๗. สพฺรหฺมกสุตฺตวณฺณนา

๑๐๖. สตฺตเม สพฺรหฺมกานีติ สเสฏฺฐกานิ. เยสนฺติ เยสํ กุลานํ. ปุตฺตานนฺติ ปุตฺเตหิ ปูชิตสทฺทโยเคน หิ อิทํ กรณตฺเถ สามิวจนํ. อชฺฌาคาเรติ สเก ฆเร. ปูชิตา โหนฺตีติ ยํ ฆเร อตฺถิ, เตน ปฏิชคฺคิตา มนาเปน เจว กายิกวาจสิเกน จ ปจฺจุปฏฺฐิตา โหนฺติ. อิติ มาตาปิตุปูชกานิ กุลานิ ‘‘สพฺรหฺมกานี’’ติ ปสํสิตฺวา อุปริปิ เนสํ ปสํสนียตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘สปุพฺพเทวตานี’’ติอาทิมาห.

ตตฺถ พฺรหฺมาติอาทีนิ เตสํ พฺรหฺมาทิภาวสาธนตฺถํ วุตฺตานิ. ตตฺรายมตฺถวิภาวนา – พฺรหฺมาติ เสฏฺฐาธิวจนํ. ยถา หิ พฺรหฺมุโน จตสฺโส ภาวนา อวิชหิตา โหนฺติ เมตฺตา, กรุณา, มุทิตา, อุเปกฺขาติ, เอวํ มาตาปิตูนํ ปุตฺเตสุ จตสฺโส ภาวนา อวิชหิตา โหนฺติ. ตา ตสฺมึ ตสฺมึ กาเล เวทิตพฺพา – กุจฺฉิคตสฺมิญฺหิ ทารเก ‘‘กทา น โข ปุตฺตกํ อโรคํ ปริปุณฺณงฺคปจฺจงฺคํ ปสฺสิสฺสามา’’ติ มาตาปิตูนํ เมตฺตจิตฺตํ อุปฺปชฺชติ. ยทา ปเนส มนฺโท อุตฺตานเสยฺยโก อูกาหิ วา มงฺกุเลหิ วา ทฏฺโฐ ทุกฺขเสยฺยาย วา ปีฬิโต ปโรทติ วิรวติ, ตทาสฺส สทฺทํ สุตฺวา มาตาปิตูนํ การุญฺญํ อุปฺปชฺชติ. อาธาวิตฺวา วิธาวิตฺวา กีฬนกาเล ปน โลภนียวยสฺมึ วา ฐิตกาเล ทารกํ โอโลเกตฺวา มาตาปิตูนํ จิตฺตํ สปฺปิมณฺเฑ ปกฺขิตฺตสตวิหตกปฺปาสปิจุปฏลํ วิย มุทุกํ อาโมทิตํ ปโมทิตํ, ตทา เนสํ มุทิตา ลพฺภติ. ยทา ปน เตสํ ปุตฺโต ทารภรณํ ปจฺจุปฏฺฐเปตฺวา ปาฏิเยกฺกํ อคารํ อชฺฌาวสติ, ตทา มาตาปิตูนํ ‘‘สกฺโกติ ทานิ โน ปุตฺตโก อตฺตโน ธมฺมตาย ชีวิตุ’’นฺติ มชฺฌตฺตภาโว อุปฺปชฺชติ. เอวํ ตสฺมึ กาเล อุเปกฺขา ลพฺภติ. เอวํ มาตาปิตูนํ ปุตฺเตสุ ยถากาลํ จตุพฺพิธสฺสปิ พฺรหฺมวิหารสฺส ลพฺภนโต พฺรหฺมสทิสวุตฺติตาย วุตฺตํ ‘‘พฺรหฺมาติ, ภิกฺขเว, มาตาปิตูนํ เอตํ อธิวจน’’นฺติ.

