตสฺมึ เต สุลปิเต, ปติรูเป สุภาสิเต;
วรํ พฺราหฺมณ เต ทมฺมิ, ยํ กิญฺจิ มนสิจฺฉสี’’ติ.
ตตฺถ เอตสฺมินฺติ ยํ อิทํ ตยา สพฺพญฺญุพุทฺเธน วิย สุลปิตํ, ตสฺมึ สุลปิเต ตุมฺหากเมว อนุจฺฉวิกตฺตา ปติรูเป สุภาสิเต ยํ กิญฺจิ มนสา อิจฺฉสิ, สพฺพํ เต ยํ วรํ อิจฺฉิตํ ปตฺถิตํ, ตํ ทมฺมีติ อตฺโถ.
ตํ สุตฺวา มหาสตฺโต จินฺเตสิ ‘‘อยํ กึ นุ โข อตฺตโน อวณฺเณ กถิเต กุชฺฌิสฺสติ, โนติ มํ วีมํสนฺโต มยฺหํ ฉวิวณฺณญฺจ โภชนญฺจ วสนฏฺฐานญฺจ ครหิตฺวา อิทานิ มยฺหํ อกุทฺธภาวํ ญตฺวา ปสนฺนจิตฺโต วรํ เทติ, มํ โข ปเนส ‘สกฺกิสฺสริยพฺรหฺมิสฺสริยานํ อตฺถาย พฺรหฺมจริยํ จรตี’ติปิ มญฺเญยฺย, ตตฺรสฺส นิกฺกงฺขภาวตฺถํ มยฺหํ ปเรสุ โกโธ วา โทโส วา มา อุปฺปชฺชตุ, ปรสมฺปตฺติยํ โลโภ วา ปเรสุ สิเนโห วา มา อุปฺปชฺชตุ, มชฺฌตฺโตว ภเวยฺยนฺติ อิเม มยา จตฺตาโร วเร คเหตุํ วฏฺฏตี’’ติ. โส ตสฺส นิกฺกงฺขภาวตฺถาย จตฺตาโร วเร คณฺหนฺโต จตุตฺถํ คาถมาห –
๑๔. ‘‘วรญฺเจ เม อโท สกฺก, สพฺพภูตานมิสฺสร;
สุนิกฺโกธํ สุนิทฺโทสํ, นิลฺโลภํ วุตฺติมตฺตโน;
นิเสฺนหมภิกงฺขามิ, เอเต เม จตุโร วเร’’ติ.
ตตฺถ วรญฺเจ เม อโท สกฺกาติ สเจ ตฺวํ มยฺหํ วรํ อทาสิ. สุนิกฺโกธนฺติ อกุชฺฌนวเสน สุฏฺฐุ นิกฺโกธํ. สุนิทฺโทสนฺติ อทุสฺสนวเสน สุฏฺฐุ นิทฺโทสํ. นิลฺโลภนฺติ ปรสมฺปตฺตีสุ นิลฺโลภํ. วุตฺติมตฺตโนติ เอวรูปํ อตฺตโน วุตฺตึ. นิเสฺนหนฺติ ปุตฺตธีตาทีสุ วา สวิญฺญาณเกสุ ธนธญฺญาทีสุ วา อวิญฺญาณเกสุ อตฺตโน สนฺตเกสุปิ นิเสฺนหํ อปคตโลภํ. อภิกงฺขามีติ เอวรูปํ อิเมหิ จตูหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ อตฺตโน วุตฺตึ อภิกงฺขามิ. เอเต เม จตุโร วเรติ เอเต นิกฺโกธาทิเก จตุโร มยฺหํ วเร เทหีติ.
กึ ปเนส น ชานาติ ‘‘ยถา น สกฺกา สกฺกสฺส สนฺติเก วรํ คเหตฺวา วเรน โกธาทโย หนิตุ’’นฺติ. โน น ชานาติ, สกฺเก โข ปน วรํ เทนฺเต น คณฺหามีติ วจนํ น ยุตฺตนฺติ ตสฺส จ นิกฺกงฺขภาวตฺถาย คณฺหิ. ตโต สกฺโก จินฺเตสิ ‘‘กณฺหปณฺฑิโต วรํ คณฺหนฺโต อติวิย อนวชฺเช วเร คณฺหิ, เอเตสุ วเรสุ คุณโทสํ เอตเมว ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ. อถ นํ ปุจฺฉนฺโต ปญฺจมํ คาถมาห –
๑๕. ‘‘กึนุ โกเธ วา โทเส วา, โลเภ เสฺนเห จ พฺราหฺมณ;
อาทีนวํ ตฺวํ ปสฺสสิ, ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโต’’ติ.
ตสฺสตฺโถ – พฺราหฺมณ กึ นุ โข ตฺวํ โกเธ โทเส โลเภ เสฺนเห จ อาทีนวํ ปสฺสสิ, ตํ ตาว เม ปุจฺฉิโต อกฺขาหิ, น หิ มยํ เอตฺถ อาทีนวํ ชานามาติ.
อถ นํ มหาสตฺโต ‘‘เตน หิ สุณาหี’’ติ วตฺวา จตสฺโส คาถา อภาสิ –
๑๖. ‘‘อปฺโป หุตฺวา พหุ โหติ, วฑฺฒเต โส อขนฺติโช;
อาสงฺคี พหุปายาโส, ตสฺมา โกธํ น โรจเย.
๑๗. ‘‘ทุฏฺฐสฺส ผรุสา วาจา, ปรามาโส อนนฺตรา;
ตโต ปาณิ ตโต ทณฺโฑ, สตฺถสฺส ปรมา คติ;
โทโส โกธสมุฏฺฐาโน, ตสฺมา โทสํ น โรจเย.
๑๘. ‘‘อาโลปสาหสาการา, นิกตี วญฺจนานิ จ;
ทิสฺสนฺติ โลภธมฺเมสุ, ตสฺมา โลภํ น โรจเย.
๑๙. ‘‘เสฺนหสงฺคถิตา คนฺถา, เสนฺติ มโนมยา ปุถู;
เต ภุสํ อุปตาเปนฺติ, ตสฺมา เสฺนหํ น โรจเย’’ติ.
