๑. ทุกฺขวิหารสุตฺตวณฺณนา
๒๘. ทุกนิปาตสฺส ปฐเม ทฺวีหีติ คณนปริจฺเฉโท. ธมฺเมหีติ ปริจฺฉินฺนธมฺมนิทสฺสนํ. ทฺวีหิ ธมฺเมหีติ ทฺวีหิ อกุสลธมฺเมหิ. สมนฺนาคโตติ ยุตฺโต. ทิฏฺเฐว ธมฺเมติ อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว. ทุกฺขํ วิหรตีติ จตูสุปิ อิริยาปเถสุ กิเลสทุกฺเขน เจว กายิกเจตสิกทุกฺเขน จ ทุกฺขํ วิหรติ. สวิฆาตนฺติ จิตฺตูปฆาเตน เจว กายูปฆาเตน จ สวิฆาตํ. สอุปายาสนฺติ กิเลสูปายาเสน เจว สรีรเขเทน จ พลวอายาสวเสน สอุปายาสํ. สปริฬาหนฺติ กิเลสปริฬาเหน เจว กายปริฬาเหน จ สปริฬาหํ. กายสฺส เภทาติ อุปาทินฺนกฺขนฺธปริจฺจาคา. ปรํ มรณาติ ตทนนฺตรํ อภินิพฺพตฺตกฺขนฺธคฺคหเณ. อถ วา กายสฺส เภทาติ ชีวิตินฺทฺริยุปจฺเฉทา. ปรํ มรณาติ จุติโต อุทฺธํ. ทุคฺคติ ปาฏิกงฺขาติ ทุคฺคติสงฺขาตานํ จตุนฺนํ อปายานํ อญฺญตรา คติ อิจฺฉิตพฺพา, อวสฺสํภาวินีติ อตฺโถ.
อคุตฺตทฺวาโรติ อปิหิตทฺวาโร. กตฺถ ปน อคุตฺตทฺวาโรติ อาห ‘‘อินฺทฺริเยสู’’ติ. เตน มนจฺฉฏฺฐานํ อินฺทฺริยานํ อสํวรมาห. ปฏิคฺคหณปริโภควเสน โภชเน มตฺตํ น ชานาตีติ โภชเน อมตฺตญฺญู. ‘‘อินฺทฺริเยสุ อคุตฺตทฺวารตาย โภชเน อมตฺตญฺญุตายา’’ติปิ ปฐนฺติ.
กถํ อินฺทฺริเยสุ อคุตฺตทฺวารตา, กถํ วา คุตฺตทฺวารตาติ? กิญฺจาปิ หิ จกฺขุนฺทฺริเย สํวโร วา อสํวโร วา นตฺถิ. น หิ จกฺขุปสาทํ นิสฺสาย สติ วา มุฏฺฐสฺสจฺจํ วา อุปฺปชฺชติ. อปิจ ยทา รูปารมฺมณํ จกฺขุสฺส อาปาถํ อาคจฺฉติ, ตทา ภวงฺเค ทฺวิกฺขตฺตุํ อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุทฺเธ กิริยามโนธาตุ อาวชฺชนกิจฺจํ สาธยมานา อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌติ, ตโต จกฺขุวิญฺญาณํ ทสฺสนกิจฺจํ, ตโต วิปากมโนธาตุ สมฺปฏิจฺฉนกิจฺจํ, ตโต วิปากาเหตุกมโนวิญฺญาณธาตุ สนฺตีรณกิจฺจํ, ตโต กิริยาเหตุกมโนวิญฺญาณธาตุ โวฏฺฐพฺพนกิจฺจํ สาธยมานา อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌติ, ตทนนฺตรํ ชวนํ ชวติ. ตถาปิ เนว ภวงฺคสมเย, น อาวชฺชนาทีนํ อญฺญตรสมเย สํวโร วา อสํวโร วา อตฺถิ, ชวนกฺขเณ ปน สเจ ทุสฺสีลฺยํ วา มุฏฺฐสฺสจฺจํ วา อญฺญาณํ วา อกฺขนฺติ วา โกสชฺชํ วา อุปฺปชฺชติ, อสํวโร โหติ. เอวํ โหนฺโตปิ โส ‘‘จกฺขุทฺวาเร อสํวโร’’ติ วุจฺจติ. กสฺมา? ยสฺมา ตสฺมึ สติ ทฺวารมฺปิ อคุตฺตํ โหติ ภวงฺคมฺปิ อาวชฺชนาทีนิ วีถิจิตฺตานิปิ. ยถา กึ? ยถา นคเร จตูสุ ทฺวาเรสุ อสํวุเตสุ กิญฺจาปิ อนฺโตฆรทฺวารโกฏฺฐกคพฺภาทโย สุสํวุตา ตถาปิ อนฺโตนคเร สพฺพํ ภณฺฑํ อรกฺขิตํ อโคปิตเมว โหติ. นครทฺวาเรหิ ปวิสิตฺวา โจรา ยทิจฺฉนฺติ, ตํ หเรยฺยุํ. เอวเมว ชวเน ทุสฺสีลฺยาทีสุ อุปฺปนฺเนสุ ตสฺมึ อสํวเร สติทฺวารมฺปิ อคุตฺตํ โหติ, ภวงฺคมฺปิ อาวชฺชนาทีนิ วีถิจิตฺตานิปิ. ตสฺมึ ปน อสติ ชวเน สีลาทีสุ อุปฺปนฺเนสุ ทฺวารมฺปิ คุตฺตํ โหติ ภวงฺคมฺปิ อาวชฺชนาทีนิ วีถิจิตฺตานิปิ. ยถา กึ? ยถา นครทฺวาเรสุ สํวุเตสุ กิญฺจาปิ อนฺโตฆรทฺวาราทโย อสํวุตา, ตถาปิ อนฺโตนคเร สพฺพํ ภณฺฑํ สุรกฺขิตํ สุโคปิตเมว โหติ. นครทฺวาเรสุ หิ ปิหิเตสุ โจรานํ ปเวโส นตฺถิ. เอวเมว ชวเน สีลาทีสุ อุปฺปนฺเนสุ ทฺวารมฺปิ คุตฺตํ โหติ, ภวงฺคมฺปิ, อาวชฺชนาทีนิ วีถิจิตฺตานิปิ. ตสฺมา ชวนกฺขเณ อุปฺปชฺชมาโนปิ ‘‘จกฺขุทฺวาเร สํวโร’’ติ วุจฺจติ. เสสทฺวาเรสุปิ เอเสว นโย. เอวํ อินฺทฺริเยสุ อคุตฺตทฺวารตา, คุตฺตทฺวารตา จ เวทิตพฺพา.
กถํ ปน โภชเน อมตฺตญฺญู, กถํ วา มตฺตญฺญูติ? โย หิ ปุคฺคโล มหิจฺโฉ หุตฺวา ปฏิคฺคหเณ มตฺตํ น ชานาติ. มหิจฺฉปุคฺคโล หิ ยถา นาม กจฺฉปุฏวาณิโช ปิฬนฺธนภณฺฑกํ หตฺเถน คเหตฺวา อุจฺฉงฺเคปิ ปกฺขิปิตพฺพยุตฺตกํ ปกฺขิปิตฺวา มหาชนสฺส ปสฺสนฺตสฺเสว ‘‘อสุกํ คณฺหถ, อสุกํ คณฺหถา’’ติ มุเขน อุคฺโฆเสติ, เอวเมว อปฺปมตฺตกมฺปิ อตฺตโน สีลํ วา คนฺถํ วา ธุตงฺคคุณํ วา อนฺตมโส อรญฺญวาสมตฺตกมฺปิ มหาชนสฺส ชานนฺตสฺเสว สมฺภาเวติ, สมฺภาเวตฺวา จ ปน สกเฏหิปิ อุปนีเต ปจฺจเย ‘‘อล’’นฺติ อวตฺวา ปฏิคฺคณฺหาติ. ตโย หิ ปูเรตุํ น สกฺกา อคฺคิ อุปาทาเนน, สมุทฺโท อุทเกน, มหิจฺโฉ ปจฺจเยหีติ –
‘‘อคฺคิกฺขนฺโธ สมุทฺโท จ, มหิจฺโฉ จาปิ ปุคฺคโล;
พหุเก ปจฺจเย ทินฺเน, ตโยเปเต น ปูรเยติ’’.
