๑. ปฐมวคฺโค
๑. โลภสุตฺตวณฺณนา
๑. อิทานิ เอกธมฺมํ, ภิกฺขเว, ปชหถาติอาทินา นเยน ภควตา นิกฺขิตฺตสฺส สุตฺตสฺส วณฺณนาย โอกาโส อนุปฺปตฺโต. สา ปเนสา อตฺถวณฺณนา ยสฺมา สุตฺตนิกฺเขปํ วิจาเรตฺวา วุจฺจมานา ปากฏา โหติ, ตสฺมา สุตฺตนิกฺเขปํ ตาว วิจาเรสฺสาม. จตฺตาโร หิ สุตฺตนิกฺเขปา – อตฺตชฺฌาสโย, ปรชฺฌาสโย, ปุจฺฉาวสิโก, อฏฺฐุปฺปตฺติโกติ. ยถา หิ อเนกสตอเนกสหสฺสเภทานิปิ สุตฺตนฺตานิ สํกิเลสภาคิยาทิปฏฺฐานนเยน โสฬสวิธตํ นาติวตฺตนฺติ, เอวํ อตฺตชฺฌาสยาทิสุตฺตนิกฺเขปวเสน จตุพฺพิธตํ นาติวตฺตนฺตีติ. ตตฺถ ยถา อตฺตชฺฌาสยสฺส อฏฺฐุปฺปตฺติยา จ ปรชฺฌาสยปุจฺฉาวสิเกหิ สทฺธึ สํสคฺคเภโท สมฺภวติ อตฺตชฺฌาสโย จ ปรชฺฌาสโย จ, อตฺตชฺฌาสโย จ ปุจฺฉาวสิโก จ, อฏฺฐุปฺปตฺติโก จ ปรชฺฌาสโย จ, อฏฺฐุปฺปตฺติโก จ ปุจฺฉาวสิโก จาติ อชฺฌาสยปุจฺฉานุสนฺธิสมฺภวโต; เอวํ ยทิปิ อฏฺฐุปฺปตฺติยา อตฺตชฺฌาสเยนปิ สํสคฺคเภโท สมฺภวติ, อตฺตชฺฌาสยาทีหิ ปน ปุรโต ฐิเตหิ อฏฺฐุปฺปตฺติยา สํสคฺโค นตฺถีติ นิรวเสโส ปฏฺฐานนโย น สมฺภวติ. ตทนฺโตคธตฺตา วา สมฺภวนฺตานํ เสสนิกฺเขปานํ มูลนิกฺเขปวเสน จตฺตาโร สุตฺตนิกฺเขปา วุตฺตาติ เวทิตพฺพํ.
ตตฺรายํ วจนตฺโถ – นิกฺขิปียตีติ นิกฺเขโป, สุตฺตํ เอว นิกฺเขโป สุตฺตนิกฺเขโป. อถ วา นิกฺขิปนํ นิกฺเขโป, สุตฺตสฺส นิกฺเขโป สุตฺตนิกฺเขโป, สุตฺตเทสนาติ อตฺโถ. อตฺตโน อชฺฌาสโย อตฺตชฺฌาสโย, โส อสฺส อตฺถิ การณภูโตติ อตฺตชฺฌาสโย, อตฺตโน อชฺฌาสโย เอตสฺสาติ วา อตฺตชฺฌาสโย. ปรชฺฌาสเยปิ เอเสว นโย. ปุจฺฉาย วโสติ ปุจฺฉาวโส. โส เอตสฺส อตฺถีติ ปุจฺฉาวสิโก. สุตฺตเทสนาย วตฺถุภูตสฺส อตฺถสฺส อุปฺปตฺติ อตฺถุปฺปตฺติ, อตฺถุปฺปตฺติ เอว อฏฺฐุปฺปตฺติ ถ-การสฺส ฐ-การํ กตฺวา, สา เอตสฺส อตฺถีติ อฏฺฐุปฺปตฺติโก. อถ วา นิกฺขิปียติ สุตฺตํ เอเตนาติ นิกฺเขโป, อตฺตชฺฌาสยาทิ เอว. เอตสฺมึ ปน อตฺถวิกปฺเป อตฺตโน อชฺฌาสโย อตฺตชฺฌาสโย. ปเรสํ อชฺฌาสโย ปรชฺฌาสโย. ปุจฺฉียตีติ ปุจฺฉา, ปุจฺฉิตพฺโพ อตฺโถ, ปุจฺฉาวเสน ปวตฺตํ ธมฺมปฺปฏิคฺคาหกานํ วจนํ ปุจฺฉาวสํ, ตเทว นิกฺเขปสทฺทาเปกฺขาย ปุจฺฉาวสิโกติ ปุลฺลิงฺควเสน วุตฺตํ. ตถา อฏฺฐุปฺปตฺติ เอว อฏฺฐุปฺปตฺติโกติ เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
อปิจ ปเรสํ อินฺทฺริยปริปากาทิการณนิรเปกฺขตฺตา อตฺตชฺฌาสยสฺส วิสุํ สุตฺตนิกฺเขปภาโว ยุตฺโต, เกวลํ อตฺตโน อชฺฌาสเยเนว ธมฺมตนฺติฐปนตฺถํ ปวตฺติตเทสนตฺตา. ปรชฺฌาสยปุจฺฉาวสิกานํ ปน ปเรสํ อชฺฌาสยปุจฺฉานํ เทสนาปวตฺติเหตุภูตานํ อุปฺปตฺติยํ ปวตฺติตานํ กถํ อฏฺฐุปฺปตฺติยํ อนวโรโธ, ปุจฺฉาวสิกฏฺฐุปฺปตฺติกานํ วา ปรชฺฌาสยานุโรเธน ปวตฺติตานํ กถํ ปรชฺฌาสเย อนวโรโธติ? น โจเทตพฺพเมตํ. ปเรสญฺหิ อภินีหารปริปุจฺฉาทิวินิมุตฺตสฺเสว สุตฺตเทสนาการณุปฺปาทสฺส อฏฺฐุปฺปตฺติภาเวน คหิตตฺตา ปรชฺฌาสยปุจฺฉาวสิกานํ วิสุํ คหณํ. ตถา หิ พฺรหฺมชาลธมฺมทายาทสุตฺตาทีนํ (ที. น. ๑.๑ อาทโย) วณฺณาวณฺณอามิสุปฺปาทาทิเทสนานิมิตฺตํ อฏฺฐุปฺปตฺติ วุจฺจติ. ปเรสํ ปุจฺฉํ วินา อชฺฌาสยเมว นิมิตฺตํ กตฺวา เทสิโต ปรชฺฌาสโย, ปุจฺฉาวเสน เทสิโต ปุจฺฉาวสิโกติ ปากโฏยมตฺโถติ.
ยานิ ภควา ปเรหิ อนชฺฌิฏฺโฐ เกวลํ อตฺตโน อชฺฌาสเยเนว กเถติ, เสยฺยถิทํ – อากงฺเขยฺยสุตฺตํ, ตุวฏฺฏกสุตฺตนฺติเอวมาทีนิ (สุ. นิ. ๙๒๑ อาทโย; ม. นิ. ๑.๖๔ อาทโย), เตสํ อตฺตชฺฌาสโย นิกฺเขโป.
ยานิ ปน ‘‘ปริปกฺกา โข ราหุลสฺส วิมุตฺติปริปาจนียา ธมฺมา, ยํนูนาหํ ราหุลํ อุตฺตรึ อาสวานํ ขเย วิเนยฺย’’นฺติ เอวํ ปเรสํ อชฺฌาสยํ ขนฺตึ อภินีหารํ พุชฺฌนภาวญฺจ โอโลเกตฺวา ปรชฺฌาสยวเสน กถิตานิ, เสยฺยถิทํ – ราหุโลวาทสุตฺตํ, ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนสุตฺตนฺติเอวมาทีนิ (ม. นิ. ๒.๑๐๗ อาทโย; ๓.๔๑๖ อาทโย; สํ. นิ. ๓.๕๙; มหาว. ๑๙-๒๐), เตสํ ปรชฺฌาสโย นิกฺเขโป.
ภควนฺตํ ปน อุปสงฺกมิตฺวา เทวา มนุสฺสา จตสฺโส ปริสา จตฺตาโร วณฺณา จ ตถา ตถา ปญฺหํ ปุจฺฉนฺติ ‘‘โพชฺฌงฺคา โพชฺฌงฺคาติ, ภนฺเต, วุจฺจนฺติ, นีวรณา นีวรณาติ วุจฺจนฺตี’’ติอาทินา, เอวํ ปุฏฺเฐน ภควตา ยานิ กถิตานิ โพชฺฌงฺคสํยุตฺตาทีนิ (สํ. นิ. ๕.๑๘๖) เตสํ ปุจฺฉาวสิโก นิกฺเขโป.
ยานิ ปน ตานิ อุปฺปนฺนํ การณํ ปฏิจฺจ กถิตานิ, เสยฺยถิทํ – ธมฺมทายาทํ, ปุตฺตมํสูปมํ, ทารุกฺขนฺธูปมนฺติเอวมาทีนิ (ม. นิ. ๑.๒๙; สํ. นิ. ๒.๖๓), เตสํ อฏฺฐุปฺปตฺติโก นิกฺเขโป.
เอวมิเมสุ จตูสุ สุตฺตนิกฺเขเปสุ อิมสฺส สุตฺตสฺส ปรชฺฌาสโย นิกฺเขโป. ปรชฺฌาสยวเสน เหตํ นิกฺขิตฺตํ. เกสํ อชฺฌาสเยน? โลเภ อาทีนวทสฺสีนํ ปุคฺคลานํ. เกจิ ปน ‘‘อตฺตชฺฌาสโย’’ติ วทนฺติ.
ตตฺถ เอกธมฺมํ, ภิกฺขเวติอาทีสุ เอกสทฺโท อตฺเถว อญฺญตฺเถ ‘‘สสฺสโต อตฺตา จ โลโก จ, อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญนฺติ อิตฺเถเก อภิวทนฺตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๓.๒๗). อตฺถิ เสฏฺเฐ ‘‘เจตโส เอโกทิภาว’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๒๘; ปารา. ๑๑). อตฺถิ อสหาเย ‘‘เอโก วูปกฏฺโฐ’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๔๐๕). อตฺถิ สงฺขายํ ‘‘เอโกว โข, ภิกฺขเว, ขโณ จ สมโย จ พฺรหฺมจริยวาสายา’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๘.๒๙). อิธาปิ สงฺขายเมว ทฏฺฐพฺโพ.
