๑. อวาริยวคฺโค
[๓๗๖] ๑. อวาริยชาตกวณฺณนา
มาสุ กุชฺฌ ภูมิปตีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ ติตฺถนาวิกํ อารพฺภ กเถสิ. โส กิร พาโล อโหสิ อญฺญาโณ, เนว โส พุทฺธาทีนํ รตนานํ, น อญฺเญสํ ปุคฺคลานํ คุณํ ชานาติ, จณฺโฑ ผรุโส สาหสิโก. อเถโก ชานปโท ภิกฺขุ ‘‘พุทฺธุปฏฺฐานํ กริสฺสามี’’ติ อาคจฺฉนฺโต สายํ อจิรวตีติตฺถํ ปตฺวา ตํ เอวมาห ‘‘อุปาสก, ปรตีรํ คมิสฺสามิ, นาวํ เม เทหี’’ติ. ‘‘ภนฺเต, อิทานิ อกาโล, เอกสฺมึ ฐาเน วสสฺสู’’ติ. ‘‘อุปาสก, อิธ กุหึ วสิสฺสามิ, มํ คณฺหิตฺวา คจฺฉา’’ติ. โส กุชฺฌิตฺวา ‘‘เอหิ เร สมณ, วหามี’’ติ เถรํ นาวํ อาโรเปตฺวา อุชุกํ อคนฺตฺวา เหฏฺฐา นาวํ เนตฺวา อุลฺโลฬํ กตฺวา ตสฺส ปตฺตจีวรํ เตเมตฺวา กิลเมตฺวา ตีรํ ปตฺวา อนฺธการเวลายํ อุยฺโยเชสิ. อถ โส วิหารํ คนฺตฺวา ตํ ทิวสํ พุทฺธุปฏฺฐานสฺส โอกาสํ อลภิตฺวา ปุนทิวเส สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิตฺวา สตฺถารา กตปฏิสนฺถาโร ‘‘กทา อาคโตสี’’ติ วุตฺเต ‘‘หิยฺโย, ภนฺเต’’ติ วตฺวา ‘‘อถ กสฺมา อชฺช พุทฺธุปฏฺฐานํ อาคโตสี’’ติ วุตฺเต ตมตฺถํ อาโรเจสิ. ตํ สุตฺวา สตฺถา ‘‘น โข ภิกฺขุ อิทาเนว, ปุพฺเพเปส จณฺโฑ ผรุโส สาหสิโก, อิทานิ ปน เตน ตฺวํ กิลมิโต, ปุพฺเพเปส ปณฺฑิเต กิลเมสี’’ติ วตฺวา เตน ยาจิโต อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต ตกฺกสิลายํ สพฺพสิปฺปานิ อุคฺคณฺหิตฺวา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา ทีฆมทฺธานํ หิมวนฺเต ผลาผเลน ยาเปตฺวา โลณมฺพิลเสวนตฺถาย พาราณสึ ปตฺวา ราชุยฺยาเน วสิตฺวา ปุนทิวเส นครํ ภิกฺขาย ปาวิสิ. อถ นํ ราชงฺคณปฺปตฺตํ ราชา ทิสฺวา ตสฺส อิริยาปเถ ปสีทิตฺวา อนฺเตปุรํ อาเนตฺวา โภเชตฺวา ปฏิญฺญํ คเหตฺวา ราชุยฺยาเน วสาเปสิ, เทวสิกํ อุปฏฺฐานํ อคมาสิ. ตเมนํ โพธิสตฺโต ‘‘รญฺญา นาม, มหาราช, จตฺตาริ อคติคมนานิ วชฺเชตฺวา อปฺปมตฺเตน ขนฺติเมตฺตานุทฺทยสมฺปนฺเนน หุตฺวา ธมฺเมน รชฺชํ กาเรตพฺพ’’นฺติ วตฺวา เทวสิกํ โอวทนฺโต –
๑. ‘‘มาสุ กุชฺฌ ภูมิปติ, มาสุ กุชฺฌ รเถสภ;
กุทฺธํ อปฺปฏิกุชฺฌนฺโต, ราชา รฏฺฐสฺส ปูชิโต.
๒. ‘‘คาเม วา ยทิ วารญฺเญ, นินฺเน วา ยทิ วา ถเล;
สพฺพตฺถ อนุสาสามิ, มาสุ กุชฺฌ รเถสภา’’ติ. – เทฺว คาถา อภาสิ;
ตตฺถ รฏฺฐสฺส ปูชิโตติ เอวรูโป ราชา รฏฺฐสฺส ปูชนีโย โหตีติ อตฺโถ. สพฺพตฺถ อนุสาสามีติ เอเตสุ คามาทีสุ ยตฺถ กตฺถจิ วสนฺโตปาหํ มหาราช, อิมาย เอว อนุสิฏฺฐิยา ตมนุสาสามิ, เอเตสุ วา คามาทีสุ ยตฺถ กตฺถจิ เอกสฺมิมฺปิ เอกสตฺเตปิ อนุสาสามิ. มาสุ กุชฺฌ รเถสภาติ เอวเมวาหํ ตํ อนุสาสามิ, รญฺญา นาม กุชฺฌตุํ น วฏฺฏติ. กึการณา? ราชาโน นาม วาจาวุธา, เตสํ กุทฺธานํ วจนมตฺเตเนว พหู ชีวิตกฺขยํ ปาปุณนฺตีติ.
เอวํ โพธิสตฺโต รญฺโญ อาคตาคตทิวเส อิมา เทฺว คาถา อภาสิ. ราชา อนุสิฏฺฐิยา ปสนฺนจิตฺโต มหาสตฺตสฺส สตสหสฺสุฏฺฐานกํ เอกํ คามวรํ อทาสิ, โพธิสตฺโต ปฏิกฺขิปิ. อิติ โส ตตฺเถว ทฺวาทสสํวจฺฉรํ วสิตฺวา ‘‘อติจิรํ นิวุตฺโถมฺหิ, ชนปทจาริกํ ตาว จริตฺวา อาคมิสฺสามี’’ติ รญฺโญ อกเถตฺวาว อุยฺยานปาลํ อามนฺเตตฺวา ‘‘ตาต, อุกฺกณฺฐิตรูโปสฺมิ, ชนปทํ จริตฺวา อาคมิสฺสามิ, ตฺวํ รญฺโญ กเถยฺยาสี’’ติ วตฺวา ปกฺกนฺโต คงฺคาย นาวาติตฺถํ ปาปุณิ. ตตฺถ อวาริยปิตา นาม นาวิโก อโหสิ. โส พาโล เนว คุณวนฺตานํ คุณํ ชานาติ, น อตฺตโน อายาปายํ ชานาติ, โส คงฺคํ ตริตุกามํ ชนํ ปฐมํ ตาเรตฺวา ปจฺฉา เวตนํ ยาจติ, เวตนํ อเทนฺเตหิ สทฺธึ กลหํ กโรนฺโต อกฺโกสปฺปหาเรเยว พหู ลภติ, อปฺปํ ลาภํ, เอวรูโป อนฺธพาโล. ตํ สนฺธาย สตฺถา อภิสมฺพุทฺโธ หุตฺวา ตติยํ คาถมาห –
๓. ‘‘อวาริยปิตา นาม, อหุ คงฺคาย นาวิโก;
ปุพฺเพ ชนํ ตาเรตฺวาน, ปจฺฉา ยาจติ เวตนํ;
เตนสฺส ภณฺฑนํ โหติ, น จ โภเคหิ วฑฺฒตี’’ติ.
ตตฺถ อวาริยปิตา นามาติ อวาริยา นาม ตสฺส ธีตา, ตสฺสา วเสน อวาริยปิตา นาม ชาโต. เตนสฺส ภณฺฑนนฺติ เตน การเณน, เตน วา ปจฺฉา ยาจิยมาเนน ชเนน สทฺธึ ตสฺส ภณฺฑนํ โหติ.
โพธิสตฺโต ตํ นาวิกํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘อาวุโส, ปรตีรํ มํ เนหี’’ติ อาห. ตํ สุตฺวา โส อาห ‘‘สมณ, กึ เม นาวาเวตนํ ทสฺสสี’’ติ? ‘‘อาวุโส, อหํ โภควฑฺฒึ อตฺถวฑฺฒึ ธมฺมวฑฺฒึ นาม เต กเถสฺสามี’’ติ. ตํ สุตฺวา นาวิโก ‘‘ธุวํ เอส มยฺหํ กิญฺจิ ทสฺสตี’’ติ ตํ ปรตีรํ เนตฺวา ‘‘เทหิ เม นาวาย เวตน’’นฺติ อาห. โส ตสฺส ‘‘สาธุ, อาวุโส’’ติ ปฐมํ โภควฑฺฒึ กเถนฺโต –
๔. ‘‘อติณฺณํเยว ยาจสฺสุ, อปารํ ตาต นาวิก;
อญฺโญ หิ ติณฺณสฺส มโน, อญฺโญ โหติ ปาเรสิโน’’ติ. – คาถมาห;
ตตฺถ อปารนฺติ ตาต, นาวิก ปรตีรํ อติณฺณเมว ชนํ โอริมตีเร ฐิตญฺเญว เวตนํ ยาจสฺสุ, ตโต ลทฺธญฺจ คเหตฺวา คุตฺตฏฺฐาเน ฐเปตฺวา ปจฺฉา มนุสฺเส ปรตีรํ เนยฺยาสิ, เอวํ เต โภควฑฺฒิ ภวิสฺสติ. อญฺโญ หิ ติณฺณสฺส มโนติ ตาต นาวิก, ปรตีรํ คตสฺส อญฺโญ มโน ภวติ, อทตฺวาว คนฺตุกาโม โหติ. โย ปเนส ปาเรสี นาม ปรตีรํ เอสติ, ปรตีรํ คนฺตุกาโม โหติ, โส อติเรกมฺปิ ทตฺวา คนฺตุกาโม โหติ, อิติ ปาเรสิโน อญฺโญ มโน โหติ, ตสฺมา ตฺวํ อติณฺณเมว ยาเจยฺยาสิ, อยํ ตาว เต โภคานํ วฑฺฒิ นามาติ.
