๘. อฏฺฐกนิปาโต
[๔๑๗] ๑. กจฺจานิชาตกวณฺณนา
โอทาตวตฺถา สุจิ อลฺลเกสาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อญฺญตรํ มาตุโปสกํ อุปาสกํ อารพฺภ กเถสิ. โส กิร สาวตฺถิยํ กุลทารโก อาจารสมฺปนฺโน ปิตริ กาลกเต มาตุเทวโต หุตฺวา มุขโธวนทนฺตกฏฺฐทานนฺหาปนปาทโธวนาทิเวยฺยาวจฺจกมฺเมน เจว ยาคุภตฺตาทีหิ จ มาตรํ ปฏิชคฺคิ. อถ นํ มาตา ‘‘ตาต, ตว อญฺญานิปิ ฆราวาสกิจฺจานิ อตฺถิ, เอกํ สมชาติกํ กุลกุมาริกํ คณฺหาหิ, สา มํ โปเสสฺสติ, ตฺวมฺปิ อตฺตโน กมฺมํ กริสฺสสี’’ติ อาห. ‘‘อมฺม, อหํ อตฺตโน หิตสุขํ อปจฺจาสีสมาโน ตุเมฺห อุปฏฺฐหามิ, โก อญฺโญ เอวํ อุปฏฺฐหิสฺสตี’’ติ? ‘‘กุลวฑฺฒนกมฺมํ นาม ตาต, กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ. ‘‘น มยฺหํ ฆราวาเสน อตฺโถ, อหํ ตุเมฺห อุปฏฺฐหิตฺวา ตุมฺหากํ ธูมกาเล ปพฺพชิสฺสามี’’ติ. อถสฺส มาตา ปุนปฺปุนํ ยาจิตฺวาปิ มนํ อลภมานา ตสฺส ฉนฺทํ อคฺคเหตฺวา สมชาติกํ กุลกุมาริกํ อาเนสิ. โส มาตรํ อปฺปฏิกฺขิปิตฺวา ตาย สทฺธึ สํวาสํ กปฺเปสิ. สาปิ ‘‘มยฺหํ สามิโก มหนฺเตน อุสฺสาเหน มาตรํ อุปฏฺฐหติ, อหมฺปิ นํ อุปฏฺฐหิสฺสามิ, เอวมสฺส ปิยา ภวิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ตํ สกฺกจฺจํ อุปฏฺฐหิ. โส ‘‘อยํ เม มาตรํ สกฺกจฺจํ อุปฏฺฐหี’’ติ ตโต ปฏฺฐาย ลทฺธลทฺธานิ มธุรขาทนียาทีนิ ตสฺสาเยว เทติ. สา อปรภาเค จินฺเตสิ ‘‘อยํ ลทฺธลทฺธานิ มธุรขาทนียาทีนิ มยฺหญฺเญว เทติ, อทฺธา มาตรํ นีหริตุกาโม ภวิสฺสติ, นีหรณูปายมสฺสา กริสฺสามี’’ติ เอวํ อโยนิโส อุมฺมุชฺชิตฺวา เอกํ ทิวสํ อาห – ‘‘สามิ, ตยิ พหิ นิกฺขมนฺเต ตว มาตา มํ อกฺโกสตี’’ติ. โส ตุณฺหี อโหสิ.
สา จินฺเตสิ – ‘‘อิมํ มหลฺลิกํ อุชฺฌาเปตฺวา ปุตฺตสฺส ปฏิกูลํ กาเรสฺสามี’’ติ. ตโต ปฏฺฐาย ยาคุํ ททมานา อจฺจุณฺหํ วา อติสีตลํ วา อติโลณํ วา อโลณํ วา เทติ. ‘‘อมฺม, อจฺจุณฺหา’’ติ วา ‘‘อติโลณา’’ติ วา วุตฺเต ปูเรตฺวา สีโตทกํ ปกฺขิปติ. ปุน ‘‘อติสีตลา, อโลณาเยวา’’ติ วุตฺเต ‘‘อิทาเนว ‘อจฺจุณฺหา, อติโลณา’ติ วตฺวา ปุน ‘อติสีตลา, อโลณา’ติ วทสิ, กา ตํ โตเสตุํ สกฺขิสฺสตี’’ติ มหาสทฺทํ กโรติ. นฺหาโนทกมฺปิ อจฺจุณฺหํ กตฺวา ปิฏฺฐิยํ อาสิญฺจติ. ‘‘อมฺม, ปิฏฺฐิ เม ทหตี’’ติ จ วุตฺเต ปุน ปูเรตฺวา สีโตทกํ ปกฺขิปติ. ‘‘อติสีตํ, อมฺมา’’ติ วุตฺเต ‘‘อิทาเนว ‘อจฺจุณฺห’นฺติ วตฺวา ปุน ‘อติสีต’นฺติ วทติ, กา เอติสฺสา อวมานํ สหิตุํ สกฺขิสฺสตี’’ติ ปฏิวิสฺสกานํ กเถสิ. ‘‘อมฺม, มญฺจเก เม พหู มงฺคุลา’’ติ จ วุตฺตา มญฺจกํ นีหริตฺวา ตสฺส อุปริ อตฺตโน มญฺจกํ โปเถตฺวา ‘‘โปถิโต เม’’ติ อติหริตฺวา ปญฺญเปติ. มหาอุปาสิกา ทิคุเณหิ มงฺคุเลหิ ขชฺชมานา สพฺพรตฺตึ นิสินฺนาว วีตินาเมตฺวา ‘‘อมฺม, สพฺพรตฺตึ มงฺคุเลหิ ขาทิตามฺหี’’ติ วทติ. อิตรา ‘‘หิยฺโย เต มญฺจโก โปถิโต, กา อิมิสฺสา กิจฺจํ นิตฺถริตุํ สกฺโกตี’’ติ ปฏิวตฺวา ‘‘อิทานิ นํ ปุตฺเตน อุชฺฌาเปสฺสามี’’ติ ตตฺถ ตตฺถ เขฬสิงฺฆาณิกาทีนิ วิปฺปกิริตฺวา ‘‘กา อิมํ สกลเคหํ อสุจึ กโรตี’’ติ วุตฺเต ‘‘มาตา เต เอวรูปํ กโรติ, ‘มา กรี’ติ วุจฺจมานา กลหํ กโรติ, อหํ เอวรูปาย กาฬกณฺณิยา สทฺธึ เอกเคเห วสิตุํ น สกฺโกมิ, เอตํ วา ฆเร วสาเปหิ, มํ วา’’ติ อาห.
โส ตสฺสา วจนํ สุตฺวา ‘‘ภทฺเท, ตฺวํ ตรุณา ยตฺถ กตฺถจิ คนฺตฺวา ชีวิตุํ สกฺกา, มาตา ปน เม ชราทุพฺพลา, อหเมวสฺสา ปฏิสรณํ, ตฺวํ นิกฺขมิตฺวา อตฺตโน กุลเคหํ คจฺฉาหี’’ติ อาห. สา ตสฺส วจนํ สุตฺวา ภีตา จินฺเตสิ ‘‘น สกฺกา อิมํ มาตุ อนฺตเร ภินฺทิตุํ, เอกํเสนสฺส มาตา ปิยา, สเจ ปนาหํ กุลฆรํ คมิสฺสํ, วิธววาสํ วสนฺตี ทุกฺขิตา ภวิสฺสามิ, ปุริมนเยเนว สสฺสุํ อาราเธตฺวา ปฏิชคฺคิสฺสามี’’ติ. สา ตโต ปฏฺฐาย ปุริมสทิสเมว ตํ ปฏิชคฺคิ. อเถกทิวสํ โส อุโปสโก ธมฺมสฺสวนตฺถาย เชตวนํ คนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. ‘‘กึ, อุปาสก, ตฺวํ ปุญฺญกมฺเมสุ น ปมชฺชสิ, มาตุอุปฏฺฐานกมฺมํ ปูเรสี’’ติ จ วุตฺโต ‘‘อาม, ภนฺเต, สา ปน มม มาตา มยฺหํ อรุจิยาเยว เอกํ กุลทาริกํ อาเนสิ, สา อิทญฺจิทญฺจ อนาจารกมฺมํ อกาสี’’ติ สพฺพํ สตฺถุ อาจิกฺขิตฺวา ‘‘อิติ ภควา สา อิตฺถี เนว มํ มาตุ อนฺตเร ภินฺทิตุํ สกฺขิ, อิทานิ นํ สกฺกจฺจํ อุปฏฺฐหตี’’ติ อาห. สตฺถา ตสฺส กถํ สุตฺวา ‘‘อิทานิ ตาว ตฺวํ อุปาสก, ตสฺสา วจนํ น อกาสิ, ปุพฺเพ ปเนติสฺสา วจเนน ตว มาตรํ นิกฺกฑฺฒิตฺวา มํ นิสฺสาย ปุน เคหํ อาเนตฺวา ปฏิชคฺคี’’ติ วตฺวา เตน ยาจิโต อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต อญฺญตรสฺส กุลสฺส ปุตฺโต ปิตริ กาลกเต มาตุเทวโต หุตฺวา วุตฺตนิยาเมเนว มาตรํ ปฏิชคฺคีติ สพฺพํ เหฏฺฐา กถิตนเยเนว วิตฺถาเรตพฺพํ. ‘‘อหํ เอวรูปาย กาฬกณฺณิยา สทฺธึ วสิตุํ น สกฺโกมิ, เอตํ วา ฆเร วสาเปหิ, มํ วา’’ติ วุตฺเต ตสฺสา กถํ คเหตฺวา ‘‘มาตุเยว เม โทโส’’ติ มาตรํ อาห ‘‘อมฺม, ตฺวํ นิจฺจํ อิมสฺมึ ฆเร กลหํ กโรสิ, อิโต นิกฺขมิตฺวา อญฺญสฺมึ ยถารุจิเต ฐาเน วสาหี’’ติ. สา ‘‘สาธู’’ติ โรทมานา นิกฺขมิตฺวา เอกํ สมิทฺธกุลํ นิสฺสาย ภตึ กตฺวา ทุกฺเขน ชีวิกํ กปฺเปสิ. สสฺสุยา ฆรา นิกฺขนฺตกาเล สุณิสาย คพฺโภ ปติฏฺฐหิ. สา ‘‘ตาย กาฬกณฺณิยา เคเห วสมานาย คพฺภมฺปิ น ปฏิลภึ, อิทานิ เม คพฺโภ ลทฺโธ’’ติ ปติโน จ ปฏิวิสฺสกานญฺจ กเถนฺตี วิจรติ.
