๘. กุกฺกุฏมิตฺตเนสาทวตฺถุ
ปาณิมฺหิ เจติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา เวฬุวเน วิหรนฺโต กุกฺกุฏมิตฺตํ นาม เนสาทํ อารพฺภ กเถสิ.
ราชคเห กิร เอกา เสฏฺฐิธีตา วยปฺปตฺตา สตฺตภูมิกปาสาทสฺส อุปริ สิริคพฺเภ อารกฺขณตฺถาย เอกํ ปริจาริกํ ทตฺวา มาตาปิตูหิ วาสิยมานา เอกทิวสํ สายนฺหสมเย วาตปาเนน อนฺตรวีถึ โอโลเกนฺตี ปญฺจ ปาสสตานิ ปญฺจ สูลสตานิ อาทาย มิเค วธิตฺวา ชีวมานํ เอกํ กุกฺกุฏมิตฺตํ นาม เนสาทํ ปญฺจ มิคสตานิ วธิตฺวา เตสํ มํเสน มหาสกฏํ ปูเรตฺวา สกฏธุเร นิสีทิตฺวา มํสวิกฺกิณนตฺถาย นครํ ปวิสนฺตํ ทิสฺวา ตสฺมึ ปฏิพทฺธจิตฺตา ปริจาริกาย หตฺเถ ปณฺณาการํ ทตฺวา ‘‘คจฺฉ, เอตสฺส ปณฺณาการํ ทตฺวา คมนกาลํ ญตฺวา เอหี’’ติ เปเสสิ. สา คนฺตฺวา ตสฺส ปณฺณาการํ ทตฺวา ปุจฺฉิ – ‘‘กทา คมิสฺสสี’’ติ? โส ‘‘อชฺช มํสํ วิกฺกิณิตฺวา ปาโตว อสุกทฺวาเรน นาม นิกฺขมิตฺวา คมิสฺสามี’’ติ อาห. สา เตน กถิตกถํ สุตฺวา อาคนฺตฺวา ตสฺสา อาโรเจสิ. เสฏฺฐิธีตา อตฺตนา คเหตพฺพยุตฺตกํ วตฺถาภรณชาตํ สํวิทหิตฺวา ปาโตว มลินวตฺถํ นิวาเสตฺวา กุฏํ อาทาย ทาสีหิ สทฺธึ อุทกติตฺถํ คจฺฉนฺตี วิย นิกฺขมิตฺวา ตํ ฐานํ คนฺตฺวา ตสฺสาคมนํ โอโลเกนฺตี อฏฺฐาสิ. โสปิ ปาโตว สกฏํ ปาเชนฺโต นิกฺขมิ. สา ตสฺส ปจฺฉโต ปจฺฉโต ปายาสิ. โส ตํ ทิสฺวา ‘‘อหํ ตํ ‘อสุกสฺส นาม ธีตา’ติ น ชานามิ, มา มํ อนุพนฺธิ, อมฺมา’’ติ อาห. น มํ ตฺวํ ปกฺโกสสิ, อหํ อตฺตโน ธมฺมตาย อาคจฺฉามิ, ตฺวํ ตุณฺหี หุตฺวา อตฺตโน สกฏํ ปาเชหีติ. โส ปุนปฺปุนํ ตํ นิวาเรติเยว. อถ นํ สา อาห – ‘‘สามิ, สิรี นาม อตฺตโน สนฺติกํ อาคจฺฉนฺตี นิวาเรตุํ น วฏฺฏตี’’ติ. โส ตสฺสา นิสฺสํสเยน อาคมนการณํ ญตฺวา ตํ สกฏํ อาโรเปตฺวา อคมาสิ. ตสฺสา มาตาปิตโร อิโต จิโต จ ปริเยสาเปตฺวา อปสฺสนฺตา ‘‘มตา ภวิสฺสตี’’ติ มตกภตฺตํ กรึสุ. สาปิ เตน สทฺธึ สํวาสมนฺวาย ปฏิปาฏิยา สตฺต ปุตฺเต วิชายิตฺวา เต วยปฺปตฺเต ฆรพนฺธเนน พนฺธิ.