ธมฺม-สทฺโท ปริยตฺติสจฺจสมาธิปญฺญาปกติปุญฺญาปตฺติสุญฺญตาเญยฺยสภาวาทีสุ ทิสฺสติ. ตถา หิสฺส ‘‘อิธ ภิกฺขุ ธมฺมํ ปริยาปุณาตี’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๕.๗๓) ปริยตฺติ อตฺโถ. ‘‘ทิฏฺฐธมฺโม’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๙๙) สจฺจานิ. ‘‘เอวํธมฺมา เต ภควนฺโต อเหสุ’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๑๓; ๓.๑๔๒) สมาธิ. ‘‘สจฺจํ ธมฺโม ธิติ จาโค, สเว เปจฺจ น โสจตี’’ติอาทีสุ (ชา. ๑.๑.๕๗) ปญฺญา. ‘‘ชาติธมฺมานํ, ภิกฺขเว, สตฺตานํ เอวํ อิจฺฉา อุปฺปชฺชตี’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๓๙๘) ปกติ. ‘‘ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจาริ’’นฺติอาทีสุ (ชา. ๑.๑๐.๑๐๒) ปุญฺญํ. ‘‘ติณฺณํ ธมฺมานํ อญฺญตเรน วเทยฺย ปาราชิเกน วา สงฺฆาทิเสเสน วา ปาจิตฺติเยน วา’’ติอาทีสุ (ปารา. ๔๔๔) อาปตฺติ. ‘‘ตสฺมึ โข ปน สมเย ธมฺมา โหนฺตี’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๑๒๑) สุญฺญตา. ‘‘สพฺเพ ธมฺมา สพฺพากาเรน พุทฺธสฺส ภควโต ญาณมุเข อาปาถํ อาคจฺฉนฺตี’’ติอาทีสุ (มหานิ. ๑๕๖; จูฬนิ. โมฆราชมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๘๕) เญยฺโย. ‘‘กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ติกมาติกา ๑) สภาโว อตฺโถ. อิธาปิ สภาโว. ตสฺมา เอกธมฺมนฺติ เอกํ สํกิเลสสภาวนฺติ อธิปฺปาโย. เอโก จ โส ธมฺโม จาติ เอกธมฺโม, ตํ เอกธมฺมํ.
ภิกฺขเวติ ภิกฺขู อาลปติ. กิมตฺถํ ปน ภควา ธมฺมํ เทเสนฺโต ภิกฺขู อาลปติ, น ธมฺมเมว เทเสตีติ? สติชนนตฺถํ. ภิกฺขู หิ อญฺญํ จินฺเตนฺตาปิ ธมฺมํ ปจฺจเวกฺขนฺตาปิ กมฺมฏฺฐานํ มนสิ กโรนฺตาปิ นิสินฺนา โหนฺติ. เต ปฐมํ อนาลปิตฺวา ธมฺเม เทสิยมาเน ‘‘อยํ เทสนา กึนิทานา, กึปจฺจยา’’ติ สลฺลกฺเขตุํ น สกฺโกนฺติ. อาลปิเต ปน สตึ อุปฏฺฐเปตฺวา สลฺลกฺเขตุํ สกฺโกนฺติ, ตสฺมา สติชนนตฺถํ ‘‘ภิกฺขเว’’ติ อาลปติ. เตน จ เตสํ ภิกฺขนสีลตาทิคุณโยคสิทฺเธน วจเนน หีนาธิกชนเสวิตํ วุตฺตึ ปกาเสนฺโต อุทฺธตทีนภาวนิคฺคหํ กโรติ. ‘‘ภิกฺขเว’’ติ อิมินา กรุณาวิปฺผารโสมฺมหทยนยนนิปาตปุพฺพงฺคเมน วจเนน เต อตฺตโน มุขาภิมุเข กโรนฺโต เตน จ กเถตุกมฺยตาทีปเกน วจเนน เนสํ โสตุกมฺยตํ ชเนติ. เตเนว จ สมฺโพธนตฺเถน สาธุกํ สวนมนสิกาเรปิ นิโยเชติ. สาธุกํ สวนมนสิการายตฺตา หิ สาสนสมฺปตฺติ.
อญฺเญสุปิ เทวมนุสฺเสสุ ปริสปริยาปนฺเนสุ วิชฺชมาเนสุ กสฺมา ภิกฺขู เอว อามนฺเตสีติ? เชฏฺฐเสฏฺฐาสนฺนสทาสนฺนิหิตภาวโต. สพฺพปริสสาธารณา หิ ภควโต ธมฺมเทสนา, ปริสาย จ เชฏฺฐา ภิกฺขู ปฐมุปฺปนฺนตฺตา, เสฏฺฐา อนคาริยภาวํ อาทึ กตฺวา สตฺถุ จริยานุวิธายกตฺตา สกลสาสนปฏิคฺคาหกตฺตา จ, อาสนฺนา ตตฺถ นิสินฺเนสุ สมีปวุตฺติยา, สทาสนฺนิหิตา สตฺถุสนฺติกาวจรตฺตา. อปิจ เต ธมฺมเทสนาย ภาชนํ ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปตฺติสพฺภาวโต, วิเสสโต จ เอกจฺเจ ภิกฺขู สนฺธาย อยํ เทสนาติ เต เอว อาลปิ.
ปชหถาติ เอตฺถ ปหานํ นาม ตทงฺคปฺปหานํ, วิกฺขมฺภนปฺปหานํ, สมุจฺเฉทปฺปหานํ, ปฏิปฺปสฺสทฺธิปฺปหานํ, นิสฺสรณปฺปหานนฺติ ปญฺจวิธํ. ตตฺถ ยํ ทีปาโลเกเนว ตมสฺส ปฏิปกฺขภาวโต อโลภาทีหิ โลภาทิกสฺส, นามรูปปริจฺเฉทาทิวิปสฺสนาญาเณหิ ตสฺส ตสฺส อนตฺถสฺส ปหานํ. เสยฺยถิทํ – ปริจฺจาเคน โลภาทิมลสฺส, สีเลน ปาณาติปาตาทิทุสฺสีลฺยสฺส, สทฺธาทีหิ อสฺสทฺธิยาทิกสฺส, นามรูปววตฺถาเนน สกฺกายทิฏฺฐิยา, ปจฺจยปริคฺคเหน อเหตุวิสมเหตุทิฏฺฐีนํ, ตสฺเสว อปรภาเคน กงฺขาวิตรเณน กถํกถีภาวสฺส, กลาปสมฺมสเนน ‘‘อหํ มมา’’ติ คาหสฺส, มคฺคามคฺคววตฺถาเนน อมคฺเค มคฺคสญฺญาย, อุทยทสฺสเนน อุจฺเฉททิฏฺฐิยา, วยทสฺสเนน สสฺสตทิฏฺฐิยา, ภยทสฺสเนน สภเยสุ อภยสญฺญาย, อาทีนวทสฺสเนน อสฺสาทสญฺญาย, นิพฺพิทานุปสฺสเนน อภิรติสญฺญาย, มุจฺจิตุกมฺยตาญาเณน อมุจฺจิตุกมฺยตาย อุเปกฺขาญาเณน อนุเปกฺขาย, อนุโลเมน ธมฺมฏฺฐิติยา, นิพฺพาเนน ปฏิโลมภาวสฺส, โคตฺรภุนา สงฺขารนิมิตฺตคฺคาหสฺส ปหานํ, เอตํ ตทงฺคปฺปหานํ นาม.
ยํ ปน อุปจารปฺปนาเภเทน สมาธินา ปวตฺติภาวนิวารณโต ฆฏปฺปหาเรเนว อุทกปิฏฺเฐ เสวาลสฺส เตสํ เตสํ นีวรณาทิธมฺมานํ ปหานํ, เอตํ วิกฺขมฺภนปฺปหานํ นาม. ยํ จตุนฺนํ อริยมคฺคานํ ภาวิตตฺตา ตํตํมคฺควโต อตฺตโน สนฺตาเน ‘‘ทิฏฺฐิคตานํ ปหานายา’’ติอาทินา (ธ. ส. ๒๗๗; วิภ. ๖๒๘) นเยน วุตฺตสฺส สมุทยปกฺขิยสฺส กิเลสคณสฺส อจฺจนฺตํ อปฺปวตฺติภาเวน สมุจฺฉินฺทนํ, อิทํ สมุจฺเฉทปฺปหานํ นาม. ยํ ปน ผลกฺขเณ ปฏิปฺปสฺสทฺธตฺตํ กิเลสานํ, เอตํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิปฺปหานํ นาม. ยํ ปน สพฺพสงฺขตนิสฺสฏตฺตา ปหีนสพฺพสงฺขตํ นิพฺพานํ, เอตํ นิสฺสรณปฺปหานํ นาม. เอวํ ปญฺจวิเธ ปหาเน อนาคามิกภาวกรสฺส ปหานสฺส อธิปฺเปตตฺตา อิธ สมุจฺเฉทปฺปหานนฺติ เวทิตพฺพํ. ตสฺมา ปชหถาติ ปริจฺจชถ, สมุจฺฉินฺทถาติ อตฺโถ.
อหนฺติ ภควา อตฺตานํ นิทฺทิสติ. โวติ อยํ โวสทฺโท ปจฺจตฺตอุปโยคกรณสามิวจนปทปูรณสมฺปทาเนสุ ทิสฺสติ. ตถา หิ ‘‘กจฺจิ, ปน โว อนุรุทฺธา, สมคฺคา สมฺโมทมานา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๒๖) ปจฺจตฺเต อาคโต. ‘‘คจฺฉถ, ภิกฺขเว, ปณาเมมิ โว’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๑๕๗) อุปโยเค. ‘‘น โว มม สนฺติเก วตฺถพฺพ’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๑๕๗) กรเณ. ‘‘สพฺเพสํ โว, สาริปุตฺต, สุภาสิต’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๔๕) สามิวจเน. ‘‘เย หิ โว อริยา ปริสุทฺธกายกมฺมนฺตา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๕) ปทปูรเณ. ‘‘วนปตฺถปริยายํ โว, ภิกฺขเว, เทเสสฺสามี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๑๙๐) สมฺปทาเน. อิธาปิ สมฺปทาเน เอว ทฏฺฐพฺโพ.
