๒. คนฺธารวคฺโค
[๔๐๖] ๑. คนฺธารชาตกวณฺณนา
หิตฺวา คามสหสฺสานีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เภสชฺชสนฺนิธิการสิกฺขาปทํ อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ ปน ราชคเห สมุฏฺฐิตํ. อายสฺมตา หิ ปิลินฺทวจฺเฉน อารามิกกุลํ โมเจตุํ ราชนิเวสนํ คนฺตฺวา รญฺโญ ปาสาเท อิทฺธิพเลน โสวณฺณมเย กเต มนุสฺสา ปสีทิตฺวา เถรสฺส ปญฺจ เภสชฺชานิ ปหิณึสุ. โส ตานิ ปริสาย วิสฺสชฺเชสิ. ปริสา ปนสฺส พาหุลฺลิกา อโหสิ, ลทฺธํ ลทฺธํ โกฬมฺเพปิ ฆเฏปิ ปตฺตตฺถวิกาโยปิ ปูเรตฺวา ปฏิสาเมสิ. มนุสฺสา ทิสฺวา ‘‘มหิจฺฉา อิเม สมณา อนฺโตโกฏฺฐาคาริกา’’ติ อุชฺฌายึสุ. สตฺถา ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา ‘‘ยานิ โข ปน ตานิ คิลานานํ ภิกฺขูน’’นฺติ (ปารา. ๖๒๒-๖๒๓) สิกฺขาปทํ ปญฺญเปตฺวา ‘‘ภิกฺขเว, โปราณกปณฺฑิตา อนุปฺปนฺเน พุทฺเธ พาหิรกปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา ปญฺจสีลมตฺตกํ รกฺขนฺตาปิ โลณสกฺขรมตฺตกํ ปุนทิวสตฺถาย นิทหนฺเต ครหึสุ, ตุเมฺห ปน เอวรูเป นิยฺยานิกสาสเน ปพฺพชิตฺวา ทุติยตติยทิวสตฺถาย สนฺนิธึ กโรนฺตา อยุตฺตํ กโรถา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.
อตีเต คนฺธารรฏฺเฐ โพธิสตฺโต คนฺธารรญฺโญ ปุตฺโต หุตฺวา ปิตุ อจฺจเยน รชฺเช ปติฏฺฐาย ธมฺเมน รชฺชํ กาเรสิ. มชฺฌิมปเทเสปิ วิเทหรฏฺเฐ วิเทโห นาม ราชา รชฺชํ กาเรสิ. เต เทฺวปิ ราชาโน อทิฏฺฐสหายา หุตฺวา อญฺญมญฺญํ ถิรวิสฺสาสา อเหสุํ. ตทา มนุสฺสา ทีฆายุกา โหนฺติ, ตึส วสฺสสหสฺสานิ ชีวนฺติ. อเถกทา คนฺธารราชา ปุณฺณมุโปสถทิวเส สมาทินฺนสีโล มหาตเล ปญฺญตฺตวรปลฺลงฺกมชฺฌคโต วิวเฏน สีหปญฺชเรน ปาจีนโลกธาตุํ โอโลเกนฺโต อมจฺจานํ ธมฺมตฺถยุตฺตกถํ กเถนฺโต นิสีทิ. ตสฺมึ ขเณ คคนตลํ อติลงฺฆนฺตมิว ปริปุณฺณํ จนฺทมณฺฑลํ ราหุ อวตฺถริ, จนฺทปฺปภา อนฺตรธายิ. อมจฺจา จนฺทาโลกํ อปสฺสนฺตา จนฺทสฺส ราหุนา คหิตภาวํ รญฺโญ อาโรเจสุํ. ราชา จนฺทํ โอโลเกตฺวา ‘‘อยํ จนฺโท อาคนฺตุกอุปกฺกิเลเสน อุปกฺกิลิฏฺโฐ นิปฺปโภ ชาโต, มยฺหมฺเปส ราชปริวาโร อุปกฺกิเลโส, น โข ปน เมตํ ปติรูปํ, ยาหํ ราหุนา คหิตจนฺโท วิย นิปฺปโภ ภเวยฺยํ, วิสุทฺเธ คคนตเร วิโรจนฺตํ จนฺทมณฺฑลํ วิย รชฺชํ ปหาย ปพฺพชิสฺสามิ, กึ เม ปเรน โอวทิเตน, กุเล จ คเณ จ อลคฺโค หุตฺวา อตฺตานเมว โอวทนฺโต วิจริสฺสามิ, อิทํ เม ปติรูป’’นฺติ จินฺเตตฺวา ‘‘ยํ อิจฺฉถ, ตํ ราชานํ กโรถา’’ติ รชฺชํ อมจฺจานํ นิยฺยาเทสิ. โส รชฺชํ ฉฑฺเฑตฺวา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา ฌานาภิญฺญาโย นิพฺพตฺเตตฺวา ฌานรติสมปฺปิโต หิมวนฺตปเทเส วาสํ กปฺเปสิ.
วิเทหราชาปิ ‘‘สุขํ เม สหายสฺสา’’ติ วาณิเช ปุจฺฉิตฺวา ตสฺส ปพฺพชิตภาวํ สุตฺวา ‘‘มม สหาเย ปพฺพชิเต อหํ รชฺเชน กึ กริสฺสามี’’ติ สตฺตโยชนิเก มิถิลนคเร ติโยชนสติเก วิเทหรฏฺเฐ โสฬสสุ คามสหสฺเสสุ ปูริตานิ โกฏฺฐาคารานิ, โสฬสสหสฺสา จ นาฏกิตฺถิโย ฉฑฺเฑตฺวา ปุตฺตธีตโร อมนสิกตฺวา หิมวนฺตปเทสํ ปวิสิตฺวา ปพฺพชิตฺวา ปวตฺตผลโภชโน หุตฺวา สมปฺปวตฺตวาสํ วสนฺโต วิจริ. เต อุโภปิ สมวตฺตจารํ จรนฺตา อปรภาเค สมาคจฺฉึสุ, น ปน อญฺญมญฺญํ สญฺชานึสุ, สมฺโมทมานา เอกโตว สมปฺปวตฺตวาสํ วสึสุ. ตทา วิเทหตาปโส คนฺธารตาปสสฺส อุปฏฺฐานํ กโรติ. เตสํ เอกสฺมึ ปุณฺณมทิวเส อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสีทิตฺวา ธมฺมตฺถยุตฺตกถํ กเถนฺตานํ คคนตเล วิโรจมานํ จนฺทมณฺฑลํ ราหุ อวตฺถริ. วิเทหตาปโส ‘‘กึ นุ โข จนฺทสฺส ปภา นฏฺฐา’’ติ โอโลเกตฺวา ราหุนา คหิตํ จนฺทํ ทิสฺวา ‘‘โก นุ โข เอส อาจริย, จนฺทํ อวตฺถริตฺวา นิปฺปภมกาสี’’ติ ปุจฺฉิ. อนฺเตวาสิก อยํ ราหุ นาม จนฺทสฺเสโก อุปกฺกิเลโส, วิโรจิตุํ น เทติ, อหมฺปิ ราหุคหิตํ จนฺทมณฺฑลํ ทิสฺวา ‘‘อิทํ ปริสุทฺธสฺส จนฺทมณฺฑลสฺส อาคนฺตุเกน อุปกฺกิเลเสน นิปฺปภํ ชาตํ, มยฺหมฺปิ อิทํ รชฺชํ อุปกฺกิเลโส, ยาว จนฺทมณฺฑลํ ราหุ วิย อิทํ นิปฺปภํ น กโรติ, ตาว ปพฺพชิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ตเทว ราหุคหิตํ จนฺทมณฺฑลํ อารมฺมณํ กตฺวา มหารชฺชํ ฉฑฺเฑตฺวา ปพฺพชิโตติ. ‘‘อาจริย, ตฺวํ คนฺธารราชา’’ติ? ‘‘อาม, อห’’นฺติ. ‘‘อาจริย, อหมฺปิ วิเทหรฏฺเฐ มิถิลนคเร วิเทหราชา นาม, นนุ มยํ อญฺญมญฺญํ อทิฏฺฐสหายา’’ติ. ‘‘กึ ปน เต อารมฺมณํ อโหสี’’ติ? อหํ ‘‘ตุเมฺห ปพฺพชิตา’’ติ สุตฺวา ‘‘อทฺธา ปพฺพชฺชาย มหนฺตํ คุณํ อทฺทสา’’ติ ตุเมฺหเยว อารมฺมณํ กตฺวา รชฺชํ ปหาย ปพฺพชิโตติ. เต ตโต ปฏฺฐาย อติวิย สมคฺคา สมฺโมทมานา ปวตฺตผลโภชนา หุตฺวา วิหรึสุ. ตตฺถ ทีฆรตฺตํ วสิตฺวา จ ปน โลณมฺพิลเสวนตฺถาย หิมวนฺตโต โอตริตฺวา เอกํ ปจฺจนฺตคามํ สมฺปาปุณึสุ.
มนุสฺสา เตสํ อิริยาปเถ ปสีทิตฺวา ภิกฺขํ ทตฺวา ปฏิญฺญํ คเหตฺวา อรญฺเญ รตฺติทิวฏฺฐานาทีนิ มาเปตฺวา วสาเปสุํ. อนฺตรามคฺเคปิ เนสํ ภตฺตกิจฺจกรณตฺถาย อุทกผาสุกฏฺฐาเน ปณฺณสาลํ กาเรสุํ. เต ปจฺจนฺตคาเม ภิกฺขํ จริตฺวา ตาย ปณฺณสาลาย นิสีทิตฺวา ปริภุญฺชิตฺวา อตฺตโน วสนฏฺฐานํ คจฺฉนฺติ. เตปิ มนุสฺสา เตสํ อาหารํ ททมานา เอกทา โลณํ ปตฺเต ปกฺขิปิตฺวา เทนฺติ, เอกทา ปณฺณปุเฏ พนฺธิตฺวา เทนฺติ, เอกทา อโลณกาหารเมว เทนฺติ. เต เอกทิวสํ ปณฺณปุเฏ พหุตรํ โลณํ อทํสุ. วิเทหตาปโส โลณํ อาทาย คนฺตฺวา โพธิสตฺตสฺส ภตฺตกิจฺจกาเล ปโหนกํ ทตฺวา อตฺตโนปิ ปมาณยุตฺตํ คเหตฺวา อติเรกํ ปณฺณปุเฏ พนฺธิตฺวา ‘‘อโลณกทิวเส ภวิสฺสตี’’ติ ติณวฏฺฏิกอนฺตเร ฐเปสิ. อเถกทิวสํ อโลณเก อาหาเร ลทฺเธ วิเทโห คนฺธารสฺส ภิกฺขาภาชนํ ทตฺวา ติณวฏฺฏิกอนฺตรโต โลณํ อาหริตฺวา ‘‘อาจริย, โลณํ คณฺหถา’’ติ อาห. ‘‘อชฺช มนุสฺเสหิ โลณํ น ทินฺนํ, ตฺวํ กุโต ลภสี’’ติ? ‘‘อาจริย, ปุริมทิวเส มนุสฺสา พหุํ โลณมทํสุ, อถาหํ ‘อโลณกทิวเส ภวิสฺสตี’ติ อติเรกํ โลณํ ฐเปสิ’’นฺติ. อถ นํ โพธิสตฺโต ‘‘โมฆปุริส, ติโยชนสติกํ วิเทหรฏฺฐํ ปหาย ปพฺพชิตฺวา อกิญฺจนภาวํ ปตฺวา อิทานิ โลณสกฺขราย ตณฺหํ ชเนสี’’ติ ตชฺเชตฺวา โอวทนฺโต ปฐมํ คาถมาห –
๗๖. ‘‘หิตฺวา คามสหสฺสานิ, ปริปุณฺณานิ โสฬส;
โกฏฺฐาคารานิ ผีตานิ, สนฺนิธึ ทานิ กุพฺพสี’’ติ.