อปรภาเค ปุตฺตํ วิชายิตฺวา สามิกํ อาห ‘‘ตว มาตริ เคเห วสมานาย ปุตฺตํ น ลภึ, อิทานิ เม ลทฺโธ, อิมินาปิ การเณน ตสฺสา กาฬกณฺณิภาวํ ชานาหี’’ติ. อิตรา ‘‘มม กิร นิกฺกฑฺฒิตกาเล ปุตฺตํ ลภี’’ติ สุตฺวา จินฺเตสิ ‘‘อทฺธา อิมสฺมึ โลเก ธมฺโม มโต ภวิสฺสติ, สเจ หิ ธมฺโม มโต น ภเวยฺย, มาตรํ โปเถตฺวา นิกฺกฑฺฒนฺตา ปุตฺตํ น ลเภยฺยุํ, สุขํ น ชีเวยฺยุํ, ธมฺมสฺส มตกภตฺตํ ทสฺสามี’’ติ. สา เอกทิวสํ ติลปิฏฺฐญฺจ ตณฺฑุลญฺจ ปจนถาลิญฺจ ทพฺพิญฺจ อาทาย อามกสุสานํ คนฺตฺวา ตีหิ มนุสฺสสีเสหิ อุทฺธนํ กตฺวา อคฺคึ ชาเลตฺวา อุทกํ โอรุยฺห สสีสํ นฺหตฺวา สาฏกํ นิวาเสตฺวา มุขํ วิกฺขาเลตฺวา อุทฺธนฏฺฐานํ คนฺตฺวา เกเส โมเจตฺวา ตณฺฑุเล โธวิตุํ อารภิ. ตทา โพธิสตฺโต สกฺโก เทวราชา อโหสิ. โพธิสตฺตา จ นาม อปฺปมตฺตา โหนฺติ, โส ตสฺมึ ขเณ โลกํ โอโลเกนฺโต ตํ ทุกฺขปฺปตฺตํ ‘‘ธมฺโม มโต’’ติ สญฺญาย ธมฺมสฺส มตกภตฺตํ ทาตุกามํ ทิสฺวา ‘‘อชฺช มยฺหํ พลํ ทสฺเสสฺสามี’’ติ พฺราหฺมณเวเสน มหามคฺคํ ปฏิปนฺโน วิย หุตฺวา ตํ ทิสฺวา มคฺคา โอกฺกมฺม ตสฺสา สนฺติเก ฐตฺวา ‘‘อมฺม, สุสาเน อาหารํ ปจนฺตา นาม นตฺถิ, ตฺวํ อิมินา อิธ ปกฺเกน ติโลทเนน กึ กริสฺสสี’’ติ กถํ สมุฏฺฐาเปนฺโต ปฐมํ คาถมาห –
๑. ‘‘โอทาตวตฺถา สุจิ อลฺลเกสา, กจฺจานิ กึ กุมฺภิมธิสฺสยิตฺวา;
ปิฏฺฐา ติลา โธวสิ ตณฺฑุลานิ, ติโลทโน เหหิติ กิสฺสเหตู’’ติ.
ตตฺถ กจฺจานีติ ตํ โคตฺเตน อาลปติ. กุมฺภิมธิสฺสยิตฺวาติ ปจนถาลิกํ มนุสฺสสีสุทฺธนํ อาโรเปตฺวา. เหหิตีติ อยํ ติโลทโน กิสฺส เหตุ ภวิสฺสติ, กึ อตฺตนา ภุญฺชิสฺสสิ, อุทาหุ อญฺญํ การณมตฺถีติ.
อถสฺส สา อาจิกฺขนฺตี ทุติยํ คาถมาห –
๒. ‘‘น โข อยํ พฺราหฺมณ โภชนตฺถา, ติโลทโน เหหิติ สาธุปกฺโก;
ธมฺโม มโต ตสฺส ปหุตฺตมชฺช, อหํ กริสฺสามิ สุสานมชฺเฌ’’ติ.
ตตฺถ ธมฺโมติ เชฏฺฐาปจายนธมฺโม เจว ติวิธสุจริตธมฺโม จ. ตสฺส ปหุตฺตมชฺชาติ ตสฺสาหํ ธมฺมสฺส อิทํ มตกภตฺตํ กริสฺสามีติ อตฺโถ.
ตโต สกฺโก ตติยํ คาถมาห –
๓. ‘‘อนุวิจฺจ กจฺจานิ กโรหิ กิจฺจํ, ธมฺโม มโต โก นุ ตเวว สํสิ;
สหสฺสเนตฺโต อตุลานุภาโว, น มิยฺยตี ธมฺมวโร กทาจี’’ติ.
ตตฺถ อนุวิจฺจาติ อุปปริกฺขิตฺวา ชานิตฺวา. โก นุ ตเวว สํสีติ โก นุ ตว เอวํ อาจิกฺขิ. สหสฺสเนตฺโตติ อตฺตานํ ธมฺมวรํ อุตฺตมธมฺมํ กตฺวา ทสฺเสนฺโต เอวมาห.
ตํ วจนํ สุตฺวา อิตรา เทฺว คาถา อภาสิ –
๔. ‘‘ทฬฺหปฺปมาณํ มม เอตฺถ พฺรเหฺม, ธมฺโม มโต นตฺถิ มเมตฺถ กงฺขา;
เย เยว ทานิ ปาปา ภวนฺติ, เต เตว ทานิ สุขิตา ภวนฺติ.
๕. ‘‘สุณิสา หิ มยฺหํ วญฺฌา อโหสิ, สา มํ วธิตฺวาน วิชายิ ปุตฺตํ;
สา ทานิ สพฺพสฺส กุลสฺส อิสฺสรา, อหํ ปนมฺหิ อปวิทฺธา เอกิกา’’ติ.
ตตฺถ ทฬฺหปฺปมาณนฺติ ทฬฺหํ ถิรํ นิสฺสํสยํ พฺราหฺมณ เอตฺถ มม ปมาณนฺติ วทติ. เย เยติ ตสฺส มตภาเว การณํ ทสฺเสนฺตี เอวมาห. วธิตฺวานาติ โปเถตฺวา นิกฺกฑฺฒิตฺวา. อปวิทฺธาติ ฉฑฺฑิตา อนาถา หุตฺวา เอกิกา วสามิ.
ตโต สกฺโก ฉฏฺฐํ คาถมาห –
๖. ‘‘ชีวามิ โวหํ น มโตหมสฺมิ, ตเวว อตฺถาย อิธาคโตสฺมิ;
ยา ตํ วธิตฺวาน วิชายิ ปุตฺตํ, สหาว ปุตฺเตน กโรมิ ภสฺม’’นฺติ.
ตตฺถ โวติ นิปาตมตฺตํ.
อิตรา ตํ สุตฺวา ‘‘ธี อหํ กึ กเถสึ, มม นตฺตุ อมรณการณํ กริสฺสามี’’ติ สตฺตมํ คาถมาห –
๗. ‘‘เอวญฺจ เต รุจฺจติ เทวราช, มเมว อตฺถาย อิธาคโตสิ;
อหญฺจ ปุตฺโต สุณิสา จ นตฺตา, สมฺโมทมานา ฆรมาวเสมา’’ติ.
อถสฺสา สกฺโก อฏฺฐมํ คาถมาห –
๘. ‘‘เอวญฺจ เต รุจฺจติ กาติยานิ, หตาปิ สนฺตา น ชหาสิ ธมฺมํ;
ตุวญฺจ ปุตฺโต สุณิสา จ นตฺตา, สมฺโมทมานา ฆรมาวเสถา’’ติ.
ตตฺถ หตาปิ สนฺตาติ ยทิ ตฺวํ โปถิตาปิ นิกฺกฑฺฒิตาปิ สมานา ตว ทารเกสุ เมตฺตธมฺมํ น ชหาสิ, เอวํ สนฺเต ยถา ตฺวํ อิจฺฉสิ, ตถา โหตุ, อหํ เต อิมสฺมึ คุเณ ปสนฺโนติ.
เอวญฺจ ปน วตฺวา อลงฺกตปฏิยตฺโต สกฺโก อตฺตโน อานุภาเวน อากาเส ฐตฺวา ‘‘กจฺจานิ ตฺวํ มา ภายิ, ปุตฺโต จ เต สุณิสา จ มมานุภาเวน อาคนฺตฺวา อนฺตรามคฺเค ตํ ขมาเปตฺวา อาทาย คมิสฺสนฺติ, อปฺปมตฺตา โหหี’’ติ วตฺวา อตฺตโน ฐานเมว คโต. เตปิ สกฺกานุภาเวน ตสฺสา คุณํ อนุสฺสริตฺวา ‘‘กหํ โน มาตา’’ติ อนฺโตคาเม มนุสฺเส ปุจฺฉิตฺวา ‘‘สุสานาภิมุขํ คตา’’ติ สุตฺวา ‘‘อมฺม, อมฺมา’’ติ สุสานมคฺคํ ปฏิปชฺชิตฺวา ตํ ทิสฺวาว ปาเทสุ ปติตฺวา ‘‘อมฺม, อมฺหากํ โทสํ ขมาหี’’ติ ตํ ขมาเปสุํ. สาปิ นตฺตารํ คณฺหิ. อิติ เต สมฺโมทมานา เคหํ คนฺตฺวา ตโต ปฏฺฐาย สมคฺควาสํ วสึสุ.
๙. ‘‘สา กาติยานี สุณิสาย สทฺธึ, สมฺโมทมานา ฆรมาวสิตฺถ;
ปุตฺโต จ นตฺตา จ อุปฏฺฐหึสุ, เทวานมินฺเทน อธิคฺคหีตา’’ติ. –
อยํ อภิสมฺพุทฺธคาถา.
ตตฺถ สา กาติยานีติ ภิกฺขเว, สา กจฺจานโคตฺตา. เทวานมินฺเทน อธิคฺคหีตาติ เทวินฺเทน สกฺเกน อนุคฺคหิตา หุตฺวา ตสฺสานุภาเวน สมคฺควาสํ วสึสูติ.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ, สจฺจปริโยสาเน โส อุปาสโก โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ. ตทา มาตุโปสโก เอตรหิ มาตุโปสโก อโหสิ, ภริยาปิสฺส ตทา ภริยาเยว, สกฺโก ปน อหเมว อโหสินฺติ.
กจฺจานิชาตกวณฺณนา ปฐมา.
