๑๐. มณิการกุลูปกติสฺสตฺเถรวตฺถุ

คพฺภเมเกติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต มณิการกุลูปกํ ติสฺสตฺเถรํ อารพฺภ กเถสิ.

โส กิร เถโร เอกสฺส มณิการสฺส กุเล ทฺวาทส วสฺสานิ ภุญฺชิ. ตสฺมึ กุเล ชยมฺปติกา มาตาปิตุฏฺฐาเน ฐตฺวา เถรํ ปฏิชคฺคึสุ. อเถกทิวสํ โส มณิกาโร เถรสฺส ปุรโต มํสํ ฉินฺทนฺโต นิสินฺโน โหติ. ตสฺมึ ขเณ ราชา ปเสนทิ โกสโล เอกํ มณิรตนํ ‘‘อิมํ โธวิตฺวา วิชฺฌิตฺวา ปหิณตู’’ติ เปเสสิ. มณิกาโร สโลหิเตเนว หตฺเถน ตํ ปฏิคฺคเหตฺวา เปฬาย อุปริ ฐเปตฺวา หตฺถโธวนตฺถํ อนฺโต ปาวิสิ. ตสฺมึ ปน เคเห โปสาวนิยโกญฺจสกุโณ อตฺถิ. โส โลหิตคนฺเธน มํสสญฺญาย ตํ มณึ เถรสฺส ปสฺสนฺตสฺเสว คิลิ. มณิกาโร อาคนฺตฺวา มณึ อปสฺสนฺโต ‘‘มณิ เกน คหิโต’’ติ ภริยญฺจ ปุตฺตเก จ ปฏิปาฏิยา ปุจฺฉิตฺวา เตหิ ‘‘น คณฺหามา’’ติ วุตฺเต ‘‘เถเรน คหิโต ภวิสฺสตี’’ติ. จินฺเตตฺวา ภริยาย สทฺธึ มนฺเตสิ – ‘‘เถเรน มณิ คหิโต ภวิสฺสตี’’ติ. สา, สามิ, มา เอวํ อวจ, เอตฺตกํ กาลํ มยา เถรสฺส น กิญฺจิ วชฺชํ ทิฏฺฐปุพฺพํ, น โส มณึ คณฺหาตีติ. มณิกาโร เถรํ ปุจฺฉิ – ‘‘ภนฺเต, อิมสฺมึ ฐาเน มณิรตนํ ตุเมฺหหิ คหิต’’นฺติ. น คณฺหามิ, อุปาสกาติ. ภนฺเต, น อิธ อญฺโญ อตฺถิ, ตุเมฺหหิเยว คหิโต ภวิสฺสติ, เทถ เม มณิรตนนฺติ. โส ตสฺมึ อสมฺปฏิจฺฉนฺเต ปุน ภริยํ อาห – ‘‘เถเรเนว มณิ คหิโต, ปีเฬตฺวา นํ ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ. สา, สามิ, มา โน นาสยิ, วรํ อเมฺหหิ ทาสพฺยํ อุปคนฺตุํ, น จ เถรํ เอวรูปํ วตฺตุนฺติ. โส ‘‘สพฺเพว มยํ ทาสตฺตํ อุปคจฺฉนฺตา มณิมูลํ น อคฺฆามา’’ติ รชฺชุํ คเหตฺวา เถรสฺส สีสํ เวเฐตฺวา ทณฺเฑน ฆฏฺเฏสิ. เถรสฺส สีสโต จ กณฺณนาสาหิ จ โลหิตํ ปคฺฆริ, อกฺขีนิ นิกฺขมนาการปฺปตฺตานิ อเหสุํ, โส เวทนาปมตฺโต ภูมิยํ ปติ. โกญฺโจ โลหิตคนฺเธนา คนฺตฺวา โลหิตํ ปิวิ. อถ นํ มณิกาโร เถเร อุปฺปนฺนโกธเวเคน ‘‘ตฺวํ กึ กโรสี’’ติ ปาเทน ปหริตฺวา ขิปิ. โส เอกปฺปหาเรเนว มริตฺวา อุตฺตาโน อโหสิ.