ปาฏิโภโคติ ปฏิภู. โส หิ ธารณกํ ปฏิจฺจ ธนิกสฺส, ธนิกํ ปฏิจฺจ ธารณกสฺส ปฏินิธิภูโต ธนิกสนฺตกสฺส ตโต หรณาทิสงฺขาเตน ภุญฺชเนน โภโคติ ปฏิโภโค, ปฏิโภโค เอว ปาฏิโภโค. อนาคามิตายาติ อนาคามิภาวตฺถาย. ปฏิสนฺธิคฺคหณวเสน หิ กามภวสฺส อนาคมนโต อนาคามี. โย ยสฺส ธมฺมสฺส อธิคเมน อนาคามีติ วุจฺจติ, สผโล โส ตติยมคฺโค อนาคามิตา นาม. อิติ ภควา เวเนยฺยทมนกุสโล เวเนยฺยชฺฌาสยานุกูลํ ตติยมคฺคาธิคมํ ลหุนา อุปาเยน เอกธมฺมปูรณตามตฺเตน ถิรํ กตฺวา ทสฺเสสิ ยถา ตํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ. ภินฺนภูมิกาปิ หิ ปฏิฆสํโยชนาทโย ตติยมคฺควชฺฌา กิเลสา กามราคปฺปหานํ นาติวตฺตนฺตีติ.
กสฺมา ปเนตฺถ ภควา อตฺตานํ ปาฏิโภคภาเว ฐเปสิ? เตสํ ภิกฺขูนํ อนาคามิมคฺคาธิคมาย อุสฺสาหชนนตฺถํ. ปสฺสติ หิ ภควา ‘‘มยา ‘เอกธมฺมํ, ภิกฺขเว, ปชหถ, อหํ โว ปาฏิโภโค อนาคามิตายา’ติ วุตฺเต อิเม ภิกฺขู อทฺธา ตํ เอกธมฺมํ ปหาย สกฺกา ตติยภูมึ สมธิคนฺตุํ, ยโต ธมฺมสฺสามิ ปฐมมาห ‘อหํ ปาฏิโภโค’ติ อุสฺสาหชาตา ตทตฺถาย ปฏิปชฺชิตพฺพํ มญฺญิสฺสนฺตี’’ติ. ตสฺมา อุสฺสาหชนนตฺถํ อนาคามิตาย เตสํ ภิกฺขูนํ อตฺตานํ ปาฏิโภคภาเว ฐเปสิ.
กตมํ เอกธมฺมนฺติ เอตฺถ กตมนฺติ ปุจฺฉาวจนํ. ปุจฺฉา จ นาเมสา ปญฺจวิธา – อทิฏฺฐโชตนาปุจฺฉา, ทิฏฺฐสํสนฺทนาปุจฺฉา, วิมติจฺเฉทนาปุจฺฉา, อนุมติปุจฺฉา, กเถตุกมฺยตาปุจฺฉาติ. ตตฺถ ปกติยา ลกฺขณํ อญฺญาตํ โหติ อทิฏฺฐํ อตุลิตํ อตีริตํ อวิภูตํ อวิภาวิตํ, ตสฺส ญาณาย ทสฺสนาย ตุลนาย ตีรณาย วิภูตตฺถาย วิภาวนตฺถาย ปญฺหํ ปุจฺฉติ, อยํ อทิฏฺฐโชตนาปุจฺฉา. ปกติยา ลกฺขณํ ญาตํ โหติ ทิฏฺฐํ ตุลิตํ ตีริตํ วิภูตํ วิภาวิตํ. โส อญฺเญหิ ปณฺฑิเตหิ สทฺธึ สํสนฺทนตฺถาย ปญฺหํ ปุจฺฉติ, อยํ ทิฏฺฐสํสนฺทนาปุจฺฉา. ปกติยา สํสยปกฺขนฺโท โหติ วิมติปกฺขนฺโท เทฺวฬฺหกชาโต – ‘‘เอวํ นุ โข, น นุ โข, กึ นุ โข, กถํ นุ โข’’ติ, โส วิมติจฺเฉทนตฺถาย ปญฺหํ ปุจฺฉติ, อยํ วิมติจฺเฉทนาปุจฺฉา. ภควา หิ อนุมติคฺคหณตฺถํ ปญฺหํ ปุจฺฉติ – ‘‘ตํ กึ มญฺญถ, ภิกฺขเว, รูปํ นิจฺจํ วา อนิจฺจํ วา’’ติอาทินา (สํ. นิ. ๓.๕๙; มหาว. ๒๑), อยํ อนุมติปุจฺฉา. ภควา ภิกฺขูนํ กเถตุกมฺยตาย ปญฺหํ ปุจฺฉติ – ‘‘จตฺตาโรเม, ภิกฺขเว, อาหารา ภูตานํ วา สตฺตานํ ฐิติยา สมฺภเวสีนํ วา อนุคฺคหาย. กตเม จตฺตาโร’’ติ (สํ. นิ. ๒.๑๑) อยํ กเถตุกมฺยตาปุจฺฉา.
ตตฺถ ปุริมา ติสฺโส ปุจฺฉา พุทฺธานํ นตฺถิ. กสฺมา? ตีสุ หิ อทฺธาสุ กิญฺจิ สงฺขตํ อทฺธาวิมุตฺตํ วา อสงฺขตํ สมฺมาสมฺพุทฺธานํ อทิฏฺฐํ อตุลิตํ อตีริตํ อวิภูตํ อวิภาวิตํ นาม นตฺถิ. เตน เนสํ อทิฏฺฐโชตนาปุจฺฉา นตฺถิ. ยํ ปน เตหิ อตฺตโน ญาเณน ปฏิวิทฺธํ, ตสฺส อญฺเญน สมเณน วา พฺราหฺมเณน วา เทเวน วา มาเรน วา พฺรหฺมุนา วา สทฺธึ สํสนฺทนกิจฺจํ นตฺถิ, เตน เนสํ ทิฏฺฐสํสนฺทนาปุจฺฉาปิ นตฺถิ. ยสฺมา ปน พุทฺธา ภควนฺโต อกถํกถี ติณฺณวิจิกิจฺฉา สพฺพธมฺเมสุ วิคตสํสยา, เตน เนสํ วิมติจฺเฉทนาปุจฺฉาปิ นตฺถิ. อิตรา ปน เทฺว ปุจฺฉา อตฺถิ, ตาสุ อยํ กเถตุกมฺยตาปุจฺฉาติ เวทิตพฺพา.
อิทานิ ตาย ปุจฺฉาย ปุฏฺฐมตฺถํ สรูปโต ทสฺเสนฺโต ‘‘โลภํ, ภิกฺขเว, เอกธมฺม’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ ลุพฺภนฺติ เตน, สยํ วา ลุพฺภติ, ลุพฺภนมตฺตเมว วา ตนฺติ โลโภ. สฺวายํ อารมฺมณคฺคหณลกฺขโณ มกฺกฏาเลโป วิย, อภิสงฺครโส ตตฺตกปาเล ปกฺขิตฺตมํสเปสิ วิย, อปริจฺจาคปจฺจุปฏฺฐาโน เตลญฺชนราโค วิย, สํโยชนิเยสุ ธมฺเมสุ อสฺสาททสฺสนปทฏฺฐาโน, ตณฺหานทิภาเวน วฑฺฒมาโน ยตฺถ สมุปฺปนฺโน, สีฆโสตา นที วิย มหาสมุทฺทํ อปายเมว ตํ สตฺตํ คเหตฺวา คจฺฉตีติ ทฏฺฐพฺโพ. กิญฺจาปิ อยํ โลภสทฺโท สพฺพโลภสามญฺญวจโน, อิธ ปน กามราควจโนติ เวทิตพฺโพ. โส หิ อนาคามิมคฺควชฺโฌ.
ปุน ภิกฺขเวติ อาลปนํ ธมฺมสฺส ปฏิคฺคาหกภาเวน อภิมุขีภูตานํ ตตฺถ อาทรชนนตฺถํ. ปชหถาติ อิมินา ปหานาภิสมโย วิหิโต, โส จ ปริญฺญาสจฺฉิกิริยาภาวนาภิสมเยหิ สทฺธึ เอว ปวตฺตติ, น วิสุนฺติ จตุสจฺจาธิฏฺฐานานิ จตฺตาริปิ สมฺมาทิฏฺฐิยา กิจฺจานิ วิหิตาเนว โหนฺติ. ยถา จ ‘‘โลภํ ปชหถา’’ติ วุตฺเต ปหาเนกฏฺฐภาวโต โทสาทีนมฺปิ ปหานํ อตฺถโต วุตฺตเมว โหติ, เอวํ สมุทยสจฺจวิสเย สมฺมาทิฏฺฐิกิจฺเจ ปหานาภิสมเย วุตฺเต ตสฺสา สหการีการณภูตานํ สมฺมาสงฺกปฺปาทีนํ เสสมคฺคงฺคานมฺปิ สมุทยสจฺจวิสยกิจฺจํ อตฺถโต วุตฺตเมว โหตีติ ปริปุณฺโณ อริยมคฺคพฺยาปาโร อิธ กถิโตติ ทฏฺฐพฺโพ. อิมินา นเยน สติปฏฺฐานาทีนมฺปิ โพธิปกฺขิยธมฺมานํ พฺยาปารสฺส อิธ วุตฺตภาโว ยถารหํ วิตฺถาเรตพฺโพ.