[๔๑๘] ๒. อฏฺฐสทฺทชาตกวณฺณนา
อิทํ ปุเร นินฺนมาหูติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต โกสลรญฺโญ อฑฺฒรตฺตสมเย สุตํ ภึสนกํ อวินิพฺโภคสทฺทํ อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ เหฏฺฐา โลหกุมฺภิชาตเก (ชา. ๑.๔.๕๓ อาทโย) กถิตสทิสเมว. อิธ ปน สตฺถา ‘‘มยฺหํ, ภนฺเต, อิเมสํ สทฺทานํ สุตตฺตา กินฺติ ภวิสฺสตี’’ติ วุตฺเต ‘‘มา ภายิ, มหาราช, น เต เอเตสํ สุตปจฺจยา โกจิ อนฺตราโย ภวิสฺสติ, น หิ, มหาราช, เอวรูปํ ภยานกํ อวินิพฺโภคสทฺทํ ตฺวเมเวโก สุณิ, ปุพฺเพปิ ราชาโน เอวรูปํ สทฺทํ สุตฺวา พฺราหฺมณานํ กถํ คเหตฺวา สพฺพจตุกฺกยญฺญํ ยชิตุกามา ปณฺฑิตานํ วจนํ สุตฺวา ยญฺญหรณตฺถาย คหิตสตฺเต วิสฺสชฺเชตฺวา นคเร มาฆาตเภรึ จราเปสุ’’นฺติ วตฺวา เตน ยาจิโต อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต อสีติโกฏิวิภเว พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต ตกฺกสิลายํ อุคฺคหิตสิปฺโป มาตาปิตูนํ อจฺจเยน รตนวิโลกนํ กตฺวา สพฺพํ วิภวชาตํ ทานมุเข วิสฺสชฺเชตฺวา กาเม ปหาย หิมวนฺตํ ปวิสิตฺวา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา ฌานาภิญฺญาโย นิพฺพตฺเตตฺวา อปรภาเค โลณมฺพิลเสวนตฺถาย มนุสฺสปถํ จรนฺโต พาราณสึ ปตฺวา ราชุยฺยาเน วสิ. ตทา พาราณสิราชา สิริสยเน นิสินฺโน อฑฺฒรตฺตสมเย อฏฺฐ สทฺเท อสฺโสสิ – ปฐมํ ราชนิเวสนสามนฺตา อุยฺยาเน เอโก พโก สทฺทมกาสิ, ทุติยํ ตสฺมึ สทฺเท อนุปจฺฉินฺเนเยว หตฺถิสาลาย โตรณนิวาสินี กากี สทฺทมกาสิ, ตติยํ ราชเคเห กณฺณิกายํ นิวุตฺถฆุณปาณโก สทฺทมกาสิ, จตุตฺถํ ราชเคเห โปสาวนิยโกกิโล สทฺทมกาสิ, ปญฺจมํ ตตฺเถว โปสาวนิยมิโค สทฺทมกาสิ, ฉฏฺฐํ ตตฺเถว โปสาวนิยวานโร สทฺทมกาสิ, สตฺตมํ ตตฺเถว โปสาวนิยกินฺนโร สทฺทมกาสิ, อฏฺฐมํ ตสฺมึ สทฺเท อนุปจฺฉินฺเนเยว ราชนิเวสนมตฺถเกน อุยฺยานํ คจฺฉนฺโต ปจฺเจกพุทฺโธ เอกํ อุทานํ อุทาเนนฺโต สทฺทมกาสิ.
พาราณสิราชา อิเม อฏฺฐ สทฺเท สุตฺวา ภีตตสิโต ปุนทิวเส พฺราหฺมเณ ปุจฺฉิ. พฺราหฺมณา ‘‘อนฺตราโย เต, มหาราช, ภวิสฺสติ, สพฺพจตุกฺกยญฺญํ ยชิสฺสามา’’ติ วตฺวา รญฺญา ‘‘ยถารุจิตํ กโรถา’’ติ อนุญฺญาตา หฏฺฐปหฏฺฐา ราชกุลโต นิกฺขมิตฺวา ยญฺญกมฺมํ อารภึสุ. อถ เนสํ เชฏฺฐกสฺส ยญฺญการพฺราหฺมณสฺส อนฺเตวาสี มาณโว ปณฺฑิโต พฺยตฺโต อาจริยํ อาห – ‘‘อาจริย, เอวรูปํ กกฺขฬํ ผรุสํ อสาตํ พหูนํ สตฺตานํ วินาสกมฺมํ มา กรี’’ติ. ‘‘ตาต, ตฺวํ กึ ชานาสิ, สเจปิ อญฺญํ กิญฺจิ น ภวิสฺสติ, มจฺฉมํสํ ตาว พหุํ ขาทิตุํ ลภิสฺสามา’’ติ. ‘‘อาจริย, กุจฺฉึ นิสฺสาย นิรเย นิพฺพตฺตนกมฺมํ มา กโรถา’’ติ. ตํ สุตฺวา เสสพฺราหฺมณา ‘‘อยํ อมฺหากํ ลาภนฺตรายํ กโรตี’’ติ ตสฺส กุชฺฌึสุ. มาณโว เตสํ ภเยน ‘‘เตน หิ ตุเมฺหว มจฺฉมํสขาทนูปายํ กโรถา’’ติ วตฺวา นิกฺขมิตฺวา พหินคเร ราชานํ นิวาเรตุํ สมตฺถํ ธมฺมิกสมณพฺราหฺมณํ อุปธาเรนฺโต ราชุยฺยานํ คนฺตฺวา โพธิสตฺตํ ทิสฺวา วนฺทิตฺวา ‘‘ภนฺเต, กึ ตุมฺหากํ สตฺเตสุ อนุกมฺปา นตฺถิ, ราชา พหู สตฺเต มาเรตฺวา ยญฺญํ ยชาเปติ, กึ โว มหาชนสฺส พนฺธนโมกฺขํ กาตุํ น วฏฺฏตี’’ติ อาห. ‘‘มาณว, เอตฺถ เนว ราชา อเมฺห ชานาติ, น มยํ ราชานํ ชานามา’’ติ. ‘‘ชานาถ ปน, ภนฺเต, รญฺญา สุตสทฺทานํ นิปฺผตฺติ’’นฺติ? ‘‘อาม, ชานามี’’ติ. ‘‘ชานนฺตา รญฺโญ กสฺมา น กเถถา’’ติ? ‘‘มาณว กึ สกฺกา ‘อหํ ชานามี’ติ นลาเฏ สิงฺคํ พนฺธิตฺวา จริตุํ, สเจ อิธาคนฺตฺวา ปุจฺฉิสฺสติ, กเถสฺสามี’’ติ.
มาณโว เวเคน ราชกุลํ คนฺตฺวา ‘‘กึ, ตาตา’’ติ วุตฺเต ‘‘มหาราช, ตุเมฺหหิ สุตสทฺทานํ นิปฺผตฺตึ ชานนโก เอโก ตาปโส ตุมฺหากํ อุยฺยาเน มงฺคลสิลายํ นิสินฺโน ‘สเจ มํ ปุจฺฉิสฺสติ, กเถสฺสามี’ติ วทติ, คนฺตฺวา ตํ ปุจฺฉิตุํ วฏฺฏตี’’ติ อาห. ราชา เวเคน ตตฺถ คนฺตฺวา ตาปสํ วนฺทิตฺวา กตปฏิสนฺถาโร นิสีทิตฺวา ‘‘สจฺจํ กิร, ภนฺเต, ตุเมฺห มยา สุตสทฺทานํ นิปฺผตฺตึ ชานาถา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘อาม, มหาราชา’’ติ. ‘‘เตน หิ กเถถ ตํ เม’’ติ. ‘‘มหาราช, เตสํ สุตปจฺจยา ตว โกจิ อนฺตราโย นตฺถิ, โปราณุยฺยาเน ปน เต เอโก พโก อตฺถิ, โส โคจรํ อลภนฺโต ชิฆจฺฉาย ปเรโต ปฐมํ สทฺทมกาสี’’ติ ตสฺส กิริยํ อตฺตโน ญาเณน ปริจฺฉินฺทิตฺวา ปฐมํ คาถมาห –
๑๐. ‘‘อิทํ ปุเร นินฺนมาหุ, พหุมจฺฉํ มโหทกํ;
อาวาโส พกราชสฺส, เปตฺติกํ ภวนํ มม;
ตฺยชฺช เภเกน ยาเปม, โอกํ น วิชหามเส’’ติ.
ตตฺถ อิทนฺติ มงฺคลโปกฺขรณึ สนฺธาย วทติ. สา หิ ปุพฺเพ อุทกตุมฺเพน อุทเก ปวิสนฺเต มโหทกา พหุมจฺฉา, อิทานิ ปน อุทกสฺส ปจฺฉินฺนตฺตา น มโหทกา ชาตา. ตฺยชฺช เภเกนาติ เต มยํ อชฺช มจฺเฉ อลภนฺตา มณฺฑูกมตฺเตน ยาเปม. โอกนฺติ เอวํ ชิฆจฺฉาย ปีฬิตาปิ วสนฏฺฐานํ น วิชหาม.
อิติ, มหาราช, โส พโก ชิฆจฺฉาปีฬิโต สทฺทมกาสิ. สเจปิ ตํ ชิฆจฺฉาโต โมเจตุกาโม, ตํ อุยฺยานํ โสธาเปตฺวา โปกฺขรณึ อุทกสฺส ปูเรหีติ. ราชา ตถา กาเรตุํ เอกํ อมจฺจํ อาณาเปสิ.
‘‘หตฺถิสาลโตรเณ ปน เต, มหาราช, เอกา กากี วสมานา อตฺตโน ปุตฺตโสเกน ทุติยํ สทฺทมกาสิ, ตโตปิ เต ภยํ นตฺถี’’ติ วตฺวา ทุติยํ คาถมาห –
๑๑. ‘‘โก ทุติยํ อสีลิสฺส, พนฺธรสฺสกฺขิ เภจฺฉติ;
โก เม ปุตฺเต กุลาวกํ, มญฺจ โสตฺถึ กริสฺสตี’’ติ.
วตฺวา จ ปน ‘‘โก นาม เต, มหาราช, หตฺถิสาลาย หตฺถิเมณฺโฑ’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘พนฺธโร นาม, ภนฺเต’’ติ. ‘‘เอกกฺขิกาโณ โส, มหาราชา’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ. มหาราช, หตฺถิสาลาย เต ทฺวารโตรเณ เอกา กากี กุลาวกํ กตฺวา อณฺฑกานิ นิกฺขิปิ. ตานิ ปริณตานิ กากโปตกา นิกฺขนฺตา, หตฺถิเมณฺโฑ หตฺถึ อารุยฺห สาลโต นิกฺขมนฺโต จ ปวิสนฺโต จ องฺกุสเกน กากิมฺปิ ปุตฺตเกปิสฺสา ปหรติ, กุลาวกมฺปิ วิทฺธํเสติ. สา เตน ทุกฺเขน ปีฬิตา ตสฺส อกฺขิเภทนํ อายาจนฺตี เอวมาห, สเจ เต กากิยา เมตฺตจิตฺตํ อตฺถิ, เอตํ พนฺธรํ ปกฺโกสาเปตฺวา กุลาวกวิทฺธํสนโต วาเรหีติ. ราชา ตํ ปกฺโกสาเปตฺวา ปริภาสิตฺวา หาเรตฺวา อญฺญสฺส ตํ หตฺถึ อทาสิ.
