๒. วณฺณาโรหวคฺโค

[๓๖๑] ๑. วณฺณาโรหชาตกวณฺณนา

วณฺณาโรเหนาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เทฺว อคฺคสาวเก อารพฺภ กเถสิ. เอกสฺมิญฺหิ สมเย อุโภปิ มหาเถรา ‘‘อิมํ อนฺโตวสฺสํ สุญฺญาคารํ อนุพฺรูเหสฺสามา’’ติ สตฺถารํ อาปุจฺฉิตฺวา คณํ ปหาย สยเมว ปตฺตจีวรํ อาทาย เชตวนา นิกฺขมิตฺวา เอกํ ปจฺจนฺตคามํ นิสฺสาย อรญฺเญ วิหรึสุ. อญฺญตโรปิ วิฆาสาทปุริโส เถรานํ อุปฏฺฐานํ กโรนฺโต ตตฺเถว เอกมนฺเต วสิ. โส เถรานํ สมคฺควาสํ ทิสฺวา ‘‘อิเม อติวิย สมคฺคา วสนฺติ, สกฺกา นุ โข เอเต อญฺญมญฺญํ ภินฺทิตุ’’นฺติ จินฺเตตฺวา สาริปุตฺตตฺเถรํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘กึ นุ โข, ภนฺเต, อยฺเยน มหาโมคฺคลฺลานตฺเถเรน สทฺธึ ตุมฺหากํ กิญฺจิ เวรํ อตฺถี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘กึ ปนาวุโส’’ติ. เอส, ภนฺเต, มม อาคตกาเล ‘‘สาริปุตฺโต นาม ชาติโคตฺตกุลปเทเสหิ วา สุตคนฺถปฏิเวธอิทฺธีหิ วา มยา สทฺธึ กึ ปโหตี’’ติ ตุมฺหากํ อคุณเมว กเถสีติ. เถโร สิตํ กตฺวา ‘‘คจฺฉ ตฺวํ อาวุโส’’ติ อาห.

โส อปรสฺมิมฺปิ ทิวเส มหาโมคฺคลฺลานตฺเถรมฺปิ อุปสงฺกมิตฺวา ตเถว กเถสิ. โสปิ นํ สิตํ กตฺวา ‘‘คจฺฉ, ตฺวํ, อาวุโส’’ติ วตฺวา สาริปุตฺตตฺเถรํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘อาวุโส, เอโส วิฆาสาโท ตุมฺหากํ สนฺติเก กิญฺจิ กเถสี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘อามาวุโส, มยฺหมฺปิ สนฺติเก กเถสิ, อิมํ นีหริตุํ วฏฺฏตี’’ติ. ‘‘สาธุ, อาวุโส, นีหรา’’ติ วุตฺเต เถโร ‘‘มา อิธ วสี’’ติ อจฺฉรํ ปหริตฺวา ตํ นีหริ. เต อุโภปิ สมคฺควาสํ วสิตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา นิสีทึสุ. สตฺถา ปฏิสนฺถารํ กตฺวา ‘‘สุเขน วสฺสํ วสิตฺถา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘ภนฺเต, เอโก วิฆาสาโท อเมฺห ภินฺทิตุกาโม หุตฺวา ภินฺทิตุํ อสกฺโกนฺโต ปลายี’’ติ วุตฺเต ‘‘น โข โส, สาริปุตฺต, อิทาเนว, ปุพฺเพเปส ตุเมฺห ‘ภินฺทิสฺสามี’ติ ภินฺทิตุํ อสกฺโกนฺโต ปลายี’’ติ วตฺวา เตหิ ยาจิโต อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต อรญฺเญ รุกฺขเทวตา อโหสิ. ตทา สีโห จ พฺยคฺโฆ จ อรญฺเญ ปพฺพตคุหายํ วสนฺติ. เอโก สิงฺคาโล เต อุปฏฺฐหนฺโต เตสํ วิฆาสํ ขาทิตฺวา มหากาโย หุตฺวา เอกทิวสํ จินฺเตสิ ‘‘มยา สีหพฺยคฺฆานํ มํสํ น ขาทิตปุพฺพํ, มยา อิเม เทฺว ชเน ภินฺทิตุํ วฏฺฏติ, ตโต เนสํ กลหํ กตฺวา มตานํ มํสํ ขาทิสฺสามี’’ติ. โส สีหํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘กึ, สามิ, ตุมฺหากํ พฺยคฺเฆน สทฺธึ กิญฺจิ เวรํ อตฺถี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘กึ ปน, สมฺมา’’ติ? เอส, ภนฺเต, มมาคตกาเล ‘‘สีโห นาม สรีรวณฺเณน วา อาโรหปริณาเหน วา ชาติพลวีริเยหิ วา มม กลภาคมฺปิ น ปาปุณาตี’’ติ ตุมฺหากํ อคุณเมว กเถสีติ. อถ นํ สีโห ‘‘คจฺฉ ตฺวํ, น โส เอวํ กเถสฺสตี’’ติ อาห. พฺยคฺฆมฺปิ อุปสงฺกมิตฺวา เอเตเนว อุปาเยน กเถสิ. ตํ สุตฺวา พฺยคฺโฆปิ สีหํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘สมฺม, ตฺวํ กิร อิทญฺจิทญฺจ วเทสี’’ติ ปุจฺฉนฺโต ปฐมํ คาถมาห –

๖๐. ‘‘วณฺณาโรเหน ชาติยา, พลนิกฺกมเนน จ;

สุพาหุ น มยา เสยฺโย, สุทาฐ อิติ ภาสสี’’ติ.

ตตฺถ พลนิกฺกมเนน จาติ กายพเลน เจว วีริยพเลน จ. สุพาหุ น มยา เสยฺโยติ อยํ สุพาหุ นาม พฺยคฺโฆ เอเตหิ การเณหิ มยา เนว สทิโส น อุตฺตริตโรติ สจฺจํ กิร ตฺวํ โสภนาหิ ทาฐาหิ สมนฺนาคต สุทาฐ มิคราช, เอวํ วเทสีติ.

ตํ สุตฺวา สุทาโฐ เสสา จตสฺโส คาถา อภาสิ –

๖๑. ‘‘วณฺณาโรเหน ชาติยา, พลนิกฺกมเนน จ;

สุทาโฐ น มยา เสยฺโย, สุพาหุ อิติ ภาสสิ.

๖๒. ‘‘เอวํ เจ มํ วิหรนฺตํ, สุพาหุ สมฺม ทุพฺภสิ;

น ทานาหํ ตยา สทฺธึ, สํวาสมภิโรจเย.

๖๓. ‘‘โย ปเรสํ วจนานิ, สทฺทเหยฺย ยถาตถํ;

ขิปฺปํ ภิชฺเชถ มิตฺตสฺมึ, เวรญฺจ ปสเว พหุํ.

