๙. โกกสุนขลุทฺทกวตฺถุ
โย อปฺปทุฏฺฐสฺสาติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต โกกํ นาม สุนขลุทฺทกํ อารพฺภ กเถสิ.
โส กิร เอกทิวสํ ปุพฺพณฺหสมเย ธนุํ อาทาย สุนขปริวุโต อรญฺญํ คจฺฉนฺโต อนฺตรามคฺเค เอกํ ปิณฺฑาย ปวิสนฺตํ ภิกฺขุํ ทิสฺวา กุชฺฌิตฺวา ‘‘กาฬกณฺณิ เม ทิฏฺโฐ, อชฺช กิญฺจิ น ลภิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ปกฺกามิ. เถโรปิ คาเม ปิณฺฑาย จริตฺวา กตภตฺตกิจฺโจ ปุน วิหารํ ปายาสิ. อิตโรปิ อรญฺเญ วิจริตฺวา กิญฺจิ อลภิตฺวา ปจฺจาคจฺฉนฺโต ปุน เถรํ ทิสฺวา ‘‘อชฺชาหํ อิมํ กาฬกณฺณึ ทิสฺวา อรญฺญํ คโต กิญฺจิ น ลภึ, อิทานิ เม ปุนปิ อภิมุโข ชาโต, สุนเขหิ นํ ขาทาเปสฺสามี’’ติ สญฺญํ ทตฺวา สุนเข วิสฺสชฺเชสิ. เถโรปิ ‘‘มา เอวํ กริ อุปาสกา’’ติ ยาจิ. โส ‘‘อชฺชาหํ ตว สมฺมุขีภูตตฺตา กิญฺจิ นาลตฺถํ, ปุนปิ เม สมฺมุขีภาวมาคโตสิ, ขาทาเปสฺสาเมว ต’’นฺติ วตฺวา สุนเข อุยฺโยเชสิ. เถโร เวเคน เอกํ รุกฺขํ อภิรุหิตฺวา ปุริสปฺปมาเณ ฐาเน นิสีทิ. สุนขา รุกฺขํ ปริวาเรสุํ. ลุทฺทโก คนฺตฺวา ‘‘รุกฺขํ อภิรุหโตปิ เต โมกฺโข นตฺถี’’ติ ตํ สรตุณฺเฑน ปาทตเล วิชฺฌิ. เถโร ‘‘มา เอวํ กโรหี’’ติ ตํ ยาจิเยว. อิตโร ตสฺส ยาจนํ อนาทิยิตฺวา ปุนปฺปุนํ วิชฺฌิเยว. เถโร เอกสฺมึ ปาทตเล วิชฺฌิยมาเน ตํ อุกฺขิปิตฺวา ทุติยํ ปาทํ โอลมฺพิตฺวา ตสฺมึ วิชฺฌิยมาเน ตมฺปิ อุกฺขิปติ, เอวมสฺส โส ยาจนํ อนาทิยิตฺวาว เทฺวปิ ปาทตลานิ วิชฺฌิเยว. เถรสฺส สรีรํ อุกฺกาหิ อาทิตฺตํ วิย อโหสิ. โส เวทนานุวตฺติโก หุตฺวา สตึ ปจฺจุปฏฺฐาเปตุํ นาสกฺขิ, ปารุตจีวรํ ภสฺสนฺตมฺปิ น สลฺลกฺเขสิ. ตํ ปตมานํ โกกํ สีสโต ปฏฺฐาย ปริกฺขิปนฺตเมว ปติ. สุนขา ‘‘เถโร ปติโต’’ติ สญฺญาย จีวรนฺตรํ ปวิสิตฺวา อตฺตโน สามิกํ ลุญฺชิตฺวา ขาทนฺตา อฏฺฐิมตฺตาวเสสํ กรึสุ. สุนขา จีวรนฺตรโต นิกฺขมิตฺวา พหิ อฏฺฐํสุ.