อปิเจตฺถ โลภํ ปชหถาติ เอเตน ปหานปริญฺญา วุตฺตา. สา จ ตีรณปริญฺญาธิฏฺฐานา, ตีรณปริญฺญา จ ญาตปริญฺญาธิฏฺฐานาติ อวินาภาเวน ติสฺโสปิ ปริญฺญา โพธิตา โหนฺติ. เอวเมตฺถ สห ผเลน จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานํ ปริปุณฺณํ กตฺวา ปกาสิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อถ วา โลภํ ปชหถาติ สห ผเลน ญาณทสฺสนวิสุทฺธิ เทสิตา. สา จ ปฏิปทาญาณทสฺสนวิสุทฺธิสนฺนิสฺสยา…เป… จิตฺตวิสุทฺธิสีลวิสุทฺธิสนฺนิสฺสยา จาติ นานนฺตริกภาเวน สห ผเลน สพฺพาปิ สตฺต วิสุทฺธิโย วิภาวิตาติ เวทิตพฺพํ.
เอวเมตาย วิสุทฺธิกฺกมภาวนาย ปริญฺญาตฺตยสมฺปาทเนน โลภํ ปชหิตุกาเมน –
‘‘อนตฺถชนโน โลโภ, โลโภ จิตฺตปฺปโกปโน;
ภยมนฺตรโต ชาตํ, ตํ ชโน นาวพุชฺฌติ.
‘‘ลุทฺโธ อตฺถํ น ชานาติ, ลุทฺโธ ธมฺมํ น ปสฺสติ;
อนฺธตมํ ตทา โหติ, ยํ โลโภ สหเต นรํ’’. (อิติวุ. ๘๘);
รตฺโต โข, อาวุโส, ราเคน อภิภูโต ปริยาทินฺนจิตฺโต ปาณมฺปิ หนติ, อทินฺนมฺปิ อาทิยติ, สนฺธิมฺปิ ฉินฺทติ, นิลฺโลปมฺปิ หรติ, เอกาคาริกมฺปิ กโรติ, ปริปนฺเถปิ ติฏฺฐติ, ปรทารมฺปิ คจฺฉติ, มุสาปิ ภณติ. ตทปิ เตสํ ภวตํ สมณพฺราหฺมณานํ อชานตํ อปสฺสตํ อเวทยตํ ตณฺหานุคตานํ ปริตสฺสิตํ วิปฺผนฺทิตเมว (อ. นิ. ๓.๕๔).
‘‘ตณฺหาทุติโย ปุริโส, ทีฆมทฺธาน สํสรํ;
อิตฺถภาวญฺญถาภาวํ, สํสารํ นาติวตฺตติ’’. (อิติวุ. ๑๕, ๑๐๕);
‘‘นตฺถิ ราคสโม อคฺคิ, นตฺถิ โทสสโม กลิ’’. (ธ. ป. ๒๐๒, ๒๕๑);
‘‘กามราเคน ฑยฺหามิ, จิตฺตํ เม ปริฑยฺหติ’’. (สํ. นิ. ๑.๒๑๒);
‘‘เย ราครตฺตานุปตนฺติ โสตํ, สยํกตํ มกฺกฏโกว ชาล’’นฺติ. (ธ. ป. ๓๔๗) จ –
เอวมาทิสุตฺตปทานุสาเรน นานานเยหิ โลภสฺส อาทีนวํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ตสฺส ปหานาย ปฏิปชฺชิตพฺพํ.
อปิจ ฉ ธมฺมา กามราคสฺส ปหานาย สํวตฺตนฺติ, อสุภนิมิตฺตสฺส อุคฺคโห, อสุภภาวนานุโยโค, อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวารตา, โภชเน มตฺตญฺญุตา, กลฺยาณมิตฺตตา, สปฺปายกถาติ. ทสวิธญฺหิ อสุภนิมิตฺตํ อุคฺคณฺหนฺตสฺสาปิ กามราโค ปหียติ, กายคตาสติภาวนาวเสน สวิญฺญาณเก อุทฺธุมาตกาทิวเสน อวิญฺญาณเก อสุเภ อสุภภาวนานุโยคมนุยุตฺตสฺสาปิ, มนจฺฉฏฺเฐสุ อินฺทฺริเยสุ สํวรณวเสน สติกวาเฏน ปิหิตทฺวารสฺสาปิ, จตุนฺนํ ปญฺจนฺนํ วา อาโลปานํ โอกาเส สติ อุทกํ ปิวิตฺวา ยาปนสีลตาย โภชเน มตฺตญฺญุโนปิ. เตเนวาห –
‘‘จตฺตาโร ปญฺจ อาโลเป, อภุตฺวา อุทกํ ปิเว;
อลํ ผาสุวิหาราย, ปหิตตฺตสฺส ภิกฺขุโน’’ติ. (เถรคา. ๙๘๓);
อสุภกมฺมฏฺฐานภาวนารเต กลฺยาณมิตฺเต เสวนฺตสฺสาปิ, ฐานนิสชฺชาทีสุ ทสอสุภนิสฺสิตสปฺปายกถายปิ ปหียติ. เตเนวาห –
‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, อสุภนิมิตฺตํ, ตตฺถ โยนิโสมนสิการพหุลีกาโร, อยมาหาโร อนุปฺปนฺนสฺส วา กามจฺฉนฺทสฺส อนุปฺปาทาย อุปฺปนฺนสฺส วา กามจฺฉนฺทสฺส ปหานายา’’ติ.
เอวํ ปุพฺพภาเค กามราคสงฺขาตสฺส โลภสฺส ปหานาย ปฏิปนฺโน วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา ตติยมคฺเคน ตํ อนวเสสโต สมุจฺฉินฺทติ. เตน วุตฺตํ ‘‘โลภํ, ภิกฺขเว, เอกธมฺมํ ปชหถ, อหํ โว ปาฏิโภโค อนาคามิตายา’’ติ.
เอตฺถาห ‘‘โก ปเนตฺถ โลโภ ปหียติ, กึ อตีโต, อถ อนาคโต, อุทาหุ ปจฺจุปฺปนฺโน’’ติ? กิญฺเจตฺถ – น ตาว อตีโต โลโภ ปหีเยยฺย, น อนาคโต วา เตสํ อภาวโต. น หิ นิรุทฺธํ อนุปฺปนฺนํ วา อตฺถีติ วุจฺจติ, วายาโม จ อผโล อาปชฺชติ. อถ ปจฺจุปฺปนฺโน, เอวมฺปิ อผโล วายาโม ตสฺส สรสภงฺคตฺตา, สํกิลิฏฺฐา จ มคฺคภาวนา อาปชฺชติ, จิตฺตวิปฺปยุตฺโต วา โลโภ สิยา, น จายํ นโย อิจฺฉิโตติ. วุจฺจเต – น วุตฺตนเยน อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺโน โลโภ ปหียติ. เสยฺยถาปิ อิธ ตรุณรุกฺโข อสญฺชาตผโล, ตํ ปุริโส กุฐาริยา มูเล ฉินฺเทยฺย, ตสฺส รุกฺขสฺส เฉเท อสติ ยานิ ผลานิ นิพฺพตฺเตยฺยุํ, ตานิ รุกฺขสฺส ฉินฺนตฺตา อชาตานิ เอว น ชาเยยฺยุํ, เอวเมว อริยมคฺคาธิคเม อสติ อุปฺปชฺชนารโห โลโภ อริยมคฺคาธิคเมน ปจฺจยฆาตสฺส กตตฺตา น อุปฺปชฺชติ. อยญฺหิ อฏฺฐกถาสุ ‘‘ภูมิลทฺธุปฺปนฺโน’’ติ วุจฺจติ. วิปสฺสนาย หิ อารมฺมณภูตา ปญฺจกฺขนฺธา ตสฺส อุปฺปชฺชนฏฺฐานตาย ภูมิ นาม. สา ภูมิ เตน ลทฺธาติ กตฺวา ภูมิลทฺธุปฺปนฺโน. อารมฺมณาธิคฺคหิตุปฺปนฺโน อวิกฺขมฺภิตุปฺปนฺโน อสมูหตุปฺปนฺโนติ จ อยเมว วุจฺจติ.
ตตฺถาติ ตสฺมึ สุตฺเต. เอตนฺติ เอตํ อตฺถชาตํ. อิทานิ คาถาพนฺธวเสน วุจฺจมานํ. อิติ วุจฺจตีติ เกน ปน วุจฺจติ? ภควตา ว. อญฺเญสุ หิ ตาทิเสสุ ฐาเนสุ สงฺคีติกาเรหิ อุปนิพนฺธคาถา โหนฺติ, อิธ ปน ภควตา ว คาถารุจิกานํ ปุคฺคลานํ อชฺฌาสยวเสน วุตฺตเมวตฺถํ สงฺคเหตฺวา คาถา ภาสิตา.
ตตฺถ เยน โลเภน ลุทฺธาเส, สตฺตา คจฺฉนฺติ ทุคฺคตินฺติ เยน อารมฺมณคฺคหณลกฺขเณน ตโต เอว อภิสงฺครเสน โลเภน ลุทฺธา อชฺฌตฺติกพาหิเรสุ อายตเนสุ คิทฺธา คธิตา. เสติ หิ นิปาตมตฺตํ. อกฺขรจินฺตกา ปน อีทิเสสุ ฐาเนสุ เส-การาคมํ อิจฺฉนฺติ. ตถา ลุทฺธตฺตา เอว กายสุจริตาทีสุ กิญฺจิ สุจริตํ อกตฺวา กายทุจฺจริตาทีนิ จ อุปจินิตฺวา รูปาทีสุ สตฺตวิสตฺตตาย สตฺตาติ ลทฺธนามา ปาณิโน ทุกฺขสฺส นิพฺพตฺติฏฺฐานตาย ทุคฺคตีติ สงฺขํ คตํ นิรยํ ติรจฺฉานโยนึ เปตฺติวิสยญฺจ ปฏิสนฺธิคฺคหณวเสน คจฺฉนฺติ อุปปชฺชนฺติ.