๖๔. ‘‘น โส มิตฺโต โย สทา อปฺปมตฺโต, เภทาสงฺกี รนฺธเมวานุปสฺสี;

ยสฺมิญฺจ เสตี อุรสีว ปุตฺโต, ส เว มิตฺโต โย อเภชฺโช ปเรหี’’ติ.

ตตฺถ สมฺมาติ วยสฺส. ทุพฺภสีติ ยทิ เอวํ ตยา สทฺธึ สมคฺควาสํ วสนฺตํ มํ สิงฺคาลสฺส กถํ คเหตฺวา ตฺวํ ทุพฺภสิ หนิตุํ อิจฺฉสิ, อิโต ทานิ ปฏฺฐาย อหํ ตยา สทฺธึ สํวาสํ น อภิโรจเย. ยถาตถนฺติ ตถโต ยถาตถํ ยถาตจฺฉํ อวิสํวาทเกน อริเยน วุตฺตวจนํ สทฺธาตพฺพํ. เอวํ โย เยสํ เกสญฺจิ ปเรสํ วจนานิ สทฺทเหถาติ อตฺโถ. โย สทา อปฺปมตฺโตติ โย นิจฺจํ อปฺปมตฺโต หุตฺวา มิตฺตสฺส วิสฺสาสํ น เทติ, โส มิตฺโต นาม น โหตีติ อตฺโถ. เภทาสงฺกีติ ‘‘อชฺช ภิชฺชิสฺสติ, เสฺว ภิชฺชิสฺสตี’’ติ เอวํ มิตฺตสฺส เภทเมว อาสงฺกติ. รนฺธเมวานุปสฺสีติ ฉิทฺทํ วิวรเมว ปสฺสนฺโต. อุรสีว ปุตฺโตติ ยสฺมึ มิตฺเต มาตุ หทเย ปุตฺโต วิย นิราสงฺโก นิพฺภโย เสติ.

อิติ อิมาหิ จตูหิ คาถาหิ สีเหน มิตฺตคุเณ กถิเต พฺยคฺโฆ ‘‘มยฺหํ โทโส’’ติ สีหํ ขมาเปสิ. เต ตตฺเถว สมคฺควาสํ วสึสุ. สิงฺคาโล ปน ปลายิตฺวา อญฺญตฺถ คโต.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา สิงฺคาโล วิฆาสาโท อโหสิ, สีโห สาริปุตฺโต, พฺยคฺโฆ โมคฺคลฺลาโน, ตํ การณํ ปจฺจกฺขโต ทิฏฺฐา ตสฺมึ วเน นิวุตฺถรุกฺขเทวตา ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

วณฺณาโรหชาตกวณฺณนา ปฐมา.

[๓๖๒] ๒. สีลวีมํสชาตกวณฺณนา

สีลํ เสยฺโยติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ สีลวีมํสกพฺราหฺมณํ อารพฺภ กเถสิ. ตํ กิร ราชา ‘‘เอส สีลสมฺปนฺโน’’ติ อญฺเญหิ พฺราหฺมเณหิ อติเรกํ กตฺวา ปสฺสติ. โส จินฺเตสิ ‘‘กึ นุ โข มํ ราชา ‘สีลสมฺปนฺโน’ติ อญฺเญหิ อติเรกํ กตฺวา ปสฺสติ, อุทาหุ ‘สุตธรยุตฺโต’ติ, วีมํสิสฺสามิ ตาว สีลสฺส วา สุตสฺส วา มหนฺตภาว’’นฺติ. โส เอกทิวสํ เหรญฺญิกผลกโต กหาปณํ คณฺหิ. เหรญฺญิโก ครุภาเวน น กิญฺจิ อาห, ทุติยวาเรปิ น กิญฺจิ อาห. ตติยวาเร ปน ตํ ‘‘วิโลปขาทโก’’ติ คาหาเปตฺวา รญฺโญ ทสฺเสตฺวา ‘‘กึ อิมินา กต’’นฺติ วุตฺเต ‘‘กุฏุมฺพํ วิลุมฺปตี’’ติ อาห. ‘‘สจฺจํ กิร, พฺราหฺมณา’’ติ? ‘‘น, มหาราช, กุฏุมฺพํ วิลุมฺปามิ, มยฺหํ ปน ‘สีลํ นุ โข มหนฺตํ, สุตํ นุ โข’ติ กุกฺกุจฺจํ อโหสิ, สฺวาหํ ‘เอเตสุ กตรํ นุ โข มหนฺต’นฺติ วีมํสนฺโต ตโย วาเร กหาปณํ คณฺหึ, ตํ มํ เอส พนฺธาเปตฺวา ตุมฺหากํ ทสฺเสติ. อิทานิ เม สุตโต สีลสฺส มหนฺตภาโว ญาโต, น เม ฆราวาเสนตฺโถ, ปพฺพชิสฺสามห’’นฺติ ปพฺพชฺชํ อนุชานาเปตฺวา ฆรทฺวารํ อโนโลเกตฺวาว เชตวนํ คนฺตฺวา สตฺถารํ ปพฺพชฺชํ ยาจิ. ตสฺส สตฺถา ปพฺพชฺชญฺจ อุปสมฺปทญฺจ ทาเปสิ. โส อจิรูปสมฺปนฺโน วิปสฺสนํ วิปสฺสิตฺวา อคฺคผเล ปติฏฺฐหิ. ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ‘‘อาวุโส, อสุกพฺราหฺมโณ อตฺตโน สีลํ วีมํสิตฺวา ปพฺพชิโต วิปสฺสิตฺวา อรหตฺตํ ปตฺโต’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทานิ อยเมว, ปุพฺเพ ปณฺฑิตาปิ สีลํ วีมํสิตฺวา ปพฺพชิตฺวา อตฺตโน ปติฏฺฐํ กรึสุเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต ตกฺกสิลายํ สพฺพสิปฺปานิ อุคฺคณฺหิตฺวา พาราณสึ อาคนฺตฺวา ราชานํ ปสฺสิ. ราชา ตสฺส ปุโรหิตฏฺฐานํ อทาสิ. โส ปญฺจ สีลานิ รกฺขติ. ราชาปิ นํ ‘‘สีลวา’’ติ ครุํ กตฺวา ปสฺสิ. โส จินฺเตสิ ‘‘กึ นุ โข ราชา ‘สีลวา’ติ มํ ครุํ กตฺวา ปสฺสติ, อุทาหุ ‘สุตธรยุตฺโต’’’ติ. สพฺพํ ปจฺจุปฺปนฺนวตฺถุสทิสเมว. อิธ ปน โส พฺราหฺมโณ ‘‘อิทานิ เม สุตโต สีลสฺส มหนฺตภาโว ญาโต’’ติ วตฺวา อิมา ปญฺจ คาถา อภาสิ –

๖๕. ‘‘สีลํ เสยฺโย สุตํ เสยฺโย, อิติ เม สํสโย อหุ;

สีลเมว สุตา เสยฺโย, อิติ เม นตฺถิ สํสโย.

