๙. นวกนิปาโต
[๔๒๗] ๑. คิชฺฌชาตกวณฺณนา
ปริสงฺกุปโถ นามาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ ทุพฺพจภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ. โส กิร เอโก กุลปุตฺโต นิยฺยานิกสาสเน ปพฺพชิตฺวาปิ อตฺถกาเมหิ อาจริยุปชฺฌาเยหิ เจว สพฺรหฺมจารีหิ จ ‘‘เอวํ เต อภิกฺกมิตพฺพํ, เอวํ ปฏิกฺกมิตพฺพํ, เอวํ อาโลกิตพฺพํ, เอวํ วิโลกิตพฺพํ, เอวํ สมิญฺชิตพฺพํ, เอวํ ปสาริตพฺพํ, เอวํ นิวาเสตพฺพํ, เอวํ ปารุปิตพฺพํ, เอวํ ปตฺโต คเหตพฺโพ, ยาปนมตฺตํ ภตฺตํ คเหตฺวา ปจฺจเวกฺขิตฺวาว ปริภุญฺชิตพฺพํ, อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวาเรน โภชเน มตฺตญฺญุนา ชาคริยมนุยุตฺเตน ภวิตพฺพํ, อิทํ อาคนฺตุกวตฺตํ นาม ชานิตพฺพํ, อิทํ คมิกวตฺตํ นาม, อิมานิ จุทฺทส ขนฺธกวตฺตานิ, อสีติ มหาวตฺตานิ. ตตฺถ เต สมฺมา วตฺติตพฺพํ, อิเม เตรส ธุตงฺคคุณา นาม, เอเต สมาทาย วตฺติตพฺพ’’นฺติ โอวทิยมาโน ทุพฺพโจ อโหสิ อกฺขโม อปฺปทกฺขิณคฺคาหี อนุสาสนึ. ‘‘อหํ ตุเมฺห น วทามิ, ตุเมฺห ปน มํ กสฺมา วทถ, อหเมว อตฺตโน อตฺถํ วา อนตฺถํ วา ชานิสฺสามี’’ติ อตฺตานํ อวจนียํ อกาสิ. อถสฺส ทุพฺพจภาวํ ญตฺวา ภิกฺขู ธมฺมสภายํ อคุณกถํ กเถนฺตา นิสีทึสุ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ตํ ภิกฺขุํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘สจฺจํ กิร ตฺวํ ภิกฺขุ ทุพฺพโจสี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘สจฺจ’’นฺติ วุตฺเต ‘‘กสฺมา ภิกฺขุ เอวรูเป นิยฺยานิกสาสเน ปพฺพชิตฺวา อตฺถกามานํ วจนํ น กโรสิ, ปุพฺเพปิ ตฺวํ ปณฺฑิตานํ วจนํ อกตฺวา เวรมฺภวาตมุเข จุณฺณวิจุณฺโณ ชาโต’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.
อตีเต คิชฺฌกูเฏ ปพฺพเต โพธิสตฺโต คิชฺฌโยนิยํ นิพฺพตฺติ. ปุตฺโต ปนสฺส สุปตฺโต นาม คิชฺฌราชา อเนกสหสฺสคิชฺฌปริวาโร ถามสมฺปนฺโน อโหสิ. โส มาตาปิตโร โปเสสิ, ถามสมฺปนฺนตฺตา ปน อติทูรํ อุปฺปตติ. อถ นํ ปิตา ‘‘ตาต, เอตฺตกํ นาม ฐานํ อติกฺกมิตฺวา น คนฺตพฺพ’’นฺติ โอวทิ. โส ‘‘สาธู’’ติ วตฺวาปิ เอกทิวสํ ปน วุฏฺเฐ เทเว คิชฺเฌหิ สทฺธึ อุปฺปติตฺวา เสเส โอหาย อติภูมึ คนฺตฺวา เวรมฺภวาตมุขํ ปตฺวา จุณฺณวิจุณฺณภาวํ ปาปุณิ. สตฺถา ตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต อภิสมฺพุทฺโธ หุตฺวา อิมา คาถา อภาสิ –
๑. ‘‘ปริสงฺกุปโถ นาม, คิชฺฌปนฺโถ สนนฺตโน;
ตตฺราสิ มาตาปิตโร, คิชฺโฌ โปเสสิ ชิณฺณเก;
เตสํ อชครเมทํ, อจฺจหาสิ พหุตฺตโส.
๒. ‘‘ปิตา จ ปุตฺตํ อวจ, ชานํ อุจฺจํ ปปาตินํ;
สุปตฺตํ ถามสมฺปนฺนํ, เตชสฺสึ ทูรคามินํ.
๓. ‘‘ปริปฺลวนฺตํ ปถวึ, ยทา ตาต วิชานหิ;
สาคเรน ปริกฺขิตฺตํ, จกฺกํว ปริมณฺฑลํ;
ตโต ตาต นิวตฺตสฺสุ, มาสฺสุ เอตฺโต ปรํ คมิ.
๔. ‘‘อุทปตฺโตสิ เวเคน, พลี ปกฺขี ทิชุตฺตโม;
โอโลกยนฺโต วกฺกงฺโค, ปพฺพตานิ วนานิ จ.
๕. ‘‘อทฺทสฺส ปถวึ คิชฺโฌ, ยถาสาสิ ปิตุสฺสุตํ;
สาคเรน ปริกฺขิตฺตํ, จกฺกํว ปริมณฺฑลํ.
๖. ‘‘ตญฺจ โส สมติกฺกมฺม, ปรเมวจฺจวตฺตถ;
ตญฺจ วาตสิขา ติกฺขา, อจฺจหาสิ พลึ ทิชํ.
๗. ‘‘นาสกฺขาติคโต โปโส, ปุนเทว นิวตฺติตุํ;
ทิโช พฺยสนมาปาทิ, เวรมฺภานํ วสํ คโต.
๘. ‘‘ตสฺส ปุตฺตา จ ทารา จ, เย จญฺเญ อนุชีวิโน;
สพฺเพ พฺยสนมาปาทุํ, อโนวาทกเร ทิเช.
๙. ‘‘เอวมฺปิ อิธ วุฑฺฒานํ, โย วากฺยํ นาวพุชฺฌติ;
อติสีมจโร ทิตฺโต, คิชฺโฌวาตีตสาสโน;
ส เว พฺยสนํ ปปฺโปติ, อกตฺวา วุฑฺฒสาสน’’นฺติ.
ตตฺถ ปริสงฺกุปโถติ สงฺกุปโถ. มนุสฺสา หิรญฺญสุวณฺณตฺถาย คจฺฉนฺตา ตสฺมึ ปเทเส ขาณุเก โกฏฺเฏตฺวา เตสุ รชฺชุโย พนฺธิตฺวา คจฺฉนฺติ, เตน โส คิชฺฌปพฺพเต ชงฺฆมคฺโค ‘‘สงฺกุปโถ’’ติ วุจฺจติ. คิชฺฌปนฺโถติ คิชฺฌปพฺพตมตฺถเก มหามคฺโค. สนนฺตโนติ โปราโณ. ตตฺราสีติ ตสฺมึ คิชฺฌปพฺพตมตฺถเก สงฺกุปเถ เอโก คิชฺโฌ อาสิ, โส ชิณฺณเก มาตาปิตโร โปเสสิ. อชครเมทนฺติ อชครานํ เมทํ. อจฺจหาสีติ อติวิย อาหริ. พหุตฺตโสติ พหุโส. ชานํ อุจฺจํ ปปาตินนฺติ ‘‘ปุตฺโต เต อติอุจฺจํ ฐานํ ลงฺฆตี’’ติ สุตฺวา ‘‘อุจฺเจ ปปาตี อย’’นฺติ ชานนฺโต. เตชสฺสินฺติ ปุริสเตชสมฺปนฺนํ. ทูรคามินนฺติ เตเนว เตเชน ทูรคามึ. ปริปฺลวนฺตนฺติ อุปฺปลปตฺตํ วิย อุทเก อุปฺลวมานํ. วิชานหีติ วิชานาสิ. จกฺกํว ปริมณฺฑลนฺติ ยสฺมึ เต ปเทเส ฐิตสฺส สมุทฺเทน ปริจฺฉินฺโน ชมฺพุทีโป จกฺกมณฺฑลํว ปญฺญายติ, ตโต ตาต นิวตฺตาหีติ โอวทนฺโต เอวมาห.
อุทปตฺโตสีติ ปิตุ โอวาทํ อกตฺวา เอกทิวสํ คิชฺเฌหิ สทฺธึ อุปฺปติโต เต โอหาย ปิตรา กถิตฏฺฐานํ อคมาสิ. โอโลกยนฺโตติ ตํ ฐานํ ปตฺวา เหฏฺฐา โอโลเกนฺโต. วกฺกงฺโคติ วงฺกคีโว. ยถาสาสิ ปิตุสฺสุตนฺติ ยถาสฺส ปิตุ สนฺติกา สุตํ อาสิ, ตเถว อทฺทส, ‘‘ยถาสฺสาสี’’ติปิ ปาโฐ. ปรเมวจฺจวตฺตถาติ ปิตรา อกฺขาตฏฺฐานโต ปรํ อติวตฺโตว. ตญฺจ วาตสิขา ติกฺขาติ ตํ อโนวาทกํ พลิมฺปิ สมานํ ทิชํ ติขิณเวรมฺภวาตสิขา อจฺจหาสิ อติหริ, จุณฺณวิจุณฺณํ อกาสิ. นาสกฺขาติคโตติ นาสกฺขิ อติคโต. โปโสติ สตฺโต. อโนวาทกเรติ ตสฺมึ ทิเช ปณฺฑิตานํ โอวาทํ อกโรนฺเต สพฺเพปิ เต มหาทุกฺขํ ปาปุณึสุ. อกตฺวา วุฑฺฒสาสนนฺติ วุฑฺฒานํ หิตกามานํ วจนํ อกตฺวา เอวเมว พฺยสนํ มหาทุกฺขํ ปาปุณาติ. ตสฺมา ตฺวํ ภิกฺขุ มา คิชฺฌสทิโส ภว, อตฺถกามานํ วจนํ กโรหีติ. โส สตฺถารา เอวํ โอวทิโต ตโต ปฏฺฐาย สุวโจ อโหสิ.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา ทุพฺพจคิชฺโฌ เอตรหิ ทุพฺพจภิกฺขุ อโหสิ, คิชฺฌปิตา ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.
คิชฺฌชาตกวณฺณนา ปฐมา.
[๔๒๘] ๒. โกสมฺพิยชาตกวณฺณนา
ปุถุสทฺโทติ อิทํ สตฺถา โกสมฺพึ นิสฺสาย โฆสิตาราเม วิหรนฺโต โกสมฺพิยํ ภณฺฑนการเก ภิกฺขู อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ โกสมฺพกกฺขนฺธเก (มหาว. ๔๕๑ อาทโย) อาคตเมว, อยํ ปเนตฺถ สงฺเขโป. ตทา กิร เทฺว ภิกฺขู เอกสฺมึ อาวาเส วสึสุ วินยธโร จ สุตฺตนฺติโก จ. เตสุ สุตฺตนฺติโก เอกทิวสํ สรีรวลญฺชํ กตฺวา อุทกโกฏฺฐเก อาจมนอุทกาวเสสํ ภาชเน ฐเปตฺวา นิกฺขมิ. ปจฺฉา วินยธโร ตตฺถ ปวิฏฺโฐ ตํ อุทกํ ทิสฺวา นิกฺขมิตฺวา อิตรํ ปุจฺฉิ ‘‘อาวุโส, ตยา อุทกํ ฐปิต’’นฺติ. ‘‘อามาวุโส’’ติ. ‘‘กึ ปเนตฺถ อาปตฺติภาวํ น ชานาสี’’ติ? ‘‘อามาวุโส น ชานามี’’ติ. ‘‘โหติ, อาวุโส, เอตฺถ อาปตฺตี’’ติ? ‘‘เตน หิ ปฏิกริสฺสามิ น’’นฺติ. ‘‘สเจ ปน เต, อาวุโส, อสญฺจิจฺจ อสติยา กตํ, นตฺถิ อาปตฺตี’’ติ. โส ตสฺสา อาปตฺติยา อนาปตฺติทิฏฺฐิ อโหสิ. วินยธโรปิ อตฺตโน นิสฺสิตกานํ ‘‘อยํ สุตฺตนฺติโก อาปตฺตึ อาปชฺชมาโนปิ น ชานาตี’’ติ อาโรเจสิ. เต ตสฺส นิสฺสิตเก ทิสฺวา ‘‘ตุมฺหากํ อุปชฺฌาโย อาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวาปิ อาปตฺติภาวํ น ชานาตี’’ติ อาหํสุ. เต คนฺตฺวา อตฺตโน อุปชฺฌายสฺส อาโรเจสุํ. โส เอวมาห – ‘‘อยํ วินยธโร ปุพฺเพ ‘อนาปตฺตี’ติ วตฺวา อิทานิ ‘อาปตฺตี’ติ วทติ, มุสาวาที เอโส’’ติ. เต คนฺตฺวา ‘‘ตุมฺหากํ อุปชฺฌาโย มุสาวาที’’ติ เอวํ อญฺญมญฺญํ กลหํ วฑฺฒยึสุ. ตโต วินยธโร โอกาสํ ลภิตฺวา ตสฺส อาปตฺติยา อทสฺสเนน อุกฺเขปนียกมฺมํ อกาสิ. ตโต ปฏฺฐาย เตสํ ปจฺจยทายกา อุปาสกาปิ เทฺว โกฏฺฐาสา อเหสุํ. โอวาทปฏิคฺคาหิกา ภิกฺขุนิโยปิ อารกฺขเทวตาปิ เทฺว โกฏฺฐาสา อเหสุํ. ตาสํ สนฺทิฏฺฐสมฺภตฺตา อากาสฏฺฐเทวตาปิ ยาว พฺรหฺมโลกา สพฺเพ ปุถุชฺชนา เทฺว ปกฺขา อเหสุํ. ยาว อกนิฏฺฐภวนา ปน อิทํ โกลาหลํ อคมาสิ.