ตตฺถ อขนฺติโชติ โส อนธิวาสกชาติกสฺส อขนฺติโต ชาโต โกโธ ปฐมํ ปริตฺโต หุตฺวา ปจฺฉา พหุ โหติ อปราปรํ วฑฺฒติ. ตสฺส วฑฺฒนภาโว ขนฺติวาทีชาตเกน (ชา. ๑.๔.๔๙ อาทโย) เจว จูฬธมฺมปาลชาตเกน (ชา. ๑.๕.๔๔ อาทโย) จ วณฺเณตพฺโพ. อปิจ ติสฺสามจฺจสฺสเปตฺถ ภริยํ อาทึ กตฺวา สพฺพํ สปริชนํ มาเรตฺวา ปจฺฉา อตฺตโน มาริตวตฺถุ กเถตพฺพํ. อาสงฺคีติ อาสงฺคกรโณ. ยสฺส อุปฺปชฺชติ, ตํ อาสตฺตํ ลคฺคิตํ กโรติ, ตํ วตฺถุํ วิสฺสชฺเชตฺวา คนฺตุํ น เทติ, นิวตฺติตฺวา อกฺโกสนาทีนิ กาเรติ. พหุปายาโสติ พหุนา กายิกเจตสิกทุกฺขสงฺขาเตน อุปายาเสน กิลมเถน สมนฺนาคโต. โกธํ นิสฺสาย หิ โกธวเสน อริยาทีสุ กตวีติกฺกมา ทิฏฺฐธมฺเม เจว สมฺปราเย จ วธพนฺธวิปฺปฏิสาราทีนิ เจว ปญฺจวิธพนฺธนกมฺมกรณาทีนิ จ พหูนิ ทุกฺขานิ อนุภวนฺตีติ โกโธ พหุปายาโส นาม. ตสฺมาติ ยสฺมา เอส เอวํ อเนกาทีนโว, ตสฺมา โกธํ น โรเจมิ.
ทุฏฺฐสฺสาติ กุชฺฌนลกฺขเณน โกเธน กุชฺฌิตฺวา อปรภาเค ทุสฺสนลกฺขเณน โทเสน ทุฏฺฐสฺส ปฐมํ ตาว ‘‘อเร, ทาส, เปสฺสา’’ติ ผรุสวาจา นิจฺฉรติ, วาจาย อนนฺตรา อากฑฺฒนวิกฑฺฒนวเสน หตฺถปรามาโส, ตโต อนนฺตรา อุปกฺกมนวเสน ปาณิ ปวตฺตติ, ตโต ทณฺโฑ, ทณฺฑปฺปหาเร อติกฺกมิตฺวา ปน เอกโตธารอุภโตธารสฺส สตฺถสฺส ปรมา คติ, สพฺพปริยนฺตา สตฺถนิปฺผตฺติ โหติ. ยทา หิ สตฺเถน ปรํ ชีวิตา โวโรเปตฺวา ปจฺฉา เตเนว สตฺเถน อตฺตานํ ชีวิตา โวโรเปติ, ตทา โทโส มตฺถกปฺปตฺโต โหติ. โทโส โกธสมุฏฺฐาโนติ ยถา อนมฺพิลํ ตกฺกํ วา กญฺชิกํ วา ปริณามวเสน ปริวตฺติตฺวา อมฺพิลํ โหติ, ตํ เอกชาติกมฺปิ สมานํ อมฺพิลํ อนมฺพิลนฺติ นานา วุจฺจติ, ตถา ปุพฺพกาเล โกโธ ปริณมิตฺวา อปรภาเค โทโส โหติ. โส อกุสลมูลตฺเตน เอกชาติโกปิ สมาโน โกโธ โทโสติ นานา วุจฺจติ. ยถา อนมฺพิลโต อมฺพิลํ, เอวํ โสปิ โกธโต สมุฏฺฐาตีติ โกธสมุฏฺฐาโน. ตสฺมาติ ยสฺมา เอวํ อเนกาทีนโว โทโส, ตสฺมา โทสมฺปิ น โรเจมิ.
อาโลปสาหสาการาติ ทิวา ทิวสฺเสว คามํ ปหริตฺวา วิลุมฺปนานิ จ อาวุธํ สรีเร ฐเปตฺวา ‘‘อิทํ นาม เม เทหี’’ติ สาหสาการา จ. นิกตี วญฺจนานิ จาติ ปติรูปกํ ทสฺเสตฺวา ปรสฺส หรณํ นิกติ นาม, สา อสุวณฺณเมว ‘‘สุวณฺณ’’นฺติ กูฏกหาปณํ ‘‘กหาปโณ’’ติ ทตฺวา ปรสนฺตกคฺคหเณ ทฏฺฐพฺพา. ปฏิภานวเสน ปน อุปายกุสลตาย ปรสนฺตกคฺคหณํ วญฺจนํ นาม. ตสฺเสวํ ปวตฺติ ทฏฺฐพฺพา – เอโก กิร อุชุชาติโก คามิกปุริโส อรญฺญโต สสกํ อาเนตฺวา นทีตีเร ฐเปตฺวา นฺหายิตุํ โอตริ. อเถโก ธุตฺโต ตํ สสกํ สีเส กตฺวา นฺหายิตุํ โอติณฺโณ. อิตโร อุตฺตริตฺวา สสกํ อปสฺสนฺโต อิโต จิโต จ วิโลเกสิ. ตเมนํ ธุตฺโต ‘‘กึ โภ วิโลเกสี’’ติ วตฺวา ‘‘อิมสฺมึ เม ฐาเน สสโก ฐปิโต, ตํ น ปสฺสามี’’ติ วุตฺเต ‘‘อนฺธพาล, ตฺวํ น ชานาสิ, สสกา นาม นทีตีเร ฐปิตา ปลายนฺติ, ปสฺส อหํ อตฺตโน สสกํ สีเส ฐเปตฺวาว นฺหายามี’’ติ อาห. โส อปฺปฏิภานตาย ‘‘เอวํ ภวิสฺสตี’’ติ ปกฺกามิ. เอกกหาปเณน มิคโปตกํ คเหตฺวา ปุน ตํ ทตฺวา ทฺวิกหาปณคฺฆนกสฺส มิคสฺส คหิตวตฺถุเปตฺถ กเถตพฺพํ. ทิสฺสนฺติ โลภธมฺเมสูติ สกฺก, อิเม อาโลปาทโย ปาปธมฺมา โลภสภาเวสุ โลภาภิภูเตสุ สตฺเตสุ ทิสฺสนฺติ. น หิ อลุทฺธา เอวรูปานิ กมฺมานิ กโรนฺติ. เอวํ โลโภ อเนกาทีนโว, ตสฺมา โลภมฺปิ น โรเจมิ.
