๔. ปญฺจปุพฺพนิมิตฺตสุตฺตวณฺณนา

๘๓. จตุตฺเถ ยทาติ ยสฺมึ กาเล. เทโวติ อุปปตฺติเทโว. ตโย หิ เทวา – สมฺมุติเทวา, อุปปตฺติเทวา, วิสุทฺธิเทวาติ. เตสุ สมฺมุติเทวา นาม ราชาโน ขตฺติยา. อุปปตฺติเทวา นาม จาตุมหาราชิกโต ปฏฺฐาย ตทุปริเทวา. วิสุทฺธิเทวา นาม ขีณาสวา. อิธ ปน กามาวจรเทโว อธิปฺเปโต. เตน วุตฺตํ ‘‘เทโวติ อุปปตฺติเทโว’’ติ. เทวกายาติ เทวสมูหโต, เทวฏฺฐานโต วา, เทวโลกโตติ อตฺโถ. สมูหนิวาสวาจโก หิ อยํ กายสทฺโท. จวนธมฺโมติ มรณธมฺโม, อายุกฺขเยน วา ปุญฺญกฺขเยน วา อุปฏฺฐิตมรโณติ อตฺโถ.

ปญฺจสฺส ปุพฺพนิมิตฺตานิ ปาตุภวนฺตีติ อสฺส อุปฏฺฐิตมรณสฺส เทวปุตฺตสฺส ปญฺจ มรณสฺส ปุพฺพนิมิตฺตานิ อุปฺปชฺชนฺติ, ปกาสานิ วา โหนฺติ. มาลา มิลายนฺตีติ เตน ปิฬนฺธิตมาลา มชฺฌนฺหิกสมเย อาตเป ขิตฺตา วิย มิลาตา วิหตโสภา โหนฺติ.

วตฺถานิ กิลิสฺสนฺตีติ สรทสมเย วิคตวลาหเก อากาเส อพฺภุสฺสกฺกมานพาลสูริยสทิสปฺปภานิ นานาวิราควณฺณานิ เตน นิวตฺถปารุตวตฺถานิ ตํ ขณํเยว กทฺทเม ขิปิตฺวา มทฺทิตานิ วิย วิหตปฺปภานิ มลินานิ โหนฺติ.

กจฺเฉหิ เสทา มุจฺจนฺตีติ สุปริสุทฺธชาติมณิ วิย สุสิกฺขิตสิปฺปาจริยรจิตสุวณฺณปฏิมา วิย จ ปุพฺเพ เสทมลชลฺลิการหิตสรีรสฺส ตสฺมึ ขเณ อุโภหิ กจฺเฉหิ เสทธารา สนฺทนฺติ ปคฺฆรนฺติ. น เกวลญฺจ กจฺเฉหิเยว, สกลสรีรโตปิ ปนสฺส เสทชลกณฺณิกา มุจฺจติเยว, เยน อามุตฺตมุตฺตาชาลควจฺฉิโต วิย ตสฺส กาโย โหติ.

กาเย ทุพฺพณฺณิยํ โอกฺกมตีติ ปุพฺเพ ปฏิสนฺธิโต ปฏฺฐาย ยถานุภาวํ เอกโยชนํ ทฺวิโยชนํ ยาว ทฺวาทสโยชนมตฺตมฺปิ ปเทสํ อาภาย ผริตฺวา วิชฺโชตมาโน กาโย โหติ ขณฺฑิจฺจปาลิจฺจาทิวิรหิโต, น สีตํ น อุณฺหํ อุปฆาตกํ, เทวธีตา โสฬสวสฺสุทฺเทสิกา วิย โหติ, เทวปุตฺโต วีสติวสฺสุทฺเทสิโก วิย, ตํ ขณํเยว นิปฺปเภ นิตฺเตเช กาเย วิรูปภาโว อนุปวิสติ สณฺฐาติ.