ตตฺถ โกฏฺฐาคารานีติ สุวณฺณรชตมณิมุตฺตาทิรตนโกฏฺฐาคารานิ เจว ทุสฺสโกฏฺฐาคารานิ จ ธญฺญโกฏฺฐาคารานิ จ. ผีตานีติ ปูรานิ. สนฺนิธึ ทานิ กุพฺพสีติ อิทานิ ‘‘เสฺว ภวิสฺสติ, ตติยทิวเส ภวิสฺสตี’’ติ โลณมตฺตํ สนฺนิธึ กโรสีติ.
วิเทโห เอวํ ครหิยมาโน ครหํ อสหนฺโต ปฏิปกฺโข หุตฺวา ‘‘อาจริย, ตุเมฺห อตฺตโน โทสํ อทิสฺวา มยฺหเมว โทสํ ปสฺสถ, นนุ ตุเมฺห ‘กึ เม ปเรน โอวทิเตน, อตฺตานเมว โอวทิสฺสามี’ติ รชฺชํ ฉฑฺเฑตฺวา ปพฺพชิตา, ตุเมฺห อิทานิ มํ กสฺมา โอวทถา’’ติ โจเทนฺโต ทุติยํ คาถมาห –
๗๗. ‘‘หิตฺวา คนฺธารวิสยํ, ปหูตธนธาริยํ;
ปสาสนโต นิกฺขนฺโต, อิธ ทานิ ปสาสสี’’ติ.
ตตฺถ ปสาสนโตติ โอวาทานุสาสนีทานโต. อิธ ทานีติ อิทานิ อิธ อรญฺเญ กสฺมา มํ โอวทถาติ.
ตํ สุตฺวา โพธิสตฺโต ตติยํ คาถมาห –
๗๘. ‘‘ธมฺมํ ภณามิ เวเทห, อธมฺโม เม น รุจฺจติ;
ธมฺมํ เม ภณมานสฺส, น ปาปมุปลิมฺปตี’’ติ.
ตตฺถ ธมฺมนฺติ สภาวํ, พุทฺธาทีหิ วณฺณิตํ ปสตฺถํ การณเมว. อธมฺโม เม น รุจฺจตีติ อธมฺโม นาม อสภาโว มยฺหํ กทาจิปิ น รุจฺจติ. น ปาปมุปลิมฺปตีติ มม สภาวเมว การณเมว ภณนฺตสฺส ปาปํ นาม หทเย น ลิมฺปติ น อลฺลียติ. โอวาททานํ นาเมตํ พุทฺธปจฺเจกพุทฺธสาวกโพธิสตฺตานํ ปเวณี. เตหิ ทินฺโนวาทํ พาลา น คณฺหนฺติ, โอวาททายกสฺส ปน ปาปํ นาม นตฺถิ.
‘‘นิธีนํว ปวตฺตารํ, ยํ ปสฺเส วชฺชทสฺสินํ;
นิคฺคยฺหวาทึ เมธาวึ, ตาทิสํ ปณฺฑิตํ ภเช;
ตาทิสํ ภชมานสฺส, เสยฺโย โหติ น ปาปิโย.
‘‘โอวเทยฺยานุสาเสยฺย, อสพฺภา จ นิวารเย;
สตญฺหิ โส ปิโย โหติ, อสตํ โหติ อปฺปิโย’’ติ. (ธ. ป. ๗๖-๗๗);
วิเทหตาปโส โพธิสตฺตสฺส กถํ สุตฺวา ‘‘อาจริย, อตฺถนิสฺสิตํ กเถนฺเตนปิ ปรํ ฆฏฺเฏตฺวา โรเสตฺวา กเถตุํ น วฏฺฏติ, ตฺวํ มํ กุณฺฐสตฺถเกน มุณฺเฑนฺโต วิย อติผรุสํ กเถสี’’ติ วตฺวา จตุตฺถํ คาถมาห –
๗๙. ‘‘เยน เกนจิ วณฺเณน, ปโร ลภติ รุปฺปนํ;
มหตฺถิยมฺปิ เจ วาจํ, น ตํ ภาเสยฺย ปณฺฑิโต’’ติ.
ตตฺถ เยน เกนจีติ ธมฺมยุตฺเตนาปิ การเณน. ลภติ รุปฺปนนฺติ ฆฏฺฏนํ ทุสฺสนํ กุปฺปนํ ลภติเยว. น ตํ ภาเสยฺยาติ ตสฺมา ตํ ปรปุคฺคลํ ยาย โส วาจาย ทุสฺสติ, ตํ มหตฺถิยํ มหนฺตํ อตฺถนิสฺสิตมฺปิ วาจํ น ภาเสยฺยาติ อตฺโถ.
อถสฺส โพธิสตฺโต ปญฺจมํ คาถมาห –
๘๐. ‘‘กามํ รุปฺปตุ วา มา วา, ภุสํว วิกิรียตุ;
ธมฺมํ เม ภณมานสฺส, น ปาปมุปลิมฺปตี’’ติ.
ตตฺถ กามนฺติ เอกํเสน. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อยุตฺตการโก ปุคฺคโล ‘‘อยุตฺตํ เต กต’’นฺติ โอวทิยมาโน เอกํเสเนว กุชฺฌตุ วา มา วา กุชฺฌตุ, อถ วา ภุสมุฏฺฐิ วิย วิกิรียตุ, มยฺหํ ปน ธมฺมํ ภณนฺตสฺส ปาปํ นาม นตฺถีติ.
เอวญฺจ ปน วตฺวา ‘‘น โว อหํ, อานนฺท, ตถา ปรกฺกมิสฺสามิ, ยถา กุมฺภกาโร อามเก อามกมตฺเต. นิคฺคยฺห นิคฺคยฺหาหํ อานนฺท, วกฺขามิ, โย สาโร โส ฐสฺสตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๑๙๖) อิมสฺส สุคโตวาทสฺส อนุรูปาย ปฏิปตฺติยา ฐตฺวา ‘‘ยถา กุมฺภกาโร ภาชเนสุ ปุนปฺปุนํ อาโกเฏตฺวา อาโกเฏตฺวา อามกํ อคฺคเหตฺวา สุปกฺกเมว ภาชนํ คณฺหาติ, เอวํ ปุนปฺปุนํ โอวทิตฺวา นิคฺคณฺหิตฺวา ปกฺกภาชนสทิโส ปุคฺคโล คเหตพฺโพ’’ติ ทสฺเสตุํ ปุน ตํ โอวทนฺโต –
๘๑. ‘‘โน เจ อสฺส สกา พุทฺธิ, วินโย วา สุสิกฺขิโต;
วเน อนฺธมหึโสว, จเรยฺย พหุโก ชโน.
๘๒. ‘‘ยสฺมา จ ปนิเธกจฺเจ, อาเจรมฺหิ สุสิกฺขิตา;
ตสฺมา วินีตวินยา, จรนฺติ สุสมาหิตา’’ติ. – อิทํ คาถาทฺวยมาห;
ตสฺสตฺโถ – สมฺม เวเทห, อิเมสญฺหิ สตฺตานํ สเจ อตฺตโน พุทฺธิ วา ปณฺฑิเต โอวาททายเก นิสฺสาย อาจารปณฺณตฺติวินโย วา สุสิกฺขิโต น ภเวยฺย, เอวํ สนฺเต ยถา ติณลตาทิคหเน วเน อนฺธมหึโส โคจราโคจรํ สาสงฺกนิราสงฺกญฺจ ฐานํ อชานนฺโต จรติ, ตถา ตุมฺหาทิโส พหุโก ชโน จเรยฺย. ยสฺมา ปน อิธ เอกจฺเจ สกาย พุทฺธิยา รหิตา สตฺตา อาจริยสนฺติเก อาจารปณฺณตฺติสุสิกฺขิตา, ตสฺมา อาจริเยหิ อตฺตโน อตฺตโน อนุรูเปน วินเยน วินีตตฺตา วินีตวินยา สุสมาหิตา เอกคฺคจิตฺตา หุตฺวา จรนฺตีติ.
อิมินา อิทํ ทสฺเสติ – อิมินา หิ สตฺเตน คิหินา หุตฺวา อตฺตโน กุลานุรูปา, ปพฺพชิเตน ปพฺพชิตานุรูปา สิกฺขา สิกฺขิตพฺพา. คิหิโนปิ หิ อตฺตโน กุลานุรูเปสุ กสิโครกฺขาทีสุ สิกฺขิตาว สมฺปนฺนาชีวา หุตฺวา สุสมาหิตา จรนฺติ, ปพฺพชิตาปิ ปพฺพชิตานุรูเปสุ ปาสาทิเกสุ อภิกฺกนฺตปฏิกฺกนฺตาทีสุ อธิสีลอธิจิตฺตอธิปญฺญาสิกฺขาสุ สิกฺขิตาว วิคตวิกฺเขปา สุสมาหิตา จรนฺติ. โลกสฺมิญฺหิ –
‘‘พาหุสจฺจญฺจ สิปฺปญฺจ, วินโย จ สุสิกฺขิโต;
สุภาสิตา จ ยา วาจา, เอตํ มงฺคลมุตฺตม’’นฺติ. (ขุ. ปา. ๕.๕; สุ. นิ. ๒๖๔);
ตํ สุตฺวา เวเทหตาปโส ‘‘อาจริย, อิโต ปฏฺฐาย มํ โอวทถ อนุสาสถ, อหํ อนธิวาสนชาติกตาย ตุเมฺหหิ สทฺธึ กเถสึ, ตํ เม ขมถา’’ติ วนฺทิตฺวา มหาสตฺตํ ขมาเปสิ. เต สมคฺควาสํ วสิตฺวา ปุน หิมวนฺตเมว อคมํสุ. ตตฺร โพธิสตฺโต เวเทหตาปสสฺส กสิณปริกมฺมํ กเถสิ. โส ตํ กตฺวา อภิญฺญา จ สมาปตฺติโย จ นิพฺพตฺเตสิ. อิติ เต อุโภปิ อปริหีนชฺฌานา พฺรหฺมโลกปรายณา อเหสุํ.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา เวเทโห อานนฺโท อโหสิ, คนฺธารราชา ปน อหเมว อโหสี’’นฺติ.
คนฺธารชาตกวณฺณนา ปฐมา.
[๔๐๗] ๒. มหากปิชาตกวณฺณนา
อตฺตานํ สงฺกมํ กตฺวาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ญาตตฺถจริยํ อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ ภทฺทสาลชาตเก (ชา. ๑.๑๒.๑๓ อาทโย) อาวิ ภวิสฺสติ. ตทา ปน ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ‘‘อาวุโส, สมฺมาสมฺพุทฺโธ ญาตกานํ อตฺถํ จรตี’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพปิ ตถาคโต ญาตีนํ อตฺถํ จริเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต กปิโยนิยํ นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต อาโรหปริณาหสมฺปนฺโน ถามพลูเปโต ปญฺจหตฺถิพลปริมาโณ อสีติสหสฺสกปิคณปริวุโต หิมวนฺตปเทเส วสติ. ตตฺถ คงฺคาตีรํ นิสฺสาย สาขาวิฏปสมฺปนฺโน สนฺทจฺฉาโย พหลปตฺโต ปพฺพตกูฏํ วิย สมุคฺคโต อมฺพรุกฺโข อโหสิ ‘‘นิโคฺรธรุกฺโข’’ติปิ วทนฺติ. ตสฺส มธุรานิ ผลานิ ทิพฺพคนฺธรสานิ มหนฺตานิ มหนฺตกุมฺภปฺปมาณานิ. ตสฺส เอกิสฺสา สาขาย ผลานิ ถเล ปตนฺติ, เอกิสฺสา สาขาย คงฺคาชเล, ทฺวินฺนํ สาขานํ ผลานิ มชฺเฌ รุกฺขมูเล ปตนฺติ. โพธิสตฺโต กปิคณํ อาทาย ตตฺถ ผลานิ ขาทนฺโต ‘‘เอกสฺมึ กาเล อิมสฺส รุกฺขสฺส อุทเก ปติตํ ผลํ นิสฺสาย อมฺหากํ ภยํ อุปฺปชฺชิสฺสตี’’ติ อุทกมตฺถเก สาขาย เอกผลมฺปิ อนวเสเสตฺวา ปุปฺผกาเล กฬายมตฺตกาลโต ปฏฺฐาย ขาทาเปติ เจว ปาตาเปติ จ. เอวํ สนฺเตปิ อสีติวานรสหสฺเสหิ อทิฏฺฐํ กิปิลฺลิกปุฏปฏิจฺฉนฺนํ เอกํ ปกฺกผลํ นทิยํ ปติตฺวา อุทฺธญฺจ อโธ จ ชาลํ พนฺธาเปตฺวา อุทกกีฬํ กีฬนฺตสฺส พาราณสิรญฺโญ อุทฺธํชาเล ลคฺคิ. รญฺโญ ทิวสํ กีฬิตฺวา สายํ คมนสมเย เกวฏฺฏา ชาลํ อุกฺขิปนฺตา ตํ ทิสฺวา ‘‘อสุกผลํ นามา’’ติ อชานนฺตา รญฺโญ ทสฺเสสุํ.