เสฺนหสงฺคถิตา คนฺถาติ อารมฺมเณสุ อลฺลียนลกฺขเณน เสฺนเหน สงฺคถิตา ปุนปฺปุนํ อุปฺปาทวเสน ฆฏิตา สุตฺเตน ปุปฺผานิ วิย พทฺธา นานปฺปกาเรสุ อารมฺมเณสุ ปวตฺตมานา อภิชฺฌากายคนฺถา. เสนฺติ มโนมยา ปุถูติ เต ปุถูสุ อารมฺมเณสุ อุปฺปนฺนา สุวณฺณาทีหิ นิพฺพตฺตานิ สุวณฺณาทิมยานิ อาภรณาทีนิ วิย มเนน นิพฺพตฺตตฺตา มโนมยา อภิชฺฌากายคนฺถา เตสุ อารมฺมเณสุ เสนฺติ อนุเสนฺติ. เต ภุสํ อุปตาเปนฺตีติ เต เอวํ อนุสยิตา พลวตาปํ ชเนนฺตา ภุสํ อุปตาเปนฺติ อติกิลเมนฺติ. เตสํ ปน ภุสํ อุปตาปเน ‘‘สลฺลวิทฺโธว รุปฺปตี’’ติ (สุ. นิ. ๗๗๓) คาถาย วตฺถุ, ‘‘ปิยชาติกา หิ คหปติ, โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสา ปิยปฺปภุติกา’’ (ม. นิ. ๒.๓๕๓), ‘‘ปิยโต ชายตี โสโก’’ติอาทีนิ (ธ. ป. ๒๑๒) สุตฺตานิ จ อาหริตพฺพานิ. อปิจ มงฺคลโพธิสตฺตสฺส ทารเก ทตฺวา พลวโสเกน หทยํ ผลิ, เวสฺสนฺตรโพธิสตฺตสฺส มหนฺตํ โทมนสฺสํ อุทปาทิ. เอวํ ปูริตปารมีนํ มหาสตฺตานํ เปมํ อุปตาปํ กโรติเยว. อยํ เสฺนเห อาทีนโว, ตสฺมา เสฺนหมฺปิ น โรเจมีติ.
สกฺโก ปญฺหวิสฺสชฺชนํ สุตฺวา ‘‘กณฺหปณฺฑิต ตยา อิเม ปญฺหา พุทฺธลีฬาย สาธุกํ กถิตา, อติวิย ตุฏฺโฐสฺมิ เต, อปรมฺปิ วรํ คณฺหาหี’’ติ วตฺวา ทสมํ คาถมาห –
๒๐. ‘‘เอตสฺมึ เต สุลปิเต, ปติรูเป สุภาสิเต;
วรํ พฺราหฺมณ เต ทมฺมิ, ยํ กิญฺจิ มนสิจฺฉสี’’ติ.
ตโต โพธิสตฺโต อนนฺตรคาถมาห –
๒๑. ‘‘วรญฺเจ เม อโท สกฺก, สพฺพภูตานมิสฺสร;
อรญฺเญ เม วิหรโต, นิจฺจํ เอกวิหาริโน;
อาพาธา มา อุปฺปชฺเชยฺยุํ, อนฺตรายกรา ภุสา’’ติ.
ตตฺถ อนฺตรายกรา ภุสาติ อิมสฺส เม ตโปกมฺมสฺส อนฺตรายกรา.
ตํ สุตฺวา สกฺโก ‘‘กณฺหปณฺฑิโต วรํ คณฺหนฺโต น อามิสสนฺนิสฺสิตํ คณฺหาติ, ตโปกมฺมนิสฺสิตเมว คณฺหาตี’’ติ จินฺเตตฺวา ภิยฺโยโสมตฺตาย ปสนฺโน อปรมฺปิ วรํ ททมาโน อิตรํ คาถมาห –
๒๒. ‘‘เอตสฺมึ เต สุลปิเต, ปติรูเป สุภาสิเต;
วรํ พฺราหฺมณ เต ทมฺมิ, ยํ กิญฺจิ มนสิจฺฉสี’’ติ.
โพธิสตฺโตปิ วรคฺคหณาปเทเสน ตสฺส ธมฺมํ เทเสนฺโต โอสานคาถมาห –
๒๓. ‘‘วรญฺเจ เม อโท สกฺก, สพฺพภูตานมิสฺสร;
น มโน วา สรีรํ วา, มํ-กเต สกฺก กสฺสจิ;
กทาจิ อุปหญฺเญถ, เอตํ สกฺก วรํ วเร’’ติ.
ตตฺถ มโน วาติ มโนทฺวารํ วา. สรีรํ วาติ กายทฺวารํ วา, วจีทฺวารมฺปิ เอเตสํ คหเณน คหิตเมวาติ เวทิตพฺพํ. มํ-กเตติ มม การณา. อุปหญฺเญถาติ อุปฆาตํ อาปชฺเชยฺย อปริสุทฺธํ อสฺส. อิทํ วุตฺตํ โหติ – สกฺก เทวราช, มม การณา มํ นิสฺสาย มม อนตฺถกามตาย กสฺสจิ สตฺตสฺส กิสฺมิญฺจิ กาเล อิทํ ติวิธมฺปิ กมฺมทฺวารํ น อุปหญฺเญถ, ปาณาติปาตาทีหิ ทสหิ อกุสลกมฺมปเถหิ วิมุตฺตํ ปริสุทฺธเมว ภเวยฺยาติ.