‘‘ปาสาทกณฺณิกาย ปน เต, มหาราช, เอโก ฆุณปาณโก วสติ. โส ตตฺถ เผคฺคุํ ขาทิตฺวา ตสฺมึ ขีเณ สารํ ขาทิตุํ นาสกฺขิ, โส ภกฺขํ อลภิตฺวา นิกฺขมิตุมฺปิ อสกฺโกนฺโต ปริเทวมาโน ตติยํ สทฺทมกาสิ, ตโตปิ เต ภยํ นตฺถี’’ติ วตฺวา ตสฺส กิริยํ อตฺตโน ญาเณน ปริจฺฉินฺทิตฺวา ตติยํ คาถมาห –
๑๒. ‘‘สพฺพา ปริกฺขตา เผคฺคุ, ยาว ตสฺสา คตี อหุ;
ขีณภกฺโข มหาราช, สาเร น รมตี ฆุโณ’’ติ.
ตตฺถ ยาว ตสฺสา คตี อหูติ ยาว ตสฺสา เผคฺคุยา นิปฺผตฺติ อโหสิ, สา สพฺพา ขาทิตา. น รมตีติ ‘‘มหาราช, โส ปาณโก ตโต นิกฺขมิตฺวา คมนฏฺฐานมฺปิ อปสฺสนฺโต ปริเทวติ, นีหราเปหิ น’’นฺติ อาห. ราชา เอกํ ปุริสํ อาณาเปตฺวา อุปาเยน นํ นีหราเปสิ.
‘‘นิเวสเน ปน เต, มหาราช, เอกา โปสาวนิยา โกกิลา อตฺถี’’ติ? ‘‘อตฺถิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘มหาราช, สา อตฺตนา นิวุตฺถปุพฺพํ วนสณฺฑํ สริตฺวา อุกฺกณฺฐิตฺวา ‘กทา นุ โข อิมมฺหา ปญฺชรา มุจฺจิตฺวา รมณียํ วนสณฺฑํ คจฺฉิสฺสามี’ติ จตุตฺถํ สทฺทมกาสิ, ตโตปิ เต ภยํ นตฺถี’’ติ วตฺวา จตุตฺถํ คาถมาห –
๑๓. ‘‘สา นูนาหํ อิโต คนฺตฺวา, รญฺโญ มุตฺตา นิเวสนา;
อตฺตานํ รมยิสฺสามิ, ทุมสาขนิเกตินี’’ติ.
ตตฺถ ทุมสาขนิเกตินีติ สุปุปฺผิตาสุ รุกฺขสาขาสุ สกนิเกตา หุตฺวา. เอวญฺจ ปน วตฺวา ‘‘อุกฺกณฺฐิตา, มหาราช, สา โกกิลา, วิสฺสชฺเชหิ น’’นฺติ อาห. ราชา ตถา กาเรสิ.
‘‘นิเวสเน ปน เต, มหาราช, เอโก โปสาวนิโย มิโค อตฺถี’’ติ? ‘‘อตฺถิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘มหาราช, โส เอโก ยูถปติ อตฺตโน มิคึ อนุสฺสริตฺวา กิเลสวเสน อุกฺกณฺฐิโต ปญฺจมํ สทฺทมกาสิ, ตโตปิ เต ภยํ นตฺถี’’ติ วตฺวา ปญฺจมํ คาถมาห –
๑๔. ‘‘โส นูนาหํ อิโต คนฺตฺวา, รญฺโญ มุตฺโต นิเวสนา;
อคฺโคทกานิ ปิสฺสามิ, ยูถสฺส ปุรโต วช’’นฺติ.
ตตฺถ อคฺโคทกานีติ อคฺคอุทกานิ, อญฺเญหิ มิเคหิ ปฐมตรํ อปีตานิ อนุจฺฉิฏฺโฐทกานิ ยูถสฺส ปุรโต คจฺฉนฺโต กทา นุ โข ปิวิสฺสามีติ.
มหาสตฺโต ตมฺปิ มิคํ วิสฺสชฺชาเปตฺวา ‘‘นิเวสเน ปน เต, มหาราช, โปสาวนิโย มกฺกโฏ อตฺถี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘อตฺถิ, ภนฺเต’’ติ วุตฺเต ‘‘โสปิ, มหาราช, หิมวนฺตปเทเส ยูถปติ มกฺกฏีหิ สทฺธึ กามคิทฺโธ หุตฺวา วิจรนฺโต ภรเตน นาม ลุทฺเทน อิธ อานีโต, อิทานิ อุกฺกณฺฐิตฺวา ตตฺเถว คนฺตุกาโม ฉฏฺฐํ สทฺทมกาสิ, ตโตปิ เต ภยํ นตฺถี’’ติ วตฺวา ฉฏฺฐํ คาถมาห –
๑๕. ‘‘ตํ มํ กาเมหิ สมฺมตฺตํ, รตฺตํ กาเมสุ มุจฺฉิตํ;
อานยี ภรโต ลุทฺโท, พาหิโก ภทฺทมตฺถุ เต’’ติ.
ตตฺถ พาหิโกติ พาหิกรฏฺฐวาสี. ภทฺทมตฺถุ เตติ อิมมตฺถํ โส วานโร อาห, ตุยฺหํ ปน ภทฺทมตฺถุ, วิสฺสชฺเชหิ นนฺติ.
มหาสตฺโต ตํ วานรํ วิสฺสชฺชาเปตฺวา ‘‘นิเวสเน ปน เต, มหาราช, โปสาวนิโย กินฺนโร อตฺถี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อตฺถี’’ติ วุตฺเต ‘‘โส, มหาราช, อตฺตโน กินฺนริยา กตคุณํ อนุสฺสริตฺวา กิเลสาตุโร สทฺทมกาสิ. โส หิ ตาย สทฺธึ เอกทิวสํ ตุงฺคปพฺพตสิขรํ อารุหิ. เต ตตฺถ วณฺณคนฺธรสสมฺปนฺนานิ นานาปุปฺผานิ โอจินนฺตา ปิฬนฺธนฺตา สูริยํ อตฺถงฺคตํ น สลฺลกฺเขสุํ, อตฺถงฺคเต สูริเย โอตรนฺตานํ อนฺธกาโร อโหสิ. ตตฺร นํ กินฺนรี ‘สามิ, อนฺธกาโร วตฺตติ, อปกฺขลนฺโต อปฺปมาเทน โอตราหี’ติ วตฺวา หตฺเถ คเหตฺวา โอตาเรสิ, โส ตาย ตํ วจนํ อนุสฺสริตฺวา สทฺทมกาสิ, ตโตปิ เต ภยํ นตฺถี’’ติ ตํ การณํ อตฺตโน ญาณพเลน ปริจฺฉินฺทิตฺวา ปากฏํ กโรนฺโต สตฺตมํ คาถมาห –
๑๖. ‘‘อนฺธการติมิสายํ, ตุงฺเค อุปริปพฺพเต;
สา มํ สเณฺหน มุทุนา, มา ปาทํ ขลิ ยสฺมนี’’ติ.
ตตฺถ อนฺธการติมิสายนฺติ อนฺธภาวการเก ตเม. ตุงฺเคติ ติขิเณ. สเณฺหน มุทุนาติ มฏฺเฐน มุทุเกน วจเนน. มา ปาทํ ขลิ ยสฺมนีติ ย-กาโร พฺยญฺชนสนฺธิวเสน คหิโต. อิทํ วุตฺตํ โหติ – สา มํ กินฺนรี สเณฺหน มุทเกน วจเนน ‘‘สามิ, อปฺปมตฺโต โหหิ, มา ปาทํ ขลิ อสฺมนิ, ยถา เต อุปกฺขลิตฺวา ปาโท ปาสาณสฺมึ น ขลติ, ตถา โอตรา’’ติ วตฺวา หตฺเถน คเหตฺวา โอตาเรสีติ.
อิติ มหาสตฺโต กินฺนเรน กตสทฺทการณํ กเถตฺวา ตํ วิสฺสชฺชาเปตฺวา ‘‘มหาราช, อฏฺฐโม อุทานสทฺโท อโหสิ. นนฺทมูลกปพฺภารสฺมึ กิร เอโก ปจฺเจกพุทฺโธ อตฺตโน อายุสงฺขารปริกฺขยํ ญตฺวา ‘มนุสฺสปถํ คนฺตฺวา พาราณสิรญฺโญ อุยฺยาเน ปรินิพฺพายิสฺสามิ, ตสฺส เม มนุสฺสา สรีรนิกฺเขปํ กาเรตฺวา สาธุกีฬํ กีฬิตฺวา ธาตุปูชํ กตฺวา สคฺคปถํ ปูเรสฺสนฺตี’ติ อิทฺธานุภาเวน อาคจฺฉนฺโต ตว ปาสาทสฺส มตฺถกํ ปตฺตกาเล ขนฺธภารํ โอตาเรตฺวา นิพฺพานปุรปเวสนทีปนํ อุทานํ อุทาเนสี’’ติ ปจฺเจกพุทฺเธน วุตฺตํ คาถมาห –
๑๗. ‘‘อสํสยํ ชาติขยนฺตทสฺสี, น คพฺภเสยฺยํ ปุนราวชิสฺสํ;
อยมนฺติมา ปจฺฉิมา คพฺภเสยฺยา, ขีโณ เม สํสาโร ปุนพฺภวายา’’ติ.
ตสฺสตฺโถ – ชาติยา ขยนฺตสงฺขาตสฺส นิพฺพานสฺส ทิฏฺฐตฺตา ชาติขยนฺตทสฺสี อหํ อสํสยํ ปุน คพฺภเสยฺยํ น อาวชิสฺสํ, อยํ เม อนฺติมา ชาติ, ปจฺฉิมา คพฺภเสยฺยา, ขีโณ เม ปุนพฺภวาย ขนฺธปฏิปาฏิสงฺขาโต สํสาโรติ.
