๑. ปฐมวคฺโค
๑. มูลสุตฺตวณฺณนา
๕๐. ติกนิปาตสฺส ปฐเม ตีณีติ คณนปริจฺเฉโท. อิมานีติ อภิมุขีกรณํ. อกุสลมูลานีติ ปริจฺฉินฺนธมฺมนิทสฺสนํ. ตตฺถ อกุสลานิ จ ตานิ มูลานิ จาติ อกุสลมูลานิ. อถ วา อกุสลานํ เหตุปจฺจยปภวชนกสมุฏฺฐาปกนิพฺพตฺตกฏฺเฐน มูลานิ จาติ อกุสลมูลานิ, อกุสลธมฺมานํ การณานีติ อตฺโถ. การณญฺหิ ยถา หิโนติ เอตสฺมา ผลํ ปวตฺตตีติ เหตุ, ปฏิจฺจ เอตสฺมา เอตีติ ปจฺจโย, ปภวติ เอตสฺมาติ ปภโว, อตฺตโน ผลํ ชเนตีติ ชนกํ, สมุฏฺฐาเปตีติ สมุฏฺฐาปกํ, นิพฺพตฺเตตีติ นิพฺพตฺตกนฺติ จ วุจฺจติ. เอวํ ปติฏฺฐฏฺเฐน มูลนฺติ, ตสฺมา อกุสลมูลานีติ อกุสลานํ สุปฺปติฏฺฐิตภาวสาธนานิ, การณานีติ วุตฺตํ โหติ.
เกจิ ปน ‘‘สาลิอาทีนํ สาลิพีชาทีนิ วิย มณิปฺปภาทีนํ มณิวณฺณาทโย วิย จ อกุสลานํ อกุสลภาวสาธโก โลภาทีนํ มูลฏฺโฐ’’ติ วทนฺติ. เอวํ สนฺเต อกุสลจิตฺตสมุฏฺฐานรูเปสุ เตสํ เหตุปจฺจยภาโว น สิยา. น หิ ตานิ เตสํ อกุสลภาวํ สาเธนฺติ, น จ ปจฺจยา น โหนฺติ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘เหตู เหตุสมฺปยุตฺตกานํ ธมฺมานํ ตํสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.ปจฺจยนิทฺเทส.๑).
อเหตุกสฺส จ โมหสฺส อกุสลภาโว น สิยา อกุสลภาวสาธกสฺส มูลนฺตรสฺส อภาวโต. อถาปิ สิยา โลภาทีนํ สภาวสิทฺโธ อกุสลาทิภาโว, ตํสมฺปยุตฺตานํ ปน โลภาทิปฏิพทฺโธติ. เอวมฺปิ ยถา โลภาทีนํ, เอวํ อโลภาทีนมฺปิ สภาวสิทฺโธ กุสลาทิภาโวติ อโลภาทโย กุสลา เอว สิยุํ, น อพฺยากตา, น จ โหนฺติ. ตสฺมา ยถา สมฺปยุตฺเตสุ, เอวํ มูเลสุปิ กุสลาทิภาโว ปริเยสิตพฺโพ. โยนิโสมนสิการาทิโก วิย หิ กุสลภาวสฺส, อโยนิโสมนสิการาทิโก อกุสลภาวสฺส การณนฺติ คเหตพฺพํ. เอวํ อกุสลภาวสาธนวเสน โลภาทีนํ มูลฏฺฐํ อคฺคเหตฺวา สุปฺปติฏฺฐิตภาวสาธนวเสน คยฺหมาเน น โกจิ โทโส. ลทฺธเหตุปจฺจยา หิ ธมฺมา วิรูฬฺหมูลา วิย ปาทปา ถิรา โหนฺติ สุปฺปติฏฺฐิตา, เหตุรหิตา ปน ติลพีชกาทิเสวาลา วิย น สุปฺปติฏฺฐิตาติ เหตุอาทิอตฺเถน อกุสลานํ อุปการกตฺตา มูลานีติ อกุสลมูลานิ. ยสฺมา ปน มูเลน มุตฺโต อกุสลจิตฺตุปฺปาโท นตฺถิ, ตสฺมา ตีหิ มูเลหิ สพฺโพ อกุสลราสิ ปริยาทิยิตฺวา ทสฺสิโตติ ทฏฺฐพฺพํ.
ตานิ อกุสลมูลานิ สรูปโต ทสฺเสตุํ ‘‘โลโภ อกุสลมูล’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ โลภาทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตเมว. ตตฺถ ปน ตติยมคฺควชฺฌา โลภาทโย อาคตา, อิธ ปน อนวเสสาติ อยเมว วิเสโส.
คาถายํ ปาปเจตสนฺติ อกุสลธมฺมสมาโยคโต ลามกจิตฺตํ. หึสนฺตีติ อตฺตโน ปวตฺติกฺขเณ อายตึ วิปากกฺขเณ จ วิพาเธนฺติ. อตฺตสมฺภูตาติ อตฺตนิ ชาตา. ตจสารนฺติ คณฺฐิตํ, เวฬุนฺติ อตฺโถ. สมฺผลนฺติ อตฺตโน ผลํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ขทิรสีสปาทโย วิย อนฺโตสาโร อหุตฺวา พหิสารตาย ตจสารนฺติ ลทฺธนามํ เวฬุอาทึ ยถา อตฺตสมฺภูตเมว ผลํ หึสติ วินาเสติ, เอวเมว อนฺโต สีลาทิสารรหิตํ ลามกจิตฺตํ ปุคฺคลํ อตฺตสมฺภูตาเยว โลภาทโย วินาเสนฺตีติ.
ปฐมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. ธาตุสุตฺตวณฺณนา
๕๑. ทุติเย ธาตุโยติ อตฺตโน ผลสฺส สภาวสฺส จ ธารณฏฺเฐน ธาตุโย. ยญฺเจตฺถ ผลนิพฺพตฺตกํ, ตํ อตฺตโน ผลสฺส สภาวสฺส จ, อิตรํ สภาวสฺเสว ธารณฏฺเฐน ธาตุ. รูปธาตูติ รูปภโว. ธาตุยา อาคตฏฺฐาเน ภเวน ปริจฺฉินฺทิตพฺพํ, ภวสฺส อาคตฏฺฐาเน ธาตุยา ปริจฺฉินฺทิตพฺพนฺติ อิธ ภเวน ปริจฺเฉโท กถิโต. ตสฺมา –
‘‘กตเม ธมฺมา รูปาวจรา? เหฏฺฐโต พฺรหฺมโลกํ ปริยนฺตํ กริตฺวา อุปริโต อกนิฏฺเฐ เทเว อนฺโต กริตฺวา เอตฺถาวจรา เอตฺถ ปริยาปนฺนา ขนฺธธาตุอายตนา, อิเม ธมฺมา รูปาวจรา’’ติ (ธ. ส. ๑๒๘๙) –
เอวํ วุตฺตา รูปาวจรธมฺมา รูปธาตุ. อรูปธาตูติ อรูปภโว. อิธาปิ ภเวน ปริจฺเฉโท กถิโตติ –
‘‘กตเม ธมฺมา อรูปาวจรา? เหฏฺฐโต อากาสานญฺจายตนูปเค เทเว อนฺโต กริตฺวา, อุปริโต เนวสญฺญานาสญฺญายตนูปเค เทเว อนฺโต กริตฺวา, เอตฺถาวจรา เอตฺถ ปริยาปนฺนา ขนฺธธาตุอายตนา, อิเม ธมฺมา อรูปาวจรา’’ติ (ธ. ส. ๑๒๙๑) –
เอวํ วุตฺตา อรูปาวจรธมฺมา อรูปธาตุ. นิโรธธาตูติ นิพฺพานํ เวทิตพฺพํ.
อปโร นโย – รูปสหิตา, รูปปฏิพทฺธา, ธมฺมปฺปวตฺติ รูปธาตุ, ปญฺจโวการภโว, เอกโวการภโว จ, เตน สกโล กามภโว รูปภโว จ สงฺคหิโต. รูปรหิตา ธมฺมปฺปวตฺติ อรูปธาตุ, จตุโวการภโว, เตน อรูปภโว สงฺคหิโต. อิติ ทฺวีหิ ปเทหิ ตโย ภวา สพฺพา สํสารปฺปวตฺติ ทสฺสิตา. ตติยปเทน ปน อสงฺขตธาตุเยว สงฺคหิตาติ มคฺคผลานิ อิธ ติกวินิมุตฺตธมฺมา นาม ชาตา. เกจิ ปน ‘‘รูปธาตูติ รูปสภาวา ธมฺมา, อรูปธาตูติ อรูปสภาวา ธมฺมาติ ปททฺวเยน อนวเสสโต ปญฺจกฺขนฺธา คหิตา’’ติ. ‘‘รูปตณฺหาย วิสยภูตา ธมฺมา รูปธาตุ, อรูปตณฺหาย วิสยภูตา อรูปธาตู’’ติ จ วทนฺติ, ตํ สพฺพํ อิธ นาธิปฺเปตํ. ตสฺมา วุตฺตนเยเนว อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
คาถาสุ รูปธาตุํ ปริญฺญายาติ รูปปฏิพทฺธธมฺมปวตฺตึ ญาตปริญฺญาทีหิ ตีหิ ปริญฺญาหิ ปริชานิตฺวา. อารุปฺเปสุ อสณฺฐิตาติ อรูปาวจรธมฺเมสุ ภวราควเสน ภวทิฏฺฐิวเสน จ น ปติฏฺฐิตา อนลฺลีนา. ‘‘อรูเปสุ อสณฺฐิตา’’ติ จ ปฐนฺติ, โส เอว อตฺโถ. เอตฺตาวตา เตภูมกธมฺมานํ ปริญฺญา วุตฺตา. นิโรเธ เย วิมุจฺจนฺตีติ เย นิพฺพาเน อารมฺมณภูเต อคฺคมคฺคผลวเสน สมุจฺเฉทปฏิปฺปสฺสทฺธีหิ อนวเสสกิเลสโต วิมุจฺจนฺติ. เต ชนา มจฺจุหายิโนติ เต ขีณาสวชนา มรณํ สมตีตา.