ตํ สุตฺวา นาวิโก จินฺเตสิ ‘‘อยํ ตาว เม โอวาโท ภวิสฺสติ, อิทานิ ปเนส อญฺญํ กิญฺจิ มยฺหํ ทสฺสตี’’ติ. อถ นํ โพธิสตฺโต ‘‘อยํ ตาว เต, อาวุโส, โภควฑฺฒิ, อิทานิ อตฺถธมฺมวฑฺฒึ สุณาหี’’ติ วตฺวา โอวทนฺโต –
๕. ‘‘คาเม วา ยทิ วารญฺเญ, นินฺเน วา ยทิ วา ถเล;
สพฺพตฺถ อนุสาสามิ, มาสุ กุชฺฌิตฺถ นาวิกา’’ติ. – คาถมาห;
อิติสฺส อิมาย คาถาย อตฺถธมฺมวฑฺฒึ กเถตฺวา ‘‘อยํ เต อตฺถวฑฺฒิ จ ธมฺมวฑฺฒิ จา’’ติ อาห. โส ปน ทนฺธปุริโส ตํ โอวาทํ น กิญฺจิ มญฺญมาโน ‘‘อิทํ, สมณ, ตยา มยฺหํ ทินฺนํ นาวาเวตน’’นฺติ อาห. ‘‘อามาวุโส’’ติ. ‘‘มยฺหํ อิมินา กมฺมํ นตฺถิ, อญฺญํ เม เทหี’’ติ. ‘‘อาวุโส, อิทํ ฐเปตฺวา มยฺหํ อญฺญํ นตฺถี’’ติ. ‘‘อถ ตฺวํ กสฺมา มม นาวํ อารุโฬฺหสี’’ติ ตาปสํ คงฺคาตีเร ปาเตตฺวา อุเร นิสีทิตฺวา มุขเมวสฺส โปเถสิ.
สตฺถา ‘‘อิติ โส, ภิกฺขเว, ตาปโส ยํ โอวาทํ ทตฺวา รญฺโญ สนฺติกา คามวรํ ลภิ, ตเมว โอวาทํ อนฺธพาลสฺส นาวิกสฺส กเถตฺวา มุขโปถนํ ปาปุณิ, ตสฺมา โอวาทํ เทนฺเตน ยุตฺตชนสฺเสว ทาตพฺโพ, น อยุตฺตชนสฺสา’’ติ วตฺวา อภิสมฺพุทฺโธ หุตฺวา ตทนนฺตรํ คาถมาห –
๖. ‘‘ยาเยวานุสาสนิยา, ราชา คามวรํ อทา;
ตาเยวานุสาสนิยา, นาวิโก ปหรี มุข’’นฺติ.
ตสฺส ตํ ปหรนฺตสฺเสว ภริยา ภตฺตํ คเหตฺวา อาคตา ปาปปุริสํ ทิสฺวา ‘‘สามิ, อยํ ตาปโส นาม ราชกุลูปโก, มา ปหรี’’ติ อาห. โส กุชฺฌิตฺวา ‘‘ตฺวํ เม อิมํ กูฏตาปสํ ปหริตุํ น เทสี’’ติ อุฏฺฐาย ตํ ปหริตฺวา ปาเตสิ. อถ ภตฺตปาติ ปติตฺวา ภิชฺชิ, ตสฺสา จ ปน ครุคพฺภาย คพฺโภ ภูมิยํ ปติ. อถ นํ มนุสฺสา สมฺปริวาเรตฺวา ‘‘ปุริสฆาตกโจโร’’ติ คเหตฺวา พนฺธิตฺวา รญฺโญ ทสฺเสสุํ. ราชา วินิจฺฉินิตฺวา ตสฺส ราชาณํ กาเรสิ. สตฺถา อภิสมฺพุทฺโธ หุตฺวา ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต โอสานคาถมาห –
๗. ‘‘ภตฺตํ ภินฺนํ หตา ภริยา, คพฺโภ จ ปติโต ฉมา;
มิโคว ชาตรูเปน, น เตนตฺถํ อพนฺธิ สู’’ติ.
ตตฺถ ภตฺตํ ภินฺนนฺติ ภตฺตปาติ ภินฺนา. หตาติ ปหตา. ฉมาติ ภูมิยํ. มิโคว ชาตรูเปนาติ ยถา มิโค สุวณฺณํ วา หิรญฺญํ วา มุตฺตามณิอาทีนิ วา มทฺทิตฺวา คจฺฉนฺโตปิ อตฺถริตฺวา นิปชฺชนฺโตปิ เตน ชาตรูเปน อตฺตโน อตฺถํ วฑฺเฒตุํ นิพฺพตฺเตตุํ น สกฺโกติ, เอวเมว โส อนฺธพาโล ปณฺฑิเตหิ ทินฺนํ โอวาทํ สุตฺวาปิ อตฺตโน อตฺถํ วฑฺเฒตุํ นิพฺพตฺเตตุํ นาสกฺขีติ วุตฺตํ โหติ. อพนฺธิ สูติ เอตฺถ อพนฺธิ โสติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ส-โออิติ อิเมสํ ปทานญฺหิ สูติ สนฺธิ โหติ.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ, สจฺจปริโยสาเน โส ภิกฺขุ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ. ตทา นาวิโก อิทานิ นาวิโกว อโหสิ, ราชา อานนฺโท, ตาปโส ปน อหเมว อโหสินฺติ.
อวาริยชาตกวณฺณนา ปฐมา.
[๓๗๗] ๒. เสตเกตุชาตกวณฺณนา
มา ตาต กุชฺฌิ น หิ สาธุ โกโธติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต กุหกภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ, ปจฺจุปฺปนฺนวตฺถุ อุทฺทาลชาตเก (ชา. ๑.๑๔.๖๒ อาทโย) อาวิ ภวิสฺสติ.
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต พาราณสิยํ ทิสาปาโมกฺโข อาจริโย หุตฺวา ปญฺจสเต มาณเว มนฺเต วาเจสิ. เตสํ เชฏฺฐโก เสตเกตุ นาม อุทิจฺจพฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺตมาณโว, ตสฺส ชาตึ นิสฺสาย มหนฺโต มาโน อโหสิ. โส เอกทิวสํ อญฺเญหิ มาณเวหิ สทฺธึ นครา นิกฺขมนฺโต นครํ ปวิสนฺตํ เอกํ จณฺฑาลํ ทิสฺวา ‘‘โกสิ ตฺว’’นฺติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘จณฺฑาโลหมสฺมี’’ติ วุตฺเต ตสฺส สรีรํ ปหริตฺวา อาคตวาตสฺส อตฺตโน สรีเร ผุสนภเยน ‘‘นสฺส, จณฺฑาล, กาฬกณฺณี, อโธวาตํ ยาหี’’ติ วตฺวา เวเคน ตสฺส อุปริวาตํ อคมาสิ. จณฺฑาโล สีฆตรํ คนฺตฺวา ตสฺส อุปริวาเต อฏฺฐาสิ. อถ นํ โส ‘‘นสฺส กาฬกณฺณี’’ติ สุฏฺฐุตรํ อกฺโกสิ ปริภาสิ. ตํ สุตฺวา จณฺฑาโล ‘‘ตฺวํ โกสี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘พฺราหฺมณมาณโวหมสฺมี’’ติ. ‘‘พฺราหฺมโณ โหตุ, มยา ปน ปุฏฺฐปญฺหํ กเถตุํ สกฺขิสฺสสี’’ติ. ‘‘อาม, สกฺขิสฺสามี’’ติ. ‘‘สเจ น สกฺโกสิ, ปาทนฺตเรน ตํ คเมมี’’ติ. โส อตฺตานํ ตกฺเกตฺวา ‘‘คเมหี’’ติ อาห.
จณฺฑาลปุตฺโต ตสฺส กถํ ปริสํ คาหาเปตฺวา ‘‘มาณว, ทิสา นาม กตรา’’ติ ปญฺหํ ปุจฺฉิ. ‘‘ทิสา นาม ปุรตฺถิมาทโย จตสฺโส ทิสา’’ติ. จณฺฑาโล ‘‘นาหํ ตํ เอตํ ทิสํ ปุจฺฉามิ, ตฺวํ เอตฺตกมฺปิ อชานนฺโต มม สรีเร ปหฏวาตํ ชิคุจฺฉสี’’ติ ตํ ขนฺธฏฺฐิเก คเหตฺวา โอนเมตฺวา อตฺตโน ปาทนฺตเรน คเมสิ. มาณวา ตํ ปวตฺตึ อาจริยสฺส อาจิกฺขึสุ. ตํ สุตฺวา อาจริโย ‘‘สจฺจํ กิร, ตาต, เสตเกตุ จณฺฑาเลนาสิ ปาทนฺตเรน คมิโต’’ติ? ‘‘อาม, อาจริย, โส มํ จณฺฑาลทาสิปุตฺโต ทิสามตฺตมฺปิ น ชานาสี’’ติ อตฺตโน ปาทนฺตเรน คเมสิ, อิทานิ ทิสฺวา กตฺตพฺพํ อสฺส ชานิสฺสามีติ กุทฺโธ จณฺฑาลปุตฺตํ อกฺโกสิ ปริภาสิ. อถ นํ อาจริโย ‘ตาต, เสตเกตุ มา ตสฺส กุชฺฌิ, ปณฺฑิโต จณฺฑาลทาสิปุตฺโต, น โส ตํ เอตํ ทิสํ ปุจฺฉติ, อญฺญํ ทิสํ ปุจฺฉิ, ตยา ปน ทิฏฺฐสุตวิญฺญาตโต อทิฏฺฐาสุตาวิญฺญาตเมว พหุตร’’นฺติ โอวทนฺโต เทฺว คาถา อภาสิ –
๘. ‘‘มา ตาต กุชฺฌิ น หิ สาธุ โกโธ, พหุมฺปิ เต อทิฏฺฐมสฺสุตญฺจ;
มาตา ปิตา ทิสตา เสตเกตุ, อาจริยมาหุ ทิสตํ ปสตฺถา.