เถโร ตํ ทิสฺวา, อุปาสก, สีเส เวฐนํ ตาว เม สิถิลํ กตฺวา อิมํ โกญฺจํ โอโลเกหิ ‘‘มโต วา, โน วา’’ติ. อถ นํ โส อาห – ‘‘เอโส วิย ตฺวมฺปิ มริสฺสสี’’ติ. อุปาสก, อิมินา โส มณิ คิลิโต, สเจ อยํ น อมริสฺสา, น เต อหํ มรนฺโตปิ มณึ อาจิกฺขิสฺสนฺติ. โส ตสฺส อุทรํ ผาเลตฺวา มณึ ทิสฺวา ปเวเธนฺโต สํวิคฺคมานโส เถรสฺส ปาทมูเล นิปชฺชิตฺวา ‘‘ขมถ, เม, ภนฺเต, อชานนฺเตน มยา กต’’นฺติ อาห. อุปาสก, เนว ตุยฺหํ โทโส อตฺถิ, น มยฺหํ, วฏฺฏสฺเสเวส โทโส, ขมามิ เตติ. ภนฺเต, สเจ เม ขมถ, ปกตินิยาเมเนว เม เคเห นิสีทิตฺวา ภิกฺขํ คณฺหถาติ. ‘‘อุปาสก, น ทานาหํ อิโต ปฏฺฐาย ปเรสํ เคหสฺส อนฺโตฉทนํ ปวิสิสฺสามิ, อนฺโตเคหปเวสนสฺเสว หิ อยํ โทโส, อิโต ปฏฺฐาย ปาเทสุ อาวหนฺเตสุ เคหทฺวาเร ฐิโตว ภิกฺขํ คณฺหิสฺสามี’’ติ วตฺวา ธุตงฺคํ สมาทาย อิมํ คาถมาห –

‘‘ปจฺจติ มุนิโน ภตฺตํ, โถกํ โถกํ กุเล กุเล;

ปิณฺฑิกาย จริสฺสามิ, อตฺถิ ชงฺฆพลํ มมา’’ติ. (เถรคา. ๒๔๘) –

อิทญฺจ ปน วตฺวา เถโร เตเนว พฺยาธินา น จิรสฺเสว ปรินิพฺพายิ. โกญฺโจ มณิการสฺส ภริยาย กุจฺฉิสฺมึ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. มณิกาโร กาลํ กตฺวา นิรเย นิพฺพตฺติ. มณิการสฺส ภริยา เถเร มุทุจิตฺตตาย กาลํ กตฺวา เทวโลเก นิพฺพตฺติ. ภิกฺขู สตฺถารํ เตสํ อภิสมฺปรายํ ปุจฺฉึสุ. สตฺถา, ‘‘ภิกฺขเว, อิเธกจฺเจ คพฺเภ นิพฺพตฺตนฺติ, เอกจฺเจ ปาปการิโน นิรเย นิพฺพตฺตนฺติ, เอกจฺเจ กตกลฺยาณา เทวโลเก นิพฺพตฺตนฺติ, อนาสวา ปน ปรินิพฺพายนฺตี’’ติ วตฺวา อนุสนฺธึ ฆเฏตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมํ คาถมาห –

๑๒๖. ‘‘คพฺภเมเก อุปฺปชฺชนฺติ, นิรยํ ปาปกมฺมิโน;

สคฺคํ สุคติโน ยนฺติ, ปรินิพฺพนฺติ อนาสวา’’ติ.

ตตฺถ คพฺภนฺติ อิธ มนุสฺสคพฺโภว อธิปฺเปโต. เสสเมตฺถ อุตฺตานตฺถเมว.

เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.

มณิการกุลูปกติสฺสตฺเถรวตฺถุ ทสมํ.