‘‘อิทญฺจ ปน โส อุทานํ วตฺวา อิมํ อุยฺยานวนํ อาคมฺม เอกสฺส สุปุปฺผิตสฺส สาลสฺส มูเล ปรินิพฺพุโต, เอหิ, มหาราช, สรีรกิจฺจมสฺส กริสฺสามา’’ติ มหาสตฺโต ราชานํ คเหตฺวา ปจฺเจกพุทฺธสฺส ปรินิพฺพุตฏฺฐานํ คนฺตฺวา สรีรํ ทสฺเสสิ. ราชา ตสฺส สรีรํ ทิสฺวา สทฺธึ พลกาเยน คนฺธมาลาทีหิ ปูเชตฺวา โพธิสตฺตสฺส วจนํ นิสฺสาย ยญฺญํ หาเรตฺวา สพฺพสตฺตานํ ชีวิตทานํ ทตฺวา นคเร มาฆาตเภรึ จราเปตฺวา สตฺตาหํ สาธุกีฬํ กีฬิตฺวา สพฺพคนฺธจิตเก มหนฺเตน สกฺกาเรน ปจฺเจกพุทฺธสฺส สรีรํ ฌาเปตฺวา ธาตุโย จตุมหาปเถ ถูปํ กาเรสิ. โพธิสตฺโตปิ รญฺโญ ธมฺมํ เทเสตฺวา ‘‘อปฺปมตฺโต โหหี’’ติ โอวทิตฺวา หิมวนฺตเมว ปวิสิตฺวา พฺรหฺมวิหาเรสุ ปริกมฺมํ กตฺวา อปริหีนชฺฌาโน พฺรหฺมโลกปรายโณ อโหสิ.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ‘‘มหาราช, ตสฺส สทฺทสฺส สุตการณา ตว โกจิ อนฺตราโย นตฺถี’’ติ ยญฺญํ หราเปตฺวา ‘‘มหาชนสฺส ชีวิตํ เทหี’’ติ ชีวิตทานํ ทาเปตฺวา นคเร ธมฺมเภรึ จราเปตฺวา ธมฺมํ เทเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ‘‘ตทา ราชา อานนฺโท อโหสิ, มาณโว สาริปุตฺโต, ตาปโส ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.
อฏฺฐสทฺทชาตกวณฺณนา ทุติยา.
[๔๑๙] ๓. สุลสาชาตกวณฺณนา
อิทํ สุวณฺณกายูรนฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ อนาถปิณฺฑิกสฺส ทาสึ อารพฺภ กเถสิ. สา กิร เอกสฺมึ อุสฺสวทิวเส ทาสิคเณน สทฺธึ อุยฺยานํ คจฺฉนฺตี อตฺตโน สามินึ ปุญฺญลกฺขณเทวึ อาภรณํ ยาจิ. สา ตสฺสา สตสหสฺสมูลํ อตฺตโน อาภรณํ อทาสิ. สา ตํ ปิฬนฺธิตฺวา ทาสิคเณน สทฺธึ อุยฺยานํ ปาวิสิ. อเถโก โจโร ตสฺสา อาภรเณ โลภํ อุปฺปาเทตฺวา ‘‘อิมํ มาเรตฺวา อาภรณํ หริสฺสามี’’ติ ตาย สทฺธึ สลฺลปนฺโต อุยฺยานํ คนฺตฺวา ตสฺสา มจฺฉมํสสุราทีนิ อทาสิ. สา ‘‘กิเลสวเสน เทติ มญฺเญ’’ติ คเหตฺวา อุยฺยานกีฬํ กีฬิตฺวา วีมํสนตฺถาย สายนฺหสมเย นิปนฺเน ทาสิคเณ อุฏฺฐาย ตสฺส สนฺติกํ อคมาสิ. โส ‘‘ภทฺเท, อิมํ ฐานํ อปฺปฏิจฺฉนฺนํ, โถกํ ปุรโต คจฺฉามา’’ติ อาห. ตํ สุตฺวา อิตรา ‘‘อิมสฺมึ ฐาเน สกฺกา รหสฺสกมฺมํ กาตุํ, อยํ ปน นิสฺสํสยํ มํ มาเรตฺวา ปิฬนฺธนภณฺฑํ หริตุกาโม ภวิสฺสติ, โหตุ, สิกฺขาเปสฺสามิ น’’นฺติ จินฺเตตฺวา ‘‘สามิ, สุรามเทน เม สุกฺขํ สรีรํ, ปานียํ ตาว มํ ปาเยหี’’ติ เอกํ กูปํ เนตฺวา ‘‘อิโต เม ปานียํ โอสิญฺจา’’ติ รชฺชุญฺจ ฆฏญฺจ ทสฺเสสิ. โจโร รชฺชุํ กูเป โอตาเรสิ, อถ นํ โอนมิตฺวา อุทกํ โอสิญฺจนฺตํ มหพฺพลทาสี อุโภหิ หตฺเถหิ อาณิสทํ ปหริตฺวา กูเป ขิปิตฺวา ‘‘น ตฺวํ เอตฺตเกน มริสฺสสี’’ติ เอกํ มหนฺตํ อิฏฺฐกํ มตฺถเก อาสุมฺภิ. โส ตตฺเถว ชีวิตกฺขยํ ปตฺโต. สาปิ นครํ ปวิสิตฺวา สามินิยา อาภรณํ ททมานา ‘‘มนมฺหิ อชฺช อิมํ อาภรณํ นิสฺสาย มตา’’ติ สพฺพํ ตํ ปวตฺตึ อาโรเจสิ, สาปิ อนาถปิณฺฑิกสฺส อาโรเจสิ, อนาถปิณฺฑิโก ตถาคตสฺส อาโรเจสิ. สตฺถา ‘‘น โข, คหปติ, อิทาเนว สา ทาสี ฐานุปฺปตฺติกาย ปญฺญาย สมนฺนาคตา, ปุพฺเพปิ สมนฺนาคตาว, น จ อิทาเนว ตาย โส มาริโต, ปุพฺเพปิ นํ มาเรสิเยวา’’ติ วตฺวา เตน ยาจิโต อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต สุลสา นาม นครโสภินี ปญฺจสตวณฺณทาสิปริวารา อโหสิ, สหสฺเสน รตฺตึ คจฺฉติ. ตสฺมึเยว นคเร สตฺตุโก นาม โจโร อโหสิ นาคพโล, รตฺติภาเค อิสฺสรฆรานิ ปวิสิตฺวา ยถารุจึ วิลุมฺปติ. นาครา สนฺนิปติตฺวา รญฺโญ อุปกฺโกสึสุ. ราชา นครคุตฺติกํ อาณาเปตฺวา ตตฺถ ตตฺถ คุมฺพํ ฐปาเปตฺวา โจรํ คณฺหาเปตฺวา ‘‘สีสมสฺส ฉินฺทถา’’ติ อาห. ตํ ปจฺฉาพาหํ พนฺธิตฺวา จตุกฺเก จตุกฺเก กสาหิ ตาเฬตฺวา อาฆาตนํ เนนฺติ. ‘‘โจโร กิร คหิโต’’ติ สกลนครํ สงฺขุภิ. ตทา สุลสา วาตปาเน ฐตฺวา อนฺตรวีถึ โอโลเกนฺตี ตํ ทิสฺวา ปฏิพทฺธจิตฺตา หุตฺวา ‘‘สเจ อิมํ โจโรติ คหิตปุริสํ โมเจตุํ สกฺขิสฺสามิ, อิทํ กิลิฏฺฐกมฺมํ อกตฺวา อิมินาว สทฺธึ สมคฺควาสํ กปฺเปสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา เหฏฺฐา กณเวรชาตเก (ชา. ๑.๔.๖๙ อาทโย) วุตฺตนเยเนว นครคุตฺติกสฺส สหสฺสํ เปเสตฺวา ตํ โมเจตฺวา เตน สทฺธึ สมฺโมทมานา สมคฺควาสํ วสิ. โจโร ติณฺณํ จตุนฺนํ มาสานํ อจฺจเยน จินฺเตสิ ‘‘อหํ อิมสฺมึเยว ฐาเน วสิตุํ น สกฺขิสฺสามิ, ตุจฺฉหตฺเถน ปลายิตุมฺปิ น สกฺกา, สุลสาย ปิฬนฺธนภณฺฑํ สตสหสฺสํ อคฺฆติ, สุลสํ มาเรตฺวา อิทํ คณฺหิสฺสามี’’ติ. อถ นํ เอกทิวสํ อาห – ‘‘ภทฺเท, อหํ ตทา ราชปุริเสหิ นียมาโน อสุกปพฺพตมตฺถเก รุกฺขเทวตาย พลิกมฺมํ ปฏิสฺสุณึ, สา มํ พลิกมฺมํ อลภมานา ภายาเปติ, พลิกมฺมมสฺสา กโรมา’’ติ. ‘‘สาธุ, สามิ, สชฺเชตฺวา เปเสหี’’ติ. ‘‘ภทฺเท, เปเสตุํ น วฏฺฏติ, มยํ อุโภปิ สพฺพาภรณปฏิมณฺฑิตา มหนฺเตน ปริวาเรน คนฺตฺวา ทสฺสามา’’ติ. ‘‘สาธุ, สามิ, ตถา กโรมา’’ติ.
อถ นํ ตถา กาเรตฺวา ปพฺพตปาทํ คตกาเล อาห – ‘‘ภทฺเท, มหาชนํ ทิสฺวา เทวตา พลิกมฺมํ น สมฺปฏิจฺฉิสฺสติ, มยํ อุโภว อภิรุหิตฺวา เทมา’’ติ. โส ตาย ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิโต ตํ พลิปาตึ อุกฺขิปาเปตฺวา สยํ สนฺนทฺธปญฺจาวุโธ หุตฺวา ปพฺพตมตฺถกํ อภิรุหิตฺวา เอกํ สตโปริสปปาตํ นิสฺสาย ชาตรุกฺขมูเล พลิภาชนํ ฐปาเปตฺวา ‘‘ภทฺเท, นาหํ พลิกมฺมตฺถาย อาคโต, ตํ ปน มาเรตฺวา ปิฬนฺธนํ เต คเหตฺวา คมิสฺสามีติ อาคโตมฺหิ, ตว ปิฬนฺธนํ โอมุญฺจิตฺวา อุตฺตรสาฏเกน ภณฺฑิกํ กโรหี’’ติ อาห. ‘‘สามิ, มํ กสฺมา มาเรสี’’ติ? ‘‘ธนการณา’’ติ. ‘‘สามิ, มยา กตคุณํ อนุสฺสร, อหํ ตํ พนฺธิตฺวา นียมานํ เสฏฺฐิปุตฺเตน ปริวตฺเตตฺวา พหุํ ธนํ ทตฺวา ชีวิตํ ลภาเปสึ, เทวสิกํ สหสฺสํ ลภมานาปิ อญฺญํ ปุริสํ น โอโลเกมิ, เอวญฺหิ ตว อุปการิกํ มา มํ มาเรหิ, พหุญฺจ เต ธนํ ทสฺสามิ, ตว ทาสี จ ภวิสฺสามี’’ติ ยาจนฺตี ปฐมํ คาถมาห –
๑๘. ‘‘อิทํ สุวณฺณกายูรํ, มุตฺตา เวฬุริยา พหู;
สพฺพํ หรสฺสุ ภทฺทนฺเต, มญฺจ ทาสีติ สาวยา’’ติ.