ราชา ‘‘กึผลํ นาเมต’’นฺติ ปุจฺฉิ. ‘‘น ชานาม, เทวา’’ติ. ‘‘เก ชานิสฺสนฺตี’’ติ? ‘‘วนจรกา, เทวา’’ติ. โส วนจรเก ปกฺโกสาเปตฺวา เตสํ สนฺติกา ‘‘อมฺพปกฺก’’นฺติ สุตฺวา ฉุริกาย ฉินฺทิตฺวา ปฐมํ วนจรเก ขาทาเปตฺวา ปจฺฉา อตฺตนาปิ ขาทิ, อิตฺถาคารสฺสาปิ อมจฺจานมฺปิ ทาเปสิ. รญฺโญ อมฺพปกฺกรโส สกลสรีรํ ผริตฺวา อฏฺฐาสิ. โส รสตณฺหาย พชฺฌิตฺวา ตสฺส รุกฺขสฺส ฐิตฏฺฐานํ วนจรเก ปุจฺฉิตฺวา เตหิ ‘‘หิมวนฺตปเทเส นทีตีเร’’ติ วุตฺเต พหู นาวาสงฺฆาเฏ พนฺธาเปตฺวา วนจรเกหิ เทสิตมคฺเคน อุทฺธํโสตํ อคมาสิ. ‘‘เอตฺตกานิ ทิวสานี’’ติ ปริจฺเฉโท น กถิโต, อนุปุพฺเพน ปน ตํ ฐานํ ปตฺวา ‘‘เอโส เทว, รุกฺโข’’ติ วนจรกา รญฺโญ อาจิกฺขึสุ. ราชา นาวํ ฐเปตฺวา มหาชนปริวุโต ปทสา ตตฺถ คนฺตฺวา รุกฺขมูเล สยนํ ปญฺญปาเปตฺวา อมฺพปกฺกานิ ขาทิตฺวา นานคฺครสโภชนํ ภุญฺชิตฺวา นิปชฺชิ, สพฺพทิสาสุ อารกฺขํ ฐเปตฺวา อคฺคึ กรึสุ.
มหาสตฺโต มนุสฺเสสุ นิทฺทํ โอกฺกนฺเตสุ อฑฺฒรตฺตสมเย ปริสาย สทฺธึ อคมาสิ. อสีติสหสฺสวานรา สาขาย สาขํ จรนฺตา อมฺพานิ ขาทนฺติ. ราชา ปพุชฺฌิตฺวา กปิคณํ ทิสฺวา มนุสฺเส อุฏฺฐาเปตฺวา ธนุคฺคเห ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘ยถา เอเต ผลขาทกา วานรา น ปลายนฺติ, ตถา เต ปริกฺขิปิตฺวา วิชฺฌถ, เสฺว อมฺพานิ เจว วานรมํสญฺจ ขาทิสฺสามี’’ติ อาห. ธนุคฺคหา ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา รุกฺขํ ปริวาเรตฺวา สเร สนฺนยฺหิตฺวา อฏฺฐํสุ. เต ทิสฺวา วานรา มรณภยภีตา ปลายิตุํ อสกฺโกนฺตา มหาสตฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘เทว, ‘ปลายนมกฺกเฏ วิชฺฌิสฺสามา’ติ รุกฺขํ ปริวาเรตฺวา ธนุคฺคหา ฐิตา, กึ กโรมา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา กมฺปมานา อฏฺฐํสุ. โพธิสตฺโต ‘‘มา ภายิตฺถ, อหํ โว ชีวิตํ ทสฺสามี’’ติ วานรคณํ สมสฺสาเสตฺวา อุชุกํ อุคฺคตสาขํ อารุยฺห คงฺคาภิมุขํ คตสาขํ คนฺตฺวา ตสฺสา ปริยนฺตโต ปกฺขนฺทิตฺวา ธนุสตมตฺตํ ฐานํ อติกฺกมฺม คงฺคาตีเร เอกสฺมึ คุมฺพมตฺถเก ปติตฺวา ตโต โอรุยฺห ‘‘มมาคตฏฺฐานํ เอตฺตกํ ภวิสฺสตี’’ติ อากาสํ ปริจฺฉินฺทิตฺวา เอกํ เวตฺตลตํ มูเล ฉินฺทิตฺวา โสเธตฺวา ‘‘เอตฺตกํ ฐานํ รุกฺเข พชฺฌิสฺสติ, เอตฺตกํ อากาสฏฺฐํ ภวิสฺสตี’’ติ อิมานิ เทฺว ฐานานิ ววตฺถเปตฺวา อตฺตโน กฏิยํ พนฺธนฏฺฐานํ น สลฺลกฺเขสิ.
โส ตํ ลตํ อาทาย เอกํ โกฏึ คงฺคาตีเร ปติฏฺฐิตรุกฺเข พนฺธิตฺวา เอกํ อตฺตโน กฏิยํ พนฺธิตฺวา วาตจฺฉินฺนวลาหโก วิย เวเคน ธนุสตมตฺตํ ฐานํ ลงฺฆิตฺวา กฏิยํ พนฺธนฏฺฐานสฺส อสลฺลกฺขิตตฺตา รุกฺขํ ปาปุณิตุํ อสกฺโกนฺโต อุโภหิ หตฺเถหิ อมฺพสาขํ ทฬฺหํ คณฺหิตฺวา วานรคณสฺส สญฺญมทาสิ ‘‘สีฆํ มม ปิฏฺฐึ มทฺทมานา เวตฺตลตาย โสตฺถิคมนํ คจฺฉถา’’ติ. อสีติสหสฺสวานรา มหาสตฺตํ วนฺทิตฺวา ขมาเปตฺวา ตถา อคมํสุ. ตทา เทวทตฺโตปิ มกฺกโฏ หุตฺวา เตสํ อพฺภนฺตเร โหติ. โส ‘‘อยํ เม ปจฺจามิตฺตสฺส ปิฏฺฐึ ปสฺสิตุํ กาโล’’ติ อุจฺจํ สาขํ อารุยฺห เวคํ ชเนตฺวา ตสฺส ปิฏฺฐิยํ ปติ. มหาสตฺตสฺส หทยํ ภิชฺชิ, พลวเวทนา อุปฺปชฺชิ. โสปิ ตํ เวทนาปฺปตฺตํ กตฺวา ปกฺกามิ. มหาสตฺโต เอกโกว อโหสิ. ราชา อนิทฺทายนฺโต วานเรหิ จ มหาสตฺเตน จ กตกิริยํ สพฺพํ ทิสฺวา ‘‘อยํ ติรจฺฉาโน หุตฺวา อตฺตโน ชีวิตํ อคเณตฺวา ปริสาย โสตฺถิภาวเมว อกาสี’’ติ จินฺเตนฺโต นิปชฺชิ.
โส ปภาตาย รตฺติยา มหาสตฺตสฺส ตุสฺสิตฺวา ‘‘น ยุตฺตํ อิมํ กปิราชานํ นาเสตุํ, อุปาเยน นํ โอตาเรตฺวา ปฏิชคฺคิสฺสามี’’ติ อนฺโตคงฺคาย นาวาสงฺฆาฏํ ฐเปตฺวา ตตฺถ อฏฺฏกํ พนฺธาเปตฺวา สณิกํ มหาสตฺตํ โอตาราเปตฺวา ปิฏฺฐิยํ กาสาววตฺถํ ปตฺถราเปตฺวา คงฺโคทเกน นฺหาเปตฺวา ผาณิโตทกํ ปาเยตฺวา ปริสุทฺธสรีรํ สหสฺสปากเตเลน อพฺภญฺชาเปตฺวา สยนปิฏฺเฐ เอฬกจมฺมํ สนฺถราเปตฺวา สณิกํ ตตฺถ นิปชฺชาเปตฺวา อตฺตนา นีเจ อาสเน นิสีทิตฺวา ปฐมํ คาถมาห –
๘๓. ‘‘อตฺตานํ สงฺกมํ กตฺวา, โย โสตฺถึ สมตารยิ;
กึ ตฺวํ เตสํ กิเม ตุยฺหํ, โหนฺติ เอเต มหากปี’’ติ.
ตสฺสตฺโถ – อมฺโภ มหากปิ, โย ตฺวํ อตฺตานํ สงฺกมํ กตฺวา ตุลํ อาโรเปตฺวา ชีวิตํ ปริจฺจชิตฺวา อิเม วานเร โสตฺถึ สมตารยิ, เขเมน สนฺตาเรสิ; กึ ตฺวํ เตสํ โหสิ, กิเม ตุยฺหํ วา กึสุ เอเต โหนฺตีติ?
ตํ สุตฺวา โพธิสตฺโต ราชานํ โอวทนฺโต เสสคาถา อภาสิ –
๘๔. ‘‘ราชาหํ อิสฺสโร เตสํ, ยูถสฺส ปริหารโก;
เตสํ โสกปเรตานํ, ภีตานํ เต อรินฺทม.
๘๕. ‘‘อุลฺลงฺฆยิตฺวา อตฺตานํ, วิสฺสฏฺฐธนุโน สตํ;
ตโต อปรปาเทสุ, ทฬฺหํ พนฺธํ ลตาคุณํ.
๘๖. ‘‘ฉินฺนพฺภมิว วาเตน, นุณฺโณ รุกฺขํ อุปาคมึ;
โสหํ อปฺปภวํ ตตฺถ, สาขํ หตฺเถหิ อคฺคหึ.
๘๗. ‘‘ตํ มํ วิยายตํ สนฺตํ, สาขาย จ ลตาย จ;
สมนุกฺกมนฺตา ปาเทหิ, โสตฺถึ สาขามิคา คตา.
๘๘. ‘‘ตํ มํ น ตปเต พนฺโธ, มโต เม น ตเปสฺสติ;
สุขมาหริตํ เตสํ, เยสํ รชฺชมการยึ.
๘๙. ‘‘เอสา เต อุปมา ราช, ตํ สุโณหิ อรินฺทม;
รญฺญา รฏฺฐสฺส โยคฺคสฺส, พลสฺส นิคมสฺส จ;
สพฺเพสํ สุขเมฏฺฐพฺพํ, ขตฺติเยน ปชานตา’’ติ.