เอวํ ธาตุตฺตยสมติกฺกเมน อมตาธิคมํ ทสฺเสตฺวา ‘‘อยญฺจ ปฏิปทา มยา คตมคฺโค จ ตุมฺหากํ ทสฺสิโต’’ติ ตตฺถ เนสํ อุสฺสาหํ ชเนนฺโต ทุติยํ คาถมาห. ตตฺถ กาเยนาติ นามกาเยน มคฺคผเลหิ. ผุสยิตฺวาติ ปตฺวา. นิรูปธินฺติ ขนฺธาทิสพฺพูปธิรหิตํ. อุปธิปฺปฏินิสฺสคฺคนฺติ เตสํเยว จ อุปธีนํ ปฏินิสฺสชฺชนการณํ. นิพฺพานสฺส หิ มคฺคญาเณน สจฺฉิกิริยาย สพฺเพ อุปธโย ปฏินิสฺสฏฺฐา โหนฺตีติ ตํ เตสํ ปฏินิสฺสชฺชนการณํ. สจฺฉิกตฺวาติ กาเลน กาลํ ผลสมาปตฺติสมาปชฺชเนน อตฺตปจฺจกฺขํ กตฺวา อนาสโว สมฺมาสมฺพุทฺโธ ตเมว อโสกํ วิรชํ นิพฺพานปทํ เทเสติ. ตสฺมา ตทธิคมาย อุสฺสุกฺกํ กาตพฺพนฺติ.
ทุติยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. ปฐมเวทนาสุตฺตวณฺณนา
๕๒. ตติเย เวทนาติ อารมฺมณรสํ เวทิยนฺติ อนุภวนฺตีติ เวทนา. ตา วิภาคโต ทสฺเสตุํ ‘‘สุขา เวทนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สุข-สทฺโท อตฺถุทฺธารวเสน เหฏฺฐา วุตฺโตเยว. ทุกฺข-สทฺโท ปน ‘‘ชาติปิ ทุกฺขา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๓๘๗; วิภ. ๑๙๐) ทุกฺขวตฺถุสฺมึ อาคโต. ‘‘ยสฺมา จ โข, มหาลิ, รูปํ ทุกฺขํ ทุกฺขานุปติตํ ทุกฺขาวกฺกนฺต’’นฺติอาทีสุ (สํ. นิ. ๓.๖๐) ทุกฺขารมฺมเณ. ‘‘ทุกฺโข ปาปสฺส อุจฺจโย’’ติอาทีสุ (ธ. ป. ๑๑๗) ทุกฺขปจฺจเย. ‘‘ยาวญฺจิทํ, ภิกฺขเว, น สุกรา อกฺขาเนน ปาปุณิตุํ, ยาว ทุกฺขา นิรยา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๓.๒๕๐) ทุกฺขปจฺจยฏฺฐาเน. ‘‘สุขสฺส จ ปหานา ทุกฺขสฺส จ ปหานา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๓๒; ธ. ส. ๑๖๕) ทุกฺขเวทนายํ. อิธาปิ ทุกฺขเวทนายเมว.
วจนตฺถโต ปน สุขยตีติ สุขา. ทุกฺขยตีติ ทุกฺขา. น ทุกฺขา น สุขาติ อทุกฺขมสุขา, มกาโร ปทสนฺธิวเสน วุตฺโต. ตาสุ อิฏฺฐานุภวนลกฺขณา สุขา, อนิฏฺฐานุภวนลกฺขณา ทุกฺขา, อุภยวิปรีตานุภวนลกฺขณา อทุกฺขมสุขา. ตสฺมา สุขทุกฺขเวทนานํ อุปฺปตฺติ ปากฏา, น อทุกฺขมสุขาย. ยทา หิ สุขํ อุปฺปชฺชติ, สกลสรีรํ เภนฺตํ มทฺทนฺตํ ผรมานํ สตโธตสปฺปึ ขาทาเปนฺตํ วิย, สตปากเตลํ มกฺเขนฺตํ วิย, ฆฏสหสฺเสน ปริฬาหํ นิพฺพาปยมานํ วิย จ ‘‘อโห สุขํ, อโห สุข’’นฺติ วาจํ นิจฺฉารยมานเมว อุปฺปชฺชติ. ยทา ทุกฺขํ อุปฺปชฺชติ, สกลสรีรํ โขเภนฺตํ มทฺทนฺตํ ผรมานํ ตตฺตผาลํ ปเวเสนฺตํ วิย วิลีนตมฺพโลหํ อาสิญฺจนฺตํ วิย จ ‘‘อโห ทุกฺขํ, อโห ทุกฺข’’นฺติ วิปฺปลาเปนฺตเมว อุปฺปชฺชติ. อิติ สุขทุกฺขเวทนานํ อุปฺปตฺติ ปากฏา.
อทุกฺขมสุขา ปน ทุพฺพิชานา ทุทฺทีปนา อนฺธการา อวิภูตา. สา สุขทุกฺขานํ อปคเม สาตาสาตปฏิปกฺขวเสน มชฺฌตฺตาการภูตา นยโต คณฺหนฺตสฺเสว ปากฏา โหติ. ยถา กึ? ยถา ปุพฺพาปรํ สปํสุเก ปเทเส อุปจริตมคฺควเสน ปิฏฺฐิปาสาเณ มิเคน คตมคฺโค, เอวํ อิฏฺฐานิฏฺฐารมฺมเณสุ สุขทุกฺขานุภวเนนปิ มชฺฌตฺตารมฺมณานุภวนภาเวน วิญฺญายติ. มชฺฌตฺตารมฺมณคฺคหณํ ปิฏฺฐิปาสาณคมนํ วิย อิฏฺฐานิฏฺฐารมฺมณคฺคหณาภาวโต. ยญฺจ ตตฺรานุภวนํ, สา อทุกฺขมสุขาติ.
เอวเมตฺถ สุขทุกฺขอทุกฺขมสุขภาเวน ติธา วุตฺตาปิ กตฺถจิ สุขทุกฺขภาเวน ทฺวิธา วุตฺตา. ยถาห – ‘‘เทฺวปิ มยา, อานนฺท, เวทนา วุตฺตา, ปริยาเยน สุขา เวทนา, ทุกฺขา เวทนา’’ติ (ม. นิ. ๒.๘๙). กตฺถจิ ติสฺโสปิ วิสุํ วิสุํ สุขทุกฺขอทุกฺขมสุขภาเวน ‘‘สุขา เวทนา ฐิติสุขา วิปริณามทุกฺขา, ทุกฺขา เวทนา ฐิติทุกฺขา วิปริณามสุขา, อทุกฺขมสุขา เวทนา ญาณสุขา อญฺญาณทุกฺขา’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๖๕). กตฺถจิ สพฺพาปิ ทุกฺขภาเวน. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘ยํ กิญฺจิ เวทยิตํ, สพฺพํ ตํ ทุกฺขสฺมินฺติ วทามี’’ติ (สํ. นิ. ๔.๒๕๙).
ตตฺถ สิยา – ยทิ ติสฺโส เวทนา ยถา อิธ วุตฺตา, อญฺเญสุ จ เอทิเสสุ สุตฺเตสุ อภิธมฺเม จ เอวํ อวตฺวา กสฺมา เอวํ วุตฺตํ ‘‘ยํ กิญฺจิ เวทยิตํ, สพฺพํ ตํ ทุกฺขสฺมินฺติ วทามี’’ติ, ‘‘เทฺวปิ มยา, อานนฺท, เวทนา วุตฺตา’’ติ จ? สนฺธายภาสิตเมตํ, ตสฺมา สา ปริยายเทสนา. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา –
‘‘สงฺขารานิจฺจตํ, อานนฺท, มยา สนฺธาย ภาสิตํ สงฺขารวิปริณามตํ, ‘ยํ กิญฺจิ เวทยิตํ, สพฺพํ ตํ ทุกฺขสฺมิ’’’นฺติ (สํ. นิ. ๔.๒๕๙).
‘‘เทฺวปิ มยา, อานนฺท, เวทนา วุตฺตา ปริยาเยนา’’ติ จ (สํ. นิ. ๔.๒๕๙).
เอตฺถ หิ สุขา อทุกฺขมสุขาติ อิมาสํ ทฺวินฺนํ เวทนานํ นิปฺปริยาเยน ทุกฺขภาโว นตฺถิ, เวเนยฺยชฺฌาสเยน ปน ตตฺถ นิจฺฉนฺททสฺสนตฺถํ ปริยาเยน ทุกฺขภาโว วุตฺโตติ สา ตาทิสี ปริยายเทสนา. อยํ ปน เวทนตฺตยเทสนา สภาวกถาติ กตฺวา นิปฺปริยายเทสนาติ อยเมตฺถ อาจริยานํ สมานกถา.
วิตณฺฑวาที ปนาห ‘‘ทุกฺขตาทฺวยวจนโต ปริยายเทสนาว เวทนตฺตยเทสนา’’ติ. โส ‘‘มา เหว’’นฺติสฺส วจนีโย, ยสฺมา ภควตา สพฺพาสํ เวทนานํ ทุกฺขภาโว อธิปฺปายวเสน วุตฺโต ‘‘สงฺขารานิจฺจตํ, อานนฺท, มยา สนฺธาย ภาสิตํ สงฺขารวิปริณามตํ ‘ยํ กิญฺจิ เวทยิตํ, สพฺพํ ตํ ทุกฺขสฺมิ’’’นฺติ. ยทิ ปเนตฺถ เวทนตฺตยเทสนา ปริยายเทสนา สิยา, ‘‘อิทํ มยา สนฺธาย ภาสิตํ ติสฺโส เวทนา’’ติ วตฺตพฺพํ สิยา, น ปเนตํ วุตฺตํ.