อิติ มหาสตฺโต ฉสุปิ ฐาเนสุ วรํ คณฺหนฺโต เนกฺขมฺมนิสฺสิตเมว คณฺหิ, ชานาติ เจส ‘‘สรีรํ นาม พฺยาธิธมฺมํ, น ตํ สกฺกา สกฺเกน อพฺยาธิธมฺมํ กาตุ’’นฺติ. สตฺตานญฺหิ ตีสุ ทฺวาเรสุ ปริสุทฺธภาโว อสกฺกายตฺโตว, เอวํ สนฺเตปิ ตสฺส ธมฺมเทสนตฺถํ อิเม วเร คณฺหิ. สกฺโกปิ ตํ รุกฺขํ ธุวผลํ กตฺวา มหาสตฺตํ วนฺทิตฺวา สิรสิ อญฺชลึ ปติฏฺฐเปตฺวา ‘‘อโรคา อิเธว วสถา’’ติ วตฺวา สกฏฺฐานเมว คโต. โพธิสตฺโตปิ อปริหีนชฺฌาโน พฺรหฺมโลกูปโค อโหสิ.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ‘‘อานนฺท, ปุพฺเพ มยา นิวุตฺถภูมิปฺปเทโส เจโส’’ติ วตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา สกฺโก อนุรุทฺโธ อโหสิ, กณฺหปณฺฑิโต ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.
กณฺหชาตกวณฺณนา ทุติยา.
[๔๔๑] ๓. จตุโปสถิกชาตกวณฺณนา
๒๔-๓๘. โย โกปเนยฺโยติ อิทํ จตุโปสถิกชาตกํ ปุณฺณกชาตเก อาวิ ภวิสฺสติ.
จตุโปสถิกชาตกวณฺณนา ตติยา.
[๔๔๒] ๔. สงฺขชาตกวณฺณนา
พหุสฺสุโตติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต สพฺพปริกฺขารทานํ อารพฺภ กเถสิ. สาวตฺถิยํ กิเรโก อุปาสโก ตถาคตสฺส ธมฺมเทสนํ สุตฺวา ปสนฺนจิตฺโต สฺวาตนาย นิมนฺเตตฺวา อตฺตโน ฆรทฺวาเร มณฺฑปํ กาเรตฺวา อลงฺกริตฺวา ปุนทิวเส ตถาคตสฺส กาลํ อาโรจาเปสิ. สตฺถา ปญฺจสตภิกฺขุปริวาโร ตตฺถ คนฺตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ. อุปาสโก สปุตฺตทาโร สปริชโน พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส มหาทานํ ทตฺวา ปุน สฺวาตนายาติ เอวํ สตฺตาหํ นิมนฺเตตฺวา มหาทานํ ปวตฺเตตฺวา สตฺตเม ทิวเส สพฺพปริกฺขารํ อทาสิ. ตํ ปน ททมาโน อุปาหนทานํ อุสฺสนฺนํ กตฺวา อทาสิ. ทสพลสฺส ทินฺโน อุปาหนสงฺฆาโฏ สหสฺสคฺฆนโก อโหสิ, ทฺวินฺนํ อคฺคสาวกานํ ปญฺจสตคฺฆนโก, เสสานํ ปญฺจนฺนํ ภิกฺขุสตานํ สตคฺฆนโก. อิติ โส สพฺพปริกฺขารทานํ ทตฺวา อตฺตโน ปริสาย สทฺธึ ภควโต สนฺติเก นิสีทิ. อถสฺส สตฺถา มธุเรน สเรน อนุโมทนํ กโรนฺโต ‘‘อุปาสก, อุฬารํ เต สพฺพปริกฺขารทานํ, อตฺตมโน โหหิ, ปุพฺเพ อนุปฺปนฺเน พุทฺเธ ปจฺเจกพุทฺธสฺส เอกํ อุปาหนสงฺฆาฏํ ทตฺวา นาวาย ภินฺนาย อปฺปติฏฺเฐ มหาสมุทฺเทปิ อุปาหนทานนิสฺสนฺเทน ปติฏฺฐํ ลภึสุ, ตฺวํ ปน พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส สพฺพปริกฺขารทานํ อทาสิ, ตสฺส เต อุปาหนทานสฺส ผลํ กสฺมา น ปติฏฺฐา ภวิสฺสตี’’ติ วตฺวา เตน ยาจิโต อตีตํ อาหริ.
อตีเต อยํ พาราณสี โมฬินี นาม อโหสิ. โมฬินินคเร พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต สงฺโข นาม พฺราหฺมโณ อฑฺโฒ มหทฺธโน มหาโภโค ปหูตวิตฺตุปกรโณ ปหูตธนธญฺญสุวณฺณรชโต จตูสุ นครทฺวาเรสุ นครมชฺเฌ นิเวสนทฺวาเร จาติ ฉสุ ฐาเนสุ ฉ ทานสาลาโย กาเรตฺวา เทวสิกํ ฉสตสหสฺสานิ วิสฺสชฺเชนฺโต กปณทฺธิกานํ มหาทานํ ปวตฺเตสิ. โส เอกทิวสํ จินฺเตสิ ‘‘อหํ เคเห ธเน ขีเณ ทาตุํ น สกฺขิสฺสามิ, อปริกฺขีเณเยว ธเน นาวาย สุวณฺณภูมึ คนฺตฺวา ธนํ อาหริสฺสามี’’ติ. โส นาวํ พนฺธาเปตฺวา ภณฺฑสฺส ปูราเปตฺวา ปุตฺตทารํ อามนฺเตตฺวา ‘‘ยาวาหํ อาคจฺฉามิ, ตาว เม ทานํ อนุปจฺฉินฺทิตฺวา ปวตฺเตยฺยาถา’’ติ วตฺวา ทาสกมฺมกรปริวุโต ฉตฺตํ อาทาย อุปาหนํ อารุยฺห มชฺฌนฺหิกสมเย ปฏฺฏนคามาภิมุโข ปายาสิ. ตสฺมึ ขเณ คนฺธมาทเน เอโก ปจฺเจกพุทฺโธ อาวชฺเชตฺวา ตํ ธนาหรณตฺถาย คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ‘‘มหาปุริโส ธนํ อาหริตุํ คจฺฉติ, ภวิสฺสติ นุ โข อสฺส สมุทฺเท อนฺตราโย, โน’’ติ อาวชฺเชตฺวา ‘‘ภวิสฺสตี’’ติ ญตฺวา ‘‘เอส มํ ทิสฺวา ฉตฺตญฺจ อุปาหนญฺจ มยฺหํ ทตฺวา อุปาหนทานนิสฺสนฺเทน สมุทฺเท ภินฺนาย นาวาย ปติฏฺฐํ ลภิสฺสติ, กริสฺสามิสฺส อนุคฺคห’’นฺติ อากาเสนาคนฺตฺวา ตสฺสาวิทูเร โอตริตฺวา จณฺฑวาตาตเป องฺคารสนฺถรสทิสํ อุณฺหวาลุกํ มทฺทนฺโต ตสฺส อภิมุโข อาคจฺฉิ.