ตํ โลภํ สมฺมทญฺญาย, ปชหนฺติ วิปสฺสิโนติ ตํ ยถาวุตฺตํ โลภํ สภาวโต สมุทยโต อตฺถงฺคมโต อสฺสาทโต อาทีนวโต นิสฺสรณโตติ อิเมหิ อากาเรหิ สมฺมา อวิปรีตํ เหตุนา ญาเยน อญฺญาย ญาตตีรณปริญฺญาสงฺขาตาย ปญฺญาย ชานิตฺวา รูปาทิเก ปญฺจุปาทานกฺขนฺเธ อนิจฺจาทีหิ วิวิเธหิ อากาเรหิ ปสฺสนโต วิปสฺสิโน อวสิฏฺฐกิเลเส วิปสฺสนาปญฺญาปุพฺพงฺคมาย มคฺคปญฺญาย สมุจฺเฉทปฺปหานวเสน ปชหนฺติ, น ปุน อตฺตโน สนฺตาเน อุปฺปชฺชิตุํ เทนฺติ. ปหาย น ปุนายนฺติ, อิมํ โลกํ กุทาจนนฺติ เอวํ สหเชกฏฺฐปหาเนกฏฺเฐหิ อวสิฏฺฐกิเลเสหิ สทฺธึ ตํ โลภํ อนาคามิมคฺเคน ปชหิตฺวา ปุน ปจฺฉา อิมํ กามธาตุสงฺขาตํ โลกํ ปฏิสนฺธิคฺคหณวเสน กทาจิปิ น อาคจฺฉนฺติ โอรมฺภาคิยานํ สํโยชนานํ สุปฺปหีนตฺตา. อิติ ภควา อนาคามิผเลน เทสนํ นิฏฺฐาเปสิ.
อยมฺปิ อตฺโถติ นิทานาวสานโต ปภุติ ยาว คาถาปริโยสานา อิมินา สุตฺเตน ปกาสิโต อตฺโถ. อปิ-สทฺโท อิทานิ วกฺขมานสุตฺตตฺถสมฺปิณฺฑโน. เสสํ วุตฺตนยเมว. อิมสฺมึ สุตฺเต สมุทยสจฺจํ สรูเปเนว อาคตํ, ปหานาปเทเสน มคฺคสจฺจํ. อิตรํ สจฺจทฺวยญฺจ ตทุภยเหตุตาย นิทฺธาเรตพฺพํ. คาถาย ปน ทุกฺขสมุทยมคฺคสจฺจานิ ยถารุตวเสเนว ญายนฺติ, อิตรํ นิทฺธาเรตพฺพํ. เอเสว นโย อิโต ปเรสุปิ สุตฺเตสุ.
ปรมตฺถทีปนิยา ขุทฺทกนิกาย-อฏฺฐกถาย
อิติวุตฺตกวณฺณนาย ปฐมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. โทสสุตฺตวณฺณนา
๒. วุตฺตเญฺหตํ …เป… โทสนฺติ ทุติยสุตฺตํ. ตตฺรายํ อปุพฺพปทวณฺณนา. ยถา เอตฺถ, เอวํ อิโต ปเรสุปิ สพฺพตฺถ อปุพฺพปทวณฺณนํเยว กริสฺสาม. ยสฺมา อิทํ สุตฺตํ โทสพหุลานํ ปุคฺคลานํ อชฺฌาสยํ โอโลเกตฺวา โทสวูปสมนตฺถํ เทสิตํ, ตสฺมา ‘‘โทสํ, ภิกฺขเว, เอกธมฺมํ ปชหถา’’ติ อาคตํ. ตตฺถ โทสนฺติ ‘‘อนตฺถํ เม อจรีติ อาฆาโต ชายตี’’ติอาทินา (วิภ. ๙๖๐) นเยน สุตฺเต วุตฺตานํ นวนฺนํ, ‘‘อตฺถํ เม นาจรี’’ติอาทีนญฺจ ตปฺปฏิปกฺขโต สิทฺธานํ นวนฺนเมวาติ อฏฺฐารสนฺนํ ขาณุกณฺฏกาทินา อฏฺฐาเนน สทฺธึ เอกูนวีสติยา อญฺญตราฆาตวตฺถุสมฺภวํ อาฆาตํ. โส หิ ทุสฺสนฺติ เตน, สยํ วา ทุสฺสติ, ทุสฺสนมตฺตเมว วา ตนฺติ โทโสติ วุจฺจติ. โส จณฺฑิกฺกลกฺขโณ ปหฏาสีวิโส วิย, วิสปฺปนรโส วิสนิปาโต วิย, อตฺตโน นิสฺสยทหนรโส วา ทาวคฺคิ วิย, ทุสฺสนปจฺจุปฏฺฐาโน ลทฺโธกาโส วิย สปตฺโต, ยถาวุตฺตอาฆาตวตฺถุปทฏฺฐาโน วิสสํสฏฺฐปูติมุตฺตํ วิย ทฏฺฐพฺโพ. ปชหถาติ สมุจฺฉินฺทถ. ตตฺถ เย อิเม –
‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อาฆาตปฏิวินยา, ยตฺถ ภิกฺขุโน อุปฺปนฺโน อาฆาโต สพฺพโส ปฏิวิเนตพฺโพ. กตเม ปญฺจ? ยสฺมึ, ภิกฺขเว, ปุคฺคเล อาฆาโต ชาเยถ, เมตฺตา ตสฺมึ ปุคฺคเล ภาเวตพฺพา…เป… กรุณา…เป… อุเปกฺขา, อสติอมนสิกาโร ตสฺมึ ปุคฺคเล อาปชฺชิตพฺโพ, เอวํ ตสฺมึ ปุคฺคเล อาฆาโต ปฏิวิเนตพฺโพ. ยสฺมึ, ภิกฺขเว, ปุคฺคเล อาฆาโต ชาเยถ, กมฺมสฺสกตา ตสฺมึ ปุคฺคเล อธิฏฺฐาตพฺพา ‘กมฺมสฺสโก อยมายสฺมา กมฺมทายาโท…เป… ภวิสฺสตี’’ติ (อ. นิ. ๕.๑๖๑) –
เอวํ ปญฺจ อาฆาตปฺปฏิวินยา วุตฺตาเยว.
‘‘ปญฺจิเม, อาวุโส, อาฆาตปฏิวินยา, ยตฺถ ภิกฺขุโน อุปฺปนฺโน อาฆาโต สพฺพโส ปฏิวิเนตพฺโพ. กตเม ปญฺจ? อิธาวุโส, เอกจฺโจ ปุคฺคโล อปริสุทฺธกายสมาจาโร โหติ ปริสุทฺธวจีสมาจาโร; เอวรูเปปิ, อาวุโส, ปุคฺคเล อาฆาโต ปฏิวิเนตพฺโพ’’ติ (อ. นิ. ๕.๑๖๒) –
เอวมาทินาปิ นเยน ปญฺจ อาฆาตปฏิวินยา วุตฺตา, เตสุ เยน เกนจิ อาฆาตปฏิวินยวิธินา ปจฺจเวกฺขิตฺวา. อปิจ โย –
‘‘อุภโตทณฺฑเกน เจปิ, ภิกฺขเว, กกเจน โจรา โอจรกา องฺคมงฺคานิ โอกนฺเตยฺยุํ, ตตฺราปิ โย มโน ปทูเสยฺย, น เม โส เตน สาสนกโร’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๓๒) สตฺถุ โอวาโท.
‘‘ตสฺเสว เตน ปาปิโย, โย กุทฺธํ ปฏิกุชฺฌติ;
กุทฺธํ อปฺปฏิกุชฺฌนฺโต, สงฺคามํ เชติ ทุชฺชยํ.
‘‘อุภินฺนมตฺถํ จรติ, อตฺตโน จ ปรสฺส จ;
ปรํ สงฺกุปิตํ ญตฺวา, โย สโต อุปสมฺมติ. (สํ. นิ. ๑.๑๘๘);
‘‘สตฺติเม, ภิกฺขเว, ธมฺมา สปตฺตกนฺตา สปตฺตกรณา โกธนํ อาคจฺฉนฺติ อิตฺถึ วา ปุริสํ วา. กตเม สตฺต? อิธ, ภิกฺขเว, สปตฺโต สปตฺตสฺส เอวํ อิจฺฉติ, ‘อโห วตายํ ทุพฺพณฺโณ อสฺสา’ติ. ตํ กิสฺส เหตุ? น, ภิกฺขเว, สปตฺโต สปตฺตสฺส วณฺณวตาย นนฺทติ. โกธโนยํ, ภิกฺขเว, ปุริสปุคฺคโล โกธาภิภูโต โกธปเรโต กิญฺจาปิ โส โหติ สุนฺหาโต สุวิลิตฺโต กปฺปิตเกสมสฺสุ โอทาตวตฺถวสโน, อถ โข โส ทุพฺพณฺโณว โหติ โกธาภิภูโต. อยํ, ภิกฺขเว, ปฐโม ธมฺโม สปตฺตกนฺโต สปตฺตกรโณ โกธนํ อาคจฺฉติ อิตฺถึ วา ปุริสํ วา.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, สปตฺโต สปตฺตสฺส เอวํ อิจฺฉติ ‘อโห วตายํ ทุกฺขํ สเยยฺยา’ติ…เป… น ปจุรตฺโถ อสฺสาติ…เป… น โภควา อสฺสาติ…เป… น ยสวา อสฺสาติ…เป… น มิตฺตวา อสฺสาติ…เป… กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺเชยฺยาติ. ตํ กิสฺส เหตุ? น, ภิกฺขเว, สปตฺโต สปตฺตสฺส สุคติคมเน นนฺทติ. โกธโนยํ, ภิกฺขเว, ปุริสปุคฺคโล โกธาภิภูโต โกธปเรโต กาเยน ทุจฺจริตํ จรติ, วาจาย ทุจฺจริตํ จรติ, มนสา ทุจฺจริตํ จรติ. โส กาเยน ทุจฺจริตํ จริตฺวา วาจาย ทุจฺจริตํ จริตฺวา มนสา ทุจฺจริตํ จริตฺวา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา…เป… นิรยํ อุปปชฺชติ โกธาภิภูโต’’ติ (อ. นิ. ๗.๖๔).
