๑. กุกฺกุวคฺโค

[๓๙๖] ๑. กุกฺกุชาตกวณฺณนา

ทิยฑฺฒกุกฺกูติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ราโชวาทํ อารพฺภ กเถสิ. ปจฺจุปฺปนฺนวตฺถุ เตสกุณชาตเก (ชา. ๒.๑๗.๑ อาทโย) อาวิ ภวิสฺสติ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต ตสฺส อตฺถธมฺมานุสาสโก อมจฺโจ อโหสิ. ราชา อคติคมเน ปติฏฺฐาย อธมฺเมน รชฺชํ กาเรสิ, ชนปทํ ปีเฬตฺวา ธนเมว สํหริ. โพธิสตฺโต ราชานํ โอวทิตุกาโม เอกํ อุปมํ อุปธาเรนฺโต วิจรติ, รญฺโญ อุยฺยาเน วาสาคารํ วิปฺปกตํ โหติ อนิฏฺฐิตจฺฉทนํ, ทารุกณฺณิกํ อาโรเปตฺวา โคปานสิโย ปเวสิตมตฺตา โหนฺติ. ราชา กีฬนตฺถาย อุยฺยานํ คนฺตฺวา ตตฺถ วิจริตฺวา ตํ เคหํ ปวิสิตฺวา อุลฺโลเกนฺโต กณฺณิกมณฺฑลํ ทิสฺวา อตฺตโน อุปริปตนภเยน นิกฺขมิตฺวา พหิ ฐิโต ปุน โอโลเกตฺวา ‘‘กึ นุ โข นิสฺสาย กณฺณิกา ฐิตา, กึ นิสฺสาย โคปานสิโย’’ติ จินฺเตตฺวา โพธิสตฺตํ ปุจฺฉนฺโต ปฐมํ คาถมาห –

๑. ‘‘ทิยฑฺฒกุกฺกู อุทเยน กณฺณิกา, วิทตฺถิโย อฏฺฐ ปริกฺขิปนฺติ นํ;

สา สึสปา, สารมยา อเผคฺคุกา, กุหึ ฐิตา อุปฺปริโต น ธํสตี’’ติ.

ตตฺถ ทิยฑฺฒกุกฺกูติ ทิยฑฺฒรตนา. อุทเยนาติ อุจฺจตฺเตน. ปริกฺขิปนฺติ นนฺติ ตํ ปเนตํ อฏฺฐ วิทตฺถิโย ปริกฺขิปนฺติ, ปริกฺเขปโต อฏฺฐวิทตฺถิปมาณาติ วุตฺตํ โหติ. กุหึ ฐิตาติ กตฺถ ปติฏฺฐิตา หุตฺวา. น ธํสตีติ น ปตติ.

ตํ สุตฺวา โพธิสตฺโต ‘‘ลทฺธา ทานิ เม รญฺโญ โอวาทตฺถาย อุปมา’’ติ จินฺเตตฺวา อิมา คาถา อาห –

๒. ‘‘ยา ตึสติ สารมยา อนุชฺชุกา, ปริกิริย โคปานสิโย สมํ ฐิตา;

ตาหิ สุสงฺคหิตา พลสา ปีฬิตา, สมํ ฐิตา อุปฺปริโต น ธํสติ.

๓. ‘‘เอวมฺปิ มิตฺเตหิ ทเฬฺหหิ ปณฺฑิโต, อเภชฺชรูเปหิ สุจีหิ มนฺติภิ;

สุสงฺคหีโต สิริยา น ธํสติ, โคปานสีภารวหาว กณฺณิกา’’ติ.

ตตฺถ ยา ตึสติ สารมยาติ ยา เอตา สารรุกฺขมยา ตึสติ โคปานสิโย. ปริกิริยาติ ปริวาเรตฺวา. สมํ ฐิตาติ สมภาเคน ฐิตา. พลสา ปีฬิตาติ ตาหิ ตาหิ โคปานสีหิ พเลน ปีฬิตา สุฏฺฐุ สงฺคหิตา เอกาพทฺธา หุตฺวา. ปณฺฑิโตติ ญาณสมฺปนฺโน ราชา. สุจีหีติ สุจิสมาจาเรหิ กลฺยาณมิตฺเตหิ. มนฺติภีติ มนฺตกุสเลหิ. โคปานสีภารวหาว กณฺณิกาติ ยถา โคปานสีนํ ภารํ วหมานา กณฺณิกา น ธํสติ น ปตติ, เอวํ ราชาปิ วุตฺตปฺปกาเรหิ มนฺตีหิ อภิชฺชหทเยหิ สุสงฺคหิโต สิริโต น ธํสติ น ปตติ น ปริหายติ.

ราชา โพธิสตฺเต กเถนฺเตเยว อตฺตโน กิริยํ สลฺลกฺเขตฺวา กณฺณิกาย อสติ โคปานสิโย น ติฏฺฐนฺติ, โคปานสีหิ อสงฺคหิตา กณฺณิกา น ติฏฺฐติ, โคปานสีสุ ภิชฺชนฺตีสุ กณฺณิกา ปตติ, เอวเมว อธมฺมิโก ราชา อตฺตโน มิตฺตามจฺเจ จ พลกาเย จ พฺราหฺมณคหปติเก จ อสงฺคณฺหนฺโต เตสุ ภิชฺชนฺเตสุ เตหิ อสงฺคหิโต อิสฺสริยา ธํสติ, รญฺญา นาม ธมฺมิเกน ภวิตพฺพนฺติ. อถสฺส ตสฺมึ ขเณ ปณฺณาการตฺถาย มาตุลุงฺคํ อาหรึสุ. ราชา ‘‘สหาย, อิมํ มาตุลุงฺคํ ขาทา’’ติ โพธิสตฺตํ อาห. โพธิสตฺโต ตํ คเหตฺวา ‘‘มหาราช, อิมํ ขาทิตุํ อชานนฺตา ติตฺตกํ วา กโรนฺติ อมฺพิลํ วา, ชานนฺตา ปน ปณฺฑิตา ติตฺตกํ หาเรตฺวา อมฺพิลํ อนีหริตฺวา มาตุลุงฺครสํ อนาเสตฺวาว ขาทนฺตี’’ติ รญฺโญ อิมาย อุปมาย ธนสงฺฆรณูปายํ ทสฺเสนฺโต เทฺว คาถา อภาสิ –

๔. ‘‘ขรตฺตจํ เพลฺลํ ยถาปิ สตฺถวา, อนามสนฺโตปิ กโรติ ติตฺตกํ;

สมาหรํ สาทุํ กโรติ ปตฺถิว, อสาทุํ กยิรา ตนุพนฺธมุทฺธรํ.

๕. ‘‘เอวมฺปิ คามนิคเมสุ ปณฺฑิโต, อสาหสํ ราชธนานิ สงฺฆรํ;

ธมฺมานุวตฺตี ปฏิปชฺชมาโน, ส ผาติ กยิรา อวิเหฐยํ ปร’’นฺติ.

