๗. ทุติยเสขสุตฺตวณฺณนา

๑๗. สตฺตเม พาหิรนฺติ อชฺฌตฺตสนฺตานโต พหิ ภวํ. กลฺยาณมิตฺตตาติ ยสฺส สีลาทิคุณสมฺปนฺโน อฆสฺส ฆาตา, หิตสฺส วิธาตา สพฺพากาเรน อุปการโก มิตฺโต โหติ, โส ปุคฺคโล กลฺยาณมิตฺโต, ตสฺส ภาโว กลฺยาณมิตฺตตา. ตตฺรายํ กลฺยาณมิตฺโต ปกติยา สทฺธาสมฺปนฺโน โหติ สีลสมฺปนฺโน สุตสมฺปนฺโน จาคสมฺปนฺโน วีริยสมฺปนฺโน สติสมฺปนฺโน สมาธิสมฺปนฺโน ปญฺญาสมฺปนฺโน. ตตฺถ สทฺธาสมฺปตฺติยา สทฺทหติ ตถาคตสฺส โพธึ, เตน สมฺมาสมฺโพธิเหตุภูตํ สตฺเตสุ หิตสุเขสิตํ น ปริจฺจชติ, สีลสมฺปตฺติยา สพฺรหฺมจารีนํ ปิโย โหติ ครุ จ ภาวนีโย โจทโก ปาปครหี วตฺตา วจนกฺขโม, สุตสมฺปตฺติยา ขนฺธายตนสจฺจปฏิจฺจสมุปฺปาทาทิกานํ คมฺภีรานํ กถานํ กตฺตา โหติ, จาคสมฺปตฺติยา อปฺปิจฺโฉ โหติ สนฺตุฏฺโฐ ปวิวิตฺโต อสํสฏฺโฐ, วีริยสมฺปตฺติยา อตฺตโน ปเรสญฺจ หิตปฺปฏิปตฺติยํ อารทฺธวีริโย โหติ, สติสมฺปตฺติยา อุปฏฺฐิตสฺสติ โหติ ปรเมน สติเนปกฺเกน สมนฺนาคโต จิรกตมฺปิ จิรภาสิตมฺปิ สริตา อนุสฺสริตา, สมาธิสมฺปตฺติยา อวิกฺขิตฺโต โหติ สมาหิโต เอกคฺคจิตฺโต, ปญฺญาสมฺปตฺติยา อวิปรีตํ ปชานาติ. โส สติยา กุสลากุสลานํ ธมฺมานํ คติโย สมเนฺวสนฺโต ปญฺญาย สตฺตานํ หิตสุขํ ยถาภูตํ ชานิตฺวา สมาธินา ตตฺถ อพฺยคฺคจิตฺโต หุตฺวา วีริเยน สตฺเต อหิตโต นิเสเธตฺวา เอกนฺตหิเต นิโยเชติ. เตเนวาห –

‘‘ปิโย ครุ ภาวนีโย, วตฺตา จ วจนกฺขโม;

คมฺภีรญฺจ กถํ กตฺตา, โน จาฏฺฐาเน นิโยชโก’’ติ. (เนตฺติ. ๑๑๓);

กลฺยาณมิตฺโต, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อกุสลํ ปชหติ, กุสลํ ภาเวตีติ กลฺยาณมิตฺโต ปุคฺคโล กลฺยาณมิตฺตํ นิสฺสาย กมฺมสฺสกตาญาณํ อุปฺปาเทติ, อุปฺปนฺนํ สทฺธํ ผาตึ กโรติ, สทฺธาชาโต อุปสงฺกมติ อุปสงฺกมิตฺวา ธมฺมํ สุณาติ. ตํ ธมฺมํ สุตฺวา ตถาคเต สทฺธํ ปฏิลภติ, เตน สทฺธาปฏิลาเภน ฆราวาสํ ปหาย ปพฺพชฺชํ อนุติฏฺฐติ, จตุปาริสุทฺธิสีลํ สมฺปาเทติ, ยถาพลํ ธุตธมฺเม สมาทาย วตฺตติ, ทสกถาวตฺถุลาภี โหติ, อารทฺธวีริโย วิหรติ อุปฏฺฐิตสฺสติ สมฺปชาโน ปุพฺพรตฺตาปรรตฺตํ โพธิปกฺขิยานํ ธมฺมานํ ภาวนานุโยคมนุยุตฺโต, นจิรสฺเสว วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา อริยมคฺคาธิคเมน สพฺพํ อกุสลํ สมุจฺฉินฺทติ, สพฺพญฺจ กุสลํ ภาวนาปาริปูรึ คเมนฺโต วฑฺเฒติ. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘กลฺยาณมิตฺตสฺเสตํ, เมฆิย, ภิกฺขุโน ปาฏิกงฺขํ กลฺยาณสหายสฺส กลฺยาณสมฺปวงฺกสฺส ‘ยํ สีลวา ภวิสฺสติ, ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต วิหริสฺสติ อาจารโคจรสมฺปนฺโน, อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ, ภยทสฺสาวี สมาทาย สิกฺขิสฺสติ, สิกฺขาปเทสุ’.