อปิจายเมว วตฺตพฺโพ ‘‘โก, ปนาวุโส, เวทนตฺตยเทสนาย อธิปฺปาโย’’ติ? สเจ วเทยฺย ‘‘มุทุกา ทุกฺขา เวทนา สุขา, อธิมตฺตา ทุกฺขา, มชฺฌิมา อทุกฺขมสุขาติ เวเนยฺยชฺฌาสเยน วุตฺตา. ตาสุ หิ น สตฺตานํ สุขาทิวฑฺฒี’’ติ. โส วตฺตพฺโพ – โก ปนาวุโส ทุกฺขเวทนาย สภาโว, เยน ‘‘สพฺพา เวทนา ทุกฺขา’’ติ วุจฺเจยฺยุํ? ยทิ ยาย อุปฺปนฺนาย สตฺตา วิโยคเมว อิจฺฉนฺติ, โส ทุกฺขเวทนาย สภาโว. ยาย จ ปน อุปฺปนฺนาย สตฺตา อวิโยคเมว อิจฺฉนฺติ, ยาย น อุภยํ อิจฺฉนฺติ, สา กถํ ทุกฺขเวทนา สิยา? อถ ยา อตฺตโน นิสฺสยสฺส อุปฆาตการี, สา ทุกฺขา. ยา อนุคฺคหการี, สา กถํ ทุกฺขา สิยา. อถ ปน ยทริยา ทุกฺขโต ปสฺสนฺติ, โส ทุกฺขเวทนาย สภาโว, สงฺขารทุกฺขตาย เวทนํ อริยา ทุกฺขโต ปสฺสนฺติ, สา จ อภิณฺหสภาวาติ กถํ ตาสํ เวทนานํ มุทุมชฺฌิมาธิมตฺตทุกฺขภาโว สิยา? ยทิ จ สงฺขารทุกฺขตาย เอว เวทนานํ ทุกฺขภาโว สิยา, ‘‘ติสฺโส อิมา, ภิกฺขเว, ทุกฺขตาโย ทุกฺขทุกฺขตา, วิปริณามทุกฺขตา, สงฺขารทุกฺขตา’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๐๕) อยํ ทุกฺขตานํ วิภาคเทสนา นิปฺปโยชนา สิยา. ตถา จ สติ สุตฺตเมว ปฏิพาหิตํ สิยา, ปุริเมสุ จ ตีสุ รูปาวจรชฺฌาเนสุ มุทุกา ทุกฺขา เวทนาติ อาปชฺชติ สุขเวทนาวจนโต. จตุตฺถชฺฌาเน อรูปชฺฌาเนสุ จ มชฺฌิมา, อทุกฺขมสุขเวทนาวจนโต. เอวํ สนฺเต ปุริมา ติสฺโส รูปาวจรสมาปตฺติโย จตุตฺถชฺฌานสมาปตฺติยา อรูปสมาปตฺตีหิ จ สนฺตตราติ อาปชฺชติ. กถํ วา สนฺตตรปฺปณีตตราสุ สมาปตฺตีสุ ทุกฺขเวทนาย อธิกภาโว ยุชฺชติ? ตสฺมา เวทนตฺตยเทสนาย ปริยายเทสนาภาโว น ยุตฺโตติ.
ยํ ปน วุตฺตํ ‘‘ทุกฺเข สุขนฺติ สญฺญาวิปลฺลาโส’’ติ (อ. นิ. ๔.๔๙; ปฏิ. ม. ๑.๒๓๖), ตํ กถนฺติ? วิปริณามทุกฺขตาย สงฺขารทุกฺขตาย จ ยถาภูตานวโพเธน ยา เอกนฺตโต สุขสญฺญา, ยา จ ทุกฺขนิมิตฺเต สุขนิมิตฺตสญฺญา, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ. เอวมฺปิ ‘‘สุขา, ภิกฺขเว, เวทนา ทุกฺขโต ทฏฺฐพฺพา’’ติ (อิติวุ. ๕๓) อิทํ ปน กถนฺติ? อิทํ ปน วิปริณามทสฺสเน สนฺนิโยชนตฺถํ วุตฺตํ ตสฺส ตตฺถ วิราคุปฺปตฺติยา อุปายภาวโต สุขเวทนาย พหุทุกฺขานุคตภาวโต จ. ตถา หิ ทุกฺขสฺส เหตุภาวโต อเนเกหิ ทุกฺขธมฺเมหิ อนุพทฺธตฺตา จ ปณฺฑิตา สุขมฺปิ ทุกฺขมิจฺเจว ปฏิปนฺนา.
เอวมฺปิ นตฺเถว สุขา เวทนา, สุขเหตูนํ นิยมาภาวโต. เย หิ สุขเวทนาย เหตุสมฺมตา ฆาสจฺฉาทนาทโย, เต เอว อธิมตฺตํ อกาเล จ ปฏิเสวิยมานา ทุกฺขเวทนาย เหตุภาวมาปชฺชนฺติ. น จ เยเนว เหตุนา สุขํ, เตเนว ทุกฺขนฺติ ยุตฺตํ วตฺตุํ. ตสฺมา น เต สุขเหตู, ทุกฺขนฺตราปคเม ปน อวิญฺญูนํ สุขสญฺญา ยถา จิรตรํ ฐานาทิอิริยาปถสมงฺคี หุตฺวา ตทญฺญอิริยาปถสมาโยเค มหนฺตญฺจ ภารํ วหโต ภารนิกฺเขเป เจว วูปสเม จ, ตสฺมา นตฺเถว สุขนฺติ? ตยิทํ สมฺมเทว สุขเหตุํ อปริญฺญาย ตสฺส นิยมาภาวปริกปฺปนํ. อารมฺมณมตฺตเมว หิ เกวลํ สุขเหตุํ มนสิกตฺวา เอวํ วุตฺตํ, อชฺฌตฺติกสรีรสฺส อวตฺถาวิเสสํ สมุทิตํ ปน เอกชฺฌํ ตทุภยํ สุขาทิเหตูติ เวทิตพฺพํ. ยาทิสญฺจ ตทุภยํ สุขเวทนาย เหตุ, ตาทิสํ น กทาจิปิ ทุกฺขเวทนาย เหตุ โหตีติ ววตฺถิตา เอว สุขาทิเหตุ. ยถา นาม เตโชธาตุ สาลิยวฑากสสฺสาทีนํ ยาทิสมวตฺถนฺตรํ ปตฺวา สาตมธุรภาวเหตุ โหติ, น ตาทิสเมว ปตฺวา กทาจิปิ อสาตอมธุรภาวเหตุ โหติ, เอวํสมฺปทมิทํ ทฏฺฐพฺพํ.
ทุกฺขาปคเมว กทาจิ สุขเวทนนฺตรํ อุปลพฺภติ. ตตฺถ สุเขเยว สุขสญฺญา, น ทุกฺขาปคมมตฺเต ยถา อทฺธานคมนปริสฺสมกิลนฺตสฺส สมฺพาหเน อิริยาปถปริวตฺตเน จ, อญฺญถา กาลนฺตเรปิ ปริสฺสมาปคเม ตาทิสี สุขสญฺญา สิยา. ทุกฺขาปคมมตฺเต ปน สุขนฺติ ปริกปฺปนา เวทนาวิเสสสฺส อนุปลพฺภมานตฺตา. เอกนฺเตเนว เจตํ เอวํ สมฺปฏิจฺฉิตพฺพํ, ยโต ปณีตปฺปณีตานิเยว อารมฺมณานิ มหตา อายาเสน สตฺตา อภิปตฺถยนฺติ, น จ เนสํ เยน เกนจิ ยถาลทฺธมตฺเตน ปจฺจเยน ปติการํ กาตุํ สกฺกา ตณฺหุปฺปาเทนาติ. เวทนาปจฺจยา หิ ตณฺหาอุปาทิ, ตถาภาเว จ สุคนฺธมธุรสุขสมฺผสฺสาทิวตฺถูนํ อิตรีตรภาเวน สุขวิเสสสญฺญา ชายมานา กตมสฺส ทุกฺขวิเสสสฺส อปคมเน ฆานชิวฺหากายทฺวาเรสุ, โสตทฺวาเร จ ทิพฺพสงฺคีตสทิสปญฺจงฺคิกตูริยสทฺทาวธารเณ. ตสฺมา น ทุกฺขเวทนายเมว ทุกฺขนฺตราปคเม สุขสญฺญา, นาปิ เกวเล ทุกฺขาปคมมตฺเตติ อาคมโต ยุตฺติโตปิ ววตฺถิตา ติสฺโส เวทนาติ ภควโต เวทนตฺตยเทสนา นีตตฺถาเยว, น เนยฺยตฺถาติ สญฺญาเปตพฺพํ. เอวญฺเจตํ อุเปติ, อิจฺเจตํ กุสลํ, โน เจ, กมฺมํ กตฺวา อุยฺโยเชตพฺโพ ‘‘คจฺฉ ยถาสุข’’นฺติ.
เอวเมตา อญฺญมญฺญปฏิปกฺขสภาวววตฺถิตลกฺขณา เอว ติสฺโส เวทนา ภควตา เทสิตา. ตญฺจ โข วิปสฺสนากมฺมิกานํ โยคาวจรานํ เวทนามุเขน อรูปกมฺมฏฺฐานทสฺสนตฺถํ. ทุวิธญฺหิ กมฺมฏฺฐานํ รูปกมฺมฏฺฐานํ, อรูปกมฺมฏฺฐานนฺติ. ตตฺถ ภควา รูปกมฺมฏฺฐานํ กเถนฺโต สงฺเขปมนสิการวเสน วา วิตฺถารมนสิการวเสน วา จตุธาตุววตฺถานาทิวเสน วา กเถติ. อรูปกมฺมฏฺฐานํ ปน กเถนฺโต ผสฺสวเสน วา เวทนาวเสน วา จิตฺตวเสน วา กเถติ. เอกจฺจสฺส หิ อาปาถคเต อารมฺมเณ อาวชฺชโต ตตฺถ จิตฺตเจตสิกานํ ปฐมาภินิปาโต ผสฺโส ตํ อารมฺมณํ ผุสนฺโต อุปฺปชฺชมาโน ปากโฏ โหติ, เอกจฺจสฺส ตํ อารมฺมณํ อนุภวนฺตี อุปฺปชฺชมานา เวทนา ปากฏา โหติ, เอกจฺจสฺส ตํ อารมฺมณํ วิชานนฺตํ อุปฺปชฺชมานํ วิญฺญาณํ ปากฏํ โหติ. อิติ เตสํ เตสํ ปุคฺคลานํ อชฺฌาสเยน ยถาปากฏํ ผสฺสาทิมุเขน ติธา อรูปกมฺมฏฺฐานํ กเถติ.