ปุพฺพเทวตาติ เอตฺถ เทวา นาม ติวิธา – สมฺมุติเทวา, อุปปตฺติเทวา, วิสุทฺธิเทวาติ. เตสุ สมฺมุติเทวา นาม ราชาโน ขตฺติยา. เต หิ ‘‘เทโว, เทวี’’ติ โลเก โวหรียนฺติ, เทวา วิย โลกสฺส นิคฺคหานุคฺคหสมตฺถา จ โหนฺติ. อุปปตฺติเทวา นาม จาตุมหาราชิกโต ปฏฺฐาย ยาว ภวคฺคา อุปฺปนฺนา สตฺตา. วิสุทฺธิเทวา นาม ขีณาสวา สพฺพกิเลสวิสุทฺธิโต. ตตฺรายํ วจนตฺโถ – ทิพฺพนฺติ, กีฬนฺติ, ลฬนฺติ, โชตนฺติ ปฏิปกฺขํ ชยนฺติ วาติ เทวา. เตสุ สพฺพเสฏฺฐา วิสุทฺธิเทวา. ยถา เต พาลชเนหิ กตํ อปราธํ อคเณตฺวา เอกนฺเตเนว เตสํ อนตฺถหานึ อตฺถุปฺปตฺติญฺจ อากงฺขนฺตาว ยถาวุตฺตพฺรหฺมวิหารโยเคน อตฺถาย หิตาย สุขาย ปฏิปชฺชนฺติ, ทกฺขิเณยฺยตาย จ เตสํ การานํ มหปฺผลตํ มหานิสํสตญฺจ อาวหนฺติ; เอวเมว มาตาปิตโรปิ ปุตฺตานํ อปราธํ อคเณตฺวา เอกนฺเตเนว เตสํ อนตฺถหานึ อตฺถุปฺปตฺติญฺจ อากงฺขนฺตา วุตฺตนเยเนว จตุพฺพิธสฺสปิ พฺรหฺมวิหารสฺส ลพฺภนโต อตฺถาย หิตาย สุขาย ปฏิปชฺชนฺตา ปรมทกฺขิเณยฺยา หุตฺวา อตฺตนิ กตานํ การานํ มหปฺผลตํ มหานิสํสตญฺจ อาวหนฺติ. สพฺพเทเวหิ จ ปฐมํ เตสํ อุปการวนฺตตาย เต อาทิโตเยว เทวา. เตสญฺหิ วเสน เต ปฐมํ อญฺเญ เทเว ‘‘เทวา’’ติ ชานนฺติ อาราเธนฺติ ปยิรุปาสนฺติ, อาราธนวิธึ ญตฺวา ตถา ปฏิปชฺชนฺตา ตสฺสา ปฏิปตฺติยา ผลํ อธิคจฺฉนฺติ, ตสฺมา เต ปจฺฉาเทวา นาม. เตน วุตฺตํ ‘‘ปุพฺพเทวตาติ, ภิกฺขเว, มาตาปิตูนํ เอตํ อธิวจน’’นฺติ.

ปุพฺพาจริยาติ ปฐมอาจริยา. มาตาปิตโร หิ ปุตฺเต สิกฺขาเปนฺตา อติตรุณกาลโต ปฏฺฐาย ‘‘เอวํ นิสีท, เอวํ คจฺฉ, เอวํ ติฏฺฐ, เอวํ สย, เอวํ ขาท, เอวํ ภุญฺช, อยํ เต ‘ตาตา’ติ วตฺตพฺโพ, อยํ ‘ภาติกา’ติ, อยํ ‘ภคินี’ติ, อิทํ นาม กาตุํ วฏฺฏติ, อิทํ น วฏฺฏติ, อสุกํ นาม อุปสงฺกมิตุํ วฏฺฏติ, อสุกํ นาม น วฏฺฏตี’’ติ คาเหนฺติ สิกฺขาเปนฺติ. อปรภาเค อญฺเญ อาจริยาปิ สิปฺปํ มุทฺทํ คณนนฺติ เอวมาทึ สิกฺขาเปนฺติ, อญฺเญ สรณานิ เทนฺติ, สีเลสุ ปติฏฺฐาเปนฺติ, ปพฺพาเชนฺติ, ธมฺมํ อุคฺคณฺหาเปนฺติ, อุปสมฺปาเทนฺติ, โสตาปตฺติมคฺคาทีนิ ปาเปนฺติ. อิติ สพฺเพปิ เต ปจฺฉาอาจริยา นาม. มาตาปิตโร ปน สพฺพปฐมํ. เตนาห ‘‘ปุพฺพาจริยาติ, ภิกฺขเว, มาตาปิตูนํ เอตํ อธิวจน’’นฺติ.

อาหุเนยฺยาติ อาเนตฺวา หุนิตพฺพนฺติ อาหุนํ, ทูรโตปิ อาเนตฺวา ผลวิเสสํ อากงฺขนฺเตน คุณวนฺเตสุ ทาตพฺพานํ อนฺนปานวตฺถจฺฉาทนาทีนํ เอตํ นามํ, อุปการเขตฺตตาย ตํ อาหุนํ อรหนฺตีติ อาหุเนยฺยา. เตน วุตฺตํ ‘‘อาหุเนยฺยาติ, ภิกฺขเว, มาตาปิตูนํ เอตํ อธิวจน’’นฺติ.