ตตฺถ ขรตฺตจนฺติ ถทฺธตจํ. เพลฺลนฺติ มาตุลุงฺคํ. ‘เพล’’นฺติปิ ปาโฐ, อยเมวตฺโถ. สตฺถวาติ สตฺถกหตฺโถ. อนามสนฺโตติ พหิตจํ ตนุกมฺปิ อตจฺฉนฺโต อิทํ ผลํ ติตฺตกํ กโรติ. สมาหรนฺติ สมาหรนฺโต พหิตจํ ตจฺฉนฺโต อนฺโต จ อมฺพิลํ อนีหรนฺโต ตํ สาทุํ กโรติ. ปตฺถิวาติ ราชานํ อาลปติ. ตนุพนฺธมุทฺธรนฺติ ตนุกํ ปน ตจํ อุทฺธรนฺโต สพฺพโส ติตฺตกสฺส อนปนีตตฺตา ตํ อสาทุเมว กยิรา. เอวนฺติ เอวํ ปณฺฑิโต ราชาปิ อสาหสํ สาหสิยา ตณฺหาย วสํ อคจฺฉนฺโต อคติคมนํ ปหาย รฏฺฐํ อปีเฬตฺวา อุปจิกานํ วมฺมิกวฑฺฒนนิยาเมน มธุกรานํ เรณุํ คเหตฺวา มธุกรณนิยาเมน จ ธนํ สงฺฆรนฺโต –

‘‘ทานํ สีลํ ปริจฺจาคํ, อชฺชวํ มทฺทวํ ตปํ;

อกฺโกธํ อวิหึสญฺจ, ขนฺติญฺจ อวิโรธน’’นฺติ. –

อิติ อิเมสํ ทสนฺนํ ราชธมฺมานํ อนุวตฺตเนน ธมฺมานุวตฺตี หุตฺวา ปฏิปชฺชมาโน โส อตฺตโน จ ปเรสญฺจ ผาตึ วฑฺฒึ กเรยฺย ปรํ อวิเหเฐนฺโตเยวาติ.

ราชา โพธิสตฺเตน สทฺธึ มนฺเตนฺโต โปกฺขรณีตีรํ คนฺตฺวา สุปุปฺผิตํ พาลสูริยวณฺณํ อุทเกน อนุปลิตฺตํ ปทุมํ ทิสฺวา อาห – ‘‘สหาย, อิมํ ปทุมํ อุทเก สญฺชาตเมว อุทเกน อลิมฺปมานํ ฐิต’’นฺติ. อถ นํ โพธิสตฺโต ‘‘มหาราช, รญฺญา นาม เอวรูเปน ภวิตพฺพ’’นฺติ โอวทนฺโต อิมา คาถา อาห –

๖. ‘‘โอทาตมูลํ สุจิวาริสมฺภวํ, ชาตํ ยถา โปกฺขรณีสุ อมฺพุชํ;

ปทุมํ ยถา อคฺคินิกาสิผาลิมํ, น กทฺทโม น รโช น วาริ ลิมฺปติ.

๗. ‘‘เอวมฺปิ โวหารสุจึ อสาหสํ, วิสุทฺธกมฺมนฺตมเปตปาปกํ;

น ลิมฺปติ กมฺมกิเลส ตาทิโส, ชาตํ ยถา โปกฺขรณีสุ อมฺพุช’’นฺติ.

ตตฺถ โอทาตมูลนฺติ ปณฺฑรมูลํ. อมฺพุชนฺติ ปทุมสฺเสว เววจนํ. อคฺคินิกาสิผาลิมนฺติ อคฺคินิกาสินา สูริเยน ผาลิตํ วิกสิตนฺติ อตฺโถ. น กทฺทโม น รโช น วาริ ลิมฺปตีติ เนว กทฺทโม น รโช น อุทกํ ลิมฺปติ, น มกฺเขตีติ อตฺโถ. ‘‘ลิปฺปติ’’จฺเจว วา ปาโฐ, ภุมฺมตฺเถ วา เอตานิ ปจฺจตฺตวจนานิ, เอเตสุ กทฺทมาทีสุ น ลิปฺปติ, น อลฺลียตีติ อตฺโถ. โวหารสุจินฺติ โปราณเกหิ ธมฺมิกราชูหิ ลิขาเปตฺวา ฐปิตวินิจฺฉยโวหาเร สุจึ, อคติคมนํ ปหาย ธมฺเมน วินิจฺฉยการกนฺติ อตฺโถ. อสาหสนฺติ ธมฺมิกวินิจฺฉเย ฐิตตฺตาเยว สาหสิกกิริยาย วิรหิตํ. วิสุทฺธกมฺมนฺตนฺติ เตเนว อสาหสิกฏฺเฐน วิสุทฺธกมฺมนฺตํ สจฺจวาทึ นิกฺโกธํ มชฺฌตฺตํ ตุลาภูตํ โลกสฺส. อเปตปาปกนฺติ อปคตปาปกมฺมํ. น ลิมฺปติ กมฺมกิเลส ตาทิโสติ ตํ ราชานํ ปาณาติปาโต อทินฺนาทานํ กาเมสุมิจฺฉาจาโร มุสาวาโทติ อยํ กมฺมกิเลโส น อลฺลียติ. กึการณา? ตาทิโส ชาตํ ยถา โปกฺขรณีสุ อมฺพุชํ. ตาทิโส หิ ราชา ยถา โปกฺขรณีสุ ชาตํ ปทุมํ อนุปลิตฺตํ, เอวํ อนุปลิตฺโต นาม โหติ.

ราชา โพธิสตฺตสฺส โอวาทํ สุตฺวา ตโต ปฏฺฐาย ธมฺเมน รชฺชํ กาเรนฺโต ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กตฺวา สคฺคปรายโณ อโหสิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา ราชา อานนฺโท อโหสิ, ปณฺฑิตามจฺโจ ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

กุกฺกุชาตกวณฺณนา ปฐมา.

[๓๙๗] ๒. มโนชชาตกวณฺณนา

ยถา จาโป นินฺนมตีติ อิทํ สตฺถา เวฬุวเน วิหรนฺโต วิปกฺขเสวกํ ภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ ปน เหฏฺฐา มหิฬามุขชาตเก (ชา. ๑.๑.๒๖) วิตฺถาริตเมว. ตทา ปน สตฺถา ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพเปส วิปกฺขเสวโกเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต สีโห หุตฺวา สีหิยา สทฺธึ สํวสนฺโต เทฺว โปตเก ลภิ – ปุตฺตญฺจ ธีตรญฺจ. ปุตฺตสฺส มโนโชติ นามํ อโหสิ, โส วยปฺปตฺโต เอกํ สีหโปติกํ คณฺหิ. อิติ เต ปญฺจ ชนา อเหสุํ. มโนโช วนมหึสาทโย วธิตฺวา มํสํ อาหริตฺวา มาตาปิตโร จ ภคินิญฺจ ปชาปติญฺจ โปเสติ. โส เอกทิวสํ โคจรภูมิยํ คิริยํ นาม สิงฺคาลํ ปลายิตุํ อปฺปโหนฺตํ อุเรน นิปนฺนํ ทิสฺวา ‘‘กึ, สมฺมา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อุปฏฺฐาตุกาโมมฺหิ, สามี’’ติ วุตฺเต ‘‘สาธุ, อุปฏฺฐหสฺสู’’ติ ตํ คเหตฺวา อตฺตโน วสนคุหํ อาเนสิ. โพธิสตฺโต ตํ ทิสฺวา ‘‘ตาต มโนช, สิงฺคาลา นาม ทุสฺสีลา ปาปธมฺมา อกิจฺเจ นิโยเชนฺติ, มา เอตํ อตฺตโน สนฺติเก กรี’’ติ วาเรตุํ นาสกฺขิ.