๙. ‘‘อคาริโน อนฺนทปานวตฺถทา, อวฺหายิกา ตมฺปิ ทิสํ วทนฺติ;
เอสา ทิสา ปรมา เสตเกตุ, ยํ ปตฺวา ทุกฺขี สุขิโน ภวนฺตี’’ติ.
ตตฺถ น หิ สาธุ โกโธติ โกโธ นาม อุปฺปชฺชมาโน สุภาสิตทุพฺภาสิตํ อตฺถานตฺถํ หิตาหิตํ ชานิตุํ น เทตีติ น สาธุ น ลทฺธโก. พหุมฺปิ เต อทิฏฺฐนฺติ ตยา จกฺขุนา อทิฏฺฐํ โสเตน จ อสฺสุตเมว พหุตรํ. ทิสตาติ ทิสา. มาตาปิตโร ปุตฺตานํ ปุริมตรํ อุปฺปนฺนตฺตา ปุรตฺถิมทิสา นาม ชาตาติ วทติ. อาจริยมาหุ ทิสตํ ปสตฺถาติ อาจริยา ปน ทกฺขิเณยฺยตฺตา ทิสตํ ปสตฺถา ทกฺขิณา ทิสาติ พุทฺธาทโย อริยา อาหุ กเถนฺติ ทีเปนฺติ.
อคาริโนติ คหฏฺฐา. อนฺนทปานวตฺถทาติ อนฺนทา, ปานทา, วตฺถทา จ. อวฺหายิกาติ ‘‘เอถ เทยฺยธมฺมํ ปฏิคฺคณฺหถา’’ติ ปกฺโกสนกา. ตมฺปิ ทิสํ วทนฺตีติ ตมฺปิ พุทฺธาทโย อริยา เอกํ ทิสํ วทนฺติ. อิมินา จตุปจฺจยทายกา คหฏฺฐา ปจฺจเย อปทิสิตฺวา ธมฺมิกสมณพฺราหฺมเณหิ อุปคนฺตพฺพตฺตา เอกา ทิสา นามาติ ทีเปติ. อปโร นโย – เย เอเต อคาริโน อนฺนปานวตฺถทา, เตสํ ฉกามสคฺคสมฺปตฺติทายกฏฺเฐน อุปรูปริ อวฺหายนโต เย อวฺหายิกา ธมฺมิกสมณพฺราหฺมณา, ตมฺปิ ทิสํ วทนฺติ, พุทฺธาทโย อริยา อุปริมทิสํ นาม วทนฺตีติ ทีเปติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –
‘‘มาตา ปิตา ทิสา ปุพฺพา, อาจริยา ทกฺขิณา ทิสา;
ปุตฺตทารา ทิสา ปจฺฉา, มิตฺตามจฺจา จ อุตฺตรา.
‘‘ทาสกมฺมกรา เหฏฺฐา, อุทฺธํ สมณพฺราหฺมณา;
เอตา ทิสา นมสฺเสยฺย, อลมตฺโต กุเล คิหี’’ติ. (ที. นิ. ๓.๒๗๓);
เอสา ทิสาติ อิทํ ปน นิพฺพานํ สนฺธาย วุตฺตํ. ชาติอาทินา หิ นานปฺปกาเรน ทุกฺเขน ทุกฺขิตา สตฺตา ยํ ปตฺวา นิทฺทุกฺขา สุขิโน ภวนฺติ, เอสา เอว จ สตฺเตหิ อคตปุพฺพา ทิสา นาม. เตเนว จ นิพฺพานํ ‘‘ปรมา’’ติ อาห. วุตฺตมฺปิ เจตํ –
‘‘สมติตฺติกํ อนวเสสกํ, เตลปตฺตํ ยถา ปริหเรยฺย;
เอวํ สจิตฺตมนุรกฺเข, ปตฺถยาโน ทิสํ อคตปุพฺพ’’นฺติ. (ชา. ๑.๑.๙๖);
เอวํ มหาสตฺโต มาณวสฺส ทิสา กเถสิ. โส ปน ‘‘จณฺฑาเลนมฺหิ ปาทนฺตเรน คมิโต’’ติ ตสฺมึ ฐาเน อวสิตฺวา ตกฺกสิลํ คนฺตฺวา ทิสาปาโมกฺขาจริยสฺส สนฺติเก สพฺพสิปฺปานิ อุคฺคณฺหิตฺวา อาจริเยน อนุญฺญาโต ตกฺกสิลโต นิกฺขมิตฺวา สพฺพสมยสิปฺปํ สิกฺขนฺโต วิจริ. โส เอกํ ปจฺจนฺตคามํ ปตฺวา ตํ นิสฺสาย วสนฺเต ปญฺจสเต ตาปเส ทิสฺวา เตสํ สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา ยํ เต ชานนฺติ สิปฺปมนฺตจรณํ, ตํ อุคฺคณฺหิตฺวา คณสตฺถา หุตฺวา เตหิ ปริวาริโต พาราณสึ คนฺตฺวา ปุนทิวเส ภิกฺขํ จรนฺโต ราชงฺคณํ อคมาสิ. ราชา ตาปสานํ อิริยาปเถ ปสีทิตฺวา อนฺโตนิเวสเน โภเชตฺวา เต อตฺตโน อุยฺยาเน วสาเปสิ. โส เอกทิวสํ ตาปเส ปริวิสิตฺวา ‘‘อชฺช สายเนฺห อุยฺยานํ คนฺตฺวา อยฺเย วนฺทิสฺสามี’’ติ อาห.
เสตเกตุ อุยฺยานํ คนฺตฺวา ตาปเส สนฺนิปาเตตฺวา ‘‘มาริสา, อชฺช ราชา อาคมิสฺสติ, ราชาโน จ นาม สกึ อาราเธตฺวา ยาวตายุกํ สุขํ ชีวิตุํ สกฺกา, อชฺช เอกจฺเจ วคฺคุลิวตํ จรถ, เอกจฺเจ กณฺฏกเสยฺยํ กปฺเปถ, เอกจฺเจ ปญฺจาตปํ ตปฺเปถ, เอกจฺเจ อุกฺกุฏิกปฺปธานมนุยุญฺชถ, เอกจฺเจ อุทโกโรหณกมฺมํ กโรถ, เอกจฺเจ มนฺเต สชฺฌายถา’’ติ วิจาเรตฺวา สยํ ปกฺกสาลทฺวาเร อปสฺสยปีฐเก นิสีทิตฺวา ปญฺจวณฺณรงฺคสมุชฺชลวาสนํ เอกํ โปตฺถกํ วิจิตฺรวณฺเณ อาธารเก ฐเปตฺวา สุสิกฺขิเตหิ จตูหิ ปญฺจหิ มาณเวหิ ปุจฺฉิเต ปุจฺฉิเต ปเญฺห กเถสิ. ตสฺมึ ขเณ ราชา อาคนฺตฺวา เต มิจฺฉาตปํ กโรนฺเต ทิสฺวา ตุฏฺโฐ เสตเกตุํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสินฺโน ปุโรหิเตน สทฺธึ สลฺลปนฺโต ตติยํ คาถมาห –
๑๐. ‘‘ขราชินา ชฏิลา ปงฺกทนฺตา, ทุมฺมกฺขรูปา เยเม ชปฺปนฺติ มนฺเต;
กจฺจิ นุ เต มานุสเก ปโยเค, อิทํ วิทู ปริมุตฺตา อปายา’’ติ.
ตตฺถ ขราชินาติ สขุเรหิ อชินจมฺเมหิ สมนฺนาคตา. ปงฺกทนฺตาติ ทนฺตกฏฺฐสฺส อขาทเนน มลคฺคหิตทนฺตา. ทุมฺมกฺขรูปาติ อนญฺชิตามณฺฑิตลูขนิวาสนปารุปนา มาลาคนฺธวิเลปนวชฺชิตา, กิลิฏฺฐรูปาติ วุตฺตํ โหติ. เยเม ชปฺปนฺตีติ เย อิเม มนฺเต สชฺฌายนฺติ. มานุสเก ปโยเคติ มนุสฺเสหิ กตฺตพฺพปโยเค ฐิตา. อิทํ วิทู ปริมุตฺตา อปายาติ อิมสฺมึ ปโยเค ฐตฺวา อิมํ โลกํ วิทิตฺวา ปากฏํ กตฺวา ‘‘กจฺจิ เอเต อิสโย จตูหิ อปาเยหิ มุตฺตา’’ติ ปุจฺฉติ.
ตํ สุตฺวา ปุโรหิโต จตุตฺถํ คาถมาห –
๑๑. ‘‘ปาปานิ กมฺมานิ กริตฺว ราช, พหุสฺสุโต เจ น จเรยฺย ธมฺมํ;
สหสฺสเวโทปิ น ตํ ปฏิจฺจ, ทุกฺขา ปมุญฺเจ จรณํ อปตฺวา’’ติ.
ตตฺถ กริตฺวาติ กตฺวา. จรณนฺติ สห สีเลน อฏฺฐ สมาปตฺติโย. อิทํ วุตฺตํ โหติ. มหาราช, ‘‘อหํ พหุสฺสุโตมฺหี’’ติ สหสฺสเวโทปิ เจ ติวิธํ สุจริตธมฺมํ น จเรยฺย, ปาปาเนว กเรยฺย, โส ตานิ ปาปานิ กมฺมานิ กตฺวา ตํ พาหุสจฺจํ ปฏิจฺจ สีลสมาปตฺติสงฺขาตํ จรณํ อปฺปตฺวา ทุกฺขา น ปมุญฺเจ, อปายทุกฺขโต น มุจฺจเตวาติ.
ตํ สุตฺวา ราชา ตาปเสสุ ปสาทํ หริ. ตโต เสตเกตุ จินฺเตสิ ‘‘อิมสฺส รญฺโญ ตาปเสสุ ปสาโท อุทปาทิ, ตํ ปเนส ปุโรหิโต วาสิยา ปหริตฺวา วิย ฉินฺทิ, มยา เอเตน สทฺธึ กเถตุํ วฏฺฏตี’’ติ. โส เตน สทฺธึ กเถนฺโต ปญฺจมํ คาถมาห –
๑๒. ‘‘สหสฺสเวโทปิ น ตํ ปฏิจฺจ, ทุกฺขา ปมุญฺเจ จรณํ อปตฺวา;
มญฺญามิ เวทา อผลา ภวนฺติ, สสํยมํ จรณเมว สจฺจ’’นฺติ.
