๙. กุหสุตฺตวณฺณนา

๑๐๘. นวเม กุหาติ สามนฺตชปฺปนาทินา กุหนวตฺถุนา กุหกา, อสนฺตคุณสมฺภาวนิจฺฉาย โกหญฺญํ กตฺวา ปเรสํ วิมฺหาปกาติ อตฺโถ. ถทฺธาติ โกเธน จ มาเนน จ ถทฺธมานสา. ‘‘โกธโน โหติ อุปายาสพหุโล, อปฺปมฺปิ วุตฺโต สมาโน อภิสชฺชติ กุปฺปติ พฺยาปชฺชติ ปติตฺถียตี’’ติ (อ. นิ. ๓.๒๕; ปุ. ป. ๑๐๑) เอวํ วุตฺเตน โกเธน จ, ‘‘ทุพฺพโจ โหติ โทวจสฺสกรเณหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อกฺขโม อปฺปทกฺขิณคฺคาหี อนุสาสนิ’’นฺติ (ม. นิ. ๑.๑๘๑) เอวํ วุตฺเตน โทวจสฺเสน จ, ‘‘ชาติมโท, โคตฺตมโท, สิปฺปมโท, อาโรคฺยมโท, โยพฺพนมโท, ชีวิตมโท’’ติ (วิภ. ๘๓๒) เอวํ วุตฺเตน ชาติมทาทิเภเทน มเทน จ ครุกาตพฺเพสุ ครูสุ ปรมนิปจฺจการํ อกตฺวา อโยสลากํ คิลิตฺวา ฐิตา วิย อโนนตา หุตฺวา วิจรณกา. ลปาติ อุปลาปกา มิจฺฉาชีววเสน กุลสงฺคาหกา ปจฺจยตฺถํ ปยุตฺตวาจาวเสน นิปฺเปสิกตาวเสน จ ลปกาติ วา อตฺโถ.

สิงฺคีติ ‘‘ตตฺถ กตมํ สิงฺคํ? ยํ สิงฺคํ สิงฺคารตา จาตุรตา จาตุริยํ ปริกฺขตฺตตา ปาริกฺขตฺติย’’นฺติ (วิภ. ๘๕๒) เอวํ วุตฺเตหิ สิงฺคสทิเสหิ ปากฏกิเลเสหิ สมนฺนาคตา. อุนฺนฬาติ อุคฺคตนฬา, นฬสทิสํ ตุจฺฉมานํ อุกฺขิปิตฺวา วิจรณกา. อสมาหิตาติ จิตฺเตกคฺคตามตฺตสฺสาปิ อลาภิโน. น เม เต, ภิกฺขเว, ภิกฺขู มามกาติ เต มยฺหํ ภิกฺขู มม สนฺตกา น โหนฺติ. เมติ อิทํ ปทํ อตฺตานํ อุทฺทิสฺส ปพฺพชิตตฺตา ภควตา วุตฺตํ. ยสฺมา ปน เต กุหนาทิโยคโต น สมฺมา ปฏิปนฺนา, ตสฺมา ‘‘น มามกา’’ติ วุตฺตา. อปคตาติ ยทิปิ เต มม สาสเน ปพฺพชิตา, ยถานุสิฏฺฐํ ปน อปฺปฏิปชฺชนโต อปคตา เอว อิมสฺมา ธมฺมวินยา, อิโต เต สุวิทูรวิทูเร ฐิตาติ ทสฺเสติ. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘นภญฺจ ทูเร ปถวี จ ทูเร,

ปารํ สมุทฺทสฺส ตทาหุ ทูเร;

ตโต หเว ทูรตรํ วทนฺติ,

สตญฺจ ธมฺมํ อสตญฺจ ราชา’’ติ. (อ. นิ. ๔.๔๗; ชา. ๒.๒๑.๔๑๔);

วุทฺธึ วิรูฬฺหึ เวปุลฺลํ อาปชฺชนฺตีติ สีลาทิคุเณหิ วฑฺฒนวเสน วุทฺธึ, ตตฺถ นิจฺจลภาเวน วิรูฬฺหึ, สพฺพตฺถ ปตฺถฏภาเวน สีลาทิธมฺมกฺขนฺธปาริปูริยา เวปุลฺลํ. น จ เต กุหาทิสภาวา ภิกฺขู อาปชฺชนฺติ, น จ ปาปุณนฺตีติ อตฺโถ. เต โข เม, ภิกฺขเว, ภิกฺขู มามกาติ อิธาปิ เมติ อตฺตานํ อุทฺทิสฺส ปพฺพชิตตฺตา วทติ, สมฺมา ปฏิปนฺนตฺตา ปน ‘‘มามกา’’ติ อาห. วุตฺตวิปริยาเยน สุกฺกปกฺโข เวทิตพฺโพ. ตตฺถ ยาว อรหตฺตมคฺคา วิรูหนฺติ นาม, อรหตฺตผเล ปน สมฺปตฺเต วิรูฬฺหึ เวปุลฺลํ อาปนฺนา นาม. คาถา สุวิญฺเญยฺยา เอว.

นวมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.