๖๖. ‘‘โมฆา ชาติ จ วณฺโณ จ, สีลเมว กิรุตฺตมํ;

สีเลน อนุเปตสฺส, สุเตนตฺโถ น วิชฺชติ.

๖๗. ‘‘ขตฺติโย จ อธมฺมฏฺโฐ, เวสฺโส จาธมฺมนิสฺสิโต;

เต ปริจฺจชฺชุโภ โลเก, อุปปชฺชนฺติ ทุคฺคตึ.

๖๘. ‘‘ขตฺติยา พฺราหฺมณา เวสฺสา, สุทฺทา จณฺฑาลปุกฺกุสา;

อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน, ภวนฺติ ติทิเว สมา.

๖๙. ‘‘น เวทา สมฺปรายาย, น ชาติ นาปิ พนฺธวา;

สกญฺจ สีลํ สํสุทฺธํ, สมฺปรายาย สุขาย จา’’ติ.

ตตฺถ สีลเมว สุตา เสยฺโยติ สุตปริยตฺติโต สตคุเณน สหสฺสคุเณน สีลเมว อุตฺตริตรนฺติ. เอวญฺจ ปน วตฺวา สีลํ นาเมตํ เอกวิธํ สํวรวเสน, ทุวิธํ จาริตฺตวาริตฺตวเสน, ติวิธํ กายิกวาจสิกมานสิกวเสน, จตุพฺพิธํ ปาติโมกฺขสํวรอินฺทฺริยสํวรอาชีวปาริสุทฺธิปจฺจยสนฺนิสฺสิตวเสนาติ มาติกํ ฐเปตฺวา วิตฺถาเรนฺโต สีลสฺส วณฺณํ อภาสิ.

โมฆาติ อผลา ตุจฺฉา. ชาตีติ ขตฺติยกุลาทีสุ นิพฺพตฺติ. วณฺโณติ สรีรวณฺโณ อภิรูปภาโว. ยา หิ ยสฺมา สีลรหิตสฺส ชาติสมฺปทา วา วณฺณสมฺปทา วา สคฺคสุขํ ทาตุํ น สกฺโกติ, ตสฺมา อุภยมฺปิ ตํ ‘‘โมฆ’’นฺติ อาห. สีลเมว กิราติ อนุสฺสววเสน วทติ, น ปน สยํ ชานาติ. อนุเปตสฺสาติ อนุปคตสฺส. สุเตนตฺโถ น วิชฺชตีติ สีลรหิตสฺส สุตปริยตฺติมตฺเตน อิธโลเก วา ปรโลเก วา กาจิ วฑฺฒิ นาม นตฺถิ.

ตโต ปรา เทฺว คาถา ชาติยา โมฆภาวทสฺสนตฺถํ วุตฺตา. ตตฺถ เต ปริจฺจชฺชุโภ โลเกติ เต ทุสฺสีลา เทวโลกญฺจ มนุสฺสโลกญฺจาติ อุโภปิ โลเก ปริจฺจชิตฺวา ทุคฺคตึ อุปปชฺชนฺติ. จณฺฑาลปุกฺกุสาติ ฉวฉฑฺฑกจณฺฑาลา จ ปุปฺผฉฑฺฑกปุกฺกุสา จ. ภวนฺติ ติทิเว สมาติ เอเต สพฺเพปิ สีลานุภาเวน เทวโลเก นิพฺพตฺตา สมา โหนฺติ นิพฺพิเสสา, เทวาเตฺวว สงฺขฺยํ คจฺฉนฺติ.

ปญฺจมคาถา สพฺเพสมฺปิ สุตาทีนํ โมฆภาวทสฺสนตฺถํ วุตฺตา. ตสฺสตฺโถ – มหาราช, เอเต เวทาทโย ฐเปตฺวา อิธโลเก ยสมตฺตทานํ สมฺปราเย ทุติเย วา ตติเย วา ภเว ยสํ วา สุขํ วา ทาตุํ นาม น สกฺโกนฺติ, ปริสุทฺธํ ปน อตฺตโน สีลเมว ตํ ทาตุํ สกฺโกตีติ.

เอวํ มหาสตฺโต สีลคุเณ โถเมตฺวา ราชานํ ปพฺพชฺชํ อนุชานาเปตฺวา ตํ ทิวสเมว หิมวนฺตํ ปวิสิตฺวา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา อภิญฺญา จ สมาปตฺติโย จ นิพฺพตฺเตตฺวา อปริหีนชฺฌาโน พฺรหฺมโลกปรายโณ อโหสิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา สีลํ วีมํสิตฺวา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิโต อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

สีลวีมํสชาตกวณฺณนา ทุติยา.

[๓๖๓] ๓. หิริชาตกวณฺณนา

หิรึ ตรนฺตนฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อนาถปิณฺฑิกสฺส สหายํ ปจฺจนฺตวาสิเสฏฺฐึ อารพฺภ กเถสิ. เทฺวปิ วตฺถูนิ เอกกนิปาเต นวมวคฺคสฺส ปริโยสานชาตเก วิตฺถาริตาเนว. อิธ ปน ‘‘ปจฺจนฺตวาสิเสฏฺฐิโน มนุสฺสา อจฺฉินฺนสพฺพสาปเตยฺยา อตฺตโน สนฺตกสฺส อสฺสามิโน หุตฺวา ปลาตา’’ติ พาราณสิเสฏฺฐิสฺส อาโรจิเต พาราณสิเสฏฺฐิ ‘‘อตฺตโน สนฺติกํ อาคตานํ กตฺตพฺพํ อกโรนฺตา นาม ปฏิการเก น ลภนฺติเยวา’’ติ วตฺวา อิมา คาถา อภาสิ –

๗๐. ‘‘หิรึ ตรนฺตํ วิชิคุจฺฉมานํ, ตวาหมสฺมี อิติ ภาสมานํ;

เสยฺยานิ กมฺมานิ อนาทิยนฺตํ, เนโส มมนฺติ อิติ นํ วิชญฺญา.

๗๑. ‘‘ยญฺหิ กยิรา ตญฺหิ วเท, ยํ น กยิรา น ตํ วเท;

อกโรนฺตํ ภาสมานํ, ปริชานนฺติ ปณฺฑิตา.

๗๒. ‘‘น โส มิตฺโต โย สทา อปฺปมตฺโต, เภทาสงฺกี รนฺธเมวานุปสฺสี;

ยสฺมิญฺจ เสตี อุรสีว ปุตฺโต, ส เว มิตฺโต โย อเภชฺโช ปเรหิ.

๗๓. ‘‘ปาโมชฺชกรณํ ฐานํ, ปสํสาวหนํ สุขํ;

ผลานิสํโส ภาเวติ, วหนฺโต โปริสํ ธุรํ.

๗๔. ‘‘ปวิเวกรสํ ปิตฺวา, รสํ อุปสมสฺส จ;

นิทฺทโร โหติ นิปฺปาโป, ธมฺมปฺปีติรสํ ปิว’’นฺติ.