ตสฺสตฺโถ – สเจ สหสฺสเวโทปิ ตํ พาหุสจฺจํ ปฏิจฺจ จรณํ อปฺปตฺวา อตฺตานํ ทุกฺขา น ปมุญฺเจ, เอวํ สนฺเต อหํ มญฺญามิ ‘‘ตโย เวทา อผลา โหนฺติ, สสีลํ สมาปตฺติจรณเมว สจฺจํ โหตี’’ติ.
ตํ สุตฺวา ปุโรหิโต ฉฏฺฐํ คาถมาห –
๑๓. ‘‘น เหว เวทา อผลา ภวนฺติ, สสํยมํ จรณเมว สจฺจํ;
กิตฺติญฺหิ ปปฺโปติ อธิจฺจ เวเท, สนฺตึ ปุเณติ จรเณน ทนฺโต’’ติ.
ตสฺสตฺโถ – ตโย เวทา อผลา น ภวนฺติ, สสํยมํ จรณเมว สจฺจํ เสยฺยํ อุตฺตมํ ปวรํ น เหว โหติ. กึการณา? กิตฺติญฺหิ ปปฺโปติ อธิจฺจ เวเทติ ตโย เวเท อธิจฺจ ทิฏฺฐธมฺเม กิตฺติมตฺตํ ยสมตฺตํ ลาภมตฺตํ ลภติ, อิโต ปรํ อญฺญํ นตฺถิ, ตสฺมา น เต อผลา. สนฺตึ ปุเณติ จรเณน ทนฺโตติ สีเล ปติฏฺฐาย สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตตฺวา สมาปตฺติปทฏฺฐานํ วิปสฺสนํ วฑฺเฒนฺโต อจฺจนฺตํ สนฺตํ นิพฺพานํ นาม ตํ เอติ ปาปุณาติ.
อิติ ปุโรหิโต เสตเกตุโน วาทํ ภินฺทิตฺวา เต สพฺเพ คิหี กาเรตฺวา ผลกาวุธานิ คาหาเปตฺวา มหนฺตตรเก กตฺวา รญฺโญ อุปฏฺฐาเก กาเรสิ. อยํ กิร มหนฺตตรกานํ วํโส.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา เสตเกตุ กุหกภิกฺขุ อโหสิ, จณฺฑาโล สาริปุตฺโต, ราชา อานนฺโท, ปุโรหิโต ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.
เสตเกตุชาตกวณฺณนา ทุติยา.
[๓๗๘] ๓. ทรีมุขชาตกวณฺณนา
ปงฺโก จ กามาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต มหาภินิกฺขมนํ อารพฺภ กเถสิ. ปจฺจุปฺปนฺนวตฺถุ เหฏฺฐา กถิตเมว.
อตีเต ราชคหนคเร มคธราชา นาม รชฺชํ กาเรสิ. ตทา โพธิสตฺโต ตสฺส อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิมฺหิ นิพฺพตฺติ, พฺรหฺมทตฺตกุมาโรติสฺส นามํ อกํสุ. ตสฺส ชาตทิวเสเยว ปุโรหิตสฺสปิ ปุตฺโต ชายิ, ตสฺส มุขํ อติวิย โสภติ, เตนสฺส ทรีมุโขติ นามํ อกํสุ. เต อุโภปิ ราชกุเลเยว สํวฑฺฒา อญฺญมญฺญํ ปิยสหายา หุตฺวา โสฬสวสฺสกาเล ตกฺกสิลํ คนฺตฺวา สพฺพสิปฺปานิ อุคฺคณฺหิตฺวา ‘‘สพฺพสมยสิปฺปญฺจ สิกฺขิสฺสาม, เทสจาริตฺตญฺจ ชานิสฺสามา’’ติ คามนิคมาทีสุ จรนฺตา พาราณสึ ปตฺวา เทวกุเล วสิตฺวา ปุนทิวเส พาราณสึ ภิกฺขาย ปวิสึสุ. ตตฺถ เอกสฺมึ กุเล ‘‘พฺราหฺมเณ โภเชตฺวา วาจนกํ ทสฺสามา’’ติ ปายาสํ ปจิตฺวา อาสนานิ ปญฺญตฺตานิ โหนฺติ. มนุสฺสา เต อุโภปิ ภิกฺขาย จรนฺเต ทิสฺวา ‘‘พฺราหฺมณา อาคตา’’ติ เคหํ ปเวเสตฺวา มหาสตฺตสฺส อาสเน สุทฺธวตฺถํ ปญฺญาเปสุํ, ทรีมุขสฺส อาสเน รตฺตกมฺพลํ. ทรีมุโข ตํ นิมิตฺตํ ทิสฺวา ‘‘อชฺช มยฺหํ สหาโย พาราณสิราชา ภวิสฺสติ, อหํ เสนาปตี’’ติ อญฺญาสิ. เต ตตฺถ ภุญฺชิตฺวา วาจนกํ คเหตฺวา มงฺคลํ วตฺวา นิกฺขมฺม ตํ ราชุยฺยานํ อคมํสุ. ตตฺถ มหาสตฺโต มงฺคลสิลาปฏฺเฏ นิปชฺชิ, ทรีมุโข ปนสฺส ปาเท ปริมชฺชนฺโต นิสีทิ.
ตทา พาราณสิรญฺโญ มตสฺส สตฺตโม ทิวโส โหติ. ปุโรหิโต รญฺโญ สรีรกิจฺจํ กตฺวา อปุตฺตเก รชฺเช สตฺตเม ทิวเส ผุสฺสรถํ วิสฺสชฺเชสิ. ผุสฺสรถวิสฺสชฺชนกิจฺจํ มหาชนกชาตเก (ชา. ๒.๒๒.๑๒๓ อาทโย) อาวิ ภวิสฺสติ. ผุสฺสรโถ นครา นิกฺขมิตฺวา จตุรงฺคินิยา เสนาย ปริวุโต อเนกสเตหิ ตูริเยหิ วชฺชมาเนหิ อุยฺยานทฺวารํ ปาปุณิ. ทรีมุโข ตูริยสทฺทํ สุตฺวา ‘‘สหายสฺส เม ผุสฺสรโถ อาคจฺฉติ, อชฺเชเวส ราชา หุตฺวา มยฺหํ เสนาปติฏฺฐานํ ทสฺสติ, โก เม ฆราวาเสนตฺโถ, นิกฺขมิตฺวา ปพฺพชิสฺสามี’’ติ โพธิสตฺตํ อนามนฺเตตฺวาว เอกมนฺตํ คนฺตฺวา ปฏิจฺฉนฺเน อฏฺฐาสิ. ปุโรหิโต อุยฺยานทฺวาเร รถํ ฐเปตฺวา อุยฺยานํ ปวิฏฺโฐ โพธิสตฺตํ มงฺคลสิลาปฏฺเฏ นิปนฺนํ ทิสฺวา ปาเทสุ ลกฺขณานิ โอโลเกตฺวา ‘‘อยํ ปุญฺญวา สตฺโต ทฺวิสหสฺสทีปปริวารานํ จตุนฺนมฺปิ มหาทีปานํ รชฺชํ กาเรตุํ สมตฺโถ, ธิติ ปนสฺส กีทิสา’’ติ สพฺพตูริยานิ ปคฺคณฺหาเปสิ. โพธิสตฺโต ปพุชฺฌิตฺวา มุขโต สาฏกํ อปเนตฺวา มหาชนํ โอโลเกตฺวา ปุน สาฏเกน มุขํ ปฏิจฺฉาเทตฺวา โถกํ นิปชฺชิตฺวา ปสฺสทฺธทรโถ อุฏฺฐาย สิลาปฏฺเฏ ปลฺลงฺเกน นิสีทิ. ปุโรหิโต ชาณุเกน ปติฏฺฐาย ‘‘เทว, รชฺชํ ตุมฺหากํ ปาปุณาตี’’ติ อาห. ‘‘อปุตฺตกํ ภเณ รชฺช’’นฺติ. ‘‘อาม, เทวา’’ติ. ‘‘เตน หิ สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิ. เต ตสฺส อุยฺยาเนเยว อภิเสกํ อกํสุ. โส ยสมหนฺตตาย ทรีมุขํ อสริตฺวาว รถํ อภิรุยฺห มหาชนปริวุโต นครํ ปวิสิตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ราชทฺวาเร ฐิโตว อมจฺจานํ ฐานนฺตรานิ วิจาเรตฺวา ปาสาทํ อภิรุหิ.
ตสฺมึ ขเณ ทรีมุโข ‘‘สุญฺญํ ทานิ อุยฺยาน’’นฺติ อาคนฺตฺวา มงฺคลสิลาย นิสีทิ, อถสฺส ปุรโต ปณฺฑุปลาสํ ปติ. โส ตสฺมึเยว ปณฺฑุปลาเส ขยวยํ ปฏฺฐเปตฺวา ติลกฺขณํ สมฺมสิตฺวา ปถวึ อุนฺนาเทนฺโต ปจฺเจกโพธึ นิพฺพตฺเตสิ. ตสฺส ตงฺขณญฺเญว คิหิลิงฺคํ อนฺตรธายิ, อิทฺธิมยปตฺตจีวรํ อากาสโต โอตริตฺวา สรีเร ปฏิมุญฺจิ. ตาวเทว อฏฺฐปริกฺขารธโร อิริยาปถสมฺปนฺโน วสฺสสฏฺฐิกตฺเถโร วิย หุตฺวา อิทฺธิยา อากาเส อุปฺปติตฺวา หิมวนฺตปเทเส นนฺทมูลกปพฺภารํ อคมาสิ. โพธิสตฺโตปิ ธมฺเมน รชฺชํ กาเรสิ, ยสมหนฺตตาย ปน ยเสน ปมตฺโต หุตฺวา จตฺตาลีส วสฺสานิ ทรีมุขํ น สริ, จตฺตาลีเส ปน สํวจฺฉเร อตีเต ตํ สริตฺวา ‘‘มยฺหํ สหาโย ทรีมุโข นาม อตฺถิ, กหํ นุ โข โส’’ติ ตํ ทฏฺฐุกาโม อโหสิ. โส ตโต ปฏฺฐาย อนฺเตปุเรปิ ปริสมชฺเฌปิ ‘‘กหํ นุ โข มยฺหํ สหาโย ทรีมุโข, โย เม ตสฺส วสนฏฺฐานํ กเถติ, มหนฺตมสฺส ยสํ ทสฺสามี’’ติ วทติ. เอวํ ตสฺส ปุนปฺปุนํ ตํ สรนฺตสฺเสว อญฺญานิ ทส สํวจฺฉรานิ อติกฺกนฺตานิ.