ตตฺถ เตสนฺติ เตสํ อสีติสหสฺสานํ วานรานํ. ภีตานํ เตติ ตว วิชฺฌนตฺถาย อาณาเปตฺวา ฐิตสฺส ภีตานํ. อรินฺทมาติ ราชานํ อาลปติ. ราชา หิ โจราทีนํ อรีนํ ทมนโต ‘‘อรินฺทโม’’ติ วุจฺจติ. วิสฺสฏฺฐธนุโน สตนฺติ อนาโรปิตธนุสตปฺปมาณํ ฐานํ อตฺตานํ อากาเส อุลฺลงฺฆยิตฺวา วิสฺสชฺเชตฺวา ตโต อิมมฺหา รุกฺขา ลงฺฆยิตฺวา คตฏฺฐานโต. อปรปาเทสูติ ปจฺฉาปาเทสุ. อิทํ กฏิภาคํ สนฺธาย วุตฺตํ. โพธิสตฺโต หิ กฏิภาเค ตํ ลตาคุณํ ทฬฺหํ พนฺธิตฺวา ปจฺฉิมปาเทหิ ภูมิยํ อกฺกมิตฺวา วิสฺสชฺเชตฺวา วาตเวเคน อากาสํ ปกฺขนฺทิ. นุณฺโณ รุกฺขํ อุปาคมินฺติ วาตจฺฉินฺนํ อพฺภมิว อตฺตโน เวคชนิเตน วาเตน นุณฺโณ. ยถา วาตจฺฉินฺนพฺภํ วาเตน, เอวํ อตฺตโน เวเคน นุณฺโณ หุตฺวา อิมํ อมฺพรุกฺขํ อุปาคมึ. อปฺปภวนฺติ โส อหํ ตตฺถ อากาสปฺปเทเส รุกฺขํ ปาปุณิตุํ อปฺปโหนฺโต ตสฺส รุกฺขสฺส สาขํ หตฺเถหิ อคฺคเหสินฺติ อตฺโถ.
วิยายตนฺติ รุกฺขสาขาย จ เวตฺตลตาย จ วีณาย ภมรตนฺติ วิย วิตตํ อากฑฺฒิตสรีรํ. สมนุกฺกมนฺตาติ มยา อนุญฺญาตา มํ วนฺทิตฺวา ปาเทหิ อนุกฺกมนฺตา นิรนฺตรเมว อกฺกมนฺตา โสตฺถึ คตา. ตํ มํ น ตปเต พนฺโธติ ตํ มํ นาปิ โส วลฺลิยา พนฺโธ ตปติ, นาปิ อิทานิ มรณํ ตเปสฺสติ. กึการณา? สุขมาหริตํ เตสนฺติ ยสฺมา เยสํ อหํ รชฺชมการยึ, เตสํ มยา สุขมาหริตํ. เอเต หิ ‘‘มหาราช, อยํ โน อุปฺปนฺนํ ทุกฺขํ หริตฺวา สุขํ อาหริสฺสตี’’ติ มํ ราชานํ อกํสุ. อหมฺปิ ‘‘ตุมฺหากํ อุปฺปนฺนํ ทุกฺขํ หริสฺสามิ’’จฺเจว เอเตสํ ราชา ชาโต. ตํ อชฺช มยา เอเตสํ มรณทุกฺขํ หริตฺวา ชีวิตสุขํ อาหฏํ, เตน มํ นาปิ พนฺโธ ตปติ, น มรณวโธ ตเปสฺสติ.
เอสา เต อุปมาติ เอสา เต มหาราช, มยา กตกิริยาย อุปมา. ตํ สุโณหีติ ตสฺมา อิมาย อุปมาย สํสนฺเทตฺวา อตฺตโน ทิยฺยมานํ โอวาทํ สุณาหิ. รญฺญา รฏฺฐสฺสาติ มหาราช, รญฺญา นาม อุจฺฉุยนฺเต อุจฺฉุํ วิย รฏฺฐํ อปีเฬตฺวา จตุพฺพิธํ อคติคมนํ ปหาย จตูหิ สงฺคหวตฺถูหิ สงฺคณฺหนฺเตน ทสสุ ราชธมฺเมสุ ปติฏฺฐาย มยา วิย อตฺตโน ชีวิตํ ปริจฺจชิตฺวา ‘‘กินฺติเม รฏฺฐวาสิโน วิคตภยา คิมฺหกาเล วิวฏทฺวาเร ญาตีหิ จ ปริวารเกหิ จ ปริวาริตา อุเร ปุตฺเต นจฺเจนฺตา สีเตน วาเตน พีชิยมานา ยถารุจิ อตฺตโน อตฺตโน สนฺตกํ ปริภุญฺชนฺตา กายิกเจตสิกสุขสมงฺคิโน ภเวยฺยุ’’นฺติ สกลรฏฺฐสฺส จ รถสกฏาทิยุตฺตวาหนสฺส โยคฺคสฺส จ ปตฺติสงฺขาตสฺส พลสฺส จ นิคมชนปทสงฺขาตสฺส นิคมสฺส จ สพฺเพสํ สุขเมว เอสิตพฺพํ คเวสิตพฺพนฺติ อตฺโถ. ขตฺติเยน ปชานตาติ เขตฺตานํ อธิปติภาเวน ‘‘ขตฺติโย’’ติ ลทฺธนาเมน ปน เอเตน อวเสสสตฺเต อติกฺกมฺม ปชานตา ญาณสมฺปนฺเนน ภวิตพฺพนฺติ.
เอวํ มหาสตฺโต ราชานํ โอวทนฺโต อนุสาสนฺโตว กาลมกาสิ. ราชา อมจฺเจ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘อิมสฺส กปิราชสฺส ราชูนํ วิย สรีรกิจฺจํ กโรถา’’ติ วตฺวา อิตฺถาคารมฺปิ อาณาเปสิ ‘‘ตุเมฺห รตฺตวตฺถนิวตฺถา วิกิณฺณเกสา ทณฺฑทีปิกหตฺถา กปิราชานํ ปริวาเรตฺวา อาฬาหนํ คจฺฉถา’’ติ. อมจฺจา ทารูนํ สกฏสตมตฺเตน จิตกํ กริตฺวา ราชูนํ กรณนิยาเมเนว มหาสตฺตสฺส สรีรกิจฺจํ กตฺวา สีสกปาลํ คเหตฺวา รญฺโญ สนฺติกํ อคมํสุ. ราชา มหาสตฺตสฺส อาฬาหเน เจติยํ กาเรตฺวา ทีเป ชาลาเปตฺวา คนฺธมาลาทีหิ ปูเชตฺวา สีสกปาลํ สุวณฺณขจิตํ กาเรตฺวา กุนฺตคฺเค ฐเปตฺวา ปุรโต กตฺวา คนฺธมาลาทีหิ ปูเชนฺโต พาราณสึ คนฺตฺวา อนฺโตราชทฺวาเร ฐเปตฺวา สกลนครํ สชฺชาเปตฺวา สตฺตาหํ ธาตุปูชํ กาเรสิ. อถ นํ ธาตุํ คเหตฺวา เจติยํ กาเรตฺวา ยาวชีวํ คนฺธมาลาทีหิ ปูเชตฺวา โพธิสตฺตสฺส โอวาเท ปติฏฺฐาย ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กโรนฺโต ธมฺเมน รชฺชํ กาเรตฺวา สคฺคปรายโณ อโหสิ.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา ราชา อานนฺโท อโหสิ, ทุฏฺฐกปิ เทวทตฺโต, ปริสา พุทฺธปริสา, กปิราชา ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.
มหากปิชาตกวณฺณนา ทุติยา.
[๔๐๘] ๓. กุมฺภการชาตกวณฺณนา
อมฺพาหมทฺทํ วนมนฺตรสฺมินฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต กิเลสนิคฺคหํ อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ ปานียชาตเก (ชา. ๑.๑๑.๕๙ อาทโย) อาวิ ภวิสฺสติ. ตทา ปน สาวตฺถิยํ ปญฺจสตา สหายกา ปพฺพชิตฺวา อนฺโตโกฏิสนฺถาเร วสมานา อฑฺฒรตฺตสมเย กามวิตกฺกํ วิตกฺกยึสุ. สตฺถา อตฺตโน สาวเก รตฺติยา ตโย วาเร, ทิวสสฺส ตโย วาเรติ รตฺตินฺทิวํ ฉ วาเร โอโลเกนฺโต กิกี อณฺฑํ วิย, จมรี วาลธึ วิย, มาตา ปิยปุตฺตํ วิย, เอกจกฺขุโก ปุริโส จกฺขุํ วิย รกฺขติ, ตสฺมึ ตสฺมึเยว ขเณ อุปฺปนฺนกิเลสํ นิคฺคณฺหาติ. โส ตํ ทิวสํ อฑฺฒรตฺตสมเย เชตวนํ ปริคฺคณฺหนฺโต เตสํ ภิกฺขูนํ วิตกฺกสมุทาจารํ ญตฺวา ‘‘อิเมสํ ภิกฺขูนํ อพฺภนฺตเร อยํ กิเลโส วฑฺฒนฺโต อรหตฺตสฺส เหตุํ ภินฺทิสฺสติ, อิทาเนว เนสํ กิเลสํ นิคฺคณฺหิตฺวา อรหตฺตํ ทสฺสามี’’ติ คนฺธกุฏิโต นิกฺขมิตฺวา อานนฺทตฺเถรํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘อานนฺท, อนฺโตโกฏิสนฺถาเร วสนกภิกฺขู สพฺเพ สนฺนิปาเตหี’’ติ สนฺนิปาตาเปตฺวา ปญฺญตฺตวรพุทฺธาสเน นิสีทิตฺวา ‘‘น, ภิกฺขเว, อนฺโตปวตฺตกิเลสานํ วเส วตฺติตุํ วฏฺฏติ, กิเลโส หิ วฑฺฒมาโน ปจฺจามิตฺโต วิย มหาวินาสํ ปาเปติ, ภิกฺขุนา นาม อปฺปมตฺตกมฺปิ กิเลสํ นิคฺคณฺหิตุํ วฏฺฏติ, โปราณกปณฺฑิตา อปฺปมตฺตกํ อารมฺมณํ ทิสฺวา อพฺภนฺตเร ปวตฺตกิเลสํ นิคฺคณฺหิตฺวา ปจฺเจกโพธิญาณํ นิพฺพตฺเตสุ’’นฺติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต พาราณสินครสฺส ทฺวารคาเม กุมฺภการกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต กุฏุมฺพํ สณฺฐเปตฺวา เอกํ ปุตฺตญฺจ ธีตรญฺจ ลภิตฺวา กุมฺภการกมฺมํ นิสฺสาย ปุตฺตทารํ โปเสสิ. ตทา กลิงฺครฏฺเฐ ทนฺตปุรนคเร กรณฺฑโก นาม ราชา มหนฺเตน ปริวาเรน อุยฺยานํ คจฺฉนฺโต อุยฺยานทฺวาเร ผลภารภริตํ มธุรผลํ อมฺพรุกฺขํ ทิสฺวา หตฺถิกฺขนฺธวรคโตเยว หตฺถํ ปสาเรตฺวา เอกํ อมฺพปิณฺฑํ คเหตฺวา อุยฺยานํ ปวิสิตฺวา มงฺคลสิลาย นิสินฺโน ทาตพฺพยุตฺตกานํ ทตฺวา อมฺพํ ปริภุญฺชิ. ‘‘รญฺญา คหิตกาลโต ปฏฺฐาย เสเสหิ นาม คเหตพฺพเมวา’’ติ อมจฺจาปิ พฺราหฺมณคหปติกาทโยปิ อมฺพานิ ปาเตตฺวา ขาทึสุ. ปจฺฉา อาคตา รุกฺขํ อารุยฺห มุคฺคเรหิ โปเถตฺวา โอภคฺควิภคฺคสาขํ กตฺวา อามกผลมฺปิ อเสเสตฺวา ขาทึสุ.