ตตฺถ หิรึ ตรนฺตนฺติ ลชฺชํ อติกฺกนฺตํ. วิชิคุจฺฉมานนฺติ มิตฺตภาเวน ชิคุจฺฉยมานํ. ตวาหมสฺมีติ ‘‘ตว อหํ มิตฺโต’’ติ เกวลํ วจนมตฺเตเนว ภาสมานํ. เสยฺยานิ กมฺมานิติ ‘‘ทสฺสามิ กริสฺสามี’’ติ วจนสฺส อนุรูปานิ อุตฺตมกมฺมานิ. อนาทิยนฺตนฺติ อกโรนฺตํ. เนโส มมนฺติ เอวรูปํ ปุคฺคลํ ‘‘น เอโส มม มิตฺโต’’ติ วิชญฺญา.

ปาโมชฺชกรณํ ฐานนฺติ ทานมฺปิ สีลมฺปิ ภาวนาปิ ปณฺฑิเตหิ กลฺยาณมิตฺเตหิ สทฺธึ มิตฺตภาโวปิ. อิธ ปน วุตฺตปฺปการํ มิตฺตภาวเมว สนฺธาเยวมาห. ปณฺฑิเตน หิ กลฺยาณมิตฺเตน สทฺธึ มิตฺตภาโว ปาโมชฺชมฺปิ กโรติ, ปสํสมฺปิ วหติ. อิธโลกปรโลเกสุ กายิกเจตสิกสุขเหตุโต ‘‘สุข’’นฺติปิ วุจฺจติ, ตสฺมา เอตํ ผลญฺจ อานิสํสญฺจ สมฺปสฺสมาโน ผลานิสํโส กุลปุตฺโต ปุริเสหิ วหิตพฺพํ ทานสีลภาวนามิตฺตภาวสงฺขาตํ จตุพฺพิธมฺปิ โปริสํ ธุรํ วหนฺโต เอตํ มิตฺตภาวสงฺขาตํ ปาโมชฺชกรณํ ฐานํ ปสํสาวหนํ สุขํ ภาเวติ วฑฺเฒติ, น ปณฺฑิเตหิ มิตฺตภาวํ ภินฺทตีติ ทีเปติ.

ปวิเวกรสนฺติ กายจิตฺตอุปธิวิเวกานํ รสํ เต วิเวเก นิสฺสาย อุปฺปนฺนํ โสมนสฺสรสํ. อุปสมสฺส จาติ กิเลสูปสเมน ลทฺธโสมนสฺสสฺส. นิทฺทโร โหติ นิปฺปาโปติ สพฺพกิเลสทรถาภาเวน นิทฺทโร, กิเลสาภาเวน นิปฺปาโป โหติ. ธมฺมปฺปีติรสนฺติ ธมฺมปีติสงฺขาตํ รสํ, วิมุตฺติปีตึ ปิวนฺโตติ อตฺโถ.

อิติ มหาสตฺโต ปาปมิตฺตสํสคฺคโต อุพฺพิคฺโค ปวิเวกรเสน อมตมหานิพฺพานํ ปาเปตฺวา เทสนาย กูฏํ คณฺหิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา ปจฺจนฺตวาสี อิทานิ ปจฺจนฺตวาสีเยว, ตทา พาราณสิเสฏฺฐิ อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

หิริชาตกวณฺณนา ตติยา.

[๓๖๔] ๔. ขชฺโชปนกชาตกวณฺณนา

๗๕-๗๙. โก นุ สนฺตมฺหิ ปชฺโชเตติ อยํ ขชฺโชปนกปโญฺห มหาอุมงฺเค วิตฺถารโต อาวิ ภวิสฺสติ.

ขชฺโชปนกชาตกวณฺณนา จตุตฺถา.

[๓๖๕] ๕. อหิตุณฺฑิกชาตกวณฺณนา

ธุตฺโตมฺหีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ มหลฺลกภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ เหฏฺฐา สาลูกชาตเก (ชา. ๑.๓.๑๐๖ อาทโย) วิตฺถาริตํ. อิธาปิ โส มหลฺลโก เอกํ คามทารกํ ปพฺพาเชตฺวา อกฺโกสติ ปหรติ. ทารโก ปลายิตฺวา วิพฺภมิ. ทุติยมฺปิ นํ ปพฺพาเชตฺวา ตเถวากาสิ. ทุติยมฺปิ วิพฺภมิตฺวา ปุน ยาจิยมาโน โอโลเกตุมฺปิ น อิจฺฉิ. ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ‘‘อาวุโส, อสุโก นาม มหลฺลโก อตฺตโน สามเณเรน สหาปิ วินาปิ วตฺติตุํ น สกฺโกติ, อิตโร ตสฺส โทสํ ทิสฺวา ปุน โอโลเกตุมฺปิ น อิจฺฉิ, สุหทโย กุมารโก’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพเปส สามเณโร สุหทโยว, สกึ โทสํ ทิสฺวา ปุน โอโลเกตุมฺปิ น อิจฺฉี’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต ธญฺญวาณิชกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต ธญฺญวิกฺกเยน ชีวิกํ กปฺเปสิ. อเถโก อหิตุณฺฑิโก มกฺกฏํ คเหตฺวา สิกฺขาเปตฺวา อหึ กีฬาเปนฺโต พาราณสิยํ อุสฺสเว ฆุฏฺเฐ ตํ มกฺกฏํ ธญฺญวาณิชกสฺส สนฺติเก ฐเปตฺวา อหึ กีฬาเปนฺโต สตฺต ทิวสานิ วิจริ. โสปิ วาณิโช มกฺกฏสฺส ขาทนียํ โภชนียํ อทาสิ. อหิตุณฺฑิโก สตฺตเม ทิวเส อุสฺสวกีฬนโต อาคนฺตฺวา ตํ มกฺกฏํ เวฬุเปสิกาย ติกฺขตฺตุํ ปหริตฺวา ตํ อาทาย อุยฺยานํ คนฺตฺวา พนฺธิตฺวา นิทฺทํ โอกฺกมิ. มกฺกโฏ พนฺธนํ โมเจตฺวา อมฺพรุกฺขํ อารุยฺห อมฺพานิ ขาทนฺโต นิสีทิ. โส ปพุทฺโธ รุกฺเข มกฺกฏํ ทิสฺวา ‘‘เอตํ มยา อุปลาเปตฺวา คเหตุํ วฏฺฏตี’’ติ เตน สทฺธึ สลฺลปนฺโต ปฐมํ คาถมาห –

๘๐. ‘‘ธุตฺโตมฺหิ สมฺม สุมุข, ชูเต อกฺขปราชิโต;

หเรหิ อมฺพปกฺกานิ, วีริยํ เต ภกฺขยามเส’’ติ.

ตตฺถ อกฺขปราชิโตติ อกฺเขหิ ปราชิโต. หเรหีติ ปาเตหิ. อยเมว วา ปาโฐ.