อเถกทิวสํ สิงฺคาโล อสฺสมํสํ ขาทิตุกาโม มโนชํ อาห – ‘‘สามิ, อเมฺหหิ ฐเปตฺวา อสฺสมํสํ อญฺญํ อขาทิตปุพฺพํ นาม นตฺถิ, อสฺสํ คณฺหิสฺสามา’’ติ. ‘‘กหํ ปน, สมฺม, อสฺสา โหนฺตี’’ติ? ‘‘พาราณสิยํ นทีตีเร’’ติ. โส ตสฺส วจนํ คเหตฺวา เตน สทฺธึ อสฺสานํ นทิยา นฺหานเวลายํ คนฺตฺวา เอกํ อสฺสํ คเหตฺวา ปิฏฺฐิยํ อาโรเปตฺวา เวเคน อตฺตโน คุหาทฺวารเมว อาคโต. อถสฺส ปิตา อสฺสมํสํ ขาทิตฺวา ‘‘ตาต, อสฺสา นาม ราชโภคา, ราชาโน จ นาม อเนกมายา กุสเลหิ ธนุคฺคเหหิ วิชฺฌาเปนฺติ, อสฺสมํสขาทนสีหา นาม ทีฆายุกา น โหนฺติ, อิโต ปฏฺฐาย มา อสฺสํ คณฺหี’’ติ อาห. โส ปิตุ วจนํ อกตฺวา คณฺหเตว. ‘‘สีโห อสฺเส คณฺหาตี’’ติ สุตฺวา ราชา อนฺโตนคเรเยว อสฺสานํ โปกฺขรณึ การาเปสิ. ตโตปิ อาคนฺตฺวา คณฺหิเยว. ราชา อสฺสสาลํ กาเรตฺวา อนฺโตสาลายเมว ติโณทกํ ทาเปสิ. สีโห ปาการมตฺถเกน คนฺตฺวา อนฺโตสาลาโตปิ คณฺหิเยว.

ราชา เอกํ อกฺขณเวธึ ธนุคฺคหํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘สกฺขิสฺสสิ ตาต, สีหํ วิชฺฌิตุ’’นฺติ อาห. โส ‘‘สกฺโกมี’’ติ วตฺวา ปาการํ นิสฺสาย สีหสฺส อาคมนมคฺเค อฏฺฏกํ กาเรตฺวา อฏฺฐาสิ. สีโห อาคนฺตฺวา พหิสุสาเน สิงฺคาลํ ฐเปตฺวา อสฺสคหณตฺถาย นครํ ปกฺขนฺทิ. ธนุคฺคโห อาคมนกาเล ‘‘อติติขิโณ เวโค’’ติ สีหํ อวิชฺฌิตฺวา อสฺสํ คเหตฺวา คมนกาเล ครุภารตาย โอลีนเวคํ สีหํ ติขิเณน นาราเจน ปจฺฉาภาเค วิชฺฌิ. นาราโจ ปุริมกาเยน นิกฺขมิตฺวา อากาสํ ปกฺขนฺทิ. สีโห ‘‘วิทฺโธสฺมี’’ติ วิรวิ. ธนุคฺคโห ตํ วิชฺฌิตฺวา อสนิ วิย ชิยํ โปเถสิ. สิงฺคาโล สีหสฺส จ ชิยาย จ สทฺทํ สุตฺวา ‘‘สหาโย เม ธนุคฺคเหน วิชฺฌิตฺวา มาริโต ภวิสฺสติ, มตเกน หิ สทฺธึ วิสฺสาโส นาม นตฺถิ, อิทานิ มม ปกติยา วสนวนเมว คมิสฺสามี’’ติ อตฺตนาว สทฺธึ สลฺลปนฺโต เทฺว คาถา อภาสิ –

๘. ‘‘ยถา จาโป นินฺนมติ, ชิยา จาปิ นิกูชติ;

หญฺญเต นูน มโนโช, มิคราชา สขา มม.

๙. ‘‘หนฺท ทานิ วนนฺตานิ, ปกฺกมามิ ยถาสุขํ;

เนตาทิสา สขา โหนฺติ, ลพฺภา เม ชีวโต สขา’’ติ.

ตตฺถ ยถาติ เยนากาเรเนว จาโป นินฺนมติ. หญฺญเต นูนาติ นูน หญฺญติ. เนตาทิสาติ เอวรูปา มตกา สหายา นาม น โหนฺติ. ลพฺภา เมติ ชีวโต มม สหาโย นาม สกฺกา ลทฺธุํ.

สีโหปิ เอกเวเคน คนฺตฺวา อสฺสํ คุหาทฺวาเร ปาเตตฺวา สยมฺปิ มริตฺวา ปติ. อถสฺส ญาตกา นิกฺขมิตฺวา ตํ โลหิตมกฺขิตํ ปหารมุเขหิ ปคฺฆริตโลหิตํ ปาปชนเสวิตาย ชีวิตกฺขยํ ปตฺตํ อทฺทสํสุ, ทิสฺวา จสฺส มาตา ปิตา ภคินี ปชาปตีติ ปฏิปาฏิยา จตสฺโส คาถา ภาสึสุ –

๑๐. ‘‘น ปาปชนสํเสวี, อจฺจนฺตํ สุขเมธติ;

มโนชํ ปสฺส เสมานํ, คิริยสฺสานุสาสนี.

๑๑. ‘‘น ปาปสมฺปวงฺเกน, มาตา ปุตฺเตน นนฺทติ;

มโนชํ ปสฺส เสมานํ, อจฺฉนฺนํ สมฺหิ โลหิเต.

๑๒. ‘‘เอวมาปชฺชเต โปโส, ปาปิโย จ นิคจฺฉติ;

โย เว หิตานํ วจนํ, น กโรติ อตฺถทสฺสินํ.

๑๓. ‘‘เอวญฺจ โส โหติ ตโต จ ปาปิโย, โย อุตฺตโม อธมชนูปเสวี;

ปสฺสุตฺตมํ อธมชนูปเสวิตํ, มิคาธิปํ สรวรเวคนิทฺธุต’’นฺติ.

ตตฺถ อจฺจนฺตํ สุขเมธตีติ น จิรํ สุขํ ลภติ. คิริยสฺสานุสาสนีติ อยํ เอวรูปา คิริยสฺสานุสาสนีติ ครหนฺโต อาห. ปาปสมฺปวงฺเกนาติ ปาเปสุ สมฺปวงฺเกน ปาปสหาเยน. อจฺฉนฺนนฺติ นิมุคฺคํ. ปาปิโย จ นิคจฺฉตีติ ปาปญฺจ วินฺทติ. หิตานนฺติ อตฺถกามานํ. อตฺถทสฺสินนฺติ อนาคตอตฺถํ ปสฺสนฺตานํ. ปาปิโยติ ปาปตโร. อธมชนูปเสวีติ อธมชนํ อุปเสวี. อุตฺตมนฺติ สรีรพเลน เชฏฺฐกํ.

ปจฺฉิมา อภิสมฺพุทฺธคาถา –

๑๔. ‘‘นิหียติ ปุริโส นิหีนเสวี, น จ หาเยถ กทาจิ ตุลฺยเสวี;

เสฏฺฐมุปคมํ อุเทติ ขิปฺปํ, ตสฺมาตฺตนา อุตฺตริตรํ ภเชถา’’ติ.

ตตฺถ นิหียตีติ ภิกฺขเว, นิหีนเสวี นาม มโนโช สีโห วิย นิหียติ ปริหายติ วินาสํ ปาปุณาติ. ตุลฺยเสวีติ สีลาทีหิ อตฺตนา สทิสํ เสวมาโน น หายติ, วฑฺฒิเยว ปนสฺส โหติ. เสฏฺฐมุปคมนฺติ สีลาทีหิ อุตฺตริตรํเยว อุปคจฺฉนฺโต. อุเทติ ขิปฺปนฺติ สีฆเมว สีลาทีหิ คุเณหิ อุเทติ, วุทฺธึ อุปคจฺฉตีติ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ, สจฺจปริโยสาเน วิปกฺขเสวโก โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ.

