๒. ขรปุตฺตวคฺโค
[๓๘๖] ๑. ขรปุตฺตชาตกวณฺณนา
สจฺจํ กิเรวมาหํสูติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ปุราณทุติยิกาปโลภนํ อารพฺภ กเถสิ. ตญฺหิ ภิกฺขุํ สตฺถา ‘‘สจฺจํ กิร ตฺวํ ภิกฺขุ อุกฺกณฺฐิโตสี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ วุตฺเต ‘‘เกน อุกฺกณฺฐาปิโตสี’’ติ วตฺวา ‘‘ปุราณทุติยิกายา’’ติ วุตฺเต ‘‘ภิกฺขุ อยํ เต อิตฺถี อนตฺถการิกา, ปุพฺเพปิ ตฺวํ อิมํ นิสฺสาย อคฺคึ ปวิสิตฺวา มรนฺโต ปณฺฑิเต นิสฺสาย ชีวิตํ ลภี’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ เสนเก นาม รญฺเญ รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต สกฺกตฺตํ กาเรสิ. ตทา เสนกสฺส รญฺโญ เอเกน นาคราเชน สทฺธึ มิตฺตภาโว โหติ. โส กิร นาคราชา นาคภวนา นิกฺขมิตฺวา ถเล โคจรํ คณฺหนฺโต จรติ. อถ นํ คามทารกา ทิสฺวา ‘‘สปฺโป อย’’นฺติ เลฑฺฑุทณฺฑาทีหิ ปหรึสุ. อถ ราชา อุยฺยานํ กีฬิตุํ คจฺฉนฺโต ทิสฺวา ‘‘กึ เอเต ทารกา กโรนฺตี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘เอกํ สปฺปํ ปหรนฺตี’’ติ สุตฺวา ‘‘ปหริตุํ มา เทถ, ปลาเปถ เน’’ติ ปลาเปสิ. นาคราชา ชีวิตํ ลภิตฺวา นาคภวนํ คนฺตฺวา พหูนิ รตนานิ อาทาย อฑฺฒรตฺตสมเย รญฺโญ สยนฆรํ ปวิสิตฺวา ตานิ รตนานิ ทตฺวา ‘‘มหาราช, มยา ตุเมฺห นิสฺสาย ชีวิตํ ลทฺธ’’นฺติ รญฺญา สทฺธึ มิตฺตภาวํ กตฺวา ปุนปฺปุนํ คนฺตฺวา ราชานํ ปสฺสติ. โส อตฺตโน นาคมาณวิกาสุ เอกํ กาเมสุ อติตฺตํ นาคมาณวิกํ รกฺขณตฺถาย รญฺโญ สนฺติเก ฐเปตฺวา ‘‘ยทา เอตํ น ปสฺสสิ, ตทา อิมํ มนฺตํ ปริวตฺเตยฺยาสี’’ติ ตสฺส เอกํ มนฺตํ อทาสิ.
โส เอกทิวสํ อุยฺยานํ คนฺตฺวา นาคมาณวิกาย สทฺธึ โปกฺขรณิยํ อุทกกีฬํ กีฬิ. นาคมาณวิกา เอกํ อุทกสปฺปํ ทิสฺวา อตฺตภาวํ วิชหิตฺวา เตน สทฺธึ อสทฺธมฺมํ ปฏิเสวิ. ราชา ตํ อปสฺสนฺโต ‘‘กหํ นุ โข คตา’’ติ มนฺตํ ปริวตฺเตตฺวา อนาจารํ กโรนฺตึ ทิสฺวา เวฬุเปสิกาย ปหริ. สา กุชฺฌิตฺวา ตโต นาคภวนํ คนฺตฺวา ‘‘กสฺมา อาคตาสี’’ติ ปุฏฺฐา ‘‘ตุมฺหากํ สหาโย มํ อตฺตโน วจนํ อคณฺหนฺตึ ปิฏฺฐิยํ ปหรี’’ติ ปหารํ ทสฺเสสิ. นาคราชา ตถโต อชานิตฺวาว จตฺตาโร นาคมาณวเก อามนฺเตตฺวา ‘‘คจฺฉถ, เสนกสฺส สยนฆรํ ปวิสิตฺวา นาสวาเตน ตํ ภุสํ วิย วิทฺธํเสถา’’ติ เปเสสิ. เต คนฺตฺวา รญฺโญ สิริสยเน นิปนฺนกาเล คพฺภํ ปวิสึสุ. เตสํ ปวิสนเวลายเมว ราชา เทวึ อาห – ‘‘ชานาสิ นุ โข ภทฺเท, นาคมาณวิกาย คตฏฺฐาน’’นฺติ? ‘‘น ชานามิ, เทวา’’ติ. ‘‘อชฺช สา อมฺหากํ โปกฺขรณิยํ กีฬนกาเล อตฺตภาวํ วิชหิตฺวา เอเกน อุทกสปฺเปน สทฺธึ อนาจารํ อกาสิ, อถ นํ อหํ ‘เอวํ มา กรี’ติ สิกฺขาปนตฺถาย เวฬุเปสิกาย ปหรึ, สา ‘นาคภวนํ คนฺตฺวา สหายสฺส เม อญฺญํ กิญฺจิ กเถตฺวา เมตฺตึ ภินฺเทยฺยา’ติ เม ภยํ อุปฺปชฺชตี’’ติ. ตํ สุตฺวา นาคมาณวกา ตโตว นิวตฺติตฺวา นาคภวนํ คนฺตฺวา นาคราชสฺส ตมตฺถํ อาโรเจสุํ. โส สํเวคปฺปตฺโต หุตฺวา ตงฺขณญฺเญว รญฺโญ สยนฆรํ อาคนฺตฺวา ตมตฺถํ อาจิกฺขิตฺวา ขมาเปตฺวา ‘‘อิทํ เม ทณฺฑกมฺม’’นฺติ สพฺพรุตชานนํ นาม มนฺตํ ทตฺวา ‘‘อยํ, มหาราช, อนคฺโฆ มนฺโต, สเจ อิมํ มนฺตํ อญฺญสฺส ทเทยฺยาสิ, ทตฺวาว อคฺคึ ปวิสิตฺวา มเรยฺยาสี’’ติ อาห. ราชา ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิ. โส ตโต ปฏฺฐาย กิปิลฺลิกานมฺปิ สทฺทํ ชานาติ.
ตสฺเสกทิวสํ มหาตเล นิสีทิตฺวา มธุผาณิเตหิ ขาทนียํ ขาทนฺตสฺส เอกํ มธุพินฺทุ จ ผาณิตพินฺทุ จ ปูวขณฺฑญฺจ ภูมิยํ ปติ. เอกา กิปิลฺลิกา ตํ ทิสฺวา ‘‘รญฺโญ มหาตเล มธุจาฏิ ภินฺนา, ผาณิตสกฏํ ปูวสกฏํ นิกฺกุชฺชิตํ, มธุผาณิตญฺจ ปูวญฺจ ขาทถา’’ติ วิรวนฺตี วิจรติ. อถ ราชา ตสฺสา รวํ สุตฺวา หสิ. รญฺโญ สมีเป ฐิตา เทวี ‘‘กึ นุ โข ทิสฺวา ราชา หสี’’ติ จินฺเตสิ. ตสฺมึ ขาทนียํ ขาทิตฺวา นฺหตฺวา ปลฺลงฺเก นิสินฺเน เอกํ มกฺขิกํ สามิโก ‘‘เอหิ ภทฺเท, กิเลสรติยา รมิสฺสามา’’ติ อาห. อถ นํ สา ‘‘อธิวาเสหิ ตาว สามิ, อิทานิ รญฺโญ คนฺเธ อาหริสฺสนฺติ, ตสฺส วิลิมฺปนฺตสฺส ปาทมูเล คนฺธจุณฺณํ ปติสฺสติ, อหํ ตตฺถ วฏฺเฏตฺวา สุคนฺธา ภวิสฺสามิ, ตโต รญฺโญ ปิฏฺฐิยํ นิปชฺชิตฺวา รมิสฺสามา’’ติ อาห. ราชา ตมฺปิ สทฺทํ สุตฺวา หสิ. เทวีปิ ‘‘กึ นุ โข ทิสฺวา หสี’’ติ ปุน จินฺเตสิ. ปุน รญฺโญ สายมาสํ ภุญฺชนฺตสฺส เอกํ ภตฺตสิตฺถํ ภูมิยํ ปติ. กิปิลฺลิกา ‘‘ราชกุเล ภตฺตสกฏํ ภคฺคํ, ภตฺตํ ภุญฺชถา’’ติ วิรวิ. ตํ สุตฺวา ราชา ปุนปิ หสิ. เทวี สุวณฺณกฏจฺฉุํ คเหตฺวา ราชานํ ปริวิสนฺตี ‘‘มํ นุ โข ทิสฺวา ราชา หสตี’’ติ วิตกฺเกสิ.
สา รญฺญา สทฺธึ สยนํ อารุยฺห นิปชฺชนกาเล ‘‘กึการณา เทว, หสี’’ติ ปุจฺฉิ. โส ‘‘กึ เต มม หสิตการเณนา’’ติ วตฺวา ปุนปฺปุนํ นิพทฺโธ กเถสิ. อถ นํ สา ‘‘ตุมฺหากํ ชานนมนฺตํ มยฺหํ เทถา’’ติ วตฺวา ‘‘น สกฺกา ทาตุ’’นฺติ ปฏิกฺขิตฺตาปิ ปุนปฺปุนํ นิพนฺธิ. ราชา ‘‘สจาหํ อิมํ มนฺตํ ตุยฺหํ ทสฺสามิ, มริสฺสามี’’ติ อาห. ‘‘มรนฺโตปิ มยฺหํ เทหิ, เทวา’’ติ. ราชา มาตุคามวสิโก หุตฺวา ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ‘‘อิมิสฺสา มนฺตํ ทตฺวา อคฺคึ ปวิสิสฺสามี’’ติ รเถน อุยฺยานํ ปายาสิ.