มหิจฺฉปุคฺคโล หิ วิชาตมาตุยาปิ มนํ คณฺหิตุํ น สกฺโกติ. เอวรูโป หิ อนุปฺปนฺนํ ลาภํ น อุปฺปาเทติ, อุปฺปนฺนลาภโต จ ปริหายติ. เอวํ ตาว ปฏิคฺคหเณ อมตฺตญฺญู โหติ. โย ปน ธมฺเมน สเมน ลทฺธมฺปิ อาหารํ คธิโต มุจฺฉิโต อชฺโฌปนฺโน อนาทีนวทสฺสาวี อนิสฺสรณปญฺโญ อาหรหตฺถกอลํสาฏกตตฺถวฏฺฏกกากมาสกภุตฺตวมิตกพฺราหฺมณานํ อญฺญตโร วิย อโยนิโส อนุปาเยน ยาวทตฺถํ อุทราวเทหกํ ปริภุญฺชิตฺวา เสยฺยสุขํ ปสฺสสุขํ มิทฺธสุขํ อนุยุตฺโต วิหรติ. อยํ ปริโภเค อมตฺตญฺญู นาม.
โย ปน ‘‘ยทิปิ เทยฺยธมฺโม พหุ โหติ, ทายโก อปฺปํ ทาตุกาโม, ทายกสฺส วเสน อปฺปํ คณฺหาติ. เทยฺยธมฺโม อปฺโป, ทายโก พหุํ ทาตุกาโม, เทยฺยธมฺมสฺส วเสน อปฺปํ คณฺหาติ. เทยฺยธมฺโม พหุ, ทายโกปิ พหุํ ทาตุกาโม, อตฺตโน ถามํ ญตฺวา ปมาณยุตฺตเมว คณฺหาตี’’ติ เอวํ วุตฺตสฺส ปฏิคฺคหเณ ปมาณชานนสฺส เจว, ‘‘ปฏิสงฺขา โยนิโส อาหารํ อาหาเรติ, เนว ทวาย, น มทายา’’ติอาทินา (ธ. ส. ๑๓๕๕) ‘‘ลทฺธญฺจ ปิณฺฑปาตํ อคธิโต อมุจฺฉิโต อนชฺโฌปนฺโน อาทีนวทสฺสาวี นิสฺสรณปญฺโญ ปริภุญฺชตี’’ติ จ อาทินา นเยน วุตฺตสฺส ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปฏิสงฺขานปญฺญาย ชานิตฺวา อาหารปริภุญฺชนสงฺขาตสฺส ปริโภเค ปมาณชานนสฺส จ วเสน โภชเน มตฺตญฺญู โหติ, อยํ โภชเน มตฺตญฺญู นาม. เอวํ โภชเน อมตฺตญฺญุตา มตฺตญฺญุตา จ โหตีติ เวทิตพฺพํ.
คาถาสุ ปน จกฺขุนฺติอาทีสุ จกฺขตีติ จกฺขุ, รูปํ อสฺสาเทติ, สมวิสมํ อาจิกฺขนฺตํ วิย โหตีติ วา อตฺโถ. สุณาตีติ โสตํ. ฆายตีติ ฆานํ. ชีวิตนิมิตฺตํ อาหารรโส ชีวิตํ, ตํ อวฺหายตีติ ชิวฺหา. กุจฺฉิตานํ อาโยติ กาโย. มนเต วิชานาตีติ มโน. โปราณา ปนาหุ มุนาตีติ มโน, นาฬิยา มินมาโน วิย มหาตุลาย ธารยมาโน วิย จ อารมฺมณํ วิชานาตีติ อตฺโถ. เอวํ ตาเวตฺถ ปทตฺโถ เวทิตพฺโพ.