ตทา สิงฺคาโล เทวทตฺโต อโหสิ, มโนโช วิปกฺขเสวโก, ภคินี อุปฺปลวณฺณา, ภริยา เขมา ภิกฺขุนี, มาตา ราหุลมาตา, ปิตา สีหราชา ปน อหเมว อโหสินฺติ.

มโนชชาตกวณฺณนา ทุติยา.

[๓๙๘] ๓. สุตนุชาตกวณฺณนา

ราชา เต ภตฺตนฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต มาตุโปสกภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ สามชาตเก (ชา. ๒.๒๒.๒๙๖ อาทโย) อาวิ ภวิสฺสติ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต ทุคฺคตคหปติกุเล นิพฺพตฺติ, สุตนูติสฺส นามํ อกํสุ. โส วยปฺปตฺโต ภตึ กตฺวา มาตาปิตโร โปเสตฺวา ปิตริ กาลกเต มาตรํ โปเสติ. ตสฺมึ ปน กาเล พาราณสิราชา มิควิตฺตโก อโหสิ. โส เอกทิวสํ มหนฺเตน ปริวาเรน โยชนทฺวิโยชนมตฺตํ อรญฺญํ ปวิสิตฺวา ‘‘ยสฺส ฐิตฏฺฐาเนน มิโค ปลายติ, โส อิมํ นาม ชิโต’’ติ สพฺเพสํ อาโรจาเปสิ. อมจฺจา รญฺโญ ธุวมคฺคฏฺฐาเน โกฏฺฐกํ ฉาเทตฺวา อทํสุ. มนุสฺเสหิ มิคานํ วสนฏฺฐานานิ ปริวาเรตฺวา อุนฺนาเทนฺเตหิ อุฏฺฐาปิเตสุ มิเคสุ เอโก เอณิมิโค รญฺโญ ฐิตฏฺฐานํ ปฏิปชฺชิ. ราชา ‘‘ตํ วิชฺฌิสฺสามี’’ติ สรํ ขิปิ. อุคฺคหิตมาโย มิโค สรํ มหาผาสุกาภิมุขํ อาคจฺฉนฺตํ ญตฺวา ปริวตฺติตฺวา สเรน วิทฺโธ วิย หุตฺวา ปติ. ราชา ‘‘มิโค เม วิทฺโธ’’ติ คหณตฺถาย ธาวิ. มิโค อุฏฺฐาย วาตเวเคน ปลายิ, อมจฺจาทโย ราชานํ อวหสึสุ. โส มิคํ อนุพนฺธิตฺวา กิลนฺตกาเล ขคฺเคน ทฺวิธา ฉินฺทิตฺวา เอกสฺมึ ทณฺฑเก ลคฺคิตฺวา กาชํ วหนฺโต วิย อาคจฺฉนฺโต ‘‘โถกํ วิสฺสมิสฺสามี’’ติ มคฺคสมีเป ฐิตํ วฏรุกฺขํ อุปคนฺตฺวา นิปชฺชิตฺวา นิทฺทํ โอกฺกมิ.

ตสฺมึ ปน วฏรุกฺเข นิพฺพตฺโต มฆเทโว นาม ยกฺโข ตตฺถ ปวิฏฺเฐ เวสฺสวณสฺส สนฺติกา ขาทิตุํ ลภิ. โส ราชานํ อุฏฺฐาย คจฺฉนฺตํ ‘‘ติฏฺฐ ภกฺโขสิ เม’’ติ หตฺเถ คณฺหิ. ‘‘ตฺวํ โกนาโมสี’’ติ? ‘‘อหํ อิธ นิพฺพตฺตยกฺโข, อิมํ ฐานํ ปวิฏฺฐเก ขาทิตุํ ลภามี’’ติ. ราชา สตึ อุปฏฺฐเปตฺวา ‘‘กึ อชฺเชว มํ ขาทิสฺสสิ, อุทาหุ นิพทฺธํ ขาทิสฺสสี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘ลภนฺโต นิพทฺธํ ขาทิสฺสามี’’ติ. ราชา ‘‘อิมํ อชฺช มิคํ ขาทิตฺวา มํ วิสฺสชฺเชหิ, อหํ เต เสฺว ปฏฺฐาย เอกาย ภตฺตปาติยา สทฺธึ เอกํ มนุสฺสํ เปเสสฺสามี’’ติ. ‘‘เตน หิ อปฺปมตฺโต โหหิ, อเปสิตทิวเส ตญฺเญว ขาทิสฺสามี’’ติ. ‘‘อหํ พาราณสิราชา, มยฺหํ อวิชฺชมานํ นาม นตฺถี’’ติ. ยกฺโข ปฏิญฺญํ คเหตฺวา ตํ วิสฺสชฺเชสิ. โส นครํ ปวิสิตฺวา ตมตฺถํ เอกสฺส อตฺถจรกสฺส อมจฺจสฺส กเถตฺวา ‘‘อิทานิ กึ กาตพฺพ’’นฺติ ปุจฺฉิ. ‘‘ทิวสปริจฺเฉโท กโต, เทวา’’ติ? ‘‘น กโต’’ติ. ‘‘อยุตฺตํ โว กตํ, เอวํ สนฺเตปิ มา จินฺตยิตฺถ, พหู พนฺธนาคาเร มนุสฺสา’’ติ. ‘‘เตน หิ ตฺวํ เอตํ กมฺมํ กร, มยฺหํ ชีวิตํ เทหี’’ติ.

อมจฺโจ ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา เทวสิกํ พนฺธนาคารโต มนุสฺสํ นีหริตฺวา ภตฺตปาตึ คเหตฺวา กญฺจิ อชานาเปตฺวาว ยกฺขสฺส เปเสสิ. ยกฺโข ภตฺตํ ภุญฺชิตฺวา มนุสฺสํ ขาทติ. อปรภาเค พนฺธนาคารานิ นิมฺมนุสฺสานิ ชาตานิ. ราชา ภตฺตหารกํ อลภนฺโต มรณภเยน กมฺปิ. อถ นํ อมจฺโจ อสฺสาเสตฺวา ‘‘เทว, ชีวิตาสาโต ธนาสาว พลวตรา, หตฺถิกฺขนฺเธ สหสฺสภณฺฑิกํ ฐเปตฺวา ‘โก อิมํ ธนํ คเหตฺวา ยกฺขสฺส ภตฺตํ อาทาย คมิสฺสตี’ติ เภรึ จราเปมา’’ติ วตฺวา ตถา กาเรสิ. อถ ตํ สุตฺวา โพธิสตฺโต จินฺเตสิ ‘‘อหํ ภติยา มาสกฑฺฒมาสกํ สงฺฆริตฺวา กิจฺเฉน มาตรํ โปเสมิ, อิมํ ธนํ คเหตฺวา มาตุ ทตฺวา ยกฺขสฺส สนฺติกํ คมิสฺสามิ, สเจ ยกฺขํ ทเมตุํ สกฺขิสฺสามิ, อิจฺเจตํ กุสลํ, โน เจ สกฺขิสฺสามิ, มาตา เม สุขํ ชีวิสฺสตี’’ติ. โส ตมตฺถํ มาตุ อาโรเจตฺวา ‘‘อลํ ตาต, น มม อตฺโถ ธเนนา’’ติ เทฺว วาเร ปฏิกฺขิปิตฺวา ตติยวาเร ตํ อนาปุจฺฉิตฺวาว ‘‘อาหรถ, อยฺย, สหสฺสํ, อหํ ภตฺตํ หริสฺสามี’’ติ สหสฺสํ คเหตฺวา มาตุ ทตฺวา ‘‘อมฺม, มา จินฺตยิ, อหํ ยกฺขํ ทเมตฺวา มหาชนสฺส โสตฺถึ กริสฺสามิ, อชฺเชว ตว อสฺสุกิลินฺนมุขํ หาสาเปนฺโตว อาคจฺฉิสฺสามี’’ติ มาตรํ วนฺทิตฺวา ราชปุริเสหิ สทฺธึ รญฺโญ สนฺติกํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา อฏฺฐาสิ.