อเถโก ภิกฺขุ ตถาคตํ อุปสงฺกมิตฺวา อุกฺเขปกานํ ‘‘ธมฺมิเกเนว กมฺเมน อยํ อุกฺขิตฺโต, อุกฺขิตฺตานุวตฺตกานํ อธมฺมิเกน กมฺเมน อุกฺขิตฺโต’’ติ ลทฺธึ, อุกฺเขปเกหิ วาริยมานานมฺปิ เตสํ ตํ อนุปริวาเรตฺวา จรณภาวญฺจ สตฺถุ อาโรเจสิ. ภควา ‘‘สมคฺคา กิร โหนฺตู’’ติ เทฺว วาเร เปเสตฺวา ‘‘น อิจฺฉนฺติ ภนฺเต สมคฺคา ภวิตุ’’นฺติ สุตฺวา ตติยวาเร ‘‘ภินฺโน ภิกฺขุสงฺโฆ’’ติ เตสํ สนฺติกํ คนฺตฺวา อุกฺเขปกานํ อุกฺเขปเน, อิตเรสญฺจ อสญฺจิจฺจ อาปตฺติยา อทสฺสเน อาทีนวํ วตฺวา ปกฺกามิ. ปุน เตสํ ตตฺเถว เอกสีมายํ อุโปสถาทีนิ กาเรตฺวา ภตฺตคฺคาทีสุ ภณฺฑนชาตานํ ‘‘อาสนนฺตริกาย นิสีทิตพฺพ’’นฺติ ภตฺตคฺเค วตฺตํ ปญฺญาเปตฺวา ‘‘อิทานิปิ ภณฺฑนชาตา วิหรนฺตี’’ติ สุตฺวา ตตฺถ คนฺตฺวา ‘‘อลํ, ภิกฺขเว, มา ภณฺฑน’’นฺติอาทีนิ วตฺวา อญฺญตเรน ภิกฺขุนา ธมฺมวาทินา ภควโต วิเหสํ อนิจฺฉนฺเตน ‘‘อาคเมตุ, ภนฺเต, ภควา ธมฺมสามิ, อปฺโปสฺสุกฺโก ภนฺเต, ภควา ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารํ อนุยุตฺโต วิหรตุ, มยํ เตน ภณฺฑเนน กลเหน วิคฺคเหน วิวาเทน ปญฺญายิสฺสามา’’ติ วุตฺเต –
ภูตปุพฺพํ, ภิกฺขเว, พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺโต นาม กาสิราชา อโหสีติ พฺรหฺมทตฺเตน ทีฆีติสฺส โกสลรญฺโญ รชฺชํ อจฺฉนฺทิตฺวา อญฺญาตกเวเสน วสนฺตสฺส มาริตภาวญฺเจว ทีฆาวุกุมาเรน อตฺตโน ชีวิเต ทินฺเน ตโต ปฏฺฐาย เตสํ สมคฺคภาวญฺจ กเถตฺวา ‘‘เตสญฺหิ นาม, ภิกฺขเว, ราชูนํ อาทินฺนทณฺฑานํ อาทินฺนสตฺถานํ เอวรูปํ ขนฺติโสรจฺจํ ภวิสฺสติ. อิธ โข ตํ, ภิกฺขเว, โสเภถ, ยํ ตุเมฺห เอวํ สฺวากฺขาเต ธมฺมวินเย ปพฺพชิตา สมานา ขมา จ ภเวยฺยาถ โสรตา จา’’ติ โอวทิตฺวา ทุติยมฺปิ ตติยมฺปิ ‘‘อลํ, ภิกฺขเว, มา ภณฺฑน’’นฺติ วาเรตฺวา อโนรมนฺเต ทิสฺวา ‘‘ปริยาทิณฺณรูปา โข อิเม โมฆปุริสา, น ยิเม สุกรา สญฺญาเปตุ’’นฺติ ปกฺกมิตฺวา ปุนทิวเส ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต คนฺธกุฏิยา โถกํ วิสฺสมิตฺวา เสนาสนํ สํสาเมตฺวา อตฺตโน ปตฺตจีวรมาทาย สงฺฆมชฺเฌ อากาเส ฐตฺวา อิมา คาถา อภาสิ –
๑๐. ‘‘ปุถุสทฺโท สมชโน, น พาโล โกจิ มญฺญถ;
สงฺฆสฺมึ ภิชฺชมานสฺมึ, นาญฺญํ ภิยฺโย อมญฺญรุํ.
๑๑. ‘‘ปริมุฏฺฐา ปณฺฑิตาภาสา, วาจาโคจรภาณิโน;
ยาวิจฺฉนฺติ มุขายามํ, เยน นีตา น ตํ วิทู.
๑๒. ‘‘อกฺโกจฺฉิ มํ อวธิ มํ, อชินิ มํ อหาสิ เม;
เย จ ตํ อุปนยฺหนฺติ, เวรํ เตสํ น สมฺมติ.
๑๓. ‘‘อกฺโกจฺฉิ มํ อวธิ มํ, อชินิ มํ อหาสิ เม;
เย จ ตํ นุปนยฺหนฺติ, เวรํ เตสูปสมฺมติ.
๑๔. ‘‘น หิ เวเรน เวรานิ, สมฺมนฺตีธ กุทาจนํ;
อเวเรน จ สมฺมนฺติ, เอส ธมฺโม สนนฺตโน.
๑๕. ‘‘ปเร จ น วิชานนฺติ, มยเมตฺถ ยมามเส;
เย จ ตตฺถ วิชานนฺติ, ตโต สมฺมนฺติ เมธคา.
๑๖. ‘‘อฏฺฐิจฺฉินฺนา ปาณหรา, ควาสฺสธนหาริโน;
รฏฺฐํ วิลุมฺปมานานํ, เตสมฺปิ โหติ สงฺคติ;
กสฺมา ตุมฺหาก โน สิยา.
๑๗. ‘‘สเจ ลเภถ นิปกํ สหายํ, สทฺธึจรํ สาธุวิหาริธีรํ;
อภิภุยฺย สพฺพานิ ปริสฺสยานิ, จเรยฺย เตนตฺตมโน สตีมา.
๑๘. ‘‘โน เจ ลเภถ นิปกํ สหายํ, สทฺธึจรํ สาธุวิหาริธีรํ;
ราชาว รฏฺฐํ วิชิตํ ปหาย, เอโก จเร มาตงฺครญฺเญว นาโค.
๑๙. ‘‘เอกสฺส จริตํ เสยฺโย, นตฺถิ พาเล สหายตา;
เอโก จเร น ปาปานิ กยิรา, อปฺโปสฺสุกฺโก มาตงฺครญฺเญว นาโค’’ติ.
ตตฺถ ปุถุ มหาสทฺโท อสฺสาติ ปุถุสทฺโท. สมชโนติ สมาโน เอกสทิโส ชโน, สพฺโพวายํ ภณฺฑนการกชโน สมนฺตโต สทฺทนิจฺฉารเณน ปุถุสทฺโท เจว สทิโส จาติ วุตฺตํ โหติ. น พาโล โกจิ มญฺญถาติ ตตฺถ โกจิ เอโกปิ ‘‘อหํ พาโล’’ติ น มญฺญิตฺถ, สพฺเพ ปณฺฑิตมานิโน, สพฺโพวายํ ภณฺฑนการโก ชโนเยว. นาญฺญํ ภิยฺโย อมญฺญรุนฺติ โกจิ เอโกปิ ‘‘อหํ พาโล’’ติ น มญฺญิตฺถ, ภิยฺโย จ สงฺฆสฺมึ ภิชฺชมาเน อญฺญมฺปิ เอกํ ‘‘มยฺหํ การณา สงฺโฆ ภิชฺชตี’’ติ อิทํ การณํ น มญฺญิตฺถาติ อตฺโถ.
ปริมุฏฺฐาติ มุฏฺฐสฺสติโน. ปณฺฑิตาภาสาติ อตฺตโน ปณฺฑิตมาเนน ปณฺฑิตสทิสา. วาจาโคจรภาณิโนติ รา-การสฺส รสฺสาเทโส กโต, วาจาโคจรา จ น สติปฏฺฐานาทิอริยธมฺมโคจรา, ภาณิโน จ. กถํ ภาณิโน? ยาวิจฺฉนฺติ มุขายามนฺติ, ยาว มุขํ ปสาเรตุํ อิจฺฉนฺติ, ตาว ปสาเรตฺวา อคฺคปาเทหิ ฐตฺวา ภาณิโน, เอโกปิ สงฺฆคารเวน มุขสงฺโกจนํ น กโรตีติ อตฺโถ. เยน นีตาติ เยน ภณฺฑเนน อิมํ นิลฺลชฺชภาวํ นีตา. น ตํ วิทูติ เอวํ ‘‘อาทีนวํ อิท’’นฺติ ตํ น ชานนฺติ.