ทรีมุขปจฺเจกพุทฺโธปิ ปญฺญาสวสฺสจฺจเยน อาวชฺเชนฺโต ‘‘มํ โข สหาโย สรตี’’ติ ญตฺวา ‘‘อิทานิ โส มหลฺลโก ปุตฺตธีตาทีหิ วุทฺธิปฺปตฺโต, คนฺตฺวา ธมฺมํ กเถตฺวา ปพฺพาเชสฺสามิ น’’นฺติ อิทฺธิยา อากาเสน อาคนฺตฺวา อุยฺยาเน โอตริตฺวา สุวณฺณปฏิมา วิย สิลาปฏฺเฏ นิสีทิ. อุยฺยานปาโล ตํ ทิสฺวา อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘ภนฺเต, กุโต ตุเมฺห เอถา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘นนฺทมูลกปพฺภารโต’’ติ. ‘‘เก นาม ตุเมฺห’’ติ? ‘‘ทรีมุขปจฺเจกพุทฺโธ นามาหํ, อาวุโส’’ติ. ‘‘ภนฺเต, อมฺหากํ ราชานํ ชานาถา’’ติ? ‘‘อาม ชานามิ, คิหิกาเล โน สหาโย’’ติ. ‘‘ภนฺเต, ราชา ตุเมฺห ทฏฺฐุกาโม, กเถสฺสามิ ตสฺส ตุมฺหากํ อาคตภาว’’นฺติ. ‘‘คจฺฉ กเถหี’’ติ. โส ‘‘สาธู’’ติ วตฺวา ตุริตตุริโตว คนฺตฺวา ตสฺส สิลาปฏฺเฏ นิสินฺนภาวํ รญฺโญ กเถสิ. ราชา ‘‘อาคโต กิร เม สหาโย, ปสฺสิสฺสามิ น’’นฺติ รถํ อารุยฺห มหนฺเตน ปริวาเรน อุยฺยานํ คนฺตฺวา ปจฺเจกพุทฺธํ วนฺทิตฺวา ปฏิสนฺถารํ กตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. อถ นํ ปจฺเจกพุทฺโธ ‘‘กึ, พฺรหฺมทตฺต, ธมฺเมน รชฺชํ กาเรสิ, อคติคมนํ น คจฺฉสิ, ธนตฺถาย โลกํ น ปีเฬสิ, ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กโรสี’’ติอาทีนิ วทนฺโต ปฏิสนฺถารํ กตฺวา ‘‘พฺรหฺมทตฺต, มหลฺลโกสิ, เอตรหิ กาเม ปหาย ปพฺพชิตุํ เต สมโย’’ติ วตฺวา ตสฺส ธมฺมํ เทเสนฺโต ปฐมํ คาถมาห –
๑๔. ‘‘ปงฺโก จ กามา ปลิโป จ กามา, ภยญฺจ เมตํ ติมูลํ ปวุตฺตํ;
รโช จ ธูโม จ มยา ปกาสิตา, หิตฺวา ตุวํ ปพฺพช พฺรหฺมทตฺตา’’ติ.
ตตฺถ ปงฺโกติ อุทเก ชาตานิ ติณเสวาลกุมุทคจฺฉาทีนิ อธิปฺเปตานิ. ยถา หิ อุทกํ ตรนฺตํ ตานิ ลคฺคาเปนฺติ สชฺชาเปนฺติ, ตถา สํสารสาครํ ตรนฺตสฺส โยคาวจรสฺส ปญฺจ กามคุณา สพฺเพ วา ปน วตฺถุกามกิเลสกามา ลคฺคาปนวเสน ปงฺโก นาม. อิมสฺมิญฺหิ ปงฺเก อาสตฺตา วิสตฺตา เทวาปิ มนุสฺสาปิ ติรจฺฉานาปิ กิลมนฺติ โรทนฺติ ปริเทวนฺติ. ปลิโป จ กามาติ ปลิโป วุจฺจติ มหากทฺทโม, ยมฺหิ ลคฺคา สูกรมิคาทโยปิ สีหาปิ วารณาปิ อตฺตานํ อุทฺธริตฺวา คนฺตุํ น สกฺโกนฺติ, วตฺถุกามกิเลสกามาปิ ตํสริกฺขตาย ‘‘ปลิปา’’ติ วุตฺตา. ปญฺญวนฺโตปิ หิ สตฺตา เตสุ กาเมสุ สกึ ลคฺคกาลโต ปฏฺฐาย เต กาเม ปทาเลตฺวา สีฆํ อุฏฺฐาย อกิญฺจนํ อปลิโพธํ รมณียํ ปพฺพชฺชํ อุปคนฺตุํ น สกฺโกนฺติ. ภยญฺจ เมตนฺติ ภยญฺจ เอตํ, ม-กาโร พฺยญฺชนสนฺธิวเสน วุตฺโต. ติมูลนฺติ ตีหิ มูเลหิ ปติฏฺฐิตํ วิย อจลํ. พลวภยสฺเสตํ นามํ. ปวุตฺตนฺติ มหาราช, เอเต กามา นาม ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกสฺส อตฺตานุวาทภยาทิกสฺส เจว ทฺวตฺตึสกมฺมกรณฉนวุติโรควสปฺปวตฺตสฺส จ ภยสฺส ปจฺจยฏฺเฐน พลวภยนฺติ พุทฺธปจฺเจกพุทฺธพุทฺธสาวเกหิ เจว สพฺพญฺญุโพธิสตฺเตหิ จ ปวุตฺตํ กถิตํ, ทีปิตนฺติ อตฺโถ. อถ วา ภยญฺจ เมตนฺติ ภยญฺจ มยา เอตํ ติมูลํ ปวุตฺตนฺติ เอวญฺเจตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพเยว.
รโช จ ธูโม จาติ รชธูมสทิสตฺตา ‘‘รโช’’ติ จ ‘‘ธูโม’’ติ จ มยา ปกาสิตา. ยถา หิ สุนฺหาตสฺส สุวิลิตฺตาลงฺกตสฺส ปุริสสฺส สรีเร สุขุมรชํ ปติตํ, ตํ สรีรํ ทุพฺพณฺณํ โสภารหิตํ กิลิฏฺฐํ กโรติ, เอวเมว อิทฺธิพเลน อากาเสน อาคนฺตฺวา จนฺโท วิย จ สูริโย วิย จ โลเก ปญฺญาตาปิ สกึ กามรชสฺส อนฺโต ปติตกาลโต ปฏฺฐาย คุณวณฺณคุณโสภาคุณสุทฺธีนํ อุปหตตฺตา ทุพฺพณฺณา โสภารหิตา กิลิฏฺฐาเยว โหนฺติ. ยถา จ ธูเมน ปหฏกาลโต ปฏฺฐาย สุปริสุทฺธาปิ ภิตฺติ กาฬวณฺณา โหติ, เอวํ อติปริสุทฺธญฺญาณาปิ กามธูเมน ปหฏกาลโต ปฏฺฐาย คุณวินาสปฺปตฺติยา มหาชนมชฺเฌ กาฬกาว หุตฺวา ปญฺญายนฺติ. อิติ รชธูมสริกฺขตาย เอเต กามา ‘‘รโช จ ธูโม จา’’ติ มยา ตุยฺหํ ปกาสิตา, ตสฺมา อิเม กาเม หิตฺวา ตุวํ ปพฺพช พฺรหฺมทตฺตาติ ราชานํ ปพฺพชฺชาย อุสฺสาหํ ชเนติ.
ตํ สุตฺวา ราชา กิเลเสหิ อตฺตโน พทฺธภาวํ กเถนฺโต ทุติยํ คาถมาห –
๑๕. ‘‘คธิโต จ รตฺโต จ อธิมุจฺฉิโต จ, กาเมสฺวหํ พฺราหฺมณ ภึสรูปํ;
ตํ นุสฺสเห ชีวิกตฺโถ ปหาตุํ, กาหามิ ปุญฺญานิ อนปฺปกานี’’ติ.
ตตฺถ คธิโตติ อภิชฺฌากายคนฺเถน พทฺโธ. รตฺโตติ ปกติชหาปเนน ราเคน รตฺโต. อธิมุจฺฉิโตติ อติวิย มุจฺฉิโต. กาเมสฺวหนฺติ ทุวิเธสุปิ กาเมสุ อหํ. พฺราหฺมณาติ ทรีมุขปจฺเจกพุทฺธํ อาลปติ. ภึสรูปนฺติ พลวรูปํ. ตํ นุสฺสเหติ ตํ ทุวิธมฺปิ กามํ น อุสฺสหามิ น สกฺโกมิ. ชีวิกตฺโถ ปหาตุนฺติ อิมาย ชีวิกาย อตฺถิโก อหํ ตํ กามํ ปหาตุํ น สกฺโกมีติ วทติ. กาหามิ ปุญฺญานีติ อิทานิ ทานสีลอุโปสถกมฺมสงฺขาตานิ ปุญฺญานิ อนปฺปกานิ พหูนิ กริสฺสามีติ.