สเก เทโว เทวาสเน นาภิรมตีติ อตฺตโน อจฺฉราคเณหิ สทฺธึ กีฬนปริจรณกทิพฺพาสเน น รมติ, น จิตฺตสฺสาทํ ลภติ. ตสฺส กิร มนุสฺสคณนาย สตฺตหิ ทิวเสหิ มรณํ ภวิสฺสตีติ อิมานิ ปุพฺพนิมิตฺตานิ ปาตุภวนฺติ. โส เตสํ อุปฺปตฺติยา ‘‘เอวรูปาย นาม สมฺปตฺติยา วินา ภวิสฺสามี’’ติ พลวโสกาภิภูโต โหติ. เตนสฺส กาเย มหาปริฬาโห อุปฺปชฺชติ, เตน สพฺพโต คตฺเตหิ เสทา มุจฺจนฺติ. จิรตรํ กาลํ อปริจิตทุกฺโข ตํ อธิวาเสตุํ อสกฺโกนฺโต เอกจฺโจ ‘‘ทยฺหามิ ทยฺหามี’’ติ กนฺทนฺโต ปริเทวนฺโต กตฺถจิ อสฺสาทํ อลภนฺโต วิชปฺปนฺโต วิลปนฺโต ตหึ ตหึ อาหิณฺฑติ. เอกจฺโจ สตึ อุปฏฺฐเปตฺวา กายวาจาหิ วิการํ อกโรนฺโตปิ ปิยวิปฺปโยคทุกฺขํ อสหนฺโต วิหญฺญมาโน วิจรติ.

อิมานิ ปน ปุพฺพนิมิตฺตานิ ยถา โลเก มหาปุญฺญานํ ราชราชมหามตฺตาทีนํเยว อุกฺกาปาตภูมิจาลจนฺทคฺคาหาทีนิ นิมิตฺตานิ ปญฺญายนฺติ, น สพฺเพสํ; เอวเมว มเหสกฺขเทวานํเยว ปญฺญายติ. อุปฺปนฺนานิ จ ตานิ ‘‘อิมานิ มรณสฺส ปุพฺพนิมิตฺตานิ นามา’’ติ เกจิ เทวา ชานนฺติ, น สพฺเพ. ตตฺถ โย มนฺเทน กุสลกมฺเมน นิพฺพตฺโต, โส ‘‘อิทานิ โก ชานาติ, ‘กุหึ นิพฺพตฺติสฺสามี’’’ติ ภายติ. โย ปน มหาปุญฺโญ, โส ‘‘พหุํ มยา ทานํ ทินฺนํ, สีลํ รกฺขิตํ, ปุญฺญํ อุปจิตํ, อิโต จุตสฺส เม สุคติเยว ปาฏิกงฺขา’’ติ น ภายติ น วิกมฺปติ. เอวํ อุปฏฺฐิตปุพฺพนิมิตฺตํ ปน ตํ คเหตฺวา เทวตา นนฺทนวนํ ปเวเสนฺติ สพฺพเทวโลเกสุ นนฺทนวนํ อตฺถิเยว.

ตีหิ วาจาหิ อนุโมเทนฺตีติ อิทานิ วุจฺจมาเนหิ ตีหิ วจเนหิ อนุโมเทนฺติ, โมทํ ปโมทํ อุปฺปาเทนฺติ, อสฺสาเสนฺติ, อภิวทนวเสน วา ตํขณานุรูปํ ปโมทํ กโรนฺติ. เกจิ ปน ‘‘อนุโมเทนฺตี’’ติ ปทสฺส ‘‘โอวทนฺตี’’ติ วทนฺติ. อิโตติ เทวโลกโต. โภติ อาลปนํ. สุคตินฺติ สุนฺทรคตึ, มนุสฺสโลกํ สนฺธาย วทนฺติ. คจฺฉาติ ปฏิสนฺธิคฺคหณวเสน อุเปหิ.

เอวํ วุตฺเตติ เอวํ ตทา เตหิ เทเวหิ ตสฺส ‘‘อิโต โภ สุคตึ คจฺฉา’’ติอาทินา วตฺตพฺพวจเน ภควตา วุตฺเต อญฺญตโร นามโคตฺเตน อปากโฏ ตสฺสํ ปริสายํ นิสินฺโน อนุสนฺธิกุสโล เอโก ภิกฺขุ ‘‘เอเต สุคติอาทโย ภควตา อวิเสสโต วุตฺตา อวิภูตา, หนฺท เต วิภูตตเร การาเปสฺสามี’’ติ เอตํ ‘‘กึนุ โข, ภนฺเต’’ติอาทิวจนํ อโวจ. สทฺธาทิคุณวิเสสปฏิลาภการณโต เทวูปปตฺติเหตุโต จ มนุสฺสตฺตํ เทวานํ อภิสมฺมตนฺติ อาห ‘‘มนุสฺสตฺตํ โข ภิกฺขุ เทวานํ สุคติคมนสงฺขาต’’นฺติ.