‘‘กุทฺโธ อตฺถํ น ชานาติ, กุทฺโธ ธมฺมํ น ปสฺสติ…เป…. (อ. นิ. ๗.๖๔);
‘‘โกธํ ชเห วิปฺปชเหยฺย มานํ, สํโยชนํ สพฺพมติกฺกเมยฺย. (ธ. ป. ๒๒๑);
‘‘อนตฺถชนโน โกโธ, โกโธ จิตฺตปฺปโกปโน…เป…. (อ. นิ. ๗.๖๔);
‘‘โกธํ เฉตฺวา สุขํ เสติ, โกธํ เฉตฺวา น โสจติ;
โกธสฺส วิสมูลสฺส, มธุรคฺคสฺส พฺราหฺมณา’’ติ. (สํ. นิ. ๑.๑๘๗);
‘‘เอกาปราธํ ขม ภูริปญฺญ,
น ปณฺฑิตา โกธพลา ภวนฺตี’’ติ. –
เอวมาทินา นเยน โทเส อาทีนเว วุตฺตปฺปฏิปกฺขโต โทสปฺปหาเน อานิสํเส จ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปุพฺพภาเค โทสํ ตทงฺคปฺปหานาทิวเสน ปชหิตฺวา วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา ตติยมคฺเคน สพฺพโส โทสํ สมุจฺฉินฺทถ, ปชหถาติ เตสํ ภิกฺขูนํ ตตฺถ นิโยชนํ. เตน วุตฺตํ ‘‘โทสํ, ภิกฺขเว, เอกธมฺมํ ปชหถา’’ติ. ทุฏฺฐาเสติ อาฆาเตน ทูสิตจิตฺตตาย ปทุฏฺฐา. เสสเมตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ ปฐมสุตฺตวณฺณนายํ วุตฺตนยเมว.
ทุติยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. โมหสุตฺตวณฺณนา
๓. ตติเย โมหนฺติ อญฺญาณํ. ตญฺหิ ทุกฺเข อญฺญาณํ, ทุกฺขสมุทเย อญฺญาณํ, ทุกฺขนิโรเธ อญฺญาณํ, ทุกฺขนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย อญฺญาณนฺติอาทินา นเยน วิภาเคน อเนกปฺปเภทมฺปิ มุยฺหนฺติ. เตน สยํ วา มุยฺหติ มุยฺหนมตฺตเมว วา ตนฺติ โมโหติ วุจฺจติ. โส จิตฺตสฺส อนฺธภาวลกฺขโณ, อญฺญาณลกฺขโณ วา, อสมฺปฏิเวธรโส, อารมฺมณสภาวจฺฉาทนรโส วา, อสมฺมาปฺปฏิปตฺติปจฺจุปฏฺฐาโน, อนฺธการปจฺจุปฏฺฐาโน วา, อโยนิโสมนสิการปทฏฺฐาโน, สพฺพากุสลานํ มูลนฺติ ทฏฺฐพฺโพ. อิธาปิ ปชหถาติ ปทสฺส –
‘‘มูโฬฺห อตฺถํ น ชานาติ, มูโฬฺห ธมฺมํ น ปสฺสติ;
อนฺธตมํ ตทา โหติ, ยํ โมโห สหเต นรํ’’. (อิติวุ. ๘๘);
‘‘อนตฺถชนโน โมโห…เป…. (อิติวุ. ๘๘);
‘‘อวิชฺชา, ภิกฺขเว, ปุพฺพงฺคมา อกุสลานํ ธมฺมานํ สมาปตฺติยา’’ (อิติวุ. ๔๐);
‘‘โมหสมฺพนฺธโน โลโก, ภพฺพรูโปว ทิสฺสติ’’; (อุทา. ๗๐);
‘‘โมโห นิทานํ กมฺมานํ สมุทยาย’’ (อ. นิ. ๓.๓๔);
‘‘มูโฬฺห โข, พฺราหฺมณ, โมเหน อภิภูโต ปริยาทินฺนจิตฺโต ทิฏฺฐธมฺมิกมฺปิ ภยํ เวรํ ปสวติ, สมฺปรายิกมฺปิ ภยํ เวรํ ปสวตี’’ติ จ –
อาทินา นเยน ‘‘โย โกจิ ธมฺโม กามจฺฉนฺทาทิสํกิเลสธมฺเมหิ นิพฺพตฺเตตพฺโพ, อตฺถโต สพฺโพ โส โมหเหตุโก’’ติ จ โมเห อาทีนวํ ตปฺปฏิปกฺขโต โมหปฺปหาเน อานิสํสญฺจ ปจฺจเวกฺขิตฺวา กามจฺฉนฺทาทิปฺปหานกฺกเมเนว ปุพฺพภาเค ตทงฺคาทิวเสน โมหํ ปชหนฺตา ตติยมคฺเคน ยถาวุตฺตโลภโทเสกฏฺฐํ โมหํ สมุจฺเฉทวเสน ปชหถาติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อนาคามิมคฺควชฺโฌ เอว หิ โมโห อิธาธิปฺเปโตติ. มูฬฺหาเสติ กุสลากุสลสาวชฺชานวชฺชาทิเภเท อตฺตโน หิตาหิเต สมฺมูฬฺหา. เสสํ วุตฺตนยเมว.
ตติยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. โกธสุตฺตวณฺณนา
๔. จตุตฺเถ โกธนฺติ โทสํ. โทโส เอว หิ โกธปริยาเยน พุชฺฌนกานํ ปุคฺคลานํ อชฺฌาสยวเสน เอวํ วุตฺโต. ตสฺมา ทุติยสุตฺเต วุตฺตนเยเนเวตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อปิจ กุชฺฌนลกฺขโณ โกโธ, อาฆาตกรณรโส, จิตฺตสฺส พฺยาปตฺติภาวปจฺจุปฏฺฐาโน, เจตโส ปูติภาโวติ ทฏฺฐพฺโพติ อยมฺปิ วิเสโส เวทิตพฺโพ.
จตุตฺถสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. มกฺขสุตฺตวณฺณนา
๕. ปญฺจเม มกฺขนฺติ ปรคุณมกฺขนํ. ยทิปิ หิ โส คูถํ คเหตฺวา ปรํ ปหรนฺโต วิย อตฺตโน กรํ ปฐมตรํ มกฺขติเยว, ตถาปิ ปเรสํ คุณมกฺขนาธิปฺปาเยน ปวตฺเตตพฺพตฺตา ‘‘ปรคุณมกฺขโน’’ติ วุจฺจติ. ตถา หิ โส อุทกปุญฺฉนมิว นฺหาตสฺส สรีรคตํ อุทกํ ปเรสํ คุเณ มกฺเขติ ปุญฺฉติ วินาเสติ, ปเรหิ วา กตานํ มหนฺตานมฺปิ การานํ เขปนโต ธํสนโต มกฺโขติ วุจฺจติ. โส ปรคุณมกฺขนลกฺขโณ, เตสํ วินาสนรโส, ตทวจฺฉาทนปจฺจุปฏฺฐาโน. อตฺถโต ปน ปเรสํ คุณมกฺขนากาเรน ปวตฺโต โทมนสฺสสหคตจิตฺตุปฺปาโทติ ทฏฺฐพฺพํ. ปชหถาติ ตตฺถ วุตฺตปฺปเภทํ โทสํ, โทเส จ วุตฺตนยํ อาทีนวํ, ปหาเน จสฺส อานิสํสํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปุพฺพภาเค ตทงฺคาทิวเสน ปชหนฺตา วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา ตติยมคฺเคน อนวเสสํ สมุจฺฉินฺทถาติ อตฺโถ. มกฺขาเสติ มกฺขิตา มกฺขิตปรคุณา, ปเรสํ คุณานํ มกฺขิตาโร, ตโต เอว อตฺตโนปิ ธํสิตคุณาติ อตฺโถ. เสสํ วุตฺตนยเมว.
ปญฺจมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. มานสุตฺตวณฺณนา
๖. ฉฏฺเฐ มานนฺติ ชาติอาทิวตฺถุกํ เจตโส อุนฺนมนํ. โส หิ ‘‘เสยฺโยหมสฺมี’’ติอาทินา นเยน มญฺญนฺติ เตน, สยํ วา มญฺญติ, มานนํ สมฺปคฺคโหติ วา มาโนติ วุจฺจติ. สฺวายํ เสยฺโยหมสฺมีติ มาโน, สทิโสหมสฺมีติ มาโน, หีโนหมสฺมีติ มาโนติ เอวํ ติวิโธ. ปุน เสยฺยสฺส เสยฺโยหมสฺมีติ มาโน, เสยฺยสฺส สทิโส, เสยฺยสฺส หีโน; สทิสสฺส เสยฺโย, สทิสสฺส สทิโส, สทิสสฺส หีโน; หีนสฺส เสยฺโย, หีนสฺส สทิโส, หีนสฺส หีโนหมสฺมีติ มาโนติ เอวํ นววิโธปิ อุนฺนติลกฺขโณ, อหํการรโส, สมฺปคฺคหรโส วา, อุทฺธุมาตภาวปจฺจุปฏฺฐาโน, เกตุกมฺยตาปจฺจุปฏฺฐาโน วา, ทิฏฺฐิวิปฺปยุตฺตโลภปทฏฺฐาโน อุมฺมาโท วิยาติ ทฏฺฐพฺโพ. ปชหถาติ ตสฺส สพฺพสฺสปิ อตฺตุกฺกํสนปรวมฺภนนิมิตฺตตา, ครุฏฺฐานิเยสุ อภิวาทนปจฺจุปฏฺฐานอญฺชลิกมฺมสามีจิกมฺมาทีนํ อกรเณ การณตา, ชาติมทปุริสมทาทิภาเวน ปมาทาปตฺติเหตุภาโวติ เอวมาทิเภทํ อาทีนวํ ตปฺปฏิปกฺขโต นิรติมานตาย อานิสํสญฺจ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ราชสภํ อนุปฺปตฺโต จณฺฑาโล วิย สพฺรหฺมจารีสุ นีจจิตฺตตํ ปจฺจุปฏฺฐเปตฺวา ปุพฺพภาเค ตทงฺคาทิวเสน ตํ ปชหนฺตา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อนาคามิมคฺเคน สมุจฺฉินฺทถาติ อตฺโถ. อนาคามิมคฺควชฺโฌ เอว หิ มาโน อิธาธิปฺเปโต. มตฺตาเสติ ชาติมทปุริสมทาทิวเสน มาเนน ปมาทาปตฺติเหตุภูเตน มตฺตา อตฺตานํ ปคฺคเหตฺวา จรนฺตา. เสสํ วุตฺตนยเมว.