อิทานิ เตสํ พฺรหฺมาทิภาเว การณํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตํ กิสฺส เหตุ? พหุการา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตํ กิสฺส เหตูติ ตํ มาตาปิตูนํ พฺรหฺมาทิอธิวจนํ เกน การเณนาติ เจติ อตฺโถ. พหุการาติ พหูปการา. อาปาทกาติ ชีวิตสฺส อาปาทกา, ปาลกา. ปุตฺตานญฺหิ มาตาปิตูหิ ชีวิตํ อาปาทิตํ ปาลิตํ ฆฏิตํ อนุปฺปพนฺเธน ปวตฺติตํ สมฺปาทิตํ. โปสกาติ หตฺถปาเท วฑฺเฒตฺวา หทยโลหิตํ ปาเยตฺวา โปเสตาโร. อิมสฺส โลกสฺส ทสฺเสตาโรติ ปุตฺตานํ อิมสฺมึ โลเก อิฏฺฐานิฏฺฐารมฺมณทสฺสนํ นาม มาตาปิตโร นิสฺสาย ชาตนฺติ เต เนสํ อิมสฺส โลกสฺส ทสฺเสตาโร นาม. อิติ เตสํ พหุการตฺตํ พฺรหฺมาทิภาวสฺส การณํ ทสฺสิตํ, เยน ปุตฺโต มาตาปิตูนํ โลกิเยน อุปกาเรน เกนจิ ปริยาเยน ปริยนฺตํ ปฏิการํ กาตุํ น สมตฺโถเยว. สเจ หิ ปุตฺโต ‘‘มาตาปิตูนํ อุปการสฺส ปจฺจุปการํ กริสฺสามี’’ติ อุฏฺฐาย สมุฏฺฐาย วายมนฺโต ทกฺขิเณ อํสกูเฏ มาตรํ, อิตรสฺมึ ปิตรํ ฐเปตฺวา วสฺสสตายุโก สกลํ วสฺสสตมฺปิ ปริหเรยฺย จตูหิ ปจฺจเยหิ อุจฺฉาทนปริมทฺทนนฺหาปนสมฺพาหนาทีหิ จ ยถารุจิ อุปฏฺฐหนฺโต เตสํ มุตฺตกรีสมฺปิ อชิคุจฺฉนฺโต, น เอตฺตาวตา ปุตฺเตน มาตาปิตูนํ ปฏิกาโร กโต โหติ อญฺญตฺร สทฺธาทิคุณวิเสเส ปติฏฺฐาปนา. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา –

‘‘ทฺวินฺนาหํ, ภิกฺขเว, น สุปฺปฏิการํ วทามิ. กตเมสํ ทฺวินฺนํ? มาตุ จ ปิตุ จ. เอเกน, ภิกฺขเว, อํเสน มาตรํ ปริหเรยฺย, เอเกน อํเสน ปิตรํ ปริหเรยฺย วสฺสสตายุโก วสฺสสตชีวี, โส จ เนสํ อุจฺฉาทนปริมทฺทนนฺหาปนสมฺพาหเนน, เต จ ตตฺเถว มุตฺตกรีสํ จเชยฺยุํ, น เตฺวว, ภิกฺขเว, มาตาปิตูนํ กตํ วา โหติ ปฏิกตํ วา. อิมิสฺสา จ, ภิกฺขเว, มหาปถวิยา ปหูตรตฺตรตนาย มาตาปิตโร อิสฺสริยาธิปจฺเจ รชฺเช ปติฏฺฐาเปยฺย, น เตฺวว, ภิกฺขเว, มาตาปิตูนํ กตํ วา โหติ ปฏิกตํ วา. ตํ กิสฺส เหตุ? พหุการา, ภิกฺขเว, มาตาปิตโร ปุตฺตานํ อาปาทกา โปสกา อิมสฺส โลกสฺส ทสฺเสตาโร.

‘‘โย จ โข, ภิกฺขเว, มาตาปิตโร อสฺสทฺเธ สทฺธาสมฺปทาย สมาทเปติ นิเวเสติ ปติฏฺฐาเปติ. ทุสฺสีเล สีลสมฺปทาย, มจฺฉริโน จาคสมฺปทาย, ทุปฺปญฺเญ ปญฺญาสมฺปทาย สมาทเปติ นิเวเสติ ปติฏฺฐาเปติ. เอตฺตาวตา โข, ภิกฺขเว, มาตาปิตูนํ กตญฺจ โหติ ปฏิกตญฺจา’’ติ (อ. นิ. ๒.๓๔).

ตถา –

‘‘มาตาปิตุอุปฏฺฐานํ, ปุตฺตทารสฺส สงฺคโห’’ติ; (ขุ. ปา. ๕.๖);

‘‘มาตาปิตุอุปฏฺฐานํ, ภิกฺขเว, ปณฺฑิตปญฺญตฺต’’นฺติ จ –

เอวมาทีนิ มาตาปิตูนํ ปุตฺตสฺส พหูปการภาวสาธกานิ สุตฺตานิ ทฏฺฐพฺพานิ.

