๕. มุสาวาทสุตฺตวณฺณนา

๒๕. ปญฺจเม เอกธมฺมํ อตีตสฺสาติ กา อุปฺปตฺติ? ภควโต ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ มหาลาภสกฺกาโร อุปฺปชฺชิ, ติตฺถิยานํ ปริหายิ. เต หตลาภสกฺการา นิปฺปภา นิตฺเตชา อิสฺสาปกตา จิญฺจมาณวิกํ นาม ปริพฺพาชิกํ อุยฺโยเชสุํ – ‘‘เอหิ, ตฺวํ ภคินิ, สมณํ โคตมํ อภูเตน อพฺภาจิกฺขสฺสู’’ติ. สา ภควนฺตํ จตุปริสมชฺเฌ ธมฺมํ เทเสนฺตํ อุปคนฺตฺวา อภูเตน อพฺภาจิกฺขิตฺวา สกฺเกนสฺสา อภูตภาเว ปกาสิเต มหาชเนน ‘‘ธี กาฬกณฺณี’’ติ วิหารโต นิกฺกฑฺฒาปิตา ปถวิยา วิวเร ทินฺเน อวีจิชาลานํ อินฺธนํ หุตฺวาว อวีจินิรเย นิพฺพตฺติ, ภิยฺโยโสมตฺตาย ติตฺถิยานํ ลาภสกฺกาโร ปริหายิ. ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ‘‘อาวุโส, จิญฺจมาณวิกา เอวํ อุฬารคุณํ อคฺคทกฺขิเณยฺยํ สมฺมาสมฺพุทฺธํ อภูเตน อกฺโกสิตฺวา มหาวินาสํ ปตฺตา’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘น, ภิกฺขเว, อิทาเนว, ปุพฺเพปิ สา มํ อภูเตน อกฺโกสิตฺวา มหาวินาสํ ปตฺตาเยวา’’ติ มหาปทุมชาตกมฺปิ วิตฺถาเรตฺวา อุปริ ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมิสฺสา อฏฺฐุปฺปตฺติยา ‘‘เอกธมฺมํ อตีตสฺสา’’ติ อิทํ สุตฺตํ เทเสสิ.

ตตฺถ เอกธมฺมนฺติ เอกํ วจีสจฺจสงฺขาตํ ธมฺมํ. อตีตสฺสาติ ยา สา อฏฺฐ อนริยโวหาเร วชฺเชตฺวา อฏฺฐสุ อริยโวหาเรสุ ปติฏฺฐาปนตฺถํ ‘‘สจฺจํ, ภเณ, นาลิก’’นฺติ อริเยหิ ฐปิตา มริยาทา, ตํ อติกฺกมิตฺวา ฐิตสฺส. ปุริโส เอว ปุคฺคโลติ ปุริสปุคฺคโล, ตสฺส. อกรณียนฺติ กาตุํ อสกฺกุเณยฺยํ. สมฺปชานมุสาวาที หิ ปุคฺคโล กิญฺจิ ปาปกมฺมํ กตฺวา ‘‘อิทํ นาม ตยา กต’’นฺติ วุตฺเต ‘‘น มยา กต’’นฺติ มุสาวาเทเนว ปริหริสฺสติ. เอวญฺจ ปฏิปชฺชนฺโต กิญฺจิ ปาปกมฺมํ กโรติเยว, น ตตฺถ ลชฺชติ สจฺจมริยาทาย สมติกฺกนฺตตฺตา. เตน วุตฺตํ ‘‘กตมํ เอกธมฺมํ, ยทิทํ, ภิกฺขเว, สมฺปชานมุสาวาโท’’ติ.

คาถายํ มุสาวาทิสฺสาติ มุสา อภูตํ อตจฺฉํ ปเรสํ วิญฺญาปนวเสน วทนสีลสฺส. ยสฺส ทสสุ วจเนสุ เอกมฺปิ สจฺจํ นตฺถิ, เอวรูเป วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. ชนฺตุโนติ สตฺตสฺส. สตฺโต หิ ชายนฏฺเฐน ‘‘ชนฺตู’’ติ วุจฺจติ. วิติณฺณปรโลกสฺสาติ วิสฺสฏฺฐปรโลกสฺส. อีทิโส หิ มนุสฺสสมฺปตฺติ เทวโลกสมฺปตฺติ อวสาเน นิพฺพานสมฺปตฺตีติ อิมา ติสฺโสปิ สมฺปตฺติโย น ปสฺสติ. นตฺถิ ปาปนฺติ ตสฺส ตาทิสสฺส อิทํ นาม ปาปํ น กตฺตพฺพนฺติ นตฺถีติ.

ปญฺจมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.