ราชา ทิวสํ อุยฺยาเน กีฬิตฺวา สายนฺหสมเย อลงฺกตหตฺถิกฺขนฺธวเร นิสีทิตฺวา คจฺฉนฺโต ตํ รุกฺขํ ทิสฺวา หตฺถิโต โอตริตฺวา รุกฺขมูลํ คนฺตฺวา รุกฺขํ โอโลเกตฺวา ‘‘อยํ ปาโตว ปสฺสนฺตานํ อติตฺติกโร ผลภารภริโต โสภมาโน อฏฺฐาสิ, อิทานิ คหิตผโล โอภคฺควิภคฺโค อโสภมาโน ฐิโต’’ติ จินฺเตตฺวา ปุน อญฺญโต โอโลเกนฺโต อปรํ นิปฺผลํ อมฺพรุกฺขํ ทิสฺวา ‘‘เอส รุกฺโข อตฺตโน นิปฺผลภาเวน มุณฺฑมณิปพฺพโต วิย โสภมาโน ฐิโต, อยํ ปน สผลภาเวน อิมํ พฺยสนํ ปตฺโต, อิทํ อคารมชฺฌมฺปิ ผลิตรุกฺขสทิสํ, ปพฺพชฺชา นิปฺผลรุกฺขสทิสา, สธนสฺเสว ภยํ อตฺถิ, นิทฺธนสฺส ภยํ นตฺถิ, มยาปิ นิปฺผลรุกฺเขน วิย ภวิตพฺพ’’นฺติ ผลรุกฺขํ อารมฺมณํ กตฺวา รุกฺขมูเล ฐิตโกว ตีณิ ลกฺขณานิ สลฺลกฺเขตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา ปจฺเจกโพธิญาณํ นิพฺพตฺเตตฺวา ‘‘วิทฺธํสิตา ทานิ เม มาตุกุจฺฉิกุฏิกา, ฉินฺนา ตีสุ ภเวสุ ปฏิสนฺธิ, โสธิตา สํสารอุกฺการภูมิ, โสสิโต มยา อสฺสุสมุทฺโท, ภินฺโน อฏฺฐิปากาโร, นตฺถิ เม ปุน ปฏิสนฺธี’’ติ อาวชฺเชนฺโต สพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิโตว อฏฺฐาสิ.
อถ นํ อมจฺจา อาหํสุ ‘‘อติพหุํ ฐิตตฺถ, มหาราชา’’ติ. ‘‘น มยํ มหาราชาโน, ปจฺเจกพุทฺธา นาม มย’’นฺติ. ‘‘ปจฺเจกพุทฺธา นาม ตุมฺหาทิสา น โหนฺติ, เทวา’’ติ. ‘‘อถ กีทิสา โหนฺตี’’ติ? ‘‘โอโรปิตเกสมสฺสุกาสาววตฺถปฏิจฺฉนฺนา กุเล วา คเณ วา อลคฺคา วาตจฺฉินฺนวลาหกราหุมุตฺตจนฺทมณฺฑลปฏิภาคา หิมวนฺเต นนฺทมูลกปพฺภาเร วสนฺติ, เอวรูปา เทว, ปจฺเจกพุทฺธา’’ติ. ตสฺมึ ขเณ ราชา หตฺถํ อุกฺขิปิตฺวา สีสํ ปรามสิ, ตาวเทวสฺส คิหิลิงฺคํ อนฺตรธายิ, สมณลิงฺคํ ปาตุรโหสิ.
‘‘ติจีวรญฺจ ปตฺโต จ, วาสิ สูจิ จ พนฺธนํ;
ปริสฺสาวเนน อฏฺเฐเต, ยุตฺตโยคสฺส ภิกฺขุโน’’ติ. –
เอวํ วุตฺตา สมณปริกฺขารา กายปฏิพทฺธาว อเหสุํ. โส อากาเส ฐตฺวา มหาชนสฺส โอวาทํ ทตฺวา อนิลปเถน อุตฺตรหิมวนฺเต นนฺทมูลกปพฺภารเมว อคมาสิ.
คนฺธารรฏฺเฐปิ ตกฺกสิลนคเร นคฺคชิ นาม ราชา อุปริปาสาเท ปลฺลงฺกมชฺฌคโต เอกํ อิตฺถึ เอเกกหตฺเถ เอเกกํ มณิวลยํ ปิฬนฺธิตฺวา อวิทูเร นิสีทิตฺวา คนฺธํ ปิสมานํ ทิสฺวา ‘‘เอตานิ วลยานิ เอเกกภาเวน น ฆฏฺเฏนฺติ น วิรวนฺตี’’ติ โอโลเกนฺโต นิสีทิ. อถ สา ทกฺขิณหตฺถโต วลยํ วามหตฺเถเยว ปิฬนฺธิตฺวา ทกฺขิณหตฺเถน คนฺธํ สงฺกฑฺฒิตฺวา ปิสิตุํ อารภิ, วามหตฺเถ วลยํ ทุติยํ อาคมฺม ฆฏฺฏิยมานํ สทฺทมกาสิ. ราชา ตานิ เทฺว วลยานิ อญฺญมญฺญํ ฆฏฺเฏนฺตานิ วิรวนฺตานิ ทิสฺวา จินฺเตสิ ‘‘อิทํ วลยํ เอเกกกาเล น ฆฏฺเฏสิ, ทุติยํ อาคมฺม ฆฏฺเฏติ, สทฺทํ กโรติ, เอวเมว อิเม สตฺตาปิ เอเกกา น ฆฏฺเฏนฺติ น วิวทนฺติ, เทฺว ตโย หุตฺวา อญฺญมญฺญํ ฆฏฺเฏนฺติ, กลหํ กโรนฺติ. อหํ ปน กสฺมีรคนฺธาเรสุ ทฺวีสุ รชฺเชสุ รฏฺฐวาสิโน วิจาเรมิ, มยาปิ เอกวลยสทิเสน หุตฺวา ปรํ อวิจาเรตฺวา อตฺตานเมว วิจาเรนฺเตน วสิตุํ วฏฺฏตี’’ติ สงฺฆฏฺฏนวลยํ อารมฺมณํ กตฺวา ยถานิสินฺโนว ตีณิ ลกฺขณานิ สลฺลกฺเขตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา ปจฺเจกโพธิญาณํ นิพฺพตฺเตสิ. เสสํ ปุริมสทิสเมว.
วิเทหรฏฺเฐ มิถิลนคเร นิมิ นาม ราชา ภุตฺตปาตราโส อมจฺจคณปริวุโต วิวฏสีหปญฺชเรน อนฺตรวีถึ เปกฺขมาโน อฏฺฐาสิ. อเถโก เสโน สูนาปณโต มํสเปสึ คเหตฺวา อากาสํ ปกฺขนฺทิ. ตเมนํ อิโต จิโต จ คิชฺฌาทโย สกุณา สมฺปริวาเรตฺวา อาหารเหตุ ตุณฺเฑน วิชฺฌนฺตา ปกฺเขหิ ปหรนฺตา ปาเทหิ มทฺทนฺตา อคมํสุ. โส อตฺตโน วธํ อสหมาโน ตํ มํสํ ฉฑฺเฑสิ. อญฺโญ คณฺหิ, สกุณา อิมํ มุญฺจิตฺวา ตํ อนุพนฺธึสุ. เตนปิ วิสฺสฏฺฐํ อญฺโญ อคฺคเหสิ, ตมฺปิ ตเถว วิเหเฐสุํ. ราชา เต สกุเณ ทิสฺวา จินฺเตสิ ‘‘โย โย มํสเปสึ คณฺหิ, ตสฺส ตสฺเสว ทุกฺขํ, โย โย ตํ วิสฺสชฺเชสิ, ตสฺส ตสฺเสว สุขํ, อิเมปิ ปญฺจ กามคุเณ โย โย คณฺหาติ, ตสฺส ตสฺเสว ทุกฺขํ, อิตรสฺส สุขํ, อิเม หิ พหูนํ สาธารณา, มยฺหํ โข ปน โสฬส อิตฺถิสหสฺสานิ, มยา วิสฺสฏฺฐมํสปิณฺเฑน วิย เสเนน ปญฺจ กามคุเณ ปหาย สุขิเตน ภวิตุํ วฏฺฏตี’’ติ. โส โยนิโส มนสิ กโรนฺโต ยถาฐิโตว ตีณิ ลกฺขณานิ สลฺลกฺเขตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา ปจฺเจกโพธิญาณํ นิพฺพตฺเตสิ. เสสํ ปุริมสทิสเมว.
อุตฺตรปญฺจาลรฏฺเฐ กปิลนคเร ทุมฺมุโข นาม ราชา ภุตฺตปาตราโส สพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิโต อมจฺจคณปริวุโต วิวฏสีหปญฺชเร ราชงฺคณํ โอโลเกนฺโต อฏฺฐาสิ. ตสฺมึ ขเณ โคปาลกา วชทฺวารํ วิวรึสุ, อุสภา วชโต นิกฺขมิตฺวา กิเลสวเสน เอกํ คาวึ อนุพนฺธึสุ. ตตฺเถโก ติขิณสิงฺโค มหาอุสโภ อญฺญํ อุสภํ อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา กิเลสมจฺเฉราภิภูโต ติขิเณน สิงฺเคน อนฺตรสตฺถิมฺหิ ปหริ. ตสฺส ปหารมุเขน อนฺตานิ นิกฺขมึสุ, โส ตตฺเถว ชีวิตกฺขยํ ปาปุณิ. ราชา ตํ ทิสฺวา จินฺเตสิ ‘‘อิเม สตฺตา ติรจฺฉานคเต อาทึ กตฺวา กิเลสวเสน ทุกฺขํ ปาปุณนฺติ, อยํ อุสโภ กิเลสํ นิสฺสาย ชีวิตกฺขยํ ปตฺโต, อญฺเญปิ สตฺตา กิเลเสเหว กมฺปนฺติ, มยา อิเมสํ สตฺตานํ กมฺปนกิเลเส ปหาตุํ วฏฺฏตี’’ติ. โส ฐิตโกว ตีณิ ลกฺขณานิ สลฺลกฺเขตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา ปจฺเจกโพธิญาณํ นิพฺพตฺเตสิ. เสสํ ปุริมสทิสเมว.
อเถกทิวสํ จตฺตาโร ปจฺเจกพุทฺธา ภิกฺขาจารเวลํ สลฺลกฺเขตฺวา นนฺทมูลกปพฺภารา นิกฺขมฺม อโนตตฺตทเห นาคลตาทนฺตกฏฺฐํ ขาทิตฺวา กตสรีรปฏิชคฺคนา มโนสิลาตเล ฐตฺวา นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย อิทฺธิยา อากาเส อุปฺปติตฺวา ปญฺจวณฺณวลาหเก มทฺทมานา คนฺตฺวา พาราณสินครทฺวารคามกสฺส อวิทูเร โอตริตฺวา เอกสฺมึ ผาสุกฏฺฐาเน จีวรํ ปารุปิตฺวา ปตฺตํ คเหตฺวา ทฺวารคามํ ปวิสิตฺวา ปิณฺฑาย จรนฺตา โพธิสตฺตสฺส เคหทฺวารํ สมฺปาปุณึสุ. โพธิสตฺโต เต ทิสฺวา ตุฏฺฐจิตฺโต หุตฺวา เคหํ ปเวเสตฺวา ปญฺญตฺตาสเน นิสีทาเปตฺวา ทกฺขิโณทกํ ทตฺวา ปณีเตน ขาทนีเยน โภชนีเยน ปริวิสิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิตฺวา สงฺฆตฺเถรํ วนฺทิตฺวา ‘‘ภนฺเต, ตุมฺหากํ ปพฺพชฺชา อติวิย โสภติ, วิปฺปสนฺนานิ โว อินฺทฺริยานิ, ปริสุทฺโธ ฉวิวณฺโณ, กึ นุ โข อารมฺมณํ ทิสฺวา ตุเมฺห อิมํ ภิกฺขาจริยปพฺพชฺชํ อุปคตา’’ติ ปุจฺฉิ. ยถา จ สงฺฆตฺเถรํ, เอวํ เสเสปิ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉิ. อถสฺส เต จตฺตาโรปิ ชนา ‘‘อหํ อสุกนคเร อสุกรฏฺเฐ อสุกราชา นาม หุตฺวา’’ติอาทินา นเยน อตฺตโน อตฺตโน อภินิกฺขมนวตฺถูนิ กเถตฺวา ปฏิปาฏิยา เอเกกํ คาถมาหํสุ –
๙๐. ‘‘อมฺพาหมทฺทํ วนมนฺตรสฺมึ, นิโลภาสํ ผลิตํ สํวิรูฬฺหํ;
ตมทฺทสํ ผลเหตุ วิภคฺคํ, ตํ ทิสฺวา ภิกฺขาจริยํ จรามิ.