ตตฺถ ยสฺส ผสฺโส ปากโฏ โหติ, โสปิ ‘‘น เกวลํ ผสฺโสว อุปฺปชฺชติ, เตน สทฺธึ ตเทว อารมฺมณํ อนุภวมานา เวทนาปิ อุปฺปชฺชติ, สญฺชานมานา สญฺญาปิ, เจตยมานา เจตนาปิ, วิชานมานํ วิญฺญาณมฺปิ อุปฺปชฺชตี’’ติ ผสฺสปญฺจมเกเยว ปริคฺคณฺหาติ. ยสฺส เวทนา ปากฏา โหติ, โสปิ ‘‘น เกวลํ เวทนาว อุปฺปชฺชติ, ตาย สทฺธึ ผุสมาโน ผสฺโสปิ อุปฺปชฺชติ, สญฺชานมานา สญฺญาปิ, เจตยมานา เจตนาปิ, วิชานมานํ วิญฺญาณมฺปิ อุปฺปชฺชตี’’ติ ผสฺสปญฺจมเกเยว ปริคฺคณฺหาติ. ยสฺส วิญฺญาณํ ปากฏํ โหติ, โสปิ ‘‘น เกวลํ วิญฺญาณเมว อุปฺปชฺชติ, เตน สทฺธึ ตเทวารมฺมณํ ผุสมาโน ผสฺโสปิ อุปฺปชฺชติ, อนุภวมานา เวทนาปิ, สญฺชานมานา สญฺญาปิ, เจตยมานา เจตนาปิ อุปฺปชฺชตี’’ติ ผสฺสปญฺจมเกเยว ปริคฺคณฺหาติ.
โส ‘‘อิเม ผสฺสปญฺจมกา ธมฺมา กึนิสฺสิตา’’ติ อุปธาเรนฺโต ‘‘วตฺถุนิสฺสิตา’’ติ ปชานาติ. วตฺถุ นาม กรชกาโย. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘อิทญฺจ ปน เม วิญฺญาณํ เอตฺถสิตํ เอตฺถปฏิพทฺธ’’นฺติ (ที. นิ. ๑.๒๓๕; ม. นิ. ๒.๒๕๒). โส อตฺถโต ภูตา เจว อุปาทารูปานิ จ, เอวเมตฺถ วตฺถุ รูปํ, ผสฺสปญฺจมกา นามนฺติ นามรูปมตฺตเมว ปสฺสติ. รูปญฺเจตฺถ รูปกฺขนฺโธ, นามํ จตฺตาโร อรูปิโน ขนฺธาติ ปญฺจกฺขนฺธมตฺตํ โหติ. นามรูปวินิมุตฺตา หิ ปญฺจกฺขนฺธา, ปญฺจกฺขนฺธวินิมุตฺตํ วา นามรูปํ นตฺถิ. โส ‘‘อิเม ปญฺจกฺขนฺธา กึเหตุกา’’ติ อุปปริกฺขนฺโต ‘‘อวิชฺชาทิเหตุกา’’ติ, ตโต ‘‘ปจฺจโย เจว ปจฺจยุปฺปนฺนญฺจ อิทํ, อญฺโญ สตฺโต วา ปุคฺคโล วา นตฺถิ, สุทฺธสงฺขารปุญฺชมตฺตเมวา’’ติ สปฺปจฺจยนามรูปวเสน ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา วิปสฺสนาปฏิปาฏิยา ‘‘อนิจฺจํ ทุกฺขมนตฺตา’’ติ สมฺมสนฺโต วิจรติ. โส ‘‘อชฺช อชฺชา’’ติ ปฏิเวธํ อากงฺขมาโน ตถารูเป สมเย อุตุสปฺปายํ, ปุคฺคลสปฺปายํ, โภชนสปฺปายํ, ธมฺมสฺสวนสปฺปายํ วา ลภิตฺวา เอกปลฺลงฺเกน นิสินฺโนว วิปสฺสนํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา อรหตฺเต ปติฏฺฐาติ. เอวํ อิเมสํ ติณฺณํ ชนานํ ยาว อรหตฺตา กมฺมฏฺฐานํ เวทิตพฺพํ. อิธ ปน ภควา เวทนาวเสน พุชฺฌนกานํ อชฺฌาสเยน อรูปกมฺมฏฺฐานํ กเถนฺโต เวทนาวเสน กเถสิ. ตตฺถ –
‘‘ลกฺขณญฺจ อธิฏฺฐานํ, อุปฺปตฺติ อนุสโย ตถา;
ฐานํ ปวตฺติกาโล จ, อินฺทฺริยญฺจ ทฺวิธาทิตา’’ติ. –
อิทํ ปกิณฺณกํ เวทิตพฺพํ – ตตฺถ ลกฺขณํ เหฏฺฐา วุตฺตเมว. อธิฏฺฐานนฺติ ผสฺโส. ‘‘ผสฺสปจฺจยา เวทนา’’ติ หิ วจนโต ผสฺโส เวทนาย อธิฏฺฐานํ. ตถา หิ โส เวทนาธิฏฺฐานภาวโต นิจฺจมฺมคาวีอุปมาย อุปมิโต. ตตฺถ สุขเวทนีโย ผสฺโส สุขาย เวทนาย อธิฏฺฐานํ, ทุกฺขเวทนีโย ผสฺโส ทุกฺขาย เวทนาย, อทุกฺขมสุขเวทนีโย ผสฺโส อทุกฺขมสุขาย เวทนาย อธิฏฺฐานํ, อาสนฺนการณนฺติ อตฺโถ. เวทนา กสฺส ปทฏฺฐานํ? ‘‘เวทนาปจฺจยา ตณฺหา’’ติ วจนโต ตณฺหาย ปทฏฺฐานํ อภิปตฺถนียภาวโต. สุขา เวทนา ตาว ตณฺหาย ปทฏฺฐานํ โหตุ, อิตรา ปน กถนฺติ? วุจฺจเต สุขสมงฺคีปิ ตาว ตํสทิสํ ตโต วา อุตฺตริตรํ สุขํ อภิปตฺเถติ, กิมงฺค ปน ทุกฺขสมงฺคีภูโต. อทุกฺขมสุขา จ สนฺตภาเวน สุขมิจฺเจว วุจฺจตีติ ติสฺโสปิ เวทนา ตณฺหาย ปทฏฺฐานํ.
อุปฺปตฺตีติ อุปฺปตฺติการณํ. อิฏฺฐารมฺมณภูตา หิ สตฺตสงฺขารา สุขเวทนาย อุปฺปตฺติการณํ, เต เอว อนิฏฺฐารมฺมณภูตา ทุกฺขเวทนาย, มชฺฌตฺตารมฺมณภูตา อทุกฺขมสุขาย. วิปากโต ตทาการคฺคหณโต เจตฺถ อิฏฺฐานิฏฺฐตา เวทิตพฺพา.
อนุสโยติ อิมาสุ ตีสุ เวทนาสุ สุขาย เวทนาย ราคานุสโย อนุเสติ, ทุกฺขาย เวทนาย ปฏิฆานุสโย, อทุกฺขมสุขาย เวทนาย อวิชฺชานุสโย อนุเสติ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘สุขาย โข, อาวุโส วิสาข, เวทนาย ราคานุสโย อนุเสตี’’ติอาทิ (ม. นิ. ๑.๔๖๕).
ทิฏฺฐิมานานุสยา เจตฺถ ราคปกฺขิยา กาตพฺพา. สุขาภินนฺทเนน หิ ทิฏฺฐิคติกา ‘‘สสฺสต’’นฺติอาทินา สกฺกาเย อภินิวิสนฺติ, มานชาติกา จ มานํ ชปฺเปนฺติ ‘‘เสยฺโยหมสฺมี’’ติอาทินา. วิจิกิจฺฉานุสโย ปน อวิชฺชาปกฺขิโก กาตพฺโพ. ตถา หิ วุตฺตํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทวิภงฺเค (วิภ. ๒๘๘-๒๘๙) ‘‘เวทนาปจฺจยา วิจิกิจฺฉา’’ติ. อนุสยานญฺจ ตตฺถ ตตฺถ สนฺตาเน อปฺปหีนภาเวน ถามคมนํ. ตสฺมา ‘‘สุขาย เวทนาย ราคานุสโย อนุเสตี’’ติ มคฺเคน อปฺปหีนตฺตา อนุรูปการณลาเภ อุปฺปชฺชนารโห ราโค, ตตฺถ สยิโต วิย โหตีติ อตฺโถ. เอส นโย เสเสสุปิ.
ฐานนฺติ กาโย จิตฺตญฺจ เวทนาย ฐานํ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘ยํ ตสฺมึ สมเย กายิกํ สุขํ กายสมฺผสฺสชํ สาตํ สุขํ เวทยิตํ (ธ. ส. ๔๔๙). ยํ ตสฺมึ สมเย เจตสิกํ สุขํ เจโตสมฺผสฺสชํ สาตํ สุขํ เวทยิต’’นฺติ (ธ. ส. ๔๗๑) จ.
ปวตฺติกาโลติ ปวตฺติกฺขโณ, ปวตฺตนากลนญฺจ. ปวตฺติกฺขเณน หิ สุขทุกฺขเวทนานํ สุขทุกฺขภาโว ววตฺถิโต. ยถาห –
‘‘สุขา โข, อาวุโส วิสาข, เวทนา ฐิติสุขา วิปริณามทุกฺขา, ทุกฺขา โข, อาวุโส วิสาข, เวทนา ฐิติทุกฺขา วิปริณามสุขา’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๖๕).
สุขาย เวทนาย อตฺถิภาโว สุขํ, นตฺถิภาโว ทุกฺขํ. ทุกฺขาย เวทนาย อตฺถิภาโว ทุกฺขํ, นตฺถิภาโว สุขนฺติ อตฺโถ. อทุกฺขมสุขาย เวทนาย ปวตฺตนากลนํ ปวตฺติยา อากลนํ อนากลนญฺจ ชานนํ อชานนญฺจ สุขทุกฺขภาวววตฺถานํ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –
‘‘อทุกฺขมสุขา โข, อาวุโส วิสาข, เวทนา ญาณสุขา อญฺญาณทุกฺขา’’ติ.