โส ตํ ทิสฺวาว ‘‘ปุญฺญกฺเขตฺตํ เม อาคตํ, อชฺช มยา เอตฺถ ทานพีชํ โรเปตุํ วฏฺฏตี’’ติ ตุฏฺฐจิตฺโต เวเคน ตํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา ‘‘ภนฺเต, มยฺหํ อนุคฺคหตฺถาย โถกํ มคฺคา โอกฺกมฺม อิมํ รุกฺขมูลํ อุปสงฺกมถา’’ติ วตฺวา ตสฺมึ รุกฺขมูลํ อุปสงฺกมนฺเต รุกฺขมูเล วาลุกํ อุสฺสาเปตฺวา อุตฺตราสงฺคํ ปญฺญเปตฺวา ปจฺเจกพุทฺธํ นิสีทาเปตฺวา วนฺทิตฺวา วาสิตปริสฺสาวิเตน อุทเกน ปาเท โธวิตฺวา คนฺธเตเลน มกฺเขตฺวา อตฺตโน อุปาหนา โอมุญฺจิตฺวา ปปฺโผเฏตฺวา คนฺธเตเลน มกฺเขตฺวา ตสฺส ปาเทสุ ปฏิมุญฺจิตฺวา ‘‘ภนฺเต, อิมา อุปาหนา อารุยฺห ฉตฺตํ มตฺถเก กตฺวา คจฺฉถา’’ติ ฉตฺตุปาหนํ อทาสิ. โส อสฺส อนุคฺคหตฺถาย ตํ คเหตฺวา ปสาทสํวฑฺฒนตฺถํ ปสฺสนฺตสฺเสวสฺส อุปฺปติตฺวา คนฺธมาทนเมว อคมาสิ. โพธิสตฺโตปิ ตํ ทิสฺวา อติวิย ปสนฺนจิตฺโต ปฏฺฏนํ คนฺตฺวา นาวํ อภิรุหิ. อถสฺส มหาสมุทฺทํ ปฏิปนฺนสฺส สตฺตเม ทิวเส นาวา วิวรํ อทาสิ, อุทกํ อุสฺสิญฺจิตุํ นาสกฺขึสุ. มหาชโน มรณภยภีโต อตฺตโน อตฺตโน เทวตา นมสฺสิตฺวา มหาวิรวํ วิรวิ. มหาสตฺโต เอกํ อุปฏฺฐากํ คเหตฺวา สกลสรีรํ เตเลน มกฺเขตฺวา สปฺปินา สทฺธึ สกฺขรจุณฺณํ ยาวทตฺถํ ขาทิตฺวา ตมฺปิ ขาทาเปตฺวา เตน สทฺธึ กูปกยฏฺฐิมตฺถกํ อารุยฺห ‘‘อิมาย ทิสาย อมฺหากํ นคร’’นฺติ ทิสํ ววตฺถเปตฺวา มจฺฉกจฺฉปปริปนฺถโต อตฺตานํ โมเจนฺโต เตน สทฺธึ อุสภมตฺตํ อติกฺกมิตฺวา ปติ. มหาชโน วินาสํ ปาปุณิ. มหาสตฺโต ปน อุปฏฺฐาเกน สทฺธึ สมุทฺทํ ตริตุํ อารภิ. ตสฺส ตรนฺตสฺเสว สตฺตโม ทิวโส ชาโต. โส ตสฺมิมฺปิ กาเล โลโณทเกน มุขํ วิกฺขาเลตฺวา อุโปสถิโก อโหสิเยว.
ตทา ปน จตูหิ โลกปาเลหิ มณิเมขลา นาม เทวธีตา ‘‘สเจ สมุทฺเท นาวาย ภินฺนาย ติสรณคตา วา สีลสมฺปนฺนา วา มาตาปิตุปฏฺฐากา วา มนุสฺสา ทุกฺขปฺปตฺตา โหนฺติ, เต รกฺเขยฺยาสี’’ติ สมุทฺเท อารกฺขณตฺถาย ฐปิตา โหติ. สา อตฺตโน อิสฺสริเยน สตฺตาหมนุภวิตฺวา ปมชฺชิตฺวา สตฺตเม ทิวเส สมุทฺทํ โอโลเกนฺตี สีลาจารสํยุตฺตํ สงฺขพฺราหฺมณํ ทิสฺวา ‘‘อิมสฺส สตฺตโม ทิวโส สมุทฺเท ปติตสฺส, สเจ โส มริสฺสติ อติวิย คารยฺหา เม ภวิสฺสตี’’ติ สํวิคฺคมานหทยา หุตฺวา เอกํ สุวณฺณปาตึ นานคฺครสโภชนสฺส ปูเรตฺวา วาตเวเคน ตตฺถ คนฺตฺวา ตสฺส ปุรโต อากาเส ฐตฺวา ‘‘พฺราหฺมณ, ตฺวํ สตฺตาหํ นิราหาโร, อิทํ ทิพฺพโภชนํ ภุญฺชา’’ติ อาห. โส ตํ โอโลเกตฺวา ‘‘อปเนหิ ตว ภตฺตํ, อหํ อุโปสถิโก’’ติ อาห. อถสฺส อุปฏฺฐาโก ปจฺฉโต อาคโต เทวตํ อทิสฺวา สทฺทเมว สุตฺวา ‘‘อยํ พฺราหฺมโณ ปกติสุขุมาโล สตฺตาหํ นิราหารตาย ทุกฺขิโต มรณภเยน วิลปติ มญฺเญ, อสฺสาเสสฺสามิ น’’นฺติ จินฺเตตฺวา ปฐมํ คาถมาห –
๓๙. ‘‘พหุสฺสุโต สุตธมฺโมสิ สงฺข, ทิฏฺฐา ตยา สมณพฺราหฺมณา จ;
อถกฺขเณ ทสฺสยเส วิลาปํ, อญฺโญ นุ โก เต ปฏิมนฺตโก มยา’’ติ.