ตโต รญฺญา ‘‘ตาต, ตฺวํ ภตฺตํ หริสฺสสี’’ติ วุตฺเต ‘‘อาม, เทวา’’ติ อาห. ‘‘กึ เต ลทฺธุํ วฏฺฏตี’’ติ? ‘‘ตุมฺหากํ สุวณฺณปาทุกา, เทวา’’ติ. ‘‘กึการณา’’ติ? ‘‘เทว, โส ยกฺโข อตฺตโน รุกฺขมูเล ภูมิยํ ฐิตเก ขาทิตุํ ลภติ, อหํ เอตสฺส สนฺตกภูมิยํ อฏฺฐตฺวา ปาทุกาสุ ฐสฺสามี’’ติ. ‘‘อญฺญํ กึ ลทฺธุํ วฏฺฏตี’’ติ? ‘‘ตุมฺหากํ ฉตฺตํ, เทวา’’ติ. ‘‘อิทํ กิมตฺถายา’’ติ? ‘‘เทว, ยกฺโข อตฺตโน รุกฺขจฺฉายาย ฐิตเก ขาทิตุํ ลภติ, อหํ ตสฺส รุกฺขจฺฉายาย อฏฺฐตฺวา ฉตฺตจฺฉายาย ฐสฺสามี’’ติ. ‘‘อญฺญํ กึ ลทฺธุํ วฏฺฏตี’’ติ. ‘‘ตุมฺหากํ ขคฺคํ, เทวา’’ติ. ‘‘อิมินา โก อตฺโถ’’ติ? ‘‘เทว, อมนุสฺสาปิ อาวุธหตฺถานํ ภายนฺติเยวา’’ติ. ‘‘อญฺญํ กึ ลทฺธุํ วฏฺฏตี’’ติ? ‘‘สุวณฺณปาตึ ปูเรตฺวา ตุมฺหากํ ภุญฺชนกภตฺตํ เทถ, เทวา’’ติ. ‘‘กึการณา, ตาตา’’ติ? ‘‘เทว, มาทิสสฺส นาม ปณฺฑิตสฺส ปุริสสฺส มตฺติกปาติยา ลูขโภชนํ หริตุํ อนนุจฺฉวิก’’นฺติ. ‘‘สาธุ, ตาตา’’ติ ราชา สพฺพํ ทาเปตฺวา ตสฺส เวยฺยาวจฺจกเร ปฏิปาเทสิ.

โพธิสตฺโต ‘‘มหาราช, มา ภายิตฺถ, อชฺชาหํ ยกฺขํ ทเมตฺวา ตุมฺหากํ โสตฺถึ กตฺวา อาคมิสฺสามี’’ติ ราชานํ วนฺทิตฺวา อุปกรณานิ คาหาเปตฺวา ตตฺถ คนฺตฺวา มนุสฺเส รุกฺขสฺสาวิทูเร ฐเปตฺวา สุวณฺณปาทุกํ อารุยฺห ขคฺคํ สนฺนยฺหิตฺวา เสตจฺฉตฺตํ มตฺถเก กตฺวา กญฺจนปาติยา ภตฺตํ คเหตฺวา ยกฺขสฺส สนฺติกํ ปายาสิ. ยกฺโข มคฺคํ โอโลเกนฺโต ตํ ทิสฺวา ‘‘อยํ ปุริโส น อญฺเญสุ ทิวเสสุ อาคมนนิยาเมน เอติ, กึ นุ โข การณ’’นฺติ จินฺเตสิ. โพธิสตฺโตปิ รุกฺขสมีปํ คนฺตฺวา อสิตุณฺเฑน ภตฺตปาตึ อนฺโตฉายาย กริตฺวา ฉายาย ปริยนฺเต ฐิโต ปฐมํ คาถมาห.

๑๕. ‘‘ราชา เต ภตฺตํ ปาเหสิ, สุจึ มํสูปเสจนํ;

มฆเทวสฺมึ อธิวตฺเถ, เอหิ นิกฺขมฺม ภุญฺชสู’’ติ.

ตตฺถ ปาเหสีติ ปหิณิ. มฆเทวสฺมึ อธิวตฺเถติ มฆเทโวติ วฏรุกฺโข วุจฺจติ, ตสฺมึ อธิวตฺเถติ เทวตํ อาลปติ.

ตํ สุตฺวา ยกฺโข ‘‘อิมํ ปุริสํ วญฺเจตฺวา อนฺโตฉายาย ปวิฏฺฐํ ขาทิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ทุติยํ คาถมาห –

๑๖. ‘‘เอหิ มาณว โอเรน, ภิกฺขมาทาย สูปิตํ;

ตฺวญฺจ มาณว ภิกฺขา จ, อุโภ ภกฺขา ภวิสฺสถา’’ติ.

ตตฺถ ภิกฺขนฺติ มม นิพทฺธภิกฺขํ. สูปิตนฺติ สูปสมฺปนฺนํ.

ตโต โพธิสตฺโต เทฺว คาถา อภาสิ –

๑๗. ‘‘อปฺปเกน ตุวํ ยกฺข, ถุลฺลมตฺถํ ชหิสฺสสิ;

ภิกฺขํ เต นาหริสฺสนฺติ, ชนา มรณสญฺญิโน.

๑๘. ‘‘ลทฺธาย ยกฺขา ตว นิจฺจภิกฺขํ, สุจึ ปณีตํ รสสา อุเปตํ;

ภิกฺขญฺจ เต อาหริโย นโร อิธ, สุทุลฺลโภ เหหิติ ภกฺขิเต มยี’’ติ.

ตตฺถ ถุลฺลมตฺถนฺติ อปฺปเกน การเณน มหนฺตํ อตฺถํ ชหิสฺสสีติ ทสฺเสติ. นาหริสฺสนฺตีติ อิโต ปฏฺฐาย มรณสญฺญิโน หุตฺวา น อาหริสฺสนฺติ, อถ ตฺวํ มิลาตสาโข วิย รุกฺโข นิราหาโร ทุพฺพโล ภวิสฺสสีติ. ลทฺธายนฺติ ลทฺธอยํ ลทฺธาคมนํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – สมฺม ยกฺข, ยํ อหํ อชฺช อาหรึ, อิทํ ตว นิจฺจภิกฺขํ สุจึ ปณีตํ อุตฺตมํ รเสน อุเปตํ ลทฺธาคมนํ เทวสิกํ เต อาคจฺฉิสฺสติ. อาหริโยติ อาหรณโก. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘สเจ ตฺวํ อิมํ ภิกฺขํ คเหตฺวา อาคตํ มํ ภกฺขสิ, อเถวํ มยิ ภกฺขิเต ภิกฺขญฺจ เต อาหรณโก อญฺโญ นโร อิธ สุทุลฺลโภ ภวิสฺสติ. กึการณา? มาทิโส หิ พาราณสิยํ อญฺโญ ปณฺฑิตมนุสฺโส นาม นตฺถิ, มยิ ปน ขาทิเต สุตนุปิ นาม ยกฺเขน ขาทิโต, อญฺญสฺส กสฺส โส ลชฺชิสฺสตี’’ติ ภตฺตาหรณกํ น ลภิสฺสสิ, อถ เต อิโต ปฏฺฐาย โภชนํ ทุลฺลภํ ภวิสฺสติ, อมฺหากมฺปิ ราชานํ คณฺหิตุํ น ลภิสฺสสิ. กสฺมา? รุกฺขโต พหิภาเวน. สเจ ปนิทํ ภตฺตํ ภุญฺชิตฺวา มํ ปหิณิสฺสสิ, อหํ เต รญฺโญ กเถตฺวา นิพทฺธํ ภตฺตํ เปเสสฺสามิ, อตฺตานมฺปิ จ เต ขาทิตุํ น ทสฺสามิ, อหมฺปิ ตว สนฺติเก ฐาเน น ฐสฺสามิ, ปาทุกาสุ ฐสฺสามิ, รุกฺขจฺฉายายมฺปิ เต น ฐสฺสามิ, อตฺตโน ฉตฺตจฺฉายายเมว ฐสฺสามิ, สเจ ปน มยา สทฺธึ วิรุชฺฌิสฺสสิ, ขคฺเคน ตํ ทฺวิธา ภินฺทิสฺสามิ, อหญฺหิ อชฺช เอตทตฺถเมว สชฺโช หุตฺวา อาคโตติ. เอวํ กิร นํ มหาสตฺโต ตชฺเชสิ.