ตสฺมึ ขเณ สกฺโก โลกํ โอโลเกนฺโต อิมํ การณํ ทิสฺวา ‘‘อยํ พาลราชา มาตุคามํ นิสฺสาย ‘อคฺคึ ปวิสิสฺสามี’ติ คจฺฉติ, ชีวิตมสฺส ทสฺสามี’’ติ สุชํ อสุรกญฺญํ อาทาย พาราณสึ อาคนฺตฺวา ตํ อชิกํ กตฺวา อตฺตนา อโช หุตฺวา ‘‘มหาชโน มา ปสฺสตู’’ติ อธิฏฺฐาย รญฺโญ รถสฺส ปุรโต อโหสิ. ตํ ราชา เจว รเถ ยุตฺตสินฺธวา จ ปสฺสนฺติ, อญฺโญ โกจิ น ปสฺสติ. อโช กถาสมุฏฺฐาปนตฺถํ รถปุรโต อชิกาย สทฺธึ เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวนฺโต วิย อโหสิ. ตเมโก รเถ ยุตฺตสินฺธโว ทิสฺวา ‘‘สมฺม อชราช, มยํ ปุพฺเพ ‘อชา กิร พาลา อหิริกา’ติ อสฺสุมฺห, น จ ตํ ปสฺสิมฺห, ตฺวํ ปน รโห ปฏิจฺฉนฺนฏฺฐาเน กตฺตพฺพํ อนาจารํ อมฺหากํ เอตฺตกานํ ปสฺสนฺตานญฺเญว กโรสิ, น ลชฺชสิ, ตํ โน ปุพฺเพ สุตํ อิมินา ทิฏฺเฐน สเมตี’’ติ วตฺวา ปฐมํ คาถมาห –
๗๗. ‘‘สจฺจํ กิเรวมาหํสุ, วสฺตํ พาโลติ ปณฺฑิตา;
ปสฺส พาโล รโหกมฺมํ, อาวิกุพฺพํ น พุชฺฌตี’’ติ.
ตตฺถ วสฺตนฺติ อชํ. ปณฺฑิตาติ ญาณสมฺปนฺนา ตํ พาโลติ วทนฺติ, สจฺจํ กิร วทนฺติ. ปสฺสาติ อาลปนํ, ปสฺสถาหิ อตฺโถ. น พุชฺฌตีติ เอวํ กาตุํ อยุตฺตนฺติ น ชานาติ.
ตํ สุตฺวา อโช เทฺว คาถา อภาสิ –
๗๘. ‘‘ตฺวํ โขปิ สมฺม พาโลสิ, ขรปุตฺต วิชานหิ;
รชฺชุยา หิ ปริกฺขิตฺโต, วงฺโกฏฺโฐ โอหิโตมุโข.
๗๙. ‘‘อปรมฺปิ สมฺม เต พาลฺยํ, โย มุตฺโต น ปลายสิ;
โส จ พาลตโร สมฺม, ยํ ตฺวํ วหติ เสนก’’นฺติ.
ตตฺถ ตฺวํ โขปิ สมฺมาติ สมฺม สินฺธว มยาปิ โข ตฺวํ พาลตโร. ขรปุตฺตาติ โส กิร คทฺรภสฺส ชาตโก, เตน ตํ เอวมาห. วิชานหีติ อหเมว พาโลติ เอวํ ชานาหิ. ปริกฺขิตฺโตติ ยุเคน สทฺธึ คีวาย ปริกฺขิตฺโต. วงฺโกฏฺโฐติ วงฺกโอฏฺโฐ. โอหิโตมุโขติ มุขพนฺธเนน ปิหิตมุโข. โย มุตฺโต น ปลายสีติ โย ตฺวํ รถโต มุตฺโต สมาโน มุตฺตกาเล ปลายิตฺวา อรญฺญํ น ปวิสสิ, ตํ เต อปลายนํ อปรมฺปิ พาลฺยํ, โส จ พาลตโรติ ยํ ตฺวํ เสนกํ วหสิ, โส เสนโก ตยาปิ พาลตโร.
ราชา เตสํ อุภินฺนมฺปิ กถํ ชานาติ, ตสฺมา ตํ สุณนฺโต สณิกํ รถํ เปเสสิ. สินฺธโวปิ ตสฺส กถํ สุตฺวา ปุน จตุตฺถํ คาถมาห –
๘๐. ‘‘ยํ นุ สมฺม อหํ พาโล, อชราช วิชานหิ;
อถ เกน เสนโก พาโล, ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโต’’ติ.
ตตฺถ ยนฺติ กรณตฺเถ ปจฺจตฺตวจนํ. นูติ อนุสฺสวตฺเถ นิปาโต. อิทํ วุตฺตํ โหติ – สมฺม อชราช, เยน ตาว ติรจฺฉานคตตฺเตน การเณน อหํ พาโล, ตํ ตฺวํ การณํ ชานาหิ, สกฺกา เอตํ ตยา ญาตุํ, อหญฺหิ ติรจฺฉานคตตฺตาว พาโล, ตสฺมา มํ ขรปุตฺตาติอาทีนิ วทนฺโต สุฏฺฐุ วทสิ, อยํ ปน เสนโก ราชา เกน การเณน พาโล, ตํ เม การณํ ปุจฺฉิโต อกฺขาหีติ.
ตํ สุตฺวา อโช อาจิกฺขนฺโต ปญฺจมํ คาถมาห –
๘๑. ‘‘อุตฺตมตฺถํ ลภิตฺวาน, ภริยาย โย ปทสฺสติ;
เตน ชหิสฺสตตฺตานํ, สา เจวสฺส น เหสฺสตี’’ติ.
ตตฺถ อุตฺตมตฺถนฺติ สพฺพรุตชานนมนฺตํ. เตนาติ ตสฺสา มนฺตปฺปทานสงฺขาเตน การเณน ตํ ทตฺวา อคฺคึ ปวิสนฺโต อตฺตานญฺจ ชหิสฺสติ, สา จสฺส ภริยา น ภวิสฺสติ, ตสฺมา เอส ตยาปิ พาลตโร, โย ลทฺธํ ยสํ รกฺขิตุํ น สกฺโกตีติ.
ราชา ตสฺส วจนํ สุตฺวา ‘‘อชราช, อมฺหากํ โสตฺถึ กโรนฺโตปิ ตฺวญฺเญว กริสฺสสิ, กเถหิ ตาว โน กตฺตพฺพยุตฺตก’’นฺติ อาห. อถ นํ อชราชา ‘‘มหาราช, อิเมสํ สตฺตานํ อตฺตนา อญฺโญ ปิยตโร นาม นตฺถิ, เอกํ ปิยภณฺฑํ นิสฺสาย อตฺตานํ นาเสตุํ ลทฺธยสํ ปหาตุํ น วฏฺฏตี’’ติ วตฺวา ฉฏฺฐํ คาถมาห –
๘๒. ‘‘น เว ปิยมฺเมติ ชนินฺท ตาทิโส, อตฺตํ นิรํกตฺวา ปิยานิ เสวติ;
อตฺตาว เสยฺโย ปรมา จ เสยฺโย, ลพฺภา ปิยา โอจิตตฺเถน ปจฺฉา’’ติ.
ตตฺถ ปิยมฺเมติ ปิยํ เม, อยเมว วา ปาโฐ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ชนินฺท, ตาทิโส ตุมฺหาทิโส ยสมหตฺเต ฐิโต ปุคฺคโล เอกํ ปิยภณฺฑํ นิสฺสาย ‘‘อิทํ ปิยํ เม’’ติ อตฺตํ นิรํกตฺวา อตฺตานํ ฉฑฺเฑตฺวา ตานิ ปิยานิ น เสวเตว. กึการณา? อตฺตาว เสยฺโย ปรมา จ เสยฺโยติ, ยสฺมา สตคุเณน สหสฺสคุเณน อตฺตาว เสยฺโย วโร อุตฺตโม, ปรมา จ เสยฺโย, ปรมา อุตฺตมาปิ อญฺญสฺมา ปิยภณฺฑาติ อตฺโถ. เอตฺถ หิ จ-กาโร ปิ-การตฺเถ นิปาโตติ ทฏฺฐพฺโพ. ลพฺภา ปิยา โอจิตตฺเถน ปจฺฉาติ โอจิตตฺเถน วฑฺฒิตตฺเถน ยสสมฺปนฺเนน ปุริเสน ปจฺฉา ปิยา นาม สกฺกา ลทฺธุํ, น ตสฺสา การณา อตฺตา นาเสตพฺโพติ.
เอวํ มหาสตฺโต รญฺโญ โอวาทํ อทาสิ. ราชา ตุสฺสิตฺวา ‘‘อชราช, กุโต อาคโตสี’’ติ ปุจฺฉิ. สกฺโก อหํ, มหาราช, ตว อนุกมฺปาย ตํ มรณา โมเจตุํ อาคโตมฺหีติ. เทวราช, อหํ เอติสฺสา ‘‘มนฺตํ ทสฺสามี’’ติ อวจํ, อิทานิ ‘‘กึ กโรมี’’ติ? ‘‘มหาราช, ตุมฺหากํ อุภินฺนมฺปิ วินาเสน กิจฺจํ นตฺถิ, ‘สิปฺปสฺส อุปจาโร’ติ วตฺวา เอตํ กติปเย ปหาเร ปหราเปหิ, อิมินา อุปาเยน น คณฺหิสฺสตี’’ติ. ราชา ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิ. มหาสตฺโต รญฺโญ โอวาทํ ทตฺวา สกฏฺฐานเมว คโต. ราชา อุยฺยานํ คนฺตฺวา เทวึ ปกฺโกสาเปตฺวา อาห ‘‘คณฺหิสฺสสิ ภทฺเท, มนฺต’’นฺติ? ‘‘อาม, เทวา’’ติ. ‘‘เตน หิ อุปจารํ กโรมี’’ติ. ‘‘โก อุปจาโร’’ติ? ‘‘ปิฏฺฐิยํ ปหารสเต ปวตฺตมาเน สทฺทํ กาตุํ น วฏฺฏตี’’ติ. สา มนฺตโลเภน ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิ. ราชา โจรฆาตเก ปกฺโกสาเปตฺวา กสา คาหาเปตฺวา อุโภสุ ปสฺเสสุ ปหราเปสิ. สา เทฺว ตโย ปหาเร อธิวาเสตฺวา ตโต ปรํ ‘‘น เม มนฺเตน อตฺโถ’’ติ รวิ. อถ นํ ราชา ‘‘ตฺวํ มํ มาเรตฺวา มนฺตํ คณฺหิตุกามาสี’’ติ ปิฏฺฐิยํ นิจฺจมฺมํ กาเรตฺวา วิสฺสชฺชาเปสิ. สา ตโต ปฏฺฐาย ปุน กเถตุํ นาสกฺขิ.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ, สจฺจปริโยสาเน อุกฺกณฺฐิตภิกฺขุ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ. ตทา ราชา อุกฺกณฺฐิตภิกฺขุ อโหสิ, เทวี ปุราณทุติยิกา, อสฺโส สาริปุตฺโต, สกฺโก ปน อหเมว อโหสินฺติ.
ขรปุตฺตชาตกวณฺณนา ปฐมา.