อเถกทิวสํ สตฺถา ปจฺจูสสมเย โลกํ โวโลเกนฺโต กุกฺกุฏมิตฺตํ สปุตฺตํ สสุณิสํ อตฺตโน ญาณชาลสฺส อนฺโต ปวิฏฺฐํ ทิสฺวา, ‘‘กึ นุ โข เอต’’นฺติ อุปธาเรนฺโต เตสํ ปนฺนรสนฺนมฺปิ โสตาปตฺติมคฺคสฺส อุปนิสฺสยํ ทิสฺวา ปาโตว ปตฺตจีวรํ อาทาย ตสฺส ปาสฏฺฐานํ อคมาสิ. ตํ ทิวสํ ปาเส พทฺโธ เอกมิโคปิ นาโหสิ. สตฺถา ตสฺส ปาสมูเล ปทวลญฺชํ ทสฺเสตฺวา ปุรโต เอกสฺส คุมฺพสฺส เหฏฺฐา ฉายายํ นิสีทิ. กุกฺกุฏมิตฺโต ปาโตว ธนุํ อาทาย ปาสฏฺฐานํ คนฺตฺวา อาทิโต ปฏฺฐาย ปาเส โอโลกยมาโน ปาเส พทฺธํ เอกมฺปิ มิคํ อทิสฺวา สตฺถุ ปทวลญฺชํ อทฺทส. อถสฺส เอตทโหสิ – ‘‘โก มยฺหํ พทฺธมิเค โมเจนฺโต วิจรตี’’ติ. โส สตฺถริ อาฆาตํ พนฺธิตฺวา คจฺฉนฺโต คุมฺพมูเล นิสินฺนํ สตฺถารํ ทิสฺวา, ‘‘อิมินา มม มิคา โมจิตา ภวิสฺสนฺติ, มาเรสฺสามิ น’’นฺติ ธนุํ อากฑฺฒิ. สตฺถา ธนุํ อากฑฺฒิตุํ ทตฺวา วิสฺสชฺเชตุํ นาทาสิ. โส สรํ วิสฺสชฺเชตุมฺปิ โอโรเปตุมฺปิ อสกฺโกนฺโต ผาสุกาหิ ภิชฺชนฺตีหิ วิย มุขโต เขเฬน ปคฺฆรนฺเตน กิลนฺตรูโป อฏฺฐาสิ. อถสฺส ปุตฺตา เคหํ คนฺตฺวา ‘‘ปิตา โน จิรายติ, กึ นุ โข เอต’’นฺติ วตฺวา ‘‘คจฺฉถ, ตาตา, ปิตุ สนฺติก’’นฺติ มาตรา เปสิตา ธนูนิ อาทาย คนฺตฺวา ปิตรํ ตถาฐิตํ ทิสฺวา ‘‘อยํ โน ปิตุ ปจฺจามิตฺโต ภวิสฺสตี’’ติ สตฺตปิ ชนา ธนูนิ อากฑฺฒิตฺวา พุทฺธานุภาเวน ยถา เนสํ ปิตา ฐิโต, ตเถว อฏฺฐํสุ. อถ เนสํ มาตา ‘‘กึ นุ โข เม ปุตฺตาปิ จิรายนฺตี’’ติ วตฺวา สตฺตหิ สุณิสาหิ สทฺธึ คนฺตฺวา เต ตถาฐิเต ทิสฺวา ‘‘กสฺส นุ โข อิเม ธนูนิ อากฑฺฒิตฺวา ฐิตา’’ติ โอโลเกนฺตี สตฺถารํ ทิสฺวา พาหา ปคฺคยฺห – ‘‘มา เม ปิตรํ นาเสถ, มา เม ปิตรํ นาเสถา’’ติ มหาสทฺทมกาสิ. กุกฺกุฏมิตฺโต ตํ สทฺทํ สุตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘นฏฺโฐ วตมฺหิ, สสุโร กิร เม เอส, อโห มยา ภาริยํ กมฺมํ กต’’นฺติ. ปุตฺตาวิสฺส ‘‘อยฺยโก กิร โน เอส, อโห ภาริยํ กมฺมํ กต’’นฺติ จินฺตยึสุ. กุกฺกุฏมิตฺโต ‘‘อยํ สสุโร เม’’ติ เมตฺตจิตฺตํ อุปฏฺฐเปสิ, ปุตฺตาปิสฺส ‘‘อยฺยโก โน’’ติ เมตฺตจิตฺตํ อุปฏฺฐเปสุํ. อถ เต เนสํ มาตา เสฏฺฐิธีตา ‘‘ขิปฺปํ ธนูนิ ฉฑฺเฑตฺวา ปิตรํ เม ขมาเปถา’’ติ อาห.