ตํ สุตฺวา มกฺกโฏ เสสคาถา อภาสิ –

๘๑. ‘‘อลิกํ วต มํ สมฺม, อภูเตน ปสํสสิ;

โก เต สุโต วา ทิฏฺโฐ วา, สุมุโข นาม มกฺกโฏ.

๘๒. ‘‘อชฺชาปิ เม ตํ มนสิ, ยํ มํ ตฺวํ อหิตุณฺฑิก;

ธญฺญาปณํ ปวิสิตฺวา, มตฺโต ฉาตํ หนาสิ มํ.

๘๓. ‘‘ตาหํ สรํ ทุกฺขเสยฺยํ, อปิ รชฺชมฺปิ การเย;

เนวาหํ ยาจิโต ทชฺชํ, ตถา หิ ภยตชฺชิโต.

๘๔. ‘‘ยญฺจ ชญฺญา กุเล ชาตํ, คพฺเภ ติตฺตํ อมจฺฉรึ;

เตน สขิญฺจ มิตฺตญฺจ, ธีโร สนฺธาตุมรหตี’’ติ.

ตตฺถ อลิกํ วตาติ มุสา วต. อภูเตนาติ อวิชฺชมาเนน. โก เตติ กฺว ตยา. สุมุโขติ สุนฺทรมุโข. อหิตุณฺฑิกาติ ตํ อาลปติ. ‘‘อหิโกณฺฑิกา’’ติปิ ปาโฐ. ฉาตนฺติ ชิฆจฺฉาภิภูตํ ทุพฺพลํ กปณํ. หนาสีติ เวฬุเปสิกาย ติกฺขตฺตุํ ปหรสิ. ตาหนฺติ ตํ อหํ. สรนฺติ สรนฺโต. ทุกฺขเสยฺยนฺติ ตสฺมึ อาปเณ ทุกฺขสยนํ. อปิ รชฺชมฺปิ การเยติ สเจปิ พาราณสิรชฺชํ คเหตฺวา มยฺหํ ทตฺวา มํ รชฺชํ กาเรยฺยาสิ, เอวมฺปิ ตํ เนวาหํ ยาจิโต ทชฺชํ, ตํ เอกมฺปิ อมฺพปกฺกํ อหํ ตยา ยาจิโต น ทเทยฺยํ. กึการณา? ตถา หิ ภยตชฺชิโตติ, ตถา หิ อหํ ตยา ภเยน ตชฺชิโตติ อตฺโถ.

คพฺเภ ติตฺตนฺติ สุโภชนรเสน มาตุกุจฺฉิยํเยว อลงฺกตปฏิยตฺเต สยนคพฺเภเยว วา ติตฺตํ โภคาสาย อกปณํ. สขิญฺจ มิตฺตญฺจาติ สขิภาวญฺจ มิตฺตภาวญฺจ ตถารูเปน กุลชาเตน ติตฺเตน อกปเณน อมจฺฉรินา สทฺธึ ปณฺฑิโต สนฺธาตุํ ปุน ฆเฏตุํ อรหติ, ตยา ปน กปเณน อหิตุณฺฑิเกน สทฺธึ โก มิตฺตภาวํ ปุน ฆเฏตุนฺติ อตฺโถ. เอวญฺจ ปน วตฺวา วานโร วนํ สหสา ปาวิสิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา อหิตุณฺฑิโก มหลฺลโก อโหสิ, มกฺกโฏ สามเณโร, ธญฺญวาณิโช ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

อหิตุณฺฑิกชาตกวณฺณนา ปญฺจมา.

[๓๖๖] ๖. คุมฺพิยชาตกวณฺณนา

มธุวณฺณํ มธุรสนฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อุกฺกณฺฐิตภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ. ตญฺหิ สตฺถา ‘‘สจฺจํ กิร ตฺวํ ภิกฺขุ อุกฺกณฺฐิโตสี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘สจฺจํ, ภนฺเต’’ติ วุตฺเต ‘‘กึ ทิสฺวา’’ติ วตฺวา ‘‘อลงฺกตมาตุคาม’’นฺติ วุตฺเต ‘‘ภิกฺขุ อิเม ปญฺจ กามคุณา นาม เอเกน คุมฺพิเยน ยกฺเขน หลาหลวิสํ ปกฺขิปิตฺวา มคฺเค ฐปิตมธุสทิสา’’ติ วตฺวา เตน ยาจิโต อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต สตฺถวาหกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต พาราณสิโต ปญฺจหิ สกฏสเตหิ ภณฺฑํ อาทาย โวหารตฺถาย คจฺฉนฺโต มหาวตฺตนิอฏวิทฺวารํ ปตฺวา สตฺถเก สนฺนิปาตาเปตฺวา ‘‘อมฺโภ, อิมสฺมึ มคฺเค วิสปณฺณปุปฺผผลาทีนิ อตฺถิ, ตุเมฺห กิญฺจิ อขาทิตปุพฺพํ ขาทนฺตา มํ อปุจฺฉิตฺวา มา ขาทิตฺถ, อมนุสฺสาปิ วิสํ ปกฺขิปิตฺวา ภตฺตปุฏมธุกผลานิ มคฺเค ฐเปนฺติ, ตานิปิ มํ อนาปุจฺฉิตฺวา มา ขาทิตฺถา’’ติ โอวาทํ ทตฺวา มคฺคํ ปฏิปชฺชิ. อเถโก คุมฺพิโย นาม ยกฺโข อฏวิยา มชฺฌฏฺฐาเน มคฺเค ปณฺณานิ อตฺถริตฺวา หลาหลวิสสํยุตฺตานิ มธุปิณฺฑานิ ฐเปตฺวา สยํ มคฺคสามนฺเต มธุํ คณฺหนฺโต วิย รุกฺเข โกฏฺเฏนฺโต วิจรติ. อชานนฺตา ‘‘ปุญฺญตฺถาย ฐปิตานิ ภวิสฺสนฺตี’’ติ ขาทิตฺวา ชีวิตกฺขยํ ปาปุณนฺติ. อมนุสฺสา อาคนฺตฺวา เต ขาทนฺติ. โพธิสตฺตสฺส สตฺถกมนุสฺสาปิ ตานิ ทิสฺวา เอกจฺเจ โลลชาติกา อธิวาเสตุํ อสกฺโกนฺตา ขาทึสุ, ปณฺฑิตชาติกา ‘‘ปุจฺฉิตฺวา ขาทิสฺสามา’’ติ คเหตฺวา อฏฺฐํสุ. โพธิสตฺโต เต ทิสฺวา หตฺถคตานิ ฉฑฺฑาเปสิ, เยหิ ปฐมตรํ ขาทิตานิ, เต มรึสุ. เยหิ อฑฺฒขาทิตานิ, เตสํ วมนวิเรจนํ ทตฺวา วนฺตกาเล จตุมธุรํ อทาสิ. อิติ เต ตสฺส อานุภาเวน ชีวิตํ ปฏิลภึสุ. โพธิสตฺโต โสตฺถินา อิจฺฉิตฏฺฐานํ คนฺตฺวา ภณฺฑํ วิสฺสชฺเชตฺวา อตฺตโน เคหเมว อคมาสิ. ตมตฺถํ กเถนฺโต สตฺถา อิมา อภิสมฺพุทฺธคาถา อภาสิ –

๘๕. ‘‘มธุวณฺณํ มธุรสํ, มธุคนฺธํ วิสํ อหุ;

คุมฺพิโย ฆาสเมสาโน, อรญฺเญ โอทหี วิสํ.