สุคติคมนสงฺขาตนฺติ ‘‘สุคติคมน’’นฺติ สมฺมา กถิตํ, วณฺณิตํ โถมิตนฺติ อตฺโถ. ยํ มนุสฺสภูโตติ เอตฺถ ยนฺติ กิริยาปรามสนํ, เตน ปฏิลภตีติ เอตฺถ ปฏิลภนกิริยา อามสียติ, โย สทฺธาปฏิลาโภติ อตฺโถ. มนุสฺสภูโตติ มนุสฺเสสุ อุปฺปนฺโน, มนุสฺสภาวํ วา ปตฺโต. ยสฺมา เทวโลเก อุปฺปนฺนานํ ตถาคตสฺส ธมฺมเทสนา เยภุยฺเยน ทุลฺลภา สวนาย, น ตถา มนุสฺสานํ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘มนุสฺสภูโต’’ติ. ตถาคตปฺปเวทิเต ธมฺมวินเยติ ตถาคเตน ภควตา เทสิเต สิกฺขตฺตยสงฺคเห สาสเน. ตญฺหิ ธมฺมโต อนเปตตฺตา ธมฺโม จ, อาสยานุรูปํ วิเนยฺยานํ วินยนโต วินโย จาติ ธมฺมวินโย, อุปนิสฺสยสมฺปตฺติยา วา ธมฺมโต อนเปตตฺตา ธมฺมํ อปฺปรชกฺขชาติกํ วิเนตีติ ธมฺมวินโย. ธมฺเมเนว วา วินโย, น ทณฺฑสตฺเถหีติ ธมฺมวินโย, ธมฺมยุตฺโต วา วินโยติ ธมฺมวินโย, ธมฺมาย วา สห มคฺคผลนิพฺพานาย วินโยติ ธมฺมวินโย, มหากรุณาสพฺพญฺญุตญฺญาณาทิธมฺมโต วา ปวตฺโต วินโยติ ธมฺมวินโย. ธมฺโม วา ภควา ธมฺมภูโต ธมฺมกาโย ธมฺมสฺสามี, ตสฺส ธมฺมสฺส วินโย, น ตกฺกิยานนฺติ ธมฺมวินโย, ธมฺเม วา มคฺคผเล นิปฺผาเทตพฺพวิสยภูเต วา ปวตฺโต วินโยติ ธมฺมวินโยติ วุจฺจติ. ตสฺมึ ธมฺมวินเย.

สทฺธํ ปฏิลภตีติ ‘‘สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม’’ติอาทินา สทฺธํ อุปฺปาเทติ. สทฺโธ หิ อิมสฺมึ ธมฺมวินเย ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชมาโน ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกปรมตฺเถ อาราเธสฺสติ. สุลทฺธลาภสงฺขาตนฺติ เอตฺถ ยถา หิรญฺญสุวณฺณเขตฺตวตฺถาทิลาโภ สตฺตานํ อุปโภคสุขํ อาวหติ, ขุปฺปิปาสาทิทุกฺขํ ปฏิพาหติ, ธนทาลิทฺทิยํ วูปสเมติ, มุตฺตาทิรตนปฏิลาภเหตุ โหติ, โลกสนฺตติญฺจ อาวหติ; เอวํ โลกิยโลกุตฺตรา สทฺธาปิ ยถาสมฺภวํ โลกิยโลกุตฺตรํ วิปากสุขมาวหติ, สทฺธาธุเรน ปฏิปนฺนานํ ชาติชราทิทุกฺขํ ปฏิพาหติ, คุณทาลิทฺทิยํ วูปสเมติ, สติสมฺโพชฺฌงฺคาทิรตนปฏิลาภเหตุ โหติ, โลกสนฺตติญฺจ อาวหติ. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘สทฺโธ สีเลน สมฺปนฺโน, ยโส โภคสมปฺปิโต;

ยํ ยํ ปเทสํ ภชติ, ตตฺถ ตตฺเถว ปูชิโต’’ติ. (ธ. ป. ๓๐๓);

เอวํ สทฺธาปฏิลาภสฺส สุลทฺธลาภตา เวทิตพฺพา. ยสฺมา ปนายํ สทฺธาปฏิลาโภ อนุคามิโก อนญฺญสาธารโณ สพฺพสมฺปตฺติเหตุ, โลกิยสฺส จ หิรญฺญสุวณฺณาทิธนลาภสฺส การณํ. สทฺโธเยว หิ ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กตฺวา อุฬารุฬารวิตฺตูปกรณานิ อธิคจฺฉติ, เตหิ จ อตฺตโน ปเรสญฺจ อตฺถเมว สมฺปาเทติ. อสฺสทฺธสฺส ปน ตานิ อนตฺถาวหานิ โหนฺติ, อิธ เจว สมฺปราเย จาติ, เอวมฺปิ สทฺธาย สุลทฺธลาภตา เวทิตพฺพา. ตถา หิ –

‘‘สทฺธา พนฺธติ ปาเถยฺยํ’’. (สํ. นิ. ๑.๗๙).