[๓๘๗] ๒. สูจิชาตกวณฺณนา
อกกฺกสํ อผรุสนฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ปญฺญาปารมึ อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ มหาอุมงฺคชาตเก (ชา. ๒.๒๒.๕๙๐ อาทโย) อาวิ ภวิสฺสติ. ตทา ปน สตฺถา ภิกฺขู อามนฺเตตฺวา ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพปิ ตถาคโต ปญฺญวา อุปายกุสโลเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต กาสิรฏฺเฐ กมฺมารกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต ปริโยทาตสิปฺโป อโหสิ. มาตาปิตโร ปนสฺส ทลิทฺทา, เตสํ คามโต อวิทูเร อญฺโญ สหสฺสกุฏิโก กมฺมารคาโม. ตตฺถ กมฺมารสหสฺสเชฏฺฐโก กมฺมาโร ราชวลฺลโภ อฑฺโฒ มหทฺธโน, ตสฺเสกา ธีตา อโหสิ อุตฺตมรูปธรา เทวจฺฉราปฏิภาคา ชนปทกลฺยาณิลกฺขเณหิ สมนฺนาคตา. สามนฺตคาเมสุ มนุสฺสา วาสิผรสุผาลปาจนาทิการาปนตฺถาย ตํ คามํ คนฺตฺวา เยภุยฺเยน ตํ กุมาริกํ ปสฺสนฺติ, เต อตฺตโน อตฺตโน คามํ คนฺตฺวา นิสินฺนฏฺฐานาทีสุ ตสฺสา รูปํ วณฺเณนฺติ. โพธิสตฺโต ตํ สุตฺวา สวนสํสคฺเคน พชฺฌิตฺวา ‘‘ปาทปริจาริกํ นํ กริสฺสามี’’ติ อุตฺตมชาติกํ อยํ คเหตฺวา เอกํ สุขุมํ ฆนํ สูจึ กตฺวา ปาเส วิชฺฌิตฺวา อุทเก อุปฺปิลาเปตฺวา อปรมฺปิ ตถารูปเมว ตสฺสา โกสกํ กตฺวา ปาเส วิชฺฌิ. อิมินา นิยาเมน ตสฺสา สตฺต โกสเก อกาสิ, ‘‘กถํ อกาสี’’ติ น วตฺตพฺพํ. โพธิสตฺตานญฺหิ ญาณมหนฺตตาย กรณํ สมิชฺฌติเยว. โส ตํ สูจึ นาฬิกาย ปกฺขิปิตฺวา โอวฏฺฏิกาย กตฺวา ตํ คามํ คนฺตฺวา กมฺมารเชฏฺฐกสฺส วสนวีถึ ปุจฺฉิตฺวา ตตฺถ คนฺตฺวา ทฺวาเร ฐตฺวา ‘‘โก มม หตฺถโต เอวรูปํ นาม สูจึ มูเลน กิณิตุํ อิจฺฉตี’’ติ สูจึ วณฺเณนฺโต เชฏฺฐกกมฺมารสฺส ฆรทฺวารสมีเป ฐตฺวา ปฐมํ คาถมาห –
๘๓. ‘‘อกกฺกสํ อผรุสํ, ขรโธตํ สุปาสิยํ;
สุขุมํ ติขิณคฺคญฺจ, โก สูจึ เกตุมิจฺฉตี’’ติ.
ตสฺสตฺโถ – มม ปฏลสฺส วา ติลกสฺส วา โอธิโน วา อภาเวน อกกฺกสํ, สุมฏฺฐตาย อผรุสํ, ขเรน ปาสาเณน โธตตฺตา ขรโธตํ, สุนฺทเรน สุวิทฺเธน ปาเสน สมนฺนาคตตฺตา สุปาสิยํ, สณฺหตาย สุขุมํ, อคฺคสฺส ติขิณตาย ติขิณคฺคํ สูจึ มม หตฺถโต มูลํ ทตฺวา โก กิณิตุํ อิจฺฉตีติ.
เอวญฺจ ปน วตฺวา ปุนปิ ตํ วณฺเณนฺโต ทุติยํ คาถมาห –
๘๔. ‘‘สุมชฺชญฺจ สุปาสญฺจ, อนุปุพฺพํ สุวฏฺฏิตํ;
ฆนฆาติมํ ปฏิถทฺธํ, โก สูจึ เกตุมิจฺฉตี’’ติ.
ตตฺถ สุมชฺชญฺจาติ กุรุวินฺทกจุณฺเณน สุฏฺฐุ มชฺชิตํ. สุปาสญฺจาติ สเณฺหน ปาสเวธเกน วิทฺธตฺตา สุนฺทรปาสํ. ฆนฆาติมนฺติ ยา ฆาติยมานา อธิกรณึ อนุปวิสติ, อยํ ‘‘ฆนฆาติมา’’ติ วุจฺจติ, ตาทิสินฺติ อตฺโถ. ปฏิถทฺธนฺติ ถทฺธํ อมุทุกํ.
ตสฺมึ ขเณ สา กุมาริกา ภุตฺตปาตราสํ ปิตรํ ทรถปฏิปฺปสฺสมฺภนตฺถํ จูฬสยเน นิปนฺนํ ตาลวณฺเฏน พีชยมานา โพธิสตฺตสฺส มธุรสทฺทํ สุตฺวา อลฺลมํสปิณฺเฑน หทเย ปหฏา วิย ฆฏสหสฺเสน นิพฺพาปิตทรถา วิย หุตฺวา ‘‘โก นุ โข เอส อติมธุเรน สทฺเทน กมฺมารานํ วสนคาเม สูจึ วิกฺกิณาติ, เกน นุ โข กมฺเมน อาคโต, ชานิสฺสามิ น’’นฺติ ตาลวณฺฏํ ฐเปตฺวา เคหา นิกฺขมฺม พหิอาฬินฺทเก ฐตฺวา เตน สทฺธึ กเถสิ. โพธิสตฺตานญฺหิ ปตฺถิตํ นาม สมิชฺฌติ, โส หิ ตสฺสาเยวตฺถาย ตํ คามํ อาคโต. สา จ เตน สทฺธึ กเถนฺตี ‘‘มาณว, สกลรฏฺฐวาสิโน สูจิอาทีนํ อตฺถาย อิมํ คามํ อาคจฺฉนฺติ, ตฺวํ พาลตาย กมฺมารคาเม สูจึ วิกฺกิณิตุํ อิจฺฉสิ, สเจปิ ทิวสํ สูจิยา วณฺณํ ภาสิสฺสสิ, น เต โกจิ หตฺถโต สูจึ คณฺหิสฺสติ, สเจ ตฺวํ มูลํ ลทฺธุํ อิจฺฉสิ, อญฺญํ คามํ ยาหี’’ติ วตฺวา เทฺว คาถา อภาสิ –
๘๔. ‘‘อิโตทานิ ปตายนฺติ, สูจิโย พฬิสานิ จ;
โกยํ กมฺมารคามสฺมึ, สูจึ วิกฺเกตุมิจฺฉติ.
๘๕. ‘‘อิโต สตฺถานิ คจฺฉนฺติ, กมฺมนฺตา วิวิธา ปุถู;
โกยํ กมฺมารคามสฺมึ, สูจึ วิกฺเกตุมิจฺฉตี’’ติ.
ตตฺถ อิโตทานีติ อิมสฺมึ รฏฺเฐ อิทานิ สูจิโย จ พฬิสานิ จ อญฺญานิ จ อุปกรณานิ อิมมฺหา กมฺมารคามา ปตายนฺติ นิกฺขมนฺติ, ตํ ตํ ทิสํ ปตฺถรนฺตา นิคฺคจฺฉนฺติ. โกยนฺติ เอวํ สนฺเต โก อยํ อิมสฺมึ กมฺมารคาเม สูจึ วิกฺกิณิตุํ อิจฺฉติ. สตฺถานีติ พาราณสึ คจฺฉนฺตานิ นานปฺปการานิ สตฺถานิ อิโตว คจฺฉนฺติ. วิวิธา ปุถูติ นานปฺปการา พหู กมฺมนฺตาปิ สกลรฏฺฐวาสีนํ อิโต คหิตอุปกรเณเหว ปวตฺตนฺติ.
โพธิสตฺโต ตสฺสา วจนํ สุตฺวา ‘‘ภทฺเท, ตฺวํ อชานนฺตี อญฺญาเณน เอวํ วเทสี’’ติ วตฺวา เทฺว คาถา อภาสิ –
๘๖. ‘‘สูจึ กมฺมารคามสฺมึ, วิกฺเกตพฺพา ปชานตา;
อาจริยาว ชานนฺติ, กมฺมํ สุกตทุกฺกฏํ.
๘๗. ‘‘อิมญฺเจ เต ปิตา ภทฺเท, สูจึ ชญฺญา มยา กตํ;
ตยา จ มํ นิมนฺเตยฺย, ยญฺจตฺถญฺญํ ฆเร ธน’’นฺติ.
ตตฺถ สูจินฺติ วิภตฺติวิปลฺลาโส กโต. อิทํ วุตฺตํ โหติ – สูจิ นาม ปชานตา ปณฺฑิเตน ปุริเสน กมฺมารคามสฺมึเยว วิกฺเกตพฺพา. กึการณา? อาจริยาว ชานนฺติ, กมฺมํ สุกตทุกฺกฏนฺติ, ตสฺส ตสฺส สิปฺปสฺส อาจริยาว ตสฺมึ ตสฺมึ สิปฺเป สุกตทุกฺกฏกมฺมํ ชานนฺติ, สฺวาหํ กมฺมารกมฺมํ อชานนฺตานํ คหปติกานํ คามํ คนฺตฺวา มม สูจิยา สุกตทุกฺกฏภาวํ กถํ ชานาเปสฺสามิ, อิมสฺมึ ปน คาเม มม พลํ ชานาเปสฺสามีติ. เอวํ โพธิสตฺโต อิมาย คาถาย อตฺตโน พลํ วณฺเณสิ.
ตยา จ มํ นิมนฺเตยฺยาติ ภทฺเท สเจ ตว ปิตา อิมํ มยา กตํ สูจึ ‘‘อีทิสา วา เอสา, เอวํ วา กตา’’ติ ชาเนยฺย, ‘‘อิมํ เม ธีตรํ ตว ปาทปริจาริกํ ทมฺมิ, คณฺหาหิ น’’นฺติ เอวํ ตยา จ มํ นิมนฺเตยฺย. ยญฺจตฺถญฺญํ ฆเร ธนนฺติ ยญฺจ อญฺญํ สวิญฺญาณกํ วา อวิญฺญาณกํ วา ฆเร ธนํ อตฺถิ, เตน มํ นิมนฺเตยฺย. ‘‘ยญฺจสฺสญฺญ’’นฺติปิ ปาโฐ, ยญฺจ อสฺส ฆเร อญฺญํ ธนํ อตฺถีติ อตฺโถ.