สตฺถา เตสํ มุทุจิตฺตตํ ญตฺวา ธนุํ โอตาเรตุํ อทาสิ. เต สพฺเพ สตฺถารํ วนฺทิตฺวา ‘‘ขมถ โน, ภนฺเต’’ติ ขมาเปตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. อถ เนสํ สตฺถา อนุปุพฺพึ กถํ กเถสิ. เทสนาวสาเน กุกฺกุฏมิตฺโต สทฺธึ ปุตฺเตหิ เจว สุณิสาหิ จ อตฺตปญฺจทสโม โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ. สตฺถา ปิณฺฑาย จริตฺวา ปจฺฉาภตฺตํ วิหารํ อคมาสิ. อถ นํ อานนฺทตฺเถโร ปุจฺฉิ – ‘‘ภนฺเต, กหํ คมิตฺถา’’ติ. กุกฺกุฏมิตฺตสฺส สนฺติกํ, อานนฺทาติ. ปาณาติปาตกมฺมสฺส โว, ภนฺเต, อการโก กโตติ. อามานนฺท, โส อตฺตปญฺจทสโม อจลสทฺธาย ปติฏฺฐาย ตีสุ รตเนสุ นิกฺกงฺโข หุตฺวา ปาณาติปาตกมฺมสฺส อการโก ชาโตติ. ภิกฺขู อาหํสุ – ‘‘นนุ, ภนฺเต, ภริยาปิสฺส อตฺถี’’ติ. อาม, ภิกฺขเว, สา กุลเคเห กุมาริกา หุตฺวา โสตาปตฺติผลํ ปตฺตาติ. ภิกฺขู กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ‘‘กุกฺกุฏมิตฺตสฺส กิร ภริยา กุมาริกกาเล เอว โสตาปตฺติผลํ ปตฺวา ตสฺส เคหํ คนฺตฺวา สตฺต ปุตฺเต ลภิ, สา เอตฺตกํ กาลํ สามิเกน ‘ธนุํ อาหร, สเร อาหร, สตฺตึ อาหร, สูลํ อาหร, ชาลํ อาหรา’ติ วุจฺจมานา ตานิ อทาสิ. โสปิ ตาย ทินฺนานิ อาทาย คนฺตฺวา ปาณาติปาตํ กโรติ, กึ นุ โข โสตาปนฺนาปิ ปาณาติปาตํ กโรนฺตี’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต, ‘‘น, ภิกฺขเว, โสตาปนฺนา ปาณาติปาตํ กโรนฺติ, สา ปน ‘สามิกสฺส วจนํ กโรมี’ติ ตถา อกาสิ. ‘อิทํ คเหตฺวา เอส คนฺตฺวา ปาณาติปาตํ กโรตู’ติ ตสฺสา จิตฺตํ นตฺถิ. ปาณิตลสฺมิญฺหิ วเณ อสติ วิสํ คณฺหนฺตสฺส ตํ วิสํ อนุฑหิตุํ น สกฺโกติ, เอวเมวํ อกุสลเจตนาย อภาเวน ปาปํ อกโรนฺตสฺส ธนุอาทีนิ นีหริตฺวา ททโตปิ ปาปํ นาม น โหตี’’ติ วตฺวา อนุสนฺธึ ฆเฏตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมํ คาถมาห –
๑๒๔. ‘‘ปาณิมฺหิ เจ วโณ นาสฺส, หเรยฺย ปาณินา วิสํ;
นาพฺพณํ วิสมเนฺวติ, นตฺถิ ปาปํ อกุพฺพโต’’ติ.