อินฺทฺริยนฺติ เอตา หิ สุขาทโย ติสฺโส เวทนา สุขินฺทฺริยํ, ทุกฺขินฺทฺริยํ, โสมนสฺสินฺทฺริยํ, โทมนสฺสินฺทฺริยํ, อุเปกฺขินฺทฺริยนฺติ อธิปเตยฺยฏฺเฐน อินฺทฺริยโต ปญฺจธา วิภตฺตา. กายิกญฺหิ สาตํ สุขินฺทฺริยนฺติ วุตฺตํ, อสาตํ ทุกฺขินฺทฺริยนฺติ. มานสํ ปน สาตํ โสมนสฺสินฺทฺริยนฺติ วุตฺตํ, อสาตํ โทมนสฺสินฺทฺริยนฺติ. ทุวิธมฺปิ เนว สาตํ นาสาตํ อุเปกฺขินฺทฺริยนฺติ. กึ ปเนตฺถ การณํ – ยถา กายิกเจตสิกา สุขทุกฺขเวทนา ‘‘สุขินฺทฺริยํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ, ทุกฺขินฺทฺริยํ โทมนสฺสินฺทฺริย’’นฺติ วิภชิตฺวา วุตฺตา, น เอวํ อทุกฺขมสุขาติ? เภทาภาวโต. ยเถว หิ อนุคฺคหสภาวา พาธกสภาวา จ สุขทุกฺขเวทนา อญฺญถา กายสฺส อนุคฺคหํ พาธกญฺจ กโรนฺติ, จิตฺตสฺส จ อญฺญถา, น เอวํ อทุกฺขมสุขา, ตสฺมา เภทาภาวโต วิภชิตฺวา น วุตฺตา.
ทฺวิธาทิตาติ สพฺพาปิ หิ เวทนา เวทยิตฏฺเฐน เอกวิธาปิ นิสฺสยเภเทน ทุวิธา – กายิกา เจตสิกาติ, สุขา, ทุกฺขา, อทุกฺขมสุขาติ ติวิธา, จตุโยนิวเสน จตุพฺพิธา, อินฺทฺริยวเสน, คติวเสน จ ปญฺจวิธา, ทฺวารวเสน จ อารมฺมณวเสน จ ฉพฺพิธา, สตฺตวิญฺญาณธาตุโยเคน สตฺตวิธา, อฏฺฐโลกธมฺมปจฺจยตาย อฏฺฐวิธา, สุขาทีนํ ปจฺเจกํ อตีตาทิวิภาเคน นววิธา, ตา เอว อชฺฌตฺตพหิทฺธาเภเทน อฏฺฐารสวิธา, ตถา รูปาทีสุ ฉสุ อารมฺมเณสุ เอเกกสฺมึ สุขาทิวเสน ติสฺโส ติสฺโส กตฺวา. รูปารมฺมณสฺมิญฺหิ สุขาปิ อุปฺปชฺชติ, ทุกฺขาปิ, อทุกฺขมสุขาปิ, เอวํ อิตเรสุปิ. อถ วา อฏฺฐารสมโนปวิจารวเสน อฏฺฐารส. วุตฺตญฺหิ –
‘‘จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา โสมนสฺสฏฺฐานิยํ รูปํ อุปวิจรติ, โทมนสฺสฏฺฐานิยํ, อุเปกฺขาฏฺฐานิยํ รูปํ อุปวิจรติ, โสเตน สทฺทํ…เป… มนสา ธมฺมํ วิญฺญาย โสมนสฺสฏฺฐานิยํ ธมฺมํ อุปวิจรติ, โทมนสฺสฏฺฐานิยํ, อุเปกฺขาฏฺฐานิยํ ธมฺมํ อุปวิจรตี’’ติ (อ. นิ. ๓.๖๒).
เอวํ อฏฺฐารสวิธา โหนฺติ. ตถา ฉ เคหสฺสิตานิ โสมนสฺสานิ, ฉ เคหสฺสิตานิ โทมนสฺสานิ, ฉ เคหสฺสิตา อุเปกฺขา, ตถา เนกฺขมฺมสฺสิตา โสมนสฺสาทโยติ เอวํ ฉตฺตึสวิธา. อตีเต ฉตฺตึส, อนาคเต ฉตฺตึส, ปจฺจุปฺปนฺเน ฉตฺตึสาติ อฏฺฐุตฺตรสตมฺปิ ภวนฺติ. เอวเมตฺถ ทฺวิธาทิตา เวทิตพฺพาติ.
ปกิณฺณกกถา นิฏฺฐิตา.
คาถาสุ สมาหิโตติ อุปจารปฺปนาเภเทน สมาธินา สมาหิโต. เตน สมถภาวนานุโยคํ ทสฺเสติ. สมฺปชาโนติ สาตฺถกสมฺปชญฺญาทินา จตุพฺพิเธน สมฺปชญฺเญน สมฺปชาโน. เตน วิปสฺสนานุโยคํ ทสฺเสติ. สโตติ สโตการี. เตน สมถวิปสฺสนานเยน ธมฺมา ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉนฺติ. เตน สมนฺนาคตตฺตํ ทสฺเสติ. เวทนา จ ปชานาตีติ ‘‘อิมา เวทนา, เอตฺตกา เวทนา’’ติ สภาวโต วิภาคโต ‘‘อนิจฺจา ทุกฺขา วิปริณามธมฺมา’’ติ อนิจฺจาทิลกฺขณโต จ ปุพฺพภาเค ตีหิ ปริญฺญาหิ ปริชานนฺโต วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อริยมคฺเคน ปริญฺญาปฏิเวเธน ปชานาติ. เวทนานญฺจ สมฺภวนฺติ สมุทยสจฺจํ. ยตฺถ เจตา นิรุชฺฌนฺตีติ เอตฺตาวตา เวทนา ยตฺถ นิรุชฺฌนฺติ, ตํ นิโรธสจฺจํ. ขยคามินนฺติ เวทนานํ ขยคามินํ อริยมคฺคญฺจ ปชานาตีติ สมฺพนฺโธ. เวทนานํ ขยาติ เอวํ จตฺตาริ สจฺจานิ ปฏิวิชฺฌนฺเตน อริยมคฺเคน เวทนานํ อนุปฺปาทนิโรธา. นิจฺฉาโต ปรินิพฺพุโตติ นิตฺตโณฺห, ปหีนตโณฺห, กิเลสปรินิพฺพาเนน, ขนฺธปรินิพฺพาเนน จ ปรินิพฺพุโต โหติ.
ตติยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. ทุติยเวทนาสุตฺตวณฺณนา
๕๓. จตุตฺเถ ทุกฺขโต ทฏฺฐพฺพาติ สุขเวทนา วิปริณามทุกฺขวเสน ทุกฺขาติ ญาณจกฺขุนา ปสฺสิตพฺพา. สลฺลโต ทฏฺฐพฺพาติ ทุนฺนีหรณฏฺเฐน อนฺโตตุทนฏฺเฐน ปีฬนฏฺเฐน ทุกฺขทุกฺขภาเวน ทุกฺขเวทนา สลฺลนฺติ ปสฺสิตพฺพา. อนิจฺจโตติ หุตฺวา อภาวโต อุทยพฺพยวนฺตโต ตาวกาลิกโต นิจฺจปฏิปกฺขโต จ อทุกฺขมสุขา เวทนา อนิจฺจาติ ปสฺสิตพฺพา. กามญฺเจตฺถ สพฺพาปิ เวทนา อนิจฺจโต ปสฺสิตพฺพา, อนิจฺจทสฺสนโต ปน สาติสยํ วิราคนิมิตฺตํ ทุกฺขทสฺสนนฺติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต สตฺถา ‘‘สุขา, ภิกฺขเว, เวทนา ทุกฺขโต ทฏฺฐพฺพา, ทุกฺขา เวทนา สลฺลโต ทฏฺฐพฺพา’’ติ อาห. อถ วา ยตฺถ ปุถุชฺชนา สุขาภินิเวสิโน, ตตฺถ นิพฺเพทชนนตฺถํ ตถา วุตฺตํ. เตนสฺสา สงฺขารทุกฺขตาย ทุกฺขภาโว ทสฺสิโต. ยทนิจฺจํ, ตํ ทุกฺขนฺติ วิปริณามทุกฺขตาย ‘‘สุขา, ภิกฺขเว, เวทนา ทุกฺขโต ทฏฺฐพฺพา’’ติ วตฺวา ‘‘สุขาปิ ตาว เอทิสี, ทุกฺขา นุ โข กีทิสี’’ติ จินฺเตนฺตานํ ทุกฺขทุกฺขตาย ‘‘ทุกฺขา เวทนา สลฺลโต ทฏฺฐพฺพา’’ติ อาห, อิตรา ปน สงฺขารทุกฺขตาย เอว ทุกฺขาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อทุกฺขมสุขา เวทนา อนิจฺจโต ทฏฺฐพฺพา’’ติ อโวจ.
เอตฺถ จ ‘‘สุขา เวทนา ทุกฺขโต ทฏฺฐพฺพา’’ติ เอเตน ราคสฺส สมุคฺฆาตนูปาโย ทสฺสิโต. สุขเวทนาย หิ ราคานุสโย อนุเสติ. ‘‘ทุกฺขา เวทนา สลฺลโต ทฏฺฐพฺพา’’ติ เอเตน โทสสฺส สมุคฺฆาตนูปาโย ทสฺสิโต. ทุกฺขเวทนาย หิ ปฏิฆานุสโย อนุเสติ. ‘‘อทุกฺขมสุขา เวทนา อนิจฺจโต ทฏฺฐพฺพา’’ติ เอเตน โมหสฺส สมุคฺฆาตนูปาโย ทสฺสิโต. อทุกฺขมสุขเวทนาย หิ อวิชฺชานุสโย อนุเสติ.