เอวํ กิเลสกาโม นาเมส สกึ อลฺลีนกาลโต ปฏฺฐาย อปเนตุํ น สกฺโกติ, เยน สํกิลิฏฺฐจิตฺโต มหาปุริโส ปจฺเจกพุทฺเธน ปพฺพชฺชาย คุเณ กถิเตปิ ‘‘ปพฺพชิตุํ น สกฺโกมี’’ติ อาห. โยยํ ทีปงฺกรปาทมูเล อตฺตนิ สมฺภเวน ญาเณน พุทฺธกรธมฺเม วิจินนฺโต ตติยํ เนกฺขมฺมปารมึ ทิสฺวา –
‘‘อิมํ ตฺวํ ตติยํ ตาว, ทฬฺหํ กตฺวา สมาทิย;
เนกฺขมฺมปารมิตํ คจฺฉ, ยทิ โพธึ ปตฺตุมิจฺฉสิ.
‘‘ยถา อนฺทุฆเร ปุริโส, จิรวุตฺโถ ทุขฏฺฏิโต;
น ตตฺถ ราคํ ชเนติ, มุตฺตึเยว คเวสติ.
‘‘ตเถว ตฺวํ สพฺพภเว, ปสฺส อนฺทุฆเร วิย;
เนกฺขมฺมาภิมุโข หุตฺวา, สมฺโพธึ ปาปุณิสฺสสี’’ติ. –
เอวํ เนกฺขมฺเม คุณํ ปริกิตฺเตสิ, โส ปจฺเจกพุทฺเธน ปพฺพชฺชาย วณฺณํ วตฺวา ‘‘กิเลเส ฉฑฺเฑตฺวา สมโณ โหหี’’ติ วุจฺจมาโนปิ ‘‘นาหํ กิเลเส ฉฑฺเฑตฺวา สมโณ ภวิตุํ สกฺโกมี’’ติ วทติ.
อิมสฺมึ กิร โลเก อฏฺฐ อุมฺมตฺตกา นาม. เตนาหุ โปราณา ‘‘อฏฺฐ ปุคฺคลา อุมฺมตฺตกสญฺญํ ปฏิลภนฺติ, กามุมฺมตฺตโก โลภวสํ คโต, โกธุมฺมตฺตโก โทสวสํ คโต, ทิฏฺฐุมฺมตฺตโก วิปลฺลาสวสํ คโต, โมหุมฺมตฺตโก อญฺญาณวสํ คโต, ยกฺขุมฺมตฺตโก ยกฺขวสํ คโต, ปิตฺตุมฺมตฺตโก ปิตฺตวสํ คโต, สุรุมฺมตฺตโก ปานวสํ คโต, พฺยสนุมฺมตฺตโก โสกวสํ คโต’’ติ. อิเมสุ อฏฺฐสุ อุมฺมตฺตเกสุ มหาสตฺโต อิมสฺมึ ชาตเก กามุมฺมตฺตโก หุตฺวา โลภวสํ คโต ปพฺพชฺชาย คุณํ น อญฺญาสิ.
เอวํ อนตฺถการกํ ปน อิมํ คุณปริธํสกํ โลภชาตํ กสฺมา สตฺตา ปริมุญฺจิตุํ น สกฺโกนฺตีติ? อนมตคฺเค สํสาเร อเนกานิ กปฺปโกฏิสตสหสฺสานิ เอกโต พนฺธิตภาเวน. เอวํ สนฺเตปิ ตํ ปณฺฑิตา ‘‘อปฺปสฺสาทา กามา’’ติอาทีนํ อเนเกสํ ปจฺจเวกฺขณานํ วเสน ปชหนฺติ. เตเนว ทรีมุขปจฺเจกพุทฺโธ มหาสตฺเตน ‘‘ปพฺพชิตุํ น สกฺโกมี’’ติ วุตฺเตปิ ธุรนิกฺเขปํ อกตฺวา อุตฺตริมฺปิ โอวทนฺโต เทฺว คาถา อาห.
๑๖. ‘‘โย อตฺถกามสฺส หิตานุกมฺปิโน, โอวชฺชมาโน น กโรติ สาสนํ;
อิทเมว เสยฺโย อิติ มญฺญมาโน, ปุนปฺปุนํ คพฺภมุเปติ มนฺโท.
๑๗. ‘‘โส โฆรรูปํ นิรยํ อุเปติ, สุภาสุภํ มุตฺตกรีสปูรํ;
สตฺตา สกาเย น ชหนฺติ คิทฺธา, เย โหนฺติ กาเมสุ อวีตราคา’’ติ.
ตตฺถ อตฺถกามสฺสาติ วุฑฺฒิกามสฺส. หิตานุกมฺปิโนติ หิเตน มุทุจิตฺเตน อนุกมฺปนฺตสฺส. โอวชฺชมาโนติ โอวทิยมาโน. อิทเมว เสยฺโยติ ยํ อตฺตนา คหิตํ อเสยฺยํ อนุตฺตมมฺปิ สมานํ, ตํ อิทเมว เสยฺโย อิติ มญฺญมาโน. มนฺโทติ โส อญฺญาณปุคฺคโล มาตุกุจฺฉิยํ วาสํ นาติกฺกมติ, ปุนปฺปุนํ คพฺภํ อุเปติเยวาติ อตฺโถ.
โส โฆรรูปนฺติ มหาราช, โส มนฺโท ตํ มาตุกุจฺฉึ อุเปนฺโต โฆรรูปํ ทารุณชาติกํ นิรยํ อุเปติ นาม. มาตุกุจฺฉิ หิ นิรสฺสาทฏฺเฐน อิธ ‘‘นิรโย’’ติ วุตฺโต, ‘‘จตุกุฏฺฏิกนิรโย’’ติ วุจฺจติ. ‘‘จตุกุฏฺฏิกนิรโย นาม กตโร’’ติ วุตฺเต มาตุกุจฺฉิเมว วตฺตุํ วฏฺฏติ. อวีจิมหานิรเย นิพฺพตฺตสตฺตสฺส หิ อปราปรํ อาธาวนปริธาวนํ โหติเยว, ตสฺมา ตํ ‘‘จตุกุฏฺฏิกนิรโย’’ติ วตฺตุํ น ลพฺภติ, มาตุกุจฺฉิยํ ปน นว วา ทส วา มาเส จตูหิปิ ปสฺเสหิ อิโต จิโต จ ธาวิตุํ นาม น สกฺกา, อติสมฺพาเธ โอกาเส จตุโกเฏน จตุสงฺกุฏิเตเนว หุตฺวา อจฺฉิตพฺพํ, ตสฺมา เอส ‘‘จตุกุฏฺฏิกนิรโย’’ติ วุจฺจติ.
สุภาสุภนฺติ สุภานํ อสุภํ. สุภานญฺหิ สํสารภีรุกานํ โยคาวจรกุลปุตฺตานํ มาตุกุจฺฉิ เอกนฺตํ อสุภสมฺมโต. เตน วุตฺตํ –
‘‘อชญฺญํ ชญฺญสงฺขาตํ, อสุจึ สุจิสมฺมตํ;
นานากุณปปริปูรํ, ชญฺญรูปํ อปสฺสโต.
‘‘ธิรตฺถุมํ อาตุรํ ปูติกายํ, เชคุจฺฉิยํ อสฺสุจึ พฺยาธิธมฺมํ;
ยตฺถปฺปมตฺตา อธิมุจฺฉิตา ปชา, หาเปนฺติ มคฺคํ สุคตูปปตฺติยา’’ติ. (ชา. ๑.๓.๑๒๘-๑๒๙);
สตฺตาติ อาสตฺตา วิสตฺตา ลคฺคา ลคฺคิตา สกาเย น ชหนฺตีติ ตํ มาตุกุจฺฉึ น ปริจฺจชนฺติ. คิทฺธาติ คธิตา. เย โหนฺตีติ เย กาเมสุ อวีตราคา โหนฺติ, เต เอตํ คพฺภวาสํ น ชหนฺตีติ.
เอวํ ทรีมุขปจฺเจกพุทฺโธ คพฺภโอกฺกนฺติมูลกญฺจ, ปริหารมูลกญฺจ ทุกฺขํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ คพฺภวุฏฺฐานมูลกํ ทสฺเสตุํ ทิยฑฺฒคาถมาห.
๑๘. ‘‘มีเฬฺหน ลิตฺตา รุหิเรน มกฺขิตา, เสเมฺหน ลิตฺตา อุปนิกฺขมนฺติ;
ยํ ยญฺหิ กาเยน ผุสนฺติ ตาวเท, สพฺพํ อสาตํ ทุขเมว เกวลํ.
๑๙. ‘‘ทิสฺวา วทามิ น หิ อญฺญโต สวํ, ปุพฺเพนิวาสํ พหุกํ สรามี’’ติ.
ตตฺถ มีเฬฺหน ลิตฺตาติ มหาราช, อิเม สตฺตา มาตุกุจฺฉิโต นิกฺขมนฺตา น จตุชฺชาติคนฺเธหิ วิลิมฺปิตฺวา สุรภิมาลํ ปิฬนฺธิตฺวา นิกฺขมนฺติ, ปุราณคูเถน ปน มกฺขิตา ปลิพุทฺธา หุตฺวา นิกฺขมนฺติ. รุหิเรน มกฺขิตาติ รตฺตโลหิตจนฺทนานุลิตฺตาปิ จ หุตฺวา น นิกฺขมนฺติ, รตฺตโลหิตมกฺขิตา ปน หุตฺวา นิกฺขมนฺติ. เสเมฺหน ลิตฺตาติ น จาปิ เสตจนฺทนวิลิตฺตา นิกฺขมนฺติ, พหลปิจฺฉิลเสมฺหลิตฺตา ปน หุตฺวา นิกฺขมนฺติ. อิตฺถีนญฺหิ คพฺภวุฏฺฐานกาเล เอตา อสุจิโย นิกฺขมนฺติ. ตาวเทติ ตสฺมึ สมเย. อิทํ วุตฺตํ โหติ – มหาราช, อิเม สตฺตา ตสฺมึ มาตุกุจฺฉิโต นิกฺขมนสมเย เอวํ มีฬฺหาทิลิตฺตา นิกฺขมนฺตา ยํ ยํ นิกฺขมนมคฺคปเทสํ วา หตฺถํ วา ปาทํ วา ผุสนฺติ, ตํ สพฺพํ อสาตํ อมธุรํ เกวลํ อสมฺมิสฺสํ ทุกฺขเมว ผุสนฺติ, สุขํ นาม เตสํ ตสฺมึ สมเย นตฺถีติ.