เย จ ตํ อุปนยฺหนฺตีติ ตํ ‘‘อกฺโกจฺฉิ ม’’นฺติอาทิกํ อาการํ เย อุปนยฺหนฺติ. สนนฺตโนติ โปราโณ. ปเรติ ปณฺฑิเต ฐเปตฺวา ตโต อญฺเญ ภณฺฑนการกา ปเร นาม. เต เอตฺถ สงฺฆมชฺเฌ โกลาหลํ กโรนฺตา ‘‘มยํ ยมามเส อุปยมาม นสฺสาม, สตตํ สมิตํ มจฺจุสนฺติกํ คจฺฉามา’’ติ น ชานนฺติ. เย จ ตตฺถ วิชานนฺตีติ เย ตตฺถ ปณฺฑิตา ‘‘มยํ มจฺจุสมีปํ คจฺฉามา’’ติ วิชานนฺติ. ตโต สมฺมนฺติ เมธคาติ ภิกฺขเว, เอวญฺหิ เต ชานนฺตา โยนิโสมนสิการํ อุปฺปาเทตฺวา เมธคานํ กลหานํ วูปสมาย ปฏิปชฺชนฺติ.
อฏฺฐิจฺฉินฺนาติ อยํ คาถา พฺรหฺมทตฺตญฺจ ทีฆาวุกุมารญฺจ สนฺธาย วุตฺตา. เตสมฺปิ โหติ สงฺคติ. กสฺมา ตุมฺหากํ น โหติ? เยสํ โว เนว มาตาปิตูนํ อฏฺฐีนิ ฉินฺนานิ, น ปาณา หฏา, น ควาสฺสธนานิ หฏานิ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ภิกฺขเว, เตสญฺหิ นาม อาทินฺนทณฺฑานํ อาทินฺนสตฺถานํ ราชูนํ เอวรูปา สงฺคติ สมาคโม อาวาหวิวาหสมฺพนฺธํ กตฺวา เอกโต ปานโภชนํ โหติ, ตุเมฺห เอวรูเป สาสเน ปพฺพชิตฺวา อตฺตโน เวรมตฺตมฺปิ ชหิตุํ น สกฺโกถ, โก ตุมฺหากํ ภิกฺขุภาโวติ.
สเจ ลเภถาติอาทิคาถาโย ปณฺฑิตสหายสฺส จ พาลสหายสฺส จ วณฺณาวณฺณทีปนตฺถํ วุตฺตา. อภิภุยฺย สพฺพานิ ปริสฺสยานีติ สพฺเพ ปากฏปริสฺสเย จ ปฏิจฺฉนฺนปริสฺสเย จ อภิภวิตฺวา เตน สทฺธึ อตฺตมโน สติมา จเรยฺย. ราชาว รฏฺฐํ วิชิตํ ปหายาติ ยถา อตฺตโน วิชิตํ รฏฺฐํ มหาชนกราชา จ อรินฺทมราชา จ ปหาย เอกโกว จรึสุ, เอวํ จเรยฺยาติ อตฺโถ. มาตงฺครญฺเญว นาโคติ มาตงฺโค อรญฺเญ นาโคว. มาตงฺโคติ หตฺถี วุจฺจติ, นาโคติ มหนฺตาธิวจนเมตํ. ยถา หิ มาตุโปสโก มาตงฺคนาโค อรญฺเญ เอกโก จริ, น จ ปาปานิ อกาสิ, ยถา จ สีลวหตฺถินาโค. ยถา จ ปาลิเลยฺยโก, เอวํ เอโก จเร, น จ ปาปานิ กยิราติ วุตฺตํ โหติ.
สตฺถา เอวํ กเถตฺวาปิ เต ภิกฺขู สมคฺเค กาตุํ อสกฺโกนฺโต พาลกโลณกคามํ คนฺตฺวา ภคุตฺเถรสฺส เอกีภาเว อานิสํสํ กเถตฺวา ตโต ติณฺณํ กุลปุตฺตานํ วสนฏฺฐานํ คนฺตฺวา เตสํ สามคฺคิวาเส อานิสํสํ กเถตฺวา ตโต ปาลิเลยฺยกวนสณฺฑํ คนฺตฺวา ตตฺถ เตมาสํ วสิตฺวา ปุน โกสมฺพึ อคนฺตฺวา สาวตฺถิเมว อคมาสิ. โกสมฺพิวาสิโนปิ อุปาสกา ‘‘อิเม โข อยฺยา, โกสมฺพกา ภิกฺขู พหุโน อมฺหากํ อนตฺถสฺส การกา, อิเมหิ อุพฺพาโฬฺห ภควา ปกฺกนฺโต, อิเมสํ เนว อภิวาทนาทีนิ กริสฺสาม, น อุปคตานํ ปิณฺฑปาตํ ทสฺสาม, เอวํ อิเม ปกฺกมิสฺสนฺติ วา เวรํ วิรมิสฺสนฺติ วา ภควนฺตํ วา ปสาเทสฺสนฺตี’’ติ สมฺมนฺตยิตฺวา ตเถว อกํสุ. เต เตน ทณฺฑกมฺเมน ปีฬิตา สาวตฺถึ คนฺตฺวา ภควนฺตํ ขมาเปสุํ.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ปิตา สุทฺโธทนมหาราชา อโหสิ, มาตา มหามายา, ทีฆาวุกุมาโร ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.
โกสมฺพิยชาตกวณฺณนา ทุติยา.
[๔๒๙] ๓. มหาสุวชาตกวณฺณนา
ทุโม ยทา โหตีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อญฺญตรํ ภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ. โส กิร สตฺถุ สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา โกสลชนปเท อญฺญตรํ ปจฺจนฺตคามํ อุปนิสฺสาย อรญฺเญ วิหาสิ. มนุสฺสา ตสฺส รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐานานิ สมฺปาเทตฺวา คมนาคมนสมฺปนฺเน ฐาเน เสนาสนํ กตฺวา สกฺกจฺจํ อุปฏฺฐหึสุ. ตสฺส วสฺสูปคตสฺส ปฐมมาเสเยว โส คาโม ฌายิ, มนุสฺสานํ พีชมตฺตมฺปิ อวสิฏฺฐํ นาโหสิ. เต ตสฺส ปณีตํ ปิณฺฑปาตํ ทาตุํ นาสกฺขึสุ. โส สปฺปายเสนาสเนปิ ปิณฺฑปาเตน กิลมนฺโต มคฺคํ วา ผลํ วา นิพฺพตฺเตตุํ นาสกฺขิ. อถ นํ เตมาสจฺจเยน สตฺถารํ วนฺทิตุํ อาคตํ สตฺถา ปฏิสนฺถารํ กตฺวา ‘‘กจฺจิ ภิกฺขุ ปิณฺฑปาเตน น กิลมนฺโตสิ, เสนาสนสปฺปายญฺจ อโหสี’’ติ ปุจฺฉิ. โส ตมตฺถํ อาโรเจสิ. สตฺถา ‘‘ตสฺส เสนาสนํ สปฺปาย’’นฺติ ญตฺวา ‘‘ภิกฺขุ สมเณน นาม เสนาสนสปฺปาเย สติ โลลุปฺปจารํ ปหาย กิญฺจิเทว ยถาลทฺธํ ปริภุญฺชิตฺวา สนฺตุฏฺเฐน สมณธมฺมํ กาตุํ วฏฺฏติ. โปราณกปณฺฑิตา ติรจฺฉานโยนิยํ นิพฺพตฺติตฺวา อตฺตโน นิวาสสุกฺขรุกฺเข จุณฺณํ ขาทนฺตาปิ โลลุปฺปจารํ ปหาย สนฺตุฏฺฐา มิตฺตธมฺมํ อภินฺทิตฺวา อญฺญตฺถ น คมึสุ, ตฺวํ ปน กสฺมา ‘ปิณฺฑปาโต ปริตฺโต ลูโข’ติ สปฺปายเสนาสนํ ปริจฺจชี’’ติ วตฺวา เตน ยาจิโต อตีตํ อาหริ.