‘‘สทฺธา ทุติยา ปุริสสฺส โหตี’’ติ จ. (สํ. นิ. ๑.๓๖, ๕๙).

‘‘สทฺธีธ วิตฺตํ ปุริสสฺส เสฏฺฐ’’นฺติ จ. (สํ. นิ. ๑.๗๓; สุ. นิ. ๑๘๔).

‘‘สทฺธาหตฺโถ มหานาโค’’ติ จ. (อ. นิ. ๖.๔๓; เถรคา. ๖๙๔).

‘‘สทฺธา พีชํ ตโป วุฏฺฐี’’ติ จ. (สํ. นิ. ๑.๑๙๗; สุ. นิ. ๗๗).

‘‘สทฺเธสิโก, ภิกฺขเว, อริยสาวโก’’ติ (อ. นิ. ๗.๖๗) จ.

‘‘สทฺธาย ตรติ โอฆ’’นฺติ จ. (สํ. นิ. ๑.๒๔๖) –

อเนเกสุ ฐาเนสุ อเนเกหิ การเณหิ สทฺธา สํวณฺณิตา.

อิทานิ ยาย สทฺธาย สาสเน กุสลธมฺเมสุ สุปฺปติฏฺฐิโต นาม โหติ นิยาโมกฺกนฺติยา, ตํ สทฺธํ ทสฺเสตุํ ‘‘สา โข ปนสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อสฺสาติ อิมสฺส ภเวยฺยาติ อตฺโถ. นิวิฏฺฐาติ อภินิวิฏฺฐา จิตฺตสนฺตานํ อนุปวิฏฺฐา. มูลชาตาติ ชาตมูลา. กึ ปน สทฺธาย มูลํ นาม? สทฺเธยฺยวตฺถุสฺมึ โอกปฺปนเหตุภูโต อุปายมนสิกาโร. อปิจ สปฺปุริสเสวนา สทฺธมฺมสฺสวนํ โยนิโสมนสิกาโร ธมฺมานุธมฺมปฺปฏิปตฺตีติ จตฺตาริ โสตาปตฺติยงฺคานิ มูลานิ เวทิตพฺพานิ. ปติฏฺฐิตาติ อริยมคฺคาธิคเมน เกนจิ อกมฺปนียภาเวน อวฏฺฐิตา. เตเนวาห ‘‘ทฬฺหา อสํหาริยา’’ติ. ทฬฺหาติ ถิรา. อสํหาริยาติ เกนจิ สํหริตุํ วา หาเปตุํ วา อปเนตุํ วา อสกฺกุเณยฺยา. อิติ เต เทวา ตสฺส โสตาปตฺติมคฺคสมธิคมํ อาสีสนฺตา เอวํ วทนฺติ. อตฺตโน เทวโลเก กามสุขูปโภคารหเมว หิ อริยปุคฺคลํ เต อิจฺฉนฺติ. เตนาห ‘‘เอหิ, เทว, ปุนปฺปุน’’นฺติ.

คาถาสุ ปุญฺญกฺขยมรณมฺปิ ชีวิตินฺทฺริยุปจฺเฉเทเนว โหตีติ อาห ‘‘จวติ อายุสงฺขยา’’ติ. อนุโมทตนฺติ อนุโมทนฺตานํ. มนุสฺสานํ สหพฺยตนฺติ มนุสฺเสหิ สหภาวํ. สห เพฺยตีติ สหโพฺย, สหปวตฺตนโก, ตสฺส ภาโว สหพฺยตา. นิวิฏฺฐสฺสาติ นิวิฏฺฐา ภเวยฺย. ยาวชีวนฺติ ยาว ชีวิตปฺปวตฺติยา, ยาว ปรินิพฺพานาติ อตฺโถ.