๙๑. ‘‘เสลํ สุมฏฺฐํ นรวีรนิฏฺฐิตํ, นารี ยุคํ ธารยิ อปฺปสทฺทํ;
ทุติยญฺจ อาคมฺม อโหสิ สทฺโท, ตํ ทิสฺวา ภิกฺขาจริยํ จรามิ.
๙๒. ‘‘ทิชา ทิชํ กุณปมาหรนฺตํ, เอกํ สมานํ พหุกา สเมจฺจ;
อาหารเหตู ปริปาตยึสุ, ตํ ทิสฺวา ภิกฺขาจริยํ จรามิ.
๙๓. ‘‘อุสภาหมทฺทํ ยูถสฺส มชฺเฌ, จลกฺกกุํ วณฺณพลูปปนฺนํ;
ตมทฺทสํ กามเหตุ วิตุนฺนํ, ตํ ทิสฺวา ภิกฺขาจริยํ จรามี’’ติ.
ตตฺถ อมฺพาหมทฺทนฺติ อมฺพรุกฺขํ อหํ อทฺทสํ. วนมนฺตรสฺมินฺติ วนอนฺตเร, อมฺพวนมชฺเฌติ อตฺโถ. สํวิรูฬฺหนฺติ สุวฑฺฒิตํ. ตมทฺทสนฺติ ตํ อุยฺยานโต นิกฺขนฺโต ผลเหตุ วิภคฺคํ ปุน อทฺทสํ. ตํ ทิสฺวาติ ตํ ผลเหตุ วิภคฺคํ ทิสฺวา ปฏิลทฺธสํเวโค ปจฺเจกโพธิญาณํ นิพฺพตฺเตตฺวา อิมํ ภิกฺขาจริยปพฺพชฺชํ อุปคโตสฺมิ, ตสฺมา ภิกฺขาจริยํ จรามีติ. อิทํ โส ผลเหตุ วิภคฺคํ อมฺพรุกฺขํ ทสฺสนโต ปฏฺฐาย สพฺพํ จิตฺตาจารํ กเถสิ. เสสานํ วิสฺสชฺชเนสุปิ เอเสว นโย. อยํ ปเนตฺถ อนุตฺตานปทวณฺณนา – เสลนฺติ มณิวลยํ. นรวีรนิฏฺฐิตนฺติ วีรนเรหิ นิฏฺฐิตํ, ปณฺฑิตปุริเสหิ กตนฺติ อตฺโถ. ยุคนฺติ เอเกกสฺมึ เอเกกํ กตฺวา เอกํ วลยยุคฬํ. ทิชา ทิชนฺติ คหิตมํสปิณฺฑํ ทิชํ อวเสสทิชา. กุณปมาหรนฺตนฺติ มํสปิณฺฑํ อาทาย อาหรนฺตํ. สเมจฺจาติ สมาคนฺตฺวา สนฺนิปติตฺวา. ปริปาตยึสูติ โกฏฺเฏนฺตา อนุพนฺธึสุ. อุสภาหมทฺทนฺติ อุสภํ อหํ อทฺทสํ. จลกฺกกุนฺติ จลกฺกกุธํ.
โพธิสตฺโต เอเกกํ คาถํ สุตฺวา ‘‘สาธุ, ภนฺเต, ตุมฺหากเมว ตํ อารมฺมณํ อนุรูป’’นฺติ เอเกกสฺส ปจฺเจกพุทฺธสฺส ถุตึ อกาสิ. ตญฺจ ปน จตูหิ ชเนหิ เทสิตํ ธมฺมกถํ สุตฺวา ฆราวาเส อนเปกฺโข หุตฺวา ปกฺกนฺเตสุ ปจฺเจกพุทฺเธสุ ภุตฺตปาตราโส สุขนิสินฺโน ภริยํ อามนฺเตตฺวา ‘‘ภทฺเท, เอเต จตฺตาโร ปจฺเจกพุทฺธา รชฺชํ ปหาย ปพฺพชิตฺวา อกิญฺจนา อปลิโพธา ปพฺพชฺชาสุเขน วีตินาเมนฺติ, อหํ ปน ภติยา ชีวิกํ กปฺเปมิ, กึ เม ฆราวาเสน, ตฺวํ ปุตฺตเก สงฺคณฺหนฺตี เคเห วสา’’ติ วตฺวา เทฺว คาถา อภาสิ –
๙๔. ‘‘กรณฺฑโก กลิงฺคานํ, คนฺธารานญฺจ นคฺคชิ;
นิมิราชา วิเทหานํ, ปญฺจาลานญฺจ ทุมฺมุโข;
เอเต รฏฺฐานิ หิตฺวาน, ปพฺพชึสุ อกิญฺจนา.
๙๕. ‘‘สพฺเพปิเม เทวสมา สมาคตา, อคฺคี ยถา ปชฺชลิโต ตเถวิเม;
อหมฺปิ เอโก จริสฺสามิ ภคฺควิ, หิตฺวาน กามานิ ยโถธิกานี’’ติ.
ตาสํ อตฺโถ – ภทฺเท, เอส สงฺฆตฺเถโร ปจฺเจกพุทฺโธ ทนฺตปุเร นาม นคเร กรณฺฑโก นาม กลิงฺคานํ ชนปทสฺส ราชา, ทุติโย ตกฺกสิลนคเร นคฺคชิ นาม คนฺธารานํ ชนปทสฺส ราชา, ตติโย มิถิลนคเร นิมิ นาม วิเทหานํ ชนปทสฺส ราชา, จตุตฺโถ กปิลนคเร ทุมฺมุโข นาม อุตฺตรปญฺจาลานํ ชนปทสฺส ราชา, เอเต เอวรูปานิ รฏฺฐานิ หิตฺวา อกิญฺจนา หุตฺวา ปพฺพชึสุ. สพฺเพปิเมติ อิเม ปน สพฺเพปิ วิสุทฺธิเทเวหิ ปุริมปจฺเจกพุทฺเธหิ สมานา เอกโต สมาคตา. อคฺคี ยถาติ ยถา หิ อคฺคิ ปชฺชลิโต โอภาสติ. ตเถวิเมติ อิเมปิ ตเถว สีลาทีหิ ปญฺจหิ คุเณหิ โอภาสนฺติ. ยถา เอเต, ตถา อหมฺปิ ปพฺพชิตฺวา เอโก จริสฺสามีติ อตฺโถ. ภคฺควีติ ภริยํ อาลปติ. หิตฺวาน กามานีติ รูปาทโย วตฺถุกาเม หิตฺวา. ยโถธิกานีติ อตฺตโน โอธิวเสน ฐิตานิ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – รูปาทิโอธิวเสน ยถาฐิเต กาเม ปหาย อหมฺปิ ปพฺพชิตฺวา เอโก จริสฺสามีติ. ‘‘ยโตธิกานี’’ติปิ ปาโฐ, ตสฺสตฺโถ – ยโต อุปรโต โอธิ เอเตสนฺติ ยโตธิกานิ, อุปรตโกฏฺฐาสานิ. ปพฺพชิสฺสามีติ จินฺติตกาลโต ปฏฺฐาย หิ กิเลสกามานํ เอโก โกฏฺฐาโส อุปรโต นาม โหติ นิรุทฺโธ, ตสฺส วตฺถุภูโต กามโกฏฺฐาโสปิ อุปรโตว โหตีติ.
สา ตสฺส กถํ สุตฺวา ‘‘มยฺหมฺปิ โข สามิ, ปจฺเจกพุทฺธานํ ธมฺมกถํ สุตกาลโต ปฏฺฐาย อคาเร จิตฺตํ น สณฺฐาตี’’ติ วตฺวา อิมํ คาถมาห –
๙๖. ‘‘อยเมว กาโล น หิ อญฺโญ อตฺถิ, อนุสาสิตา เม น ภเวยฺย ปจฺฉา;
อหมฺปิ เอกา จริสฺสามิ ภคฺคว, สกุณีว มุตฺตา ปุริสสฺส หตฺถา’’ติ.
ตตฺถ อนุสาสิตา เม น ภเวยฺย ปจฺฉาติ อนุสาสโก โอวาทโก น ภเวยฺย ทุลฺลภตฺตา โอวาทกานํ, ตสฺมา อยเมว ปพฺพชิตุํ กาโล, น หิ อญฺโญ อตฺถีติ ทสฺเสติ. สกุณีว มุตฺตาติ ยถา สากุณิเกน คเหตฺวา สกุณปจฺฉิยํ ขิตฺตาสุ สกุณีสุ ตสฺส หตฺถโต มุตฺตา เอกา สกุณี อนิลปถํ ลงฺฆยิตฺวา ยถารุจิตฏฺฐานํ คนฺตฺวา เอกิกาว จเรยฺย, ตถา อหมฺปิ ตว หตฺถโต มุตฺตา เอกิกา จริสฺสามีติ สยมฺปิ ปพฺพชิตุกามา หุตฺวา เอวมาห.
โพธิสตฺโต ตสฺสา กถํ สุตฺวา ตุณฺหี อโหสิ. สา ปน โพธิสตฺตํ วญฺเจตฺวา ปุเรตรํ ปพฺพชิตุกามา ‘‘สามิ, ปานียติตฺถํ คมิสฺสามิ, ทารเก โอโลเกหี’’ติ ฆฏํ อาทาย คจฺฉนฺตี วิย ปลายิตฺวา นครสามนฺเต ตาปสานํ สนฺติเก คนฺตฺวา ปพฺพชิ. โพธิสตฺโต ตสฺสา อนาคมนํ ญตฺวา สยํ ทารเก โปเสสิ. อปรภาเค เตสุ โถกํ วฑฺฒิตฺวา อตฺตโน อยานยชานนสมตฺถตํ สมฺปตฺเตสุ เตสํ วีมํสนตฺถํ เอกทิวสํ ภตฺตํ ปจนฺโต โถกํ อุตฺตณฺฑุลํ ปจิ, เอกทิวสํ โถกํ กิลินฺนํ, เอกทิวสํ สุปกฺกํ, เอกทิวสํ อติกิลินฺนํ, เอกทิวสํ อโลณกํ, เอกทิวสํ อติโลณกํ. ทารกา ‘‘ตาต, อชฺช ภตฺตํ อุตฺตณฺฑุลํ, อชฺช กิลินฺนํ, อชฺช สุปกฺกํ, อชฺช อติกิลินฺนํ, อชฺช อโลณกํ, อชฺช อติโลณก’’นฺติ อาหํสุ. ตํ สุตฺวา โพธิสตฺโต ‘‘อาม, ตาตา’’ติ วตฺวา จินฺเตสิ ‘‘อิเม ทารกา อิทานิ อามปกฺกโลณิกอติโลณิกานิ ชานนฺติ, อตฺตโน ธมฺมตาย ชีวิตุํ สกฺขิสฺสนฺติ, มยา ปพฺพชิตุํ วฏฺฏตี’’ติ. อถ เต ทารเก ญาตกานํ ทตฺวา ปฏิจฺฉาเปตฺวา ‘‘อมฺมตาตา, อิเม ทารเก สาธุกํ โปเสถา’’ติ วตฺวา โส ญาตกานํ ปริเทวนฺตานญฺเญว นครา นิกฺขมิตฺวา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา นครสฺส สามนฺเตเยว วสิ.