อตีเต หิมวนฺเต คงฺคาตีเร เอกสฺมึ อุทุมฺพรวเน อเนกสตสหสฺสา สุกา วสึสุ. ตตฺร เอโก สุวราชา อตฺตโน นิวาสรุกฺขสฺส ผเลสุ ขีเณสุ ยเทว อวสิฏฺฐํ โหติ องฺกุโร วา ปตฺตํ วา ตโจ วา ปปฏิกา วา, ตํ ขาทิตฺวา คงฺคาย ปานียํ ปิวิตฺวา ปรมปฺปิจฺฉสนฺตุฏฺโฐ หุตฺวา อญฺญตฺถ น คจฺฉติ. ตสฺส อปฺปิจฺฉสนฺตุฏฺฐภาวคุเณน สกฺกสฺส ภวนํ กมฺปิ. สกฺโก อาวชฺชมาโน ตํ ทิสฺวา ตสฺส วีมํสนตฺถํ อตฺตโน อานุภาเวน ตํ รุกฺขํ สุกฺขาเปสิ. รุกฺโข ขาณุกมตฺโต หุตฺวา ฉิทฺทาวฉิทฺโท วาเต ปหรนฺเต อาโกฏิยมาโน วิย อฏฺฐาสิ. ตสฺส ฉิทฺเทหิ จุณฺณานิ นิกฺขมนฺติ. สุวราชา ตานิ จุณฺณานิ ขาทิตฺวา คงฺคาย ปานียํ ปิวิตฺวา อญฺญตฺถ อคนฺตฺวา วาตาตปํ อคเณตฺวา อุทุมฺพรขาณุเก นิสีทิ. สกฺโก ตสฺส ปรมปฺปิจฺฉภาวํ ญตฺวา ‘‘มิตฺตธมฺมคุณํ กถาเปตฺวา วรมสฺส ทตฺวา อุทุมฺพรํ อมตผลํ กริตฺวา อาคมิสฺสามี’’ติ เอโก หํสราชา หุตฺวา สุชํ อสุรกญฺญํ ปุรโต กตฺวา ตํ อุทุมฺพรวนํ คนฺตฺวา อวิทูเร เอกรุกฺขสฺส สาขาย นิสีทิตฺวา เตน สทฺธึ กถํ สมุฏฺฐาเปนฺโต ปฐมํ คาถมาห –
๒๐. ‘‘ทุโม ยทา โหติ ผลูปปนฺโน, ภุญฺชนฺติ นํ วิหงฺคมา สมฺปตนฺตา;
ขีณนฺติ ญตฺวาน ทุมํ ผลจฺจเย, ทิโสทิสํ ยนฺติ ตโต วิหงฺคมา’’ติ.
ตสฺสตฺโถ – สุวราช, รุกฺโข นาม ยทา ผลสมฺปนฺโน โหติ, ตทา ตํ สาขโต สาขํ สมฺปตนฺตาว วิหงฺคมา ภุญฺชนฺติ, ตํ ปน ขีณํ ญตฺวา ผลานํ อจฺจเยน ตโต รุกฺขโต ทิโสทิสํ วิหงฺคมา คจฺฉนฺตีติ.
เอวญฺจ ปน วตฺวา ตโต นํ อุยฺโยเชตุํ ทุติยํ คาถมาห –
๒๑. ‘‘จร จาริกํ โลหิตตุณฺฑ มา มริ, กึ ตฺวํ สุว สุกฺขทุมมฺหิ ฌายสิ;
ตทิงฺฆ มํ พฺรูหิ วสนฺตสนฺนิภ, กสฺมา สุว สุกฺขทุมํ น ริญฺจสี’’ติ.
ตตฺถ ฌายสีติ กึการณา สุกฺขขาณุมตฺถเก ฌายนฺโต ปชฺฌายนฺโต ติฏฺฐสิ. อิงฺฆาติ โจทนตฺเถ นิปาโต. วสนฺตสนฺนิภาติ วสนฺตกาเล วนสณฺโฑ สุวคณสโมกิณฺโณ วิย นีโลภาโส โหติ, เตน ตํ ‘‘วสนฺตสนฺนิภา’’ติ อาลปติ. น ริญฺจสีติ น ฉฑฺเฑสิ.
อถ นํ สุวราชา ‘‘อหํ หํส อตฺตโน กตญฺญุกตเวทิตาย อิมํ รุกฺขํ น ชหามี’’ติ วตฺวา เทฺว คาถา อภาสิ –
๒๒. ‘‘เย เว สขีนํ สขาโร ภวนฺติ, ปาณจฺจเย ทุกฺขสุเขสุ หํส;
ขีณํ อขีณมฺปิ น ตํ ชหนฺติ, สนฺโต สตํ ธมฺมมนุสฺสรนฺตา.
๒๓. ‘‘โสหํ สตํ อญฺญตโรสฺมิ หํส, ญาตี จ เม โหติ สขา จ รุกฺโข;
ตํ นุสฺสเห ชีวิกตฺโถ ปหาตุํ, ขีณนฺติ ญตฺวาน น เหส ธมฺโม’’ติ.
ตตฺถ เย เว สขีนํ สขาโร ภวนฺตีติ เย สหายานํ สหายา โหนฺติ. ขีณํ อขีณมฺปีติ ปณฺฑิตา นาม อตฺตโน สหายํ โภคปริกฺขเยน ขีณมฺปิ อขีณมฺปิ น ชหนฺติ. สตํ ธมฺมมนุสฺสรนฺตาติ ปณฺฑิตานํ ปเวณึ อนุสฺสรมานา. ญาตี จ เมติ หํสราช, อยํ รุกฺโข สมฺปิยายนตฺเถน มยฺหํ ญาติ จ สมาจิณฺณจรณตาย สขา จ. ชีวิกตฺโถติ ตมหํ ชีวิกาย อตฺถิโก หุตฺวา ปหาตุํ น สกฺโกมิ.
สกฺโก ตสฺส วจนํ สุตฺวา ตุฏฺโฐ ปสํสิตฺวา วรํ ทาตุกาโม เทฺว คาถา อภาสิ –
๒๔. ‘‘สาธุ สกฺขิ กตํ โหติ, เมตฺติ สํสติ สนฺถโว;
สเจตํ ธมฺมํ โรเจสิ, ปาสํโสสิ วิชานตํ.
๒๕. ‘‘โส เต สุว วรํ ทมฺมิ, ปตฺตยาน วิหงฺคม;
วรํ วรสฺสุ วกฺกงฺค, ยํ กิญฺจิ มนสิจฺฉสี’’ติ.
ตตฺถ สาธูติ สมฺปหํสนํ. สกฺขิ กตํ โหติ, เมตฺติ สํสติ สนฺถโวติ สขิภาโว จ เมตฺติ จ ปริสมชฺเฌ สนฺถโว จาติ ตยา มิตฺตํ กตํ สาธุ โหติ ลทฺธกํ ภทฺทกเมว. สเจตํ ธมฺมนฺติ สเจ เอตํ มิตฺตธมฺมํ. วิชานตนฺติ เอวํ สนฺเต วิญฺญูนํ ปสํสิตพฺพยุตฺตโกสีติ อตฺโถ. โส เตติ โส อหํ ตุยฺหํ. วรสฺสูติ อิจฺฉสฺสุ. ยํ กิญฺจิ มนสิจฺฉสีติ ยํ กิญฺจิ มนสา อิจฺฉสิ, สพฺพํ ตํ วรํ ททามิ เตติ.