ตตฺถ สุตธมฺโมสีติ ธมฺโมปิ ตยา ธมฺมิกสมณพฺราหฺมณานํ สนฺติเก สุโต อสิ. ทิฏฺฐา ตยาติ เตสํ ปจฺจเย เทนฺเตน เวยฺยาวจฺจํ กโรนฺเตน ธมฺมิกสมณพฺราหฺมณา จ ตยา ทิฏฺฐา. เอวํ อกโรนฺโต หิ ปสฺสนฺโตปิ เต น ปสฺสติเยว. อถกฺขเณติ อถ อกฺขเณ สลฺลปนฺตสฺส กสฺสจิ อภาเวน วจนสฺส อโนกาเส. ทสฺสยเสติ ‘‘อหํ อุโปสถิโก’’ติ วทนฺโต วิลาปํ ทสฺเสสิ. ปฏิมนฺตโกติ มยา อญฺโญ โก ตว ปฏิมนฺตโก ปฏิวจนทายโก, กึการณา เอวํ วิปฺปลปสีติ?
โส ตสฺส วจนํ สุตฺวา ‘‘อิมสฺส เทวตา น ปญฺญายติ มญฺเญ’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘สมฺม, นาหํ มรณสฺส ภายามิ, อตฺถิ ปน เม อญฺโญ ปฏิมนฺตโก’’ติ วตฺวา ทุติยํ คาถมาห –
๔๐. ‘‘สุพฺภู สุภา สุปฺปฏิมุกฺกกมฺพุ, ปคฺคยฺห โสวณฺณมยาย ปาติยา;
‘ภุญฺชสฺสุ ภตฺตํ’ อิติ มํ วเทติ, สทฺธาวิตฺตา, ตมหํ โนติ พฺรูมี’’ติ.
ตตฺถ สุพฺภูติ สุภมุขา. สุภาติ ปาสาทิกา อุตฺตมรูปธรา. สุปฺปฏิมุกฺกกมฺพูติ ปฏิมุกฺกสุวณฺณาลงฺการา. ปคฺคยฺหาติ สุวณฺณปาติยา ภตฺตํ คเหตฺวา อุกฺขิปิตฺวา. สทฺธาวิตฺตาติ สทฺธา เจว ตุฏฺฐจิตฺตา จ. ‘‘สทฺธํ จิตฺต’’นฺติปิ ปาโฐ, ตสฺสตฺโถ สทฺธนฺติ สทฺทหนฺตํ, จิตฺตนฺติ ตุฏฺฐจิตฺตํ. ตมหํ โนตีติ ตมหํ เทวตํ อุโปสถิกตฺตา ปฏิกฺขิปนฺโต โนติ พฺรูมิ, น วิปฺปลปามิ สมฺมาติ.
อถสฺส โส ตติยํ คาถมาห –
๔๑. ‘‘เอตาทิสํ พฺราหฺมณ ทิสฺวาน ยกฺขํ, ปุจฺเฉยฺย โปโส สุขมาสิสาโน;
อุฏฺเฐหิ นํ ปญฺชลิกาภิปุจฺฉ, เทวี นุสิ ตฺวํ อุท มานุสี นู’’ติ.
ตตฺถ สุขมาสิสาโนติ เอตาทิสํ ยกฺขํ ทิสฺวา อตฺตโน สุขํ อาสีสนฺโต ปณฺฑิโต ปุริโส ‘‘อมฺหากํ สุขํ ภวิสฺสติ, น ภวิสฺสตี’’ติ ปุจฺเฉยฺย. อุฏฺเฐหีติ อุทกโต อุฏฺฐานาการํ ทสฺเสนฺโต อุฏฺฐห. ปญฺชลิกาภิปุจฺฉาติ อญฺชลิโก หุตฺวา อภิปุจฺฉ. อุท มานุสีติ อุทาหุ มหิทฺธิกา มานุสี ตฺวนฺติ.
โพธิสตฺโต ‘‘ยุตฺตํ กเถสี’’ติ ตํ ปุจฺฉนฺโต จตุตฺถํ คาถมาห –
๔๒. ‘‘ยํ ตฺวํ สุเขนาภิสเมกฺขเส มํ, ภุญฺชสฺสุ ภตฺตํ อิติ มํ วเทสิ;
ปุจฺฉามิ ตํ นาริ มหานุภาเว, เทวี นุสิ ตฺวํ อุท มานุสี นู’’ติ.
ตตฺถ ยํ ตฺวนฺติ ยสฺมา ตฺวํ สุเขน มํ อภิสเมกฺขเส, ปิยจกฺขูหิ โอโลเกสิ. ปุจฺฉามิ ตนฺติ เตน การเณน ตํ ปุจฺฉามิ.
ตโต เทวธีตา เทฺว คาถา อภาสิ –
๔๓. ‘‘เทวี อหํ สงฺข มหานุภาวา, อิธาคตา สาครวาริมชฺเฌ;
อนุกมฺปิกา โน จ ปทุฏฺฐจิตฺตา, ตเวว อตฺถาย อิธาคตาสฺมิ.
๔๔. ‘‘อิธนฺนปานํ สยนาสนญฺจ, ยานานิ นานาวิวิธานิ สงฺข;
สพฺพสฺส ตฺยาหํ ปฏิปาทยามิ, ยํ กิญฺจิ ตุยฺหํ มนสาภิปตฺถิต’’นฺติ.
ตตฺถ อิธาติ อิมสฺมึ มหาสมุทฺเท. นานาวิวิธานีติ พหูนิ จ อเนกปฺปการานิ จ หตฺถิยานอสฺสยานาทีนิ อตฺถิ. สพฺพสฺส ตฺยาหนฺติ ตสฺส อนฺนปานาทิโน สพฺพสฺส สามิกํ กตฺวา ตํ เต อนฺนปานาทึ ปฏิปาทยามิ ททามิ. ยํ กิญฺจีติ อญฺญมฺปิ ยํ กิญฺจิ มนสา อิจฺฉิตํ, ตํ สพฺพํ เต ทมฺมีติ.