กมฺมารเชฏฺฐโก สพฺพํ เตสํ กถํ สุตฺวา ‘‘อมฺมา’’ติ ธีตรํ ปกฺโกสิตฺวา ‘‘เกน สทฺธึ สลฺลปสี’’ติ ปุจฺฉิ. ตาต, เอโก ปุริโส สูจึ วิกฺกิณาติ, เตน สทฺธึ สลฺลเปมีติ. ‘‘เตน หิ ปกฺโกสาหิ น’’นฺติ. สา คนฺตฺวา ปกฺโกสิ. โพธิสตฺโต เคหํ ปวิสิตฺวา กมฺมารเชฏฺฐกํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. อถ นํ โส ‘‘กตรคามวาสิโกสี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘อหํ อสุกคามวาสิโกมฺหิ อสุกกมฺมารสฺส ปุตฺโต’’ติ. ‘‘กสฺมา อิธาคโตสี’’ติ. ‘‘สูจิวิกฺกยตฺถายา’’ติ. ‘‘อาหร, สูจึ เต ปสฺสามา’’ติ. โพธิสตฺโต อตฺตโน คุณํ สพฺเพสํ มชฺเฌ ปกาเสตุกาโม ‘‘นนุ เอกกานํ โอโลกิตโต สพฺเพสํ มชฺเฌ โอโลเกตุํ วรตร’’นฺติ อาห. โส ‘‘สาธุ, ตาตา’’ติ สพฺเพ กมฺมาเร สนฺนิปาตาเปตฺวา เตหิ ปริวุโต ‘‘อาหร, ตาต, มยํ ปสฺสาม เต สูจิ’’นฺติ อาห. ‘‘อาจริย, เอกํ อธิกรณิญฺจ อุทกปูรญฺจ กํสถาลํ อาหราเปถา’’ติ. โส อาหราเปสิ. โพธิสตฺโต โอวฏฺฏิกโต สูจินาฬิกํ นีหริตฺวา อทาสิ. กมฺมารเชฏฺฐโก ตโต สูจึ นีหริตฺวา ‘‘ตาต, อยํ สูจี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘นายํ สูจิ, โกสโก เอโส’’ติ. โส อุปธาเรนฺโต เนว อนฺตํ, น โกฏึ อทฺทส. โพธิสตฺโต อาหราเปตฺวา นเขน โกสกํ อปเนตฺวา ‘‘อยํ สูจิ, อยํ โกสโก’’ติ มหาชนสฺส ทสฺเสตฺวา สูจึ อาจริยสฺส หตฺเถ, โกสกํ ปาทมูเล ฐเปสิ. ปุน เตน ‘‘อยํ มญฺเญ สูจี’’ติ วุตฺโต ‘‘อยมฺปิ สูจิโกสโกเยวา’’ติ วตฺวา นเขน ปหรนฺโต ปฏิปาฏิยา ฉ สูจิโกสเก กมฺมารเชฏฺฐกสฺส ปาทมูเล ฐเปตฺวา ‘‘อยํ สูจี’’ติ ตสฺส หตฺเถ ฐเปสิ. กมฺมารสหสฺสานิ องฺคุลิโย โผเฏสุํ, เจลุกฺเขปา ปวตฺตึสุ.
อถ นํ กมฺมารเชฏฺฐโก ‘‘ตาต, อิมาย สูจิยา กึ พล’’นฺติ ปุจฺฉิ. ‘‘อาจริย พลวตา ปุริเสน อธิกรณึ อุกฺขิปาเปตฺวา อธิกรณิยา เหฏฺฐา อุทกปาตึ ฐปาเปตฺวา อธิกรณิยา มชฺเฌ อิมํ สูจึ ปหรถา’’ติ. โส ตถา กาเรตฺวา อธิกรณิยา มชฺเฌ สูจึ อคฺเคน ปหริ. สา อธิกรณึ วินิวิชฺฌิตฺวา อุทกปิฏฺเฐ เกสคฺคมตฺตมฺปิ อุทฺธํ วา อโธ วา อหุตฺวา ติริยํ ปติฏฺฐาสิ. สพฺเพ กมฺมารา ‘‘อเมฺหหิ เอตฺตกํ กาลํ ‘กมฺมารา นาม เอทิสา โหนฺตี’ติ สุติวเสนปิ น สุตปุพฺพ’’นฺติ องฺคุลิโย โผเฏตฺวา เจลุกฺเขปสหสฺสํ ปวตฺตยึสุ. กมฺมารเชฏฺฐโก ธีตรํ ปกฺโกสิตฺวา ตสฺมิญฺเญว ปริสมชฺเฌ ‘‘อยํ กุมาริกา ตุยฺหเมว อนุจฺฉวิกา’’ติ อุทกํ ปาเตตฺวา อทาสิ. โส อปรภาเค กมฺมารเชฏฺฐกสฺส อจฺจเยน ตสฺมึ คาเม กมฺมารเชฏฺฐโก อโหสิ.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา กมฺมารเชฏฺฐกสฺส ธีตา ราหุลมาตา อโหสิ, ปณฺฑิตกมฺมารปุตฺโต ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.
สูจิชาตกวณฺณนา ทุติยา.
[๓๘๘] ๓. ตุณฺฑิลชาตกวณฺณนา
นวฉนฺนเกติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ มรณภีรุกํ ภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ. โส กิร สาวตฺถิวาสี กุลปุตฺโต พุทฺธสาสเน ปพฺพชิตฺวา มรณภีรุโก อโหสิ, อปฺปมตฺตกมฺปิ สาขาจลนํ ทณฺฑกปตนํ สกุณจตุปฺปทสทฺทํ วา อญฺญํ วา ตถารูปํ สุตฺวา มรณภยตชฺชิโต หุตฺวา กุจฺฉิยํ วิทฺธสโส วิย กมฺปนฺโต วิจริ. ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ‘‘อาวุโส, อสุโก กิร ภิกฺขุ มรณภีรุโก อปฺปมตฺตกมฺปิ สทฺทํ สุตฺวา วิกมฺปมาโน ปลายติ, อิเมสญฺจ สตฺตานํ มรณเมว ธุวํ, ชีวิตํ อทฺธุวํ, นนุ ตเทว โยนิโส มนสิ กาตพฺพ’’นฺติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ตํ ภิกฺขุํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘สจฺจํ กิร ตฺวํ ภิกฺขุ มรณภีรุโก’’ติ วตฺวา ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ เตน ปฏิญฺญาโต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพเปส มรณภีรุโกเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต สูกริยา กุจฺฉิมฺหิ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. สูกรี ปริณตคพฺภา เทฺว ปุตฺเต วิชายิ. สา เอกทิวสํ เต คเหตฺวา เอกสฺมึ อาวาเฏ นิปชฺชิ. อเถกา พาราณสิทฺวารคามวาสินี มหลฺลิกา กปฺปาสเขตฺตโต ปจฺฉิปุณฺณํ กปฺปาสํ อาทาย ยฏฺฐิยา ภูมึ อาโกเฏนฺตี อาคจฺฉิ. สูกรี ตํ สทฺทํ สุตฺวา มรณภเยน ปุตฺตเก ฉฑฺเฑตฺวา ปลายิ. มหลฺลิกา สูกรโปตเก ทิสฺวา ปุตฺตสญฺญํ ปฏิลภิตฺวา ปจฺฉิยํ ปกฺขิปิตฺวา ฆรํ เนตฺวา เชฏฺฐกสฺส มหาตุณฺฑิโล, กนิฏฺฐสฺส จูฬตุณฺฑิโลติ นามํ กริตฺวา เต ปุตฺตเก วิย โปเสสิ. เต อปรภาเค วฑฺฒิตฺวา ถูลสรีรา อเหสุํ. มหลฺลิกา ‘‘อิเม โน มูเลน เทหี’’ติ วุจฺจมานาปิ ‘‘ปุตฺตา เม’’ติ วตฺวา กสฺสจิ น เทติ. อเถกสฺมึ ฉณกาเล ธุตฺตา สุรํ ปิวนฺตา มํเส ขีเณ ‘‘กุโต นุ โข มํสํ ลภิสฺสามา’’ติ วีมํสนฺตา มหลฺลิกาย เคเห สูกรานํ อตฺถิภาวํ ญตฺวา มูลํ คเหตฺวา ตตฺถ คนฺตฺวา ‘‘อมฺม, มูลํ คเหตฺวา เอกํ โน สูกรํ เทหี’’ติ อาหํสุ. สา ‘‘อลํ, ตาตา, ปุตฺตา เม เอเต, ปุตฺตํ นาม มํสํ ขาทนตฺถาย กิณนฺตานํ ททนฺตา นาม นตฺถี’’ติ ปฏิกฺขิปิ. ธุตฺตา ‘‘อมฺม, มนุสฺสานํ สูกรา นาม ปุตฺตา น โหนฺติ, เทหิ โน’’ติ ปุนปฺปุนํ ยาจนฺตาปิ อลภิตฺวา มหลฺลิกํ สุรํ ปาเยตฺวา มตฺตกาเล ‘‘อมฺม, สูกเรหิ กึ กริสฺสสิ, มูลํ คเหตฺวา ปริพฺพยํ กโรหี’’ติ ตสฺสา หตฺเถ กหาปเณ ฐปยึสุ.