ตํ สุตฺวา สุวราชา วรํ คณฺหนฺโต สตฺตมํ คาถมาห –
๒๖. ‘‘วรญฺจ เม หํส ภวํ ทเทยฺย, อยญฺจ รุกฺโข ปุนรายุํ ลเภถ;
โส สาขวา ผลิมา สํวิรูโฬฺห, มธุตฺถิโก ติฏฺฐตุ โสภมาโน’’ติ.
ตตฺถ สาขวาติ สาขสมฺปนฺโน. ผลิมาติ ผเลน อุเปโต. สํวิรูโฬฺหติ สมนฺตโต วิรูฬฺหปตฺโต ตรุณปตฺตสมฺปนฺโน หุตฺวา. มธุตฺถิโกติ สํวิชฺชมานมธุรผเลสุ ปกฺขิตฺตมธุ วิย มธุรผโล หุตฺวาติ อตฺโถ.
อถสฺส สกฺโก วรํ ททมาโน อฏฺฐมํ คาถมาห –
๒๗. ‘‘ตํ ปสฺส สมฺม ผลิมํ อุฬารํ, สหาว เต โหตุ อุทุมฺพเรน;
โส สาขวา ผลิมา สํวิรูโฬฺห, มธุตฺถิโก ติฏฺฐตุ โสภมาโน’’ติ.
ตตฺถ สหาว เต โหตุ อุทุมฺพเรนาติ ตว อุทุมฺพเรน สทฺธึ สห เอกโตว วาโส โหตุ.
เอวญฺจ ปน วตฺวา สกฺโก ตํ อตฺตภาวํ วิชหิตฺวา อตฺตโน จ สุชาย จ อานุภาวํ ทสฺเสตฺวา คงฺคาโต หตฺเถน อุทกํ คเหตฺวา อุทุมฺพรขาณุกํ ปหริ. ตาวเทว สาขาวิฏปสจฺฉนฺโน มธุรผโล รุกฺโข อุฏฺฐหิตฺวา มุณฺฑมณิปพฺพโต วิย วิลาสสมฺปนฺโน อฏฺฐาสิ. สุวราชา ตํ ทิสฺวา โสมนสฺสปฺปตฺโต สกฺกสฺส ถุตึ กโรนฺโต นวมํ คาถมาห –
๒๘. ‘‘เอวํ สกฺก สุขี โหหิ, สห สพฺเพหิ ญาติภิ;
ยถาหมชฺช สุขิโต, ทิสฺวาน สผลํ ทุม’’นฺติ.
สกฺโกปิ ตสฺส วรํ ทตฺวา อุทุมฺพรํ อมตผลํ กตฺวา สทฺธึ สุชาย อตฺตโน ฐานเมว คโต. ตมตฺถํ ทีปยมานา โอสาเน อภิสมฺพุทฺธคาถา ฐปิตา –
๒๙. ‘‘สุวสฺส จ วรํ ทตฺวา, กตฺวาน สผลํ ทุมํ;
ปกฺกามิ สห ภริยาย, เทวานํ นนฺทนํ วน’’นฺติ.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ‘‘เอวํ ภิกฺขุ โปราณกปณฺฑิตา ติรจฺฉานโยนิยํ นิพฺพตฺตาปิ อโลลุปฺปจารา อเหสุํ. ตฺวํ ปน กสฺมา เอวรูเป สาสเน ปพฺพชิตฺวา โลลุปฺปจารํ จรสิ, คจฺฉ ตตฺเถว วสาหี’’ติ กมฺมฏฺฐานมสฺส กเถตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ. โส ภิกฺขุ ตตฺถ คนฺตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒนฺโต อรหตฺตํ ปาปุณิ. ตทา สกฺโก อนุรุทฺโธ อโหสิ, สุวราชา ปน อหเมว อโหสินฺติ.
มหาสุวชาตกวณฺณนา ตติยา.
[๔๓๐] ๔. จูฬสุวชาตกวณฺณนา
สนฺติ รุกฺขาติ อิทํ สตฺถา สาวตฺถิยํ เชตวเน วิหรนฺโต เวรญฺชกณฺฑํ อารพฺภ กเถสิ. สตฺถริ เวรญฺชายํ วสฺสํ วสิตฺวา อนุปุพฺเพน สาวตฺถึ อนุปฺปตฺเต ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ‘‘อาวุโส, ตถาคโต ขตฺติยสุขุมาโล พุทฺธสุขุมาโล มหนฺเตน อิทฺธานุภาเวน สมนฺนาคโตปิ เวรญฺชพฺราหฺมเณน นิมนฺติโต เตมาสํ วสนฺโต มาราวฏฺฏนวเสน ตสฺส สนฺติกา เอกทิวสมฺปิ ภิกฺขํ อลภิตฺวา โลลุปฺปจารํ ปหาย เตมาสํ ปตฺถปุลกปิฏฺโฐทเกน ยาเปนฺโต อญฺญตฺถ น อคมาสิ, อโห ตถาคตานํ อปฺปิจฺฉสนฺตุฏฺฐภาโว’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘อนจฺฉริยํ, ภิกฺขเว, ตถาคตสฺส อิทานิ โลลุปฺปจารปฺปหานํ, ปุพฺเพปิ ติรจฺฉานโยนิยํ นิพฺพตฺโตปิ โลลุปฺปจารํ ปหาสิ’’นฺติ วตฺวา อตีตํ อาหริ. สพฺพมฺปิ วตฺถุ ปุริมนเยเนว วิตฺถาเรตพฺพํ.
๓๐. ‘‘สนฺติ รุกฺขา หริปตฺตา, ทุมา เนกผลา พหู;
กสฺมา นุ สุกฺเข โกฬาเป, สุวสฺส นิรโต มโน.
๓๑. ‘‘ผลสฺส อุปภุญฺชิมฺหา, เนกวสฺสคเณ พหู;
อผลมฺปิ วิทิตฺวาน, สาว เมตฺติ ยถา ปุเร.
๓๒. ‘‘สุกฺขญฺจ รุกฺขํ โกฬาปํ, โอปตฺตมผลํ ทุมํ;
โอหาย สกุณา ยนฺติ, กึ โทสํ ปสฺสเส ทิช.
๓๓. ‘‘เย ผลตฺถา สมฺภชนฺติ, อผโลติ ชหนฺติ นํ;
อตฺตตฺถปญฺญา ทุมฺเมธา, เต โหนฺติ ปกฺขปาติโน.
๓๔. ‘‘สาธุ สกฺขิ กตํ โหติ, เมตฺติ สํสติ สนฺถโว;
สเจตํ ธมฺมํ โรเจสิ, ปาสํโสสิ วิชานตํ.
๓๕. ‘‘โส เต สุว วรํ ทมฺมิ, ปตฺตยาน วิหงฺคม;
วรํ วรสฺสุ วกฺกงฺค, ยํ กิญฺจิ มนสิจฺฉสิ.
๓๖. ‘‘อปิ นาม นํ ปสฺเสยฺยํ, สปตฺตํ สผลํ ทุมํ;
ทลิทฺโทว นิธึ ลทฺธา, นนฺเทยฺยาหํ ปุนปฺปุนํ.
๓๗. ‘‘ตโต อมตมาทาย, อภิสิญฺจิ มหีรุหํ;
ตสฺส สาขา วิรูหึสุ, สีตจฺฉายา มโนรมา.