ตํ สุตฺวา มหาสตฺโต ‘‘อยํ เทวธีตา สมุทฺทปิฏฺเฐ มยฺหํ ‘อิทญฺจิทญฺจ ทมฺมี’ติ วทติ, กึ นุ โข เอสา มยา กเตน ปุญฺญกมฺเมน ทาตุกามา, อุทาหุ อตฺตโน พเลน, ปุจฺฉิสฺสามิ ตาว น’’นฺติ จินฺเตตฺวา ปุจฺฉนฺโต สตฺตมํ คาถมาห –
๔๕. ‘‘ยํ กิญฺจิ ยิฏฺฐญฺจ หุตญฺจ มยฺหํ, สพฺพสฺส โน อิสฺสรา ตฺวํ สุคตฺเต;
สุสฺโสณิ สุพฺภมุ สุวิลคฺคมชฺเฌ, กิสฺส เม กมฺมสฺส อยํ วิปาโก’’ติ.
ตตฺถ ยิฏฺฐนฺติ ทานวเสน ยชิตํ. หุตนฺติ อาหุนปาหุนวเสน ทินฺนํ. สพฺพสฺส โน อิสฺสรา ตฺวนฺติ ตสฺส อมฺหากํ ปุญฺญกมฺมสฺส ตฺวํ อิสฺสรา, ‘‘อิมสฺส อยํ วิปาโก, อิมสฺส อย’’นฺติ พฺยากริตุํ สมตฺถาติ อตฺโถ. สุสฺโสณีติ สุนฺทรอูรุลกฺขเณ. สุพฺภมูติ สุนฺทรภมุเก. สุวิลคฺคมชฺเฌติ สุฏฺฐุวิลคฺคิตตนุมชฺเฌ. กิสฺส เมติ มยา กตกมฺเมสุ กตรกมฺมสฺส อยํ วิปาโก, เยนาหํ อปฺปติฏฺเฐ สมุทฺเท ปติฏฺฐํ ลภามีติ.
ตํ สุตฺวา เทวธีตา ‘‘อยํ พฺราหฺมโณ ‘ยํ เตน กุสลํ กตํ, ตํ กมฺมํ น ชานาตี’ติ อญฺญาย ปุจฺฉติ มญฺเญ, กถยิสฺสามิ ทานิสฺสา’’ติ ตํ กเถนฺตี อฏฺฐมํ คาถมาห –
๔๖. ‘‘ฆมฺเม ปเถ พฺราหฺมณ เอกภิกฺขุํ, อุคฺฆฏฺฏปาทํ ตสิตํ กิลนฺตํ;
ปฏิปาทยี สงฺข อุปาหนานิ, สา ทกฺขิณา กามทุหา ตวชฺชา’’ติ.
ตตฺถ เอกภิกฺขุนฺติ เอกํ ปจฺเจกพุทฺธํ สนฺธายาห. อุคฺฆฏฺฏปาทนฺติ อุณฺหวาลุกาย ฆฏฺฏิตปาทํ. ตสิตนฺติ ปิปาสิตํ. ปฏิปาทยีติ ปฏิปาเทสิ, โยเชสีติ อตฺโถ. กามทุหาติ สพฺพกามทายิกา.
ตํ สุตฺวา มหาสตฺโต ‘‘เอวรูเปปิ นาม อปฺปติฏฺเฐ มหาสมุทฺเท มยา ทินฺนอุปาหนทานํ มม สพฺพกามททํ ชาตํ, อโห สุทินฺนํ เม ปจฺเจกพุทฺธสฺส ทาน’’นฺติ ตุฏฺฐจิตฺโต นวมํ คาถมาห –
๔๗. ‘‘สา โหตุ นาวา ผลกูปปนฺนา, อนวสฺสุตา เอรกวาตยุตฺตา;
อญฺญสฺส ยานสฺส น เหตฺถ ภูมิ, อชฺเชว มํ โมฬินึ ปาปยสฺสู’’ติ.
ตสฺสตฺโถ – เทวเต, เอวํ สนฺเต มยฺหํ เอกํ นาวํ มาเปหิ, ขุทฺทกํ ปน เอกโทณิกนาวํ มาเปหิ, ยํ นาวํ มาเปสฺสสิ, สา โหตุ นาวา พหูหิ สุสิพฺพิเตหิ ผลเกหิ อุปปนฺนา, อุทกปเวสนสฺสาภาเวน อนวสฺสุตา, เอรเกน สมฺมา คเหตฺวา คจฺฉนฺเตน วาเตน ยุตฺตา, ฐเปตฺวา ทิพฺพนาวํ อญฺญสฺส ยานสฺส เอตฺถ ภูมิ นตฺถิ, ตาย ปน ทิพฺพนาวาย อชฺเชว มํ โมฬินินครํ ปาปยสฺสูติ.
เทวธีตา ตสฺส วจนํ สุตฺวา ตุฏฺฐจิตฺตา สตฺตรตนมยํ นาวํ มาเปสิ. สา ทีฆโต อฏฺฐอุสภา อโหสิ วิตฺถารโต จตุอุสภา, คมฺภีรโต วีสติยฏฺฐิกา. ตสฺสา อินฺทนีลมยา ตโย กูปกา, โสวณฺณมยานิ โยตฺตานิ รชตมยานิ ปตฺตานิ โสวณฺณมยานิ จ ผิยาริตฺตานิ อเหสุํ. เทวตา ตํ นาวํ สตฺตนฺนํ รตนานํ ปูเรตฺวา พฺราหฺมณํ อาลิงฺคิตฺวา อลงฺกตนาวาย อาโรเปสิ, อุปฏฺฐากํ ปนสฺส น โอโลเกสิ. พฺราหฺมโณ อตฺตนา กตกลฺยาณโต ตสฺส ปตฺตึ อทาสิ, โส อนุโมทิ. ตทา เทวตา ตมฺปิ อาลิงฺคิตฺวา นาวาย ปติฏฺฐาเปสิ. อถ นํ นาวํ โมฬินินครํ เนตฺวา พฺราหฺมณสฺส ฆเร ธนํ ปติฏฺฐาเปตฺวา อตฺตโน วสนฏฺฐานเมว อคมาสิ. สตฺถา อภิสมฺพุทฺโธ หุตฺวา –
๔๘. ‘‘สา ตตฺถ วิตฺตา สุมนา ปตีตา, นาวํ สุจิตฺตํ อภินิมฺมินิตฺวา;
อาทาย สงฺขํ ปุริเสน สทฺธึ, อุปานยี นครํ สาธุรมฺม’’นฺติ. –
อิมํ โอสานคาถํ อภาสิ.