สา กหาปเณ คเหตฺวา ‘‘ตาตา, มหาตุณฺฑิลํ ทาตุํ น สกฺโกมิ. จูฬตุณฺฑิลํ ปน คณฺหถา’’ติ อาห. ‘‘กหํ โส’’ติ? ‘‘อยํ เอตสฺมึ คจฺเฉติ, สทฺทมสฺส เทหี’’ติ. ‘‘อาหารํ น ปสฺสามี’’ติ. ธุตฺตา มูเลน เอกํ ภตฺตปาตึ อาหราเปสุํ. มหลฺลิกา ตํ คเหตฺวา ทฺวาเร ฐปิตํ สูกรโทณึ ปูเรตฺวา โทณิสมีเป อฏฺฐาสิ. ตึสมตฺตาปิ ธุตฺตา ปาสหตฺถา ตตฺเถว อฏฺฐํสุ. มหลฺลิกา ‘‘ตาต, จูฬตุณฺฑิล, เอหี’’ติ ตสฺส สทฺทมกาสิ. ตํ สุตฺวา มหาตุณฺฑิโล ‘‘เอตฺตกํ กาลํ มม มาตรา จูฬตุณฺฑิลสฺส สทฺโท น ทินฺนปุพฺโพ, มํเยว ปฐมํ สทฺทายติ, อวสฺสํ อชฺช อมฺหากํ ภยํ อุปฺปนฺนํ ภวิสฺสตี’’ติ อญฺญาสิ. โส กนิฏฺฐํ อามนฺเตสิ ‘‘ตาต, มม มาตา ตํ ปกฺโกสติ, คจฺฉ ตาว ชานาหี’’ติ. โส คจฺฉา นิกฺขมิตฺวา ภตฺตโทณิสมีเป เตสํ ฐิตภาวํ ทิสฺวา ‘‘อชฺช เม มรณํ อุปฺปนฺน’’นฺติ มรณภยตชฺชิโต นิวตฺติตฺวา กมฺปมาโน ภาตุ สนฺติกํ อาคนฺตฺวา ถมฺภิตุํ นาสกฺขิ, กมฺปมาโน ปริพฺภมิ. มหาตุณฺฑิโล ตํ ทิสฺวา ‘‘ตาต, ตฺวํ อชฺช ปน ปเวธสิ ปริพฺภมสิ, ปวิสนฏฺฐานํ โอโลเกสิ, กึ นาเมตํ กโรสี’’ติ ปุจฺฉิ. โส อตฺตนา ทิฏฺฐการณํ กเถนฺโต ปฐมํ คาถมาห –
๘๘. ‘‘นวฉนฺนเกทานิ ทิยฺยติ, ปุณฺณายํ โทณิ สุวามินี ฐิตา;
พหุเก ชเน ปาสปาณิเก, โน จ โข เม ปฏิภาติ ภุญฺชิตุ’’นฺติ.
ตตฺถ นวฉนฺนเกทานิ ทิยฺยตีติ ภาติก, ปุพฺเพ อมฺหากํ กุณฺฑกยาคุ วา ฌามภตฺตํ วา ทิยฺยติ, อชฺช ปน นวฉนฺนกํ นวาการํ ทานํ ทิยฺยติ. ปุณฺณายํ โทณีติ อยํ อมฺหากํ ภตฺตโทณิ สุทฺธภตฺตสฺส ปุณฺณา. สุวามินี ฐิตาติ อยฺยาปิ โน ตสฺสา สนฺติเก ฐิตา. พหุเก ชเนติ น เกวลญฺจ อยฺยาว, อญฺโญปิ พหุโก ชโน ปาสปาณิโก ฐิโต. โน จ โข เม ปฏิภาตีติ อยํ เอวํ เอเตสํ ฐิตภาโวปิ อิทํ ภตฺตํ ภุญฺชิตุมฺปิ มยฺหํ น ปฏิภาติ, น รุจฺจตีติ อตฺโถ.
ตํ สุตฺวา มหาสตฺโต ‘‘ตาต จูฬตุณฺฑิล, มม กิร มาตา เอตฺเถว สูกเร โปเสนฺตี นาม ยทตฺถํ โปเสติ, สฺวาสฺสา อตฺโถ อชฺช มตฺถกํ ปตฺโต, ตฺวํ มา จินฺตยี’’ติ วตฺวา มธุเรน สเรน พุทฺธลีฬาย ธมฺมํ เทเสนฺโต เทฺว คาถา อภาสิ –
๘๙. ‘‘ตสสิ ภมสิ เลณมิจฺฉสิ, อตฺตาโณสิ กุหึ คมิสฺสสิ;
อปฺโปสฺสุกฺโก ภุญฺช ตุณฺฑิล, มํสตฺถาย หิ โปสิตามฺหเส.
๙๐. ‘‘โอคห รหทํ อกทฺทมํ, สพฺพํ เสทมลํ ปวาหย;
คณฺหาหิ นวํ วิเลปนํ, ยสฺส คนฺโธ น กทาจิ ฉิชฺชตี’’ติ.
ตตฺถ ตสสิ ภมสีติ มรณภเยน อุตฺตสสิ, เตเนว กิลมนฺโต ภมสิ. เลณมิจฺฉสีติ ปติฏฺฐํ โอโลเกสิ. อตฺตาโณสีติ ตาต, ปุพฺเพ อมฺหากํ มาตา ปฏิสรณํ อโหสิ, สา อชฺช ปน นิรเปกฺขา อเมฺห ฉฑฺเฑสิ, อิทานิ กุหึ คมิสฺสสิ. โอคหาติ โอคาห, อยเมว วา ปาโฐ. ปวาหยาติ ปวาเหหิ, หาเรหีติ อตฺโถ. น ฉิชฺชตีติ น นสฺสติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ตาต, สเจ มรณโต ตสสิ, อกทฺทมํ โปกฺขรณึ โอตริตฺวา ตว สรีเร สพฺพํ เสทญฺจ มลญฺจ ปวาเหตฺวา สุรภิคนฺธวิเลปนํ วิลิมฺปาติ.
ตสฺส ทส ปารมิโย อาวชฺเชตฺวา เมตฺตาปารมึ ปุเรจาริกํ กตฺวา ปฐมํ ปทํ อุทาหรนฺตสฺเสว สทฺโท สกลํ ทฺวาทสโยชนิกํ พาราณสึ อชฺโฌตฺถริตฺวา คโต. สุตสุตกฺขเณเยว ราชอุปราชาทโย อาทึ กตฺวา พาราณสิวาสิโน อาคมํสุ. อนาคตาปิ เคเห ฐิตาว สุณึสุ. ราชปุริสา คจฺเฉ ฉินฺทิตฺวา ภูมึ สมํ กตฺวา วาลุกํ โอกิรึสุ. ธุตฺตานํ สุรามโท ฉิชฺชิ. ปาเส ฉฑฺเฑตฺวา ธมฺมํ สุณมานา อฏฺฐํสุ. มหลฺลิกายปิ สุรามโท ฉิชฺชิ. มหาสตฺโต มหาชนมชฺเฌ จูฬตุณฺฑิลสฺส ธมฺมเทสนํ อารภิ. ตํ สุตฺวา จูฬตุณฺฑิโล ‘‘มยฺหํ ภาตา เอวํ วเทติ, อมฺหากญฺจ วํเส โปกฺขรณึ โอตริตฺวา นหานํ, สรีรโต เสทมลปวาหนํ, ปุราณวิเลปนํ หาเรตฺวา นววิเลปนคหณญฺจ กิสฺมิญฺจิ กาเล นตฺถิ, กึ นุ โข สนฺธาย ภาตา มํ เอว มาหา’’ติ ปุจฺฉนฺโต จตุตฺถํ คาถมาห –
๙๑. ‘‘กตโม รหโท อกทฺทโม, กึสุ เสทมลนฺติ วุจฺจติ;
กตมญฺจ นวํ วิเลปนํ, ยสฺส คนฺโธ น กทาจิ ฉิชฺชตี’’ติ.
ตํ สุตฺวา มหาสตฺโต ‘‘เตน หิ กนิฏฺฐ โอหิตโสโต สุณาหี’’ติ พุทฺธลีฬาย ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมา คาถา อภาสิ –
๙๒. ‘‘ธมฺโม รหโท อกทฺทโม, ปาปํ เสทมลนฺติ วุจฺจติ;
สีลญฺจ นวํ วิเลปนํ, ตสฺส คนฺโธ น กทาจิ ฉิชฺชติ.
๙๓. ‘‘นนฺทนฺติ สรีรฆาติโน, น จ นนฺทนฺติ สรีรธาริโน;
ปุณฺณาย จ ปุณฺณมาสิยา, รมมานาว ชหนฺติ ชีวิต’’นฺติ.
ตตฺถ ธมฺโมติ ปญฺจสีลอฏฺฐสีลทสสีลานิ ตีณิ สุจริตานิ สตฺตตึสโพธิปกฺขิยธมฺมา อมตมหานิพฺพานนฺติ สพฺโพเปส ธมฺโม นาม. อกทฺทโมติ ราคโทสโมหมานทิฏฺฐิกิเลสกทฺทมานํ อภาเวน อกทฺทโม. อิมินา เสสธมฺมโต วินิวตฺเตตฺวา นิพฺพานเมว ทสฺเสติ. ‘‘ยาวตา, ภิกฺขเว, ธมฺมา สงฺขตา วา อสงฺขตา วา, วิราโค เตสํ ธมฺมานํ อคฺคมกฺขายติ, ยทิทํ มทนิมฺมทโน ปิปาสวินโย อาลยสมุคฺฆาโต วฏฺฏุปจฺเฉโท ตณฺหกฺขโย วิราโค นิโรโธ นิพฺพาน’’นฺติ (อ. นิ. ๔.๓๔; อิติวุ. ๙๐) หิ วุตฺตํ, ตเทว ทสฺเสนฺโต, ตาต จูฬตุณฺฑิล, อหํ นิพฺพานตฬากํ ‘‘รหโท’’ติ กเถมิ. ชาติชราพฺยาธิมรณาทีนิ หิ ตตฺถ นตฺถิ, สเจ มรณโต มุญฺจิตุกาโม, นิพฺพานคามินึ ปฏิปทํ คณฺหาติ. อุปนิสฺสยปจฺจยวเสน กิร โพธิสตฺโต เอวํ กเถสิ.
ปาปํ เสทมลนฺติ ตาต จูฬตุณฺฑิล, ปาปํ เสทมลสทิสตฺตา ‘‘เสทมล’’นฺติ โปราณกปณฺฑิเตหิ กถิตํ. ตํ ปเนตํ เอกวิเธน ปาปํ ยทิทํ มโนปโทโส, ทุวิเธน ปาปํ ปาปกญฺจ สีลํ, ปาปิกา จ ทิฏฺฐิ, ติวิเธน ปาปํ ตีณิ ทุจฺจริตานิ, จตุพฺพิเธน ปาปํ จตฺตาริ อคติคมนานิ, ปญฺจวิเธน ปาปํ ปญฺจ เจโตขิลา, ฉพฺพิเธน ปาปํ ฉ อคารวา, สตฺตวิเธน ปาปํ สตฺต อสทฺธมฺมา, อฏฺฐวิเธน ปาปํ อฏฺฐ มิจฺฉตฺตา, นววิเธน ปาปํ นว อาฆาตวตฺถูนิ, ทสวิเธน ปาปํ ทส อกุสลกมฺมปถา, พหุวิเธน ปาปํ ราโค โทโส โมโหติ เอกกทุกติกาทิวเสน วิภตฺตา อกุสลา ธมฺมา, อิติ สพฺพมฺเปตํ ปาปํ ‘‘สรีรนิสฺสิตเสทมลสทิส’’นฺติ ปณฺฑิเตหิ กถิตํ.