ตตฺถ กายูรนฺติ คีวายํ ปิฬนฺธนปสาธนํ กายูรํ. สาวยาติ มหาชนมชฺเฌ สาเวตฺวา ทาสึ กตฺวา คณฺหาติ.
ตโต สตฺตุเกน –
๑๙. ‘‘โอโรปยสฺสุ กลฺยาณิ, มา พาฬฺหํ ปริเทวสิ;
น จาหํ อภิชานามิ, อหนฺตฺวา ธนมาภต’’นฺติ. –
อตฺตโน อชฺฌาสยานุรูปํ ทุติยคาถาย วุตฺตาย สุลสา ฐานุปฺปตฺติการณํ ปฏิลภิตฺวา ‘‘อยํ โจโร มยฺหํ ชีวิตํ น ทสฺสติ, อุปาเยน นํ ปฐมตรํ ปปาเต ปาเตตฺวา ชีวิตกฺขยํ ปาเปสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา คาถาทฺวยมาห –
๒๐. ‘‘ยโต สรามิ อตฺตานํ, ยโต ปตฺตาสฺมิ วิญฺญุตํ;
น จาหํ อภิชานามิ, อญฺญํ ปิยตรํ ตยา.
๒๑. ‘‘เอหิ ตํ อุปคูหิสฺสํ, กริสฺสญฺจ ปทกฺขิณํ;
น หิ ทานิ ปุน อตฺถิ, มม ตุยฺหญฺจ สงฺคโม’’ติ.
สตฺตุโก ตสฺสาธิปฺปายํ อชานนฺโต ‘‘สาธุ, ภทฺเท, เอหิ อุปคูหสฺสุ ม’’นฺติ อาห. สุลสา ตํ ติกฺขตฺตุํ ปทกฺขิณํ กตฺวา อุปคูหิตฺวา ‘‘อิทานิ ตํ, สามิ, จตูสุ ปสฺเสสุ วนฺทิสฺสามี’’ติ วตฺวา ปาทปิฏฺฐิยํ สีสํ ฐเปตฺวา พาหุปสฺเส วนฺทิตฺวา ปจฺฉิมปสฺสํ คนฺตฺวา วนฺทมานา วิย หุตฺวา นาคพลา คณิกา โจรํ ทฺวีสุ ปจฺฉาปาเทสุ คเหตฺวา เหฏฺฐา สีสํ กตฺวา สตโปริเส นรเก ขิปิ. โส ตตฺเถว จุณฺณวิจุณฺณํ ปตฺวา มริ. ตํ กิริยํ ทิสฺวา ปพฺพตมตฺถเก นิพฺพตฺตเทวตา อิมา คาถา อภาสิ –
๒๒. ‘‘น หิ สพฺเพสุ ฐาเนสุ, ปุริโส โหติ ปณฺฑิโต;
อิตฺถีปิ ปณฺฑิตา โหติ, ตตฺถ ตตฺถ วิจกฺขณา.
๒๓. ‘‘น หิ สพฺเพสุ ฐาเนสุ, ปุริโส โหติ ปณฺฑิโต;
อิตฺถีปิ ปณฺฑิตา โหติ, ลหุํ อตฺถํ วิจินฺติกา.
๒๔. ‘‘ลหุญฺจ วต ขิปฺปญฺจ, นิกฏฺเฐ สมเจตยิ;
มิคํ ปุณฺณายเตเนว, สุลสา สตฺตุกํ วธิ.
๒๕. ‘‘โยธ อุปฺปติตํ อตฺถํ, น ขิปฺปมนุพุชฺฌติ;
โส หญฺญติ มนฺทมติ, โจโรว คิริคพฺภเร.
๒๖. ‘‘โย จ อุปฺปติตํ อตฺถํ, ขิปฺปเมว นิโพธติ;
มุจฺจเต สตฺตุสมฺพาธา, สุลสา สตฺตุกามิวา’’ติ.
ตตฺถ ปณฺฑิตา โหตีติ อิตฺถีปิ ปณฺฑิตา ตตฺถ ตตฺถ วิจกฺขณา โหติ, อถ วา อิตฺถี ปณฺฑิตา เจว ตตฺถ ตตฺถ วิจกฺขณา จ โหติ. ลหุํ อตฺถํ วิจินฺติกาติ ลหุํ ขิปฺปํ อตฺถํ วิจินฺติกา. ลหุญฺจ วตาติ อทนฺธญฺจ วต. ขิปฺปญฺจาติ อจิเรเนว. นิกฏฺเฐ สมเจตยีติ สนฺติเก ฐิตาว ตสฺส มรณูปายํ จินฺเตสิ. ปุณฺณายเตเนวาติ ปูริตธนุสฺมึ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา เฉโก มิคลุทฺทโก สกณฺฑปุณฺณธนุสฺมึ ขิปฺปํ มิคํ วธติ, เอวํ สุลสา สตฺตุกํ วธีติ. โยธาติ โย อิมสฺมึ สตฺตโลเก. นิโพธตีติ ชานาติ. สตฺตุกามิวาติ สตฺตุกา อิว, ยถา สุลสา มุตฺตา, เอวํ มุจฺจตีติ อตฺโถ.
อิติ สุลสา โจรํ วธิตฺวา ปพฺพตา โอรุยฺห อตฺตโน ปริชนสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘อยฺยปุตฺโต กห’’นฺติ ปุฏฺฐา ‘‘มา ตํ ปุจฺฉถา’’ติ วตฺวา รถํ อภิรุหิตฺวา นครเมว ปาวิสิ.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ‘‘ตทา เต อุโภปิ อิเมเยว อเหสุํ, เทวตา ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.
สุลสาชาตกวณฺณนา ตติยา.
[๔๒๐] ๔. สุมงฺคลชาตกวณฺณนา
ภุสมฺหิ กุทฺโธติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ราโชวาทสุตฺตํ อารพฺภ กเถสิ. ตทา ปน สตฺถา รญฺญา ยาจิโต อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต ตสฺส อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิมฺหิ นิพฺพตฺโต วยปฺปตฺโต ปิตุ อจฺจเยน รชฺชํ กาเรสิ, มหาทานํ ปวตฺเตสิ. ตสฺส สุมงฺคโล นาม อุยฺยานปาโล อโหสิ. อเถโก ปจฺเจกพุทฺโธ นนฺทมูลกปพฺภารา นิกฺขมิตฺวา จาริกํ จรมาโน พาราณสึ ปตฺวา อุยฺยาเน วสิตฺวา ปุนทิวเส นครํ ปิณฺฑาย ปาวิสิ. ตเมนํ ราชา ทิสฺวา ปสนฺนจิตฺโต วนฺทิตฺวา ปาสาทํ อาโรเปตฺวา ราชาสเน นิสีทาเปตฺวา นานคฺครเสหิ ขาทนียโภชนีเยหิ ปริวิสิตฺวา อนุโมทนํ สุตฺวา ปสนฺโน อตฺตโน อุยฺยาเน วสนตฺถาย ปฏิญฺญํ คาหาเปตฺวา อุยฺยานํ ปเวเสตฺวา สยมฺปิ ภุตฺตปาตราโส ตตฺถ คนฺตฺวา รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐานาทีนิ สํวิทหิตฺวา สุมงฺคลํ นาม อุยฺยานปาลํ เวยฺยาวจฺจกรํ กตฺวา นครํ ปาวิสิ. ปจฺเจกพุทฺโธ ตโต ปฏฺฐาย นิพทฺธํ ราชเคเห ภุญฺชนฺโต ตตฺถ จิรํ วสิ, สุมงฺคโลปิ นํ สกฺกจฺจํ อุปฏฺฐหิ.
อเถกทิวสํ ปจฺเจกพุทฺโธ สุมงฺคลํ อามนฺเตตฺวา ‘‘อหํ กติปาหํ อสุกคามํ นิสฺสาย วสิตฺวา อาคจฺฉิสฺสามิ, รญฺโญ อาโรเจหี’’ติ วตฺวา ปกฺกามิ. สุมงฺคโลปิ รญฺโญ อาโรเจสิ. ปจฺเจกพุทฺโธ กติปาหํ ตตฺถ วสิตฺวา สายํ สูริเย อตฺถงฺคเต ตํ อุยฺยานํ ปจฺจาคมิ. สุมงฺคโล ตสฺส อาคตภาวํ อชานนฺโต อตฺตโน เคหํ อคมาสิ. ปจฺเจกพุทฺโธปิ ปตฺตจีวรํ ปฏิสาเมตฺวา โถกํ จงฺกมิตฺวา ปาสาณผลเก นิสีทิ. ตํ ทิวสํ ปน อุยฺยานปาลสฺส ฆรํ ปาหุนกา อาคมึสุ. โส เตสํ สูปพฺยญฺชนตฺถาย ‘‘อุยฺยาเน อภยลทฺธํ มิคํ มาเรสฺสามี’’ติ ธนุํ อาทาย อุยฺยานํ คนฺตฺวา มิคํ อุปธาเรนฺโต ปจฺเจกพุทฺธํ ทิสฺวา ‘‘มหามิโค ภวิสฺสตี’’ติ สญฺญาย สรํ สนฺนยฺหิตฺวา วิชฺฌิ. ปจฺเจกพุทฺโธ สีสํ วิวริตฺวา ‘‘สุมงฺคลา’’ติ อาห. โส สํเวคปฺปตฺโต วนฺทิตฺวา ‘‘ภนฺเต, อหํ ตุมฺหากํ อาคตภาวํ อชานนฺโต ‘มิโค’ติ สญฺญาย วิชฺฌึ, ขมถ เม’’ติ วตฺวา ‘‘โหตุ ทานิ กึ กริสฺสสิ, เอหิ สรํ ลุญฺจิตฺวา คณฺหาหี’’ติ วุตฺเต วนฺทิตฺวา สรํ ลุญฺจิ, มหตี เวทนา อุปฺปชฺชิ. ปจฺเจกพุทฺโธ ตตฺเถว ปรินิพฺพายิ. อุยฺยานปาโล ‘‘สเจ ราชา ชานิสฺสติ, นาเสสฺสตี’’ติ ปุตฺตทารํ คเหตฺวา ตโตว ปลายิ. ตาวเทว ‘‘ปจฺเจกพุทฺโธ ปรินิพฺพุโต’’ติ เทวตานุภาเวน สกลนครํ เอกโกลาหลํ ชาตํ.