ตตฺถ นาสฺสาติ น ภเวยฺย. หเรยฺยาติ หริตุํ สกฺกุเณยฺย. กึ การณา? ยสฺมา นาพฺพณํ วิสมเนฺวติ อวณญฺหิ ปาณึ วิสํ อเนฺวตุํ น สกฺโกติ, เอวเมว ธนุอาทีนิ นีหริตฺวา เทนฺตสฺสาปิ อกุสลเจตนาย อภาเวน ปาปํ อกุพฺพโต ปาปํ นาม นตฺถิ, อวณํ ปาณึ วิสํ วิย นาสฺส จิตฺตํ ปาปํ อนุคจฺฉตีติ.
เทสนาวสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณึสูติ.
อปเรน สมเยน ภิกฺขู กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ – ‘‘โก นุ โข กุกฺกุฏมิตฺตสฺส สปุตฺตสฺส สสุณิสสฺส โสตาปตฺติมคฺคสฺสูปนิสฺสโย, เกน การเณน เนสาทกุเล นิพฺพตฺโต’’ติ. สตฺถา อาคนฺตฺวา ‘‘กาย นุตฺถ, ภิกฺขเว, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมาย นามา’’ติ วุตฺเต, ภิกฺขเว, อตีเต กสฺสปทสพลสฺส ธาตุเจติยํ สํวิทหนฺตา เอวมาหํสุ – ‘‘กึ นุ โข อิมสฺส เจติยสฺส มตฺติกา ภวิสฺสติ, กึ อุทก’’นฺติ. อถ เนสํ เอตทโหสิ – ‘‘หริตาลมโนสิลา มตฺติกา ภวิสฺสติ, ติลเตลํ อุทก’’นฺติ. เต หริตาลมโนสิลา โกฏฺเฏตฺวา ติลเตเลน สํสนฺทิตฺวา อิฏฺฐกาย ฆเฏตฺวา สุวณฺเณน ขจิตฺวา อนฺโต จินึสุ, พหิมุเข ปน เอกคฺฆนสุวณฺณอิฏฺฐกาว อเหสุํ. เอเกกา สตสหสฺสคฺฆนิกา อโหสิ. เต ยาว ธาตุนิธานา เจติเย นิฏฺฐิเต จินฺตยึสุ – ‘‘ธาตุนิธานกาเล พหุนา ธเนน อตฺโถ, กํ นุ โข เชฏฺฐกํ กโรมา’’ติ.