ทิสฺวา วทามิ น หิ อญฺญโต สวนฺติ มหาราช, อหํ อิมํ เอตฺตกํ วทนฺโต น อญฺญโต สวํ, อญฺญสฺส สมณสฺส วา พฺราหฺมณสฺส วา ตํ สุตฺวา น วทามิ, อตฺตโน ปน ปจฺเจกโพธิญาเณน ทิสฺวา ปฏิวิชฺฌิตฺวา ปจฺจกฺขํ กตฺวา วทามีติ อตฺโถ. ปุพฺเพนิวาสํ พหุกนฺติ อิทํ อตฺตโน อานุภาวํ ทสฺเสนฺโต อาห. อิทํ วุตฺตํ โหติ – มหาราช, อหญฺหิ ปุพฺเพ นิวุตฺถกฺขนฺธปฏิปาฏิสงฺขาตํ ปุพฺเพนิวาสํ พหุกํ สรามิ, สตสหสฺสกปฺปาธิกานิ เทฺว อสงฺเขฺยยฺยานิ สรามีติ.
อิทานิ สตฺถา อภิสมฺพุทฺโธ หุตฺวา ‘‘เอวํ โส ปจฺเจกพุทฺโธ ราชานํ สุภาสิตกถาย สงฺคณฺหี’’ติ วตฺวา โอสาเน อุปฑฺฒคาถมาห –
‘‘จิตฺราหิ คาถาหิ สุภาสิตาหิ, ทรีมุโข นิชฺฌาปยิ สุเมธ’’นฺติ.
ตตฺถ จิตฺราหีติ อเนกตฺถสนฺนิสฺสิตาหิ. สุภาสิตาหีติ สุกถิตาหิ. ทรีมุโข นิชฺฌาปยิ สุเมธนฺติ ภิกฺขเว, โส ทรีมุขปจฺเจกพุทฺโธ ตํ สุเมธํ สุนฺทรปญฺญํ การณาการณชานนสมตฺถํ ราชานํ นิชฺฌาเปสิ สญฺญาเปสิ, อตฺตโน วจนํ คณฺหาเปสีติ อตฺโถ.
เอวํ ปจฺเจกพุทฺโธ กาเมสุ โทสํ ทสฺเสตฺวา อตฺตโน วจนํ คาหาเปตฺวา ‘‘มหาราช, อิทานิ ปพฺพช วา มา วา, มยา ปน ตุยฺหํ กาเมสุ อาทีนโว ปพฺพชฺชาย จ อานิสํโส กถิโต, ตฺวํ อปฺปมตฺโต โหหี’’ติ วตฺวา สุวณฺณราชหํโส วิย อากาเส อุปฺปติตฺวา วลาหกคพฺภํ มทฺทนฺโต นนฺทมูลกปพฺภารเมว คโต. มหาสตฺโต ทสนขสโมธานสมุชฺชลํ อญฺชลึ สิรสฺมึ ฐเปตฺวา นมสฺสมาโน ตสฺมึ ทสฺสนวิสเย อตีเต เชฏฺฐปุตฺตํ ปกฺโกสาเปตฺวา รชฺชํ ปฏิจฺฉาเปตฺวา มหาชนสฺส โรทนฺตสฺส ปริเทวนฺตสฺส กาเม ปหาย หิมวนฺตํ ปวิสิตฺวา ปณฺณสาลํ มาเปตฺวา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา น จิรสฺเสว อภิญฺญา จ สมาปตฺติโย จ นิพฺพตฺเตตฺวา อายุปริโยสาเน พฺรหฺมโลกูปโค อโหสิ.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ, สจฺจปริโยสาเน พหู โสตาปนฺนาทโย อเหสุํ. ตทา ราชา อหเมว อโหสินฺติ.
ทรีมุขชาตกวณฺณนา ตติยา.
[๓๗๙] ๔. เนรุชาตกวณฺณนา
กาโกลา กากสงฺฆา จาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อญฺญตรํ ภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ. โส กิร สตฺถุ สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา เอกํ ปจฺจนฺตคามํ อคมาสิ. มนุสฺสา ตสฺส อิริยาปเถ ปสีทิตฺวา ตํ โภเชตฺวา ปฏิญฺญํ คเหตฺวา อรญฺเญ ปณฺณสาลํ กตฺวา ตตฺถ วสาเปสุํ, อติวิย จสฺส สกฺการํ กรึสุ. อเถเก สสฺสตวาทา อาคมํสุ. เต เตสํ วจนํ สุตฺวา เถรสฺส วาทํ วิสฺสชฺเชตฺวา สสฺสตวาทํ คเหตฺวา เตสญฺเญว สกฺการํ กรึสุ. ตโต อุจฺเฉทวาทา อาคมํสุ เต สสฺสตวาทํ วิสฺสชฺเชตฺวา อุจฺเฉทวาทเมว คณฺหึสุ. อถญฺเญ อเจลกา อาคมึสุ. เต อุจฺเฉทวาทํ วิสฺสชฺเชตฺวา อเจลกวาทํ คณฺหึสุ. โส เตสํ คุณาคุณํ อชานนฺตานํ มนุสฺสานํ สนฺติเก ทุกฺเขน วสิตฺวา วุตฺถวสฺโส ปวาเรตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา กตปฏิสนฺถาโร ‘‘กหํ วสฺสํวุตฺโถสี’’ติ วุตฺเต ‘‘ปจฺจนฺตํ นิสฺสาย, ภนฺเต’’ติ วตฺวา ‘‘สุขํ วุตฺโถสี’’ติ ปุฏฺโฐ ‘‘ภนฺเต, คุณาคุณํ อชานนฺตานํ สนฺติเก ทุกฺขํ วุตฺโถสฺมี’’ติ อาห. สตฺถา ‘‘ภิกฺขุ โปราณกปณฺฑิตา ติรจฺฉานโยนิยํ นิพฺพตฺตาปิ คุณาคุณํ อชานนฺเตหิ สทฺธึ เอกทิวสมฺปิ น วสึสุ, ตฺวํ อตฺตโน คุณาคุณํ อชานนฏฺฐาเน กสฺมา วสี’’ติ วตฺวา เตน ยาจิโต อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต สุวณฺณหํสโยนิยํ นิพฺพตฺติ, กนิฏฺฐภาตาปิสฺส อตฺถิ. เต จิตฺตกูฏปพฺพเต วสนฺตา หิมวนฺตปเทเส สยํชาตสาลึ ขาทนฺติ. เต เอกทิวสํ ตตฺถ จริตฺวา จิตฺตกูฏํ อาคจฺฉนฺตา อนฺตรามคฺเค เอกํ เนรุํ นาม กญฺจนปพฺพตํ ทิสฺวา ตสฺส มตฺถเก นิสีทึสุ. ตํ ปน ปพฺพตํ นิสฺสาย วสนฺตา สกุณสงฺฆา จตุปฺปทา จ โคจรภูมิยํ นานาวณฺณา โหนฺติ, ปพฺพตํ ปวิฏฺฐกาลโต ปฏฺฐาย เต สพฺเพ ตสฺโสภาเสน สุวณฺณวณฺณา โหนฺติ. ตํ ทิสฺวา โพธิสตฺตสฺส กนิฏฺโฐ ตํ การณํ อชานิตฺวา ‘‘กึ นุ โข เอตฺถ การณ’’นฺติ ภาตรา สทฺธึ สลฺลปนฺโต เทฺว คาถา อภาสิ –
๒๐. ‘‘กาโกลา กากสงฺฆา จ, มยญฺจ ปตตํ วรา;
สพฺเพว สทิสา โหม, อิมํ อาคมฺม ปพฺพตํ.
๒๑. ‘‘อิธ สีหา จ พฺยคฺฆา จ, สิงฺคาลา จ มิคาธมา;
สพฺเพว สทิสา โหนฺติ, อยํ โก นาม ปพฺพโต’’ติ.
ตตฺถ กาโกลาติ วนกากา. กากสงฺฆาติ ปกติกากสงฺฆา จ. ปตตํ วราติ ปกฺขีนํ เสฏฺฐา. สทิสา โหมาติ สทิสวณฺณา โหม.
ตสฺส วจนํ สุตฺวา โพธิสตฺโต ตติยํ คาถมาห –
๒๒. ‘‘อิมํ เนรูติ ชานนฺติ, มนุสฺสา ปพฺพตุตฺตมํ;
อิธ วณฺเณน สมฺปนฺนา, วสนฺติ สพฺพปาณิโน’’ติ.
ตตฺถ อิธ วณฺเณนาติ อิมสฺมึ เนรุปพฺพเต โอภาเสน วณฺณสมฺปนฺนา หุตฺวา.
ตํ สุตฺวา กนิฏฺโฐ เสสคาถา อภาสิ –
๒๓. ‘‘อมานนา ยตฺถ สิยา, อนฺตานํ วา วิมานนา;
หีนสมฺมานนา วาปิ, น ตตฺถ วิสตึวเส.
๒๔. ‘‘ยตฺถาลโส จ ทกฺโข จ, สูโร ภีรุ จ ปูชิยา;
น ตตฺถ สนฺโต วสนฺติ, อวิเสสกเร นเร.
๒๕. ‘‘นายํ เนรุ วิภชติ, หีนอุกฺกฏฺฐมชฺฌิเม;
อวิเสสกโร เนรุ, หนฺท เนรุํ ชหามเส’’ติ.
ตตฺถ ปฐมคาถาย อยมตฺโถ – ยตฺถ สนฺตานํ ปณฺฑิตานํ สีลสมฺปนฺนานํ มานนสฺส อภาเวน อมานนา อวมญฺญนา จ อวมานวเสน วิมานนา วา หีนานํ วา ทุสฺสีลานํ สมฺมานนา สิยา, ตตฺถ นิวาเส น วเสยฺย. ปูชิยาติ เอเต เอตฺถ เอกสทิสาย ปูชาย ปูชนียา โหนฺติ, สมกํ สกฺการํ ลภนฺติ. หีนอุกฺกฏฺฐมชฺฌิเมติ ชาติโคตฺตกุลปฺปเทสสีลาจารญาณาทีหิ หีเน จ มชฺฌิเม จ อุกฺกฏฺเฐ จ อยํ น วิภชติ. หนฺทาติ ววสฺสคฺคตฺเถ นิปาโต. ชหามเสติ ปริจฺจชาม. เอวญฺจ ปน วตฺวา อุโภปิ เต หํสา อุปฺปติตฺวา จิตฺตกูฏเมว คตา.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ, สจฺจปริโยสาเน โส ภิกฺขุ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ. ตทา กนิฏฺฐหํโส อานนฺโท อโหสิ, เชฏฺฐกหํโส ปน อหเมว อโหสินฺติ.