ตถา ปฐเมน ตณฺหาสํกิเลสสฺส ปหานํ ทสฺสิตํ ตสฺส สุขสฺสาทเหตุกตฺตา, ทุติเยน ทุจฺจริตสํกิเลสสฺส ปหานํ. ยถาภูตญฺหิ ทุกฺขํ อปริชานนฺตา ตสฺส ปริหรณตฺถํ ทุจฺจริตํ จรนฺติ. ตติเยน ทิฏฺฐิสํกิเลสสฺส ปหานํ อนิจฺจโต ปสฺสนฺตสฺส ทิฏฺฐิสํกิเลสาภาวโต อวิชฺชานิมิตฺตตฺตา ทิฏฺฐิสํกิเลสสฺส, อวิชฺชานิมิตฺตญฺจ อทุกฺขมสุขา เวทนา. ปฐเมน วา วิปริณามทุกฺขปริญฺญา, ทุติเยน ทุกฺขทุกฺขปริญฺญา, ตติเยน สงฺขารทุกฺขปริญฺญา. ปฐเมน วา อิฏฺฐารมฺมณปริญฺญา, ทุติเยน อนิฏฺฐารมฺมณปริญฺญา, ตติเยน มชฺฌตฺตารมฺมณปริญฺญา. วิรตฺเตสุ หิ ตทารมฺมณธมฺเมสุ อารมฺมณานิปิ วิรตฺตาเนว โหนฺตีติ. ปฐเมน วา ราคปฺปหานปริกิตฺตเนน ทุกฺขานุปสฺสนาย อปฺปณิหิตวิโมกฺโข ทีปิโต โหติ, ทุติเยน โทสปฺปหานปริกิตฺตเนน อนิจฺจานุปสฺสนาย อนิมิตฺตวิโมกฺโข, ตติเยน โมหปฺปหานปริกิตฺตเนน อนตฺตานุปสฺสนาย สุญฺญตวิโมกฺโข ทีปิโต โหตีติ เวทิตพฺพํ.
ยโตติ ยทา, ยสฺมา วา. อริโยติ กิเลเสหิ อารกา ฐิโต ปริสุทฺโธ. สมฺมทฺทโสติ สพฺพาสํ เวทนานํ จตุนฺนมฺปิ วา สจฺจานํ อวิปรีตทสฺสาวี. อจฺเฉจฺฉิ ตณฺหนฺติ เวทนามูลกํ ตณฺหํ อคฺคมคฺเคน ฉินฺทิ, อนวเสสโต สมุจฺฉินฺทิ. วิวตฺตยิ สํโยชนนฺติ ทสวิธํ สํโยชนํ ปริวตฺตยิ, นิมฺมูลมกาสิ. สมฺมาติ เหตุนา การเณน. มานาภิสมยาติ มานสฺส ทสฺสนาภิสมยา, ปหานาภิสมยา วา. อรหตฺตมคฺโค หิ กิจฺจวเสน มานํ ปสฺสติ, อยมสฺส ทสฺสนาภิสมโย. เตน ทิฏฺโฐ ปน โส ตาวเทว ปหียติ ทิฏฺฐวิเสน ทิฏฺฐสตฺตานํ ชีวิตํ วิย, อยมสฺส ปหานาภิสมโย. อนฺตมกาสิ ทุกฺขสฺสาติ เอวํ อรหตฺตมคฺเคน มานสฺส ทิฏฺฐตฺตา ปหีนตฺตา จ สพฺพสฺเสว วฏฺฏทุกฺขสฺส โกฏิสงฺขาตํ อนฺตํ ปริจฺเฉทํ ปริวฏุมํ อกาสิ, อนฺติมสมุสฺสยมตฺตาวเสสํ ทุกฺขมกาสีติ วุตฺตํ โหติ.
คาถาสุ โยติ โย อริยสาวโก. อทฺทาติ อทฺทส, สุขเวทนํ ทุกฺขโต ปสฺสีติ อตฺโถ. สุขเวทนา หิ วิสมิสฺสํ วิย โภชนํ ปริโภคกาเล อสฺสาทํ ททมานา วิปริณามกาเล ทุกฺขาเยวาติ. ทุกฺขมทฺทกฺขิ สลฺลโตติ ยถา สลฺลํ สรีรํ อนุปวิสนฺตมฺปิ ปวิฏฺฐมฺปิ อุทฺธริยมานมฺปิ ปีฬเมว ชเนติ, เอวํ ทุกฺขเวทนา อุปฺปชฺชมานาปิ ฐิติปฺปตฺตาปิ ภิชฺชมานาปิ วิพาธติเยวาติ ตํ สลฺลโต วิปสฺสีติ วุตฺตํ. อทฺทกฺขิ นํ อนิจฺจโตติ สุขทุกฺขโต สนฺตสภาวตาย สนฺตตรชาติกมฺปิ นํ อทุกฺขมสุขํ อนิจฺจนฺติกตาย อนิจฺจโต ปสฺสิ.
ส เว สมฺมทฺทโสติ โส เอวํ ติสฺสนฺนํ เวทนานํ สมฺมเทว ทุกฺขาทิโต ทสฺสาวี. ยโตติ ยสฺมา. ตตฺถาติ เวทนายํ. วิมุจฺจตีติ สมุจฺเฉทวิมุตฺติวเสน วิมุจฺจติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยสฺมา สุขาทีนิ ทุกฺขาทิโต อทฺทส, ตสฺมา ตตฺถ เวทนาย ตปฺปฏิพทฺธฉนฺทราคปฺปหาเนน สมุจฺเฉทวเสน วิมุจฺจติ. ยํสทฺเท หิ วุตฺเต ตํสทฺโท อาหริตฺวา วตฺตพฺโพ. อถ วา ยโตติ กายวาจาจิตฺเตหิ สํยโต ยตตฺโต, ยตติ ปทหตีติ วา ยโต, อายตตีติ อตฺโถ. อภิญฺญาโวสิโตติ เวทนามุเขน จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานํ ภาเวตฺวา ฉฏฺฐาภิญฺญาย ปริโยสิโต กตกิจฺโจ. สนฺโตติ ราคาทิกิเลสวูปสเมน สนฺโต. โยคาติโคติ กามโยคาทึ จตุพฺพิธมฺปิ โยคํ อติกฺกนฺโต. อุภยหิตมุนนโต มุนีติ.
จตุตฺถสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. ปฐมเอสนาสุตฺตวณฺณนา
๕๔. ปญฺจเม เอสนาติ คเวสนา ปริเยสนา มคฺคนา. ตา วิภาคโต ทสฺเสตุํ ‘‘กาเมสนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ กาเมสนาติ กามานํ เอสนา, กามสงฺขาตา วา เอสนา กาเมสนา. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘ตตฺถ กตมา กาเมสนา? โย กาเมสุ กามจฺฉนฺโท, กามราโค, กามนนฺที, กามเสฺนโห, กามปิปาสา, กามมุจฺฉา, กามชฺโฌสานํ, อยํ วุจฺจติ กาเมสนา’’ติ (วิภ. ๙๑๙).
ตสฺมา กามราโค กาเมสนาติ เวทิตพฺโพ. ภเวสนายปิ เอเสว นโย. วุตฺตมฺปิ เจตํ –
‘‘ตตฺถ กตมา ภเวสนา? โย ภเวสุ ภวจฺฉนฺโท…เป… ภวชฺโฌสานํ, อยํ วุจฺจติ ภเวสนา’’ติ (วิภ. ๙๑๙).
ตสฺมา ภเวสนราโค รูปารูปภวปตฺถนา ภเวสนาติ เวทิตพฺพา. พฺรหฺมจริยสฺส เอสนา พฺรหฺมจริเยสนา. ยถาห –
‘‘ตตฺถ กตมา พฺรหฺมจริเยสนา? สสฺสโต โลโกติ วา, อสสฺสโต โลโกติ วา, อนฺตวา โลโกติ วา, อนนฺตวา โลโกติ วา, ตํ ชีวํ ตํ สรีรนฺติ วา, อญฺญํ ชีวํ อญฺญํ สรีรนฺติ วา, โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ วา, น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ วา, โหติ จ น จ โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ วา, เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ วา, ยา เอวรูปา ทิฏฺฐิ ทิฏฺฐิคตํ ทิฏฺฐิคหนํ ทิฏฺฐิกนฺตาโร ทิฏฺฐิวิสูกายิกํ ทิฏฺฐิวิปฺผนฺทิตํ ทิฏฺฐิสญฺโญชนํ คาโห ปติฏฺฐาโห อภินิเวโส ปรามาโส กุมฺมคฺโค มิจฺฉาปโถ มิจฺฉตฺตํ ติตฺถายตนํ วิปริเยสคฺคาโห, อยํ วุจฺจติ พฺรหฺมจริเยสนา’’ติ (วิภ. ๙๑๙).
ตสฺมา ทิฏฺฐิคตสมฺมตสฺส พฺรหฺมจริยสฺส เอสนา ทิฏฺฐิพฺรหฺมจริเยสนาติ เวทิตพฺพาติ. เอตฺตาวตา ราคทิฏฺฐิโย เอสนาติ ทสฺสิตา โหนฺติ. น เกวลญฺจ ราคทิฏฺฐิโยว เอสนา, ตเทกฏฺฐํ กมฺมมฺปิ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –
‘‘ตตฺถ กตมา กาเมสนา? กามราโค ตเทกฏฺฐํ อกุสลํ กายกมฺมํ วจีกมฺมํ มโนกมฺมํ, อยํ วุจฺจติ กาเมสนา. ตตฺถ กตมา ภเวสนา? ภวราโค ตเทกฏฺฐํ อกุสลํ กายกมฺมํ วจีกมฺมํ มโนกมฺมํ, อยํ วุจฺจติ ภเวสนา. ตตฺถ กตมา พฺรหฺมจริเยสนา? อนฺตคฺคาหิกา ทิฏฺฐิ ตเทกฏฺฐํ อกุสลํ กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, มโนกมฺมํ, อยํ วุจฺจติ พฺรหฺมจริเยสนา’’ติ (วิภ. ๙๑๙) –
เอวเมตา ติสฺโส เอสนา เวทิตพฺพา.
คาถาสุ สมฺภวนฺติ เอตฺถ เอสนานํ อุปฺปตฺติเหตุภูตา อวิชฺชาทโย ตณฺหา จาติ สมฺภโว, สมุทโยติ อตฺโถ. ยตฺถ เจตา นิรุชฺฌนฺตีติ พฺรหฺมจริเยสนา ปฐมมคฺเคน นิรุชฺฌติ, กาเมสนา อนาคามิมคฺเคน, ภเวสนา อรหตฺตมคฺเคน นิรุชฺฌตีติ เวทิตพฺพํ. เสสํ วุตฺตนยเมว.
ปญฺจมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. ทุติยเอสนาสุตฺตวณฺณนา
๕๕. ฉฏฺเฐ พฺรหฺมจริเยสนา สหาติ พฺรหฺมจริเยสนาย สทฺธึ. วิภตฺติโลเปน หิ อยํ นิทฺเทโส, กรณตฺเถ วา เอตํ ปจฺจตฺตวจนํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ ‘‘พฺรหฺมจริเยสนาย สทฺธึ กาเมสนา, ภเวสนาติ ติสฺโส เอสนา’’ติ. ตาสุ พฺรหฺมจริเยสนํ สรูปโต ทสฺเสตุํ ‘‘อิติสจฺจปรามาโส, ทิฏฺฐิฏฺฐานา สมุสฺสยา’’ติ วุตฺตํ. ตสฺสตฺโถ – อิติ เอวํ สจฺจนฺติ ปรามาโส อิติสจฺจปรามาโส. อิทเมว สจฺจํ, โมฆมญฺญนฺติ ทิฏฺฐิยา ปวตฺติอาการํ ทสฺเสติ. ทิฏฺฐิโย เอว สพฺพานตฺถเหตุภาวโต ทิฏฺฐิฏฺฐานา. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘มิจฺฉาทิฏฺฐิปรมาหํ, ภิกฺขเว, วชฺชํ วทามี’’ติ (อ. นิ. ๑.๓๑๐). ตา เอว จ อุปรูปริ วฑฺฒมานา โลภาทิกิเลสสมุสฺสเยน จ สมุสฺสยา, ‘‘อิทเมว สจฺจํ, โมฆมญฺญ’’นฺติ มิจฺฉาภินิวิสมานา สพฺพานตฺถเหตุภูตา กิเลสทุกฺขูปจยเหตุภูตา จ ทิฏฺฐิโย พฺรหฺมจริเยสนาติ วุตฺตํ โหติ. เอเตน ปวตฺติอาการโต นิพฺพตฺติโต จ พฺรหฺมจริเยสนา ทสฺสิตาติ เวทิตพฺพา.
สพฺพราควิรตฺตสฺสาติ สพฺเพหิ กามราคภวราเคหิ วิรตฺตสฺส. ตโต เอว ตณฺหกฺขยสงฺขาเต นิพฺพาเน วิมุตฺตตฺตา ตณฺหกฺขยวิมุตฺติโน อรหโต. เอสนา ปฏินิสฺสฏฺฐาติ กาเมสนา, ภเวสนา จ สพฺพโส นิสฺสฏฺฐา ปหีนา. ทิฏฺฐิฏฺฐานา สมูหตาติ พฺรหฺมจริเยสนาสงฺขาตา ทิฏฺฐิฏฺฐานา จ ปฐมมคฺเคเนว สมุคฺฆาติตา. เอสนานํ ขยาติ เอวเมตาสํ ติสฺสนฺนํ เอสนานํ ขยา อนุปฺปาทนิโรธา ภินฺนกิเลสตฺตา. ภิกฺขูติ จ สพฺพโส อาสาภา วา. นิราโสติ จ ทิฏฺเฐกฏฺฐสฺส วิจิกิจฺฉากถํกถาสลฺลสฺส ปหีนตฺตา อกถํกถีติ จ วุจฺจตีติ.
ฉฏฺฐสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗-๘. อาสวสุตฺตทฺวยวณฺณนา
๕๖-๕๗. สตฺตเม กามาสโวติ กาเมสุ อาสโว, กามสงฺขาโต วา อาสโว กามาสโว, อตฺถโต ปน กามราโค รูปาทิอภิรติ จ กามาสโว. รูปารูปภเวสุ ฉนฺทราโค ฌานนิกนฺติ สสฺสตทิฏฺฐิสหคโต ราโค ภวปตฺถนา จ ภวาสโว. อวิชฺชาว อวิชฺชาสโว.
อาสวานญฺจ สมฺภวนฺติ เอตฺถ อโยนิโสมนสิกาโร อวิชฺชาทโย จ กิเลสา อาสวานํ สมฺภโว. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘อโยนิโส, ภิกฺขเว, มนสิกโรโต อนุปฺปนฺนา เจว อาสวา อุปฺปชฺชนฺติ, อุปฺปนฺนา จ อาสวา ปวฑฺฒนฺตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๕).
‘‘อวิชฺชา, ภิกฺขเว, ปุพฺพงฺคมา อกุสลานํ ธมฺมานํ สมาปตฺติยา อนฺวเทว อหิริกํ อโนตฺตปฺป’’นฺติ (อิติวุ. ๔๐) จ.
มคฺคญฺจ ขยคามินนฺติ อาสวานํ ขยคามินํ อริยมคฺคญฺจ. ตตฺถ กามาสโว อนาคามิมคฺเคน ปหียติ, ภวาสโว อวิชฺชาสโว จ อรหตฺตมคฺเคน. กามุปาทานํ วิย กามาสโวปิ อคฺคมคฺควชฺโฌติ จ วทนฺติ. เสสํ วุตฺตนยเมว. อฏฺฐเม อปุพฺพํ นตฺถิ.
สตฺตมอฏฺฐมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. ตณฺหาสุตฺตวณฺณนา
๕๘. นวเม ตณฺหายนฏฺเฐน ตณฺหา, รูปาทิวิสยํ ตสตีติ วา ตณฺหา. อิทานิ ตํ วิภชิตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘กามตณฺหา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ปญฺจกามคุณิโก ราโค กามตณฺหา. รูปารูปภเวสุ ฉนฺทราโค ฌานนิกนฺติ สสฺสตทิฏฺฐิสหคโต ราโค ภววเสน ปตฺถนา จ ภวตณฺหา. อุจฺเฉททิฏฺฐิสหคโต ราโค วิภวตณฺหา. อปิจ ปจฺฉิมตณฺหาทฺวยํ ฐเปตฺวา เสสา สพฺพาปิ ตณฺหา กามตณฺหา เอว. ยถาห –
‘‘ตตฺถ กตมา ภวตณฺหา? สสฺสตทิฏฺฐิสหคโต ราโค สาราโค จิตฺตสฺส สาราโค – อยํ วุจฺจติ ภวตณฺหา. ตตฺถ กตมา วิภวตณฺหา? อุจฺเฉททิฏฺฐิสหคโต ราโค สาราโค จิตฺตสฺส สาราโค, อยํ วุจฺจติ วิภวตณฺหา. อวเสสา ตณฺหา กามตณฺหา’’ติ (วิภ. ๙๑๖).
อิมา จ ติสฺโส ตณฺหา รูปตณฺหา…เป… ธมฺมตณฺหาติ วิสยเภทโต ปจฺเจกํ ฉพฺพิธาติ กตฺวา อฏฺฐารส โหนฺติ. ตา อชฺฌตฺตรูปาทีสุ อฏฺฐารส, พหิทฺธารูปาทีสุ อฏฺฐารสาติ ฉตฺตึส, อิติ อตีตา ฉตฺตึส, อนาคตา ฉตฺตึส, ปจฺจุปฺปนฺนา ฉตฺตึสาติ วิภาคโต อฏฺฐสตํ โหนฺติ. ปุน สงฺคเห กริยมาเน กาลเภทํ อนามสิตฺวา คยฺหมานา ฉตฺตึเสว โหนฺติ, รูปาทีนํ อชฺฌตฺติกพาหิรวิภาเค อกริยมาเน อฏฺฐารเสว, รูปาทิอารมฺมณวิภาคมตฺเต คยฺหมาเน ฉเฬว, อารมฺมณวิภาคมฺปิ อกตฺวา คยฺหมานา ติสฺโสเยว โหนฺตีติ.
คาถาสุ ตณฺหาโยเคนาติ ตณฺหาสงฺขาเตน โยเคน, กามโยเคน, ภวโยเคน จ. สํยุตฺตาติ สมฺพนฺธา, ภวาทีสุ สํโยชิตา วา. เตเนวาห ‘‘รตฺตจิตฺตา ภวาภเว’’ติ. ขุทฺทเก เจว มหนฺเต จ ภเว ลคฺคจิตฺตาติ อตฺโถ. อถ วา ภโวติ สสฺสตทิฏฺฐิ, อภโวติ อุจฺเฉททิฏฺฐิ. ตสฺมา ภวาภเว สสฺสตุจฺเฉททิฏฺฐีสุ สตฺตวิสตฺตจิตฺตาติ. เอเตน ภวตณฺหา, วิภวตณฺหา จ ทสฺสิตา. อิมสฺมึ ปกฺเข ‘‘ตณฺหาโยเคนา’’ติ อิมินา กามตณฺหาว ทสฺสิตาติ เวทิตพฺพา. เต โยคยุตฺตา มารสฺสาติ เต เอวํภูตา ปุคฺคลา มารสฺส ปาสสงฺขาเตน โยเคน ยุตฺตา พทฺธา. ราโค หิ มารโยโค มารปาโสติ วุจฺจติ. ยถาห –
‘‘อนฺตลิกฺขจโร ปาโส, ยฺวายํ จรติ มานโส;
เตน ตํ พาธยิสฺสามิ, น เม สมณ โมกฺขสี’’ติ. (สํ. นิ. ๑.๑๕๑; มหาว. ๓๓);
จตูหิ โยเคหิ อนุปทฺทุตตฺตา โยคกฺเขมํ, นิพฺพานํ อรหตฺตญฺจ, ตสฺส อนธิคเมน อโยคกฺเขมิโน. อุปรูปริ กิเลสาภิสงฺขารานํ ชนนโต ชนา, ปาณิโน. รูปาทีสุ สตฺตา วิสตฺตาติ สตฺตา.
‘‘ขนฺธานญฺจ ปฏิปาฏิ, ธาตุอายตนาน จ;
อพฺโพจฺฉินฺนํ วตฺตมานา, สํสาโรติ ปวุจฺจตี’’ติ. –
เอวํ วุตฺตํ ขนฺธาทีนํ อปราปรุปฺปตฺติสงฺขาตํ สํสารํ คจฺฉนฺติ, ตโต น มุจฺจนฺติ. กสฺมา? ตณฺหาโยคยุตฺตตฺตา. ชาติมรณคามิโน ปุนปฺปุนํ ชนนมรณสฺเสว อุปคมนสีลาติ. เอตฺตาวตา วฏฺฏํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ วิวฏฺฏํ ทสฺเสตุํ ‘‘เย จ ตณฺหํ ปหนฺตฺวานา’’ติ คาถมาห. สา เหฏฺฐา วุตฺตนยตฺตา สุวิญฺเญยฺยาว.
นวมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๐. มารเธยฺยสุตฺตวณฺณนา
๕๙. ทสมสฺส กา อุปฺปตฺติ? เอกทิวสํ กิร สตฺถา เสกฺขพหุลาย ปริสาย ปริวุโต นิสินฺโน เตสํ อชฺฌาสยํ โอโลเกตฺวา อุปริ วิเสสาธิคมาย อุสฺสาหํ ชเนตุํ อเสกฺขภูมึ โถเมนฺโต อิทํ สุตฺตํ อภาสิ. ตตฺถ อติกฺกมฺมาติอาทีสุ อยํ สงฺเขปตฺโถ – อติกฺกมฺม อติกฺกมิตฺวา อภิภวิตฺวา. มารเธยฺยํ มารสฺส วิสยํ อิสฺสริยฏฺฐานํ. อาทิจฺโจว ยถา อาทิจฺโจ อพฺภาทิอุปกฺกิเลสวิมุตฺโต อตฺตโน อิทฺธิยา อานุภาเวน เตชสาติ ตีหิ คุเณหิ สมนฺนาคโต นภํ อพฺภุสฺสกฺกมาโน สพฺพํ อากาสคตํ ตมํ อติกฺกมฺม อติกฺกมิตฺวา อภิภวิตฺวา วิธมิตฺวา วิโรจติ, โอภาสติ, ตปติ; เอวเมว ขีณาสโว ภิกฺขุ ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต สพฺพุปกฺกิเลสวิมุตฺโต มารเธยฺยสงฺขาตํ เตภูมกธมฺมปฺปวตฺตํ อภิภวิตฺวา วิโรจตีติ.
อเสกฺเขนาติ เอตฺถ สิกฺขาสุ ชาตาติ เสกฺขา, สตฺตนฺนํ เสกฺขานํ เอเตติ วา เสกฺขา, อปริโยสิตสิกฺขตฺตา สยเมว สิกฺขนฺตีติ วา เสกฺขา มคฺคธมฺมา เหฏฺฐิมผลตฺตยธมฺมา จ. อคฺคผลธมฺมา ปน อุปริ สิกฺขิตพฺพาภาเวน น เสกฺขาติ อเสกฺขา. ยตฺถ หิ เสกฺขภาวาสงฺกา อตฺถิ, ตตฺถายํ ปฏิเสโธติ โลกิยธมฺเมสุ นิพฺพาเน จ อเสกฺขภาวานาปตฺติ ทฏฺฐพฺพา. สีลสมาธิปญฺญาสงฺขาตา หิ สิกฺขา อตฺตโน ปฏิปกฺขกิเลเสหิ วิปฺปยุตฺตา ปริสุทฺธา อุปกฺกิเลสานํ อารมฺมณภาวมฺปิ อนุปคมนโต สาติสยํ สิกฺขาติ วตฺตุํ ยุตฺตา, อฏฺฐสุปิ มคฺคผเลสุ วิชฺชนฺติ; ตสฺมา จตุมคฺคเหฏฺฐิมผลตฺตยธมฺมา วิย อรหตฺตผลธมฺมาปิ ‘‘ตาสุ สิกฺขาสุ ชาตา’’ติ จ, ตํสิกฺขาสมงฺคิโน อรหโต อิตเรสํ วิย เสกฺขตฺเต สติ ‘‘เสกฺขสฺส เอเต’’ติ จ ‘‘สิกฺขา สีลํ เอเตส’’นฺติ จ เสกฺขาติ อาสงฺกา สิยุนฺติ ตทาสงฺกานิวตฺตนตฺถํ อเสกฺขาติ ยถาวุตฺตเสกฺขภาวปฺปฏิเสธํ กตฺวา วุตฺตํ. อรหตฺตผเล ปวตฺตมานา หิ สิกฺขา ปรินิฏฺฐิตกิจฺจตฺตา น สิกฺขากิจฺจํ กโรนฺติ, เกวลํ สิกฺขาผลภาเวน ปวตฺตนฺติ. ตสฺมา ตา น สิกฺขาวจนํ อรหนฺติ, นาปิ ตํสมงฺคิโน เสกฺขวจนํ, น จ ตํสมฺปยุตฺตธมฺมา สิกฺขนสีลา. ‘‘สิกฺขาสุ ชาตา’’ติ เอวมาทิอตฺเถหิ อคฺคผลธมฺมา เสกฺขา น โหนฺติ. เหฏฺฐิมผเลสุ ปน สิกฺขา สกทาคามิมคฺควิปสฺสนาทีนํ อุปนิสฺสยภาวโต สิกฺขากิจฺจํ กโรนฺตีติ สิกฺขาวจนํ อรหนฺติ, ตํสมงฺคิโน จ เสกฺขวจนํ, ตํสมฺปยุตฺตา ธมฺมา จ สิกฺขนสีลา. เสกฺขธมฺมา ยถาวุตฺเตหิ อตฺเถหิ เสกฺขา โหนฺติเยว.
อถ วา เสกฺขาติ อปริโยสิตสิกฺขานํ วจนนฺติ, อเสกฺขาติ ปทํ ปริโยสิตสิกฺขานํ ทสฺสนนฺติ น โลกิยธมฺมนิพฺพานานํ อเสกฺขภาวาปตฺติ. วุฑฺฒิปฺปตฺตา เสกฺขา อเสกฺขา จ เสกฺขธมฺเมสุ เอว เกสญฺจิ วุฑฺฒิปฺปตฺตานํ อเสกฺขตา อาปชฺชตีติ อรหตฺตมคฺคธมฺมา วุฑฺฒิปฺปตฺตา. ยถาวุตฺเตหิ จ อตฺเถหิ เสกฺขาติ กตฺวา อเสกฺขา อาปนฺนาติ เจ? ตํ น, สทิเสสุ ตพฺโพหารโต. อรหตฺตมคฺคโต หิ นินฺนานากรณํ อรหตฺตผลํ ฐเปตฺวา ปริญฺญาทิกิจฺจกรณํ วิปากภาวญฺจ, ตสฺมา เต เอว เสกฺขา ธมฺมา อรหตฺตผลภาวํ อาปนฺนาติ สกฺกา วตฺตุํ. กุสลสุขโต จ วิปากสุขํ สนฺตตรตาย ปณีตตรนฺติ วุฑฺฒิปฺปตฺตาว เต ธมฺมา โหนฺตีติ ‘‘อเสกฺขา’’ติ วุจฺจนฺติ.
เต ปน อเสกฺขธมฺเม ขนฺธวเสน อิธ ติธา วิภชิตฺวา เตหิ สมนฺนาคเมน ขีณาสวสฺส อานุภาวํ วิภาเวนฺโต ภควา ‘‘อเสกฺเขน สีลกฺขนฺเธนา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สีลสทฺทสฺส อตฺโถ เหฏฺฐา วุตฺโต. ขนฺธสทฺโท ปน ราสิมฺหิ ปญฺญตฺติยํ รุฬฺหิยํ คุเณติ พหูสุ อตฺเถสุ ทิฏฺฐปฺปโยโค. ตถา หิ ‘‘อสงฺเขยฺโย อปฺปเมยฺโย มหาอุทกกฺขนฺโธเตฺวว สงฺขฺยํ คจฺฉตี’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๔.๕๑; ๖.๓๗) ราสิมฺหิ อาคโต. ‘‘อทฺทสา โข ภควา มหนฺตํ ทารุกฺขนฺธํ คงฺคาย นทิยา โสเตน วุยฺหมาน’’นฺติอาทีสุ (สํ. นิ. ๔.๒๔๑) ปญฺญตฺติยํ. ‘‘จิตฺตํ มโน มานสํ หทยํ ปณฺฑรํ มโน มนายตนํ วิญฺญาณํ วิญฺญาณกฺขนฺโธ’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๖๓, ๖๕) รุฬฺหิยํ. ‘‘น โข, อาวุโส วิสาข, อริเยน อฏฺฐงฺคิเกน มคฺเคน ตโย ขนฺธา สงฺคหิตา, ตีหิ จ โข, อาวุโส วิสาข, ขนฺเธหิ อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค สงฺคหิโต’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๔๖๒) คุเณ. อิธาปิ คุเณเยว ทฏฺฐพฺโพ. ตสฺมา อเสกฺเขน สีลสงฺขาเตน คุเณนาติ อตฺโถ. สมนฺนาคโตติ สมฺปยุตฺโต สมงฺคีภูโต. สมาทหติ เอเตน, สยํ วา สมาทหติ, สมาธานเมว วาติ สมาธิ. ปกาเรหิ ชานาติ ยถาสภาวํ ปฏิวิชฺฌตีติ ปญฺญา. สีลเมว ขนฺโธ สีลกฺขนฺโธ. เสเสสุปิ เอเสว นโย.
ตตฺถ อคฺคผลภูตา สมฺมาวาจา, สมฺมากมฺมนฺโต, สมฺมาอาชีโว จ สภาเวเนว อเสกฺโข สีลกฺขนฺโธ นาม, ตถา สมฺมาสมาธิ อเสกฺโข สมาธิกฺขนฺโธ. ตทุปการกโต ปน สมฺมาวายามสมฺมาสติโย สมาธิกฺขนฺเธ สงฺคหํ คจฺฉนฺติ. ตถา สมฺมาทิฏฺฐิ อเสกฺโข ปญฺญากฺขนฺโธ. ตทุปการกโต สมฺมาสงฺกปฺโป ปญฺญากฺขนฺเธ สงฺคหํ คจฺฉตีติ เอวเมตฺถ อฏฺฐปิ อรหตฺตผลธมฺมา ตีหิ ขนฺเธหิ สงฺคเหตฺวา ทสฺสิตาติ เวทิตพฺพํ.
ยสฺส เอเต สุภาวิตาติ เยน อรหตา เอเต สีลาทโย อเสกฺขธมฺมกฺขนฺธา สุภาวิตา สุฏฺฐุ วฑฺฒิตา, โส อาทิจฺโจว วิโรจตีติ สมฺพนฺโธ. ‘‘ยสฺส เจเต’’ติปิ ปฐนฺติ. เตสญฺจ สทฺโท นิปาตมตฺตํ. เอวเมตสฺมึ วคฺเค ปฐมสุตฺเต วฏฺฏํ, ปริโยสานสุตฺเต วิวฏฺฏํ, อิตเรสุ วฏฺฏวิวฏฺฏํ กถิตํ.
ทสมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปฐมวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.