สีลนฺติ ปญฺจสีลํ ทสสีลํ จตุปาริสุทฺธิสีลํ. ‘‘อิทํ, ตาต, สีลํ จตุชฺชาติคนฺธวิเลปนสทิส’’นฺติ วทติ. ตสฺสาติ ตสฺส สิลสฺส คนฺโธ ตีสุ วเยสุ กทาจิ น ฉิชฺชติ, สกลโลกํ ปตฺถริตฺวา คจฺฉติ.
‘‘น ปุปฺผคนฺโธ ปฏิวาตเมติ, น จนฺทนํ ตคฺครมลฺลิกา วา;
สตญฺจ คนฺโธ ปฏิวาตเมติ, สพฺพา ทิสา สปฺปุริโส ปวายติ.
‘‘จนฺทนํ ตครํ วาปิ, อุปฺปลํ อถ วสฺสิกี;
เอเตสํ คนฺธชาตานํ, สีลคนฺโธ อนุตฺตโร.
‘‘อปฺปมตฺโต อยํ คนฺโธ, ยฺวายํ ตครจนฺทนํ;
โย จ สีลวตํ คนฺโธ, วาติ เทเวสุ อุตฺตโม’’ติ. (ธ. ป. ๕๔-๕๖);
นนฺทนฺติ สรีรฆาติโนติ ตาต จูฬตุณฺฑิล, อิเม อญฺญาณมนุสฺสา ‘‘มธุรมํสํ ขาทิสฺสาม, ปุตฺตทารมฺปิ ขาทาเปสฺสามา’’ติ ปาณาติปาตํ กโรนฺตา นนฺทนฺติ ตุสฺสนฺติ, ปาณาติปาโต อาเสวิโต ภาวิโต พหุลีกโต นิรยสํวตฺตนิโก โหติ, ติรจฺฉานโยนิ…เป… เปตฺติวิสยสํวตฺตนิโก โหติ, โย สพฺพลหุโก ปาณาติปาตสฺส วิปาโก, โส มนุสฺสภูตสฺส อปฺปายุกสํวตฺตนิโก โหตีติ อิมํ ปาณาติปาเต อาทีนวํ น ชานนฺติ. อชานนฺตา –
‘‘มธุวา มญฺญติ พาโล, ยาว ปาปํ น ปจฺจติ;
ยทา จ ปจฺจติ ปาปํ, พาโล ทุกฺขํ นิคจฺฉตี’’ติ. (ธ. ป. ๖๙) –
มธุรสญฺญิโน หุตฺวา –
‘‘จรนฺติ พาลา ทุมฺเมธา, อมิตฺเตเนว อตฺตนา;
กโรนฺตา ปาปกํ กมฺมํ, ยํ โหติ กฏุกปฺผล’’นฺติ. (ธ. ป. ๖๖) –
เอตฺตกมฺปิ น ชานนฺติ.
‘‘น ตํ กมฺมํ กตํ สาธุ, ยํ กตฺวา อนุตปฺปติ;
ยสฺส อสฺสุมุโข โรทํ, วิปากํ ปฏิเสวตี’’ติ. (ธ. ป. ๖๗);
น จ นนฺทนฺติ สรีรธาริโนติ ตาต จูฬตุณฺฑิล, เย ปเนเต สรีรธาริโน สตฺตา, เต อตฺตโน มรเณ อาคจฺฉนฺเต ฐเปตฺวา สีหมิคราชหตฺถาชานียอสฺสาชานียขีณาสเว อวเสสา โพธิสตฺตํ อาทึ กตฺวา อภายนฺตา นาม นตฺถิ.
‘‘สพฺเพ ตสนฺติ ทณฺฑสฺส, สพฺเพ ภายนฺติ มจฺจุโน;
อตฺตานํ อุปมํ กตฺวา, น หเนยฺย น ฆาตเย’’ติ. (ธ. ป. ๑๒๙);
ปุณฺณายาติ คุณปุณฺณาย. ปุณฺณมาสิยาติ ปุณฺณจนฺทยุตฺตาย, มาสํ วา ปูเรตฺวา ฐิตาย. ตทา กิร ปุณฺณมาสี อุโปสถทิวโส โหติ. รมมานาว ชหนฺติ ชีวิตนฺติ ตาต จูฬตุณฺฑิล, มา โสจิ มา ปริเทวิ, มรณสฺส นาม เต ภายนฺติ, เยสํ อพฺภนฺตเร สีลาทิคุณา นตฺถิ. มยํ ปน สีลาจารสมฺปนฺนา ปุญฺญวนฺโต, ตสฺมา อมฺหาทิสา สตฺตา รมมานาว ชหนฺติ ชีวิตนฺติ.
เอวํ มหาสตฺโต มธุเรน สเรน พุทฺธลีฬาย ธมฺมํ เทเสสิ. มหาชนกายา องฺคุลิโย โผเฏสุํ, เจลุกฺเขปา จ ปวตฺตึสุ, สาธุการสทฺทปุณฺณํ อนฺตลิกฺขํ อโหสิ. พาราณสิราชา โพธิสตฺตํ รชฺเชน ปูเชตฺวา มหลฺลิกาย ยสํ ทตฺวา อุโภปิ เต คนฺโธทเกน นฺหาเปตฺวา คนฺธาทีหิ วิลิมฺปาเปตฺวา คีวาสุ มณิรตนานิ ปิฬนฺธาเปตฺวา ฆรํ เนตฺวา ปุตฺตฏฺฐาเน ฐเปตฺวา มหนฺเตน ปริวาเรน ปฏิชคฺคิ. โพธิสตฺโต รญฺโญ ปญฺจ สีลานิ อทาสิ. สพฺเพ พาราณสิวาสิโน จ กาสิรฏฺฐวาสิโน จ ปญฺจ สีลานิ รกฺขึสุ. มหาสตฺโต เนสํ ปกฺขทิวเสสุ ธมฺมํ เทเสสิ, วินิจฺฉเย นิสีทิตฺวา อฑฺเฑ ตีเรสิ. ตสฺมึ ธรมาเน กูฏฑฺฑการกา นาม นาเหสุํ. อปรภาเค ราชา กาลมกาสิ. มหาสตฺโต ตสฺส สรีรปริหารํ กาเรตฺวา วินิจฺฉเย โปตฺถเก ลิขาเปตฺวา ‘‘อิมํ โปตฺถกํ โอโลเกตฺวา อฑฺฑํ ตีเรยฺยาถา’’ติ วตฺวา มหาชนสฺส ธมฺมํ เทเสตฺวา อปฺปมาเทน โอวาทํ ทตฺวา สพฺเพสํ โรทนฺตานํ ปริเทวนฺตานญฺเญว สทฺธึ จูฬตุณฺฑิเลน อรญฺญํ ปาวิสิ. ตทา โพธิสตฺตสฺส โอวาโท สฏฺฐิ วสฺสสหสฺสานิ ปวตฺติ.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ, สจฺจปริโยสาเน โส มรณภีรุโก ภิกฺขุ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ.
ตทา ราชา อานนฺโท อโหสิ, จูฬตุณฺฑิโล มรณภีรุโก ภิกฺขุ, ปริสา พุทฺธปริสา, มหาตุณฺฑิโล ปน อหเมว อโหสินฺติ.
ตุณฺฑิลชาตกวณฺณนา ตติยา.
[๓๘๙] ๔. สุวณฺณกกฺกฏกชาตกวณฺณนา
สิงฺคีมิโคติ อิทํ สตฺถา เวฬุวเน วิหรนฺโต อานนฺทตฺเถรสฺส อตฺตโน อตฺถาย ชีวิตปริจฺจาคํ อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ ยาว ธนุคฺคหปโยชนา ขณฺฑหาลชาตเก (ชา. ๒.๒๒.๙๘๒ อาทโย) ธนปาลวิสฺสชฺชนํ จูฬหํสมหาหํสชาตเก (ชา. ๑.๑๕.๑๓๓ อาทโย) กถิตํ. ตทา หิ ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ‘‘อาวุโส, ธมฺมภณฺฑาคาริกอานนฺทตฺเถโร เสกฺขปฏิสมฺภิทาปฺปตฺโต หุตฺวา ธนปาลเก อาคจฺฉนฺเต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ชีวิตํ ปริจฺจชี’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพปิ อานนฺโท มยฺหํ ชีวิตํ ปริจฺจชิเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.
อตีเต ราชคหสฺส ปุพฺพปสฺเส สาลินฺทิโย นาม พฺราหฺมณคาโม โหติ. ตทา โพธิสตฺโต ตสฺมึ คาเม กสฺสกพฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต กุฏุมฺพํ สณฺฐเปตฺวา ตสฺส คามสฺส ปุพฺพุตฺตราย ทิสาย เอกสฺมึ คามเขตฺเต กรีสสหสฺสมตฺตํ กสึ กาเรสิ. โส เอกทิวสํ มนุสฺเสหิ สทฺธึ เขตฺตํ คนฺตฺวา กมฺมกาเร ‘‘กสถา’’ติ อาณาเปตฺวา มุขโธวนตฺถาย เขตฺตโกฏิยํ มหนฺตํ โสพฺภํ อุปสงฺกมิ. ตสฺมึ โข ปน โสพฺเภ เอโก สุวณฺณวณฺโณ กกฺกฏโก ปฏิวสติ อภิรูโป ปาสาทิโก. โพธิสตฺโต ทนฺตกฏฺฐํ ขาทิตฺวา ตํ โสพฺภํ โอตริ. ตสฺส มุขโธวนกาเล กกฺกฏโก สนฺติกํ อาคมาสิ. อถ นํ โส อุกฺขิปิตฺวา อตฺตโน อุตฺตริสาฏกนฺตเร นิปชฺชาเปตฺวา คเหตฺวา เขตฺเต กตฺตพฺพกิจฺจํ กตฺวา คจฺฉนฺโต ตตฺเถว นํ โสพฺเภ ปกฺขิปิตฺวา เคหํ อคมาสิ. ตโต ปฏฺฐาย เขตฺตํ อาคจฺฉนฺโต ปฐมํ ตํ โสพฺภํ คนฺตฺวา กกฺกฏกํ อุกฺขิปิตฺวา อุตฺตริสาฏกนฺตเร นิปชฺชาเปตฺวา ปจฺฉา กมฺมนฺตํ วิจาเรสิ. อิติ เตสํ อญฺญมญฺญํ วิสฺสาโส ทโฬฺห อโหสิ.