๘๖. ‘‘มธุ อิติ มญฺญมานา, เย ตํ วิสมขาทิสุํ;

เตสํ ตํ กฏุกํ อาสิ, มรณํ เตนุปาคมุํ.

๘๗. ‘‘เย จ โข ปฏิสงฺขาย, วิสํ ตํ ปริวชฺชยุํ;

เต อาตุเรสุ สุขิตา, ฑยฺหมาเนสุ นิพฺพุตา.

๘๘. ‘‘เอวเมว มนุสฺเสสุ, วิสํ กามา สโมหิตา;

อามิสํ พนฺธนญฺเจตํ, มจฺจุเวโส คุหาสโย.

๘๙. ‘‘เอวเมว อิเม กาเม, อาตุรา ปริจาริเก;

เย สทา ปริวชฺเชนฺติ, สงฺคํ โลเก อุปจฺจคุ’’นฺติ.

ตตฺถ คุมฺพิโยติ ตสฺมึ วนคุมฺเพ วิจรเณน เอวํลทฺธนาโม ยกฺโข. ฆาสเมสาโนติ ‘‘ตํ วิสํ ขาทิตฺวา มเต ขาทิสฺสามี’’ติ เอวํ อตฺตโน ฆาสํ ปริเยสนฺโต. โอทหีติ ตํ มธุนา สมานวณฺณคนฺธรสํ วิสํ นิกฺขิปิ. กฏุกํ อาสีติ ติขิณํ อโหสิ. มรณํ เตนุปาคมุนฺติ เตน วิเสน เต สตฺตา มรณํ อุปคตา.

อาตุเรสูติ วิสเวเคน อาสนฺนมรเณสุ. ฑยฺหมาเนสูติ วิสเตเชเนว ฑยฺหมาเนสุ. วิสํ กามา สโมหิตาติ ยถา ตสฺมึ วตฺตนิมหามคฺเค วิสํ สโมหิตํ นิกฺขิตฺตํ, เอวํ มนุสฺเสสุปิ เย เอเต รูปาทโย ปญฺจ วตฺถุกามา ตตฺถ ตตฺถ สโมหิตา นิกฺขิตฺตา, เต ‘‘วิส’’นฺติ เวทิตพฺพา. อามิสํ พนฺธนญฺเจตนฺติ เอเต ปญฺจ กามคุณา นาม เอวํ อิมสฺส มจฺฉภูตสฺส โลกสฺส มารพาลิสิเกน ปกฺขิตฺตํ อามิสญฺเจว, ภวาภวโต นิกฺขมิตุํ อปฺปทาเนน อนฺทุอาทิปฺปเภทํ นานปฺปการํ พนฺธนญฺจ. มจฺจุเวโส คุหาสโยติ สรีรคุหาย วสนโก มรณมจฺจุเวโส.

เอวเมว อิเม กาเมติ ยถา วตฺตนิมหามคฺเค วิสํ นิกฺขิตฺตํ, เอวํ ตตฺถ ตตฺถ นิกฺขิตฺเต อิเม กาเม. อาตุราติ เอกนฺตมรณธมฺมตาย อาตุรา อาสนฺนมรณา ปณฺฑิตมนุสฺสา. ปริจาริเกติ กิเลสปริจาริเก กิเลสพนฺธเก. เย สทา ปริวชฺเชนฺตีติ เย วุตฺตปฺปการา ปณฺฑิตปุริสา นิจฺจํ เอวรูเป กาเม วชฺเชนฺติ. สงฺคํ โลเกติ โลเก สงฺคนฏฺเฐน ‘‘สงฺค’’นฺติ ลทฺธนามํ ราคาทิเภทํ กิเลสชาตํ. อุปจฺจคุนฺติ อตีตา นามาติ เวทิตพฺพา, อติกฺกมนฺตีติ วา อตฺโถ.

สตฺถา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ, สจฺจปริโยสาเน อุกฺกณฺฐิตภิกฺขุ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ. ตทา สตฺถวาโห อหเมว อโหสินฺติ.

คุมฺพิยชาตกวณฺณนา ฉฏฺฐา.

[๓๖๗] ๗. สาฬิยชาตกวณฺณนา

ยฺวายํ สาฬิยฉาโปตีติ อิทํ สตฺถา เวฬุวเน วิหรนฺโต ‘‘อาวุโส, เทวทตฺโต ตาสการโกปิ ภวิตุํ นาสกฺขี’’ติ วจนํ อารพฺภ กเถสิ. ตทา หิ สตฺถา ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพเปส มม ตาสการโกปิ ภวิตุํ นาสกฺขี’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต คามเก กุฏุมฺพิกกุเล นิพฺพตฺติตฺวา ตรุณกาเล ปํสุกีฬเกหิ ทารเกหิ สทฺธึ คามทฺวาเร นิโคฺรธรุกฺขมูเล กีฬติ. ตทา เอโก ทุพฺพลเวชฺโช คาเม กิญฺจิ อลภิตฺวา นิกฺขมนฺโต ตํ ฐานํ ปตฺวา เอกํ สปฺปํ วิฏปพฺภนฺตเรน สีสํ นีหริตฺวา นิทฺทายนฺตํ ทิสฺวา ‘‘มยา คาเม กิญฺจิ น ลทฺธํ, อิเม ทารเก วญฺเจตฺวา สปฺเปน ฑํสาเปตฺวา ติกิจฺฉิตฺวา กิญฺจิเทว คณฺหิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา โพธิสตฺตํ อาห ‘‘สเจ สาฬิยฉาปํ ปสฺเสยฺยาสิ, คเณฺหยฺยาสี’’ติ. ‘‘อาม, คเณฺหยฺย’’นฺติ. ‘‘ปสฺเสโส วิฏปพฺภนฺตเร สยิโต’’ติ. โส ตสฺส สปฺปภาวํ อชานนฺโต รุกฺขํ อารุยฺห ตํ คีวายํ คเหตฺวา ‘‘สปฺโป’’ติ ญตฺวา นิวตฺติตุํ อเทนฺโต สุคฺคหิตํ คเหตฺวา เวเคน ขิปิ. โส คนฺตฺวา เวชฺชสฺส คีวายํ ปติโต คีวํ ปลิเวเฐตฺวา ‘‘กร กรา’’ติ ฑํสิตฺวา ตตฺเถว นํ ปาเตตฺวา ปลายิ. มนุสฺสา ปริวารยึสุ.