อิเมสุ ปน ปฏิปาฏิยา ฉสุ สุตฺเตสุ คาถาสุ วา อนาคามิผลํ ปาเปตฺวา เทสนา นิฏฺฐาปิตา. ตตฺถ เย อิเม อวิหา อตปฺปา สุทสฺสา สุทสฺสี อกนิฏฺฐาติ อุปปตฺติภววเสน ปญฺจ อนาคามิโน, เตสุ อวิเหสุ อุปปนฺนา อวิหา นาม. เต อนฺตราปรินิพฺพายี, อุปหจฺจปรินิพฺพายี, อสงฺขารปรินิพฺพายี, สสงฺขารปรินิพฺพายี, อุทฺธํโสโต อกนิฏฺฐคามีติ ปญฺจวิธา, ตถา อตปฺปา, สุทสฺสา, สุทสฺสิโน. อกนิฏฺเฐสุ ปน อุทฺธํโสโต อกนิฏฺฐคามี ปริหายติ. ตตฺถ โย อวิหาทีสุ อุปฺปชฺชิตฺวา อายุเวมชฺฌํ อนติกฺกมิตฺวา อรหตฺตปฺปตฺติยา กิเลสปรินิพฺพาเนน ปรินิพฺพายติ, อยํ อนฺตราปรินิพฺพายี นาม. โย ปน อวิหาทีสุ อาทิโต ปญฺจกปฺปสตาทิเภทํ อายุเวมชฺฌํ อติกฺกมิตฺวา ปรินิพฺพายติ, อยํ อุปหจฺจปรินิพฺพายี นาม. โย อสงฺขาเรน อธิมตฺตปฺปโยคํ อกตฺวา อปฺปทุกฺเขน อกสิเรน ปรินิพฺพายติ, อยํ อสงฺขารปรินิพฺพายี นาม. โย ปน สสงฺขาเรน อธิมตฺตปฺปโยคํ กตฺวา ทุกฺเขน กิจฺเฉน กสิเรน ปรินิพฺพายติ, อยํ สสงฺขารปรินิพฺพายี นาม. อิตโร ปน อวิหาทีสุ อุทฺธํวาหิตภาเวน อุทฺธมสฺส ตณฺหาโสตํ, วฏฺฏโสตํ, มคฺคโสตเมว วาติ อุทฺธํโสโต. อวิหาทีสุ อุปฺปชฺชิตฺวา อรหตฺตํ ปตฺตุํ อสกฺโกนฺโต ตตฺถ ตตฺถ ยาวตายุกํ ฐตฺวา ปฏิสนฺธิคฺคหณวเสน อกนิฏฺฐํ คจฺฉตีติ อกนิฏฺฐคามี.
เอตฺถ จ อุทฺธํโสโต อกนิฏฺฐคามี, อุทฺธํโสโต น อกนิฏฺฐคามี, น อุทฺธํโสโต อกนิฏฺฐคามี, น อุทฺธํโสโต น อกนิฏฺฐคามีติ จตุกฺกํ เวทิตพฺพํ. กถํ? โย อวิหโต ปฏฺฐาย จตฺตาโร เทวโลเก โสเธตฺวา อกนิฏฺฐํ คนฺตฺวา ปรินิพฺพายติ, อยํ อุทฺธํโสโต อกนิฏฺฐคามี นาม. โย ปน เหฏฺฐา ตโย เทวโลเก โสเธตฺวา สุทสฺสีเทวโลเก ฐตฺวา ปรินิพฺพายติ, อยํ อุทฺธํโสโต น อกนิฏฺฐคามี นาม. โย อิโต อกนิฏฺฐเมว คนฺตฺวา ปรินิพฺพายติ, อยํ น อุทฺธํโสโต อกนิฏฺฐคามี นาม. โย ปน เหฏฺฐา จตูสุ เทวโลเกสุ ตตฺถ ตตฺเถว ปรินิพฺพายติ, อยํ น อุทฺธํโสโต, น อกนิฏฺฐคามี นามาติ.
ตตฺถ อวิเหสุ อุปฺปชฺชิตฺวา กปฺปสตโต อุทฺธํ ปรินิพฺพายิโก, ทฺวินฺนํ กปฺปสตานํ มตฺถเก ปรินิพฺพายิโก, ปญฺจกปฺปสเต อสมฺปตฺเต ปรินิพฺพายิโกติ ตโย อนฺตราปรินิพฺพายิโน. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘อุปปนฺนํ วา สมนนฺตรา อปฺปตฺตํ วา เวมชฺฌ’’นฺติ (ปุ. ป. ๓๖). วา-สทฺเทน หิ ปตฺตมตฺโตปิ สงฺคหิโตติ. เอวํ ตโย อนฺตราปรินิพฺพายิโน, เอโก อุปหจฺจปรินิพฺพายี เอโก อุทฺธํโสโต. เตสุ อสงฺขารปรินิพฺพายิโน ปญฺจ, สสงฺขารปรินิพฺพายิโน ปญฺจาติ ทส โหนฺติ. ตถา อตปฺปาสุทสฺสาสุทสฺสีสูติ จตฺตาโร ทสกา จตฺตารีสํ อกนิฏฺเฐ ปน อุทฺธํโสตสฺส อภาวโต ตโย อนฺตราปรินิพฺพายิโน, เอโก อุปหจฺจปรินิพฺพายีติ อสงฺขารปรินิพฺพายิโน จตฺตาโร, สสงฺขารปรินิพฺพายิโน จตฺตาโรติ อฏฺฐ, เอวเมเต อฏฺฐจตฺตารีสํ อนาคามิโน. เต สพฺเพปิ อิเมสุ สุตฺเตสุ อวิเสสวจเนน คหิตาติ ทฏฺฐพฺพํ.
ฉฏฺฐสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. สพฺพปริญฺญาสุตฺตวณฺณนา
๗. สตฺตเม สพฺพนฺติ อนวเสสํ. อนวเสสวาจโก หิ อยํ สพฺพ-สทฺโท. โส เยน เยน สมฺพนฺธํ คจฺฉติ, ตสฺส ตสฺส อนวเสสตํ ทีเปติ; ยถา ‘‘สพฺพํ รูปํ, สพฺพา เวทนา, สพฺพสกฺกายปริยาปนฺเนสุ ธมฺเมสู’’ติ. โส ปนายํ สพฺพ-สทฺโท สปฺปเทสนิปฺปเทสวิสยตาย ทุวิโธ. ตถา เหส สพฺพสพฺพํ, ปเทสสพฺพํ, อายตนสพฺพํ, สกฺกายสพฺพนฺติ จตูสุ วิสเยสุ ทิฏฺฐปฺปโยโค. ตตฺถ ‘‘สพฺเพ ธมฺมา สพฺพากาเรน พุทฺธสฺส ภควโต ญาณมุเข อาปาถมาคจฺฉนฺตี’’ติอาทีสุ (จูฬนิ. โมฆราชมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๘๕) สพฺพสพฺพสฺมึ อาคโต. ‘‘สพฺเพสํ โว, สาริปุตฺตา, สุภาสิตํ ปริยาเยนา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๔๕) ปเทสสพฺพสฺมึ. ‘‘สพฺพํ โว, ภิกฺขเว, เทเสสฺสามิ, จกฺขุญฺเจว รูปญฺจ…เป…. มนญฺเจว ธมฺเม จา’’ติ (สํ. นิ. ๔.๒๓-๒๕) เอตฺถ อายตนสพฺพสฺมึ. ‘‘สพฺพธมฺมมูลปริยายํ โว, ภิกฺขเว, เทเสสฺสามี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๑) สกฺกายสพฺพสฺมึ. ตตฺถ สพฺพสพฺพสฺมึ อาคโต นิปฺปเทสวิสโย, อิตเรสุ ตีสุปิ อาคโต สปฺปเทสวิสโย. อิธ ปน สกฺกายสพฺพสฺมึ เวทิตพฺโพ. วิปสฺสนาย อารมฺมณภูตา เตภูมกธมฺมา หิ อิธ ‘‘สพฺพ’’นฺติ อนวเสสโต คหิตา.
อนภิชานนฺติ ‘‘อิเม ธมฺมา กุสลา, อิเม อกุสลา, อิเม สาวชฺชา, อิเม อนวชฺชา’’ติอาทินา ‘‘อิเม ปญฺจกฺขนฺธา, อิมานิ ทฺวาทสายตนานิ, อิมา อฏฺฐารส ธาตุโย, อิทํ ทุกฺขํ อริยสจฺจํ, อยํ ทุกฺขสมุทโย อริยสจฺจ’’นฺติ จ อาทินา สพฺเพ อภิญฺเญยฺเย ธมฺเม อวิปรีตสภาวโต อนภิชานนฺโต อภิวิสิฏฺเฐน ญาเณน น ชานนฺโต. อปริชานนฺติ น ปริชานนฺโต. โย หิ สพฺพํ เตภูมกธมฺมชาตํ ปริชานาติ, โส ตีหิ ปริญฺญาหิ ปริชานาติ – ญาตปริญฺญาย, ตีรณปริญฺญาย, ปหานปริญฺญาย. ตตฺถ กตมา ญาตปริญฺญา? สพฺพํ เตภูมกํ นามรูปํ – ‘‘อิทํ รูปํ, เอตฺตกํ รูปํ, น อิโต ภิยฺโย. อิทํ นามํ, เอตฺตกํ นามํ, น อิโต ภิยฺโย’’ติ ภูตปฺปสาทาทิปฺปเภทํ รูปํ, ผสฺสาทิปฺปเภทํ นามญฺจ, ลกฺขณรสปจฺจุปฏฺฐานปทฏฺฐานโต ววตฺถเปติ. ตสฺส อวิชฺชาทิกญฺจ ปจฺจยํ ปริคฺคณฺหาติ. อยํ ญาตปริญฺญา. กตมา ตีรณปริญฺญา? เอวํ ญาตํ กตฺวา ตํ สพฺพํ ตีเรติ อนิจฺจโต ทุกฺขโต โรคโตติ ทฺวาจตฺตาลีสาย อากาเรหิ. อยํ ตีรณปริญฺญา. กตมา ปหานปริญฺญา? เอวํ ตีรยิตฺวา อคฺคมคฺเคน สพฺพสฺมึ ฉนฺทราคํ ปชหติ. อยํ ปหานปริญฺญา.