เนรุชาตกวณฺณนา จตุตฺถา.
[๓๘๐] ๕. อาสงฺกชาตกวณฺณนา
อาสาวตี นาม ลตาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ปุราณทุติยิกาปโลภนํ อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ อินฺทฺริยชาตเก (ชา. ๑.๘.๖๐ อาทโย) อาวิ ภวิสฺสติ. อิธ ปน สตฺถา ตํ ภิกฺขุํ ‘‘สจฺจํ กิร ตฺวํ อุกฺกณฺฐิโตสี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘สจฺจํ, ภนฺเต’’ติ วุตฺเต ‘‘เกน อุกฺกณฺฐาปิโตสี’’ติ วตฺวา ‘‘ปุราณทุติยิกาย, ภนฺเต’’ติ วุตฺเต ‘‘ภิกฺขุ เอสา อิตฺถี ตุยฺหํ อนตฺถการิกา, ปุพฺเพปิ ตฺวํ เอตํ นิสฺสาย จตุรงฺคินิเสนํ ชหิตฺวา หิมวนฺตปเทเส มหนฺตํ ทุกฺขํ อนุภวนฺโต ตีณิ สํวจฺฉรานิ วสี’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต กาสิคาเม พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต ตกฺกสิลายํ อุคฺคหิตสิปฺโป อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา วนมูลผลาหาโร อภิญฺญา จ สมาปตฺติโย จ นิพฺพตฺเตตฺวา หิมวนฺตปเทเส วสิ. ตสฺมึ กาเล เอโก ปุญฺญสมฺปนฺโน สตฺโต ตาวตึสภวนโต จวิตฺวา ตสฺมึ ฐาเน ปทุมสเร เอกสฺมึ ปทุมคพฺเภ ทาริกา หุตฺวา นิพฺพตฺติ, เสสปทุเมสุ ปุราณภาวํ ปตฺวา ปตนฺเตสุปิ ตํ มหากุจฺฉิกํ หุตฺวา ติฏฺฐเตว. ตาปโส นหายิตุํ ปทุมสรํ คโต ตํ ทิสฺวา ‘‘อญฺเญสุ ปทุเมสุ ปตนฺเตสุปิ อิทํ มหากุจฺฉิกํ หุตฺวา ติฏฺฐติ, กึ นุ โข การณ’’นฺติ จินฺเตตฺวา อุทกสาฏกํ นิวาเสตฺวา โอตรนฺโต คนฺตฺวา ตํ ปทุมํ วิวริตฺวา ตํ ทาริกํ ทิสฺวา ธีตุสญฺญํ อุปฺปาเทตฺวา ปณฺณสาลํ อาเนตฺวา ปฏิชคฺคิ. สา อปรภาเค โสฬสวสฺสิกา หุตฺวา อภิรูปา อโหสิ อุตฺตมรูปธรา อติกฺกนฺตา มานุสกวณฺณํ, อปตฺตา เทววณฺณํ. ตทา สกฺโก โพธิสตฺตสฺส อุปฏฺฐานํ อาคจฺฉติ, โส ตํ ทาริกํ ทิสฺวา ‘‘กุโต เอสา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ลทฺธนิยามํ สุตฺวา ‘‘อิมิสฺสา กึ ลทฺธุํ วฏฺฏตี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘นิวาสฏฺฐานํ วตฺถาลงฺการโภชนวิธานํ, มาริสา’’ติ. โส ‘‘สาธุ, ภนฺเต’’ติ ตสฺสา วสนฏฺฐานสฺส อาสนฺเน ผลิกปาสาทํ มาเปตฺวา ทิพฺพสยนทิพฺพวตฺถาลงฺการทิพฺพนฺนปานานิ มาเปสิ.
โส ปาสาโท ตสฺสา อภิรุหนกาเล โอตริตฺวา ภูมิยํ ปติฏฺฐาติ, อภิรุฬฺหกาเล ลงฺฆิตฺวา อากาเส ติฏฺฐติ. สา โพธิสตฺตสฺส วตฺตปฏิวตฺตํ กุรุมานา ปาสาเท วสติ. ตเมโก วนจรโก ทิสฺวา ‘‘อยํ, โว ภนฺเต, กึ โหตี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘ธีตา เม’’ติ สุตฺวา พาราณสึ คนฺตฺวา ‘‘เทว, มยา หิมวนฺตปเทเส เอวรูปา นาม เอกสฺส ตาปสสฺส ธีตา ทิฏฺฐา’’ติ รญฺโญ อาโรเจสิ. ตํ สุตฺวา โส สวนสํสคฺเคน พชฺฌิตฺวา วนจรกํ มคฺคเทสกํ กตฺวา จตุรงฺคินิยา เสนาย ตํ ฐานํ คนฺตฺวา ขนฺธาวารํ นิวาสาเปตฺวา วนจรกํ อาทาย อมจฺจคณปริวุโต อสฺสมปทํ ปวิสิตฺวา มหาสตฺตํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสินฺโน ‘‘ภนฺเต, อิตฺถิโย นาม พฺรหฺมจริยสฺส มลํ, ตุมฺหากํ ธีตรํ อหํ ปฏิชคฺคิสฺสามี’’ติ อาห. โพธิสตฺโต ปน ‘‘กึ นุ โข เอตสฺมึ ปทุเม’’ติ อาสงฺกํ กตฺวา อุทกํ โอตริตฺวา อานีตภาเวน ตสฺสา กุมาริกาย อาสงฺกาติ นามํ อกาสิ. โส ตํ ราชานํ ‘‘อิมํ คเหตฺวา คจฺฉา’’ติ อุชุกํ อวตฺวา ‘‘มหาราช, อิมาย กุมาริกาย นามํ ชานนฺโต คณฺหิตฺวา คจฺฉา’’ติ อาห. ‘‘ตุเมฺหหิ กถิเต ญสฺสามิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘อหํ เต น กเถมิ, ตฺวํ อตฺตโน ปญฺญาพเลน นามํ ชานนฺโตว คเหตฺวา ยาหี’’ติ. โส ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ตโต ปฏฺฐาย อมจฺเจหิ สทฺธึ ‘‘กินฺนามา นุ โข เอสา’’ติ นามํ อุปธาเรติ. โส ยานิ ทุชฺชานานิ นามานิ, ตานิ กิตฺเตตฺวา ‘‘อสุกา นาม ภวิสฺสตี’’ติ โพธิสตฺเตน สทฺธึ กเถติ. โพธิสตฺโต ‘‘น เอวํนามา’’ติ ปฏิกฺขิปติ.
รญฺโญ จ นามํ อุปธาเรนฺตสฺส สํวจฺฉโร อตีโต. ตทา หตฺถิอสฺสมนุสฺเส สีหาทโย วาฬา คณฺหนฺติ, ทีฆชาติกปริปนฺโถ โหติ, มกฺขิกปริปนฺโถ โหติ, สีเตน กิลมิตฺวา พหู มนุสฺสา มรนฺติ. อถ ราชา กุชฺฌิตฺวา ‘‘กึ เม เอตายา’’ติ โพธิสตฺตสฺส กเถตฺวา ปายาสิ. อาสงฺกา กุมาริกา ตํ ทิวสํ ผลิกวาตปานํ วิวริตฺวา อตฺตานํ ทสฺเสนฺตี อฏฺฐาสิ. ราชา ตํ ทิสฺวา ‘‘มยํ ตว นามํ ชานิตุํ น สกฺโกม, ตฺวํ หิมวนฺเตเยว วส, มยํ คมิสฺสามา’’ติ อาห. ‘‘กหํ, มหาราช, คจฺฉนฺโต มาทิสํ อิตฺถึ ลภิสฺสสิ, มม วจนํ สุณาหิ, ตาวตึสเทวโลเก จิตฺตลตาวเน อาสาวตี นาม ลตา อตฺถิ, ตสฺสา ผลสฺส อพฺภนฺตเร ทิพฺพปานํ นิพฺพตฺตํ, ตํ เอกวารํ ปิวิตฺวา จตฺตาโร มาเส มตฺตา หุตฺวา ทิพฺพสยเน สยนฺติ, สา ปน วสฺสสหสฺเสน ผลติ, สุราโสณฺฑา เทวปุตฺตา ‘อิโต ผลํ ลภิสฺสามา’ติ ทิพฺพปานปิปาสํ อธิวาเสตฺวา วสฺสสหสฺสํ นิพทฺธํ คนฺตฺวา ตํ ลตํ ‘อโรคา นุ โข’ติ โอโลเกนฺติ, ตฺวํ ปน เอกสํวจฺฉเรเนว อุกฺกณฺฐิโต, อาสาผลวตี นาม สุขา, มา อุกฺกณฺฐี’’ติ วตฺวา ติสฺโส คาถา อภาสิ –
๒๖. ‘‘อาสาวตี นาม ลตา, ชาตา จิตฺตลตาวเน;
ตสฺสา วสฺสสหสฺเสน, เอกํ นิพฺพตฺตเต ผลํ.
๒๗. ‘‘ตํ เทวา ปยิรุปาสนฺติ, ตาว ทูรผลํ สตึ;
อาสีเสว ตุวํ ราช, อาสา ผลวตี สุขา.
๒๘. ‘‘อาสีสเตว โส ปกฺขี, อาสีสเตว โส ทิโช;
ตสฺส จาสา สมิชฺฌติ, ตาว ทูรคตา สตี;
อาสีเสว ตุวํ ราช, อาสา ผลวตี สุขา’’ติ.