ยกฺโข ‘‘ยุตฺตรูปํ มาณโว วทตี’’ติ สลฺลกฺเขตฺวา ปสนฺนจิตฺโต เทฺว คาถา อภาสิ –

๑๙. ‘‘มเมว สุตโน อตฺโถ, ยถา ภาสสิ มาณว;

มยา ตฺวํ สมนุญฺญาโต, โสตฺถึ ปสฺสาหิ มาตรํ.

๒๐. ‘‘ขคฺคํ ฉตฺตญฺจ ปาติญฺจ, คจฺฉมาทาย มาณว;

โสตฺถึ ปสฺสตุ เต มาตา, ตฺวญฺจ ปสฺสาหิ มาตร’’นฺติ.

ตตฺถ สุตโนติ โพธิสตฺตํ อาลปติ. ยถา ภาสสีติ ยถา ตฺวํ ภาสสิ, ตถา โย เอส ตยา ภาสิโต อตฺโถ, เอโส มเมวตฺโถ, มยฺหเมว วฑฺฒีติ.

ยกฺขสฺส กถํ สุตฺวา โพธิสตฺโต ‘‘มม กมฺมํ นิปฺผนฺนํ, ทมิโต เม ยกฺโข, พหุญฺจ ธนํ ลทฺธํ, รญฺโญ จ วจนํ กต’’นฺติ ตุฏฺฐจิตฺโต ยกฺขสฺส อนุโมทนํ กโรนฺโต โอสานคาถมาห –

๒๑. ‘‘เอวํ ยกฺข สุขี โหหิ, สห สพฺเพหิ ญาติภิ;

ธนญฺจ เม อธิคตํ, รญฺโญ จ วจนํ กต’’นฺติ. –

วตฺวา จ ปน ยกฺขํ อามนฺเตตฺวา ‘‘สมฺม, ตฺวํ ปุพฺเพ อกุสลกมฺมํ กตฺวา กกฺขโฬ ผรุโส ปเรสํ โลหิตมํสภกฺโข ยกฺโข หุตฺวา นิพฺพตฺโต, อิโต ปฏฺฐาย ปาณาติปาตาทีนิ มา กรี’’ติ สีเล จ อานิสํสํ, ทุสฺสีเลฺย จ อาทีนวํ กเถตฺวา ยกฺขํ ปญฺจสุ สีเลสุ ปติฏฺฐาเปตฺวา ‘‘กึ เต อรญฺญวาเสน, เอหิ นครทฺวาเร ตํ นิสีทาเปตฺวา อคฺคภตฺตลาภึ กโรมี’’ติ ยกฺเขน สทฺธึ นิกฺขมิตฺวา ขคฺคาทีนิ ยกฺขํ คาหาเปตฺวา พาราณสึ อคมาสิ. ‘‘สุตนุ มาณโว ยกฺขํ คเหตฺวา เอตี’’ติ รญฺโญ อาโรเจสุํ. ราชา อมจฺจปริวุโต โพธิสตฺตสฺส ปจฺจุคฺคมนํ กตฺวา ยกฺขํ นครทฺวาเร นิสีทาเปตฺวา อคฺคภตฺตลาภินํ กตฺวา นครํ ปวิสิตฺวา เภรึ จราเปตฺวา นาคเร สนฺนิปาตาเปตฺวา โพธิสตฺตสฺส คุณํ กเถตฺวา เสนาปติฏฺฐานํ อทาสิ. อยญฺจ โพธิสตฺตสฺส โอวาเท ฐตฺวา ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กตฺวา สคฺคปรายโณ อโหสิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ, สจฺจปริโยสาเน มาตุโปสกภิกฺขุ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ. ตทา ยกฺโข องฺคุลิมาโล อโหสิ, ราชา อานนฺโท, มาณโว ปน อหเมว อโหสินฺติ.

สุตนุชาตกวณฺณนา ตติยา.

[๓๙๙] ๔. มาตุโปสกคิชฺฌชาตกวณฺณนา

เต กถํ นุ กริสฺสนฺตีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ มาตุโปสกภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ สามชาตเก (ชา. ๒.๒๒.๒๙๖ อาทโย) อาวิ ภวิสฺสติ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต คิชฺฌโยนิยํ นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต วุทฺเธ ปริหีนจกฺขุเก มาตาปิตโร คิชฺฌคุหายํ ฐเปตฺวา โคมํสาทีนิ อาหริตฺวา โปเสสิ. ตสฺมึ กาเล พาราณสิยํ สุสาเน เอโก เนสาโท อนิยเมตฺวา คิชฺฌานํ ปาเส โอฑฺเฑสิ. อเถกทิวสํ โพธิสตฺโต โคมํสาทึ ปริเยสนฺโต สุสานํ ปวิฏฺโฐ ปาเทน ปาเส พชฺฌิตฺวา อตฺตโน น จินฺเตสิ, วุทฺเธ ปริหีนจกฺขุเก มาตาปิตโร อนุสฺสริตฺวา ‘‘กถํ นุ โข เม มาตาปิตโร ยาเปสฺสนฺติ, มม พทฺธภาวมฺปิ อชานนฺตา อนาถา นิปฺปจฺจยา ปพฺพตคุหายเมว สุสฺสิตฺวา มริสฺสนฺติ มญฺเญ’’ติ วิลปนฺโต ปฐมํ คาถมาห –

๒๒. ‘‘เต กถํ นุ กริสฺสนฺติ, วุทฺธา คิริทรีสยา;

อหํ พทฺโธสฺมิ ปาเสน, นิลียสฺส วสํ คโต’’ติ.

ตตฺถ นิลียสฺสาติ เอวํนามกสฺส เนสาทปุตฺตสฺส.

อถ เนสาทปุตฺโต คิชฺฌราชสฺส ปริเทวิตสทฺทํ สุตฺวา ทุติยํ คาถมาห –

๒๓. ‘‘กึ คิชฺฌ ปริเทวสิ, กา นุ เต ปริเทวนา;

น เม สุโต วา ทิฏฺโฐ วา, ภาสนฺโต มานุสึ ทิโช’’ติ.

คิชฺโฌ อาห –

๒๔. ‘‘ภรามิ มาตาปิตโร, วุทฺเธ คิริทรีสเย;

เต กถํ นุ กริสฺสนฺติ, อหํ วสํ คโต ตวา’’ติ.