อปฺปมาณนฺติ สกฺกจฺจํ พหุํ อุฬารํ พหุกฺขตฺตุญฺจ กรณวเสน ปมาณรหิตํ. นิรูปธินฺติ กิเลสูปธิรหิตํ, สุวิสุทฺธํ นิมฺมลนฺติ อตฺโถ. ยสฺมา ปน เต เทวา มหคฺคตกุสลํ น อิจฺฉนฺติ กามโลกสมติกฺกมนโต, กามาวจรปุญฺญเมว อิจฺฉนฺติ, ตสฺมา เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ – ‘‘อิโต เทวโลกโต จุโต มนุสฺเสสุ อุปฺปชฺชิตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต กายทุจฺจริตาทึ สพฺพํ ทุจฺจริตํ ปหาย กายสุจริตาทึ สพฺพํ สุจริตํ อุฬารํ วิปุลํ อุปจินิตฺวา อริยมคฺเคน อาคตสทฺโธ ภวาหี’’ติ. ยสฺมา ปน โลกุตฺตเรสุ ปฐมมคฺคํ ทุติยมคฺคมฺปิ วา อิจฺฉนฺติ อตฺตโน เทวโลกูปปตฺติยา อนติวตฺตนโต, ตสฺมา เตสมฺปิ วเสน ‘‘อปฺปมาณํ นิรูปธิ’’นฺติปทานํ อตฺโถ เวทิตพฺโพ – ปมาณกรานํ ทิฏฺเฐกฏฺฐโอฬาริกกามราคาทิกิเลสานํ อุปจฺเฉเทน อปฺปมาณํ, สตฺตมภวโต วา อุปฺปชฺชนารหสฺส ขนฺธูปธิสฺส ตํนิพฺพตฺตกอภิสงฺขารูปธิสฺส ตํตํมคฺควชฺฌกิเลสูปธิสฺส จ ปหาเนน เตสํ อนิพฺพตฺตนโต นิรุปธิสงฺขาตนิพฺพานสนฺนิสฺสิตตฺตา จ นิรุปธีติ.

เอวํ อจฺจนฺตเมว อปายทฺวารปิธายกํ กมฺมํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ สคฺคสมฺปตฺตินิพฺพตฺตกกมฺมํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตโต โอปธิก’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ โอปธิกนฺติ อุปธิเวปกฺกํ อตฺตภาวสมฺปตฺติยา เจว โภคสมฺปตฺติยา จ นิพฺพตฺตกนฺติ อตฺโถ. อุปธีติ หิ อตฺตภาโว วุจฺจติ. ยถาห ‘‘สนฺเตกจฺจานิ ปาปกานิ กมฺมสมาทานานิ อุปธิสมฺปตฺติปฏิพาหิตานิ น วิปจฺจนฺตี’’ติ (วิภ. ๘๑๐). กามคุณาปิ. ยถาห ‘‘อุปธีหิ นรสฺส โสจนา’’ติ (สํ. นิ. ๑.๑๒; สุ. นิ. ๓๔). ตตฺรายํ วจนตฺโถ – อุปธียติ เอตฺถ สุขทุกฺขนฺติ อุปธิ, อตฺตภาโว กามคุณา จ. อุปธิกรณํ สีลํ เอตสฺส, อุปธึ วา อรหตีติ โอปธิกํ, ปุญฺญํ, ตํ พหุํ อุฬารํ กตฺวา. กถํ? ทาเนน. ทานญฺหิ อิตเรหิ สุกรนฺติ เอวํ วุตฺตํ. ทาเนนาติ วา ปเทน อภยทานมฺปิ วุตฺตํ, น อามิสทานเมวาติ สีลสฺสาปิ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ยสฺมา ปน เต เทวา อสุรกายหานึ เอกนฺเตเนว เทวกายปาริปูริญฺจ อิจฺฉนฺติ, ตสฺมา ตสฺส อุปายํ ทสฺเสนฺตา ‘‘อญฺเญปิ มจฺเจ สทฺธมฺเม, พฺรหฺมจริเย นิเวสยา’’ติ ธมฺมทาเน นิโยเชนฺติ. ยทา วิทูติ ยสฺมึ กาเล เทวา เทวํ จวนฺตํ วิทู วิชาเนยฺยุํ, ตทา อิมาย ยถาวุตฺตาย อนุกมฺปาย ทุกฺขาปนยนกมฺยตาย ‘‘เทว, อิเม เทวกาเย ปุนปฺปุนํ อุปฺปชฺชนวเสน เอหิ อาคจฺฉาหี’’ติ จ อนุโมเทนฺตีติ.

จตุตฺถสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.