ภาวตฺถโต ปน ทุวิธํ จกฺขุ – มํสจกฺขุ จ ปญฺญาจกฺขุ จ. เตสุ พุทฺธจกฺขุ, สมนฺตจกฺขุ, ญาณจกฺขุ, ทิพฺพจกฺขุ, ธมฺมจกฺขูติ ปญฺจวิธํ ปญฺญาจกฺขุ. ตตฺถ ‘‘อทฺทสํ โข อหํ, ภิกฺขเว, พุทฺธจกฺขุนา โลกํ โวโลเกนฺโต’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๘๓) อิทํ พุทฺธจกฺขุ นาม. ‘‘สมนฺตจกฺขุ วุจฺจติ สพฺพญฺญุตญฺญาณ’’นฺติ (จูฬว. โธตกมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๓๒) อิทํ สมนฺตจกฺขุ นาม. ‘‘จกฺขุํ อุทปาที’’ติ (สํ. นิ. ๕.๑๐๘๑; มหาว. ๑๕) อิทํ ญาณจกฺขุ นาม. ‘‘อทฺทสํ โข อหํ, ภิกฺขเว, ทิพฺเพน จกฺขุนา วิสุทฺเธนา’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๘๔) อิทํ ทิพฺพจกฺขุ นาม. ‘‘วิรชํ วีตมลํ ธมฺมจกฺขุํ อุทปาที’’ติ (ม. นิ. ๒.๓๙๕; มหาว. ๑๖) อิทํ เหฏฺฐิมมคฺคตฺตยสงฺขาตํ ธมฺมจกฺขุ นาม.
มํสจกฺขุปิ ทุวิธํ – สสมฺภารจกฺขุ, ปสาทจกฺขูติ. ตตฺถ ยฺวายํ อกฺขิกูปเก ปติฏฺฐิโต เหฏฺฐา อกฺขิกูปกฏฺฐิเกน, อุปริ ภมุกฏฺฐิเกน, อุภโต อกฺขิกูเฏหิ, อนฺโต มตฺถลุงฺเคน, พหิทฺธา อกฺขิโลเมหิ ปริจฺฉินฺโน มํสปิณฺโฑ, สงฺเขปโต จตสฺโส ธาตุโย – วณฺโณ, คนฺโธ, รโส, โอชาสมฺภโว สณฺฐานํ ชีวิตํ ภาโว กายปสาโท จกฺขุปสาโทติ จุทฺทส สมฺภารา. วิตฺถารโต จตสฺโส ธาตุโย ตํนิสฺสิตา วณฺณคนฺธรสโอชาสณฺฐานสมฺภวาติ อิมานิ ทส จตุสมุฏฺฐานิกตฺตา จตฺตาลีสํ โหนฺติ, ชีวิตํ ภาโว กายปสาโท จกฺขุปสาโทติ จตฺตาริ เอกนฺตกมฺมสมุฏฺฐาเนวาติ อิเมสํ จตุจตฺตาลีสาย รูปานํ วเสน จตุจตฺตาลีส สมฺภารา. ยํ โลเก ‘‘เสตํ วฏฺฏํ ปุถุลํ วิสฏํ วิปุลํ จกฺขู’’ติ สญฺชานนฺโต น จกฺขุํ สญฺชานาติ, วตฺถุํ จกฺขุโต สญฺชานาติ, โย มํสปิณฺโฑ อกฺขิกูปเก ปติฏฺฐิโต นฺหารุสุตฺตเกน มตฺถลุงฺเคน อาพทฺโธ, ยตฺถ เสตมฺปิ อตฺถิ กณฺหมฺปิ โลหิตกมฺปิ ปถวีปิ อาโปปิ เตโชปิ วาโยปิ. ยํ เสมฺหุสฺสทตฺตา เสตํ, ปิตฺตุสฺสทตฺตา กณฺหํ, รุหิรุสฺสทตฺตา โลหิตกํ, ปถวุสฺสทตฺตา ปตฺถทฺธํ, อาปุสฺสทตฺตา ปคฺฆรติ, เตชุสฺสทตฺตา ปริฑยฺหติ, วายุสฺสทตฺตา สมฺภมติ, อิทํ สสมฺภารจกฺขุ นาม. โย ปน เอตฺถ สิโต เอตฺถ ปฏิพทฺโธ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท, อิทํ ปสาทจกฺขุ นาม. อิทญฺหิ จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ ยถารหํ วตฺถุทฺวารภาเวน ปวตฺตติ.