เนสาโท อาห –

๒๕. ‘‘ยํ นุ คิชฺโฌ โยชนสตํ, กุณปานิ อเวกฺขติ;

กสฺมา ชาลญฺจ ปาสญฺจ, อาสชฺชาปิ น พุชฺฌสี’’ติ.

คิชฺฌราชา อาห –

๒๖. ‘‘ยทา ปราภโว โหติ, โปโส ชีวิตสงฺขเย;

อถ ชาลญฺจ ปาสญฺจ, อาสชฺชาปิ น พุชฺฌตี’’ติ.

๒๗. ‘‘ภรสฺสุ มาตาปิตโร, วุทฺเธ คิริทรีสเย;

มยา ตฺวํ สมนุญฺญาโต, โสตฺถึ ปสฺสาหิ ญาตเก.

๒๘. ‘‘เอวํ ลุทฺทก นนฺทสฺสุ, สห สพฺเพหิ ญาติภิ;

ภริสฺสํ มาตาปิตโร, วุทฺเธ คิริทรีสเย’’ติ. –

เนสาทปุตฺเตน ทุติยา, คิชฺเฌน ตติยาติ อิมา คาถา ปฏิปาฏิยา วุตฺตา.

ตตฺถ ยํ นูติ ยํ นุ เอตํ โลเก กถียติ. คิชฺโฌ โยชนสตํ, กุณปานิ อเวกฺขตีติ โยชนสตํ อติกฺกมฺม ฐิตานิปิ กุณปานิ ปสฺสติ, ตํ ยทิ ตถํ, อถ กสฺมา ตฺวํ อิมํ ชาลญฺจ ปาสญฺจ อาสชฺชาปิ น พุชฺฌสิ, สนฺติกํ อาคนฺตฺวาปิ น ชานาสีติ.

ปราภโวติ วินาโส. ภรสฺสูติ อิทํ โส โพธิสตฺตสฺส ธมฺมกถํ สุตฺวา ‘‘ปณฺฑิโต คิชฺฌราชา ปริเทวนฺโต น อตฺตโน ปริเทวติ, มาตาปิตูนํ ปริเทวติ, นายํ มาเรตุํ ยุตฺโต’’ติ ตุสฺสิตฺวา อาห, วตฺวา จ ปน ปิยจิตฺเตน มุทุจิตฺเตน ปาสํ โมเจสิ.

อถสฺส โพธิสตฺโต มรณมุขา ปมุตฺโต สุขิโต อนุโมทนํ กโรนฺโต โอสานคาถํ วตฺวา มุขปูรํ มํสํ อาทาย มาตาปิตูนํ อทาสิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ, สจฺจปริโยสาเน มาตุโปสกภิกฺขุ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ.

ตทา เนสาทปุตฺโต ฉนฺโน อโหสิ, มาตาปิตโร มหาราชกุลานิ, คิชฺฌราชา ปน อหเมว อโหสินฺติ.

มาตุโปสกคิชฺฌชาตกวณฺณนา จตุตฺถา.

[๔๐๐] ๕. ทพฺภปุปฺผชาตกวณฺณนา

อนุตีรจารี ภทฺทนฺเตติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อุปนนฺทํ สกฺยปุตฺตํ อารพฺภ กเถสิ. โส หิ สาสเน ปพฺพชิตฺวา อปฺปิจฺฉตาทิคุเณ ปหาย มหาตโณฺห อโหสิ. วสฺสูปนายิกาย เทฺว ตโย วิหาเร ปริคฺคเหตฺวา เอกสฺมึ ฉตฺตํ วา อุปาหนํ วา เอกสฺมึ กตฺตรยฏฺฐึ วา อุทกตุมฺพํ วา ฐเปตฺวา เอกสฺมึ สยํ วสติ. โส เอกสฺมึ ชนปทวิหาเร วสฺสํ อุปคนฺตฺวา ‘‘ภิกฺขูหิ นาม อปฺปิจฺเฉหิ ภวิตพฺพ’’นฺติ อากาเส จนฺทํ อุฏฺฐาเปนฺโต วิย ภิกฺขูนํ ปจฺจยสนฺโตสทีปกํ อริยวํสปฏิปทํ กเถสิ. ตํ สุตฺวา ภิกฺขู มนาปานิ ปตฺตจีวรานิ ฉฑฺเฑตฺวา มตฺติกาปตฺตานิ เจว ปํสุกูลจีวรานิ จ คณฺหึสุ. โส ตานิ อตฺตโน วสนฏฺฐาเน ฐเปตฺวา วุตฺถวสฺโส ปวาเรตฺวา ยานกํ ปูเรตฺวา เชตวนํ คจฺฉนฺโต อนฺตรามคฺเค เอกสฺส อรญฺญวิหารสฺส ปิฏฺฐิภาเค ปาเท วลฺลิยา ปลิพุทฺโธ ‘‘อทฺธา เอตฺถ กิญฺจิ ลทฺธพฺพํ ภวิสฺสตี’’ติ ตํ วิหารํ ปาวิสิ. ตตฺถ ปน เทฺว มหลฺลกา ภิกฺขู วสฺสํ อุปคจฺฉึสุ. เต เทฺว จ ถูลสาฏเก เอกญฺจ สุขุมกมฺพลํ ลภิตฺวา ภาเชตุํ อสกฺโกนฺตา ตํ ทิสฺวา ‘‘เถโร โน ภาเชตฺวา ทสฺสตี’’ติ ตุฏฺฐจิตฺตา ‘‘มยํ, ภนฺเต, อิมํ วสฺสาวาสิกํ ภาเชตุํ น สกฺโกม, อิมํ โน นิสฺสาย วิวาโท โหติ, อิทํ อมฺหากํ ภาเชตฺวา เทถา’’ติ อาหํสุ. โส ‘‘สาธุ ภาเชสฺสามี’’ติ เทฺว ถูลสาฏเก ทฺวินฺนมฺปิ ภาเชตฺวา ‘‘อยํ อมฺหากํ วินยธรานํ ปาปุณาตี’’ติ กมฺพลํ คเหตฺวา ปกฺกามิ.

เตปิ เถรา กมฺพเล สาลยา เตเนว สทฺธึ เชตวนํ คนฺตฺวา วินยธรานํ ภิกฺขูนํ ตมตฺถํ อาโรเจตฺวา ‘‘ลพฺภติ นุ โข, ภนฺเต, วินยธรานํ เอวํ วิโลปํ ขาทิตุ’’นฺติ อาหํสุ. ภิกฺขู อุปนนฺทตฺเถเรน อาภตํ ปตฺตจีวรราสึ ทิสฺวา ‘‘มหาปุญฺโญสิ ตฺวํ อาวุโส, พหุํ เต ปตฺตจีวรํ ลทฺธ’’นฺติ วทึสุ. โส ‘‘กุโต เม อาวุโส, ปุญฺญํ, อิมินา เม อุปาเยน อิทํ ลทฺธ’’นฺติ สพฺพํ กเถสิ. ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ‘‘อาวุโส, อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโต มหาตโณฺห มหาโลโภ’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อุปนนฺเทน ปฏิปทาย อนุจฺฉวิกํ กตํ, ปรสฺส ปฏิปทํ กเถนฺเตน นาม ภิกฺขุนา ปฐมํ อตฺตโน อนุจฺฉวิกํ กตฺวา ปจฺฉา ปโร โอวทิตพฺโพ’’ติ.