ปุนทิวเส มนุสฺสา อุยฺยานํ คนฺตฺวา ปจฺเจกพุทฺธํ ทิสฺวา ‘‘อุยฺยานปาโล ปจฺเจกพุทฺธํ มาเรตฺวา ปลาโต’’ติ รญฺโญ กถยึสุ. ราชา มหนฺเตน ปริวาเรน อุยฺยานํ คนฺตฺวา สตฺตาหํ สรีรปูชํ กตฺวา มหนฺเตน สกฺกาเรน ฌาเปตฺวา ธาตุโย อาทาย เจติยํ กตฺวา ตํ ปูเชนฺโต ธมฺเมน รชฺชํ กาเรสิ. สุมงฺคโลปิ เอกสํวจฺฉรํ วีตินาเมตฺวา ‘‘รญฺโญ จิตฺตํ ชานิสฺสามี’’ติ อาคนฺตฺวา เอกํ อมจฺจํ ปสฺสิตฺวา ‘‘มยิ รญฺโญ จิตฺตํ ชานาหี’’ติ อาห. อมจฺโจปิ รญฺโญ สนฺติกํ คนฺตฺวา ตสฺส คุณํ กเถสิ. ราชา อสุณนฺโต วิย อโหสิ. ปุน กิญฺจิ อวตฺวา รญฺโญ อนตฺตมนภาวํ สุมงฺคลสฺส กเถสิ. โส ทุติยสํวจฺฉเรปิ อาคนฺตฺวา ตเถว ราชา ตุณฺหี อโหสิ. ตติยสํวจฺฉเร อาคนฺตฺวา ปุตฺตทารํ คเหตฺวาว อาคมิ. อมจฺโจ รญฺโญ จิตฺตมุทุภาวํ ญตฺวา ตํ ราชทฺวาเร ฐเปตฺวา ตสฺสาคตภาวํ รญฺโญ กเถสิ. ราชา ตํ ปกฺโกสาเปตฺวา ปฏิสนฺถารํ กตฺวา ‘‘สุมงฺคล, กสฺมา ตยา มม ปุญฺญกฺเขตฺตํ ปจฺเจกพุทฺโธ มาริโต’’ติ ปุจฺฉิ. โส ‘‘นาหํ, เทว, ‘ปจฺเจกพุทฺธํ มาเรมี’ติ มาเรสึ, อปิจ โข อิมินา นาม การเณน อิทํ นาม อกาสิ’’นฺติ ตํ ปวตฺตึ อาจิกฺขิ. อถ นํ ราชา ‘‘เตน หิ มา ภายี’’ติ สมสฺสาเสตฺวา ปุน อุยฺยานปาลเมว อกาสิ.
อถ นํ โส อมจฺโจ ปุจฺฉิ ‘‘เทว, กสฺมา ตุเมฺห เทฺว วาเร สุมงฺคลสฺส คุณํ สุตฺวาปิ กิญฺจิ น กถยิตฺถ, กสฺมา ปน ตติยวาเร สุตฺวา ตํ ปกฺโกสิตฺวา อนุกมฺปิตฺถา’’ติ? ราชา ‘‘ตาต, รญฺญา นาม กุทฺเธน สหสา กิญฺจิ กาตุํ น วฏฺฏติ, เตนาหํ ปุพฺเพ ตุณฺหี หุตฺวา ตติยวาเร สุมงฺคเล มม จิตฺตสฺส มุทุภาวํ ญตฺวา ตํ ปกฺโกสาเปสิ’’นฺติ ราชวตฺตํ กเถนฺโต อิมา คาถา อาห –
๒๗. ‘‘ภุสมฺหิ กุทฺโธติ อเวกฺขิยาน, น ตาว ทณฺฑํ ปณเยยฺย อิสฺสโร;
อฏฺฐานโส อปฺปติรูปมตฺตโน, ปรสฺส ทุกฺขานิ ภุสํ อุทีรเย.
๒๘. ‘‘ยโต จ ชาเนยฺย ปสาทมตฺตโน, อตฺถํ นิยุญฺเชยฺย ปรสฺส ทุกฺกฏํ;
ตทายมตฺโถติ สยํ อเวกฺขิย, อถสฺส ทณฺฑํ สทิสํ นิเวสเย.
๒๙. ‘‘น จาปิ ฌาเปติ ปรํ น อตฺตนํ, อมุจฺฉิโต โย นยเต นยานยํ;
โย ทณฺฑธาโร ภวตีธ อิสฺสโร, ส วณฺณคุตฺโต สิริยา น ธํสติ.
๓๐. ‘‘เย ขตฺติยา เส อนิสมฺมการิโน, ปเณนฺติ ทณฺฑํ สหสา ปมุจฺฉิตา;
อวณฺณสํยุตา ชหนฺติ ชีวิตํ, อิโต วิมุตฺตาปิ จ ยนฺติ ทุคฺคตึ.
๓๑. ‘‘ธมฺเม จ เย อริยปฺปเวทิเต รตา, อนุตฺตรา เต วจสา มนสา กมฺมุนา จ;
เต สนฺติโสรจฺจสมาธิสณฺฐิตา, วชนฺติ โลกํ ทุภยํ ตถาวิธา.
๓๒. ‘‘ราชาหมสฺมิ นรปมทานมิสฺสโร, สเจปิ กุชฺฌามิ ฐเปมิ อตฺตนํ;
นิเสธยนฺโต ชนตํ ตถาวิธํ, ปเณมิ ทณฺฑํ อนุกมฺป โยนิโส’’ติ.
ตตฺถ อเวกฺขิยานาติ อเวกฺขิตฺวา ชานิตฺวา. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ตาต, ปถวิสฺสโร ราชา นาม ‘‘อหํ ภุสํ กุทฺโธ พลวโกธาภิภูโต’’ติ ญตฺวา อฏฺฐวตฺถุกาทิเภทํ ทณฺฑํ ปรสฺส น ปณเยยฺย น วตฺเตยฺย. กึการณา? กุทฺโธ หิ อฏฺฐวตฺถุกํ โสฬสวตฺถุกํ กตฺวา อฏฺฐาเนน อการเณน อตฺตโน ราชภาวสฺส อนนุรูปํ ‘‘อิมํ เอตฺตกํ นาม อาหรถ, อิทญฺจ ตสฺส กโรถา’’ติ ปรสฺส ภุสํ ทุกฺขานิ พลวทุกฺขานิ อุทีรเย.
ยโตติ ยทา. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยทา ปน ราชา ปรสฺมึ อุปฺปนฺนํ อตฺตโน ปสาทํ ชาเนยฺย, อถ ปรสฺส ทุกฺกฏํ อตฺถํ นิยุญฺเชยฺย อุปปริกฺเขยฺย, ตทา เอวํ นิยุญฺชนฺโต ‘‘อยํ นาเมตฺถ อตฺโถ, อยํ เอตสฺส โทโส’’ติ สยํ อตฺตปจฺจกฺขํ กตฺวา อถสฺส อปราธการกสฺส อฏฺฐวตฺถุกเหตุ อฏฺเฐว, โสฬสวตฺถุกเหตุ โสฬเสว กหาปเณ คณฺหมาโน ทณฺฑํ สทิสํ กตโทสานุรูปํ นิเวสเย ฐเปยฺย ปวตฺเตยฺยาติ.
อมุจฺฉิโตติ ฉนฺทาทีหิ อคติกิเลเสหิ อมุจฺฉิโต อนภิภูโต หุตฺวา โย นยานยํ นยเต อุปปริกฺขติ, โส เนว ปรํ ฌาเปติ, น อตฺตานํ. ฉนฺทาทิวเสน หิ อเหตุกํ ทณฺฑํ ปวตฺเตนฺโต ปรมฺปิ เตน ทณฺเฑน ฌาเปติ ทหติ ปีเฬติ, อตฺตานมฺปิ ตโตนิทาเนน ปาเปน. อยํ ปน น ปรํ ฌาเปติ, น อตฺตานํ. โย ทณฺฑธาโร ภวตีธ อิสฺสโรติ โย อิธ ปถวิสฺสโร ราชา อิธ สตฺตโลเก โทสานุจฺฉวิกํ ทณฺฑํ ปวตฺเตนฺโต ทณฺฑธาโร โหติ. ส วณฺณคุตฺโตติ คุณวณฺเณน เจว ยสวณฺเณน จ คุตฺโต รกฺขิโต สิริยา น ธํสติ น ปริหายติ. อวณฺณสํยุตา ชหนฺตีติ อธมฺมิกา โลลราชาโน อวณฺเณน ยุตฺตา หุตฺวา ชีวิตํ ชหนฺติ.
ธมฺเม จ เย อริยปฺปเวทิเตติ เย ราชาโน อาจารอริเยหิ ธมฺมิกราชูหิ ปเวทิเต ทสวิเธ ราชธมฺเม รตา. อนุตฺตรา เตติ เต วจสา มนสา กมฺมุนา จ ตีหิปิ เอเตหิ อนุตฺตรา เชฏฺฐกา. เต สนฺติโสรจฺจสมาธิสณฺฐิตาติ เต อคติปหาเนน กิเลสสนฺติยญฺจ สุสีลฺยสงฺขาเต โสรจฺเจ จ เอกคฺคตาสมาธิมฺหิ จ สณฺฐิตา ปติฏฺฐิตา ธมฺมิกราชาโน. วชนฺติ โลกํ ทุภยนฺติ ธมฺเมน รชฺชํ กาเรตฺวา มนุสฺสโลกโต เทวโลกํ, เทวโลกโต มนุสฺสโลกนฺติ อุภยโลกเมว วชนฺติ, นิรยาทีสุ น นิพฺพตฺตนฺติ. นรปมทานนฺติ นรานญฺจ นารีนญฺจ. ฐเปมิ อตฺตนนฺติ กุทฺโธปิ โกธวเสน อคนฺตฺวา อตฺตานํ โปราณกราชูหิ ฐปิตนยสฺมึเยว ธมฺเม ฐเปมิ, วินิจฺฉยธมฺมํ น ภินฺทามีติ.
เอวํ ฉหิ คาถาหิ รญฺญา อตฺตโน คุเณ กถิเต สพฺพาปิ ราชปริสา ตุฏฺฐา ‘‘อยํ สีลาจารคุณสมฺปตฺติ ตุมฺหากญฺเญว อนุรูปา’’ติ รญฺโญ คุเณ กเถสุํ. สุมงฺคโล ปน ปริสาย กถิตาวสาเน อุฏฺฐาย ราชานํ วนฺทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคยฺห รญฺโญ ถุตึ กโรนฺโต ติสฺโส คาถา อภาสิ –
๓๓. ‘‘สิรี จ ลกฺขี จ ตเวว ขตฺติย, ชนาธิป มา วิชหิ กุทาจนํ;
อกฺโกธโน นิจฺจปสนฺนจิตฺโต, อนีโฆ ตุวํ วสฺสสตานิ ปาลย.