โพธิสตฺโต นิพทฺธํ เขตฺตํ อาคจฺฉติ, อกฺขีสุ จ ปนสฺส ปญฺจ ปสาทา ตีณิ มณฺฑลานิ วิสุทฺธานิ หุตฺวา ปญฺญายนฺติ. อถสฺส เขตฺตโกฏิยํ เอกสฺมึ ตาเล กากกุลาวเก กากี อกฺขีนิ ทิสฺวา ขาทิตุกามา หุตฺวา กากํ อาห – ‘‘สามิ, โทหโฬ เม อุปฺปนฺโน’’ติ. ‘‘กึ โทหโฬ นามา’’ติ? ‘‘เอตสฺส พฺราหฺมณสฺส อกฺขีนิ ขาทิตุกามามฺหี’’ติ. ‘‘ทุทฺโทหโฬ เต อุปฺปนฺโน, โก เอตานิ อาหริตุํ สกฺขิสฺสตี’’ติ. ‘‘ตฺวํ น สกฺโกสี’’ติ อหมฺเปตํ ชานามิ, โย ปเนส ตาลสฺส อวิทูเร วมฺมิโก, เอตฺถ กณฺหสปฺโป วสติ. ‘‘ตํ อุปฏฺฐห, โส เอตํ ฑํสิตฺวา มาเรสฺสติ, อถสฺส อกฺขีนิ อุปฺปาเฏตฺวา ตฺวํ อาหริสฺสสี’’ติ. โส ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ตโต ปฏฺฐาย กณฺหสปฺปํ อุปฏฺฐหิ. โพธิสตฺเตนปิ วาปิตสสฺสานํ คพฺภคฺคหณกาเล กกฺกฏโก มหา อโหสิ. อเถกทิวสํ สปฺโป กากมาห ‘‘สมฺม, ตฺวํ นิพทฺธํ มํ อุปฏฺฐหสิ, กึ เต กโรมี’’ติ. ‘‘สามิ, ตุมฺหากํ ทาสิยา เอตสฺส เขตฺตสามิกสฺส อกฺขีสุ โทหโฬ อุปฺปชฺชิ, สฺวาหํ ตุมฺหากํ อานุภาเวน ตสฺส อกฺขีนิ ลภิสฺสามีติ ตุเมฺห อุปฏฺฐหามี’’ติ. สปฺโป ‘‘โหตุ, นยิทํ ครุกํ, ลภิสฺสสี’’ติ ตํ อสฺสาเสตฺวา ปุน ทิวเส พฺราหฺมณสฺส อาคมนมคฺเค เกทารมริยาทํ นิสฺสาย ติเณหิ ปฏิจฺฉนฺโน หุตฺวา ตสฺสาคมนํ โอโลเกนฺโต นิปชฺชิ.
โพธิสตฺโต อาคจฺฉนฺโต ปฐมํ โสพฺภํ โอตริตฺวา มุขํ โธวิตฺวา สิเนหํ ปจฺจุปฏฺฐาเปตฺวา สุวณฺณกกฺกฏกํ อาลิงฺเคตฺวา อุตฺตริสาฏกนฺตเร นิปชฺชาเปตฺวา เขตฺตํ ปาวิสิ. สปฺโป ตํ อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวาว เวเคน ปกฺขนฺทิตฺวา ปิณฺฑิกมํเส ฑํสิตฺวา ตตฺเถว ปาเตตฺวา วมฺมิกํ สนฺธาย ปลายิ. โพธิสตฺตสฺส ปตนญฺจ กกฺกฏกสฺส สาฏกนฺตรโต ลงฺฆนญฺจ กากสฺส อาคนฺตฺวา โพธิสตฺตสฺส อุเร นิลียนญฺจ อปจฺฉาอปุริมํ อโหสิ. กาโก นิลียิตฺวา อกฺขีนิ ตุณฺเฑน ปหริ. กกฺกฏโก ‘‘อิมํ กากํ นิสฺสาย มม สหายสฺส ภยํ อุปฺปนฺนํ, เอตสฺมึ คหิเต สปฺโป อาคจฺฉิสฺสตี’’ติ สณฺฑาเสน คณฺหนฺโต วิย กากํ คีวายํ อเฬน ทฬฺหํ คเหตฺวา กิลเมตฺวา โถกํ สิถิลมกาสิ. กาโก ‘‘กิสฺส มํ สมฺม, ฉฑฺเฑตฺวา ปลายสิ, เอส มํ กกฺกฏโก ภิยฺโย วิเหเฐติ, ยาว น มรามิ, ตาว เอหี’’ติ สปฺปํ ปกฺโกสนฺโต ปฐมํ คาถมาห –
๙๔. ‘‘สิงฺคีมิโค อายตจกฺขุเนตฺโต, อฏฺฐิตฺตโจ วาริสโย อโลโม;
เตนาภิภูโต กปณํ รุทามิ, หเร สขา กิสฺส นุ มํ ชหาสี’’ติ.
ตตฺถ สิงฺคีมิโคติ สิงฺคีสุวณฺณวณฺณตาย วา อฬสงฺขาตานํ วา สิงฺคานํ อตฺถิตาย กกฺกฏโก วุตฺโต. อายตจกฺขุเนตฺโตติ ทีเฆหิ จกฺขุสงฺขาเตหิ เนตฺเตหิ สมนฺนาคโต. อฏฺฐิเมว ตโจ อสฺสาติ อฏฺฐิตฺตโจ. หเร สขาติ อาลปนเมตํ, อมฺโภ สหายาติ อตฺโถ.
สปฺโป ตํ สุตฺวา มหนฺตํ ผณํ กตฺวา กากํ อสฺสาเสนฺโต อคมาสิ. สตฺถา อิมมตฺถํ ทีเปนฺโต อภิสมฺพุทฺโธ หุตฺวา ทุติยํ คาถมาห –
๙๕. ‘‘โส ปสฺสสนฺโต มหตา ผเณน, ภุชงฺคโม กกฺกฏมชฺฌปตฺโต;
สขา สขารํ ปริตายมาโน, ภุชงฺคมํ กกฺกฏโก คเหสี’’ติ.
ตตฺถ กกฺกฏมชฺฌปตฺโตติ กกฺกฏกํ สมฺปตฺโต. สขา สขารนฺติ สหาโย สหายํ. ‘‘สกํ สขาร’’นฺติปิ ปาโฐ, อตฺตโน สหายนฺติ อตฺโถ. ปริตายมาโนติ รกฺขมาโน. คเหสีติ ทุติเยน อเฬน คีวายํ ทฬฺหํ คเหสิ.
อถ นํ กิลเมตฺวา โถกํ สิถิลมกาสิ. อถ สปฺโป ‘‘กกฺกฏกา นาม เนว กากมํสํ ขาทนฺติ, น สปฺปมํสํ, อถ เกน นุ โข การเณน อยํ อเมฺห คณฺหี’’ติ จินฺเตตฺวา ตํ ปุจฺฉนฺโต ตติยํ คาถมาห –
๙๖. ‘‘น วายสํ โน ปน กณฺหสปฺปํ, ฆาสตฺถิโก กกฺกฏโก อเทยฺย;
ปุจฺฉามิ ตํ อายตจกฺขุเนตฺต, อถ กิสฺส เหตุมฺห อุโภ คหีตา’’ติ.
ตตฺถ ฆาสตฺถิโกติ อาหารตฺถิโก หุตฺวา. อเทยฺยาติอาทิเยยฺย, น-กาเรน โยเชตฺวา น คณฺหีติ อตฺโถ.
ตํ สุตฺวา กกฺกฏโก คหณการณํ กเถนฺโต เทฺว คาถา อภาสิ –
๙๗. ‘‘อยํ ปุริโส มม อตฺถกาโม, โย มํ คเหตฺวาน ทกาย เนติ;
ตสฺมึ มเต ทุกฺขมนปฺปกํ เม, อหญฺจ เอโส จ อุโภ น โหม.
๙๘. ‘‘มมญฺจ ทิสฺวาน ปวทฺธกายํ, สพฺโพ ชโน หึสิตุเมว มิจฺเฉ;
สาทุญฺจ ถูลญฺจ มุทุญฺจ มํสํ, กากาปิ มํ ทิสฺว วิเหฐเยยฺยุ’’นฺติ.
ตตฺถ อยนฺติ โพธิสตฺตํ นิทฺทิสติ. อตฺถกาโมติ หิตกาโม. ทกาย เนตีติ โย มํ สมฺปิยายมาโน อุตฺตริสาฏเกน คเหตฺวาน อุทกาย เนติ, อตฺตโน วสนกโสพฺภํ ปาเปติ. ตสฺมึ มเตติ สเจ โส อิมสฺมึ ฐาเน มริสฺสติ, เอตสฺมึ มเต มม กายิกํ เจตสิกํ มหนฺตํ ทุกฺขํ ภวิสฺสตีติ ทีเปติ. อุโภ น โหมาติ เทฺวปิ ชนา น ภวิสฺสาม. มมญฺจ ทิสฺวานาติ คาถาย อยมตฺโถ – อิทญฺจ อปรํ การณํ, อิมสฺมึ มเต อนาถํ นิปฺปจฺจยํ มํ ปวฑฺฒิตกายํ ทิสฺวา สพฺโพ ชโน ‘‘อิมสฺส กกฺกฏกสฺส สาทุญฺจ ถูลญฺจ มุทุญฺจ มํส’’นฺติ มํ มาเรตุํ อิจฺเฉยฺย, น เกวลญฺจ ชโน มนุสฺโส, ติรจฺฉานภูตา กากาปิ มํ ทิสฺวา วิเหฐเยยฺยุํ วิเหเสยฺยุํ มาเรยฺยุํ.
ตํ สุตฺวา สปฺโป จินฺเตสิ ‘‘เอเกนุปาเยน อิมํ วญฺเจตฺวา กากญฺจ อตฺตานญฺจ โมเจสฺสามี’’ติ. อถ นํ วญฺเจตุกาโม ฉฏฺฐํ คาถมาห –
๙๙. ‘‘สเจตสฺส เหตุมฺห อุโภ คหีตา, อุฏฺฐาตุ โปเส วิสมาวมามิ;
มมญฺจ กากญฺจ ปมุญฺจ ขิปฺปํ, ปุเร วิสํ คาฬฺหมุเปติ มจฺจ’’นฺติ.
