๓. โมหสุตฺตวณฺณนา

๓. ตติเย โมหนฺติ อญฺญาณํ. ตญฺหิ ทุกฺเข อญฺญาณํ, ทุกฺขสมุทเย อญฺญาณํ, ทุกฺขนิโรเธ อญฺญาณํ, ทุกฺขนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย อญฺญาณนฺติอาทินา นเยน วิภาเคน อเนกปฺปเภทมฺปิ มุยฺหนฺติ. เตน สยํ วา มุยฺหติ มุยฺหนมตฺตเมว วา ตนฺติ โมโหติ วุจฺจติ. โส จิตฺตสฺส อนฺธภาวลกฺขโณ, อญฺญาณลกฺขโณ วา, อสมฺปฏิเวธรโส, อารมฺมณสภาวจฺฉาทนรโส วา, อสมฺมาปฺปฏิปตฺติปจฺจุปฏฺฐาโน, อนฺธการปจฺจุปฏฺฐาโน วา, อโยนิโสมนสิการปทฏฺฐาโน, สพฺพากุสลานํ มูลนฺติ ทฏฺฐพฺโพ. อิธาปิ ปชหถาติ ปทสฺส –

‘‘มูโฬฺห อตฺถํ น ชานาติ, มูโฬฺห ธมฺมํ น ปสฺสติ;

อนฺธตมํ ตทา โหติ, ยํ โมโห สหเต นรํ’’. (อิติวุ. ๘๘);

‘‘อนตฺถชนโน โมโห…เป…. (อิติวุ. ๘๘);

‘‘อวิชฺชา, ภิกฺขเว, ปุพฺพงฺคมา อกุสลานํ ธมฺมานํ สมาปตฺติยา’’ (อิติวุ. ๔๐);

‘‘โมหสมฺพนฺธโน โลโก, ภพฺพรูโปว ทิสฺสติ’’; (อุทา. ๗๐);

‘‘โมโห นิทานํ กมฺมานํ สมุทยาย’’ (อ. นิ. ๓.๓๔);

‘‘มูโฬฺห โข, พฺราหฺมณ, โมเหน อภิภูโต ปริยาทินฺนจิตฺโต ทิฏฺฐธมฺมิกมฺปิ ภยํ เวรํ ปสวติ, สมฺปรายิกมฺปิ ภยํ เวรํ ปสวตี’’ติ จ –

อาทินา นเยน ‘‘โย โกจิ ธมฺโม กามจฺฉนฺทาทิสํกิเลสธมฺเมหิ นิพฺพตฺเตตพฺโพ, อตฺถโต สพฺโพ โส โมหเหตุโก’’ติ จ โมเห อาทีนวํ ตปฺปฏิปกฺขโต โมหปฺปหาเน อานิสํสญฺจ ปจฺจเวกฺขิตฺวา กามจฺฉนฺทาทิปฺปหานกฺกเมเนว ปุพฺพภาเค ตทงฺคาทิวเสน โมหํ ปชหนฺตา ตติยมคฺเคน ยถาวุตฺตโลภโทเสกฏฺฐํ โมหํ สมุจฺเฉทวเสน ปชหถาติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อนาคามิมคฺควชฺโฌ เอว หิ โมโห อิธาธิปฺเปโตติ. มูฬฺหาเสติ กุสลากุสลสาวชฺชานวชฺชาทิเภเท อตฺตโน หิตาหิเต สมฺมูฬฺหา. เสสํ วุตฺตนยเมว.

ตติยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.