ตตฺถ สาติ ภิกฺขเว, สา เทวตา ตตฺถ สมุทฺทมชฺเฌ ตสฺส วจนํ สุตฺวา วิตฺติสงฺขาตาย ปีติยา สมนฺนาคตตฺตา วิตฺตา. สุมนาติ สุนฺทรมนา ปาโมชฺเชน ปตีตจิตฺตา หุตฺวา วิจิตฺรนาวํ นิมฺมินิตฺวา พฺราหฺมณํ ปริจารเกน สทฺธึ อาทาย สาธุรมฺมํ อติรมณียํ นครํ อุปานยีติ.
พฺราหฺมโณปิ ยาวชีวํ อปริมิตธนํ เคหํ อชฺฌาวสนฺโต ทานํ ทตฺวา สีลํ รกฺขิตฺวา ชีวิตปริโยสาเน สปริโส เทวนครํ ปริปูเรสิ.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ, สจฺจปริโยสาเน อุปาสโก โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ.
ตทา เทวธีตา อุปฺปลวณฺณา อโหสิ, อุปฏฺฐากปุริโส อานนฺโท, สงฺขพฺราหฺมโณ ปน อหเมว อโหสินฺติ.
สงฺขชาตกวณฺณนา จตุตฺถา.
[๔๔๓] ๕. จูฬโพธิชาตกวณฺณนา
โย เต อิมํ วิสาลกฺขินฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ โกธนํ ภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ. โส กิร ภิกฺขุ นิยฺยานิเก พุทฺธสาสเน ปพฺพชิตฺวาปิ โกธํ นิคฺคเหตุํ นาสกฺขิ, โกธโน อโหสิ อุปายาสพหุโล, อปฺปมฺปิ วุตฺโต สมาโน อภิสชฺชิ กุปฺปิ พฺยาปชฺชิ ปติฏฺฐยิ. สตฺถา ตสฺส โกธนภาวํ สุตฺวา ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘สจฺจํ กิร ตฺวํ โกธโน’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘สจฺจํ ภนฺเต’’ติ วุตฺเต ‘‘ภิกฺขุ โกโธ นาม วาเรตพฺโพ, เอวรูโป หิ อิธโลเก จ ปรโลเก จ อนตฺถการโก, ตฺวํ นิกฺโกธสฺส พุทฺธสฺส สาสเน ปพฺพชิตฺวา กสฺมา กุชฺฌสิ, โปราณกปณฺฑิตา พาหิรสาสเน ปพฺพชิตฺวาปิ โกธํ น กรึสู’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต อญฺญตรสฺมึ กาสินิคเม เอโก พฺราหฺมโณ อฑฺโฒ มหทฺธโน มหาโภโค อปุตฺตโก อโหสิ, ตสฺส พฺราหฺมณี ปุตฺตํ ปตฺเถสิ. ตทา โพธิสตฺโต พฺรหฺมโลกา จวิตฺวา ตสฺสา กุจฺฉิยํ นิพฺพตฺติ, ตสฺส นามคฺคหณทิวเส ‘‘โพธิกุมาโร’’ติ นามํ กรึสุ. ตสฺส วยปฺปตฺตกาเล ตกฺกสิลํ คนฺตฺวา สพฺพสิปฺปานิ อุคฺคณฺหิตฺวา ปจฺจาคตสฺส อนิจฺฉนฺตสฺเสว มาตาปิตโร สมานชาติกา กุลา กุมาริกํ อาเนสุํ. สาปิ พฺรหฺมโลกา จุตาว อุตฺตมรูปธรา เทวจฺฉรปฏิภาคา. เตสํ อนิจฺฉมานานญฺเญว อญฺญมญฺญํ อาวาหวิวาหํ กรึสุ. อุภินฺนํ ปเนเตสํ กิเลสสมุทาจาโร นาม น ภูตปุพฺโพ, สํราควเสน อญฺญมญฺญสฺส โอโลกนํ นาม นาโหสิ, สุปิเนปิ เมถุนธมฺโม นาม น ทิฏฺฐปุพฺโพ, เอวํ ปริสุทฺธสีลา อเหสุํ.
อถาปรภาเค มหาสตฺโต มาตาปิตูสุ กาลกเตสุ เตสํ สรีรกิจฺจํ กตฺวา ตํ ปกฺโกสิตฺวา ‘‘ภทฺเท, ตฺวํ อิมํ อสีติโกฏิธนํ คเหตฺวา สุเขน ชีวาหี’’ติ อาห. ‘‘กึ กริสฺสถ ตุเมฺห ปน, อยฺยปุตฺตา’’ติ? ‘‘มยฺหํ ธเนน กิจฺจํ นตฺถิ, หิมวนฺตปเทสํ ปวิสิตฺวา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา อตฺตโน ปติฏฺฐํ กริสฺสามี’’ติ. ‘‘กึ ปน อยฺยปุตฺต ปพฺพชฺชา นาม ปุริสานญฺเญว วฏฺฏตี’’ติ? ‘‘อิตฺถีนมฺปิ วฏฺฏติ, ภทฺเท’’ติ. ‘‘เตน หิ อหํ ตุเมฺหหิ ฉฏฺฏิตเขฬํ น คณฺหิสฺสามิ, มยฺหมฺปิ ธเนน กิจฺจํ นตฺถิ, อหมฺปิ ปพฺพชิสฺสามี’’ติ. ‘‘สาธุ, ภทฺเท’’ติ. เต อุโภปิ มหาทานํ ทตฺวา นิกฺขมิตฺวา รมณีเย ภูมิภาเค อสฺสมํ กตฺวา ปพฺพชิตฺวา อุญฺฉาจริยาย ผลาผเลหิ ยาเปนฺตา ตตฺถ ทสมตฺตานิ สํวจฺฉรานิ วสึสุ, ฌานํ ปน เนสํ น ตาว อุปฺปชฺชติ. เต ตตฺถ ปพฺพชฺชาสุเขเนว ทส สํวจฺฉเร วสิตฺวา โลณมฺพิลเสวนตฺถาย ชนปทจาริกํ จรนฺตา อนุปุพฺเพน พาราณสึ ปตฺวา ราชุยฺยาเน วสึสุ.