มหาสตฺโต สมฺปตฺตปริสาย ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมา คาถา อภาสิ –

๙๐. ‘‘ยฺวายํ สาฬิยฉาโปติ, กณฺหสปฺปํ อคาหยิ;

เตน สปฺเปนยํ ทฏฺโฐ, หโต ปาปานุสาสโก.

๙๑. ‘‘อหนฺตารมหนฺตารํ, โย นโร หนฺตุมิจฺฉติ;

เอวํ โส นิหโต เสติ, ยถายํ ปุริโส หโต.

๙๒. ‘‘อหนฺตารมฆาเตนฺตํ, โย นโร หนฺตุมิจฺฉติ;

เอวํ โส นิหโต เสติ, ยถายํ ปุริโส หโต.

๙๓. ‘‘ยถา ปํสุมุฏฺฐึ ปุริโส, ปฏิวาตํ ปฏิกฺขิเป;

ตเมว โส รโช หนฺติ, ตถายํ ปุริโส หโต.

๙๔. ‘‘โย อปฺปทุฏฺฐสฺส นรสฺส ทุสฺสติ, สุทฺธสฺส โปสสฺส อนงฺคณสฺส;

ตเมว พาลํ ปจฺเจติ ปาปํ, สุขุโม รโช ปฏิวาตํว ขิตฺโต’’ติ.

ตตฺถ ยฺวายนฺติ โย อยํ, อยเมว วา ปาโฐ. สปฺเปนยนฺติ โส อยํ เตน สปฺเปน ทฏฺโฐ. ปาปานุสาสโกติ ปาปกํ อนุสาสโก.

อหนฺตารนฺติ อปหรนฺตํ. อหนฺตารนฺติ อมาเรนฺตํ. เสตีติ มตสยนํ สยติ. อฆาเตนฺตนฺติ อมาเรนฺตํ. สุทฺธสฺสาติ นิรปราธสฺส. โปสสฺสาติ สตฺตสฺส. อนงฺคณสฺสาติ อิทมฺปิ นิรปราธภาวญฺเญว สนฺธาย วุตฺตํ. ปจฺเจตีติ กมฺมสริกฺขกํ หุตฺวา ปติเอติ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ – ‘‘ตทา ทุพฺพลเวชฺโช เทวทตฺโต อโหสิ, ปณฺฑิตทารโก ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

สาฬิยชาตกวณฺณนา สตฺตมา.

[๓๖๘] ๘. ตจสารชาตกวณฺณนา

อมิตฺตหตฺถตฺถคตาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ปญฺญาปารมึ อารพฺภ กเถสิ. ตทา หิ สตฺถา ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพปิ ตถาคโต ปญฺญวา อุปายกุสโลเยวา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริ.

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต คามเก กุฏุมฺพิกกุเล นิพฺพตฺติตฺวาติ สพฺพํ ปุริมชาตกนิยาเมเนว กเถตพฺพํ. อิธ ปน เวชฺเช มเต คามวาสิโน มนุสฺสา ‘‘มนุสฺสมารกา’’ติ เต ทารเก กุทณฺฑเกหิ พนฺธิตฺวา ‘‘รญฺโญ ทสฺเสสฺสามา’’ติ พาราณสึ นยึสุ. โพธิสตฺโต อนฺตรามคฺเคเยว เสสทารกานํ โอวาทํ อทาสิ ‘‘ตุเมฺห มา ภายถ, ราชานํ ทิสฺวาปิ อภีตา ตุฏฺฐินฺทฺริยา ภเวยฺยาถ, ราชา อเมฺหหิ สทฺธึ ปฐมตรํ กเถสฺสติ, ตโต ปฏฺฐาย อหํ ชานิสฺสามี’’ติ. เต ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ตถา กรึสุ. ราชา เต อภีเต ตุฏฺฐินฺทฺริเย ทิสฺวา ‘‘อิเม ‘มนุสฺสมารกา’ติ กุทณฺฑกพทฺธา อานีตา, เอวรูปํ ทุกฺขํ ปตฺตาปิ น ภายนฺติ, ตุฏฺฐินฺทฺริยาเยว, กึ นุ โข เอเตสํ อโสจนการณํ, ปุจฺฉิสฺสามิ เน’’ติ ปุจฺฉนฺโต ปฐมํ คาถมาห –

๙๕. ‘‘อมิตฺตหตฺถตฺถคตา, ตจสารสมปฺปิตา;

ปสนฺนมุขวณฺณาตฺถ, กสฺมา ตุเมฺห น โสจถา’’ติ.

ตตฺถ อมิตฺตหตฺถตฺถคตาติ กุทณฺฑเกหิ คีวายํ พนฺธิตฺวา อาเนนฺตานํ อมิตฺตานํ หตฺถคตา. ตจสารสมปฺปิตาติ เวฬุทณฺฑเกหิ พทฺธตฺตา เอวมาห. กสฺมาติ ‘‘เอวรูปํ พฺยสนํ ปตฺตาปิ ตุเมฺห กึการณา น โสจถา’’ติ ปุจฺฉติ.

ตํ สุตฺวา โพธิสตฺโต เสสคาถา อภาสิ –

๙๖. ‘‘น โสจนาย ปริเทวนาย, อตฺโถว ลพฺโภ อปิ อปฺปโกปิ;

โสจนฺตเมนํ ทุขิตํ วิทิตฺวา, ปจฺจตฺถิกา อตฺตมนา ภวนฺติ.

๙๗. ‘‘ยโต จ โข ปณฺฑิโต อาปทาสุ, น เวธตี อตฺถวินิจฺฉยญฺญู;

ปจฺจตฺถิกาสฺส ทุขิตา ภวนฺติ, ทิสฺวา มุขํ อวิการํ ปุราณํ.

๙๘. ‘‘ชปฺเปน มนฺเตน สุภาสิเตน, อนุปฺปทาเนน ปเวณิยา วา;

ยถา ยถา ยตฺถ ลเภถ อตฺถํ, ตถา ตถา ตตฺถ ปรกฺกเมยฺย.

๙๙. ‘‘ยโต จ ชาเนยฺย อลพฺภเนยฺโย, มยาว อญฺเญน วา เอส อตฺโถ;

อโสจมาโน อธิวาสเยยฺย, กมฺมํ ทฬฺหํ กินฺติ กโรมิ ทานี’’ติ.

ตตฺถ อตฺโถติ วุฑฺฒิ. ปจฺจตฺถิกา อตฺตมนาติ เอตํ ปุริสํ โสจนฺตํ ทุกฺขิตํ วิทิตฺวา ปจฺจามิตฺตา ตุฏฺฐจิตฺตา โหนฺติ. เตสํ ตุสฺสนการณํ นาม ปณฺฑิเตน กาตุํ น วฏฺฏตีติ ทีเปติ. ยโตติ ยทา. น เวธตีติ จิตฺตุตฺราสภเยน น กมฺปติ. อตฺถวินิจฺฉยญฺญูติ ตสฺส ตสฺส อตฺถสฺส วินิจฺฉยกุสโล.