อเถโก คามวาสิโก เสฏฺฐิ ‘‘อหํ เชฏฺฐโก ภวิสฺสามี’’ติ ธาตุนิธาเน เอกํ หิรญฺญโกฏึ ปกฺขิปิ. ตํ ทิสฺวา รฏฺฐวาสิโน ‘‘อยํ นครเสฏฺฐิ ธนเมว สํหรติ, เอวรูเป เจติเย เชฏฺฐโก ภวิตุํ น สกฺโกติ, คามวาสี ปน โกฏิธนํ ปกฺขิปิตฺวา เชฏฺฐโก ชาโต’’ติ อุชฺฌายึสุ. โส เตสํ กถํ สุตฺวา ‘‘อหํ เทฺว โกฏิโย ทตฺวา เชฏฺฐโก ภวิสฺสามี’’ติ เทฺว โกฏิโย อทาสิ. อิตโร ‘‘อหเมว เชฏฺฐโก ภวิสฺสามี’’ติ ติสฺโส โกฏิโย อทาสิ. เอวํ วฑฺเฒตฺวา วฑฺเฒตฺวา นครวาสี อฏฺฐ โกฏิโย อทาสิ. คามวาสิโน ปน เคเห นวโกฏิธนเมว อตฺถิ, นครวาสิโน จตฺตาลีสโกฏิธนํ. ตสฺมา คามวาสี จินฺเตสิ – ‘‘สจาหํ นว โกฏิโย ทสฺสามิ, อยํ ‘ทส โกฏิโย ทสฺสามี’ติ วกฺขติ, อถ เม นิทฺธนภาโว ปญฺญายิสฺสตี’’ติ. โส เอวมาห – ‘‘อหํ เอตฺตกญฺจ ธนํ ทสฺสามิ, สปุตฺตทาโร จ เจติยสฺส ทาโส ภวิสฺสามี’’ติ สตฺต ปุตฺเต สตฺต สุณิสาโย ภริยญฺจ คเหตฺวา อตฺตนา สทฺธึ เจติยสฺส นิยฺยาเทสิ. รฏฺฐวาสิโน ‘‘ธนํ นาม สกฺกา อุปฺปาเทตุํ, อยํ ปน สปุตฺตทาโร อตฺตานํ นิยฺยาเทสิ, อยเมว เชฏฺฐโก โหตู’’ติ ตํ เชฏฺฐกํ กรึสุ. อิติ เต โสฬสปิ ชนา เจติยสฺส ทาสา อเหสุํ. รฏฺฐวาสิโน ปน เต ภุชิสฺเส อกํสุ. เอวํ สนฺเตปิ เจติยเมว ปฏิชคฺคิตฺวา ยาวตายุกํ ฐตฺวา ตโต จุตา เทวโลเก นิพฺพตฺตึสุ. เตสุ เอกํ พุทฺธนฺตรํ เทวโลเก วสนฺเตสุ อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ภริยา ตโต จวิตฺวา ราชคเห เสฏฺฐิโน ธีตา หุตฺวา นิพฺพตฺติ. สา กุมาริกาว หุตฺวา โสตาปตฺติผลํ ปาปุณิ. อทิฏฺฐสจฺจสฺส ปน ปฏิสนฺธิ นาม ภาริยาติ ตสฺสา สามิโก สมฺปริวตฺตมาโน คนฺตฺวา เนสาทกุเล นิพฺพตฺติ. ตสฺส สห ทสฺสเนเนว เสฏฺฐิธีตรํ ปุพฺพสิเนโห อชฺโฌตฺถริ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –
‘‘ปุพฺเพว สนฺนิวาเสน, ปจฺจุปฺปนฺนหิเตน วา;
เอวํ ตํ ชายเต เปมํ, อุปฺปลํว ยโถทเก’’ติ. (ชา. ๑.๒.๑๗๔);
สา ปุพฺพสิเนเหเนว เนสาทกุลํ อคมาสิ. ปุตฺตาปิสฺสา เทวโลกา จวิตฺวา ตสฺสา เอว กุจฺฉิสฺมึ ปฏิสนฺธึ คณฺหึสุ, สุณิสาโยปิสฺสา ตตฺถ ตตฺถ นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺตา เตสํเยว เคหํ อคมํสุ. เอวํ เต สพฺเพปิ ตทา เจติยํ ปฏิชคฺคิตฺวา ตสฺส กมฺมสฺสานุภาเวน โสตาปตฺติผลํ ปตฺตาติ.
กุกฺกุฏมิตฺตเนสาทวตฺถุ อฏฺฐมํ.