๓๘. ‘‘เอวํ สกฺก สุขี โหหิ, สห สพฺเพหิ ญาติภิ;
ยถาหมชฺช สุขิโต, ทิสฺวาน สผลํ ทุมํ.
๓๙. ‘‘สุวสฺส จ วรํ ทตฺวา, กตฺวาน สผลํ ทุมํ;
ปกฺกามิ สห ภริยาย, เทวานํ นนฺทนํ วน’’นฺติ. –
ปญฺหปฏิปญฺหาปิ อตฺโถปิ ปุริมนเยเนว เวทิตพฺพา, อนุตฺตานปทเมว ปน วณฺณยิสฺสาม.
หริปตฺตาติ นีลปตฺตสจฺฉนฺนา. โกฬาเปติ วาเต ปหรนฺเต อาโกฏิตสทฺทํ วิย มุญฺจมาเน นิสฺสาเร. สุวสฺสาติ อายสฺมโต สุวราชสฺส กสฺมา เอวรูเป รุกฺเข มโน นิรโต. ผลสฺสาติ ผลํ อสฺส รุกฺขสฺส. เนกวสฺสคเณติ อเนกวสฺสคเณ. พหูติ สมาเนปิ อเนกสเต น เทฺว ตโย, อถ โข พหูว. วิทิตฺวานาติ หํสราช อิทานิ อมฺหากํ อิมํ รุกฺขํ อผลํ วิทิตฺวาปิ ยถา ปุเร เอเตน สทฺธึ เมตฺติ, สาว เมตฺติ, ตญฺหิ มยํ น ภินฺทาม, เมตฺตึ ภินฺทนฺตา หิ อนริยา อสปฺปุริสา นาม โหนฺตีติ ปกาเสนฺโต เอวมาห.
โอปตฺตนฺติ อวปตฺตํ นิปฺปตฺตํ ปติตปตฺตํ. กึ โทสํ ปสฺสเสติ อญฺเญ สกุณา เอตํ โอหาย อญฺญตฺถ คจฺฉนฺติ, ตฺวํ เอวํ คมเน กึ นาม โทสํ ปสฺสสิ. เย ผลตฺถาติ เย ปกฺขิโน ผลตฺถาย ผลการณา สมฺภชนฺติ อุปคจฺฉนฺติ, อผโลติ ญตฺวา เอตํ ชหนฺติ. อตฺตตฺถปญฺญาติ อตฺตโน อตฺถาย ปญฺญา, ปรํ อโนโลเกตฺวา อตฺตนิเยว วา ฐิตา เอเตสํ ปญฺญาติ อตฺตตฺถปญฺญา. ปกฺขปาติโนติ เต อตฺตโนเยว วุฑฺฒึ ปจฺจาสีสมานา มิตฺตปกฺขํ ปาเตนฺติ นาเสนฺตีติ ปกฺขปาติโน นาม โหนฺติ. อตฺตปกฺเขเยว วา ปตนฺตีติ ปกฺขปาติโน.
อปิ นาม นนฺติ หํสราช, สเจ เม มโนรโถ นิปฺผชฺเชยฺย, ตยา ทินฺโน วโร สมฺปชฺเชยฺย, อปิ นาม อหํ อิมํ รุกฺขํ สปตฺตํ สผลํ ปุน ปสฺเสยฺยํ, ตโต ทลิทฺโท นิธึ ลภิตฺวาว ปุนปฺปุนํ เอตํ อภินนฺเทยฺยํ, ตํ ทิสฺวาว ปโมเทยฺยํ. อมตมาทายาติ อตฺตโน อานุภาเวน ฐิโต คงฺโคทกํ คเหตฺวา อภิสิญฺจยีติ อตฺโถ. อิมสฺมึ ชาตเก อิมาย สทฺธึ เทฺว อภิสมฺพุทฺธคาถา โหนฺติ.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา สกฺโก อนุรุทฺโธ อโหสิ, สุวราชา ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.
จูฬสุวชาตกวณฺณนา จตุตฺถา.
[๔๓๑] ๕. หริตจชาตกวณฺณนา
สุตํ เมตํ มหาพฺรเหฺมติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อุกฺกณฺฐิตภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ. ตญฺหิ ภิกฺขุํ เอกํ อลงฺกตมาตุคามํ ทิสฺวา อุกฺกณฺฐิตํ ทีฆเกสนขโลมํ วิพฺภมิตุกามํ อาจริยุปชฺฌาเยหิ อรุจิยา อานีตํ. สตฺถา ‘‘สจฺจํ กิร ตฺวํ ภิกฺขุ อุกฺกณฺฐิโตสี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘สจฺจํ, ภนฺเต’’ติ วุตฺเต ‘‘กึการณา’’ติ วตฺวา ‘‘อลงฺกตมาตุคามํ ทิสฺวา กิเลสวเสน, ภนฺเต’’ติ วุตฺเต ‘‘ภิกฺขุ กิเลโส นาม คุณวิทฺธํสโก อปฺปสฺสาโท นิรเย นิพฺพตฺตาเปติ, เอส ปน กิเลโส กึการณา ตํ น กิลเมสฺสติ? น หิ สิเนรุํ ปหริตฺวา ปหรณวาโต ปุราณปณฺณสฺส ลชฺชติ, อิมญฺหิ กิเลสํ นิสฺสาย โพธิญาณสฺส อนุปทํ จรมานา ปญฺจอภิญฺญอฏฺฐสมาปตฺติลาภิโน วิสุทฺธมหาปุริสาปิ สตึ อุปฏฺฐเปตุํ อสกฺโกนฺตา ฌานํ อนฺตรธาเปสุ’’นฺติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต เอกสฺมึ นิคเม อสีติโกฏิวิภเว พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติ, กญฺจนฉวิตาย ปนสฺส ‘‘หริตจกุมาโร’’ติ นามํ กรึสุ. โส วยปฺปตฺโต ตกฺกสิลํ คนฺตฺวา อุคฺคหิตสิปฺโป กุฏุมฺพํ สณฺฐเปตฺวา มาตาปิตูนํ อจฺจเยน ธนวิโลกนํ กตฺวา ‘‘ธนเมว ปญฺญายติ, ธนสฺส อุปฺปาทกา น ปญฺญายนฺติ, มยาปิ มรณมุเข จุณฺณวิจุณฺเณน ภวิตพฺพ’’นฺติ มรณภยภีโต มหาทานํ ทตฺวา หิมวนฺตํ ปวิสิตฺวา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา สตฺตเม ทิวเส อภิญฺญา จ สมาปตฺติโย จ นิพฺพตฺเตตฺวา ตตฺถ จิรํ วนมูลผลาหาโร ยาเปตฺวา โลณมฺพิลเสวนตฺถาย ปพฺพตา โอตริตฺวา อนุปุพฺเพน พาราณสึ ปตฺวา ราชุยฺยาเน วสิตฺวา ปุนทิวเส พาราณสิยํ ภิกฺขาย จรนฺโต ราชทฺวารํ สมฺปาปุณิ. ราชา ตํ ทิสฺวา ปสนฺนจิตฺโต ปกฺโกสาเปตฺวา สมุสฺสิตเสตจฺฉตฺเต ราชปลฺลงฺเก นิสีทาเปตฺวา นานคฺครสโภชนํ โภเชตฺวา อนุโมทนาวสาเน อติเรกตรํ ปสีทิตฺวา ‘‘กหํ, ภนฺเต, คจฺฉถา’’ติ วตฺวา ‘‘วสฺสาวาสฏฺฐานํ อุปธาเรม, มหาราชา’’ติ วุตฺเต ‘‘สาธุ, ภนฺเต’’ติ ภุตฺตปาตราโส ตํ อาทาย อุยฺยานํ คนฺตฺวา ตตฺถ รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐานาทีนิ การาเปตฺวา อุยฺยานปาลํ ปริจารกํ กตฺวา ทตฺวา วนฺทิตฺวา นิกฺขมิ. มหาสตฺโต ตโต ปฏฺฐาย นิพทฺธํ รญฺโญ เคเห ภุญฺชนฺโต ทฺวาทส วสฺสานิ ตตฺถ วสิ.