ชปฺเปนาติ มนฺตปริชปฺปเนน. มนฺเตนาติ ปณฺฑิเตหิ สทฺธึ มนฺตคฺคหเณน. สุภาสิเตนาติ ปิยวจเนน. อนุปฺปทาเนนาติ ลญฺชทาเนน. ปเวณิยาติ กุลวํเสน. อิทํ วุตฺตํ โหติ – มหาราช, ปณฺฑิเตน นาม อาปทาสุ อุปฺปนฺนาสุ น โสจิตพฺพํ น กิลมิตพฺพํ, อิเมสุ ปน ปญฺจสุ การเณสุ อญฺญตรวเสน ปจฺจามิตฺตา ชินิตพฺพา. สเจ หิ สกฺโกติ, มนฺตํ ปริชปฺปิตฺวา มุขพนฺธนํ กตฺวาปิ เต ชินิตพฺพา, ตถา อสกฺโกนฺเตน ปณฺฑิเตหิ สทฺธึ มนฺเตตฺวา เอกํ อุปายํ สลฺลกฺเขตฺวา ชินิตพฺพา, ปิยวจนํ วตฺตุํ สกฺโกนฺเตน ปิยํ วตฺวาปิ เต ชินิตพฺพา, ตถา อสกฺโกนฺเตน วินิจฺฉยามจฺจานํ ลญฺชํ ทตฺวาปิ ชินิตพฺพา, ตถา อสกฺโกนฺเตน กุลวํสํ กเถตฺวา ‘‘มยํ อสุกปเวณิยา อาคตา, ตุมฺหากญฺจ อมฺหากญฺจ เอโกว ปุพฺพปุริโส’’ติ เอวํ วิชฺชมานญาติโกฏึ ฆเฏตฺวาปิ ชินิตพฺพา เอวาติ. ยถา ยถาติ เอเตสุ ปญฺจสุ การเณสุ เยน เยน การเณน ยตฺถ ยตฺถ อตฺตโน วุฑฺฒึ ลเภยฺย. ตถา ตถาติ เตน เตน การเณน ตตฺถ ตตฺถ ปรกฺกเมยฺย, ปรกฺกมํ กตฺวา ปจฺจตฺถิเก ชิเนยฺยาติ อธิปฺปาโย.

ยโต จ ชาเนยฺยาติ ยทา ปน ชาเนยฺย, มยา วา อญฺเญน วา เอส อตฺโถ อลพฺภเนยฺโย นานปฺปกาเรน วายมิตฺวาปิ น สกฺกา ลทฺธุํ, ตทา ปณฺฑิโต ปุริโส อโสจมาโน อกิลมมาโน ‘‘มยา ปุพฺเพ กตกมฺมํ ทฬฺหํ ถิรํ น สกฺกา ปฏิพาหิตุํ, อิทานิ กึ สกฺกา กาตุ’’นฺติ อธิวาสเยยฺยาติ.

ราชา โพธิสตฺตสฺส ธมฺมกถํ สุตฺวา กมฺมํ โสเธตฺวา นิทฺโทสภาวํ ญตฺวา กุทณฺฑเก หราเปตฺวา มหาสตฺตสฺส มหนฺตํ ยสํ ทตฺวา อตฺตโน อตฺถธมฺมอนุสาสกํ อมจฺจรตนํ อกาสิ, เสสทารกานมฺปิ ยสํ ทตฺวา ฐานนฺตรานิ อทาสิ.

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ‘‘ตทา พาราณสิราชา อานนฺโท อโหสิ, ทารกา เถรานุเถรา, ปณฺฑิตทารโก ปน อหเมว อโหสิ’’นฺติ.

ตจสารชาตกวณฺณนา อฏฺฐมา.

[๓๖๙] ๙. มิตฺตวินฺทกชาตกวณฺณนา

กฺยาหํ เทวานมกรนฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ ทุพฺพจภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ. วตฺถุ มหามิตฺตวินฺทกชาตเก (ชา. ๑.๕.๑๐๐ อาทโย) อาวิ ภวิสฺสติ. อยํ ปน มิตฺตวินฺทโก สมุทฺเท ขิตฺโต อตฺริจฺโฉ หุตฺวา ปุรโต คนฺตฺวา เนรยิกสตฺตานํ ปจฺจนฏฺฐานํ อุสฺสทนิรยํ ทิสฺวา ‘‘เอกํ นคร’’นฺติ สญฺญาย ปวิสิตฺวา ขุรจกฺกํ อสฺสาเทสิ. ตทา โพธิสตฺโต เทวปุตฺโต หุตฺวา อุสฺสทนิรยจาริกํ จรติ. โส ตํ ทิสฺวา ปุจฺฉนฺโต ปฐมํ คาถมาห –

๑๐๐. ‘‘กฺยาหํ เทวานมกรํ, กึ ปาปํ ปกตํ มยา;

ยํ เม สิรสฺมึ โอหจฺจ, จกฺกํ ภมติ มตฺถเก’’ติ.

ตตฺถ กฺยาหํ เทวานมกรนฺติ สามิ เทวปุตฺต, กึ นาม อหํ เทวานํ อกรึ, กึ มํ เทวา โปเถนฺตีติ. กึ ปาปํ ปกตํ มยาติ ทุกฺขมหนฺตตาย เวทนาปฺปตฺโต อตฺตนา กตํ ปาปํ อสลฺลกฺเขนฺโต เอวมาห. ยํ เมติ เยน ปาเปน มม สิรสฺมึ โอหจฺจ โอหนิตฺวา อิทํ ขุรจกฺกํ มม มตฺถเก ภมติ, ตํ กึ นามาติ?

ตํ สุตฺวา โพธิสตฺโต ทุติยํ คาถมาห –

๑๐๑. ‘‘อติกฺกมฺม รมณกํ, สทามตฺตญฺจ ทูภกํ;

พฺรหฺมตฺตรญฺจ ปาสาทํ, เกนตฺเถน อิธาคโต’’ติ.

ตตฺถ รมณกนฺติ ผลิกปาสาทํ. สทามตฺตนฺติ รชตปาสาทํ. ทูภกนฺติ มณิปาสาทํ. พฺรหฺมตฺตรญฺจ ปาสาทนฺติ สุวณฺณปาสาทญฺจ. เกนตฺเถนาติ ตฺวํ เอเตสุ รมณกาทีสุ จตสฺโส อฏฺฐ โสฬส ทฺวตฺตึสาติ เอตา เทวธีตโร ปหาย เต ปาสาเท อติกฺกมิตฺวา เกน การเณน อิธ อาคโตติ.

ตโต มิตฺตวินฺทโก ตติยํ คาถมาห –

๑๐๒. ‘‘อิโต พหุตรา โภคา, อตฺร มญฺเญ ภวิสฺสเร;

อิติ เอตาย สญฺญาย, ปสฺส มํ พฺยสนํ คต’’นฺติ.