‘‘อตฺตานเมว ปฐมํ, ปติรูเป นิเวสเย;

อถญฺญมนุสาเสยฺย, น กิลิสฺเสยฺย ปณฺฑิโต’’ติ. (ธ. ป. ๑๕๘) –

อิมาย ธมฺมปเท คาถาย ธมฺมํ เทเสตฺวา ‘‘น, ภิกฺขเว, อุปนนฺโท อิทาเนว, ปุพฺเพเปส มหาตโณฺห มหาโลโภว, น จ ปน อิทาเนว, ปุพฺเพเปส อิเมสํ สนฺตกํ วิลุมฺปิเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต นทีตีเร รุกฺขเทวตา อโหสิ. ตทา เอโก สิงฺคาโล มายาวึ นาม ภริยํ คเหตฺวา นทีตีเร เอกสฺมึ ฐาเน วสิ. อเถกทิวสํ สิงฺคาลี สิงฺคาลํ อาห ‘‘โทหโฬ เม สามิ, อุปฺปนฺโน, อลฺลโรหิตมจฺฉํ ขาทิตุํ อิจฺฉามี’’ติ. สิงฺคาโล ‘‘อปฺโปสฺสุกฺกา โหหิ, อาหริสฺสามิ เต’’ติ นทีตีเร จรนฺโต วลฺลิยา ปาเท ปลิพุชฺฌิตฺวา อนุตีรเมว อคมาสิ. ตสฺมึ ขเณ คมฺภีรจารี จ อนุตีรจารี จาติ เทฺว อุทฺทา มจฺเฉ ปริเยสนฺตา ตีเร อฏฺฐํสุ. เตสุ คมฺภีรจารี มหนฺตํ โรหิตมจฺฉํ ทิสฺวา เวเคน อุทเก ปวิสิตฺวา ตํ นงฺคุฏฺเฐ คณฺหิ. พลวา มจฺโฉ ปริกฑฺฒนฺโต ยาสิ. โส คมฺภีรจารี อุทฺโท ‘‘มหามจฺโฉ อุภินฺนมฺปิ โน ปโหสฺสติ, เอหิ เม สหาโย โหหี’’ติ อิตเรน สทฺธึ สลฺลปนฺโต ปฐมํ คาถมาห –

๒๙. ‘‘อนุตีรจารี ภทฺทนฺเต, สหายมนุธาว มํ;

มหา เม คหิโต มจฺโฉ, โส มํ หรติ เวคสา’’ติ.

ตตฺถ สหายมนุธาว มนฺติ สหาย อนุธาว มํ, สนฺธิวเสน ม-กาโร วุตฺโต. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถาหํ อิมินา มจฺเฉน น สํหีรามิ, เอวํ มํ นงฺคุฏฺฐขณฺเฑ คเหตฺวา ตฺวํ อนุธาวาติ.

ตํ สุตฺวา อิตโร ทุติยํ คาถมาห –

๓๐. ‘‘คมฺภีรจารี ภทฺทนฺเต, ทฬฺหํ คณฺหาหิ ถามสา;

อหํ ตํ อุทฺธริสฺสามิ, สุปณฺโณ อุรคามิวา’’ติ.

ตตฺถ ถามสาติ ถาเมน. อุทฺธริสฺสามีติ นีหริสฺสามิ. สุปณฺโณ อุรคามิวาติ ครุโฬ สปฺปํ วิย.

อถ เทฺวปิ เต เอกโต หุตฺวา โรหิตมจฺฉํ นีหริตฺวา ถเล ฐเปตฺวา มาเรตฺวา ‘‘ตฺวํ ภาเชหิ, ตฺวํ ภาเชหี’’ติ กลหํ กตฺวา ภาเชตุํ อสกฺโกนฺตา ฐเปตฺวา นิสีทึสุ. ตสฺมึ กาเล สิงฺคาโล ตํ ฐานํ อนุปฺปตฺโต. เต ตํ ทิสฺวา อุโภปิ ปจฺจุคฺคมนํ กตฺวา ‘‘อยํ, สมฺม, ทพฺภปุปฺผมจฺโฉ อเมฺหหิ เอกโต หุตฺวา คหิโต, ตํ โน ภาเชตุํ อสกฺโกนฺตานํ วิวาโท อุปฺปนฺโน, สมภาคํ โน ภาเชตฺวา เทหี’’ติ ตติยํ คาถมาหํสุ –

๓๑. ‘‘วิวาโท โน สมุปฺปนฺโน, ทพฺภปุปฺผ สุโณหิ เม;

สเมหิ เมธคํ สมฺมา, วิวาโท วูปสมฺมต’’นฺติ.

ตตฺถ ทพฺภปุปฺผาติ ทพฺภปุปฺผสมานวณฺณตาย ตํ อาลปนฺติ. เมธคนฺติ กลหํ.

เตสํ วจนํ สุตฺวา สิงฺคาโล อตฺตโน พลํ ทีเปนฺโต –

๓๒. ‘‘ธมฺมฏฺโฐหํ ปุเร อาสึ, พหู อฑฺฑา เม ตีริตา;

สเมมิ เมธคํ สมฺมา, วิวาโท วูปสมฺมต’’นฺติ. –

อิทํ คาถํ วตฺวา ภาเชนฺโต –

๓๓. ‘‘อนุตีรจาริ นงฺคุฏฺฐํ, สีสํ คมฺภีรจาริโน;

อจฺจายํ มชฺฌิโม ขณฺโฑ, ธมฺมฏฺฐสฺส ภวิสฺสตี’’ติ. –

อิมํ คาถมาห –

ตตฺถ ปฐมคาถาย อยมตฺโถ – อหํ ปุพฺเพ ราชูนํ วินิจฺฉยามจฺโจ อาสึ, เตน มยา วินิจฺฉเย นิสีทิตฺวา พหู อฑฺฑา ตีริตา, เตสํ เตสํ พฺราหฺมณคหปติกาทีนํ พหู อฑฺฑา ตีริตา วินิจฺฉิตา, สฺวาหํ ตุมฺหาทิสานํ สมชาติกานํ จตุปฺปทานํ อฑฺฑํ ตีเรตุํ กึ น สกฺขิสฺสามิ, อหํ โว สเมมิ เมธคํ, สมฺมา มํ นิสฺสาย ตุมฺหากํ วิวาโท วูปสมฺมตูติ.

เอวญฺจ ปน วตฺวา มจฺฉํ ตโย โกฏฺฐาเส กตฺวา อนุตีรจาริ ตฺวํ นงฺคุฏฺฐํ คณฺห, สีสํ คมฺภีรจาริโน โหตุ. อจฺจายํ มชฺฌิโม ขณฺโฑติ อปิจ อยํ มชฺฌิโม โกฏฺฐาโส. อถ วา อจฺจาติ อติจฺจ, อิเม เทฺว โกฏฺฐาเส อติกฺกมิตฺวา ฐิโต อยํ มชฺฌิโม ขณฺโฑ ธมฺมฏฺฐสฺส วินิจฺฉยสามิกสฺส มยฺหํ ภวิสฺสตีติ.

เอวํ ตํ มจฺฉํ วิภชิตฺวา ‘‘ตุเมฺห กลหํ อกตฺวา นงฺคุฏฺฐญฺจ สีสญฺจ ขาทถา’’ติ วตฺวา มชฺฌิมขณฺฑํ มุเขน ฑํสิตฺวา เตสํ ปสฺสนฺตานํเยว ปลายิ. เต สหสฺสํ ปราชิตา วิย ทุมฺมุขา นิสีทิตฺวา คาถมาหํสุ –

๓๔. ‘‘จิรมฺปิ ภกฺโข อภวิสฺส, สเจ น วิวเทมเส;

อสีสกํ อนงฺคุฏฺฐํ, สิงฺคาโล หรติ โรหิต’’นฺติ.

ตตฺถ จิรมฺปีติ เทฺว ตโย ทิวเส สนฺธาย วุตฺตํ.