โสตาทีสุปิ โสตํ ทิพฺพโสตํ, มํสโสตนฺติ ทุวิธํ. เอตฺถ ‘‘ทิพฺพาย โสตธาตุยา วิสุทฺธาย อติกฺกนฺตมานุสิกาย อุโภ สทฺเท สุณาตี’’ติ อิทํ ทิพฺพโสตํ นาม. มํสโสตํ ปน สสมฺภารโสตํ ปสาทโสตนฺติ ทุวิธนฺติอาทิ สพฺพํ จกฺขุมฺหิ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ, ตถา ฆานชิวฺหา. กาโย ปน โจปนกาโย, กรชกาโย, สมูหกาโย, ปสาทกาโยติอาทินา พหุวิโธ. ตตฺถ –
‘‘กาเยน สํวุตา ธีรา, อโถ วาจาย สํวุตา’’ติ. (ธ. ป. ๒๓๔) –
อยํ โจปนกาโย นาม. ‘‘อิมมฺหา กายา อญฺญํ กายํ อภินิมฺมินาตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๒๓๖; ปฏิ. ม. ๓.๑๔) อยํ กรชกาโย นาม. สมูหกาโย ปน วิญฺญาณาทิสมูหวเสน อเนกวิโธ อาคโต. ตถา หิ ‘‘ฉ อิเม, อาวุโส, วิญฺญาณกายา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๑๐๑) วิญฺญาณสมูโห วุตฺโต. ‘‘ฉ ผสฺสกายา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๓.๓๒๓; ม. นิ. ๑.๙๘) ผสฺสาทิสมูโห. ตถา ‘‘กายปสฺสทฺธิ กายลหุตา’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๑๑๔) เวทนากฺขนฺธาทโย. ‘‘อิเธกจฺโจ ปถวิกายํ อนิจฺจโต อนุปสฺสติ, อาโปกายํ เตโชกายํ วาโยกายํ เกสกายํ โลมกาย’’นฺติอาทีสุ (ปฏิ. ม. ๓.๓๕) ปถวาทิสมูโห. ‘‘กาเยน โผฏฺฐพฺพํ ผุสิตฺวา’’ติ (อ. นิ. ๓.๑๖) อยํ ปสาทกาโย. อิธาปิ ปสาทกาโย เวทิตพฺโพ. โส หิ กายวิญฺญาณาทีนํ ยถารหํ วตฺถุทฺวารภาเวน ปวตฺตติ. มโนติ ปน กิญฺจาปิ สพฺพํ วิญฺญาณํ วุจฺจติ, ตถาปิ ทฺวารภาวสฺส อิธาธิปฺเปตตฺตา ทฺวารภูตํ สาวชฺชนํ ภวงฺคํ เวทิตพฺพํ.
เอตานิ ยสฺส ทฺวารานิ อคุตฺตานิ จ ภิกฺขุโนติ ยสฺส ภิกฺขุโน เอตานิ มนจฺฉฏฺฐานิ ทฺวารานิ สติโวสฺสคฺเคน ปมาทํ อาปนฺนตฺตา สติกวาเฏน อปิหิตานิ. โภชนมฺหิ…เป… อธิคจฺฉตีติ โส ภิกฺขุ วุตฺตนเยน โภชเน อมตฺตญฺญู อินฺทฺริเยสุ จ สํวรรหิโต ทิฏฺฐธมฺมิกญฺจ โรคาทิวเสน, สมฺปรายิกญฺจ ทุคฺคติปริยาปนฺนํ กายทุกฺขํ ราคาทิกิเลสสนฺตาปวเสน, อิจฺฉาวิฆาตวเสน จ เจโตทุกฺขนฺติ สพฺพถาปิ ทุกฺขเมว อธิคจฺฉติ ปาปุณาติ. ยสฺมา เจตเทวํ, ตสฺมา ทุวิเธนปิ ทุกฺขคฺคินา อิธโลเก จ ปรโลเก จ ฑยฺหมาเนน กาเยน ฑยฺหมาเนน เจตสา ทิวา วา ยทิ วา รตฺตึ นิจฺจกาลเมว ตาทิโส ปุคฺคโล ทุกฺขเมว วิหรติ, น ตสฺส สุขวิหารสฺส สมฺภโว, วฏฺฏทุกฺขานติกฺกเม ปน วตฺตพฺพเมว นตฺถีติ.
ปฐมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.