๓. นิสฺสรณิยสุตฺตวณฺณนา
๗๒. ตติเย นิสฺสรณิยาติ นิสฺสรณปฏิสํยุตฺตา. ธาตุโยติ สตฺตสุญฺญสภาวา. กามานนฺติ กิเลสกามานญฺเจว วตฺถุกามานญฺจ. อถ วา กามานนฺติ กิเลสกามานํ. กิเลสกามโต หิ นิสฺสรณา วตฺถุกาเมหิปิ นิสฺสรณํเยว โหติ, น อญฺญถา. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘น เต กามา ยานิ จิตฺรานิ โลเก,
สงฺกปฺปราโค ปุริสสฺส กาโม;
ติฏฺฐนฺติ จิตฺรานิ ตเถว โลเก,
อเถตฺถ ธีรา วินยนฺติ ฉนฺท’’นฺติ. (อ. นิ. ๖.๖๓);
นิสฺสรณนฺติ อปคโม. เนกฺขมฺมนฺติ ปฐมชฺฌานํ, วิเสสโต ตํ อสุภารมฺมณํ ทฏฺฐพฺพํ. โย ปน ตํ ฌานํ ปาทกํ กตฺวา สงฺขาเร สมฺมสิตฺวา ตติยมคฺคํ ปตฺวา อนาคามิมคฺเคน นิพฺพานํ สจฺฉิกโรติ, ตสฺส จิตฺตํ อจฺจนฺตเมว กาเมหิ นิสฺสฏนฺติ อิทํ อุกฺกฏฺฐโต กามานํ นิสฺสรณํ เวทิตพฺพํ. รูปานนฺติ รูปธมฺมานํ, วิเสเสน สทฺธึ อารมฺมเณหิ กุสลวิปากกิริยาเภทโต สพฺเพสํ รูปาวจรธมฺมานํ. อารุปฺปนฺติ อรูปาวจรชฺฌานํ. เกจิ ปน ‘‘กามาน’’นฺติ ปทสฺส ‘‘สพฺเพสํ กามาวจรธมฺมาน’’นฺติ อตฺถํ วทนฺติ. ‘‘เนกฺขมฺม’’นฺติ จ ‘‘ปญฺจ รูปาวจรชฺฌานานี’’ติ. ตํ อฏฺฐกถาสุ นตฺถิ, น ยุชฺชติ จ. ภูตนฺติ ชาตํ. สงฺขตนฺติ สเมจฺจ สมฺภุยฺย ปจฺจเยหิ กตํ. ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนนฺติ การณโต นิพฺพตฺตํ. ตีหิปิ ปเทหิ เตภูมเก ธมฺเม อนวเสสโต ปริยาทิยติ. นิโรโธติ นิพฺพานํ. เอตฺถ จ ปฐมาย ธาตุยา กามปริญฺญา วุตฺตา, ทุติยาย รูปปริญฺญา, ตติยาย สพฺพสงฺขตปริญฺญา สพฺพภวสมติกฺกโม วุตฺโต.
คาถาสุ กามนิสฺสรณํ ญตฺวาติ ‘‘อิทํ กามนิสฺสรณํ – เอวญฺจ กามโต นิสฺสรณ’’นฺติ ชานิตฺวา. อติกฺกมติ เอเตนาติ อติกฺกโม, อติกฺกมนูปาโย, ตํ อติกฺกมํ อารุปฺปํ ญตฺวา. สพฺเพ สงฺขารา สมนฺติ วูปสมนฺติ เอตฺถาติ สพฺพสงฺขารสมโถ, นิพฺพานํ, ตํ ผุสํ ผุสนฺโต. เสสํ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว.
ตติยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.