อเถกทิวสํ ราชา ปจฺจนฺตํ กุปิตํ วูปสเมตุํ คจฺฉนฺโต ‘‘อมฺหากํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ มา ปมชฺชี’’ติ มหาสตฺตํ เทวิยา นิยฺยาเทตฺวา อคมาสิ. ตโต ปฏฺฐาย สา มหาสตฺตํ สหตฺถา ปริวิสติ. อเถกทิวสํ สา โภชนํ สมฺปาเทตฺวา ตสฺมึ จิรายมาเน คนฺโธทเกน นฺหตฺวา สณฺหํ มฏฺฐสาฏกํ นิวาเสตฺวา สีหปญฺชรํ วิวราเปตฺวา สรีเร วาตํ ปหราเปนฺตี ขุทฺทกมญฺจเก นิปชฺชิ. มหาสตฺโตปิ ทิวาตรํ สุนิวตฺโถ สุปารุโต ภิกฺขาภาชนํ อาทาย อากาเสนาคนฺตฺวา สีหปญฺชรํ ปาปุณิ. เทวิยา ตสฺส วากจิรสทฺทํ สุตฺวา เวเคน อุฏฺฐหนฺติยา มฏฺฐสาฏโก ภสฺสิ, มหาสตฺตสฺส วิสภาคารมฺมณํ จกฺขุํ ปฏิหญฺญิ. อถสฺส อเนกวสฺสโกฏิสตสหสฺสกาเล อพฺภนฺตเร นิวุตฺถกิเลโส กรณฺฑเก สยิตอาสีวิโส วิย อุฏฺฐหิตฺวา ฌานํ อนฺตรธาเปสิ. โส สตึ อุปฏฺฐาเปตุํ อสกฺโกนฺโต คนฺตฺวา เทวึ หตฺเถ คณฺหิ, ตาวเทว สาณึ ปริกฺขิปึสุ. โส ตาย สทฺธึ โลกธมฺมํ เสวิตฺวา ภุญฺชิตฺวา อุยฺยานํ คนฺตฺวา ตโต ปฏฺฐาย เทวสิกํ ตเถว อกาสิ. ตสฺส ตาย สทฺธึ โลกธมฺมปฏิเสวนํ สกลนคเร ปากฏํ ชาตํ. อมจฺจา ‘‘หริตจตาปโส เอวมกาสี’’ติ รญฺโญ ปณฺณํ ปหิณึสุ. ราชา ‘‘มํ ภินฺทิตุกามา เอวํ วทนฺตี’’ติ อสทฺทหิตฺวา ปจฺจนฺตํ วูปสเมตฺวา พาราณสึ ปจฺจาคนฺตฺวา นครํ ปทกฺขิณํ กตฺวา เทวิยา สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘สจฺจํ, กิร มม อยฺโย หริตจตาปโส ตยา สทฺธึ โลกธมฺมํ ปฏิเสวตี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘สจฺจํ, เทวา’’ติ. โส ตสฺสาปิ อสทฺทหิตฺวา ‘‘ตเมว ปฏิปุจฺฉิสฺสามี’’ติ อุยฺยานํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิตฺวา ตํ ปุจฺฉนฺโต ปฐมํ คาถมาห –
๔๐. ‘‘สุตํ เมตํ มหาพฺรเหฺม, กาเม ภุญฺชติ หาริโต;
กจฺเจตํ วจนํ ตุจฺฉํ, กจฺจิ สุทฺโธ อิริยฺยสี’’ติ.
ตตฺถ กจฺเจตนฺติ กจฺจิ เอตํ ‘‘หาริโต กาเม ปริภุญฺชตี’’ติ อเมฺหหิ สุตํ วจนํ ตุจฺฉํ อภูตํ, กจฺจิ ตฺวํ สุทฺโธ อิริยฺยสิ วิหรสีติ.
โส จินฺเตสิ – ‘‘อยํ ราชา ‘นาหํ ปริภุญฺชามี’ติ วุตฺเตปิ มม สทฺทหิสฺสเตว, อิมสฺมึ โลเก สจฺจสทิสี ปติฏฺฐา นาม นตฺถิ. อุชฺฌิตสจฺจา หิ โพธิมูเล นิสีทิตฺวา โพธึ ปาปุณิตุํ น สกฺโกนฺติ, มยา สจฺจเมว กเถตุํ วฏฺฏตี’’ติ. โพธิสตฺตสฺส หิ เอกจฺเจสุ ฐาเนสุ ปาณาติปาโตปิ อทินฺนาทานมฺปิ กาเมสุมิจฺฉาจาโรปิ สุราเมรยมชฺชปานมฺปิ โหติเยว, อตฺถเภทกวิสํวาทนํ ปุรกฺขตฺวา มุสาวาโท นาม น โหติ, ตสฺมา โส สจฺจเมว กเถนฺโต ทุติยํ คาถมาห –
๔๑. ‘‘เอวเมตํ มหาราช, ยถา เต วจนํ สุตํ;
กุมฺมคฺคํ ปฏิปนฺโนสฺมิ, โมหเนยฺเยสุ มุจฺฉิโต’’ติ.
ตตฺถ โมหเนยฺเยสูติ กามคุเณสุ. กามคุเณสุ หิ โลโก มุยฺหติ, เต จ โลกํ โมหยนฺติ, ตสฺมา เต ‘‘โมหเนยฺยา’’ติ วุจฺจนฺตีติ.
ตํ สุตฺวา ราชา ตติยํ คาถมาห –
๔๒. ‘‘อทุ ปญฺญา กิมตฺถิยา, นิปุณา สาธุจินฺตินี;
ยาย อุปฺปติตํ ราคํ, กึ มโน น วิโนทเย’’ติ.
ตตฺถ อทูติ นิปาโต. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ภนฺเต, คิลานสฺส นาม เภสชฺชํ, ปิปาสิตสฺส ปานียํ ปฏิสรณํ, ตุมฺหากํ ปเนสา นิปุณา สาธูนํ อตฺถานํ จินฺตินี ปญฺญา กิมตฺถิยา, ยาย ปุน อุปฺปติตํ ราคํ กึ มโน น วิโนทเย, กึ จิตฺตํ วิโนเทตุํ นาสกฺขีติ.
อถสฺส กิเลสพลํ ทสฺเสนฺโต หาริโต จตุตฺถํ คาถมาห –
๔๓. ‘‘จตฺตาโรเม มหาราช, โลเก อติพลา ภุสา;
ราโค โทโส มโท โมโห, ยตฺถ ปญฺญา น คาธตี’’ติ.
ตตฺถ ยตฺถาติ เยสุ ปริยุฏฺฐานํ ปตฺเตสุ มโหเฆ ปติตา วิย ปญฺญา คาธํ ปติฏฺฐํ น ลภติ.
ตํ สุตฺวา ราชา ปญฺจมํ คาถมาห –
๔๔. ‘‘อรหา สีลสมฺปนฺโน, สุทฺโธ จรติ หาริโต;
เมธาวี ปณฺฑิโต เจว, อิติ โน สมฺมโต ภว’’นฺติ.