๓๔. ‘‘คุเณหิ เอเตหิ อุเปต ขตฺติย, ฐิตมริยวตฺตี สุวโจ อโกธโน;
สุขี อนุปฺปีฬ ปสาส เมทินึ, อิโต วิมุตฺโตปิ จ ยาหิ สุคฺคตึ.
๓๕. ‘‘เอวํ สุนีเตน สุภาสิเตน, ธมฺเมน ญาเยน อุปายโส นยํ;
นิพฺพาปเย สงฺขุภิตํ มหาชนํ, มหาว เมโฆ สลิเลน เมทินิ’’นฺติ.
ตตฺถ สิรี จ ลกฺขี จาติ ปริวารสมฺปตฺติ จ ปญฺญา จ. อนีโฆติ นิทฺทุกฺโข หุตฺวา. อุเปต ขตฺติยาติ อุเปโต ขตฺติย, อยเมว วา ปาโฐ. ฐิตมริยวตฺตีติ ฐิตอริยวตฺติ, อริยวตฺติ นาม ทสราชธมฺมสงฺขาตํ โปราณราชวตฺตํ, ตตฺถ ปติฏฺฐิตตฺตา ฐิตราชธมฺโม หุตฺวาติ อตฺโถ. อนุปฺปีฬ ปสาส เมทินินฺติ อนุปฺปีฬํ ปสาส เมทินิญฺจ, อยเมว วา ปาโฐ. สุนีเตนาติ สุนเยน สุฏฺฐุ การเณน. ธมฺเมนาติ ทสกุสลกมฺมปถธมฺเมน. ญาเยนาติ ปุริมปทสฺเสว เววจนํ. อุปายโสติ อุปายโกสลฺเลน. นยนฺติ นยนฺโต รชฺชํ อนุสาสนฺโต ธมฺมิกราชา. นิพฺพาปเยติ อิมาย ปฏิปตฺติยา กายิกเจตสิกทุกฺขํ ทรถํ อปเนนฺโต กายิกเจตสิกทุกฺขสงฺขุภิตมฺปิ มหาชนํ มหาเมโฆ สลิเลน เมทินึ วิย นิพฺพาเปยฺย, ตฺวมฺปิ ตเถว นิพฺพาเปหีติ ทสฺเสนฺโต เอวมาห.
สตฺถา โกสลรญฺโญ โอวาทวเสน อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา ปจฺเจกพุทฺโธ ปรินิพฺพุโต, สุมงฺคโล อานนฺโท อโหสิ, ราชา ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.
สุมงฺคลชาตกวณฺณนา จตุตฺถา.
[๔๒๑] ๕. คงฺคมาลชาตกวณฺณนา
องฺคารชาตาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อุโปสถกมฺมํ อารพฺภ กเถสิ. เอกทิวสญฺหิ สตฺถา อุโปสถิเก อุปาสเก อามนฺเตตฺวา ‘‘อุปาสกา สาธุรูปํ โว กตํ อุโปสถํ อุปวสนฺเตหิ, ทานํ ทาตพฺพํ, สีลํ รกฺขิตพฺพํ, โกโธ น กาตพฺโพ, เมตฺตา ภาเวตพฺพา, อุโปสถวาโส วสิตพฺโพ, โปราณกปณฺฑิตา หิ เอกํ อุปฑฺฒุโปสถกมฺมํ นิสฺสาย มหายสํ ลภึสู’’ติ วตฺวา เตหิ ยาจิโต อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต ตสฺมึ นคเร สุจิปริวาโร นาม เสฏฺฐิ อโหสิ อสีติโกฏิธนวิภโว ทานาทิปุญฺญาภิรโต. ตสฺส ปุตฺตทาราปิ ปริชโนปิ อนฺตมโส ตสฺมึ ฆเร วจฺฉปาลกาปิ สพฺเพ มาสสฺส ฉ ทิวเส อุโปสถํ อุปวสนฺติ. ตทา โพธิสตฺโต เอกสฺมึ ทลิทฺทกุเล นิพฺพตฺติตฺวา ภตึ กตฺวา กิจฺเฉน ชีวติ. โส ‘‘ภตึ กริสฺสามี’’ติ ตสฺส เคหํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ ฐิโต ‘‘กึ อาคโตสี’’ติ วุตฺเต ‘‘ตุมฺหากํ เคเห ภติยา กมฺมกรณตฺถ’’นฺติ อาห. เสฏฺฐิ อญฺเญสํ ภติกานํ อาคตทิวเสเยว ‘‘อิมสฺมึ เคเห กมฺมํ กโรนฺตา สีลํ รกฺขนฺติ, สีลํ รกฺขิตุํ สกฺโกนฺตา กมฺมํ กโรถา’’ติ วทติ, โพธิสตฺตสฺส ปน สีลรกฺขณอาจิกฺขเณ สญฺญํ อกตฺวา ‘‘สาธุ, ตาต, อตฺตโน ภตึ ชานิตฺวา กมฺมํ กโรหี’’ติ อาห. โส ตโต ปฏฺฐาย สุวโจ หุตฺวา อุรํ ทตฺวา อตฺตโน กิลมถํ อคเณตฺวา ตสฺส สพฺพกิจฺจานิ กโรติ, ปาโตว กมฺมนฺตํ คนฺตฺวา สายํ อาคจฺฉติ.
อเถกทิวสํ นคเร ฉณํ โฆเสสุํ. มหาเสฏฺฐิ ทาสึ อามนฺเตตฺวา ‘‘อชฺชุโปสถทิวโส, เคเห กมฺมกรานํ ปาโตว ภตฺตํ ปจิตฺวา เทหิ, กาลสฺเสว ภุญฺชิตฺวา อุโปสถิกา ภวิสฺสนฺตี’’ติ อาห. โพธิสตฺโต กาลสฺเสว อุฏฺฐาย กมฺมนฺตํ อคมาสิ, ‘‘อชฺชุโปสถิโก ภเวยฺยาสี’’ติ ตสฺส โกจิ นาโรเจสิ. เสสกมฺมกรา ปาโตว ภุญฺชิตฺวา อุโปสถิกาว อเหสุํ. เสฏฺฐิปิ สปุตฺตทาโร สปริชโน อุโปสถํ อธิฏฺฐหิ, สพฺเพปิ อุโปสถิกา อตฺตโน อตฺตโน วสนฏฺฐานํ คนฺตฺวา สีลํ อาวชฺเชนฺตา นิสีทึสุ. โพธิสตฺโต สกลทิวสํ กมฺมํ กตฺวา สูริยตฺถงฺคมนเวลาย อาคโต. อถสฺส ภตฺตการิกา หตฺถโธวนํ ทตฺวา ปาติยํ ภตฺตํ วฑฺเฒตฺวา อุปนาเมสิ. โพธิสตฺโต ‘‘อญฺเญสุ ทิวเสสุ อิมาย เวลาย มหาสทฺโท โหติ, อชฺช กหํ คตา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘สพฺเพ อุโปสถํ สมาทิยิตฺวา อตฺตโน อตฺตโน วสนฏฺฐานานิ คตา’’ติ. ตํ สุตฺวา โพธิสตฺโต จินฺเตสิ ‘‘เอตฺตกานํ สีลวนฺตานํ อนฺตเร อหํ เอโก ทุสฺสีโล หุตฺวา น วสิสฺสามิ, อิทานิ อุโปสถงฺเคสุ อธิฏฺฐิเตสุ โหติ นุ โข อุโปสถกมฺมํ, โน’’ติ. โส คนฺตฺวา เสฏฺฐึ ปุจฺฉิ. อถ นํ เสฏฺฐิ ‘‘ตาต ปาโตว อนธิฏฺฐิตตฺตา สกลํ อุโปสถกมฺมํ น โหติ, อุปฑฺฒุโปสถกมฺมํ ปน โหตี’’ติ อาห.
โส ‘‘เอตฺตกมฺปิ โหตู’’ติ เสฏฺฐิสฺส สนฺติเก สมาทินฺนสีโล หุตฺวา อุโปสถกมฺมํ อธิฏฺฐาย อตฺตโน วสโนกาสํ ปวิสิตฺวา สีลํ อาวชฺเชนฺโต นิปชฺชิ. อถสฺส สกลทิวสํ นิราหารตาย ปจฺฉิมยามสมนนฺตเร สตฺถกวาตา สมุฏฺฐหึสุ. เสฏฺฐินา นานาวิธานิ เภสชฺชานิ อาหริตฺวา ‘‘ภุญฺชา’’ติ วุจฺจมาโนปิ ‘‘อุโปสถํ น ภินฺทิสฺสามิ, ชีวิตปริยนฺติกํ กตฺวา สมาทิยิ’’นฺติ อาห. พลวเวทนา อุปฺปชฺชิ, อรุณุคฺคมนเวลาย สตึ ปจฺจุปฏฺฐาเปตุํ นาสกฺขิ. อถ นํ ‘‘อิทานิ มริสฺสตี’’ติ นีหริตฺวา ‘‘โอสารเก นิปชฺชาเปสุํ. ตสฺมึ ขเณ พาราณสิราชา รถวรคโต มหนฺเตน ปริวาเรน นครํ ปทกฺขิณํ กโรนฺโต ตํ ฐานํ สมฺปาปุณิ. โพธิสตฺโต ตสฺส สิรึ โอโลเกตฺวา ตสฺมึ โลภํ อุปฺปาเทตฺวา รชฺชํ ปตฺเถสิ. โส จวิตฺวา อุปฑฺฒุโปสถกมฺมนิสฺสนฺเทน ตสฺส อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิมฺหิ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. สา ลทฺธคพฺภปริหารา ทสมาสจฺจเยน ปุตฺตํ วิชายิ, ‘‘อุทยกุมาโร’’ติสฺส นามํ อกํสุ. โส วยปฺปตฺโต สพฺพสิปฺเปสุ นิปฺผตฺตึ ปาปุณิ, ชาติสฺสรญาเณน อตฺตโน ปุพฺพกมฺมํ สริตฺวา ‘‘อปฺปกสฺส กมฺมสฺส ผลํ มม อิท’’นฺติ อภิกฺขณํ อุทานํ อุทาเนสิ. โส ปิตุ อจฺจเยน รชฺชํ ปตฺวาปิ อตฺตโน มหนฺตํ สิริวิภวํ โอโลเกตฺวา ตเทว อุทานํ อุทาเนสิ.