อถ นํ เอกทิวสํ พาราณสิยํ ภิกฺขาย จรนฺตํ ปริพฺพาชิกา ทิสฺวา วนฺทิตฺวา ‘‘อยฺย, ทารกา เต นาสิตา มญฺเญ’’ติ อาห. มหาสตฺโต ‘‘นาหํ ทารเก นาเสมิ, เตสํ อตฺตโน อยานยชานนกาเล ปพฺพชิโตมฺหิ, ตฺวํ เตสํ อจินฺเตตฺวา ปพฺพชฺชาย อภิรมา’’ติ วตฺวา โอสานคาถมาห –
๙๗. ‘‘อามํ ปกฺกญฺจ ชานนฺติ, อโถ โลณํ อโลณกํ;
ตมหํ ทิสฺวาน ปพฺพชึ, จเรว ตฺวํ จรามห’’นฺติ.
ตตฺถ ตมหนฺติ ตํ อหํ ทารกานํ กิริยํ ทิสฺวา ปพฺพชิโต. จเรว ตฺวํ จรามหนฺติ ตฺวมฺปิ ภิกฺขาจริยเมว จร, อหมฺปิ ภิกฺขาจริยเมว จริสฺสามีติ.
อิติ โส ปริพฺพาชิกํ โอวทิตฺวา อุยฺโยเชสิ. สาปิ โอวาทํ คเหตฺวา มหาสตฺตํ วนฺทิตฺวา ยถารุจิตํ ฐานํ คตา. ฐเปตฺวา กิร ตํ ทิวสํ น เต ปุน อญฺญมญฺญํ อทฺทสํสุ. โพธิสตฺโต จ ฌานาภิญฺญํ นิพฺพตฺเตตฺวา พฺรหฺมโลกูปโค อโหสิ.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ, สจฺจปริโยสาเน เต ปญฺจสตา ภิกฺขู อรหตฺเต ปติฏฺฐหึสุ. ตทา ธีตา อุปฺปลวณฺณา อโหสิ, ปุตฺโต ราหุลกุมาโร, ปริพฺพาชิกา ราหุลมาตา, ปริพฺพาชโก ปน อหเมว อโหสินฺติ.
กุมฺภการชาตกวณฺณนา ตติยา.
[๔๐๙] ๔. ทฬฺหธมฺมชาตกวณฺณนา
อหํ เจ ทฬฺหธมฺมสฺสาติ อิทํ สตฺถา โกสมฺพึ นิสฺสาย โฆสิตาราเม วิหรนฺโต อุเทนสฺส รญฺโญ ภทฺทวติกํ หตฺถินึ อารพฺภ กเถสิ. ตสฺสา ปน หตฺถินิยา ลทฺธวิธานญฺจ อุเทนสฺส ราชวํโส จ มาตงฺคชาตเก (ชา. ๑.๑๕.๑ อาทโย) อาวิ ภวิสฺสติ. เอกทิวสํ ปน สา หตฺถินี นครา นิกฺขมนฺตี ภควนฺตํ ปาโตว อริยคณปริวุตํ อโนมาย พุทฺธสิริยา นครํ ปิณฺฑาย ปวิสนฺตํ ทิสฺวา ตถาคตสฺส ปาทมูเล นิปชฺชิตฺวา ‘‘ภควา สพฺพญฺญุ สพฺพโลกนิตฺถรณ อุเทโน วํสราชา มํ ตรุณกาเล กมฺมํ นิตฺถริตุํ สมตฺถกาเล ‘อิมํ นิสฺสาย มยา ชีวิตญฺจ รชฺชญฺจ เทวี จ ลทฺธา’ติ ปิยายิตฺวา มหนฺตํ ปริหารํ อทาสิ, สพฺพาลงฺกาเรหิ อลงฺกริตฺวา ฐิตฏฺฐานํ คนฺเธน ปริภณฺฑํ กาเรตฺวา มตฺถเก สุวณฺณตารกขจิตวิตานํ พนฺธาเปตฺวา สมนฺตา จิตฺรสาณึ ปริกฺขิปาเปตฺวา คนฺธเตเลน ทีปํ ชาลาเปตฺวา ธูมตฏฺฏกํ ฐปาเปตฺวา กรีสฉฑฺฑนฏฺฐาเน สุวณฺณกฏาหํ ปติฏฺฐปาเปตฺวา มํ จิตฺตตฺถรณปิฏฺเฐ ฐเปสิ, ราชารหญฺจ เม นานคฺครสโภชนํ ทาเปสิ. อิทานิ ปน เม มหลฺลกกาเล กมฺมํ นิตฺถริตุํ อสมตฺถกาเล สพฺพํ ตํ ปริหารํ อจฺฉินฺทิ, อนาถา นิปฺปจฺจยา หุตฺวา อรญฺเญ เกตกานิ ขาทนฺตี ชีวามิ, อญฺญํ มยฺหํ ปฏิสรณํ นตฺถิ, อุเทนํ มม คุณํ สลฺลกฺขาเปตฺวา โปราณกปริหารํ เม ปฏิปากติกํ กาเรถ ภควา’’ติ ปริเทวมานา ตถาคตํ ยาจิ.
สตฺถา ‘‘คจฺฉ ตฺวํ, อหํ เต รญฺโญ กเถตฺวา ยสํ ปฏิปากติกํ กาเรสฺสามี’’ติ วตฺวา รญฺโญ นิเวสนทฺวารํ อคมาสิ. ราชา ตถาคตํ อนฺโตนิเวสนํ ปเวเสตฺวา พุทฺธปฺปมุขสฺส สงฺฆสฺส มหาทานํ ปวตฺเตสิ. สตฺถา ภตฺตกิจฺจปริโยสาเน อนุโมทนํ กโรนฺโต ‘‘มหาราช, ภทฺทวติกา กห’’นฺติ ปุจฺฉิ. ‘‘น ชานามิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘มหาราช, อุปการกานํ ยสํ ทตฺวา มหลฺลกกาเล คเหตุํ นาม น วฏฺฏติ, กตญฺญุนา กตเวทินา ภวิตุํ วฏฺฏติ. ภทฺทวติกา อิทานิ มหลฺลิกา ชราชิณฺณา อนาถา หุตฺวา อรญฺเญ เกตกานิ ขาทนฺตี ชีวติ, ตํ ชิณฺณกาเล อนาถํ กาตุํ ตุมฺหากํ อยุตฺต’’นฺติ ภทฺทวติกาย คุณํ กเถตฺวา ‘‘สพฺพํ โปราณกปริหารํ ปฏิปากติกํ กโรหี’’ติ วตฺวา ปกฺกามิ. ราชา ตถา อกาสิ. ‘‘ตถาคเตน กิร ภทฺทวติกาย คุณํ กเถตฺวา โปราณกยโส ปฏิปากติโก การิโต’’ติ สกลนครํ ปตฺถริ, ภิกฺขุสงฺเฆปิ สา ปวตฺติ ปากฏา ชาตา. อถ ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ‘‘อาวุโส, สตฺถารา กิร ภทฺทวติกาย คุณํ กเถตฺวา โปราณกยโส ปฏิปากติโก การิโต’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพปิ ตถาคโต เอติสฺสา คุณํ กเถตฺวา นฏฺฐยสํ ปฏิปากติกํ กาเรสิเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ ทฬฺหธมฺโม นาม ราชา รชฺชํ กาเรสิ. ตทา โพธิสตฺโต อมจฺจกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต ตํ ราชานํ อุปฏฺฐหิ. โส ตสฺส สนฺติกา มหนฺตํ ยสํ ลภิตฺวา อมจฺจรตนฏฺฐาเน อฏฺฐาสิ. ตทา ตสฺส รญฺโญ เอกา โอฏฺฐิพฺยาธิ หตฺถินี ถามพลสมฺปนฺนา มหพฺพลา อโหสิ. สา เอกทิวสํ โยชนสตํ คจฺฉติ, รญฺโญ ทูเตยฺยหรณกิจฺจํ กโรติ, สงฺคาเม ยุทฺธํ กตฺวา สตฺตุ มทฺทนํ กโรติ. ราชา ‘‘อยํ เม พหูปการา’’ติ ตสฺสา สพฺพาลงฺการํ ทตฺวา อุเทเนน ภทฺทวติกาย ทินฺนสทิสํ สพฺพํ ปริหารํ ทาเปสิ. อถสฺสา ชิณฺณทุพฺพลกาเล ราชา สพฺพํ ยสํ คณฺหิ. สา ตโต ปฏฺฐาย อนาถา หุตฺวา อรญฺเญ ติณปณฺณานิ ขาทนฺตี ชีวติ. อเถกทิวสํ ราชกุเล ภาชเนสุ อปฺปโหนฺเตสุ ราชา กุมฺภการํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘ภาชนานิ กิร นปฺปโหนฺตี’’ติ อาห. ‘‘โคมยาหรณยานเก โยเชตุํ โคเณ น ลภามิ, เทวา’’ติ. ราชา ตสฺส กถํ สุตฺวา ‘‘อมฺหากํ โอฏฺฐิพฺยาธิ กห’’นฺติ ปุจฺฉิ. ‘‘อตฺตโน ธมฺมตาย จรติ, เทวา’’ติ. ราชา ‘‘อิโต ปฏฺฐาย ตํ โยเชตฺวา โคมยํ อาหรา’’ติ ตํ กุมฺภการสฺส อทาสิ. กุมฺภกาโร ‘‘สาธุ, เทวา’’ติ ตถา อกาสิ.
อเถกทิวสํ สา นครา นิกฺขมมานา นครํ ปวิสนฺตํ โพธิสตฺตํ ทิสฺวา วนฺทิตฺวา ตสฺส ปาทมูเล นิปชฺชิตฺวา ปริเทวมานา ‘‘สามิ, ราชา มํ ‘ตรุณกาเล พหูปการา’ติ สลฺลกฺเขตฺวา มหนฺตํ ยสํ ทตฺวา อิทานิ มหลฺลกกาเล สพฺพํ อจฺฉินฺทิตฺวา มยิ จิตฺตมฺปิ น กโรติ, อหํ ปน อนาถา อรญฺเญ ติณปณฺณานิ ขาทนฺตี ชีวามิ, เอวํ ทุกฺขปฺปตฺตํ มํ อิทานิ ยานเก โยเชตุํ กุมฺภการสฺส อทาสิ, ฐเปตฺวา ตุเมฺห อญฺญํ มยฺหํ ปฏิสรณํ นตฺถิ, มยา รญฺโญ กตูปการํ ตุเมฺห ชานาถ, สาธุ อิทานิ เม นฏฺฐํ ยสํ ปฏิปากติกํ กโรถา’’ติ วตฺวา ติสฺโส คาถา อภาสิ –
๙๘. ‘‘อหํ เจ ทฬฺหธมฺมสฺส, วหนฺตี นาภิราธยึ;
ธรนฺตี อุรสิ สลฺลํ, ยุทฺเธ วิกฺกนฺตจารินี.
๙๙. ‘‘นูน ราชา น ชานาติ, มม วิกฺกมโปริสํ;
สงฺคาเม สุกตนฺตานิ, ทูตวิปฺปหิตานิ จ.
๑๐๐. ‘‘สา นูนาหํ มริสฺสามิ, อพนฺธุ อปรายินี;
ตทา หิ กุมฺภการสฺส, ทินฺนา ฉกณหาริกา’’ติ.