คาถาสุ วุจฺจเรติ วุจฺจนฺติ กถียนฺติ. ปชาย อนุกมฺปกาติ ปเรสํ ปาณํ ฉินฺทิตฺวาปิ อตฺตโน สนฺตกํ ยํกิญฺจิ จชิตฺวาปิ อตฺตโน ปชํ ปฏิชคฺคนฺติ โคปยนฺติ, ตสฺมา ปชาย อตฺตโน ปุตฺตานํ อนุกมฺปกา อนุคฺคาหกา.

นมสฺเสยฺยาติ สายํ ปาตํ อุปฏฺฐานํ คนฺตฺวา ‘‘อิทํ มยฺหํ อุตฺตมํ ปุญฺญกฺเขตฺต’’นฺติ นมกฺการํ กเรยฺย. สกฺกเรยฺยาติ สกฺกาเรน ปฏิมาเนยฺย. อิทานิ ตํ สกฺการํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อนฺเนนา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อนฺเนนาติ ยาคุภตฺตขาทนีเยน. ปาเนนาติ อฏฺฐวิธปาเนน. วตฺเถนาติ นิวาสนปารุปเนน. สยเนนาติ มญฺจปีฐภิสิพิมฺโพหนาทินา สยเนน. อุจฺฉาทเนนาติ ทุคฺคนฺธํ ปฏิวิโนเทตฺวา สุคนฺธกรณุจฺฉาทเนน. นฺหาเนนาติ สีตกาเล อุโณฺหทเกน, อุณฺหกาเล สีโตทเกน คตฺตานิ ปริสิญฺจิตฺวา นฺหาปเนน. ปาทานํ โธวเนน จาติ อุโณฺหทกสีโตทเกหิ ปาทโธวเนน เจว เตลมกฺขเนน จ.

ตาย นํ ปาริจริยายาติ เอตฺถ นนฺติ นิปาตมตฺตํ, ยถาวุตฺตปริจรเณน. อถ วา ปาริจริยายาติ ภรณกิจฺจกรณกุลวํสปติฏฺฐาปนาทินา ปญฺจวิธอุปฏฺฐาเนน. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘ปญฺจหิ โข, คหปติปุตฺต, ฐาเนหิ ปุตฺเตน ปุรตฺถิมา ทิสา มาตาปิตโร ปจฺจุปฏฺฐาตพฺพา ‘ภโต เน ภริสฺสามิ, กิจฺจํ เนสํ กริสฺสามิ, กุลวํสํ ฐเปสฺสามิ, ทายชฺชํ ปฏิปชฺชิสฺสามิ. อถ วา ปน เนสํ เปตานํ กาลกตานํ ทกฺขิณมนุปฺปทสฺสามี’ติ. อิเมหิ โข, คหปติปุตฺต, ปญฺจหิ ฐาเนหิ ปุตฺเตน ปุรตฺถิมา ทิสา มาตาปิตโร ปจฺจุปฏฺฐิตา ปญฺจหิ ฐาเนหิ ปุตฺตํ อนุกมฺปนฺติ – ปาปา นิวาเรนฺติ, กลฺยาเณ นิเวเสนฺติ, สิปฺปํ สิกฺขาเปนฺติ, ปติรูเปน ทาเรน สํโยเชนฺติ, สมเย ทายชฺชํ นิยฺยาเทนฺตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๒๖๗).

อปิจ โย มาตาปิตโร ตีสุ วตฺถูสุ อภิปฺปสนฺเน กตฺวา สีเลสุ วา ปติฏฺฐาเปตฺวา ปพฺพชฺชาย วา นิโยเชตฺวา อุปฏฺฐหติ, อยํ มาตาปิตุอุปฏฺฐากานํ อคฺโคติ เวทิตพฺโพ. สา ปนายํ ปาริจริยา ปุตฺตสฺส อุภยโลกหิตสุขาวหาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิเธว นํ ปสํสนฺติ, เปจฺจ สคฺเค ปโมทตี’’ติ อาห. ตตฺถ อิธาติ อิมสฺมึ โลเก. มาตาปิตุอุปฏฺฐากญฺหิ ปุคฺคลํ ปณฺฑิตมนุสฺสา ตตฺถ ปาริจริยาย ปสํสนฺติ วณฺเณนฺติ โถเมนฺติ, ตสฺส จ ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชนฺตา สยมฺปิ อตฺตโน มาตาปิตูสุ ตถา ปฏิปชฺชิตฺวา มหนฺตํ ปุญฺญํ ปสวนฺติ. เปจฺจาติ ปรโลกํ คนฺตฺวา สคฺเค ฐิโต มาตาปิตุปฏฺฐาโก ทิพฺพสมฺปตฺตีหิ โมทติ ปโมทติ อภินนฺทตีติ.

สตฺตมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.