ตตฺถ สเจตสฺส เหตูติ สเจ เอตสฺส การณา. อุฏฺฐาตูติ นิพฺพิโส โหตุ. วิสมาวมามีติ อหมสฺส วิสํ อากฑฺฒามิ, นิพฺพิสํ นํ กโรมิ. ปุเร วิสํ คาฬฺหมุเปติ มจฺจนฺติ อิมญฺหิ มจฺจํ มยา อนาวมิยมานํ วิสํ คาฬฺหํ พลวํ หุตฺวา อุปคจฺเฉยฺย, ตํ ยาว น อุปคจฺฉติ, ตาวเทว อเมฺห เทฺวปิ ชเน ขิปฺปํ มุญฺจาติ.
ตํ สุตฺวา กกฺกฏโก จินฺเตสิ ‘‘อยํ เอเกนุปาเยน มํ เทฺวปิ ชเน วิสฺสชฺชาเปตฺวา ปลายิตุกาโม, มยฺหํ อุปายโกสลฺลํ น ชานาติ, อหํ ทานิ ยถา สปฺโป สญฺจริตุํ สกฺโกติ, เอวํ อฬํ สิถิลํ กริสฺสามิ, กากํ ปน เนว วิสฺสชฺเชสฺสามี’’ติ เอวํ จินฺเตตฺวา สตฺตมํ คาถมาห –
๑๐๐. ‘‘สปฺปํ ปโมกฺขามิ น ตาว กากํ, ปฏิพนฺธโก โหหิติ ตาว กาโก;
ปุริสญฺจ ทิสฺวาน สุขึ อโรคํ, กากํ ปโมกฺขามิ ยเถว สปฺป’’นฺติ.
ตตฺถ ปฏิพนฺธโกติ ปาฏิโภโค. ยเถว สปฺปนฺติ ยถา ภวนฺตํ สปฺปํ มุญฺจามิ, ตถา กากํ ปโมกฺขามิ, เกวลํ ตฺวํ อิมสฺส พฺราหฺมณสฺส สรีรโต สีฆํ วิสํ อาวมาหีติ.
เอวญฺจ ปน วตฺวา ตสฺส สุขสญฺจารณตฺถํ อฬํ สิถิลมกาสิ. สปฺโป วิสํ อาวมิตฺวา มหาสตฺตสฺส สรีรํ นิพฺพิสํ อกาสิ. โส นิทฺทุกฺโข อุฏฺฐาย ปกติวณฺเณเนว อฏฺฐาสิ. กกฺกฏโก ‘‘สเจ อิเม เทฺวปิ ชนา อโรคา ภวิสฺสนฺติ, มยฺหํ สหายสฺส วฑฺฒิ นาม น ภวิสฺสติ, วินาเสสฺสามิ เน’’ติ จินฺเตตฺวา กตฺตริกาย อุปฺปลมกุฬํ วิย อเฬหิ อุภินฺนมฺปิ สีสํ กปฺเปตฺวา ชีวิตกฺขยํ ปาเปสิ. กากีปิ ตมฺหา ฐานา ปลายิ. โพธิสตฺโต สปฺปสฺส สรีรํ ทณฺฑเก เวเฐตฺวา คุมฺพปิฏฺเฐ ขิปิ. สุวณฺณกกฺกฏกํ โสพฺเภ วิสฺสชฺเชตฺวา นฺหตฺวา สาลินฺทิยคามเมว คโต. ตโต ปฏฺฐาย กกฺกฏเกน สทฺธึ อธิกตโร วิสฺสาโส อโหสิ.
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนนฺโต โอสานคาถมาห –
๑๐๑. ‘‘กาโก ตทา เทวทตฺโต อโหสิ, มาโร ปน กณฺหสปฺโป อโหสิ;
อานนฺทภทฺโท กกฺกฏโก อโหสิ, อหํ ตทา พฺราหฺมโณ โหมิ สตฺถา’’ติ.
สจฺจปริโยสาเน พหู โสตาปนฺนาทโย อเหสุํ. กากี ปน คาถาย น วุตฺตา, สา จิญฺจมาณวิกา อโหสีติ.
สุวณฺณกกฺกฏกชาตกวณฺณนา จตุตฺถา.
[๓๙๐] ๕. มยฺหกชาตกวณฺณนา
สกุโณ มยฺหโก นามาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อาคนฺตุกเสฏฺฐึ อารพฺภ กเถสิ. สาวตฺถิยญฺหิ อาคนฺตุกเสฏฺฐิ นาม อฑฺโฒ อโหสิ มหทฺธโน. โส เนว อตฺตนา โภเค ภุญฺชิ, น ปเรสํ อทาสิ, นานคฺครเส ปณีเต โภชเน อุปนีเต ตํ น ภุญฺชติ, พิลงฺคทุติยํ กณาชกํ เอว ภุญฺชติ, ธูปิตวาสิเตสุ กาสิกวตฺเถสุ อุปนีเตสุ ตานิ หาเรตฺวา ถูลถูลสาฏเก นิวาเสติ, อาชานียยุตฺเต มณิกนกวิจิตฺเต รเถ อุปนีเต ตมฺปิ หราเปตฺวา กตฺตรรถเกน คจฺฉติ, สุวณฺณจฺฉตฺเต ธาริยมาเน ตํ อปเนตฺวา ปณฺณจฺฉตฺเตน ธาริยมาเนน. โส ยาวชีวํ ทานาทีสุ ปุญฺเญสุ เอกมฺปิ อกตฺวา กาลํ กตฺวา โรรุวนิรเย นิพฺพตฺติ. ตสฺส อปุตฺตกํ สาปเตยฺยํ ราชพลํ สตฺตหิ รตฺติทิวเสหิ ราชกุลํ ปเวเสสิ. ตสฺมึ ปเวสิเต ราชา ภุตฺตปาตราโส เชตวนํ คนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา นิสินฺโน ‘‘กึ, มหาราช, พุทฺธุปฏฺฐานํ น กโรสี’’ติ วุตฺเต ‘‘ภนฺเต, สาวตฺถิยํ อาคนฺตุกเสฏฺฐิโน นาม กาลกตสฺส อสฺสามิกธเน อมฺหากํ ฆเร อาหริยมาเนเยว สตฺต รตฺติทิวสา คตา, โส ปน เอตํ ธนํ ลภิตฺวาปิ เนว อตฺตนา ปริภุญฺชิ, น ปเรสํ อทาสิ, รกฺขสปริคฺคหิตโปกฺขรณี วิยสฺส ธนํ อโหสิ, โส เอกทิวสมฺปิ ปณีตโภชนาทีนํ รสํ อนนุภวิตฺวาว มรณมุขํ ปวิฏฺโฐ, เอวํ มจฺฉรี อปุญฺญสตฺโต กึ กตฺวา เอตฺตกํ ธนํ ลภิ, เกน จสฺส โภเคสุ จิตฺตํ น รมี’’ติ สตฺถารํ ปุจฺฉิ. สตฺถา ‘‘มหาราช, ธนลาโภ จ, ธนํ ลทฺธา อปริภุญฺชนการณญฺจ เตเนว กต’’นฺติ วตฺวา เตน ยาจิโต อตีตํ อาหริ.
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต พาราณสิเสฏฺฐิ อสฺสทฺโธ อโหสิ มจฺฉรี, น กสฺสจิ กิญฺจิ เทติ, น กญฺจิ สงฺคณฺหาติ. โส เอกทิวสํ ราชุปฏฺฐานํ คจฺฉนฺโต ตครสิขึ นาม ปจฺเจกพุทฺธํ ปิณฺฑาย จรนฺตํ ทิสฺวา วนฺทิตฺวา ‘‘ลทฺธา, ภนฺเต, ภิกฺขา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘นนุ จราม มหาเสฏฺฐี’’ติ วุตฺเต ปุริสํ อาณาเปสิ ‘‘คจฺฉ, อิมํ อมฺหากํ ฆรํ อาเนตฺวา มม ปลฺลงฺเก นิสีทาเปตฺวา อมฺหากํ ปฏิยตฺตภตฺตสฺส ปตฺตํ ปูเรตฺวา ทาเปหี’’ติ. โส ปจฺเจกพุทฺธํ ฆรํ เนตฺวา นิสีทาเปตฺวา เสฏฺฐิภริยาย อาจิกฺขิ. สา นานคฺครสภตฺตสฺส ปตฺตํ ปูเรตฺวา ตสฺส อทาสิ. โส ภตฺตํ คเหตฺวา เสฏฺฐินิเวสนา นิกฺขมิตฺวา อนฺตรวีถิยํ ปฏิปชฺชิ. เสฏฺฐิ ราชกุลโต ปจฺจาคจฺฉนฺโต ตํ ทิสฺวา วนฺทิตฺวา ‘‘ลทฺธํ, ภนฺเต, ภตฺต’’นฺติ ปุจฺฉิ. ‘‘ลทฺธํ มหาเสฏฺฐี’’ติ. โส ปตฺตํ โอโลเกตฺวา จิตฺตํ ปสาเทตุํ นาสกฺขิ, ‘‘อิมํ เม ภตฺตํ ทาสา วา กมฺมกรา วา ภุญฺชิตฺวา ทุกฺกรมฺปิ กมฺมํ กเรยฺยุํ, อโห วต เม ชานี’’ติ อปรเจตนํ ปริปุณฺณํ กาตุํ นาสกฺขิ. ทานญฺหิ นาม ติสฺโส เจตนา ปริปุณฺณํ กาตุํ สกฺโกนฺตสฺเสว มหปฺผลํ โหติ.
‘‘ปุพฺเพว ทานา สุมนา ภวาม, ททมฺปิ เว อตฺตมนา ภวาม;
ทตฺวาปิ เว นานุตปฺปาม ปจฺฉา, ตสฺมา หิ อมฺหํ ทหรา นมิยฺยเร. (ชา. ๑.๑๐.๙๕);
‘‘ปุพฺเพว ทานา สุมโน, ททํ จิตฺตํ ปสาทเย;
ทตฺวา อตฺตมโน โหติ, เอสา ยญฺญสฺส สมฺปทา’’. (อ. นิ. ๖.๓๗; เป. ว. ๓๐๕);
อิติ, มหาราช, อาคนฺตุกเสฏฺฐิ ตครสิขิปจฺเจกพุทฺธสฺส ทินฺนปจฺจเยน พหุํ ธนํ ลภิ, ทตฺวา อปรเจตนํ ปณีตํ กาตุํ อสมตฺถตาย โภเค ภุญฺชิตุํ นาสกฺขีติ. ‘‘ปุตฺตํ ปน กสฺมา น ลภิ, ภนฺเต’’ติ? สตฺถา ‘‘ปุตฺตสฺส อลภนการณมฺปิ เตเนว กตํ, มหาราชา’’ติ วตฺวา เตน ยาจิโต อตีตํ อาหริ.