ทิฏฺฐิวิสุทฺธิกงฺขาวิตรณวิสุทฺธิโยปิ ญาตปริญฺญา. มคฺคามคฺคปฏิปทาญาณทสฺสนวิสุทฺธิโย กลาปสมฺมสนาทิอนุโลมปริโยสานา วา ปญฺญา ตีรณปริญฺญา. อริยมคฺเคน ปชหนํ ปหานปริญฺญา. โย สพฺพํ ปริชานาติ, โส อิมาหิ ตีหิ ปริญฺญาหิ ปริชานาติ. อิธ ปน วิราคปฺปหานานํ ปฏิกฺเขปวเสน วิสุํ คหิตตฺตา ญาตปริญฺญาย ตีรณปริญฺญาย จ วเสน ปริชานนา เวทิตพฺพา. โย ปเนวํ น ปริชานาติ, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘อปริชาน’’นฺติ.
ตตฺถ จิตฺตํ อวิราชยนฺติ ตสฺมึ อภิญฺเญยฺยวิเสเส ปริญฺเญยฺเย อตฺตโน จิตฺตสนฺตานํ น วิราชยํ, น วิรชฺชนฺโต; ยถา ตตฺถ ราโค น โหติ, เอวํ วิราคานุปสฺสนํ น อุปฺปาเทนฺโตติ อตฺโถ. อปฺปชหนฺติ วิปสฺสนาปญฺญาสหิตาย มคฺคปญฺญาย ตตฺถ ปหาตพฺพยุตฺตกํ กิเลสวฏฺฏํ อนวเสสโต น ปชหนฺโต. ยถา เจตํ, เอวํ อภิชานนาทโยปิ มิสฺสกมคฺควเสน เวทิตพฺพา. ปุพฺพภาเค หิ นานาจิตฺตวเสน ญาตตีรณปหานปริญฺญาหิ กเมน อภิชานนาทีนิ สมฺปาเทตฺวา มคฺคกาเล เอกกฺขเณเนว กิจฺจวเสน ตํ สพฺพํ นิปฺผาเทนฺตํ เอกเมว ญาณํ ปวตฺตตีติ. อภพฺโพ ทุกฺขกฺขยายาติ นิพฺพานาย สกลสฺส วฏฺฏทุกฺขสฺส เขปนาย น ภพฺโพ, นาลํ น สมตฺโถติ อตฺโถ.
สพฺพญฺจ โขติ เอตฺถ จ-สทฺโท พฺยติเรเก, โข-สทฺโท อวธารเณ. ตทุภเยน อภิชานนาทิโต ลทฺธพฺพํ วิเสสํ ทุกฺขกฺขยสฺส จ เอกนฺตการณํ ทีเปติ. อภิชานนาทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ วุตฺตเมว. ตตฺถ ปน ปฏิกฺเขปวเสน วุตฺตํ, อิธ วิธานวเสน เวทิตพฺพํ. อยเมว วิเสโส. อปิจ อภิชานนฺติ อุปาทานกฺขนฺธปญฺจกสงฺขาตํ สกฺกายสพฺพํ สรูปโต ปจฺจยโต จ ญาณสฺส อภิมุขีกรณวเสน อภิชานนฺโต หุตฺวา อภาวาการาทิปริคฺคเหน ตํ อนิจฺจาทิลกฺขเณหิ ปริจฺฉิชฺชมานวเสน ปริชานนฺโต. วิราชยนฺติ สมฺมเทวสฺส อนิจฺจตาทิอวโพเธน อุปฺปนฺนภยาทีนวนิพฺพิทาทิญาณานุภาเวน อตฺตโน จิตฺตํ วิรตฺตํ กโรนฺโต ตตฺถ อณุมตฺตมฺปิ ราคํ อนุปฺปาเทนฺโต. ปชหนฺติ วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนาสหิตาย มคฺคปญฺญาย สมุทยปกฺขิยํ กิเลสวฏฺฏํ ปชหนฺโต สมุจฺฉินฺทนฺโต. ภพฺโพ ทุกฺขกฺขยายาติ เอวํ กิเลสมลปฺปหาเนเนว สพฺพสฺส กมฺมวฏฺฏสฺส ปริกฺขีณตฺตา อนวเสสวิปากวฏฺฏเขปนาย สกลสํสารวฏฺฏทุกฺขปริกฺขยภูตาย วา อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ภพฺโพ เอกนฺเตเนตํ ปาปุณิตุนฺติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.
โย สพฺพํ สพฺพโต ญตฺวาติ โย ยุตฺตโยโค อารทฺธวิปสฺสโก สพฺพํ เตภูมกธมฺมชาตํ สพฺพโต สพฺพภาเคน กุสลาทิกฺขนฺธาทิวิภาคโต ทุกฺขาทิปีฬนาทิวิภาคโต จ. อถ วา สพฺพโตติ สพฺพสฺมา กกฺขฬผุสนาทิลกฺขณาทิโต อนิจฺจาทิโต จาติ สพฺพาการโต ชานิตฺวา วิปสฺสนาปุพฺพงฺคเมน มคฺคญาเณน ปฏิวิชฺฌิตฺวา, วิปสฺสนาญาเณเนว วา ชานนเหตุ. สพฺพตฺเถสุ น รชฺชตีติ สพฺเพสุ อตีตาทิวเสน อเนกเภทภินฺเนสุ สกฺกายธมฺเมสุ น รชฺชติ, อริยมคฺคาธิคเมน ราคํ น ชเนติ. อิมินาสฺส ตณฺหาคาหสฺส อภาวํ ทสฺเสนฺโต ตํ นิมิตฺตตฺตา ทิฏฺฐมานคฺคาหานํ ‘‘เอตํ มม เอโสหมสฺมิ, เอโส เม อตฺตา’’ติ อิมสฺส มิจฺฉาคาหตฺตยสฺสปิ อภาวํ ทสฺเสติ. ส เวติ เอตฺถ ส-อิติ นิปาตมตฺตํ. เว-ติ พฺยตฺตํ, เอกํเสนาติ วา เอตสฺมึ อตฺเถ นิปาโต. สพฺพปริญฺญาติ สพฺพปริชานนโต, ยถาวุตฺตสฺส สพฺพสฺส อภิสมยวเสน ปริชานนโต. โสติ ยถาวุตฺโต โยคาวจโร, อริโย เอว วา. สพฺพทุกฺขมุปจฺจคาติ สพฺพํ วฏฺฏทุกฺขํ อจฺจคา อติกฺกมิ, สมติกฺกมีติ อตฺโถ.
สตฺตมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. มานปริญฺญาสุตฺตวณฺณนา
๘. อฏฺฐเม อปุพฺพํ นตฺถิ, เกวลํ มานวเสน เทสนา ปวตฺตา. คาถาสุ ปน มานุเปตา อยํ ปชาติ กมฺมกิเลเสหิ ปชายตีติ ปชาติ ลทฺธนามา อิเม สตฺตา มญฺญนลกฺขเณน มาเนน อุเปตา อุปคตา. มานคนฺถา ภเว รตาติ กิมิกีฏปฏงฺคาทิอตฺตภาเวปิ มาเนน คนฺถิตา มานสํโยชเนน สํยุตฺตา. ตโต เอว ทีฆรตฺตํ ปริภาวิตาหํการวเสน ‘‘เอตํ มมา’’ติ สงฺขาเรสุ อชฺโฌสานพหุลตฺตา ตตฺถ นิจฺจสุขอตฺตาทิวิปลฺลาสวเสน จ กามาทิภเว รตา. มานํ อปริชานนฺตาติ มานํ ตีหิ ปริญฺญาหิ น ปริชานนฺตา. อรหตฺตมคฺคญาเณน วา อนติกฺกมนฺตา, ‘‘มานํ อปริญฺญายา’’ติ เกจิ ปฐนฺติ. อาคนฺตาโร ปุนพฺภวนฺติ ปุน อายาตึ อุปปตฺติภวํ. ปุนปฺปุนํ ภวนโต วา ปุนพฺภวสงฺขาตํ สํสารํ อปราปรํ ปริวตฺตนวเสน คนฺตาโร อุปคนฺตาโร โหนฺติ, ภวโต น ปริมุจฺจนฺตีติ อตฺโถ. เย จ มานํ ปหนฺตฺวาน, วิมุตฺตา มานสงฺขเยติ เย ปน อรหตฺตมคฺเคน สพฺพโส มานํ ปชหิตฺวา มานสฺส อจฺจนฺตสงฺขยภูเต อรหตฺตผเล นิพฺพาเน วา ตเทกฏฺฐสพฺพกิเลสวิมุตฺติยา วิมุตฺตา สุฏฺฐุ มุตฺตา. เต มานคนฺถาภิภุโน, สพฺพทุกฺขมุปจฺจคุนฺติ เต ปริกฺขีณภวสํโยชนา อรหนฺโต สพฺพโส มานคนฺถํ มานสํโยชนํ สมุจฺเฉทปฺปหาเนน อภิภวิตฺวา ฐิตา, อนวเสสํ วฏฺฏทุกฺขํ อติกฺกมึสูติ อตฺโถ. เอวเมตสฺมึ สตฺตมสุตฺเต จ อรหตฺตํ กถิตนฺติ.
อฏฺฐมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙-๑๐. โลภโทสปริญฺญาสุตฺตทฺวยวณฺณนา
๙-๑๐. นวมทสเมสุ อปุพฺพํ นตฺถิ. เทสนาวิลาสวเสน ตถา พุชฺฌนกานํ เวเนยฺยานํ อชฺฌาสยวเสน วา ตถา เทสิตานีติ ทฏฺฐพฺพํ.
นวมทสมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปฐมวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.