ตตฺถ วหนฺตีติ ทูเตยฺยหรณํ สงฺคาเม พลโกฏฺฐกภินฺทนํ ตํ ตํ กิจฺจํ วหนฺตี นิตฺถรนฺตี. ธรนฺตี อุรสิ สลฺลนฺติ อุรสฺมึ พทฺธํ กณฺฑํ วา อสึ วา สตฺตึ วา ยุทฺธกาเล สตฺตูนํ อุปริ อภิหรนฺตี. วิกฺกนฺตจารินีติ วิกฺกมํ ปรกฺกมํ กตฺวา ปรพลวิชเยน ยุทฺเธ วิกฺกนฺตคามินี. อิทํ วุตฺตํ โหติ – สเจ สามิ, อหํ อิมานิ กิจฺจานิ กโรนฺตี รญฺโญ ทฬฺหธมฺมสฺส จิตฺตํ นาราธยึ น ปริโตเสสึ, โก ทานิ อญฺโญ ตสฺส จิตฺตํ อาราธยิสฺสตีติ.
มม วิกฺกมโปริสนฺติ มยา กตํ ปุริสปรกฺกมํ. สุกตนฺตานีติ สุกตานิ. ยถา หิ กมฺมาเนว กมฺมนฺตานิ, วนาเนว วนนฺตานิ, เอวมิธ สุกตาเนว ‘‘สุกตนฺตานี’’ติ วุตฺตานิ. ทูตวิปฺปหิตานิ จาติ คเล ปณฺณํ พนฺธิตฺวา ‘‘อสุกรญฺโญ นาม เทหี’’ติ ปหิตาย มยา เอกทิวเสเนว โยชนสตํ คนฺตฺวา กตานิ ทูตเปสนานิ จ. นูน ราชา น ชานาตีติ นูน ตุมฺหากํ เอส ราชา เอตานิ มยา กตานิ กิจฺจานิ น ชานาติ. อปรายินีติ อปฺปติฏฺฐา อปฺปฏิสรณา. ตทา หีติ ตถา หิ, อยเมว วา ปาโฐ. ทินฺนาติ อหํ รญฺญา ฉกณหาริกา กตฺวา กุมฺภการสฺส ทินฺนาติ.
โพธิสตฺโต ตสฺสา กถํ สุตฺวา ‘‘ตฺวํ มา โสจิ, อหํ รญฺโญ กเถตฺวา ตว ยสํ ปฏิปากติกํ กริสฺสามี’’ติ ตํ สมสฺสาเสตฺวา นครํ ปวิสิตฺวา ภุตฺตปาตราโส รญฺโญ สนฺติกํ คนฺตฺวา กถํ สมุฏฺฐาเปตฺวา ‘‘มหาราช, นนุ ตุมฺหากํ อสุกา นาม โอฏฺฐิพฺยาธิ อสุกฏฺฐาเน จ อสุกฏฺฐาเน จ อุเร สลฺลํ พนฺธิตฺวา สงฺคามํ นิตฺถริ, อสุกทิวสํ นาม คีวาย ปณฺณํ พนฺธิตฺวา เปสิตา โยชนสตํ อคมาสิ, ตุเมฺหปิสฺสา มหนฺตํ ยสํ อทตฺถ, สา อิทานิ กห’’นฺติ ปุจฺฉิ. ‘‘ตมหํ กุมฺภการสฺส โคมยหรณตฺถาย อทาสิ’’นฺติ. อถ นํ โพธิสตฺโต ‘‘อยุตฺตํ โข, มหาราช, ตุมฺหากํ ตํ กุมฺภการสฺส ยานเก โยชนตฺถาย ทาตุ’’นฺติ วตฺวา รญฺโญ โอวาทวเสน จตสฺโส คาถา อภาสิ –
๑๐๑. ‘‘ยาวตาสีสตี โปโส, ตาวเทว ปวีณติ;
อตฺถาปาเย ชหนฺติ นํ, โอฏฺฐิพฺยาธึว ขตฺติโย.
๑๐๒. ‘‘โย ปุพฺเพ กตกลฺยาโณ, กตตฺโถ นาวพุชฺฌติ;
อตฺถา ตสฺส ปลุชฺชนฺติ, เย โหนฺติ อภิปตฺถิตา.
๑๐๓. ‘‘โย ปุพฺเพ กตกลฺยาโณ, กตตฺโถ มนุพุชฺฌติ;
อตฺถา ตสฺส ปวฑฺฒนฺติ, เย โหนฺติ อภิปตฺถิกา.
๑๐๔. ‘‘ตํ โว วทามิ ภทฺทนฺเต, ยาวนฺเตตฺถ สมาคตา;
สพฺเพ กตญฺญุโน โหถ, จิรํ สคฺคมฺหิ ฐสฺสถา’’ติ.
ตตฺถ ปฐมคาถาย ตาว อตฺโถ – อิเธกจฺโจ อญฺญาณชาติโก โปโส ยาวตาสีสตี, ยาว ‘‘อิทํ นาม เม อยํ กาตุํ สกฺขิสฺสตี’’ติ ปจฺจาสีสติ, ตาวเทว ตํ ปุริสํ ปวีณติ ภชติ เสวติ, ตสฺส ปน อตฺถาปาเย วฑฺฒิยา อปคมเน ปริหีนกาเล ตํ นานากิจฺเจสุ ปตฺถิตํ โปสํ เอกจฺเจ พาลา อิมํ โอฏฺฐิพฺยาธึ อยํ ขตฺติโย วิย ชหนฺติ.
กตกลฺยาโณติ ปเรน อตฺตโน กตกลฺยาณกมฺโม. กตตฺโถติ นิปฺผาทิตกิจฺโจ. นาวพุชฺฌตีติ ปจฺฉาปิ ตํ ปเรน กตํ อุปการํ ตสฺส ชราชิณฺณกาเล อสมตฺถกาเล น สรติ, อตฺตนา ทินฺนมฺปิ ยสํ ปุน คณฺหาติ. ปลุชฺชนฺตีติ ภิชฺชนฺติ นสฺสนฺติ. เย โหนฺติ อภิปตฺถิตาติ เย เกจิ อตฺถา อิจฺฉิตา นาม โหนฺติ, สพฺเพ นสฺสนฺตีติ ทีเปติ. มิตฺตทุพฺภิปุคฺคลสฺส หิ ปตฺถิตปตฺถิตํ อคฺคิมฺหิ ปกฺขิตฺตพีชํ วิย นสฺสติ. กตตฺโถ มนุพุชฺฌตีติ กตตฺโถ อนุพุชฺฌติ, ม-กาโร พฺยญฺชนสนฺธิวเสน คหิโต. ตํ โว วทามีติ เตน การเณน ตุเมฺห วทามิ. ฐสฺสถาติ กตญฺญุโน หุตฺวา จิรกาลํ สคฺคมฺหิ ทิพฺพสมฺปตฺตึ อนุภวนฺตา ปติฏฺฐหิสฺสถ.
เอวํ มหาสตฺโต ราชานํ อาทึ กตฺวา สนฺนิปติตานํ สพฺเพสํ โอวาทํ อทาสิ. ตํ สุตฺวา ราชา โอฏฺฐิพฺยาธิยา ยสํ ปฏิปากติกํ อกาสิ. โพธิสตฺตสฺส จ โอวาเท ฐตฺวา ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กตฺวา สคฺคปรายโณ อโหสิ.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา โอฏฺฐิพฺยาธิ ภทฺทวติกา อโหสิ, ราชา อานนฺโท, อมจฺโจ ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.
ทฬฺหธมฺมชาตกวณฺณนา จตุตฺถา.
[๔๑๐] ๕. โสมทตฺตชาตกวณฺณนา
โย มํ ปุเร ปจฺจุฑฺเฑตีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อญฺญตรํ มหลฺลกํ อารพฺภ กเถสิ. โส กิเรกํ สามเณรํ ปพฺพาเชสิ, สามเณโร ตสฺส อุปการโก หุตฺวา ตถารูเปน โรเคน กาลมกาสิ. มหลฺลโก ตสฺมึ กาลกเต โรทนฺโต ปริเทวนฺโต วิจรติ. ตํ ทิสฺวา ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ‘‘อาวุโส, อสุกมหลฺลโก สามเณรสฺส กาลกิริยาย โรทนฺโต ปริเทวนฺโต วิจรติ, มรณสฺสติกมฺมฏฺฐานรหิโต มญฺเญ’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพเปส อิมสฺมึ มเต โรทิเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต ตาวตึสภวเน สกฺกตฺตํ กาเรสิ. อเถโก กาสิคามวาสี พฺราหฺมณมหาสาโล กาเม ปหาย หิมวนฺตํ ปวิสิตฺวา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา อุญฺฉาจริยาย วนมูลผลาผเลหิ ยาเปนฺโต วาสํ กปฺเปสิ. เอกทิวสํ ผลาผลตฺถาย คโต เอกํ หตฺถิฉาปํ ทิสฺวา อตฺตโน อสฺสมํ อาเนตฺวา ปุตฺตฏฺฐาเน ฐเปตฺวา โสมทตฺโตติสฺส นามํ กตฺวา ติณปณฺณานิ ขาทาเปนฺโต ปฏิชคฺคิ. โส วยปฺปตฺโต มหาสรีโร หุตฺวา เอกทิวสํ พหุํ โภชนํ คเหตฺวา อชีรเกน ทุพฺพโล อโหสิ. ตาปโส ตํ อสฺสมปเท กตฺวา ผลาผลตฺถาย คโต, ตสฺมึ อนาคเตเยว หตฺถิโปตโก กาลมกาสิ. ตาปโส ผลาผลํ คเหตฺวา อาคจฺฉนฺโต ‘‘อญฺเญสุ ทิวเสสุ เม ปุตฺโต ปจฺจุคฺคมนํ กโรติ, อชฺช น ทิสฺสติ, กหํ นุ โข คโต’’ติ ปริเทวนฺโต ปฐมํ คาถมาห –
๑๐๕. ‘‘โย มํ ปุเร ปจฺจุฑฺเฑติ, อรญฺเญ ทูรมายโต;
โส น ทิสฺสติ มาตงฺโค, โสมทตฺโต กุหึ คโต’’ติ.
ตตฺถ ปุเรติ อิโต ปุเร. ปจฺจุฑฺเฑตีติ ปจฺจุคฺคจฺฉติ. อรญฺเญ ทูรนฺติ อิมสฺมึ นิมฺมนุสฺเส อรญฺเญ มํ ทูรํ ปจฺจุฑฺเฑติ. อายโตติ อายามสมฺปนฺโน.
เอวํ ปริเทวมาโน อาคนฺตฺวา ตํ จงฺกมนโกฏิยํ ปติตํ ทิสฺวา คเล คเหตฺวา ปริเทวมาโน ทุติยํ คาถมาห –
๑๐๖. ‘‘อยํ วา โส มโต เสติ, อลฺลสิงฺคํว วจฺฉิโต;
ภูมฺยา นิปติโต เสติ, อมรา วต กุญฺชโร’’ติ.
ตตฺถ อยํ วาติ วิภาวนตฺเถ วา-สทฺโท. อยเมว โส, น อญฺโญติ ตํ วิภาเวนฺโต เอวมาห. อลฺลสิงฺคนฺติ มาลุวลตาย อคฺคปวาลํ. วจฺฉิโตติ ฉินฺโน, คิมฺหกาเล มชฺฌนฺหิกสมเย ตตฺตวาลิกาปุลิเน นเขน ฉินฺทิตฺวา ปาติโต มาลุวลตาย องฺกุโร วิยาติ วุตฺตํ โหติ. ภูมฺยาติ ภูมิยํ. อมรา วตาติ มโต วต, ‘‘อมรี’’ติปิ ปาโฐ.
ตสฺมึ ขเณ สกฺโก โลกํ โอโลเกนฺโต ตํ ทิสฺวา ‘‘อยํ ตาปโส ปุตฺตทารํ ปหาย ปพฺพชิโต, อิทานิ หตฺถิโปตเก ปุตฺตสญฺญํ กตฺวา ปริเทวติ, สํเวเชตฺวา นํ สตึ ปฏิลภาเปสฺสามี’’ติ ตสฺส อสฺสมปทํ อาคนฺตฺวา อากาเส ฐิโตว ตติยํ คาถมาห –