อถ เนสํ เถโร เอกํ สุกฺขทณฺฑกํ ภญฺชิตฺวา ขิปิ. สุนขา เถรํ ทิสฺวา ‘‘สามิโกว อเมฺหหิ ขาทิโต’’ติ ญตฺวา อรญฺญํ ปวิสึสุ. เถโร กุกฺกุจฺจํ อุปฺปาเทสิ ‘‘มม จีวรนฺตรํ ปวิสิตฺวา เอส นฏฺโฐ, อโรคํ นุ โข เม สีล’’นฺติ. โส รุกฺขา โอตริตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา อาทิโต ปฏฺฐาย สพฺพํ ตํ ปวตฺตึ อาโรเจตฺวา – ‘‘ภนฺเต, มม จีวรํ นิสฺสาย โส อุปาสโก นฏฺโฐ, กจฺจิ เม อโรคํ สีลํ, อตฺถิ เม สมณภาโว’’ติ ปุจฺฉิ. สตฺถา ตสฺส วจนํ สุตฺวา ‘‘ภิกฺขุ อโรคํ เต สีลํ, อตฺถิ เต สมณภาโว, โส อปฺปทุฏฺฐสฺส ปทุสฺสิตฺวา วินาสํ ปตฺโต, น เกวลญฺจ อิทาเนว, อตีเตปิ อปฺปทุฏฺฐานํ ปทุสฺสิตฺวา วินาสํ ปตฺโตเยวา’’ติ วตฺวา ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต อตีตํ อาหริ –
อตีเต กิเรโก เวชฺโช เวชฺชกมฺมตฺถาย คามํ วิจริตฺวา กิญฺจิ กมฺมํ อลภิตฺวา ฉาตชฺฌตฺโต นิกฺขมิตฺวา คามทฺวาเร สมฺพหุเล กุมารเก กีฬนฺเต ทิสฺวา ‘‘อิเม สปฺเปน ฑํสาเปตฺวา ติกิจฺฉิตฺวา อาหารํ ลภิสฺสามี’’ติ เอกสฺมึ รุกฺขพิเล สีสํ นิหริตฺวา นิปนฺนํ สปฺปํ ทสฺเสตฺวา, ‘‘อมฺโภ, กุมารกา เอโส สาฬิกโปตโก, คณฺหถ น’’นฺติ อาห. อเถโก กุมารโก สปฺปํ คีวายํ ทฬฺหํ คเหตฺวา นีหริตฺวา ตสฺส สปฺปภาวํ ญตฺวา วิรวนฺโต อวิทูเร ฐิตสฺส เวชฺชสฺส มตฺถเก ขิปิ. สปฺโป เวชฺชสฺส ขนฺธฏฺฐิกํ ปริกฺขิปิตฺวา ทฬฺหํ ฑํสิตฺวา ตตฺเถว ชีวิตกฺขยํ ปาเปสิ, เอวเมส โกโก สุนขลุทฺทโก ปุพฺเพปิ อปฺปทุฏฺฐสฺส ปทุสฺสิตฺวา วินาสํ ปตฺโตเยวาติ.
สตฺถา อิมํ อตีตํ อาหริตฺวา อนุสนฺธึ ฆเฏตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมํ คาถมาห –
๑๒๕. ‘‘โย อปฺปทุฏฺฐสฺส นรสฺส ทุสฺสติ, สุทฺธสฺส โปสสฺส อนงฺคณสฺส;
ตเมว พาลํ ปจฺเจติ ปาปํ, สุขุโม รโช ปฏิวาตํว ขิตฺโต’’ติ.
ตตฺถ อปฺปทุฏฺฐสฺสาติ อตฺตโน วา สพฺพสตฺตานํ วา อทุฏฺฐสฺส. นรสฺสาติ สตฺตสฺส. ทุสฺสตีติ อปรชฺฌติ. สุทฺธสฺสาติ นิรปราธสฺเสว. โปสสฺสาติ อิทมฺปิ อปเรนากาเรน สตฺตาธิวจนเมว. อนงฺคณสฺสาติ นิกฺกิเลสสฺส. ปจฺเจตีติ ปติเอติ. ปฏิวาตนฺติ ยถา เอเกน ปุริเสน ปฏิวาเต ฐิตํ ปหริตุกามตาย ขิตฺโต สุขุโม รโชติ ตเมว ปุริสํ ปจฺเจติ, ตสฺเสว อุปริ ปตติ, เอวเมว โย ปุคฺคโล อปทุฏฺฐสฺส ปุริสสฺส ปาณิปฺปหราทีนิ ททนฺโต ปทุสฺสติ, ตเมว พาลํ ทิฏฺเฐว ธมฺเม, สมฺปราเย วา นิรยาทีสุ วิปจฺจมานํ ตํ ปาปํ วิปากทุกฺขวเสน ปจฺเจตีติ อตฺโถ.
เทสนาวสาเน โส ภิกฺขุ อรหตฺเต ปติฏฺฐหิ, สมฺปตฺตปริสายปิ สาตฺถิกา ธมฺมเทสนา อโหสีติ.
โกกสุนขลุทฺทกวตฺถุ นวมํ.