‘‘กลฺยาณมิตฺตสฺเสตํ…เป… กลฺยาณสมฺปวงฺกสฺส ‘ยํ ยายํ กถา อภิสลฺเลขิกา เจโตวิวรณสปฺปายา เอกนฺตนิพฺพิทาย…เป… นิพฺพานาย สํวตฺตติ. เสยฺยถิทํ – อปฺปิจฺฉกถา, สนฺตุฏฺฐิกถา, ปวิเวกกถา, อสํสคฺคกถา, วีริยารมฺภกถา, สีลกถา, สมาธิกถา…เป… วิมุตฺติญาณทสฺสนกถา. เอวรูปาย กถาย นิกามลาภี ภวิสฺสติ อกิจฺฉลาภี อกสิรลาภี’.

‘‘กลฺยาณมิตฺตสฺเสตํ …เป… กลฺยาณสมฺปวงฺกสฺส ‘ยํ อารทฺธวีริโย วิหริสฺสติ อกุสลานํ ธมฺมานํ ปหานาย กุสลานํ ธมฺมานํ อุปสมฺปทาย ถามวา ทฬฺหปรกฺกโม อนิกฺขิตฺตธุโร กุสเลสุ ธมฺเมสุ’.

‘‘กลฺยาณมิตฺตสฺเสตํ…เป… กลฺยาณสมฺปวงฺกสฺส ‘ยํ ปญฺญวา ภวิสฺสติ, อุทยตฺถคามินิยา ปญฺญาย สมนฺนาคโต อริยาย นิพฺเพธิกาย สมฺมา ทุกฺขกฺขยคามินิยา’’’ติ (อุทา. ๓๑).

เอวํ สกลวฏฺฏทุกฺขปริมุจฺจนนิมิตฺตํ กลฺยาณมิตฺตตาติ เวทิตพฺพํ. เตเนวาห –

‘‘มมญฺหิ, อานนฺท, กลฺยาณมิตฺตํ อาคมฺม ชาติธมฺมา สตฺตา ชาติยา ปริมุจฺจนฺติ, ชราธมฺมา สตฺตา ชราย ปริมุจฺจนฺตี’’ติอาทิ (สํ. นิ. ๑.๑๒๙).

เตน วุตฺตํ – ‘‘กลฺยาณมิตฺโต, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อกุสลํ ปชหติ, กุสลํ ภาเวตี’’ติ.

คาถาย สปฺปติสฺโสติ ปติสฺสวสงฺขาเตน สห ปติสฺเสนาติ สปฺปติสฺโส, กลฺยาณมิตฺตสฺส โอวาทํ สิรสา สมฺปฏิจฺฉโก สุพฺพโจติ อตฺโถ. อถ วา หิตสุเข ปติฏฺฐาปเนน ปติ อิเสตีติ ปติสฺโส, โอวาททายโก. ครุอาทรโยเคน เตน ปติสฺเสน สห วตฺตตีติ สปฺปติสฺโส, ครูสุ ครุจิตฺตีการพหุโล. สคารโวติ ฉพฺพิเธนปิ คารเวน ยุตฺโต. กรํ มิตฺตานํ วจนนฺติ กลฺยาณมิตฺตานํ โอวาทํ กโรนฺโต ยโถวาทํ ปฏิปชฺชนฺโต. สมฺปชาโนติ สตฺตฏฺฐานิเยน สมฺปชญฺเญน สมนฺนาคโต. ปติสฺสโตติ กมฺมฏฺฐานํ ผาตึ, คเมตุํ สมตฺถาย สติยา ปติสฺสโต สโตการี. อนุปุพฺเพนาติ สีลาทิวิสุทฺธิปฏิปาฏิยา, ตตฺถ จ วิปสฺสนาปฏิปาฏิยา เจว มคฺคปฏิปาฏิยา จ. สพฺพสํโยชนกฺขยนฺติ กามราคสํโยชนาทีนํ สพฺเพสํ สํโยชนานํ เขปนโต สพฺพสํโยชนกฺขยสงฺขาตสฺส อริยมคฺคสฺส ปริโยสานภูตํ อรหตฺตํ, ตสฺส อารมฺมณภูตํ นิพฺพานเมว วา. ปาปุเณ อธิคจฺเฉยฺยาติ อตฺโถ. อิติ อิเมสุ ทฺวีสุ สุตฺเตสุ อริยมคฺคาธิคมสฺส สตฺถารา ปธานงฺคํ นาม คหิตนฺติ เวทิตพฺพํ.

สตฺตมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.